ตอนที่ 17
อีกเช้าหนึ่งโสภิตทำอาหารโปรดของยศมาให้ ถามว่าจะกินเลยไหมจะป้อนให้ ยศนอนนิ่งกลอกตามองโสภิตบอกว่าขยับขาไม่ได้ถามหมอหรือยังอาการของตนเป็น อย่างไร
“ก็เพิ่งผ่าตัดมาเมื่อวาน อย่าไปเกร็งไปขยับอะไร เดี๋ยวกระทบกระเทือนแผลที่หลัง”
“ไอ้พงษ์ ไอ้สารเลว ไอ้ชีพด้วย หมามันยังรู้บุญคุณเจ้าของ ไอ้พงษ์มันหลอกแม่ มันหลอกพวกเรา โอยยย...”
“ทำใจให้สงบพี่ยศ พี่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าใครหลอก ใครดีใครชั่ว ใครทำให้พี่ต้องเป็นอย่างนี้ ใครทำให้แม่ต้องติดตะรางอยู่โรงพัก”
ยศ เพิ่งรู้ว่าแม่เลี้ยงถูกจับ โสภิตบอกว่าตนกำลังหาทางช่วยแม่อยู่ แต่หลักฐานก็ถูกทำลายไปหมดแล้ว ปรารภกับพี่ชายอย่างห่วงใยว่า ถ้าแม่ติดคุกจริงๆแม่จะทนได้ยังไง ยศถึงกับซึมไปด้วยความละอายใจ
พวงทำอาหารเหนือสารพัดอย่างไปให้แม่เลี้ยงที่ห้องขัง จนแม่เลี้ยงถามว่าจะให้ตนเอามาเปิดร้านอาหารเหนือในนี้หรือ ถามว่าโสภิตไปไหน เรื่องประกันตัวว่าอย่างไร
ไม่เพียงแม่เลี้ยงยังไม่ได้ รับการประกันตัว หากยังมีผู้ต้องขังถูกยัดเข้ามาในห้องขังเดียวกันอีกมากมาย ดาบม้วนบอกว่าเป็นพวกป๊อกเด้ง แม่เลี้ยงโวยวายว่าตนไม่ชอบอยู่กับพวกคนแปลกหน้า ให้เอาพวกป๊อกเด้งไปขังที่อื่นเลย
“แม่เลี้ยงคร้าบบบ...นี่ไม่ใช่โรงแรมให้เลือกเตียงเดี่ยวเตียงคู่นะครับ มีแต่ขังรวม เพราะห้องผู้ต้องหาหญิงมีห้องเดียว”
“จำ เอาไว้เลย ฉันออกไปได้เมื่อไหร่อย่ามาขอลดดอกลดต้นก็แล้วกัน” แม่เลี้ยงอาฆาตอย่างถือว่าเงินตัวเองใหญ่สามารถทำอะไรก็ได้ แต่หารู้ไม่ว่า บรรดาพวกป๊อกเด้งที่เพิ่งถูกจับยัดเข้ามาพากันมองแม่เลี้ยงแล้วซุบซิบกัน อย่างไม่พอใจ หลายคนนินทากันว่าลูกน้องแม่เลี้ยง ทั้งชีพทั้งกาบเคยข่มขู่คุกคามกระทั่งตบลูกเล็กๆของตน อีกคนบอกว่าไอ้เส่งเคยจะข่มขืนตนในไร่เก๊กฮวย
แม่เลี้ยงเริ่มหวาดกลัวสายตาของบรรดามือป๊อกเด้งที่จ้องมาอย่างไม่เป็นมิตร ซ้ำเมื่อมีอาหารมาส่งแม่เลี้ยง ยังถูกบรรดามือป๊อกเด้งรุมกันเข้ามาเอี่ยวด้วย พูดใส่หน้าแม่เลี้ยงว่าที่นี่ไม่มีคนจนคนรวย ไม่มีลูกหนี้ เจ้าหนี้ทุกคนเท่ากัน ทุกอย่างเป็นของส่วนรวม! ซ้ำกินอิ่มแล้วยังเอาอาหารทั้งหมดคลุกรวมกันเหมือนอาหารหมาแล้วคว่ำใส่ตรง หน้าแม่เลี้ยงบอกว่า
“นี่เป็นส่วนแบ่งของแก!”
