ตอนที่ 10
อีริน่ากำลังต่อสู้กับสมุนของพงษ์ธร ตอนที่รถหรูคันหนึ่งมาจอดเทียบ พงษ์ธรในมาดคุณชาย สุขุมนุ่มลึก ก้าวลงจากรถพร้อมกับสั่งให้หยุดทำร้าย
ผู้หญิง สมุนชะงัก พงษ์ธรมองสบตาเขาอย่างรู้กันก่อนจะเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาตบหน้าเขาซ้ายทีขวาที แล้วเอาผ้าผืนนั้นหุ้มมือตัวเอง ชกเขาหงายหลังตึง
“เป็นอย่างไรบ้างครับคุณผู้หญิง เจ็บตรงไหนครับ”
“เขาเจ็บ ฉันไม่เจ็บค่ะ”
พงษ์ธรเหยียบอกสมุนไว้ สั่งให้ขอโทษคุณผู้หญิงเดี๋ยวนี้ เขายกมือไหว้อีริน่าปลกๆ ขอประทานโทษเธอด้วย ไม่ทราบมาก่อนว่าเธอเป็นผู้หญิงของท่าน อีริน่าเตะที่สีข้างสมุนหนึ่งที สั่งให้หยุดเพ้อเจ้อ เธอไม่ใช่ผู้หญิงของใครทั้งนั้น พงษ์ธรเสนอตัวจะไปส่งเธอเพราะรถ แท็กซี่เสียหายขนาดนั้นคงไปต่อไม่ได้ อีริน่าเห็นท่าทางสุภาพของเขาประกอบกับหาแท็กซี่คันอื่นไม่ได้ ตัดสินใจขึ้นรถไปด้วย สมุนแอบเอามือถือถ่ายภาพเก็บไว้ตอนที่พงษ์ธรซึ่งเอียงหน้าหลบกล้อง เอามือแตะเอวอีริน่าขณะกำลังก้าวขึ้นรถ...
อึดใจเดียว ภาพดังกล่าวไปปรากฏในมือถือตรงหน้าศรินทิพย์ซึ่งยิ้มพอใจที่เป็นไปตามแผน อารดารับหน้าชื่นตาบานว่าทั้งหมดเป็นการสั่งการของตน ที่ให้พงษ์ธรทำเนียนๆเพื่อให้เจตรินเห็นแล้วแทบกระอักเลือดให้ได้ ศรินทิพย์ร้อนใจ อยากให้จัดการอีริน่าวันนี้เดี๋ยวนี้เลย
“ไม่ได้ค่ะคุณแม่ นังนี่มันมีฝีมือ แถมเจตก็กำลังหลงใหลมัน ค่อยๆกระหน่ำตอกย้ำหัวตะปูค่ะ”
“ไหนว่านายพงษ์คนนี้ดีเลิศและเป็นคู่ควงคนใหม่ของยัยจิต เราทำแบบนี้เขากับยัยจิตมิผิดใจกันหรือ”
อารดาสั่งพงษ์ธรไว้แล้วว่าแค่ทำให้เจตรินและทุกคนเข้าใจผิดว่าอีริน่าไปหลงรักเขาเท่านั้น พอเรื่อง สำเร็จเราก็บอกให้เขาเลิกยุ่งกับมัน ส่วนจิตรดาราเราอย่าให้รู้เรื่องนี้จะดีกว่า จังหวะนั้นคนที่อารดาเพิ่งพูดถึงมา จากไหนไม่รู้คว้ามือถือที่มีภาพอีริน่ากับพงษ์ธรไปจากมือศรินทิพย์
“ต๊าย นังอีริน่ากำลังล่าเหยื่อ มันกำลังก้าวขึ้นรถใครที่ไหนแต่งตัวโก้ เห็นเฉียงๆแล้วดูคุ้นๆนะคะคุณแม่”
อารดาจะตะครุบคืน แต่จิตรดาราไม่ให้ ศรินทิพย์ลุ้นใจหายใจคว่ำ เกรงลูกจะจำพงษ์ธรได้ เธอกลับไม่ได้สนใจผู้ชายในคลิปแค่อยากทำให้พี่ชายเต้น รีบส่งภาพให้เขาดูทันที ศรินทิพย์กระซิบกับอารดา
“เกือบไปแล้ว”
“ดากันไว้แล้วค่ะ ว่าจะไม่ให้ใครเห็นหน้าเขาค่ะ ดารอบคอบมากค่ะเรื่องวางแผนทำลายชีวิตคนอื่น”...
เจตรินเห็นคลิปที่น้องสาวส่งมาให้ดูแล้วถึงกับหมดอารมณ์ทำงาน ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับอีริน่าทำไมถึงทำตัวแย่แบบนี้ เขาไม่อาจทนเห็นภาพบาดตาต่อไปได้ ลบคลิปนั่นทิ้ง
ooooooo
แค่ได้เจออีริน่าไม่กี่นาที พงษ์ธรก็หลงใหลได้ปลื้มแทบไม่อยากปล่อยเธอลงเมื่อรถมาถึงหน้าบ้านคุณหญิงพรรณราย อีริน่าไหว้ขอบคุณในความเอื้อเฟื้อของเขา พงษ์ธรประกบมือของเธอไว้แล้วทำเป็นชักกลับ ขอโทษที่ทำตัวเสียมารยาท เนื่องจากเห็นเธอแล้วอดคิดถึงน้องสาวที่เพิ่งตายจากไปไม่ได้ อีริน่าเชื่อสนิทใจ
“โถ...เสียใจด้วยนะคะ”
“ขอบคุณมากครับ เอ่อ...ถ้าไม่รังเกียจผมอยากทราบชื่อคุณผู้หญิง”
อีริน่าแนะนำตัวเองให้พงษ์ธรรู้จัก ส่วนเขาโกหกว่าชื่อพลเดช...
ที่มุมหนึ่งไม่ไกลกันนัก นิกกี้สวมหมวกกันน็อกซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ลูกน้องสะกดรอยตามอีริน่า และถ่ายวีดิโอของทั้งคู่เก็บไว้เป็นหลักฐาน ถึงกับถอนใจโล่งอกที่เธอไม่โดนหมอนั่นล่อลวงเหมือนที่ตนเองเคยทำกับเธอ
“ที่แท้มันก็แค่มาส่งบ้าน...บ้านใครกันหว่า แล้วไอ้ผู้ดีนั่นมันก็เหมือนเราเคยเจอ ดูคุ้นๆ” นิกกี้ยังคงถ่าย วีดิโอต่อไป จนกระทั่งรถของพงษ์ธรแล่นจากไปเผยให้เห็นป้ายชื่อ “นิมิตภูวนาถ” ติดอยู่หน้าบ้านที่อีริน่าเข้าไป
“นิมิตภูวนาถ นามสกุลผู้ดีเก่าแน่ๆ” นิกกี้ซุ่มรอต่อไปอย่างใจจดจ่อ...
คุณหญิงพรรณรายดีใจมากที่อีริน่ามาหา ดึงตัวมากอดอย่างรักใคร่เอ็นดู ถึงขนาดจะขอให้เธอมาเป็นหลานแท้ๆของตัวเอง เธอรู้ตัวดีว่าเป็นแค่ลูกแม่ค้าขายขนม ไม่บังอาจเป็นหลานของท่านจริงๆได้
“พูดอะไรอย่างนั้นอีริน่า หนูอย่าเอาชาติกำเนิดมาวัดความผูกพันของเราสิจ๊ะ ต่อให้หนูเป็นลูกขอทานข้างถนนยายก็จะรัก ยายอยากให้หนูมาเป็นหลานของยายจริงๆ”
“ถ้าเผื่ออีริน่าเป็นลูกโจร ลูกฆาตกรฆ่าคนตายล่ะคะ” แม้หญิงสาวพูดเรื่อยเปื่อยไม่ได้ตั้งใจ แต่ทำเอาคุณหญิงพรรณรายกับนายพลกันต์ถึงกับหน้าเสีย เพราะพรรณวดีลูกสาวที่หายสาบสูญถูกกล่าวหาว่าฆ่าคนตาย อีริน่าเองก็เพิ่งนึกได้ว่าศรินทิพย์เคยพูดเรื่องพี่สาวของกมลกันต์ฆ่าอาจิรายุของเจตรินตาย รีบยกมือไหว้ขอโทษพวกท่านที่พูดจาเหลวไหลไม่ทันคิด คุณหญิงพรรณรายไม่ถือสา แค่สะเทือนใจเมื่อคิดถึงลูกสาวเท่านั้น
“อีริน่าอยากเห็นหน้าลูกสาวคุณนายมากค่ะ”
คุณหญิงพรรณรายไม่มีรูปถ่ายของพรรณวดีให้ดู เพราะมีคนเอาไปซ่อนหมดแล้ว เขาหาว่าเธอเอาแต่นึกถึงความหลัง แล้วก็นั่งร้องไห้ทั้งวันไม่เป็นอันทำอะไร เธอเองก็อยากเห็นแม่ของอีริน่าเช่นกัน พอจะมีรูปถ่ายให้ดูบ้างไหม อีริน่าจนปัญญา ตอนคนร้ายมาพังบ้าน ข้าวของถูกทำลายจนหาอะไรไม่เจอสักอย่าง
“ว่างๆยายจะพยายามค้นหารูปลูกสาวของยายเอามาให้อีริน่าดูนะ” คุณหญิงพรรณรายพูดจบ ดึงอีริน่ามากอดเสมือนว่าเธอเป็นหลานแท้ๆของตัวเอง อีริน่ากอดตอบ อยากให้คุณยายของเธอเป็นแบบท่านเช่นกัน...
