สมาชิก

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์

ตอนที่ 5

ระหว่างผู้เฒ่าผู้แก่กำลังพากันผูกข้อมือให้คู่บ่าวสาวนั้น ลูกน้องทับทิมเข้ามายืนกระสับกระส่ายไม่กล้าเข้ามาในงาน ทับทิมเห็นดังนั้นจึงลุกไปหา

ลูกน้องทับทิมมารายงานว่า พบกลุ่มชายแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้าน บรรดาผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องรู้ข่าวต่างพากันหน้าเครียดขรึม สร้อยสังเกตอยู่พยายามที่จะดูว่ามีเรื่องอะไร แต่ก็ไม่มีใครสนใจ ต่างร่วมดำเนินพิธีต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ไกสอนฟังรายงานแล้วพยักหน้า ทับทิมรีบผละออกไปทันที

พวก ชายใหญ่เดินหลุดจากส่วนถ้ำที่เป็นทางเข้าหมู่บ้าน พบกับบรรยากาศแปลกใหม่ หันมองด้านหลังก็ไม่เห็นทางออกหมู่บ้านแล้ว เพราะมีหมอกควันปกคลุมไปทั่ว ทุกคนจึงมองที่พื้นเพื่อหาร่องรอยการเดินทาง พบรอยเท้าแต่ไม่ใช่รอยของพวกทหารเวียง เพราะมีทั้งรอยผู้หญิงผู้ชายหลายลักษณะ และรอยสับสนเหมือนมีคนเดินผ่านไปมาแถวนี้ไม่น้อย

“ชายเล็กอาจจะหลงทางมาแถวนี้ก็ได้นะครับพี่ชายใหญ่” ชายภัทรคาดคะเนจากร่องรอยที่พบ

“อาจ จะเป็นไปได้ มีหมอกควันปิดทางเข้าออกไว้อย่างนี้ ชายเล็กถึงได้หาทางออกไปจากที่นี่ไม่ได้” ชายใหญ่เห็นด้วย ชัชวีร์เร่งให้รีบตามรอยเท้าพวกนี้ไปดีกว่า แต่พอก้าวไปไม่กี่ก้าว ชัชวีร์ก็ยกมือให้ทุกคนหยุดเดิน เพราะเห็นเถาวัลย์ที่ขึงเป็นกับดัก พอชัชวีร์ฟันเถาวัลย์ขาด ไม้ไผ่แหลมๆก็พุ่งพรูขึ้นมา จนทุกคนหลบกันแทบไม่ทัน

ผ่านนาทีเฉียดตายมาได้ ทุกคนมองหน้าอย่างรู้กันถึงอันตรายรอบข้างที่มีอยู่

ooooooo

ส่วน ที่น้ำตกในหมู่บ้านวลาหก จ่อยไม่ยอมให้จันทาไปไหน อ้างว่าตนเป็นคนช่วยชีวิตเธอไว้ย่อมมีสิทธิ์สั่งได้ หว่านล้อมจนจันทาสงบลง จ่อยถามว่าแม่เฒ่ารู้เรื่องนี้ไหม บอกคุณชายหรือเปล่า เห็นจันทานิ่ง จ่อยพูดอย่างห่วงใยจากใจว่า

“เจ้าบ่ได้บอกไผเลยบ่ บ่มีย่ามผ้าบ่มีเสบียงติดตัวมาเลย เจ้าหุนหันพลันแล่นตัดสินใจมาอย่างคนบ่มีสติ บ่ได้คิดให้ดีก่อน กลับไปกับข้อย” จ่อยจูงมือจันทาพาเดิน “เฮาไปช่วยกันคึดว่า สิเฮ็ดหยังกับชีวิตเจ้าต่อไปดี บ่ว่าเจ้าสิตัดสินใจจังได๋ ข้อยกะอยู่เคียงข้างเจ้า ช่วยเจ้าเอง เจ้าบ่ได้อยู่ตัวคนเดียวเด้อ...เจ้ายังมีอ้ายจ่อยคนนี้ จำไว้ด้วย”

เมื่อขบวนพาบ่าวสาวมาถึงเรือนตาจั่นเพื่อส่งเข้าหอ สร้อยไม่เห็นพ่อใหญ่ หันไปถามแฮรี่ว่า ทำไมพ่อใหญ่ยังไม่มาเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า

แฮ รี่ตัดบทว่า วันนี้เป็นวันดีวันมงคลอย่าไปคิดเรื่องอื่น ให้คิดแต่เรื่องงานแต่งงานของตัวเองก็พอ ฟังแล้วสร้อยยิ่งกังวล จนชายเล็กบอกว่า พ่อใหญ่อยู่บนเรือนแล้ว พ่อใหญ่คงเดินไม่ค่อยสะดวกเลยมารอเราอยู่ที่นี่ สร้อยมองไปเห็นพ่อใหญ่กับไกสอนยืนอยู่จริงๆ จึงคลายกังวล

เมื่อทำ พิธีส่งตัวเสร็จ แม่เฒ่าย้ำกับคุณชายรัชชานนท์และสร้อยว่า ห้ามออกจากห้องหอจนกว่าจะเช้า ทั้งสองเลยเข้าไปนั่งกันอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะมือยังถูกด้ายขาวมัดติดกันอยู่

ooooooo

คณะตามชายเล็ก เดินถลำลึกเข้ามาในหมู่บ้านมากขึ้นทุกที จนชัชวีร์เตือนทุกคนว่า มีเสียงบางอย่างเคลื่อนไหวผิดปกติ ทุกคนเลยตึงเครียดขึ้นมาอีก

ทันใด นั้น มีลูกดอกอาบยาสลบพุ่งมาปักที่แขนของชายภัทรอย่างแม่นยำ ชัชวีร์ยิงปืนสวนไป ปรากฏลูกดอกพุ่งสวนมาหลายดอก แต่ไม่ถูกใคร ชัชวีร์บอกชายใหญ่ให้รีบพาชายภัทรออกไปก่อน ก็มีเสียงลึกลับบอกมาว่า

“เข้ามาแล้ว ออกไปบ่ได้!!”

เสียงทับทิมนั่นเอง!

ชาย ใหญ่วางร่างชายภัทรลงกับพื้น ชัชวีร์เข้ามายืนเคียงข้างชายใหญ่อย่างพร้อมเผชิญสถานการณ์ ทันใดนั้นจ่อยกับจันทาทะเล่อทะล่าเข้ามาอย่างตกใจ จ่อยบอกจันทาให้กลับเรือนไปก่อน ถามทับทิมว่าตนได้ยินเสียงปืน เกิดอะไรขึ้นหรือ พอเหลือบเห็นพวกชายใหญ่ จ่อยถามว่าพวกนี้เข้ามาได้อย่างไร

ชัช วีร์ฉวยโอกาสที่ทับทิมกับจ่อยกำลังพูดกันพุ่งเข้าชาร์จทันที ชายใหญ่เข้าช่วย แต่เพราะทุกคนไม่คุ้นชินกับการใช้กำลัง กอปรกับฝ่ายทับทิมมีคนมากกว่า เพียงชั่วอึดใจเดียว ทั้งสองก็ถูกเล่นงานหมดสติ ลากไปกองรวมกันที่พื้น

ชายใหญ่ ชายภัทร ชัชวีร์ ถูกมัดเอาตัวกลับไปที่ท้ายหมู่บ้าน จ่อยกับทับทิมยืนมองทั้งสามที่นอนไม่ได้สติหมดสภาพที่พื้น ทับทิมเชื่อว่าพวกนี้ไม่ใช่พวกทหารเวียง จ่อยไม่เชื่อคาดว่าอาจเป็นทหารรับจ้างของเวียงพูคำก็ได้

“ข้อยไป รายงานพ่อใหญ่ก่อน เจ้าคุมพวกมันอยู่หม่องนี้” ทับทิมบอกจ่อย แล้วจะไป จ่อยเรียกไว้ถามว่างานแต่งงานของสร้อยเป็นอย่างไรบ้าง “งานแต่งงานกะคืองานแต่งงาน สิเป็นจังได๋ได้” ทับทิมตอบอย่างรำคาญใจ

จ่อย เห็นจันทามาชะเง้อมองพวกชายใหญ่ จึงหันสั่งชายสองคนที่ยืนอยู่ให้เฝ้าพวกนั้นไว้แล้วตัวเองก็เดินไปหาจันทา ถามว่าตามมาทำไม ทำไมไม่กลับเรือน

“ผู้ชายพวกนั้นบ่ใช่คนร้ายดอก อ้ายจ่อย” จันทาพูดอย่างเชื่อสายตาตัวเอง จ่อยไม่เชื่อ จันทาเองก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะอธิบาย พูดได้แต่ว่า “ข้อยคึดว่า พวกเพิ่นมาดีบ่ได้มาร้าย เจ้าอย่าเฮ็ดอะหยังเพิ่นเลยเด้อ อ้ายจ่อย”

เวลาผ่านไปไม่นาน ชายใหญ่ได้สติขึ้นก่อน

ชายภัทรกับชัชวีร์รู้สึกตัวตามมา ทั้งสามลุกขึ้นนั่งถามกันว่า ที่นี่มันที่ไหน รู้ไหมว่าพวกนั้นเป็นใคร ชัชวีร์มองชายสองคนที่ยืนคุมอยู่ บอกชายใหญ่กับชายภัทรว่า

“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน น่าจะเป็นพวกต่างด้าวที่ข้ามชายแดนมาฝั่งไทย แต่ไม่น่าเป็นพวกชาวบ้านธรรมดา ดูวิธีที่มันใช้อาวุธ มีการฝึกมาอย่างดี”

ชายใหญ่ฉุกคิดว่าอาจเป็นกองกำลังกู้ชาติที่มาส้องสุมอยู่ในไทยก็ได้ ชายภัทรถามว่ากองกำลังกู้ชาติไหนหรือ

“กองกำลังกู้ชาติของเวียงพูคำ” ชัชวีร์ตอบเหมือนคุ้นเคยกับเรื่องนี้ดี

ขณะนั้นเอง พ่อใหญ่เดินเข้ามา ตามด้วยไกสอนและแฮรี่ จ่อยรีบรายงานว่า พวกเราจับมาได้สามคนจะให้จัดการอย่างไรพ่อใหญ่สั่งมาได้เลย ทับทิมเอาปืนสามกระบอกและมีดสามเล่มที่ยึดได้มาวางไว้บนโต๊ะ บอกพ่อใหญ่ว่า

“พวกมันบ่ได้พกอาวุธมาหลายนัก น่าสิเป็นพวกคนเดินป่าหลงทางเข้ามา” พ่อใหญ่ถามว่ารู้ไหมว่าเป็นใคร “พวกมันบ่มีหลักฐานอะหยังติดตัวมาเลย ข้อยรอให้พวกมันฟื้นแล้วสิสอบปากคำพวกมันครับพ่อใหญ่”

“พวกมันต้องเป็นคนของไอ้เซกองส่งมาอีหลี

พ่อใหญ่ บ่จังซั่นพวกมันสิกล้าฝ่ามนต์หมอกของแม่เฒ่าเข้ามาในหมู่บ้านเฮาบ่” จ่อยฟันธง

“เข้าใจผิดแล้ว พวกเราไม่ใช่คนของใครทั้งนั้น!!” ชายใหญ่เอ่ยขึ้น

พ่อใหญ่หันมอง แล้วมองไล่ไปทีละคน หยุดนิ่งที่ชัชวีร์บอกว่า “เฮาสิสอบปากคำเอง”

เมื่อพ่อใหญ่ระบุให้พาชัชวีร์ไปให้ตนสอบปากคำ ทับทิมจึงพาตัวชัชวีร์ออกไป

ooooooo

คุณชายรัชชานนท์กับสร้อย ในฐานะคู่บ่าวสาวที่แม่เฒ่าสั่งให้ต้องอยู่ด้วยกันในห้องหอจนกว่าจะเช้านั้น ยังความอึดอัดใจแก่สร้อยมาก ทั้งหงุดหงิดชายเล็กที่พยายามญาติดีด้วยและเป็นห่วงสถานการณ์ข้างนอกที่รู้สึกไม่ปกติ

