ตอนที่ 7
ระหว่างถ่ายทำรายการใหม่แกะกล่องที่สุดยอดเป็นพิธีกร โดยมียาหยีและไฮโซก้องเป็นแขกรับเชิญ ฝ่ายชายเกิดรู้สึกพึงพอใจยาหยีขึ้นมา ทำให้งานไหลลื่นราวกับทั้งคู่เป็นแฟนกันจริงๆ แต่แทนที่สุด-ยอดจะดีใจ เขากลับรู้สึกเซ็งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ขณะที่สุดยอดเบื่อๆเซ็งๆ ไม่คิดว่าเพิร์ลลี่จะโผล่มาเซอร์ไพรส์
“เพิร์ลลี่มาที่นี่ได้ยังไง ไหนว่าติดอีเวนต์ใหญ่ไงครับ”
“ความจริงตอนนี้เพิร์ลลี่ควรจะอยู่ในงาน แต่เพิร์ลลี่คิดถึงพี่ยอด พอรู้ว่าพี่ยอดอยู่กับผู้หญิงคนอื่น เพิร์ลลี่ก็ไม่เป็นอันทำงานเลย”
“อ้าว แล้วงานที่รับไว้ไม่เสียเหรอครับ”
เพิร์ลลี่ฉีกยิ้มส่ายหน้าแทนคำตอบ แต่หารู้ไม่ว่าเวลานี้แม่ชม้อยของตนกำลังเหนื่อยแทบขาดใจ เพราะต้องขึ้นเต้นโชว์ในงานอีเวนต์แทนลูกสาว ท่ามกลางเสียงก่นด่าของผู้ชมที่รับไม่ได้ทั้งงาน
ooooooo
เอนิตายังถูกพีทตามรังควานไม่เลิกรา วันนี้พีทส่งคลิปฉาวชุดใหม่มาให้ดู พอเธอโทร.ไปด่า เขาก็ยื่นเงื่อนไขเรื่องเงินอีกเหมือนเคย
“ก็ฉันให้แกไปแล้ว แกยังต้องการอะไรอีก”
“ผมก็ต้องการแบบเดิม เพียงแต่ต้องการมากขึ้น”
“สมองแกคิดวิธีหาเงินได้เท่านี้เองเหรอ”
“ก็ไม่รู้นะ ทำทีไรก็ได้ผลทุกทีนี่นา”
“แกเอาวิธีการสกปรกนี้ไปใช้กับคนอื่นเถอะ ฉันไม่กลัวแกหรอก”
“ก็ดี ไม่กลัวใช่มั้ย ผมจะได้ส่งคลิปของเราไปให้ทั่ว คราวนี้ดังกว่าคราวที่แล้วแน่”
“แก...ตั้งแต่ฉันเกิดมาฉันยังไม่เคยเจอใครที่เลวเหมือนแกเลย”
“ขอบคุณที่ให้ผมชนะเลิศนะพี่ แต่พี่ก็ดาวไถเหมือนกันไม่ใช่เหรอ เพียงแต่คราวนี้พี่เจอตัวพ่อ”
“ไอ้...ไอ้เลว...แกห้ามปล่อยเด็ดขาดนะ บอกฉันมาว่าแกต้องการเท่าไหร่”
พีทหัวเราะชอบใจ...ลงท้ายเอนิตาก็ต้องยอมอย่างไม่มีทางเลือก
ooooooo
วันต่อมา ชม้อยกับวัลลภาโคจรมาเจอกันโดยบังเอิญที่สปาแห่งหนึ่ง สองฝ่ายจำกันได้เพราะเคยพบกันมาก่อนในงานวันทหารผ่านศึกเมื่อปีที่แล้ว
“นี่คุณชม้อยมานวดเหรอคะ”
“ค่ะ ฆ่าเวลาน่ะค่ะ รอลูกสาวเข้าฉากละคร ว่าแต่คุณพี่ล่ะคะ ตอนนี้ทำอะไรอยู่”
“ช่วยลูกชายทำอสังหาฯค่ะ ตอนนี้ก็กำลังวุ่นวายทำคอนโดฯใหม่เน้นไฮเอนด์น่ะค่ะ แถวริมน้ำเจ้าพระยา”
“ต๊าย...ลูกชายคุณพี่เป็นนักธุรกิจเหรอคะเนี่ย ไม่ยักรู้”
“เอ...ลูกสาวคุณน้องเป็นนักแสดงเหรอคะ ชื่ออะไรคะเนี่ย”
สองฝ่ายใส่หน้ากากเข้าหากันไปมา ก่อนจะจบลงด้วยการเรียกลูกๆของตนมาทำความรู้จักกัน โดยเปิดไฟเขียวให้เต็มที่ วสันต์ถูกใจเพิร์ลลี่เป็นอย่างมาก คิดว่าดาราดังขนาดนี้ต้องมีเงินใช้ไม่ขาดมือ ส่วนฝ่ายหญิงก็หวังความร่ำรวยของฝ่ายชาย โดยไม่รู้เลยว่าเรื่องราวที่ออกจากปากสองแม่ลูกล้วนเป็นเรื่องโกหกทั้งเพ
“ได้ยินชื่อน้องเพิร์ลลี่มานานแล้ว ยินดีที่ได้รู้จักน้องเพิร์ลลี่นะครับ” วสันต์เปิดฉากขณะอยู่กันตามลำพัง
“เช่นกันค่ะ”
“หวังว่าน้องเพิร์ลลี่คงไม่เขินนะครับ ที่การเจอกันครั้งแรกของเราจะคลับคล้ายคลับคลาการคลุมถุงชนยังไง
ก็ไม่รู้”
“ไม่ถือหรอกค่ะ เพิร์ลลี่เชื่อว่าผู้ใหญ่ท่านจะแนะนำสิ่งดีๆให้กับพวกเราเสมอ”
“น้องเพิร์ลลี่ท่าทางเป็นเด็กหัวอ่อน ว่านอนสอนง่ายนะครับ”
เพิร์ลลี่ยิ้มหวาน แล้วจริตมารยาบ่นเคืองตา วานให้เขาช่วยดู พอวสันต์เข้ามาใกล้ชิด ชม้อยที่ซุ่มอยู่มุมหนึ่งไม่ไกลก็จัดการบันทึกภาพนั้นไว้ทันที
“รู้งานจริงๆเลยลูก ไม่เสียแรงที่มีแม่คอยสั่งสอน...แบบนี้ไม่เป็นข่าวใหญ่ก็ไม่รู้จะว่าไงแล้ว” ชม้อยพูดกับตัวเองอย่างชื่นมื่นชอบใจ ทุกอย่างเป็นไปตามแผน
ooooooo
เพียงวันรุ่งขึ้นภาพนั้นก็กลายเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์บันเทิงสมใจชม้อย แต่ยาหยีเห็นแล้วเดือดดาลแทนพี่สาว พอเข้ามาทำงานเจอเพิร์ลลี่ในสตูดิโอพี่ยิ่ง เธอไม่พูดพล่าม ยื่นกระดาษทรายให้ทันที