ด้านจิตรดารางอนพงษ์ธรที่ไม่ยอมรับสายตนเองได้แค่ประเดี๋ยวประด๋าว พอเขาพร่ำคำหวานให้ฟังเธอก็ใจอ่อนแทบละลาย ลืมความขุ่นเคืองใจไปสิ้น พากันไปเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งรังรักของพวกตน...
เจตรินคิดมากเรื่องคลิปของอีริน่าจนปวดหัวทำงานต่อไปไม่ได้ ตัดสินใจกลับบ้าน อารดาปรี่เข้าไปจะเอาใจ แต่เขากลับเดินหนีขึ้นห้อง เธอจะเอายาแก้ปวดหัวตามไปให้ ศรินทิพย์ขวางไว้ เตือนว่าอย่าผลีผลาม
“คุณแม่ขา เอกสารที่คุณแม่ของดาเก็บไว้ มันอาจผลีผลามออกมาบ้างนะคะ ดาจะไปดูแลเจตค่ะ”
ooooooo
การมาเยี่ยมบ้านนิมิตภูวนาถครั้งนี้ของอีริน่า ทำให้คุณหญิงพรรณรายกับนายพลกันต์ทราบประวัติของเธอเพิ่มเติมว่าพ่อเป็นอดีตเคจีบี มาพบรักกับแม่ที่เมืองไทย ด้วยความที่พ่อรักแม่มากถึงกับยอมลาออกจากงาน และที่อีริน่าเก่งกาจสามารถก็เพราะเรียนรู้วิชาการต่อสู้มาจากพ่อ นายพลกันต์เริ่มสงสัยขึ้นมาตะหงิดๆ
“อีริน่าติดต่อแม่พริมของหนูได้ไหม ตาอยากให้แม่พริมเขาถ่ายรูปตัวเองส่งเข้ามือถือหนู”
“อีริน่าทำเบอร์บ้านมาดามแคทเธอรีนที่แม่พริมไปพักอยู่ด้วยหาย เลยไม่สามารถติดต่อแม่พริมได้ อีริน่าช่างโชคร้ายมากทำซองจดหมายบอกชื่อและที่อยู่ของคุณตาคุณยายหายก่อนจะมาเมืองไทย เลยไม่ทราบว่าจะตามหาท่านสองคนได้อย่างไร”
นายพลกันต์ซักอีริน่าเพิ่มเติมอีกว่า แม่ของเธอไม่เคยเอ่ยชื่อคุณตาคุณยายให้ฟังเลยหรือ เธอส่ายหน้าแม่พริมทำราวกับไม่มีญาติที่เมืองไทย จนกระทั่งครอบครัวของเราถูกคุกคาม ท่านจึงตัดสินใจส่งเธอมาเมืองไทย นายพลกันต์ทั้งแปลกใจทั้งสงสัย ทำไมพริมต้องปิดบังชาติกำเนิดแม้แต่กับลูกสาวตัวเอง...
ทางฝ่ายอารดาพยายามเคาะประตูเรียกเจตรินให้เปิดรับ แต่เขากลับทำเฉย แต่ที่ทำให้เธอแค้นใจมากก็คือศรินทิพย์ตามมาส่งสายตาเยาะเย้ยเป็นทำนองว่าเธอหน้าไม่มียางอาย ตามตื๊อผู้ชายทั้งๆที่เขาไม่สนใจไยดี อารดาจึงงัดไม้ตายขึ้นมาขู่ว่าเมื่อสักครู่พ่อของเธอโทร.มาเร่งเรื่องเอกสารนั่น ถ้าเจตรินรักครอบครัวและวงศ์ตระกูลจริง ควรจะออกมาช่วยคลี่คลายสถานการณ์เลวร้าย ชายหนุ่มจำใจออกมาเผชิญหน้ากับยัยแม่มด
“ขอบคุณที่รักตัวเองและครอบครัว เชิญไปฟังดาพูดตามคำสั่งของคุณพ่อสิคะ คุณแม่ด้วยค่ะ”...
ในเวลาเดียวกัน คุณหญิงพรรณรายขอให้อีริน่าช่วยค้นหารูปถ่ายของพรรณวดี แต่ไม่พบแม้แต่รูปเดียวจึงถามนายพลกันต์ว่าเอารูปลูกสาวไปซ่อนไว้ที่ไหน ตนอยากจะให้อีริน่าดูเผื่อจะเคยเจอกันที่มอสโก
“ผมเสียใจ ผมเผาทำลายรูปของลูกพรรณวดีไปหมดแล้ว”
คุณหญิงพรรณรายร้องไห้โฮ “ใจร้าย คนใจดำ คุณทำลายอนุสรณ์ความรักความคิดถึงของฉันที่มีต่อลูกได้ลงคอ คุณคิดแบบทหาร ตัดรอนตัดใจอะไรได้ง่ายๆ แต่ฉันทำไม่ได้”
อีริน่าอยากให้คุณหญิงพรรณรายสบายใจ จึง โกหกว่าเคยเห็นผู้หญิงไทยครั้งหนึ่งที่มอสโก อาจเป็นพรรณวดีก็ได้ จะลองสอบถามคุณยูริซึ่งอยู่ที่นั่นให้ คุณหญิงพรรณรายสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความหวัง ขณะที่อีริน่าไม่สบายใจนักที่ต้องโกหก ผู้หญิงไทยที่เธอเคยเห็นในมอสโกมีเพียงแม่พริมของเธอคนเดียว
ooooooo
ที่ห้องนั่งเล่นบ้านไอศูรย์ศรินทร์ อารดาแจ้งความประสงค์ของพ่อตัวเองให้เจตรินและศรินทิพย์รับทราบแล้วถามว่าจะตัดสินใจอย่างไร เพราะพ่อของเธอขีดเส้นตายเอาไว้ต้องให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งเดือน
“ผมยังไม่ได้หย่ากับอีริน่านะครับ”
“อันนั้นดาไม่ทราบ มันเป็นเรื่องของเจตรินกับมัน...เอ่อ อีริน่า รีบหาทางหย่าสิคะ เพราะถ้าเจตไม่แต่งงานกับดาก็ต้องช่วยคุณพ่อของดาไม่ให้มีความผิด”
เจตรินไม่สามารถทำผิดให้กลายเป็นถูกได้ ดังนั้นจะช่วยพ่อของอารดาได้อย่างไร เธอยื่นคำขาดว่าเหลือทางเลือกให้เขาเพียงทางเดียว นั่นคือต้องแต่งงานกับเธอ แล้วเธอจะยอมให้พ่อของเธอเสียหายเพียงฝ่ายเดียว
“แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าหนูดาจะไม่ย้อนมาหักหลังเรา เอาเอกสารนั่นมาเปิดเผยภายหลัง”
“ถ้าดาใช้นามสกุลไอศูรย์ศรินทร์ ดาคงไม่ทำลายนามสกุลตัวเองแน่ค่ะ” อารดายิ้มอย่างถือไพ่เหนือกว่าเจตรินใจแป้ว เมื่อนึกว่าตัวเองต้องหย่าขาดจากอีริน่า ทั้งสามคนมัวแต่คุยกันหน้าดำคร่ำเคร่งไม่ทันสังเกตเห็นจีรณัทย์แอบฟังอยู่หน้าห้อง เธอไม่คาดคิดเลยว่าอารดาจะเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้ สงสารเจตรินกับแม่ที่ต้องตกอยู่ในอำนาจเถื่อนของยัยแม่มดนั่น ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง...