สร้อยทนร้อนใจไม่ได้ ยิ่งเมื่อเห็นบรรดาชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านพากันเดินไปทางเดียวกันเหมือนกำลังจะออกศึก ก็ตัดสินใจเอามีดที่พกติดตัวออกมาตัดด้ายขาวที่ผูกมือทั้งสองเข้าด้วยกันขาดผึง วิ่งพรวดไปเกาะขอบหน้าต่าง ร้องบอกชายเล็ก

“คืนนี้เจ้าเข้าหอไปผู้เดียวเหอะ คุณชายเล็ก”พูดแล้วปีนหายไปอย่างรวดเร็ว ชายเล็กหันรีหันขวาง ตัดสินใจเป็นไงเป็นกัน ปีนตามสร้อยลงไปอีกคน
ชายเล็กวิ่งตามสร้อยไปทันที่ท้ายหมู่บ้านดึงสร้อยไว้อ้างว่าสร้อยต้องเชื่อฟังตนเพราะตนเป็นผู้นำชีวิต ของเธอแล้ว

“ฝันไปเถอะ ชาตินี้อย่าได้หวังว่าข้อยสิเชื่อฟังเจ้า แล้วข้อยกะบ่ต้องให้เจ้ามานำชีวิต ข้อยมีมือมีตีน ข้อยบ่ต้องพึ่งอะหยังเจ้า”

“เอ้า ไม่พึ่งก็ไม่พึ่ง เอาอย่างนี้ เธอไปที่ท้ายหมู่บ้านดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น ส่วนฉันจะไปถามพ่อใหญ่ให้เอง  ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ เราจะยังไม่ไปจากหมู่บ้าน ถึงเธอไม่อยากพึ่งฉัน แต่ฉันก็อยากจะช่วยเธอปกป้องทุกคนที่นี่”

จันทาเดินมาเจอทั้งสอง จันทาเอะใจว่าทำไมทั้งสองจึงออกมาที่นี่ พอดีชายเล็กหันเห็นจันทา เลยถามว่ารู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นในหมู่บ้าน พอจันทาบอกว่ามีคนบุกเข้ามาในหมู่บ้านทับทิมกับจ่อยจับตัวไว้แล้ว สร้อยถามว่าเป็นพวกทหารเวียงใช่ไหม

“บ่ใช่...” จันทาปฏิเสธแล้วหันไปพูดกับชายเล็ก “จักทาคิดว่าน่าจะเป็นคนไทยนะคะ แต่ดูเหมือนไม่ใช่คนท้องถิ่น ไม่รู้ว่ากล้าเสี่ยงตายมาถึงที่นี่ได้ยังไง”

“พวกมันคงมาหาที่ตายมั้ง ข้อยไปเฮ็ดให้พวกมันสมหวังเอง!” สร้อยพรวดพราดออกไป ชายเล็กรีบตามไป ทิ้งจันทาให้ยืนเศร้าอยู่ตรงนั้น

ooooooo

พ่อใหญ่สอบปากคำชัชวีร์ด้วยตัวเอง พ่อใหญ่มอง ชัชวีร์ไม่วางตายิ่งดูก็ยิ่งคลับคล้ายคลับคลาลูกชายที่หายไปแต่ก็เตือนตัวเองว่าอาจจะเป็นไปไม่ได้
พ่อใหญ่ ไกสอน และแฮรี่ ถามชัชวีร์ว่าเขาเป็นใคร ลูกเต้าเหล่าใคร และมาที่นี่ทำไม

“ผม...เรืออากาศโทชัชวีร์ เทวพรหม พ่อของผมคือ พลตรีหม่อมราชวงศ์ อนุพันธ์ เทวพรหม ถึงผมจะเป็นนายทหาร ผมขอยืนยันว่า ผมมาที่นี่ด้วยเรื่องส่วนตัวและก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างไร ผมมาช่วยเพื่อนตามหาพี่ชายของเขาที่หายมาในป่านี้”

“คุณมาตามหาใคร” พ่อใหญ่เอะใจ

“เรามาตามหาคุณชายรัชชานนท์ น้องชายของคุณชายธราธรและคุณชายพุฒิภัทรที่พวกคุณจับตัวไว้อยู่”

“คุณชายรัชชานนท์...” พ่อใหญ่อึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง

แต่ที่ท้ายหมู่บ้าน จ่อยยังวางมาดข่มขู่พวกชายใหญ่จะให้รับสารภาพว่ามาทำอะไรที่นี่ ทั้งชายใหญ่และชายภัทรไม่หวาดกลัวการข่มขู่นั้น หากตอบโต้อย่างแข็งกร้าวว่าถ้ายังไม่เอาคนของตนมาก็จะไม่บอกอะไร

ขณะจ่อยยกปืนขู่หมายให้ทั้งสองยอมอ่อนข้อให้นั่นเอง ก็ต้องชะงักเมื่อเสียงชายเล็กร้องห้าม

“บักจ่อย! หยุดเดี๋ยวนี้!”

“ชายเล็ก!!” ชายใหญ่กับชายภัทรอุทานอย่างตื่นเต้นสุดๆ

ชายเล็กกับสร้อยรีบเดินเข้ามา พอเห็นว่าใครเป็นใคร ชายเล็กชะงักกึก อุทานอย่างไม่เชื่อสายตา

“พี่ชายใหญ่! พี่ชายภัทร!!”