“อะไรของเธอ” เพิร์ลลี่สีหน้างงๆ
“เห็นว่ากำลังเช็ดหน้าอยู่ คิดว่ากระดาษทรายเบอร์หยาบสุดนี่น่าจะเข้ากับหน้าของเธอ”
“นี่เธอว่าฉันหน้าด้านเหรอ”
“ก็ถ้าคนหน้าบางคงไม่กล้าแย่งแฟนชาวบ้านแบบที่เธอทำอยู่หรอก คนที่เธอควงด้วยเมื่อวานเป็นพี่เขยของฉัน ถ้ายังไม่รู้ก็รู้ไว้ซะด้วย”
เพิร์ลลี่ชะงักไปนิด ก่อนเชิดหน้าตอบโต้ “ปรบมือข้างเดียวมันไม่ดังหรอก แน่จริงก็ไปห้ามพี่เขยเธอสิ”
“เธอนี่มันด้านได้โล่จริงๆ” ด่าเสร็จก็เขวี้ยงกระดาษทรายใส่หน้า เพิร์ลลี่โกรธแทบกรี๊ดรีบวิ่งไปจีบปากฟ้องสุดยอด
“พี่สุดยอดช่วยด้วยค่ะ ยาหยีจะเอากระดาษทรายขัดหน้าเพิร์ลลี่”
“หลีกไป...เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ” ยาหยีเสียงแข็งใส่สุดยอด
“ทำไมจะไม่เกี่ยว พี่ยอดเป็นแฟนฉัน”
“มีอะไรก็ค่อยพูดกันได้นี่ ชอบใช้ความรุนแรงนักรึไงคุณน่ะ”
“ฉันไม่มีอารมณ์จะเถียง คุณอยากรู้ก็อ่านหนังสือพิมพ์เอาเอง หูตาจะได้สว่าง แล้วก็สั่งสอนแฟนคุณด้วย อย่ายุ่งกับคนมีเจ้าของ” พูดเสร็จ ยาหยีโยนหนังสือพิมพ์เล่มนั้นไว้ สุดยอดจะหยิบมาดู แต่ช้ากว่าเพิร์ลลี่ที่คว้าไปขยำขยี้ไม่ยอมให้เขาอ่าน
ooooooo
วันพรุ่งนี้ที่โรงเรียนจะจัดงานวันแม่ เด็กทุกคนต้องมีแม่มาร่วมงาน แต่ไข่ตุ๋นไม่มั่นใจว่าแม่จะมาได้ นอนคิดกังวลอยู่นานก่อนตัดสินใจย่องลงไปใช้โทรศัพท์ที่ห้องรับแขก
“คุณแม่เหรอคะ นี่ไข่ตุ๋นเองนะ”
“จ้ะ ดึกแล้วทำไมไม่นอนล่ะลูก”
“พรุ่งนี้ที่โรงเรียนมีงานวันแม่ ไข่ตุ๋นอยากให้คุณแม่มางาน ไข่ตุ๋นจะได้กราบคุณแม่ค่ะ ไข่ตุ๋นต้องร้องเพลงด้วยนะ คุณแม่จะฟังมั้ยคะ” ไม่รอคำตอบจากแม่ เด็กหญิงเริ่มร้องเพลงอิ่มอุ่นที่ฝึกซ้อมมาจากโรงเรียน แต่ร้องได้ท่อนเดียว เสียงแม่ก็ดังแทรกขึ้นมา
“พอแล้วจ้ะไข่ตุ๋น พรุ่งนี้แม่จะไปหาลูกที่โรงเรียน โอเคมั้ย”
“โอเคที่สุดในโลกเลยค่ะ”
“ไปนอนได้แล้วลูก พรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะ”
“หวัดดีค่ะ ไข่ตุ๋นรักคุณแม่นะคะ”
“จ้ะ แม่ก็รักลูก”
ไข่ตุ๋นวางสาย วิ่งขึ้นไปนอนด้วยความดีใจ ครั้นเช้าขึ้นก็ร่าเริงแจ่มใสเป็นพิเศษ อาบน้ำสระผมก่อนแต่งตัวลงมาให้อายอดช่วยดมศีรษะให้ทีว่าหอมหรือยัง
“อืม...หอมจัง วันนี้สระผมแต่เช้าเชียวนะเรา”
“วันนี้แม่จะไปงานวันแม่ที่โรงเรียนไข่ตุ๋น ไข่ตุ๋นเลยสระหัวให้หอมๆ” ว่าแล้วหันไปเปิดเป้ที่ณนนท์ถืออยู่ หยิบการ์ดออกมาอวดด้วยความภูมิใจ “นี่การ์ดวันแม่ ไข่ตุ๋นจะเอาให้แม่ แม่จะได้ดีใจ...ไข่ตุ๋นไปรอที่รถก่อนนะคะพ่อ”
ไข่ตุ๋นวิ่งตื๋อออกจากบ้าน โดยมีพ่อ อา ปู่ มองตามไปด้วยความสงสารจับใจ
“ตกลงนิตาเขามาแน่นะเจ้านนท์ พ่อไม่อยากเห็นน้ำตาหลาน”
“นั่นสิพี่ เห็นไข่ตุ๋นตั้งความหวังแล้วผมมีเสียว”
“ยังไงปีนี้เขาก็ต้องมา เพราะเขามีเรื่องต้องพึ่งฉันอีกเยอะ ถ้าไม่มาเขานั่นแหละที่จะเดือดร้อน”
ขนาดว่ามั่นใจ แต่ณนนท์ก็ไม่วายโทร.ไปย้ำเตือนเอนิตาที่เพิ่งตื่นนอน พูดงัวเงียโต้ตอบมาด้วยความหงุดหงิด
“รู้แล้วน่า ฉันบอกว่าไปก็ไปซิ พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไงนนท์ จู้จี้ขี้บ่นน่ารำคาญจริงๆเลย” วางสายแล้วเธอยังไม่วายบ่นกับตัวเอง “ไม่รู้อะไรนักหนา ถึงฉันไม่ไป ฉันก็ยังเป็นแม่ยัยไข่ตุ๋นมันอยู่ดีละน่ะ”
เอนิตาโยนโทรศัพท์มือถือลงบนเตียง แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ จึงไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะเงียบหายไปเอง
ooooooo
ภายในโรงเรียน ทั้งเด็กและผู้ปกครองเดินจูงมือกันขวักไขว่ พูดคุยทักทายกันยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ที่หน้ารั้วโรงเรียน ไข่ตุ๋นยังถือการ์ดยืนชะเง้อรอแม่อย่างใจจดใจจ่อ
กังฟูกับแม่เดินจูงมือกันจะเข้าไปข้างใน เหลือบเห็นไข่ตุ๋นจึงแวะเข้ามาทัก
