ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-ดราม่า
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • ซ่อนกลิ่น
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • พิมพ์ธนา
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท แอคอาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 3
  • นักแสดงนำ
  • :
  • ธนิน มนูญศิลป์,ณฐพร เตมีย์รักษ์

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ม.ร.ว.รัชชานนท์ จุฑาเทพ หรือชายเล็ก น้องชายร่วมมารดาของชายภัทร คือหม่อมหยกและเป็นคู่หูของคุณชายรณพีร์คุณชายคนเล็กใน “ห้าสิงห์จุฑาเทพ”

ชายเล็กจบวิศวโยธา เป็นคนร่าเริงแจ่มใสเจ้าชู้ไก่แจ้ได้แต่ป้อไปป้อมาแต่ไม่ทำผิดศีลธรรม

นับแต่พี่ชายทั้งสามรอดพ้นจากการถูกจับให้ดองกับเทวพรหมตามพระประสงค์ของหม่อมเจ้าวิชชากรแล้ว พันธสัญญานี้จึงตกมาถึงชายเล็ก

แต่เพราะทางวังเทวพรหมเหลือแต่วิไลรัมภาซึ่งผู้ใหญ่หมายตาไว้ให้คู่กับชายพีร์ หม่อมหลวงศินีนุช ลูกสาวของนายพล ม.ร.ว.อนุพันธ์ เทวพรหม น้องชายของเทวพันธ์กับดารณีนุช จึงถูกจับให้คู่กับชายเล็กให้ได้ตามพระประสงค์ของหม่อมเจ้าวิชชากร

สถานการณ์บีบรัดเข้ามาจนถึงทางตัน เมื่อศินีนุชซึ่งไปเรียนที่สิงคโปร์จบกลับมา ทางวังกิตติวงศ์ซึ่งเป็นวังของท่านพ่อดารณีนุช จึงจัดงานต้อนรับพร้อมกับเป็นการดูตัวและประกาศมั่นหมายกันกลายๆของทั้งสองหากชายเล็กไปงานคืนนี้ นั่นหมายถึงเดินไปติดบ่วงที่ไม่มีทางดิ้นหลุด

ooooooo

ที่วังกิตติวงศ์ ชัชวีร์ ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าเป็นพี่ชายต่างมารดาของศินีนุช แต่เป็นที่รังเกียจเดียดฉันท์ของดารณีนุชหาว่าชัชวีร์เป็นลูกของผู้หญิงโคมเขียวที่อนุพันธ์เก็บมาเลี้ยง จนเป็นปัญหากับอนุพันธ์ตลอดมา

งานคืนนี้หม่อมเอียดกับย่าอ่อนยิ้มแย้มมีความสุข มากที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการทำให้พระประสงค์ของท่านวิชชากรเป็นจริง ดารณีนุชก็หน้าบานเป็นจานเชิงที่จะได้ประกาศแก่สังคมว่าสกุลกิตติวงศ์จะได้ดองกับจุฑาเทพแล้ว

ศินีนุชในชุดราตรีหรูหราใส่เครื่องเพชรชุดใหญ่แพรวพราวไปทั้งตัว เดินเข้ามาในงานช้าๆโปรยยิ้มหว่านเสน่ห์มาตลอดทาง จนวิไลรัมภาเมินหน้าพูดอย่างหมั่นไส้ว่า

“เปิดตัวราวกับเป็นเจ้าหญิง!”

ศินีนุชออกมาด้วยลีลาสาวตะวันตกที่เปรี้ยวจี๊ดกรี๊ดกร๊าด จนดารณีนุชพูดออกตัวกับหม่อมเอียดและย่าอ่อนที่มองกันอึ้งๆว่า

“ลูกคนนี้ ไปเรียนอยู่เมืองนอกเสียนาน จนจะกลายเป็นแหม่มไปแล้ว หม่อมป้าคงไม่ถือสานะคะ”

หม่อมเอียดกับย่าอ่อนพูดไม่ออก ส่วนชายใหญ่กับชายภัทรที่นั่งดูอยู่ ต่างมองหน้ากันขำๆ

ศินีนุชเดินมองหาคุณชายรัชชานนท์ จนเห็นชายพีร์จึงรี่เข้าไปถามหาชายเล็ก ชายพีร์คิดอะไรไม่ทันเลยดึงมือสมบุญที่ยืนอยู่ข้างหลังให้สัมผัสมือกับศินีนุช แต่พอเห็นหน้าคนที่ตัวเองสัมผัสมือด้วยชัดๆ เธอก็แผดเสียงกรี๊ดผงะถอยตะโกนถาม

“แกเป็นใคร! แกเป็นใคร!! แล้วพี่ชายเล็กอยู่ไหน??!!”

ooooooo

ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไปนั่งคุยกันอย่างตึงเครียด หม่อมเอียดกับย่าอ่อนอับอายขายหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนี

“คุณชายเล็กมางานคืนนี้ไม่ได้แล้วทำไมไม่บอกกล่าวกันดีๆทำไมต้องเล่นพิเรนทร์อย่างนี้ด้วย ทำอย่างนี้ผมถือว่าไม่ให้เกียรติกัน” อนุพันธ์เอ่ยอย่างเคร่งขรึม ดารณีนุชแก้ต่างว่าชายเล็กคงไม่ตั้งใจ คืนนี้มาไม่ได้ไว้รอโอกาสหน้าก็แล้วกัน

“ไม่มีโอกาสหน้าแล้ว ที่จริงสัญญาระหว่างท่านชายวิชชากรกับพี่เทวพันธ์ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับทางเราอยู่แล้ว ศินีนุชไม่จำเป็นจะต้องแต่งงานกับคุณชายเล็กเพื่อรักษาสัญญา ถ้าอยากจะอยู่งานเลี้ยงต่อก็เชิญนะครับ แต่ผมขอตัวก่อน”

เมื่อหม่อมเอียดกับย่าอ่อนกลับมาถึงวังจุฑาเทพ ก็เรียกทั้งชายใหญ่ ชายภัทร และชายพีร์มาชำระความกัน หม่อมเอียดสั่งคุณชายทั้งสามว่าต้องไปตามชายเล็กกลับมาให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้!

ชายพีร์ในฐานะคู่หูของชายเล็ก ถูกคาดคั้นหนักทั้งจากคุณย่าและพี่ชายทั้งสอง สุดท้ายยอมบอกว่า

“พี่ชายเล็กหนีไปหนองคายครับ ถึงจะไปตามก็เปล่าประโยชน์เพราะว่าพี่ชายเล็กขอย้ายไปประจำที่แขวงการทางที่โน่นอย่างถาวรแล้วล่ะครับ”

ooooooo

ขณะที่ทุกคนที่วังจุฑาเทพกำลังเครียดหนักนั้น ชายเล็กที่นั่งรถไฟบ่ายหน้าไปหนองคาย พูดคุยกับชาวบ้านและชมทิวทัศน์สองข้างทางอย่างเพลินตาเพลินใจ มาสะดุดที่หนังสือพิมพ์ฉบับเช้านี้ที่พาดหัวตัวไม้ว่า

“เวียงพูคำร้อนระอุ เซกองลั่นไม่ใช่เผด็จการ รอเจ้าหลวงคืนบัลลังก์”

เมื่อมาถึงสถานีรถไฟที่หนองคาย บุญโฮมข้าราชการที่วิชัยผู้อำนวยการเขตการทางของหนองคายส่งมารับ ก็ขับรถจี๊ปปุโรทั่งไปตามถนนเลียบแม่น้ำโขง ถูกรถแซงไปหลายคัน แม้แต่รถสามล้อถีบยังแซงไปได้สบายๆ ชายเล็กเห็นแล้วพึมพำว่า

“วันนี้จะถึงไหมเนี่ย” พลางก็ชมวิวสองข้างทาง มองข้ามโขงไปถามว่า “ข้ามแม่น้ำโขงไปฝั่งโน้นเป็นอะไร”

“นั่นเขตแดนเวียงพูคำครับคุณชาย”

“เวียงพูคำ” ชายเล็กทวนเชื่ออย่างจำได้จากข่าวหนังสือพิมพ์ มองไปอีกครั้งอย่างสนใจ

ooooooo

หมู่บ้านวลาหก เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในเวียงพูคำ มีแม่เฒ่าที่เป็นหมอประจำหมู่บ้านช่วยรักษาอาการป่วยของชาวบ้านด้วยเวทมนต์ และปกป้องคุ้มครองหมู่บ้าน ด้วยมวลหมอก เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านวลาหกมาก

แม่เฒ่าร่ายมนต์สร้างม่านหมอกปิดทางเข้าหมู่บ้าน และทำนายไว้ว่า

“เมื่อกษัตริย์ผู้สวมมงกุฎแห่งเทพมาเยือนเสียงเรียกจะทำให้หมอกคุ้มภัยจงหาย...เมื่อถึงเวลานั้น วลาหกจะเสียแก้วตาไป แต่จะได้ดวงใจของเวียงพูคำกลับคืนมา...”

วลาหกมีพ่อใหญ่เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน พ่อใหญ่มีลูกสาวแสนสวยแต่จอมแก่นแสนทะโมนชื่อสร้อยที่พ่อใหญ่รักปานดวงใจ พ่อใหญ่จัดให้จ่อยลูกชายไกสอนเพื่อนสนิท เป็นคนติดตามดูแลสร้อยไม่ให้ไปก่อเรื่องมีปัญหากับใคร แต่ความจริงกลายเป็นสร้อยต้องคอยช่วยเหลือจ่อยที่เงอะงะซุ่มซ่ามตามสร้อยไม่ทันทุกสถานการณ์

วันนี้ขณะจ่อยตามสร้อยไปในป่าก็ทะเล่อทะล่าไปเหยียบแร้วของชาวบ้าน ถูกแร้วดีดขึ้นไปห้อยต่องแต่งอยู่บนกิ่งไม้จนสร้อยต้องใช้หน้าไม้ยิงเชือกขาด จ่อยหล่นตุ้บลงมา พลันทั้งสองก็มองหน้าก้นอึ้งเมื่อได้ยินเสียงผิดปกติต่างรีบหลบอย่างคล่องแคล่ว

สิ่งที่เห็นคือ ทหารเวียงพูคำ 4-5 คนเดินวนเวียนหาทางเข้าหมู่บ้านวลาหก สร้อยกุมหน้าไม้อาวุธประจำกายแน่นกระซิบบอกจ่อย “เตรียมตัว! ถ้าพวกมันข้ามขอนไม้นั่นมา ก็ลงมือได้เลย”

พวกทหารถามกันเองว่าทางเข้าหมู่บ้านอยู่ไหน อีกคนบอกว่าเมื่อกี้ยังเห็นอยู่มันหายไปไหนแล้ว อีกคนชี้ไปข้างหน้าบอกว่าน่าจะไปทางโน้น...แล้วพวกมันก็พากันถอยไป

“มนต์หมอกของแม่เฒ่ากำลังจะเสื่อมแล้วจริงๆ” สร้อยพึมพำ เมื่อเห็นมวลหมอกที่อำพรางหมู่บ้านปรากฏขึ้นแล้วจางหายไป สร้อยกังวลใจว่าพวกทหารเวียงพูคำจะเข้ามาในหมู่บ้านวลาหกได้ รีบกลับไปหมู่บ้านทันที

ooooooo

ที่โขงอีกฝั่ง...ชายเล็กที่รักการเดินป่าและถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ ถ่ายรูปโขงฝั่งโน้นหลายรูป ถามบุญโฮม ว่าเราจะข้ามไปฝั่งโน้นได้ไหม ตนอยากไปถ่ายรูป

“อย่าเลยครับคุณชาย สถานการณ์ในเวียงพูคำยังวุ่นวายอยู่ ตั้งแต่นายพลเซกองขึ้นปกครองประเทศ บ้านเมืองก็ไม่เคยสงบสุข ชาวเวียงพูคำอยู่อย่างลำบากยากแค้น อพยพข้ามมาไทยไม่เว้นแต่ละวัน จนทหารเวียงตามไล่ล่าจับตัวกลับไปไม่หวาดไม่ไหว”

ชายเล็กถามว่าทำไมหรือ บุญโฮมเล่าว่า เพราะนายพลเซกองกลัวพวกนั้นจะมาส้องสุมกับกลุ่มกำลังกู้ชาติทางนี้ เล่าอย่างคนติดตามสถานการณ์ใกล้ชิดว่า

“มีข่าวลือหนาหูเหลือเกินว่า หลังจากที่เจ้าหลวงสุริยวงศ์ถูกโค่นบัลลังก์เมื่อสิบกว่าปีก่อน ก็ได้หนีข้ามมาฝั่งไทย และได้รวบรวมกองกำลังเพื่อจะกลับไปกอบกู้เวียงพูคำกลับคืน”

บุญโฮมยังเล่าว่า เวลานี้ชาวเวียงพูคำกำลังเรียกร้องให้เจ้าหลวงสุริยวงศ์กลับมา เพราะทนความเผด็จการของนายพลเซกองไม่ไหว ทำให้นายพลเซกองกลัวถูกโค่นอำนาจ รู้ข่าวชาวเวียงพูคำรวมตัวกันที่ไหนก็สั่งทหารไปทลาย เตือนชายเล็กว่า

“ถ้าหากคุณชายเจอะเจอไอ้พวกทหารเวียง ก็อย่าไปยุ่งกับพวกมันเชียว ไอ้พวกนี้มันกร่าง เดี๋ยวจะมีเรื่องกันเปล่าๆ”

ชายเล็กฟังอย่างไม่สนใจนัก แต่กลับสนใจเวียง-พูคำที่อยู่โขงฝั่งโน้น...

ooooooo

สร้อยกลับมาเจอพ่อใหญ่นั่งโขกหมากรุกอยู่กับไกสอน สร้อยวิ่งพรวดเข้าไปเล่าว่า

“พ่อใหญ่! พวกทหารเวียงมันมาป้วนเปี้ยนแถวทางเข้าหมู่บ้านเราอีกแล้ว” ถามอย่างร้อนใจรบเร้าว่าจะทำอย่างไร? ให้ตนไปจับพวกมันเลยดีไหม? คนจะได้เล่าลือกันว่าแถวนี้เป็นป่าอาถรรพณ์ ทหารเวียงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ต่อไปจะได้ไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้หมู่บ้านเราอีก

พ่อใหญ่ถามว่าตอนนี้พวกทหารเวียงอยู่ไหน สร้อยบอกว่ามันหาทางเข้าหมู่บ้านไม่เจอ เลยไปที่อื่นแล้ว

“คืนนี้พวกมันต้องไปพักแรมที่ข้างลำธารแน่ พ่อใหญ่ให้คนไปกับข้อยสักสองสามคน” สร้อยเร่งเร้า

พ่อใหญ่ไม่ให้ไป บอกว่าพวกนั้นไปแล้วก็แล้วไปห้ามสร้อยทำอะไรทั้งนั้น ย้ำว่า

“หน้าที่ของเจ้าคือการเรียนหนังสือกับแฮรี่ ห้ามเจ้าเฮ็ดสิ่งใดนอกเหนือคำสั่งพ่อ ไปได้แล้ว”

สร้อยผิดหวังมากวิ่งผละไปเลย จ่อยวิ่งตามแทบไม่ทัน ส่วนพ่อใหญ่กับไกสอนก็หันมาเล่นหมากรุกกันต่อ โดยมีแฮรี่ทหารในราชอาณาจักรเวียงพูคำที่จงรักภักดีกับพ่อใหญ่และมีหน้าที่สอนภาษาอังกฤษแก่สร้อย เข้ามานั่งหารือด้วย

“ดูเหมือนคำทำนายของแม่เฒ่าจะใกล้ความจริงขึ้นทุกที” แฮรี่เอ่ยขึ้น

“นั่นน่ะซิ ไม่เคยมีใครเข้ามาใกล้หมู่บ้านเฮาได้ขนาดนี้ ถ้ามนต์หมอกของแม่เฒ่าปกป้องหมู่บ้านวลาหกบ่ได้อีกต่อไป เฮาคงต้องไปอยู่ที่อื่นล่ะมั้ง” ไกสอนเสนอ

“เตรียมการอพยพไว้ได้เลย..” พ่อใหญ่หมดอารมณ์เล่นหมากรุก ยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยขาข้างเดียวเพราะขาซ้ายขาด “เฮาเสียดวงใจไปแล้ว เฮาบ่ยอมเสียดวงตาไปอีกเป็นอันขาด ครั้งนี้เฮาจะหนีเป็นครั้งสุดท้าย ครั้งต่อไปเฮาจะต้องได้กลับเวียงพูคำบ้านเกิดเมืองนอนของพวกเฮา!” สีหน้าแววตาของพ่อใหญ่มุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวมาก

ooooooo

ฝ่ายสร้อยวิ่งไปยิงหน้าไม้ระบายอารมณ์ใส่ตุ๊กตาฟางจนพรุนไปหมด ประกาศจะไม่ยอมอยู่เฉยๆให้ทหารเวียงมาฆ่าเล่นได้ จ่อยถามว่าสร้อยเป็นผู้หญิงจะไปทำอะไรได้นักหนาเชียว

“เป็นผู้หญิงแล้วเป็นจังได๋ ข้อยเก่งเรื่องสู้รบบ่แพ้ ผู้ชายคนใด ข้อยบ่ยอมอยู่เฉยๆแน่ ที่เฮาต้องบ้านแตกสาแหรกขาดแม่ก็มาตาย พ่อต้องพิการก็เพราะไอ้เซกองผู้เดียว ในเมื่อมันบ่ยอมปล่อยให้พวกเฮาอยู่อย่างสงบสุข ข้อยก็บ่ปล่อยมันเหมือนกัน ไอ้เซกอง! ไอ้คนขายชาติ!!” ด่าแล้วยิงหน้าไม้อีก ลูกดอกปักฉึกกลางหัวใจตุ๊กตาฟางอย่างแม่นยำ!

ooooooo

ไปถึงบ้านพัก ชายเล็กได้รับการต้อนรับจาก ผอ.วิชัยอย่างให้เกียรติมาก จนชายเล็กขอร้องว่าได้โปรดปฏิบัติต่อตนเหมือนเจ้าหน้าที่วิศวกรคนอื่นๆ เถิด

วิชัยขอได้วางใจว่าตนไม่เลือกปฏิบัติแน่ บอกให้ชายเล็กพักสักสองสามวันค่อยเริ่มงานก็ได้ แต่ชายเล็กขอเริ่มงานวันนี้เลย ชายเล็กกระตือรือร้นมากจนวิชัยเอ่ยชมกับบุญโฮมว่า “ท่าทางขยันขันแข็งดีนะ”

