ตอนที่ 13
สายวันนี้ เพิร์ลลี่เดินฉับๆเข้ามาในสตูดิโอ โดยมีชม้อยเดินตามคุมทุกฝีก้าว พลางบอก
คิวงานกรอกหูลูกไม่หยุดหย่อน
“อัดรายการเสร็จก็มีงานอีเว้นต์ต่ออีกสองงาน จากนั้นก็ต้องนุ่งบิกินี่โหนสลิงเล่นโฟมกลางอากาศต่อ งานเนี้ยคุณแม่ขอเม้นท์เลยนะคะ ว่าหน้าหนึ่งทุกฉบับ หวังว่าลูกคงไม่เบี้ยวให้คุณแม่ไปโหนแทนอีกนะจ๊ะ”
“นี่ใจคอคุณแม่จะให้เพิร์ลลี่ตายคางานเลยรึไงคะ”
“ก็ยังดีกว่าอดตายเพราะไม่ทำงาน เพราะเอา แต่วิ่งไล่จับไอ้บ้าสุดยอดน่ะแหละ”
เพิร์ลลี่หน้ามุ่ย พลันเหลือบไปเห็นว่านกับนัทเดินคุยกันอยู่อีกทาง เธอก้าวไปหาพวกเขา ส่วนชม้อยขอไปรอในห้องแต่งตัว แต่ไม่วายย้ำลูกสาวให้เร็วๆด้วย งานยังมีอีกแยะ
เพิร์ลลี่ถามเซ้าซี้ว่านกับนัทจะเอาที่อยู่บ้านสวน ของยาหยี เพราะเธอมั่นใจว่าที่สุดยอดลางานต้องไปหายาหยีที่นั่นแน่ แต่ก็ไม่ได้คำตอบจากสองหนุ่ม แถมยังถูกนัทว่าแรงๆให้ด้วย
“จริงๆไอ้ยอดกับคุณหยีก็คบกันเป็นแฟนแล้ว จะไปไหนมาไหนก็เรื่องส่วนตัวของเขา พี่ว่าน้องเพิร์ลลี่ ตัดใจซะเถอะครับ คนเขาจะได้ไม่ด่าเอาว่างานการไม่ทำ คิดแต่จะแย่งแฟนชาวบ้าน”
เพิร์ลลี่เจ็บใจ ความต้องการจะเอาชนะพลุ่งพล่านจนไม่อาจอยู่ทำงานได้ เธอวางแผนหนีแม่โดยเปลี่ยนซิมโทรศัพท์มือถือแล้วดัดเสียงโทร.หา แจ้งว่ารถของชม้อยถูกชนที่ลานจอด ชม้อยตกใจมากตาลีตาเหลือกออกไปทันที ส่วนเพิร์ลลี่ก็ชิ่งออกไปอีกทางทันทีเหมือนกัน
เมื่อรู้ว่าถูกหลอกและลูกสาวก็ทิ้งภาระงานไว้ให้อีกแล้ว ชม้อยแทบจะบ้าตาย จำใจต้องขึ้นโชว์แทนเพิร์ลลี่ในงานอีเวนต์ที่รับไว้ พอเสร็จงานก็เปิดแน่บหนีนักข่าวที่วิ่งตามกันเป็นพรวน พอได้ยินนักข่าวพาดพิงลูกสาวว่าเบี้ยวงาน ชม้อยก็หยุดกึก หันขวับมา ออกตัวแทนลูกว่า
“น้องเพิร์ลลี่ไม่ได้เบี้ยวนะคะ แต่น้องเขาไม่ สบายจริงๆค่ะ คุณแม่เลยต้องทำงานแทน”
“แล้วข่าวที่ว่าน้องเพิร์ลลี่กำลังไล่ตามคนรักเก่าที่ชื่อย่อ ส.เสือ โดยไม่สนว่าเขามีแฟนเป็นพิธีกร ย.ยักษ์แล้ว จริงรึเปล่าคะ”
“ต๊าย...เอามาจากไหนกันคะเนี่ย คุณแม่ขอเม้นท์เลยนะคะ ว่าไม่จริ๊งไม่จริง จะ ส.เสือ ย.ยักษ์ หรือ ก.ไก่ ถึง ฮ.นกฮูก ยังไงลูกสาวคุณแม่ก็ไม่เคยยุ่งทั้งนั้นล่ะค่ะ”
“งั้นเรื่องที่ตอนนี้น้องเพิร์ลลี่อยู่กับ ส.เสือ คุณแม่ก็คงไม่อยากรู้สินะคะ” วุ้นยิงตรงจนชม้อยลืมตัวตวาดแว้ด ราวกับองค์ลง
“อยู่ไหนยะ!”