อีริน่าเห็นสมควรแก่เวลาจึงขอตัวกลับ คุณหญิงพรรณรายกับนายพลกันต์ออกมาส่งขึ้นรถแท็กซี่หน้าบ้าน เพราะเธอไม่ยอมให้พวกท่านขับรถไปส่ง เนื่องจากอยากลองไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง เผื่อจะสามารถสืบหาคุณตากับคุณยายของเธอได้ ทั้งคู่จำต้องปล่อยเธอนั่งแท็กซี่กลับไปเพียงลำพัง โดยไม่รู้ว่าแท็กซี่คันนั้นเป็นคนของพงษ์ธร ทันทีที่อีริน่าขึ้นรถ คนขับรีบส่งข้อความไปรายงานเจ้านายว่า “โอเค”
ครู่เดียว ข้อความก็ไปถึงพงษ์ธร พอดูเสร็จเขารีบเก็บมือถือใส่กระเป๋า เพราะจิตรดาราจ้องจับผิดคิดว่าสาวที่ไหนส่งมาให้ เขาแต่งเรื่องว่าแม่ของเขาส่งข้อความมาบอกว่าหกล้มในห้องน้ำ
“ผมขอตัวก่อน ต้องรีบพาแม่ไปหาหมอ” พงษ์ธรว่าแล้วหอมแก้มเธอหนึ่งฟอดก่อนจะผละจากไป...
เจตรินทุกข์ใจกับเรื่องที่ต้องหย่าขาดจากอีริน่าเพราะเขากับเธอไม่ได้แค่แต่งงานกันในนามเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว จะให้ตัดใจหย่าขาดจากเธอไม่ใช่เรื่องง่ายๆ จีรณัทย์เห็นน้องชายนั่งอมทุกข์เข้ามาโอบไหล่
“พี่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เธอไม่อยากหย่ากับอีริน่า แม้ว่าจะต้องทำเพื่อครอบครัวของเรา”
ชายหนุ่มตกใจที่พี่สาวรู้เรื่องนี้ จีรณัทย์ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทแอบฟังเขากับแม่และอารดาคุยกัน แต่ก็คุ้มค่าเพราะได้รู้ธาตุแท้ของยัยแม่มดคนนั้น เจตรินจนปัญญาไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร จีรณัทย์แนะให้ขโมยเอกสารเหล่านั้นจากอารดาแล้วเอาไปทำลายให้สิ้นซาก เขาทำแบบนั้นไม่ได้ มันไม่ถูกต้อง เธอขอให้เขาลืมความถูกต้อง ในเมื่ออารดาใจร้ายกับพวกเราก่อน เราก็ต้องปกป้องตัวเอง
“แล้วใครจะมีปัญญาไปขโมยเอกสารนั่นจากอารดาได้ครับ”
พอรู้ว่าจีรณัทย์จะให้อีริน่าเป็นคนลงมือ เจตรินคัดค้านทันทีว่าไม่ต้องการขอความช่วยเหลือจากเธอเพราะเท่ากับเอาเปรียบ จีรณัทย์ไม่เห็นด้วยในเมื่อเป็นผัวเมียกัน แล้วจะเรียกว่าเอาเปรียบได้อย่างไร หรือว่าเขากับอีริน่ามีปัญหากัน เจตรินยอมรับว่าเป็นอย่างที่ พี่สาวว่า เราสองคนมีเรื่องที่ยังเคลียร์กันไม่จบ จีรณัทย์เชื่อว่าเรื่องนี้ต้องมีแม่กับอารดาและจิตรดารามาเกี่ยวข้องด้วย ใช่เรื่องนิกกี้หรือเปล่า
“ผมไม่ใช่คนหูเบา แต่หลักฐานมันทนโท่ ทั้งที่ผมไม่เชื่อ แต่ผมกระอักกระอ่วนใจกับภาพที่เห็น ไม่เข้าใจว่ามีภาพอย่างนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร แถมวันนี้ก็ยังมีมาอีก”
“ถามอีริน่าบ้างหรือเปล่า เธอว่ายังไง แล้วเจตเชื่อใจเธอไหม ถ้าเชื่อใจ มั่นใจในตัวเธอมันก็จบ” จีรณัทย์ขอดูคลิปที่ว่านั่นหน่อย เจตรินไม่มีให้ดูเพราะลบทิ้งไปหมดแล้ว จังหวะนั้น ศรินทิพย์เข้ามาถามว่าอีริน่ายังไม่กลับมาอีกหรือ ตนรอกินข้าวเย็นอยู่ เจตรินเชิญแม่กินไปก่อนได้เลยไม่ต้องรอ
“จีไปกินกับคุณแม่เองค่ะ” จีรณัทย์รีบจูงมือแม่ออกไป ขณะที่เจตรินครุ่นคิดถึงคำพูดของพี่สาวเมื่อครู่
“เราจะเชื่อพี่จี เราจะไม่หวั่นไหว ขอบคุณมากครับพี่จี ที่คอยให้สติผม ตอนนี้ผมกับอีริน่าไม่ใช่แค่สามีภรรยากันตามกฎหมาย แต่เป็นสามีภรรยากันด้วยความสัมพันธ์ที่แนบแน่นเกินกว่าจะให้ใครมาทำลาย”
ความมั่นใจในตัวหญิงคนรักกลับมาอีกครั้ง เจตรินรู้สึกผ่อนคลายขึ้น แต่แล้วความรู้สึกดีๆกลับมลายไปสิ้นเมื่ออารดาเข้ามาโอบเอวเขาไว้ ถามว่าตัดสินใจได้หรือยัง เรื่องจะหย่ากับอีริน่าแล้วมาแต่งงานกับเธอ
ooooooo
อีริน่าเริ่มเอะใจเมื่อเห็นป้ายบอกทางเบื้องหน้าว่าไปพัทยา แม้จะเพิ่งมาอยู่เมืองไทยได้ไม่นาน แต่ก็รู้ว่าพัทยาไม่ได้อยู่ในกรุงเทพฯ จึงสั่งให้คนขับแท็กซี่จอดรถเดี๋ยวนี้
“สายไปแล้วคนสวย ช่วยไม่ได้อยากสวยดีนัก”
นิกกี้ที่แอบซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์สะกดรอยตามมาตลอด รู้ทันทีว่าต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากล สั่งให้สมุนซึ่งเป็นคนขับมอเตอร์ไซค์ชนรถแท็กซี่คันข้างหน้าเสียงดังโครมตามมา คนขับแท็กซี่รีบเบนรถจอดข้างทาง นิกกี้กับสมุนเข้าไปกระชากตัวเขาลงจากรถ รุมยำไม่ยั้ง อีริน่า ลงมาร่วมวงด้วยโดยไม่รู้ว่าคนที่มาช่วยตนเองคือนิกกี้เพราะเขาสวมหมวกกันน็อกอยู่...
ที่ด้านหลังไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุนัก พงษ์ธรนั่งรถตามรถของอีริน่ามา เห็นเหตุการณ์ที่สมุนของตัวเองกำลังโดนยำเละ สั่งให้คนขับรถจอดรถไว้ห่างๆ แล้วรีบเข้าไปจัดการ ก่อนที่มันจะเปิดปากซัดทอดมาถึงเรา...
คนขับแท็กซี่ถูกอัดสะบักสะบอมใกล้หมดสติ
อีริน่ารีบโบกมือห้ามนิกกี้กับสมุนให้หยุดซ้อมได้แล้วเกิดเขาสลบไปจะไม่รู้ว่าใครจ้างวานมา แล้วกระชากผมคนขับแท็กซี่จนหน้าหงาย สั่งให้บอกมาว่าใครส่งมาจับตัวเธอ คนขับแท็กซี่ปฏิเสธว่าไม่มีใครจ้าง นิกกี้ตวาดลั่น
“แกโกหก แกเป็นพวกเดียวกันกับไอ้แก๊งเมื่อเช้าแน่ๆ”
“อ้าว รู้ได้อย่างไร แสดงว่าเป็นอีกพวกที่กำลังตามจับฉันใช่ไหม” อีริน่าตั้งการ์ดจะเอาเรื่อง
คนขับแท็กซี่สบช่อง จัดแจงจะหนี อีริน่ากับนิกกี้ช่วยกันจับตัวไว้ คาดคั้นให้บอกชื่อคนจ้างวาน คนขับแท็กซี่ยังไม่ทันจะเปิดปากพูด มีเสียงปืนดังขึ้นเป็นชุด อีริน่ากับนิกกี้และสมุนโดดหลบเข้าที่กำบัง แต่คนขับแท็กซี่หลบไม่ ทัน ถูกคมกระสุนร่างพรุนล้มลงขาดใจตาย เสียงรถยนต์ เร่งเครื่องหนีออกไปอย่างรวดเร็ว อีริน่ามองตามมั่นใจว่า กระสุนสังหารต้องมาจากรถคันนั้น หลังจากตั้งสติได้นิกกี้ หันไปถามด้วยความเป็นห่วง
“ตกใจมากไหมอีริน่า”
“นายเป็นใครทำไมรู้จักชื่อฉัน” อีริน่าแว้ดใส่ นิกกี้ รีบถอดหมวกกันน็อกออก โค้งให้เธองามๆ
“นิกกี้รู้ดีว่าอีริน่าตกอยู่ในอันตราย นิกกี้รักอีริน่าสุดหัวใจ นิกกี้จึงต้องคอยปกป้องอีริน่าตลอดเวลา”
อีริน่ากำลังเครียดที่เห็นคนตาย สั่งให้เขาหยุดไร้สาระ แล้วรีบโทร.แจ้งตำรวจ...
เหตุการณ์บานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่โตนักข่าว เกือบทุกสำนักมากันเต็มโรงพัก รุมถ่ายรูปและพยายาม สัมภาษณ์อีริน่าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เธอไม่อยากออกทีวีและไม่ต้องการเป็นข่าว จึงขอร้องให้ตำรวจช่วยกันตัวออกมา
ภาพข่าวของอีริน่าออกทีวีทุกช่อง มิคาอิลกำลังดูข่าวชิ้นนี้อยู่ หันไปสั่งสมุนคอยติดตามข่าวนี้ให้ละเอียด
เพื่อที่จะได้ตามตัวอีริน่ามาเป็นผู้หญิงของเขาด้วยการเอานิโคลัยไปล่อให้เธอออกมา นิโคลัยร้องห้ามเสียงหลง
“ไม่นะมิคาอิล อย่าทำกับลูกฉัน ฆ่าฉันให้ตายดีกว่า ถ้าจะทำอย่างนั้น”
“ฆ่าแกฉันก็โง่มากสิ อุตส่าห์หอบหิ้วแกมาถึงที่นี่ เสียเงินเสียทองไปมากมาย...ก็ได้นะ ถ้าแกอยากตาย ฉันจะจัดให้ แต่ต้องหลังจากฉันได้ตัวอีริน่ามาแนบกายแล้ว” มิคาอิลหัวเราะชอบใจ
ooooooo
เขมชาติเห็นข่าวอีริน่าทางทีวีเช่นกัน เตือนพงษ์ธรว่าฆ่าคนตายอุกอาจแบบนั้น ระวังจะโดนจับได้
“ก็ถ้าฉันไม่ปิดปากมัน พวกเราก็โดนมันเปิดปากซัดทอดหมด ทั้งแกทั้งมิคาอิลพังกันถ้วนหน้า ไม่ใช่แค่เรื่องอีริน่า ยังมีเรื่องค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติดอีก”
“แกระวังหน่อยก็แล้วกัน ถ้ามิคาอิลรู้ว่าเราสองคนกำลังสมคบกันตัดแข้งตัดขามัน มันเอาตาย” เขมชาติพูดยังไม่ทันขาดคำ มีเสียงมือถือดังขึ้น เขามองหน้าจอก่อนจะพึมพำ “มิคาอิลเห็นข่าวนี้แล้ว”...
เมื่อเจตรินกับจีรณัทย์ได้รับแจ้งจากตำรวจว่าคนขับแท็กซี่ที่อีริน่านั่งมาถูกฆ่าตาย รีบตรงไปที่โรงพักทันทีโดยมีศรินทิพย์ อารดา และจิตรดาราตามไปด้วย เผื่อสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาวจะได้ช่วยกันเหยียบอีริน่าซ้ำ แต่กลับเจอครอบครัวของคุณหญิงพรรณรายอยู่ที่นั่นก่อนแล้ว ศรินทิพย์ไม่รอช้าเข้าไปด่าว่าเธอกับพวกด้วยเรื่องบาดหมางเดิมๆ ที่พรรณวดีถูกกล่าวหาว่าฆ่าจิรายุตาย เจตรินเหนื่อยใจกับแม่ตัวเอง รีบตัดบท
“พวกเรามาวันนี้เพื่อจะมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับอีริน่า ถ้าใครคิดว่าจะมาทะเลาะกับใครก็ไม่ควรจะมา หรือน่าจะกลับไปก่อนก็คงจะดีที่สุด เชิญครับคุณลุงคุณป้า พี่กมลกันต์” เจตรินว่าแล้วเดินนำคุณหญิงพรรณรายกับครอบครัวขึ้นไปบนโรงพัก ศรินทิพย์มองตามเจ็บใจที่ลูกชายเอาใจออกห่างไปเข้าข้างศัตรู...
ทันทีที่เจอหน้าอีริน่า คุณหญิงพรรณรายกับนายพล กันต์ดึงเธอมากอดปลอบใจ ลูบหัวลูบหูเรียกขวัญให้
มาอยู่กับเนื้อกับตัว ศรินทิพย์มาเห็นเข้าก็หมั่นไส้ หาเรื่องด่าว่าคู่อริอีก คราวนี้นายพลกันต์ไม่ปล่อยให้ถูกเล่นงานฝ่ายเดียว ด่ากลับไปอย่างเจ็บแสบบ้าง เธอถึงกับร้องกรี๊ดๆ
เต้นเป็นเจ้าเข้า จะเอาเรื่องเขาให้ได้ เจตรินกับจีรณัทย์ต้องช่วยกันห้ามไว้ อีริน่าไม่สบายใจมาก ขอร้องอย่าทะเลาะกันเพราะตนเองเลย
“นี่อีริน่า เธอมันตัวก่อเหตุ พูดอะไรออกมาสักคำสิยะ สารภาพออกมาว่าเหตุมันเกิดเพราะเธอมีผู้ชายหลายคนมาหึงหวงกันจนฆ่าตัวตาย เธอต้องรู้แน่ๆว่าใครฆ่า” จิตรดาราผสมโรงทันที
“ผมคิดว่าผมรู้ เพราะผมติดตามปกป้องอีริน่ามาตั้งแต่เธอออกจากบ้านมา”
“มิน่าอีริน่าถึงไม่ยอมให้ใครไปส่ง ที่แท้นัดกับนิกกี้นี่เอง” ศรินทิพย์ได้ทีใส่ไฟ เจตรินรำคาญใจมาก ขอตัวพาอีริน่ากลับบ้านก่อน หันไปลาคุณหญิงพรรณรายกับครอบครัว แล้วกึ่งดึงกึ่งลากอีริน่าออกไป จีรณัทย์รีบเดินตามน้องชาย ขณะที่ศรินทิพย์หันมาถลึงตาใส่ศัตรูคู่อริ แล้วเดินสะบัดจากไป...
ครู่ต่อมาที่หน้าโรงพัก ขณะอีริน่าถูกเจตรินตำหนิที่ก่อเรื่องใหญ่โตเอาไว้ นิกกี้พุ่งเข้ามาแทรกตรงกลางถามเธอว่าพรุ่งนี้ต้องการจะไปไหนให้บัญชามาได้เลย ตนจะคอยตามเป็นบอดี้การ์ดให้
“นิกกี้ขอร้องกลับไปเสียเถอะ ขอบใจที่ห่วงใยอีริน่า แต่อีริน่ากำลังจะสำลักความหวังดีของนิกกี้แล้ว”
“พี่จีพูดถูก อีริน่ากำลังจะอาเจียนออกมาเป็นความหวังดีแล้ว ขอบใจที่ช่วยเหลือ แต่ถ้าไม่ช่วยจะดีกว่า”
จิตรดาราเดินตามมาด้านหลัง ไม่วายจิกกัดอีริน่าว่าปากกับใจไม่ตรงกัน เจตรินอยากอยู่ลำพังกับหญิงคนรัก เห็นรถแท็กซี่ผ่านมาพอดี รีบโบกเรียกแล้วดึงเธอขึ้นรถ ปล่อยให้จีรณัทย์ ศรินทิพย์ อารดา และจิตรดารากลับรถตู้ที่นายเมฆมารอรับ
ooooooo
ไม่นานนัก เจตรินจูงมืออีริน่าเข้ามาในบ้านไอศูรย์ศรินทร์ เธอยังงอนไม่หาย สะบัดมือเขาออกโวยวายว่าเดินเองเป็นไม่ต้องมาจูง เขาแดกดันว่าถ้าเดินเองเป็นแล้วทำไมชอบเดินผิดทางตลอด สองคนมีปากเสียงกัน อีริน่าทั้งน้อยใจทั้งเสียใจที่เขาไม่ยอมฟังคำอธิบายใดๆ ด่าเขาว่ายิ่งแก่ยิ่งไร้เหตุผล แล้วขยับจะขึ้นบันได
“เด็กอะไรเถียงผู้ใหญ่ ไม่เกรงใจ อายุเราห่างกันเป็นสิบปีนะอีริน่า” พูดจบเจตรินคว้าตัวอีริน่าที่เพิ่งเดินขึ้นไปได้สองก้าว แต่เกิดเสียหลักร่วงจากบันไดด้วยกัน เขาโอบกอดเธอไว้กันไม่ให้กระแทกพื้น อีริน่าตั้งหลักได้พยายามดิ้นให้พ้นจากอ้อมกอดเขา พร้อมกับสั่งให้ปล่อย เขายิ่งกอดเธอแน่น
“ถ้าไม่ปล่อย จะจูบมันตรงหน้าบันไดนี่ล่ะ?”
