สมาชิก

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์

ตอนที่ 3

ชายพีร์กับชัชวีร์เผชิญหน้ากับทหารเวียงอย่างตึงเครียด ต่างฝ่ายถามกันว่ามาทำอะไรที่นี่

ทหารเวียงสองคนบอกว่ามาตามหาคน ย้อนถามชายพีร์ว่า มากันสองคนเท่านั้น หรือมีใครอีก?

“เราไม่จำเป็นต้องตอบ พวกแกไม่รู้รึไงว่ากำลังยืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทย มีสิทธิ์อะไรถึงได้ใช้ปืนข่มขู่ซักถามกันอย่างนี้ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวเก็บปืนแล้วกลับไปเสีย!” ชายพีร์แข็งกร้าว

พวกนั้นกำแหง นอกจากไม่ยอมกลับแล้วยังสั่งชายพีร์กับชัชวีร์ไปกับมันด้วย ทันใดนั้นพรานเกิ้นมาจากไหนไม่รู้ทะเล่อทะล่าแทรกกลางเข้ามา ชายพีร์กับชัชวีร์ ฉวยจังหวะนั้นพุ่งเข้าชาร์จทหารเวียงสองคนล้มลงอย่างง่ายดาย แล้วจับส่งทางการให้จัดการ

ทั้งสองสงสัยว่าทำไมจู่ๆ พรานเกิ้นถึงมาได้จังหวะพอดี พรานเกิ้นยิ้มแหยบอกว่าตนออกไปหาน้ำแล้วหลงป่า โชคดีมาเจอสองคน ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้จะกลับถูกหรือเปล่า ทำเอาชายพีร์พูดไม่ออกที่พรานมือหนึ่งเดินหลงป่า!

ตกกลางคืน ขณะนั่งผิงไฟกันอยู่ ชายพีร์ปรารภว่าเข้าเมืองแล้วคงต้องโทรศัพท์ไปลางานต่ออีกสักสองสามวัน ถามชัชวีร์ว่าเขาบอกคุณลุงอนุพันธ์หรือเปล่า ว่ามากับตน ชัชวีร์ย้อนถามว่าจะบอกทำไม

“นายนี่ชอบทำเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ถึงคุณป้าหญิงจะไม่ยอมรับนาย แต่นายก็ยังมีคุณลุงอนุพันธ์นะโว้ย ท่านไม่ค่อยแสดงออกแต่ฉันก็รู้ว่าท่านรักนาย ท่านอาจจะมีเหตุผลของท่านก็ได้ที่ไม่ยอมบอกนายเรื่องแม่”

ชัชวีร์พูดอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่าพ่อกับแม่อาจจะไม่ตั้งใจให้ตนเกิดมาก็ได้ และถึงตอนนี้ตนก็ไม่อยากรู้ ไม่สนใจแล้วว่าแม่จะเป็นใคร

“แต่ฉันรู้ว่า นายสนใจ นี่เป็นเรื่องที่ค้างคาอยู่ในใจนายมาตลอดชีวิต” ชายพีร์พูดอย่างรู้ใจเพื่อนรัก

ชัชวีร์ตัดบทขอเข้านอนดีกว่า ให้ชายพีร์เฝ้ายาม กะแรก ตนนอนก่อนแล้วเที่ยงคืนจะมาผลัดเวรยามกัน พูดแล้วลุกเข้าเต็นท์ไป ชายพีร์มองตามเพื่อนไปอย่างเห็นใจ

ooooooo

ส่วนคุณชายรัชชานนท์หรือชายเล็กกับสร้อยสาวชาวป่า พักกันอยู่ที่ถ้ำ ชายเล็กก่อกองไฟอย่างยาก ลำบากแต่พอสร้อยกลับมาก็รีบดับไฟดุว่าก่อไฟแบบนี้พวกทหารเวียงเห็นจะเป็นอันตราย อดพูดเหน็บไม่ได้ ว่า จะทำอะไรให้คิดถึงคู่รักที่นอนพะงาบๆ อยู่เรือน แม่เฒ่าบ้าง

ชายเล็กบอกว่านั่นไม่ใช่คู่รักตน เกิดมาตนยังไม่เคยรักใครเลย จนกระทั่งมาเจอเธอ พูดทำตาเชื่อมปนทะเล้นว่า

“นาทีแรกที่ฉันได้เจอเธอ เป็นนาทีที่เฉียดความตาย เมื่อฉันรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชมาได้ ฉันก็เลยตั้งใจแน่วแน่ว่าฉันจะต้องรีบหาเมียก่อนตาย ไม่อย่างนั้นเสียชาติเกิด เธอว่าจริงไหมล่ะ”