“คนหนุ่มไฟแรงก็อย่างนี้แหละครับท่าน ผอ. แต่คนเป็นเจ้าเป็นนายจะทำงานหนักๆ ไหวเร้อ วันนี้ผมว่าไม่เกินครึ่งวันก็หมดแรงแล้วล่ะครับ” บุญโฮมคาดเดาตามสายตา

แต่เมื่อชายเล็กแบกเครื่องมือไปวัดถนนท่ามกลางฝุ่นแดงและแสงแดดจ้า จนเหงื่อโชกเสื้อแต่ก็ไม่ย่อท้อ ทั้งยังพูดอย่างมีความสุขกับงานว่า

“ในที่สุด ฉันก็ได้ทำในสิ่งที่ฝันไว้ ฉันได้ทำงานตอบแทนแผ่นดินเกิดของฉันเสียที”

ชายเล็กทำงานอย่างไม่กลัวความเหน็ดเหนื่อย จนบุญโฮมที่คอยติดตามเป็นผู้ช่วยแทบหมดแรง เมื่อทำงานเสร็จชายเล็กยังแบกเครื่องมือกลับเอง ทั้งยังถามบุญโฮมที่ท่าทางอ่อนล้าว่า เดินกลับไหวไหม

“ไม่ไหวก็ต้องไหวล่ะครับ”

“เดี๋ยวไปกินข้าวเย็นกัน ฉันเลี้ยงเอง งบไม่อั้น” ชายเล็กตบบ่าบุญโฮมขำๆ อย่างเป็นกันเอง

“งั้นเราต้องไปร้านพรานเจ้ยกัน เป็นร้านเหล้า เอ๊ย...ร้านข้าว ที่เด็ดดวงที่สุดของที่นี่เลยครับ เชิญครับคุณชาย” บุญโฮมกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาฉับพลัน เดินนำไปที่รถ ชายเล็กขอขับไปเองพูดขำๆ ว่าขืนให้บุญโฮมขับอาจไปถึงพรุ่งนี้เช้า

ที่ร้านพรานเจ้ยนี้ นอกจากบุญโฮมจะแนะนำอาหารอร่อยแล้วยังกระซิบบอกว่าลูกสาวพรานเจ้ยยังสวยสะเด็ดด้วย บุญโฮมพูดเสียจนชายเล็กอยากเห็น ก็พอดีลูกสาวพรานเจ้ยออกมา บุญโฮมบอกอย่างตื่นเต้นว่า

“นั่นไงครับคุณชาย...นั่นล่ะครับ จันทา ลูกสาวของพรานเจ้ยเจ้าของร้านนี้”

ชายเล็กมองไปสบตากับจันทาพอดี ต่างมองกันอึ้ง จนจันทาหลบสายตาเขินๆไปแล้ว ชายเล็กก็ยังมองไม่วางตา...

ooooooo

ระหว่างที่ชายเล็กมาทำงานที่หนองคายนั้น ทางหม่อมเอียดกับย่าอ่อนก็รบเร้าเคี่ยวเข็ญให้ชายใหญ่ตามชายเล็กกลับมา และให้ชายเล็กขอย้ายกลับมาโดยเร็วด้วย

ชายใหญ่ขอให้ให้เวลาแก่ชายเล็กในการทำงาน พัฒนาประเทศสมกับความหวังที่ตั้งไว้ ย่าเอียดติงว่าเรื่องแต่งงานก็สำคัญไม่น้อยกว่าหน้าที่การงาน ขอให้ชายเล็กกลับมาแต่งงานก่อนแล้วค่อยไปใหม่ย่าก็จะไม่ว่าอะไร

ทั้งชายใหญ่และชายพีร์พยายามหว่านล้อมให้ หม่อมเอียดกับย่าอ่อนให้เวลาแก่ชายเล็ก จนหม่อมเอียดสั่งว่า

“ชายใหญ่ ชายภัทร ติดต่อชายเล็กให้ได้เร็วที่สุด แล้วบอกไปว่า ย่าสั่งให้ชายเล็กกลับมาทันที!”

ooooooo

ขณะชายเล็กกับบุญโฮมกินอาหารกันอยู่ที่ร้านพรานเจ้ยนั้น มีทหารเวียง 3 คน เดินกร่างเข้ามาสั่งอาหาร ทั้งยังจะให้จันทามานั่งเป็นเพื่อนด้วย ไม่พูดเปล่ายังแสดงความกักขฬะลูบไล้มือจันทาไปมา

ชายเล็กเห็นพฤติกรรมนั้น บอกบุญโฮมให้ช่วยจับตาพวกทหารเวียงด้วย เพราะดูท่าทางไม่น่าไว้ใจ แต่บุญโฮมเมาฟุบไปกับโต๊ะแล้ว และที่โต๊ะทหารเวียงก็เหลือนั่งอยู่คนเดียว ชายเล็กกวาดตามองอย่างสงสัย ครู่เดียวก็ได้ยินเสียงจันทาร้องขอความช่วยเหลือมาจากหลังร้าน

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ มีหรือจะทนเห็นหญิงสาวถูกรังแกได้ ชายเล็กลุกไปช่วยจันทาพ้นจากการถูกฉุดคร่า แม้จะสู้ด้วยมือเปล่ากับพวกทหารเวียงถึง 3 คน ที่มีอาวุธครบมือ โดยมีพรานเจ้ยช่วยกระหน่ำมันอีกคน จนในที่สุดพวกมันแม้จะมีอาวุธแต่ทั้งอ่อนหัดและเมา ถูกเล่นงานจนทรุดกองกับพื้น

ตอนที่ 2

ชายเล็กถ่ายรูปป่าเขาลำธารและสัตว์ป่าที่พบเห็นอย่างตื่นตา ตื่นใจ จนมาเจอจันทาที่ยืนมองดอกกล้วยไม้เพลินอยู่ ชายเล็กยกกล้องถ่ายภาพนั้นไว้ด้วยความรู้สึกประหนึ่งได้เห็นเจ้าหญิงแสนสวย

จัน ทาเขินที่ชายเล็กชมว่าเธอนี่แหละอาจจะเป็นเจ้าหญิงเวียงพูคำที่พลัดหลงกับ เจ้าพ่อตอนหนีข้ามมาฝั่งไทย พูดอย่างเจียมตัวว่า ตนเป็นแค่สาวบ้านนอกความรู้ก็ไม่มีเอาไปเปรียบกับเจ้าหญิงได้อย่างไร ฟังตนเล่าแล้วไม่เชื่อก็อย่าเอามาล้อ

“ไม่ได้ล้อ จันทาสวยเหมือนเจ้าหญิงจริงๆ ไป เราไปถ่ายรูปกันต่อดีกว่า ฉันอยากถ่ายรูปจันทาเก็บไว้เป็นที่ระลึก” ชายเล็กคว้ามือจันทาจะพาไปหาวิวถ่ายรูป พรานเจ้ยมาเห็นพอดี สั่งจันทาเสียงเข้มให้กลับไปเตรียมข้าวเย็น

ชายเล็กรีบขอโทษ ตำหนิตัวเองว่าอาจจะอยู่เมืองนอกนานไปเลยลืมธรรมเนียมไทยไปบ้าง พรานเจ้ยอบรมขู่ในทีว่า

“ก็ อย่าลืมให้บ่อยนักนะครับคุณชาย ถึงเรา จะเป็นคนบ้านป่าเมืองเถื่อน แต่เราก็เคร่งครัดขนบ ธรรมเนียมประเพณี ชายหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานกัน ถูกเนื้อต้องตัวกันถือว่าเป็นการผิดผี แล้วผู้ชายที่พลั้งเผลอทำผิดผีก็กลายเป็นผีไปซะหลายคนแล้ว” พูดพลางขยับปืนไปมาก่อนดึงตัวจันทากลับไป

เมื่อกลับไปถึงที่พักริม ธาร พรานเจ้ยเตือนว่าอย่าเอาตัวไปใกล้ชิดกับคุณชายนัก จันทาบอกว่าตนแค่อยากจะตอบแทนพระคุณที่ช่วยชีวิตตนไว้เท่านั้น ถามว่าแค่นี้ก็ไม่ได้หรือ

“ไม่ได้! พ่อกลัวเจ้าจะถลำตัวลึกลงไปกว่านี้ ต่อไปนี้อยู่ห่างๆคุณชายไว้จะเป็นผลดีต่อตัวเจ้าเอง”

จัน ทาลุกเดินงอนๆไปเจอชายเล็กพอดี เลยพาไปที่น้ำตกที่สวยที่สุดของที่นี่ ปล่อยให้ชายเล็กเล่นน้ำตามลำพัง ส่วนตัวเองรีบกลับไปกลัวจะถูกพ่อตำหนิเอาอีก

จันทาเตรียมอาหารเสร็จ พรานเจ้ยถามว่าไปคุยอะไรกับคุณชายมา จันทาบอกว่าไม่ต้องห่วงตนเชื่อฟัง คำสอนของพ่ออยู่แล้ว

“พ่อ ไม่ห่วงไม่ได้หรอก ถึงเจ้าจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่พ่อก็รักเจ้ายิ่งกว่าชีวิตของพ่อเอง พ่อสัญญากับตัวเองว่า จะดูแลเจ้าอย่างดีจนกว่าพ่อแม่ที่แท้จริงจะมารับเจ้ากลับไป”

พรานเจ้ยตัดสินใจหยิบสร้อยจี้รูปพระจันทร์ออกมามอบให้จันทา บอกว่า

“นี่ เป็นสร้อยที่ติดตัวเจ้ามา ตอนที่พ่อไปเจอเจ้าถูกทิ้งไว้กลางป่า เก็บเอาไว้ สร้อยเส้นนี้จะพาไปพบพ่อแม่ที่แท้จริงของเจ้า พ่อเชื่อว่าพวกเขาไม่ได้ตั้งใจทิ้งเจ้าหรอก ช่วงสิบห้าปีก่อนที่พ่อพบเจ้า เป็นช่วงที่เวียงพูคำกำลังระส่ำ ระสาย ผู้คนบ้านแตกสาแหรกขาด ครอบครัวนับพันนับหมื่นต้องพลัดพรากจากกัน เจ้าอาจจะเป็นหนึ่งในนั้น”

ทันใด นั้น ลูกหาบคนหนึ่งวิ่งเข้ามาร้องเรียกพรานเจ้ยอย่างตื่นตระหนก พอพรานเจ้ยกับจันทาหันมองก็เห็นทหารเวียง 3 คนที่เคยมีเรื่องกันที่ร้านอาหารพาพวกมาอีกสองคน ถือมีด ถือปืนเดินเข้ามาอย่างมาดร้าย พรานเจ้ยลุกยืนเอาตัวปกป้องจันทาและค่อยๆพาจันทาถอยไปอย่างระวังตัว

ooooooo

ตลอด เวลาที่ชายเล็กลงเล่นน้ำตกนั้น สร้อยมา แอบดูอยู่ด้วยความอยากรู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร เลยย่องไปกองเสื้อผ้าที่ชายเล็ดถอดไว้ ล้วงเอากระเป๋าสตางค์ในกระเป๋ากางเกงเพื่อดูบัตรประชาชน แต่ไม่ทันหยิบดูก็ได้ยินเสียงปืนแว่วมา สร้อยตกใจถือกระเป๋าสตางค์วิ่งไปทันที

ชายเล็กขึ้นจากน้ำรีบมาใส่เสื้อผ้าแล้วไล่กวดสร้อยไปปากก็ตะโกน “เฮ้ย อย่าหนี!”

เป็น เสียงปืนที่ทหารเวียงไล่ยิงพรานเจ้ยกับจันทาและลูกหาบสองคนที่สู้พลางถอย พลาง พรานเจ้ยเป็นห่วงจันทาตะโกนให้จันทารีบหนีไปก่อน แต่จันทาไม่ยอมหนีทั้งยังสะอึกออกไปจะให้ทหารเวียงจับตนแต่ให้ปล่อยพวกเรา ทุกคนไป บอกพรานเจ้ยว่าจะไม่ยอมให้ทุกคนต้องมาตายเพราะตน

“ถึงมันได้ตัวเจ้า มันก็ฆ่าพวกเราอยู่ดี มันตามมาถึงที่นี่ก็ตั้งใจจะมาล้างแค้นเราอยู่แล้ว”

พรานเจ้ยถูกทหารเวียงยิงที่หัวไหล่และลูกหาบอีกคนก็ถูกยิงตาย จันทาถูกมันบุกมาชิงตัวไป

ชาย เล็กวิ่งมาตามเสียงปืนเจอพรานเจ้ยบาดเจ็บจึงเข้าช่วย พรานเจ้ยขอร้องชายเล็กให้รีบไปช่วยจันทาไม่ต้องห่วงตน ระหว่างนั้นพรานเจ้ยถูกทหารเวียงยิงมาอีก พรานเจ้ยเลือดเข้าตาคว้าไม้ขว้างใส่มัน เลยถูกมันระดมยิงมาเสียชีวิต ทหารเวียงคนหนึ่งจะยิงชายเล็กอีกคนเงื้อมีดจะฟัน

สร้อยที่วิ่งมาดู เหตุการณ์เห็นดังนั้น เป่าลูกดอกใส่คนถือปืนทำให้ชายเล็กถูกคนถือมีดฟันเข้าที่หัวไหล่ สร้อยจึงจัดการมันไปอีกคน พอหันมาอีกที ปรากฏว่าชายเล็กหายไปแล้ว

ชาย เล็กวิ่งไปเพื่อจะช่วยจันทาแต่เหยียบหินลื่นตกลงไปในธารน้ำ ถูกกระแสน้ำพัดลอยไป สร้อยตามไปจนเจอชายเล็กผลุบโผล่อยู่กลางน้ำ จึงกระโดดลงไปลากตัวขึ้นมาอย่างยากลำบาก พอขึ้นฝั่งชายเล็กหมดสติพอดี สร้อยตกใจตบหน้าไปมาร้องเรียก

“เฮ้ย...อย่าตายนะโว้ย...ฟื้นซิ...ฟื้น!”

สร้อยพยายามเรียกจนชายเล็กรู้สึกตัว พอลืมตาเห็นสร้อยก็พึมพำ “มี...เจ้าหญิง...จริงๆ ด้วย”

“ละ เมออะหยังวะ” สร้อยบ่นงงๆ แม้จะโล่งใจที่เขายังไม่ตายแต่อาการหนักจนเดินไม่ไหว สร้อยจึงเรียกทับทิมให้มาช่วยแบกเพื่อพาไปให้แม่เฒ่ารักษา ระหว่างที่ทับทิมแบกร่างชายเล็กไปนั้น สร้อยหยกที่คอชายเล็กร่วงไปไม่มีใครรู้

จ่อยที่วิ่งไปตามเสียงปืน สามารถกำจัดพวกทหารเวียงที่ลากจันทาไปได้หมด จันทาได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลที่ท้องจนหมดสติไป จ่อยนึกว่าตายแล้ว จึงแบกร่างจันทาไปวางไว้ข้างร่างพรานเจ้ย พลันจ่อยก็ตกใจเมื่อเห็นจันทาขยับตัว จึงรีบอุ้มออกไปทันที

ชายเล็ก ได้รับยาจากแม่เฒ่าและการดูแลอย่างใกล้ชิดของสร้อย เมื่อรู้สึกตัวถามสร้อยว่าที่นี่ที่ไหน สร้อยบอกว่าอยู่หมู่บ้านวลาหก เขาจ้องหน้าสร้อยเหมือนคุ้นๆ ถามว่าเธอเป็นใคร พอนึกได้ก็โวยวายอย่างเอาเรื่อง

“เธอ...ฉันเคยเจอเธอแล้ว เธอแอบไปขโมยของฉันที่ลำธาร งั้นไอ้โจรป่าที่แอบเข้าไปที่แคมป์ฉันเมื่อคืนคงเป็นเธอนี่เอง” สร้อยปฏิเสธว่าตนไม่ใช่โจร บ่นว่าตนช่วยไว้แล้วยังไม่สำนึกบุญคุณอีก ชายเล็กฉุกคิดได้ถามว่า “แล้วนี่มีใครรอดมาได้อีกบ้าง นอกจากช่วยฉันแล้ว เธอได้ช่วยคนอื่นด้วยหรือเปล่า”

“บ่...ข้อยช่วยเจ้ามาได้ผู้เดียว”

“ไม่มี ใครรอดมาได้เลยหรือ!” ชายเล็กเสียใจจนบอกไม่ถูกเมื่อคิดว่าพรานเจ้ยกับจันทาต้องมาตายเพราะ ตน...ต่อมาจึงรู้ว่าจันทายังมีชีวิตอยู่ ชายเล็กจะไปหาให้ได้ เลยถูกสร้อยบังคับให้กินยาจนง่วงหลับหมดฤทธิ์ไป

ที่เรือนพ่อใหญ่ ทับทิมขนเอาข้าวของและปืนที่ยึดได้จากพวกทหารเวียงมากองรวมไว้ ไกสอนสรุปให้ฟังว่า พวกนั้นมากันห้าคนแต่ถูกฆ่าตายหมด ส่วนกลุ่มที่สร้อยไปเจอเป็นพวกมาเดินป่าที่ถูกพวกทหารเวียงตามมาหมายฆ่า ไม่รู้ว่ามีเรื่องโกรธเคืองอะไรกันมา

ในบรรดาของที่ทับทิมเอามา มีกระเป๋าสตางค์ของชายเล็กซึ่งมีบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ด้วย ระบุว่าชื่อหม่อมราชวงศ์รัชชานนท์ จุฑาเทพ แฮรี่แปลความหมายว่าคือ กษัตริย์ผู้สวมมงกุฎแห่งเทพ พ่อใหญ่กับไกสอนฉุกคิดถึงคำทำนายของแม่เฒ่าที่ว่า “เมื่อกษัตริย์ผู้สวมมงกุฎแห่งเทพมาเยือน เสียงเรียกจะทำให้หมอกคุ้มภัยจางหาย” ก็กังวลใจขึ้นมา

ooooooo

ชาย พีร์กับชัชวีร์มาถึงหนองคาย รู้จากบุญโฮมว่าชายเล็กไปเที่ยวป่ายังไม่กลับ ชัชวีร์เอะใจว่าชายเล็ก ไม่เคยเหลวไหลเรื่องาน บุญโฮมพูดอย่างมีประสบการณ์ว่า หายเงียบไปแบบนี้มีทางเดียวคืออาจจะหลงป่า