สร้อยกับจ่อยเห็นอาการของทั้งสามก็อดตื่นเต้นไปด้วยไม่ได้ ชายเล็กรีบเข้าไปช่วยแก้เชือกให้พี่ชายทั้งสอง

สถานการณ์ผ่อนคลายลงในพริบตา ทั้งหมดพากันไปที่เรือนพ่อใหญ่ ยังกอดกันด้วยความดีใจไม่หยุด พอพ่อ ใหญ่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ก็เอ่ยขอโทษทุกคนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะพวกตนกำลังถูกทหารเวียงตามล่าจึงต้องระวังตัวมาก

“พวกผมเองก็ต้องขอโทษพ่อใหญ่ครับ ที่ล่วงล้ำเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาตก่อน ถ้าพวกเรารู้ว่าที่นี่เป็นหมู่บ้านลี้ภัยของชาวเวียงพูคำ เราคงจะเข้ามาอย่างระมัดระวังมากกว่านี้” ชายใหญ่เอ่ยขึ้น

“ขอบคุณนะครับที่ช่วยชีวิตน้องชายผมไว้ ชายเล็กคงมีบุญจริงๆ ถึงได้มาอยู่ในความดูแลของชาวเวียงพูคำที่มีน้ำใจอย่างนี้” ชายภัทรเอ่ยจากใจ

พ่อใหญ่บอกว่าต้องขอบคุณสร้อยลูกสาวตนที่ช่วยชีวิตคุณชายไว้ ตนก็แค่ทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีเท่านั้น สร้อยเอ่ยขึ้นว่า ถ้าคุณชายพาตนไปกรุงเทพฯเมื่อไรตนจะตามหาเจ้าชายรัชทายาททันที ทำให้ชายใหญ่ ชายภัทร และชัชวีร์ มองหน้ากันงงๆ

“เอ่อ...คือสร้อยฟ้าจะกลับไปกับผมด้วยนะครับ เอ่อ...คือ...เราสองคนแต่งงานกันแล้ว เมื่อเช้านี้เองครับ” ชายเล็กพูดไม่เต็มเสียง เก้อๆ เขินๆ มองหน้าพี่ๆ และชัชวีร์ทำหน้าไม่ถูก แต่ต้องพูดให้ชัดเจน จึงอธิบายว่า

“ตอนนี้สร้อยฟ้าเป็นภรรยาผมโดยถูกต้องตามประเพณีแล้ว”

และเมื่อได้เล่ารายละเอียดให้ทุกคนฟังรวมทั้งเรื่องที่พ่อใหญ่ให้สร้อยไปสืบหารัชทายาทฟังแล้ว ชายใหญ่เข้าใจเรื่องที่ชายเล็กต้องแต่งงานกับสร้อยได้แต่หนักใจเรื่องที่ต้องไปตามรัชทายาทบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

“อย่าเพิ่งไปถึงเรื่องตามหาเจ้าชายเวียงพูคำเลยครับ เรามาคิดถึงเรื่องที่ต้องเจอก่อนดีกว่า พี่ชายเล็กจะเรียนหม่อมย่าเอียดเรื่องสร้อยฟ้าว่ายังไงครับ” ชัชวีร์ เสนอขึ้นอย่างหนักใจแทน

เมื่อเรื่องกลับตาลปัตรคนที่จ่อยคิดว่าเป็นคนร้ายกลับกลายเป็นคนที่ทางหมู่บ้านให้ความเกรงใจ ซ้ำยังบุกรุกเข้ามาอย่างอุกอาจ ทำให้จ่อยหงุดหงิดมาก ถามไกสอนว่าแบบนี้คนอื่นก็เข้ามาได้ง่ายๆเหมือนกัน

ไกสอนบอกว่าพรุ่งนี้พวกเขาก็ไปกันแล้วจากนั้นหมู่บ้านเราก็จะอพยพไปอยู่ที่อื่น บอกจ่อยว่าครั้งนี้จะให้จ่อยไปกับสร้อยด้วยเพื่อดูแลปกป้องสร้อยและช่วยตามหาเจ้ารัชทายาทด้วย ไกสอนมอบสร้อยมีจี้ตะวันให้จ่อย ย้ำว่าเมื่อเจอเจ้ารัชทายาทซึ่งมีปานเป็นรูปมงกุฎก็ให้มอบสร้อยเส้นนี้ให้ แต่ต้องดูให้แน่ใจก่อนว่าผู้นั้นมีแหวนของเจ้าหลวงหรือเปล่าด้วย

จ่อยรับภาระหน้าที่นี้อย่างไม่สบอารมณ์นัก บ่นกระปอดกระแปดว่า “ยากแท้น้อ...”

ooooooo

ระหว่างที่มีข่าวชายเล็กหายตัวไป และชายใหญ่นำคณะมาตามหาแล้วยังเงียบหายไปนั้น ทำให้ทุกฝ่ายทางกรุงเทพฯต่างร้อนใจ

หม่อมเอียดกับย่าอ่อนเป็นห่วงหลานชายจนไม่มีแก่ใจจะทำอะไร ดารณีนุชเป็นห่วงทั้งลูกสาวและชายเล็กกลัวความฝันของตนจะสลาย ส่วนอนุพันธ์เป็นห่วงชัชวีร์ที่เขาเลี้ยงดูและรักยิ่งกว่าลูกแท้ๆ

เมื่อเหตุการณ์ทางชายแดนตึงเครียดเพราะมีข่าวการเคลื่อนไหวของทหารเวียง อนุพันธ์เป็นห่วงชัชวีร์จึงให้ทหารคนสนิทติดตามข่าวคราวแต่ก็ยังไม่มีข่าวคืบหน้า

“ทหารเวียงเริ่มกลับมาใหม่...ถ้าชัชวีร์ยังไม่ออกจากป่า...” อนุพันธ์คาดการณ์อย่างกังวล

ส่วนจันทา เมื่อรู้จากแม่เฒ่าว่าตัวเองเป็นคนเวียงพูคำ ก็จะไม่ยอมไปกับชายเล็กตามที่ตกลงกันไว้ แม่เฒ่าบอกว่า

“บ่ได้...เจ้าต้องไปกับมงกุฎแห่งเทพ เจ้ามากับเพิ่นเจ้ากะต้องกลับไปกับเพิ่น แล้วเมื่อถึงเวลา เจ้าสิได้กลับมาอยู่กับครอบครัวของเจ้า จันทา...จันทา...เจ้าบ่น่าใช่ชื่อนี้...น่าจะบ่ใช่...”