“ไข่ตุ๋น แม่เธอยังไม่มาอีกเหรอ”
“เดี๋ยวก็มา แม่บอกแล้วว่าแม่จะมา”
“เราว่าแม่เธอไม่มาหรอก เพราะแม่เธอมัวแต่ถ่ายคลิปฉาว” กังฟูปากไว แต่พอโดนไข่ตุ๋นจ้องหน้าจะเอาเรื่อง กังฟูก็รีบฉุดมือแม่เดินหนีไปทันที
อีกมุมหนึ่ง ณนนท์กำลังคุยโทรศัพท์มือถือด้วยความหงุดหงิด
“คุณอยู่ไหนนิตา งานจะเริ่มแล้วนะ...คุณอย่ามาอ้างว่ารถติดหน่อยเลย กินเหล้าจนแฮงก์ตื่นไม่ไหวมากกว่ามั้ง...โอเคๆ ผมไม่ว่าคุณแล้วก็ได้ รีบมาก็แล้วกัน” ณนนท์วางสายสีหน้าเคร่งเครียด ทั้งห่วงลูกและโกรธเอนิตา
ในที่สุดหน้าโรงเรียนก็เหลือไข่ตุ๋นเพียงคนเดียว เด็กหญิงยืนหน้าเศร้าสร้อย เสียใจที่แม่ผิดสัญญาอีกแล้ว สักครู่ข้าวตูกับยี่หวาเดินกลับออกมาหา
“ไข่ตุ๋น ครูปราณีให้เรามาตาม”
“ไม่ไป เราจะรอแม่”
ยี่หวาขยับมาลูบหัวไข่ตุ๋นด้วยความสงสาร “แต่เพื่อนๆทุกคนเขาไปที่ห้องประชุมกันหมดแล้วนะจ๊ะ งานจะเริ่มแล้ว ไข่ตุ๋นจะอยู่ที่นี่คนเดียวได้ยังไง”
“แต่คุณแม่ไข่ตุ๋นยังไม่มานี่คะ แล้วไข่ตุ๋นจะไปงานวันแม่ได้ยังไง”
“งั้นเราให้ไข่ตุ๋นยืมแม่”
“ไม่เอา เราจะเอาแม่เรา”
“คุณแม่อาจจะรถติดก็ได้นะ ไข่ตุ๋นไปรอในห้องประชุมกับน้าดีกว่านะ เดี๋ยวคุณแม่มาถึงก็ตามไปหาไข่ตุ๋นเองแหละจ้ะ”
ไข่ตุ๋นชักลังเล พอดีณนนท์เดินกลับมาได้ยิน จึงช่วยกล่อมลูกสาว
“ไปกับน้ายี่หวาเถอะลูก จะให้คนอื่นมารอไข่ตุ๋นคนเดียวมันไม่ดีนะครับ เดี๋ยวพ่ออยู่รอแม่เค้าเอง”
“เชื่อคุณพ่อนะคะ ไปกับน้าก่อนนะ”
ไข่ตุ๋นหน้าจ๋อยๆ จำใจเดินตามข้าวตูกับยี่หวาไป
ooooooo
บรรยากาศภายในห้องประชุมทุกอย่างจัดเตรียมไว้เรียบร้อย ทั้งครูและผู้ปกครองก็พร้อมแล้ว
ยกเว้นแม่ของไข่ตุ๋นเพียงคนเดียว พอณนนท์เดินกลับเข้ามา ไข่ตุ๋นร้อนรนถามหาแม่ทันทีเลย ณนนท์บอกว่ารถติด ตอนนี้แม่กำลังรีบอยู่ ยี่หวาจึงแนะนำให้เขาบอกภรรยาให้ขึ้นรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาดีกว่า
ขณะนั้น เอนิตาเดินฉับๆเข้ามาในโรงเรียนด้วยใบหน้าหงิกงอ เสียงโทรศัพท์มือถือเธอดังขึ้น อารามหงุดหงิดโมโหไม่ทันดูเบอร์ก็ใส่ทันควัน “คุณจะจิกฉันไปถึงไหนเนี่ยนนท์ ฉันไม่ใช่คนใช้คุณนะ”
“โห...อารมณ์เสียมาจากไหนเนี่ยคนสวย”
“พีท!!” เอนิตาอุทานแตกตื่น
“เมื่อเช้าโทร.มาทำไมไม่รับ คิดจะเบี้ยวเหรอ”
“เบี้ยวบ้าอะไรล่ะ ฉันยุ่งจะแย่อยู่แล้วเนี่ย”
“จะยุ่งแค่ไหนผมไม่สน แต่ถ้าอีกสิบห้านาทีผมยังไม่ได้เงิน คุณเข้าไปดูของดีในยูทูปได้เลย แล้วผมจะส่งลิงค์ไปให้”
“ไอ้บ้า ฉันจะไปหาเงินให้แกที่ไหนตอนนี้ล่ะ”
พีทไม่ฟัง กดตัดสายหนี ปล่อยให้เอนิตาโวยวายด่าทออย่างหัวเสีย ฝ่ายณนนท์ที่พยายามติดต่อเข้ามาจึงโทร.ไม่ติดเสียที
“สายไม่ว่าง คุยอะไรกันนักหนาเนี่ย” ณนนท์เสียงขุ่นหน้าเคร่ง
“ไม่เอาน่ะคุณ ต่อหน้าไข่ตุ๋นนะ” ยี่หวาเตือน
ณนนท์ได้สติ ยุติความขุ่นมัว แต่จังหวะนี้เองไข่ตุ๋นมองออกไปนอกหน้าต่างห้องประชุมเห็นแม่ยืนหันหน้าหันหลัง เด็กหญิงดีใจมากพูดโพล่งว่าแม่มาแล้ว ก่อนวิ่งพรวดออกไป
เอนิตาละล้าละลังไม่รู้จะทำยังไง ไม่โอนเงินให้พีทตนก็จะซวยอีก ในที่สุดก็ตัดสินใจเดินออกจากโรงเรียนเพื่อไปหาที่โอนเงิน ไข่ตุ๋นเห็นแม่จ้ำกลับไปที่รถก็ตกใจ ตะโกนเรียกแม่เสียงหลง
“แม่ขา...แม่ รอไข่ตุ๋นก่อน แม่กลับมา กลับมาก่อน...แม่”
เอนิตาไม่ได้ยิน ขับรถพรืดออกไปเสียแล้ว แต่ไข่ตุ๋น
ยังวิ่งตามรถทั้งน้ำตา โดยมีณนนท์ตามมาติดๆ หยิบการ์ดวันแม่ที่ลูกทำหล่นลงพื้นขึ้นมาอ่านด้วยความรู้สึกเศร้า...สะเทือนใจ
“ไข่ตุ๋นรักแม่ที่สุดในโลก”
ooooooo
หลังจากปลอบประโลมลูกรักให้คลายความเศร้าเสียใจลงได้บ้าง ณนนท์ก็พาไข่ตุ๋นกลับเข้ามาในห้องประชุมเพื่อร่วมงานวันแม่ที่บรรยากาศกำลังคึกคัก เด็กทุกคนได้ขึ้นเวทีร้องเพลงอิ่มอุ่นซึ่งเป็นบทเพลงที่ซึ้งกินใจในความรักระหว่างแม่ลูก แต่ไข่ตุ๋นกลับยืนซึม ไม่เปล่งเสียงออกมาแม้แต่คำเดียว
