ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักหลงโรง

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-ดราม่า
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • ญนันทร
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • คนเขียนงา / หลี่เจิน
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ปิยะพงษ์ คำภากุล
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท เมกเกอร์ เจ กรุ๊ป จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • จรณ โสรัตน์, ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง

รักหลงโรง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ในฮอลล์จัดงานมอบรางวัล “THE BEST AWARDS 2016” แสงเสียงสีตระการตา มีผู้ร่วมงานนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเวที พิธีกรชายหญิงดำเนินรายการอย่างตื่นเต้นเร้าใจ

หลังจากเกริ่นนำแล้ว พิธีกรชายประกาศผู้ได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมประจำปี 2016 ได้แก่ “คุณกวินตรา ดาราฉาย”

ตอนที่ 2

ตุลาวิ่งตามรถตู้ของกีรณาไป รถตู้ขับผ่านรถกระบะของเขาไป มีรถของปาปารัสซีขับตามรถตู้ไป ตุลารีบขึ้นรถขับตามไปอย่างเร็ว

ขณะที่กีรณาอยู่บนรถตู้ก็ได้รับโทรศัพท์จากอารดา เธอรับสายถามเสียงเย็นชาว่าอาดามีอะไร ตนกำลังจะกลับคอนโด อารดานัดให้ไปพบกันที่ห้อง 405 โรงแรมเดอะไฮ กีรณาถามว่าอาไปทำอะไรที่นั่น?

ตอนที่ 3

ที่ศาลาสวดศพ เสี่ยฮุ่ยไปถึงก็เข้าไปหลีมัทรี ส่วนชิบก็ไปเจ๊าะแจ๊ะกัณหา แต่กัณหาไม่เล่นด้วยห้าวใส่จนเกือบมีเรื่องกัน มัทรีจึงเรียกกัณหาไปช่วยในครัวกัน

ไรวินทร์เห็นความห้าวของกัณหาก็ยิ้มชอบใจ

ตอนที่ 4

หลังจากเนตรดาราวางแผน “เขี่ย” กีรณาตกกระป๋องไปอย่างไม่มีวันได้ผุดได้เกิด และอ้อนบวรฤทธิ์ให้ฝากตนจนได้เข้าเสียบเป็นนางเอกแทนกีรณาแล้วก็ขัดแย้งกับโรสิตาที่เคยรวมหัวกันแกล้งกีรณา

ฝ่ายบวรฤทธิ์เมื่อไม่ได้กีรณามาปรนเปรอ ตนก็ยังมีเนตรดาราเป็นของตาย ต้องการเมื่อไรก็โทร.เรียก แต่วันนี้โทร.ไปแล้วเนตรดาราไม่รับสายจึงไปดักที่คอนโดที่ให้ไปอยู่แทนกีรณา เนตรดารากลับมากับนุ่มนิ่มที่ถือของตามมาส่ง นุ่มนิ่มสวัสดีบวรฤทธิ์ถามว่าท่านรู้จักน้องเนตรด้วยหรือ

เรื่องย่อละคร รักหลงโรง

หลังจากที่ตำรวจบุกทะลายงานปาร์ตี้งานหนึ่งก็ได้พบว่าดาราสาวซุปเปอร์สตาร์ผู้โด่งดังก้องฟ้าเมืองไทย นามว่ากีรณา ดรุโณทัย ถูกจับในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองซึ่งก็ทำให้อนาคตที่เคยรุ่งโรจน์ของหญิงสาวดับวูบ ชะตาพลิกผันอย่างที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน แม้กีรณาจะปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นอย่างไรแต่หลักฐานก็มัดเธอแน่นจนไม่อาจที่จะดิ้นหลุดในข้อหานี้ได้