เจตรินไม่รอคำตอบหอมแก้มอีริน่าหนึ่งฟอดทันที
พลันมีเสียงศรินทิพย์ดังขึ้น “แม่จะบ้าตาย บัดสีไม่มียางอาย ตีนบันไดบ้านแท้ๆ ยังจะมากอดจูบกัน”
“แต่ดาไม่บ้าค่ะ ดากำลังจะคลั่ง”
“จิตก็ทนดูไม่ได้แล้วค่ะ” จิตรดาราวิ่งแข่งกับอารดาเข้าไปกระชากอีริน่าออกจากเจตริน แล้วรุมตบคนละหนึ่งฉาด อีริน่าเจ็บใจมาก หันไปตบเจตรินหน้าหัน แล้วตวาดซ้ำ
“ช่วยบอกทุกคนให้เข้าใจด้วยค่ะว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าพวกเขาสมองไม่ได้บรรจุด้วยอุจจาระ คงมองออกว่าอะไรเป็นอะไร อีริน่าขอตัวค่ะ” อีริน่าวิ่งหนีขึ้นบ้าน อารดาโกรธจัดที่ถูกด่า สั่งให้เจตรินหย่าขาดจากอีริน่าภายในหนึ่งเดือน หรือจะให้เธอไปฟ้องพ่อของเธอให้ร่นเวลาเหลือแค่หนึ่งอาทิตย์
“สุนัขจนตรอกมันไม่กลัวคำขู่หรอกนะอารดา” จีรณัทย์ว่าแล้วเดินตามน้องชายขึ้นข้างบน อารดากับจิตรดาราขยับจะตาม ศรินทิพย์สั่งห้ามใครตามไปเด็ดขาด สองสาวถึงกับชะงัก...
ทางด้านอีริน่ารีบวิ่งเข้าห้องล็อกประตูตามหลัง เจตรินตามไม่ทัน ทุบประตูเรียกให้เปิด เธอไม่สนใจ เดินเข้าห้องน้ำอย่างอารมณ์ดี เขาทำท่าจะพุ่งชนประตู แหววรีบห้ามไว้ พร้อมกับยื่นกุญแจสำรองให้
“ไขเข้าไปดีกว่าไหมคะ ออมแรงไว้ดีกว่าค่ะ เอ่อ...คุณเจตคะ เมื่อเช้านี้แหววไปส่งคุณอีริน่าขึ้นรถแท็กซี่ด้วยตัวเองนะคะ”
“ไม่อยากรู้”
แม้เจตรินจะทำเป็นไม่อยากรู้ แต่แหววก็อยากเล่าอยู่ดีว่าอีริน่านั่งแท็กซี่ไปบ้านคุณหญิงพรรณราย คุณนิกกี้ไม่ได้มารับเธออย่างที่ใครต่อใครกล่าวหา แหววสาธยายจบสลายตัวไปทันที เจตรินถึงกับอึ้ง พึมพำกับตัวเองถ้าเป็นอย่างแหววพูด แล้วคลิปที่เห็นเมื่อเช้าเกิดขึ้นได้อย่างไร จังหวะนั้นจีรณัทย์เดินเข้ามาหา
“หน้าที่ของเจตต้องไปถามกันเอาเอง บอกแล้วไงว่าถ้าไม่รักไม่ต้องการอีริน่าก็ปล่อยเธอไป แต่ถ้าไม่อยากปล่อยเธอไป ถามไถ่กันดีๆ แล้วชีวิตเจตกับอีริน่าจะสงบสุข” จีรณัทย์ดึงกุญแจสำรองมาจากมือเขามาไขประตู้ห้องให้ “ความรักของพี่คงสมหวังยาก แต่ความรักของเจตสมหวังแล้ว อย่าทำลายสิ”...
ฝ่ายอีริน่านอนแช่อยู่ในอ่างอาบน้ำที่มีฟองสบู่อยู่เต็มอย่างสบายใจ ด้วยความอ่อนเพลียที่ต้องผจญภัยมาทั้งวันทำให้ผล็อยหลับไป เจตรินเข้ามาในห้องไม่เจอ
อีริน่า เดินหาก็ไม่เห็น ไม่รู้ไปหลบอยู่ที่ไหน คิดเอาเองว่าเธออาจปีนหน้าต่างหนีไปแล้ว เพราะชอบทำอะไรผาดโผน ตั้งใจจะอาบน้ำให้เสร็จก่อน ค่อยไปตามหาแล้วจัดแจงเข้าห้องน้ำถอดเสื้อผ้า ไม่ทันเห็นอีริน่านอนหลับอยู่ในอ่างอาบน้ำเพราะฟองสบู่ฟูฟ่องบดบังเอาไว้
ooooooo
ขณะอีริน่าเผลอหลับในอ่างอาบน้ำ ศรินทิพย์ จิตรดาราและอารดากำลังสุมหัวกันวางแผนจะจัดการกับอีริน่าอย่างไรต่อไปดี เพราะทำสารพัดแล้ว นังนั่น ดวงแข็งไม่ระคายแม้แต่ปลายเล็บ แถมยิ่งนานวัน เจตริน ยิ่งหน้ามืดตามัว หลงมันลืมหูลืมตาไม่ขึ้นศรินทิพย์ แช่งให้เธอรีบตายๆไปเสียจะได้จบเรื่องสักที
“คุณแม่พูดถูกค่ะ มันสมควรตาย เพราะมันจดทะเบียนกับพี่เจต สมบัติของพี่เจตก็เหมือนสมบัติของมัน พวกเราได้อะไร...เชอะ ถ้าพี่เจตไม่หยิบยื่นให้ก็อด มีแค่บางส่วนจากหุ้น”
“ไม่พอให้น้องจิตถลุงหรอกจริงไหมจ๊ะ” อารดาไม่วายแขวะ
จิตรดารารำคาญอยู่ในบ้านมีแต่คนจิกกัด สู้ออกไปหาอะไรทำสนุกๆนอกบ้านดีกว่า แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาพงษ์ธร แต่สายไม่ว่างมีเพียงสัญญาณให้ฝากข้อความ เธอพยายามโทร.อีกครั้ง ไม่ว่างเหมือนเดิมเพราะอารดาแอบออกไปโทร.ตัดหน้าเสียก่อน ต่อว่าพงษ์ธรที่ทำงานพลาด ปล่อยอีริน่าหลุดมือ เขาเรียกให้เธอรีบเอาเงินค่าจ้างมาจ่ายให้เขาด่วนที่สุดตามที่ตกลงกันไว้ ถ้าไม่ยอมจ่าย เขาจะเอาคลิปที่อัดเสียงคำพูดสั่งการให้ไปจัดการอีริน่ามาแฉ แล้วกดตัดสาย เขมชาติถึงกับยกนิ้วหัวแม่โป้งให้ ชมว่าเป็นสุดยอดแมงดาแห่งปี
“ชักรำคาญนังนี่ว่ะเขม แกอยากได้เอาไปไว้ขายไม่ใช่หรือ”
เขมชาติยกนิ้วหัวแม่โป้งให้อีกครั้งหนึ่งแทนคำตอบตกลง...