เสร็จจากร้องเพลง คุณครูเชิญบรรดาแม่ๆออกมานั่งที่เก้าอี้หน้าห้องเพื่อให้ลูกๆนำพวงมาลัยดอกมะลิมากราบ ณนนท์สงสารลูกจับใจ ขอร้องครูปราณีไปนั่งแทนแม่ไข่ตุ๋นที่ติดธุระด่วนมาไม่ได้ แต่ทันใดยี่หวาก็เลื่อนเก้าอี้ของเอนิตา
มาติดกับเก้าอี้ตน แล้วนั่งกึ่งกลางระหว่างข้าวตูกับไข่ตุ๋น
“ไข่ตุ๋นจ๊ะ ไข่ตุ๋นน่ารักแล้วก็เป็นเด็กดีจังเลย น้าขออะไรไข่ตุ๋นอย่างนึงได้ไหมจ๊ะ”
“อะไรคะ”
“น้าขอทำหน้าที่แทนคุณแม่หนูซักวันนึงได้ไหมคะ”
ไข่ตุ๋นรีบตอบรับด้วยความดีใจ ขณะที่ข้าวตูก็พลอยดีใจไปกับเพื่อนที่มีแม่ให้ไหว้แล้ว
ooooooo
ที่บริษัทพี่ยิ่ง หลังจากสุดยอดกับเพื่อนๆทีมงานซ้อมเต้นเพื่อเอาใจพี่ยิ่งที่ต้องการให้รายการมีอะไรแปลกใหม่สำหรับคนดู ว่านนึกได้ถามสุดยอดว่าพักนี้ได้อ่านหนังสือพิมพ์บันเทิงบ้างหรือเปล่า
คำถามนี้ทำให้สุดยอดแปลกใจนักหนาว่ามีอะไร แล้วทำไมตนต้องอ่าน...ไม่นานนัก ว่านจึงนำหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นมากางหราตรงหน้าเพื่อนรัก
“เพิร์ลลี่รักลงตับ...แรงไม่แคร์ใคร” นั่นคือข้อความพาดหัวที่มีภาพเพิร์ลลี่กับวสันต์กำลังสวีตจี๋จ๋า
“ไง...ไอ้ยอด ทีนี้รู้รึยังว่าทำไมคุณหยีเขาถึงโกรธน้องเพิร์ลลี่ของเอ็งนัก”
“อาจจะมีอะไรเข้าใจผิดก็ได้มั้ง ข่าวพวกนี้เชื่อหมดไม่ได้หรอก”
“จะจะอย่างงี้ เอ็งยังว่าเข้าใจผิดอีกเหรอวะ จะให้จ๊วบปากกันเลยรึไง ถึงจะเข้าใจถูก”
“ยังไงข้าก็ไม่อยากฟังความข้างเดียวว่ะ ข้าจะให้โอกาสเพิร์ลลี่ได้อธิบายก่อน”
ได้อธิบายแน่...เพิร์ลลี่กำลังบีบน้ำตาให้สัมภาษณ์นักข่าวอยู่หน้าสตูดิโอ โดยมีชม้อยปั้นหน้าเศร้าเล่าความเท็จ ลูบหน้าลูบหลังลูกสาวด้วยความเห็นใจ
“เป็นข่าวแรงที่สุดตั้งแต่ที่เพิร์ลลี่เคยเจอมาเลยค่ะ ไม่เข้าใจจริงๆว่าคนที่ให้ข่าวเขาคิดอะไรอยู่”
“หมายความว่ามีคนอยู่เบื้องหลังภาพนี้เหรอครับน้องเพิร์ลลี่”
“ค่ะ ความจริงมันไม่มีอะไรเลย ในภาพก็เห็นชัดๆว่าเป็นกลางห้าง ใครจะไปทำอะไรแบบนั้นได้ แถมผู้ชายในภาพเขาก็มีครอบครัวแล้วด้วย เพิร์ลลี่ไม่เลวถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ”
“คนที่อยู่เบื้องหลังเขาฉลาดค่ะ รู้จักใช้มุมกล้อง แล้วก็ใส่สีตีไข่เทนมเติมครีมจนภาพพจน์ของลูกคุณแม่เสียหายยับเยินไม่มีชิ้นดีแล้ว”
“แล้วใครกันคะที่เป็นคนทำ” นักข่าวจี้
“เพิร์ลลี่บอกไม่ได้หรอกค่ะ คนอ่อนแออย่างเพิร์ลลี่ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้รบปรบมือกับเขา พูดไปก็เพิร์ลลี่ก็มีแต่จะโดนฝ่ายเดียว”
“ใบ้ให้นิดนิดได้มั้ยคะว่าใคร” นักข่าวอีกคนกระเหี้ยน กระหือรือ
“เพิร์ลลี่เห็นแก่พี่ๆหรอกนะคะ เขามีอักษรย่อ ย. ค่ะ”
นักข่าวจดกันยิก ปริศนาอักษรย่อแบบเนี้ยของชอบ!
ครั้นย้ายเข้ามาในห้องแต่งตัว ชม้อยก็คุยโวกับลูกสาว “เป็นไงล่ะคะ ทีนี้เชื่อคุณแม่รึยัง เลี้ยงกระแสไว้ไม่เคยตก ได้รับอีเวนต์กันกระเป๋าตุงแน่ ที่สำคัญอย่าชิ่งหนีแม่ไปอีกล่ะ คราวที่แล้วแม่ฉีกทุเรียนจนขาถ่างไปซะตั้งหลายวัน”
“ขอโทษค่ะแม่ แต่ข่าวฉาวแบบนี้จะดีจริงๆเหรอคะ เกิดกระแสตีกลับขึ้นมา เพิร์ลลี่ไม่ถูกตราหน้าว่าแย่งผัวชาวบ้านเหรอคะ”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เชื่อแม่สิ แม่คอนโทรลได้ แต่นึกๆก็เจ็บใจยัยวัลลภาจริงจริ๊ง ลูกชายตัวเองมีลูกมีเมียแล้วยังจะมาให้ความหวังกันได้ เจอหน้าต้องต่อว่าซะหน่อยแล้ว”
“เออ พูดถึงเรื่องต่อว่า แปล๊กแปลกนะคะคุณแม่ ข่าวออกจะดังขนาดเนี้ยไม่เห็นพี่ก้องโทร.มาเคลียร์กับเพิร์ลลี่เหมือนทุกทีเลย”
“เออ จริงสิ ทำไมนะ”
มันจะอะไรเสียอีก นอกจากหนุ่มก้องเขามีเป้าหมายใหม่แล้ว แต่สองแม่ลูกยังไม่รู้ไม่เห็นก็เท่านั้น!