ต่อ มาเมื่อทางหม่อมเอียดกับย่าอ่อนรู้ว่าชายเล็กออกเที่ยวป่าหายไปหลายวันยัง ไม่กลับ จึงให้ชายใหญ่กับชายภัทรมาช่วยตามหา ศินีนุชได้ข่าวจึงขอตามไปด้วย

สร้อย พาชายเล็กไปพักบ้านตาจั่นที่ตายไปห้าหกปีแล้ว แม่เฒ่าสั่งให้คอยดูแลให้ดี ส่วนจันทาจ่อยพาไปให้แม่เฒ่ารักษาที่บ้าน เมื่อชายเล็กรู้จากสร้อยว่าจันทาอยู่บ้านแม่เฒ่าก็จะไปหา สร้อยหมั่นไส้เลยปล่อยให้ไปหาเอง ชายเล็กถามชาวบ้านดั้นด้นไปจนเจอบ้านแม่เฒ่า

แต่เมื่อไปถึง เจอจันทายังนอนหมดสติหน้าซีดเซียว ชายเล็กกุมมือเธอพูดอย่างรู้สึกผิดมากกว่า

“จันทา...เธอต้องไม่เป็นอะไรนะ จันทา...ได้ยินฉันไหม เพราะฉันคนเดียวที่ทำให้เธอต้องมาเจ็บแบบนี้ ไม่ได้ ฉันปล่อยเธอไว้แบบนี้ไม่ได้”

ชาย เล็กจะพาจันทาออกไปรักษาในเมือง ถูกแม่เฒ่าสั่งว่าให้วางแม่หญิงลงเพราะอาการเธอยังหนักมาก บอกให้ชายเล็กกลับไปก่อนแม่หญิงฟื้นค่อยมาใหม่ ชายเล็กซึ่งอยู่ในสภาพช่วยตัวเองยังไม่ได้จึงจำต้องทำตามคำสั่งของแม่เฒ่า ถามสร้อยว่าหมู่บ้านเธอชื่ออะไร

“วลาหก แปลว่าหมอก”

“หมู่บ้าน ของเธอคงมีหมอกตลอดล่ะซิ ถึงได้ชื่อนี้ งั้นหมอกที่ฉันเห็นในป่าก็คงเป็นที่ตั้งหมู่บ้านเธอนี่เอง” ชายเล็กลำดับสิ่งที่พบเห็นนับแต่เข้ามาในบริเวณนี้

สร้อยจึงพาชาย เล็กไปดูขอนไม้ใหญ่ที่กั้นอาณาเขตหมู่บ้าน เจอจ่อยที่พ่อใหญ่ให้มาตามชายเล็กไปพบพอดี ชายเล็กถามงงๆว่าพ่อใหญ่คือใคร จนเมื่อไปเจอพ่อใหญ่จ่อยจึงบอกว่า

“นี่คือพ่อใหญ่ของหมู่เฮา แล้วก็พ่อไกสอนของข้อยกับแฮรี่ เพิ่นเป็นมือขวาของพ่อใหญ่”

ชาย เล็กจึงรู้ว่าที่แท้สร้อยเป็นลูกสาวของพ่อใหญ่ พ่อใหญ่บอกว่าเพราะพวกชายเล็กเข้าใกล้หมู่บ้านเกินไปจึงจำเป็นต้องรู้ว่า เป็นใคร เป็นมิตรแท้หรือศัตรู ไกสอนบอกว่าเวลานี้พวกตนมีศัตรูตัวเดียวคือพวกทหารเวียง

“คุณไปมี เรื่องอะไรกับพวกทหารเวียงหรือครับ” แฮรี่ถาม ชายเล็กจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในร้านพรานเจ้ยให้ฟัง บอกว่า พวกตนจับทหารเวียงพวกนั้นส่งตำรวจไปแล้ว ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะออกจากคุกมาได้เร็วขนาดนี้

“เรื่องนี้ไม่ใช่ ความผิดของคุณชาย คนไม่รู้จักรับผิดชอบ ผิดแล้วแทนที่จะสำนึกผิด กลับมาตามแก้แค้น ที่ว่านายพลเซกองไปเกณฑ์นักโทษมาเป็นทหารเห็นจะไม่ผิด ชาวเวียงภูคำถึงได้เดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า”

จากคำพูดและภายในห้องที่เต็มไปด้วยหนังสือและแผนที่ ทำให้ชายเล็กเชื่อว่าพ่อใหญ่ไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา

พ่อใหญ่อนุญาตให้ชายเล็กพักที่หมู่บ้านจนกว่าจะแข็งแรงค่อยกลับออกไป สร้อยไม่เห็นด้วยแต่ก็ต้องทำตามความเห็นของพ่อใหญ่

“ขอบคุณ มากครับ ผมจะไม่ลืมพระคุณของพ่อใหญ่ในครั้งนี้เลยครับ” ชายเล็กเอ่ย ทั้งยังรับปากว่า “ผมจะไม่บอกใครเรื่องหมู่บ้านวลาหก แล้วถ้าหากทางคุณต้องการอะไร ผมยินดีช่วยเหลือทุกอย่างนะครับ”

“เรา ยังไม่ต้องการความช่วยเหลือตอนนี้ครับ แต่วันหน้าเราต้องให้คุณชายช่วย หวังว่าคุณชายจะจดจำคำพูดวันนี้ไว้นะครับ” แฮรี่ฝากความหวังไว้ ซึ่งชายเล็กก็ตอบรับด้วยสีหน้ามุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือพวกเขาแน่นอน

สร้อย คิดไม่ตก บ่นพ่อใหญ่ว่า ชายเล็กที่พ่อใหญ่บอกว่าคือมงกุฎแห่งเทพนั้น นอกจากจะทำให้มนต์หมอกเสื่อมสลายแล้วยังจะทำให้พ่อใหญ่เสียแก้วตาไปด้วย

“แต่เฮาจะได้ดวงใจกลับคืนมา เพราะจังซี่เฮาจึงไล่คุณชายไปบ่ได้” พ่อใหญ่ชี้แจง

“แฮรี่เคยบอกว่าข้อยคือแก้วตาของพ่อใหญ่ แล้วไผ่คือดวงใจของพ่อใหญ่ เป็นหยังเพิ่นถึงมีความสำคัญกว่าชีวิตทุกคนที่นี่”

“เมื่อ ถึงเวลาเจ้าก็จะฮู้เอง บ่ว่าจังได๋ คุณชายก็จะพักอยู่ที่นี่ต่อไป เจ้าอย่าได้คิดเฮ็ดอะหยัง อย่าได้ขัดคำสั่งของพ่อเด็ดขาด เข้าใจบ่” สร้อยยังนิ่ง จนพ่อใหญ่ย้ำเสียงเข้ม “เข้าใจบ่?!”

“เข้าใจจ้ะ พ่อใหญ่” สร้อยรับคำไม่เต็มเสียง แต่ในใจนั้นรั้นเต็มที่ไม่ยอมทำตามคำสั่งของพ่อใหญ่เด็ดขาด บอกจ่อยว่า “ข้อยจัดการบักคุณชายแน่ เพิ่นกำลังนำภัยมาสู่หมู่บ้านเฮา จังได๋ข้อยกะบ่ยอมให้เพิ่นอยู่ที่นี่”

จ่อยบอกว่าจะให้ตนทำอะไรบอกมาได้เลย สร้อยพูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่าพรุ่งนี้จ่อยก็จะรู้เอง

รุ่ง ขึ้น สร้อยกับจ่อยก็กล่าวหาชายเล็กว่าเป็นคนทำให้มนต์หมอกของแม่เฒ่าเสื่อมสลาย ฉะนั้นต้องรับผิดชอบ ชายเล็กจึงอาสาจะช่วยปกป้องหมู่บ้านวลาหกให้ จากนั้นก็กะเกณฑ์ให้ช่วยกันเหลาไม้ไผ่ดักสัตว์ สร้อยแกล้งชวนจ่อยไปลาดตระเวนปล่อยให้ชายเล็กทำคนเดียว ชายเล็กตื๊อขอไปด้วย แต่พอเดินตามทั้งสองไปก็พลาดไปตกหลุมขวากดักสัตว์ของชาวบ้าน ลึกลงไปท่วมหัว

สร้อยกับจ่อยหัวเราะกันคิกคัก ชวนกันเดินต่อไป สร้อยบอกว่าทิ้งไว้ที่นี่สักคืนพรุ่งนี้ค่อยมาดู

ooooooo

ชายใหญ่กับชายภัทรจะไปตามชายเล็ก ศินีนุชขอไปด้วย แต่ขอเวลาไปหาซื้อเครื่องเดินป่าพรุ่งนี้จึงค่อยออกเดินทาง

ชาย ใหญ่ห่วงชายเล็กมาก เมื่อยอดยศช่วยติดต่อทางกองบินได้ จึงจะอาศัยเครื่องบินลำเลียงไปลงที่อุดรพรุ่งนี้ และเดินทางต่อไปหนองคายเลย ส่วนศินีนุชที่ขอเวลาหนึ่งวันไปซื้อเครื่องเดินป่านั้น เสร็จแล้วให้ตามไปทีหลังก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นเราอาจจะต้องตามหาชายพีร์เพิ่มขึ้นอีกคนก็ได้ ชายใหญ่โทรเลขไปบอกชายพีร์ที่เดินทางล่วงหน้าไปแล้วว่า

“จะไปถึงเย็นนี้ รอก่อน อย่าเพิ่งไปตามเล็กในป่า”

แต่ ชายพีร์ร้อนใจเป็นห่วงชายเล็ก ให้บุญโฮมพาไปที่ร้านพรานเจ้ย เพื่อให้นำทางไป แต่ร้านปิดเงียบทำให้ชายพีร์ยิ่งเชื่อว่าต้องมีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้นกับ ชายเล็กแน่ บุญโฮมจึงติดต่อพรานเกิ้น ซึ่งเป็นพรานเก่าและแก่อีกคนนำทางไป

ooooooo

เวลา เดียวกัน มีนกพิราบสื่อสารจากในเมืองบินมาส่งสารที่หมู่บ้านวลาหก สร้อยพยายามถามพ่อใหญ่ว่ามีเรื่องสำคัญอันตรายอะไรหรือ ในเมืองถึงได้รีบส่งข่าวมา พ่อใหญ่บอกว่าไม่มีอะไร เป็นการส่งข่าวสารกันปกติ

“อย่ามาหลอกข้อยเสียให้ยาก ถ้าบ่มีเฮื่องสำคัญสายในเมืองบ่ส่งข่าวมาดอก บ่บอกก็บ่เป็นหยัง ข้อยจะไปสืบข่าวเอง!” แม้พ่อใหญ่จะเรียกปรามแต่หยุดความรั้นของสร้อยไม่ได้

พ่อ ใหญ่ปิดบังไม่บอกความจริงแก่สร้อย แต่พอสร้อยไปแล้วจึงปรึกษากับไกสอนและแฮรี่ว่า ตอนนี้พวกทหารเวียงน่าจะมาถึงชายป่าแล้ว เรื่องเกี่ยวโยงมาถึงคุณชายรัชชานนท์ จุฑาเทพ จนได้ เพราะมองกันว่าคุณชายเป็นมงกุฎแห่งเทพตามคำทำนายของแม่เฒ่า พ่อใหญ่พูดกับไกสอนและแฮรี่เชิงปรึกษาว่า

“คุณชายคนนี้เป็นทั้งผู้ที่นำข่าวดี และข่าวร้ายมาสู่หมู่เฮา แต่ตอนนี้เฮาจะต้องจัดการเฮื่องข่าวร้ายก่อน” พ่อใหญ่นิ่งไป คิดหาทางที่จะปกป้องหมู่บ้านวลาหกให้ปลอดภัย

วิธีสืบข่าวของสร้อย คือการปีนหน้าต่างแอบฟังการปรึกษาหารือกันของพ่อใหญ่ ไกสอนและแฮรี่นั่นเอง!

พ่อใหญ่ปรารภกับทั้งสองว่า สายในเมืองส่งข่าวมาว่า เช้านี้มีทหารเวียงเข้ามาฝั่งไทยมากผิดปกติ ทางเวียงคำพูส่งทหารมามากอย่างนี้คงมาค้นหาพวกเราและมาตามหาทหารเวียงที่หายไปด้วย

“ถ้าเป็นอย่างนี้ ทางนายพลเซกองจะต้องยิ่งเชื่อว่ามีกองกำลังกู้ชาติซ่อนอยู่ในป่านี้จริงๆ เราคงรอฤกษ์วัน อพยพจากแม่เฒ่าไม่ได้แล้วกระมัง” แฮรี่เสนอ แต่พ่อใหญ่ ติงว่าทหารเวียงเพ่นพ่านเต็มเมืองอย่างนี้เราคงยังอพยพ ไม่ได้

“ไกสอน สั่งการลงไป ห้ามผู้ใดออกจากหมู่บ้านอย่างเด็ดขาด รวมทั้งเจ้าด้วย เจ้าสร้อย!” พ่อใหญ่พูดอย่างรู้ว่าสร้อยกับจ่อยเกาะขอบหน้าต่างแอบฟังอยู่ หยิบหมากตัวหนึ่งบนกระดานหมากรุกขว้างไปถูกมือที่เกาะขอบหน้าต่างอยู่ ได้ยินเสียงหล่นดังพลั่ก! พลั่ก!!

พ่อใหญ่เดินมาดูที่หน้าต่าง เห็นสร้อยกับจ่อยตกก้นจ้ำเบ้ากลิ้งโค่โล่ที่พื้น ก็ได้แต่ส่ายหน้ากับความรั้นของสร้อย

พลันสร้อยก็ลุกวิ่งอ้าวไป ตะโกนบอกพ่อใหญ่ว่าต้องรีบไปไม่อย่างนั้นเขาต้องตายแน่ ไกสอนถามจ่อยว่าใคร

“บักคุณชายน่ะพ่อ ตอนนี้บักคุณชายติดอยู่ในป่า ถ้าไอ้พวกทหารเวียงเจอเข้า เพิ่น...เพิ่นคงบ่รอด!”

ooooooo

สร้อยไปถึงปรากฏว่าชายเล็กหายไปแล้ว สร้อยตกใจเดินตามหานึกว่าคงถูกพวกทหารเวียงจับไปขณะเดินตามหาชายเล็กนั่นเอง สร้อยถูกมือลึกลับยื่นมาปิด ปากแล้วลากไป!

สัญชาตญาณระวังตัว สร้อยชักมีดออกมาจะจ้วงแทง แล้วก็ยั้งแทบไม่ทันเมื่อเสียงชายเล็กร้องอย่างตกใจ

“เฮ้ย! เดี๋ยว นี่ฉันเอง!”

สร้อยหมั่นไส้บ่นว่ารู้ว่าเก่งอย่างนี้ไม่มาช่วยให้เสียเวลาหรอก แล้วทำท่าจะกลับ ชายเล็กคว้ามือไว้ถามว่าจะกลับได้ยังไง ทหารเวียงเพ่นพ่านออกเต็มไปหมด ครู่หนึ่งทั้งสองก็เห็นทหารเวียงเดินมากันถึง 10 คน จึงพากันหลบซุ่มดู

พวกทหารเวียงเดินตามหาเพื่อนที่หายไป บ่นกันว่าไม่พบร่องรอยเลย บ้างก็ก่นด่าว่าพวกนั้นอาจจะไปฉุดผู้หญิงที่ไหนแล้วถูกฆ่าตายไปแล้วก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะเบื่อที่จะตามหาพวกกบฏเลยหนีไปแล้ว แล้วพวกมันก็พากันกลับ

เมื่อพวกทหารเวียงกลับไปแล้ว ชายเล็กถามสร้อยว่าจะทำอย่างไร คืนนี้คงต้องหาที่พักแรมก่อน แล้วค่อยหาทางกลับหมู่บ้านกัน สร้อยตะบึงตะบอนหาว่าชายเล็กเป็นคนนำภัยพิบัติมาสู่หมู่บ้าน ชายเล็กพูดอย่างใจเย็นว่า

“ถ้าฉันรู้ว่ามันจะเกิดเรื่องอย่างนี้ ฉันไม่มาหรอก ตอนนี้ไม่ว่าเธอกำลังโกรธแค้นฉันหรือว่าทหารเวียง ก็เก็บไว้ก่อน สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือรักษาชีวิตของเธอไว้ ไม่ใช่เวลาจะมาอวดเก่งทำตัวมุทะลุเข้าใจไหม เราต้องหาที่ซ่อนตัว ไม่แน่ว่าพวกทหารเวียงจะย้อนกลับมาอีก”

ชายเล็กพูดพลางมองหาทางหนีทีไล่ แต่พอพูดจบหันมาอีกที สร้อยก็หายไปแล้ว!

ooooooo

ที่เรือนพ่อใหญ่ ไกสอนกับแฮรี่พยายามหว่านล้อมให้พ่อใหญ่ส่งคนไปตามหาสร้อย แฮรี่บอกพ่อใหญ่ว่าที่หน้าเรือนมีชาวบ้านมาออกันเต็มไปหมด ทุกคนพร้อมจะสละชีวิตเพื่อไปตามหาสร้อย ไปช่วยสร้อย

“เฮาบ่ยอมให้ผู้ใดมาเสียสละชีวิตเพื่อคนผู้เดียว” พ่อใหญ่เด็ดเดี่ยว ไกสอนติงว่าสร้อยไม่ใช่เป็นแค่ลูกผู้ใหญ่เท่านั้น ถูกผู้ใหญ่ตัดบททันที “เฮาฮู้! แต่จังได๋เฮากะบ่เปลี่ยนใจ ถ้าหากคนของเฮาจะต้องเสียสละชีวิต กะต้องเสียสละชีวิตเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน มันจะมีประโยชน์กว่ามาตายเพราะลูกสาวหัวดื้อของเฮาคนเดียว”

พูดแล้วพ่อใหญ่หันไปเขียนสมุดบันทึกต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนไกสอนกับแฮรี่มองหน้ากันแบบไม่รู้จะทำอย่างไรดี

หาใช่ว่าพ่อใหญ่จะไม่ห่วงใยสร้อย แต่ความเป็นผู้นำที่มีคุณธรรม ทำให้พ่อใหญ่ไม่อาจเอาเรื่องส่วนตัวมาอยู่เหนือส่วนรวมได้ เมื่อท้องฟ้ามืดลงทุกที พ่อใหญ่ก็พึมพำอย่างข่มใจตัวเอง “เจ้าสร้อย...”

