ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พรมแดนหัวใจ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

พรมแดนหัวใจ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เช้าวันสุดท้ายก่อนโรงเรียนปิด จีรณะ หนุ่มเอ็นจีโอ วัย 27 ปี ครูอาสา ใส่เสื้อกล้ามทับด้วยแจ็กเกตฟิลด์ กางเกงยีนส์ปลายขาใส่ในรองเท้าบู๊ต จีรณะยืนอยู่หน้าชั้นเรียนมีนักเรียน 10 กว่าคน

เป็นโรงเรียนในหมู่บ้านเผ่าละหู่ อยู่ท่ามกลางป่าเขียวชอุ่ม มีธงชาติปลิวไสวอยู่บนยอดเสา

ขณะครูจีรณะกำลังกำชับเด็กๆ อย่าลืมหน้าที่ขณะปิดเทอมอยู่นั่นเอง เสียงปืนดังรัวขึ้นหูดับตับไหม้

“ทิ้งร่ม...นักเรียนหมอบเข้าที่กำบัง” จีรณะร้องบอกเด็กที่ตกใจร้องไห้กันระงม

ขณะกำลังตึงเครียดนั่นเอง กำลังตำรวจนำโดยผู้กองเกียรติก้อง ตชด. วัย 27 เพื่อนรักของจีรณะก็นำกำลังมาถึง ทำให้คนร้ายที่กำลังจะเผาโรงเรียนขึ้นมอเตอร์ไซค์หนีไป จีรณะกระโดดขึ้นรถจี๊ปตำรวจตามคนร้ายไป

เด็กๆพากันโผล่หน้าออกมาดู มีครูแหวนกับครูลัดดาในชุด ตชด. ดูแลปลอบโยนเด็กๆที่ยังร้องไห้กันระงม

รถจี๊ปไล่ตามมอเตอร์ไซค์คนร้ายไป พอพวกมันขี่มอเตอร์ไซค์ข้ามลำธารก็แยกกันไปคนละทาง จ่าตุ๋ยถามผู้กองว่าจะให้ตามคันไหน จีรณะติงว่ามันอาจล่อเรามาซุ่มโจมตีก็ได้ ผู้กองจึงสั่งกลับโรงเรียนเพราะเป็นห่วงเด็กๆ

ooooooo

กลับมาถึงโรงเรียน เด็กๆยังร้องไห้กันกระจองอแง จีรณะถามเด็กๆว่า ใครบ้างที่เคยบอกครูว่าโตขึ้นจะเป็นตำรวจ แล้วขี้แยแบบนี้จะจับผู้ร้ายได้หรือเนี่ย?
จะงอร์บอกว่าผู้ร้ายมีปืน จีรณะจึงพูดกับเด็กทุกคนว่า

“ตำรวจไม่ได้จับผู้ร้ายด้วยปืน แต่ใช้ความกล้าหาญเข้าต่อสู้ ถ้าเรากล้าหาญไม่อ่อนแอ เราก็จะไม่ถูกใครรังแก ไหนใครที่กล้าหาญไม่ร้องไห้บ้าง ขอดูมือหน่อยสิ”

เด็กๆแย่งกันยกมือ ลืมเรื่องคนร้ายไปเลย ครูลัดดา กับครูแหวนยิ้มอย่างเอ็นดูในความน่ารักของเด็กๆ

ผู้กองคาดว่าพวกที่มายิงคงเป็นพวกตัดไม้มาถล่มแก้แค้นที่เรากวดขันจับกุม จีรณะอาสาคืนนี้ขออยู่ยามเฝ้าโรงเรียนเอง ผู้กองติงว่า

“ไอ้จี แกมันแค่ครูอาสา แกมาช่วยฉันสอนหนังสือก็เกรงใจจะแย่แล้ว พรุ่งนี้ก็ปิดเทอมแล้ว แกควรกลับไปดูแลคนที่บ้านบ้าง เขารอแกอยู่นะ ฉันเป็นครูใหญ่ ฉันจะอยู่เฝ้าโรงเรียนเอง”

จีรณะคิดถึงจิตราที่เป็นน้องสาว เขาพยักหน้าเห็นด้วย ขณะนั้นเอง อาโปถือหน้าไม้วิ่งเข้ามาบอกว่าได้ยินเสียงปืนไปถึงไร่ จะมาช่วยนาย จีรณะถามว่ามีอาวุธอะไร อาโปบอกว่ามีหน้าไม้ แต่พอควานหาลูกดอกปรากฏว่าไม่มีเหลืออยู่ในกระบอกเลย ทุกคนเลยหัวเราะทั้งขำทั้งเอ็นดูอาโป จีรณะจึงขอตัวไปเก็บเสื้อผ้า อาโปมองอย่างสงสัยว่าเขาจะไปไหน

พอจีรณะสะพายเป้ออกมา อาโปถามว่านายจะไปไหน พอรู้ว่าเขาจะกลับบ้านอาโปขอตามไปด้วย บอกว่านายอยู่ไหนอาโปจะอยู่ที่นั่น จีรณะบอกอาโปให้ไปขออนุญาตพ่อแม่ก่อน ให้เขียนเป็นจดหมายเซ็นชื่อหรือปั๊มลายมือก็ได้ อาโปถามว่าถ้าทำตามนั้นนายจะให้ไปด้วยใช่ไหม เขาบอกว่า “คำไหนคำนั้น”
พออาโปไป ผู้กองติงเขาว่าไม่น่าไปโกหก เด็กจะผิดหวัง

“หรือแกอยากให้ฉันพาไปอยู่ด้วยจริงๆ จะมู พ่อของอาโปก็ยังป่วยอยู่ ส่วนแม่ก็เลี้ยงหมูหาของป่าอยู่คนเดียว อาโปควรอยู่ช่วยแม่ทำงานน่ะดีแล้ว”

“แต่ก็ควรพูดตรงไปตรงมา อาโปทั้งรักและไว้ใจแกมากที่สุด อย่าทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของลูกศิษย์”

“คุณครูใหญ่ครับ อาโปจะอยู่กับโลกสีขาวอย่างเดียวไม่ได้ ความผิดหวังก็เป็นอีกบทเรียนที่เขาต้องเรียนรู้ โดยเฉพาะเรื่องความรัก” ผู้กองมองหน้าถามว่าแกรู้?? “ฉันไม่ได้ตาบอดนี่หว่า ไปเว้ย รับหน้าแทนด้วยละกัน”

“ระวังตัวด้วยนะเว้ย ถ้าฝนตกก็หาที่หลบฝนก่อน อย่าตะบึงฝ่าไป เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุ” ผู้กองตะโกนตามหลังไป

ooooooo

อัปสรโสภิต ลูกสาวคนเล็กของแม่เลี้ยงอมรา ถูกเรียกตัวกลับบ้านด่วนเพราะแม่เลี้ยงเกิดป่วยกะทันหัน เธอโทร.บอกชีพมือขวาของแม่เลี้ยงว่าใกล้จะถึงโรงพยาบาลแล้ว

ระหว่างทางเธอโทร.ถามชีพว่าโทร.ตามยศพี่ชายคนกลางหรือยัง ฟังปลายสายแล้วเสียงเข้มใส่ว่า ถึงทำงานอยู่ก็ต้องมาถึงก่อนแม่เข้าห้องผ่าตัด จากนั้นโทร.เบอร์ด่วนถึงพวง ให้มาเอากระเป๋าเสื้อผ้ากลับบ้าน คืนนี้ตนจะเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล

แต่ระหว่างทาง เธอถูกบุญมี ดุ่ย กับไทรลูกหนี้ของอมรามาดักปล้น เธอถูกโปะยาสลบ แล้วดุ่ยก็อุ้มไปไว้ที่ท้ายรถกระบะเอากระสอบคลุมนั่งประกบ แต่ไม่นาน โสภิตรู้สึกตัวสะบัดกระสอบปลิวไปและพยายามลุกขึ้น ดุ่ยกับไทรช่วยกันจับตัวเธอไว้ จีรณะที่ขับมอเตอร์ไซค์ตามมาเห็นเหตุการณ์ ดุ่ยกับไทรรีบดึงหมวกไหมพรม

ลงมาพรางหน้า โสภิตดิ้นสุดแรง จีรณะเร่งตามไป สั่งให้หยุดรถ

“คุณจี” บุญมีที่เป็นเพื่อนบ้านจีรณะอุทาน แล้วรีบเร่งเครื่องเลี้ยวโค้งจนจีรณะตามไม่ทัน เมื่อบุญมีขับรถไปถึงที่เปลี่ยวก็บอกดุ่ยกับไทรให้โยนโสภิตลงไป โสภิตถูกโยนทิ้งลงไปกลางถนน แล้วบุญมีก็เร่งเครื่องหนีหายไป

จีรณะขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามาไม่เห็นร่างโสภิต เธอหวิดร้องคิดว่าต้องถูกรถทับแน่ ตกใจเป็นลมอยู่กลางถนน

จีรณะเบรกรถแทบไม่ทัน เขารีบเข้าไปดูโสภิต เห็นนอนหมดสติกระดุมเสื้อหลุดเหลือเม็ดเดียวที่ลิ้นปี่

ooooooo

อุ้มร่างไม่ได้สติของโสภิตไปที่ใต้ต้นไม้ริมถนนแล้ว จีรณะโทร.มือถือพลางเหลียวซ้ายแลขวาเหมือนสำรวจภูมิประเทศ จากนั้นรีบมาดูโสภิต ตบแก้มเบาๆเรียกสติเธอ

ชายหนุ่มมาคุกเข่าข้างโสภิต เห็นกระดุมเสื้อเธอหลุดจึงติดให้ตั้งแต่เม็ดล่างขึ้นมา พอติดถึงเม็ดสุดท้าย โสภิตรู้สึกตัวเธอเอี้ยวตัวหลบถีบเปรี้ยงจนจีรณะหงายผลึ่ง!

“อูยยยย...ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ” ชายหนุ่มบ่นเดินเข้ามายืนค้ำหัวเธอ

“อยากได้เงินก็เอาไปเลย แต่ขอร้องนะอย่าทำร้ายฉัน” โสภิตต่อรองเพราะคิดว่าเขาลักพาตัวเธอมาปล้นข่มขืนพยายามเกลี้ยกล่อมให้คิดถึงอนาคต คิดถึงโทษที่จะต้องได้รับ หรือถูกตำรวจตามล่าและถ้าหนีไม่รอดก็ต้องติดคุก จีรณะถามขำๆว่าแค่นี้เองหรือ เธอเห็นเขาไม่กลัวเลยขู่ “สุดท้ายคุณอาจติดโรคจากฉัน ฉันเป็นเอดส์”

เห็นจีรณะไม่กลัวซ้ำยังกลั้นขำ เธอบอกว่าถ้าไม่เชื่อก็ดูใบรับรองแพทย์ในกระเป๋า เธอยื่นกระเป๋าถือให้ พอจีรณะก้มเปิดกระเป๋า เธอพรวดขึ้นแย่งปืนจากเขาจ่อสั่ง “ยกมือขึ้น ถอยไป ไม่งั้นฉันยิง!”

จีรณะยกมือและถอยออกไป บอกเธอว่า “คุณยังไม่ได้ขึ้นนก นิ้วคุณยังไม่สอดเข้าไปในไกปืน แล้วจะยิงได้ยังไงกัน” ถูกจับได้ว่ายิงปืนไม่เป็น โสภิตก็ตื่นเต้นจนมือสั่น จีรณะเดินเข้าหาบอกว่าจะช่วยสอนให้ โสภิตตกใจหลับตาปี๋จะยิงมั่วแต่จีรณะไวกว่า พุ่งเข้ารวบตัว จับปืนชี้ฟ้า อีกมือจับเอวเธอหมุนให้หลังอิงอกตัวเอง แล้วกุมมือถือปืนของเธอที่ปืนชี้ฟ้าอยู่

“เปรี้ยง!” ปืนลั่นขึ้น โสภิตช็อก มองอีกทีปืนอยู่ในมือจีรณะแล้ว

“ปืนมันใช้ไม่ง่าย เหมือนทาลิปสติกนะคุณ ถ้าใช้ไม่เป็นอย่าริลองจะดีกว่า”

พอดีเสียงไซเรนรถตำรวจแว่วมา อึดใจเดียวรถก็มาจอด จีรณะลดปืนลงคลายมือจากเอวโสภิต เธอสะบัดหนีวิ่งไปหาจ่าทองกับดาบม้วน ร้องอย่างตระหนก พลางชี้ไปทางจีรณะที่ยืนเฉยอยู่ “ช่วยด้วยค่ะ ไอ้หมอนี่จะข่มขืนฉัน!!”

ทั้งหมดพากันไปโรงพัก ดาบม้วนพาโสภิตไปที่โต๊ะสิบเวร ถามว่าแน่ใจหรือว่าชายคนนี้เป็นหนึ่งในโจรเรียกค่าไถ่และยังคิดจะทำมิดีมิร้ายกับเธอ
โสภิตเล่าฉอดๆถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าคนนี้เป็นหนึ่งในคนร้ายแน่ๆ ย้ำว่าเขาโปะยาสลบแล้วพยายามจะข่มขืนตน

บัวหอมแม่ค้าขายกาแฟโบราณที่หิ้วกาแฟมาส่งบนโรงพักได้ยิน มองขวับสวนทันควันว่า “คุณจีเนี่ยนะ?!” พอเธอยืนยัน ทั้งตำรวจและแม่ค้าก็พากันขำ โสภิตฉุนถามว่าขำอะไร! ดาบม้วนลุกยืนพูดอย่างไม่เกรงใจว่า

“ขำที่มันเป็นไปไม่ได้ คุณจีที่คุณกล่าวหาอยู่นี่ เป็นลูกขอครูเจือ ครูเจือเป็นที่เคารพนับถือของคนที่นี่ ลูกศิษย์ลูกหาเยอะแยะ รวมถึงผมด้วย”

สิ้นเสียงดาบม้วน ทั้งจ่าทอง บัวหอม สายพิณครูเก่าที่ออกมาขายของชำ และชาวบ้านอีกหลายคนบนโรงพักก็ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกตนก็เป็นลูกศิษย์ครูเจือ

โสภิตหน้าเจื่อนแต่ยังใจเย็นสู้ โต้ว่าไม่เห็นเกี่ยวกันพ่อก็พ่อ ลูกก็ลูก จ่าทองบอกว่า

“คุณจีเขาทำงานอนุรักษ์ป่า ทำวิจัยมีผลงานมากมาย ได้รางวัลบุคคลตัวอย่างจากท่านผู้ว่า”

“แถมยังมีจิตอาสาไปช่วยสอนหนังสือให้เด็กชาวเขาที่โรงเรียน ตชด.บนดอยอีก คุณจำคนผิดแล้วล่ะ” ดาบม้วน เสริม โสภิตยืนยันด้วยเสียงอ่อนลงว่า จีรณะบอกว่าไม่ต้องการเงินและยังคิดจะถอดเสื้อตนด้วย

“ผมขอย้ำว่าคุณจินตนาการไปเองทั้งนั้น” จีรณะที่ทนฟังอยู่นานพูดแทรกขึ้น

ทั้งตำรวจและชาวบ้านรับรองกันทั้งโรงพักว่าจีรณะเป็นคนดี โสภิตหาว่าพวกนี้เข้าข้างกันเองจะฟ้องเอาผิดทุกคน โดยเฉพาะตำรวจฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แล้วหยิบบัตรประชาชนวางแหมะไว้บนโต๊ะ ดาบม้วนหยิบดู พอเห็นชัดก็จังงัง

“อัปสรโสภิต เจริญโภคทรัพย์” ดาบถามว่า “คุณเป็นอะไรกับแม่เลี้ยงอมรา”

พอทุกคนได้ยินชื่อแม่เลี้ยงอมราเท่านั้น ก็พากันตะลึงอุทานราวกับเห็นมัจจุราช “แม่เลี้ยงอมรา!!”

“ใช่ แม่เลี้ยงอมราคือแม่ฉันเอง”

เท่านั้นเอง บรรดาตำรวจและแม่ค้ากระทั่งชาวบ้านที่รับรองจีรณะบนโรงพักเมื่อครู่ ก็พากันเปลี่ยนเสียงทันที ต่างหาเหตุหลบฉากไปจากตรงนั้น จีรณะงงว่าทุกคนเป็นอะไรกันไปหมด แต่พอเขาลุกขึ้น จ่าทองก็จับหมับที่แขนบอกว่ายังไปไม่ได้ ต้องอยู่ก่อน จีรณะยิ่งงงถามว่าทำไมหรือ?

จ่าทองพาจีรณะจะให้เข้าห้องขัง เขาถามว่าตนไม่ผิด จับตนทำไม ทั้งสายพิณ และบัวหอม กระทั่งดาบม้วน พากันประณามว่าคนแบบนี้สมควรติดคุก บ้างก็พูดอย่างผิดหวังว่าคิดไม่ถึงว่าคนเราจะเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือได้เร็วขนาดนี้ แล้วพากันเดินตามโสภิตไปเป็นพรวน จีรณะตะโกนเรียก

“เดี๋ยวซิ...มาพูดกันให้รู้เรื่องก่อน” ถูกดาบม้วนทำเสียงห้ามพูด แล้วดันเขาเข้าไปในห้องขัง แต่พอโสภิตไปพ้นโรงพักแล้ว จ่าทองก็ไขกุญแจห้องขังให้เขาออกมา จีรณะงงว่า พวกนี้เล่นอะไรกัน!

ต่อมาจึงรู้ว่า ทุกคนบนโรงพัก และทุกคนที่อยู่รอบโรงพักกระทั่งในตลาดร้านค้าและชาวบ้านต่างเป็นหนี้แม่เลี้ยงอมรากันถ้วนหน้า ที่สำคัญต่างรู้ความเค็ม เหี้ยม และโหดของแม่เลี้ยงอมราเป็นอย่างดี ทุกคนจึงกลัวหงอ ไม่มีใครกล้าหือ

“อย่างนี้มันไม่ถูก ความยุติธรรม ความถูกต้องมันต้องมี ลูกหนี้ก็เป็นคน ไม่ใช่ทาส คนไทยต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันทุกคน” จีรณะไม่พอใจ ดาบม้วนพูดเบาๆว่า

“ยกเว้นคนจน ไม่งั้นภูเขาทั้งลูก เกาะทั้งเกาะ มันจะกลายเป็นรีสอร์ตไปได้ยังไง ของคนรวยทั้งนั้น คนจนมีสิทธิ์ที่ไหน”

“เพราะเราไม่ต่อสู้เพื่อสิทธิ์ของเรามากกว่า”

จีรณะติงแล้วขอให้ดาบช่วยเล่าเรื่องแม่เลี้ยงให้ฟัง เพราะตนไปทำวิจัยเสียนานเลยเลือนๆ จำหน้าตาใครไม่ได้แล้ว จำได้เลาๆว่า “รู้สึกว่าเขาไม่ได้มีลูกสาวคนเดียวนี่”

“ใช่ๆ มีสามคน ที่มีเรื่องกับคุณจีเป็นลูกสาวคนเล็ก คนโตเป็นผู้หญิงเรียนเมืองนอก ได้ข่าวว่าได้ผัวเป็นฝรั่งไปแล้ว คนกลางเป็นผู้ชายชื่อยศ...” จ่าทองเล่าเบาๆ ทั้งเกลียดทั้งกลัว...

ooooooo

แม่เลี้ยงอมราที่ขึ้นชื่อว่าเค็ม หน้าเลือด งก เหี้ยม แม้ขณะนอนรอการผ่าตัดอยู่บนเตียงในห้องคนป่วยก็ยังเรียกชีพไปตรวจบัญชีลูกหนี้เอาเป็นเอาตาย
แม่เลี้ยงดูสัญญาเงินกู้แล้วสั่งว่า บ้านหรือที่ดินที่เอามาจำนองถ้าผิดสัญญาก็ให้ยึด มีที่ให้ยึดที่ ไม่มีทั้งที่ทั้งบ้านก็ให้ยึดข้าวของ อย่าให้เหลือแม้แต่กางเกงในสักตัว!

จิตราน้องสาวของจีรณะเป็นพยาบาลอยู่ที่นี่เดินเข้ามาบอกแม่เลี้ยงว่าเดี๋ยวบุรุษพยาบาลจะย้ายไปห้องผ่าตัด คุณหมอที่จะทำบายพาสให้แม่เลี้ยงพร้อมแล้ว แม่เลี้ยงขอสั่งงานเคลียร์งานอีกสิบห้านาที

ขณะนั้นชีพได้รับโทรศัพท์จากกาบ ฟังแล้วเขาร้องอย่างตกใจ แม่เลี้ยงถามว่ามีอะไรพอชีพบอกว่า “คุณยศกำลังจะยกหนี้ให้ลูกหนี้ครับ” เท่านั้น อมราก็ดีดตัวผึงลุกพรวดขึ้นมาตาโต

จิตรามาที่ห้องอีกทีมีโสภิตตามมาติดๆ ปรากฏว่าอมราหายไปแล้ว ทุกคนตกใจมากโดยเฉพาะโสภิตตำหนิจิตรารุนแรงแล้วให้รีบไปตามหา บ่นว่าป่านนี้จะไปหมดสติฟุบอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ จิตราตกใจรีบออกไปกับผู้ช่วยพยาบาล

ที่แท้อมราตามไปขัดขวางยศที่จะยกหนี้ให้สมทรงสาวร้านเสริมสวยที่เขาคั่วอยู่ แม่เลี้ยงไปในชุดคนไข้ ชีพต้องช่วยชูถุงน้ำเกลือให้

“ฉันให้แกมาเก็บดอก ดันมายกหนี้ให้มัน ดีนะไอ้กาบมันโทร.ไปบอกก่อน” ชีพด่ากาบว่าปากหมา “แกนั่นแหละตายศ ผู้หญิงคนไหนให้ท่าเข้าหน่อยเป็นไม่ได้ เธอก็อีกคน จ่ายมาเลยทั้งต้นทั้งดอก นี่เลยมาห้าวันบวกดอกอีกร้อยละสิบ ข้อหายั่วยวนลูกชายฉัน”

สมทรงหัวเราะเยาะบอกว่าสายไปแล้ว ยศยกหนี้ให้ตนหมดแล้วมีสัญญายืนยันพร้อมลายเซ็นของยศ ลงบันทึกประจำวันและถ่ายสำเนาไว้เรียบร้อยแล้วด้วย แม่เลี้ยงกระชากกระดาษจากมือสมทรงไปดู อ่านเสร็จก็ตาค้างหมดสติไปเลย

ยศพาแม่เลี้ยงกลับโรงพยาบาล โสภิตรีบมาหาแม่ พอเห็นหน้าโสภิตแม่เลี้ยงสั่งทันที

“พรุ่งนี้เที่ยง ครบกำหนดไถ่ถอนไร่ชาของนายกล่ำ ถ้ามันไม่มีเงินให้อีกยึดไร่มันเลย” สั่งแล้วแม่เลี้ยงหมดสติไปอีกรอบ โสภิตถามพี่ชายว่าไปสร้างวีรกรรมอะไรมาอีกแม่ถึงได้กลับโรงพยาบาลในสภาพนี้ พอดีจิตรามาเรียกโสภิตให้ไปเซ็นเอกสาร โสภิตเดินตามจิตราออกไป ยศมองตามจิตราประกายตาวาบขึ้นแว่บหนึ่ง

ตกเย็นเลิกงานยศไปส่งจิตราที่บ้านทรงไทยล้านนา อยู่ติดคลอง มีต้นไม้ร่มรื่น จิตรางอนที่ยศไม่ติดต่อมาอาทิตย์กว่า ยศอ้างว่าไปทำงานให้แม่ ยศอ้อนจะขอค้างด้วย จิตราบอกว่าทำให้ถูกธรรมเนียมเสียก่อนดีกว่า แล้วเร่งให้เขากลับไปก่อน เพราะจีรณะกลับบ้านแล้วถ้ารู้ว่าคบกับเขาเดี๋ยวจะโดนดุ ยศจึงจำต้องกลับไป

จีรณะเดินออกมาเจอจิตราคลาดกับยศเพียงเส้นยาแดงเดียว เขาถามน้องว่าใครมาส่งหรือ จิตราปดว่าเพื่อนที่โรงพยาบาลชื่อจ๋า จีรณะยิ้มพยักหน้าอย่างไม่ติดใจสงสัยอะไร

ooooooo

กลางคืน ขณะเข้าห้องพระกราบกระดูกพ่อด้วยกัน จีรณะบอกจิตราว่า ปิดเทอมนี้ตนจะกลับมาอยู่บ้านเพราะต้องทำงานวิจัยเรื่องไม้พะยูงให้บริษัทเอกชน เขาให้ทุนกับสมัชชารักษาป่าที่ตนเป็นคนรับผิดชอบโครงการนี้อยู่

“ใครๆก็สงสัยนะ ว่าพี่จบวนศาสตร์ได้เกียรตินิยมมา ทำไมไม่ไปทำงานในบริษัท หรือไม่ก็เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย คงจะได้เงินเดือนดีกว่าทำวิจัยหลายเท่า

จีรณะมองรูปพ่อ นึกถึงวันที่พ่อจากไปเพราะพ่อวิ่งเข้าไปช่วยเด็กนักเรียนที่อยู่ในรถกระบะที่พลิกคว่ำไฟลุกไหม้และถังน้ำมันกำลังจะระเบิด พ่อวิ่งไปอุ้มเด็กออกมาได้ แต่เท้าไปติดรูลึกครึ่งแข้งระหว่างเบาะข้างรถที่ตะแคงทับทางระบายน้ำข้างถนน พ่อดึงเท้าไม่ขึ้น ลุงคนขับรถวิ่งไปรับเด็กออกมาได้ เวลานั้นจีรณะในวัย 10 ขวบ ตะโกนเรียกพ่อสุดเสียง ได้ยินเสียงพ่อตะโกนผ่านเปลวไฟก่อนถังน้ำมันจะระเบิดว่า

“เป็นคนดีนะลูก”

จีรณะหยุดทำใจครู่หนึ่งจึงพูดต่อ...

“พ่อของเราเป็นครูเงินเดือนนิดเดียวก็จริง แต่พ่อทำเพื่อคนอื่นได้ตั้งมากมาย ทำมาตลอดชีวิตของพ่อ พี่จะเดินตามรอยของพ่อ” จิตราบอกว่าตนคงทำไม่ได้อย่างพ่อกับพี่ “ใครบอก อาชีพของจิตนั่นแหละ ช่วยคนได้มหาศาลกว่าพี่เสียอีก พ่อคงภูมิใจในตัวเธอมาก...ใช่ไหมครับพ่อ” จีรณะหันไปถามกับรูปพ่อ ต่างมองและยิ้มให้กับรูปพ่อ จีรณะกอดน้องไว้อย่างอบอุ่น

ooooooo

จีรณะกลับมาอยู่บ้านไม่กี่วัน ก็ได้รู้เห็นความเหี้ยมของแม่เลี้ยง ที่ขูดรีดดอกเบี้ยมหาโหด หาเรื่องยึดที่ชาวบ้าน ริบของชาวบ้านที่ขาดส่งดอก กระทั่งทุบตีริบเงินเด็กที่มาขายของหาเงินเลี้ยงยายที่กู้เงินแม่เลี้ยงแล้วไม่มีเงินส่งดอก

เขารู้จากบุญมีที่ไปดักฉุดโสภิต ทำไปเพราะว่า เจ็บใจที่กู้เงินมาสองหมื่นกว่าถูกแม่เลี้ยงเอาดอกทบต้นต้นทบดอกจนกลายเป็นเกือบแสน เหตุเพราะแม่เลี้ยงให้เซ็นชื่อแล้วไปเขียนสัญญาเอาเอง บุญมีถามจีรณะว่า

“พวกมันขู่จะยึดบ้านยึดนา เอ็งจะให้น้ายอมมันหรือ?!”

ส่วนตลาดสดที่จีรณะไปเห็นคือ เมื่อพวกแม่เลี้ยงมาเก็บเงิน ตลาดก็เงียบเป็นป่าช้าเพราะลูกหนี้พากันหลบหน้า

โสภิตที่ไปเก็บเงินแทนแม่ เห็นกาบกับชีพทำร้ายชาวบ้านที่ไม่มีเงินจ่ายดอกก็รับไม่ได้ ถามว่าทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ บางรายเธอก็ให้ปล่อยไปก่อนจะไปดูสัญญาเงินกู้แล้วค่อยพิจารณาอีกที

“ตามกฎของแม่เลี้ยง เงินต้นไม่ใช้ดอกเบี้ยไม่ส่ง ต้องตัดดอกรายวัน” กาบบอกโสภิตขณะแย่งถุงเงินจากเด็กที่ขายของหาเงินเลี้ยงยาย

จีรณะทนไม่ได้เข้าไปจับมือกาบที่แย่งถุงเงินเด็ก ถูกชีพเข้ามาต่อย เส่งเข้ามาซ้ำแต่ถูกจีรณะศอกกลับจนโงนเงน ชีพชักปืนออกมาจะยิง

“ฉันเชื่อในกฎหมายไทย ใครฆ่าคนตายต้องถูกประหารชีวิตหรือไม่ก็ติดคุกตลอดชีวิต โดยเฉพาะกลางตลาดพยานเพียบ” จีรณะยกกฎหมายมาขู่

โสภิตจำจีรณะได้สั่งให้ชีพเก็บปืน พูดอย่างเจ็บใจว่าถ้ากฎหมายศักดิ์สิทธิ์จริงเขาก็ควรจะอยู่ในคุกแล้ว จีรณะโต้ว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ เธอกับแม่ต่างหากที่ต้องถูกดำเนินคดี

โสภิตท้าให้พิสูจน์ความจริง พาเขาไปนั่งเก้าอี้สนามที่บ้าน จีรณะเอาเอกสารสิบกว่าแผ่นมาแสดงให้ดูว่าแม่เลี้ยงคิดดอกเบี้ยกับชาวบ้านเกินไป ตนจะแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงหลอกลวงชาวบ้านให้เซ็นชื่อรับหนี้เกินความจริงที่กู้ยืมกัน โสภิตยืนยันว่าแม่ตนทำถูกต้องตามกฎหมายกำหนดเพราะในสัญญาก็ระบุอยู่ชัดๆแล้ว

ทั้งสองโต้เถียงกันอย่างเผ็ดร้อน จีรณะยืนอยู่ข้างชาวบ้านที่ถูกเอารัดเอาเปรียบ โสภิตปกป้องแม่ว่าทำถูกต้องและเป็นการทำเพื่อช่วยชาวบ้านที่ยากจนด้วยซ้ำ จีรณะบอกว่ารอให้แม่เธอออกจากโรงพยาบาลก่อนแล้วเรามาสู้กัน เรื่องนี้ไม่จบแน่

ooooooo

เมื่อแม่เลี้ยงรู้ว่าจีรณะมาหนุนชาวบ้านต่อสู้กับตน จึงสั่งชีพให้ไปจัดการ แต่เอาแค่หยอดน้ำข้าวต้มก็พอ ชีพรับคำสั่งลงมือทำงานทันที คืนนี้ไปดักชนรถมอเตอร์ไซค์จีรณะล้ม ตามฟาดด้วยไม้หน้าสามที่สีข้าง แล้วขู่ก่อนพากันหนีว่า

“ถ้าไม่อยากตาย อย่ายุ่งเรื่องของแม่เลี้ยง!”

กลับถึงบ้าน จีรณะบอกจิตราว่าวันนี้รถล้ม จิตราทายารอยช้ำที่สีข้างให้ ทักว่ามันเหมือนรอยถูกตี ถามว่ารถล้มจริงๆหรือ เขายืนยันว่ารถล้มจริงๆ

ขณะนั้นเอง จีรณะได้รับโทรศัพท์จากเกียรติก้องว่าอาโปหนีลงมาจากดอย จีรณะตามไปเจออาโปเกือบถูกรถของพีรพงษ์ลูกชาย ส.ส. และเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างอิทธิพลเกือบชนขณะจะข้ามถนน ดีที่จีรณะกระชากออกมาทันแต่เป้หวายของอาโปก็ขูดสีรถพีรพงษ์เป็นรอย

พีรพงษ์จะเรียกค่าซ่อมสีรถ จีรณะบอกให้ไปแจ้งความเอา ตนจะได้เรียกนักข่าวมาโรงพักทำข่าวลูก ส.ส.ขับรถเฉี่ยวเด็กดอยแล้วเรียกร้องค่าทำสีรถ จีรณะจูงอาโปออกไปจะพาส่งกลับดอย แต่พออาโปบอกว่าตนต้องลงมาหางานทำ เพราะพ่อยังไม่แข็งแรงทำงานไม่ไหว เงินก็ไม่เหลือ ตนจึงต้องมาหางานทำส่งเงินให้พ่อ

ในที่สุดจีรณะพาอาโปไปฝากให้ช่วยสายพิณขายของ รับรองกับสายพิณว่าอาโปเป็นเด็กดี สายพิณจึงรับไว้

วันต่อมา ขณะอาโปช่วยขายของที่ร้าน เจอโสภิตมาเก็บเงินถูกแม่ค้าขายผลไม้ปาแตงโมเสี้ยวหนึ่งใส่หน้า แตงโมเปื้อนหน้าเธอ อาโปเอาผ้าเช็ดหน้าที่ตนปักเย็บแบบชาวเขาให้เช็ดหน้า

“ขอบใจนะ มันสวยมากเลย ฉันชอบ” โสภิตยิ้มให้อย่างมีไมตรี

โสภิตไปที่บ้านลุงคำปัน ลุงคำปันมีเงินจ่ายดอกไม่กี่ร้อย โสภิตจะผ่อนผันให้แต่ชีพยืนยันว่าไม่ได้ เพราะแม่เลี้ยงสั่งมาว่าแกขาดส่งดอกเกินหกเดือนให้ยึดที่ได้เลย ลุงคำปันอ้อนวอนจนโสภิตจะใจอ่อนแต่ถูกชีพคอยยันไว้ไม่ให้ใจอ่อน เธอจึงบอกลุงคำปันว่าให้เวลารื้อถอนบ้านย้ายไปจากที่นี่ภายในหนึ่งอาทิตย์

แต่พอออกมาได้ไม่นาน โสภิตก็ให้ชีพจอดรถ บอกชีพกับกาบให้ไปทำงานต่อ ตนมีธุระส่วนตัวต้องทำ เธอตั้งใจจะไปบอกลุงคำปันให้โอกาสแกประนอมหนี้ แต่ระหว่างทางถูกจีรณะดักลากไปหลังกองฟาง ถามว่าทำไมต้องยึดที่ลุงคำปันด้วย โสภิตเลยแข็งกร้าวเปลี่ยนใจหาว่าจีรณะเป็นกุนซือให้ลุงคำปัน แบบนี้ตนจะยึดที่ลุงคำปันพรุ่งนี้เลย