ไกสอนมาเจอจันทา ถึงกับรำพึง “เจ้านี่เองที่ชื่อจันทา... พ่อใหญ่ฮู้ว่า เจ้าคงบ่อยากไปกับคุณชาย แต่จังได๋เจ้ากะต้องไปเพื่อตัวเอง จันทา บ่ต้องย่าน บักจ่อยสิไปเป็นหมู่กับเจ้า แล้วกะสิดูแลเจ้าด้วย” จันทาเชื่อฟังไกสอนอย่างว่าง่าย...

ooooooo

รุ่งขึ้นอันเป็นวันเดินทาง ทุกคนจากกันด้วยความอาลัยรัก โดยเฉพาะสร้อยกับพ่อใหญ่

พ่อใหญ่อวยพรให้ทุกคนเดินทางโดยปลอดภัย ฝ่าฟันอุปสรรคทั้งปวงให้ผ่านพ้นไปได้ และหวังว่าจะได้เจอกันอีก

คุณชายรัชชานนท์เข้าไปลาพ่อใหญ่ ขอบคุณความเมตตา และให้สัญญาว่าจะถือว่าภาระหน้าที่ที่พ่อใหญ่มอบให้สร้อยฟ้าเป็นภาระหน้าที่ของตนเอง

พ่อใหญ่ยํ้าครั้งสุดท้ายว่า “ฝากเจ้าสร้อยฟ้าของผมด้วย”

“ครับ...ผมจะดูแลเจ้าสร้อยฟ้าให้ดีที่สุด”

ชาวบ้านวลาหกพากันมายืนส่งคณะเดินทางอย่างมีความผูกพัน และทันทีที่คุณชายรัชชานนท์ ที่แม่เฒ่าบอกว่าเป็น “มงกุฎแห่งเทพ” เดินพ้นปากถํ้าไป หมอกมนต์ที่ปกคลุมที่ปากถํ้า ก็จางหายไปหมดสิ้น...

ooooooo

ในบรรดาคณะเดินทาง จันทาร่างกายอ่อนแอที่สุด เธอเดินลากเท้าไปอย่างเหนื่อยอ่อน ชัชวีร์มองอย่างเป็นห่วงมาก จนจ่อยอดเขม่นไม่ได้

ระหว่างเดินทางนั่นเอง ชายเล็กเพิ่งรู้ด้วยความไม่สบายใจว่า ศินีนุชร่วมคณะเดินทางมากับชายใหญ่ด้วย ชายใหญ่ถามชายเล็กว่าจะบอกเรื่องศินีนุชกับสร้อยอย่างไร สามพี่น้องและชัชวีร์จึงไปนั่งปรึกษากันที่ใต้

ร่มไม้ ชายเล็กเห็นว่าตนไม่จำเป็นต้องบอกอะไรกับสร้อย เพราะตนกับศินีนุชยังไม่ได้เป็นอะไรกัน เรื่องที่ผู้ใหญ่เคยทาบทามกันก็ไม่เกี่ยวกับตน

แต่ทั้งชายใหญ่และชายภัทรต่างเห็นว่าชายเล็กจะทำเป็นไม่รับรู้ไม่ได้ เพราะเรื่องสัญญายังไม่จบ พวกเรากับทางเทวพรหมยังหนีกันไม่พ้น ตอนนี้ก็เหลือแต่ชายเล็กกับศินีนุชและชายพีร์กับวิไลรัมภาเท่านั้น และที่สำคัญถ้าศินีนุชรู้เรื่องนี้เองมีหวังกรี๊ดป่าแตกแน่ และต้องแจ้นไปฟ้องหม่อมย่าจนกลายเป็นเรื่องใหญ่

“เรื่องการแต่งงานของนายกับสร้อยฟ้าไม่ควรจะรู้จากปากของคนอื่น นายต้องเป็นคนเรียนเรื่องนี้กับท่านเอง ไม่งั้นสร้อยฟ้าไม่มีวันได้เข้าวังจุฑาเทพแน่” ชายภัทรเสนอ ชายเล็กถามว่าตนจะเริ่มต้นตรงไหนดี ชัชวีร์จึงเสนอว่า

“ผมว่า พี่ชายเล็กน่าจะเริ่มต้นด้วยการบอกสร้อยฟ้าเรื่องน้องนุชนะครับ”

สร้อยมาได้ยินเอ่ยถึงชื่อตนพอดี เข้าไปถามว่าพูดเรื่องของตนอยู่ใช่ไหม มีอะไรก็บอกกันตรงๆ

“สร้อยฟ้า...ฉันมีเรื่องที่จะบอกเธอ...” ชายเล็กเอ่ย แล้วเล่าเรื่องตนกับศินีนุชให้ฟัง

แต่พอสร้อยได้ฟังชายเล็กเล่า ก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หาว่าชายเล็กโกหกหลอกลวง มีคู่รักอยู่แล้วทำไมยังมาแต่งงานกับตน คนอย่างตนไม่มีวันแย่งผู้ชายจากใคร

“เขาไม่ได้เป็นคู่รักของฉัน เขาเป็นแค่คู่หมาย...

มันเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ตกลงกันเอง เพราะอย่างนี้ถึงต้องให้เธอช่วยให้ฉันรอดพ้นจากการถูกจับแต่งงาน”

เมื่อสร้อยเริ่มเข้าใจ ชายเล็กขอร้องว่า “เราสองคนแต่งงานอย่างถูกต้องตามประเพณีทุกอย่าง แต่ปัญหามันอยู่ที่เราจะให้ศินีนุชรู้เรื่องการแต่งงานของเราไม่ได้ แล้วฉันจะอธิบายให้เธอฟังทีหลัง ตอนนี้ทำตามที่ฉันบอกไปก่อน ฉันขอร้องล่ะนะ ถ้าเจอศินีนุชก็อย่าบอกเรื่องแต่งงานของเรา นะสร้อยฟ้านะ...”

ชายเล็กทั้งชี้แจงทั้งขอร้องกระทั่งอ้อนวอน แต่ถูกสร้อยปฏิเสธเด็ดขาด บอกว่าตนไม่ใช่คนขี้โกหก แต่ถึงจะบอกหรือไม่บอก ตนก็ไม่อยากเป็นเมียเขาอยู่แล้ว ทำให้ชายเล็กเครียด คิดหนักว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร?