ก้องติดตราตรึงใจยาหยีหลังจากทำงานร่วมกันแค่ครั้งเดียว...วันนี้เขาหอบดอกไม้ช่อใหญ่มาให้กำลังใจเธอถึงสตูดิโอ
“อย่าถามว่าเนื่องในโอกาสอะไรนะครับ ผมก็แค่เห็นว่ามันสวยดี ก็เลยเอามาฝากคุณหยีน่ะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
“คุณหยีเสร็จงานแล้วพอจะว่างมั้ยครับ ผมอยากจะชวนคุณหยีไปทานอะไรด้วยกันหน่อย”
“ไม่ว่างค่ะ ขอโทษนะคะ หยีต้องไปแต่งหน้าเตรียมตัวอัดรายการแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ”
ยาหยีตัดบทเดินเลี่ยงไปเลย ก้องมองตามด้วยสายตามุ่งมั่นอยากเอาชนะ เพราะหล่อรวยอย่างตนมีแต่ผู้หญิงวิ่งเข้าหา ไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน
ในมุมหนึ่ง สุดยอดยืนมองก้องกับยาหยีด้วยสีหน้าบึ้งตึงหมั่นไส้
“ตามมาเฝ้าถึงในกองเลยเหรอวะ เสน่ห์แรงเหลือเกินนะแม่คุณ”
สุดยอดเดินหน้าหงิกออกไปโดยไม่ทักทายชม้อยกับเพิร์ลลี่ที่สวนเข้ามา เพิร์ลลี่แปลกใจ แต่ไม่ทันจะพูดอะไร เสียงชม้อยก็วี้ดว้ายตื่นเต้นขึ้นมา
“ต๊าย...คุณก้องมาค่ะลูก งานเข้าแล้ว คราวนี้ไม่ได้โทร. แต่มาตัวเป็นๆเลย”
“มิน่า พี่ยอดถึงทำหน้ายังกะจะฆ่าคน ไม่เป็นไรค่ะคุณแม่ เดี๋ยวเพิร์ลลี่เคลียร์เอง” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็เดินเข้าไปทักทายหนุ่มไฮโซรูปหล่อ “พี่ก้องมาได้ยังไงกันคะเนี่ย ไม่เห็นบอกเพิร์ลลี่เลย”
“อ้าว ก็ผมไม่ได้ตั้งใจมาหาเพิร์ลลี่นี่ครับ”
“พี่ก้องโกรธเพิร์ลลี่เรื่องข่าวใช่ไหมคะ เพิร์ลลี่อธิบายได้นะคะ”
“ไม่ต้องหรอกครับ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน เพิร์ลลี่ย่อมต้องมีสิทธิเลือกอยู่แล้ว ขอตัวก่อนนะครับ ผมตั้งใจจะมาดูยาหยีอัดเทปรายการน่ะครับ”
ก้องเดินเลี่ยงไป ทิ้งเพิร์ลลี่ยืนเหวอหน้าแตก พอหันมองแม่ก็เห็นอ้าปากค้าง อึ้งกิมกี่อยู่เหมือนกัน
ในห้องแต่งตัว สุดยอดเดินเข้ามาเห็นช่างกำลังแต่ง หน้าให้ยาหยีก็เบะปากหมั่นไส้ ว่ากระทบชิ่งเข้าให้
“เจ๊...งานนี้เปลืองแป้งหน่อยนะ จะเหลือพอมาแต่งหน้าให้ผมรึเปล่าเนี่ย”
“ทำไมเหรอคะน้องสุดยอด”
“อ้าว ก็มีหนุ่มหล่อในฝันของสาวๆมานั่งเฝ้าทั้งที จะไม่ให้หน้าบานได้ยังไง บานซะขนาดเนี้ย เจ๊ก็เปลืองแป้งหน่อยละกัน”
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะเจ๊ ถ้าแป้งเจ๊หมด เดี๋ยวหยีซื้อให้ใหม่ มีหนุ่มฮอตมาให้ความหวังทั้งที หยีสู้ตายค่ะ
ดีกว่ามีไอ้พวกหล่อหลบใน แถมยังปากเน่ามาป้วนเปี้ยนตั้งเยอะ จริงมั้ยคะเจ๊”
“หล่อตายล่ะ ถ้ารวยมันก็หน้าตาดีได้ทุกคน ไม่เห็นแปลก”
“อิจฉาเขาล่ะซิ”
“ใคร...ใครอิจฉา ยังไงผมก็ดารานะคุณ แฟนคลับก็มีเยอะแยะ โธ่ ที่ผมพูดก็เพราะเห็นคนโดนหลอกมาเยอะแล้ว แต่ถ้าอยากจะเป็นของเล่นไฮโซก็ตามใจ”
“คนอย่างฉันมีหัวคิดพอ ไม่เป็นของเล่นให้ใครง่ายๆหรอก คุณเองควรจะสำรวจรอยหยักในสมองคุณก่อนดีกว่า ปล่อยให้แฟนตัวเองควงกับคนโน้นคนนี้ไปทั่ว ไม่มีใครเขาคิดว่าคุณใจกว้างหรอกนะ มีแต่คนเขาคิดว่าคุณ...” เธอขยับปากคำว่า “โง่” แต่ไม่เปล่งเสียงออกมา...จากนั้นก็หันมาไหว้ขอบคุณช่างแต่งหน้า แล้วเดินเชิดออกจากห้องไป โดยไม่สนว่าสุดยอดจะฮึดฮัดเจ็บใจสักแค่ไหน
ถึงเวลาถ่ายทำรายการ ก้องจับตายาหยีตลอดเวลา พอผู้กำกับสั่งคัท เขาก็รีบเอาน้ำเย็นไปให้เธอดื่ม เพริ์ลลี่เห็นแล้วริษยาอาฆาตยาหยี แต่ยามนี้ทำอะไรมากไม่ได้เพราะกลัวเสียลุค ได้แต่สะบัดหน้าเดินเลี่ยงไป
ส่วนนัทกับว่านพอทำหน้าที่ของตนเสร็จก็เดินเข้ามาคุยกับสุดยอด โดยไม่ทันดูสีหน้าเพื่อนว่ากำลังบูดบึ้งเต็มที
“เฮ้ยไอ้ยอด เดี๋ยวตาเอ็งแล้วนะโว้ย วันนี้เป็นเรื่องเค้กไร้ไขมันเพื่อสุขภาพ เอ็งต้อง...” นัทชะงัก สังเกตสุดยอดไม่ได้ฟังตน สายตามัวแต่จับจ้องไปทางอื่น “เฮ้ย มองอะไรวะ”
“ก็ไอ้ไฮโซกระเป๋าหนักนั่นน่ะสิ ออกรายการเทปเดียวแจ้นตามมาถึงนี่ ทุเรศว่ะ”
“เขาคงชอบคุณหยีจริงล่ะมั้ง แต่ถ้าเป็นแฟนกันจริงๆก็ดีนะเว้ย รายการโซลเมทคู่แล้วไม่แคล้วกันมีหวังแจ้งเกิดชัวร์”
“ดีกะผีอะไร มีแต่พวกผู้หญิงหวังรวยทางลัดเท่านั้นแหละถึงจะเอาไอ้บ้านี่เป็นแฟน งานการก็ไม่ทำ วันๆดีแต่ป้อหญิงไปมา ถ้าไม่รวยซะอย่างเดียว มีอะไรดีวะ”
“เอ็งโกรธเกินไปรึเปล่าวะไอ้ยอด คุณก้องเขาไปตีหัวเอ็งเหรอ”
“นั่นสิ จริงๆเอ็งน่าจะชอบนะเว้ยที่เขาจีบคุณหยี เอ็งจะได้สบายใจเรื่องน้องเพิร์ลลี่ไง”
สุดยอดหน้าเสีย ว่านกับนัทพูดถูก จนชักงงๆตัวเองเหมือนกันว่าโกรธยาหยีทำไม
ooooooo
ค่ำลง เอนิตาเตรียมตัวออกจากบ้านเพื่อไปเที่ยวผับ ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่เธอชื่นชอบเป็นชีวิตจิตใจ แต่ต้องชะงักเมื่อมาเห็นพีทยืนจังก้าอยู่ข้างรถของตนที่จอดอยู่ในรั้วบ้าน
“แกเข้ามาได้ยังไง ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ”
“ไม่เอาน่า ทีเมื่อก่อนผมขึ้นไปถึงเตียงด้วยซ้ำ ยังไม่เห็นพี่ว่าซักคำ”
“ฉันให้เงินแกไปหมดแล้ว แกจะเอาอะไรกับฉันอีก”
“ก็คลิปผมมันมีหลายเวอร์ชั่น พี่เพิ่งจะดูไปสองเอง ผมก็เลยมาถามว่าพี่อยากดูให้ครบเวอร์ชั่นมั้ย”
เอนิตาโกรธจัดฟาดหน้าพีทเต็มเหนี่ยว “ไอ้แมงดา คนอย่างแก...ไปลงนรกซะไป”
พีทโมโหจับข้อมือเอนิตาบิดอย่างแรง “ถ้าผมลงนรก พี่ก็ต้องไปปีนต้นงิ้วในนรกขุมเดียวกับผมนั่นแหละ พรุ่งนี้สิบโมง ถ้าผมไม่ได้สามแสนล่ะก็ พี่เตรียมดูผลงานตัวเองบนแผงซีดีเถื่อนได้เลย”
พูดเสร็จ เขาผลักเธอเกือบล้ม...เอนิตาเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ หวาดกลัวคำขู่ของพีท ที่สุดเธอก็บากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากณนนท์อีกเหมือนเคย
“ขอเงินอีกแล้วเหรอ ไม่มีทาง ผมไม่ให้ คุณทำตัวของคุณเอง แก้เอาเอง ผมไม่ยุ่งด้วยแล้ว” ณนนท์โวย
“แสดงว่าคุณรับได้ใช่มั้ยที่ยัยไข่ตุ๋นมีแม่ถ่ายคลิปฉาว”
“เลิกเอาลูกมาขู่ผมซะที ถึงคราวนี้ผมช่วยคุณจากไอ้คลิปพวกนี้ได้ คนอย่างคุณมันก็อดของบูดของเน่าไม่ได้อยู่ดีน่ะแหละ อย่างไอ้นายวสันต์พ่อข้าวตูนั่นไง นึกว่าผมไม่รู้เหรอว่าคุณไปกับมันมา”
เอนิตาหน้าเสีย คิดไม่ถึงว่าเขาจะรู้
“ตกใจที่ผมรู้เรื่องนี้ใช่มั้ย ผมยังรู้อะไรมากกว่านั้นอีกเยอะ คนอย่างคุณน่ะไม่รักใครจริงหรอก นอกจากตัวคุณเอง ดูอย่างวันนี้ซิ รับปากลูกซะดิบดีว่าจะมางานวันแม่ สุดท้ายคุณก็ทำให้ลูกเสียใจอีกจนได้”
เธอจนแต้มพูดอะไรไม่ออก แต่ทันใดนั้น ไข่ตุ๋นเปิดประตูห้องออกมาโผเข้ากอดคุณแม่สุดที่รัก
“แม่...แม่มาหาไข่ตุ๋นแล้ว แม่ขา...ทำไมแม่ถึงไม่มางานวันแม่ล่ะคะ รู้มั้ยไข่ตุ๋นรอแม่ตั้งนานแน่ะ”
เอนิตาได้ช่องบีบน้ำตาทันที “แม่ก็อยากมาหาไข่ตุ๋นนะลูก แต่มีคนทำร้ายแม่ แม่เลยมาไม่ได้”
“ใครทำร้ายแม่คะ บอกไข่ตุ๋นมาเลย ไข่ตุ๋นจะไปอัดมันเอง”
“ไข่ตุ๋นสู้เขาไม่ได้หรอกลูก แต่พ่อไข่ตุ๋นช่วยแม่ได้ แต่พ่อเขาไม่ยอมช่วยแม่”
“แล้วทำไมพ่อถึงไม่ยอมช่วยแม่ล่ะคะ พ่อไม่รักแม่แล้วเหรอ”
คำถามไร้เดียงสาของลูกทำให้ณนนท์ถึงกับพูดไม่ออก เสียท่าเอนิตาอีกจนได้
ooooooo
เพิ่งได้เงินจากณนนท์มาเมื่อคืน เช้าขึ้นเอนิตาก็รีบนำไปให้พีทถึงห้องพักของเขาในคอนโดฯ โดยยื่นหมูยื่นแมว ให้พีทเอาโทรศัพท์มือถือมาก่อน เธอจะลบคลิปด้วยตัวเอง เสร็จแล้วถึงจะให้เงินจำนวนที่เขาต้องการ
ขณะพีทเดินไปหยิบโทรศัพท์มาส่งให้ เอนิตาเหลือบเห็นถุงใส่ยาเสพติดวางบนโต๊ะ เธอลอบยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วรีบลบคลิปในโทรศัพท์ทิ้ง ก่อนยื่นซองเงินให้เขา
“เอาไป แล้วก็เลิกจองเวรจองกรรมฉันซะที ฉันไม่มีเงินให้แกสูบแล้ว”
“คิดเหรอว่าแค่ลบคลิปแค่นี้แล้วจะไม่มีชุดสามตามมา”
“แก....ไอ้เลว!”
“ขอบคุณครับที่ชม” พีทยิ้มกวนๆ
เอนิตาโกรธจี๊ด เดินปึงปังออกจากห้อง แต่สักครู่ก็พึมพำกับตัวเองอย่างเหนือกว่า “ชุดสาม ฉันจะได้ดูรึเปล่าไม่รู้ รู้แต่ว่าชุดของแกอวสานวันนี้แหละไอ้พีท”
หลังจากนั้นไม่นาน พีทก็ถูกตำรวจบุกจับคาคอนโดฯ ข้อหามียาเสพติดในครอบครอง เมื่อข่าวนี้ออกสื่อ เอนิตาสะใจเป็นบ้า โทร.เม้าท์กับเพื่อนสาวหน้าระรื่น
“สมน้ำหน้ามัน ให้มันติดคุกไปทั้งชาติเลยได้ยิ่งดี แล้วเรื่องคลิปฉันล่ะ...เหรอ ขอบใจมาก ไว้วันหลังฉันจะเลี้ยงขอบคุณแกกับแฟนตำรวจอีกทีนะ อ้อ แล้วแกอย่าให้นนท์รู้เรื่องเงินนะ เดี๋ยวฉันไปรับคืนเอง...แค่นี้ก่อนนะ”
เอนิตารีบวางสาย เพราะณนนท์ถือหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวพีทเดินตรงดิ่งเข้ามาหา
“สีหน้าดีขึ้นนี่ แกะปลิงออกแล้วสิ”
“แหงล่ะ ป่านนี้มันคอตกอยู่ในคุกโน่น”
“จบเรื่องได้ก็ดี หวังว่าคงไม่ฉายหนังซ้ำอีกนะ”
“รู้แล้วน่า ฉันสัญญาแล้วไง ว่าต่อไปทำอะไรจะไม่ให้เดือดร้อนถึงคุณกับลูกอีก พอใจรึยัง”
“ยัง คุณยังมีสัญญาอีกข้อที่ยังไม่ได้ทำ”
“เรื่องยัยไข่ตุ๋นใช่มั้ย จะให้ทำอะไรก็ว่ามา”
“ไข่ตุ๋นเสียใจมากที่คุณไม่ไปงานวันแม่ คุณต้องแก้ตัวด้วยการไปเที่ยวกับไข่ตุ๋นและครอบครัวผม ลองวีกเอนด์นี้”
“ครอบครัวคุณ หมายความว่าพ่อคุณกับไอ้น้องชายปากตลาดแตกของคุณก็ไปด้วยงั้นเหรอ”
“ถูกต้อง ไข่ตุ๋นอยากให้ไปกันครบทุกคน”
“แต่ฉันไม่อยากไปกับน้องคุณ ปากมันยังกับตะไกร แล้วฉันก็ไม่ชอบขี้หน้ามันด้วย”
“นิตา...ผมบอกให้คุณรับทราบ ไม่ได้ถามความเห็นว่าคุณอยากไปหรือไม่อยากไป เพราะถ้าคุณไม่ไป ผมก็มีวิธีอื่นจัดการคุณเหมือนกัน”
เอนิตาฮึดฮัดด้วยความเจ็บใจ แต่พอณนนท์เอาจริงก็ไม่กล้าหือเหมือนกัน
ooooooo
ชม้อยกับวัลลภาโคจรมาพบกันอีกครั้งในห้างสรรพสินค้า วัลลภาแต่งเรื่องแก้ตัวให้ลูกชายเป็นตุเป็นตะ โดยใส่สีตีไข่ให้ร้ายยี่หวาไม่มีชิ้นดี ฝ่ายชม้อยก็หูเบาคล้อยตามอย่างง่ายดาย
“ต๊ายตาย มันร้ายอย่างงั้นเลยเหรอคะเนี่ย”
“ใช่ค่ะ ตอนนั้นตาสันต์ยังไก่อ่อน เจอไก่แก่อย่างนังยี่หวาเข้าก็เลยไปไหนไม่รอด มันเล่นใช้ไม้ตายปล่อยให้ท้องนี่คะ ตาสันต์ก็เลยต้องรับผิดชอบ”
“ทุเรศจริงๆ ไอ้พวกไล่จับผู้ชายเนี่ย รับไม่ได้ค่ะ บอกตรงๆ”
“คุณพี่ถึงได้ตั้งความหวังไว้ที่น้องเพิร์ลลี่ไงคะ ถ้าได้สะใภ้อย่างน้องเพิร์ลลี่ พี่ก็ตายตาหลับแล้วล่ะค่ะ”
“แหม แต่เขาก็ยังไม่ได้หย่ากันไม่ใช่เหรอคะ ขืนให้ลูกเพิร์ลลี่ของน้องเข้าไปแทรก ก็โดนข้อหามือที่สามกันพอดี คราวที่แล้วกว่าจะเคลียร์ได้ น้ำลายเหนียวคอเลยนะคะ”
วัลลภาเห็นชม้อยชักลังเล เลยแกล้งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาคุยอวดร่ำอวดรวย
“เดี๋ยวขอพี่คุยกับโบรกเกอร์แป๊บนึงนะคะคุณน้องขา...เอ้า ว่าไงจ๊ะ ราคาหุ้นไปถึงไหนแล้ว...แค่นั้นเองเหรอ อ๊ะ ขายๆไปก็ได้...ได้กำไรนิดๆหน่อยๆแค่สิบยี่สิบล้านก็พอแล้ว ฉันไม่ใช่คนโลภหรอก”
ชม้อยหูผึ่งตาพอง เข้าใจว่าวัลลภารวยจริง
“แล้วราคาทองล่ะ...โอเค ซื้อซักหกสิบล้านแล้วกัน... สวัสดีจ้ะ” วัลลภาเล่นละครตบตา แล้วหันไปคุยเรื่องลูกกับชม้อย ต่อ “พี่รู้นะคะว่าคุณน้องลำบากใจเรื่องความรักของหนุ่มสาว พี่ก็ไม่อยากบังคับหรอกค่ะ ถือซะว่าเด็กมันไม่มีวาสนาต่อกัน”
“ได้ไงคะคุณพี่ ทำอย่างงี้ก็เท่ากับให้อีนังนั่นมันเสวยสุขอยู่คนเดียวสิคะ”
“แต่เขายังไม่ได้เลิกกันนะคะ”
“ไม่เลิกก็ทำให้เลิกสิคะ เชื่อฝีมือน้องสิคะ สร้างความร้าวฉาน งานถนัดเลยค่ะ”
ชม้อยอาสาแข็งขันด้วยความโลภ วัลลภาเหล่มองแล้วยิ้มเยาะอยู่ในที หลังจากนั้นทั้งคู่แวะกินอาหารในร้านหนึ่ง แต่ไม่นึกว่าจะเจอยี่หวากับบุญเลื่องเข้าอย่างจัง
ยี่หวายกมือไหว้วัลลภาตามมารยาท ชม้อยพอรู้ว่ายี่หวาเป็นใครก็เหยียดยิ้ม มองตั้งแต่หัวจดเท้า
“อ๋อ แม่คนนี้เองเหรอคะคุณพี่ หน้าตาก็ดีนะยะ ไม่น่า สิ้นคิดเลย...อาไร้ ผู้ชายเขาไม่ต้องการแล้วยังจะยื้อเขาไว้อีก”
“นี่คุณเป็นใครไม่ทราบ อยู่ดีๆก็มาว่าปาวๆเนี่ย” ยี่หวาของขึ้น...บุญเลื่องจึงสะกิดบอกลูก
“เขาเป็นแม่ยัยเด็กเพิร์ลลี่ ที่เพิ่งเป็นข่าวกับนายวสันต์ แม่จำได้เพราะยัยนี่ชอบเสนอหน้าเป็นข่าวบ่อยๆ”
“อ๋อ ฉันพอจะเข้าใจแล้ว นี่คงถูกเป่าหูมาล่ะสิ ประมาณว่าฉันจับนายวสันต์ไว้ไม่ยอมหย่า อะไรทำนองนี้ใช่มั้ย จะบอกให้นะ ถ้ามีคนมาขอเซ้งต่อ ฉันก็ยกให้ฟรีๆแถมเงินให้ใช้อีกด้วยเอ้า”
“เห็นมั้ยคะ มันร้ายมั้ยคะ” วัลลภาจีบปากฟ้อง...
ชม้อยอวดเก่ง บอกไม่ต้องห่วง คนอย่างตนมีสมองรู้จักแยกแยะถูกผิด
“ค่า...มีสมอง มีสมองไว้กั้นหูไม่ให้ชนกัน ก่อนจะคิดมาแย่งสามีตัวอย่างของฉัน ลองไปสืบประวัติดูก่อนเถอะว่ามนุษย์คนนี้มันเคยทำงานทำการอะไรบ้าง ถ้าไม่กลัวหมดตัว ก็เอาไปเลย ฉันอยากหย่าใจจะขาดอยู่แล้ว” ยี่หวาแดกดันด้วยความโมโห ข้าวตูที่ไปห้องน้ำกับยาหยีกลับมาได้ยินเข้าพอดี โวยวายก่อนจะวิ่งหนีไป
“ข้าวตูไม่ยอม...พ่อกับแม่หย่ากันไม่ได้”
ยี่หวาตกใจ ห่วงความรู้สึกลูก วิ่งตามไปถึงห้องน้ำชาย แต่ข้าวตูขังตัวเองเงียบอยู่ข้างใน เธอเคาะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิด
“ข้าวตู เปิดหน่อยลูก ฟังแม่อธิบายก่อน”
“ไม่เปิด ข้าวตูไม่เปิด ไม่มีใครรักข้าวตูแล้ว ข้าวตูจะอยู่ในนี้”
“ฟังแม่นะข้าวตู ทุกคนรักข้าวตูกันทั้งนั้นนะลูก”
“ก็คุณแม่บอกเองว่าจะหย่ากับคุณพ่อ ข้าวตูรู้นะว่าหย่าคือไม่รักกันแล้ว คุณพ่อคุณแม่ไม่รักกันแล้ว ต่อไปก็ต้องไม่รักข้าวตูด้วย”
“ไม่จริงหรอกลูก มันไม่ใช่อย่างงั้น ฟังแม่อธิบายก่อน เชื่อแม่สิครับข้าวตู ลูกกำลังเข้าใจผิดนะ เปิดประตูออกมาก่อน แม่จะอธิบายให้ฟัง”
ข้าวตูไม่ยอมเปิด เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ
ooooooo
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ยาหยีเจ็บแค้นใจถึงกับบุกไปที่สตูดิโอพี่ยิ่งเพื่อเอาเรื่องเพิร์ลลี่ แต่เผอิญเจอพวกสุดยอดกับทีมงานเข้าเสียก่อน
“ยัยเพิร์ลลี่ล่ะ” ยาหยีแผดเสียงอย่างโกรธจัด
“อะไรเนี่ยคุณ มาถึงก็ทำหน้ายังกะจะฆ่าแกงกัน”
“ฉันถามว่ายัยเพิร์ลลี่อยู่ไหน”
“เอ่อ...อยู่ห้องพี่ยิ่งมั้งครับ เห็นว่ามารับเช็ค...”
ว่านพูดไม่ทันขาดคำ ยาหยีก็สะบัดหน้าเดินไปทางห้องพี่ยิ่งทันที สุดยอดสังหรณ์ใจ วางมือจากงานก้าวตามเธอไป แล้วเข้าช่วยเพิร์ลลี่ไว้ทัน ก่อนจะโดนยาหยีขย้ำ
“ปล่อยฉัน ปล่อยสิ ฉันจะฆ่ายัยแอ๊บแบ๊วนี่...ปล่อย!” ยาหยีดิ้นรนขณะถูกสุดยอดล็อกตัวไว้
“นี่มันอะไรกันคะพี่ยอด เพิร์ลลี่งงไปหมดแล้ว”
“พี่ก็งงเหมือนกัน”
“เลิกแอ๊บได้แล้วย่ะ ยัยหน้าคอนกรีต รู้มั้ยว่าผลของการที่เธอมายุ่งกับไอ้พี่เขยเฮงซวยของฉันมันเป็นยังไง ตอนนี้หลานฉันเสียใจใหญ่แล้ว ถ้าหลานฉันเป็นอะไรไป เธอต้องรับผิดชอบ”
“ไม่จริงนะคะพี่ยอด เพิร์ลลี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย เขาใส่ความเพิร์ลลี่อีกแล้วค่ะ”
ยาหยีเดือดดาล สะบัดหลุดจากสุดยอดแล้ววิ่งเข้าใส่เพิร์ลลี่ แต่รายนั้นก็ไวทายาดรีบวิ่งไปหลบหลังพี่ยิ่ง พร้อมเสียงกรีดร้อง
ผลปรากฏว่าพี่ยิ่งกับสุดยอดโดนลูกหลงกันอ่วมอรทัย ขณะที่เพิร์ลลี่แทบไม่เป็นอะไรเลย แต่ก็กลับไปด้วยความโกรธแค้นอาฆาตยาหยี
เห็นฤทธิ์เดชของยาหยีครั้งนี้แล้ว สุดยอดยอมรับว่าเธอแรงเยอะจริงๆ พอของขึ้น เอาช้างมาฉุดก็ไม่อยู่
“ใครมาเจออย่างฉันก็ต้องของขึ้นทั้งนั้นแหละ คิดดู แม่ยัยเพิร์ลลี่มาฉอดๆใส่หน้าพี่สาวฉัน จนข้าวตูได้ยิน หลานฉันยิ่งมีปัญหาอยู่ ป่านนี้ไม่รู้เป็นไงบ้าง”
“พี่เขยคุณก็ก่อเรื่องซะเยอะแยะขนาดนั้น ยังไม่ชินกันอีกเหรอ”
“มันไม่เหมือนกัน ถึงอีตาวสันต์จะเลวยังไง ข้าวตูก็ไม่เคยเห็นไม่เคยรับรู้ แต่นี่ทั้งลงหนังสือพิมพ์ ทั้งโดนเม้าท์สนั่นเมือง ข้าวตูจะรู้สึกยังไง”
“นั่นสิ ไม่ต่างจากคลิปของพี่สะใภ้ผมเลย ตอนนั้นผมก็ต้องคอยกันไม่ให้ไข่ตุ๋นรับรู้เรื่องพวกนี้เหมือนกัน ขอโทษนะ ที่เคยว่าคุณ”
“นี่คุณยอมเชื่อฉันแล้วเหรอ ไม่คิดว่าฉันสร้างเรื่องอีกรึไง”
“ถ้าเป็นเรื่องเพิร์ลลี่ ผมยังไม่เชื่อคุณร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก แต่นิสัยของแม่เพิร์ลลี่เป็นยังไงผมซึ้งดีเลยล่ะ”
“ก็ยังดีที่ตาสว่างมาครึ่งนึง ไม่ได้ซื่อบื้อไปซะทั้งหมด”
“เอ๊ะ นั่นมือคุณเลือดออกนี่”
“คงโดนเล็บยัยเพิร์ลลี่ ช่างเถอะ” ว่าแล้วเธอขยับตัวทำท่าจะกลับ แต่ทันใดสุดยอดคว้ามือเธอไว้ ก่อนจัดแจง ทำแผลและใส่ยาให้...
ครั้นยาหยีกลับถึงบ้าน ก็พบว่าแม่ยังนั่งหน้าเครียดด้วยความเป็นห่วงข้าวตู พอยี่หวากลับลงมาจากชั้นบน สองแม่ลูกก็ถามเป็นเสียงเดียวกันว่า
“ข้าวตูเป็นไงบ้าง”
“นอนแล้วค่ะ แต่กว่าจะยอมนอน หนูก็ต้องสัญญาแล้วสัญญาอีกว่าไม่หย่าแน่ๆ หนูไม่อยากโกหกลูกเลยค่ะแม่”
“แม่เข้าใจ แต่มันจำเป็น จะทำไงได้ล่ะ ช่วงนี้เราก็ใช้เวลาอยู่กับลูกให้มากๆหน่อยแล้วกัน ข้าวตูจะได้ไม่คิดเรื่องพวกนี้ แม่ล่ะกลัวว่าจะหนีออกจากบ้านอีก คราวนี้มันคงไม่โชคดีเหมือนคราวที่แล้วหรอก”
จู่ๆ ยาหยีนึกขึ้นได้ว่าตนได้บัตรพักรีสอร์ตฟรีช่วงวันหยุดยาวอาทิตย์นี้มา จึงชวนครอบครัวไปเที่ยว ให้ข้าวตูได้เปลี่ยนบรรยากาศ เผื่อจะได้ลืมๆอะไรไปบ้าง
“กู๊ดไอเดียเลย ขอบใจมากน้องรัก”
ยี่หวาสีหน้าดีขึ้น คาดหวังว่าการไปเที่ยวครั้งนี้จะช่วยเยียวยาข้าวตูได้บ้าง
ooooooo