ระหว่างที่อารดากำลังจะถูกเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เจตรินเพิ่งเห็นว่ามีน้ำตีฟองสบู่ไว้เต็มอ่าง แถมน้ำยังอุ่นพอดี เหมาะแก่การลงแช่ผ่อนคลายความตึงเครียด จัดแจงปลดผ้าเช็ดตัวที่นุ่งอยู่ออก ก้าวลงไปในอ่าง อีริน่ารู้เหมือนมีอะไรมาโดนเท้า ค่อยๆโผล่หัวพ้นจากฟองสบู่ เห็นเจตรินกำลังยกเท้าของเธอขึ้นเหนือน้ำ หญิงสาวตกใจ กรี๊ดสนั่น เขาเองหัวใจแทบจะวายเพราะเสียงร้อง ต่างฝ่ายต่างลุกพรวดขึ้นจากอ่างอาบน้ำ
อีริน่าโมโหมากตรงเข้าทุบอกเจตรินอุตลุด โดยที่เขาทำได้แค่ปัดป้อง...
ในเวลาเดียวกัน ที่หน้าห้องนอนของเจตริน ศรินทิพย์ อารดาและจิตรดาราพากันตกใจเสียงร้องของอีริน่าและเสียงเอะอะเอ็ดตะโรของเจตริน จัดแจงจะช่วยกันพังประตูเข้าไปลุยอีริน่าให้รู้เรื่องรู้ราวไปเลย จีรณัทย์เตือนว่าเรื่องของสามีภรรยา คนอื่นไม่ควรยุ่ง และที่สำคัญในนั้นเป็นที่ส่วนตัวของทั้งคู่
จังหวะนั้น แหววยื่นกุญแจสำรองพรวดเข้ามา เชิญให้ศรินทิพย์ไขเข้าไปดีกว่าจะใช้กำลัง จีรณัทย์รำคาญที่แม่กับน้องสาวและอารดายุ่งไม่เข้าท่า เชิญทุกคน ตามสบาย เธอขอตัวไปนอนก่อน ปวดหัวมาทั้งวันแล้ว
ooooooo
อีริน่ามัวแต่โกรธ ยืนต่อว่าเจตรินฉอดๆๆลืมไปว่าตัวเองกับเขาต่างเปลือยกายกันอยู่ เธอผลักอกเขาอย่างเอาเรื่อง เขาเองยกมือจะผลักคืนบ้าง แต่ถึงกับไปไม่เป็นเมื่อเห็นร่างเปลือยเปล่าของเธอที่อยู่ตรงหน้า อีริน่าเองก็เพิ่งรู้สึกตัวรีบเอามือมาปิดเนื้อปิดตัวเอาไว้ ทั้งเขินทั้งอายสั่งให้เขาออกไปก่อน
ศรินทิพย์ อารดาและจิตรดาราได้ยินเสียงเจตรินกับอีริน่าเถียงกันอยู่ในห้องน้ำ คิดว่าทั้งคู่ทะเลาะกัน
อารดาอาสาจะเข้าไปช่วยเจตรินด่านังนั่น จิตรดาราจะไปช่วยอีกแรงหนึ่ง
“แต่แม่จะไปยืนดูเฉยๆ แม่ต้องทำตัวเป็นกลาง”
ศรินทิพย์พูดจบ เดินนำสองสาวเข้าไปในห้องน้ำ ทั้งสามคน เบรกตัวโก่ง กรีดร้องประสานเสียงกันดังสนั่น รีบเอามือปิดตาแทบไม่ทัน เพราะเห็นสองสามีภรรยายืนเปลือยเปล่าอยู่ในอ่างอาบน้ำ ทั้งคู่ตกใจโผกอดกันกลม เจตรินรีบคว้าผ้าเช็ดตัวเอามาห่อตัวเองกับอีริน่าไว้
“นี่บ้านผู้ดีนะลูกเจต ทำไมลูกพยายามทำให้บ้านเรากลายเป็นซ่องโสเภณี”
“ก็เจตเขาคบโสเภณีนี่คะคุณแม่ก็เลยติดนิสัย”
อารดาขานรับกันกับศรินทิพย์เป็นปี่เป็นขลุ่ย
“นี่มันห้องส่วนตัวของเราสองคน ควรหรือที่ใครจะแห่กันบุกรุกเข้ามาต่อว่าต่อขานการกระทำของเราในฐานะสามีภรรยา เราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนนะครับคุณแม่”
ศรินทิพย์โยนความผิดให้อารดาและจิตรดาราหน้าตาเฉย อ้างว่าไม่ได้อยากเข้ามา แค่จะมาห้ามปรามสองคนนี่ว่าอย่าจุ้นจ้านกับเรื่องส่วนตัวของคนอื่น แล้วหันไปชวนอารดากับจิตรดารากลับ ทันทีที่ศรินทิพย์กับพวกลับสายตา อีริน่ากระชากผ้าเช็ดตัวมาห่มคนเดียวก่อนจะผลักเจตรินลงอ่างแล้วเดินลิ่วออกไป...
ในเวลาต่อมา ณ สถานที่นัดหมายกับอารดา เขมชาติ อดเป็นกังวลไม่ได้ว่าอารดาจะยอมให้ตนเองขยี้เล่นเหมือนเมทินีหรือเปล่า เพราะดูท่าแล้วนังนั่นมารร้ายชัดๆ พงษ์ธรเชื่อมือซุปเปอร์แมงดาอย่างเขาว่าจะเอาอยู่
“เฮ้ยมาแล้ว ปั้นปึ่งมาเลยว่ะ พิษริษยามันกำลังกำเริบแน่ๆ...ไฮ...ดา” พงษ์ธรโบกมือทักทาย
อารดาเห็นเขมชาติมาด้วยถึงกับชะงักทำท่าจะกลับ เพราะกลัวเขาล่วงรู้ถึงแผนร้ายกาจของตัวเอง พงษ์ธรรั้งไว้ขอร้องอย่าเพิ่งวู่วาม เอาเงินค่าจ้างมาให้หรือเปล่า ตนจะได้ใช้เป็นทุนสำหรับหายหน้าไปจากวงการไฮโซสักพัก เพราะเพิ่งไปฆ่าคนตายมา อารดาโวยวาย แล้วงานของเธอจะทิ้งไปกลางคันได้อย่างไร
“ผมก็เลยอาสามารับช่วงต่อให้พงษ์เขา เพราะเขาไม่สบายใจที่ทำให้คุณดาผิดหวัง”
“ไหนคุณเขมพายัยเมไปมอสโก ทำไมกลับมาแล้ว เร็วไปไหมคะ”
เขมชาติโกหกว่าเมทินีป่วยกะทันหันก็เลยต้องยกเลิกทริปนี้ไปโดยปริยาย รอให้หายดีก่อนค่อยไปกันใหม่ คราวนี้จะเชิญอารดาร่วมทริปด้วย ไปหลายคนสนุกดี เธอปฏิเสธว่าเคยไปแล้วไม่ชอบ ต้องขอผ่าน พงษ์ธร ทำทีมีสายเรียกเข้า ขอตัวไปรับสายจิตรดาราสักครู่หนึ่งก่อน ปล่อยให้ทั้งคู่คุยเรื่องอีริน่ากันตามลำพัง...
ความจริงแล้วพงษ์ธรนัดจิตรดารามาพบตรงจุดใกล้ๆสถานที่ที่นัดเจออารดา เธออยากให้เขาจัดการทั้งอารดาและอีริน่าไปพร้อมๆกันเลยทีเดียว เขารับปากจะจัดการให้ แค่จ่ายเงินหนึ่งล้านบาทเท่านั้นรับรองสำเร็จอย่างที่เธอต้องการ
“แต่จิตเพิ่งรูดการ์ดจองคอนโดฯไปสองล้าน และจะถูกตัดบัญชีในบัตรเครดิตอีกเดือนละล้านนะคะ เงินสดของจิตก็ร่อยหรอ จิตสำรองจ่ายให้คุณไปหลายล้านแล้ว”
“ก็ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องไปสนใจเรื่องพวกนี้ ลืมมันไปเถิดครับที่รัก” พงษ์ธรจับจ้องแหวนเพชรเม็ดเป้งบนนิ้วของจิตรดาราเขม็ง เธอรู้เท่าทันความต้องการของเขา ถอดแหวนส่งให้เป็นค่าจ้างจัดการนังมารทั้งสองคน
ooooooo
อีริน่ายังงอนเจตรินไม่เลิก ไม่อยากนอนร่วมเตียงด้วย จัดแจงหยิบหมอนโยนลงพื้นแล้วจะดึงผ้าห่มโยนตาม แต่เจตรินยื้อไว้ไม่ยอมให้ ทั้งคู่เปิดศึกแย่งผ้าห่มดึงกันไปดึงกันมา ก่อนจะล้มลงไปบนเตียงด้วยกัน
เสียงโครมครามจากห้องนอนของเจตรินทำให้ศรินทิพย์เครียดหนักวิตกกังวลไปหมด กลัวอีริน่าจะท้อง กลัวตัวเองจะไปหลงรักลูกของเธอ ทำให้ถูกข่มได้ เสียงตึงตังยังดังมาเป็นระยะๆ จนศรินทิพย์ต้องเอามือปิดหู
“โอ๊ย...ลูกเจตกลายสภาพจากลูกชายผู้สงบเสงี่ยมเป็นกุ๊ยไปแล้ว ทำอะไรกันตึงตังโครมคราม ไม่รู้จักอาย” ศรินทิพย์ครุ่นคิดหนัก หาทางจะเอาชนะอีริน่าให้ได้...
ทางฝ่ายเจตรินยังคงยื้อแย่งผ้าห่มกับอีริน่าไม่เลิกไม่แล้ว จังหวะหนึ่งเธอแกล้งปล่อยมือ ขณะที่เขากำลังดึงผ้าห่มสุดแรง ถึงกับหงายหลังตกเตียง เขาคิดจะแกล้งเธอคืน ทำเป็นร้องโอดโอยว่าหัวกระแทกทำให้ตาพร่ามองอะไรไม่เห็น อีริน่าหลงเชื่อรีบเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง เห็นท่าทางไม่ค่อยดีจะพาเขาไปหาหมอ เจตรินหลอกว่าไปถึงหมอก็ช่วยไม่ทัน อาจตาบอดไปตลอดชีวิต
“ถ้าคุณเจตต้องตาบอดตลอดชีวิต อีริน่าจะอุทิศตาข้างหนึ่งให้คุณกลับมามองเห็นอีกครั้ง”
เจตรินคาดคั้น ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้นเพื่อเขา อีริน่าอึกอัก แต่ในที่สุดก็สารภาพ ที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะรักเขา เจตรินดีใจสุดๆ ยังไม่ทันบอกรักเธอตอบมีเสียงสมรทุบประตูห้อง บอกอย่างร้อนรนว่า ศรินทิพย์ล้มหน้าฟาดพื้นหมดสติ เจตรินตกใจลุกพรวดออกไปทันที อีริน่าถึงได้รู้ว่าโดนเขาหลอกให้บอกรัก...
ศรินทิพย์ไม่ได้เป็นอะไร แค่แกล้งให้เจตรินตกใจเล่นจะได้เลิกสวีตหวานกับอีริน่าให้บาดหู สมรกับหวินผู้ร่วมขบวนการยกเมฆ ผสมน้ำแดงเอามาหยอดใส่ปากกับจมูกของศรินทิพย์เพื่อให้เหมือนเลือดออก แต่เทมากไปหน่อย พอเจตรินมาพลิกตัวเธอขึ้น น้ำแดงเข้าจมูกสำลักไอแค่กๆ จีรณัทย์คิดว่าแม่อาการหนักถึงกับปล่อยโฮ
เจตรินใจเสียรีบสั่งการให้หวินไปบอกคนรถให้เอารถออก จะพาท่านไปส่งโรงพยาบาล อีริน่าตามมาสมทบพอดี แจ้งว่าเรียกรถพยาบาลมาให้แล้ว ศรินทิพย์ไม่คิดว่าเรื่องจะเลยเถิด ยิ่งได้ยินเสียงหวอของรถพยาบาลใกล้เข้ามา เธอทำปากขมุบขมิบด่าลูกสะใภ้ที่สาระแนไม่เข้าเรื่อง หวินรีบกระซิบข้างหูศรินทิพย์
“เลยตามเลยค่ะ เนียนไว้ก่อนค่ะคุณหญิง”
ooooooo
ระหว่างที่ศรินทิพย์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล อารดาที่ยังคงนั่งคุยอยู่กับเขมชาติ นึกถึงเมทินีขึ้นมาได้ เนื่องจากเพื่อนหายหน้าหายตาไปนาน คว้ามือถือขึ้นมาโทร.ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง
พอเมทินีรู้ว่าเพื่อนรักอยู่กับชายโฉดก็ตกใจ แผดเสียงใส่ให้หลีกไปให้ไกลผู้ชายคนนั้น อารดาเข้าใจผิดคิดว่าเพื่อนหึง รีบออกตัวว่าตนเองสนใจแต่เจตรินคนเดียวเท่านั้น เมทินีไม่กล้าเล่าความจริง เพราะทั้งอายทั้งกลัวเขมชาติจะตามมาเล่นงาน ได้แต่ขอร้องให้อารดาอย่าอยู่ใกล้เขมชาติ และเตือนให้ระวังตัวแล้วรีบวางสาย อารดา ชักสีหน้าไม่พอใจ เขมชาติที่นั่งฟังอยู่ด้วยถามว่าเมทินีพูดอะไรผิดหูหรือ
“มันพูดเหมือนหึงหวงคุณเขมค่ะ ฉันจะไปหาเมที่บ้าน”
เขมชาติขอไปด้วย จะไปง้อเพราะโทร.หาหลายครั้ง เมทินีไม่ยอมรับสาย อารดาหลงเชื่อยอมให้ตามที่ขอ ขณะจะไปขึ้นรถของเธอที่จอดอยู่ พบว่ารถตัวเองถูกถอดล้อหายไป 2 ล้อ โดยไม่ล่วงรู้ว่านี่เป็นแผนของเขมชาติ ที่ให้เอื้อแอบมาถอดล้อรถของเธอเพื่อให้เธอไปรถคันเดียวกับเขา...
อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก จิตรดาราแอบสังเกตการณ์ทั้งคู่อยู่ พอใจมากที่อารดาหลงกลเขมชาติ หันไปขอบคุณพงษ์ธรที่ช่วยเป็นธุระเรื่องกำจัดนังขยะสารพัดพิษให้ พลันมีสัญญาณว่ามีข้อความเข้ามือถือของพงษ์ธร
“ไปมุดหัวอยู่ใต้กระโปรงอีตัวคนไหนไม่ทราบ รีบมาเดี๋ยวนี้นะ”
พงษ์ธรตกใจรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋า จิตรดาราเห็นอาการเขาแล้วอดถามไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาปดว่าแม่ของเขาอาการไม่ดี ขอตัวกลับก่อน ทิ้งจิตรดาราไว้ตรงนั้นเพียงลำพัง หญิงสาวถึงกับเซ็ง...
โชคไม่เข้าข้างคนผิด อีริน่าจับได้ว่าหวินกับสมรร่วมมือกับศรินทิพย์ใช้นํ้าแดงตบตาว่าเป็นเลือดเพื่อให้เจตรินมาเอาใจ สองสาวใช้ตัวแสบจัดแจงจะซัดทอด
ศรินทิพย์ว่าเป็นคนต้นคิด อีริน่ารีบโบกมือห้าม
“พอแล้ว เธอสองคนอย่ากินบนเรือนขี้บนหลังคา อย่ามาใส่ร้ายคุณหญิงนะ จำไว้ อย่าได้เอาเรื่องนี้ไปพูดที่ไหน รีบไปได้แล้ว”
สมรกับหวินพยักหน้าให้กันแล้วพากันออกไป แหววและศรีแปลกใจทำไมอีริน่าถึงไม่ให้ทั้งคู่พูดให้จบก่อน
“ทำไมหรือ เพราะว่าสองคนนั่นปากมาก ไม่มีความรับผิดชอบ ไม่มีนํ้าใจนักกีฬา พอหมดท่าก็จะประจานแล้วต่อเติมเสริมแต่งให้เสียหายมากขึ้นเพื่อให้ตัวเองกลายเป็นคนถูกต้อง”
“ไม่โกรธคุณหญิงหรือคะ ท่านเกลียดคุณอีริน่ามาก”
“อีริน่ากำลังพยายามทำให้ท่านแค่เลิกเกลียดอีริน่าก็พอแล้วค่ะป้าศรี”...
ในเวลาเดียวกัน ที่โรงพยาบาลหมอตรวจร่างกาย ศรินทิพย์อย่างละเอียดแล้วพบว่าอาการไม่ได้หนักหนา อะไรแค่สำลักนํ้าแดงเท่านั้น พักที่นี่หนึ่งคืน พรุ่งนี้เช้าก็กลับบ้านได้...