พ่อใหญ่พลิกดูสมุดบันทึกความทรงจำของราชวงศ์พูคำเพื่อเป็นประวัติแก่คนรุ่นหลัง ดึงรูปเก่าๆใบหนึ่งที่เสียบอยู่ในสมุดออกมาดู เป็นรูปของส่องดาวในชุดสาววังเวียงพูคำ พ่อใหญ่ดูรูปพึมพำ...

“มีเจ้าผู้เดียวที่เข้าใจ เจ้าสร้อยบ่ใช่เป็นลูกสาวของเฮาผู้เดียว ชาวเวียงพูคำทุกคนเป็นลูกของเฮา แล้ว

เฮาจะปล่อยให้ลูกคนอื่นไปตายได้จังได๋...”

เวลาเดียวกัน ที่วังกิตติวงศ์ อนุพันธ์ยืนเหม่อที่หน้าต่าง หยิบนาฬิกาพกที่อกซ้ายออกมาเปิดดู แต่ข้างในเป็นล็อก–เก็ตรูปเจ้าส่องดาววัยยี่สิบในชุดนักเรียนการเรือนของไทยยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 อนุพันธ์มองดูรูปนั้นด้วยแววตาอ่อนโยนพลันก็สะดุ้งเมื่อดารณีนุชผลักประตูเข้ามาโดยไม่เคาะก่อน

อนุพันธ์ตำหนิกิริยาที่ไม่งามนั้น ดารณีนุชบอกว่าตนมีธุระด่วน ถามว่าเขาได้ติดต่อทางกองบินฯ หรือยัง เรื่องจะให้ศินีนุชโดยสารเครื่องบินไปด้วย อนุพันธ์ตอบอย่างตำหนิในทีว่าตนไม่ส่งเสริมให้ลูกไปในทางที่ผิดอย่างเธอ และไม่อนุญาตให้ศินีนุชไปตามหาชายหนุ่มให้เสื่อมเสีย

ดารณีนุชโต้ว่าแม้แต่หม่อมย่าเอียดกับย่าอ่อนยังอนุญาตให้ศินีนุชไป ทำไมเขาจึงไม่อนุญาต ยืนยันว่าตนให้ไปและเขาก็ห้ามไม่ได้

“คุณหญิง มีอีกเรื่องที่คุณยังเข้าใจผิดอยู่! ผมยอมแต่งงานกับผู้หญิงอย่างคุณ ยอมใช้ชีวิตเหมือนตกนรกมากว่ายี่สิบปี ก็เพราะเห็นแก่ท่านพ่อของคุณ ฉะนั้นต่อไปอย่ามากล่าวหาว่าผมไม่เคยทดแทนบุญคุณท่านพ่อของคุณ!”

“คุณชายอนุพันธ์” ดารณีนุชเรียกอย่างเป็นทางการมาก “แล้วคิดว่าฉันมีความสุขหรือที่ได้แต่งงานกับคุณ ชีวิตฉันเหมือนตกนรกเหมือนกันที่ต้องอยู่กับผู้ชายไม่มีหัวใจอย่างคุณ!”

อนุพันธ์เดินออกไปอย่างไม่แยแส ดารณีนุชมองตามเต้นเร่าๆ อย่างเจ็บใจ

ooooooo

พรานเกิ้นพาชายพีร์กับชัชวีร์พักที่กระท่อมโกโรโกโสชายป่าที่พรานเกิ้นบอกว่าเป็นบ้านพักของป่าไม้ ชายพีร์เห็นยังไม่ค่ำจึงขอออกเดินสำรวจบริเวณนั้น

ส่วนชายเล็กเดินตามหาสร้อยพลางร้องเรียก ปรากฏว่าแม่จอมแก่นขึ้นไปซ่อนอยู่บนยอดไม้ เจอกิ่งไม้ผุตกลงมาดีแต่ชายเล็กรับไว้ทัน แทนที่จะขอบใจกลับทำตะบึงตะบอนสะบัดออกไป สร้อยอยากให้ชายเล็กไปให้พ้นๆ จึงบอกเขาว่า

“เจ้าเห็นลำธารทางโพ้นบ่ ถ้าเจ้าย่างไปตามลำธารไปทางเหนือเรื่อยๆ เจ้าจะเจอเฮือนของป่าไม้หลังเก่า เจ้าย่างต่อไปอีกบ่เกินห้ากิโบกจะเจอที่พักของพวกพรานป่า เจ้าควรจะรีบไปจากป่านี้ในตอนที่ยังมีโอกาส อย่าได้เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่เลย ถ้าเจ้ายังห่วงคู่ฮักของเจ้า”

“ตอนนี้ฉันไม่ได้ห่วงใครเลย นอกจากเธอสร้อยฟ้า ฉันจะไม่มีวันทิ้งเธอแน่ เหมือนกับที่เธอก็ไม่มีวันทิ้งฉันเหมือนกัน เธอถึงได้กลับมาช่วยฉัน” ชายเล็กพูดจริงจังมองหน้าสร้อยแน่วแน่เหมือนยืนยันว่า...ถ้าจะตายก็ตายด้วยกัน!

สร้อยชี้ไปข้างหน้าบอกว่ามีถ้ำพอที่จะให้พักแรมได้ คืนนี้เราจะพักที่นั่นกัน พลันทั้งสองก็ชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ไม่ไกล

ที่แท้คือชายพีร์กับชัชวีร์ที่กำลังเดินสำรวจหาร่องรอยของชายเล็ก มาเจอทหารเวียงสองคนถือปืนเดินมา ทั้งสี่โผล่ไปเผชิญหน้ากันจังๆ

ชายพีร์กับชัชวีร์กระชับปืนพร้อมเหนี่ยวไกได้ทุกเมื่อ!

ทหารเวียงสองคนก็กระชับปืนแต่มือสั่นเหงื่อกาฬแตกพลั่ก!

ooooooo

ตอนที่ 3

ชายพีร์กับชัชวีร์เผชิญหน้ากับทหารเวียงอย่างตึงเครียด ต่างฝ่ายถามกันว่ามาทำอะไรที่นี่

ทหารเวียงสองคนบอกว่ามาตามหาคน ย้อนถามชายพีร์ว่า มากันสองคนเท่านั้น หรือมีใครอีก?

“เราไม่จำเป็นต้องตอบ พวกแกไม่รู้รึไงว่ากำลังยืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทย มีสิทธิ์อะไรถึงได้ใช้ปืนข่มขู่ซักถามกันอย่างนี้ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวเก็บปืนแล้วกลับไปเสีย!” ชายพีร์แข็งกร้าว

พวกนั้นกำแหง นอกจากไม่ยอมกลับแล้วยังสั่งชายพีร์กับชัชวีร์ไปกับมันด้วย ทันใดนั้นพรานเกิ้นมาจากไหนไม่รู้ทะเล่อทะล่าแทรกกลางเข้ามา ชายพีร์กับชัชวีร์ ฉวยจังหวะนั้นพุ่งเข้าชาร์จทหารเวียงสองคนล้มลงอย่างง่ายดาย แล้วจับส่งทางการให้จัดการ

ทั้งสองสงสัยว่าทำไมจู่ๆ พรานเกิ้นถึงมาได้จังหวะพอดี พรานเกิ้นยิ้มแหยบอกว่าตนออกไปหาน้ำแล้วหลงป่า โชคดีมาเจอสองคน ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะกลับถูกหรือเปล่า ทำเอาชายพีร์พูดไม่ออกที่พรานมือหนึ่งเดินหลงป่า!

ตกกลางคืน ขณะนั่งผิงไฟกันอยู่ ชายพีร์ปรารภว่าเข้าเมืองแล้วคงต้องโทรศัพท์ไปลางานต่ออีกสักสองสามวัน ถามชัชวีร์ว่าเขาบอกคุณลุงอนุพันธ์หรือเปล่า ว่ามากับตน ชัชวีร์ย้อนถามว่าจะบอกทำไม

“นายนี่ชอบทำเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ถึงคุณป้าหญิงจะไม่ยอมรับนาย แต่นายก็ยังมีคุณลุงอนุพันธ์นะโว้ย ท่านไม่ค่อยแสดงออกแต่ฉันก็รู้ว่าท่านรักนาย ท่านอาจจะมีเหตุผลของท่านก็ได้ที่ไม่ยอมบอกนายเรื่องแม่”

ชัชวีร์พูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่าพ่อกับแม่อาจจะไม่ตั้งใจให้ตนเกิดมาก็ได้ และถึงตอนนี้ตนก็ไม่อยากรู้ ไม่สนใจแล้วว่าแม่จะเป็นใคร

“แต่ฉันรู้ว่า นายสนใจ นี่เป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจนายมาตลอดชีวิต” ชายพีร์พูดอย่างรู้ใจเพื่อนรัก

ชัชวีร์ตัดบทขอเข้านอนดีกว่า ให้ชายพีร์เฝ้ายาม กะแรก ตนนอนก่อนแล้วเที่ยงคืนจะมาผลัดเวรยามกัน พูดแล้วลุกเข้าเต็นท์ไป ชายพีร์มองตามเพื่อนไปอย่างเห็นใจ

ooooooo

ส่วนคุณชายรัชชานนท์หรือชายเล็กกับสร้อยสาวชาวป่า พักกันอยู่ที่ถ้ำ ชายเล็กก่อกองไฟอย่างยาก ลำบากแต่พอสร้อยกลับมาก็รีบดับไฟดุว่าก่อไฟแบบนี้พวกทหารเวียงเห็นจะเป็นอันตราย อดพูดเหน็บไม่ได้ ว่า จะทำอะไรให้คิดถึงคู่รักที่นอนพะงาบๆ อยู่เรือน แม่เฒ่าบ้าง

ชายเล็กบอกว่านั่นไม่ใช่คู่รักตน เกิดมาตนยังไม่เคยรักใครเลย จนกระทั่งมาเจอเธอ พูดทำตาเชื่อมปนทะเล้นว่า

“นาทีแรกที่ฉันได้เจอเธอ เป็นนาทีที่เฉียดความตาย เมื่อฉันรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้ ฉันก็เลยตั้งใจแน่วแน่ว่าฉันจะต้องรีบหาเมียก่อนตาย ไม่อย่างนั้นเสียชาติเกิด เธอว่าจริงไหมล่ะ”

สร้อยถามเขินๆว่าแล้วมาพูดให้ตนฟังทำไม เฉไฉเดินหนีไปนอน สั่งเข้มให้ชายเล็กนอนที่ปากถ้ำส่วนตัวเองเข้าไปนอนในถ้ำ ชายเล็กมองอาการเขินๆ เฮี้ยวๆของเธอขำๆ

ทั้งสร้อยและชัชวีร์ ต่างฝันถึงวัยเด็กของตัวเองซ้ำๆ เป็นเหตุการณ์น่ากลัวขณะหนีสงครามและพลัดหลงกัน

คืนนี้ สร้อยฝันร้ายอีกตามเคย เธอผวาร้องอย่างตกใจ จนชายเล็กเข้ามากอดปลอบว่า “ไม่ต้องร้อง แค่ฝันร้ายเท่านั้น ตอนนี้เธออยู่กับฉันจำได้ไหม” สร้อยรู้สึกตัวเห็นชายเล็กกอดอยู่ก็ผลักเขาออกทั้งเขินทั้งโกรธจนพูด ไม่ออก

ชายเล็กปลอบโยนจนสร้อยยอมเล่าความฝันซ้ำๆ  ของตนให้ฟัง ชายเล็กฟังแล้วคาดว่า

“ถ้าเธอฝันเรื่องเดิมอยู่บ่อยๆมันอาจจะไม่ใช่เป็นแค่ความฝันก็ได้มันอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่เธอเคยเจอ แล้วต้องเป็นเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจเธอทีเดียว เธอถึงได้เก็บมาฝัน”

สร้อยบอกว่าผู้หญิงที่ตนฝันถึงบ่อยๆอาจเป็นแม่ตนก็ได้ ชายเล็กถามว่าเกิดอะไรกับแม่เธอ ท่านไม่ได้มาด้วยหรือ

“แม่หนีมากับพวกเฮาด้วย แต่พลัดหลงกันตอนข้ามมาฝั่งไทย พ่อใหญ่ให้คนตามหาอยู่หลายปี แต่กะบ่เจอ แม่คงตายไปแล้วพ่อใหญ่ถึงบ่ยอมพูดถึงแม่อีก” ส่วนพี่น้อง เธอบอกว่าไม่มี เพราะตนอยู่กับพ่อใหญ่สองคนเท่านั้น พูดอย่างมุ่งมั่นว่า “ข้อยคิดเสมอว่า ข้อยจะต้องตอบแทนบุญคุณของพ่อใหญ่ บ่ว่าจังได๋ข้อยจะพาพ่อใหญ่กลับเวียงพูคำแผ่นดินเกิดให้ได้!”

“ฉันจะช่วยเธอเอง ฉันรอดตายก็เพราะคนเวียงพูคำคนนี้ช่วยฉันไว้ เธอเสี่ยงตายช่วยชีวิตฉันไว้ แล้วทำไมฉันจะเสี่ยงตายช่วยเธอบ้างไม่ได้ เมื่อไหร่ที่เธอกลับ ไปเวียงพูคำ ฉันจะไปกับเธอด้วย ฉันสัญญา” ชายเล็กกุมมือสร้อยไว้แน่น สร้อยดึงมือออกเขินๆ แต่ก็ซึ้งกับท่าทีจริงจังจริงใจของเขา

ชัชวีร์ก็ฝันร้ายเช่นกัน แต่ความฝันเลือนลางจำไม่ได้ว่าเหตุเกิดที่ไหน อยู่กับใคร รู้แต่ว่าอยู่ในแวดวงของคนแต่งตัวแปลกๆและผู้ชายที่ตนมาด้วยนั้น ตนไม่รู้ว่าเป็นใครแต่รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยรู้จัก

ชายพีร์บอกว่าอย่าไปจริงจังกับมันเลย เพราะมันเป็นแค่ความฝัน

“เออ...มันก็แค่ความฝัน ฉันก็อยากให้มันเป็นแค่ความฝันจริงๆ” ปากพูดอย่างนั้นแต่ใจชัชวีร์ก็ยังติดตาฝังใจกับฝันร้ายที่ฝันซ้ำๆตลอดมา

ooooooo

ที่วังจุฑาเทพ ชายใหญ่กับชายภัทรร้อนใจจะรีบออกเดินทาง แต่ศินีนุชยังไม่มา พอเธอมาถึงปรากฏว่าเธอขนกระเป๋าเดินทางมาด้วยถึง 4 ใบ!

ไม่เพียงเท่านั้น จู่ๆวิไลรัมภาก็ขนกระเป๋าจะเดิน ทางไปด้วย อ้างว่าเป็นห่วงชายพีร์ จึงเกิดการเขม่นเข่นเขี้ยวกัน ระหว่างศินีนุชกับวิไลรัมภา ศินีนุชยื่นคำขาดว่า

“ไม่ได้ ยังไงก็ไปไม่ได้ หม่อมย่าคะ ถ้ารัมภาไป นุชไม่ไปนะคะ แล้วถ้านุชไม่ไป เครื่องบินทหารที่คุณพ่อติดต่อไว้ให้ก็คงต้องยกเลิกนะคะ ทีนี้หม่อมย่าคงตัดสินใจได้แล้วนะคะว่า ควรให้รัมภาไปด้วยหรือเปล่า”

ศินีนุชหางตาใส่วิไลรัมภาอย่างเหนือกว่า ในที่สุดวิไลรัมภาก็เป็นฝ่ายต้องอยู่รอฟังข่าวชายพีร์ที่วังจุฑาเทพแทน

ส่วนที่วังกิตติวงศ์ อนุพันธ์จับได้ว่าดารณีนุชเข้าไปค้นในห้องทำงานของเขา เพื่อหาอะไรบางอย่าง เมื่อไม่เจอที่เสื้อผ้าจึงไปเปิดลิ้นชัก ปรากฏว่าใส่กุญแจ อนุพันธ์เข้ามาเจอพอดี จึงโต้เถียงกันขึ้น เมื่ออนุพันธ์รู้ว่าดารณีนุชอ้างชื่อตนไปขอเที่ยวบินลำเลียงพิเศษไปหนองคายก็ยิ่งไม่พอใจ ปรามว่า

“นี่ขอเป็นครั้งสุดท้ายนะคุณหญิง อย่าได้เอาชื่อผมไปแอบอ้างอีก ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่ แล้วก็อย่าเข้ามาในห้องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตอีก ไม่ว่าคุณเข้ามาค้นหาอะไร คุณไม่มีวันหาเจอหรอก!”

ดารณีนุชเลยพูดอย่างท้าทายว่า ตนมาค้นหานาฬิกาที่เขาพกติดตัวตลอดเวลา พูดอย่างผูกใจเจ็บใจ

“ฉันอยากรู้ว่าใครเป็นคนให้คุณมา นังนั่นเหรอ? แม่ไอ้ชัช นังผู้หญิงชั้นต่ำใช่ไหม!”