ทันใดนั้น จีรณะเห็นแตนรังใหญ่อยู่ตรงต้นไม้ข้างหน้าเธอ เขาร้องบอกว่ารังแตน พอดีแตนแตกฮือจากรัง จีรณะบอกให้เธอโดดลงคลอง เธอยืนทำอะไรไม่ถูก เขาจึงผลักเธอลงคลอง ตัวเองกระโดดตาม แต่พอโผล่มาไม่เห็นเธอเขาตกใจร้องเรียกและดำหา ปรากฏว่าเธอขึ้นไปยืนยิ้มเยาะอยู่บนฝั่งแล้ว จีรณะเสียฟอร์มปีนขึ้นฝั่งด่าแก่เกี้ยว “ยัยอุตพิด!”

ooooooo

ยศแอบจดทะเบียนสมรสกับจิตรา แม่เลี้ยงจับได้บังคับให้ยศไปหย่าเพราะกลัวจะถูกแบ่งสมบัติไปให้สะใภ้

โสภิตกลับบ้านในสภาพเปียกโชก ปดพวงว่าฝนตกแล้วถามถึงแม่ พวงบอกว่าไปโรงพยาบาลเพราะยศก่อเรื่องอีก

แม่เลี้ยงไปขอพบผู้อำนวยการโรงพยาบาล ฟ้องเรื่องจิตราจนเธอถูกไล่ออก เธอตกใจ กลับถึงห้องนอนจึงแอบส่งข้อความถามยศว่าจะทำอย่างไรดี พอดีจีรณะเข้ามาเธอรีบเอามือถือซ่อน พี่ชายถามว่าแอบคุยกับแฟนหรือ มันเป็นใคร

“จิตยังไม่มีหรอกค่ะ” เธอปดใจคอไม่ดี

จีรณะบอกว่าถึงมีก็ไม่ว่าเพราะน้องโตแล้ว และไม่เคยทำอะไรให้พ่อกับพี่เสียใจ ติงว่าทำไมหน้าไม่ดีเลย เธอบอกว่าเข้าเวรดึกนอนน้อยติดๆกันหลายคืนแล้วขอตัวเข้านอน แต่พอเข้านอนเธอก็ร้องไห้อย่างอัดอั้น

วันต่อมา จู่ๆผู้กองเกียรติก้องก็มาหาจีรณะที่สำนักงานสมัชชารักษาป่า เอาหญ้าปักกิ่งมาฝากให้จิตราเอาไปต้มกินด้วย จีรณะบอกว่าพอดีเลยเพราะได้ยินน้องบ่นว่าช่วงนี้เพลียๆ แล้วถามว่าเขาลงมาทำอะไร เอาของมาขายอีกหรือ

จีรณะเดาถูก เพราะผู้กองเอารถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองมาขายเพื่อชำระหนี้ให้พ่อของจะงอ ที่เป็นหนี้นอกระบบจนจะถูกยึดม้ายึดล่อ จีรณะถามว่าเดี๋ยวนี้มันปล่อยเงินกู้กันถึงบนภูแล้วหรือ ผู้กองนึกๆแล้วบอกว่าเห็นพ่อจะงอเรียกว่าแม่เลี้ยง

“แม่เลี้ยงอมราอีกแล้วหรือ!” จีรณะพึมพำหน้าเครียด

ooooooo

ตอนที่ 2

แม่เลี้ยงบงการให้ยศ โทร.นัดจิตราไปพบกันที่ร้านอาหารเดิม ส่วนแม่เลี้ยงเองก็นัดนิตยาลูกสาวผู้ว่าฯที่หมายจะเอามาเป็นสะใภ้ไปที่ร้าน อาหารเดียวกัน

โสภิตมาช้ากว่าใคร พอเห็นนิตยาก็บ่นแม่ว่าพาคนอื่นมาทำไมไหนว่าจะตกลงกันเงียบๆ แม่เลี้ยงบอกว่าเดี๋ยวก็รู้  แล้วสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายสบายๆ บอกทุกคนบนโต๊ะว่า

“กินกันไปคุยกันไปนะ หนูๆ เอาอาหารออกมาเลย”

ครู่เดียวจิตราก็มาถึง เธอชะงักตกใจเมื่อเห็นยศพาคนมากันเต็มโต๊ะ แม่เลี้ยงทำเป็นยิ้มแย้มทักทายดีใจที่ได้เจอกันแล้วแนะนำกับนิตยาว่า

“จิตรา เป็นพยาบาลพิเศษของป้าเอง ตอนป้าอยู่โรงพยาบาล หนูเขาปรนนิบัติบริการป้าดีมาก นี่ถ้าไม่มีลูกสาวก็จะขอมาเป็นลูกบุญธรรมเลย” แล้วแม่เลี้ยงก็ชวนจิตรานั่งกินข้าวด้วยกัน พลางก็แนะนำนิตยาแก่จิตราว่า “คุณหนูนิตยาเป็นลูกสาวคนเดียวของท่านผู้ว่า กำลังจะแต่งงานกับนายยศเร็วๆนี้”

จิตราหน้าซีดเผือดมองยศดวงตาแห้งผาก ยศอ้ำอึ้ง โสภิตอดสงสารจิตราไม่ได้ นั่งอย่างอึดอัด ส่วนแม่เลี้ยงก็ชงเรื่องต่อ ถามยศว่าทำไมเงียบอยู่ ไหนบอกว่าจะเชิญจิตราเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้นิตยาไม่ใช่หรือ

ยศอึกอักรับคำ ไม่เต็มเสียง จิตราแสดงความยินดีกับเขาแล้วขอตัวกลับอ้างว่าต้องไปดูคนไข้ แม่เลี้ยงลุกไปส่ง โสภิตเห็นดังนั้นขอตัวไปเข้าห้องน้ำแต่เดินตามแม่ไป

“พรุ่ง นี้เจอกันที่อำเภอเก้าโมง คงรู้นะว่าฉันนัดเธอไปทำอะไร ถ้าพูดกันง่ายๆ ฉันจะมีค่าทำขวัญให้ อย่าเบี้ยวล่ะ ไม่งั้นเธอเดือดร้อนแน่” แม่เลี้ยงพลิกโฉมหน้าทันที พูดแล้วผละไปไม่สนใจจิตราที่เสียใจจนเซไปพิงผนังร้องไห้

โสภิตเข้ามายื่นผ้าเช็ดหน้าให้ บอกเธอว่า

“ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี แต่ขอแนะนำคุณด้วยความ หวังดี ถ้าแม่ฉันไม่ชอบคุณ เรื่องของคุณกับพี่ยศไม่มีทางเป็นไปได้แน่ๆ”

ด้วย ความเสียใจอย่างที่สุด กลับถึงห้องนอน จิตราหยิบยานอนหลับกินจนหมดสติ โชคดีที่จีรณะพาเกียรติก้องเอาหญ้าปักกิ่งมาให้ จึงพาส่งโรงพยาบาลทันถามน้องว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ จิตราก็ได้แต่ร้องไห้บอกว่า...

“เขาขอหย่ากับจิตพรุ่งนี้เช้า เขาไม่อยากเห็นหน้าจิตอีกแล้ว จิต...รัก...เขา...จิต...รัก...” เธอร้องไห้จนพูดไม่ออก จีรณะกับเกียรติก้องได้แต่แค้นแทนน้อง

ooooooo

โสภิตกับยศไปถึงอำเภอ เจ้าหน้าที่บอกว่าตัวแทนฝ่ายหญิงมารอนานแล้ว พอจีรณะหันมาสบตากับโสภิตต่างก็ตกใจ จีรณะมองยศถามว่าเขาชื่อ

ยศใช่ไหม

จิตรา อาการดีขึ้นแล้ว เธอวิ่งโซเซออกมาที่ลิฟต์พยายามกดลิฟต์อย่างรีบร้อน พอประตูลิฟต์เปิดเกียรติก้องอยู่ในนั้น ถามว่าจะไปไหน ยังไม่หายดีเลย

“พี่ จีไปที่อำเภอ จิตกลัวพี่จีจะทำร้ายพี่ยศ จิตต้องรีบไปห้าม” เธอพูดเสียงเครือจะร้องไห้ ผู้กองจับตัวเธอไว้ปลอบว่า “จีรณะไม่ชอบต่อยตีกับใครถ้าไม่จำเป็นจริงๆ”  จิตรายืนเซๆผู้กองบ่น  “เห็นไหม จิตยังไม่หายดี กลับห้องเดี๋ยวนี้เลย อย่าให้จีต้องห่วงจิตมากกว่านี้...”

โสภิตจ้องจีรณะถามว่าทำไมจิตราไม่มา จีรณะ

ไม่ตอบแต่กลับเยาะว่าตัวเธอก็สวยพอตัวไม่น่าคิดสั้นแย่งคนที่เขามีเจ้าของแล้ว ถูกโสภิตย้อนว่าเขาก็คงเป็น

ชู้รักคนใหม่ของจิตราล่ะสิ

ต่าง ประชดกันไปมา จึงรู้ว่าไม่ใช่อย่างที่คิด จีรณะบอกว่าตนเป็นพี่ชายของจิตรา เธอต้องการเจรจาอะไรคุยกับตน โสภิตหยามว่าพูดอย่างนี้เหมือนไม่ยอมหย่า ยศก็ทำอวดเก่งว่าหรือคิดจะเรียกร้องเงิน

“ผมแค่ต้องการให้คุณไปขอโทษและ คุยจบสวยๆ กับน้องสาวผม แต่ถ้าคุณเสียเงินแล้วสบายใจ ผมก็ยินดีสนองจ่าย 10 ล้าน แล้วน้องผมจะยอมหย่าให้”

ยศอุทานได้คำเดียว “สิบล้าน!!” แล้วเงียบไป โสภิต เอาซองใส่เงินออกมาจากกระเป๋าวางซองเงินปึงลงบนโต๊ะ

“แม่ฉันให้มา 3 หมื่น เป็นค่าทำขวัญ”

จี รณะยิ้มมีแผน รับเงินแล้วแจกจ่ายให้ชาวบ้านที่อยู่ในอำเภอป่าวร้องว่าโสภิตเป็นคนใจบุญ อยากแจกเงินให้พวกเรา เงินพวกนี้เป็นเงินที่ขูดรีดไปจากลูกหนี้ทั้งนั้น

“ใคร กล้าเอาเงินไป เท่ากับจงใจเป็นปฏิปักษ์กับแม่เลี้ยง” โสภิตประกาศกร้าว ชาวบ้านพากันรีบคืนเงินให้ ทำให้จีรณะรู้สึกว่าบารมีแม่เลี้ยงไม่ธรรมดา

จี รณะเตือนเรื่องเงิน 10 ล้านว่าถ้าจ่ายช้าดอกเบี้ยจะเพิ่มทุกวันพูดแล้วเดินออกไป ยศพูดตามหลังว่าน้องเขามารักตนเองและ “อย่าหวังว่าจะได้เงินจากฉันแม้แต่บาทเดียว!”

จีรณะกลับไปถึงโรงพยาบาล จิตราถามว่าเจอ

ยศไหม เกียรติก้องถามว่าไม่มีอะไรร้ายแรงใช่ไหม

จีรณะบอกว่า พวกมันจะเอาเงินปิดปากเราแต่ตนไม่รับ

จิตราร้องไห้รับไม่ได้ที่ยศจะมาหย่า จนจีรณะต้องกอดน้องปลอบว่า

“จิตต้องตัดใจ สู้กับความจริง ทำใจได้เมื่อไหร่ พี่จะพาจิตไปหย่ากับเขา จิตจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้”

ooooooo

บรรดาตำรวจและคนรู้จักต่างพากันไปเยี่ยม จิตราที่โรงพยาบาล รวมทั้งอาโปที่ขายของอยู่กับสายพิณด้วย

ระหว่าง นั้น จีรณะมองไปเห็นผู้หญิงคนหนึ่งท่าทางเหมือนโสภิต เขาเดินไปดู โสภิตเห็นจีรณะเดินมาหาก็ตกใจรีบเดินหนีไปชนเข้ากับพีรพงษ์เข้าอย่างจัง พีรพงษ์ถามว่าเธอหนีคนนั้นมาหรือมีอะไรให้ช่วยไหม โสภิตบอกว่าไม่เป็นไร พอดีจีรณะตามมาถึง เขาพูดอย่างนุ่มนวล ราวกับเป็นคนรักกันว่า

“ไม่เอาน่า ภิต อย่าทำตัวเป็นคนสวยแสนงอนหน่อยเลย คนรักกันค่อยๆ พูดจากันด้วยเหตุผลสิจ๊ะ มาจ้ะเราไปปรึกษาหารือกันสองต่อสองดีกว่า” พูดจบก็โอบไหล่แสดงความเป็นเจ้าของ

“บ้าหรือเปล่า ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับคุณ” โสภิตผลักเขาออก พีรพงษ์เข้าแทรกทันทีว่าผู้หญิงเขาไม่สนก็อย่าตื้อดีกว่ามันทุเรศ จีรณะมองกล้องวงจรปิดเตือนพีรพงษ์ให้ระวังถ้าเขาทำอะไรก่อน ตนก็ได้เปรียบ

พี รพงษ์ต้องการโชว์สาว ชกหน้าจีรณะทันทีแต่เขาหลบไปมาได้อย่างคล่องแคล่ว แล้วคว้าถังขยะที่เป็นอะลูมิเนียมยกขึ้นรับ พีรพงษ์ชกเข้าเต็มแรง เจ็บจนต้องสะบัดมือเร่าๆ จีรณะคว้าข้อมือโสภิตลากไปจากตรงนั้น แต่พอรู้ว่าเธอจะมาซื้อยาให้แม่ เขาก็ปล่อยไป

ยศเจอพีรพงษ์ในสนุ้กเกอร์คลับ ยศถามว่ามือไปโดนอะไรมา พีรพงษ์คุยโวว่า

“ไป เจอผู้หญิงโคตรสวยเลย แต่มีไอ้จอมแส่มาคาบตัดหน้า เลยตะบันมันซะน่วมไปเลย” ยศถามว่าใคร “ไม่รู้คนที่ไหน เจอหน้ามันสองครั้งแล้ว ช่างมันเถอะแล้วคุณล่ะหายหัวไปไหนมาไม่ค่อยเห็นหน้า”

ยศเล่าเรื่องจิตราไม่ยอมหย่าและพี่ชายเธอเรียกถึง 10 ล้าน งานนี้ถ้าหย่าไม่สำเร็จมีหวังตนถูกเฉดหัวออกจากบ้านแน่

“ผม แก้ปัญหาให้คุณได้” พีรพงษ์เข้าไปกระซิบบอกแผนการ ยศหน้าตื่นถามว่ามันจะดีหรือ แรงไปรึเปล่า? “ก็ตามใจคุณ เลือกเอา จะยอมให้แม่เลี้ยงตัดคุณออกจากกองมรดกหรือว่าคุณจะยอมกัดก้อนเกลือกินกับแฟน คุณ” พูดแล้วเลิกสนใจ ทิ้งยศให้ยืนเครียดอยู่ตรงนั้น

ooooooo

จิตรา รู้สึกผิดขอโทษที่ทำเรื่องน่าสมเพชให้จีรณะกับเกียรติก้องต้องเป็นห่วง จีรณะบอกว่าต่อไปจะให้อาโปมาอยู่เป็นเพื่อน จิตราบอกว่าไม่ต้องตนสบายดีแล้วทั้งกายและใจ

ขณะเดินออกมาที่รถเพื่อไป ส่งเกียรติก้องที่ท่ารถ จีรณะบอกเพื่อนรักว่า จิตราไม่ทันคนถึงได้เจ็บอย่างนี้ คนพวกนั้นต้องถูกเอาคืนอย่างสาสม เกียรติก้องติงว่าจะทำอะไรให้คิดถึงจิตใจของจิตราบ้าง เพราะผู้ชายคนนั้นเป็นคนที่เธอรัก

“ถูกมันหลอกให้รักน่ะสิ เชื้อไม่ทิ้งแถว สายเลือดแม่เลี้ยงอมราเคยมีความจริงใจให้ใครที่ไหน ไปเลย เดี๋ยวไม่ทันรถขึ้นดอย แต่ทั้งสองไม่รู้ตัวเลยว่า ที่นอกรั้วบ้าน ยศมาซุ่มคอยท่าอยู่แล้ว!

พอได้จังหวะ ยศก็โทร.หาจิตราเธอทั้งตกใจและดีใจเดินไปคุยกับเขาที่ข้างรถ

ยศ ทำตามแผนของพีรพงษ์ หลอกว่าตนไม่ยอมเลิกกับเธอเลยถูกแม่ไล่ออกจากบ้าน จิตราถามว่าแล้วนิตยาที่แม่เลี้ยงหมายมั่นปั้นมือจะให้เขาแต่งงานด้วยล่ะ?