ขณะที่เจตรินกับจีรณัทย์พากันถอนใจโล่งอกที่แม่ไม่ได้เป็นอะไรมากอย่างที่คิด เขมชาติรีบโทร.หาเอื้อตามแผนการที่วางไว้ เพื่อมาจัดการเรื่องรถให้อารดาแล้วให้ขับไปจอดไว้ที่บ้านไอศูรย์ศรินทร์ นับเป็นโชคดีของอารดาที่อิทธิมาร้านอาหารแห่งนี้พอดี เข้ามาทักทายถามไถ่ว่ารถเป็นอะไรถึงได้รู้ว่าถูกขโมยถอดล้อ เขามองไปที่ทางรถของเธอเห็นเอื้อยืนอยู่ก็จำได้ร้องทักว่าเมื่อคืนเจอกันเห็นกมลกันต์เรียกเขาว่าเอื้อใช่ไหม
เอื้อยังไม่ทันจะว่าอะไร เขมชาติชิงพูดขึ้นเสียก่อน “เขาเป็นคนขับรถของผมเอง”
“หรือครับ เมื่อคืนผมกับเพื่อนมีปัญหากับคนร้ายนิดหน่อย จู่ๆนายเอื้อก็โผล่มาบอกว่านัดเพื่อนไว้”
เขมชาติไม่ชอบใจนักที่อิทธิซักโน่นถามนี่ เร่งอารดาให้ไปกันได้แล้ว อิทธิเห็นท่าทางเขาไม่น่าไว้ใจ อาสาจะไปส่งเธอเอง หญิงสาวสนิทใจกับอิทธิมากกว่าจึงตกลงใจจะไปกับเขา แล้วให้เขมชาติขับรถตามมาอีกที...
ระหว่างที่อารดารอดปากเหยี่ยวปากกามาได้อย่างหวุดหวิด อีริน่างอนเจตรินที่หลอกให้สารภาพรัก แต่ตัวเองกลับไม่ยอมเอ่ยปากบอกรักเธอสักคำ พอเขายื่นหน้ามาใกล้ๆ เธอชกเขาเต็มๆ ถึงกับลงไปกองกับพื้น แล้วนอนหันหลังให้ไม่ยอมพูดด้วย เจตรินอยากจะบอกรักเธอใจแทบขาด เพราะถ้าไม่รักคงไม่ลงทุนแต่งงานกับเธอเพียงแค่จะช่วยเธอให้พ้นจากพวกมาเฟีย
ooooooo
เมทินีตกใจที่อารดาพาเขมชาติมาหาถึงบ้าน เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเธองอนเขา จึงอยากให้ทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน แล้วทำท่าจะกลับ เมทินีขอร้องให้เธอค้างคืนด้วย อารดาอ้างว่าอิทธิเพื่อนของเจตรินรออยู่หน้าบ้าน ต้องรีบกลับ เมทินีผวากอดเพื่อนยื้อไว้สุดฤทธิ์ เขมชาติปราดเข้ามากระซิบเสียงเข้ม
“หยุดดัดจริตได้แล้ว”
เหยื่อสาวกลัวจัดไม่กล้าพูดอะไรอีก อารดาคิดว่าเพื่อนเลิกงอนแล้วจึงขอตัวกลับก่อน เขมชาติรอจนอารดาพ้นสายตา กระชากเมทินีเข้าห้องปิดประตูล็อกกลอน เธอพยายามจะหนี เขาขู่ถ้าไม่อยู่นิ่งๆจะเอาคลิปที่เธอมีอะไรกับเขาและมิคาอิลไปประจานให้ว่อนเน็ต นอกจากนี้ซุปเปอร์แมงดายังบังคับให้เธอช่วยหลอกเอาตัวอารดาไปขาย เมทินีปฏิเสธลั่นจะไม่ยอมทำร้ายเพื่อนเด็ดขาด
“ทำร้ายที่ไหนกัน อารดาคนนี้ไม่ใช่เพื่อนที่หวังดีกับเมนะ ตราบใดที่เธอยังอยู่เหนือเม เธอจะดีกับเมเพราะมีเมเป็นเสมือนบริวารทำให้เธอดูเด่น แต่ถ้าวันใด เธอรู้สึกว่าเธอต่ำต้อยกว่าเม วันนั้นแหละเธอจะเริ่มไม่พอใจเมและหันมาเล่นงานเม”
“เมโง่ เมเสียหายกลายเป็นผู้หญิงหมดคุณค่าไปแล้ว อย่าทำให้ดาเป็นอย่างเมไปอีกคนเลยค่ะ”
เขมชาติไม่ยอมปล่อยให้อารดาหลุดมือ หากเมทินีไม่ยอมช่วยแต่โดยดี เขาคงต้องทำให้เธอตกเป็นทาสของเขา แล้วหยิบหลอดฉีดยาเสพติดออกมา เมทินีถึงกับถอยกรูด...
ฝ่ายเอื้อขับรถของอารดาไปส่งคืนที่บ้านไอศูรย์–ศรินทร์ เจออิทธิมาส่งอารดาพอดี เขาไม่ชอบสายตาจ้องจับผิดของเพื่อนเจตรินคนนี้นัก รีบเอากุญแจรถคืนเจ้าของแล้วผลุนผลันกลับไป อิทธิมองตามเคลือบแคลงใจ
ooooooo
อิทธิโทร.มาหาเจตรินแต่เช้า เล่าเรื่องที่เจอเอื้อคนขับรถเก่าของกมลกันต์แต่ตอนนี้ไปเป็นคนขับรถให้เขมชาติ เขาไม่ค่อยไว้ใจเขมชาติเท่าใดนัก อยากให้เจตรินช่วยเตือนอารดา อย่าไปใกล้ชิดมากนัก
เจตรินอาศัยตอนที่กินข้าวเช้าด้วยกัน ถามอารดาเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน แล้วถามเลยไปถึงเมทินีด้วยว่าเป็นอย่างไรบ้าง เธอกระเซ้าว่าเขาสนใจเพื่อนของเธอหรือ
“ผมมีอีริน่าแล้ว ไม่คิดชอบใครอีกและไม่เคยชอบใครมาก่อนที่จะแต่งงานกับอีริน่า”
อารดาหมดอารมณ์จะกินข้าว กระแทกช้อนส้อมแล้วลุกออกไป สวนกับอีริน่าที่ยืนฉีกยิ้มอยู่หน้าประตูห้องกินข้าว เพราะได้ยินคำพูดของเจตรินเต็มสองหู
อารดาพาลใส่ว่ายิ้มอะไร ผลักเธอหงายหลังแล้วตามเข้าไปจะตบซ้ำ อีริน่าไม่ยอมถูกทำร้ายฝ่ายเดียวโต้ตอบกลับไปบ้าง อารดาสู้ไม่ได้ร้องเรียกเจตรินให้มาช่วย เขากำลังคุยกับแหววเรื่องที่แม่แกล้งป่วยโดยใช้น้ำแดงมาทำเป็นเลือด ได้ยินเสียงเอะอะ รีบตามมาดู
ยัยแม่มดตบตีตัวเอง แล้วเอาเล็บข่วนแก้มจนเลือดซิบ ก่อนจะลงไปนอนกับพื้น ดึงเท้าอีริน่ามาวางบนอก เธอจะชักเท้าหนีแต่ไม่ทัน เจตรินเข้ามาเห็นเสียก่อน เธอเห็นสายตาตำหนิของเขา รู้ทันทีว่าอธิบายไปก็เท่านั้นเขาคงไม่รับฟัง จ้ำพรวดๆจากไป จิตรดาราซึ่งเห็นเหตุการณ์โดยตลอดขวางทางอีริน่าไว้ เยาะเย้ยว่า
“ไงล่ะ ฝีมือการต่อสู้เก่งนักเก่งหนา แต่ฝีมือมาร– ยาสาไถย ร้ายไม่ได้เสี้ยวเขา เสียใจด้วยนะยะอีริน่า
คนเก่ง”
“ช่วยกันรุมเหยียบย้ำซ้ำเติมกันเข้าไป ฉันเคยได้ยินคนพูดกันว่าหัวเราะทีหลังดังกว่า มาดูกันสิว่าใครที่จะหัวเราะทีหลังสุด” อีริน่าพูดจบ วิ่งออกจากบ้าน จิตรดาราเกลียดชังเธอเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เข้าไปพูดใส่ไฟให้เจตรินยิ่งเข้าใจอีริน่าผิดๆว่าเป็นคนทำร้ายอารดา ทีแรกเขาทำท่าจะเชื่ออย่างที่ตาเห็น
แต่พอจิตรดารามาช่วยยืนยันความผิดของอีริน่า เจตรินรู้สึกทะแม่งๆรีบตามอีริน่าไป โดยไม่ล่วงรู้ว่า
เขมชาติส่งสมุนมาซุ่มดูความเคลื่อนไหวอยู่หน้าประตูรั้ว และโทร.แจ้งเขาทันทีที่เห็นอีริน่าออกมา