แม่เลี้ยงมองอาหารที่เทตรงหน้าแล้วทำท่าจะอ้วก
เพราะความเหี้ยมกับบรรดาลูกหนี้และแสดงความรังเกียจบรรดามือป๊อกเด้งที่เข้ามาอยู่ในห้องขังเดียวกัน แม่เลี้ยงจึงถูกต่อต้านรังเกียจกระทั่งรังแกจนแม่เลี้ยงโวยวายร้องขอความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครช่วยได้ เพราะพอตำรวจมาดูทุกอย่างก็สงบต่างคนต่างนอนกรนกันคร่อกๆ ตำรวจจึงปิดไฟใส่กุญแจออกไป แม่เลี้ยงคลานไปซุกตัวที่มุมห้องปาดน้ำตาป้อยๆ
เมื่อเรื่องปลอมลายเซ็นผู้ว่าฯแดงขึ้นมา ผู้ว่าฯพิจารณาตัวเองยื่นใบลาออกและเตรียมเก็บของออกจากจวน คุณนายไม่ยอมไปอ้างว่าผู้ว่าฯไม่ได้เกี่ยวข้องรู้เห็นทำผิดอะไรด้วย
นิตยาเสียใจมาก เข้าไปกราบขอโทษพ่อด่าตัวเองว่าเป็นลูกอกตัญญูทำให้พ่อต้องออกจากราชการ
“พ่อไม่เคยยึดติดกับตำแหน่ง ถ้าครอบครัวตัวเองยังทำให้สงบสุขไม่ได้ พ่อก็ไม่สมควรจะไปปกครองคนอื่น...เมื่อลูกคิดได้ก็ดีแล้ว ต่อไปอย่าทำอีก”
“ค่ะพ่อ...นิดจะไม่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องเสียใจอีกแล้ว” นิตยาโผเข้ากอดพ่อ สองพ่อลูกกอดกันด้วยความรัก
ooooooo
จิตรายังเฝ้าดูแลยศอย่างใกล้ชิด ยศบอกว่าเวลาเธอเช็ดตัวให้ ขาสองข้างของตนเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย จิตราบอกว่าแผลใกล้เส้นประสาทที่กระดูกสันหลังใหม่ๆ ก็มีอาการแบบนี้มันต้องใช้เวลาหน่อย
“จิตจะไม่ทิ้งพี่ใช่ไหม” ยศถาม จิตรานิ่งไปนิดหนึ่ง บอกว่าตอนนี้ตนก็อยู่กับเขาแล้วไง “แล้วถ้าพี่ไม่ได้ป่วยมากอย่างนี้ล่ะ ป่านนี้จิตก็คงแต่งงานกับผู้กองไปแล้ว ถ้าจิตจะไปจากพี่ พี่ก็ไม่ว่าอะไรหรอก คนเลวๆ อย่างพี่ ถึงจะรักษาหายจากโรงพยาบาลพี่ก็ต้องติดคุกอยู่ดี”
“อย่าคิดมากสิคะ หลักฐานที่คุณภิตรวบรวมหาอยู่ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีของพี่ยศก็ได้ นอนพักเสียนะคะ” จิตราห่มผ้าให้ยศ แต่ใจกลับคิดถึงผู้กองเกียรติก้อง...
เย็นวันเดียวกัน ผู้กองเกียรติก้องนั่งพิงกระสอบทรายเหม่อซึม ในขณะที่จ่าตุ๋ยยืนส่องกล้องตรวจการณ์อย่างเข้มงวด
มือถือผู้กองดังขึ้น เขาก้มมองแต่ไม่รับ จ่าตุ๋ยติงว่าอาจเป็นสายจากจิตราก็ได้ แต่ผู้กองก็ไม่สนใจ กลับชวนจ่าตุ๋ยว่าเดี๋ยวออกเวรแล้วไปเที่ยวฉลองที่ได้กลับมาทำงานใหม่กัน จ่าตุ๋ยตอบรับด้วยความยินดีว่า “เต็มที่เลยครับผู้กอง”
ooooooo
อาโปเสียใจเรื่องจีรณะ คิดว่าเขาชอบผู้หญิงแต่งตัวสวยเซ็กซี่ จึงไปหาซื้อเสื้อผ้าแนวเซ็กซี่มาใส่ และหางานทำโดยไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่โต๊ะสนุ้ก
เสี่ยหื่นเห็นอาโปใสๆ ก็คว้ามือไว้ให้นั่งคุยกันก่อน อาโปบอกว่าตนเสิร์ฟอย่างเดียวไม่มีอะไรจะคุยด้วย ถูกเสี่ยที่มองสาวเสิร์ฟเป็นหญิงไร้ค่าก็เอาเงินมาล่อแล้วฉุดไปนั่งโอบ อาโปโมโหมากตวาดไล่ก็ยังถูกดึงเข้าไปจะหอมแก้ม เลยถูกอาโปเอาถาดฟาดหัวเสียหงายหลังเลือดออกที่หว่างคิ้ว มันร้องลั่นจนพีรพงษ์เดินมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น
อาโปเห็นพีรพงษ์ก็ประกาศขอลาออกทันทีบอกว่าถ้ารู้ว่าที่นี่เป็นของเขาก็จะไม่มาทำ พีรพงษ์ใช้เงินล่อใจตามเคยบอกว่าถ้าเธอทำงานที่นี่ก็จะได้ทั้งเงินไปเรียนหนังสือและรักษาพ่อ
“อาโปไม่ขายตัวก็แล้วกัน นายสอนเอาไว้”
“นาย? ไอ้จีรณะน่ะเหรอ มันแกล้งทำเป็นคนดี คนดีที่ไหนได้พี่สาวไปแล้วเล่นชู้กับน้องสาวเขาอีก แถมยังชวนค้าไม้เถื่อนด้วย อาโปก็ดูข่าวใช่ไหม” อาโปโต้ว่าพวกเขาอาจใส่ร้ายนายก็ได้ “อย่าแก้ตัวแทนมันเลย ถ้าไอ้จีมันห่วงเธอ ป่านนี้ก็ต้องตามหาเธอแล้ว ไม่ปล่อยให้มาทำงานที่นี่หรอก”
พีรพงษ์หว่านล้อมพูดกล่อม พอเห็นอาโปเริ่มเคลิ้มก็ชวน
“มาอยู่กับฉันดีกว่า งานการไม่ต้องทำก็ได้ ฉันจะเลี้ยงดูอาโปเอง ดูแลพ่ออาโป ส่งเสียเธอเรียนเอง”
พีรพงษ์ใช้ทั้งวาจาและความเป็นชาย ลูบแก้มอาโปมองด้วยแววตาเสน่หา จนอาโปเคลิ้ม...แต่อาโปยังมีสติ พอถูกรูปซิปก็โวยวายว่า “ไม่ได้ๆ ผิดผี ผีป่า ผีเขา ผีเหย้า ผีเรือน” แล้ววิ่งถลันไปที่ประตู พีรพงษ์อารมณ์ค้างตรงไปกระชากผมอาโปจับเหวี่ยงมาที่เตียง โถมตัวเข้าไปปลุกปล้ำอย่างระห่ำ อาโปสู้สุดฤทธิ์ ปากก็ตะโกน
“ปล่อยนะโว้ย!!”
ooooooo
ผู้กองเกียรติก้องกับจ่าตุ๋ยมาที่โต๊ะสนุ้กเช่นกัน เด็กสาวพากันมาเสิร์ฟจนผู้กองเริ่มกรึ่ม ส่วนจ่าตุ๋ยกินแต่น้ำส้มพอผู้กองกรึ่ม เด็กสาวก็ชวนไปนวดผ่อนคลายกัน เขาถูกพาเข้าไปในห้องนวดเดี่ยว ในอารมณ์นั้น
ผู้กองเห็นเด็กสาวเป็นจิตรา แต่พอเคลิ้มจะจูบ สติก็กลับมาเห็นว่าไม่ใช่จิตรา เขาผละออกมารีบติดกระดุมเสื้อแล้วขอตัวออกไป
ขณะที่ผู้กองเดินจ้ำอ้าวออกมานั้น ได้ยินเสียงอาโปร้องขอความช่วยเหลือ ผู้กองจำได้ถีบประตูเข้าไปในห้องวีไอพีที่เสียงลอดออกมา เจอพีรพงษ์กำลังปล้ำอาโปอย่างหน้ามืด พอหันเห็นผู้กองก็ชะงักกระโดดเตะผู้กองแล้วคว้าขวดจะตีหัว แต่ถูกอาโปคว้ามือไว้ ทำให้ผู้กองรุกเข้าเตะต่อยจนพีรพงษ์ล้มลุก คลุกคลาน ผู้กองคว้ามืออาโปวิ่งออกไป ชนผู้จัดการที่หน้าประตูกระเด็นไป ผู้กองตะโกนบอกจ่าตุ๋ยให้เคลียร์ทาง ส่วนสมุนของพีรพงษ์ก็วิ่งกรูมาตะโกนบอกกัน
“จับมัน มันฉุดเด็กหนี”
ทั้งอาโป ผู้กองและจ่าตุ๋ย ต่างพยายามต่อสู้ขัดขวางคว้าอะไรได้ก็ใช้เป็นอาวุธ จนเมื่อสมุนของพีรพงษ์ดาหน้าเข้ามามีทั้งปืน ทั้งมีด จ่าตุ๋ยเห็นจวนตัวจึงเอาระเบิดออกมาขู่
“ถ้ายิงก็ตายกันหมดนี่แหละ วางปืนเดี๋ยวนี้” พวกนั้นพากันชะงักวางปืน จ่าตะโกน “รีบไปผู้กอง!” ถอยพลางขู่พลาง “ใครตามมากูเขวี้ยง!!”
พอวิ่งมาถึงหน้าร้าน จ่าตุ๋ยขว้างระเบิดตะโกนลั่น “ตาย!!” ระเบิดตูมพร้อมๆกับจ่าตุ๋ย ผู้กองและอาโปวิ่งไปขึ้นรถขับออกไปทันที อาโปใจไม่ดีถามว่าจะมีคนตายไหม
“ไม่หรอก แค่เสียงมันดัง กับแสงเหมือนแฟลชถ่ายรูปเท่านั้น”
ooooooo
พากันกลับมาถึงบ้านของจีรณะอย่างปลอดภัย จีรณะนั่งหน้าเครียด มีอาโปนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงหน้า
“ทำอะไรไม่คิดถึงคนอื่น ประชดฉันแล้วใครเดือดร้อนบ้าง ตัวเธอนั่นแหละเป็นคนแรก คิดถึงจิตใจพ่อบ้างหรือเปล่า ถ้ารู้ว่าลูกทำตัวเหลวแหลกอย่างนี้จะเสียใจแค่ไหน พูดซิ เถียงซิ เก่งนักไม่ใช่หรือ”
“พี่จี...อาโปสำนึกแล้วล่ะค่ะ อย่าดุแกอีกเลย” จิตราขอร้อง
“ไม่ดุไม่ได้หรอกจิต คิดดูถ้าไอ้ก้องช่วยไม่ทันวันนี้จะเป็นยังไง”
จิตราให้อาโปขอโทษและสัญญาจะไม่ทำอย่างนี้อีก อาโปปาดน้ำตา “อาโปขอโทษๆ อาโปไม่ทำอีกแล้ว”
ผู้กองบอกให้อาโปไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนพักผ่อนเสีย จีรณะจึงหันถามเขาว่า
“แล้วแกโผล่ไปได้ยังไงวะ โอ้โห...ปกติเหล้าก็ไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ผู้หญิงก็ไม่เที่ยว” จีรณะมองทึ่ง จ่าตุ๋ยเอียงเข้ามากระซิบว่า ประชดชีวิตเหมือนอาโป จิตราได้ยินพอดี เธอหน้าสลดอย่างรู้สึกผิด
ต่อมาจิตราเจอผู้กองอาบน้ำเสร็จออกมา จึงเข้าไปหาขอร้องว่า
“เดี๋ยวพี่ก้อง...ถ้าโกรธจิต จะว่าจะด่ายังไงก็ได้ แต่ขอร้องอย่าหนีหน้ากันอย่างนี้”
“พี่ไม่ได้โกรธจิตและก็ไม่คิดจะว่าจะด่าอะไรทั้งนั้น” จิตราบอกว่าตนอยากอธิบาย อยากให้เขาเข้าใจ แต่ผู้กองบอกว่า “พี่เป็นใครก็ได้สำหรับจิต แต่จิตเป็นผู้หญิงที่พี่รัก อย่าพูดอย่าอธิบายอะไรให้เราต้องเจ็บกันมากไปกว่านี้เลย” พูดแล้วผู้กองเดินก้มหน้าผละไป จิตรามองตามอย่างอัดอั้น...ละอายใจ...
จะมูโมโหอาโปมาก เอาไม้เรียวฟาดจนอาโปต้องวิ่งไปหลบหลังจีรณะ เขาบอกจะมูให้ใจเย็นๆ นั่งพักก่อน อาโปรีบเข้าประคองพ่อที่โมโหจนเหนื่อยหอบ สารภาพผิดน้ำตาอาบหน้า
“อาโปผิดไปแล้ว พ่ออย่าโมโหเลยนะ พ่อจะตีอาโปกี่ทีก็ได้ ตีให้ตายไปเลย”
“เอ็งไม่ต้องขอโทษพ่อ เอ็งกราบนี่” จะมูเอามือตบที่พื้นแผ่นดิน พูดอย่างสะเทือนใจ “บรรพบุรุษของเรา ระเหเร่ร่อนมาอยู่แผ่นดินนี้ ปลูกฝิ่นทำไร่เลื่อนลอยไม่มีจุดหมาย หลวงท่านให้ความรู้ทำไร่ทำนาจนมีกินมีใช้ สิ่งที่เอ็งต้องทำคือตั้งใจเรียนหาความรู้มาพัฒนาตอบแทนแผ่นดินจำไว้!”
จีรณะกับผู้กองเกียรติก้องต่างอึ้งกับความกตัญญูรู้คุณของจะมู
ต่อมาอาโปก็มาเป็นครูอาสา สอนเด็กๆอย่างตั้งอก ตั้งใจด้วยความรักที่มีต่อเด็กๆในถิ่นฐานบ้านเกิดตัวเอง
ooooooo
แล้วจู่ๆ วันนี้ทนายก็มาประกันตัวแม่เลี้ยงออกไป บอกว่าโสภิตติดธุระส่งตนมาดำเนินการแทน แม่เลี้ยงดีใจมากชมว่าลูกคนนี้ไว้ใจได้จริงๆ สั่งให้รีบเอาชุดมาเปลี่ยนทันที
พอออกจากโรงพักแม่เลี้ยงก็ให้ชีพรีบพาไปโรงพยาบาล บ่นอย่างหัวเสียที่ยศถูกยิงทำไมไม่มีใครบอกตน
แม่เลี้ยงหารู้ไม่ว่า พอตัวเองเดินออกจากห้องขังโสภิตก็เดินสวนเข้าไป ดาบม้วนกับจ่าทองต่างชมว่ายอดหญิงจริงๆ ยอมติดคุกแทนแม่ จ่าทองเปรยๆ ว่าถ้ายอดชายรู้จะว่ายังไงเนี่ย แล้วจ่าทองก็โทร.หาจ่าตุ๋ยเพื่อให้บอกต่อไปยังจีรณะ
ทันทีที่จีรณะได้ข่าวจากจ่าตุ๋ย เขาวิ่งพรวดออกไปทันที จนทั้งผู้กองและอาโปมองแปลกใจว่าเขารีบไปไหน?
ooooooo
เหตุเพราะก่อนหน้านี้โสภิตไปเยี่ยมแม่เลี้ยง เห็นสภาพของแม่แล้วสะเทือนใจ หน้าตาที่มีรอยบอบช้ำเสื้อผ้าที่มอมแมม แต่แม่เลี้ยงก็ไม่กล้าบอกว่าเป็นเพราะอะไร บอกแต่ว่าให้มาประกันตัวออกไปเร็วๆ
กลับถึงคุ้ม โสภิตต้องเจอกับพิมพรและบ็อบบี้ เธอบอกพิมพรให้ไปเยี่ยมแม่กับยศบ้าง ก็ถูกสวนมาอย่างไม่พอใจว่า แค่จะออกจากบ้านก็ยังไม่กล้าโผล่ไปเลย ตนอายมาก ถ้ารู้ว่ากลับมาแล้วต้องเจอปัญหาแบบนี้สู้อยู่เป็นสาวเสิร์ฟที่อเมริกาให้รู้แล้วรู้รอดไปยังจะดีกว่า
“สงสารคุณยาย ไม่ค่อยสบายอยู่น่าจะเอาบ็อบบี้ไปถูกขังแทนคุณยายได้ พอพิสูจน์ความจริงได้ค่อยให้มามี้ไปรับกลับ” บ็อบบี้เสนอตัว พวงสะเทือนใจจนน้ำตาคลอบอกว่าตัวแค่นี้รู้จักกตัญญูรู้คุณ แต่พิมพรกลับด่าว่า
“เอาตัวเองให้รอดก่อน อยู่ดีๆอยากติดคุกติดตะราง พูดไม่รู้จักคิด!”
โสภิตแยกไปเข้าห้องทำงานในคุ้ม คิดถึงคำพูดของบ็อบบี้ที่จะไปติดคุกแทนยายแล้ว เธอเร่งค้นหาและรวบรวมเอกสารหลายชิ้น เก็บใส่กระเป๋าเอกสาร ตัดสินใจแล้วที่จะทำอะไรบางอย่าง...
ooooooo
จิตรายังคงดูแลยศอย่างใส่ใจใกล้ชิด แม่เลี้ยงมาเจอก็พุ่งเข้าตบตีหาว่าจิตรามาแกล้งยศ ยศพยายามบอกว่าจิตราเป็นคนช่วยชีวิตตน แม่เลี้ยงก็ไม่ฟัง
แม่เลี้ยงด่าจิตราว่าพอรู้ว่ายศเจ็บถึงกับเดินไม่ได้เลยแกล้งให้พิกลพิการไปเลย ทำให้ยศตกใจถามว่าตนเดินไม่ได้แล้วใช่ไหม ตีอกชกหัวตะโกน “ผมอยากตาย! ผมอยากตาย!!” จนจิตราต้องบอกแม่เลี้ยงให้รีบกดเรียกพยาบาล
แม่เลี้ยงกลับมาที่คุ้ม เจอพิมพรเอาช่างมาเปิดตู้เซฟพอดี แม่เลี้ยงด่าพิมพรว่าใจดำไม่เคยไปเยี่ยมตนกับยศเลยซ้ำยังมาขโมยเงินอีก พิมพรบอกว่าไม่ได้ขโมยแต่จะเอาไปตั้งตัว ได้ดีเมื่อไรก็จะเอามาคืน บอกแม่เลี้ยงว่า
“หนูกับลูกไม่อยู่กับครอบครัวอาชญากรอย่างนี้อีกแล้ว หนูจะไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ บ็อบบี้...บ็อบบี้!!”
บ็อบบี้วิ่งเข้ามาพร้อมพวง พวงบอกบ็อบบี้ให้ช่วยกันห้ามแม่กับยายที่กำลังยื้อแย่งถุงเงินจนถุงขาดเงิน 5 ล้านร่วงกระจาย ต่างตะครุบกันวุ่นวาย
ทันใดนั้น ปปง.เดินเข้ามาบอกว่า “ไม่ต้องแย่งกันครับ เจ้าหน้าที่ ปปง.จัดการให้เองครับ”
“หมายอายัดทรัพย์ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินครับ” สารวัตรที่มากับ ปปง.บอกว่า “ตอนนี้แม่เลี้ยงกับคุณโสภิตไม่สามารถจำหน่ายจ่ายโอนทรัพย์สินใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งสังหาและอสังหาริมทรัพย์ จนกว่าจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์จากคดีเงินกู้และแชร์ลูกโซ่ครับ”
แม่เลี้ยงช็อก ทุกคนอึ้งพูดไม่ออก
ooooooo
ที่ห้องสารวัตรในโรงพัก จีรณะกับจ่าทองนั่งอยู่ด้วยกัน บนโต๊ะมีสำเนาเอกสารทั้งใบสั่งซื้อสินค้าและใบเบิกจ่ายจากธนาคารล้วนแต่มีลายเซ็นของโสภิตเซ็นกำกับ จีรณะบอกจ่าทองว่า
“ผมเป็นพยานให้ได้นะครับว่าคุณภิตเป็นคนวางแผนจับไม้เถื่อน เอาพวกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ต.ช.ด.มาเป็นพยานร่วมก็ได้”
“ท่านอดีตผู้ว่าก็ขอให้การเป็นพยานให้คุณโสภิตครับ แต่คุณจีดูหลักฐานที่คุณภิตเอามาปรักปรำกล่าวหาตัวเองซิครับ เอกสารต่างๆ สัญญาซื้อขาย นิติกรรมต่างๆ ลายเซ็นคุณโสภิตทั้งนั้น” จ่าทองชี้ให้ดูเอกสารบนโต๊ะ
จีรณะดูเอกสารหน้าเครียด เดินไปหาโสภิตที่ห้องขังถามว่า
“ทำไมคุณต้องเสียสละทำร้ายตัวเองขนาดนี้ เรายังมีเวลา มีอีกหลายวิธีที่จะช่วยแม่เลี้ยงได้” เธอบอกว่าเป็นหน้าที่ของลูกที่ดีไม่ใช่หรือ ตนทำเพื่อแม่ เพื่อยศ ถ้าเป็นเขา เขาก็ต้องทำอย่างตนเหมือนกัน จีรณะโพล่งไปว่า “ผมไม่ยอมให้คุณอยู่อย่างนี้แน่ ผมจะหาทางเอาคุณออกมาให้ได้”
“พอเถอะค่ะ เราเหนื่อยกันมามากแล้ว แค่นี้ทนได้ คุณจีอย่าบอกให้คนที่คุ้มรู้นะคะ ฉันขอร้องเดี๋ยวก็ขึ้นศาลแล้ว ฉันจะสารภาพทุกอย่าง คงได้ลดโทษบ้าง”
จีรณะไม่ยอมเพราะเธอไม่ได้ทำผิด เธออ้างว่าถึงไม่ได้ทำแต่ก็ช่วยแม่ปกปิดความผิดเรื่องหุ้นยางพารา
คุยกันไม่ทันไรสารวัตรก็มาบอกว่า ปปง.เพิ่งอายัดทรัพย์แม่เลี้ยงกับเธอเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้วนี่เอง โสภิตตกใจอึ้ง!
ooooooo
แม่เลี้ยงแค้นใจมาก บุกไปหาพีรพงษ์ถึงที่บ้าน ถามว่าทำไมทำกับตนเจ็บแสบอย่างนี้ เขาทำไขสือถามว่าตนทำอะไร
“ก็เรื่องที่หลอกให้ป้าทำไม้เถื่อน หุ้นยาง ลงสมัครนายกเทศมนตรี”
“แม่เลี้ยงคิดเองเออเอง อยากมีเงิน มีอำนาจก็มาขอพึ่งผม พึ่งบารมีพ่อผม เอาลูกสาวอย่างนังโสภิตมาใส่ตะกร้าล้างน้ำหลอกผมอีก ตกลงใครหลอกใครกันแน่”
“แก...ไอ้ชาติชั่ว สารเลว!” แม่เลี้ยงด่าอย่างเกรี้ยวกราดพุ่งเข้าทุบตีพีรพงษ์ ถูกสมุนของเขามากระชากออกไป แม่เลี้ยงด่าว่าพีรพงษ์เป็นคนยิงยศ เขาหัวเราะเยาะบอกว่า
“ฝีมือไอ้ชีพลูกน้องแม่เลี้ยงต่างหาก โง่เลี้ยงงูเห่าไว้กับตัวแล้วยังไม่รู้สึกอีก แต่ก็นั่นแหละ ใจเสาะอย่างไอ้ยศตายๆไปก็ดีเหมือนกัน แล้วก็ขอเตือนว่าต่อไปนี้ ทางใครทางมัน”
ทันทีที่สมุนพีรพงษ์ปล่อย แม่เลี้ยงเดินไปตบหน้าเส่งกับกาบด่าว่าเลี้ยงเสียข้าวสุกไม่ช่วยตนเลย ด่าพีรพงษ์ว่า
“แกไม่ตายดีแน่ไอ้พงษ์ ไอ้คุณวุฒิ!” ด่าแล้วเดินหัวเสียออกไป กาบกับเส่งรีบตามไปเซ็งๆ
พิมพรร้องไห้อย่างสิ้นหวังอยู่ในห้องนอน บ็อบบี้เข้าไปกอดแม่จากข้างหลังเอาแก้มซบบ่าแม่ ปลอบแม่ว่าอย่าร้องไห้ เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง
“บ็อบบี้ มันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก ตอนนี้คุณยายหมดตัวแล้ว บ้านเราไม่มีอะไรเหลือเลย มามี้ไม่น่าพาลูกกลับมาเลย มามี้ขอโทษนะ...”
บ็อบบี้เดินมานั่งขัดสมาธิตรงหน้าแม่ เอาสองมือวางบนเข่าแม่ บอกแม่ว่า...
“ไม่มีเงินก็ไม่เป็นไรหรอกครับ บ็อบบี้ชักไม่ชอบเงินแล้วล่ะ ตอนอยู่เมืองนอก มามี้ก็ทะเลาะกับแด๊ดดี้เพราะแด๊ดดี้ไม่มีเงิน พอมาเมืองไทย มามี้บอกว่ายายมีเงินจะได้มีความสุขกัน แต่วันแรกที่มาอยู่จนถึงวันนี้ บ็อบบี้ไม่เห็นใครในบ้านมีความสุขสักคน”
“โธ่...ลูก...” พิมพรเอื้อมมือลูบหัวบ็อบบี้ด้วยความสะเทือนใจที่ลูกเก็บความรู้สึกที่อัดอั้นมานาน...
ooooooo
แม่เลี้ยงไม่เห็นโสภิต ถามพวง พวงบอกว่าออก ไปแต่เช้าเห็นถือถุงไปใบเดียวไม่บอกว่าไปไหน พวงบอก แม่เลี้ยงว่าทางโรงพยาบาลโทร.มาให้ไปชำระค่าผ่าตัดยศ
“ไม่เป็นไรๆตามฉันมา” แม่เลี้ยงบอกพวง แล้ว เดินนำไปที่ห้องนอนตัวเอง เปิดตู้เซฟเอาเครื่องทองเครื่อง เพชรออกมาเทใส่ผ้าพันคอ มองด้วยความเสียดายแล้ว ห่อไว้ บอกพวง “เอาไปขาย แล้วรีบไปจัดการค่ารักษา ตายศให้เรียบร้อย”
“เจ้า...” พวงรับคำมองหน้าแม่เลี้ยงด้วยความเห็นใจ
แต่เมื่อเอาเครื่องเพชรเครื่องทองไปขายได้เงินมาแล้ว ก็ถูกเส่งกับกาบปล้นไปหมด เมื่อพวงขัดขืนก็ถูก ต่อยท้องทำร้ายแล้วแย่งเงินไป
พวงกลับมาหาแม่เลี้ยงมือเปล่า เล่าให้แม่เลี้ยงฟัง ว่าถูกกาบกับเส่งปล้นเงินไปหมดแล้ว กลับถูกแม่เลี้ยงหา ว่าพวงคบคิดกับเส่งและกาบปล้นเงินไปแล้วมาโกหกตน ตบตีแล้วไล่พวงออกทันที
ชีพไปหาพีรพงษ์ที่บ้าน นั่งคุยกับพีรพงษ์และคุณวุฒิ มันเสนอว่าจะรอให้เรื่องเงียบให้พวกนั้นคิดว่าตนตายแล้ว จากนั้นจะใช้งานอะไรตนก็ทำได้สะดวก พวกนั้นเชื่อมโยง พวกเราไม่ได้แน่
“ผมจะให้ชีพเป็นมือขวาของผม ไอ้พวกตายยาก ผมชอบ” พีรพงษ์บอกคุณวุฒิ
“ผู้ว่าก็ลาออกไปแล้ว แม่เลี้ยงก็หมดฤทธิ์ โสภิตก็ติดคุกแน่ หลักฐานก็ไม่มีแล้วใช่ไหม” คุณวุฒิถาม พีรพงษ์บอกว่าตนให้ชีพทำลายไปหมดแล้ว จีรณะหมดพิษสงแน่ คุณวุฒิถามว่า “แล้วพยานบุคคลล่ะ”
“ผมพลาดเอง ผมขอแก้ตัวปิดบัญชีมันเองครับ” ชีพสบตากับพีรพงษ์แล้วอาสา
คนคนนั้นคือยศนั่นเอง!
คุณวุฒิบอกพีรพงษ์ว่า “ฉันรอดมาได้ถึงวันนี้ เพราะ ไม่ประมาท ไอ้ชีพมันรู้ความลับบ้านเรามากไปแล้ว เข้าใจนะ”
“ครับพ่อ” พีรพงษ์รับคำอย่างรู้กัน
ฝ่ายจีรณะก็ฉุกคิดได้บอกโสภิตว่า เราเน้นแต่หลักฐาน ที่หาไม่ได้แต่เราลืมพยานที่ยังไม่ได้ให้การ โสภิตนึกถึงยศ จีรณะพูดอย่างร้อนใจว่า
“ผมมัวแต่ห่วงคุณ นิสัยไอ้พงษ์มันไม่เคยละเว้นชีวิตพยานเลยสักคน มันกับเราใครจะตัดสินใจก่อนกัน เท่านั้น!”
“เร็วค่ะ ช่วยพี่ยศด้วยคุณจี” โสภิตอ้อนวอนด้วยความเป็นห่วงพี่ชาย
ooooooo
ห้องพักคนป่วยของยศกลายเป็นเป้าหมายเร่งด่วนของทั้งสองฝ่าย ฝ่ายชีพจะไป “จัดการ” ยศ แต่ ฝ่ายจีรณะจะไปปกป้องชีวิตเขา
แต่ที่เหนือชั้นกว่านั้นคือ พีรพงษ์ส่งคนตามไปเก็บ ชีพอีกต่อหนึ่ง!
ชีพเข้าไปเจอกับดักของจีรณะ เขาถูกจับแต่วิ่งหนีไปที่ลานจอดรถ พอขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ก็ถูกสมุนของพงษ์มาตามเก็บ ชีพถูกยิง 4 นัดซ้อน ร่วงลงไปกอง กับพื้น พวกจีรณะไล่ตามมาเจอชีพนอนจมกองเลือด แต่ยังพยายามชี้ตามรถที่สมุนพีรพงษ์ขับมายิงตนแล้วหนี บอกจีรณะก่อนสิ้นใจว่า “หลักฐาน...อยู่ยางอะไหล่... รถ...ตามไป”
“เป้าหมายกลับรัง” ผู้กองเกียรติก้องหยิบวิทยุสั่งการทันที
ปรากฏว่า ตำรวจนำกำลังมาสกัดจับรถของพีรพงษ์ ที่สมุนขับหนี จับสมุนพีรพงษ์ได้สองคน จีรณะรีบไปรื้อที่เก็บยางอะไหล่เจอซองหลักฐานและโทรศัพท์ เขาหยิบขึ้นดู ยิ้มสะใจ
ooooooo