“พี่ ไม่สนใจหรอก พี่รักจิต ไม่ได้รักเขา พี่จะไม่ยอมให้แม่บังคับอีกต่อไปแล้ว พี่ยอมออกจากบ้าน เราไปหาที่อยู่ด้วยกัน” พอจิตราบอกว่าต้องปรึกษาพี่ชายก่อน ยศไม่ขัดใจแต่อ้อนให้อยู่เป็นเพื่อนตนก่อน

ยศเอากล่องน้ำส้มให้จิตราดื่ม เธอรับไปดื่มโดยไม่เฉลียวใจ ยศวางยาเธอแล้วไปในห้องที่รีสอร์ต เขาเดินวนอย่างร้อนในขณะรอมือกล้องที่พีรพงษ์ส่งตามมาให้

ooooooo

แม่เลี้ยงวางแผนให้พีรพงษ์ได้ใกล้ชิดกับโสภิตหมายเกี่ยวมาเป็นเขย จึงให้พีรพงษ์ไปช่วยโสภิตทวงหนี้

งาน แรกคือไปทวงหนี้บุญมี เมื่อไปร้องเรียกบุญมีที่หน้าบ้านไม่ออกมา พีรพงษ์สั่งลูกน้องเผาบ้าน โสภิตพยายามห้ามแต่พีรพงษ์สั่งสมุนสาดน้ำมันจุดไฟเผาบ้านแล้ว

ไทร ดุ่ย ช่วยกันดับไฟ บุญมีกับชาวบ้านโผล่จากแนวไม้อีกมุมหนึ่งเข้าเล่นงานสมุนของพีรพงษ์ เขาชักปืนออกมาทันที โสภิตขอให้เขาเก็บปืนเสีย พีรพงษ์ตะโกนขู่ชาวบ้านว่า “พวกมึงรู้ไหมว่ากูลูกใคร”

บุญมีเลือดเข้าตาไม่มีทางออก ตะโกนบอกชาวบ้านให้จับตัวลูกสาวแม่เลี้ยงไว้ พีรพงษ์เล็งจะยิงบุญมี พอดีจีรณะขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้าเฉี่ยวพีรพงษ์ทำให้ปืนลั่นชาวบ้านหลบกัน ชุลมุน

“นี่คิดจะฆ่าคนล้างหนี้กันเลยเหรอ” จีรณะตะคอกถาม โสภิตอ้างว่าบุญมีจะจับตนเป็นตัวประกัน จีรณะถามบุญมีว่าจริงหรือ บุญมีโต้ว่ามันจะมาเอาเงินให้ได้ถึงกับเผาบ้านเผาเรือนแล้วจะให้ตนทำยังไง!

“พวก คุณนี่มันใจอำมหิตผิดมนุษย์จริงๆ เขาเป็นหนี้คุณ ก็ทุกข์พออยู่แล้ว คุณยังจะทำลายหนทางทำมาหากินเขาอีก” จีรณะประณาม พีรพงษ์ถามว่าเขาเป็นใครแล้วมาสอดทำไม โสภิตรีบแก้สถานการณ์ว่า

“มันเป็น เรื่องเข้าใจผิด เป็นเรื่องอุบัติเหตุ ฉันจะชดใช้ค่าเสียหายให้ แต่ถ้าจะให้เรื่องถึงตำรวจก็ได้ฉันก็อยากรื้อคดีเก่าที่ฉันถูกจับตัวเหมือน กัน”

จีรณะรับคำท้า แล้วบอกชาวบ้านให้แยกย้ายกันกลับ โสภิตก็ชวนพีรพงษ์กลับ แต่ชาวบ้านแค้นจะไม่ยอมกลับ จีรณะต้องขอร้องว่าถ้ายังรักพ่อรักตนก็ขอให้กลับกันเถิด ชาวบ้านจึงทยอยกันกลับอย่างไม่เต็มใจ

ooooooo

ถอยออกจากบ้านบุญมีมานั่งรถตู้กลับ โสภิตนิ่งเงียบอย่างครุ่นคิดในขณะที่พีรพงษ์คุยโวว่า

“เสียดายจริงๆไอ้หมอนั่นไม่น่าเข้ามาสอด จะเชือดไก่ให้ลิงดูเสียหน่อย ไอ้พวกชาวบ้านลูกหนี้เราจะได้ไม่กล้าหือ”

โสภิ ตติงว่า การเผาบ้านเอาปืนไปยิงเขามันรุนแรงเกินไป ถ้ามีคนเจ็บคนตายขึ้นมาเราจะเป็นฝ่ายผิดเต็มประตู พีรพงษ์ก็แสดงความโกรธแค้นที่ฝ่ายโน้นบังอาจจะจับเธอเป็นตัวประกัน ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษผู้คุ้มครองเธอว่า

“ผมจำได้ มันเคยข่มขู่คุกคามน้องภิตที่โรงพยาบาล อ้างว่าเป็นแฟนน้องภิตด้วย”

“ไม่มี อะไรค่ะ เขาเจ็บแค้นแทนชาวบ้านก็เลยมาพาลแกล้งฉัน” แล้วตัดบทว่า “ใครจะเป็นยังไงก็ช่างเขา เอาเป็นว่าเรื่องวันนี้ คุณพงษ์อย่าบอกให้แม่รู้นะคะ ภิตไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ”

ฝ่ายจีรณะก็เตือนบุญมีว่า อย่าวู่ว่าม ทำอะไร

ให้ คิดถึงกฎหมายบ้านเมือง บุญมีถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร จีรณะขอให้ชาวบ้านร่วมมือกันรวมกันให้ติดใครมีเอกสารอะไรเอามาให้ตน เราจะใช้กฎหมายต่อสู้กับพวกแม่เลี้ยง

“ฝันไปเถอะไอ้จี นี่มันอำเภอเล็กๆ ไม่มีใครมาสนใจไยดีหรอก เอ็งก็เห็นกับตา ลูกสาวแม่เลี้ยงมันเอาลูกชาย ส.ส.มาทวงหนี้ด้วย ชาวบ้านอย่างเรามันจะไปเหลือพระเหลือเณรอะไรวะ” บุญมีพูดอย่างสิ้นหวัง

“ไม่มีอะไรชนะความถูกต้องได้ ผมจะทำให้ทุกคน ได้เห็น” จีรณะเครียดแต่ยังมั่นใจในแนวทางของตน

ooooooo

ยศขับรถมาส่งจิตราที่บ้าน เธอแปลกใจถามว่า ตนหลับไปนานแค่ไหน ถามว่าเราจะกลับมาเหมือนเดิมใช่ไหม?

“ใช่ ถ้าจิตไม่ยอมหนีไปกับพี่ พี่ก็จะรีบกลับบ้านไปกราบขอร้องคุณแม่เรื่องของเรา ถ้าพี่ยืนยันว่าจะไม่แต่งกับใครนอกจากจิต แม่ก็ต้องยอม พี่เป็นลูกชายคนเดียวแม่รักพี่มาก พรุ่งนี้จิตไปหาพี่ที่เดิมนะจ๊ะ รับรองต้องมีข่าวดี”

โสภิตกลับถึงบ้าน แม่เลี้ยงไม่สนใจเรื่องไปเก็บเงินได้แค่ไหน แต่กลับถามเรื่องความสัมพันธ์กับพีรพงษ์ว่า

“ว่าที่ลูกเขยของแม่เอาอกเอาใจภิตดีไหม?” โสภิตติงว่า ตนกับเขาเพิ่งรู้จักกันยังไม่รู้นิสัยใจคออะไรกันเลย แม่เลี้ยงหว่านล้อมว่า เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง เพราะแม่กลั่นกรองให้แล้ว อวดคุณสมบัติของพีรพงษ์ว่า

“เป็นลูกนักการเมืองอนาคตไกล อย่างน้อยก็ถึงรัฐมนตรีแน่ๆ การศึกษา ฐานะ เงินทองก็ไม่เป็นรองใคร เหมาะสมกับภิตทุกอย่าง” โสภิตตัดบทว่า ตนยังไม่คิดเรื่องแต่งงาน “ก็เริ่มคิดได้แล้ว ผู้หญิงอย่างเราทำงานแบบนี้มันต้องมีไม้กันหมา ไม่อย่างนั้นอยู่ลำบาก ที่แม่เลือกคุณพงษ์เพราะไม่อยากให้ภิตไปเจอคนไม่ดี ไม่รับผิดชอบ อย่างที่แม่พลาดไปเจอพ่อของภิต แม่ไม่อยากให้ภิตต้องมีชีวิตเหนื่อยยากเหมือนแม่”

โสภิตคิดหนัก พอกลับห้องนอน ยศก็มาเคาะประตูอย่างเร่งร้อน แล้วเอาไอแพดให้ดู โสภิตตกใจเมื่อเห็นภาพจิตรานอนระทวยอยู่กับผู้ชาย ถามยศว่าได้ภาพพวกนี้มาจากไหน ยศปดว่าจ้างนักสืบ คิดไม่ถึงจริงๆว่าจิตราจะเป็นคนแบบนี้ โสภิตบอกว่าดี พี่ชายของจิตราจะได้ไม่มีเหตุผลมาเรียกร้องเงินจากเรา
ยศขอร้องโสภิตพรุ่งนี้ให้ไปช่วยคุยกับจิตรา เพราะตัวเองกลัวเห็นน้ำตาเธอแล้วจะใจอ่อน

โสภิตไปพบกับจิตราเอาคลิปไปเปิดให้ดูแล้วยื่นเงื่อนไขให้เธอยอมหย่า เรื่องจะได้ไม่ฉาวโฉ่จนจีรณะรู้ และไม่อยากให้เรื่องเสื่อมเสียไปถึงครูเจือ ทำให้จิตราตัดสินใจยอมหย่าให้ทั้งที่เจ็บปวดเสียใจอย่างที่สุด แต่พอหย่าเสร็จ จีรณะก็ตามมาถึงอำเภอ เขาเข้าขวางสองพี่น้องถามว่าจิตราอยู่ไหน โสภิตบอกว่ากลับไปแล้ว ยศกร่างใส่ว่า

“จิตเขายอมหย่าเรียบร้อยแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์จะมาเรียกร้องเงินทองอะไรจากผมอีก” แล้วชูใบหย่าให้ดู จีรณะด่าว่า พวกเขาบังคับจิตรา ยศจึงเอาแฟลชไดรฟ์ให้ บอกว่าถ้าไม่เชื่อก็เอาไปดูเลยจะได้กระจ่าง แล้วสองพี่น้องก็รีบผละไป โสภิตติงยศว่า ไม่น่าทำถึงขนาดนั้น เพราะจะทำให้จิตราอับอาย

“ไม่รู้ล่ะพี่ต้องเอาตัวรอดก่อน ไม่อยากโดนแม่เล่นงานอีก” พูดแล้วหนีไปขึ้นรถเลย โสภิตเดินตามไปเซ็งๆ

หลังจากจีรณะดูคลิปแล้ว เขาแค้นใจมาก โทร.ถึงจ๋า ถามหาจิตรา จ๋าบอกว่าไม่มีใครเห็นเลย ติดต่อก็ไม่ได้ด้วย ทำให้จีรณะยิ่งเครียด เป็นห่วงน้อง โทรศัพท์ขอแรงจ่าทองให้ช่วยตามหา ดาบม้วนอาสาอยู่เวรแทนให้จ่าทองไปช่วยจีรณะ

จ่ารีบออกมายืนรอจีรณะที่ป้อมตำรวจ พอจีรณะมาถึง จ่าถามว่าจิตราหายไปได้ยังไง จีรณะตอบสั้นๆว่า “เดี๋ยวก็รู้”

ooooooo

แม่เลี้ยงพอใจมากที่ยศหย่ากับจิตราได้สำเร็จ แต่จะให้หายโกรธสนิทก็ต้องจีบนิตยาให้ติด ถ้าได้นิตยามาเป็นสะใภ้เมื่อไรนอกจากแม่จะหายโกรธแล้วยังจะให้รางวัลอีกด้วย

ฝ่ายนิตยาก็อิดออดไม่อยากคบยศบอกแม่ว่ายศไม่ใช่สเปกแถมประวัติเสียเจ้าชู้ไม่เลือกหน้า ตนไม่ต้องการคนรวยแต่ต้องการผู้ชายที่รักจริงและตนก็รักด้วย แต่พอยศมารับไปกินข้าว เธอก็เล่นละครได้แนบเนียน ควงคู่ไปกับยศออดอ้อนอ่อนหวาน ต่างใส่หน้ากากเข้าหากัน เพื่อบรรลุเป้าหมายตามบัญชาของแม่ตัวเอง

แต่ระหว่างที่กาบขับรถพายศกลับนั่นเอง ยศถูกจีรณะดักจับตัวไป ยศขู่ว่า “อย่านะ ถ้าทำอะไรกู กูจะฟ้องแม่”

เมื่อกาบซมซานกลับมารายงานแม่เลี้ยง ชีพอาสาจะไปช่วยยศ แม่เลี้ยงพูดอาฆาตว่าถ้ายศเป็นอะไรไปจะฆ่ายกครัวครูเจือให้ดู โสภิตทัดทานว่าอย่าทำผิดกฎหมาย ถ้าทำรุนแรงเรื่องอาจถึงหูผู้ว่า แม่เลี้ยงจึงได้คิดถามว่าจะทำอย่างไร ชีพก็ไปแล้ว

“ภิตจัดการเองค่ะ” บอกแม่แล้วออกไปเลย

ชีพไปถึงก็ไม่กล้าทำอะไรเพราะยศอยู่ในกำมือจีรณะแล้ว ยศถูกทรมานไม่นานก็ยอมรับว่าตนเป็นคนจัดฉากถ่ายคลิปนั้นเอง แต่ตนดูแลตลอดเวลาจิตราไม่ได้เสียหายอะไร จีรณะอัดคำสารภาพนั้นไว้เป็นหลักฐาน

แต่พอตำรวจมาถึงยศก็พลิกลิ้นว่าตนไม่ได้ทำ โสภิตมาถึงพอดีเธอถลาเข้าไปดูยศ ชีพชี้ให้ตำรวจจับจีรณะฐานพยายามฆ่ายศ ดาบทองถือกุญแจมือเข้าไปแต่ไม่กล้าจับ จีรณะจึงคว้ากุญแจมือไปใส่มือตัวเองพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า

“ผมทำผิด ผมกล้ารับ ไม่เหมือนบางคนขี้ขลาดตาขาวใส่ร้ายผู้หญิงที่ไม่มีทางสู้”

โสภิตมองจีรณะที่ถูกจับไปอย่างอัดอั้น กลับถึงบ้านเธอคาดคั้นพี่ชายให้พูดความจริงเรื่องคลิป ถ้าไม่พูดตนจะเอาหลักฐานที่เขาโกงเงินแม่นับล้านไปปรนเปรอลูกหนี้สาวๆ ยศถามว่าจะให้ตนมีชะตากรรมเหมือนพ่อรึไง พ่อเกือบตายแถมถูกไล่ออกจากบ้านเป็นตายร้ายดียังไงก็ยังไม่รู้เลย

“นั่นเพราะพ่อทรยศต่อความรักของแม่ พ่อทำร้ายผู้หญิงที่รักพ่อ เอาเงินแม่ไปเพื่อปรนเปรอผู้หญิงคนใหม่ พี่ยศเองก็กำลังทำตัวเหมือนพ่อเข้าไปทุกที ภิตเกลียดผู้ชายที่มีนิสัยอย่างนี้ ถ้าไม่เล่าความจริงเรื่องคุณจิตรา ก็เตรียมไปแก้ตัว เรื่องโกงเงินกับแม่เอาเอง”

เจอไม้นี้เข้า ยศก็เปิดปากยอมรับสารภาพ โสภิตฟังแล้วไม่พอใจการกระทำของพี่ชายบอกว่าทำกับเขาถึงขนาดนี้แค่ซ้อมยังน้อยไป ถ้าเขายิงทิ้งตนก็ว่ามันไม่เกินไปเลย

เมื่อโสภิตไปเล่าความจริงให้แม่เลี้ยงฟัง แม่เลี้ยงกลับชมว่ายศฉลาดรู้จักสร้างสรรค์คิดแผนดีๆ ได้โดยไม่ต้องให้แม่สอน บอกโสภิตไปเร่งคดีให้เร็วขึ้น เธอเสนอให้ถอนแจ้งความ เพราะถ้าสืบไป ความจริงเปิดเผยออกมายศจะลำบากเพราะเป็นคนผิดเป็นคนวางแผนทั้งหมด

“ความจริงอะไร มันจะกล้าเอาหลักฐานคลิปน้องมันเปิดเผยหรือ คิดจะสู้ความกับเรา มีแต่น้องสาวมันจะต้องอับอายยิ่งกว่าเดิม” โสภิตพยายามจะทักท้วงอีก ถูกแม่เลี้ยงตัดบทไล่ให้ไปทำตามที่สั่ง ตนไม่มีเวลากับเรื่องเล็กๆ แบบนี้

ooooooo

ทั้งตำรวจและชาวบ้านต่างเห็นใจและหาทางช่วย ประกันตัวจีรณะออกมา แต่แม่เลี้ยงให้ตำรวจเพิ่มค่าประกันตัว ทำให้เงินที่ชาวบ้านรวบรวมมาไม่พอ อาโป เสียสละเอาเงิน 50 บาทที่จะส่งไปให้พ่อมาสมทบ ก็ยังไม่พอ

โสภิตแอบไปประกันตัวจีรณะออกมาแต่ไม่ให้บอกว่าใครประกัน เธอตกใจเมื่อรู้ว่าจิตราหายไป

บัวหอมกับสายพิณสงสัยว่าใครเป็นคนมาประกันตัวจีรณะ หนานเทืองเชื่อว่าเป็นลูกศิษย์ครูเจือแต่ที่ต้องปกปิดเป็นความลับก็คงเพราะไม่อยากมีปัญหากับแม่เลี้ยง สายพิณโพล่งออกมาอย่างคับแค้นใจว่า

“ดูซิ...สมัยนี้ คนดีต้องหลบๆซ่อนๆ คนเลวใหญ่คับบ้านคับเมือง พูดแล้วเจ็บใจ”

ooooooo

โสภิตขับรถตามจีรณะมาด้วยความตั้งใจดีที่จะช่วยตามหาจิตรา จีรณะขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงทางลาดชันบนเขา หันมาเจอ เขาลากเธอติดมือหลุนๆไปจนถึงริมธารน้ำตก เขาเหวี่ยงเธอไปในลำน้ำ  ถามว่าแม่เลี้ยงต้องการอะไรกันแน่!