สร้อยอาละวาดปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้ จนชัชวีร์ ต้องมาชี้แจงถึงความจำเป็นที่ต้องถ่วงเวลาไม่บอกเรื่องนี้แก่ศินีนุช เพราะต้องให้เวลาหม่อมย่าเตรียมตัวเตรียมใจก่อน เห็นสร้อยนิ่งฟัง ชัชวีร์พูดจี้ใจดำเธอว่า

“เธอมีภาระหน้าที่จะต้องไปทำในวันข้างหน้าอีกนะ เรื่องเล็กแค่นี้เธอยังอดทน อดกลั้นไม่ได้ แล้วถ้าเธอเจอเรื่องใหญ่กว่านี้ เธอจะรับมือได้ยังไง สร้อยฟ้า”

ถูกชัชวีร์พูดจี้ใจดำ สร้อยก็นิ่งงัน และยอมรับเงื่อนไขอย่างไม่มีข้อแม้ ทั้งยังไปบอกจ่อยที่ต่อต้านชายเล็กสุดโต่ง ให้ยอมตามตนด้วย ทำเอาจ่อยเหวอ ทุกคนก็พลอยอึ้งกับท่าทีที่เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือของสร้อย...

ooooooo

คนที่รับไม่ได้อย่างยิ่งคือชายเล็ก ที่อุตส่าห์อดทนคุยจนปากเปียกปากแฉะแต่ถูกสร้อยปฏิเสธแบบปิดประตูตาย ถามด้วยอารมณ์ประชดว่า ชัชวีร์ ไปพูดแบบไหน เธอถึงได้ยอมง่ายๆ

สร้อยบอกว่าเพราะชัชวีร์พูดมีเหตุผล ไม่เหมือนเขาที่เห็นตนเป็นคนโง่ เป็นสาวบ้านป่าไม่มีการศึกษา อะไรๆก็ให้ทำตามไปก่อน ทั้งที่ตนไม่เข้าใจ แต่ชัชวีร์เห็นตนคือคน ให้เกียรติ ไม่เหมือนเขาเลย ชายเล็กเลยประชดว่า ถ้าชัชวีร์ดีไปหมดทุกอย่างแบบนี้ เธอแต่งงานด้วยก็คงดี จะได้ไม่ต้องมีปัญหาบ้าบอตามมาอย่างนี้

“ข้อยกะคึดอยู่คือกัน ข้อยน่าสิเจอคุณชัชก่อนเจ้า ถ้าจังซั่นพ่อใหญ่บ่ต้องบังคับ ข้อยกะเต็มใจแต่งงานกับเพิ่น ข้อยมันบ่มีวาสนาถึงต้องมาแต่งงานกับผู้ชายขี้ตั๋วอย่างเจ้า!!” สร้อยศอกกลับอย่างเจ็บแสบจนชายเล็กสะอึก นึกฉุนตัวเองว่าไม่น่าพูดประชดสร้อยก่อนเลย

แต่ชัชวีร์ที่กำลังเป็นตัวปัญหาทำให้ชายเล็กกับสร้อยขัดใจกัน ก็กำลังมีปัญหากับจ่อยเช่นกัน เมื่อ

จันทาท้องว่างจนจะเป็นลม จ่อยพยายามค้นหาในถุงผ้าจะหาของกินให้ ก็พอดีชัชวีร์กลับจากไปตักนํ้ากับชายใหญ่ เขาเก็บผลไม้ป่ามาให้จันทากิน จ่อยเลยเขม่น ไม่ให้จันทากิน อ้างว่าท้องว่างกินไปจะเสาะท้อง เดี๋ยวตนจะหาของกินให้เอง ไล่ชัชวีร์ไม่ต้องมายุ่ง

มีสร้อยคนเดียวที่เตรียมข้าวต้มมัดมาพวงใหญ่ เอาออกมาแจกให้กินกันทุกคน แต่พอชายเล็กจะกินบ้าง ก็ถูกสร้อยเบรกอย่างไม่หายเคืองว่า...

“ข้อยเตรียมเสบียงมาเผื่อทุกคน ยกเว้นเจ้า ถ้าหิวกะไปหากินเอง!”

สร้อยยังแกล้งยั่วชายเล็กด้วยการทำสนิทสนมกับชัชวีร์ เมื่อรู้ว่าเขาเป็นทหารอากาศก็อ้อนว่าอยากขึ้นเครื่องบิน ติดปืนกล อยากรู้ว่ายิงกลางอากาศจะเป็นอย่างไร

ชัชวีร์ชี้แจงยิ้มๆ ว่าคงพาเธอขึ้นเครื่องบินรบไม่ได้ แต่เธอมีโอกาสขึ้นเครื่องบินแน่ถ้าชายเล็กจะพาเธอไปเยี่ยมชายรุจที่สวิตเซอร์แลนด์

“ข้อยบ่อยากขึ้นเครื่องบินกับเพิ่นดอก ข้อยอยากขึ้นเครื่องบินกับคุณชัชมากกว่า ขึ้นเครื่องบินกับทหารอากาศโก้กว่าหลายเด้อ”

ชัชวีร์บอกว่าชายเล็กก็โก้ไม่หยอกเพราะเป็นวิศวกร สร้อยก็ยังตื๊อไม่เลิก

ชายเล็กทนหมั่นไส้ไม่ไหว แทรกเข้าไปถามเสียงขุ่นว่า

“นี่จะคุยเรื่องไร้สาระอีกนานไหม” มองหน้าสร้อยบอกว่า “เธอยังไม่ต้องฝันไปไกลถึงกรุงเทพฯเลย คิดเรื่องกำลังจะเกิดขึ้นก่อน” แล้วถามชัชวีร์ “นายเตรียมสร้อยฟ้าให้รับมือกับน้องสาวนายหรือยัง เรื่องนี้น่าจะสำคัญกว่าการที่คิดจะพาเมียฉันไปเที่ยวไหนนะนายชัช”

สร้อยโต้ว่านั่นเป็นหน้าที่ของเขา ไม่ใช่หน้าที่ของคุณชัช ชายเล็กยํ้ากับสร้อยว่า ตนไม่รู้จักศินีนุช ยํ้าว่า

“เขาไม่ใช่แม่หญิงของฉัน ที่พยายามยัดเยียดศินีนุชให้เป็นมากกว่าคู่หมายของฉันนี่ เพราะเธอเองก็มีเป้าหมายใหม่หรือเปล่า สร้อยฟ้า!”