“ไหนคุณแม่บอกว่าน้องเพิร์ลลี่ไม่สบาย แล้วก็ไม่เกี่ยวอะไรกับ ส.เสือไงคะ”
ชม้อยหน้าเสียที่หลงกล อึกๆอักๆ แล้วฉุกคิดขึ้น ชี้นิ้วไปด้านหลังนักข่าว
“ต๊าย! นั่นดาราหนุ่ม ป.ปลา กำลังควงผู้ชายอยู่นี่”
วุ้นและพลพรรครีบหันไปดูทันทีตามสัญชาติญาณนักข่าว ชม้อยได้โอกาสรีบตบเกียร์ห้าหนีไป พอกลุ่มนักข่าวหันกลับมาก็พากันวิ่งตามชม้อยกันขาขวิด ยกเว้นวุ้นที่ยืนส่ายหน้าบ่นพึมพำอยู่คนเดียว
“พลิ้วจริงจริ๊ง นี่ถ้ายัยเพิร์ลลี่เชื้อไม่ทิ้งแถวล่ะก็ แกหนักแน่หยีเอ๊ย”
ooooooo
ที่โรงพยาบาล ณนนท์พาลูกมานั่งรอยี่หวาอยู่ที่ล็อบบี้ สองฝ่ายไปรับลูกจากโรงเรียนมาที่นี่เพื่อมาเข้าคอร์สปรับพฤติกรรมโดยไม่บอกเอนิตากับวสันต์ แต่พอเห็นยี่หวามีภูมิชายมาด้วย ณนนท์ก็ชักสีหน้าเล็กน้อย ยี่หวามองออกเลยต้องรีบบอกเขาว่า
“คุณภูมิรู้จักผู้บริหารที่นี่น่ะค่ะ ก็เลยมาขอส่วนลดให้เป็นกรณีพิเศษ”
ณนนท์ปรับสีหน้าก่อนขอบคุณภูมิชายที่ช่วยเหลือ
“ไม่เป็นไรครับ ผมเองก็อยากช่วยเด็กๆเหมือนกัน ว่าไงครับ พร้อมกันรึยัง”
ไข่ตุ๋นกับข้าวตูแปลกใจคำถามของภูมิชาย โดยเฉพาะไข่ตุ๋นนั้นออกอาการหวงพ่ออย่างเห็นได้ชัด หันมองยี่หวา ด้วยความระแวง
“พร้อมอะไรคะ แล้วทำไมน้ายี่หวาถึงมาที่นี่ด้วย จะมาแย่งพ่ออีกเหรอ”
“ลุงนนท์ต่างหากจะมาแย่งคุณแม่ กลับบ้านกันเถอะครับคุณแม่ ข้าวตูไม่อยากเจอลุงนนท์”
เจอลูกๆต่อต้านแบบนี้ ณนนท์กับยี่หวาถึงกับหน้าเสีย อึกๆอักๆไม่รู้จะทำยังไง ภูมิชายจึงช่วยกล่อม
“ทั้งสองคนฟังลุงนะ ไม่มีใครแย่งคุณพ่อคุณแม่ไปจากพวกหนูได้หรอก เขาก็ยังรักพวกหนูเหมือนเดิม แต่คุณพ่อคุณแม่มีความจำเป็นจริงๆที่ต้องเลิกกัน”
“ไม่เลิก ไม่เอา ข้าวตูขอโทษ คุณแม่อย่าเลิกกับคุณพ่อเลยนะครับ” ข้าวตูทำท่าจะร้องไห้ ส่วนไข่ตุ๋นกรีดร้องและเข้าไปทุบตียี่หวา ไล่ไม่ให้มายุ่งกับพ่อของตน
ณนนท์ตกใจรีบดึงไข่ตุ๋นออกมา ในขณะที่ยี่หวาก็รีบอุ้มข้าวตูขึ้นมาปลอบ...หลังจากเหตุการณ์สงบลงแล้ว ภูมิชายขอคุยกับณนนท์และยี่หวาเป็นการส่วนตัว
“ทำไมพวกคุณถึงไม่อธิบายให้ข้าวตูกับไข่ตุ๋นเข้าใจก่อนล่ะครับ ว่ากำลังทำอะไรอยู่ แอบพาแกมาแบบนี้ก็เหมือนกับหลอกพวกแกนะครับ”
“เราก็อยากจะพูดความจริงกับลูกนะคะ แต่วสันต์กับคุณแม่ไข่ตุ๋นเขาไม่ให้ความร่วมมือเลย แถมยังยุแหย่ลูกอีก เราก็เลยกลัวว่าถ้าพูดความจริงไป แกจะไม่ยอมมาน่ะสิคะ”
“แต่การเข้าคอร์สแบบนี้มันสำคัญที่ตัวเด็กนะครับ ถ้าเขาไม่เปิดใจมันก็ไม่มีประโยชน์”
“ก็คงจะเป็นอย่างงั้นล่ะครับ จนกว่าสองคนนั่นเขาจะหยุดยุแยงข้าวตู ไข่ตุ๋น”
“ถ้าอย่างงั้นพวกคุณก็ต้องเลือกแล้วล่ะครับ ว่าจะสู้ต่อโดยไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วค่อยไปแก้ไขเอาทีหลัง หรือว่าจะยอมแพ้แล้วหยุดทุกอย่างลงตรงนี้”
ณนนท์กับยี่หวาคิดหนัก จะเอาลูกเข้าคอร์สปรับพฤติกรรมก็ไม่สำเร็จ จะดึงดันแต่งงานกันก็ห่วงลูก...
ภูมิชายมีรอยยิ้มเล็กๆที่มุมปาก ทั้งๆที่สีหน้ายังคงเรียบเฉย แล้วพอแยกจากทั้งคู่ออกมา ภูมิชายก็แสยะยิ้มร้ายกาจ บอกกับตัวเองอย่างหมายมาดว่า
“อะไรที่ฉันอยากได้ ก็ต้องได้ เธอหนีฉันไม่พ้นหรอกยี่หวา”
ooooooo
ค่ำนั้น ณนนท์กับยี่หวาอยู่ในภาวะเคร่งเครียดหนักใจ ทั้งคู่จนปัญญาที่จะทำให้ลูกๆเข้าใจและยอมรับในความเปลี่ยนแปลงอย่างใจตนได้
“ผมไม่รู้จะพูดยังไง แต่ถ้าไข่ตุ๋นต้องมีปัญหาเพราะเรื่องของผม ผมคงทำใจไม่ได้”
“หมายความว่าคุณจะกลับไปดีกับคุณเอนิตาใช่ไหม”
“ผมจำเป็นต้องทำเพื่อลูก ลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของผม”
“แม้ว่าจะทำให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณต้องทุกข์ทรมานอย่างงั้นน่ะเหรอ”
“ผมขอโทษยี่หวา...ผมทำให้คุณเสียใจ แต่...แต่ผมจำเป็นจริงๆ”
ยี่หวานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มบางๆออกมา “คุณไม่ได้ทำฉันเสียใจหรอก ถ้าคุณเลือกฉันมากกว่าลูกต่างหาก ฉันถึงจะเสียใจ ฉันดีใจนะที่ดูคนไม่ผิด แล้วฉันเองก็ตัดสินใจแบบเดียวกับคุณเหมือนกัน”
เขาสบตาเธอนิ่ง ทั้งเศร้า รัก และภูมิใจที่คนตรงหน้าเป็นคนดีและรับผิดชอบต่อครอบครัวเหมือนตน
“ยี่หวา...ผมขอกอดคุณเป็นครั้งสุดท้ายได้มั้ย”
เธอตอบรับโดยไม่ลังเล...ณนนท์ค่อยๆดึงเธอมากอดอย่างทะนุถนอม เช่นเดียวกับยี่หวาที่กอดตอบเขาด้วยความรู้สึกเดียวกัน ต่างคนต่างสารภาพรักทั้งน้ำตา ก่อนจะจากลากันด้วยความรักเพื่อไปทำหน้าที่ของตนต่อไป
ooooooo
เอนิตารอคอยการกลับมาของณนนท์ด้วยสีหน้าท่าทางหงุดหงิดงุ่นง่าน นานเข้าก็ยิ่งเดินพล่านนั่งไม่ติดและทันทีที่เขาเดินเข้ามา เธอก็ฟาดงวงฟาดงาด้วยความโมโหหึง
“กลับมาได้แล้วเหรอ...ไง มีความสุขมากแล้วใช่มั้ย สมใจคุณล่ะซิ”
“เลิกคิดบ้าๆได้แล้วน่ะนิตา ผมกับยี่หวาไม่มีอะไรกัน”
“คาหนังคาเขาขนาดนี้ยังไม่มีอีกเหรอ หรือต้องให้ฉันเห็น...”