ความแค้นที่จิตราถูกทำลายอย่างโหดร้าย จีรณะบอกโสภิตว่าจะทำให้เธอเข้าใจว่าน้องสาวตนรู้สึกอย่างไร แล้วปล้ำจูบบ้าระห่ำ แต่แล้วก็ปล่อยเธอไปเพราะทำไม่ลง

ผู้กองเกียรติก้องตามเจอจิตรากำลังจะกระโดดหน้าผา เขาช่วยพาเธอกลับมาที่ฐาน จ่าตุ๋ยรีบโทร.บอกจีรณะ โสภิตขอตามไปด้วย พอไปถึงฐานเห็นสภาพของจิตราที่มอมแมมเหม่อลอย เธอสะเทือนใจมาก

จีรณะไปตลาดเพื่อรับอาโปไปอยู่เป็นเพื่อนจิตราเจอแม่เลี้ยงโดยบังเอิญ แม่เลี้ยงตกใจมากไม่คิดว่าเขาจะได้ประกันตัวออกมา จีรณะบอกว่ามีคนประกันตนออกมาสู้คดี เตือนแม่เลี้ยงว่า

“ระวังแต่ลูกๆคุณนายเถอะ วันนี้ถึงกฎหมายบ้านเมืองจะเอาโทษไม่ได้ แต่รับรองหนีกฎแห่งกรรมไม่พ้นครับ”

แม่เลี้ยงกลับไปถามโสภิตว่าจีรณะได้รับประกันตัวออกมาได้ยังไง  ทำไมทนายไม่เร่งฟ้อง โสภิตบอกว่าทนายไม่รู้เรื่องหรอก พอแม่เลี้ยงด่าว่าขัดคำสั่ง โสภิตก็หว่านล้อมแกมขู่ว่า จิตราคิดฆ่าตัวตายมาสองครั้ง ถ้าเป็นคดีความข่าวถึงหูผู้ว่าเรื่องแต่งงานของยศก็เลิกฝันไปได้เลย แม่เลี้ยงกระแทกตัวนั่งอย่างเจ็บใจที่ทำอะไรไม่ได้

จีรณะพาอาโปมาอยู่เป็นเพื่อนจิตรา บอกผู้กองเกียรติก้องว่าจะให้อาโปนอนห้องเดียวกับจิตรา กลัวจิตราจะคิดสั้นขึ้นมาอีก ผู้กองถามว่าแล้วคดีของเขาเป็นอย่างไร จีรณะหยิบโทรศัพท์มาเปิดคลิปที่ถ่ายคำสารภาพของยศให้ดูบอกว่า

“ฉันมีหลักฐาน พอจะไล่บี้ไอ้ยศได้ ถ้าขึ้นศาล ฉันจะเอาไอ้ยศเข้าคุกด้วย”

แม่เลี้ยงส่งชีพกับเส่งให้ไปขโมยคลิปที่ยศสารภาพเรื่องจิตรามาให้ได้ เป็นวันเดียวกับที่โสภิตหิ้วกระเช้าผลไม้มาเยี่ยมจิตรา จีรณะจ้องหน้าบอกเธอว่า

“เราไม่ต้องการ เอากลับไป ฝากไปบอกพี่ชายคุณด้วยว่าผมมีหลักฐานเอาตัวเขาเข้าคุก ผลตรวจเลือดยายจิตที่ถูกวางยาออกมาแล้ว”

ทันใดนั้นทั้งสองตกใจเมื่อได้ยินเสียงอาโปกับจิตราร้อง พากันวิ่งไปในบ้านเห็นอาโปกำลังขี่หลังล็อกคอเส่งอยู่ จีรณะกระโดดต่อยชีพ โสภิตรีบเข้าประคองอาโปที่ถูกชีพตบกระเด็น ชีพกับเส่งเห็นจีรณะกับโสภิตรู้ว่าแผนแตกจึงพากันกระโดดหน้าต่างหนีไป อาโปบอกจีรณะว่าเป็นมันออกจากห้องนาย จีรณะรีบวิ่งไปที่ห้องตัวเอง ปรากฏว่าโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายคลิปยศสารภาพไว้หายไปแล้ว

จีรณะแค้นใจมาก กลับมากระชากโสภิตหาว่าเธอล่อให้ตนออกไปหน้าบ้านเพื่อให้ลูกน้องเข้ามาขโมยคลิปที่ยศสารภาพใช่ไหม โสภิตบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง สาบานก็ได้

“โกหกหน้าด้านๆ ไป!  ไปโรงพักกัน ยัยอสรพิษ!!” จีรณะลากโสภิตออกไป

จิตรากับอาโปมองหน้ากันงงๆ

ooooooo

ตอนที่ 3

จีรณะนำตัวโสภิตไปที่โรงพักให้ตำรวจดำเนิน คดี  ฐานให้ลูกน้องมาเล่นงานตน  บุกรุกในยามวิกาลลัก ทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย

ดาบม้วนกับจ่าทองนั่งกุมขมับที่คนกันเองไปจับลูกสาวเจ้าแม่ผู้มีอิทธิพล จ่ากับดาบพยายามหว่านล้อมให้คุยกันก่อนดีไหม อาจเป็นการเข้าใจผิดกันก็ได้

“ใช่ ค่ะ เป็นการเข้าใจผิดกัน ฉันขอชดใช้ค่าเสียหายให้ทุกอย่าง ส่วนที่คุณกับลูกน้องถูกทำร้ายร่างกายฉันจะจ่ายค่ารักษากับค่าทำขวัญให้” พลางเธอก็กดมือถือโทร.ออกเอียงหน้าพูดกับชีพเบาๆ แต่เสียงเข้ม “เอามาคืนเดี๋ยวนี้”

จีรณะบอกว่าเธอคงเข้าใจผิด ตนไม่ได้ต้องการเงิน ชีพทำหน้าตายเดินเข้ามาบอกโสภิตว่าแม่เลี้ยงให้กลับคุ้มเดี๋ยวนี้เลย มีอะไรให้ทนายมาพรุ่งนี้ จีรณะหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะโทร.เข้ามือถือตัวเอง ชีพสะดุ้งมือไม้วุ่นวายจะกดโทรศัพท์ปิด ถูกจีรณะกระโดดล็อกคอปล้ำ ดาบม้วนกับจ่าทองรีบเข้าจับแยก โสภิตทั้งอายทั้งโมโหสั่งชีพ

“ฉันสั่งให้คืนของให้คุณจีรณะเดี๋ยวนี้” ชีพจำต้องคืนมือถือให้จีรณะ “ของของคุณฉันคืนให้ ฉันขอโทษ”

จีรณะเอาของกลางให้ดาบกับจ่าดูเป็นหลักฐานบอกให้จับเลย ก็พอดีแม่เลี้ยงเดินอ้าวเข้ามา พูดอย่างวางอำนาจบาตรใหญ่ว่า “กล้าก็ลองดู โรงพักนี้ตำรวจคนไหนใครแตะ ต้องลูกของฉัน เปลี่ยนเครื่องแบบเป็นยามเฝ้าตลาดได้เลย”

ดาบกับจ่าชะงักมองหน้ากันสยอง จีรณะประกาศกร้าวว่าให้มันรู้ไปว่ามีหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ตำรวจไม่กล้า ดำเนินคดี แล้วเอาคลิปที่ยศสารภาพมาเปิดให้ดูให้ฟัง แม่เลี้ยงหัวหมอโวยวายว่าหลักฐานที่ถูกบังคับ ศาลไม่เชื่อ!

ในสถานการณ์ ที่ตึงเครียดนี้ โสภิตก้าวออกมาบอกว่าตนรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเรื่องทั้งหมดเอง  ทำเอาทุกคนตะลึงสารวัตรลงมาจัดการปัญหา ถามว่าโสภิตจะรับสารภาพตามข้อกล่าวหาของจีรณะหรือ เมื่อโสภิตยืนยัน แม่เลี้ยงโวยวายหาว่าเธอทำงานมากจนเบลอไปแล้ว โสภิตยืนยันว่าตนสบายและมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ทุกอย่าง

“พวกคุณกำลังทำผม ปวดหัว เดี๋ยวได้โดนผมแจ้ง ความเท็จแน่ คราวก่อนคุณโสภิตก็แจ้งความคุณจีรณะแล้วก็ไม่ยอมมาให้ปากคำ แถมยังมาประกันตัวให้คุณจีรณะอีกด้วย”

จีรณะตกใจเพิ่งรู้ว่าวันนั้นโสภิต เป็นคนประกันตนออกไป ส่วนแม่เลี้ยงตาโต ทั้งโกรธทั้งตกใจ เอียงหน้าเข้าไปกระซิบสารวัตรว่า หนี้ของสารวัตรตนไม่คิดดอกเบี้ย ทำเอาสารวัตรเสียศูนย์ ขอตัวไปเข้าห้องน้ำครึ่งชั่วโมงค่อยมาว่ากันต่อ

พอสารวัตรลุกไป แม่เลี้ยงเข้าไปเอามืออังหน้าผากโสภิต พยายามจะให้เธอไม่สบายให้ได้ แต่เธอยืนยันว่าตัวเองอยู่ในเหตุการณ์เมื่อคืน เป็นอย่างที่จีรณะพูด ส่วนคดีที่จีรณะทำร้ายยศกับลูกน้องของเราตนก็จะเป็นพยานให้เล่าความจริงทุก อย่างให้ตำรวจฟังด้วย

แม่เลี้ยงเห็นทีสู้ไปก็แพ้ จึงขอเจรจาประนีประนอมยอมความกับจีรณะถามว่าถ้าไม่แจ้งความโสภิตกับยศจะเอา เท่าไร จีรณะแกล้งบอกว่า บ้านตนก็เก่ารถก็รวน แม่เลี้ยงเสนอให้สองแสนแล้วจะให้ลูกน้องไปสร้างให้ไม่ต้องไปจ้างใครสร้าง

“เรื่องส่วนตัวผมมีปัญญาแก้ปัญหา ผมต้องการให้แม่เลี้ยงแก้สัญญาเงินกู้ของชาวบ้าน ทุกราย เรียกเก็บดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละสิบห้าต่อปี คืนโฉนดที่ดิน ยืดเวลาการไถ่ถอนให้ชาวบ้าน  เรียกดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด ถ้าไม่ตกลงผมสู้ถึงศาลฎีกาทุกคดี!”

แม่เลี้ยงที่เขี้ยวจัด ถึงกับไปไม่เป็น สุดท้ายยอมตามที่จีรณะเสนอ ดาบม้วนกับจ่าทองดีใจ ค่ำนี้ถึงกับยอมเป็นเจ้ามือเลี้ยงฉลองให้ชาวบ้าน จนจีรณะเตือนสติว่าอย่าเพิ่งดีใจกันให้มากนักให้แม่เลี้ยงทำตามสัญญาก่อนดี กว่า

“แต่อู้ก็อู้เต๊อะ ลูกสาวแม่เลี้ยงนี่ก็แปลกขนาด อยู่ดีๆ ก็มาช่วยพวกเราซะงั้น” สายพิณตั้งข้อสังเกต บุญมีเตือนว่าโสภิตอาจจะมาตกเบ็ดจีรณะคิดเอาเป็นพวกก็ได้ จีรณะเห็นด้วยแต่ไม่ต้องห่วงคนอย่างตนซื้อกันไม่ได้ง่ายๆหรอก

ฝ่ายแม่เลี้ยงกลับถึงคุ้มก็ระเบิดอารมณ์อย่างหัวเสียว่าชีวิตนี้ไม่เคยมีใครมาต่อรองบังคับหักหน้ากันขนาดนี้

โสภิตติงว่าแม่ก็ไม่น่าส่งชีพกับเส่งไปบุกรุกบ้านเขา เลยถูกแม่เลี้ยงหันมาด่าว่าเกิดผีเข้าอะไรขึ้นมาถึงแอบไปประกันตัวจีรณะแถม ยังจะยอมเข้าคุกแทนอีกแต่พอโสภิตย้อนถามว่าที่ชีพไปขโมยของบ้านจีรณะนั่นก็ เป็นงานด้วยใช่ไหม แม่เลี้ยงก็ตัดบทว่าพอๆๆ แค่นี้ตนก็ปวดหัวพอแล้ว พาลด่ายศว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ถอดแบบจากพ่อมาไม่มีผิด!

ooooooo

ยศ ถูกแม่ด่าก็ไปที่โต๊ะสนุ้กเกอร์ ระบายอารมณ์กับพีรพงษ์ว่าเพราะจีรณะคนเดียวทำให้ตนถูกแม่ด่าไม่เว้นแต่ละวัน พีรพงษ์แนะนำว่าเขาต้องสร้างผลงานให้แม่เลี้ยงเห็น รับรองว่าได้เป็นลูกชายคนโปรดแน่

“ผมจะไปทำอะไรได้ ยิ่งคราวนี้ไอ้จีมันเล่นงานแม่ซะย่อยยับทุนหายกำไรหดหมดทางสู้กับมันจริงๆ”

“เรื่องมันเล็กนิดเดียวเอง อย่าคิดมาก มาสนุกกันดีกว่า ไป...เธอสองคนพาพี่เขาไปนวดข้างบน”  พีรพงษ์สั่งสองสาวที่นัวเนียนวดให้ยศอยู่ พอสองสาวกอดยศพาไป พีรพงษ์ก็โทร.หาแม่เลี้ยงทันที “สวัสดีครับแม่เลี้ยง ผมได้ข่าวว่าแม่เลี้ยงมีเรื่องไม่สบายใจ มีอะไรจะให้ผมรับใช้ก็บอกนะครับ”

วันรุ่งขึ้น จีรณะกับบรรดาชาวบ้านที่ติดหนี้แม่เลี้ยงก็พากันมาที่ร้านอาหารใหญ่ บ้างเดิน บ้างยืน บ้างยองๆ อยู่หน้าร้านทุกคน คอยแม่เลี้ยงมาจัดการเรื่องสัญญากู้เงินใหม่ให้ถูกกฎหมายและเป็นธรรม

กว่าแม่เลี้ยงจะมาก็เลยเวลาไปนานโข พอมาถึงก็ทำเป็นตื่นเต้นขอโทษขอโพยที่มาช้าเพราะหมอตรวจนาน แล้วกระตือรือร้นบอกชาวบ้านให้ไปนั่งโต๊ะสั่งข้าวปลาอาหารมากินกัน ตำหนิโสภิตว่า “แม่บอกแล้วไงว่าให้ดูแลลูกค้าเราให้ดี”

เมื่อชาวบ้านพา กันนั่ง โสภิตก็เดินแจกเอกสารสัญญาเงินกู้ โฉนด ไปตามโต๊ะ ชีพ กาบ และเส่ง เดินตามเป็นผู้ช่วยคอยชี้ให้ชาวบ้านเซ็นชื่อตรงนี้ ตรงโน้น ตรงนั้น ไม่นานโสภิตก็มานั่งกับแม่เลี้ยงบอกว่า

“เรียบร้อยแล้วค่ะแม่ ทั้งที่หมู่บ้าน ในตลาดเหลือ พวกชาวบ้านที่อยู่ในสวนในไร่อีกหกเจ็ดรายพรุ่งนี้ก็คงครบ”

จีรณะขอบคุณแม่เลี้ยงกับโสภิตที่กรุณาชาวบ้านแล้วขอตัวไปคุยกับชาวบ้าน แม่เลี้ยงบอกโสภิตว่าไม่มีอะไรตนก็จะอยากกลับไปพัก โสภิตจึงไปจัดการค่าอาหารถามแม่ว่า “วันนี้เราเลี้ยงเขาใช่ไหมคะ” แม่เลี้ยงตอบว่าใช่ แต่พอโสภิตลุกไปแม่เลี้ยงก็หุบยิ้มหันไปสบตากับชีพ

ooooooo

จีรณะถามชาวบ้านที่กำลังกินอาหารกันด้วยสีหน้าเบิกบานยิ้มแย้มแจ่มใสว่าเอกสาร สัญญาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ชาวบ้านพากันชื่นชมเขา จีรณะเตือนว่าต่อไปเราต้องไม่ทำให้เขามาบังคับขู่เข็ญเราได้อีก

ขณะจีรณะเดินไปเข้าห้องน้ำ เขาได้รับโทรศัพท์จากอาโปที่โทร.มาคุยเล่น คุยเสร็จหันมาเห็นโสภิต

เขาถามว่ามาสอดแนมอะไรอีก เธอพูดเยาะว่าเรื่องของเขาไม่มีอะไรน่าสนใจขนาดนั้นหรอก เลยถูกจีรณะย้ำปรามว่า

“อย่านึกว่าเรื่องของพี่คุณกับน้องผมจะจบง่ายๆ เรื่องหนี้ชาวบ้านก็เรื่องนึง ไม่เกี่ยวกัน”

“นี่นายอยากดองเป็นญาติกับพวกฉันขนาดนี้เลยเหรอ ไหนว่ารังเกียจนักหนาหรือเปลี่ยนใจอยากได้เงินค่าทำขวัญ แต่คงยาก ที่แม่ฉันทำไปมันก็มากพอสำหรับการประนีประนอมยอมความกันแล้ว” พูดแล้วเดินเฉียดไหล่เขาไปอย่างท้าทาย

แต่พอเธอออกจากห้องน้ำมายืนล้างมือต้องตกใจเมื่อเจอจีรณะเข้ามายืนประกบข้างหลัง ถามว่าทำไมเธอจึงประกันตนออกมา เธอยียวนว่า