อนุพันธ์โมโหปรามว่าอย่าพูดจาดูถูกแม่ของชัชวีร์ นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของตน เราต่างคนต่างอยู่กันมานานแล้วก็ขอให้เป็นอย่างนั้นต่อไป ทั้งยังย้ำชัดว่า

“ผมไม่มีผู้หญิงอื่น ตั้งแต่ผมเจอแม่ของชัชวีร์ ผมก็รู้ว่า ผมไม่สามารถจะมีใครได้อีก ผมเคยบอกคุณแล้วว่า ผมมีผู้หญิงที่ผมรักแล้ว แต่คุณก็ยังดึงดันจะแต่งงานกับผม” ดารณีนุชอ้างว่า คิดว่าตนจะทำให้เขารักได้ “ตอนนี้คุณคงรู้แล้วนะว่า คุณทำไม่ได้” พูดแล้วอนุพันธ์สั่งทหารรับใช้ให้เอารถออก ทิ้งให้ดารณีนุชยืนแค้นอยู่ตรงนั้น

ooooooo

แม่เฒ่ารักษาจนจันทาอาการดีขึ้น เธอลุกเดินมาเห็นย่ามของตัวเองแขวนอยู่ ถามแม่เฒ่าว่าใครเป็น คนเอาย่ามนี้มาคืนให้ แม่เฒ่าบอกว่าทับทิมคนของท่านไกสอน จันทาถามอย่างร้อนใจเป็นห่วงพรานเจ้ยว่าทับทิมเจอพ่อตนไหม

แม่เฒ่าไม่ตอบแต่เอาเสื้อผ้าของชาวเวียงพูคำมาให้เปลี่ยน จันทาบอกว่าตนไม่ใช่คนเวียงพูคำ แม่เฒ่าจึงเอาสร้อยจี้พระจันทร์ของเธอคืนให้ พูดอย่างมั่นใจว่า

“ถ้าสร้อยเส้นนี้เป็นของเจ้า เจ้ากะต้องเป็นคนเวียงพูคำ สร้อยเส้นนี้เป็นฝีมือของคนเวียงพูคำ ข้อยบ่ฮู้ดอกว่าเจ้าเป็นลูกหลานไผ แต่คงสืบหาบ่ยากดอก สร้อยงามๆจังซี่ต้องเป็นฝีมือของช่างเก่าแก่ในวังหลวง”

แต่วันนี้ของจันทา เธอไม่ต้องการรู้อะไรอีกแล้ว เพราะตนมีพ่อคนเดียวก็พอ มอบสร้อยให้แม่เฒ่าเก็บไว้ เป็นการตอบแทนที่ช่วยชีวิตตนไว้

“บ่ได้! เจ้าต้องเก็บสร้อยเส้นนี้ไว้ แล้วสร้อยเส้นนี้จะพาเจ้ากลับไปที่ที่เจ้ามา พ่อที่เลี้ยงเจ้ามายังตั้งชื่อเจ้าว่า “จันทา” กะเพราะสร้อยพระจันทร์เส้นนี้ มื้อนี้เจ้าบ่ยอมรับ แต่มื้อหน้าเจ้าจะยอมรับเองว่า เจ้าเป็นคนเวียงพูคำ!”

พอดีจ่อยโผล่มาด้านหลังแม่เฒ่า แม่เฒ่าถามโดยไม่ต้องหันมองว่ามีอะไรหรือ จ่อยบอกว่าตนมาดูจันทา เห็นหน้าตาสดใสดูดีกว่าเมื่อวานก็สบายใจ พูดแล้วก็จะไป แต่ถูกแม่เฒ่าใช้ให้อยู่ดูแลจันทา ตนจะไปดูลูกบักบุญที่จับไข้อยู่

จันทาถือเสื้อผ้าเดินลงไปหลังเรือน จ่อยเดินตามต้อยๆ เธอถามจ่อยว่าที่หลบหน้าหลบตาตนเพราะกลัวตนจะถามเรื่องพ่อใช่ไหม จ่อยยอมรับว่าใช่ เพราะสร้อยกำชับไว้ไม่ให้พูด จันทาถามว่าใครคือสร้อย?

“อีสร้อย เป็นลูกสาวพ่อใหญ่ พ่อใหญ่เป็นหัวหน้าของหมู่เฮา รองลงมาจากพ่อใหญ่กะเป็นอีสร้อยนี่แหละ เออ...อีสร้อยสั่งห้ามไว้ ถ้าเจ้าอยากฮู้อะหยังกะถามบักคุณชาย เจ้ากะใจเย็นๆ รอบักคุณชายกลับมาก่อน”

จันทาขัดใจที่ถามอะไรจ่อยก็ไม่ยอมบอก จึงไล่จ่อยจะไปไหนก็ไป ตนจะอาบน้ำ จ่อยจึงกลับไปรอบนเรือน

ooooooo

สร้อยพาชายเล็กรีบเดินกลับเข้าหมู่บ้าน ชายเล็กเดินพลาดโดนกับดัก ถูกไม้ไผ่แหลมถากไหล่ซ้ายเป็นแผล สร้อยรีบให้เขากลับเรือน ส่วนตัวเองจะรีบกลับไปหาพ่อใหญ่เพราะหายไปทั้งคืนพ่อใหญ่คงเป็นห่วงแย่

ก่อนแยกกัน สร้อยย้ำขู่ๆว่าห้ามบอกใครว่าเราค้างในป่าด้วยกัน แต่เสียแผนหมด เพราะจ่อยเดินมาเจอพอดี จ่อยถามว่าสองคนกลับมาด้วยกันได้อย่างไร อย่าบอกนะว่าสองคนอยู่ด้วยกันทั้งคืน! เร่งทั้งคู่ให้รีบไปเพราะทุกคนเป็นห่วงมาก

การหายไปทั้งคืนและกลับมาด้วยกันของทั้งสอง เป็นเรื่องใหญ่ที่ถูกพ่อใหญ่ซักไซ้อย่างหนัก สร้อยบอกว่าตนไม่ได้ค้างด้วยกัน แต่เพิ่งมาเจอกันตอนจะเข้าหมู่บ้านนี่เอง แม้พ่อใหญ่จะรู้แก่ใจดีแต่ก็ไม่คาดคั้นเรื่องนี้ หากแต่ลงโทษสร้อยที่ขัดคำสั่งห้ามออกนอกหมู่บ้าน ด้วยการสั่งขัง 7 วัน 7 คืน และระหว่างนั้นก็ให้เรียนหนังสือกับแฮรี่ ส่วนชายเล็กให้จ่อยพาไปให้แม่เฒ่าใส่ยาแผลที่หัวไหล่ให้

ชายเล็กมาเจอจันทาที่หายดีแล้วที่บ้านแม่เฒ่า ต่างดีใจมาก จันทาถามถึงพ่อ ชายเล็กตัดสินใจบอกความจริงว่าพรานเจ้ยเสียชีวิตแล้ว จันทาร้องไห้อย่างหนัก ชายเล็กเองก็พูดไม่ออก ได้แต่โอบหลวมๆอย่างปลอบใจ

สร้อยถือถ้วยยามาเห็นภาพนั้นเต็มตาถึงกับหน้าเจื่อน จ่อยแบกฟืนกลับมาเห็นสร้อยก็โวยวายว่ามาได้ยังไง? พ่อใหญ่สั่งลงโทษอยู่ไม่ใช่หรือ? หนีพ่อใหญ่มาใช่ไหม? แล้วมาที่นี่ทำไม??

“ข้อย...ข้อยเอายามาให้บักคุณชาย” สร้อยอ้างว่าตนทำให้ชายเล็กต้องเจ็บตัวจึงเอายามาให้ แล้วพูดประชดว่า “เพิ่นได้ยาดีแล้ว ยาของข้อยบ่มีประโยชน์ ข้อยกลับเฮือนล่ะ บ่ต้องบอกไผ่ล่ะว่าข้อยมา!” สร้อยพูดขู่ๆ แล้วผละไป

จ่อยวิ่งตามสร้อยถามอย่างไม่หายข้องใจว่า เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นในป่า และทำไมถึงได้ทำดีกับคุณชายทั้งที่ก่อนนี้เห็นไล่เขาออกจากหมู่บ้านเอาแท้เอาว่า ถามอย่างสงสัยว่า “มีอะหยังเกิดขึ้น เจ้าถึงได้เปลี่ยนไป!”

“บอกแล้วว่าบ่มีอะหยัง เลิกถามบ้าๆได้แล้ว เจ้ากะเห็นแล้วว่าคู่ฮักของเพิ่นกำลังหายดี อีกบ่โดนกะสิไปจากที่นี่แล้ว ข้อยจะไปไล่เพิ่นเฮ็ดหยัง” สร้อยทำเสียงเข้มหมายหยุดความขี้สงสัยของจ่อย แต่จ่อยก็ยังสงสัยไม่เลิก สร้อยเลยเอ็ดแล้วสั่งให้ก้มลงให้ตนเหยียบหลังปีนขึ้นเรือนไปเดี๋ยวนี้

จ่อยจึงก้มให้สร้อยเหยียบหลังปีนหน้าต่างเข้าห้อง แต่พอปีนหน้าต่างเข้าห้อง สร้อยก็ยืนจังงัง เมื่อเห็นพ่อใหญ่นั่งรออยู่ในห้องแล้ว!

สร้อยถูกพ่อใหญ่ตำหนิอย่างผิดหวังว่า คำสั่งของพ่อไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้วใช่ไหม เมื่อคิดว่าโตแล้วตัดสินใจเองได้แล้วอย่างนี้ ต่อไปพ่อก็จะไม่บังคับอะไรอีก พูดเหมือนตัดบัวไม่เหลือใยก่อนออกไปว่า

“เจ้าอยากเฮ็ดอะหยังกะเฮ็ดได้ตามใจเจ้า!”

สร้อยหนาวเยือกจับขั้วหัวใจ รีบคุกเข่าขอโทษพ่อใหญ่ขอให้พ่อใหญ่ยกโทษให้ด้วย ต่อไปจะเชื่อฟังพ่อใหญ่ทุกอย่าง อ้างว่าที่ตนทำไปก็เพราะอยากช่วยงานพ่อใหญ่

“เจ้ามีหน้าที่เดียวคือฮักษาชีวิตเจ้าเอาไว้! เอาเถอะ นี่คงถึงเวลาที่พ่อควรจะปล่อยเจ้าแล้ว...เจ้าสร้อย...”

สร้อยอ้อนวอนพ่อใหญ่ยกโทษให้ตน ถ้าพ่อใหญ่ไม่ยกโทษให้ก็จะคุกเข่าอยู่อย่างนี้ จนกว่าพ่อใหญ่จะยกโทษให้ แต่พ่อใหญ่ก็ยังคงเดินออกไปไม่ไยดีกับสร้อยที่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

เหตุการณ์นี้ทำให้พ่อใหญ่คิดหนัก จนเจอแม่เฒ่าที่ไปรักษาชาวบ้านมา พ่อใหญ่ถามแม่เฒ่าว่า

“มงกุฎแห่งเทพกะมาฮอดหู่บ้านเฮาแล้ว เฮาสิต้องรออะหยังอีก”

“พ่อใหญ่บ่มีห่วงมื่อได๋ กะมื่อนั่นแหละ” พูดแล้วแม่เฒ่าขยายความว่าหมายถึงห่วงของคนเป็นพ่อแม่ พ่อใหญ่บอกแม่เฒ่าว่า ตนจะหมดห่วงลูกก็ต่อเมื่อหมดลมหายใจเท่านั้น “บ่ต้องรอถึงมื้อนั่นดอกพ่อใหญ่ มีคนผู้หนึ่งที่พ่อใหญ่ฝากแก้วตาให้ดูแลแทนได้”

พ่อใหญ่ถามว่าใคร แม่เฒ่าบอกว่าแล้วพ่อใหญ่จะรู้เอง เมื่อใดที่พ่อใหญ่ทำใจยกแก้วตาให้เขาได้ เมื่อนั้นคือฤกษ์งามยามดีที่พ่อใหญ่จะพาคนในหมู่บ้านอพยพไปจากที่นี่

แม่เฒ่าพูดทิ้งไว้ให้พ่อใหญ่คิดแล้วเดินผ่านไป

คุณชายรัชชานนท์ ตกอยู่ในภาวะที่ต้องผูกพันกับหมู่บ้านวลาหกโดยไม่ตั้งใจ ชายเล็กรู้สึกผิดที่ทำให้พรายเจ้ยต้องเสียชีวิต เขาบอกจันทาว่าจะรับผิดชอบดูแลเธอแทนพรานเจ้ย

จันทาซึ่งมีใจให้ชายเล็กอยู่ คิดว่าเขาหมายถึงจะรับผิดชอบเป็นคู่ผัวตัวเมียกัน แต่ตลอดมาชายเล็กเอ็นดูเธอเยี่ยงน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น จ่อยสงสารสร้อยที่คุกเข่าอยู่ไม่ยอมกินข้าวกินน้ำ จึงไปหาแม่เฒ่าหมายให้ช่วย แต่แม่เฒ่ายังไม่กลับ ชายเล็กรู้จึงรีบไป เห็นสร้อยยังคุกเข่าอยู่ จึงไปคุกเข่าอยู่กับสร้อยเป็นการลงโทษตัวเองด้วยที่ทำให้สร้อยถูกลงโทษ พ่อใหญ่เกรงใจชายเล็ก บอกให้ทั้งสองลุกขึ้น ชายเล็กดีใจรีบประคองสร้อยลุกขึ้น สร้อยมองชายเล็กอย่างซึ้งใจที่ช่วยตน

สร้อยกับชายเล็กเข้าไปกราบขอโทษพ่อใหญ่อีกครั้ง ชายเล็กพูดเหมือนปฏิญาณกับพ่อใหญ่ว่า

“หากสิ่งที่ผมทำลงไปเป็นการล่วงเกินหรือละเมิดกฎของที่นี่ ผมกับสร้อยฟ้า ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ผมไม่สามารถทิ้งเพื่อนคนนี้ได้จริงๆครับ”

ทั้งพ่อใหญ่ ไกสอน และแฮรี่ต่างมองหน้ากันอึ้ง

ที่ชายเล็กเรียกสร้อยว่า “สร้อยฟ้า” เมื่ออยู่กันลำพังสามคน แฮรี่เอ่ยขึ้นว่า

“นี่อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญกะได้พ่อใหญ่ หรือเพิ่นอาจไปได้ยินชื่อนี้จากไผในหมู่บ้านกะเป็นได้”

“ไม่มีใครอื่นอีกแล้วที่รู้ว่าสร้อยมีชื่อเต็มๆ ว่าสร้อยฟ้า คุณชายคนนี้เป็นมากกว่ามงกุฎแห่งเทพที่ทำให้มนต์หมอกเสื่อมสลาย แต่เขาอาจจะเป็นผู้ที่ช่วยให้เรากลับไปเวียงพูคำได้เร็วขึ้น” พ่อใหญ่เชื่อเช่นนั้น

ไกสอนดีใจที่เรามีรัชทายาทแล้ว แต่แฮรี่ติงว่า

เรายังตามหารัชทายาทไม่เจอ คุณชายอาจเป็นกุญแจนำทางเราไปสู่จุดหมายได้

“คุณชายไม่ใช่ชาวเวียงพูคำ เฮาให้คุณชายมาเสี่ยง

ชีวิตกับเฮาบ่ได้ดอก แต่การมาของคุณชายผู้นี้เฮ็ดให้เฮาตัดสินใจบางอย่างได้เร็วขึ้น ไกสอน...แฮรี่...เฮาได้ฤกษ์ อพยพแล้ว” พ่อใหญ่บอกอย่างยินดี จนไกสอนกับแฮรี่มองกันงงๆ

ooooooo

บุญโฮมพาชายใหญ่กับชายภัทรไปที่ร้านพรานเจ้ยไม่เจอใครจึงพามาที่ค่าย ตชด.เพราะรู้ว่าชายพีร์กับชัชวีร์เอาพวกทหารเวียงที่จับได้มาส่งให้ ตชด.

แม้ชายใหญ่จะตำหนิชายพีร์ที่ชวนชัชวีร์หนีมาจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ให้ตามหากัน แต่เมื่อรู้ว่ายังตามหาชายเล็กไม่เจอและคาดว่าอาจหลงป่า ต่างก็เป็นห่วงชายเล็กลืมความขุ่นเคืองใจ ช่วยกันหาทางตามหาชายเล็กให้เจอในเร็ววัน

ศินีนุชที่ขนกระเป๋ามาถึงสี่ใบ เมื่อมาเห็นบ้านพักที่ทรุดโทรม ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกอะไรเลยก็โวยวายว่าจะอยู่ได้อย่างไร ชายใหญ่จึงให้ชายพีร์กับชัชวีร์พาเธอไปพักโรงแรมในเมืองและให้ชัชวีร์อยู่เป็นเพื่อนเธอที่นั่น

ที่หมู่บ้านวลาหก เมื่อชายเล็กกับจันทาแข็งแรงดีแล้ว พ่อใหญ่จึงจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญก่อนส่งทั้งสองกลับ โดยมีแม่เฒ่าเป็นคนทำพิธีให้

วันนี้ สร้อยที่เคยแต่แต่งตัวมอมแมมลุยๆ ท่าทางเป็นทโมน วันนี้ก็บรรจงแต่งเป็นสาวเวียงพูคำ แต่ก็ยังมีคราบความทโมน ทั้งชุดที่แต่งลวกๆ และแม้แต่ดอกไม้ที่เสียบผมก็เสียบส่งๆ ดูเกะกะมากกว่าสวยงาม กระนั้น จ่อยก็ยังชมว่างามแท้

ระหว่างเตรียมทำพิธีบายศรีสู่ขวัญนั่นเอง ทับทิมเข้ามาอย่างมีเรื่องจะรายงาน พ่อใหญ่จึงลุกไปคุยกับทับทิมท่ามกลางสายตาของไกสอนและแฮรี่ที่คิดว่าทับทิมต้องมีข่าวอะไรมารายงานเป็นแน่ แต่ทุกคนไม่อยากทำลายบรรยากาศงานบายศรีสู่ขวัญที่เป็นมงคล งานจึงดำเนินต่อไปอย่างปกติท่ามกลางความปีติยินดีของทุกคน

หลังจากแม่เฒ่าทำพิธีเสร็จแล้ว พ่อใหญ่ซึ่งเป็นประธานในงานก็กล่าวอวยพรและผูกข้อมือให้คุณชายรัชชานนท์

“ขอให้มีขวัญ มีกำลัง มีสติ มีปัญญา จงมีศีลและมีธรรมนำพาชีวิตไปสู่ความสุขความเจริญ” จากนั้นจึงหันไปผูกข้อมือและอวยพรให้จันทา “ขวัญเจ้าไปไกลกะให้มา ขวัญเจ้าไปนากะให้ต่าว เจ้าผ่านความทุกข์แค้นแสนสาหัส พ่อแม่ต้องจากไป ต่อไปขอให้บ่มีทุกข์บ่มีโรคมีแต่ความสุข”

ไกสอนและแฮรี่รวมทั้งผู้ใหญ่ในหมู่บ้านทยอยกันเข้าผูกข้อมือและอวยพรให้ชายเล็กและจันทาตามลำดับ

พ่อใหญ่เอะใจไม่เห็นสร้อย จ่อยบอกว่า “อีสร้อยมันเผ่นลงเฮือนไปแล้วพ่อใหญ่”

“เป็นหยังบ่อยู่จนจบพิธี เฮ็ดอะหยังตามใจตัวอีกแล้ว” พ่อใหญ่บ่นอย่างขัดใจ ในขณะที่ชายเล็กก็ชะเง้อมองหาสร้อยอย่างเป็นห่วง

เมื่อออกไปตามหา เจอสร้อยในชุดสาวชาวเวียงพูคำกำลังเล่นแก่นกะโหลกอยู่กับเด็กๆผู้ชายในหมู่บ้าน