“ผมไปบอกเลิกกับเขามา คุณชนะแล้ว พอใจรึยัง”
“จริงเหรอนนท์ คุณเลิกกับนังนั่นแล้วเหรอ ฉันดีใจที่สุดเลยค่ะ”
เอนิตาทำท่าจะกอด แต่ณนนท์เดินเลี่ยงหนีไปก่อน เอนิตามองตามด้วยความเจ็บใจ แต่พอนึกถึงเรื่องที่กำจัดยี่หวาพ้นทางไปได้ ก็ยิ้มสะใจขึ้นมาทันที
ในเวลาเดียวกันนั้นที่บ้านบุญเลื่อง วสันต์คุยกับยี่หวาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เขาสัญญากับเธอว่าเขาจะปรับปรุงตัวเป็นพ่อที่ดีของข้าวตู แล้วก็เป็นสามีที่ดีของเธอด้วย
“ค่ะ ฉันก็หวังว่าคุณจะทำได้อย่างที่พูดซะที”
ยี่หวาเดินออกจากห้องนั่งเล่นไป วัลลภาที่แอบฟังรีบเข้ามาชื่นชมวสันต์ว่าเก่งมาก ในที่สุดเขาก็จับยี่หวาเอาไว้จนได้
“มันแน่อยู่แล้วแม่ ที่แล้วมาผมยังไม่เอาจริงต่างหาก”
“แล้วเมื่อไหร่แกจะให้นังยี่หวามันขายที่ซะทีล่ะ ฉันจะอดตายอยู่แล้วนะ”
“ใจเย็นๆสิแม่ สเต็ปแรกเพิ่งจะผ่านเองนะรอทีละขั้นสิครับ ต่อไปต้องหาทางกันข้าวตูออกไปห่างๆ ขืนปล่อยให้ข้าวตูติดผมแจอย่างงี้ แล้วเมื่อไหร่ผมจะเผด็จศึกยี่หวาได้ซะทีล่ะ”
“วันๆหัวแกมีแต่เรื่องพวกนี้รึไง ฉันให้แกกล่อมเมียแกขายที่ ไม่ได้ให้แกปล้ำมัน”
“มันก็ต้องปล้ำก่อนสิแม่ ไม่งั้นจะกล่อมได้เหรอ นั่งคุยกันกับนอนคุยมันไม่เหมือนกันนะครับ”
“ก็จริงแฮะ...มันจะยากอะไร วันหยุดที่จะถึงก็ส่งข้าวตูไปหายายมันซะก็สิ้นเรื่อง”
วสันต์ยิ้มพราย ตาเป็นประกายด้วยความหวัง
ooooooo
เช้าวันใหม่ ณนนท์ขับรถพาไข่ตุ๋นมาที่บ้านสวน ไข่ตุ๋นคิดถึงปู่ แต่พอลงจากรถกลับวิ่งเข้าไปกอดบุญเลื่อง ทำให้เท่งอ้าแขนเก้อ
“สวัสดีค่ะคุณยาย...ไข่ตุ๋นคิดถึงราดหน้าฝีมือคุณยายที่สุดเลยค่ะ คุณยายทำให้ไข่ตุ๋นกินอีกนะคะ”
“ปากหวานนักนะเรา” บุญเลื่องหอมแก้มไข่ตุ๋น
“หน็อย...มันเห็นราดหน้าดีกว่าปู่มันซะแล้ว เลี้ยงได้ดีจริงจริ๊ง ไอ้หลานคนนี้”
“อย่าน้อยใจไปเลยครับพ่อ ไข่ตุ๋นอยู่ที่บ้านบ่นถึงพ่อทุกวันจนผมต้องพามาส่งนี่แหละ”
ขณะนั้นเอง ข้าวตูเดินออกมาจากข้างใน สวัสดีทักทายลุงนนท์ด้วยน้ำเสียงร่าเริง ณนนท์หน้าเจื่อนไป เพราะข้าวตูอยู่ที่นี่ก็แปลว่ายี่หวาอาจจะอยู่ด้วย
แต่ครู่ต่อมาได้คุยกับเท่งและบุญเลื่อง ก็รู้ว่ายี่หวาเพิ่งกลับไป เธอพาข้าวตูที่บ่นคิดถึงยายมาส่ง
“พวกเรารู้เรื่องหมดแล้วนะ แกคิดดีแล้วเหรอเจ้านนท์” เท่งเอ่ยด้วยสีหน้าไม่สบายใจ
“ครับ ยี่หวาก็คิดตรงกันกับผมเหมือนกัน ไม่แน่นะครับ บางทีเราอาจจะคิดถูก สองคนนั่นเขาอาจจะกลับตัวได้จริงๆ”
“คงมีวันนั้นหรอก แกโตแล้ว ตัดสินใจอะไรไปพ่อก็ไม่อยากจะยุ่ง แต่แกคิดเหรอว่าการเสียสละของแก จะทำให้ลูกมีความสุขจริงๆ”
“แล้วผมยังมีทางเลือกอีกเหรอครับพ่อ”
“มีสิ” บุญเลื่องแทรกขึ้น “อย่าคิดว่าเด็กๆเขาไม่รู้อะไรนะ บางทีเขาเข้าใจอะไรมากกว่าที่เราคิดเยอะ คุณนนท์ลองอธิบายให้ข้าวตู ไข่ตุ๋น ฟังรึยังล่ะ”
“มันสายไปแล้วล่ะครับ เมื่อกี้เห็นมั้ยครับว่าข้าวตูไหว้ผม ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาโกรธผมถึงขนาดไม่ยอมให้ผมจับตัวด้วยซ้ำ แต่พอพ่อแม่คืนดีกันได้ เขาก็กลับมาเป็นเด็กดีเหมือนเดิม แค่นี้ก็คุ้มแล้วล่ะครับกับสิ่งที่ผมต้องเสียไป”
เท่งกับบุญเลื่องหันมองหน้ากัน ไม่รู้จะช่วยณนนท์ยังไง ในขณะที่ณนนท์ก็มั่นใจว่าตนได้เลือกสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว
ooooooo
ยาหยีพาข้าวตูกับไข่ตุ๋นเดินดูสวน และสอนความรู้เกี่ยวกับต้นไม้ดอกไม้ไปด้วย โดยมีสุดยอดเดินตามต้อยๆ
เจอกระถางดอกไม้ที่ออกดอกสะพรั่ง ยาหยีถามเด็กๆว่าดอกอะไร ไข่ตุ๋นชิงตอบก่อนว่าดอกกุหลาบ ส่วนข้าวตูก็ตอบอีกคำถามของยาหยีได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ข้าวตูเคยดูทีวี เขาบอกว่าดอกกุหลาบใช้แทนความรักครับ”
“ถูกต้อง แล้วถ้าเราให้ดอกกุหลาบกับใคร ก็หมายถึงว่าเราส่งความรักไปให้คนคนนั้น” สุดยอดพูดจบก็ถือโอกาสหยิบกระถางดอกกุหลาบให้ยาหยี พร้อมส่งสายตากรุ้มกริ่ม
ยาหยีรับเอาไว้ แล้วถามเด็กๆอีกว่า “แล้วรู้ไหมคะว่าดอกกุหลาบยังใช้ประโยชน์ได้อีกอย่างหนึ่ง”
“อะไรคะน้าหยี”
“ก็เอาไว้ตีหัวไอ้พวกชอบส่งความรักพร่ำเพรื่อเจ้าชู้น่ะสิคะ” ยาหยีแกล้งยกกระถางจะทุ่มใส่ สุดยอดผงะถอยหนี แล้วไปชนกับใครคนหนึ่ง พอหันกลับไปมองก็ยิ่งตกใจ เพราะคนที่ตนชนคือเพิร์ลลี่นั่นเอง
“พี่สุดยอด...นึกแล้วว่าพี่ต้องอยู่ที่นี่ เพิร์ลลี่ดีใจที่สุดเลย พี่สุดยอดขา”
สุดยอดหน้าเสียอึกๆอักๆ ไม่รู้ว่าเพิร์ลลี่มาได้ยังไง ในขณะที่ยาหยีหน้าบึ้งตึงโมโหหึง โยนกระถางกุหลาบทิ้งแล้วเดินหนีไปทันที ปล่อยให้เด็กๆมองตามด้วยความงุนงง...
ยาหยีเดินเร็วจี๋ไปริมคลอง พลางวีนใส่สุดยอดที่กำลังไล่กวดมา
“ถ้าคุณไม่บอกแล้วยัยเพิร์ลลี่จะมาถูกได้ไง บ้านฉันไม่ใช่ห้างนะจะได้เปิดจีพีเอสแล้วมาได้”
“ผมไม่ได้บอกเขาจริงๆ มีเหตุผลหน่อยสิหยี ผมก็งงว่าเขามาได้ยังไง”
“สงสัยจะงงมากจนเบลอเผลอบอกทางเขามาล่ะมั้ง”
“เชื่อใจกันบ้างสิคุณ ถ้าเอาแต่ใช้อารมณ์อย่างนี้แล้วเราจะคุยกันรู้เรื่องเหรอ”
สุดยอดเริ่มหงุดหงิด เห็นเพิร์ลลี่วิ่งตามมาก็ยิ่งปวดหัว เขามองซ้ายมองขวาก่อนจะคว้าแขนยาหยีพาลงเรือพายออกไป เพิร์ลลี่เห็นดังนั้นก็โดดลงเรืออีกลำ โดยไม่รู้ว่าเรือลำนั้นรั่ว จนเมื่อพายออกไปกลางคลองเห็นน้ำซึมเข้าเรือรวดเร็วก็ลุกลี้ลุกลนยืนขึ้นโวยวายลั่นคลอง สุดยอดกับยาหยีอยู่ในเรืออีกลำหันมามองด้วยความตกใจ
สุดยอดตะโกนบอกเพิร์ลลี่ให้นั่งลงนิ่งๆ เดี๋ยวเรือคว่ำ แต่เพิร์ลลี่ตื่นตระหนกจนนั่งไม่ติด หลับหูหลับตาร้องกรี๊ดก่อนเสียหลักตกน้ำ เดือดร้อนสุดยอดต้องลงไปช่วยขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ยาหยีจับตาดูอย่างใกล้ชิด เห็นเพิร์ลลี่สะดุ้งส่ายตัวไปมาดุ๊กดิ๊ก ให้สงสัยว่าเป็นอะไร หรือว่าเป็นไข้จับสั่น
“ไม่ใช่ย่ะ ปลา...ปลามันตอดฉันต่างหาก...พี่ยอดช่วยเอาออกให้ทีสิคะ ปลามันอยู่ข้างในค่ะ”
“ไม่ได้หรอก ผมเป็นผู้ชาย”
“มานี่ ฉันเอาออกให้เอง” ยาหยีจูงมือเพิร์ลลี่กลับไปที่บ้าน จัดการเอาปลาออกจากเสื้อผ้าให้ ปรากฏว่ามีปลาหลายตัวแต่ทุกตัวตายสนิท
“ต๊าย ปลาพวกนี้คงไม่เคยเจอเนื้อดาราสาวๆ ถึงกับกลั้นใจตายเลย สงสัยเนื้อจะหอมมากสิท่า” บุญเลื่องพูดยิ้มๆ แล้วเดินออกไป
“แรงทั้งแม่ทั้งลูกเลยนะ มิน่าพี่สุดยอดถึงได้ติดอกติดใจนัก”
“ว่าแม่ฉันอีกคำเดียว ฉันจะจับเธอไปโยนคลองให้ปลาแขยงตอดซะให้เข็ด เอามั้ย”
เพิร์ลลี่สะดุ้ง ปฏิเสธปากสั่น แล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดเนื้อเช็ดตัวที่เปียกซ่ก
“นี่ ถามจริงๆเหอะ รู้ได้ไงว่าสุดยอดอยู่ที่นี่” ยาหยีวกเข้าเรื่องที่ยังคาใจ เพิร์ลลี่ตอบทันทีว่าพี่สุดยอดบอก ยาหยีถึงปรี๊ดแตก “ฉันว่าแล้ว สุดยอด...คนโกหก”
“เธอนี่มันหลอกง่ายเหมือนเพื่อนโง่ๆของเธอเลยนะ”
“พูดอะไรของเธอ”
“พี่สุดยอดไม่ได้บอกหรอก แต่ฉันหลอกถามมาจากยัยวุ้นกับยัยก้อยเพื่อนเธอไงล่ะ”
แล้วเพิร์ลลี่ก็บอกเล่าถึงวิธีการเจ้าเล่ห์แสนกลของตนที่ปลอมตัวเป็นคนแก่ไปแต่งเรื่องหลอกสองสาวนั่นถึงร้านต้นไม้ของยาหยี ก่อนจะได้แผนที่บ้านสวนมาอย่างง่ายดาย
เล่าจบ เพิร์ลลี่ทำทีเป็นถอนหายใจ “เฮ้อ รู้งี้ฉันไม่เสียเวลาตามมาซะก็ดีหรอก เธอกับพี่ยอดคบกันแต่ไม่เชื่อใจกันซักกะติ๊ด แบบเนี้ย...แป๊บๆ เดี๋ยวก็เลิกกัน เชื่อฉันมั้ยล่ะ”
“ไม่จริง ฉันกับเขาเชื่อใจกันมากกว่าที่เธอคิดเยอะ”
“งั้นมาพิสูจน์กันมั้ยล่ะ ว่าเธอกับพี่ยอดเชื่อใจกันแค่ไหน”
อึดใจต่อมา ละครพิสูจน์ความเชื่อใจก็เริ่มขึ้น เพิร์ลลี่แกล้งปาแก้วแตกแล้วร้องกรี๊ดขอความช่วยเหลือจากสุดยอด โดยบีบน้ำตากล่าวหายาหยีปาแก้วไล่ตนกลับบ้าน ทั้งที่ตนพูดด้วยดีๆ ขอค้างสักคืนแล้วพรุ่งนี้จะรีบกลับ
“หยี...ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย” สุดยอดโพล่งขึ้น
“นี่คุณเชื่อเหรอ ไหนคุณบอกว่าเราต้องเชื่อใจกันไง แล้วนี่เหรอความเชื่อใจที่คุณมีให้ฉัน”
สุดยอดหน้าเจื่อนอึกๆอักๆ เพิร์ลลี่เห็นสุดยอดกับยาหยีแง่งๆใส่กันก็ยิ่งชอบใจ แกล้งบีบน้ำตาร้องไห้อีก
“เพิร์ลลี่ขอโทษค่ะพี่ยอด เพิร์ลลี่ไม่ได้อยากให้พี่กับคุณหยีมีปัญหากันเลยนะคะ แต่...แต่เพิร์ลลี่ทะเลาะกับคุณแม่แรงมาก เพิร์ลลี่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครนอกจากพี่ ถ้าพี่ไล่เพิร์ลลี่ไปอีกคน เพิร์ลลี่ก็ไม่เหลือใคร”
“หยี...ให้เพิร์ลลี่อยู่ค้างที่นี่สักคืนนะ พรุ่งนี้ผมจะรีบพาเขาไปส่งบ้านทันทีเลย...นะ ผมขอร้อง”
“นี่สรุปว่าคุณเชื่อแม่นี่จริงๆใช่มั้ย คุณคิดว่าคนอย่างฉันจะลุกขึ้นมาหึงหวงผู้ชายจนถึงขนาดทำเรื่องบ้าบออย่างที่แม่นี่แต่งเรื่องเหรอ สำคัญตัวผิดไปรึเปล่า”
“ใช่ ผมมันก็แค่ผู้ชายธรรมดา ไม่ใช่ไฮโซร่ำรวยมาจากไหนนี่ คุณจะได้มาหึงผม”
“รู้ตัวก็ดีแล้ว ถ้าคุณได้ซักครึ่งนึงของพี่ก้อง มันค่อยคุ้มที่ฉันตามหึงหน่อย”
“ตอนนี้ก็ยังทันนี่ กลับไปหาพี่ก้องของคุณซิ”
สุดยอดกับยาหยีจ้องตากันเขม็ง ต่างฝ่ายต่างถือทิฐิ อะไรทำร้ายจิตใจกันได้ก็ใส่กันไม่ยั้ง...เพิร์ลลี่ยิ้มสมใจ แต่เสแสร้งขอร้องทั้งคู่อย่าทะเลาะกันเลย เดี๋ยวตนกลับเลยก็ได้
“พี่ไปด้วย ยังไงพี่ก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่แล้วนี่ จะอยู่หรือไปก็ค่าเท่ากันแหละ” สุดยอดประชดยาหยี แล้วเดินนำเพิร์ลลี่ออกไป ยาหยีทั้งโกรธทั้งเซ็ง พอเพิร์ลลี่หันมายิ้มเยาะก็ยิ่งเจ็บใจ สบถออกมาอย่างหัวเสีย
“งี่เง่า! ซื่อบื้อให้เขาหลอกก็ตามใจ”
ooooooo
ค่ำคืนนี้ที่บ้านบุญเลื่อง วัลลภาใจกล้าหน้าด้านให้คนมายกโทรทัศน์เครื่องใหญ่ในห้องรับแขกไปขาย แต่ไม่สำเร็จเพราะยี่หวากลับมาเจอเสียก่อน พอยี่หวาต่อว่า วัลลภาก็เอาตัวรอดน้ำขุ่นๆว่าจะยกเอาไปซ่อม
ยี่หวารู้สึกเหนื่อยใจจริงๆกับแม่ผัว ครั้นขึ้นไปที่ห้องนอนก็สุดจะระอากับความเจ้าชู้ของวสันต์ เขาพยายามจะปล้ำเธอให้ได้ แต่เธอเอาตัวรอดด้วยการเตะเข้า
หว่างขาเขา...
วสันต์ทั้งจุกทั้งเจ็บจนหน้าเขียว นอนร้องครวญครางแทบทั้งคืน เช้าขึ้นก็ยังเจ็บไม่หาย ซ้ำร้ายยังระบมสุดจะบรรยาย บ่นกับแม่ว่าขนาดประคบน้ำแข็งทั้งคืนก็ยังไม่หายช้ำเลย
“ก็แกมันไม่ได้เรื่อง...ไหนว่าถ้าข้าวตูไม่อยู่แล้วแกจะเผด็จศึกนังยี่หวาได้ไง ยังงี้เมื่อไหร่เราจะได้เงินค่าขายที่ซักที แม่น่ะคิดถึงบ่อนใจจะขาดอยู่แล้ว”
“ไว้รอน้องชายผมหายป่วยก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่นะแม่” ว่าแล้ววสันต์เดินกระย่องกระแย่งขึ้นห้อง
วัลลภาหน้าเครียดไม่ได้ดั่งใจ ถึงคราวตนต้องลงมือเสียเองแล้ว...
ส่วนที่บ้านสวน เช้าวันเดียวกัน ยาหยีเป็นลูกมือช่วยแม่ทำอาหาร บุญเลื่องเห็นลูกสาวจามจนน้ำตาเล็ดเพราะฉุนผัดกะเพราที่ตนทำ จึงถือโอกาสเปรียบเปรยให้แง่คิดเสียเลย
“คนเราถ้าใช้อารมณ์คุยกันมันก็เหมือนผัดกะเพราตอนอยู่บนเตานี่ล่ะ ทั้งเผ็ดทั้งแสบทั้งร้อน พออารมณ์เย็นแล้วคุยกันมันก็หอมอร่อยเหมือนผัดกะเพราในจาน แม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นแผนของยัยดาราแอ๊บแตกคนนั้นน่ะแหละ ถ้าสุดยอดจะนัดเพิร์ลลี่มาเจอกันจริงๆ เขาจะนัดกันมาให้เราเห็นทำไม สู้แอบไปเจอกันข้างนอกไม่ดีกว่าเหรอ”
ยาหยีนิ่งคิดอย่างเห็นด้วย แต่ก็ยังติดใจเรื่องที่
สุดยอดหาว่าเธอปาแก้วไล่เพิร์ลลี่
“หยีติดใจนิดเดียวค่ะแม่ ทำไมสุดยอดถึงคิดว่าหยีเป็นผู้หญิงขี้หึงไร้สติแบบนั้นไปได้”
“บางครั้งอะไรๆมันก็กลายเป็นเรื่องลวงตาลวงใจกันได้เหมือนกัน มันอยู่ที่หยีแล้วล่ะลูก ว่าเรารักเขามากพอที่จะยอมลดทิฐิเข้าไปปรับความเข้าใจกับเขาก่อนได้รึเปล่า”
ยาหยีเงียบไป ใคร่ครวญไตร่ตรองก่อนตัดสินใจ
ooooooo
ด้านสุดยอดที่เมื่อวานเย็นกลับออกจากบ้านไปพร้อมเพิร์ลลี่ ปรากฏว่าเช้านี้เขาตื่นขึ้นมาต้องตกใจแทบช็อกที่เห็นเพิร์ลลี่นอนซุกอยู่ข้างตัว และที่สำคัญสภาพของทั้งคู่ก็แทบไม่มีเสื้อผ้าติดกาย
สุดยอดเครียดจัดพยายามลำดับเหตุการณ์ แต่สมองมึนตึ้บนึกไม่ออก เพิร์ลลี่จึงเล่าให้ฟังเป็นฉากๆ ตั้งแต่ออกจากบ้านสวนแล้วไปเที่ยวผับ ก่อนจะมาลงเอยกันที่นี่ แต่ไม่ยอมบอกว่าเธอแอบเอายาอะไรให้เขากิน
ฟังจบ สุดยอดหน้าซีดหน้าเสียบ่นอุบ “เวรแล้วมั้ยล่ะ ทำไงล่ะทีนี้”
“ไม่เห็นต้องทำยังไง พี่ยอดก็ต้องรับผิดชอบเพิร์ลลี่อยู่เห็นๆ”
“แต่พี่ไม่ได้รักเพิร์ลลี่”
“แปลว่าพี่สุดยอดจะไม่รับผิดชอบเพิร์ลลี่เหรอคะ เพิร์ลลี่ยังโสดยังซิง ยังไม่เคยต้องมือชาย ต้องกลายมาเป็นหญิงมีราคีคาวเพราะพี่ยอด แล้วเพิร์ลลี่จะเอาหน้าไปสู้ใครเขาได้คะ เพิร์ลลี่ขอตาย...”
ขาดคำ เพิร์ลลี่คว้าหมอนมาปิดหน้าตัวเอง สุดยอดตกใจรีบดึงหมอนออก ขอร้องเธอใจเย็นๆ แต่เธอเย็นไม่ได้ ยืนยันให้เขาแต่งงานกับเธอ
“แต่งงาน! นั่นไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลยนะเพิร์ลลี่”
“ใช่...มันใหญ่มากกกก!!” ชม้อยแผดเสียงพร้อมกับเปิดประตูผลัวะเข้ามา สองคนตกใจคว้าเสื้อผ้าใส่พัลวัน ชม้อยโกรธควันออกหู ทั้งด่าทั้งคว้าข้าวของขว้างใส่สุดยอดอุตลุด
“ไอ้แมวขโมย ไอ้แมลงสาบใต้ดิน ไอ้หินโสโครก ไอ้กะโหลกไร้สมอง”
สุดยอดวิ่งหนีลงชั้นล่าง ชม้อยวิ่งตาม โดยมีเพิร์ลลี่คอยประกบห้ามปราม แต่ไม่สำเร็จ
“ไอ้กิ้งกือสามเขา ไอ้เหาสามขา...ฉันจะฆ่าแก ฉันจะฆ่าแก!”
เพิร์ลลี่เห็นไม่ได้การเลยเอาตัวบังสุดยอด แล้วตวาดใส่ชม้อยด้วยสีหน้าท่าทีขึงขัง
“พอซะทีได้มั้ย แม่เสียงดังอย่างนี้เดี๋ยวคนเขา
ก็รู้กันหมดทั้งหมู่บ้านหรอก”
“ดี...เจ็บใจนักมีลูกไม่ได้ดั่งใจ ทำไมถึงได้ยอมให้มัน....ฮึ่ย ไม่เป็นไรแค่หนเดียว ฉันจับแกใส่ตะกร้าล้างน้ำให้หายคาวได้”
“เพิร์ลลี่ไม่ใช่ปลานะแม่ จะได้จับใส่ตะกร้าล้างน้ำ ตอนนี้เราเป็นของกันและกันแล้ว และเราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด”
“แต่...แต่ว่า...ผมยังไม่ได้ตกลง”
“หุบปาก! ฉันก็ไม่ตกลง ฉันไม่ยอมให้แกแต่งงานกับลูกสาวฉันเป็นอันขาด”
“แต่เพิร์ลลี่ยอม แม่เลิกยุ่งกับชีวิตเพิร์ลลี่ซะที ถ้าแม่ยังทำกับเพิร์ลลี่เหมือนสิ่งของไม่ใช่คนมีชีวิตจิตใจ แม่ก็ฆ่าเพิร์ลลี่ให้ตายคามือไปเลย...เพิร์ลลี่รักพี่ยอด ถ้าแม่คิดจะแยกพี่ยอดกับเพิร์ลลี่อีก เพิร์ลลี่จะฆ่าตัวตาย”
เธอไม่ได้แค่พูดขู่ แต่ตีอกชกตัวจะฆ่าตัวตาย นี่เองทำให้ชม้อยใจอ่อนยวบ จำยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับสุดยอด
เพิร์ลลี่ดีใจสุดๆ กระโดดกอดคอสุดยอดที่ยังยืนมึน...ไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองเมาจนขาดสติขนาดนั้น
ooooooo
เนื่องจากทางโรงเรียนเชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองเข้าดูการเรียนการสอนตามห้องเรียน ทุกครอบครัวจึงมากันพร้อมหน้า ทำให้ณนนท์กับยี่หวาได้พบกันอีกครั้งหลังห่างหายจากกันไปทำหน้าที่ของตน
เอนิตากับวสันต์ก็มาด้วย ทั้งคู่ประกบคนของตนตลอดเวลา ส่วนไข่ตุ๋นกับข้าวตูก็ดูสดใสร่าเริง ไม่มีอาการของเด็กป่วยทางใจ ตอบคำถามของครูได้ถูกต้องฉะฉาน
เมื่อออกจากห้องเรียนมาแล้ว เอนิตาควงแขนณนนท์ไปทักทายยี่หวาที่มีวสันต์ประกบแจ
“เป็นยังไงคะ ครอบครัวแสนสุข สบายดีมั้ยคะ”
“สบายดีค่ะ คุณนิตาสบายดีนะคะ”
“สบายดีม้ากมากค่ะ ตั้งแต่กลับมาอยู่ด้วยกัน ครอบครัวเรามีความสุขมากค่ะ”
“ดีใจด้วยนะคะ”
ทั้งสี่คนต่างปั้นหน้าฝืนยิ้มให้กัน ณนนท์ถามยี่หวาว่าข้าวตูเป็นยังไงบ้าง ยังซึมเศร้าอยู่หรือเปล่า?
“ไม่แล้วค่ะ ร่าเริงขึ้นเยอะเลย”
“ขอบคุณคุณนนท์นะครับที่เป็นห่วงลูกของเรา ต่อไปนี้ก็หวังว่าคงไม่มีใครมาเป็นสาเหตุให้ครอบครัวเรา แตกร้าวอีกนะครับ”
วสันต์พูดเสียดสีเสียจนณนนท์สะอึก เหลือบมองยี่หวา วสันต์เห็นสองคนสบตากันก็ไม่พอใจ เช่นเดียวกับเอนิตา เธอขยับมากระซิบตำหนิณนนท์ว่าจะมองกันอีกนานไหม แล้วหันมาพูดเน้นๆกับยี่หวา
“ฉันกับสามีขอตัวนะคะ”
เอนิตาดึงณนนท์ออกไป ยี่หวามองตามหน้าเศร้า ยิ่งทำให้วสันต์หมั่นไส้เป็นทวีคูณ ประชดขึ้นว่า
“ไม่ตามมันไปเลยล่ะ”
“อะไรของคุณ”
“เลิกทำตาอาลัยอาวรณ์กับมันซักทีได้มั้ย ผมเห็นแล้วมันทุเรศ”
“คุณนั่นแหละอย่ามาพูดทุเรศ ฉันกับเขาเราจบกันแล้ว”
“ขอให้มันจริงเหอะ เราสองคนจะได้เริ่มต้นกันใหม่ซะที” วสันต์เปลี่ยนท่าที ทำตาหวานเข้ามาโอบรอบเอวยี่หวา แต่ทันใดก็โดนเธอถองเข้าท้องเต็มแรง
“คุณกับฉันมันยิ่งกว่าจบ...ฉันทำเพื่อลูกเท่านั้นล่ะ จำไว้!” ยี่หวาพูดเน้นหนักแล้วเดินหนี วสันตห์หน้าบึ้งตึงมองตามอย่างเจ็บใจ
ooooooo
ภายในสตูดิโอเงียบเชียบ พี่ยิ่งเข้ามาไม่เห็นใครก็ตะโกนเรียกว่านกับนัทลั่นไปหมด ครู่เดียวสองหนุ่มก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา แล้ววาดลีลาพร้อมส่งเสียงให้ครึกครื้นเพื่อเอาใจพี่ยิ่ง กลับโดนเขาตวาดให้หยุดเดี๋ยวนี้
“อ้าว ก็พี่บอกว่ามันเงียบ ผมก็จัดหนักน่ะสิ”
“ไม่ใช่โว้ย ไม่ใช่แบบนี้ ฉันหมายถึงสุดยอดมันไปตามง้อน้องยาหยีถึงไหน ทำไมยังไม่กลับมากันอีก รายการทีวีนะไม่ใช่ตลาดนัดจะได้หยุดตามอำเภอใจ แล้วยัยสองแม่ลูกแอ๊บจริตจิตจะหลุดหายไปไหน”
“ใครครับ แม่ลูกแอ๊บจริตจิตจะหลุด”
“ยัยม้อยขอเมนต์กับลูกเพิร์ลลี่ขาไงล่ะ...พวก
เอ็งไปตามกลับมาเลย ไม่งั้นข้าจะเปลี่ยนพิธีกรใหม่กับทีมงานใหม่ยกเซ็ต”
ว่านกับนัทหน้าเจื่อนกลัวตกงาน ละล่ำละลักถามพี่ยิ่งว่าจะให้พวกตนไปตามที่ไหน
“โธ่เว้ย...จะไปไหนก็ไปสิวะ”
“ไม่ต้องไปตามหรอกค่ะ” ยาหยีเดินยิ้มเข้ามา พี่ยิ่งดีใจเป็นล้นพ้น แทบจะวิ่งเข้าไปกอดเธอ พลางถามหาสุดยอดอีกคน...ยาหยีทำหน้าแปลกใจ ย้อนถามพี่ยิ่งว่า “เขาไม่ได้อยู่ที่นี่เหรอคะ”
“อ้าว พี่นึกว่ามันไปตามหยี แล้วตกลงสุดยอดมันไปไหน”
ขณะทุกคนมองหน้ากันงงๆ สงสัยว่าสุดยอดไปไหน จู่ๆสุดยอดก็เดินหน้าหมองเข้ามา พอเขาเห็นยาหยีก็ยิ่งหน้าสลด เดินหายเข้าไปในห้องแต่งตัวโดยไม่ทักทายใครสักคน เมื่อยาหยีตามเข้ามาขอโทษเขาด้วยดอกลิลลี่สีขาว และขอโอกาสให้เราเริ่มต้นกันใหม่ นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดต่อเธอมากมาย ไม่อยากให้เธอรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับเพิร์ลลี่
แต่ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะเพิร์ลลี่พรวดพราดเข้ามากระชากดอกลิลลี่จากมือยาหยี แล้วประกาศว่า
“มันไม่มีโอกาสนั้น หรือว่าโอกาสไหนแล้วย่ะ”
ยาหยีชะงักไปอย่างไม่เข้าใจ แต่สุดยอดหน้าซีดเป็นไก่ต้ม
“พี่ยอดเป็นของฉัน เราเป็นของกันและกัน เพราะฉะนั้น เธอหมดสิทธิ์”
“เป็นของกันและกัน...หมายความว่าอะไร” ยาหยีมองหน้าสุดยอดเพื่อขอความกระจ่าง แต่เขาหลบตาเธออย่างอึดอัด เพิร์ลลี่เลยชี้แจงแถลงไขต่อ
“พูดแบบผู้ดีคงไม่เข้าใจสินะ งั้นใช้ภาษาบ้านๆก็ได้ มันหมายความว่าเราได้เสียเป็นเมียผัวกันแล้วน่ะสิ แล้วเราก็จะแต่งงานกันในเร็วๆนี้”
“มันเป็นเรื่องจริงเหรอยอด” ยาหยีจ้องหน้าคาด– คั้นเขา
สุดยอดพยักหน้าด้วยหัวใจที่ปวดหนึบ แต่ยาหยีเจ็บปวดกว่า หัวใจราวกับโดนมีดกรีดแทง เธอตบหน้าเขาอย่างแรงแล้ววิ่งร้องไห้ออกไปบอกลาพี่ยิ่งที่ยังรวมกลุ่มอยู่กับว่านและนัท
ทั้งสามคนงุนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ๆสุดยอดวิ่งตามมาคว้าแขนยาหยี ทั้งคู่ยื้อยุดกันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อน สุดยอดจะยอมปล่อยเธอ แล้วหันไปมองเพิร์ลลี่ที่วิ่งตามมาล้มคว่ำหน้าทิ่มพื้นเลือดไหลโชก
ยาหยีทั้งโกรธทั้งแค้นชกหน้าสุดยอดไปหมัดหนึ่งก่อนวิ่งพรวดออกไป สุดยอดละล้าละลังเหมือนจะตามแต่แล้วเปลี่ยนใจมาช่วยเพิร์ลลี่ โดยไม่ทันเอะใจว่าเลือดที่เห็นบนหน้าเพิร์ลลี่นั้นที่แท้คือน้ำหวานต่างหาก
“มันอะไรกันวะ...พิธีกรสามคน คนนึงลา คนนึงล้ม อีกคนโดนต่อย...โอ๊ย...กูอยากตาย!” พี่ยิ่งโวยลั่น สองมือกุมหัวอย่างกลัดกลุ้ม ส่วนว่านกับนัทยืนงงเป็นไก่ตาแตก ในขณะที่จอมแผนการอย่างเพิร์ลลี่ลอบยิ้มอย่างผู้ชนะ
ooooooo