ภายหลังจากกีรณาถูกจับก็เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมไปทั้งประเทศเนื่องจากเธอเป็นคนดังและนอกจากเธอจะไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือแล้วยังได้รับการซ้ำเติมจากคนรอบข้างเพราะก่อนหน้านี้ในเวลาที่เธอโด่งดังมักจะทำตัวอยู่เหนือคนอื่น พูดจาตรงไปตรงมาไม่ถนอมน้ำใจใคร ไม่เกรงใจใคร ผยอง มั่นใจและมีอีโก้ที่สูงมากจนทุกคนเอือมระอาแต่เพื่อผลประโยชน์จึงยอมที่จะอยู่ภายใต้อาณัติและเมื่อข่าวแพร่สะพัดออกไปงานทุกอย่างที่เธอเคยได้รับ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ละคร โฆษณาต่างก็ขอยกเลิกสัญญา อีกทั้งยังขอเงินค่าสัญญาคืนรวมถึงขอเงินชดใช้ค่าเสียหายเมื่อเธอถูกแบนและทำงานต่อไม่ได้ภายในระยะเวลาสองวันชีวิตอันฟูฟ่าหรูหราก็สิ้นสุดลงกลายเป็นคนตกอับเงินที่เคยมีส่วนหนึ่งก็ต้องจ่ายค่าชดเชยและอีกส่วนหนึ่งก็ถูกศราลีผู้เป็นอาที่ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวยักยอกและหนีไปต่างประเทศแม้จะพยายามขอความช่วยเหลือจากใครก็ไม่มีใครยอมช่วยรวมถึงศราลีที่ปล่อยให้กีรณาเผชิญชีวิตอยู่ตามลำพัง ซึ่งกีรณาไม่สามารถออกจากห้องไปไหนได้เนื่องจากมีนักข่าวคอบป้วนเปี้ยนทำข่าวของเธอเต็มไปหมด

ระหว่างที่หิวไส้จะขาดนั้นกีรณาก็นึกถึงชายหนุ่มคนหนึ่งที่เคยมาอ้างว่าเป็นตัวแทนญาติมาจากต่างจังหวัดมาขอพบเธอที่กองถ่ายละครเพื่อบอกว่ายายของเธอไม่สบายแต่ตอนนั้นเธอยุ่งและต้องปิดบังความจริงเกี่ยวกับชาติกำเนิดของตัวเองจึงไล่เขาไป หากเขากลับนำนามบัตรมาสอดไว้ในมือเธอซึ่งเป็นนามบัตรของคณะลิเกคณะหนึ่งซึ่งกีรณารู้จักดีแม้ว่าเธอจะไม่กลับไปที่นั่นเป็นเวลากว่าสิบปี เธอจึงตัดสินใจที่จะโทรไปหาและบอกเขาว่าจะไปเยี่ยมยายที่ป่วยอยู่

เมื่อชายคนนั้นมากีรณาจึงให้ รปภ.ประจำตึกเคลียร์ทางให้และกระโดดขึ้นรถของชายหนุ่มผู้เป็นตัวแทนของยายขวัญเจ้าของคณะลิเกเพื่อไปหาท่านและหลบอยู่กับท่านสักระยะจนกว่าเรื่องจะคลี่คลาย แต่ชายหนุ่มที่เธอมารู้ภายหลังว่าเขาชื่อตุลากลับตะโกนใส่หน้าเธอว่ายายขวัญเสียชีวิตแล้วและกำลังจะฌาปนกิจในวันนี้ กีรณาตกใจมากเธอไม่คิดว่ายายเธอจะจากไปเร็วถึงขนาดนี้ เธอจึงขอให้คชาพาไปงานเผาเพื่ออำลาท่านเป็นครั้งสุดท้าย

ตุลามีอคติกับกีรณาอย่างมาก เนื่องจากเขาเป็นนักกฎหมาย ยึดความซื่อตรง ซึ่งในขณะนี้ชายหนุ่มมีอาชีพเป็นทนายความสอบเนติบัณฑิตได้และกำลังอยู่ในระหว่างพักเพื่ออ่านหนังสือเตรียมสอบเป็นผู้พิพากษา เมื่อรู้ว่ากีรณาต้องมาตกอับเพราะข้อหายาเสพติดทำให้เขาไม่ค่อยชอบใจนัก อีกทั้งการวางตัวของกีรณาช่างห่างไกลจากคำว่าน่ารัก ยังทะนงตนไม่เลิกทั้งที่ตอนนี้เธอแทบจะไม่เหลืออะไรนอกจากความสวยทำให้เขามึนตึงกับเธอไปตลอดทาง

เป็นครั้งแรกที่กีรณารู้สึกว่าตัวเองถูกหมางเมิน ทั้งที่ตลอดมามีผู้ชายวิ่งเข้าหาเธอตลอดทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจตุลาเช่นกันและอยากเอาชนะเขา แต่ไม่ว่าเธอใช้ความสวยความน่ารักหลอกล่อ ก็ไม่ได้ทำให้ตุลาหลงใหลเธอแม้แต่น้อย หนำซ้ำเขายังทำท่าทางรำคาญจนกระทั่งถึงวัดซึ่งก็ทันเวลาที่ทางวัดกำลังจะเอายายขวัญใส่เตาเผา

กีรณาเผาศพยายด้วยความเสียใจ เธอรู้สึกใจหาย เพราะในวัยเด็กนั้นเธออยู่กับยายหลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิต ซึ่งชีวิตในช่วงนั้นเป็นไปด้วยความคับแค้นยากจน ยายขวัญเป็นเจ้าของคณะลิเก รับการแสดงตามงานวัด ซึ่งแต่ละครั้งก็ได้เงินไม่มากนักซึ่งต้องแบ่งให้กับนักแสดงรวมถึงนักดนตรี แต่ยายก็ยังยึดคณะลิเกเป็นอาชีพซึ่งกีรณาไม่ได้ชอบเอาเสียเลย เมื่อไปโรงเรียนก็ถูกเพื่อนล้อเลียน กีรณาจึงอยากออกจากคณะลิเกไปมีชีวิตที่สุขสบายกว่า มีชีวิตที่หรูหรา แล้ววันหนึ่งความฝันนั้นก็เป็นจริงเมื่ออารดาอาของเธอมารับและบอกว่าจะพาไปอยู่ต่างประเทศเธอจึงตกลงทันทีทอดทิ้งยายขวัญและคณะลิเกเอาไว้ข้างหลังอย่างไม่ใยดีอารดานำกีรณาไปอยู่ด้วยที่ต่างประเทศราว ๆ หนึ่งปีและหลังจากที่กลับมากีรณาก็เดินทางตามความฝันของตัวเองคือไปสมัครเป็นนักแสดง ซึ่งเธอก็ทำได้ดี โด่งดังขึ้นในช่วงเวลาไม่นานและกลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ในปัจจุบัน

แต่เมื่อเข้าวงการบันเทิง กีรณาถูกสร้างให้เป็นคนใหม่ ถูกเปลี่ยนชื่อเล่นจากแก้วเป็นแกรนด์ส่วนชีวิตในวัยเด็กนั้นถูกปรับเปลี่ยนว่าเติบโตมาจากต่างประเทศ ซึ่งอารดานั้นก็เต็มอกเต็มใจที่จะให้กีรณาเข้าวงการบันเทิงอย่างเต็มตัวเพราะคือรายได้อันมากมายที่ช่วยให้ชีวิตของทั้งคู่ดีขึ้น โดยอารดาเข้ามาเป็นผู้จัดการส่วนตัวดูแลให้เรื่องคิว เรียกค่าตัว โดยมีเจ๊แหม่มเป็นผู้หางานให้และกินเปอร์เซ็นต์อีกทีซึ่งในระหว่างที่กีรณามีชื่อเสียงเธอก็ไม่ได้ติดต่อกลับมายังยายขวัญอีกเลย ส่วนยายขวัญเองก็ปล่อยให้กีรณามีชีวิตของเธอแต่ก็ติดตามข่าวอยู่เสมอโดยไม่ติดต่อไปหาเช่นกัน

เมื่อเผาศพยายขวัญเสร็จ กีรณาก็ถูกตุลาบังคับให้มาจัดการกับคณะลิเก ตอนแรกกีรณาคิดว่าไม่ใช่เรื่องของตนแต่เมื่อคิดว่าน่าจะมีอะไรที่พอจะขายและนำรายได้มาสู่เธอได้เธอจึงยอมไปเพราะตอนนี้เธอกำลังตกยาก เมื่อไปถึงกีรณาก็พบว่ายายขวัญได้เลี้ยงคนไว้ในคณะลิเกจำนวนกว่าสิบคน ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นคนเก่าคนแก่ที่เธอเคยเห็นหน้าและอยู่กับยายขวัญมาเป็นสิบปี เมื่อทุกคนเห็นกีรณาก็ดีใจแต่กีรณากลับไม่รู้สึกเช่นนั้น เธอเห็นว่าทุกคนคือภาระจึงประกาศว่าจะยกเลิกคณะลิเก และจะขายทุกอย่างที่ขายได้โดยไม่สนใจเลยว่าการกระทำของเธอนั้นจะทำให้ใครเดือดร้อนหรือขาดรายได้ไปบ้างเพราะคนทั้งหมดหากินกับคณะลิเกมานาน

ตุลาซึ่งทนความเห็นแก่ตัวของกีรณาไม่ไหวเอาเอกสารสัญญาที่ยายขวัญได้ทำไว้กับนายจ้างที่มาจ้างการแสดง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานวัดและงานแก้บนมาให้กีรณาดู และบอกว่าหากกีรณายกเลิกจะต้องจ่ายเงินค่ายกเลิกสัญญาเป็นสองเท่าของค่าจ้าง ซึ่งรวมแล้วก็เป็นจำนวนเงินหลายแสนบาทกีรณาตกใจ เธอไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์อย่างนี้จึงปฏิเสธและทำเป็นไม่รับรู้จะกลับกรุงเทพโดยที่ไม่แตะต้องอะไรเลย เคยอยู่กันมาอย่างไรก็ให้อยู่กันอย่างนั้น แต่ตุลาบอกว่าไม่ได้เพราะในสัญญายายขวัญได้ระบุว่ากีรณาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมดหากยายขวัญมีอันเป็นไปเนื่องจากกีรณาเป็นทายาทคนเดียวอย่าว่าเงินแสน ตอนนี้เงินหมื่นกีรณายังแทบไม่มีเนื่องจากศราลีได้จากไปและไม่ยอมติดต่อเธอกลับมา แต่อย่างไรก็ตามกีรณาก็เดินทางกลับกรุงเทพแต่เมื่อเธอกลับไปนั้นก็พบว่าห้องเช่าสุดหรูกลางกรุงของเธอได้ถูกเจ้าของยึดกลับแล้วเนื่องจากเธอไม่ได้จ่ายค่าเช่า สุดท้ายกีรณาก็ต้องกลับอยุธยาและเหตุการณ์บังคับทำให้เธอต้องไปบริหารจัดการคณะลิเก
กีรณากลับไปอยู่บ้านเดิมเมื่อสมัยที่เธอเป็นเด็กซึ่งเป็นบ้านไม้หลังเล็กๆยกใต้ถุนสูง ที่นี่มีผู้คนในคณะลิเกอยู่ด้วยกันทำให้เธอไม่มีความเป็นส่วนตัว เวลานอนก็ต้องนอนกับกันหาลูกสาวของนรีนางเอกลิเกเก่าซึ่งบัดนี้ตาบอดข้างหนึ่งและเสียโฉมจากการถูกสามีสาดน้ำกรดใส่ ซึ่งกันหาไม่ค่อยชอบกีรณานักเนื่องจากนิสัยส่วนตัวที่ขี้วีน ขี้เหวี่ยงของกีรณา ทั้งคู่มีเรื่องทะเลาะกันบ่อยครั้งแต่ก็ยังต้องทนใช้ห้องเดียวกัน

คณะลิเกประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายกีรณาจึงคิดจะเอาคนออก แต่ตุลาที่ทนไม่ได้กับความคิดอันเห็นแก่ตัวของกีรณาก็เอาสัญญาอีกฉบับมาให้กีรณาดู ว่ากีรณาต้องเลี้ยงดูคนทั้งหมดหากไล่ใครออกต้องจ่ายเงินชดเชยจำนวนห้าแสนต่อคน ซึ่งกีรณาไม่มีเงินและไม่สามารถที่จะเลี้ยงคนเหล่านี้ได้ตุลาเสนอหนทางหารายได้ให้กับกีรณา
บ้านของยายขวัญพอมีอาณาบริเวณอยู่บ้างและคนที่อาศัยในบ้านก็ได้ปลูกผักสวนครัวเอาไว้ ตุลาจึงพากีรณาไปเก็บมาจำหน่ายหลังจากที่เหลือกิน อีกทั้งริมทางยังมีดอกแค ดอกโสน ตำลึงและในบึงก็มีสายบัวและฝักบัวซึ่งสามารถนำไปขายได้ เศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวค่อยๆถูกตุลาแทรกเข้าไปในหัวใจของกีรณาโดยที่กีรณาไม่รู้ตัวเมื่อไม่มีทางเลือกกีรณาจึงต้องทำหน้าที่แม่ค้าจำเป็น เธอเก็บผักสวนครัวไปขายในตลาดซึ่งกันหาเองก็ช่วยขายและชาลีซึ่งน้องชายของกันหาและเป็นพระเอกลิเกในคณะรวมถึงชาวคณะคนอื่นๆก็เริ่มปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ส่วนหนึ่งเก็บไว้กิน เมื่อเหลือก็ขายเป็นรายได้ ถึงไม่มากนักก็สามารถทำให้คณะลิเกอยู่รอด มีอาหารทุกมื้อไม่อด

เมื่อกีรณาขายของได้เธอก็รู้สึกดีและเริ่มสนุกกับมัน มองเห็นคุณค่าของเงินที่ได้มาแต่ละบาทที่ครั้งหนึ่งเธอใช้จ่ายอย่างไร้ความจำเป็น ความมีน้ำใจ ช่วยเหลือกันของทุกคนทำให้กีรณารู้สึกว่าความจริงการใช้ชีวิตอยู่ในต่างจังหวัดก็ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้าย เงินไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชีวิตมีความสุข ซึ่งเป็นทฤษฎีที่ค้านกับชีวิตที่ผ่านมาของเธออย่างเหลือเกินระหว่างนี้กีรณาได้เห็นความเอื้อเฟื้อ ความมีน้ำใจของทุกคนที่ไม่ใช่ญาติทางสายเลือดแต่ก็อยู่กันอย่างญาติ มีการแบ่งปันกัน แม้กระทั่งไข่ต้มฟองเดียวยังแบ่งกินกันครบทุกคนทั้งที่เมื่อก่อนเธอกินทิ้งกินขว้างอย่างไม่รู้คุณค่าของอาหาร

ชีวิตของกีรณาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือและเธอก็พบว่าชีวิตที่แสนวุ่นวายนี้ก็มีความสุขได้เหมือนกัน กันหาและกีรณาเริ่มญาติดีกัน และคุยกันมากขึ้นและวันหนึ่งกันหาทะเลาะกับนรีเพราะกันหาต้องการออกจาโรงเรียนเมื่อไม่มียายขวัญคอยส่งเสียแล้วซึ่งกีรณาเองก็ไม่เห็นด้วยกับกันหา สุดท้ายจึงขอให้กันหาเรียนต่อโดยเธอจะเป็นผู้ส่งเสียเองแต่มีข้อแม้ว่ากันหาจะต้องคืนเงินเธอทุกบาททุกสตางค์เมื่อเรียนจบเพราะรู้ว่ากันหาเป็นคนที่มีศักดิ์ศรีจะไม่ยอมรับเงินจากเธอฟรีๆอย่างแน่นอน เมื่อได้รับข้อเสนอดังนั้นกันหาก็ยินยอม

หยกฟ้านางเอกลิเกของคณะหนีไปกับผู้ชาย เป็นปัญหาให้คณะขาดนางเอกละคร กีรณาจึงต้องแก้ปัญหาด้วยการเป็นนางเอกลิเกแทนทั้งที่ไม่เต็มใจโดยมีข้อแม้ว่าเธอจะต้องแต่งหน้าให้หนาไม่ให้มีใครจำเธอได้ เพราะไม่อยากให้ใครมองว่าตกอับจนต้องมาแสดงลิเกในคณะเล็กๆซึ่งนรีก็รับปากจะทำตามที่กีรณาต้องการ
แม้กีรณาเคยเล่นลิเกเมื่อตอนเด็กแต่ในตอนนี้เธอก็จำไม่ได้จึงนรีสอนให้ การเล่นลิเกครั้งแรกของเธอไม่ดีนัก เนื่องจากกีรณาไม่กล้าที่จะร้องจะรำเต็มที่เพราะเธอยังรู้สึกว่าตัวเองเคยเป็นซุปเปอร์สตาร์ งานอย่างนี้ไม่เหมาะกับเธอเลย การแสดงล่มไม่เป็นท่า ถูกคนดูโห่ และเจ้าภาพขอเงินคืนซึ่งหากคืนเงินไปก็จะไม่มีข้าวสารสำหรับวันพรุ่งนี้ไว้เลี้ยงดูผู้คน กีรณาจึงไม่อาจคืนได้สุดท้ายเธอขอแสดงใหม่ในวันพรุ่งนี้

ความเครียด ความกดดันทำให้กีรณาแอบไปร้องไห้ที่ริมคันนา ซึ่งตุลากำลังฉีดสมุนไพรฆ่าแมลงอยู่ในนาข้าวบังเอิญเห็นเข้าซึ่งเขาก็รู้สึกเห็นใจและสงสาร ที่ผ่านมาเขาก็พบว่าเนื้อแท้ใจจริงของกีรณาก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายอะไรนัก เพียงแต่โตมาในสภาพแวดล้อมที่ทำให้เธอกลายเป็นคนเช่นนั้น จึงเขามาพูดเพิ่มแรงใจ “การเป็นนักแสดงไม่ว่าอยู่ในบทบาทไหนก็ต้องทำให้ดีที่สุด” ซึ่งคำพูดของตุลาทำให้กีรณาคิดได้ เมื่อต้องขึ้นแสดงอีกครั้งเธอก็ทำได้ดีและได้รับพวงมาลัยเป็นรางวัลแม้จะไม่มากมายนักแต่กีรณาก็มีความสุขอย่างประหลาด

ลุงเสริมหนึ่งในนักดนตรีป่วยจำเป็นต้องใช้เงิน แต่ลุงเสริมก็ไม่มีรายได้อะไร กีรณาจึงเอาเงินที่ตนเองเก็บหอมรอมริบจากพวงมาลัยที่บรรดาแม่ยกให้มาเป็นพิเศษออกมาเป็นค่ารักษาลุงเสริม ทั้งที่ความจริงแล้วนั้นเธอต้องการเก็บเงินก้อนนี้เอาไว้จ่ายค่าชดเชยให้กับเจ้าภาพที่จ้างงานไว้ล่วงหน้าเนื่องจากไม่อยากทำคณะลิเกอีกต่อไป แต่ถึงกีรณาจะเอาเงินทั้งหมดออกมาก็ไม่พอ ชาลีซึ่งเป็นพระเอกในคณะจึงเอาเงินของตนออกมาด้วย รวมถึงคนอื่น ๆ ลงขันทำให้ลุงเสริมมีเงินมากพอที่จะทำการรักษา แม้เงินจะหมดแต่กีรณาก็สุขใจเมื่อได้รับลุงเสริมกลับบ้าน เธอรู้สึกดีที่ได้ดูแลคนอื่น และรู้สึกถึงคำว่ารับผิดชอบเพราะเวลานี้เธอเสมือนเป็นหัวหน้าครอบครัว

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:15 น.