นั่นคือการปีนเสาปักธงชาติเวียงพูคำไว้บนยอดเสา ปรากฏ ว่าสร้อยชนะพวกเด็กๆ ได้รับเสียงเฮและปรบมือลั่น

แต่พอสร้อยรูดตัวลงจากเสา ชายเล็กก็เดินเข้ามาบอกขำๆ ว่า

“หมดสวยกันพอดี เล่นเป็นเด็กๆ ไปได้ พ่อใหญ่ถามหาแน่ะ รีบกลับไปเร็วเข้า”

“บ่ไป! พ่อใหญ่จัดพิธีรับขวัญเจ้ากับคู่ฮัก บ่ได้เกี่ยวอะหยังกับข้อย เดี๋ยวพิธีจบ ข้อยสิกลับเฮือนไปเอง ไป...เจ้ากลับไปเสีย”

ชายเล็กไม่ยอมกลับ สร้อยเลยท้าแข่งปีนขึ้นไปเอาธงจากยอดเสากับตน พูดปรามาสเสียจนชายเล็กรับคำท้า ถามว่าชนะแล้วจะได้อะไร

“แพ้เป็นข้า ชนะเป็นเจ้า เดี๋ยวเจ้าได้เป็นข้าของข้อยอีกคนแน่” สร้อยพูดอย่างมั่นใจ พูดจบก็ปีนทันที ชายเล็กโวยว่า ทำไมไม่นับหนึ่งสองสามก่อน ขี้โกงแท้ๆ

ผลออกมาปรากฏว่าชายเล็กแพ้ สร้อยกระโดดโลดเต้นดีใจที่ชนะทั้งด้วยความสามารถและที่สำคัญคือขี้โกง แต่ชายเล็กก็โกรธไม่ลง กลับมองดูอาการดีใจที่แก่นทโมนของสร้อยอย่างเอ็นดู

ooooooo

ขี้โกงจนชนะชายเล็กแล้ว สร้อยเดินลิ่วไปทางเรือนพ่อใหญ่ ชายเล็กจ้ำอ้าวตามพลางร้องเรียก สร้อยถามว่า จะตามมาทำไม

“ฉันเป็นข้าของเธอแล้วนี่ ฉันก็ต้องตามมารับใช้เธอสิ...” เมื่อไล่ตามทัน ชายเล็กเอ่ยขึ้นว่า “เธอคงรู้แล้วว่า อีกวันสองวัน ฉันจะต้องไปจากที่นี่แล้ว แต่ฉันยังอยู่ทำงานที่หนองคายนี่อีกนาน ฉันกลับมาเยี่ยมเธออีกได้ไหม สร้อยฟ้า”

“บ่ต้องกลับมาดอก เจ้ากลับมาอีกที พวกเฮากะคงอพยพไปจากที่นี่แล้ว...เฮาคงบ่ได้เจอกันอีก ข้อยบอกเจ้าแล้ว เจ้าต้องลืมว่าเจ้าเคยฮู้จักหมู่บ้านวลาหก แล้วเจ้ากะต้องลืมด้วยว่าเคยฮู้จักข้อย”

“ไม่หรอก...ฉันไม่มีวันลืมเธอสร้อยฟ้า...ที่จริงฉันตามหาเธอก็เพราะว่า...” ชายเล็กดึงด้ายขาวออกจากกระเป๋ายื่นออกไปพลางเอ่ยขอ “ฉันอยากให้เธอผูกข้อมือให้ฉัน...”

สร้อยมองด้ายขาวในมือชายเล็กอย่างลังเล ชายเล็กเอาด้ายขาวใส่มือสร้อย เอ่ยขออ้อนๆ

“ผูกข้อมือให้ฉันหน่อยนะ...นะ...สร้อยฟ้า...”

สร้อยรับด้ายขาวไป ค่อยๆผูกที่ข้อมือซ้ายของคุณชายรัชชานนท์ที่ยังว่างเปล่า บอกเขาว่า

“ข้อยเว่าบ่เป็นเด้อ บ่เคยผูกข้อมือรับขวัญให้ไผ”

“ฉันไม่ต้องการให้เธอผูกข้อมือเพื่อเรียกขวัญ ฉันกลับมา ฉันให้เธอผูกข้อมือ เพื่อเป็นการผูกเราสองคนเอาไว้ด้วยกัน ให้เธอรับฉันเป็นเพื่อนไว้อีกคน...ได้ไหม...สร้อยฟ้า”

ตอนที่ 4

ชายเล็กไปตามสร้อยจนลืมจันทาไว้ที่เรือนพ่อใหญ่ จ่อยจึงอาสาพากลับ คลาดกันกับไกสอนและทับทิมที่เดินมาเรือนพ่อใหญ่อย่างเร่งรีบ

พ่อใหญ่อ่านรายงานจากสายข่าวในเมืองเล่าให้ไกสอนกับแฮรี่ฟังว่า

“สายข่าวจากในเมืองส่งข่าวมาว่า ตอนนี้ทางเวียงพูคำหยุดความเคลื่อนไหว ทหารเวียงที่มาฝั่งไทยกะทยอยข้ามกลับไปสิหมดแล้ว”

ไกสอนถามว่านายพลเซกองเลิกคิดส่งคนตามกำจัดกองกำลังกู้ชาติแล้วใช่ไหม

“ไม่ใช่หรอกท่านไกสอน ตอนนี้สถานการณ์ในเวียงพูคำเริ่มตึงเครียด ตั้งแต่มีข่าวลือออกไปว่า เจ้าหลวงสุริยวงศ์ยังทรงมีชีวิตอยู่ก็เริ่มมีการชุมนุมเรียกร้องให้เจ้าหลวงกลับไป ตอนนี้นายพลเซกองคงต้องการกำลังทหารไปควบคุมสถานการณ์ในประเทศก่อน” แฮรี่วิเคราะห์สถานการณ์ให้ฟัง

ไกสอนเสนอให้พวกเรารีบอพยพไปจากที่นี่ก่อนที่พวกทหารเวียงจะกลับมาอีก ทบทวนว่า พวกเราจะอพยพไปตามแผนที่เคยวางไว้ พ่อใหญ่กับตนและจ่อย จะพาสร้อยกับพวกผู้หญิงล่วงหน้าไปก่อน

“บ่แม่น! การอพยพเทือนี้ เจ้าสร้อยสิบ่ไปกับพวกเฮา เฮาหาที่ปลอดภัยให้กับเจ้าสร้อยไว้แล้ว!” พ่อใหญ่ขัดขึ้น

ทุกคนหันมองพ่อใหญ่อย่างแปลกใจ

ooooooo

ชายเล็กเดินตามสร้อยกลับเรือนพ่อใหญ่ ชายเล็กหยอกเย้าจนสร้อยโมโหไม่ยอมรับเป็นเพื่อนตามที่ได้ผูกข้อมือให้ ชายเล็กคว้ามือไว้ อ้างว่าผูกข้อมือแล้วจะกลับคำไม่ได้

จ่อยพาจันทามาส่งที่บ้านแม่เฒ่า เจอชายเล็กกำลังจับมือสร้อยพอดี ต่างมองอย่างตกใจที่ทั้งสองจับมือถือแขนกัน สร้อยสะบัดมือเดินตะบึงตะบอนไป จ่อยตามสร้อยไป ส่วนชายเล็กพาจันทากลับเรือนแม่เฒ่า

เมื่อมาถึงหน้าเรือนแม่เฒ่า จันทาพูดหยั่งใจชายเล็กว่า ดูท่าทางคุณชายคงไม่อยากไปจากที่นี่แล้วกระมัง

“ถ้าเป็นไปได้ฉันก็อยากอยู่ที่นี่ไปอีกสักพัก แต่ฉันหายตัวมาหลายวัน คงต้องรีบกลับไปก่อนที่ข่าวนี้จะรู้ไปถึงครอบครัวฉันที่กรุงเทพฯ แล้วฉันก็ต้องรีบพาเธอกลับเข้าเมืองด้วย ฉันจะได้จัดการเรื่องของเธอให้เรียบร้อย”

“คุณชายแน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจทีหลัง ที่จริงคุณชายไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบดูแลจันทาเลย ถึงจันทาจะไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน แต่ก็พอมีเพื่อนที่จะไปขออาศัย...”

“เราพูดเรื่องนี้กันจบแล้ว จันทา เธอจะต้องไปอยู่กับฉัน ฉันจะดูแลเธอเอง ฉันจะไม่มีวันเปลี่ยนใจและจะไม่นึกเสียใจทีหลังด้วย”

คำมั่นสัญญาที่หนักแน่นของชายเล็ก ทำให้จันทาหัวใจพองโตขึ้นมาอีกครั้ง...

จ่อยที่แอบชอบจันทา คิดไม่ตก ถามสร้อยว่าถ้าจันทาไปอยู่กับชายเล็กที่กรุงเทพฯก็ต้องเป็นเมียชายเล็กใช่ไหม สร้อยฟังแล้วก็ใจหายพึมพำเหมือนเพิ่งฉุกคิดได้... “รับไปเป็นเมีย?”

ooooooo

ฝ่ายคณะที่มาตามหาชายเล็ก ต่างต้องปวดหัวกับศินีนุชที่ตามมาและใช้ชีวิตราวกับมาท่องเที่ยว กระเป๋าสี่ใบของเธอเป็นภาระที่ต้องขนเข้าป่าไปอย่างทุลักทุเล
ไม่เพียงศินีนุชที่ทำให้ขบวนล่าช้าเท่านั้น ยังมีพรานเกิ้นที่แก่หง่อมมานำทางอีก ชายพีร์อ่อนใจเพราะพรานเกิ้นเอง แค่ไปตักน้ำยังหลงกลับที่พักไม่ถูกมาแล้ว แต่เมื่อหมู่คณะเห็นพ้องจึงต้องเลยตามเลย

ศินีนุชกลายเป็นภาระอย่างมากของคณะ นอกจากสัมภาระมากมายแล้ว ยังสำอางแม้แค่เหยียบโคลนก็โวยวาย ซ้ำเดินห้านาทีหยุดพักครึ่งชั่วโมงอีก เมื่อชายพีร์กับชายภัทรบ่นมากเข้า ชายใหญ่จึงเสนอให้หาที่ตั้งแค้มป์แล้วให้เธออยู่เฝ้าแคมป์ ทิ้งใครไว้เป็นเพื่อนเธอสักคน พวกเราจะได้ออกตามหาชายเล็กได้คล่องตัว

เพื่อการเดินทางเร็วขึ้น ในที่สุดก็ต้องให้ศินีนุชนั่งเสลี่ยงให้พรานเกิ้นที่แก่จนเหนียงยานกับบุญโฮมช่วยกันแบกเสลี่ยง ส่วนชายพีร์ชวนชัชวีร์ล่วงหน้าไปหาที่ตั้งแคมป์ จะได้เริ่มตามหาชายเล็กกันได้เสียที

ooooooo

สร้อยถูกพ่อใหญ่เคี่ยวเข็นให้เรียนหนังสือและอ่านประวัติศาสตร์โลกอย่างจริงจัง นำการศึกษานั้นมามองประวัติศาสตร์ของเวียงพูคำ ปลุกสำนึกให้รักและต่อสู้เพื่อกลับไปสู่แผ่นดินเกิด

“ถ้าไอ้นายพลเซกองยังปกครองเวียงพูคำอยู่ เฮาสิกลับไปได้จังได๋ล่ะแฮรี่” สร้อยตั้งประเด็นถาม

“เฮาก็ต้องตามหาผู้มีอำนาจปกครองเวียงพูคำโดยชอบธรรมก่อนสิ”

“นี่ได้ข่าวเจ้าหลวงสุริยวงศ์แล้วแม่นบ่ เจ้าหลวงอยู่ไส ข้อยสิไปช่วยตามให้เอง แล้วข้อยสิช่วยเจ้าหลวงล้มอำนาจไอ้นายพลเซกองเอง!”

แฮรี่อธิบายถึงการวางรากฐานการปกครอง และการจะแย่งชิงการปกครองกลับมาก็ต้องมีรัชทายาทสืบราชสมบัติต่อ สร้อยฟังแล้วบ่นอย่างท้อใจว่า ยากเกินกำลังของตนที่จะไปตามหาเจ้าหลวงที่คงไม่ได้อยู่ในป่าให้ตามหาได้ และเจ้าหลวงก็มีรัชทายาทด้วย ถามว่ามันไม่ใช่แค่นิทานหลอกเด็กของแม่เฒ่าหรือ

“เจ้าหลวงทรงมีพระโอรสอย่างแน่นอนและไม่ได้มีแต่พระโอรสเท่านั้น ยังทรงมีพระธิดาด้วย พระโอรสที่เป็นเจ้ารัชทายาทที่เรากำลังตามหาตัวอยู่ชื่อเจ้ารังสิมันต์”

สร้อยถามว่า แล้วพระธิดาชื่ออะไร แฮรี่อึกอัก ก็พอดีพ่อใหญ่กับไกสอนเดินเข้ามา พ่อใหญ่ตัดบทแทรกขึ้นว่า รู้แค่นั้นก็พอแล้ว วันนี้เรียนแค่นี้พอ แฮรี่ขอโทษพ่อใหญ่ แต่ตนคิดว่าถึงเวลาที่จะให้เจ้าสร้อยรู้แล้ว

“เจ้าสร้อยสิได้ฮู้เฮื่องที่ควรฮู้แน่ แต่ยังบ่ใช่เวลานี้” พ่อใหญ่จริงจังนิ่งขรึมอย่างหนักใจที่จะบอกความจริงแก่เจ้าสร้อยฟ้า

ooooooo

จันทามาปรนนิบัติดูแลชายเล็กที่บ้านตาจั่นอย่างดี จนชายเล็กบอกว่าไม่ต้องทำอะไรหรอก ตนดูแลตัวเองได้ จันทาบอกว่าตนยินดีและเต็มใจทำ เพราะเคยทำงานหนักกว่านี้มาแล้ว

ชายเล็กปรารภว่ากลับไปคราวนี้คงต้องหาคนรับใช้ไว้สักคน เพื่อช่วยงานจันทาและกันข้อครหาด้วย ถามว่าหรือจะส่งไปอยู่กรุงเทพฯดี แต่ก็ต้องหาเหตุผลดีๆ ให้คุณย่ารับได้ ปรารภอย่างหนักใจว่า เรื่องของเราอาจไม่ง่ายอย่างที่คิดก็ได้

สร้อยมาได้ยินทั้งสองคุยกัน เธอชะงักอึ้ง เข้าใจว่าทั้งคู่คุยเรื่องการแต่งงานกัน จึงหันหลังเดินกลับ พอดีชายเล็กหันมาเห็นรีบเรียกไว้ แต่สร้อยไม่หยุด ชายเล็กจึงบอกจันทาว่า

“เดี๋ยวฉันกลับมานะ ไม่ต้องกลัว เรื่องของเรายังไงก็ต้องมีทางออก คุณย่ามีแต่หลานชาย ท่านต้องดีใจแน่ที่ได้หลานสาวเพิ่มอีกคน” พูดแล้วรีบลงเรือนตามสร้อยไป

“ได้หลานสาวเพิ่มอีกคน...บ่ใช่หลานสะใภ้...นี่หมายความว่าจังได๋” จันทาใจไม่ดี เริ่มถามตัวเองว่า หรือที่ผ่านมาตนคิดเองฝ่ายเดียว...

ชายเล็กวิ่งตามสร้อยมา แต่แวบเดียวเธอก็หายไปแล้ว มาเจอแม่เฒ่าถามว่าเห็นสร้อยไหม แม่เฒ่าตอบเป็นปริศนาว่าใช้แต่ตาจะไปเห็นอะไร ชายเล็กนิ่งคิด พอตีความออกก็คิดไล่ไปว่า สร้อยจะหายไปไหนบ้าง นับแต่บ้านแม่เฒ่า บ้านพ่อใหญ่ ต้นไม้ ลำธาร กระทั่งไปถึงน้ำตก

แต่พอวิ่งไปที่น้ำตก ก็ไม่มีวี่แววของสร้อย แต่จู่ๆ ก็มีมีดที่อยู่ในปลอกทิ่มมาด้านหลัง ทำเอาชายเล็กเสียววูบ

สร้อยนั่นเอง! เธอถามดุดันว่าตามมาทำไม

สร้อยไล่ชายเล็ก จะไปมีลูกมีเมียที่ไหนก็ไป ทำเอาชายเล็กงงว่าสร้อยไปเอาข่าวนี้จากไหน สร้อยไม่สนใจบอกว่าที่ตนไปหาที่บ้านเพราะอยากรู้ว่าสถานการณ์ของเวียงพูคำเป็นอย่างไรบ้าง ชายเล็กที่ติดตามข่าวสารเรื่องนี้อยู่จึงเล่าว่า

“เวียงพูคำปิดประเทศมากว่าสิบปี เพิ่งจะยอมเปิดประเทศเมื่อไม่นานมานี้เอง แต่ก็มีข่าวเล็ดรอดมาว่า สถานการณ์ในเวียงพูคำไม่สู้ดีนัก ประชาชนไม่พอใจการปกครองแบบเผด็จการของนายพลเซกอง จึงมีการชุมนุมประท้วงเกิดขึ้นแทบทุกวัน ฉันเชื่อว่าคงมีผู้คนล้มตายไปไม่น้อยทีเดียว”

สร้อยรำพึงอย่างมีความหวังว่า ถ้าเจ้าหลวงกลับไปปกครองเวียงพูคำเมื่อไร เมื่อนั้นเวียงพูคำก็จะได้กลับมาสงบสุขเหมือนเดิม ตนจะพาพ่อใหญ่กลับแผ่นดินเกิด แต่ไม่รู้ว่าวันนั้น...จะมาถึงเมื่อไร

“สร้อยฟ้า...ฉันให้คำสัญญากับเธอไว้แล้วนะว่า วันไหนที่เธอกลับเวียงพูคำฉันจะไปกับเธอด้วย” ชายเล็กย้ำ สร้อยถามว่า เราไม่ได้เป็นอะไรกันจะมาเสี่ยงชีวิตกับตนทำไม “ใครบอกว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน เราผูกเสี่ยวกันแล้วนะ”

เลยถูกสร้อยปฏิเสธว่า การผ่านความเป็นความตายกันมาครั้งเดียว ตนไม่นับเป็นเสี่ยวด้วยง่ายๆหรอก

“แล้วฉันจะต้องทำยังไง เธอถึงจะรับฉันเป็นเพื่อน” ชายเล็กถามอ้อนๆ สร้อยมองเขาอย่างพินิจพิจารณาแล้วจึงวางแผนทดสอบ พาเขาไปที่น้ำตก บอกให้กระโดดลงไป ชายเล็กลังเล สร้อยเลยโดดลงไปเอง ชายเล็กตกใจโดดตามไปทันที

สร้อยโผล่พ้นน้ำว่ายไปตามกระแสน้ำอย่างคล่อง แคล่ว เธอไม่เห็นชายเล็กก็ใจคอไม่ดี ครู่หนึ่งชายเล็กทะลึ่งขึ้นโบกมือร้องขอความช่วยเหลือ บอกว่าตนว่ายน้ำไม่เป็น สร้อยหลงเชื่อรีบว่ายเข้าไปช่วย แต่พอรู้ว่าถูกหลอกก็โมโหจับกดหัวลงน้ำอย่างแรง ซ้ำยังทุบตีไม่ยั้ง ชายเล็กทั้งหลบทั้งหัวเราะ ต้องหยุดสร้อยด้วยการกอดไว้แน่น

สร้อยจะแกล้งชายเล็ก แต่กลับถูกเขาแกล้งจนเสียรู้ ซ้ำยังถูกกอดแน่นร้องให้ปล่อยก็ไม่ยอมปล่อยจนกว่าจะยกโทษให้ สุดท้ายสร้อยต้องยอมจึงเป็นอิสระ จากสัมผัสที่ได้รับทำให้ความรู้สึกเธอเปลี่ยนไป ยอมญาติดีด้วยและพากันขึ้นจากน้ำอย่างเหนื่อยอ่อน

ระหว่างนั้น ชายเล็กบอกสร้อยว่าตนจะไปจากที่นี่พรุ่งนี้แล้ว และเราอาจไม่ได้พบกันอีก มองหน้าที่สวยใสไร้การตกแต่งของสร้อย บอกเธอว่า...

“สร้อยฟ้า...ฉันจะไม่มีวันลืมเธอได้แน่ และฉันก็ไม่อยากให้เธอลืมฉันเหมือนกัน ฉันรู้ความหมายของคำว่า ‘เสี่ยว’ มากกว่าที่เธอคิด เราไม่ได้เป็นเพื่อนกัน แต่เราเป็นเพื่อนแท้ที่ตายแทนกันได้”

ชายเล็กกุมมือเธอไว้อย่างสุภาพ สร้อยปล่อยมือตัวเองไว้ในมือเขาอย่างเต็มใจ...

ooooooo

จ่อยที่หลงรักจันทา เมื่อรู้ว่าเธอจะไปกับชายเล็กก็พยายามหว่านล้อมไม่อยากให้ไป เมื่อเห็นว่ากล่อมจันทาไม่สำเร็จ ก็คิดจะให้ไกสอนผู้เป็นพ่อช่วยพูดให้

แต่พอไปถึงเรือนพ่อใหญ่ กลับได้ยินพ่อใหญ่คุยกับไกสอนและแฮรี่ถึงเรื่องจะให้สร้อยไปกับคุณชายรัชชานนท์ ไปอยู่ในที่ปลอดภัย เพื่อตนจะได้ไม่ต้องห่วงพะวงอะไรอีก เมื่อพวกเราอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว จึงค่อยรับสร้อยกลับมาอยู่ด้วย ไกสอนท้วงติงว่า ซนเป็นทโมนอย่างสร้อยไปอยู่ไม่พ้นวันคงหนีกลับมาแน่

“ถ้าจังซั่น เฮาคงต้องส่งเจ้าสร้อยไปอยู่ที่กรุงเทพฯ ถ้าคุณชายบ่มีปัญหา มื้ออื่นกะให้เจ้าสร้อยเดินทางไปพร้อมคุณชายเลย” พ่อใหญ่บอกแฮรี่กับไกสอน

จ่อยที่จะมาขอให้พ่อช่วยพูดให้จันทาอย่าไปกับชายเล็กถึงกับหน้าเสีย รีบผลุบถอยไป พ่อใหญ่มองขวับไปที่หน้าห้องเหมือนรู้ว่ามีใครมาแอบฟังอยู่

พ่อใหญ่ตัดสินใจแล้วก็รีบจัดการทันที ให้ทับทิมไปตามสร้อย เป็นจังหวะที่จ่อยวิ่งหน้าตั้งคาบข่าวมาถึงพอดี

ระหว่างรอสร้อย พ่อใหญ่คุยกับรัชชานนท์พูดอย่างเกรงใจที่ทำให้เขาต้องลำบากใจ ชายเล็กบอกว่าตนไม่ลำบากใจเลย เพียงแต่ถ้าจะให้พาสร้อยไปกรุงเทพฯตอนนี้ ตนยังไม่อยากกลับ แต่จะให้พี่ชายช่วยได้ ถามว่าสร้อยพร้อมจะเดินทางเมื่อใด

สร้อยรู้ข่าวจากจ่อย ก็วิ่งพรวดพราดเข้ามาโวยวายกับพ่อใหญ่ว่าตนไม่ยอมไปเด็ดขาด ไกสอนกับแฮรี่เห็นอารมณ์ของสร้อยแล้วขอให้พ่อใหญ่ทบทวนคำสั่งใหม่หรือหาทางอื่นดีไหม
“เฮาคึดดีแล้ว บ่ว่าจังได๋เฮากะบ่เปลี่ยนใจ!” พ่อใหญ่ตอบอย่างเด็ดเดี่ยวหนักแน่นมากจนทุกคนเงียบไป

สร้อยวิ่งหายไปไม่นานก็กลับมาเก็บเสื้อผ้าจะหนีออกจากบ้าน บอกพ่อใหญ่ว่าไม่ต้องไล่ ตนจะเป็นฝ่ายไปเอง พ่อใหญ่ต้องชี้แจงเหตุผลมากมาย แต่สร้อยก็ยืนยันว่าตนไม่กลัวอะไรทั้งสิ้นแม้แต่ความตาย ตนกลัวอยู่อย่างเดียวคือกลัวว่าจะไม่ได้เห็นหน้าพ่อใหญ่อีก

ไม่ว่าสร้อยจะทั้งร้องไห้ ทั้งคร่ำครวญ กระทั่งอาละวาดอย่างไร พ่อใหญ่ก็ยังมั่นคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง

ooooooo

สร้อยเสียใจวิ่งหนีออกจากบ้านไปเรือนตาจั่นที่ชายเล็กพักอยู่  เข้าไปซ่อนตัวใต้ผ้าห่มจนชายเล็กกลับมาเจอเห็นเธอร้องไห้จนตาบวมช้ำ ชายเล็กตกใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“เจ้าต้องช่วยข้อย!” สร้อยร้องไห้สะอึกสะอื้น เมื่อฟังสร้อยเล่าแล้ว ชายเล็กชี้ให้เห็นถึงความเป็นห่วงและหวังดีของพ่อใหญ่ แต่สร้อยก็ยังร้องไห้ขอตายที่นี่ดีกว่าหนีเอาตัวรอดไปคนเดียว ชายเล็กถามว่า “ถ้าทุกคนยอมตายกันหมดแล้วจะเหลือใครกลับไปกอบกู้แผ่นดินเวียงพูคำกลับ คืนมาล่ะ ฉันให้สัญญา เธอจะต้องได้กลับมาพบพ่อใหญ่อย่างแน่นอน”

สร้อยยังคงร้องไห้อย่างทำใจไม่ได้ ชายเล็กกอดเธอปลอบใจ ต่างอยู่ใต้ผ้าห่มโดยไม่ได้ตั้งใจ

ที่เรือนพ่อใหญ่ ไกสอนให้คนไปลาดตระเวนกลับมาจึงมาเล่าให้พ่อใหญ่ฟังว่า ไม่เจอทหารเวียงแม้แต่คนเดียว เห็นมีแต่คนเมืองมาเที่ยวป่ากลุ่มใหญ่ ตอนนี้พักแรมอยู่ที่น้ำตก แต่ดูแล้วเป็นนักท่องเที่ยวธรรมดาไม่มีพิษมีภัยอะไร

แผนการส่งสร้อยไปกรุงเทพฯกับชายเล็กเป็นรูปธรรมขึ้น เพื่อป้องกันเสียงครหา พ่อใหญ่จะให้สร้อยไปในฐานะญาติของจันทา และให้ชายเล็กหาที่เรียนให้สร้อยด้วย โดยพ่อใหญ่จะมอบหมายภาระหน้าที่สำคัญให้สร้อย พลางหยิบแหวนเจ้าหลวงออกมาวางไว้บนโต๊ะ พูดกับไกสอนและแฮรี่ว่า

“ถ้าเจ้าสร้อยฮู้เรื่องนี้ คุณชายกะต้องฮู้ด้วย ปัญหากะคือ เฮาสิไว้ใจคุณชายผู้นี้ได้ซำได๋ เฮาจะวางอนาคตของเวียงพูคำไว้ในมือของมงกุฎแห่งเทพได้บ่...”

ทั้งสามออกตามหาสร้อย ไปเคาะประตูบ้านตาจั่น พอเปิดประตูเข้าไป ทุกคนตกตะลึงเมื่อเห็นสร้อยกับชายเล็กนอนกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่ม พ่อใหญ่อุทานออกมาแทบไม่เป็นภาษา
“อีสร้อย!!”

สร้อยกับชายเล็กผละจากกันตกใจสุดขีด ลุกมองพ่อใหญ่ที่จ้องมาตาแดงก่ำจนแทบถลนออกมา ทุกคนเงียบกริบอยู่ในความกลัวไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น!

ooooooo

พ่อใหญ่ใช้ไม้ค้ำยันพาตัวเองออกมาที่นอกชาน สร้อยกับชายเล็กลนลานตามออกมาเพื่อชี้แจง พ่อใหญ่หันมองด้วยแววตาที่ทำให้ชายเล็กถึงกับเข่าอ่อน พ่อใหญ่สั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า

“เก็บข้าวของของคุณเสียคืนนี้ พรุ่งนี้ผมจะให้คนไปส่งที่ชายป่า!”

ชายเล็กพยายามจะชี้แจงว่าตนกับสร้อยฟ้าไม่มี อะไรกัน ก็ถูกไกสอนและแฮรี่ชี้ให้เห็นว่าการกระทำของทั้งสองผิดผีบ้านผีเฮือน ให้คิดดูเอาเองก็แล้วกันว่ามันเป็นความผิดที่ใหญ่หลวงแค่ไหน

“แล้วผมควรจะทำยังไงดีครับ”

“นั่นเป็นเรื่องที่คุณต้องหาคำตอบเอาเอง คุณยัง โชคดีอยู่นะคุณชายรัชชานนท์ ถ้าที่นี่เป็นแผ่นดินของเวียงพูคำคุณชายไม่มีชีวิตรอดกลับไปแน่” แฮรี่ชี้ถึงโทษมหันต์ ที่ทำให้ชายเล็กยิ่งเครียดจัดไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร

เมื่อสร้อยกลับถึงเรือน ก็เข้าไปนั่งแทบเท้าพ่อใหญ่อย่างสำนึกผิด เฝ้าอ้อนวอนพ่อใหญ่ให้ลงโทษตนดีกว่าที่จะไม่ยอมพูดอะไรด้วยอย่างนี้ ไกสอนกับแฮรี่พยายามช่วยไกล่เกลี่ย แฮรี่หาทางออกว่า

“ที่จริงตอนนี้คนที่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ก็มีแค่พวกเรา ส่วนคุณชายรัชชานนท์ ผมแน่ใจว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษพอที่จะไม่พูดเรื่องนี้อีกแน่ ให้เรื่องมันจบตรงนี้เลยแล้วกันนะครับพ่อใหญ่”

“ถึงผู้อื่นบ่ฮู้ เฮาบ่เคยมองข้ามความผิดของไผ เจ้าสร้อยเองกะสิอยู่ด้วยความละอายแก่ใจไปตลอดชีวิต”

คุณชายรัชชานนท์เดินเข้ามาฟังเงียบๆ เอ่ยขึ้นอย่างยอมที่จะรับสภาพทุกอย่างว่า

“มีทางแก้ไขยังไงหรือครับ...ถ้ามีทางแก้ไขเรื่องนี้ได้ ผมยินดีทำทุกอย่างเพื่อแก้ไขสิ่งที่ผมทำลงไป ถ้าหากมีการลงโทษ ก็ขอให้ลงโทษผมคนเดียว ผมขอรับผิดชอบทุกอย่างเอง”

“ถ้าหากคุณจะรับผิดชอบจริงๆตามจารีตประเพณีของเรา คุณก็ต้องรับผิดชอบโดยการ แต่งงานกับเจ้าสร้อย!”

สร้อยตกใจปฏิเสธลนลาน พ่อใหญ่จึงให้ทุกคนออกไปก่อนแต่ให้คุณชายรัชชานนท์อยู่คุยกันตามลำพัง

เมื่อทุกคนออกไปหมดแล้ว พ่อใหญ่หันมองหน้าคุณชายรัชชานนท์แบบให้เปิดอกคุยกันอย่างลูกผู้ชาย!

นั่นคือ คุณชายรัชชานนท์จะต้องแต่งงานกับสร้อย! ชายเล็กตัดสินใจยืดอกยินดีรับผิดชอบสร้อยฟ้า พ่อใหญ่เตือนว่าคิดให้ดีที่จะแต่งงานกับสาวชาวป่าที่คุณชายเองก็ไม่รู้ว่าต้องเอาชีวิตเข้าเสี่ยงกับอะไรบ้าง ชายเล็กเชื่อว่าเมื่อพ่อใหญ่ให้ตนพาสร้อยไปจากที่นี่แล้วคงไม่ต้องเสี่ยงกับอะไรอีก นอกจากว่า...พ่อใหญ่ว่ามีแผนการอะไรต่อจากนี้ ถามว่า พ่อใหญ่คิดจะบุกเวียงพูคำเมื่อไรหรือ

พ่อใหญ่นิ่งไปเลี่ยงที่จะตอบ ชายเล็กจึงเป็นฝ่ายพูดถึงเวียงพูคำว่า

“หมู่บ้านวลาหกไม่ใช่หมู่บ้านลี้ภัยของชาวเวียงพูคำเท่านั้น แต่ยังเป็นกองกำลังกู้ชาติที่กำลังรอวันที่จะกลับไปกอบกู้แผ่นดินคืนให้เจ้าหลวง ผมไม่รู้หรอกครับ พ่อใหญ่เคยมีตำแหน่งอะไรที่เวียงพูคำ แต่ที่แน่ๆไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาๆแน่ ถึงได้เป็นผู้นำกองกำลังที่สำคัญมากจน นายพลเซกองต้องส่งทหารมาตามล่าไม่ได้หยุด”

“ผมเป็นเพียงแค่ผู้นำของชาวเวียงพูคำกลุ่มเล็กๆ ที่อยากกลับแผ่นดินเกิดเท่านั้น แต่ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่กับผม ทุกคนมีค่าหัวทั้งนั้น คุณอยู่กับเจ้าสร้อยก็เท่ากับคุณตกอยู่ในอันตราย อย่างนี้แล้ว คุณยังคิดจะรับผิดชอบเจ้าสร้อยอีกหรือคุณชายรัชชานนท์”

พ่อใหญ่มองหน้าชายเล็กแน่นิ่งเหมือนจะวัดใจกัน

คุณชายรัชชานนท์แสดงความเป็นสุภาพบุรุษจุฑาเทพที่กล้าหาญ ยืนยันรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำลงไป พ่อใหญ่ถามว่าแล้วรักลูกสาวตนหรือเปล่า ชายเล็กบอกว่าตนไม่รู้ ยังตอบไม่ได้ แต่ที่รู้ตอนนี้คือ สร้อยฟ้าเป็นเพื่อนตายของตน พูดอย่างตรงไปตรงมาว่า

“ผู้ชายอย่างผม ไม่มีวันพร้อมจะแต่งงานกับใครหรอกครับ แต่ผมพร้อมที่จะดูแลปกป้องลูกสาวของพ่อใหญ่...ดูแลปกป้องด้วยชีวิตของผมเอง!!”

ooooooo

ไกสอนกับแฮรี่และสร้อยที่ถูกพ่อใหญ่ไล่ออกมาที่หน้าเรือน ต่างถกเถียงกันตามทัศนะที่คิดต่างกัน

ไกสอนติงแฮรี่ว่า คิดง่ายเกินไปว่าสร้อยแต่งงานกับคุณชายแล้วทุกอย่างจะจบ ลืมไปแล้วหรือว่าสร้อยเป็นลูกสาวใคร แฮรี่โต้ว่าพ่อใหญ่ตั้งใจให้สร้อยไปกับคุณชายแต่แรกแล้ว และยิ่งเมื่อสร้อยไปในฐานะเมียก็จะอยู่อย่างปลอดภัยมากขึ้น

“แล้วคุณคิดถึงอนาคตของอีสร้อยบ่ ถ้าเจ้าหลวงกลับคืนไปครองบัลลังก์เวียงพูคำได้มื้อได๋ อีสร้อยกะต้องกลับไปด้วย” ไกสอนเสียงเข้ม แฮรี่ส่ายหน้าย้อนถามว่าเมื่อไรจะถึงวันนั้นก็ไม่รู้ อาจจะอีกสิบปียี่สิบปี นี่เองโชคชะตาถึงได้พาคุณชายมาที่นี่ คุณชายผู้นี้แหละที่จะเป็นทางออกของเรา “บ่! คุณชายผู้นี้บ่ใช่ทางออก แต่เป็นตัวปัญหา! มงกุฎแห่งเทพอะหยังกัน ตั้งแต่เพิ่นฮอดหมู่บ้านเฮา กะมีแต่เฮื้องได้ทุกมื้อ!” ไกสอนพูดอย่างรับไม่ได้

จ่อยวิ่งมาเห็นสร้อยก็ดีใจที่เจอตัวแล้ว แต่เห็นบรรยากาศตึงเครียดที่ผู้ใหญ่สองคนกำลังโต้เถียงกันก็ยืนเหวอ สร้อยทนฟังไม่ได้ โพล่งไปว่า “บ่ต้องเถียงกัน จังได๋ข้อยกะบ่แต่ง!”
ไกสอนสวนไปว่าเรื่องสำคัญอย่างนี้  เจ้าตัดสินใจเองไม่ได้ แฮรี่ย้ำว่า คนที่จะตัดสินใจเรื่องนี้ได้คือพ่อใหญ่คนเดียว

“ไผสิแต่งงาน!! ไผกะได้บอกข้อยมา ไผสิแต่งงาน อีสร้อย! บ่ใช่เจ้าบ่?! เจ้าสิแต่งงานกับไผ? เกิดอะหยังขึ้น!?”

สร้อยเครียด คิดหนักไม่สนใจฟังอะไรทั้งนั้น แต่พลันก็สะดุ้งเมื่อพ่อใหญ่ออกมาบอกไกสอนให้ไปตามแม่เฒ่ามา สร้อยถามว่าตามมาทำอะไร

“พ่อสิปรึกษาเฮื่องงานแต่งงานของเจ้า!”

เมื่อกลับเข้าในห้อง ทั้งพ่อใหญ่และสร้อยต่างอยู่ในอารมณ์อาลัยอาวรณ์ว้าวุ่นใจไม่น้อยกว่ากัน พ่อใหญ่ปลอบใจสร้อยว่า “พ่อคงฝืนชะตาฟ้าลิขิตบ่ได้ ในเมื่อพ่อต้องเสียแก้วตาไป กะขอเสียไปให้กับผู้ที่พ่อฝากชีวิตเจ้าได้”

สร้อยกอดเอวพ่อใหญ่ ถามว่าแล้วชีวิตพ่อใหญ่จะฝากไว้กับใคร ตนสาบานไว้แล้วว่าจะเป็นคนพาพ่อใหญ่กลับเวียงพูคำเอง พ่อใหญ่พูดอย่างกล้ำกลืนว่า ถ้าอยากพาพ่อกลับเวียงพูคำก็ต้องแต่งงานกับคุณชายรัชชานนท์ ชี้แจงแก่สร้อยว่า...

“ก่อนหน้านี้ที่พ่อขอร้องให้คุณชายพาเจ้าไปกรุงเทพฯ นอกจากพ่ออยากให้เจ้าไปอยู่ในที่ปลอดภัยก่อน พ่อยังมีภาระหน้าที่มอบให้เจ้าเฮ็ด พ่อสิให้เข้าไปตามหาเจ้ารังสิมันต์ เจ้ารัชทายาทของเฮา...เจ้าเคยถามว่าเจ้าเป็นแก้วตาแล้วไผคือดวงใจของพ่อ เจ้ารังสิมันต์นี่แหละเป็นดวงใจของพ่อ เป็นดวงใจของชาวเวียงพูคำทั้งแผ่นดิน! เจ้าสิต้องตามหาเพิ่นให้เจอ!”

พ่อใหญ่มอบแหวนให้สร้อย บอกว่านี่คือแหวนของเจ้าหลวง เจ้ารังสิมันต์เองก็มีแหวนแบบนี้อยู่ ให้สร้อยใช้แหวนนี่เป็นเบาะแสในการเริ่มต้นตามหาเจ้ารัชทายาท

สร้อยถามว่าแล้วเจ้าส่องดาวพระชายาของเจ้าหลวง พ่อใหญ่ไม่คิดจะติดตามหรือ พ่อใหญ่หน้าสลดลง บอกว่าเจ้าส่องดาวคงไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เพราะถ้ายังอยู่ไม่ว่ายากเย็นแสนเข็ญอย่างไร เจ้าส่องดาวก็จะต้องหาทางส่งข่าวให้รู้ไม่ใช่เงียบหายไปเป็นสิบปีอย่างนี้

“แล้วเป็นหยังพ่อใหญ่ถึงมั่นใจว่า เจ้ารัชทายาทยังบ่ตายล่ะ”

“เจ้าส่องดาวสัญญาไว้ ถึงต้องตายกะสิปกป้องรักษาชีวิตเจ้ารัชทายาทไว้ให้ได้ พ่อเชื่อในคำสัญญาของเพิ่น พ่อเองกะสัญญากับแม่เจ้าไว้คือกัน พ่อสิปกป้องเจ้าจนลมหายใจสุดท้าย”

“แล้วข้อยสิไปตามหาเจ้ารัชทายาทที่ได๋”

“ตอนที่พวกเฮาหนีข้ามมาฝั่งไทยได้ พ่อได้ข่าวว่าเจ้าส่องดาวพาเจ้ารังสิมันต์หนีเข้าตัวเมืองไป พ่อให้คนไปตามหาอยู่นานแต่กะบ่เจอ พ่อคาดว่าเจ้าส่องดาวคงสิหนีไปกรุงเทพฯแล้ว เพราะต้องหาที่ซ่อนที่ปลอดภัยที่สุดให้ลูก ตอนเด็กเจ้าส่องดาวเคยมาอยู่กรุงเทพฯหลายปีเพิ่นคงขอความช่วยเหลือจากคนฮู้จักบ่ยากนัก ถ้าเจ้าสืบหาได้ว่าเจ้าส่องดาวไปขอความช่วยเหลือจากไผ แล้วเจ้ากะเจอเจ้ารังสิมันต์เอง”

สร้อยถามว่าทำไมพ่อใหญ่ถึงรู้เรื่องเจ้าส่องดาวมากมาย พ่อใหญ่ตัดบทถามว่า สร้อยรู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมถึงต้องแต่งงานกับคุณชายรัชชานนท์ และทำไมพ่อถึงส่งสร้อยไปกรุงเทพฯ
สร้อยไม่ถามต่อ แต่ก้มมองแหวนในมืออย่างรู้สึกถึงภาระหน้าที่ที่หนักอึ้งของตน

ooooooo

เมื่อเข้าใจภาระหน้าที่ทางประวัติศาสตร์ของตนเช่นนี้ รุ่งขึ้น เมื่อชายเล็กตื่นขึ้นมาก็เห็นสร้อยนั่งอยู่ที่ปลายเตียงแล้วสร้อยบอกทันทีว่า ตนพร้อมที่จะแต่งงานแต่ไม่ยอมเป็นเมีย
คุณชายรัชชานนท์ไม่ได้ถือเป็นเรื่องตึงเครียดแต่อย่างใด ยิ่งเมื่อสร้อยบอกว่าตนมีภาระหน้าที่ต้องไปตามหาเจ้ารัชทายาทและเจอเมื่อไรตนก็จะกลับมาหาพ่อใหญ่ พูดแล้วถามว่าเข้าใจแล้วใช่ไหม แล้วลุกเดินไป

“เดี๋ยวๆ เรื่องแต่งงานแต่ในนามนี่เข้าใจ แต่เรื่องตามหารัชทายาทนี่มันอะไรกัน?”

เมื่อฟังสร้อยเล่ารายละเอียดแล้ว ชายเล็กมีข้อแม้บ้างว่า เธอจะต้องยอมเป็นเมียตน เลยถูกทั้งด่าทั้งทุบเสียหลายทีชายเล็กปัดป้องพัลวัน แล้วจึงชี้แจงว่าหมายความว่าเราไม่ได้เป็นผัวเมียกันจริงๆ แต่เธอต้องแสดงว่าเป็นเมียตน เพราะตอนนี้หม่อมย่าของตนพยายามจะจับตนแต่งงาน ถ้ารู้ว่าตนแต่งงานแล้วจะได้เลิกยุ่งกับตนเสียที

ในที่สุดลงเอยกันด้วยข้อแลกเปลี่ยนให้สร้อยทำตัวให้หม่อมย่ายอมรับเป็นสะใภ้ให้ได้ และชายเล็กก็ยอมช่วยสร้อยตามหาเจ้ารัชทายาท

จันทาผิดหวังมากเมื่อรู้ว่าคุณชายรัชชานนท์จะแต่งงานกับสร้อย จนชายเล็กต้องมาชี้แจงเรื่องที่ตนแสดงความรับผิดชอบและจะดูแลเธอตลอดไปว่า เป็นความรักของพี่ชายที่มีต่อน้องสาว จันทาไม่โทษชายเล็กแต่โทษตัวเองอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่าเพราะเรียนหนังสือน้อยจึงเข้าใจคำพูดของชายเล็กผิด เธอยอมรับสภาพแม้จะเจ็บปวด

ooooooo

ทางวังจุฑาเทพ เชื่อว่าการตามหาชายเล็กคงไม่มีปัญหาจึงเงียบกันไป ดารณีนุชที่มาติดตามข่าวก็พยายามย้ำว่าเมื่อชายเล็กกลับมาก็จะจัดพิธีหมั้นทันที

อนุพันธ์แสดงท่าทีชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้ศินีนุชแต่งงานกับชายเล็กเพราะสัญญาของผู้ใหญ่หรือใครบังคับ ย้ำว่าการทำอะไรที่ฝืนใจตนเองจะไม่มีความสุข มันจะมีแต่ความทรมานใจเท่านั้น

แต่สองคุณย่าและดารณีนุชต่างยังคาดหวังว่าชายเล็กกับศินีนุชจะต้องได้แต่งงานกัน กระทั้งย่าอ่อนเอาความฝันที่ตนได้แหวนมาตีความหมายเข้าข้างความอยาก ความเชื่อของตัวเองกันอย่างดีอกดีใจ

ที่แท้ ศินีนุชใส่ใจกับการตามหาชายเล็กน้อยมากเพราะมัววุ่นวายกับการใช้ชีวิตในป่าที่ตัวเองไม่คุ้นชิน ไม่ว่าจะกินจะนอนอาบน้ำกระทั่งจะเข้าห้องน้ำ กลายเป็นภาระที่บรรดาคุณชายต้องผลัดเวรกันช่วยดูแล ชายพีร์ดูจะต้องรับหน้าที่บ่อยกว่าใคร จนพยายามหลีกเลี่ยงบอกชายใหญ่ว่า ให้ตนติดในป่าสักสามเดือนยังดีกว่าอยู่กับเธอหนึ่งวัน

แม้ดารณีนุชจะมีปัญหากับอนุพันธ์ตลอดมาแต่เธอก็แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของพยายามควงออกงานต่างๆ อย่างโก้หร่านเพื่อสยบข่าวลือว่าเตียงหัก

และวันนี้ ดารณีนุชก็ฉวยจังหวะเผลอของอนุพันธ์ที่หันไปหยิบเสื้อในตู้ คว้าตลับนาฬิกาไปเปิดดู เห็นรูปของเจ้าส่องดาวก็ปรี๊ดแตกว่า “ถ้าฉันเดาไม่ผิด คงเป็นรูปของแม่ไอ้ชัชใช่ไหม ฉันเคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้” แต่เธอก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน ซ้ำยังถูกอนุพันธ์ไม่พอใจปรามว่าอย่ามาละเมิดเรื่องส่วนตัวของตนไม่อย่างนั้นข่าวลือที่เธอกลัวอาจจะเป็นจริงก็ได้ พูดแล้วคว้าเสื้อสูทเดินออกไป อดหวั่นใจไม่ได้กลัวดารณีนุชจะจำส่องดาวได้ เพราะตอนที่ส่องดาวมาเรียนหนังสือนั้น เธอคือเพื่อนบ้านของเขานั่นเอง

ooooooo

เรื่องย่อละคร สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์

ซีรีส์ “สุภาพบุรุษจุฑาเทพ” ความนิยมพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจากเรื่อง “คุณชายพุฒิภัทร” ที่เพิ่งจบไป และเรื่องต่อไปที่ต่อคิวลงจอก็คือ “คุณชายรัชชานนท์” ซึ่งเรื่องราวเป็นแนวโรแมนติกแอดเวนเจอร์ ที่นำแสดงโดย บอมบ์-ธนิน มนูญศิลป์ ประกบ แต้ว-ณฐพร เตมีย์รักษ์



เรื่องย่อ...ม.ร.ว.รัชชานนท์ จุฑาเทพ หนีการดูตัวไปรับตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิศวกรรมโยธา จ.หนองคาย รัชชานนท์ ได้ช่วย จันทรา สาวบ้านป่าลูกสาว พรานเจ้ย จากทหารเวียงพูคำ รัชชานนท์ ขอให้ พรานเจ้ย นำทางเที่ยวป่าโดยมี จันทรา ร่วมเดินทางแต่ถูกทหารเวียงพูคำตามมาแก้แค้น ทำให้ทั้ง จันทรา และ รัชชานนท์ ถูกยิงบาดเจ็บ ส่วน พรานเจ้ย ถูกยิงตาย ก่อนตายได้ให้สร้อยรูปพระจันทร์แก่ จันทรา เพื่อให้ตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง

รัชชานนท์ และ จันทรา รอดชีวิตได้เพราะ สร้อย สาวบ้านป่ากับ จ่อย เพื่อนคู่หู ทั้งคู่จึงพามารักษาในหมู่บ้านวลาหก และพบว่า รัชชานนท์ คือคนในคำทำนายของ แม่เฒ่า ที่จะทำลายมนต์หมอกที่ปกป้องหมู่บ้านให้เสื่อมคลาย สร้อย จึงพยายามกำจัด รัชชานนท์ ให้ออกไปจากหมู่บ้านแต่ไม่สำเร็จ อีกทั้ง พ่อใหญ่ พ่อของ สร้อย ซึ่งเป็นผู้นำหมู่บ้านสั่งให้ดูแล รัชชานนท์ เพราะ รัชชานนท์ จะนำของสำคัญกลับมาสู่ชาวเวียงพูคำ



เรื่อง รัชชานนท์ หายไปในป่ารู้ถึงวังจุฑาเทพธราธร พุฒิภัทร จึงไปช่วยตามหา ต่อมา แม่เฒ่า รักษา รัชชานนท์ จนหาย รัชชานนท์ รู้สึกผิดต่อ จันทรา จึงขอรับผิดชอบและรับปากจะพาไปกรุงเทพฯ ขณะที่ สร้อย กลุ้มใจที่ พ่อใหญ่ ต้องการให้เธอไปจากหมู่บ้านพร้อม รัชชานนท์ ด้าน นายพลเซกอง ได้โค่นบัลลังก์ เจ้าสุริยวงศ์ เมื่อ 15 ปีก่อน ชาวเวียงพูคำต่างอพยพเข้ามาในไทย นายพลเซกอง จึงสั่งให้จับตัวไปเพื่อไม่ให้รวมกลุ่มเป็นกองกำลังกู้ชาติ ด้าน สร้อย ตอนรักษา รัชชานนท์ กลับโดน รัชชานนท์ กอด พ่อใหญ่ เห็นและว่าทั้งคู่ผิดผีต้องแต่งงานกัน

บรรดาพี่ๆของ รัชชานนท์ เข้ากันไปตามหาในป่า โดยให้ ศินีนุช รออยู่ที่แคมป์และมี รณพีร์ อยู่เป็นเพื่อน เมื่อพวกเขาตามหาเจอก็ดีใจ แต่ก็ต้องช็อกเมื่อรู้ว่า รัชชานนท์ แต่งงานแล้ว  เมื่อถึงเวลา พ่อใหญ่ จึงสั่งให้ สร้อย ไปอยู่กรุงเทพฯกับ รัชชานนท์ โดยมีภารกิจต้องตามหา เจ้ารังสิมันต์ เจ้ารัชทายาทให้เจอ ก่อนไป รัชชานนท์ ได้จดทะเบียนสมรสกับ สร้อย ทันทีที่ หม่อมย่า รู้เรื่องก็ลมจับ แต่ หม่อมย่าเอียด ยังให้โอกาส สร้อย 1 เดือนให้ทำตัวเป็นแม่บ้านแม่เรือน



รัชชานนท์ กับ สร้อย สืบพบว่า หม่อมหลวงชัชวีร์ เทวพรหม แท้จริงแล้วคือ เจ้ารังสิมันต์ ที่หายสาบสูญไป รัชชานนท์ และเหล่าคุณชายจึงช่วย ชัชวีร์ ไปกู้เวียงพูคำคืนจนกอบกู้บัลลังก์สำเร็จ และทำให้รู้ความจริงว่า พ่อใหญ่ คือ เจ้าสุริยวงศ์ ส่วน สร้อย คือ เจ้าหญิงสร้อยฟ้า ทำให้ รัชชานนท์ รู้สึกต่ำต้อยทันทีและหนีกลับไปเงียบๆ ต่อมา เจ้ารังสิมันต์ พา เจ้าสร้อยฟ้า มากราบเยี่ยมย่าอีกและรับ จันทรา ไปแต่งงานด้วย ทำให้ หม่อมย่า ทั้ง 2 รู้ว่า สร้อย สาวชาวป่าคือเจ้าหญิงสูงศักดิ์ ย่าเอียด กับ ย่าอ่อน นับถือในความมุ่งมั่นรักชาติของเจ้าหญิงชาวป่าอย่างหมดใจ สร้อยฟ้า ยอมลดทิฐิจึงไปตามหา รัชชานนท์ จนเจอและได้ครองคู่กันอย่างมีความสุข


บอมบ์-ธนิน มนูญศิลป์ พระเอกใหม่แกะกล่องของช่อง 3 รับบท “คุณชายรัชชานนท์” คุณชายคนที่ 4 แห่งวังจุฑาเทพ เป็นวิศวกรหนุ่มอนาคตไกล แต่หนีการแต่งงานไปซุกตัวอยู่จังหวัดชายแดน จนพาตัวเข้าไปพัวพันกับการรบกู้ชาติ ซึ่งนอกจากบทหนักแล้ว บอมบ์ยังต้องรับแรงกดดันไม่น้อย เนื่อง จากทุกเรื่องดังหมด โดยเฉพาะเรื่องที่ผ่านมาหมาดๆ ส่วนนางเอก แต้ว-ณฐพร เตมีย์รักษ์ รับบท “สร้อยฟ้า” หญิงสาวชาวป่า แต่มารู้ทีหลังว่าเป็นเจ้าหญิงแห่งเวียงพูคำ หลายคู่โดนจับคู่จิ้นแต่สำหรับคู่นี้จิ้นยาก เพราะแต้วมีแฟนแล้ว แต่ในจอจะเล่นกันได้อินแค่ไหนต้องติดตามดูกัน



นอกจากนี้ ร่วมด้วย พงศกร เมตตาริกานนท์, จรณ โสรัตน์, พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง, ธนากร โปษยานนท์, มยุริน ผ่องผุดพันธ์, สันติสุข พรหมศิริ, โอลิเวอร์ บีเวอร์, ทัศน์วรรณ  เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา, เบญจวรรณ อาร์ดเนอร์, ศรุต วิจิตรานนท์ ฯลฯ



ติดตามชมละคร “คุณชายรัชชานนท์” ได้ทุกคืนวันศุกร์-อาทิตย์ ทางช่อง 3 และหาอ่านได้ใน นสพ.ไทยรัฐ ทุกวัน.

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 09:16 น.