สร้อยถามเขินๆว่าแล้วมาพูดให้ตนฟังทำไม เฉไฉเดินหนีไปนอน สั่งเข้มให้ชายเล็กนอนที่ปากถ้ำส่วนตัวเองเข้าไปนอนในถ้ำ ชายเล็กมองอาการเขินๆ เฮี้ยวๆของเธอขำๆ

ทั้งสร้อยและชัชวีร์ ต่างฝันถึงวัยเด็กของตัวเองซ้ำๆ เป็นเหตุการณ์น่ากลัวขณะหนีสงครามและพลัดหลงกัน

คืนนี้ สร้อยฝันร้ายอีกตามเคย เธอผวาร้องอย่างตกใจ จนชายเล็กเข้ามากอดปลอบว่า “ไม่ต้องร้อง แค่ฝันร้ายเท่านั้น ตอนนี้เธออยู่กับฉันจำได้ไหม” สร้อยรู้สึกตัวเห็นชายเล็กกอดอยู่ก็ผลักเขาออกทั้งเขินทั้งโกรธจนพูด ไม่ออก

ชายเล็กปลอบโยนจนสร้อยยอมเล่าความฝันซ้ำๆ  ของตนให้ฟัง ชายเล็กฟังแล้วคาดว่า

“ถ้าเธอฝันเรื่องเดิมอยู่บ่อยๆมันอาจจะไม่ใช่เป็นแค่ความฝันก็ได้มันอาจจะเป็นเหตุการณ์ที่เธอเคยเจอ แล้วต้องเป็นเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจเธอทีเดียว เธอถึงได้เก็บมาฝัน”

สร้อยบอกว่าผู้หญิงที่ตนฝันถึงบ่อยๆอาจเป็นแม่ตนก็ได้ ชายเล็กถามว่าเกิดอะไรกับแม่เธอ ท่านไม่ได้มาด้วยหรือ

“แม่หนีมากับพวกเฮาด้วย แต่พลัดหลงกันตอนข้ามมาฝั่งไทย พ่อใหญ่ให้คนตามหาอยู่หลายปี แต่กะบ่เจอ แม่คงตายไปแล้วพ่อใหญ่ถึงบ่ยอมพูดถึงแม่อีก” ส่วนพี่น้อง เธอบอกว่าไม่มี เพราะตนอยู่กับพ่อใหญ่สองคนเท่านั้น พูดอย่างมุ่งมั่นว่า “ข้อยคิดเสมอว่า ข้อยจะต้องตอบแทนบุญคุณของพ่อใหญ่ บ่ว่าจังได๋ข้อยจะพาพ่อใหญ่กลับเวียงพูคำแผ่นดินเกิดให้ได้!”

“ฉันจะช่วยเธอเอง ฉันรอดตายก็เพราะคนเวียงพูคำคนนี้ช่วยฉันไว้ เธอเสี่ยงตายช่วยชีวิตฉันไว้ แล้วทำไมฉันจะเสี่ยงตายช่วยเธอบ้างไม่ได้ เมื่อไหร่ที่เธอกลับ ไปเวียงพูคำ ฉันจะไปกับเธอด้วย ฉันสัญญา” ชายเล็กกุมมือสร้อยไว้แน่น สร้อยดึงมือออกเขินๆ แต่ก็ซึ้งกับท่าทีจริงจังจริงใจของเขา

ชัชวีร์ก็ฝันร้ายเช่นกัน แต่ความฝันเลือนลางจำไม่ได้ว่าเหตุเกิดที่ไหน อยู่กับใคร รู้แต่ว่าอยู่ในแวดวงของคนแต่งตัวแปลกๆและผู้ชายที่ตนมาด้วยนั้น ตนไม่รู้ว่าเป็นใครแต่รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยรู้จัก

ชายพีร์บอกว่าอย่าไปจริงจังกับมันเลย เพราะมันเป็นแค่ความฝัน

“เออ...มันก็แค่ความฝัน ฉันก็อยากให้มันเป็นแค่ความฝันจริงๆ” ปากพูดอย่างนั้นแต่ใจชัชวีร์ก็ยังติดตาฝังใจกับฝันร้ายที่ฝันซ้ำๆตลอดมา

ooooooo

ที่วังจุฑาเทพ ชายใหญ่กับชายภัทรร้อนใจจะรีบออกเดินทาง แต่ศินีนุชยังไม่มา พอเธอมาถึงปรากฏว่าเธอขนกระเป๋าเดินทางมาด้วยถึง 4 ใบ!

ไม่เพียงเท่านั้น จู่ๆวิไลรัมภาก็ขนกระเป๋าจะเดิน ทางไปด้วย อ้างว่าเป็นห่วงชายพีร์ จึงเกิดการเขม่นเข่นเขี้ยวกัน ระหว่างศินีนุชกับวิไลรัมภา ศินีนุชยื่นคำขาดว่า

“ไม่ได้ ยังไงก็ไปไม่ได้ หม่อมย่าคะ ถ้ารัมภาไป นุชไม่ไปนะคะ แล้วถ้านุชไม่ไป เครื่องบินทหารที่คุณพ่อติดต่อไว้ให้ก็คงต้องยกเลิกนะคะ ทีนี้หม่อมย่าคงตัดสินใจได้แล้วนะคะว่า ควรให้รัมภาไปด้วยหรือเปล่า”

ศินีนุชหางตาใส่วิไลรัมภาอย่างเหนือกว่า ในที่สุดวิไลรัมภาก็เป็นฝ่ายต้องอยู่รอฟังข่าวชายพีร์ที่วังจุฑาเทพแทน

ส่วนที่วังกิตติวงศ์ อนุพันธ์จับได้ว่าดารณีนุชเข้าไปค้นในห้องทำงานของเขา เพื่อหาอะไรบางอย่าง เมื่อไม่เจอที่เสื้อผ้าจึงไปเปิดลิ้นชัก ปรากฏว่าใส่กุญแจ อนุพันธ์เข้ามาเจอพอดี จึงโต้เถียงกันขึ้น เมื่ออนุพันธ์รู้ว่าดารณีนุชอ้างชื่อตนไปขอเที่ยวบินลำเลียงพิเศษไปหนองคายก็ยิ่งไม่พอใจ ปรามว่า

“นี่ขอเป็นครั้งสุดท้ายนะคุณหญิง อย่าได้เอาชื่อผมไปแอบอ้างอีก ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่ แล้วก็อย่าเข้ามาในห้องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาตอีก ไม่ว่าคุณเข้ามาค้นหาอะไร คุณไม่มีวันหาเจอหรอก!”

ดารณีนุชเลยพูดอย่างท้าทายว่า ตนมาค้นหานาฬิกาที่เขาพกติดตัวตลอดเวลา พูดอย่างผูกใจเจ็บใจ

“ฉันอยากรู้ว่าใครเป็นคนให้คุณมา นังนั่นเหรอ? แม่ไอ้ชัช นังผู้หญิงชั้นต่ำใช่ไหม!”

อนุพันธ์โมโหปรามว่าอย่าพูดจาดูถูกแม่ของชัชวีร์ นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของตน เราต่างคนต่างอยู่กันมานานแล้วก็ขอให้เป็นอย่างนั้นต่อไป ทั้งยังย้ำชัดว่า

“ผมไม่มีผู้หญิงอื่น ตั้งแต่ผมเจอแม่ของชัชวีร์ ผมก็รู้ว่า ผมไม่สามารถจะมีใครได้อีก ผมเคยบอกคุณแล้วว่า ผมมีผู้หญิงที่ผมรักแล้ว แต่คุณก็ยังดึงดันจะแต่งงานกับผม” ดารณีนุชอ้างว่า คิดว่าตนจะทำให้เขารักได้ “ตอนนี้คุณคงรู้แล้วนะว่า คุณทำไม่ได้” พูดแล้วอนุพันธ์สั่งทหารรับใช้ให้เอารถออก ทิ้งให้ดารณีนุชยืนแค้นอยู่ตรงนั้น

ooooooo

แม่เฒ่ารักษาจนจันทาอาการดีขึ้น เธอลุกเดินมาเห็นย่ามของตัวเองแขวนอยู่ ถามแม่เฒ่าว่าใครเป็น คนเอาย่ามนี้มาคืนให้ แม่เฒ่าบอกว่าทับทิมคนของท่านไกสอน จันทาถามอย่างร้อนใจเป็นห่วงพรานเจ้ยว่าทับทิมเจอพ่อตนไหม

แม่เฒ่าไม่ตอบแต่เอาเสื้อผ้าของชาวเวียงพูคำมาให้เปลี่ยน จันทาบอกว่าตนไม่ใช่คนเวียงพูคำ แม่เฒ่าจึงเอาสร้อยจี้พระจันทร์ของเธอคืนให้ พูดอย่างมั่นใจว่า

“ถ้าสร้อยเส้นนี้เป็นของเจ้า เจ้ากะต้องเป็นคนเวียงพูคำ สร้อยเส้นนี้เป็นฝีมือของคนเวียงพูคำ ข้อยบ่ฮู้ดอกว่าเจ้าเป็นลูกหลานไผ แต่คงสืบหาบ่ยากดอก สร้อยงามๆจังซี่ต้องเป็นฝีมือของช่างเก่าแก่ในวังหลวง”

แต่วันนี้ของจันทา เธอไม่ต้องการรู้อะไรอีกแล้ว เพราะตนมีพ่อคนเดียวก็พอ มอบสร้อยให้แม่เฒ่าเก็บไว้ เป็นการตอบแทนที่ช่วยชีวิตตนไว้

“บ่ได้! เจ้าต้องเก็บสร้อยเส้นนี้ไว้ แล้วสร้อยเส้นนี้จะพาเจ้ากลับไปที่ที่เจ้ามา พ่อที่เลี้ยงเจ้ามายังตั้งชื่อเจ้าว่า “จันทา” กะเพราะสร้อยพระจันทร์เส้นนี้ มื้อนี้เจ้าบ่ยอมรับ แต่มื้อหน้าเจ้าจะยอมรับเองว่า เจ้าเป็นคนเวียงพูคำ!”

พอดีจ่อยโผล่มาด้านหลังแม่เฒ่า แม่เฒ่าถามโดยไม่ต้องหันมองว่ามีอะไรหรือ จ่อยบอกว่าตนมาดูจันทา เห็นหน้าตาสดใสดูดีกว่าเมื่อวานก็สบายใจ พูดแล้วก็จะไป แต่ถูกแม่เฒ่าใช้ให้อยู่ดูแลจันทา ตนจะไปดูลูกบักบุญที่จับไข้อยู่

จันทาถือเสื้อผ้าเดินลงไปหลังเรือน จ่อยเดินตามต้อยๆ เธอถามจ่อยว่าที่หลบหน้าหลบตาตนเพราะกลัวตนจะถามเรื่องพ่อใช่ไหม จ่อยยอมรับว่าใช่ เพราะสร้อยกำชับไว้ไม่ให้พูด จันทาถามว่าใครคือสร้อย?

“อีสร้อย เป็นลูกสาวพ่อใหญ่ พ่อใหญ่เป็นหัวหน้าของหมู่เฮา รองลงมาจากพ่อใหญ่กะเป็นอีสร้อยนี่แหละ เออ...อีสร้อยสั่งห้ามไว้ ถ้าเจ้าอยากฮู้อะหยังกะถามบักคุณชาย เจ้ากะใจเย็นๆ รอบักคุณชายกลับมาก่อน”

จันทาขัดใจที่ถามอะไรจ่อยก็ไม่ยอมบอก จึงไล่จ่อยจะไปไหนก็ไป ตนจะอาบน้ำ จ่อยจึงกลับไปรอบนเรือน

ooooooo

สร้อยพาชายเล็กรีบเดินกลับเข้าหมู่บ้าน ชายเล็กเดินพลาดโดนกับดัก ถูกไม้ไผ่แหลมถากไหล่ซ้ายเป็นแผล สร้อยรีบให้เขากลับเรือน ส่วนตัวเองจะรีบกลับไปหาพ่อใหญ่เพราะหายไปทั้งคืนพ่อใหญ่คงเป็นห่วงแย่

ก่อนแยกกัน สร้อยย้ำขู่ๆว่าห้ามบอกใครว่าเราค้างในป่าด้วยกัน แต่เสียแผนหมด เพราะจ่อยเดินมาเจอพอดี จ่อยถามว่าสองคนกลับมาด้วยกันได้อย่างไร อย่าบอกนะว่าสองคนอยู่ด้วยกันทั้งคืน! เร่งทั้งคู่ให้รีบไปเพราะทุกคนเป็นห่วงมาก

การหายไปทั้งคืนและกลับมาด้วยกันของทั้งสอง เป็นเรื่องใหญ่ที่ถูกพ่อใหญ่ซักไซ้อย่างหนัก สร้อยบอกว่าตนไม่ได้ค้างด้วยกัน แต่เพิ่งมาเจอกันตอนจะเข้าหมู่บ้านนี่เอง แม้พ่อใหญ่จะรู้แก่ใจดีแต่ก็ไม่คาดคั้นเรื่องนี้ หากแต่ลงโทษสร้อยที่ขัดคำสั่งห้ามออกนอกหมู่บ้าน ด้วยการสั่งขัง 7 วัน 7 คืน และระหว่างนั้นก็ให้เรียนหนังสือกับแฮรี่ ส่วนชายเล็กให้จ่อยพาไปให้แม่เฒ่าใส่ยาแผลที่หัวไหล่ให้

ชายเล็กมาเจอจันทาที่หายดีแล้วที่บ้านแม่เฒ่า ต่างดีใจมาก จันทาถามถึงพ่อ ชายเล็กตัดสินใจบอกความจริงว่าพรานเจ้ยเสียชีวิตแล้ว จันทาร้องไห้อย่างหนัก ชายเล็กเองก็พูดไม่ออก ได้แต่โอบหลวมๆอย่างปลอบใจ

สร้อยถือถ้วยยามาเห็นภาพนั้นเต็มตาถึงกับหน้าเจื่อน จ่อยแบกฟืนกลับมาเห็นสร้อยก็โวยวายว่ามาได้ยังไง? พ่อใหญ่สั่งลงโทษอยู่ไม่ใช่หรือ? หนีพ่อใหญ่มาใช่ไหม? แล้วมาที่นี่ทำไม??

“ข้อย...ข้อยเอายามาให้บักคุณชาย” สร้อยอ้างว่าตนทำให้ชายเล็กต้องเจ็บตัวจึงเอายามาให้ แล้วพูดประชดว่า “เพิ่นได้ยาดีแล้ว ยาของข้อยบ่มีประโยชน์ ข้อยกลับเฮือนล่ะ บ่ต้องบอกไผ่ล่ะว่าข้อยมา!” สร้อยพูดขู่ๆ แล้วผละไป

จ่อยวิ่งตามสร้อยถามอย่างไม่หายข้องใจว่า เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นในป่า และทำไมถึงได้ทำดีกับคุณชายทั้งที่ก่อนนี้เห็นไล่เขาออกจากหมู่บ้านเอาแท้เอาว่า ถามอย่างสงสัยว่า “มีอะหยังเกิดขึ้น เจ้าถึงได้เปลี่ยนไป!”

“บอกแล้วว่าบ่มีอะหยัง เลิกถามบ้าๆได้แล้ว เจ้ากะเห็นแล้วว่าคู่ฮักของเพิ่นกำลังหายดี อีกบ่โดนกะสิไปจากที่นี่แล้ว ข้อยจะไปไล่เพิ่นเฮ็ดหยัง” สร้อยทำเสียงเข้มหมายหยุดความขี้สงสัยของจ่อย แต่จ่อยก็ยังสงสัยไม่เลิก สร้อยเลยเอ็ดแล้วสั่งให้ก้มลงให้ตนเหยียบหลังปีนขึ้นเรือนไปเดี๋ยวนี้

จ่อยจึงก้มให้สร้อยเหยียบหลังปีนหน้าต่างเข้าห้อง แต่พอปีนหน้าต่างเข้าห้อง สร้อยก็ยืนจังงัง เมื่อเห็นพ่อใหญ่นั่งรออยู่ในห้องแล้ว!

สร้อยถูกพ่อใหญ่ตำหนิอย่างผิดหวังว่า คำสั่งของพ่อไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้วใช่ไหม เมื่อคิดว่าโตแล้วตัดสินใจเองได้แล้วอย่างนี้ ต่อไปพ่อก็จะไม่บังคับอะไรอีก พูดเหมือนตัดบัวไม่เหลือใยก่อนออกไปว่า

“เจ้าอยากเฮ็ดอะหยังกะเฮ็ดได้ตามใจเจ้า!”

สร้อยหนาวเยือกจับขั้วหัวใจ รีบคุกเข่าขอโทษพ่อใหญ่ขอให้พ่อใหญ่ยกโทษให้ด้วย ต่อไปจะเชื่อฟังพ่อใหญ่ทุกอย่าง อ้างว่าที่ตนทำไปก็เพราะอยากช่วยงานพ่อใหญ่

“เจ้ามีหน้าที่เดียวคือฮักษาชีวิตเจ้าเอาไว้! เอาเถอะ นี่คงถึงเวลาที่พ่อควรจะปล่อยเจ้าแล้ว...เจ้าสร้อย...”

สร้อยอ้อนวอนพ่อใหญ่ยกโทษให้ตน ถ้าพ่อใหญ่ไม่ยกโทษให้ก็จะคุกเข่าอยู่อย่างนี้ จนกว่าพ่อใหญ่จะยกโทษให้ แต่พ่อใหญ่ก็ยังคงเดินออกไปไม่ไยดีกับสร้อยที่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น...

ooooooo

เหตุการณ์นี้ทำให้พ่อใหญ่คิดหนัก จนเจอแม่เฒ่าที่ไปรักษาชาวบ้านมา พ่อใหญ่ถามแม่เฒ่าว่า

“มงกุฎแห่งเทพกะมาฮอดหู่บ้านเฮาแล้ว เฮาสิต้องรออะหยังอีก”

“พ่อใหญ่บ่มีห่วงมื่อได๋ กะมื่อนั่นแหละ” พูดแล้วแม่เฒ่าขยายความว่าหมายถึงห่วงของคนเป็นพ่อแม่ พ่อใหญ่บอกแม่เฒ่าว่า ตนจะหมดห่วงลูกก็ต่อเมื่อหมดลมหายใจเท่านั้น “บ่ต้องรอถึงมื้อนั่นดอกพ่อใหญ่ มีคนผู้หนึ่งที่พ่อใหญ่ฝากแก้วตาให้ดูแลแทนได้”

พ่อใหญ่ถามว่าใคร แม่เฒ่าบอกว่าแล้วพ่อใหญ่จะรู้เอง เมื่อใดที่พ่อใหญ่ทำใจยกแก้วตาให้เขาได้ เมื่อนั้นคือฤกษ์งามยามดีที่พ่อใหญ่จะพาคนในหมู่บ้านอพยพไปจากที่นี่

แม่เฒ่าพูดทิ้งไว้ให้พ่อใหญ่คิดแล้วเดินผ่านไป

คุณชายรัชชานนท์ ตกอยู่ในภาวะที่ต้องผูกพันกับหมู่บ้านวลาหกโดยไม่ตั้งใจ ชายเล็กรู้สึกผิดที่ทำให้พรายเจ้ยต้องเสียชีวิต เขาบอกจันทาว่าจะรับผิดชอบดูแลเธอแทนพรานเจ้ย

จันทาซึ่งมีใจให้ชายเล็กอยู่ คิดว่าเขาหมายถึงจะรับผิดชอบเป็นคู่ผัวตัวเมียกัน แต่ตลอดมาชายเล็กเอ็นดูเธอเยี่ยงน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น จ่อยสงสารสร้อยที่คุกเข่าอยู่ไม่ยอมกินข้าวกินน้ำ จึงไปหาแม่เฒ่าหมายให้ช่วย แต่แม่เฒ่ายังไม่กลับ ชายเล็กรู้จึงรีบไป เห็นสร้อยยังคุกเข่าอยู่ จึงไปคุกเข่าอยู่กับสร้อยเป็นการลงโทษตัวเองด้วยที่ทำให้สร้อยถูกลงโทษ พ่อใหญ่เกรงใจชายเล็ก บอกให้ทั้งสองลุกขึ้น ชายเล็กดีใจรีบประคองสร้อยลุกขึ้น สร้อยมองชายเล็กอย่างซึ้งใจที่ช่วยตน

สร้อยกับชายเล็กเข้าไปกราบขอโทษพ่อใหญ่อีกครั้ง ชายเล็กพูดเหมือนปฏิญาณกับพ่อใหญ่ว่า

“หากสิ่งที่ผมทำลงไปเป็นการล่วงเกินหรือละเมิดกฎของที่นี่ ผมกับสร้อยฟ้า ร่วมเป็นร่วมตายกันมา ผมไม่สามารถทิ้งเพื่อนคนนี้ได้จริงๆครับ”

ทั้งพ่อใหญ่ ไกสอน และแฮรี่ต่างมองหน้ากันอึ้ง

ที่ชายเล็กเรียกสร้อยว่า “สร้อยฟ้า” เมื่ออยู่กันลำพังสามคน แฮรี่เอ่ยขึ้นว่า

“นี่อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญกะได้พ่อใหญ่ หรือเพิ่นอาจไปได้ยินชื่อนี้จากไผในหมู่บ้านกะเป็นได้”

“ไม่มีใครอื่นอีกแล้วที่รู้ว่าสร้อยมีชื่อเต็มๆ ว่าสร้อยฟ้า คุณชายคนนี้เป็นมากกว่ามงกุฎแห่งเทพที่ทำให้มนต์หมอกเสื่อมสลาย แต่เขาอาจจะเป็นผู้ที่ช่วยให้เรากลับไปเวียงพูคำได้เร็วขึ้น” พ่อใหญ่เชื่อเช่นนั้น

ไกสอนดีใจที่เรามีรัชทายาทแล้ว แต่แฮรี่ติงว่า

เรายังตามหารัชทายาทไม่เจอ คุณชายอาจเป็นกุญแจนำทางเราไปสู่จุดหมายได้

“คุณชายไม่ใช่ชาวเวียงพูคำ เฮาให้คุณชายมาเสี่ยง

ชีวิตกับเฮาบ่ได้ดอก แต่การมาของคุณชายผู้นี้เฮ็ดให้เฮาตัดสินใจบางอย่างได้เร็วขึ้น ไกสอน...แฮรี่...เฮาได้ฤกษ์ อพยพแล้ว” พ่อใหญ่บอกอย่างยินดี จนไกสอนกับแฮรี่มองกันงงๆ

ooooooo

บุญโฮมพาชายใหญ่กับชายภัทรไปที่ร้านพรานเจ้ยไม่เจอใครจึงพามาที่ค่าย ตชด.เพราะรู้ว่าชายพีร์กับชัชวีร์เอาพวกทหารเวียงที่จับได้มาส่งให้ ตชด.

แม้ชายใหญ่จะตำหนิชายพีร์ที่ชวนชัชวีร์หนีมาจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ให้ตามหากัน แต่เมื่อรู้ว่ายังตามหาชายเล็กไม่เจอและคาดว่าอาจหลงป่า ต่างก็เป็นห่วงชายเล็กลืมความขุ่นเคืองใจ ช่วยกันหาทางตามหาชายเล็กให้เจอในเร็ววัน

ศินีนุชที่ขนกระเป๋ามาถึงสี่ใบ เมื่อมาเห็นบ้านพักที่ทรุดโทรม ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกอะไรเลยก็โวยวายว่าจะอยู่ได้อย่างไร ชายใหญ่จึงให้ชายพีร์กับชัชวีร์พาเธอไปพักโรงแรมในเมืองและให้ชัชวีร์อยู่เป็นเพื่อนเธอที่นั่น

ที่หมู่บ้านวลาหก เมื่อชายเล็กกับจันทาแข็งแรงดีแล้ว พ่อใหญ่จึงจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญก่อนส่งทั้งสองกลับ โดยมีแม่เฒ่าเป็นคนทำพิธีให้

วันนี้ สร้อยที่เคยแต่แต่งตัวมอมแมมลุยๆ ท่าทางเป็นทโมน วันนี้ก็บรรจงแต่งเป็นสาวเวียงพูคำ แต่ก็ยังมีคราบความทโมน ทั้งชุดที่แต่งลวกๆ และแม้แต่ดอกไม้ที่เสียบผมก็เสียบส่งๆ ดูเกะกะมากกว่าสวยงาม กระนั้น จ่อยก็ยังชมว่างามแท้

ระหว่างเตรียมทำพิธีบายศรีสู่ขวัญนั่นเอง ทับทิมเข้ามาอย่างมีเรื่องจะรายงาน พ่อใหญ่จึงลุกไปคุยกับทับทิมท่ามกลางสายตาของไกสอนและแฮรี่ที่คิดว่าทับทิมต้องมีข่าวอะไรมารายงานเป็นแน่ แต่ทุกคนไม่อยากทำลายบรรยากาศงานบายศรีสู่ขวัญที่เป็นมงคล งานจึงดำเนินต่อไปอย่างปกติท่ามกลางความปีติยินดีของทุกคน

หลังจากแม่เฒ่าทำพิธีเสร็จแล้ว พ่อใหญ่ซึ่งเป็นประธานในงานก็กล่าวอวยพรและผูกข้อมือให้คุณชายรัชชานนท์

“ขอให้มีขวัญ มีกำลัง มีสติ มีปัญญา จงมีศีลและมีธรรมนำพาชีวิตไปสู่ความสุขความเจริญ” จากนั้นจึงหันไปผูกข้อมือและอวยพรให้จันทา “ขวัญเจ้าไปไกลกะให้มา ขวัญเจ้าไปนากะให้ต่าว เจ้าผ่านความทุกข์แค้นแสนสาหัส พ่อแม่ต้องจากไป ต่อไปขอให้บ่มีทุกข์บ่มีโรคมีแต่ความสุข”

ไกสอนและแฮรี่รวมทั้งผู้ใหญ่ในหมู่บ้านทยอยกันเข้าผูกข้อมือและอวยพรให้ชายเล็กและจันทาตามลำดับ

พ่อใหญ่เอะใจไม่เห็นสร้อย จ่อยบอกว่า “อีสร้อยมันเผ่นลงเฮือนไปแล้วพ่อใหญ่”

“เป็นหยังบ่อยู่จนจบพิธี เฮ็ดอะหยังตามใจตัวอีกแล้ว” พ่อใหญ่บ่นอย่างขัดใจ ในขณะที่ชายเล็กก็ชะเง้อมองหาสร้อยอย่างเป็นห่วง

เมื่อออกไปตามหา เจอสร้อยในชุดสาวชาวเวียงพูคำกำลังเล่นแก่นกะโหลกอยู่กับเด็กๆผู้ชายในหมู่บ้าน

นั่นคือการปีนเสาปักธงชาติเวียงพูคำไว้บนยอดเสา ปรากฏ ว่าสร้อยชนะพวกเด็กๆ ได้รับเสียงเฮและปรบมือลั่น

แต่พอสร้อยรูดตัวลงจากเสา ชายเล็กก็เดินเข้ามาบอกขำๆ ว่า

“หมดสวยกันพอดี เล่นเป็นเด็กๆ ไปได้ พ่อใหญ่ถามหาแน่ะ รีบกลับไปเร็วเข้า”

“บ่ไป! พ่อใหญ่จัดพิธีรับขวัญเจ้ากับคู่ฮัก บ่ได้เกี่ยวอะหยังกับข้อย เดี๋ยวพิธีจบ ข้อยสิกลับเฮือนไปเอง ไป...เจ้ากลับไปเสีย”

ชายเล็กไม่ยอมกลับ สร้อยเลยท้าแข่งปีนขึ้นไปเอาธงจากยอดเสากับตน พูดปรามาสเสียจนชายเล็กรับคำท้า ถามว่าชนะแล้วจะได้อะไร

“แพ้เป็นข้า ชนะเป็นเจ้า เดี๋ยวเจ้าได้เป็นข้าของข้อยอีกคนแน่” สร้อยพูดอย่างมั่นใจ พูดจบก็ปีนทันที ชายเล็กโวยว่า ทำไมไม่นับหนึ่งสองสามก่อน ขี้โกงแท้ๆ

ผลออกมาปรากฏว่าชายเล็กแพ้ สร้อยกระโดดโลดเต้นดีใจที่ชนะทั้งด้วยความสามารถและที่สำคัญคือขี้โกง แต่ชายเล็กก็โกรธไม่ลง กลับมองดูอาการดีใจที่แก่นทโมนของสร้อยอย่างเอ็นดู

ooooooo

ขี้โกงจนชนะชายเล็กแล้ว สร้อยเดินลิ่วไปทางเรือนพ่อใหญ่ ชายเล็กจ้ำอ้าวตามพลางร้องเรียก สร้อยถามว่า จะตามมาทำไม

“ฉันเป็นข้าของเธอแล้วนี่ ฉันก็ต้องตามมารับใช้เธอสิ...” เมื่อไล่ตามทัน ชายเล็กเอ่ยขึ้นว่า “เธอคงรู้แล้วว่า อีกวันสองวัน ฉันจะต้องไปจากที่นี่แล้ว แต่ฉันยังอยู่ทำงานที่หนองคายนี่อีกนาน ฉันกลับมาเยี่ยมเธออีกได้ไหม สร้อยฟ้า”

“บ่ต้องกลับมาดอก เจ้ากลับมาอีกที พวกเฮากะคงอพยพไปจากที่นี่แล้ว...เฮาคงบ่ได้เจอกันอีก ข้อยบอกเจ้าแล้ว เจ้าต้องลืมว่าเจ้าเคยฮู้จักหมู่บ้านวลาหก แล้วเจ้ากะต้องลืมด้วยว่าเคยฮู้จักข้อย”

“ไม่หรอก...ฉันไม่มีวันลืมเธอสร้อยฟ้า...ที่จริงฉันตามหาเธอก็เพราะว่า...” ชายเล็กดึงด้ายขาวออกจากกระเป๋ายื่นออกไปพลางเอ่ยขอ “ฉันอยากให้เธอผูกข้อมือให้ฉัน...”

สร้อยมองด้ายขาวในมือชายเล็กอย่างลังเล ชายเล็กเอาด้ายขาวใส่มือสร้อย เอ่ยขออ้อนๆ

“ผูกข้อมือให้ฉันหน่อยนะ...นะ...สร้อยฟ้า...”

สร้อยรับด้ายขาวไป ค่อยๆผูกที่ข้อมือซ้ายของคุณชายรัชชานนท์ที่ยังว่างเปล่า บอกเขาว่า

“ข้อยเว่าบ่เป็นเด้อ บ่เคยผูกข้อมือรับขวัญให้ไผ”

“ฉันไม่ต้องการให้เธอผูกข้อมือเพื่อเรียกขวัญ ฉันกลับมา ฉันให้เธอผูกข้อมือ เพื่อเป็นการผูกเราสองคนเอาไว้ด้วยกัน ให้เธอรับฉันเป็นเพื่อนไว้อีกคน...ได้ไหม...สร้อยฟ้า”

สร้อยมองหน้าชายเล็กนิ่งไปอึดใจ พูดอย่างตัดสินใจหนักแน่นว่า

“ได้...ข้อยผูกเจ้าเป็นเสี่ยว”

“เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ...” คุณชายรัชชานนท์เอามือลูบผมยุ่งๆ ของสร้อยพูดอ่อนโยน “แล้วก็ไม่ได้เป็นเพื่อนธรรมดา เราเป็นเพื่อนร่วมเป็นเพื่อนร่วมตายกัน... และจะไม่มีวันลืมกัน”

คุณชายเผลอใจตกในภวังค์...ก้มลงหอมที่หัวยุ่งๆ ของสร้อย สร้อยอึ้ง คิดไม่ถึง พอรู้ตัวก็ผลักเขาออกไป ร้องเสียงเอาเรื่อง

“เจ้า! เจ้า!!”

ร้องได้แค่นั้นแต่พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ผลักคุณชายออกไปแล้ววิ่งหนีด้วยความรู้สึกว้าวุ่น จนแปลกใจตัวเองที่ไม่โกรธคุณชายอย่างที่ควรจะเป็น...

คุณชายรัชชานนท์ จุฑาเทพ...ยืนมองสร้อยวิ่งหนีไปด้วยความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก...

ooooooo

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายรัชชานนท์

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด