ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ลิขิตเสน่หา

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ลิขิตเสน่หา ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

เด็กหญิงไข่ตุ๋นกับเด็กชายข้าวตูเป็นนักเรียนชั้นอนุบาลของครูปราณี ด้วยความซนของเด็กทั้งคู่โดยเฉพาะไข่ตุ๋นที่กล้าเก่งเกินเด็กผู้หญิงทั่วไป วันนี้ที่ครูปราณีพาเด็กๆไปเที่ยวสวนสัตว์ ไข่ตุ๋นจึงนำพาข้าวตูออกจากกลุ่มเข้ามาใกล้กรงสัตว์อันตรายที่ครูอุตส่าห์กำชับห้ามปรามเอาไว้แล้ว

เมื่อเด็กสองคนหายไปโดยที่ครูปราณีก็ไม่รู้ว่าหายไปทางไหน เหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายจึงเกิดขึ้น ครูปราณีแตกตื่นตกใจจนแทบร้องไห้ ครั้นจะละทิ้งเด็กทั้งกลุ่มไปตามหาเด็กสองคนก็ไม่ได้ จึงได้แต่สอบถามเพื่อนๆของเด็กทั้งสองว่ามีใครเห็นบ้าง

ขณะความวุ่นวายที่สวนสัตว์ยังไม่สิ้นสุด ที่ห้องสัมมนาซึ่งณนนท์รับออกแบบจัดงานเอาไว้ก็กำลังเกิดเรื่อง ณนนท์ไม่พอใจผลงานจึงตำหนิคนงานจนทุกคนกลัวหงอ ก้มหน้างุด

“ผมบอกกี่ครั้งแล้วให้คอนเฟิร์มซัพพลายเออร์ดอกไม้ให้ดีๆ ว่าผมเอาแต่กล้วยไม้นอกเท่านั้น ไม่เอากล้วยไม้ไทย แล้วกล้วยไม้ไทยพวกนี้มาจากไหน ใครรับผิดชอบ”

คนงานเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสบตาณนนท์สักคน แต่จู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ

“ฉันรับผิดชอบเอง”

เธอคือยี่หวา หญิงสาวร่างระหงสวยสะดุดตา แต่ยามนี้ณนนท์ไม่ได้คิดเช่นนั้น   เพราะเขากำลังจริงจังจดจ่อกับงาน เพียงอย่างเดียว

“ก็ป้ายงานเขียนว่าไงล่ะ” ยี่หวาชี้ไปที่ป้ายงานซึ่งระบุชัดเจนว่างานท่องเที่ยววัฒนธรรมสี่ภาค “แล้วฉันทำผิดคอนเซปต์ตรงไหน”

“ไม่ผิด...แต่ขัดคำสั่งผม  งานนี้ผมต้องการเน้น

ให้คนต่างชาติมาสนใจเมืองไทย มันถึงต้องจัดให้เป็นอินเตอร์ ไม่ใช่เอะอะก็ยัดเยียดความเป็นไทย คนต่างชาติต่างภาษาเขาจะเข้าใจมั้ยล่ะ คุณอย่ามาทำเป็นอวดฉลาดหน่อยเลย กับอีแค่ร้านดอกไม้”

“ร้านต้นไม้แล้วไง ต้องออร์กะไนเซอร์อย่างคุณเท่านั้นเหรอถึงจะมีไอเดียมีสมองได้ งานวัฒนธรรมไทยแต่ทำให้ดูเป็นอินเตอร์ ถ้าคนต่างชาติเขาต้องการความเป็นอินเตอร์แล้วเขาจะมาเมืองไทยทำไมไม่ทราบ ขอโทษนะ นี่ตกลงใช้สมองคิดแน่ใช่มั้ย”

“นี่คุณ...” ณนนท์ขึงขังเสียงดังคับห้อง ตั้งท่าจะโต้วาทีกับเธอ แต่เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาดังขัดจังหวะพอดี เขากดรับแล้วหน้าเสียอย่างฉับพลัน รีบเดินเลี่ยงออกมา

“ว่าไงครับคุณครู”

กลุ่มคนงานได้โอกาสสุมหัวเม้าท์กันทันที

“ไม่อยากเชื่อว่าจะมีคนรอดตายจากการทิ้งระเบิดของคุณนนท์”

“รอดไม่รอดเปล่า ยังทิ้งระเบิดสวนด้วย วีรสตรีไทยกลับชาติมาเกิดชัวร์ๆ”

ณนนท์ที่ยืนห่างออกมาสีหน้าไม่สู้ดีขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายเขาก็รีบออกจากห้องสัมมนาไปโดยไม่บอกกล่าวใครสักคน

“นี่...ยังพูดไม่จบเลย จะไปไหนล่ะคุณ กลับมาเถียงกันก่อนสิ มีอะไรคาใจก็กลับมาได้นะ ฉันรออยู่ตรงนี้แหละ” ขาดคำของยี่หวา โทรศัพท์มือถือเธอดังขึ้น เจ้าตัวดูเบอร์ก่อนรับสายแล้วรีบร้อนออกไปอีกคน

ooooooo

ที่แท้ ไข่ตุ๋นคือลูกสาวของณนนท์ ส่วนข้าวตูเป็นลูกชายของยี่หวา เขาและเธอต่างก็เดินทางมายังสวนสัตว์ตามที่ครูปราณีแจ้งข่าวไป

ณนนท์วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาถามครูปราณีที่ยืนกระวนกระวายอยู่ตรงเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์

“เจอไข่ตุ๋นมั้ยครับครู”

ครูปราณีไม่ทันจะตอบ ยี่หวาก็วิ่งส่งเสียงร้อนรนเข้ามาทางด้านหลัง

“ข้าวตูล่ะคะคุณครู”

“ลูกคุณก็หายเหรอครับ” ณนนท์ถามพรวดพร้อมกับหันหลังไปปะทะยี่หวา ต่างคนต่างตกใจอุทานเป็นเสียงเดียว

“คุณ!!”

“คุณพ่อคุณแม่ใจเย็นก่อนนะคะ ตอนนี้ทุกคนกำลังออกตามหาอยู่ค่ะ”

“แล้วทำไมลูกฉันถึงหายไปได้ล่ะคะคุณครู ปกติลูกฉันก็เรียบร้อยนะคะ ไม่น่าจะแอบไปซนที่ไหน”

ประโยคนี้ของยี่หวาจุดชนวนให้ณนนท์รู้สึกขวางหูขวางตา เพราะเพิ่งมีคดีเก่ากันมา

“อ้าว คุณพูดอย่างนี้ก็หมายความว่าลูกผมชวนไปล่ะสิ”

“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย ร้อนตัวไปหรือเปล่า”

“ก็ลูกเราสองคนหายไป ถ้าคุณไม่ว่าลูกผมแล้วคุณว่าลูกใคร”

“โอเคๆ ถ้าคิดว่าฉันว่า...ฉันพูดอะไรไปคุณก็คงไม่ฟัง ก็ได้ ฉันว่าลูกคุณ คอยดูนะ ถ้าลูกคุณทำให้ลูกฉันเป็นอะไร ฉันจะ...”

“จะอะไร” ณนนท์สวนทันควัน สีหน้าท่าทางเอาเรื่องจนครูปราณีต้องรีบห้ามทัพ

“หยุดเถอะค่ะ คุณพ่อคุณแม่อย่าเพิ่งทะเลาะกัน สู้เอาเวลานี้ไปตามหาลูกดีกว่าไหมคะ ป่านนี้เป็นตายร้ายดียังไงก็ไม่รู้”

“ครูจำได้ไหมครับ เห็นเด็กสองคนนี้ครั้งสุดท้ายที่ไหน”

ครูปราณีนิ่งเงียบเพราะจำไม่ได้จริงๆ ยี่หวาหันมาถามเด็กๆมีใครเห็นบ้าง ปรากฏว่าเด็กสามคนตอบไปคนละอย่าง แต่ทุกคำตอบล้วนน่ากลัวทั้งนั้น มีทั้งเห็นที่กรงเสือ กรงสิงโต บ่อจระเข้...ยี่หวาถึงเข่าอ่อนแทบทรุด ห่วงลูกจนน้ำตาซึม ขณะที่ณนนท์ก็กุมขมับ เครียดหนักพอกันทั้งคู่

สักครู่หนึ่งก็มีมือเล็กๆมาสะกิดหลังยี่หวา “คุณแม่ครับ คุณแม่ร้องไห้ทำไมครับ”

“พ่อ...พ่อปวดหัวเหรอคะ”

เสียงของเด็กชายหญิงทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองหายเศร้าหายเครียดเป็นปลิดทิ้ง ต่างฝ่ายต่างโผกอดลูกของตนด้วยความดีใจสุดๆ

ooooooo

เสร็จเรื่อง ครูปราณีพาลูกศิษย์ทุกคนไปขึ้นรถบัส โดยมีณนนท์กับยี่หวาตามมาส่ง ทั้งคู่ฉีกยิ้มและโบกมือให้เด็กๆที่ส่งเสียงกันจ้อกแจ้กจอแจ

“บ๊ายบายค่ะพ่อ ไว้เจอกันที่บ้านนะคะ”

ณนนท์แย้มยิ้มตอบรับลูกสาว แต่พอรถเคลื่อนออกไป ทั้งณนนท์และยี่หวาก็หมดเวลาสร้างภาพ หันมาฉะกันทันที

“ฉันนึกแล้วว่าลูกคุณต้องเป็นฝ่ายชวนลูกฉัน”

“เด็กมันก็ต้องซน เรื่องธรรมดา ไม่รู้จะโวยวายทำไม”

“แล้วถ้าลูกฉันเป็นอะไรไปล่ะ”

“ก็แล้วมันเป็นอะไรมั้ยล่ะ”

“ฉันไม่แปลกใจเลยที่ไข่ตุ๋นซนอย่างนี้ ก็เพราะมีพ่ออย่างคุณให้ท้ายนี่เอง”

“แล้วคุณล่ะ ดูแลลูกตัวเองให้ดีก่อนเถอะ ค่อยมาว่าลูกคนอื่นเขา”

“ทำไม ฉันเลี้ยงลูกไม่ดีตรงไหน”

“ตุ๋มติ๋มซะขนาดนั้น ตอนแรกผมยังนึกว่าเป็นเด็กผู้หญิงซะอีก”

“คุณว่าลูกฉันเป็นตุ๊ดเหรอ”

ขาดคำ ยี่หวากระทืบปลายเท้าณนนท์ ตามด้วยปล่อยหมัดขวาตรงเข้าเต็มเบ้าตาจนเขาร้องโอ๊ยด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังปากเก่งร้องท้าเมื่อเห็นเธอจะผละไป

“แน่จริงอย่าหนีซิ”

ยี่หวาหยุดกึก แล้วเดินกลับมากระทืบเท้าเขาอีกข้างอย่างสุดแรง “นี่แน่ะ อย่างนี้เรียกแน่จริงรึเปล่า” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็สะบัดหน้าจากไปด้วยความสะใจ ทิ้งณนนท์โดดเหยงๆ เจ็บน้ำตาแทบเล็ด มองตามเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน

ooooooo

กลางวันวันเดียวกัน ที่ห้างสรรพสินค้ามีการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ชื่อดัง โดยมีนายสุดยอดน้องชายของณนนท์เป็นพิธีกร ว่านเป็นโปรดิวเซอร์ควบคุมรายการ นัทเป็นครีเอทีฟ

บรรดาผู้คนที่มาช็อปปิ้งต่างมุงดูกันเต็มไปหมด บางคนก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป ถ่ายคลิป โดยที่กลุ่มแฟนคลับของสุดยอดคอยชูป้ายให้กำลังใจกันเป็นทิวแถว สุดยอดเคยประกวดเรียลลิตี้ได้ตำแหน่งที่สาม   “บ้านตะกายดาว”   ถือว่าดังในระดับนึง เป็นทั้งพิธีกร ดาราและนายแบบ แต่ยังไม่เด่นชัดในทางใดทางหนึ่ง

แม้การประกวดครั้งนั้นเขาจะไม่ได้ตำแหน่งชนะเลิศ แต่ด้วยรูปร่างแมนๆ และหน้าตาคมเข้มของเขาก็ทำให้มีแฟนคลับทั้งสาวแท้สาวเทียมตามกรี๊ดเป็นกำลังใจกันวุ่นวายไปหมด กะว่าเสร็จงานเมื่อไหร่ได้ถึงเนื้อถึงตัวเขาแน่

ซึ่งนั่นแหละคือปัญหาของสุดยอด เมื่อเสร็จงานเขารีบหลบเข้าห้องน้ำพร้อมว่านกับนัท บรรดาแฟนคลับตามมาอออยู่หน้าห้องน้ำเต็มไปหมด สักครู่เห็นนัทเดินออกมา กลุ่มแฟนคลับรีบเข้าไปรุมเขาทันที

“พี่ยอดล่ะ ทำไมเข้าไปนานจังเลย ท้องเสียรึเปล่าเนี่ย”

“ยอดสบายดีครับ ทุกคนไม่ต้องห่วง แต่ตอนนี้ยอดกลับไปแล้ว ขอเชิญทุกคนกลับไปก่อนนะครับ”

“จะกลับไปได้ไงยะ ฉันเฝ้าอยู่ตลอด ยังไม่เห็นใครออกมาเลย จะกีดกันไม่ให้พวกเราพบพี่ยอดใช่มั้ย พวกเราลุย!”

บรรดาแฟนคลับจะบุกเข้าไปในห้องน้ำชาย นัทตกอกตกใจพยายามกันไว้สุดฤทธิ์ เลยโดนหางเลขไปคนละตุ้บสองตุ้บ ระหว่างนั้นเองว่านก็ใส่เสื้อโค้ทสวมแว่นตาดำเพื่อพรางตัวให้แฟนคลับเข้าใจผิดว่าเป็นสุดยอด เดินย่องหนีออกมาจากห้องน้ำ พอแฟนคลับเหลือบเห็นเข้าก็คิดว่าใช่แล้ว จึงวิ่งกรูร้องกรี๊ดตาม จนว่านต้องตบเกียร์ห้าวิ่งหนีทันที

“ฝูงไฮยีน่ารึไงวะ จะรอดมั้ยเนี่ยไอ้ว่าน”  นัทบ่นด้วยสีหน้าเสียวสยองแทนว่าน  ส่วนสุดยอดค่อยๆโผล่หน้าออกมามองซ้ายขวาก่อนถามนัทว่าสถานการณ์เป็นยังไงบ้าง “เคลียร์แล้ว แต่ทีหลังอย่าเล่นมุกนี้บ่อยนักนะโว้ย พวกข้าก็รักชีวิตเหมือนกัน”

“เออๆ ขอบใจมากโว้ยเพื่อน” ว่าแล้วเขาจะผละไป แต่ทันใดนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นเอนิตากำลังเดินคลอเคลียกับนายแบบหนุ่มคนหนึ่ง สุดยอดหน้าตึงทันที เดินเข้าไปขวางหน้าเอนิตากับนายแบบหนุ่ม ทักทายด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “สวัสดีคร้าบ...พี่สะใภ้ซุปเปอร์โมเดลของผม”

นายแบบหนุ่มงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่เอนิตาจ้องหน้าสุดยอดตาขวาง

“มีอะไรเหรอ นักล่าฝันตกกระป๋อง”

“ก็ไม่มีอะไรหรอกครับพี่สะใภ้ ถ้าจะเอ็นดูลูกคนอื่นผมก็ไม่ว่าหรอกนะครับ แต่ยังไงก็หัดมาเยี่ยมๆมองๆลูกตัวเองบ้าง เด็กมันโตขึ้นทุกวันอย่าให้มันว่าได้ว่ามีแม่นิสัยไม่ดีชอบทิ้งๆขว้างๆ”

“ไอ้สุดยอดชั่ว ฉันไปเหยียบหางแกเหรอ แกถึงได้มากัดฉัน”

นายแบบหนุ่มเห็นท่าไม่ดีชิงขอตัวกลับไปก่อนทันที เอนิตาร้องเรียกเขาก็ไม่เหลียวหลัง

“อย่าเสียเวลาเรียกเลยพี่ น้องมันไม่อยากปีนต้นงิ้วน่ะ แต่ยังไงก็ขอโทษด้วยนะ แหม อ้อยกำลังจะเข้าปากช้างอยู่แล้วเชียว ผมก็ดันดึงออกมาได้ ดูซิ น้ำหมากยังติดมุมปากอยู่เลย”

เอนิตาแค้นสุดๆ ทั้งด่าทั้งเอากระเป๋าถือตบตีสุดยอดไม่ยั้ง จนสุดยอดต้องถอยร่นไม่เป็นกระบวน แล้วไปชนเข้ากับยาหยีน้องสาวยี่หวาที่ถือกล่องใส่เค้กวันเกิดของหลานชายผ่านมา

ยาหยีโดนชนจนล้ม กล่องเค้กหล่นทำให้เค้กหน้าเละไปหมด เธอร้องลั่นด้วยความโมโห หันไปจ้องหน้าเอาเรื่องคนชน เอนิตาหน้าเสียจะรีบชิ่ง

“ฉันไม่เกี่ยวนะคะคุณ ไอ้นี่ต่างหากเป็นตัวเริ่ม เล่นมันเลยค่ะ ฉันไม่เกี่ยว”

“โห...พอปากว่างไม่ได้เคี้ยวเด็กก็ไล่กัดเลยนะ...อย่าไปเชื่อนะคุณ สาเหตุมันเป็นเพราะยัยนี่”

“ฉันไม่สนหรอกว่าพวกคุณจะมีเรื่องอะไรกัน แต่เค้กฉันพังเละหมดแล้ว พวกคุณจะรับผิดชอบยังไง”

“เค้กพังก็พูดกันดีๆได้นี่คุณ ไม่เห็นต้องเสียงดังเลย จะเอาเท่าไหร่ล่ะ” คำพูดสุดยอดทำให้ยาหยียิ่งโมโหหนัก โต้ตอบว่า

“เท่าไหร่ก็ไม่สำคัญหรอก เพราะเค้กชิ้นนี้มันมีความหมายกับฉันมาก”

“ไอ้โน่นก็ไม่เอา ไอ้นี่ก็ไม่เอา แล้วจะเอาอะไร”

ยาหยีโกรธจี๊ด อาศัยช่วงที่สุดยอดเบือนหน้าหยิบเค้กบนพื้นขึ้นมาโปะใส่หน้าเขาเต็มๆ จนเละไปทั้งหน้าทั้งหัว นัทมองดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ถึงกับสะอึก อึ้งที่เพื่อนรักซวยซ้ำซ้อนจริงๆ

“เก็บเงินของนายเอาไว้ยัดใส่ปากตัวเองตอนตายละกัน ไอ้เบื๊อก!” ด่าเสร็จยาหยีก็เดินฉับๆจากไปด้วยความโกรธ สุดยอดเอามือปาดเค้กออกจากหน้าจากปากแล้วตะโกนไล่หลัง

“นี่คุณ คราวหน้าถ้าเจอกันอีกซื้อเค้กอร่อยๆหน่อยนะ เค้กสั่วๆอย่างนี้ผมไม่ชอบ”

ยาหยีโกรธแทบเต้น หันกลับมาร้องด่าสุดเสียง “ไอ้บ้า!!”

ooooooo

ค่ำคืนนั้น ณนนท์เบ้าตาเขียวคล้ำเพราะหมัดยี่หวาต้องเอาน้ำแข็งมาประคบ ขณะที่สุดยอดน้องชายก็หน้าตาหัวหูเละเทะด้วยฝีมือยาหยีกลับมาอาบน้ำทำความสะอาดจนอ่อนใจ สองพี่น้องอยู่ในอารมณ์เดียวกันเดินบ่นเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่เท่งพ่อของพวกตนกับไข่ตุ๋นกำลังดูมวยปล้ำกันอย่างเมามัน

“พวกผู้หญิงก็อย่างเงี้ย ไม่เคยฟังเหตุฟังผล พอเถียงสู้ไม่ได้ก็ใช้กำลัง ถ้าเราเอาคืนก็หาว่ารังแกเพศอ่อนแออีก แสบขนาดนี้มันอ่อนแอตรงไหนเนี่ย”

“แกยังดีที่โดนแค่เค้ก ฉันสิ หมัดทั้งดุ้น...คอยดูนะ ถ้างานพรุ่งนี้งานออกมาเละเพราะยัยนี่ล่ะก็ ฉันจะบุกไปตัดต้นไม้ทิ้งทั้งร้านเลย” ณนนท์ฮึ่มฮั่มก่อนประสานเสียงกับน้องชายว่า “ผู้หญิงงี่เง่า!”

“จริงด้วยค่ะพ่อ ไข่ตุ๋นก็ไม่ชอบผู้หญิงเหมือนกัน ไข่ตุ๋นอยากเป็นผู้ชายมากกว่าจะได้เหมือนพ่อ เหมือนอายอดแล้วก็ปู่เท่งไงคะ”

“โห...ลูกพ่อจริงๆ” ณนนท์ยิ้มแย้มลูบหัวลูกสาวด้วยความเอ็นดู

“นี่เจ้าไข่ตุ๋น  ผู้หญิงไม่ได้งี่เง่าเหมือนกันทุกคนหรอกนะ อย่างย่าของไข่ตุ๋นไง ทั้งแสนดี มีเหตุผล เป็นกำลังใจให้ปู่ทุกอย่าง”

“แล้วผู้หญิงอย่างแม่จะมีซักกี่คนล่ะครับพ่อ ตั้งแต่เกิดมาผมเห็นแค่แม่คนเดียวเท่านั้นแหละที่เพอร์เฟกต์ทุกอย่าง คนอื่นไม่เคยเห็น”

“จริงของพี่นนท์ นอกจากแม่แล้ว ผู้หญิงคนอื่นก็งี่เง่าบ้าบอกันทั้งนั้นแหละ”

สุดยอดสนับสนุนและเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ในเวลาเดียวกันนั้นอีกบ้านหนึ่งยาหยีก็กำลังก่นด่าผู้ชายโดยมีบุญเลื่องผู้เป็นแม่ผสมโรงเป็นปี่เป็นขลุ่ยขณะช่วยกันทำอาหารเพื่อฉลองวันเกิดให้ข้าวตู

“ผู้ชายมันก็นิสัยแบบนี้ทุกคน ไร้ความรับผิดชอบ เห็นแก่ตัว คิดดูสิคะแม่ ไอ้ติงต๊องนั่นมันทำเค้กวันเกิดข้าวตูพังยังไม่ขอโทษหนูซักคำ”

“ผู้ชายก็อย่างงี้แหละ ชอบวางอำนาจ ใช้กำลัง ผิดก็ไม่ยอมรับผิด เราอย่าไปสนใจเลย ไปซื้อเค้กให้ข้าวตูใหม่ดีกว่า”

“ซื้อใหม่ก็ไม่เหมือนของเดิมหรอกค่ะ เพราะหนูสั่งทำเป็นพิเศษ จะทำใหม่ก็ไม่ทันแล้วด้วย”

เสียงบ่นของยาหยีเงียบลงเมื่อยี่หวาเข้ามาพร้อมช่อดอกไม้ หลังจากนั้นไม่นานทั้งอาหารและเจ้าของวันเกิดก็พร้อมเพรียง แต่พอทุกคนร้องเพลงอวยพรวันเกิดเสร็จ ข้าวตูกลับไม่ยอมแตะต้องอาหาร บอกว่าจะรอพ่อก่อน พ่อสัญญาว่าจะมาวันเกิดของตน

บุญเลื่องรู้นิสัยลูกเขยดี มั่นใจว่าเขาไม่มาแน่ แต่ก็อ้างเหตุผลไม่ให้สะเทือนใจหลานว่าพ่อเขางานยุ่ง ไม่รู้จะมากี่โมง เผลอๆอาจจะติดงานมาไม่ได้ ข้าวตูมากินข้าวกับยายก่อนดีกว่า

“ไม่ครับ ข้าวตูจะรอพ่อ พ่อสัญญาแล้ว พ่อต้องมาสิ”

ยิ่งพูด ข้าวตูก็หน้าไม่ดีเหมือนจะร้องไห้ ยี่หวาดึงลูกมากอดด้วยความสงสาร ทันใดนั้นเสียงพลุกระดาษดังขึ้น ทุกคนหันไปเห็นกลุ่มตัวตลกกำลังร้องรำทำเพลง คนหนึ่งยื่นลูกโป่งรูปสัตว์มาให้ข้าวตูที่ยิ้มหน้าบานชอบอกชอบใจสุดๆ พร้อมกันนั้นวสันต์ก็โผล่เข้ามาพร้อมกล่องของขวัญขนาดใหญ่และเค้กวันเกิด

“คุณพ่อ!” ข้าวตูดีใจมากวิ่งเข้าไปกอดวสันต์ที่รีบวางของแล้วกอดตอบหอมแก้มลูกชายดังฟอด

“พ่อขอโทษทีนะลูกที่มาช้าไปหน่อย พ่อสั่งทำเค้กเป็นพิเศษเอาไว้เพื่อข้าวตูโดยเฉพาะ ก็เลยเสียเวลารอนานไปนิดนึงน่ะครับ ข้าวตูไม่โกรธพ่อนะ”

“ไม่โกรธครับ ข้าวตูดีใจที่สุดเลยครับที่พ่อมาหาข้าวตู”

วสันต์โอบกอดลูกอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส ยี่หวามองลูกด้วยรอยยิ้ม เมื่อลูกมีความสุขตนก็สุขด้วย...จนเมื่อเวลาแห่งความสุขของข้าวตูผ่านพ้นไป ยี่หวาเดินออกมาส่งวสันต์หน้าบ้าน เธอกล่าวขอบใจเขาที่อุตส่าห์มา

“ผมสัญญาแล้วว่าจะมาก็ต้องมาสิ ว่าแต่คุณลืมอะไรหรือเปล่า”

ยี่หวาชะงักมองหน้าเขาก่อนจะเปิดกระเป๋าหยิบเงินส่งให้ วสันต์รับมานับแล้วท้วงทันทีว่ายังขาดอีกห้าพัน

“ก็เราตกลงกันหมื่นนึง คุณจะมาเอาอะไรอีก”

“หมื่นนึงน่ะมันค่าจ้างผม แต่ห้าพันเป็นค่าของขวัญ ค่าเค้ก แล้วก็ค่าตัวประกอบเมื่อกี้ไง”

“คุณนี่ช่างเป็นพ่อที่ประเสริฐเหลือเกิน” ยี่หวาแดกดันแต่ก็หยิบเงินห้าพันยื่นให้เขา

“แหม คุณก็รู้เศรษฐกิจตอนนี้มันก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แค่นี้ไม่แพงหรอกน่า คิดมากไปได้”

ยี่หวาเหนื่อยใจ ให้เขากลับไปได้แล้ว วสันต์ทำเป็นโอดเล็กๆว่าใช้งานเสร็จก็ไล่เลย แต่ถ้ามีงานอีกอย่าลืมเรียกใช้บริการตนใหม่...ว่าแล้วก็เดินกวนๆกลับไป ยี่หวามองตามด้วยความระอาใจ สงสารลูกที่ต้องมีพ่อแบบนี้

ooooooo

ได้เงินค่าจ้างสร้างภาพพ่อที่แสนดีจากเมียมาไม่ทันข้ามคืน วสันต์ก็ไปดื่มจนเมามายแล้วหนีบเอาสาวเซ็กซี่นางหนึ่งมาค้างที่บ้าน แต่ไม่ทันจะพาเธอขึ้นห้อง ก็ได้ยินเสียงดุดันของวัลลภาแผดขึ้น วสันต์จึงให้หญิงสาวขึ้นไปรอบนห้องก่อน เดี๋ยวตนคุยกับแม่เสร็จจะตามไป

พอหญิงสาวคล้อยหลัง วัลลภาก็กระแทกเสียงหงุดหงิดใส่ลูกชาย “บ้านฉันไม่ใช่โรงแรมม่านรูดนะยะ เมื่อไหร่แกจะเลิกพาผู้หญิงมาค้างที่นี่ซะที รู้มั้ยว่าตอนนี้พวกเจ้าหนี้...”

วสันต์รำคาญรีบปิดปากแม่ด้วยเงินสองพันบาท โดยบอกว่าตนหามาได้สี่พัน แม่เอาไปครึ่งนึงแล้วเลิกบ่นตนซะที วัลลภาดึงเงินมา พลางบ่นว่ามันน้อยนิดแค่ค่าไฟก็ไม่พอ

“วันนี้มีแค่นี้แหละ ไม่มีอะไรแล้วนะครับ งั้นผมไปล่ะนะ”

“เดี๋ยว ฉันยังพูดไม่จบ เสี่ยกำธรติดต่อแม่มาว่าเขาสนใจที่ดินของเมียแกอยากจะซื้อเอาไว้ทำรีสอร์ต แกช่วยไปพูดกับเมียแกให้หน่อยสิ”

“ไอ้ที่บ้านนอกอย่างงั้นน่ะเหรอแม่ จะได้ถึงแสนรึเปล่า เก็บไว้ให้ข้าวตูมันวิ่งเล่นตอนปิดเทอมดีกว่ามั้ง”

“เขาให้สามสิบล้าน”

วสันต์หูผึ่งตาพอง หายเมาเป็นปลิดทิ้ง ยิ่งพอแม่บอกว่าเขาให้พิเศษห้าล้านด้วยถ้าแกทำสำเร็จ วสันต์ถึงกับยิ้มเจ้าเล่ห์แผนชั่วเริ่มผุดขึ้นมาเต็มไปหมด...

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น วสันต์ก็ไปปรากฏตัวที่บ้านแม่ยาย ตามต้อนหน้าต้อนหลังตะล่อมยี่หวาเรื่องขายที่ดิน ตั้งแต่ในบ้านจนออกมาหน้าบ้าน ซึ่งยี่หวาเอากระเป๋านักเรียนของข้าวตูมาใส่รถ

“เชื่อผมสิจ๊ะยี่หวา เงินตั้งสามสิบล้านมันพอที่จะให้เราอยู่สบายๆไปทั้งชาติเลยนะ”

“ไม่ล่ะ ขายต้นไม้อย่างงี้น่ะดีแล้ว อย่างน้อยฉันก็มีเงินเลี้ยงตัวเองเลี้ยงลูก รวมทั้งเลี้ยงคุณกับแม่คุณด้วย”

วสันต์เจ็บใจที่โดนย้อน แต่รีบปั้นยิ้ม “โอเค ผมยอมรับว่าผมอาจจะจับจดไม่ทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน ส่วนคุณแม่ท่านก็มีหนี้สินหลายทาง แต่ถ้าเรามีเงินก้อนนี้ทุกอย่างจะจบเลยนะ ผมก็จะมีทุนทำในสิ่งที่ผมรัก หนี้สินก็ไม่มี ครอบครัวเราจะได้กลับมาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้งไงจ๊ะ”

“พูดง่ายเหลือเกินนะ ลืมไปรึเปล่าว่านั่นเป็นที่ของบรรพบุรุษฉัน ต่อให้ฉันขายมันไปจริงๆ แล้วมันเรื่องอะไรที่ฉันต้องเอาเงินให้คุณด้วย แล้วที่สำคัญฉันไม่เคยคิดจะขาย”

“ก็ได้ ในเมื่อผมเสนอทางออกที่ดีที่สุดแล้วคุณไม่ยอมรับก็ตามใจ เราก็อยู่กันไปอย่างงี้แหละ คาราคาซังจนกว่าลูกจะโตไปเลย”

ข้าวตูออกมาจากในบ้าน วิ่งเข้าหาพ่อด้วยความดีใจนึกว่าพ่อมารับไปส่งโรงเรียน วสันต์พยายามปรับสีหน้าและระงับอารมณ์บอกลูกว่า

“เปล่าหรอกลูก พ่อแวะมาหาแม่ แต่แม่เขาคงเกลียดพ่อแล้วล่ะ พ่อไปทำงานก่อนนะ”

วสันต์เดินกลับไปด้วยท่าทีหงุดหงิด ข้าวตูมองตามอย่างผิดหวัง ในขณะที่ยี่หวายืนมองลูกด้วยความสงสารจับใจ

ครั้นไปส่งข้าวตูถึงโรงเรียน ยี่หวาเจอณนนท์ที่มาส่งไข่ตุ๋น ต่างคนต่างชะงักเหล่มองกันอย่างไม่ชอบหน้า แต่ยังต้องเก็บอาการเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกๆ จนเมื่อเด็กสองคนเดินเข้าโรงเรียนไป ทั้งคู่ก็หันมาเขม่นกันโดยมีครูปราณียืนทำหน้าอีหลักอีเหลื่ออยู่ใกล้ๆ

“หวังว่าการเปิดงานวันนี้มันจะไม่ล้มเพราะความคิดตื้นๆ และก็ดอกไม้ห่วยๆของคุณหรอกนะ”

“แล้วถ้ามันประสบความสำเร็จล่ะ คุณจะขอโทษฉัน แล้วก็กลับไปทบทวนรสนิยมแย่ๆของตัวเองมั้ยล่ะ”

“ได้...เราจะได้รู้กันว่าระหว่างรสนิยมของผมกับไอเดียของคุณ ใครกันแน่ที่เห่ย”

“ได้อยู่แล้ว”

ณนนท์กับยี่หวาจ้องหน้าปะฉะดะกัน ครูปราณีพยายามไกล่เกลี่ยมีอะไรให้ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่า

“คนบางคนเขามีวิวัฒนาการความเป็นคนต่ำกว่ามาตรฐาน เขามักจะพูดไม่รู้เรื่องหรอกค่ะครู นอกจากร้องเจี๊ยกๆโวยวายๆแล้วก็ไป” ว่าแล้วยี่หวาก็เดินไป ณนนท์โวยอย่างเจ็บใจ

“นี่คุณว่าผมเป็นลิงเหรอ เก่งจริงกลับมาก่อนสิ โธ่...ไม่แน่จริงนี่หว่า ครูครับครูว่าผู้หญิงนี่งี่เง่าเหมือนกันทุกคนหรือเปล่าครับครู”

คำถามนี้ ครูปราณีฐานะผู้หญิงคนหนึ่งถึงกับสะอึกวางหน้าไม่ถูก

ooooooo

ที่สวนสาธารณะ ว่านกำลังเซ็ตงานเพื่อเตรียมถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ทีมงานแต่ละคนเตรียมงานกันขยันขันแข็ง สักครู่ว่านเดินกลับมาหานัทที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์บันเทิงซึ่งลงข่าวของสุดยอดกับเพิร์ลลี่แฟนสาวที่กำลังจะกลายเป็นอดีต เพราะความเจ้ากี้ เจ้าการของชม้อยแม่ของเพิร์ลลี่นั่นเอง

สุดยอดฐานะพิธีกรของรายการต้องหน้าซีดหน้าเสียเมื่อเดินมาสมทบว่านกับนัทแล้วเห็นข่าวของตนเข้า

“เพิร์ลลี่เปิดใจยอมรับว่าลดระดับความสัมพันธ์กับสุดยอดแล้ว แม้จะไม่เผยสาเหตุ แต่แหล่งข่าววงในแฉว่าทนพฤติกรรมไม้เลื้อยของฝ่ายชายไม่ไหว”

นั่นคือข้อความพาดหัวข่าวที่ทำให้สุดยอดซึมจ๋อยไปในทันที ส่วนที่สตูดิโอแห่งหนึ่ง เวลานี้นักข่าวกำลังรุมสัมภาษณ์ชม้อยที่แสร้งปั้นหน้าเครียดกับข่าวรักๆใคร่ๆของลูกสาว

“เกิดเรื่องทีไรน้องเพิร์ลลี่ก็แก้ตัวแทนทุกที แทนที่จะสำนึกยังจะเลื้อยไปทั่วอีก ศักดิ์ศรีลูกสาวคุณแม่ก็มีนะคะ จะให้ทนต่อไปได้ยังไง”

“งั้นข่าวที่ว่าน้องเพิร์ลลี่คบกับสุดยอดเพื่อหวังดัง พอเจอเป้าหมายใหม่ก็ชิ่ง คุณแม่จะว่ายังไงครับ”

“ไอ้คนที่ให้ข่าวแบบเนี้ยต้องไปหาจิตแพทย์แล้วล่ะค่ะ น้องๆทุกคนก็เห็นอยู่ว่าลูกสาวคุณแม่เข้ามาในวงการด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเกาะแข้งเกาะขาใครดังหรอกค่ะ”

“แล้วเรื่องเจ้าของรถเฟอรารี่สีแดง ที่มีคนเห็นน้องเพิร์ลลี่นั่งไปกองถ่ายล่ะคะ ไม่ทราบว่าคนขับคือหนุ่มไฮโซที่กำลังเป็นข่าวอยู่ตอนนี้รึเปล่าคะ”

“โอ๊ย เพื่อนกันทั้งนั้นล่ะค่ะ ไม่มีอะไร เอ่อ จวนได้ เวลาเข้าฉากแล้วคุณแม่ขอตัวไปดูแลน้องเพิร์ลลี่ก่อนนะคะ”

บรรดานักข่าวไหว้ขอบคุณแล้วแยกย้ายกันไป ชม้อยยิ้มเจ้าเล่ห์ การให้ข่าวแบบเปิดนิดปิดหน่อยจุดกระแสได้ผลตามแผน แต่สำหรับเพิร์ลลี่แล้วเธอไม่ค่อยไม่สบายใจนัก ท้วงแม่ว่าให้ข่าวอย่างนั้นไปจะดีเหรอ ความจริงสุดยอดก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียหน่อย จะว่าไปเราต่างหากที่เป็นฝ่ายผิด
“ผิดเผิดอะไรกันจ๊ะ ก็นายยอดมันไม่ดีพอสำหรับลูกนี่คะ ตอนอยู่บ้านตะกายดาว ไอ้เราก็คิดว่ามันจะชนะที่ไหนได้ดันได้ที่สาม แล้วจะให้ทนคบต่อไปให้มันได้อะไรขึ้นมา ลูกแม่ต้องได้คนที่ดีกว่านั้นเยอะจ้ะ”

“แต่เรื่องข่าว...”

“เชื่อแม่ เลิกกันธรรมดามันจะดังเหรอ ดูสิตอนนี้ลูกกลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงไปแล้ว ไม่ต้องเกาะกระแสนายยอดเหมือนเมื่อก่อนอีก จริงมั้ยล่ะ”

เพิร์ลลี่นิ่งไปอย่างยอมรับว่าแม่พูดถูก ขณะนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือเธอดังขึ้น ชม้อยรีบหยิบมาสกรีนก่อนส่งให้ลูก เพราะเห็นว่าเป็นไฮโซหนุ่มเป้าหมาย

“เห็นมั้ยจ๊ะ พูดไม่ทันขาดคำเลย พี่บ๊อบก็โทร.มาแล้ว”

เพิร์ลลี่เดินเลี่ยงไปคุยมุมห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส โดยมีชม้อยมองตามลูกด้วยความภูมิใจ

ooooooo

ที่ร้านมอร์แดนทรีซึ่งเป็นกิจการเล็กๆของครอบครัว ยาหยีกำลังจัดช่อดอกไม้ให้ลูกค้ามือเป็นระวิง ในขณะที่สองเพื่อนซี้วุ้นและก้อยอ่านหนังสือพิมพ์บันเทิงอย่างเอาเป็นเอาตาย สองสาวสนใจข่าวบันเทิงเป็นชีวิตจิตใจ แถมก้อยยังชอบดูไพ่ยิปซีจึงทำตัวเป็นแม่หมออยู่ร่ำไป

เห็นข่าวแย่ๆของสุดยอดเข้า สองสาวไม่ชอบใจก็เลยถกกันใหญ่ ทำให้ยาหยีชำเลืองมองหมั่นไส้ บ่นเพื่อนๆเอาแต่เม้าท์ดาราทั้งที่ตนเรียกมาให้ช่วยงาน ว่าแล้วก็มาคว้าหนังสือพิมพ์นั้นไป จึงเห็นข่าวของสุดยอดถึงร้องลั่นด้วยความตกใจ “เฮ้ย!!”

“อะไรของแกยะนังหยี” วุ้นกรีดเสียงใส่

“ก็นายนี่...ไอ้สุดยอดห่วยน่ะสิ มันมีข่าวลงด้วย ฉันว่าแล้วว่ามันต้องไม่ใช่คนดีแน่ นี่ไงแม่แฟนเก่าออกมาแฉ บอกเจ้าชู้เที่ยวหลอกฟันหญิงไปวันๆ ลูกสาวก็เลยทนไม่ได้ต้องเลิก”

“อินกว่าฉันอีกนะแก ข่าวพวกนี้มันต้องฟังหูไว้หู เชื่อหมดได้ที่ไหน”

“จริงด้วย” ก้อยขานรับ “ฉันถอดไพ่มาหมดแล้ว รับรองว่าพี่ยอดโดนใส่ร้ายชัวร์”

“ชัวร์กะผีน่ะสิ ฉันบอกตั้งแต่ตอนนั้นแล้วว่าอย่าโหวตให้ไอ้บ้านี่ หล่อก็ไม่หล่อ แล้วยังนิสัยแย่อีก”

“เกินไปแล้วนังหยี เขาหล่อนะยะ ยิ้มทีละลายหัวใจฉันไปหมดเลย ไม่งั้นฉันไม่เสียเงินโหวตหรอก จนป่านนี้ค่าโทร.ยังไม่หมดเลย”

“ฉันไม่เถียงเรื่องหน้าตากับแกก็ได้ แต่นิสัยของไอ้เจ้านี่ ฉันคอนเฟิร์มเลยว่าเลวเล่วเหล้วเล๊วเหลว ชื่อสุดยอดเหรอ ตั้งชื่อได้สมตัวเองจริงจริ๊ง ไอ้สุดยอดเลว”

“แกเกลียดอะไรพี่ยอดซะขนาดนั้น เกลียดตัวกินไข่รึเปล่า” วุ้นกับก้อยหันมามองกันแล้วแกล้งขำๆหยอกล้อ เลยโดนยาหยีหยิกเข้าให้คนละทีสองที

ooooooo

บ่ายนั้น สุดยอด ว่าน และนัทพากันมาช่วยงานณนนท์เตรียมงานให้ลูกค้า ขณะทุกคนกำลังทุ่มเทกันเต็มที่ ไม่นึกว่าเอนิตาจะมาปรากฏตัวทักทายหนุ่มๆเสียงหวานใส แต่ณนนท์กลับหน้าเครียดทันใดที่เห็นภรรยา

เอนิตามาขอเงินณนนท์ใช้อีกตามเคย เธอเดินตามเขาไปเอาเช็คที่รถยนต์ ซึ่งณนนท์สำทับก่อนส่งให้

“หวังว่าครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายนะนิต้า”

“โอเค ฉันก็แค่หมุนเงินไม่ทันนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง ถ้ามีเมื่อไหร่ก็ใช้คืนคุณเองแหละ”

“ใช้เงินอย่างงี้จะมีคืนเหรอ”

“เลิกบ่นซะทีได้มั้ยนนท์ น่ารำคาญ”

“งั้นผมขอคุยอีกเรื่องละกัน ไข่ตุ๋นน่ะโตขึ้นทุกวันแล้วนะ อย่านึกว่าเด็กมันไม่รู้ไม่เห็นอะไร คุณจะทำอะไรก็ขอให้นึกถึงลูกบ้าง”

เอนิตาตีหน้าตายย้อนว่า “ฉันไปทำอะไร นี่คุณคงฟังน้องชายคุณเป่าหูมาอีกล่ะซิ คุณน่ะเชื่อคนทุกคนน่ะแหละ ยกเว้นฉัน ครอบครัวเราถึงต้องมีสภาพแบบนี้ไง”

“ผมไม่ได้เชื่อใคร แต่เพราะผมรู้จักคุณดีต่างหาก เสียอย่างเดียวที่ผมรู้ช้าไป ไม่งั้นผมก็ไม่เลือกคุณมาเป็นแม่ของลูกผมหรอก”

“งั้นก็หย่ากันเลยซิ แบ่งสินสมรสกันไป แล้วก็จ่ายเงินค่าเลี้ยงดูยัยไข่ตุ๋นมาเดือนละแสน โอเคมั้ยล่ะ”

“เลี้ยงดูเหรอ แม้แต่นมแม่คุณยังไม่เคยให้ลูกกินเลย แล้วคุณยังจะมีหน้ามาเอาค่าเลี้ยงดูอีกเหรอ ถ้าจะเอาไปเลี้ยงผู้ชาย ผมยังจะพอเชื่อมากกว่าซะอีก”

“ปากดี!” เอนิตาเงื้อง่าจะตบหน้าณนนท์ แต่เขาไวกว่า คว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน และจ้องหน้าเธอด้วยสายตาดุดันเอาจริงจนเอนิตาชักกลัว ดึงมือออก...ณนนท์สูดลมหายใจเข้าลึกๆระงับอารมณ์

“ลูกผม ผมเลี้ยงเอง ส่วนคุณ ผมให้ได้อย่างมากไม่เกินหนึ่งล้าน ไม่งั้นก็เจอกันในศาลแล้วกัน”

“ไปขู่คนอื่นเถอะนนท์ ถ้าคุณกล้าขึ้นศาลจริงๆคุณทำไปนานแล้ว คุณกลัวยัยไข่ตุ๋นจะอับอายมีปมด้อยโน่นนี่สารพัด นึกว่าฉันไม่รู้เหรอ”

เอนิตาสะบัดหน้าเดินเชิดจากไป ณนนท์ได้แต่มองตามด้วยสายตาเคร่งเครียด รู้ว่าเอนิตาพูดถูกทุกอย่าง ตนเองก็หมดปัญญาจริงๆ

ooooooo

ก่อนเลิกเรียนวันนี้ ไข่ตุ๋นสร้างความวุ่นวายเหนื่อยใจให้ครูปราณีอีกจนได้ เด็กหญิงปีนต้นไม้เกือบตกลงมาขาแข้งหักถ้าครูปราณีวิ่งเข้ามารับไว้ไม่ทัน

“เฮ้อ...ครูไม่รู้จะทำยังไงกับเราดีแล้วไข่ตุ๋น ทำไมถึง ได้ซนอย่างงี้ เกิดเป็นอะไรไปครูจะเอาลูกที่ไหนใช้พ่อแม่เรา”

“หนูขอโทษค่ะ ต่อไปหนูจะไม่ทำอีกแล้วค่ะ”

“ดีมาก เพราะถ้าทำอีกครูจะบอกให้พ่อแม่เราทำโทษเรา รู้มั้ย”

ไข่ตุ๋นพยักหน้าจ๋อยๆ จังหวะนี้ยี่หวาเดินจูงมือข้าวตูผ่านมา ข้าวตูสวัสดีคุณครู ยี่หวาเองก็ทักทายครูปราณีก่อนมองเลยไปที่ไข่ตุ๋นอย่างจำได้ ครั้นสองแม่ลูกเดินจากไปแล้ว ไข่ตุ๋นยังคงมองตาม อดคิดถึงแม่ของตนไม่ได้ พูดกับครูว่า

“คุณครูคะ หนูอยากมีแม่อย่างข้าวตูจัง หนูอยากให้คุณแม่มารับหนูบ้าง”

ครูปราณีสงสารเด็กหญิงจับใจ ดึงตัวมากอดและให้ความหวังว่าสักวันแม่ของหนูอาจจะมารับหนูก็ได้

หารู้ไม่ว่ามันยากแสนยาก เพราะคนอย่างเอนิตาไม่เคยนึกถึงใคร แม้แต่ลูกที่ตัวเองเบ่งออกมา เธอเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ วันๆไม่ยอมทำอะไรนอกจากดูแลตัวเอง แต่งตัวสวย เดินห้างโฉบเฉี่ยวผลาญเงินราวกับเบี้ย

เมื่อกลางวันเพิ่งได้เงินจากณนนท์มา ตกกลางคืนเธอไปเที่ยวผับเฮฮากับเพื่อนฝูง พอเจอหนุ่มถูกใจก็เคล้าคลอไม่แคร์สายตาใคร โดยไม่รู้เลยว่าลูกสาวตัวน้อยนอนเหงาอยู่ที่บ้าน แม้พ่อจะเอานิทานสนุกๆมาเล่าให้ฟังก็ไม่ทำให้เด็กหญิงลืมแม่ไปได้

เมื่อเธอถามถึงแม่ที่ไม่ค่อยกลับบ้าน พ่อก็ให้คำตอบไม่ได้ จึงตัดบทจัดแจงให้ลูกนอน แต่พอเขาพ้นออกจากห้อง ลูกก็คว้าโทรศัพท์มากดหาแม่ที่กำลังสำเริงสำราญอยู่ในผับ

“คุณแม่เหรอคะ นี่ไข่ตุ๋นเองนะ คุณแม่อยู่ที่ไหนคะ”

“ไข่ตุ๋นเหรอลูก แม่กำลังทำงานอยู่น่ะจ้ะ”

“ทำไมเสียงดังจังเลยล่ะคะคุณแม่ คุณแม่ทำงานที่ไหนคะ”

“แม่เดินแบบอยู่ ที่ทำงานแม่ก็อย่างงี้ล่ะจ้ะ เอาไว้หนูโตขึ้นก็เข้าใจเองแหละ”

“คุณแม่จะมาหาไข่ตุ๋นได้ไหมคะ ไข่ตุ๋นไม่ได้เจอคุณแม่นานแล้วนะ”

“ได้สิลูก เอาไว้วันเสาร์นี้แม่ไปหานะ”

“คุณแม่ก็พูดอย่างงี้ทุกทีแหละ ไม่เห็นมาหาไข่ตุ๋นซะที”

“ก็งานแม่ยุ่งนี่คะ แม่ต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงไข่ตุ๋นนะลูก เพราะฉะนั้นไข่ตุ๋นต้องเป็นเด็กดี เชื่อฟังคุณพ่อรู้มั้ยจ๊ะ”

“รู้ค่ะ”

“แม่ต้องขึ้นเดินแบบแล้ว แค่นี้ก่อนนะจ๊ะ รักลูกนะ จุ๊บๆ” เอนิตาอ้างงานแล้วตัดสายทันที เดินตรงไปนั่งตัก ไอ้หนุ่มคนหนึ่ง หัวร่อต่อกระซิกอย่างมีความสุข ทิ้งให้ไข่ตุ๋นหน้าจ๋อยน้อยใจ โดยไม่รู้ว่าพ่อแง้มประตูแอบมองมาด้วยความสงสารจับใจ

ณนนท์ลงมานั่งเศร้าซึมที่ห้องรับแขก ทั้งผิดหวังจากชีวิตคู่และสงสารลูกสาว หวนนึกถึงเมื่อหกปีก่อนตอนรู้ว่าเอนิตาตั้งครรภ์ เขาดีใจสุดๆ แต่เอนิตากลับหน้าเสียบ่นอุบว่าไม่น่าพลาดเลย ตนเป็นนางแบบถ้าท้องจะเสียรายได้แค่ไหน แล้วถ้าหุ่นตนเจ๊งขึ้นมาจะทำยังไง กระทั่งวันเวลาผ่านไปเธอคลอดลูกและจวบจนลูกสี่ขวบ เธอไม่เคยแตะต้องหรือสนใจจะเลี้ยงดู ทำให้ลูกแทบไม่มีความผูกพันกับแม่ และที่สุดไข่ตุ๋นก็มีพฤติกรรมเลียนแบบผู้ชายอย่างพ่อและอา

แล้ววันหนึ่งณนนท์ก็ทนพฤติกรรมแย่ๆของเธอไม่ได้ เขาเป็นฝ่ายหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านพร้อมลูกน้อย โดยบอกกับเธอว่าเขาจะไปอยู่บ้านพ่อสักพัก เอนิตาวางเฉยเหมือนไม่สนใจ แต่พอเขาอุ้มลูกจากไปจริงๆเธอก็โวยวายเจ็บแค้นใจ

“ไปเลย จะไปไหนก็ไป แล้วไม่ต้องกลับมาอีก!”

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ณนนท์ก็ไม่เคยพาไข่ตุ๋นกลับไปที่นั่นอีกเลย และความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาของทั้งคู่ก็ยังคาราคาซังจนถึงทุกวันนี้...

เท่งลงมาเห็นณนนท์นั่งซึมสายตาจับจ้องไปที่รูปภาพครอบครัวสามคนพ่อแม่ลูก จึงเดาได้ไม่ยากว่าลูกชายกำลังจมอยู่กับความทุกข์ใจ

“เห็นยอดมันบอกว่าวันนี้เมียแกมาขอเงินอีกเหรอ”

“ครับพ่อ แล้วก็ทะเลาะเรื่องเดิมๆเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ จนผมอยากจะจบเรื่องนี้เต็มทน แต่ก็กลัวว่าถ้าให้เงินตามที่เขาขอ แล้วเรื่องมันจะไม่จบน่ะสิครับ”

“แกทำถูกแล้วล่ะ คนอย่างเมียแกถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็มให้ไปไม่เท่าไหร่เดี๋ยวก็หมด สุดท้ายก็เอาเจ้าไข่ตุ๋นมาเป็นตัวประกันอยู่ดี”

“ผมผิดเอง หลงความสวยโดยไม่ใช้สมอง ตัวเองเดือดร้อนไม่พอยังทำให้พ่อกับน้องกลุ้มใจอีก สงสารก็แต่ไข่ตุ๋นที่กลายเป็นเด็กมีปัญหา”

“อดีตมันมีไว้เป็นบทเรียนไม่ให้ซ้ำรอยเดิม ไม่ใช่มีเอาไว้ให้ทำร้ายตัวเอง แกผิดไปครั้งนึงก็ถือว่าเป็นครู คราวหน้าถ้าคิดจะทำอะไรก็ให้มันรอบคอบ อย่าให้ผิดซ้ำสองอีกก็ใช้ได้แล้ว”

“ไม่มีครั้งหน้าแล้วล่ะครับพ่อ ผมเข็ดผู้หญิงจนตาย แล้วผมก็ไม่มีวันซ้ำเติมลูกด้วยการหาแม่ใหม่ให้ไข่ตุ๋นเด็ดขาด” ณนนท์กล่าวจริงจังจนคนเป็นพ่อนิ่งอึ้งไป

ooooooo

เช้าวันนี้ บุญเลื่องชวนหลานชายออกกำลังกายอย่างสนุกสนาน แต่พอเก้าโมงปุ๊บ ข้าวตูก็บอกคุณยายกับคุณแม่ที่กำลังจะออกไปทำงานว่าตนมีนัด

ยี่หวากับบุญเลื่องแปลกใจว่าข้าวตูมีนัดกับใคร ทั้งคู่วิ่งตามข้าวตูไปนอกรั้วบ้าน ซักถามจนรู้ว่าข้าวตูมีนัดกับพ่อที่บอกว่าจะมารับไปเที่ยว

“พ่อบอกตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแม่ไม่รู้ล่ะ”

“เมื่อคืนข้าวตูโทร.ไปหาพ่อครับ แม่ไม่ว่าข้าวตูใช่ไหมครับ”

“ว่าน่ะไม่ว่าหรอก แต่แม่กลัวข้าวตูจะรอเก้อน่ะสิ” ยี่หวาถอนใจ หันไปสบตากับบุญเลื่อง ต่างก็รู้สึกสงสารข้าวตู...

ขณะเดียวกันนั้นที่บ้านวัลลภา เสียงเคาะประตูห้องดังระรัวเป็นนานกว่าคนข้างในจะลุกมาเปิด

“อะไรครับแม่” วสันต์นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว หน้าตายังงัวเงีย

วัลลภามองลอดเข้าไปในห้องเห็นเด็กสาวนอนบนเตียง วสันต์รีบขยับตัวออกมาแล้วปิดประตูทันที

“บอกแล้วใช่มั้ยว่าห้ามพาผู้หญิงมานอนที่นี่ อยากกินอะไรสกปรกๆก็ไปกินนอกบ้านโน่น ไล่มันกลับไปได้แล้ว แกนัดกับข้าวตูไว้ไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ไปแล้ว ง่วง”

“นอนๆๆ แล้วเมื่อไหร่จะรวยฮึ หัดฉลาดๆกับเขาซะบ้างซิ มีลูกก็ใช้ให้เป็นประโยชน์ แกต้องไปตื๊อแม่มันให้ขายที่ ตั้งสามสิบล้านเชียวนะ อย่าลืมสิของงี้มันต้องตื๊อย้ำๆ ซ้ำๆ ถี่ๆ ถึงจะเวิร์ก”

“ไว้วันหลังแล้วกันแม่ ขี้เกียจ” พูดเสร็จก็กลับเข้าห้องปิดประตู ทิ้งให้วัลลภาฮึดฮัดขัดใจ

“ฮึ่ย ไม่ได้อย่างใจเลย ตาสันต์ๆ”

“แม่อย่าทุบเลยเดี๋ยวมือเจ็บ เก็บมือไว้จั่วดัมมี่เถอะ”

วัลลภาชะงัก เดินสะบัดจากไปอย่างหงุดหงิด...

ส่วนที่สนามหน้าบ้านเท่ง ไข่ตุ๋นกำลังซ้อมมวยโดยมีปู่เท่งเป็นครูฝึก สุดยอดกับณนนท์ออกมาเห็น แซวพ่อว่าแค่นี้ไข่ตุ๋นยังทะโมนไม่พออีกหรือ ถึงได้สอนหลานอย่างนี้

“เป็นเด็กผู้หญิงมีวิชาหมัดมวยป้องกันตัวติดไว้บ้างก็ดี จะได้ไม่โดนคนอื่นเขารังแก”

“ไข่ตุ๋นน่ะเหรอจะโดนใครรังแก มีแต่รังแกคนอื่นสิไม่ว่า”

“ไข่ตุ๋นไม่ได้รังแกข้าวตูนะคะ ข้าวตูไม่ได้เรื่องเองต่างหาก”

“ใช่ ไม่ใช่ความผิดไข่ตุ๋น แม่ข้าวตูไม่สอนลูกให้รู้จักป้องกันตัวเองตะหาก”

“โธ่พ่อ แทนที่จะห้าม เข้าข้างหลานซะงั้น”

“พี่นนท์ก็จีบแม่ข้าวตูสิ แค่นี้ไข่ตุ๋นกับข้าวตูก็สมานฉันท์เป็นพี่น้องกันแล้ว” สุดยอดแนะนำ แต่หลานสาวค้านทันทีว่า ถ้าให้ไข่ตุ๋นเป็นพี่น้องกับเด็กขี้แยอย่างข้าวตู ไข่ตุ๋นตายดีกว่า ส่วนณนนท์ก็ว่าให้จีบยัยนั่นพ่อก็ขอตายดีกว่าเหมือนกัน

“ระวังเถ๊อะ เกลียดสิ่งไหนมักจะได้สิ่งนั้น...ไปไข่ตุ๋น เข้าบ้าน” เท่งพาหลานเข้าบ้าน...ณนนท์คิดถึงยี่หวาก็ขนลุกขนพอง

“จริงนะพี่ หาแม่ใหม่ให้ไข่ตุ๋นเหอะ มีผู้หญิงเป็นแบบอย่างหลานจะได้เลิกทำตัวเป็นทอมซะที”

“ยุ่งเลย” ณนนท์เอ็ดน้องชาย รายนั้นเลยแกล้งเปรยๆว่า

“รึว่าพี่เราไม่ชอบผู้หญิง”

แต่พูดจบก็ต้องวิ่งหนี เพราะพี่ชายง้างเท้าเตรียมยัน!

ooooooo

ตอนที่ 2

แดดเริ่มแรงขึ้นทุกที ข้าวตูนั่งปักหลักรอพ่ออย่างมีความหวัง ยี่หวากับบุญเลื่องยืนมองด้วยความสงสาร กระทั่งใกล้เที่ยงทั้งยายและแม่จึงต้องมาตามข้าวตูให้กลับเข้าบ้าน แต่เด็กชายก็ยังไม่ขยับ แถมพูดเหมือนจะร้องไห้ ยืนยันว่าพ่อสัญญากับตนแล้วว่าพ่อจะมา

แล้ววสันต์ก็มาจริงๆ เขาวิ่งหน้าตาตื่นมาร้องเรียกข้าวตู ยี่หวากับบุญเลื่องหน้าตึงๆไปแต่ก็อดประหลาดใจไม่ได้ สำหรับข้าวตูนั้นดีใจสุดๆ โผเข้าหาพ่อ ถามพ่อว่ากินอะไรมารึยัง

“ยังเลย ข้าวตูมีอะไรให้พ่อกินมั่งล่ะ”

“พ่อรอข้าวตูแป๊บนะครับ” พอข้าวตูวิ่งตื๋อเข้าบ้านไปแล้ว วสันต์ก็หันมาทวงถามยี่หวาเรื่องที่ดิน

“ไงคุณ ตกลงไม่เปลี่ยนใจขายที่จริงเหรอ”

“เชื่อแล้วว่ายังไม่ได้กินอะไรมาจริงๆ อ้าปากก็หิวเงินมาเชียว” บุญเลื่องโพล่งขึ้น

“ผมหวังดีนะครับคุณแม่ เงินตั้งสามสิบล้านมันไม่ได้ลอยมาทุกวันนะครับ”

“ต่อให้เงินวิ่งมาชนตรงหน้าฉันก็ไม่ขาย เลิกพูดเรื่องนี้ได้แล้ว ฉันรำคาญ!” ยี่หวาหน้าหงิก

“โอเค ไม่พูดก็ไม่พูด ถ้างั้นมีเงินให้ผมยืมซักหมื่นมั้ยล่ะ”

บุญเลื่องเหม็นหน้าวสันต์ ยี่หวาทั้งเซ็งทั้งระอา ย้อนเขาว่ามีหรือไม่มีตนก็ไม่ให้

“อย่าเค็มไปหน่อยเลยน่ะ แค่หมื่นเดียวเอง ผมจะได้พาลูกไปเที่ยว”

“อย่าเอาลูกมาเป็นข้ออ้างหน่อยเลย ฉันรู้เช่นเห็นชาติคุณดี”

“ก็ได้ งั้นคุณปลอบลูกเอาเองก็แล้วกัน” วสันต์ยักไหล่ทำท่าจะไป ยี่หวารีบถามเขาจะไปไหน ไหนว่าจะพาลูกไปเที่ยวไม่ใช่เหรอ “ไม่ไปแล้ว ไม่มีค่าน้ำมัน”

พูดเสร็จ เขาผละไปจริงๆ ข้าวตูวิ่งถือห่อขนมออกมาจากบ้านพอดี ร้องเรียกพ่อคอแทบแตกพ่อก็ไม่หันกลับมา ก็เลยต่อว่าแม่เป็นการใหญ่

“แม่ไล่พ่อไปอีกแล้วเหรอครับ ทำไมแม่ถึงเกลียดพ่อล่ะครับ”

ข้าวตูวิ่งร้องไห้เข้าบ้าน บุญเลื่องจะตามไปอธิบาย แต่ยี่หวาห้ามไว้ บอกว่าวันหนึ่งข้าวตูจะเข้าใจเอง...หลังจากนั้นยี่หวาออกไปจัดดอกไม้ให้ลูกค้าที่ห้องสัมมนาซึ่งบริษัทณนนท์เป็นผู้รับผิดชอบการจัดงาน จึงเป็นความจำเป็นที่สองคนต้องโคจรมาเจอกันอีก เมื่อลูกค้าชื่นชมฝีมือการจัดดอกไม้ของยี่หวา ทำให้ณนนท์แอบหมั่นไส้เธอ ขณะที่ยี่หวาก็หลอกด่าณนนท์

“ขอบคุณมากนะคะคุณวิเชียร แล้วถ้าคุณวิเชียรอยากหาออกาไนเซอร์เจ้าใหม่ๆ บอกดิฉันนะคะ ดิฉันจะแนะนำเจ้าใหม่ๆที่ใจกว้างสร้างสรรค์ให้ อย่าว่าดิฉันงั้นงี้เลยนะคะ บางเจ้าใช้ไปนานๆ ก็ตันค่ะ ไม่ค่อยมีอะไรใหม่ๆมาเสนอ เผลอๆงี่เง่าด้วยค่ะ”

ด่าแล้วก็ทำไม่รู้ไม่ชี้เมื่อได้ยินณนนท์กระแอม ส่วนวิเชียรไม่รู้อะไร ชวนทั้งคู่ไปคุยเรื่องโปรเจกต์กันต่อ พอยี่หวาจะก้าวตามวิเชียรที่นำหน้าไป ณนนท์แกล้งร้องโอ๊ย ทำให้ยี่หวาหันมองสงสัย ถามเขาว่าเป็นอะไร

“หลังผมเหวอน่ะสิ เผลอไม่ได้เป็นโดนแทงทุกที คุณเองก็เถอะ ระวังให้ดี ซักวันจะโดนแทงข้างหลังจนพรุนไม่รู้ตัว”

“ฉันระวังอยู่แล้วล่ะค่ะ ขอบคุณที่เตือน” ยี่หวาเชิดใส่แล้วเดินจากไป โดยมีณนนท์ตามหลังมาติดๆ ครั้นมาพร้อมกันที่ห้องประชุม วิเชียรจึงขอเริ่มการประชุมเลย

“ดีครับ ประชุมกันให้รู้เรื่องชัดเจน ไม่ใช่ตกลงกันอย่างทำอย่าง แบบนั้นประชุมกันไปก็เหมือนตักน้ำรดเสารดตอไม้ไปวันๆ จริงมั้ยครับคุณยี่หวา”

ยี่หวาฟังแล้วกัดฟันกรอด กระแทกเสียงตอบณนนท์ว่า “จริงค่า”

ณนนท์ยิ้มสะใจ ยื่นมือไปตรงหน้ายี่หวาพร้อมกับเอ่ยปากยินดีที่ได้ร่วมงานกันอีก ยี่หวาไม่อยากจับมือด้วยแต่เกรงใจลูกค้าก็เลยจำใจต้องทำ แล้วแกล้งใช้เล็บจิกมือเขาเต็มแรง

“โอ๊ย!” เสียงร้องของณนนท์ทำให้วิเชียรตกใจ ถามเขาว่าเป็นอะไร ณนนท์รีบบอกเปล่า ยี่หวาจึงว่าสงสัยเขาจะดีใจที่ได้เจอตน

ณนนท์มองยี่หวาแค้นๆ อีกครู่ต่อมามีจังหวะจึงเอาคืนเธอด้วยการดึงเก้าอี้หนีทำให้ยี่หวาหงายหลัง แต่เธอก็ยังอุตส่าห์ดึงเขาลงมาด้วย ท่ามกลางความตกใจของคุณวิเชียร

ooooooo

ที่ร้านมอร์แดนทรี ยาหยีจัดเตรียมสถานที่เพื่อถ่ายทำรายการทีวีโดยเธอไม่ทราบมาก่อนว่าพิธีกรงานนี้คือนายสุดยอด กระทั่งเขาโผล่มาสมทบกับว่านและนัทที่มาเตรียมความพร้อมไว้ก่อนหน้า

แต่พริบตาดันเกิดเหตุจากความซุ่มซ่ามของนัทโดยที่สุดยอดไม่เห็น ทำให้ฉากที่เซตไว้ล้มระเนระนาด สุดยอดเลยเขม่นยาหยี ขณะที่ยาหยีก็ชังน้ำหน้าเขาจนไม่อยากร่วมงาน

“นึกว่าใคร นอกจากไม่รับผิดชอบแล้วยังมาสาย เนี่ยใช่มั้ยที่เขาเรียกพวกดารามาสายแต่กลับก่อน ค่าตอนแพง ชอบกินแรงคนอื่น!”

“เกินไปๆ ผมมาช้าแค่สิบนาทีเท่านั้น...เอ แต่ถึงผมมาก่อนก็คงไม่ได้ถ่ายอยู่ดี เพราะคุณน่ะขี้จุ๊ คิดเหรอว่าผมรู้ไม่ทัน”

“ขี้จุ๊อะไร พูดดีๆไม่งั้นโดน” ยาหยีคว้าพลั่วเล็กๆขึ้นมาขู่ สุดยอดก็ไวทายาดหยิบส้อมพรวนดินเตรียมสู้

“อย่านะ...ผมไม่ยอมให้คุณทำร้ายง่ายๆหรอก เนี่ย...สองทีแปดรูเลยนะคุณ”

นัทกับว่านเห็นท่าไม่ดีรีบเข้าห้ามสุดยอดให้ใจเย็นก่อน

“ข้าน่ะใจเย็น แต่คุณเธอเล่นจะเอาพลั่วมาเล่นงานข้านี่หว่า”

“ก็นายหาว่าฉันขี้จุ๊ ฉันขี้จุ๊เรื่องอะไร บอกมา”

“เอ้า งานไม่เสร็จแล้วโกหกว่าของพัง ไม่เรียกขี้จุ๊จะให้เรียกอะไรล่ะคร้าบ หรือจะให้เรียกว่าสตรอเบอร์ร่ี อุ๊ยๆไม่พอ หลายรสแบบนี้ต้องเรียกมิกซ์เบอร์ร่ีถึงจะเหมาะ” สุด-ยอดลอยหน้าลอยตายั่วยวนกวนประสาท ยาหยีโกรธจี๊ดจะชกหน้า แต่ถูกเขาคว้ามือไว้ เธอเลยเปลี่ยนเป็นเตะผ่าหมากจนเขาร้องจ๊ากจุกแอ่ก กว่าจะเริ่มงานได้ก็เสียเวลาไปเล็กน้อย

แต่สุดท้ายงานก็เสร็จเรียบร้อยด้วยดี เพราะต่างก็เป็นมืออาชีพที่ไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน

ooooooo

ที่ห้องเรียนลีลาศซึ่งมีคนเรียนหลายคู่ หนึ่งในนั้นคือคู่ปู่กับหลานที่ใครๆเห็นแล้วก็อมยิ้ม เท่งเต้นไม่ถนัดนักเพราะไข่ตุ๋นตัวเล็กมาก จนเมื่อเพลงแรกจบลง บุญเลื่องเข้ามาโดยไม่มีคู่ ครูผู้สอนจึงวานให้เท่งช่วยจับคู่กับบุญเลื่องที่เพิ่งมาเรียนเป็นวันแรก

เท่งพยักหน้ารับพลางส่งยิ้มให้บุญเลื่องอย่างเป็นมิตร แต่บุญเลื่องไว้ตัวไม่ยิ้มตอบ พอครูเดินไปเลือกเพลงที่เครื่องเสียง ไข่ตุ๋นมองบุญเลื่องแล้วกอดขาเท่งไว้แน่น

“ไม่เอา ไข่ตุ๋นไม่อยากให้ปู่เต้นกับผู้หญิงคนนี้นี่นา”

“โธ่...ไข่ตุ๋น ผู้หญิงคนนี้เขาแก่แล้ว รับรองปู่ไม่สนเขาหรอก” เท่งกระซิบ

“แน่นะคะ”

“แน่สิ แก่ๆหนังเหนียวๆเคี้ยวๆฟันปลอมปู่หลุดไปจะทำยังไง จริงมั้ย”

เสียงกระซิบนั้นดังไปนิดจนบุญเลื่องได้ยินเลยโกรธจี๊ดขึ้นมา “นี่คุณ ว่าใครแก่หนังเหนียว พูดให้มันดีๆนะ”

เท่งสะดุ้งไม่คิดว่าบุญเลื่องจะได้ยิน รีบปฏิเสธ “เปล่าครับ ผมว่าตัวผมเอง”

บุญเลื่องค้อนขวับ แล้วกวักมือเรียกข้าวตูที่เพิ่งจะโผล่เข้ามา ไข่ตุ๋นเห็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนก็ตาโต เท่งพอรู้ว่าเด็กสองคนเป็นเพื่อนกันจึงจับให้นั่งรออยู่ด้วยกัน ส่วนตัวเองพาบุญเลื่องออกไปกลางฟลอร์

ขณะที่ปู่กับยายของพวกตนจับคู่เต้นรำ เด็กหญิงไข่ตุ๋นก็กร่างใส่เด็กชายข้าวตูเหมือนตอนอยู่โรงเรียน

“นายมาที่นี่ทำไม อย่าบอกนะว่านายก็อยากมาเต้นติ๊ดชึ่งกับเขาด้วย ว่าแล้วตุ๊ดๆอย่างนายเนี่ยต้องชอบอะไรแบบนี้แน่ๆ”

“เราไม่ได้เป็นตุ๊ด แล้วเราก็อยากมาดูคุณยายเต้นรำ ไข่ตุ๋นล่ะมาที่นี่ทำไม รึว่าอยากติ๊ดชึ่งกับเขาเหมือนกัน เอามั้ย เราสอนให้ เราเต้นกับยายบ่อย”

“ไม่ต้อง เราไม่ชอบติ๊ดชึ่งแล้วเราก็ไม่ชอบนายด้วย ไปไกลๆเลยไม่งั้นโดน” ไข่ตุ๋นเงื้อหมัด ข้าวตูยักไหล่แล้วเดินไปนั่งที่อื่น

กลางฟลอร์ลีลาศ เท่งจับมือและประคองหลังบุญเลื่องอย่างสุภาพ  แต่บุญเลื่องไม่วายกำชับกำชาเขาว่าอย่าได้คิดฉวยโอกาสกับตน ตนไม่ยอมจริงๆด้วย

“ครับ ผมไม่กล้าหรอกครับ” เท่งพูดขำๆ มองเธอปลงๆ

ไม่ทันไรเกิดเหตุไม่คาดคิด คู่อื่นถอยมาชนก้นบุญเลื่อง เธอสะดุ้งตกใจนึกว่าเท่งแอบจับก้น จึงต่อว่าเขาด้วยความโมโห หาว่าแต๊ะอั๋งทั้งที่บอกเอาไว้แล้ว

“แต๊ะอั๋งยังไง คุณเข้าใจอะไรผิดรึเปล่าครับ”

“ก็เมื่อกี้คุณจับก้นฉันชัดๆ ยังบอกว่าไม่ได้แต๊ะอั๋งอีกเหรอ”

“โหคุณ รุ่นนี้ผมคงไม่อยากแต๊ะแล้วล่ะครับ แตะตรงนั้นก็เหี่ยว จับตรงนี้ก็ย่น ผมคงไม่จับให้เสียมือหรอกครับ”

“หยาบคาย ไอ้คนลามก ไอ้เฒ่าหัวงู เจ้าชู้ไก่แจ้ ไอ้แก่ตัณหากลับ”

“ด่าซะไฟแลบแบบนี้ ตกลงโกรธเพราะโดนจับก้นหรือเพราะอยากให้จับแต่ไม่มีใครจับกันแน่” เท่งยิ้มกวนๆ บุญเลื่องโกรธหน้าแดงก่ำ

“ทุเรศ ของฉันยังเต่งยังตึงเด้งดึ๋ง ใครๆก็อยากจับทั้งนั้นล่ะย่ะ”

“คร้าบ...เอาเป็นว่าผมคนนึงแล้วกันที่ไม่คิดอยากจับก้นคุณ คุณจะเต้นต่อมั้ย ถ้าไม่เต้น ผมจะไปเต้นกับหลานผม”

“ก็ได้” บุญเลื่องยอมเต้นด้วยท่าทีกระฟัดกระเฟียดไม่เต็มใจ...

ขณะเดียวกันนั้นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ยาหยีนั่งหน้าหงิกอารมณ์เสียอยู่ต่อหน้าวุ้นและก้อย ด้วยยังหงุดหงิดเรื่องนายสุดยอดไม่หาย วุ้นเห็นแล้วเซ็ง เตือนให้เลิกคิดได้แล้ว คิดไปก็เสียสุขภาพจิต

“แกไม่เป็นฉัน แกไม่รู้หรอก ผู้ชายอะไรปากเสีย กวนประสาท”

“ฉันมีลางสังหรณ์ว่าแกจะต้องเจอกับอีตานี่ไปอีกนานแสนนานเลยว่ะหยี” ก้อยพูดขาดคำ วุ้นก็โพล่งขึ้นว่า “รึว่าแกกับนายสุดยอดนี่จะเป็นเนื้อคู่กัน”

“ตลกๆ เลิกพูดเลิกเดาได้แล้ว แค่นึกฉันก็รับไม่ได้”

“งั้นรีบกิน เดี๋ยวฉันเปิดไพ่เช็กดวงให้” ก้อยวางมาดแม่หมอ

“แกไม่ต้องเปิดไพ่ฉันก็บอกได้ อีตานี่คือศัตรูคู่อาฆาตแต่ชาติปางก่อนของฉัน คอยดูนะ ถ้าอีตาสุดห่วยนี่พูดถึงร้านฉันเสียๆหายๆล่ะก็ แม่จะฟ้องให้เหลือแต่กางเกงในตัวเดียวเลย”

“ว้าว แกนี่ยังใจดีเหลือกุงเกงในให้คุณพี่ยอดเขาอีกตั้งตัว”

“ถ้าเป็นฉันนะจะไม่ให้เหลืออะไรติดตัวเลย จริงมั้ยวุ้น”

สองเพื่อนซี้พยักพเยิดหยอกล้อกันใหญ่ ยาหยียิ่งหน้าตูม พาลนึกโมโหนายนั่นขึ้นมาอีก

ooooooo

หลังจากประชุมกับลูกค้าเสร็จ ณนนท์ซึ่งเขม่นไม่พอใจยี่หวารีบเดินตามออกมาแขวะเธอ ก็เลยเกิดปะทะฝีปากกันอีกยกก่อนแยกย้าย

“ชาติที่แล้วผมทำเวรทำกรรมอะไรไว้นะถึงต้องมาร่วมงานกับผู้หญิงโหดเหี้ยมซาดิสต์อย่างคุณ”

“อยู่กับผู้ชายประสาทๆมันก็ต้องทำอย่างนี้แหละมันถึงรับมือไหว ฉันว่าแค่เนี้ยมันยังน้อยไปด้วยซ้ำ”

“เฮ้อ สงสัยเสร็จงานนี้ต้องหาเวลาไปทำบุญเก้าวัดล้างซวยแล้วล่ะมั้ง”

“อย่างคุณน่ะนะ ต่อให้รดน้ำมนต์เก้าวัด เดินสายทำบุญทั่วราชอาณาจักรก็ไม่ช่วยหรอก เอางี้สิคะ ถ้าทำไม่ไหวก็บายไป ฉันจะได้ทำกับออกาไนเซอร์อื่น”

“ครับคุณคนเก่ง อย่าว่าแต่คนอื่นเลย คุณทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก่อนมั้ยครับ หัดทำงานเป็นทีมให้เป็นบ้าง รู้จักมั้ยครับ...ทำงานเป็นทีม”

“งั้นคุณก็หัดรับฟังความคิดเห็นของคนอื่นซะบ้างสิ ไม่ใช่ตะพึดตะพือเอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ใช่คุณคนเดียวหรอกนะที่ทำงานเป็นทีมเป็น”

“ได้ งานนี้คุณไปให้สวยก็แล้วกัน แต่ถ้าพลาด ผมเล่นคุณแน่”

“แน่น้อน ทำงานกับคนผิดปกติอย่างคุณ ฉันก็ต้องระวังทุกฝีก้าวอยู่แล้วล่ะ”

ยี่หวาเดินเชิดหน้าไปด้วยความมั่นใจ แต่โชคไม่ดีส้นรองเท้าดันติดร่องเล็กๆที่พื้น เธอพยายามดึงมันขึ้นอย่างหงุดหงิดเสียฟอร์มแล้วเดินเชิดๆเริ่ดๆต่อไป โดยที่ณนนท์มองตามอย่างขำๆ

“เนี่ยนะระวังทุกฝีก้าว”

แล้วค่ำคืนนั้น ณนนท์กับสุดยอดกลับเข้าบ้านก็ได้ฟังพ่อเล่าถึงความเรื่องมากยุ่งยากของผู้หญิงที่ตนไปเจอกับตัวเองที่โรงเรียนสอนลีลาศ ขนาดแก่หนังเหี่ยวยังสะบัดสะบิ้งทำมาเหวี่ยงเป็นสาวๆ แล้วสามคนพ่อลูกก็สรุปเป็นเสียงเดียวกันว่า “ผู้หญิงงี่เง่า” ข้างฝ่ายบุญเลื่องกับลูกสาวสวยสองคนก็กำลังเม้าท์แตกพวกผู้ชายก่อนประสานเสียงลั่นบ้านว่า “ผู้ชายเฮงซวย”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ไข่ตุ๋นกับข้าวตูมีเรื่องทะเลาะกันขึ้นอีกที่โรงเรียน ซึ่งสาเหตุครั้งนี้มาจากเด็กชายกังฟูเพื่อนนักเรียนที่ชอบทำตัวเป็นขาใหญ่เจ้าถิ่น

ข้าวตูถูกกังฟูบังคับให้สั่งสอนไข่ตุ๋นที่อวดเก่งไม่ยอมลงให้ โดยเอาความลับของข้าวตูที่ไม่ชอบเตะบอลแต่ชอบเล่นกระโดดยาง และไม่ชอบแปลงร่างเป็นมาสไรเดอร์ แต่ชอบแปลงเป็นเซเลอร์มูนมาขู่ว่าจะโพนทะนา ข้าวตูอายมากจึงยอมต่อสู้กับไข่ตุ๋นทั้งที่ไม่เต็มใจ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของกังฟูและเพื่อนๆอีกหลายคน

เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นทำให้ครูปราณีต้องรีบแจ้งผู้ปกครองของไข่ตุ๋นกับข้าวตู ช่วงนั้นณนนท์อยู่กับสุดยอด ในขณะที่ยี่หวาก็อยู่กับยาหยี สองฝ่ายจึงโคจรมาเจอกัน แล้วก็อดที่จะโต้เถียงทะเลาะกันอีกไม่ได้ สร้างความอ่อนอกอ่อนใจให้กับครูปราณีอย่างที่สุด ต้องเอานกหวีดมาเป่า นั่นแหละสองฝ่ายถึงยอมยุติแล้วแยกย้ายกันกลับ

แต่เหมือนฟ้าลิขิตให้ยาหยีกับสุดยอดต้องมีเหตุจะได้ร่วมงานกันอีก หลังจากยาหยีเป็นแขกรับเชิญในรายการที่สุดยอดเป็นพิธีกรแล้วเกิดถูกอกถูกใจพี่ยิ่งเจ้าของรายการและเป็นเจ้านายของสุดยอด พี่ยิ่งอยากได้ยาหยีมาเป็นพิธีกรหญิง พอข่าวนี้รู้ถึงหูยาหยีโดยก้อยและวุ้น ยาหยีปฏิเสธเสียงแข็งว่ายังไงตนก็ไม่ร่วมงานกับนายสุดยอดแย่นั่นหรอก

ต่อมาเมื่อยี่หวาได้รับการติดต่อจากพี่ยิ่ง เธอจึงพยายามกล่อมน้องสาว “เอาน่า พี่ว่ายังไงอีตานั่นไม่แย่เท่าพี่ชายเขาหรอก”

“หยีว่าบางทีอาจจะแย่กว่าตัวพี่อีกก็ได้ ยังไงหยีขอยืนยันว่าหยีไม่ยอม”

“ฟังนะยาหยี งานก็ส่วนงาน เรื่องส่วนตัวมันก็อีกเรื่องนึง ทีพี่ยังทำงานกับพ่อไข่ตุ๋นได้เลย ที่พี่ตกลงกับคุณยิ่งเขาไปก็เพราะเห็นว่ารายการนี้เป็นประโยชน์กับร้านมอร์แดนทรีของเรา คิดดีๆนะหยี”

“ใช่ ได้โฆษณาฟรีๆ แถมยังได้ค่าตัวด้วยนะแก คุ้มสุดคุ้มเลยค่ะขอบอก” ก้อยเสริมขึ้นมา เลยโดนยาหยีค้อนขวับ

“หัวเด็ดตีนขาดยังไงหยีก็ไม่ขอทำงานร่วมกับนายสุดยอดเป็นอันขาด”

“ไม่รู้ล่ะ พี่รับปากเขาไปแล้วจะให้ไปกลับคำพี่ก็เสียผู้ใหญ่น่ะสิ” ยี่หวาสรุปแบบมัดมือชก...

ด้านนายสุดยอดก็ไม่เห็นด้วยกับพี่ยิ่งที่จะเอายาหยีมาเป็นพิธีกรประจำรายการ เขากำลังเจรจากับพี่ยิ่งในห้องทำงานโดยที่ว่านกับนัทก็อยู่ด้วย

“ไม่เอายัยนี่ไม่ได้เหรอครับพี่ยิ่ง ผู้หญิงอะไรปากยังกับนมหมดอายุ”

“อะไรของแก”

“อ้าวก็ปากเสียไง ยังไงผมก็ไม่ร่วมงานกับผู้หญิงอย่างนี้หรอก”

“ไม่เอาไม่ได้ กระแสตอบรับเทปที่น้องยาหยีเป็นแขกรับเชิญมันดีมากเลยนะ”

“น้ำขึ้นต้องรีบตัก ถ้าได้ยาหยีมาเป็นพิธีกรช่วงนี้ถือว่าเป็นโอกาสทองของเราเลยครับพี่ยิ่ง”

“ขืนเราชักช้ารายการอื่นอาจจะเอาไอเดียรายการเราไปต่อยอด เสียดายแย่นะเว้ยอุตส่าห์บุกเบิก”

ว่านกับนัทช่วยกันเชียร์สุดใจ แต่สุดยอดก็ยังค้านอีกอยู่ดี

“ดาราดังๆที่เขาทำงานศิลปะเก๋ได้ก็มีตั้งหลายคนนี่ครับ ผมว่าดึงคนดูได้มากกว่าคนโนเนมอย่างยาหยีนี่อีกนะครับ”

“รึจะเอาน้องเพิร์ลลี่ล่ะ...เออ ก็ดีเหมือนกันนะ ว่าไง ว่าน นัท”

ฟังพี่ยิ่งแล้วว่านกับนัทมองหน้ากันก่อนชำเลืองมองสุดยอดอย่างอึดอัด

“โธ่พี่ ไม่ศัตรูก็แฟนเก่า ตกลงพี่เกลียดผมใช่มั้ยเนี่ย” สุดยอดโอด

“โถๆๆ มีน้อยใจเว้ยเฮ้ย พี่น่ะรักยอด แต่ถ้ารายการเราไปไม่รอด พวกเราก็อดกันหมด ยอดทนเห็นพี่ไปนอนข้างถนนได้เหรอ”

“แหม...พี่ก็พูดเกินไป”

“เอาเป็นว่าพี่ขอก็แล้วกัน นะๆๆ”

ไม่ทันขาดคำเว้าวอนของพี่ยิ่ง เลขาฯสาวก็เดินเข้ามารายงานเขาว่าคุณยาหยีมาขอพบ ทำเอาทุกคนมองหน้ากันอย่างประหลาดใจ

ครู่ต่อมา พี่ยิ่งและทีมงานต้อนรับยาหยีกับเพื่อนสาวสองคนที่ห้องรับแขก แล้วทุกคนก็ต้องตกใจที่ได้ยินยาหยีปฏิเสธไม่ร่วมงานกับสุดยอด

“เรื่องเยอะจังนะ คนนั้นไม่เอา คนนี้ไม่ชอบ นึกว่าตัวเองเป็นซุปตาร์รึไง” สุดยอดแดกดันอย่างหมั่นไส้...ยาหยีโกรธหันไปมองเขาตาวาว พี่ยิ่งรีบกระแอมปรามลูกน้องของตน ส่วนว่านก็พยายามตะล่อมยาหยีว่า

“แต่มันเป็นรายการคนละช่วงกัน คงไม่ต้องเจอกันบ่อยมากนักหรอกครับ ผมว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ”

“ถึงเจอกันปีละครั้งก็ไม่เอาค่ะ หยีขอโทษนะคะพี่ หยีรับนิสัยคนบางคนไม่ได้จริงๆค่ะ”

ยาหยียกมือไหว้พี่ยิ่งและว่านก่อนลุกออกไป วุ้นกับก้อยรีบไหว้ลาพี่ๆแล้วลุกตามเพื่อน ฝ่ายพี่ยิ่งก็เร่งให้สุดยอดตามไปตื๊อยาหยีให้ได้ ถ้าทำสำเร็จตนจะเพิ่มค่าตัวให้สิบเปอร์เซ็นต์

“ยี่สิบ...ถ้างั้นผมไม่ยอม” สุดยอดต่อรอง แต่พี่ยิ่งสวนทันทีว่าสิบห้า สุดยอดคิดปราดเดียวก็ตอบตกลง แล้ววิ่งตื๋อออกไปโดยมีว่านกับนัทตามหลังมาด้วย

เสียงเรียกของสุดยอดดังชัดแต่ยาหยีแกล้งเดินเฉยเหมือนไม่ได้ยิน จนกระทั่งเขาวิ่งหอบแฮ่กมาดักหน้าแกล้งว่าให้ว่าหน้าตาก็ดี ไม่น่าหูตึงเลย ยาหยีถึงหยุดกึกด้วยความโกรธ

“เฮ้ยยอด พี่ยิ่งเขาให้มาง้อ ไม่ได้ให้มาปาระเบิดเปิดศึก” นัทสะกิดเตือนเพื่อน

“หลบไป ฉันจะเดิน” ยาหยีตะคอกใส่สุดยอด

“เดี๋ยวก่อนสิ คุยกันก่อน”

“ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับคุณ”

“ขี้แพ้ หลานก็แพ้ น้าก็แพ้”

“ฉันไม่ใช่คนขี้แพ้ การที่ฉันไม่รับงานนี้มันไม่เกี่ยวกับเรื่องแพ้หรือชนะ แต่ฉันเกลียดคนงี่เง่าอย่างนาย เข้าใจไว้ซะด้วย”

“การที่คุณตัดสินผมทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำงานด้วยกัน นี่แหละที่เขาเรียกว่าขี้แพ้”

ว่านกับนัทท่าทีหนักใจ แอบกระซิบกันว่างานนี้ไม่เหลวธรรมดา แต่มีเละ ทั้งเละทั้งเหลว ขณะที่ก้อยกับวุ้นก็เตือนยาหยีให้ใจเย็น ค่อยพูดค่อยจากัน แต่ยาหยีโกรธควันออกหูกับคำพูดเยาะหยันดูถูกของสุดยอด เธอง้างมือต่อยเขาแต่วืดเพราะเขาหลบทัน ก่อนจะกลายเป็นล้มกลิ้งลงไปด้วยกันในลักษณะฝ่ายชายจูบฝ่ายหญิงเข้าเต็มเปา เลยเป็นเป้าสายตาของคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้น ซ้ำบางคนยังถ่ายรูปเอาไว้ด้วยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่อง

“ไอ้จอมฉวยโอกาส ไอ้สุดยอดแย่!” ยาหยีด่าสุดยอดแล้วลุกขึ้นเตะเข้าที่กล่องดวงใจ นัทกับว่านตกใจเผลอร้องและกุมเป้าพร้อมกัน พลางมองตามยาหยีที่วิ่งพรวดนำหน้าเพื่อนสาวออกไป ทิ้งสุดยอดเจ็บจนจุกหน้าบิดหน้าเบี้ยวอยู่ตรงนั้น!

ooooooo

เพียงเช้าวันรุ่งขึ้น ภาพที่ยาหยีกับสุดยอดเสียหลักล้มลงจูบกันอย่างไม่ตั้งใจก็กลายเป็นข่าวในหน้าหนังสือ- พิมพ์บันเทิงหลายฉบับ โดยพาดหัวข่าวซะหวือหวาว่า “จ๊วบสิเน่หา เปิดตัวสาวคนใหม่ของพิธีกรหนุ่มไฟแรง!”

นี่เองเป็นเหตุให้บรรดาแฟนคลับสาวๆของสุดยอดเกิดอาการหึงหวงรับไม่ได้ แห่กันไปต่อว่ายาหยีถึงร้านดอกไม้ ก่อนจะกลายเป็นทะเลาะเบาะแว้งถึงขั้นทำลายข้าวของในร้านจนพังเละเทะไปหมด เรื่องเลยถึงตำรวจ เดือดร้อนสุดยอดต้องตามมาเคลียร์ โดยที่แฟนคลับกลุ่มใหญ่ของเขายังทุ่มเถียงกับยาหยีและก้อยคอเป็นเอ็น

ยาหยีจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เธอต้องการให้ตำรวจจับแฟนคลับของสุดยอดเข้าคุกโทษฐานบุกรุกและทำลายข้าวของ แฟนคลับเริ่มกลัว พากันโอดโอยเว้าวอนให้สุดยอดช่วยเหลือ ที่พวกตนทำไปก็เพราะรักและหวังดีกับเขาจริงๆ

เพื่อเห็นแก่แฟนคลับ สุดยอดเดินมากระซิบต่อรองยาหยีให้ออกไปคุยกันหน่อยจะให้ตนคุกเข่าก็ยอม แต่ขอเป็นหลังจากนี้ เพื่อเห็นแก่ศักดิ์ศรีของตนบ้าง แต่ยาหยีไม่สนทำท่าจะเดินหนี สุดยอดจึงคว้าแขนเธอไว้ หน้าตาเว้าวอนสุดฤทธิ์

ในที่สุดยาหยีก็ยอมออกไปคุยกับสุดยอดที่มุม

หนึ่งของสถานีตำรวจ โดยมีบรรดาแฟนคลับของสุดยอดแอบมองมาเป็นตาเดียว

“มีอะไรก็ว่ามา ฉันมีเวลาไม่มาก”

“ผมไม่อยากให้คุณเอาเรื่องพวกเขา คุณจะเอายังไงก็ว่ามา”

“ไม่เอาอะไรทั้งนั้น คิดว่าเป็นแฟนคลับคุณแล้วมีอภิสิทธิ์ทำร้ายคนอื่นได้ตามใจชอบเหรอ ฉันไม่ยอม จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด”

“เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรนะคุณ”

“แต่สัตว์โลกต้องเป็นไปตามกรรม ใครทำอะไรไว้ต้องรับที่ตัวเองทำ”

“น่านะ นึกว่าหยวนๆเหอะนะ นิดๆหน่อยๆให้อภัยกันก็ได้ในฐานะคนเคยจ๊วบปากกัน”

“ไม่ได้! ไว้มีคนไปทำลายข้าวของคุณบ้างค่อยมาพูดคำนี้กับฉัน”

“เราเถียงกันทั้งชาติก็ไม่จบ ต้องให้ผมทำยังไงคุณถึงจะหายแค้น”

“คุกเข่าขอโทษ แล้วก็ยอมรับว่าที่แล้วมาทั้งหมดคุณเป็นคนผิด”

“นี่คุณ ผมเป็นดารานะ จะให้คุกเข่าขอโทษผู้หญิงตรงนี้เลยเหรอไง”

“ไม่ต้องทำก็ได้ งั้นฉันเอาเรื่องนะ...คุณตำรวจ” ยาหยีแกล้งตะโกน สุดยอดตกใจรีบห้ามแล้วก็คุกเข่าลงตรงหน้าเธออย่างจำใจ

บรรดาแฟนคลับเห็นดังนั้นก็ทำท่าซึ้งใจ พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพี่สุดยอดทำเพื่อพวกเราขนาดนี้เลยเหรอ ผู้ชายคนนี้ช่างเป็นสุภาพบุรุษเสมอทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ต่อไปนี้พวกเราทุกคนต้องรักพี่สุดยอดให้มาก แล้วเราก็จะจองเวรนังคนนี้ให้ถึงที่สุด!

หลังจากสุดยอดคุกเข่าขอโทษแล้ว แทนที่ยาหยีจะพอใจ กลับหยิบปากกาออกมาเขียนเลขที่บัญชีธนาคารลงที่แขนของเขา บอกให้โอนเงินค่าเสียหายมาด้วย ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้รับตนจะกลับมาแจ้งความ

“อ้าว ไหนตอนแรกบอกว่าไม่เอาตังค์ไง”

“ฉันเปลี่ยนใจแล้ว ฉันงก มีไรมั้ย” ว่าแล้วสาวเจ้าก็เดินเฉิดฉายจากไป...

ใช่แต่สุดยอดที่โดนเล่นงาน พี่ยิ่งเจ้านายของเขาก็พลอยโดนหางเลขไปด้วย ยี่หวาโทร.มาเม้งเรื่องข่าวที่ทำให้น้องสาวเสียหายและแฟนคลับของสุดยอดที่ไปพังร้าน

“ครับๆ ผมรับปากครับว่าต่อจากนี้ไปจะไม่ให้เกิดเรื่อง จะบอกเจ้ายอดให้อบรมเหล่าแฟนคลับมันให้ดี ไม่ให้ไปก่อกวนที่ร้านอีกเป็นอันขาด”

“หวังว่าคุณยิ่งจะแตกต่างจากผู้ชายทั่วไปนะคะ ที่ฉันจะสามารถเชื่อถือคำพูดได้ แค่นี้นะคะ”

พี่ยิ่งวางสายจากยี่หวาแล้วหันมาอบรมสุดยอดที่เพิ่งกลับเข้ามาได้ครู่หนึ่ง

“ไงล่ะ จะไปโปรโมตร้านให้เขากลับสร้างเรื่องปั่นป่วนสารพัด ทีนี้แกก็อย่าไปยุ่งกับเขาอีกนะ พี่น้องคู่นี้ปากยังกับกรรไกร”

“ไม่ต้องห่วง ชาตินี้ผมคงไม่ไปยุ่งกับยัยนั่นอีกแน่ เข็ดจนตาย”

“ฉันก็ไม่มีทางให้แกไปยุ่งเด็ดขาด รับรอง!”

ทันใดเสียงโทรศัพท์พี่ยิ่งดังขึ้น “ครับ ยิ่งพูดครับ อะไรนะครับ สนใจจะลงสปอนเซอร์กับรายการเราเหรอครับ ครับๆ ว่าไงนะ แต่มีข้อแม้นิดหน่อย”

สุดยอดรีบกระซิบบอกพี่ยิ่งให้รับไว้เลย เรายอมทุกอย่าง แต่พอได้ยินพี่ยิ่งพูดประโยคต่อไปสุดยอดก็ตกใจแทบตกเก้าอี้

“อยากให้คุณยาหยีมาทำรายการร่วมกับสุดยอด เป็นพิธีกรคู่ขวัญกันเลยยิ่งดี”

“ไม่เอา...ไม่เอา” สุดยอดกระซิบใหม่

“ไม่ได้ๆ เอ๊ย ไม่ใช่ครับ ได้ครับได้ ผมจะรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด งั้นเริ่มเทปหน้าเลยก็ได้ครับ”

เป็นอันว่าพี่ยิ่งรับปากทางโน้นไปแล้ว แต่สุดยอดโวยวายไม่ยอมท่าเดียว

“ไหนพี่สั่งไม่ให้ผมไปยุ่งกับยัยนั่นอีก แล้วพี่รับปากสปอนเซอร์ให้ผมทำรายการกับเขาอีกทำไม”

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะว่ากระแสจ๊วบสิเน่หาของแกกับยาหยีจะแรงขนาดนั้น”

“แต่พี่ยิ่งก็รู้ความจริงว่ามันไม่ใช่จ๊วบสิเน่หา แต่มันเป็นจ๊วบอาฆาตพยาบาท แล้วผมจะทำงานกับเขาได้ยังไง”

“ทำไมจะไม่ได้ แกก็ท่องคาถาบูชาเงินเอาไว้สิวะ เงินๆๆ ไอ้ยอดเอ๊ย อ้อยมาถึงปากช้างแล้วแค่กระเดือกลงไปเท่านั้นเอง ยอมหน่อยน่า”

“แน่ใจเหรอครับว่าอ้อย ผมว่าบอระเพ็ดมากกว่า”

“นั่นสิยิ่งดี ไม่เคยได้ยินเหรอ หวานเป็นลม ขมเป็นยา”

“ไม่รู้ล่ะ ยังไงผมก็ไม่ร่วมงานกับยัยนั่น”

“ไม่รู้ล่ะ ฉันถือว่านี่เป็นคำสั่ง ทำยังไงก็ได้ให้ยาหยีตอบรับโปรเจกต์นี้ ไม่งั้นแกโดนปลด”

“ไม่มีวันซะหรอก คนอย่างผมยอมอดตายแต่ไม่ขายศักดิ์ศรีกิน ไม่มีทางเด็ดขาด” สุดยอดมุ่งมั่น หยิ่งทระนง แต่แค่เดี๋ยวเดียวเขาก็เปลี่ยนใจ เพราะพี่ยิ่งเอาโบนัสปลายปีมาต่อรอง

หลังจากนั้นไม่นาน พี่ยิ่งก็พาสุดยอดพร้อมพานพุ่มไปขอขมาแม่กับพี่สาวของยาหยีถึงบ้าน ต่อหน้ายาหยีที่แอบกระหยิ่มสาแก่ใจ

“เอาล่ะครับ นายสุดยอดก็สำนึกผิดแล้ว ขอให้เลิกแล้วต่อกันนะครับ...สุดยอด เริ่มพิธี”

สุดยอดทำตามคำสั่งพี่ยิ่ง ก้มลงกราบงามๆแล้วมอบพานพุ่มแด่ผู้ใหญ่ บุญเลื่องกับยี่หวารับไหว้ แต่ยาหยียังเมิน

“ให้อภัยเขาเถอะยาหยี จะว่าไปก็ไม่ใช่ความผิดสุดยอดหรอกนะ” ยี่หวาช่วยไกล่เกลี่ย

“พี่ก็พูดได้ พี่ไม่โดน...เหมือนหยีนี่”

“เอาน่า เรื่องมันผ่านไปแล้ว ต่อไปก็ขอแค่อย่าให้แฟนคลับมาวุ่นวายที่ร้านอีกก็พอ ส่วนเรื่องยาหยีจะไปเป็นพิธีกรรึเปล่าก็ต้องถามเจ้าตัวเขาเอง”

“น้องยาหยีว่าไงครับ” พี่ยิ่งถามลุ้นๆ

“หยีขอตอบคำเดิม หยีร่วมงานกับคนอย่างนี้ไม่ได้จริงๆ”

“แต่แม่อยากเห็นหยีออกทีวีนะลูก”

“พี่ว่ามันเป็นผลดีกับร้านเราด้วยนะ คิดดีๆนะหยี”

“นั่นสิครับ มีแต่ได้กับได้นะครับ ถ้าน้องหยีไม่ชอบขี้หน้าไอ้สุดยอดมันจริงๆ ทำเหมือนพี่ก็ได้ มองข้ามหัวมันไปเลยครับ เห็นมั้ยครับแค่นี้ก็มองไม่เห็นแล้ว...ข้ามหัว”

สุดยอดไม่ชอบใจแอบสะกิดเตือนพี่ยิ่ง แต่เขากลับทำหน้าเข้มใส่

“เอาเถอะ อยู่เฉยๆเดี๋ยวดีเอง...ว่าไงครับน้องหยี เงินทองกองอยู่ตรงหน้าแล้วอย่าปฏิเสธเลยครับ นี่ถ้าเป็นคนอื่นคงรีบคว้าแล้ว”

ยาหยียังนิ่งเงียบ มองหน้าแม่กับพี่สาวอย่างตรึกตรอง

ooooooo

วัลลภากำลังเดือดร้อนเป็นหนี้เป็นสินตั้งห้าล้านแถมถูกนักเลงทวงหนี้ตามราวีอย่างหนัก วันนี้โดนเขาฉกเงินสดไปหมดทั้งๆที่เพิ่งเอาของมีค่ามาจำนำ ส่วนหนี้ห้าล้านเขาก็ให้เวลาอีกแค่สัปดาห์เดียว

วัลลภาทั้งกลัวทั้งกลุ้มกลับมาคุยกับวสันต์ที่บ้าน แต่วสันต์กลับตัดช่องน้อยแต่พอตัว

“นี่มันไม่ใช่มรดกนะครับ เงินตั้งห้าล้าน ใครเป็นหนี้ก็ใช้กันเอาเองสิ ผมไม่ได้เกี่ยวด้วย”

“แกพูดอย่างนี้ได้ยังไงตาสันต์ ฉันเป็นคนเบ่งแกออกมานะ เงินที่เลี้ยงแกมาก็ล้วนมาจากบ่อนทั้งนั้น”

“ก็ถ้าบ่อนดี แล้วหนี้ห้าล้านมันงอกออกมาได้ไงล่ะครับ”

“เรื่องธรรมดา มันก็ได้บ้างเสียบ้าง ทีแกเล่นบอลยังไม่ถูกทุกงวดเลย สรุปจะช่วยไม่ช่วย ถ้าไม่ช่วยฉันจะได้ไปป่าวประกาศให้คนมันรู้กันทั่วว่าแกมันอกตัญญู ไม่เลี้ยงดูแม่”

“อย่านะแม่ ผมเสียชื่อ แม่ทำอย่างนั้นแล้วผู้หญิงที่ไหนจะมาคบกับผม”

“ถ้าไม่อยากให้ทำ แกก็ช่วยฉันสิ”

“จะให้ผมช่วยแม่ยังไง”

“ทำยังไงก็ได้ให้ยี่หวามันขายที่ให้ได้ ขายที่ได้ทุกอย่างก็จบ”

“ผมพยายามแล้ว แต่ยี่หวาเขาไม่ยอม แม่มีแผนอะไรหรือเปล่าล่ะครับ”

“ใช้ลูกแกให้เป็นประโยชน์สิ ยี่หวามันรักลูกจะตาย”

“นี่แม่จะให้ผมใช้ลูกเป็นเครื่องมือต่อรอง”

“คิดตามนะ ราคาที่ดินสามสิบล้าน เราบอกขายห้าสิบล้าน กำไรเท่าไหร่ นี่ยังไม่นับรวมคอมมิชชั่นอีกต่างหาก อะไรจะดีกว่านี้”

วสันต์นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าตกลง แล้วไม่นานนักเขาก็ไปปรากฏตัวที่บ้านแม่ยายทั้งๆที่ไม่มีใครอยากต้อนรับ โดยเจอด่านแม่ยายกับน้องเมียเข้าไปแทบจะต้องเผ่น ถ้าข้าวตูที่อยู่ในบ้านกับยี่หวาไม่วิ่งออกมาเรียกพ่อและเข้าห้ามยายกับน้าสาวเป็นพัลวัน

บุญเลื่องกับยาหยีเอาสายยางฉีดน้ำไล่วสันต์ ยี่หวาวิ่งตามข้าวตูออกมาถามทุกคนว่าเกิดอะไรขึ้น ยาหยีบอกไม่มีอะไร พอดีคนแถวนี้ตัวเหม็นตนกับแม่ก็เลยสงเคราะห์อาบน้ำให้ ข้าวตูพาซื่อประสาเด็กบอกพ่อว่าวันหลังถ้าจะมาหาตน ควรอาบน้ำมาให้เรียบร้อยก่อน

บุญเลื่องกับยาหยีแอบขำ ยี่หวาเองก็เกือบหลุดขำ ถามวสันต์ว่ามาทำไม?

“คุณพ่อมาหาข้าวตู มารับข้าวตูกับคุณแม่ไปเที่ยวใช่ไหมครับ” เด็กชายแทรกขึ้นมาด้วยท่าทีดีใจ

“ใช่แล้วลูก วันนี้พ่อว่างอยากพาลูกกับคุณแม่ไปเที่ยว แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่เขาจะเต็มใจไปกับพ่อหรือเปล่า”

“ไปนะครับคุณแม่ เราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันสามคนมานานแล้ว เพื่อนๆชอบเอารูปไปเที่ยวกับพ่อแม่มาอวด อาทิตย์นี้ข้าวตูจะได้อวดบ้าง”

เห็นแววตาอ้อนวอนของลูกแล้วคนเป็นแม่ก็ปฏิเสธไม่ออก โดยพากันไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า ข้าวตูมีความสุขมากและพยายามจะชวนพ่อกลับไปกินข้าวเย็นที่บ้านต่อ แต่วสันต์ปฏิเสธ อ้างว่าติดประชุม แต่รับปากว่าต่อไปพ่อจะโดดประชุมมาอยู่กับข้าวตูบ่อยๆ

เด็กชายยิ้มแย้มดีใจ แต่ยี่หวาแอบเบ้หน้าไม่เชื่อน้ำคำเขา พอลับหลังลูกชายที่เดินไปดูตัวการ์ตูนในห้าง วสันต์ก็เปลี่ยนจากภาพพ่อที่แสนดีเป็นสามีที่ยอดแย่ ทวงถามเรื่องขายที่ดิน

“ไม่ถึงครึ่งวันก็อดรนทนไม่ไหว ต้องสารภาพแล้วใช่มั้ยว่าที่มาทำดีนี่เพราะหวังผล”

“สมกับเป็นเมียรักผมจริงๆ ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องอ้อมค้อม ผมอยากให้คุณขายๆไปเถอะ จะมาเก็บโฉนดให้ปลวกมันกินทำไม ผมหวังดีนะถึงพูด”

“เด็กอมมือน่ะวิ่งไปโน่นแล้ว ฉันยี่หวา ผ่านโลกผ่านความโหดร้ายมาเยอะ เยอะพอจะรู้ว่าคนอย่างคุณ ไม่มีความหวังดีให้ใครหรอก คราวนี้เดือดร้อนเงินเรื่องอะไรมาอีกล่ะ”

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าถ้าคุณขายที่แล้วเอาเงินมาให้ผมยืม ทุกอย่างก็จบ”

ยี่หวาเมินหน้าหนีไปอีกทาง อย่างเบื่อหน่ายรำคาญ

“โธ่...ยี่หวา คุณไม่สงสารผมเหรอ”

“ทำไมฉันต้องสงสารคนที่ไม่มีความรับผิดชอบอย่างคุณด้วย”

“เพราะผมเป็นพ่อของลูกคุณไง”

“พ่องั้นเหรอ ตั้งแต่ข้าวตูเกิดคุณทำหน้าที่อะไรบ้างให้สมกับคำว่าพ่อ นึกไม่ออกล่ะสิ ฉันบอกให้ก็ได้ไม่มี...ตั้งแต่ฉันรู้จักคุณมา เรื่องดีเรื่องเดียวที่คุณมีก็คือทำให้ฉันได้เจอกับข้าวตู”

“ถ้างั้นก็เอาน้องข้าวตูอีกสักคนมั้ยล่ะ เดี๋ยวผมจัดให้จะได้เพิ่มเรื่องดีๆของผมอีกสักเรื่อง แต่คุณต้องขายที่ก่อนนะ ผมถึงจะยอมเหนื่อย”

ยี่หวาทนไม่ไหวทุบเขาไปหลายที วสันต์ป้องปัดพลางโวยวาย จังหวะนี้ข้าวตูเดินถือลูกโป่งกลับมาเห็นเข้าพอดี

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ฉันจะไม่ขอเจอคุณเลย คนอย่างคุณไม่สมควรเป็นพ่อข้าวตู”

“ผมก็ไม่อยากให้คุณเป็นแม่ของลูกผมเหมือนกัน ดูสิ สั่งสอนกันยังไงลูกจะเป็นตุ๊ดเป็นแต๋วอยู่แล้ว”

ข้าวตูเสียใจวิ่งร้องไห้หนีไปแต่สะดุดขาตัวเองล้มลูกโป่งแตก ยี่หวากับวสันต์หันไปเห็นก็ตกใจ

“คุณพูดอะไรออกมา ลูกได้ยินหมดแล้ว ข้าวตูๆๆ เดี๋ยวลูก รอแม่ก่อน”

ยี่หวาวิ่งตามลูกไปโดยมีวสันต์เดินตามมาอย่างเบื่อหน่าย ยี่หวาเที่ยวตามหาข้าวตูด้วยความร้อนใจ แต่วสันต์กลับพยายามเซ้าซี้เธอจะคุยแต่ธุระของตัวเอง

“คุณจะไปไหน มาคุยเรื่องของเราให้เสร็จก่อน ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะยอมขายที่”

“วสันต์!” ยี่หวาเสียงแข็งใส่

“คุณใจอ่อนแล้วใช่มั้ย”

ยี่หวาสุดทนตบหน้าเขาไปฉาดหนึ่ง วสันต์ตกใจถามว่าตบตนทำไม?

“เรียกสติไง ลูกหายไปทั้งคนคุณยังมีแก่ใจคิดถึงเรื่องอื่นอีกเหรอ”

“ข้าวตูก็วิ่งเล่นอยู่แถวนี้แหละ คุณน่ะเว่อร์เกินเหตุ”

“คุณไม่ช่วยก็หลีกไปเลย ฉันจะตามหาข้าวตู...หลีก”

“ไม่ จนกว่าคุณจะตกลง”

“ตกลงเหรอ...ได้” ยี่หวาตบไปอีกฉาด วสันต์หน้าตึงด้วยความโกรธ

“วันนี้คุณตบหลายครั้งแล้วนะ ถ้าคุณทำร้ายผมอีกครั้งเดียว อย่าหาว่าผมไม่เตือน”

“ก็เอาสิ!” เธอตบเขาอีกฉาดอย่างไม่กลัว เขาง้างมือเตรียมตบคืน แต่ทันใดมีมือใหญ่ๆของใครบางคนเข้ามาล็อกมือเขาไว้

ณนนท์นั่นเอง! เขายืนดูเหตุการณ์อยู่แต่แรก และทนไม่ได้ที่จะเห็นผู้ชายทำร้ายผู้หญิง

“ปล่อยนะโว้ย ผัวเมียเขาจะคุยกัน อย่ายุ่งได้มั้ย”

“ขอโทษนะครับ ถ้าคุยกันรุนแรงแบบนี้ล่ะก็ เพื่อนผมคงไม่อยากคุยด้วย คุณมาคุยกับผมดีกว่า คุยแบบนี้ผมถนัด”

วสันต์ขี้ขลาด พ่นถ้อยคำอาฆาตก่อนผละไป ณนนท์หันกลับมาทางยี่หวาแต่ไม่มีเธอตรงนี้แล้ว

ooooooo

ตอนที่ 3

ยี่หวาวิ่งสะเปะสะปะตามหาข้าวตูที่ไม่รู้หายไปทางไหน ณนนท์ตามมาทัน พอรู้ว่าลูกเธอหายก็พลอยตกใจไปด้วย ถามระรัว

“นี่ลูกคุณหายไปงั้นเหรอ หายไปเมื่อไหร่ ที่ไหน แล้วหายไปได้ยังไง”

“คิดว่าคุณเป็นใคร พ่อข้าวตูเขายังไม่ห่วงขนาดนี้เลย”

“ไม่รู้สิ อาจเพราะผมก็เป็นพ่อคนหนึ่งเหมือนกันมั้ง มาผมช่วยดีกว่า คุณไปทางนั้นนะ วิ่งไปแจ้งประชาสัมพันธ์ก่อน ส่วนผมจะไปหาทางนี้”

ยี่หวาพยักหน้ารีบวิ่งไป ณนนท์หยิบโทรศัพท์มือถือโทร.หาพ่อที่เดินเล่นอยู่กับไข่ตุ๋นอีกทาง

“พ่อครับ ฝากดูไข่ตุ๋นแป๊บนะครับ ผมช่วยเพื่อนตามหา ลูกเขาหาย!”

เท่งรับรู้และบอกหลานสาวว่า พ่อเราเขาไปบำเพ็ญประโยชน์ช่วยตามหาเด็กหาย ทันใดนั้นเสียงประชาสัมพันธ์ห้างฯดังขึ้น ไข่ตุ๋นพอรู้ว่าเด็กที่หายคือข้าวตูจึงชวนปู่ไปที่ร้านขายตุ๊กตา แล้วก็เจอข้าวตูนั่งร้องไห้อยู่ที่นั่นจริงๆ

“ไข่ตุ๋น เธอมาที่นี่ได้ยังไง”

“ก็มาตามหาเด็กหลงทางขี้แงไงล่ะ แค่หลงก็ร้องไห้แล้ว ไม่เข้มแข็งเอาซะเลย”

“ใครบอกเธอว่าฉันร้องไห้เพราะหลงทาง”

“ถ้างั้นเพราะอะไร หรือโดนเด็กคนอื่นแกล้ง”

ข้าวตูส่ายหัวแล้วเบือนหน้าหนีไม่อยากพูด เท่งจึงเข้ามาปลอบ

“เป็นอะไร บอกปู่มาได้มั้ยครับคนเก่ง รู้มั้ยเด็กดีเวลามีปัญหาเขาทำยังไง เขาก็ต้องปรึกษาผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่มากๆอย่างปู่นี่แหละ”

“ข้าวตูไม่อยากเห็นพ่อกับแม่ทะเลาะกัน อยากให้พ่อกับแม่รักกันครับ”

“โถๆๆ ถ้าพ่อกับแม่เขาไม่รักกันมาก่อน ข้าวตูก็คงไม่ได้เกิดมาหรอก จริงมั้ย แต่ทีนี้ เฮ้อ...ปู่จะอธิบายยังไงต่อดีล่ะ เอาอย่างนี้ ข้าวตูเคยกินนมไม่ทันมั้ย พอกินไม่ทันแล้วมันเป็นยังไง”

“มันก็เสีย”

“นั่นแหละ ความรักก็เหมือนกับนม มันมีวันหมดอายุน่ะลูก ข้าวตูเข้าใจมั้ย”

ข้าวตูนิ่งเงียบไป แต่ไข่ตุ๋นแทรกขึ้นมาว่า “ไข่ตุ๋นไม่อยากให้ความรักของพ่อ ของอา แล้วก็ของปู่ หมดอายุนี่”

“ข้าวตูยังไม่รู้เลยว่าความรักของพ่อกับแม่เป็นยังไง ทำไมหมดอายุแล้ว ไม่ยุติธรรมเลย”

เสียงคร่ำครวญของข้าวตูทำเอายี่หวาที่ยืนฟังอยู่มุมหนึ่งถึงกับน้ำตาซึมด้วยความสะเทือนใจ หันหลังกลับอย่างละอาย ณนนท์ยื่นอยู่ข้างหลังประจันหน้ากันพอดี เขายื่นผ้า เช็ดหน้าให้เธอซับน้ำตา บอกว่าคนเราอ่อนแอได้ แต่อย่าอ่อนแอให้ลูกเห็น

ยี่หวาซับน้ำตาก่อนเข้าไปหาลูก กอดลูกแน่นด้วยความรักและเป็นห่วง หลังจากนั้นณนนท์ขับรถไปส่งสองแม่ลูกที่บ้าน นี่เองทำให้บุญเลื่องกับเท่งได้เจอกันอีกครั้ง

“ใจหายใจคว่ำหมด วันหลังอยากได้อะไรบอกแม่ บอกยายก่อนนะลูก อย่าไปไหนโดยไม่บอกกล่าว นี่ดีนะที่ตามเจอ ถ้าตามไม่เจอ โอ๊ย ไม่อยากจะคิด” บุญเลื่องลูบหน้าลูบหลังหลานชายไปมา ยี่หวาจะเอ่ยปากขอบคุณณนนท์ แต่เคอะเขินกลัวเสียฟอร์ม จึงหันไปขอบใจลูกสาวของเขาแทน

“ขอบใจน้องไข่ตุ๋นนะคะ ที่ช่วยตามหาข้าวตูจนเจอ”

“ว่าแต่ไปเจอข้าวตูที่ไหนล่ะลูก” บุญเลื่องถาม ไข่ตุ๋นรีบบอกว่าหน้าร้านตุ๊กตา ยาหยีแปลกใจหลานชายไปอยู่ที่นั่นทำไม ข้าวตูบอกตนหลงทาง ไข่ตุ๋นเสริมว่าตอนไปเจอเห็นข้าวตูใจเสาะร้องไห้เสียงดัง

เท่านั้นเอง เด็กชายกับเด็กหญิงก็ทุ่มเถียงกันยืดยาว ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้ ทำให้ผู้ใหญ่อย่างบุญเลื่องกับเท่งพลอยมีปากเสียงแขวะกันไปด้วย เนื่องจากบุญเลื่องยังเคืองเท่งเรื่องเต้นลีลาศอยู่ ณนนท์กับยี่หวาต้องช่วยกันห้ามทัพ ก่อนที่ณนนท์จะรวบรัดตัดความพาครอบครัวของตนกลับไป

ooooooo

ทันทีที่วสันต์กลับถึงบ้าน วัลลภาที่เฝ้ารอมาครึ่งค่อนวันก็รีบซักไซ้ลูกชายว่าเรื่องขายที่ดินสำเร็จไหม วสันต์ตอบเซ็งๆว่าเกือบแล้ว ถ้าไม่มีไอ้ตัวแส่มาขวางเสียก่อน

“ใคร ผัวใหม่นังยี่หวารึเปล่า”

“ไม่ใช่หรอกครับ เห็นบอกว่าเป็นเพื่อนกัน”

“เพื่อนแบบไหนกัน นอนคุยหรือนั่งคุย ว่าไม่ได้นะเผลอๆเมียแกอาจจะเสร็จเขาไปแล้วก็ได้”

“ยี่หวาไม่ใช่คนอย่างนั้นหรอกครับ ผมรู้ดี”

“อย่าชะล่าใจไปนะ น้ำตาลใกล้มด ขืนปล่อยให้ยี่หวาเสร็จคนอื่นพวกเราจะเสียประโยชน์นะ”

“รู้แล้วครับ ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนยี่หวาไม่มีอะไร ผมคงปล่อยไปแล้ว แต่นี่มีที่ดินมูลค่าสามสิบล้าน จะปล่อยไปง่ายๆ

ได้ไง” วสันต์ยิ้มร้าย มาดหมายผลประโยชน์จากยี่หวาให้จงได้...

ขณะเดียวกันนั้น คุณแม่ตัวแสบของไข่ตุ๋นกำลังปักหลักรอคอยการกลับมาของณนนท์ โดยมีสุดยอดนั่งตาขวางอยู่ห่างๆ พอได้ยินเสียงประตูหน้าบ้านดัง สุดยอดลุกเดินออกไปชะโงกดู เห็นพ่อกับพี่ชายและหลานสาวเดินเม้าท์กันเข้ามา

“กำลังเถียงกันเข้าด้ายเข้าเข็ม พ่อเกือบจะสวนยายบุญเลื่องไปแล้วว่าผู้หญิงนั่นแหละที่ไม่ดี วันๆเอาแต่แต่งตัวแต่งหน้าอ่อยผู้ชาย แล้วก็จ้องแต่จะหาผัวใหม่กระเป๋าหนักๆ เจอมากับตัวแล้วโดยเฉพาะลูกสะใภ้คนโต”

เสียงบ่นดังๆของเท่งทำให้สุดยอดปรายตามองเอนิตาอย่างสะใจ ก่อนหันกลับไปถามเท่งว่าโดนผู้หญิงที่ไหนยั่วโมโหมาเหรอ ถึงได้อารมณ์ค้างมาลงที่บ้านขนาดนี้

“ก็ยายบุญเลื่องยายของข้าวตูเพื่อนไข่ตุ๋นน่ะสิ แก่แล้วยังความคิดคับแคบขวางโลกซะไม่มีล่ะ”

“คนนั้นน่ะขวางโลก แต่ก็มีผู้หญิงอีกคนนะครับ ที่ดูขวางหูขวางตา”

“ใครวะ” เท่งถามพรวด สุดยอดพยักพเยิดหน้าไปทางโซฟารับแขก ไข่ตุ๋นพอเห็นแม่ก็วิ่งปรู๊ดเข้าหาด้วยความดีใจ

“เขามาทำไมของเขา” ณนนท์สงสัย

“ไม่รู้สิพี่ ผมถามก็ไม่ตอบ พี่ไปคุยกับเขาเองไป ใจเย็นๆนะพี่ ถือซะว่าเห็นแก่หลาน”

พอณนนท์เดินเข้าไป เท่งก็กระซิบถามสุดยอดว่าเมื่อกี้พ่อพูดเสียงดังไปรึเปล่า

“เบามากครับพ่อ เบาไปถึงปากซอยเลยครับ ไปพ่อ ปล่อยให้แม่ลูกเขาคุยกัน” สุดยอดหัวเราะดึงพ่อออกไปอีกทาง

ไข่ตุ๋นกอดรัดแม่คนสวย ขณะที่แม่ก็โอบกอดและหอมแก้ม ไล่เรื่อยไปถึงหัว แต่แล้วสะดุดกึกผละออกด้วยท่าทีรังเกียจ จนไข่ตุ๋นหน้าเจื่อน

“หัวเหม็นอีกแล้วนะไข่ตุ๋น แม่บอกแล้วไงเป็นผู้หญิงต้องดูแลตัวเอง ปล่อยให้หัวเหม็นขนาดนี้ได้ยังไง แล้วนี่มีเหารึเปล่า”

“ที่หัวเหม็นน่ะเพราะแกไม่สบาย ผมเลยไม่ได้สระให้ แล้วไอขุยๆที่หัวน่ะ เพราะลูกเชื่อคุณ เลยสระผมเช้าเย็นจนหนังหัวแห้งเป็นขุยอย่างที่เห็นนั่นแหละ”

“อ้าวเหรอ ใครจะไปรู้ล่ะ” เอนิตามองค้อนณนนท์

“คุณไม่เคยรู้หรอก วันๆคุณก็แค่คิดว่าจะแต่งตัวแบบไหน ทาปากสีอะไร”

“นี่! ก็มันอาชีพฉันนี่ ฉันเป็นนางแบบดังจะให้โทรมเป็นป้าได้ยังไง”

ณนนท์ไม่อยากต่อปากต่อคำ หันมาบอกไข่ตุ๋นให้ขึ้นไปอาบน้ำแล้วเข้านอน วันนี้ไม่ต้องสระผม แต่เด็กหญิงอยากให้แม่นอนด้วย จึงรีบสัญญากับแม่ว่าจะสระผมให้เรียบร้อย

“จ๊ะลูก เดี๋ยวแม่คุยธุระกับพ่อก่อน แล้วจะตามขึ้นไป”

ณนนท์มองลูกด้วยความสงสารที่ถูกแม่หลอกเป็นประจำ เลยอดดักคอเธอไม่ได้ว่า

“โกหกลูกน่ะบาปนะ”

“ฉันยอมบาปถ้าทำให้ไข่ตุ๋นมีความสุข”

“ช่างเป็นแม่ที่เสียสละซะจริงๆ ใครได้ฟังก็คงจะซึ้งใจมาก”

“พอทีเถอะนนท์ ที่ฉันมาวันนี้ไม่ได้มาฟังคุณถากถางนะ ฉันมาเพื่อ...”

“ขอเงิน! ช่วงหลังมานี่คุณก็มีแค่ธุระแค่เรื่องนี้ กลับไปเถอะ ผมไม่มีให้แล้ว”

“อะไรกัน คุณเป็นถึงเจ้าของบริษัทออแกไนซ์ชื่อดัง ทำงานงกๆทั้งวันจะไม่มีเงิน ฉันไม่เชื่อหรอก”

“ตามใจ เงินที่มีผมเก็บไว้เพื่ออนาคตของลูก ถ้าคุณยังกล้าเบียดเบียนผมก็ไม่รู้จะว่าเป็นแม่ยังไง”

“แล้วถ้าฉันขอยืมก่อนล่ะ”

ณนนท์เซ็งสุดๆ เดินหนีขึ้นบ้าน เอนิตาโวยวายให้เขากลับมาคุยกันก่อน เรายังคุยกันไม่จบ แต่ณนนท์หาได้เหลียวหลังกลับมา ทำให้เอนิตาได้แต่ฟึดฟัดขัดใจอยู่ตรงนั้น ส่วนเท่งกับสุดยอดที่แอบฟังอยู่มุมประตูกระซิบบ่นกันใหญ่

“เห็นมั้ยล่ะ ผู้ร้ายตัวจริงก็คือผู้หญิงนั่นแหละ อยากให้ยายบุญเลื่องได้เห็นฉากนี้จริงๆ”

“ครับพ่อ เห็นแล้วไม่อยากมีแฟนเป็นผู้หญิงเลย”

“อ้าวเฮ้ย! ไอ้ยอด”

“ล้อเล่น ยังไงก็ต้องมีแฟนเป็นผู้หญิงนั่นแหละ แต่เอาเป็นว่านโยบายต่อจากนี้ รักสนุกแต่ไม่ผูกพัน จะได้ไม่เจ็บ ดีมั้ยครับพ่อ

“ฟังดูเข้าท่าเว้ย ได้ยินแล้วชักอยากกลับไปเป็นหนุ่มว่ะ ฮ่าๆๆ” เท่งหัวเราะอารมณ์ดี

ooooooo

เช้าวันแรกของการทำรายการใหม่ ยาหยีเข้ามารายงานตัวต่อพี่ยิ่งและทีมงาน โดยมีสุดยอดรวมอยู่ด้วย พี่ยิ่งกล่าวต้อนรับด้วยความยินดี แต่สุดยอดซึ่งยังเหม็นหน้ากันอยู่ดูไม่ค่อยอยากร่วมงานด้วยนัก สังเกตได้จากเขาชอบแขวะชอบจิกเธออยู่เรื่อยถ้ามีโอกาส

แต่คนอย่างยาหยีก็ไม่ยอมใครเหมือนกัน โดยเฉพาะกับนายสุดยอดแย่คนนี้ เธอโต้ตอบเขาทุกเม็ด เป็นเหตุให้งานแทบไม่เดิน จนพี่ยิ่งต้องคอยกล่อมสุดยอดให้ท่องคาถาเงินๆๆเข้าไว้ นั่นแหละสุดยอดถึงยอมสงบปากลงบ้าง แต่กระนั้นก็ยังทำให้ยาหยีหมั่นไส้จะแกล้งไม่ทำรายการให้พี่ยิ่ง

“โธ่...น้องหยี ถือซะว่าทำเพื่อพี่ อย่าไปถือสาอะไรกับคนบ้าอย่างไอ้ยอดมันเลย มันก็กวนประสาทน้องหยีเล่นไปอย่างนั้นแหละ จริงๆมันชื่นชมน้องหยีออกจะตาย เอาเป็นว่าให้เวลาแป๊บ พี่จะให้มันกลับมาสารภาพความจริง”

“สายแล้วค่ะพี่ยิ่ง”

“ทำไมล่ะครับ”

“หยีต้องไปแล้วจริงๆ”

พี่ยิ่งไม่ยอม คว้าแขนยาหยีเอาไว้ ส่งสายตาวิงวอนสุดๆ

“อะไรอีกล่ะคะพี่ยิ่ง หยีต้องรีบไปแต่งหน้าค่ะ เดี๋ยวเข้าฉากไม่ทัน”

พี่ยิ่งเหวอ ก่อนจะกลายเป็นยิ้มดีใจ

“อย่าห่วงเลยค่ะ คนอย่างยาหยีเข้มแข็งและไม่ยอมแพ้ ถ้าเกิดหยีไปก็เข้าทางนายนั่นสิคะ หยีต้องอยู่เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าหยีทำได้และทำให้ดีด้วย” ยาหยีเดินผละไปด้วยความมุ่งมั่น พี่ยิ่งมองตามอย่างเป็นปลื้ม แต่ก็อดกังวลแทนสุดยอดไม่ได้ ที่เจอคู่ปรับคนสำคัญเข้าแล้ว

ขณะช่างกำลังแต่งหน้าให้ยาหยีก่อนเริ่มถ่ายรายการ สุดยอดแอบเข้ามาเมียงมอง พอได้ยินช่างชื่นชมยาหยีว่าแต่งหน้าขึ้น สวยเป๊ะชนิดนางเอกชิดซ้าย สุดยอดก็ระเบิดเสียงหัวเราะ เดินเข้ามาด้วยสีหน้ากวนๆ

“ชอบใจอะไร ได้กินอาหารสุนัขมาเหรอ” ยาหยีตอกเข้าให้ก่อนหนึ่งดอก

“โหแรง...ไม่มีอะไร ก็หัวเราะลอยๆ ทำไมหัวเราะไม่ได้ เหรอ ขำอ่ะ สวยชนิดนางเอกชิดซ้าย นางเอกละครลิงน่ะสิ”

“มารยาทเนี่ยเคยมีคนอบรมมั้ย ว่าอย่าใส่เกือกตอนคนเขาคุยกัน พี่ขา...หยีขอตัวเดี๋ยวนะ”

“จะไปไหนล่ะ แพ้แล้วหนีเหรอ” สุดยอดเยาะหยัน

“เปล่า จะไปหาอะไรหนักๆมาจัดให้ อย่างค้อนปอนด์ ไม้หน้าสามอะไรเงี้ย”

“เอามาทำไม”

“เอามาตีหัวเกรียนตัวพ่อให้แตกไง” พูดจบเธอผละไป สุดยอดมองตามแหยงๆ

ถึงเวลาเริ่มถ่ายรายการ บรรยากาศดูจริงจัง ทุกคนประจำหน้าที่พร้อมหมด แต่พอโปรดิวเซอร์จะสั่งเดินกล้อง กลับมีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมา

“เดี๋ยวค่า...รอพิธีกรคนใหม่อีกคนด้วยค่า”

ทุกคนหันขวับไปตามเสียง แล้วอุทานออกมาพร้อมกันอย่างแตกตื่นตกใจ

“เพิร์ลลี่!!”

สาวเจ้าโปรยยิ้มเกลื่อนกลาด แต่โปรดิวเซอร์เหลือบมองสุดยอดแล้วแอบพึมพำอย่างหนักใจ

“งานเข้าซะแล้ว ไอ้ยอด!”

ooooooo

จากที่อึ้งๆเหวอๆ อีกครู่ต่อมาก็กลายเป็นโมโห สุดยอดวิ่งหน้าตาขึงขังไล่ขย้ำพี่ยิ่งเข้ามาในห้องประชุม

“ใจเย็นๆสิวะไอ้ยอด ฟังพี่ก่อน”

“พี่จะสั่งเสียอะไรก็ว่ามาเลย อยากกินอะไรก็บอก ตรุษจีนผมจะได้ทำไปไหว้”

“เฮ้ย อย่าเพิ่งโกรธสิวะ มันเป็นงานนะโว้ย”

“พี่ก็เลยเอาเพิร์ลลี่มาเป็นพิธีกรร่วมเนี่ยนะ”

“ก็แหม แฟนเก่าแฟนใหม่มาอยู่ด้วยกัน คิดดูซิว่าเรตติ้งจะกระฉูดขนาดไหน”

“เลือดพี่กระฉูดก่อนละกัน” สุดยอดหันไปหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาเงื้อง่า

“แกจะฆ่าพี่เลยเหรอ คิดดูสิวะ ตอนที่แกเป็นอีสุกอีใสใครเป็นคนช่วยแกติวจนสอบผ่าน พอแกชวดตำแหน่งเดอะวินเนอร์บ้านตะกายดาว ใครเป็นคนเปิดโอกาสให้แกมาเป็นพิธีกร พี่ทั้งนั้นใช่มั้ย”

“บุญคุณมันหมดกันตั้งแต่ตอนพี่เอาเพิร์ลลี่มาแล้ว พี่ก็รู้ว่าผมช้ำแค่ไหนตอนเลิกกับเขา พี่ยังย่ำยีหัวใจผมเพราะเรตติ้งได้ ผมควรจะเก็บพี่ไว้อีกมั้ยล่ะ”

เห็นสุดยอดเอาจริง พี่ยิ่งจะวิ่งหนีออกนอกห้อง แต่ก็ถูกสุดยอดล็อกคอเอาไว้ได้

“พอ...พอก่อนไอ้ยอด...พี่ไม่ได้เอา...เอาเพิร์ลลี่มา”

“ยังจะโกหกอีกเหรอ”

“จริงๆ เพิร์ลลี่เขาขอมาทำเอง”

สุดยอดนิ่งอึ้งไปอย่างคิดไม่ถึง ขณะนั้นเองชม้อย แม่ของเพิร์ลลี่กำลังเจ้ากี้เจ้าการอยู่ในห้องแต่งหน้า โดยมียาหยียืนมองอยู่ด้วยความอัศจรรย์ใจว่าอะไรมันจะเรื่องมากขนาดนั้น

“ต๊ายตาย เครื่องสำอางราคาถูกแบบนี้เอามาแต่งหน้าน้องเพิร์ลลี่ได้ยังไงกันคะ เกิดหน้าสวยๆของลูกคุณแม่เป็นอะไรไปใครจะรับผิดชอบ...น้ำส้มบาเลนเซียที่สั่งไปได้รึยัง กินวันนี้นะไม่ใช่พรุ่งนี้ ทำไมมันร้อนอย่างนี้เนี่ย น้องเพิร์ลลี่เหงื่อออกหมดแล้วไม่เห็นเหรอ เร่งแอร์หน่อยสิคะ”

ช่างแต่งหน้าและทีมงานต่างวิ่งกันหัวหมุนฝุ่นตลบไปหมด ยาหยีเห็นแล้วสังเวชระคนรำคาญ เดินเลี่ยงออกจากห้องไปโดยไม่รู้ว่าเพิร์ลลี่จิกตามองตามตลอดเวลา แม้จะเลิกกับสุดยอดแล้ว แต่หล่อนก็ยังหวงก้างอยู่

“คุณแม่บอกแล้วว่าอย่ารับงานนี้ลูกก็ไม่ฟังคุณแม่เลย ไม่ใช่ว่าจะได้เงินมากมายอะไรเลยนะเนี่ย แถมยังต้องเสี่ยงมีข่าวกับนายยอดอีก”

“มีข่าวสิคะดี” เพิร์ลลี่ย้อนเบาๆ แม่ได้ยินไม่ถนัดจึงถามลูกสาวว่าพูดอะไร “เปล่าค่ะ เพิร์ลลี่ก็แค่คิดว่าเราเป็นมืออาชีพ ถึงจะมีข่าวอะไรเราก็ต้องทำงานได้ไม่ใช่เหรอคะ”

ชม้อยเซ็งๆ แต่ก็ไม่มีเหตุผลพอจะขัดใจลูก เพิร์ลลี่มีสีหน้านิ่งขรึม แต่สายตาเอาจริง ยังไงตนก็หวงก้าง ไม่ปล่อยสุดยอดไปง่ายๆ

ooooooo

ถึงเวลายาหยีกับเพิร์ลลี่บันทึกเทปรายการ โดยว่านเป็นโปรดิวเซอร์ นัทเป็นครีเอทีฟคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ ส่วนสุดยอดยืนอยู่มุมห้องคอยดูการถ่ายทำด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

แล้วเพิร์ลลี่ก็สร้างปัญหาขึ้นมาจนได้ เธอจงใจแกล้งยาหยีโดยทำสิ่งของประกอบฉากตกแตกเสียหาย แล้วอ้างเหตุผลข้างๆคูๆ ทำให้ยาหยีโกรธจี๊ด และทีมงานก็ต้องพักก่อนเพื่อเตรียมความพร้อมอีกครั้ง

เพิร์ลลี่สะใจที่ได้แกล้งยาหยี เดินยิ้มกริ่มไปมุมหนึ่ง พลางชำเลืองมองสุดยอดที่เดินตามหลังมา แล้วตีหน้าตายถามเขาว่า

“พี่ไม่พอใจที่เพิร์ลลี่ทำเสียเวลา ก็เลยจะตามมาต่อว่าเพิร์ลลี่รึไงคะ”

“พี่ไม่ได้มาชวนทะเลาะนะเพิร์ลลี่ พี่ก็แค่อยากรู้ว่าทำไมเพิร์ลลี่ถึงเสนอตัวมาเป็นพิธีกรรายการนี้”

“ก็เงินมันดี อีกอย่างเพิร์ลลี่ก็ไม่เคยทำรายการ ก็เลยอยากลองดู”

“ไม่จริง เพิร์ลลี่กำลังฮอต ถ้ารับงานอีเวนต์ได้มากกว่านี้อีก ที่เพิร์ลลี่รับงานนี้เพราะยังไม่ลืมพี่ใช่มั้ย”

สุดยอดจับมือเธอไว้อย่างอาวรณ์ เพิร์ลลี่พอใจแต่แสร้งทำหน้าบึ้งตึงดึงมือออก

“เข้าข้างตัวเองมากไปรึเปล่าคะพี่ยอด ระหว่างเรามันจบแล้ว พี่เองก็มีคนใหม่แล้วนี่ ถึงแม้ว่าหน้าตาจะบ้านๆไปนิดนึงก็เถอะ”

ขาดคำ! ยาหยีเดินนวยนาดเข้ามาหาสุดยอดทันที โดยแกล้งทำเสียงอ่อนเสียงหวาน ส่งสายตาปิ๊งๆจนสุดยอดงงเป็นไก่ตาแตก

“ยอดขา...เบบี๋ มาอยู่นี่เอง หยีตามหาคุณซะทั่วเลย”

“เป็นอะไรไปเนี่ยคุณ พยาธิขึ้นสมองเหรอ”

“คุณว่านตามหาคุณอยู่นะคะ รีบไปสิคะเบบี๋ อย่าให้ทุกคนต้องรอนานนะคะ”

สุดยอดสะดุ้งแต่ก็เดินนำออกไป ส่วนยาหยียังอ้อยอิ่ง แล้วหยุดกึกเมื่อเพิร์ลลี่กรีดเสียงใส่

“แหม สวีตกันจังเลยนะคะ”

“เลิกแอ๊บเถอะย่ะ ฉันได้ยินหมดแล้ว”

เพิร์ลลี่ชักสีหน้าทันที “แล้วไง เธอจะทำอะไรฉัน”

“ใครจะทำเธอ เธออยากจะคิกขุโนเนะแอ๊บแบ๊วอะไรก็ตามสบาย เพียงแต่อย่ามาทำงานฉันเสียอีกก็แล้วกัน ไม่งั้น...” ยาหยีจ้องหน้าเพิร์ลลี่อย่างเอาจริง

“ทำไม...จะทำไม”

“ก็ไม่ทำไมหรอก ไปล่ะ อ้อ ลืมบอกไป ถึงหน้าฉันจะบ้านๆแบบนี้แต่ฉันก็มีดีนะยะ ไม่เชื่อถามสุดยอดดูก็ได้”

ยาหยีเดินเชิดจากไป เพิร์ลลี่มองตามด้วยความแค้น เรื่องไม่จบแค่นี้แน่!

ooooooo

ณ คฤหาสน์ใหญ่โตสวยงามของภูมิชายทนายหนุ่มรูปหล่อ วันนี้ยี่หวามีโอกาสเข้ามาดูสถานที่ก่อนรับงานจัดสวน โดยทั้งคู่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เพียงเห็นเธอแวบแรก ชายหนุ่มก็รู้สึกพึงพอใจในความสวยของเธอทันที

“สวัสดีค่ะคุณภูมิชาย”

“เรียกผมว่าภูมิเฉยๆก็ได้ครับ ตอนที่เพื่อนผมแนะนำให้ใช้บริการร้านคุณ ผมยังคิดว่าคุณยี่หวาเป็นป้าแก่ๆที่ดูใจดี ชอบอยู่กับต้นหมากรากไม้อะไรพวกนี้ซะอีก ไม่คิดว่าคุณจะสาวแล้วก็สวยอย่างงี้เลยครับ”

ยี่หวายิ้มน้อยๆรับคำชม “ถ้าจะให้ฉันแนะนำ สวนที่เข้ากับบ้านของคุณภูมิน่าจะเป็นสไตล์ที่มีไม้ประธานต้นใหญ่ๆ

ซักต้น แล้วที่เหลือก็เป็นต้นไม้เล็กๆต่างกันไป แต่ว่าต้นไม้ต้องไม่มากจนเกินไป ไม้ประธานจะได้ดูโดดเด่นเป็นพิเศษค่ะ”

“ครับ แล้วถ้าผมจะขุดสระอะไรพวกนี้เพิ่มด้วย จะดีไหมครับ”

“ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณภูมิเชื่อเรื่องฮวงจุ้ยแค่ไหนด้วยค่ะ ถ้าเชื่อฉันก็แนะนำให้ทำน้ำพุตรงหน้าบ้าน หน้าที่การงานจะได้รุ่งเรืองเหมือนน้ำพุ ส่วนทางเดินในสวนก็น่าจะปรับนิดนึงให้มีความโค้งเล่นระดับ มีเนินสูงต่ำเพื่อให้พลังชี่ไหลเวียนไปมา”

“คุณยี่หวามีความรู้เรื่องฮวงจุ้ยด้วยเหรอครับ”

“ก็นิดหน่อยน่ะค่ะ อยากให้ลูกค้ามีทางเลือกมากขึ้น คนเราชอบไม่เหมือนกันนี่คะ ฉันก็ต้องศึกษาเอาไว้บ้าง”

ยี่หวาเดินนำไปดูสวนมุมอื่น ภูมิชายมองตามไม่วางตา ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ นอกจากสวยเก่งแล้วเธอยังดูมีสมองอีกต่างหาก ตรงสเปกตนสุดๆ

ooooooo

เอนิตาสร้างความอิจหนาระอาใจให้กับณนนท์ไม่หยุดหย่อน โดยวันนี้เธอมาเซ้าซี้ขอเงินใช้ พอเขาบอกไม่มีให้ เธอก็หาว่าเขางก

“คุณอย่างกนักเลยน่า ฉันรู้นะว่าคุณมีเงินเก็บตั้งเยอะ ยืมแค่นี้ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก เดี๋ยวฉันมีก็คืนเองแหละ”

“ถึงผมจะรวยกว่านี้อีกร้อยเท่าผมก็ไม่ให้ ชัดรึยัง”

เอนิตาเจ็บใจ แต่ยังต้องพึ่งเขาอยู่ “คุณไม่ให้ฉันยืม ก็หางานให้ฉันสิ คุณเป็นออกะไนซ์คงหางานให้เมียตัวเองไม่ยากหรอกนะ”

“ออกะไนซ์ก็ไม่ใช่เทวดา ลูกค้าเขาไม่เลือกจะให้ผมทำยังไง ทุกวันนี้ดาราเกิดใหม่แทบจะรายวัน แต่ละคนก็สวยๆหล่อๆ กระแสแรงๆกันทั้งนั้น คุณอยู่วงการมานานก็น่าจะเข้าใจนี่”

“นี่คุณหาว่าฉันแก่เหลาเหย่ ไม่มีลูกค้าที่ไหนต้องการเหรอ”

“คุณพูดเองนะ เอาล่ะ ได้เวลาไปรับไข่ตุ๋นแล้ว คุณจะไปกับผมมั้ย ลูกบ่นอยากเจอคุณนะ”

“ไม่ไป ฉันไม่มีอารมณ์”

“ตามใจ” ณนนท์เก็บของออกจากห้องทำงาน เอนิตามองตามด้วยความเจ็บใจ ฉุกคิดบางอย่างขึ้น  รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดพราย “อยากได้กระแสใช่มั้ย ได้...ฉันจัดให้”

ส่วนณนนท์พอไปถึงโรงเรียนก็เจอยี่หวามารับลูกเหมือนกัน ครูปราณีเห็นพวกเขาแล้วกลัวใจเหลือเกินว่าจะทะเลาะกันอีก แล้วก็เป็นจริงในพริบตา เมื่อเด็กสองคนวิ่งมาหาผู้ปกครองของตน

ไข่ตุ๋นเข้ามาแตะมือกับพ่อ ขณะที่ข้าวตูยกมือไหว้สวัสดีแม่อย่างสวยงาม ยี่หวาลูบหัวลูกด้วยความเอ็นดู พลางเหล่มองไปทางณนนท์

“สวัสดีจ้ะ เราเป็นคนไทยต้องรู้จักไหว้ผู้หลักผู้ใหญ่อย่างนี้ ถูกต้องแล้วนะลูก”

ณนนท์มองยี่หวาตาขวาง แล้วหันไปยิ้มแย้มอุ้มไข่ตุ๋นขึ้นมา “ไปไข่ตุ๋น กลับบ้านเราดีกว่า แถวนี้มันน่าเบื่อ มีแต่พวกหัวโบราณชนิดไม่ลืมหูลืมตา ไม่รู้จักเปิดโลกทัศน์ให้มันกว้างๆ”

ยี่หวาหันไปจ้องหน้าณนนท์แบบเอาเรื่อง ณนนท์ก็จ้องกลับโดยไม่กลัวแม้แต่น้อย แต่ทันใดสองฝ่ายก็ชะงักหันกลับไปมองโทรทัศน์ที่กำลังรายงานข่าวด่วน

“ตอนนี้ขอตัดเข้าข่าวด่วน ช่างไฟบริษัทถ่ายทำรายการแห่งหนึ่งเครียดปัญหาครอบครัวขึ้นไปยืนบนยอดตึกสตูดิโอขู่จะกระโดดลงมา”

ในภาพข่าวเป็นตึกค่อนข้างสูง ซึ่งด้านล่างตึกมีผู้คนจำนวนไม่น้อยยืนหน้าตาตื่น รวมทั้งสุดยอดและยาหยีด้วย ไข่ตุ๋นกับข้าวตูชี้มือไปพร้อมส่งเสียงเรียกอาและน้า ณนนท์กับยี่หวาก็ตกใจไม่แพ้กัน

ooooooo

เดชซึ่งเป็นช่างไฟขึ้นไปยืนบนดาดฟ้าทำท่าจะกระโดดลงมา ส่วนบรรยากาศด้านล่างวุ่นวายผู้คนโกลาหล ทั้งไทยมุง ทีมงาน ตำรวจ นักข่าว แห่กันมาแน่นไปหมด สุดยอด ว่าน และนัทต่างตื่นเต้นหวาดเสียว ลุ้นหนักกว่าใครเพราะเดชเป็นเพื่อนร่วมงาน ของพวกตน

ตำรวจใช้โทรโข่งเกลี้ยกล่อมเดชอยู่นานแต่ไม่เป็นผล สุดยอดจึงยืมโทรโข่งมาพูดเอง แต่เดชก็ตะโกนสวนทันควันว่าไม่ต้องมายุ่ง ไม่มีใครช่วยตนได้ทั้งนั้น!

เมื่อทั้งห้ามทั้งปลอบเดชก็ไม่ฟัง ทุกคนต่างพากันหนักใจ แต่ก็ยังครุ่นคิดหาหนทาง ยกเว้นชม้อยที่เอาแต่บ่นด้วยท่าทีหงุดหงิดรำคาญ

“โอ๊ย เพิ่งถ่ายเทปแรกก็มีเรื่องซะแล้ว ซวยจริงๆ แม่บอกแล้วใช่มั้ยเพิร์ลลี่ ว่าอย่ารับงานนี้ เชื่อแม่รึยัง”

“ค่ะคุณแม่”

“คนจะเป็นจะตาย ไม่ห่วงก็ไม่ต้องพล่ามได้มั้ยครับคุณแม่ มันส่อ...นิสัย”

ชม้อยโมโหมาก ชี้หน้านัทจะเอาเรื่อง แต่ยาหยีชิงตัดบท

“อย่ามาทะเลาะกันเองเลยน่าคุณ ตอนนี้หาทางช่วยพี่เดชก่อนเถอะ”

“เอารถดับเพลิงหรือรถที่มีกระเช้าไปพาตัวลงมาได้ไหมครับคุณตำรวจ” ว่านถาม

“ผมประสานไปแล้วครับ คงต้องรอรถอีกซักพักตอนนี้รถติดมาก”

“งั้นเดี๋ยวผมช่วยถ่วงเวลาให้เองครับ ไอ้ว่าน ไอ้นัท ไปช่วยกันหน่อย” สุดยอดวิ่งนำเพื่อนๆเข้าตึก ยาหยีก้าวตาม ส่วนเพิร์ลลี่ขยับอีกคน แต่ชม้อยรีบดึงแขนลูกไว้

“อย่าไปนะเพิร์ลลี่ เกิดนายยอดมันกล่อมไม่สำเร็จ แล้วไอ้บ้านั่นเกิดจับหนูเป็นตัวประกัน เราจะทำยังไงล่ะลูก อย่าไปนะคะ คุณแม่ไม่ยอม ปล่อยให้พวกนั้นมันอวดเก่งกันไป อย่าเข้าไปยุ่งรู้มั้ย”

เพิร์ลลี่ไม่กล้าขัดคำสั่งแม่ ได้แต่มองตามสุดยอดไปด้วยความห่วงใย

พวกสุดยอดเปิดประตูดาดฟ้าเข้ามา ในขณะที่เดชกำลังทำท่าจะโดดพอดี ทุกคนร้องห้ามเสียงหลง ทั้งกล่อมทั้งขอร้อง แต่เดชตวาดไล่ทุกคนให้ถอยไป

ยาหยีร้อนรนเร่งให้พวกเขาทำอะไรสักอย่างเพื่อดึงความสนใจเดชไว้ และถ่วงเวลาให้ตำรวจ สุดยอดก็เลยร้องเล่นเต้นรำโดยมีนัทกับแว่นเป็นคนให้จังหวะ

ส่วนที่หน้าตึกที่ไทยมุงยังหนาแน่น ณนนท์กับยี่หวาต่างก็จูงลูกของตนเข้ามาด้วยความร้อนใจ

“เพราะมาทำงานกับน้องคุณแท้ๆเลย อะไรเนี่ย เทปแรกก็มีปัญหาซะแล้ว แล้วทำต่อไปไม่หนักกว่านี้เหรอ”

“คุณก็ดีแต่โทษคนอื่นน่ะแหละ ไม่คิดบ้างว่าน้องผมทำงานมาตั้งนานแล้วไม่เคยเกิดเรื่อง แต่พอน้องคุณมาก็โดนเลย น้องคุณอาจจะเป็นตัวซวยก็ได้นะ”

ยี่หวาจ้องณนนท์ตาเขียว ณนนท์ก็จ้องกลับจะเอาเรื่อง เพิร์ลลี่เห็นณนนท์ก็รีบเข้าไปทักทาย

“พี่นนท์คะ”

“อ้าว เพิร์ลลี่ อยู่ที่นี่เหมือนกันเหรอ แล้วยอดล่ะอยู่ไหน”

“พี่ยอดขึ้นไปกล่อมคนที่จะฆ่าตัวตายอยู่ข้างบนน่ะค่ะ ทั้งว่าน นัท แล้วก็ยัยยาหยีไปด้วยกันหมดเลยค่ะพี่นนท์”

“หา! น้องฉันด้วยเหรอ...ข้าวตู รอแม่อยู่ตรงนี้อย่าไปไหนนะลูก แม่ไปดูน้าหยีก่อน”

“ครับคุณแม่”

“เพิร์ลลี่ พี่ฝากไข่ตุ๋นด้วยนะ เดี๋ยวพี่มา...ไข่ตุ๋นอย่าดื้อกับพี่เพิร์ลลี่นะลูก”

“ค่ะพ่อ”

ณนนท์กับยี่หวารีบร้อนเข้าตึก นักข่าวคนหนึ่งด้อมๆ มองๆ พอตำรวจเผลอก็รีบตามเข้าไปด้วย

ooooooo

บนดาดฟ้า พวกสุดยอดยังเต้นแร็พกันอย่างเมามันส์ เดชเพลินได้พักเดียวก็หมดสนุก ตะคอกสั่งทุกคนหยุดซะที ยิ่งเต้นยิ่งน่ารำคาญ แล้วก็ทำให้ตนยิ่งเครียดด้วย

“งั้นพี่อยากฟังเพลงอะไรล่ะคะ เดี๋ยวหนูร้องให้ฟังเองค่ะพี่”

“อยากดูเต้นโคโยตี้ ทำได้มั้ยล่ะ”

ยาหยีอึ้งไปนิดอย่างลังเล แต่สุดท้ายก็ต้องยอม ลีลาของเธอสุดพลิ้วราวกับมืออาชีพมาเอง โดยสุดยอดยืนนิ่งเป็นเสาให้เธอรูดขึ้นรูดลงตามจังหวะเพลงที่ว่านกับนัทช่วยกันเป่าปากบรรเลง

เดชมองตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสะอึกสะอื้นปล่อยโฮออกมาจนทุกคนตกอกตกใจ

“ร้องทำไมพี่ ผมเคยเห็นแต่เลือดกำเดาไหล นี่น้ำตาไหลเลยเหรอ”

“พี่เขาคงซึ้งมากมั้ง น้ำลายข้ายังไหลเลย”

“ไม่ใช่ ผมร้องเพราะผมคิดถึงเมียผมต่างหาก เมียผมเคยเป็นโคโยตี้ แต่ตอนนี้มันหนีผมไปแล้ว แถมมันยังเอาลูกผมไปอีก ไม่มีลูกแล้วผมจะอยู่ไปทำไม” เดชตะโกนแล้วทำท่าจะกระโดด ทุกคนร้องห้ามเป็นเสียงเดียวกัน พร้อมๆกับเสียงณนนท์ที่ดังขึ้น

“แค่นี้ก็อยากตายแล้วเหรอ ผมโดนหนักกว่านี้ยังไม่เคยคิดอยากตายเลย”

ทุกคนหันไปเห็นณนนท์กับยี่หวาโผล่ขึ้นมาบนดาดฟ้า โดยมีนักข่าวตามขึ้นมาด้วย...ส่วนที่ด้านล่าง ชม้อยกำลังให้สัมภาษณ์นักข่าวเอาดีเข้าตัวเป็นตุเป็นตะ กะว่างานนี้ได้ดังสมใจแน่ เพิร์ลลี่ก็เป็นไปกับแม่ด้วย สาละวนอยู่กับนักข่าว จึงไม่ทันเห็นไข่ตุ๋นกับข้าวตูแอบเข้าไปในตึก

บนดาดฟ้า ณนนท์พยายามกล่อมเดชท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน

“เมียคุณเอาลูกหนีไป ก็แสดงว่าเขายังห่วงลูกใช่มั้ย แต่เมียผมสิ แม้แต่นมยังไม่ให้ลูกกินเลย เจอหน้าทีไรก็มีแต่แบมือขอเงิน คิดดูว่าผมกับคุณใครหนักกว่ากัน”

“เมียพี่แย่อย่างงั้นเลยเหรอ” เดชสีหน้าไม่อยากเชื่อ

“นี่มันยังน้อย คุณรู้มั้ยว่าเขาเอาเงินผมไปทำอะไร โน่น กินเหล้าเมายา เที่ยวผับเที่ยวบาร์ พอผมจะขอหย่าก็จะเอาค่าเลี้ยงดูเป็นล้านอีก ถามหน่อยเถอะมันยุติธรรมมั้ย พอผมไม่ยอมหย่า เขาก็ยกลูกขึ้นมาเป็นตัวประกัน ข่มขู่บีบบังคับผมสารพัด ผมอยากรู้นักว่าความเป็นแม่ของผู้หญิงสมัยนี้มันหายไปไหนหมด”

ยี่หวาโดนกระทบชิ่ง สิทธิสตรีขึ้นทันควัน “ผู้ชายสมัยนี้มันก็ห่วยพอกันนั่นแหละ พอมันจีบฉันติด ปีกหางก็เริ่มโผล่ งานการก็ไม่ทำ แถมยังเอาเงินฉันไปเลี้ยงกิ๊กอีก รู้มั้ยตอนฉันคลอดลูก แท็กซี่เป็นคนพาฉันส่งโรงพยาบาลด้วยซ้ำ”

“สงครามชีวิตโอชินมาเองเลยนะเนี่ย” สุดยอดพึมพำ ขณะที่คนอื่นๆฟังแล้วอินจัด รู้สึกสงสารทั้งณนนท์ และยี่หวาที่ประสบปัญหาชีวิตครอบครัว

ยี่หวายิ่งพูดยิ่งของขึ้น ระบายออกมาอย่างคับแค้นใจ “เชื่อมั้ยตอนที่ฉันยังอยู่กับเขา ฉันอยากจะตายวันละร้อยหน แต่ฉันก็ต้องทน เพราะไม่งั้นลูกฉันจะอยู่กับใคร แล้วที่คุณจะกระโดดตึกหนีปัญหาแบบนี้ คุณคิดถึงลูกตัวเองบ้างไหมว่าถ้าคุณตายแล้วลูกจะอยู่กับใคร”

เดชสับสนหนัก ใจนึงก็ห่วงลูก อีกใจก็ยังอยากประชดเมีย ทันใดนั้นเอง เด็กสองคนวิ่งขึ้นมาเรียกพ่อแม่

“ข้าวตู ไข่ตุ๋น ขึ้นมาได้ไงเนี่ย รีบลงไปเดี๋ยวนี้เลย” ยี่หวาสั่งเฉียบ

“พ่อบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้รออยู่ข้างล่าง ทำไมถึงดื้ออย่างงี้”

“ก็ไข่ตุ๋นห่วงพ่อนี่ พ่อขึ้นมาตั้งนานแล้วไม่ยอมลงไปซะที...ลุงคะ ลุงจะทำอะไรคะ”

เจอเด็กๆถาม เดชถึงกับสะอึกไปเล็กน้อย “ไม่ใช่เรื่องของเด็ก กลับไปได้แล้ว”

“ลุงจะฆ่าตัวตายใช่มั้ยครับ ข้าวตูได้ยินคุณตำรวจบอกว่าลุงจะฆ่าตัวตาย”

“แล้วทำไมลุงถึงต้องตายด้วยล่ะคะ”

เดชอ้ำอึ้ง เด็กสองคนค่อยๆเดินเข้าไปหาเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ยี่หวาจะห้ามลูก แต่ณนนท์รีบขวางไว้ เพราะคิดว่าบางทีเด็กทั้งคู่อาจจะช่วยเดชได้

“หนูไม่เข้าใจหรอก ลุงคิดถึงลูกลุง เมียลุงมันพาลูกหนีไปไม่ยอมให้ลุงเจอลูก ลุงก็เลยจะตายประชดมัน”

“คุณลุงน่าสงสารจังเลย ไม่ได้เจอลูก”

“คุณลุงไม่ต้องกลัวนะคะ เดี๋ยวไข่ตุ๋นจะช่วยคุณลุงหาลูกคุณลุงเองนะคะ”

“ข้าวตูก็จะช่วยด้วยครับ”

เดชมองความไร้เดียงสาของเด็กทั้งคู่ แล้วก็นึกถึงลูกตัวเองจนปล่อยโฮ เดินกลับเข้ามาโอบกอดเด็กทั้งคู่

เท่านี้เอง ผู้ใหญ่ทุกคนก็โล่งอก สีหน้าดีขึ้นทันตาเห็น ส่วนนักข่าวก็ถ่ายภาพถ่ายคลิปเป็นระวิง

ooooooo

หลังจากเมื่อเย็นณนนท์จุดประกายให้เธออย่างไม่ตั้งใจ ตกกลางคืนเอนิตาจึงเข้าไปกอดจูบกับหนุ่มคนหนึ่งในผับโดยให้เพื่อนสาวของตนแอบถ่ายรูปเอาไว้ลงยูทูบ

“แกแน่ใจนะนิต้า ว่าจะให้ฉันเอาคลิปแกลงยูทูบจริงๆ”

“ไม่แน่ใจฉันจะอ่อยไอ้บ้านั่นทำไม ลงๆไปเถอะน่ะ ยิ่งฮือฮาเท่าไหร่ยิ่งดี ฉันจะได้กระแสยังไงล่ะ”

“กระแสฉาวเนี่ยนะ”

“จะฉาวจะดีฉันไม่สนหรอกย่ะ ดีกว่าเป็นนางแบบที่โลกลืม แล้วรอวันแห้งตายก็แล้วกัน”

และทันทีที่เพื่อนจัดการให้เสร็จ เอนิตาก็หยิบมือถือมาโทร.ออก ดัดเสียงพูดเล็กน้อย

“ซ้อสี่...สตาร์อัพเดทใช่ไหมคะ ฉันเป็นแฟนหนังสือคุณค่ะ พอดีเข้าไปในยูทูบแล้วเจอคลิปนึงเข้า แต่ไม่แน่ใจว่าใช่ดารานางแบบคนที่ฉันรู้จักรึเปล่า ซ้อสี่ช่วยพิสูจน์ให้หน่อยสิคะ ค่ะๆ ขอบคุณค่ะ”

เอนิตาตัดสายแล้วยิ้มสมใจ...

ooooooo

ในคืนเดียวกัน ภาพข่าวพวกสุดยอดช่วยเหลือเดชบนดาดฟ้าตึกก็ปรากฏในจอทีวีแทบทุกช่อง...บุญเลื่องกับลูกหลานนั่งดูไม่วางตา

“เย้...คุณแม่ออกทีวีด้วย คุณแม่สวยจังเลยครับ”

“ปากหวานนะเรา ข้าวตูต่างหากครับที่เท่อย่าบอกใคร ฮีโร่ตัวจริงเลยนะเนี่ยเรา”

“โชคดีที่ไม่มีภาพตอนหยีเต้นโคโยตี้ ไม่งั้นไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน”

“แต่แม่ว่าถ้ามีก็ดีนะลูก ร้านเราจะได้ดังกว่านี้ไง”

“แม่อ่ะ ห่วงแต่ร้าน ไม่ห่วงหน้าลูกสาวตัวเองบ้างเลยนะ”

“ล้อเล่นน่า...จะว่าไป ขายหน้าอะไรกัน ถ้าเป็นผู้ชายบ้านนั้นมีหวังตีปีกกันพึ่บพั่บ ป่านนี้ตาเฒ่าเท่งทึงนั่นคงเอาลูกชายตัวเองไปโม้แหลกแล้วมั้ง”

จริงดังวาจาของบุญเลื่อง ชั่วข้ามคืนลูกชายของเท่งก็กลายเป็นคนดัง เท่งไปเรียนลีลาศถูกสาวน้อยสาวใหญ่รุมล้อมชื่นชมลูกชายรูปหล่อทั้งสองคน แถมบางรายยังฝากเท่งเอาลายเซ็นมาฝากด้วย

แต่ในขณะเดียวกัน ณนนท์ที่เพิ่งถึงบริษัทก็มีอันต้องรีบร้อนกลับออกมา เพราะสุดยอดโทร.มาแจ้งข่าวเรื่องคลิปของเอนิตาที่กำลังว่อนอินเตอร์เน็ต

ณนนท์มุ่งหน้าไปยังเรือนหอที่เคยอยู่กับเอนิตา บุกเข้ามาต่อว่าเธอด้วยความโมโหโกรธา

“ผมบอกคุณแล้วใช่มั้ยว่าทำอะไรให้คิดถึงลูกบ้าง แล้วนี่เหรอสิ่งที่คนเป็นแม่เขาทำกัน”

“นี่คุณจะโวยวายทำไม ฉันเป็นคนเสียหายแท้ๆยังไม่เห็นบ่นสักคำเลย”

“ไอ้ผมน่ะไม่สนใจอยู่แล้ว คุณจะทำอะไรมันก็เรื่องของคุณ แต่อย่าลืมไข่ตุ๋นสิ ลูกยังเด็กอยู่ ลูกจะคิดยังไงที่เห็นรูปแม่...กับผู้ชายคนอื่น”

“ก็แค่จูบ คุณจะอะไรนักหนา ถ้านักข่าวมาถาม ฉันก็แค่บอกไปว่าคนหน้าเหมือน แค่นี้ก็จบ”

“ง่ายเหลือเกินนะชีวิตคุณนี่ มันง่ายกับทุกเรื่องเลยนะ ทั้งวิธีคิด การใช้ชีวิต จนไปถึงเรื่องบนเตียง”

“คุณด่าฉันอีกแล้วนะนนท์!”

“ใครว่าผมด่า ผมแค่จะเตือนสติคุณ”

“ใช่ ฉันมันไร้สติ คุณกลับไปได้แล้ว ฉันไม่อยากทะเลาะกับคุณ แล้วก็บอกลูกด้วยว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แม่มัน”

“ลูกคงเชื่อหรอก”

ณนนท์ข่มอารมณ์เต็มที่ ก่อนจะสะบัดหน้าออกจากบ้านไป เอนิตามองตามด้วยความแค้น ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือเธอดังขึ้น เธอรับด้วยน้ำเสียงห้วนๆ แต่พอจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครก็เปลี่ยนอย่างฉับไว

“ฮัลโหล...ค่ะพี่ใหญ่ ว่าไงคะ งานเปิดตัวคอนโดฯเหรอคะ ได้สิคะ เมื่อไหร่คะ อ๋อ น่าจะไม่ติดอะไรนะคะ โอเคค่ะ คอนเฟิร์มค่ะ” เธอวางสายด้วยรอยยิ้มสมใจ “ก็คุณบอกฉันเองนี่นนท์ ว่าต้องมีกระแสถึงงานจะเข้า ฉันก็สร้างกระแสแล้วนี่ไง”

ooooooo

ที่โรงเรียนอนุบาล ไข่ตุ๋นกับข้าวตูมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันอีกแล้ว โดยสาเหตุก็มาจากข่าวของพ่อแม่ที่ไปช่วยกล่อมเดชเมื่อวานจนกลายเป็นข่าวใหญ่ เด็กสองคนต่างแย่งกันคุยโวอวดเพื่อนๆ ก่อนลงเอยด้วยการต่อยตีกัน เป็นที่ปวดเศียรเวียนเกล้าแก่ครูปราณีจนต้องพึ่งยาหอม แล้วโทร.เรียกผู้ปกครองมาพบ

“ข้าวตู ไข่ตุ๋น กลับไปเรียนได้แล้วลูก ครูมีเรื่องจะคุยกับคุณพ่อคุณแม่ของพวกหนูก่อน”

เด็กทั้งคู่ยกมือไหว้คุณครูแล้วเดินหน้าจ๋อยๆออกจากห้องไป

“บอกตรงๆนะคะคุณพ่อคุณแม่ ครูจนปัญญาแล้วค่ะ คุณพ่อคุณแม่คงต้องหาเวลาอยู่กับลูกมากขึ้นแล้วนะคะ เผื่อจะช่วยพวกแกได้บ้าง เฮ้อ ขนาดอยู่โรงเรียนยังตีกันแทบทุกวัน แล้วไปทัศนศึกษางานชาวนาตัวจิ๋วคราวนี้จะไม่พังหนักกว่านี้เหรอคะเนี่ย”

“ชาวนาตัวจิ๋วอะไรกันครับครู”

“อ้าว นี่ครูส่งเอกสารชี้แจงไปตั้งนานแล้วนะคะ คุณพ่อไม่ได้อ่านเลยเหรอคะ”

ณนนท์จ๋อยสนิท ยี่หวาเองก็หน้าเจื่อนๆ เมื่อครูปราณีหันมาถาม

“แล้วคุณแม่ล่ะคะ ทราบมั้ย”

“คือ...งานมันยุ่งน่ะค่ะ คุณครูพอจะบอกทวนซักนิดได้ไหมคะ”

“งานชาวนาตัวจิ๋วก็คือกิจกรรมการเรียนรู้ระหว่างพ่อแม่ลูก เพื่อให้เห็นวิถีชีวิตของชาวนา แล้วก็สร้างความสามัคคีในครอบครัวไงคะ งานนี้ต้องค้างคืนนอกสถานที่ด้วยนะคะ แต่ถ้าเด็กสองคนนี่ยังไม่เลิกตีกัน ครูคงต้องเปลี่ยนคันนาเป็นเวทีมวยแล้วล่ะค่ะ”

สองผู้ปกครองนิ่งเงียบพูดไม่ออก ได้แต่มองหน้ากันเองอย่างหนักใจ ครั้นกลับออกมาที่รถ ยี่หวาทำท่าจะต่อว่าณนนท์ที่ลูกสาวของเขาชอบแกล้งลูกชายของตน แต่ณนนท์รีบตัดบทว่า

“ขอโทษนะ ผมไม่มีอารมณ์มาทะเลาะกับคุณตอนนี้ เอาเป็นว่าผมขอโทษแทนลูกผมด้วยก็แล้วกัน”

“ฉันเห็นคลิปแล้วนะ” ยี่หวาโพล่งขึ้นมา...ณนนท์ชะงัก สีหน้าเต็มไปด้วยความอับอายจนพูดอะไรไม่ออก “ฉันกับคุณอาจจะเห็นไม่ค่อยตรงกันซักเท่าไหร่ แต่ในความเป็นพ่อฉันคิดว่าคุณทำหน้าที่ได้ดีมากเลยนะ เรื่องคลิปมันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก แล้วไข่ตุ๋นก็ยังเด็กเกินกว่าที่จะเอาเรื่องพวกนี้มาเป็นปมด้อย คุณไม่ต้องคิดมากนะ”

ณนนท์นึกไม่ถึงว่ายี่หวาจะให้กำลังใจ เขาเอ่ยปากขอบคุณเธอก่อนแยกย้ายกันไปด้วยรอยยิ้มบางๆในหน้าของทั้งคู่

ooooooo

ชม้อยเดินเซ็งๆนำหน้าเพิร์ลลี่ออกมาจากบริษัทของยิ่ง หลังจากรับเช็คค่าถ่ายรายการมาแล้วเรียบร้อย

“คุณแม่บอกแล้วว่าอย่ามาทำรายการลูกก็ไม่เชื่อ ดูสิได้เงินนิดเดียว ลูกรู้หรือเปล่าว่าคราวที่แล้วไปใส่กระโจมอกขึ้นสลิงโชว์ห้องน้ำลอยฟ้าแป๊บเดียวได้มาเป็นแสน”

“เถอะค่ะคุณแม่ เพิร์ลลี่สัญญาว่างานนี้คุณแม่จะได้มากว่าที่คิดค่ะ”

“เรื่องเจ้าสุดยอดนั่นเหรอ เฮอะ แม่จะคอยดู แต่ตอนนี้คุณแม่เจ็บใจสุดๆ ที่วันนั้นเราไม่ขึ้นไปห้ามไอ้คนกระโดดตึกนั่น ไม่งั้นน้องเพิร์ลลี่ลูกคุณแม่ก็กลายเป็นฮีโร่ไปแล้ว”

“ก็เพิร์ลลี่จะไปแล้ว คุณแม่ก็ห้ามไว้ เป็นไงล่ะคะอดดังเลย”

ขณะนั้นเอง นักข่าวจำนวนมากกรูกันเข้ามา ชม้อยตื่นเต้นนึกว่าพวกเขาจะมาขอสัมภาษณ์ลูกสาว จึงฉีกยิ้มรอเต็มที่ แต่เปล่าเลย พวกเขากลับวิ่งผ่านไปหายาหยีกับสุดยอดชนิดไม่เห็นหัวสองแม่ลูกสักนิด

นักข่าวกรูกันไปสัมภาษณ์สองคนนั้นถึงเหตุการณ์ช่วยชีวิตเดช ชม้อยค้อนปะหลับปะเหลือกอย่างเสียฟอร์ม ในขณะที่เพิร์ลลี่มองยาหยีด้วยสายตาริษยา นับวันจะยิ่งเป็นคู่แข่งกันมากขึ้นทุกที

นอกจากจะได้รับความสนใจจากนักข่าวและเจ้าของรายการดังทางทีวีแล้ว สุดยอดกับยาหยียังได้รับคำสรรเสริญจากพี่ยิ่งและทีมงานเป็นกระบุง พอตกกลางคืนกลายเป็นข่าวออกจอทีวีอีก ข้าวตูเห็นเข้าก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

“น้าหยีดังใหญ่แล้วๆ น้าหยีครับ ดังแล้วอย่าลืมข้าวตูนะ”

“เว่อร์น่าเรา น้ายิ่งกลุ้มๆอยู่ แค่นี้ชีวิตน้าก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว ขืนไปออกรายการนี้อีกไม่ตายคาที่เลยเหรอ เฮ้อ เอาชีวิตสงบสุขของฉันคืนมาที”

“แหม...แต่รายการนี้เขาท็อปสุดๆเลยนะ ถ้าได้ออกล่ะก็ร้านเราขายดีระเบิดระเบ้อแน่ ทนๆเอาหน่อยน่าหยี”

“ทนๆเอาหน่อย พี่ก็ต้องไปเหมือนกันแหละ คิดว่าจะรอดเหรอ”

“พี่ด้วยเหรอ ไม่เอานะ พี่ไม่ขึ้นกล้อง ออกกล้องแล้วน่าเกลียด” ยี่หวาปฏิเสธเสียงแหลม แต่ข้าวตูตื่นเต้นวิ่งร้องโชโยไปรอบบ้าน ดีใจที่แม่ของตนจะได้ออกทีวีด้วย

“แต่ยังไงแม่ก็คิดว่าเราสองคนควรจะต้องไปนะ”

“ทำไมคะแม่” ยี่หวาแปลกใจ

“ก็ถ้าเราไม่ไป พวกผู้ชายบ้านโน้นก็ได้หน้าไปเต็มๆน่ะซิ เรื่องอะไร” บุญเลื่องหน้าตึงๆ เมื่อนึกถึงนายเท่ง ส่วนลูกสาวสองคนก็มีแรงฮึดอยากเอาชนะลูกชายของเท่งขึ้นมาทันที

เวลาเดียวกันนั้นเองที่บ้านเท่ง ณนนท์กำลังบ่นอย่างเซ็งๆ “โอ๊ย...ไอ้เรื่องเอาหน้าเนี่ย ใครอยากได้ก็เอาไปเถอะ ไม่เห็นอยากได้เลย”

“นั่นสิพี่ วันๆอยู่แต่หน้ากล้อง เอียนจะแย่อยู่แล้ว ยังจะให้ไปออกรายการอื่นอีก” สุดยอดผสมโรง

แต่เท่งออกจะงงๆ มองการกระทำของสองคนนั้นแล้วรู้สึกมันขัดแย้งกับคำพูด...ณนนท์กำลังยกดัมเบลล์อย่างเอาจริงเอาจัง ขณะที่สุดยอดก็สาละวนกับการบำรุงผิวหน้า

“พ่อทำอะไรคะ” ไข่ตุ๋นเอ่ยถาม

“พ่อกำลังฟิตร่างกายอยู่ลูก”

“ฟิตทำไมวะ” เท่งสงสัย

“ก็เวลาออกกล้องจะได้ดูดีไงพ่อ โอ๊ย...พูดแล้วก็เซ็ง ไม่ได้อยากออกเล้ย...ไอ้ทีวีเนี่ย”

“ผมล่ะไม่เข้าใจจริงๆ ไม่รู้คนจะเห่อไปทำไมนักหนา กะอีแค่ออกทีวี เอ้าพี่นนท์ มาสก์หน้าซะคืนนี้เลยนะ รับรองพี่ตอนออกรายการจะได้หน้าใสเด้งดึ๋งๆเลย”

“ขอบใจมากน้องรัก”

สองคนพี่น้องตั้งอกตั้งใจพอกหน้า โดยมีสายตาของเท่งกับไข่ตุ๋นจับจ้องมองมาอย่างงงๆ ขำๆ

ooooooo

ตอนที่ 4

ภายในสตูดิโอรายการทีวีชื่อดัง แฟนคลับของสุดยอดชูป้ายไฟและส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดลั่นไปหมด บุญเลื่องนั่งอยู่กับไข่ตุ๋นตรงที่นั่งคนดู สักครู่เท่งเดินถือกุหลาบช่อหนึ่งมายืนตรงหน้า

“ให้ฉันทำไม...อ๋อ วันนี้ฉันแต่งตัวสวยกว่าทุกทีที่เจอใช่มั้ยล่ะ เสียใจด้วยนะคุณเท่ง ฉันรับดอกกุหลาบคุณไม่ได้หรอก” บุญเลื่องว่ามาเป็นชุด

“เข้าใจผิดแล้วคุณ เนี่ยเค้าให้แจกคนละดอก ท้ายรายการเค้าจะมอบให้คนที่จะโดดตึกเป็นกำลังใจตะหากล่ะครับ”

บุญเลื่องหน้าแตกเสียฟอร์ม เมินหน้าหนีทันที เท่งหัวเราะหึๆ ส่งกุหลาบใส่มือบุญเลื่องหนึ่งดอกแล้วส่งที่เหลือให้คนถัดไปช่วยส่งกันต่อๆไป จากนั้นตัวเองก็หย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ที่ว่างใกล้ๆบุญเลื่อง

“ผู้หญิงบ้านนี้หลงตัวเองทุกคนเลยรึเปล่าเนี่ย” เท่ง เปรยลอยๆ บุญเลื่องเคืองค้อนขวับ ทำปากขมุบขมิบด่า...

ผู้กำกับเวทีให้สัญญาณคนดูปรบมือ จากนั้นพิธีกรบนเวทีก็เริ่มพูดคุยกับแขกรับเชิญที่ประกอบไปด้วย ณนนท์ สุดยอด ยี่หวา ยาหยี และเดช

“เพียงชั่วข้ามคืน ทั้งสี่ท่านนี้ก็ได้กลายเป็นคนดังระดับประเทศ เพราะได้ช่วยให้คนคนหนึ่งเกิดกำลังใจลุกขึ้นมาสู้ชีวิต คุณเดชมีอะไรจะพูดกับทั้งสี่ท่านนี้มั้ยครับ”

“ผมขอขอบคุณทุกคนที่เล่าประสบการณ์ชีวิตที่ยากลำบากให้ผมฟัง ทำให้ผมคิดได้ว่าทุกคนต่างก็มีปัญหา แล้วการฆ่าตัวตายก็ไม่ใช่วิธีการแก้ปัญหา ผมขอบคุณจริงๆครับ” เดชยกมือไหว้ ทั้งสี่คนรีบรับไหว้

“คุณณนนท์กับคุณยี่หวานี่ถือเป็นตัวอย่างของคนมีครอบครัวที่ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหา คุณยี่หวาครับ การเลี้ยงลูกคนเดียวนี่เคยท้อบ้างมั้ยครับ”

“บ่อยไปค่ะ เป็นซิงเกิลมัมนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ งานก็ต้องทำ ลูกก็ต้องเลี้ยง ยิ่งตอนที่เขายังช่วยตัวเองไม่ได้นี่หนักถึงขนาดต้องนั่งร้องไห้เลยล่ะค่ะ”

“แล้วคุณยี่หวาผ่านปัญหานั้นมาได้ยังไง”

“ดิฉันโชคดีมั้งคะ ที่มีกำลังใจที่ดีจากครอบครัว มีแม่ที่เข้าใจไม่เคยซ้ำเติมถ้าดิฉันทำอะไรพลาด มีน้องสาวที่น่ารักคอยให้กำลังใจเคียงข้างอยู่เสมอ แล้วที่สำคัญ ดิฉันมีลูกที่เป็นแก้วตาดวงใจ เหนื่อยหรือท้อมาจากไหน แค่ได้เห็นหน้าลูกยิ้มก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเลยล่ะค่ะ”

บุญเลื่องยิ้มเป็นปลื้ม ขณะที่ข้าวตูก็ส่งยิ้มและโบกมือให้คุณแม่

“คุณณนนท์ครับ ทราบมาว่าคุณณนนท์แต่งงานกับนางแบบชื่อดังคุณเอนิตาใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ”

“งั้นแปลว่าประสบการณ์เลวร้ายที่คุณเล่าให้คุณเดชฟังคือเรื่องของคุณกับคุณเอนิตาใช่หรือเปล่าครับ”

ณนนท์อึ้ง หันไปมองหน้าไข่ตุ๋นในกลุ่มคนดูที่นั่งฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ จู่ๆเอนิตาเดินมานั่งลงข้างข้าวตู แล้วหันไปมองณนนท์อย่างท้าทายให้ตอบ

เพราะเห็นแก่ลูกตาดำๆ ณนนท์ตัดสินใจตอบพิธีกรไปว่า “ชีวิตคู่มันก็มีอุปสรรคทุกคู่ล่ะครับ แต่ผู้หญิงคนนั้น...ที่ผมพูดถึงไม่ใช่เอนิตาหรอกครับ”

เอนิตาพอใจคำตอบ ยิ้มหยันณนนท์ที่มองมาด้วยแววตาเจ็บแค้น

ooooooo

เสร็จสิ้นการสัมภาษณ์ ทุกคนทยอยลงจากเวที ส่วนบรรดาแฟนคลับของสุดยอดก็ปรี่เข้าใส่เพื่อขอถ่ายรูป ยาหยีไม่สนจะเดินเลี่ยงมา แต่กลับโดนแฟนคลับของสุดยอดที่เคยมีเรื่องกันเข้ามาชวนทะเลาะ

ยาหยีตอบโต้อย่างไม่ยอม และอาจถึงลงมือกันถ้าบุญเลื่องไม่เข้ามาห้ามและพาลูกสาวออกไปเสียก่อน สุดยอดเองก็ชักระอาแฟนคลับ แต่จะพูดมากก็ไม่ได้ จึงได้แต่ขอร้องให้พวกเขาไปรอตนข้างนอกก่อน

ทันทีที่แฟนคลับคล้อยหลัง เพิร์ลลี่ก็โผล่เข้ามาอีกทางพร้อมดอกไม้ช่อสวย

“พี่สุดยอดขา...ดอกไม้สำหรับฮีโร่ในดวงใจของเพิร์ลลี่ค่ะ”

ชม้อยที่มากับลูกสาวรีบกวักมือเรียกนักข่าวยิกๆอย่างรู้งาน นักข่าวจึงกรูกันเข้ามาถ่ายรูปคู่เพิร์ลลี่กับสุดยอด เพิร์ลลี่ยิ้มหวานควงแขนสุดยอดแน่น แต่สุดยอดอึกอักทำหน้าไม่ถูก

“แบบนี้แปลว่าอดีตคู่รักกำลังจะรีเทิร์นใช่มั้ยคะคุณแม่” นักข่าวยิงคำถาม

“น้องเค้ายังไม่ได้เลิกกันแล้วจะเรียกว่ารีเทิร์นได้ยังไง ที่ผ่านมาก็แค่ต่างคนต่างทำงานยุ่งๆกันทั้งคู่ จริงมั้ยจ้ะสุดยอด” ชม้อยตอบพลางยิ้มหวานให้สุดยอด

“ครับ ผมก็ยังไม่ได้เลิกเป็นเพื่อนกับน้องเพิร์ลลี่ครับ” สุดยอดเน้นหนักคำว่าเพื่อนจนสองแม่ลูกสะดุ้ง แต่ก็ยังอุตส่าห์ยิ้มสู้ ซ่อนความไม่พอใจสุดยอดเอาไว้

อีกมุมหนึ่งหน้าห้องแต่งตัว เอนิตาเดินคุยโทรศัพท์อย่างอารมณ์ดี แต่พอเห็นณนนท์เดินหน้าตึงตามมา เธอก็รีบวางสายทำไม่รู้ไม่ชี้

“คุณมาทำไม” ณนนท์ถามเสียงแข็ง

“รายการเค้าเชิญฉันมาสัมภาษณ์เรื่องคลิปน่ะสิ ไข่ตุ๋นคงดีใจนะที่ทั้งพ่อทั้งแม่ได้ออกทีวีพร้อมกัน”

“ลูกคงดีใจหรอกที่แม่มีข่าวคลิปฉาวกับผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่พ่อ”

“ฉันทำเพื่อความอยู่รอดของฉัน ผิดเหรอ”

“ไม่ผิดหรอก ถ้าไอ้การทำเพื่อความอยู่รอดของคุณจะไม่ทำร้ายหัวใจลูก ถามจริงๆเหอะ ไม่สงสารลูกบ้างรึไง”

เอนิตาอึ้งไปนิดก่อนยอกย้อนไม่ตรงคำถาม “แต่คุณบอกฉันเองนะ”

“เรื่องอะไร”

“ถ้าฉันไม่ดังฉันก็ไม่มีงาน ตอนนี้ฉันก็ดังแล้ว ทีนี้คุณพอจะนึกออกรึยังว่ามีงานอะไรให้ฉันทำบ้าง”

เอนิตาไม่พูดเปล่า ขยับเข้าไปใกล้ชิดเขาอย่างยั่วเย้า ยี่หวากำลังจะเดินไปเอาของที่ห้องแต่งตัว พอเห็นสองสามีภรรยาก็รีบหลบ

“ไอ้ดังฉาวๆอย่างคุณน่ะ ลูกค้าผมเค้าไม่ชอบหรอก” ณนนท์พูดเสร็จก็ผละไป ทิ้งความเจ็บใจไว้ให้เอนิตา ส่วนยี่หวา ที่เฝ้ามอง รู้สึกสงสารไข่ตุ๋นอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ครั้นกลับมาถึงบ้านตัวเอง ยี่หวาบ่นให้แม่กับน้องสาวฟัง...แล้วสรุปด้วยความหนักใจ

“สร้างภาพกันทั้งพ่อทั้งแม่ คนที่น่าสงสารที่สุดก็ยัยไข่ตุ๋นนี่ล่ะค่ะ”

บุญเลื่องถอนใจ หันไปถามลูกสาวคนเล็ก “แล้วตกลงคุณณนนท์กับเอนิตานี่เค้ายังไงกันแน่”

“เตียงหักกันนานแล้วค่ะ ยัยวุ้นบอกว่าเอนิตาเค้าปล่อยคลิปสร้างกระแส แล้วอย่างนี้ผู้ชายหน้าไหนจะไปทนได้ล่ะคะแม่”

“ก็ไม่แน่ คนบางคนเค้าก็ทนเพื่อลูก ทีฉันยังทนพ่อพวกแกได้เลย”

“เป็นหยี...หยีไม่ทนหรอกค่ะ เรื่องอะไร ยอมให้ผู้หญิงสวมเขาอยู่ได้”

“เธอยังไม่เคยเป็นพ่อแม่ก็พูดได้ ลองมีลูกซักคนสิ แล้วจะรู้ว่ามากกว่านี้ก็ทนได้” ยี่หวาพูดเหมือนปลง

“ไม่เอาล่ะค่ะ หยียอมขึ้นคานดีกว่ามานอนก่ายหน้าผากทุกข์ใจเพราะผู้ชาย”

ข้าวตูถือแก้วนมเดินเข้ามาพอดี “แม่ครับ ดื่มนมก่อนนอนสุขภาพจะแข็งแรงนะครับ”

“นี่ไงล่ะหยี รางวัลแห่งความทุกข์ที่พี่ได้รับ ต่อให้ทุกข์แค่ไหนแต่ได้มีลูกอย่างข้าวตู พี่ก็ว่ามันคุ้มแสนคุ้ม...ใช่มั้ยลูก”

“ครับ คุณแม่ของข้าวตูคนดีที่หนึ่งเล้ย” ข้าวตูยิ้มแป้น ยี่หวาหอมแก้มลูกอย่างชื่นใจ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ไข่ตุ๋นถูกกังฟูล้อเรื่องคลิปฉาวของแม่ โดยหาว่าแม่ไข่ตุ๋นเป็นดาวโป๊ ไข่ตุ๋นโกรธมากทุ่มเถียงคอเป็นเอ็นก่อนจะชกต่อยกังฟู จนเสื้อผ้าหน้าตามอมแมมไปด้วยกัน

ตกเย็นยี่หวามารับข้าวตูและนำจดหมายอนุญาตเข้าร่วมกิจกรรมวันชาวนาตัวจิ๋วมาให้ครูปราณีด้วย

“ขอบคุณค่ะ คุณแม่ต้องมาให้ได้นะคะ”

“พลาดไม่ได้หรอกค่ะ ชาวนาตัวจิ๋วเล่นเตือนทุกวันเลย เอาละ สวัสดีคุณครูซะลูก”

ข้าวตูทำตามอย่างว่าง่าย แล้วสองแม่ลูกก็จูงมือกันออกจากห้อง แต่แล้วยี่หวาต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นไข่ตุ๋นนั่งหงอยอยู่ริมทางเดิน เสื้อผ้าหน้าตามอมแมมเหลือเกิน

“ทำไมไข่ตุ๋นเป็นอย่างงั้นล่ะ เค้าชกกับข้าวตูอีกแล้วเหรอลูก”

“ เปล่าครับ ไข่ตุ๋นชกกับกังฟู ไม่ได้ชกกับข้าวตูครับแม่...แม่ครับ ไข่ตุ๋นเลือดออก”

ยี่หวาตกใจรีบวิ่งไปซับเลือดให้ไข่ตุ๋น “เงยหน้าไว้นะจ๊ะไข่ตุ๋น ไม่ต้องตกใจนะ เดี๋ยวเลือดก็หยุดไหล”

“ไข่ตุ๋นไม่ต้องกลัวนะ เลือดออกนิดเดียวเอง ไข่ตุ๋น

เก่งออก” ข้าวตูปลอบเพื่อน

จังหวะนี้ณนนท์เดินเข้ามา เห็นยี่หวานั่งเช็ดเลือดให้ไข่ตุ๋นก็ตกใจ “เป็นอะไรน่ะไข่ตุ๋น”

“เลือดกำเดาไหลค่ะ น่าจะหยุดแล้วค่ะ งั้นฉันขอตัวนะคะ”

“ครับๆ เดี๋ยวผมดูต่อเอง ขอบคุณมากเลยนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไปข้าวตู”

ข้าวตูไหว้ลาณนนท์ ส่วนไข่ตุ๋นไหว้ขอบคุณยี่หวา และมองตามเธอไปด้วยความคิดถึงแม่ตัวเอง...เมื่อพาลูกกลับถึงบ้าน ณนนท์ก็พยายามเอาใจลูกทุกอย่าง ทำอาหารให้กินและหาตุ๊กตามาให้เล่น แต่จู่ๆลูกสาวก็ตั้งคำถามขึ้นมาจนคนเป็นพ่ออึ้งไปครู่หนึ่ง

“พ่อคะ เตียงหักแปลว่าอะไรคะ”

“ก็...แปลว่าคนสองคนที่เค้านอนเตียงเดียวกัน แต่เค้าเลิกรักกันแล้วน่ะสิ ไปเอาคำนี้มาจากไหนฮึไข่ตุ๋น”

“กังฟูบอกว่าพ่อกับแม่เตียงหัก ก็แปลว่าพ่อกับแม่เลิกรักกันแล้วเหรอคะ”

“ยังหรอก พ่อกับแม่ยังรักกันอยู่”

“งั้นกังฟูก็สมควรโดนไข่ตุ๋นต่อยแล้วล่ะค่ะ”

“ไข่ตุ๋นชักจะเกเรใหญ่แล้วนะ คนฉลาดต้องใช้สมองมากกว่ากำลังนะลูก”

“แต่กังฟูโกหก เป็นคนไม่ดี ไข่ตุ๋นก็เลยต้องสั่งสอนกังฟูค่ะพ่อ”

ณนนท์อึ้งอีกรอบ เพราะตัวเองก็โกหกลูกเหมือนกัน พอส่งลูกเข้านอนเรียบร้อยแล้ว ณนนท์กลับลงมานั่งหน้าเคร่ง สักครู่หนึ่งเท่งเดินมานั่งลงข้างๆ ถามลูกชายว่า

“จะโกหกลูกเรื่องแม่เจ้าไข่ตุ๋นไปถึงเมื่อไหร่ฮึนนท์ ลูกโตขึ้นทุกวัน ยังไงก็ต้องรู้วันยังค่ำ”

“ไข่ตุ๋นยังเล็กเกินไปครับพ่อ ผมไม่อยากเห็นลูกต้องมาเจ็บปวดเพราะพ่อแม่เลิกกัน”

“ก็จริง ความจริงทำให้คนเราเจ็บปวด แต่ความจริงนี่แหละที่จะทำให้ไข่ตุ๋นโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่เข้มแข็ง คิดดูให้ดี”

ฟังพ่อแล้ว ณนนท์ชะงักไปอย่างตรึกตรอง ถึงยังไงตนก็ต้องทนเพื่อลูก แม้จะต้องเผชิญหน้ากับเอนิตาที่บริษัทในเช้าวันรุ่งขึ้นที่เธอเข้ามาลองเสื้อผ้า แต่สุดยอดนี่สิไม่ค่อยทน เจอหน้าพี่สะใภ้เมื่อไหร่เป็นต้องจิกต้องกัด

“โอ้ว...คุณพี่สะใภ้ ไหงวันนี้มาเหยียบบริษัทพี่นนท์ได้ พระศุกร์เข้า ดาวไถแทรกรึไงครับ”

“ฉันมาลองเสื้องานงานที่พี่นายจ้างฉันนั่นแหละย่ะ”

“ฮ้า...จริงดิ นางแบบคลิปฉาวสะท้านโลกขนาดนี้ยังมีคนจ้างอีกเหรอ”

“ที่พูดนี่โง่หรือฉลาด ยิ่งฉาวยิ่งมีงาน...ถอยไป”

สุดยอดหลีกทางให้เอนิตาแล้วเข้าไปคุยกับพี่ชาย

“ผมไม่เข้าใจเลยพี่ ทำไมถึงให้ยัยนี่กลับมาทำงานอีก แล้วไอ้คลิปนั่นนะ ผมไม่ใช่พี่ผมก็จำได้ แหมทำมาเป็นปฏิเสธว่าหน้าเหมือน โธ่ เด็กอนุบาลยังรู้เลย”

“ตอนนี้พี่ท่องอยู่คำเดียว...ทนเพื่อลูก”

“ครับ เข้าใจครับ” สุดยอดตบไหล่พี่ชายเบาๆ ให้กำลังใจ

ooooooo

เช้าวันเดินทางไปทำกิจกรรม “ชาวนาตัวจิ๋ว” ของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล เอนิตาต้องฝืนตัวเองตื่นแต่เช้าเพื่อเป็นแม่ที่ดีร่วมขบวนไปกับเขาด้วย เนื่องจากเป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ณนนท์ให้งานเธอทำ ส่วนครอบครัวของยี่หวานั้นไร้เงาวสันต์ ทำให้ข้าวตูไม่ร่าเริงเท่าที่ควร ต่างจากไข่ตุ๋นที่คึกคักมีความสุขเพราะมีทั้งพ่อและแม่พร้อมหน้า

แต่พอถึงแปลงนา เอนิตาไม่ยอมลงดำนากับครอบครัว แต่เอาเวลาไปคุยโทรศัพท์นัดแนะกิ๊กหนุ่มให้มาเจอ ดังนั้นณนนท์กับไข่ตุ๋นจึงต้องจับคู่กับยี่หวาและข้าวตู เพราะในหนึ่งทีมครูกำหนดให้มีสมาชิกสามคนขึ้นไป ซึ่งเด็กๆสนุกสนานกันมาก ส่วนผู้ปกครองอย่างณนนท์กับยี่หวาเมื่อได้ใกล้ชิดก็เริ่มรู้สึกดีต่อกัน แต่ทั้งคู่ยังเคอะเขินไม่กล้าแสดงออก ครั้นบ่ายเสร็จกิจกรรมแรกทุกคนก็แยกย้ายเข้าที่พักในรีสอร์ต ก่อนจะออกมาทำกิจกรรมรอบกองไฟอีกครั้งในตอนค่ำ

ส่วนที่สตูดิโอของพี่ยิ่ง ทีมงานกำลังเตรียมถ่ายทำรายการโดยมีเพิร์ลลี่กับยาหยีเป็นพิธีกร จู่ๆชม้อยซึ่งเกาะติดลูกสาวตลอดเวลาก็เดินถือช่อดอกไม้เข้ามาในห้องแต่งตัว บอกลูกว่ามีผู้ชายส่งดอกไม้มาให้ ทำเอาทุกคนหันมองอยากรู้อยากเห็น เพิร์ลลี่เองก็แปลกใจถามแม่ว่าใครส่งมา

“ไม่ลงชื่อซะด้วยสิ เขียนแต่ว่า จากผมคนเดิม...ใครกันน้า” ชม้อยทำสุ้มเสียงชวนสงสัย ช่างแต่งหน้าเดาทันทีว่าพี่ก้องหนุ่มไฮโซหรือไม่ก็พี่สุดยอดรูปหล่อ เพิร์ลลี่ทำเป็นขวยอาย ตอบเบาๆ “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”

พอแต่งหน้าทำผมเสร็จต้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าซึ่งอยู่ห้องติดกัน ชม้อยขอจัดการให้ลูกสาวเอง เพิร์ลลี่จึงมีจังหวะเหมาะถามแม่ว่า ตกลงใครส่งดอกไม้มากันแน่?

“จะใครซะอีกล่ะ ก็แม่เองน่ะสิ ทีนี้ล่ะสุดยอดก็จะต้องคิดว่าพี่ก้องส่งดอกไม้มา จะได้หึงแล้วก็รีบมาง้อเพิร์ลลี่ไงล่ะ”

“อ้าว แล้วพี่ก้องล่ะคะ”

“พี่ก้องก็รวยดี ส่วนสุดยอดนี่ก็กำลังดัง แม่ว่าเรากุ๊กกั๊กไว้ทั้งสองคนเลยแล้วกัน”

“อุ๊ย ถ้าคนอื่นรู้เขาไม่หาว่าเพิร์ลลี่จับปลาสองมือเหรอคะแม่ เพิร์ลลี่ไม่อยากเป็นข่าวรักสามเส้านะคะ”

“สามเส้าสิดี สมัยนี้ยิ่งมีกระแสงานอีเวนต์โชว์ตัวยิ่งกรูกันเข้ามา เราจะได้รวยๆ เฮงๆ เข้าใจมั้ยคะลูกขา”

“เข้าใจค่ะคุณแม่”

สองแม่ลูกจอมแผนการแย้มยิ้มให้กันโดยไม่รู้ว่ายาหยีแอบได้ยินทุกถ้อยคำ อีกครู่ต่อมาเพิร์ลลี่ทำทีไปนั่งดมดอมกุหลาบช่อนั้นให้สุดยอดเห็น แล้วทำหน้าซื่อตาใสเมื่อเขาเอ่ยถามเธอว่า

“ยังชอบดอกกุหลาบขาวเหมือนเดิมเหรอ”

“พี่ยอดจำได้ด้วยเหรอคะ”

“ก็...ไม่เคยลืม”

“เพิร์ลลี่ดีใจที่พี่ยอดไม่เคยลืม แล้วก็หวังว่าซักวันพี่ยอดจะส่งดอกไม้ให้เพิร์ลลี่บ้างนะคะ” เพิร์ลลี่ยิ้มหวาน วางช่อดอกไม้ไว้บนโต๊ะแล้วเดินจากไป สุดยอดยังเหม่อคิด แล้วสะดุดนิดๆที่ยาหยีเดินเข้ามาพูดลอยๆ

“เฮ้อ คนบางคนจะโดนหลอกใช้แล้วยังไม่รู้ตัวอีก มันน่าสมเพชจริงๆ”

“คุณพูดถึงใคร”

“ฉันหมายถึงใครก็ได้...นี่ นายลองจับหัวตัวเองดูสิ”

สุดยอดเอามือจับที่หัวอย่างงงๆ “จับแล้วไง”

“เริ่มมีปุ่มขึ้นรึยังล่ะ ถ้ามีก็แปลว่าเขาเริ่มงอกแล้วล่ะ” พูดจบเธอก็รีบเดินหนี ทิ้งให้สุดยอดฮึ่มฮั่มเจ็บใจที่ถูกด่า เป็นควาย...


ส่วนที่โรงเรียนสอนลีลาศ บุญเลื่องกับเท่งต้องจับคู่เรียนด้วยกันอีก และครั้งนี้ก็มีเหตุให้บุญเลื่องเข้าใจเท่งผิดถึงขั้นลงมือลงไม้ ทั้งที่เท่งพยายามช่วยเธอให้พ้นความอับอาย แต่กลายเป็นว่าเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นไอ้ชีกอ ไอ้ลามก

ooooooo

วันต่อมา สุดยอดเดินผ่านประตูห้องแต่งตัวได้ยินเสียงร้องไห้ของใครคนหนึ่ง เขาหยุดมองเข้าไปข้างในเห็นเพิร์ลลี่นั่งร้องไห้อยู่ที่โต๊ะแต่งหน้า บนตักมีกล่องกระดาษขนาดย่อมวางอยู่ พอเขาเดินมาถามว่าเป็นอะไร เธอก็ปฏิเสธหน้าเศร้าว่าไม่ได้เป็นอะไร

“ไม่ได้เป็นอะไรแล้วร้องไห้ทำไม”

เพิร์ลลี่ไม่ตอบ ก้มหน้ากลั้นสะอื้น สุดยอดจึงลงนั่งข้างๆ

“เพิร์ลลี่ฟังนะ ถึงเราจะไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว แต่พี่ก็ยังเป็นพี่สุดยอดของเพิร์ลลี่ เพิร์ลลี่มีอะไรก็ปรึกษาพี่ได้เหมือนเดิมนะครับ”

“เพิร์ลลี่ไม่อยากคบกับพี่ก้องแล้วล่ะค่ะ” เธอตอบทั้งน้ำตา

“ไม่อยากคบ...แล้วคบทำไมล่ะครับ”

“เพราะคุณแม่ขอร้อง เพิร์ลลี่ขัดใจคุณแม่ไม่ได้ พี่ยอดก็รู้”

“ไม่อยากคบก็ไม่ต้องคบ เพิร์ลลี่ก็บอกแม่ไปตรงๆเลย แต่พี่ว่าเรื่องแค่นี้ไม่น่าทำให้เพิร์ลลี่ร้องไห้เลย เพราะเท่าที่เห็นในข่าว เวลาไปกับเขา เพิร์ลลี่ก็มีความสุขดีนี่”

“ไม่จริง ไม่จริงเลยค่ะ ที่เห็นเพิร์ลลี่ยิ้ม แต่ในอกเพิร์ลลี่มันเต็มไปด้วยน้ำตา มันเต็มไปด้วยความคิดถึง”

“คิดถึงอะไร”

“เพิร์ลลี่คิดถึงพี่ยอดค่ะ”

“คิดถึงพี่เนี่ยนะ ทั้งที่เพิร์ลลี่เป็นคนบอกเลิกพี่เอง”

“ไม่เชื่อก็ดูนี่สิคะ” เธอเปิดกล่องกระดาษให้สุดยอดดู “เนี่ย ตั๋วหนังที่เราเคยดูด้วยกัน ตั๋วเครื่องบินที่เราไปเมืองนอกด้วยกัน ตุ๊กตาถักที่เพิร์ลลี่เคยทำให้พี่ยอดแต่ยังไม่เสร็จ ไดอารี่ที่เขียนถึงพี่ยอด...เพิร์ลลี่เก็บมันไว้หมดทุกอย่างเลยนะคะ เพิร์ลลี่ไม่เคยลืมพี่ยอดเลยจริงๆนะคะ”

เพิร์ลลี่บีบน้ำตาสะเทือนใจ เท่านี้สุดยอดก็ใจอ่อนยวบเข้ามาโอบกอดเธอไว้ โดยไม่รู้เห็นเลยว่าด้านหลังนั้นชม้อยโผล่หน้าออกมายิ้มแป้น ชูนิ้วโป้งให้ลูกสาวที่ตีบทแตกกระจุย

ooooooo

หลังกลับจากทำกิจกรรมกับทางโรงเรียน รุ่งขึ้นเด็กๆก็ไปเรียนหนังสือกันตามปกติ ตกเย็นยี่หวาไปรับลูก แต่ต้องแตกตื่นตกใจเมื่อลูกหายไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะเธอรีบร้อนกลับมาที่รถพร้อมกับพยายามโทร.หาวสันต์ กุญแจรถในมือดันร่วงตกท่อ ณนนท์ซึ่งมารับลูกสาวเห็นเข้าจึงเข้ามาสอบถาม ก่อนจะชวนเธอขึ้นรถไปกับตน

ระหว่างนี้เอง วสันต์โทร.เข้ามือถือยี่หวา ขู่ขอเงินสองล้าน ไม่งั้นอย่าหวังว่าเธอจะได้เจอลูก

“สองล้าน จะบ้าเหรอ อดอยากถึงขนาดต้องเรียกค่าไถ่กินแล้วเหรอ บอกมานะว่าลูกฉันอยู่ไหน”

“ฮ่าๆ ผมพูดเล่น ใครจะไปทำอย่างงั้น แต่ถ้าได้ซักหมื่นนึง ผมก็อาจจะนึกออกก็ได้ว่าข้าวตูอยู่ที่ไหน” เขาพูดจบก็กดวางสายแล้วปิดเครื่องหนีไปเลย

ณนนท์ชำเลืองมองยี่หวาก่อนพูดนิ่งๆ “จะแวะแจ้งความก่อนมั้ยครับ”

“จะแจ้งได้ยังไงล่ะคะ ในเมื่อคนที่ลักพาตัวข้าวตูไปคือพ่อของข้าวตูเอง”

“แล้วคุณจะทำยังไง”

ยี่หวาเดือดสุดๆ บอกทางให้ณนนท์พาไปที่บ้านวสันต์ แล้วเจอวัลลภาตีหน้าซื่อไม่รู้ไม่เห็น ยืนยันว่าข้าวตูไม่ได้อยู่ที่นี่

“แล้วข้าวตูอยู่ไหนคะ”

“เธอเป็นแม่แท้ๆยังไม่รู้ว่าลูกตัวเองอยู่ไหน แล้วย่าอย่างฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะจ๊ะ”

“ไม่ต้องมาเล่นลิ้นเลยค่ะ ฉันรู้นะว่าวสันต์เอาลูกฉันมาซ่อนที่นี่”

“ข้าวตูไม่ได้มาที่นี่หรอก แต่เธอมาก็ดีแล้ว เรื่องที่ดินน่ะว่าไง ขายๆไปเหอะ เก็บไว้ก็กลายเป็นที่รกร้าง เสียภาษีสิ้นเปลืองเปล่าๆปลี้ๆ สู้ขายได้เงินมานอนกินดอกเล่นๆไม่ดีกว่าเหรอ”

“คุณแม่คะ หลานคุณแม่หายไปทั้งคน ไม่คิดจะเดือดร้อนเลยเหรอคะ รึว่าเงินมันบังตาจนมองอะไรไม่เห็นไปแล้ว”

“แหม...ไม่เจอกันนานก็ยังปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมนะเธอ ก็ฉันบอกแล้วไงว่าข้าวตูไม่ได้มาที่นี่ อยากรู้ก็ถามเจ้าตัวเขาเองสิ นั่นไง มาพอดีเลย”

วสันต์เดินเข้ามาในห้องรับแขก ทักอย่างกวนๆ “โอ้โห ตามหาลูกจนถึงขนาดต้องพาผัวใหม่มาช่วยตามหาเลยเหรอ”

ยี่หวามองณนนท์อย่างเกรงใจ แล้วหันไปแว้ดใส่วสันต์

“นี่คุณ คุณณนนท์เขาเป็นเพื่อนที่ทำงานของฉัน แล้วลูกสาวเขาก็เป็นเพื่อนกับข้าวตู คุณอย่าเอาความคิดเลวๆของคุณมายัดเยียดให้ฉันหน่อยเลย”

“ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ไม่เห็นต้องเดือดร้อนเลย”

“ข้าวตู ข้าวตูอยู่ในบ้านรึเปล่าลูก” ยี่หวาตะโกนลั่น

“ตะโกนไป ข้าวตูก็ไม่ออกมาหรอก เพราะข้าวตูไม่ได้อยู่ที่นี่”

“ฉันไม่เชื่อ ข้าวตูต้องอยู่ในบ้านนี่แหละ...ข้าวตู ข้าวตู”

ไข่ตุ๋นยืนฟังอยู่นาน เหลือบมองประตูห้องรับแขกแล้วย่องเข้าไปได้ถึงด้านใน ที่สุดก็ขึ้นไปเจอข้าวตูนั่งใส่หูฟังดูการ์ตูนอยู่ในห้องวสันต์ จึงชวนเพื่อนลงไปหาแม่ที่รออยู่ข้างล่าง

วสันต์กำลังโยกโย้เพื่อไถเงินสองหมื่นจากยี่หวา ณนนท์แทบไม่เชื่อหูกับความทุเรศเห็นแก่ได้ของผู้ชายคนนี้ ขณะที่ยี่หวาก็เดือดสุดๆ ปาเงินที่มีทั้งหมดใส่หน้าวสันต์ เป็นจังหวะที่ไข่ตุ๋นพาข้าวตูลงมาพอดี

“เฮ้ย เข้าไปในบ้านฉันได้ยังไง ใครอนุญาต” วสันต์กระชากแขนไข่ตุ๋นด้วยความโมโห ณนนท์เห็นดังนั้นก็ชกเปรี้ยงเต็มหน้าวสันต์

“คุณจะเลวกับใครผมไม่รู้ แต่อย่ามาทรามกับลูกผม จำไว้”

แล้วณนนท์ก็พาข้าวตู ยี่หวา และไข่ตุ๋นออกจากบ้านไป วสันต์โวยวายเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ ส่วนวัลลภาไม่สนใจใครหน้าไหน นอกจากเงินของยี่หวาที่กระจายเกลื่อนพื้น

ณนนท์ขับรถมาส่งยี่หวากับลูกชายถึงหน้าบ้าน ยี่หวานึกอายเขาจนไม่รู้จะพูดยังไงดี นอกจากเอ่ยปากขอบคุณ

“คุณไม่ต้องพูดอะไรหรอกครับ ผมเข้าใจ”

“ถ้างั้นก็ขอบคุณอีกทีนะคะ ข้าวตูขอบคุณคุณพ่อไข่ตุ๋นสิลูก”

ข้าวตูยกมือไหว้ขอบคุณณนนท์ แล้วบอกลาไข่ตุ๋นที่โผล่หน้าจากรถมาโบกมือบ๊ายบาย ส่วนณนนท์กับยี่หวาก็ยิ้มให้กันด้วยความรู้สึกดีๆ

ooooooo

ขณะแต่งตัวให้ลูกชายในเช้าวันรุ่งขึ้น ยี่หวาก็ต้องอึกอักลำบากใจกับคำถามของลูกที่ว่า “แม่ครับ เมื่อคืนทำไมพ่อไข่ตุ๋นต้องต่อยกับพ่อด้วย ข้าวตูไม่ชอบเลย”

“เอ่อ...คือ...พ่อไข่ตุ๋นเขาคงตกใจที่เห็นไข่ตุ๋นร้องไห้ เขาคงไม่ตั้งใจต่อยพ่อหรอกจ้ะ”

“ข้าวตูกลัวพ่อเจ็บ”

“ข้าวตู ต่อไปนี้ข้าวตูต้องสัญญากับแม่นะว่าจะไปไหนต้องบอกแม่ก่อนทุกครั้ง โอเคหรือเปล่าครับ”

“ได้ครับ แต่คุณแม่ก็ต้องสัญญากับข้าวตูเหมือนกัน ว่าจะไม่ให้พ่อไข่ตุ๋นมาต่อยพ่ออีก”

ยี่หวาไม่รับปาก แต่พยักหน้าไปอย่างแกนๆ

สายหน่อย ณนนท์เข้าบริษัท พบว่าน้องชายเข้ามารอยู่

ก่อนแล้ว

“พี่นนท์ พี่รู้มั้ยพี่จะดังใหญ่แล้วนะ ดังกันทั้งบ้าน

ซะด้วย”

“แกพูดเรื่องอะไรของแกวะ”

“เพื่อนผมที่เอเจนซี่โฆษณาน่ะสิ เห็นวีรกรรมพี่กับไข่ตุ๋นไปช่วยพี่เดชช่างไฟวันนั้นแล้วสนใจอยากจีบไปเป็นพรีเซ็นเตอร์”

“ไม่เอาล่ะ ฉันถนัดงานเบื้องหลังมากกว่า ฉันยกให้แก แกเป็นดารานี่”

“ไม่เกี่ยวกับผมเลย เขาอยากได้พ่อลูกผูกพันเป็น

พรีเซ็นเตอร์โครงการสายสัมพันธ์แห่งรัก ถ้ามีแม่ด้วยก็ยิ่งดี จะเป็นครอบครัวอบอุ่นรักกันๆไง”

“แต่ครอบครัวฉันแตกแยกขนาดนี้ แกก็เห็น”

“นั่นมันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ต่อหน้าสาธารณะเป็นอีกแบบก็ไม่เห็นแปลก จำไม่ได้เหรอวันอัดรายการยัยนิต้ายังไปสร้างภาพเลย

“ฉันถอนตัว”

“ไม่คิดอีกหน่อยเหรอพี่ โอกาสดีนะครับ นานๆทีไข่ตุ๋นจะได้อยู่กับพ่อและแม่พร้อมหน้ากัน ทำกิจกรรมต่างๆด้วยกัน ตั้งแต่เกิดมาไข่ตุ๋นไม่เคยมีโอกาสทำแบบนี้กับพ่อแม่เลยนะครับ คิดซะว่าทำเพื่อลูกให้มีภาพดีๆของพ่อแม่เก็บไว้ในใจ”

“เรียกว่าสร้างภาพงั้นเถอะ”

“แต่ถ้าภาพนั้นมันมีความหมายกับไข่ตุ๋นก็น่าสร้างนะพี่”

ณนนท์นิ่งไป เริ่มคล้อยตาม สุดยอดมองออกจึงรวบรัดตัดความว่าพี่ชายโอเค ขณะเดียวกันนั้นที่ร้านดอกไม้ ยาหยีก็กำลังกล่อมพี่สาวอยู่เช่นกัน

“ไม่มีทางเด็ดขาด ปั้นหน้าหลอกลูกว่าครอบครัวอบอุ่น พ่อกับแม่ยังรักกันดี แค่คิดพี่ก็ทนไม่ไหวอยู่แล้ว นี่ต้องให้ไปปั้นหน้าหลอกคนทั้งประเทศอีกเหรอ”

“แต่มันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่คะ อย่างน้อยข้าวตูก็จะได้รู้สึกดีๆ พี่ยี่หวาลองคิดดูดีๆนะ ตั้งแต่ข้าวตูเกิดมา นอกจากภาพพ่อกับแม่ทะเลาะกันแล้ว เคยเห็นภาพพ่อแม่รักกันบ้างมั้ย”

“ไม่เคย”

“นั่นไงคะ แล้วทำไมเราไม่ช่วยกันทำให้เกิดขึ้นตอนที่มีโอกาสดีๆเหมาะๆเข้ามาอย่างนี้ เด็กวัยข้าวตูช่างจดช่างจำ ให้เขาได้มีสิ่งดีๆได้จำบ้างเถอะค่ะ แล้วค่าตัวถ่ายโฆษณาก็ยังเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาให้ข้าวตูได้อีกมีแต่ได้กับได้”

“จริงของหยี”

“ตกลงพี่จะรับงานนี้ใช่ไหมคะ” ยาหยีด่วนสรุปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

หลังจากนั้น สุดยอดและยาหยีต่างก็เข้ามารายงานผลต่อพี่ยิ่งที่บริษัท พร้อมกันนี้ทั้งคู่ก็ได้รับค่าจ้างคนละซองจากพี่ยิ่งด้วย

“ความจริงไม่ต้องให้ค่าเหนื่อยหยีก็ได้นะคะ หยีอยากเห็นข้าวตูมีความสุขบ้าง ตอนที่ได้เห็นพ่อกับแม่อยู่ด้วยกันพร้อมหน้า”

“งั้นเอามานี่ ผมรับไว้เอง” สุดยอดคว้าซองจากมือยาหยี แต่เธอรีบแย่งคืนมาเก็บใส่กระเป๋าตัวเองทันที “อ้าว ไหนบอกทำเพื่อหลาน”

“ก็เพื่อหลานบ้าง เพื่อตัวเองบ้าง ว่าแต่คุณเถอะ ไม่สงสารหลานตัวเองบ้างหรือไง ได้ข่าวว่าครอบครัวพี่ชายคุณก็ไม่ค่อยจะอบอุ่นสักเท่าไหร่”

“ไข่ตุ๋นเป็นแก้วตาดวงใจของบ้านอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง อะไรที่ทำให้หลานผมมีความสุขผมจะคำนึงถึงเป็นอย่างแรก”

“เชอะ! ฉันว่าสิ่งแรกที่คุณจะคำนึงถึงคือกระดาษที่อยู่ในซองนั้นมากกว่า”

“ว่าแต่ผม คุณล่ะ เดี๋ยวก็คงเอาไปแปรรูปเป็นกระเป๋า รองเท้า คงไปไม่ถึงหลานหรอกใช่มั้ย”

“ทำมาเป็นรู้ดี จะทำอย่างนั้นเหมือนกันล่ะสิ”

“หยุดๆๆ อย่าเพิ่งทะเลาะกัน นี่งานใหม่เพิ่งเริ่มต้นเองนะ ยังไปไม่ถึงไหนเลย” พี่ยิ่งปรามทั้งคู่

ทันใดเสียงเคาะประตูที่แง้มอยู่ดังขึ้น ก่อนที่ชม้อยกับเพิร์ลลี่จะเดินเข้ามา

“ได้ยินว่ามีงานใหม่ งานอะไรคะ ไม่เห็นเรียกใช้เราสองคนแม่ลูกเลย”

“กรมส่งเสริมสถาบันครอบครัวเขาอยากได้พรีเซ็นเตอร์โครงการสายสัมพันธ์แห่งรักน่ะครับ”

“ก็พวกเรานี่ไงคะ สายสัมพันธ์แน่นเปรี๊ยะ” ชม้อยกรีดเสียงยืนยัน...พี่ยิ่งทำหน้าไม่ถูก สุดยอดเมิน ส่วนยาหยีเบ้ปากไม่เชื่อ “ยังกังขาชิมิ ไม่เป็นไรค่ะ แสดงให้ดูเลยก็ได้...เพิร์ลลี่”

“ยินดีค่ะแม่”

พูดขาดคำ เพิร์ลลี่ก็โผเข้าซบอกแม่ซ้ายขวาสลับกันไปมาเหมือนมีอะไรดึงเข้าหากัน แล้วยิ้มหวานอย่างมืออาชีพ

“ดูสิคะ น่ารักน่าเอ็นดู เหมาะสมกว่าใคร” ชม้อยเยินยอตัวเอง แต่พี่ยิ่งก็ยังส่ายหัว เน้นย้ำว่า

“ลูกค้าอยากได้ครอบครัวที่เป็นคนธรรมดาน่ะครับ ไม่ได้อยากได้ครอบครัวพิสดาร เอ๊ย ไม่ใช่ครอบครัวดารา” ว่าแล้วพี่ยิ่งลุกเดินออกจากห้อง ยาหยียิ้มเยาะหมั่นไส้ เดินตามพี่ยิ่งไปติดๆ สุดยอดยิ้มบางๆให้เพิร์ลลี่ก่อนเดินรั้งท้ายออกไปอีกคน

ครู่ต่อมา เพิร์ลลี่ตามมาคุยกับสุดยอด ถามเขาว่าพรุ่งนี้ว่างหรือเปล่า?

“พี่ต้องช่วยพี่ยิ่งถ่ายโฆษณาครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษนะคะที่รบกวน”

“เพิร์ลลี่มีอะไรรึเปล่า บอกพี่ได้นะ”

“เพิร์ลลี่อยากชวนพี่ยอดไปดูหนังเกาหลี เพื่อนๆเพิร์ลลี่บอกซึ้งมั่กๆ เรื่องรีเทิร์นออฟเลิฟค่ะ”

สุดยอดนิ่งเงียบไป ทำให้เพิร์ลลี่หมดความมั่นใจเล็กน้อย

“แต่ถ้าพี่ยอดไม่อยากไปก็ไม่เป็นไร เพิร์ลลี่ไม่ดูก็ได้”

“ถ่ายโฆษณาเย็นๆก็คงเสร็จ เราดูรอบดึกหน่อยได้มั้ยครับ”

เพิร์ลลี่ชะงัก ฉีกยิ้มหวานออกมา แต่พอหันหลังให้เขา รอยยิ้มนั้นก็เปลี่ยนเป็นสะใจ...สมใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:03 น.