สร้อยกับชัชวีร์มองหน้ากันงงๆ ที่ถูกชายเล็กระเบิดอารมณ์ใส่แล้วเดินหนีไป ส่วนชายใหญ่กับชายภัทรรีบเดินตามน้องชายไปงงๆเช่นกัน

ooooooo

ศินีนุชที่ตื๊อมากับชายพีร์เป็นภาระแก่ชายพีร์ อย่างมาก เดินไปไม่ทันไรก็ทนไม่ได้ รบเร้าชวนชายพีร์ กลับไปตั้งหลักที่แคมป์ดีกว่าพรุ่งนี้ค่อยออกตามหากันใหม่

ชายพีร์ยืนยันว่าต้องเดินหน้าตามหากันต่อไปถ้าเธอทนไม่ไหวก็กลับไปอยู่ที่แคมป์กับพรานเกิ้นและบุญโฮม เธออ้อนจะให้ชายพีร์ไปส่งอีก สุดท้ายชายพีร์ทนไม่ไหวตัดบทว่า

“พี่บอกแล้วว่าอย่าตามมา! พี่จะไม่มาเสียเวลากับเธออีกแล้ว ไป...ไปกันต่อ”

เห็นชายพีร์ท่าทีแข็งกร้าว เธอเลยอ้อนทำท่าจะเป็นลม พริบตาเดียวก็ร้องอย่างตื่นตระหนกหลบไปแอบหลังชายพีร์ถามว่า มีตัวอะไรอยู่หลังพุ่มไม้หรือเปล่า หรือจะเป็นเสือ!

“เข้าป่าใครเขาถามถึงเสือกัน!” ชายพีร์ถือเคล็ด แต่ก็ดึงปืนออกมาเตรียมพร้อม

คนที่ซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้โผล่พรวดมายกปืนจ่อพร้อมยิง สองฝ่ายเล็งปืนใส่กัน แล้วก็จังงังทั้งคู่ อุทาน...

“ไอ้พีร์!”

“ไอ้ชัช!”

ชัชวีร์ตะโกนบอกคนข้างหลังว่าไม่มีอะไร ปลอดภัยออกมาได้แล้ว พอชายใหญ่กับชายภัทรเดินออกมา สามคุณชายก็โผเข้ากอดกันกลม ต่างบอกเล่าถึงความทุกข์ใจ ร้อนใจ ห่วงใยที่มีต่อกัน ชายใหญ่บอกชายพีร์ว่าพวกเราไม่ได้กลับมามือเปล่า ก็พอดีศินีนุชโผล่มาริกรี้ดีใจถามว่า

“ไหนล่ะคะพี่ชายเล็ก พี่ชายเล็กของนุชอยู่ไหน” พลันก็โผเข้ากอดคนจ่อยที่คิดว่าเป็นชายเล็ก ปากก็พร่ำเพ้อ “พี่ชายเล็ก! พี่ชายเล็กของนุช รู้ไหมคะว่านุชรอวันนี้มานานแค่ไหนแล้ว”

ทุกคนเงียบกริบ จ่อยที่ถูกกอดก็ยืนแข็งทื่อ ศินีนุชเอะใจถอยออกมา ชายพีร์ขำพรืดออกมาเธอเลยรู้ตัวกรี๊ดลั่น ชี้หน้าด่าจ่อยว่ากล้าดียังไงมากอดตน จ่อยทำหน้าสยองโต้ว่าเธอมากอดตนเอง ทำเอาตนขนลุกขนพองไปหมดแล้ว

เมื่อรู้ว่าคนไหนคือชายเล็ก ศินีนุชก็ยิ้มหวานให้ ยื่นมือไปคว้ามือชายเล็กไปกุมไว้อย่างเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ สร้อยพาจันทาเดินเข้ามาสมทบ ศินีนุชเห็นสองสาวก็ชักสีหน้าถาม

“นี่มันอะไรกัน ทำไมมีคนอื่นมากับพี่ชายเล็กด้วย” ชี้หน้าจ่อยที่ตัวเองเพิ่งกอดไปเมื่อครู่ถาม “นายคนนี้หน้าโง่ๆ เซ่อๆ คงเป็นพวกลูกหาบ แต่ผู้หญิงสองคนนี้เป็นใครกัน!!”

เมื่อพากันกลับถึงที่พัก บุญโฮมถามถึงพรานเจ้ย จันทาบอกว่าพ่อตายแล้ว ก็พอดีศินีนุชพรวดเข้ามาจ้องหน้าถามว่าคนนี้ชื่อจันทาแล้วอีกคนชื่ออะไร ชายเล็กไปเจอที่ไหน ทำไมต้องเอามาด้วย ชัชวีร์ถามว่าตนเล่าทุกอย่างให้ฟังแล้วไม่ใช่หรือ

“แต่นุชก็ยังไม่เข้าใจ พี่ชัชบอกว่าคนพวกนี้มีบุญคุณกับพี่ชายเล็ก มีบุญคุณแค่ไหนเชียว ถึงจะต้องพากลับไปเลี้ยงดู เล่ามาให้ละเอียดเลยนะคะ ในฐานะที่นุชเป็นคู่หมั้นของพี่ชายเล็ก นุชจะได้ช่วยตัดสินใจไงคะ”

สร้อยจ้องหน้าชายเล็กตาขวางแล้วเดินออกไปทันที ชัชวีร์รีบตามไป

ooooooo

หม่อมเอียดกับย่าอ่อนพากันไปถวายสังฆทานที่วัด เสร็จแล้วเห็นดารณีนุชโผล่มาประจ๋อประแจ๋ อ้างว่าไปที่วังจุฑาเทพทราบว่าหม่อมป้ามาทำบุญตนกำลังอยากทำบุญพอดีเลยตามมา

ที่แท้ดารณีนุชต้องการมารบเร้าเรื่องงานหมั้นงานแต่งของศินีนุชกับชายเล็ก อ้างว่าไหนๆก็มาวัดแล้วก็น่าจะขอฤกษ์แต่งงานเสียเลยดีไหม หม่อมเอียดขอให้เจอตัวชายเล็กก่อนค่อยว่ากันเพราะอย่างไรเสียทางตนก็รับศินีนุชเป็นหลานสะใภ้อยู่แล้ว ย่าอ่อนเสริมว่าทางเราไม่มีปัญหา ถ้าจะติดขัดก็อยู่ที่อนุพันธ์เท่านั้นรู้สึกว่าตั้งแง่กันเหลือเกิน