“ทำไม อยากขอบคุณเหรอ ไม่ต้องหรอกนะ เพราะเงินที่จ่ายไป ถือว่าฉันให้กู้ ฉันจ่ายเงินค่าประกันคุณไปสองแสนดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี” เธอหยิบเครื่องคิดเลขมากดอย่างคล่องแคล่วแล้วยื่นให้ดู “หารออกมาเป็นวันแล้วก็ได้เท่านี้ คุณคืนฉันมาเท่านี้ พวกเศษทศนิยมฉันไม่นับยกให้”

จีรณะบอกว่าตนเป็นคนจน เงินแสนกว่าจะหาได้คงยาก ตนยอมเป็นลูกเขยแม่เลี้ยงดีกว่าหนี้จะได้หายกัน พูดแล้วขยับเข้าหา โสภิตถอยไปจนติดอ่างล้างมือบอกให้ถอยไป ไม่อย่างนั้นคราวนี้จะเอาให้ติดคุกหัวโตแน่

“ผมเข้าคุกเพราะคุณมาสองค รั้งแล้ว เข้าอีกสักหนก็ไม่แปลก” เขาสืบเท้าเข้าหาอีก โสภิตเงื้อมือจะตบ ถูกเขาจับทั้งสองมือร้องท้า “ร้องเลย วันนี้พยานเยอะด้วย เอาซิ”

ต่างจ้องหน้ากันอย่างใกล้ชิด แต่กลายเป็นมองกันนิ่งเหมือนต้องมนต์ แล้วจู่ๆ โสภิตก็แผดเสียงกรี๊ดออกมา อาศัยจังหวะที่จีรณะตกใจวิ่งหนีออกไป เจอพวกจ่าถือส้อมถือตะเกียบเป็นอาวุธวิ่งมาถามว่าคนร้ายอยู่ไหน? โสภิตบอกว่าไม่มีคนร้าย ตนร้องเพราะเจอหนูอยู่ในห้องน้ำเท่านั้น

จีรณะยืนแอบอยู่ พอเห็นโสภิตกับพวกจ่าเดินกลับไปก็พึมพำ “ยัยนี่ บ้าดีเดือดเหมือนกัน”

ooooooo

เช้านี้พีรพงษ์แปลกใจที่ลงจากชั้นบนมาเจอคุณวุฒิผู้เป็นพ่อนั่งอยู่ในห้องรับแขก เขาถามว่าเครื่องลงกี่โมง จะมาทำไมไม่บอกจะได้ไปรับ

“คนขับรถเยอะแยะไป ฉันมาเตือนแก ตอนนี้รัฐมน– ตรีกำลังทำผลงาน แกต้องระวังธุรกิจของเราอย่าให้พลาด”

พีรพงษ์รับรองว่าไม่ต้องห่วงเพราะคนงานของเราใจถึงพึ่งได้ไม่ซัดทอด คุณวุฒิถามว่าแล้วเรื่องว่าที่ลูกสะใภ้คืบหน้าถึงไหนแล้ว

“ใจเย็นๆครับ ผมไม่ให้พ่อผิดหวังหรอก น้องอัปสรโสภิตเขาสวย เสียแต่ดุไปหน่อย”

“รีบๆหน่อยก็แล้วกัน แกก็รู้ เลือกตั้งแต่ละครั้งมันต้องใช้เงิน จะสวยจะดุก็ต้องเอามาเป็นเมียให้ได้” คุณวุฒิสั่งเข้ม

ooooooo

ผู้กองเกียรติก้อง จ่าตุ๋ย และจีรณะ นำกำลังไปจับพวกตัดไม้เถื่อนที่กลางป่า พอพวกคนร้ายรู้ตัวก็ยิงเปิดทางหนี เสียงหนึ่งตะโกนบอก

“ปิดปากมอดไม้แล้วหนีเร็ว!”

พรรคพวกคนร้ายต่างเล็งปืนยิงชาวบ้านที่รับจ้างมาตัดไม้ ผู้กองเห็นตียูโผล่มาต่างมองกันชะงัก ตียูวิ่งหนีตามเพื่อนเข้าไปในป่าพลางตะโกนบอก “อย่าตาม อย่าตาม!” ผู้กองสั่งจ่าตุ๋ยกับจ่าชิดให้เฝ้ารถแล้วนำกำลังไล่ตามตียูไป

แต่เพราะถูกคนร้ายวางระเบิดดักไว้ พวกผู้กองเสียเวลากับระเบิดเหล่านั้นทำให้คนร้ายและชาวบ้านหนีรอดไปได้

จิตรา พักอยู่ที่บ้านกับอาโป วันนี้เธอได้รับโทรศัพท์จากยศ เธออึ้งพูดไม่ออก พอวางสาย อาโปถามว่าใครโทร.มา เธอบอกว่าโทร.ผิด วางมือถือแล้วเดินปาดน้ำตาไปเข้าห้องน้ำ อาโปสงสัยว่าโทร.ผิดแล้วทำไมต้องร้องไห้ด้วย?

ที่คุ้มแม่เลี้ยง ยศหงุดหงิดที่จิตราไม่พูดด้วย เดินมาเห็นเอื้องเด็กสาวชาวบ้านที่แม่เอามาทำงานขัดดอกกับแม่เลี้ยง ทำความสะอาดในห้องแม่เลี้ยง และกำลังเม้มเงินแม่เลี้ยงเหน็บขอบเสื้อชั้นใน ยศเห็นเนินอกเอื้องก็ตาวาว เดินเข้าไปหา แต่โชคไม่ดี โสภิตมาเห็นท่าทางลับๆล่อๆ ถามว่าจะทำอะไร คงไม่ได้ไปทำเรื่องร้ายแรงอะไรมาใช่ไหม

ยศบ่นว่าทุกวันนี้แทบกระดิกตัวไป ไหนไม่ได้อยู่แล้วเพราะต้องคอยเดินตามนิตยาทุกวัน น่าเบื่อกว่านั้น คือเธอเล่นตัวมาก จนป่านนี้เพิ่งจะได้จับมือเท่านั้นเอง โสภิตเตือนว่าถ้ายังไม่ได้แต่งงานก็อย่าได้ทำรุ่มร่ามกับเธอเป็นอันขาด เลยถูกยศเยาะว่าเธอหัวโบราณเล่นตัวแบบนี้นี่เอง ระวังจะขึ้นคาน

“ภิตยอมขึ้นคานดีกว่าต้องอยู่กับผู้ชายที่เห็นแก่ได้ มักมากในกาม นั่นนะ เป็นทุกข์ที่สุดของลูกผู้หญิงรู้ไว้ซะด้วย”

ooooooo

จีรณะกับผู้กองกลับมาถึงบ้านพัก ตชด. จีรณะจะหาอะไรกิน เปิดตู้เห็นมีข้าวสารเหลืออยู่สองถ้วยบะหมี่สามซอง ไข่สองฟอง ปลากระป๋องที่ขึ้นรา
แล้วครึ่งกระป๋อง

“แกจะเสียสละให้ลูกศิษย์ให้ชาวบ้านฉันไม่ว่าสักคำ แต่ต้องดูแลตัวเองดีๆหน่อยสิวะ” จีรณะบ่นเพื่อน

“ฉันเลือกมาเป็น ตชด.เพื่อแผ่นดินนี้ ชีวิตก็ให้ได้ อย่างอื่นเรื่องเล็กว่ะ วันนี้ตอนปะทะกับพวกผู้ร้าย ฉันเห็นตียูอยู่กับพวกนั้น เกือบถูกพวกนั้นฆ่าปิดปากเอาด้วย”

“ถ้าได้ตัวตียูมาสอบสวนขยายผล เราอาจจะเข้าถึงผู้บงการใหญ่หรือนายทุนของพวกมันได้”

“นั่นหน้าที่ของฉัน ฉันจัดการเอง เออ...จิตราเป็นไงบ้าง ดีขึ้นไหม”

จีรณะบอกว่าดีขึ้น แต่อาโปบอกว่ายังเห็นนั่งเหม่อบ่อยๆ ผู้กองจึงเสนอให้พาเธอไปเปลี่ยนบรรยากาศได้เที่ยวที่สวยๆงามๆบ้าง เผื่อจะได้ลืมเรื่องเครียดๆ จีรณะเห็นพ้อง เช้าวันรุ่งขึ้นจึงพากันออกเดินทาง

จิตราได้ไปสอนพวกเด็กนักเรียนร้อง เพลง เธอชื่นชมกับธรรมชาติที่สวยงาม ร้องเพลงอย่างสบายใจมีความสุข ทำให้ทั้งจีรณะ ผู้กอง และอาโปพลอยมีความสุขไปด้วย

“เด็กๆน่ารักดี จิตมาช่วยพี่ก้องสอนเด็กๆได้ไหม” จิตราถามผู้กอง เขาไม่ขัดข้องขอแต่ให้เธอมีความสุข

จิตราเห็นกระดุมเสื้อเขาหลุด บอกให้ถอดมาเดี๋ยวจะเอาไปซ่อมให้ ผู้กองใจเต้นแรงแข็งใจบอกว่าอย่าลำบากเลย

“ตั้งแต่เด็กจนโต พี่ก้องช่วยดูแลจิตมาตลอด แค่นี้เล็กน้อย ให้จิตทำนะคะ”

ผู้กองซึ้งกับความรู้สึกดีๆของเธอ กำลังจะบอกรัก อาโปก็มาขัดจังหวะว่าจีรณะเร่งให้ลงไปได้แล้วเดี๋ยวจะค่ำ

ผู้กองถอนใจอย่างแสนเสียดายโอกาสดีๆ ที่จะบอกความในใจกับจิตรา...

ooooooo

ตอนที่ 4

เอื้องถูกจับเข้าห้องขังเพราะจำนนด้วยหลักฐาน จีรณะบอกว่าตนคงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว คนทำผิดก็ต้องชดใช้กรรมที่ตัวเองก่อ

“แล้วใครจะชดใช้กรรมที่ทำกับเอื้องล่ะคุณจี เอื้องถูกพ่อแม่ส่งตัวมาให้แม่เลี้ยงโขกสับสารพัด เพื่อขัดดอกเบี้ยเงินกู้ เอื้องต้องพลัดพรากจากพ่อแม่พี่น้องมาตั้งแต่เด็กๆ เอื้องทำไปเพราะต้องการแก้แค้นแม่เลี้ยงแค่นั้นเอง”

ดาบม้วนบอกว่าเอื้องสารภาพเรื่องลักทรัพย์แต่เรื่องถูกข่มขืนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง โสภิตจึงเข้าหว่านล้อมแกมขู่เอื้องว่าให้พูดความจริงมา ยศข่มขืนเธอจริงหรือถ้ายอมว่าแจ้งความเท็จ ตนจะดูแลเรื่องคดีให้เธอเอง เธอก็จะได้กลับบ้าน ถามขู่ว่า

“พูดความจริงเลยเอื้อง เธอถูกนายยศข่มขืนจริงๆรึเปล่า ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ฉันจะหาทนายมาช่วยเธอเอง”

พอเห็นเอื้องลังเล โสภิตอ่อย “ถ้าเธอรับว่าเธอกับพี่ยศได้เสียกันด้วยความยินยอมพร้อมใจ ฉันจะยกหนี้สินให้พ่อแม่เธอทั้งหมด ให้ค่าทำขวัญเธอเป็นทุนไปทำมาหากินที่บ้าน ถ้าเธอท้องกับพี่ยศ ฉันจะรับผิดชอบทุกอย่าง แต่ถ้าเธอยังยืนยันจะดำเนินคดีกับพี่ยศ เราก็ไปว่ากันในศาล ตามพยานหลักฐานที่มี”

ปรากฏว่าเอื้องกลับคำให้การ จีรณะเสียความรู้สึก ผิดหวังมากที่อำนาจเงินก็ซื้อได้ทุกอย่างจริงๆ!

ฝ่ายบัวหอมที่ระยะหลังร่ำรวยอู้ฟู่ทองหยองเต็มตัวบอกว่าทำธุรกิจขายหุ้นน้ำมันจนตัวเองได้รางวัลนักขายระดับมงกุฎเพชร บัวหอมมาชักชวนชาวบ้านให้ซื้อหุ้นน้ำมันกันมากมาย แต่ไม่นานก็ถูกโกงกันหมดเนื้อหมดตัวไปตามกัน

ชาวบ้านโกรธแค้นบัวหอมจะรุมทำร้าย จีรณะต้องขอร้องชาวบ้านว่า

“อย่าครับน้าๆ น้าบัวหอมก็ถูกหลอกเหมือนกัน” ชาวบ้านที่หมดตัวพากันร้องไห้ฟูมฟาย จนจีรณะต้องบอกให้หยุดได้แล้ว ขอให้ทุกคน “ตั้งสติกันดีๆ มาช่วยกันคิดดีกว่า ไอ้หุ้นอุบาทว์อะไรนี่มาถึงบ้านเราได้ยังไง”

ooooooo

ในขณะที่ชาวบ้านร้องไห้ที่ถูกหลอกสูญเสียหมดทุกอย่างนั้น ที่คุ้มแม่เลี้ยง บรรยากาศสดชื่นอย่างไม่เคยมีมาก่อนเพราะพีรพงษ์เอาเงินมาประเคนให้มากมาย

พีรพงษ์บอกว่าตนแค่เอาเงินจากพวกโง่ๆ มาคืนเท่า นั้น โสภิตเข้ามาถามแม่เลี้ยงเกี่ยวกับสัญญาเห็นเงินมาก

มายถามแม่ว่าเงินอะไร แม่เลี้ยงปดว่าพีรพงษ์ขายที่ที่กรุงเทพฯ ที่แม่ฝากขายไว้นานแล้ว เดี๋ยวให้เอาไปเข้าแบงก์บอกให้พีรพงษ์ขับรถไปส่งเพื่อความปลอดภัย

พอพีรพงษ์ขอตัวไปเอารถมารับ โสภิตถามว่าทำไมต้องยัดเยียดตนให้พีรพงษ์ด้วย แม่เลี้ยงย้อนถามว่าเขาไม่ดีตรงไหน เขารักลูกมากอยากได้ลูกไปเป็นแม่ของลูกด้วย

โสภิตบอกว่า แม่จะให้ตนทำอะไรตนทำได้ทุกอย่างแต่ขอร้องว่า “เรื่องอย่างนี้อย่ามาบังคับจิตใจภิต”

“ฉันไปบังคับอะไรแกยัยภิต ฉันไม่อยากเสี่ยงให้แกไปหาผัว เดี๋ยวก็เหมือนกับยัยพิมพี่สาวแก ส่งให้ไปเรียนเมืองนอกดีๆ กลับไปมีผัวฝรั่งกระจอกๆ เพราะฉะนั้นอย่ามาขัดใจฉัน”

เป็นประกาศิตของแม่เลี้ยงที่ทำให้โสภิตพูดไม่ออก ทั้งที่มีความในใจมากมายที่อยากจะโต้ อยากจะแย้งและอยากจะค้าน!

ooooooo

จีรณะเดินนำดาบม้วนกับจ่าทองเข้ามาในสำนัก งานของตน ดาบม้วนเล่าว่า

“สารวัตรได้รับรายงานจากสายมาว่า ไอ้แก๊งหุ้นยางพาราไม่ใช่ในพื้นที่มันเดินสายหลอกลวงชาวบ้านไปทั่ว ได้เงินจากจังหวัดหนึ่งก็ย้ายไปอีกภาคอีกจังหวัดเปลี่ยน ตัวหุ้นไปเรื่อย เดี๋ยวหุ้นทอง หุ้นน้ำหอม หุ้นน้ำมัน สรุปก็เป็นแชร์ลูกโซ่ทั้งหมด”

“เอกสารที่ให้ชาวบ้านดูก็ของปลอมทั้งนั้น ชาวบ้านก็หลงดีใจ แรกๆได้รับเงินปันผลมากมาย พอทุ่มทุนลงไปมากๆ มันก็ปิดบริษัทเชิดเงินหนีเลย” ภีมะเพิ่มเติม

“แต่มันแปลกอยู่อย่างพี่ ถ้ามันเป็นคนนอกพื้นที่ ทำไมมันเลือกน้าบัวหอมเป็นเหยื่อตกเบ็ดพวกชาวบ้าน แค่ไม่กี่วันมันรู้ได้ยังไงว่าน้าบัวหอมเป็นคนที่ชาวบ้านรู้จักมักคุ้น ไว้เนื้อเชื่อใจ” จีรณะตั้งข้อสังเกต พลันก็ได้รับโทรศัพท์จากบุญมีบอกว่าลุงคำปันกำลังจะฆ่าตัวตาย เขาบอกบุญมีว่า “เดี๋ยวผมไป เกลี้ยกล่อมแกเอาไว้ก่อน” แล้วลุกพรวดไปเลย

ไปถึงบ้านลุงคำปัน แกถือมีดตวัดไปมาจะผูกคอตายเพราะซื้อหุ้นยางพาราถูกโกงหมดเนื้อหมดตัว ที่ใกล้ๆ แกมีหลานเล็กๆสามคนร้องไห้กันกระจองอแง จีรณะเข้า

ไปหว่านล้อมให้ลงมาคุยกันดีๆมีอะไรค่อยๆพูดคุยปรึกษากัน เมื่อลุงคำปันจะฆ่าตัวตายให้ได้ จีรณะเปลี่ยนเป็นไม้แข็งขู่ว่า

“ลงมาเดี๋ยวนี้ลุงคำปัน ไม่งั้นผมยิงลุงแน่...” เห็นแกชะงักฟัง จีรณะถามว่า “ทำไมไม่เห็นแก่หลานๆลุงบ้าง ลุงฆ่าตัวตายหนีหนี้หมดทุกข์หมดโศกไปคนเดียว แล้วเด็กๆพวกนี้จะอยู่ยังไง บาปนะลุง คิดดู พ่อแม่ก็ทิ้งไปแล้ว ตายังจะฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตา จิตใจพวกเขาจะเป็นยังไง มาช่วยกันแก้ปัญหาไม่ดีกว่าเหรอครับ”

เมื่อลุงคำปันลงมาแล้ว จีรณะเปิดวงแบปัญหาคุยกัน จึงรู้ว่าชาวบ้านเป็นหนี้เจ๊พร บุญมีเล่าว่า

“ไอ้จี...พวกข้าเก็บเกี่ยวข้าวมาพอจะมีเงินเก็บ ก็เอาไปลงทุนเสียหมด จะไปกู้แม่เลี้ยงมันก็ไม่ยอมให้กู้เพิ่ม มีเจ๊พรนี่แหละที่ให้เงินกู้ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำ
ประกัน แค่ทำสัญญาเงินกู้ลอยๆเก็บดอกเบี้ยรายวันเลย ร้อยละสิบ”

ooooooo

โสภิตนั่งรถไปกับพีรพงษ์ แทนที่เขาจะพาไปฝากเงินตามที่แม่เลี้ยงบอก กลับจะพาไปทานอาหารอิตาเลียน อาหารทะเล หรือจิบกาแฟขี้ชะมดบนดอยแก้วละ 800 บาท

โสภิตปฏิเสธทุกที่ แต่ชวนไปกินร้านหนานเทือง คุยอวดว่าร้านนี้มีทั้งก๋วยเตี๋ยว ข้าวซอย ข้าวแกงราคาไม่แพงด้วย

ระหว่างนั่งรออาหารนั่นเอง บัวหอมกับดาบม้วนก็ทะเลาะกันโขมงโฉงเฉงเรื่องเงิน ดาบม้วนโทษว่าบัวหอมปลอมลายเซ็นตนเบิกเงินในธนาคารไปหมด บัวหอมก็โทษว่าดาบม้วนบังคับให้ตนหาเงินที่แอบเบิกไปมาคืน ตนจึงต้องไปกู้จากเจ๊พรมาให้ เถียงกันไม่ชนะก็โถมเข้าตบตีกันจนชุลมุนไปทั้งร้าน
โสภิตได้ยินว่าบัวหอมไปกู้เงินจากเจ๊พร เธอคิดว่าเป็นเจ้าแม่เงินกู้รายใหม่

จีรณะตรวจสอบเอกสารการกู้เงินแล้วรับปากกับชาวบ้านว่าจะเจรจากับเจ๊พรให้

ต่อมา เมื่อเจอแม่เลี้ยงที่พาโสภิตมาเปิดตลาดลูกค้าใหม่ จึงรู้ว่า เจ๊พรเป็นลูกหนี้แม่เลี้ยง หมุนเงินไม่ทันจึงโอนหนี้ลูกหนี้ของตัวเองมาใช้หนี้ตนแทน พูดแล้วบ่น...

“เฮ้อ...ก็ลูกหนี้หน้าเดิมๆทั้งนั้น อุตส่าห์ลดต้นลดดอกหนี้เดิมให้แล้วนะเนี่ย ไปลงทุนทำอะไรเจ๊งกันมาอีกล่ะ”

จีรณะจ้องหน้าโสภิตแววตาแข็งกร้าว ถามว่าวางแผนกันมาก่อนแล้วใช่ไหม

“วางแผนอะไรกันมาก็ไม่รู้หรอกนะ เพราะลูกโสภิตเขาจัดการให้แม่หมด ลูกภิตเขาตรวจสอบสัญญาแล้วว่าถูกต้องตามกฎหมายทุกฉบับ จริงไหมลูก”

โสภิตตอบอึกอักว่าเราทำตามขั้นตอนทุกอย่าง จีรณะประกาศกร้าวว่า เรื่องมันไม่จบง่ายๆอย่างนี้หรอก แม่เลี้ยงท้าทายว่ามีอะไรไปเจอกันที่ศาลก็แล้วกัน แล้วก็พาโสภิตออกไป แต่พอไปถึงลานจอดรถ โสภิตถามแม่ว่าทำอย่างนี้ ตั้งใจแก้แค้นพวกชาวบ้านใช่ไหม

แม่เลี้ยงถามว่าแก้แค้นที่ไหน พวกชาวบ้านใช้เงินเกินตัวหวังรวยทางลัดไปเล่นหุ้นยางพาราจนหมดเนื้อหมดตัวกันเอง ตนเอามีดไปจี้ให้มากู้มาลงทุนที่ไหนโสภิตติงว่า แต่เราก็ไปหลอกล่อเขา

“พวกนี้มันไม่มีทางปลดหนี้หรอก ถึงไม่เป็นลูกหนี้เรา ก็ดิ้นรนไปหาเจ้าหนี้คนอื่นอยู่ดี เลิกสนใจพวกนี้ได้แล้ว” ว่าแล้วแม่เลี้ยงขับรถตัวเองออกไป

ooooooo

โสภิตเดินมาขึ้นรถตัวเอง เธอตกใจเมื่อจีรณะพรวดเข้ามานั่งด้วย

“นายขึ้นมาทำไม  ลงไปนะ” จีรณะคว้ากระเป๋าถือเธอ ยื้อแย่งกันจนเหมือนเธออยู่ในอ้อมกอดเขาเธอขู่เขาว่า “ถ้านายไม่ลงไปฉันจะร้องให้คนช่วย คราวนี้จะไม่แค่ร้อง แต่ฉันจะแจ้งตำรวจว่านายปล้นทรัพย์กักขัง หน่วงเหนี่ยว  แล้วก็อย่าหวังว่าจะมีคนไปประกันนายอีก”

“เพิ่มลวนลาม ข่มขืนอนาจารไปด้วยเลยนะ จะได้คุ้มหน่อย” ไม่พูดเปล่าจีรณะยังยื่นหน้าไปเกือบชนหน้าเธอ พูดยียวนทำตาวาว “คุณเป็นคนสวย สวยมาก...แต่ใจดำสิ้นดี ผมไม่เข้าใจ เสียงก่นด่าสาปแช่งของชาวบ้าน ไม่ระคายผิวพวกคุณบ้างเชียวหรือ  ทำไมคุณต้องจองล้างจองผลาญ ขูดเลือดเนื้อพวกเขาขนาดนี้”

โสภิตถามว่าไม่ได้ยินหรือแม่ตนบอกแล้วว่าเจ๊พร โอนหนี้มาให้แม่ จีรณะพูดอย่างผิดหวังมากว่า

“ผมไม่อยากเชื่อเลยว่า  คุณจะพูดแบบนี้ได้  นี่ถ้าวันนี้ผมกล่อมลุงคำปันไม่ให้ผูกคอตายไม่สำเร็จ  ป่านนี้มีศพมาให้คนใจหินอย่างคุณดูแล้ว” เธอถามว่าลุงคำปันปลอดภัยแล้วใช่ไหม “ถึงไม่หมดลมหายใจ แต่ลุงแกกับหลานอีกสามชีวิตก็กำลังจะตายทั้งเป็น”

จีรณะกระแทกกระเป๋าเงินคืนให้  พูดประชด “กอดเงินของคุณเอาไว้เถอะ กอดเอาไว้ให้แน่นๆ เพราะมันคงเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุดในชีวิตคุณ หวังว่ามันจะทำให้คุณกับครอบครัวมีความสุขกันได้จนถึงวันสุดท้ายของชีวิตนะ” พูดแล้วเปิดประตูรถลงไป ทิ้งโสภิตไว้ราวกับเศษธุลี!

ooooooo

แม่เลี้ยงบอกแกมบังคับให้ยศพานิตยาไปช็อปปิ้งตามเคย  นิตยาบ่นว่าพามาตลาดอย่างนี้ไม่มีอะไรจะซื้อ ยศจึงเสนอจะขับรถพาเธอกินลมแทน

ยศมั่วนิ่มจับมือเธอ นิตยากระตุกมือกลับทันที ทำเสียงดุว่า

“จะทำอะไรคะ  เดี๋ยวใครเห็นไปฟ้องคุณพ่อ  คุณพ่อจะไม่ยอมให้นิตไปกับคุณสองต่อสองอีก”

“ผมขอโทษครับ...มือมันไปโดนเอง” ยศทำเป็นขอโทษ แอบทำหน้าเซ็งจนบอกไม่ถูก

ที่ร้านขายเสื้อผ้า  จิตรากำลังเอาเสื้อทาบกับตัว

ผู้กองเกียรติก้องชมว่าตัวนี้ก็เท่ดี  นิตยาเห็นจิตราก็หาทางแกล้งยศ  ทำทีเดินเข้าไปทัก  ถามเสียงดังให้ยศได้ยินว่า

“อ้าว...คุณพยาบาลนี่เอง เจอกันอีกแล้วนะคะ พาแฟนมาซื้อเสื้อเหรอ รสนิยมดีจัง” แล้วแย่งเสื้อจากจิตราไปทาบกับยศพูดหน้าตาเฉยว่า “พี่ยศ ไหนลองทาบดูซิคะ นิตว่าพี่ยศใส่แล้วต้องสมาร์ทมากๆ”

ยศผสมโรงเย้ยผู้กองว่าตนใส่อะไรก็เท่อยู่แล้ว ไม่เเหมือนพวกอยู่ป่าอยู่ดอย ใส่ของดียังไงก็ช่วยไม่ได้ แล้วทำท่าจะเอาตัวนั้น  ถูกอาโปแย่งคืนถามว่าหน้าด้านรึเปล่ามาแย่งของคนอื่น นิตยาด่าอาโปแล้วให้ยศตบสั่งสอน แต่พอยศจะตบอาโปก็ถูกเกียรติก้องจับข้อมือบิดจนร้องลั่น

“โอ๊ย...เจ็บ ปล่อยกู กูจะฟ้องแม่ให้ย้ายแกไปเป็นตำรวจเข็นศพที่นิติเวช”

“พอแล้ว ไปเถอะค่ะพี่ก้อง” จิตราจับมือเกียรติก้องที่หักข้อมือยศอยู่ชวนออกไปกัน ยศยืนกุมมือหน้าบิดเบี้ยว

เกียรติก้อง จิตรา และอาโปออกไปแล้ว ยศยังกุมมือตัวเองอยู่ เจ๊เจ้าของร้านมาบอกว่าผู้หญิงที่มากับเขาไปแล้ว ยศลุกมองไปรอบตัวพึมพำ “คุณนิต...” แล้ววิ่งไปดูหน้าร้าน ไม่เห็นแม้แต่เงาของนิตยา...

ooooooo

นิตยาหนีกลับจวน บ่นอย่างหงุดหงิดกับคุณนายผู้เป็นแม่ว่า

“ผู้ชายห่วยแตก ทั้งๆที่อยู่กับหนู แต่กลับไปหึงเมียเก่าออกนอกหน้า แบบนี้มันไม่ให้เกียรติกันนะคะคุณแม่”

“เรื่องแค่นี้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่สักหน่อย” นิตยาถามว่าแล้วเรื่องใหญ่ของคุณแม่คืออะไร คุณนายปั้นหน้าเครียดบอกว่า “ครอบครัวล้มละลาย ถูกยึดทรัพย์ ฉันถึงจะถือว่าเป็นเรื่องใหญ่”

ฟัง “เรื่องใหญ่” ของแม่แล้ว นิตยากระแทกตัวลงนั่งบ่นเซ็งๆ

“เจ้าชู้ไปทั่ว เรียนตกแล้วตกอีก ผ่านมาได้เพราะซื้อมา งานการไม่ทำ ขี้โม้ ขี้คุย ที่สำคัญหุ่นขี้ก้าง กล้ามสักมัดก็ไม่มี ผู้ชายอย่างนี้หรือคะ ที่แม่จะให้หนูแต่งงานด้วย หนูไม่แต่งด้วยหรอก”

“แต่แกต้องแต่ง คิดดูดีๆปีหน้าคุณพ่อก็จะเกษียณ

อายุราชการแล้ว พออำนาจหมด เงินก็หมด พ่อแกเขาเป็นข้าราชการที่กินอุดมคติ โล่เต็มบ้าน เงินไม่มีเก็บ เราต้องอาศัยเงินบ้านตายศมาเป็นทุนทำกิจการโน่นนี่เลี้ยงครอบครัว เข้าใจรึยัง”

นิตยาทำหน้าฮึดฮัดขัดใจ พอดีผู้ว่าฯเดินเข้ามามีมนัสถือของตาม ผู้ว่าฯมองสองแม่ลูกบอกว่ามนัสจะมาเป็นผู้ช่วยตน  ถามว่า “เมื่อกี้แม่ลูกคุยอะไรกัน” คุณนายปดหน้าตาเฉยว่าคุยเรื่องเตรียมงานแต่งงาน “แน่ใจหรือว่าลูกชายแม่เลี้ยงอมราเป็นคนดี ที่ได้ยินเข้าหูแต่ละเรื่องมันแย่ๆทั้งนั้น”

“พวกลูกหนี้แม่เลี้ยงมันปล่อยข่าวทั้งนั้นค่ะ ตายศเป็นคนใช้ได้ ฉันรับรอง ใช่ไหมยัยนิต” คุณนายแอบหยิกนิตยาที่กำลังมองมนัสเพลิน เธอสะดุ้งรีบตอบตามน้ำว่า

“ค่ะ คุณพ่อ พี่ยศเป็นสุภาพบุรุษที่สุดในโลก”

ooooooo

แม่เลี้ยงนั่งอยู่กับโสภิต กำลังเตรียมงานแต่งของยศอย่างเข้มงวด แม่เลี้ยงขีดวงพวกกั้นประตู ปากก็บ่นว่า

“ไอ้พวกชอบกั้นประตู ให้ไอ้ชีพกับไอ้กาบโยนประทัดยักษ์นำเข้าไปก่อน ให้พวกมันกระเจิงไปเลย ส่วนเงินในซองใส่ซองละห้าสิบบาทก็พอ เผื่อมันกั้นหลายประตู ไหนจะค่าไถ่รองเท้า ไม่รู้ไอ้บ้าตัวไหนเป็นต้นคิด ปัญญาอ่อนจริงๆ ยัยภิตได้ยินแม่พูดไหม”

โสภิตสะดุ้งถามแม่ว่าแล้วแขกฝ่ายเราต้องออกการ์ดเชิญ มีใครต้องเชิญเป็นพิเศษบ้างไหม แม่เลี้ยงบอกให้เธอไปเช็กดู ย้ำว่า

“เราจะเชิญพวกพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงเจ้าของกิจการที่ประวัติการเงินดีไม่มีตัวแดงในธนาคาร ใครที่ยากจนข้นแค้นอยู่เขียมกินเขียมขี้เหนียว ไม่ต้องเชิญพวกมัน เปลืองที่นั่ง เปลืองอาหาร”

แม่เลี้ยงส่งกระดาษรายการคืนให้โสภิต เธอเก็บใส่แฟ้มเอกสาร แอบมองแม่เห็นกำลังเปิดโน้ตบุ๊ก ปากก็พูดไม่หยุด...

“เดี๋ยวแม่ดูพวกเพื่อนๆตามต่างจังหวัดก่อน ใครเหมาะสมที่จะเชิญบ้าง” แต่ไม่ทันไร ก็ได้รับโทรศัพท์จากคุณนาย ฟังปลายสายแล้วอุทานหน้าเครียด “อะไรนะคะ...จริงเหรอคะ ตายศทำอย่างนั้นกับหนูนิตจริงๆเหรอคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ ดิฉันจะจัดการให้”

พอดียศเดินเข้ามา แม่เลี้ยงวางสายแล้วถามทันทีว่าพานิตยาไปไหนมาบ้าง ยศทำเสียงปลื้มเล่าว่า

“โอ๊ย...เยอะแยะเลยครับแม่ กินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้งในตัวเมือง” แม่เลี้ยงถามว่าแล้วหนูนิตมีความสุขไหม “มากเลยครับแม่ ท่าทางหลงผมสุดๆ”

สิ้นเสียงคุยโวของยศเท่านั้น แม่เลี้ยงก็เต้นเร่าๆเป็นเจ้าเข้าด่ายศว่าโกหก ไอ้ลูกชั่ว จะเอาเลือดหัวออก โสภิตกับพวกต้องช่วยกันห้ามช่วยกันรั้งแม่เลี้ยงไม่ให้เข้าไปถึงตัวยศ

ยศหนีกลับเข้าห้องนอน โสภิตตามมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมแม่ถึงโกรธได้ขนาดนี้ ยศเล่าว่าตนไปเจอจิตราควงผู้ชายคนใหม่มาเยาะเย้ยตน นิตยาไปกับตนด้วยเลยเป็นเรื่อง โสภิตตำหนิว่าหย่ากับจิตราไปแล้วก็ไม่ต้องไปยุ่งกับเขา ยศอ้างว่าตนถูกแม่บังคับให้หย่าต่างหาก

ยศระบายว่า ทุกวันนี้ต้องทนให้แม่กดหัวบังคับ ตนยอมทุกอย่างเพื่อเอาใจแม่ พูดอย่างอัดอั้นว่า

“ถ้าทนไม่ไหว พี่จะหนีไปแบบพี่พิม เชิญเธออยู่เป็นลูกรักไปคนเดียวเถอะ”

ooooooo

กลับถึงบ้านพักของจีรณะแล้ว ทุกคนช่วยกันทำอาหารมื้อเย็น จีรณะกลับมาทักอารมณ์ดีว่ามาทันเวลากินพอดีไม่ต้องทำอะไรเลยโชคดีจริงๆ อาโปไม่ยอม บอกว่ากินเสร็จต้องช่วยล้างถ้วยชาม

ทั้งสองพูดหยอกล้อกันไปมา แล้วอาโปช่างพูดก็เล่าจ้อยๆว่า วันนี้พวกเราไปเจอคนชื่อยศกับแฟนใหม่ ยศถูกผู้กองหักข้อมือร้องอย่างกับหมูตกเขาเลย ผู้กองไม่อยากให้เสียบรรยากาศ เบรกอาโปว่าอย่าเพิ่งคุยรีบจัดกับข้าวตั้งโต๊ะเร็ว

เมื่อทุกคนมานั่งโต๊ะต่างกินกันเงียบๆบรรยากาศไม่แจ่มใสนัก อาโปกินข้าวพลางเล่าที่มีเรื่องกับยศวันนี้ให้จีรณะฟังอย่างติดลม ถูกผู้กองเรียกปรามเพราะไม่อยากให้กระทบกระเทือนใจจิตรา

“ไม่เป็นไร อาโปเล่าไปเถอะ เขาจะทำอะไรก็ช่างเขา” จิตราฝืนยิ้ม จีรณะถามเธอว่ามันมายุ่งอะไรกับพวกเราหรือ “ไม่มีอะไรหรอกพี่จี บังเอิญไปเจอกันในตลาด เขามากับลูกสาวผู้ว่าคู่หมั้นของเขา”

จิตราพูดกลบเกลื่อนพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ แต่อาโปก็ยังช่างเล่าไม่หยุด ครู่หนึ่งจิตราลุกไปที่ครัวบอกว่าลวกผักไว้ อาโปมองตามเดาว่า “พี่จิตต้องแอบไปร้องไห้แหง ตอนกลับมาก็รีบเข้าห้องไปร้องไห้ตั้งนาน”

ผู้กองจึงเล่าว่า ยศคิดว่าตนเป็นแฟนจิตราเลยเข้ามาหาเรื่อง จีรณะย้อนถามว่าแล้วทำไมเขาไม่บอกไปเลยว่าใช่

“เฮ้ย...จะให้ฉันพูดอย่างนั้นได้ไง แกนี่พูดอะไรไม่เห็นแก่จิตใจของน้องสาวแกเลย” ผู้กองติงเพื่อนเขินๆ

“แล้วแกล่ะ คิดถึงจิตใจของตัวแกเองบ้างรึเปล่า”

อาโปมองหน้าผู้กองโพล่งออกมาอย่างแก่แดดว่า “ผู้กองชอบพี่จิตเหรอ อาโปนึกแล้ว...” เลยถูกผู้กองดุว่าไม่ใช่เรื่องของเด็ก อาโปเลยเงียบมองผู้กองตาแป๋ว

ooooooo

วันนี้แม่เลี้ยงจะไปที่จวนผู้ว่าฯเพื่อขอโทษนิตยา บอกโสภิตว่าจะยอมให้งานแต่งล้มไม่ได้ โสภิตถามว่าจะไม่ส่งข่าวบอกพิมพรหรือ งานนี้ครอบครัวน่าจะอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา

แม่เลี้ยงหน้าเครียดทันที ย้อนถามว่า “บอกมันทำไม มันเคยเห็นฉันเป็นแม่มันไหม เห็นภิตเห็นยศเป็นน้องของมันไหม อารมณ์กำลังดีๆคุยเรื่องงานมงคลอยู่ เอ่ยชื่อมันขึ้นมาทำไมก็ไม่รู้”

ทันใดนั้นเอง เสียงบ็อบบี้ลูกชายวัย 6 ขวบของพิมพรที่เกิดกับสามีฝรั่ง ก็ร้องเรียกเสียงใสวิ่งเข้ามาสวัสดีคุณยาย แม่เลี้ยงกับโสภิตมองตะลึง โสภิตมองบ็อบบี้ดีใจ แต่แม่เลี้ยงเกรี้ยวกราด ชี้หน้าถามว่าเป็นใคร สั่งชีพให้ไล่ออกไปเดี๋ยวนี้

“นั่นบ็อบบี้ลูกของพิมค่ะแม่” เสียงพิมพรตามเข้ามา ทุกคนตกใจที่จู่ๆพิมพรกลับมาไม่มีใครรู้เนื้อรู้ตัว

แม่เลี้ยงเกรี้ยวกราดกับพิมพรและบ็อบบี้ ด่าพิมพรว่าลูกอกตัญญู ไล่ให้ลากกระเป๋าออกไปเลย อารมณ์เกรี้ยวกราดทำให้โรคหัวใจกำเริบจนหน้ามืดเป็นลม โสภิตประคองแม่ไปนอนที่โซฟาเอายาใต้ลิ้นชักมาให้อม นั่งพัดวีให้สบายตัว พิมพรนั่งเฝ้าอย่างเป็นห่วง บ็อบบี้ก็นั่งบีบมือยายอย่างน่ารัก

ห้องนอนของพิมพรยังรักษาไว้อย่างเดิม และคนใช้ก็ทำความสะอาดทุกวันเหมือนเธอยังอยู่ที่บ้าน

พิมพรเล่าให้โสภิตฟังว่า ตนเลิกกับโทมัสพ่อของบ็อบบี้แล้ว ยอมรับว่าความรักที่เกิดจากความเหงามันไม่ยั่งยืน บ่นว่าจิตรกรอย่างโทมัสกินอุดมการณ์ รูปไม่ขาย ลูกเมียจะอดอยากแค่ไหนไม่สน ตนต้องไปทำงานนอกบ้านแสนเหนื่อย กลับมาก็ต้องเลี้ยงบ็อบบี้ นอนวันหนึ่งถึงสามชั่วโมงหรือเปล่าก็ไม่รู้ บอกโสภิตว่า

“พี่ไม่กลับไปที่นั่นอีกแล้ว ถ้าแม่ไม่ให้พี่อยู่ พี่ก็จะไปตายเอาดาบหน้า”

“พี่พิมกับหลานไม่ต้องไปไหน ภิตจะพูดกับแม่ให้ แต่ภิตไม่รับรองว่าแม่จะฟังภิตหรือเปล่า พี่ก็รู้ว่าแม่เป็นคนยังไง รักแรงเกลียดแรง ลองได้โกรธแล้วฝังใจไม่ยอมให้อภัยยกโทษให้ใครง่ายๆ”

สองพี่น้องคุยกันถึงความหลัง ที่โสภิตเองก็อยากไปเรียนเมืองนอกแต่ไม่ได้ไป พิมพรกับยศก็ตีกันทุกวัน พูดแล้วพิมพรนึกขึ้นได้ถามว่ายศเป็นอย่างไรบ้าง ยังเหลวไหลเหมือนเดิมหรือเปล่า?

แม่เลี้ยงใจหินเลือดเย็นกับทั้งพิมพรและบ็อบบี้ไม่ยอมให้อยู่ที่คุ้ม โสภิตหว่านล้อมอย่างไรก็ไม่ใจอ่อน กระทั่งพิมพรกราบขอโทษก็ยังปัดมือออก โสภิตรู้จุดอ่อนของแม่ หว่านล้อมว่า

“แม่คะ ยกโทษให้พี่พิมเถอะนะคะ ถ้าแม่ไม่ให้อภัยก็นึกถึงท่านผู้ว่าก็ยังดี ท่านจะคิดยังไงคะ ถ้ารู้ว่าครอบครัวเราแตกแยก แม่ไล่ลูกกับหลานไปนอนข้างถนน เขาจะให้ลูกสาวเขามาเป็นสะใภ้ตระกูลเราหรือคะ เราต้องสร้างความกลมเกลียวให้เขาเห็นสิคะ”

นั่นแหละ...แม่เลี้ยงจึงยอมให้พิมพรกับบ็อบบี้อยู่ที่คุ้ม ย้ำกับโสภิตและพิมพรว่า ที่ตนยอมครั้งนี้เพื่อสร้างภาพเท่านั้น แต่ยังไม่วายไล่ให้พิมพรกับบ็อบบี้ไปกินข้าวที่ครัว ไม่ยอมให้นั่งร่วมโต๊ะ

เมื่อยศกลับมา แม่เลี้ยงบังคับให้ไปง้อนิตยาให้สำเร็จ ถ้าง้อไม่สำเร็จไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้า ทั้งยังจะหักเงินเดือนเดือนละหนึ่งหมื่นบาทเอาไปเป็นค่าเล่าเรียนให้บ็อบบี้ด้วย

“แม่นะแม่ ลูกตัวเองยังเค็มสุดขั้ว พี่พิมจะกลับมาทำไมก็ไม่รู้” ยศหงุดหงิดบ่นกระปอดกระแปด

ฝ่ายนิตยาแต่งตัวอ่อยมนัสที่พ่อเอามาเป็นผู้ช่วย ทำทีว่าเจองูร้องขอความช่วยเหลือแล้วเป็นลม พอมนัสเข้าประคองถูกคุณนายมาตวาดแว้ดให้ปล่อยลูกสาวตน พอดียศมาถึง คุณนายให้ยศอุ้มนิตยาเข้าบ้าน ยศอุ้มนิตยาหนักจนเดินเป๋ไปเป๋มาสะดุดอะไรบางอย่างล้ม นิตยาหลุดมือหล่นพลั่ก เธอลุกขึ้นพูดเย้ยก่อนเดินเข้าบ้านไปว่า

“โธ่เอ๊ย...จะโชว์พาวก็ไม่มีปัญญา ไปหัดวิ่งให้รอบสนามก่อนเถอะค่ะค่อยอาสามาอุ้มนิต” ว่าแล้วเดินตุปัดตุป่องไป

ยศยืนหอบแฮ่กยิ้มเรี่ยราด คุณนายได้แต่มองอย่างอ่อนใจ

ooooooo

กลับถึงคุ้ม ยศแกล้งใช้บ็อบบี้ไปซื้อแตงโมที่ตลาด บ็อบบี้ออกไปนั่งรถสองแถวฝากป้าที่นั่งรถมาด้วยกันว่าถึงตลาดให้บอกด้วย ไปถึงตลาดเจอเด็กๆเล่นล้อต๊อกกันอยู่ บ็อบบี้แวะไปดู จับได้ว่าเด็กโข่งโกงเด็กเล็กเลยเข้าไปต่อว่า

บ็อบบี้ถูกเด็กโข่งกับพวกรุมเล่นงาน โชคดีที่จีรณะไปเจอช่วยไว้ แต่บ็อบบี้ก็สะบักสะบอมมอมแมมไปหมด ถามว่าบ้านอยู่ไหนก็จำไม่ได้ เขาจึงพากลับไปที่บ้านพัก จิตราซึ่งเป็นพยาบาลดูแลอย่างดี บ็อบบี้เป็นไข้ก็เอายาให้กิน พอทุเลาก็พยายามถามถึงคนแวดล้อมเพื่อจะพาไปส่งบ้าน

บ็อบบี้บอกว่าตน ชื่อบ็อบบี้ ชื่อจริงคือ บูรณาถาม จิตราว่าชื่ออะไร จิตราบอกชื่อตนและชี้ไปที่จีรณะบอกว่านั่นคือพี่ชายชื่อจีรณะ หรือจี บ็อบบี้ท่อง “มิสเตอร์จี มิสจิตรา” จีรณะถามบ้างว่าแม่บ็อบบี้ชื่ออะไร?

“แม่ชื่อพิมพรครับ ผมกับแม่กลับจากอเมริกามาอยู่กับคุณยายชื่อ...แม่เลี้ยง...”

บ็อบบี้จำได้แค่นั้น แต่ทั้งจีรณะและจิตรามองหน้ากันตกใจ รู้ทันทีว่านั่นคือแม่เลี้ยงอมรา!

ที่คุ้มแม่เลี้ยงเพิ่งจะรู้กันว่าบ็อบบี้หายไป พากันตามหาทั่วคุ้มก็ไม่เจอจึงไปแจ้งความ แม่เลี้ยงประกาศให้รางวัลคนที่ตามเจอบ็อบบี้ว่าจะยกหนี้ให้ทั้งต้นทั้งดอกคืนโฉนดจำนองของจำนำให้ทั้งหมด

ส่วนโสภิต พิมพร ก็ตระเวนหา จนมาเจออาโป พอรู้จากอาโปว่าบ็อบบี้อยู่ที่บ้านจีรณะ แทนที่จะดีใจกลายเป็นเรื่องทันที

โสภิตหาว่าจีรณะจับบ็อบบี้มาเรียกค่าไถ่ ชี้ตัวให้ดาบม้วนจับไปโรงพัก แม้บ็อบบี้จะพยายามบอกว่ามิสเตอร์จีกับมิสจิตเป็นคนช่วยตนก็ไม่มีใครฟัง จ่าทองทวงรางวัลที่แม่เลี้ยงตั้งไว้ โสภิตโบ้ยว่าเรื่องนี้ตนไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเพราะความจริงที่บ็อบบี้มาอยู่ที่นี่ตนก็ยังไม่กระจ่าง พิมพร บอกโสภิตให้จ่ายค่าเสียเวลาไปหมื่นบาทตัดปัญหาเสีย

“เราช่วยบ็อบบี้เพราะเห็นแก่มนุษยธรรม ไม่ได้ต้องการอะไรตอบแทน ให้เขากลับไปเถอะค่ะพี่จี” จิตราเอ่ยขึ้น

“ได้ยินชัดแล้วนะ เชิญ” จีรณะจ้องหน้าโสภิต เธอรีบเก็บเงิน อาโปทนไม่ได้โพล่งขึ้นว่า

“คนใจดำ หน้าตาสวยซะเปล่า ใจดำเหมือนอีกา”

บ็อบบี้ถามพิมพรว่าอีกาแปลว่าอะไร ถูกพิมพรกระชากแขนเสียงเข้มใส่ว่า

“มันด่าเราน่ะซิ เพราะยูคนเดียวบ็อบบี้ กลับไป มามี้จะทำโทษ!”

พอบ็อบบี้กลับถึงคุ้ม พวงดีใจมากจะไปบอกแม่เลี้ยงซึ่งหลับไปแล้ว โสภิตห้ามไว้ไม่ให้รบกวนเพราะบ็อบบี้ก็ปลอดภัยแล้ว พวงถามว่าตกลงใครจับบ็อบบี้ไป

“ไม่มีหรอก แค่หลงทาง ป้าพวงช่วยชงนมอุ่นๆ มาให้บ็อบบี้ที” โสภิตสั่ง แล้วหันบอกพิมพรว่า “พี่พิมคะยังไงก็อย่าเล่าเรื่องที่เราไปเจอบ็อบบี้ที่บ้านนายจีรณะให้แม่ฟังนะคะ ภิตไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่”

พิมพรปรารภว่าคนบ้านนั้นก็ดูดี ถึงจะเป็นลูกหนี้แม่เราก็ไม่น่าจะถึงกับจับคนเรียกค่าไถ่ บ็อบบี้คงพูดจริง โสภิตบอกว่าเขาไม่ได้เป็นลูกหนี้แต่เขาโกรธเราเรื่องอื่นไว้วันหลังจะเล่าให้ฟัง แล้วถามบ็อบบี้ว่าไปตลาดทำไม

“ก็น้ายศ...” บ็อบบี้กำลังจะเล่า ก็ถูกยศเข้ามาขัด จังหวะเสียก่อน ทำเป็นแสดงความห่วงใยบ็อบบี้ พอโสภิตกับพิมพรเผลอก็แอบกระซิบขู่บ็อบบี้ว่า ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าบอกว่าตนใช้ไปซื้อของ! บ็อบบี้เลยไม่กล้าเล่าความจริง

ooooooo

ที่โรงเรียน ตชด. วันนี้เปิดเทอมวันแรกครูลัดดารายงานผู้กองเกียรติก้องว่านักเรียนมากันครบขาดอาย้งคนเดียว

อาย้งวัย 8 ขวบ เป็นลูกของตียูมอดไม้ที่หนีไปเมื่อวันก่อน ผู้กองกับจ่าตุ๋ยจึงไปหาอาย้งที่บ้าน เจออาย้งเนื้อตัวมอมแมมออกมาจากชายป่า ถือห่อผ้ามีข้าวโพด

มันเทศและมันแกวมาอย่างละเล็กละน้อย ผู้กองถามว่าทำไมไม่ไปโรงเรียน

อาย้งบอกว่าต้องเฝ้าบ้านเพราะพ่อไม่กลับบ้านมาหลายวันแล้ว

“เดี๋ยวไปเอาข้าวกับข้าวที่โรงเรียนนะ ถ้าไม่เจอผู้กองก็ไปเอาที่ครูแหวนนะครับ”

ทันใดนั้น จ่าตุ๋ยวิ่งมาบอกว่าพวกป่าไม้ปะทะกับคน ร้าย ผู้กองจึงรีบขึ้นรถไปกับจ่าตุ๋ย เจอป่าไม้กำลังยิงต่อสู้กับคนร้าย พอคนร้ายเห็น ตชด.มาก็ตะโกนบอกพรรคพวกให้หนี แต่ตะโกนบอกชาวบ้านที่เป็นมอดไม้ซึ่งมีตียูอยู่ด้วยว่า

“พวกมึงยิงถ่วงเวลาไว้ ใครหนีกูจะตามไปฆ่าถึงบ้าน”

ตียูใส่แก๊ปง้างนกเหลียวหาเพื่อนๆ ปรากฏว่าหนีไปกันหมดแล้ว ตียูตกใจหลับหูหลับตายิง ผู้กองกับจ่าตุ๋ยกระเด็นหงาย ตียูตกใจ คุกเข่ายกมือไหว้ร้องไห้

“ผู้กอง...จ๋าตุ๋ย...ตียูขอโทษ...”

ตชด.และป่าไม้ โผล่ออกมารายล้อมตียูไว้ อีกส่วนรีบไปดูผู้กองกับจ๋าตุ๋ย...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:40 น.