ดารณีนุชยืนยันว่าอนุพันธ์ไม่ได้ตั้งแง่อะไรแต่เพราะศินีนุชกลับจากปีนังก็มีหนุ่มๆลูกผู้ดีมีสกุลแวะเวียนมาเยี่ยมไม่ขาดสาย คุณชายเลยอยากให้ลูกมีโอกาสได้เลือกคู่ชีวิตที่คู่ควรที่สุด พูดโก่งราคาลูกสาวแล้วเห็นผู้ใหญ่ทั้งสองนิ่ง ดารณีนุชรุกต่อ

“แต่ดิฉันยังยืนยันกับคุณชายว่า คุณชายเล็กเป็นผู้ชายที่เหมาะสมคู่ควรกับลูกนุชที่สุดแล้ว แต่ทั้งนี้หม่อมป้าก็ควรจะช่วยให้ความมั่นใจคุณชายด้วยนะคะ” แล้วดารณีนุชก็เสนอผู้ใหญ่ทั้งสองให้ยืมมืออนุพันธ์มาช่วย

ดังนั้น รุ่งขึ้นหม่อมเอียดกับย่าอ่อนจึงไปหาอนุพันธ์ที่ห้องทำงาน ระหว่างนั้นย่าอ่อนก็หว่านล้อมแกมขู่หม่อมเอียดว่าถ้าการเจรจาไม่สำเร็จเราก็ต้องให้วิไลรัมภาแต่งกับชายพีร์ หม่อมเอียดเห็นว่าถ้าต้องเป็นอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรเพราะก็ถือว่าเราได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับทางเทวพรหมแล้ว

“คุณพี่คะ หนูนุชเป็นสาวนักเรียนนอก ลูกสาวนายพลมีเชื้อมีสายทั้งทางพ่อทางแม่ แล้วท่านตายังทิ้งมรดกไว้ให้มหาศาลอีก เทียบกับหนูรัมภาลูกสาวคุณชายเทวพันธ์ที่มีฐานะการเงินง่อนแง่น มีเกียรติแต่ไม่มีกินก็ไม่ไหวนะคะคุณพี่” แล้วย่าอ่อนก็เสนอให้เลือกศินีนุชไว้ก่อนส่วนวิไลรัมภาเอาไว้เป็นตัวสำรอง

เมื่ออนุพันธ์ออกมาพบถามว่ามีธุระอะไรด่วน หรือว่าได้ข่าวชายเล็กแล้ว หม่อมเอียดตั้งหลักนิดหนึ่งจึงพูดธุระว่า

“เรายังไม่ได้ข่าวชายเล็กหรอก เรามาที่นี่ก็เพื่อที่จะมาเจรจาทาบทามหนูนุชเป็นสะใภ้ของจุฑาเทพอย่างเป็นทางการ”

อนุพันธ์อึ้งไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยขอโทษว่าตนยังรับปากเรื่องนี้ตอนนี้ไม่ได้ และตอนนี้ตนก็ยังไม่เห็นด้วยเรื่องที่หม่อมป้าคิดจะเตรียมงานแต่งงานไว้ก่อนทั้งๆเจ้าตัวยังไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

ดารณีนุช หม่อมเอียด และย่าอ่อน ช่วยกันเจรจาหว่านล้อม แล้วย่าอ่อนก็รวบรัดถามว่าเราจะประกาศข่าวดีนี้กันเมื่อไหร่ดี

“ตอนนี้ผมไม่หวังเรื่องข่าวดี หวังเพียงแต่ไม่ได้รับข่าวร้ายก็พอ” หม่อมเอียดตกใจถามว่าคุณชายได้ข่าวอะไรมาหรือ อนุพันธ์พูดออกตัวว่า “ผมพูดอะไรมากไม่ได้หรอกครับ ผมคงเรียนหม่อมป้าได้แค่ว่า ถ้าหากคนของเราไม่ออกจากป่าภายในพรุ่งนี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้ออกมาอีกเลย!”

หม่อมเอียดนิ่งงันตกใจไม่น้อยกับการคาดคะเนของอนุพันธ์

ooooooo

ศินีนุชยังหาทางที่จะกีดกันทั้งสร้อยและจันทาออกไปจากชายเล็ก เสนอว่าเราให้เงินเขาไปสักก้อนก็พอไม่จำเป็นต้องพาไปเลี้ยงดูที่กรุงเทพฯด้วยเลย
ชายพีร์ย้อนถามว่าเธอตีราคาชีวิตชายเล็กกี่บาทจะได้เอาเงินฟาดหัวพวกนั้นได้ถูก ศินีนุชยังจะตะแบง เลยถูกชายใหญ่ขัดขึ้นว่า

“ชายเล็กตัดสินใจไปแล้ว แล้วพี่ก็เห็นด้วย คนพวกนั้นไม่ใช่มีบุญคุณกับชายเล็กเท่านั้น แต่ยังมีบุญคุณกับจุฑาเทพทุกคนด้วย”

“เรายินดีที่จะช่วยเหลือพวกเขาทุกอย่าง แค่รับพวกเขาไปอุปการะเลี้ยงดูเทียบไม่ได้กับการที่พวกเขาเสี่ยงชีวิตช่วยชายเล็กไว้เลย” ชายภัทรเทียบให้ฟังจนศินีนุชพูดไม่ออก

“จบเรื่องซะที...เฮ้อ...รู้อย่างนี้ หนีไปกับไอ้ชัชดีกว่า ไม่ต้องมาฟังเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่ตั้งนาน” ชายพีร์บ่นเซ็งๆ

นี่เอง ทำให้ชายเล็กนึกขึ้นได้ว่า ชัชวีร์ตามสร้อยออกไปเมื่อครู่นี้ บางอารมณ์กระตุ้นให้ลุกขึ้นรีบตามไปทันที

ooooooo

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด