ตอนที่ 11
หลังจากตกลงเป็นแฟนกันแล้ว สุดยอดเริ่มทำหน้าที่แฟนด้วยการพายาหยีไปดูหนัง แต่เพราะความที่เขาเป็นคนดังมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อย การไปครั้งนี้ของทั้งคู่จึงต้องมีการพรางตัว กระนั้นก็ยังมีแฟนคลับตาไวโดยเฉพาะสาวๆที่คลั่งไคล้สุดยอดจำได้อยู่ดี ทั้งคู่เลยต้อง หาวิธีหลบหลีกอย่างยากลำบากกว่าจะรอดพ้นมาได้
คืนหนึ่งที่หน้าบ้านเท่ง...ณนนท์นั่งตากน้ำค้างเล่นกีตาร์อย่างเหงาหงอย เท่งมองอยู่สักครู่ก็ต้องออกมาเตือนลูกชายเพราะกลัวจะไม่สบาย ยิ่งไอๆอยู่ด้วย
ณนนท์ไม่ได้ใส่ใจ หากแต่หันมาถามพ่อว่า
“พ่อครับ ตั้งแต่แม่ตายไป พ่อเคยคิดจะมีแม่ใหม่ให้ผมกับเจ้ายอดมั้ยครับ”
“คิดสิ พ่อก็เป็นคนคนหนึ่ง คนทุกคนก็ต้องมีเวลาเหงา มีเวลาที่อยากได้ใครซักคนมาอยู่ข้างๆ แต่ก็ไม่มีใครแทนที่แม่เราได้ซักคน พ่อก็เลยอยู่คนเดียวอย่างที่เห็นนี่ล่ะ ว่าแต่ถามทำไม รึว่าแกหาแม่ใหม่ให้เจ้าไข่ตุ๋นได้แล้ว”
ณนนท์ไม่ตอบ แต่นึกถึงยี่หวาแล้วอมยิ้มขึ้นมา
“แน่ะๆ ยิ้มแบบนี้แปลว่าเจอแล้วแหงๆ นี่เจ้านนท์ถ้าเจอใครดีๆก็ลุยเข้าไปจีบเลย ยัยไข่ตุ๋นจะได้เลิกเป็นทโมนซะที”
“ถ้ามันง่ายอย่างนั้นก็ดีสิครับพ่อ ทั้งเขาทั้งผมต่างก็มีพันธะค้างคาสะสางไม่เสร็จไม่สิ้น”
“งั้นก็รีบสะสางให้เสร็จซี่ ชีวิตคนเรามันไม่ใช่ใบขับขี่นะโว้ย จะได้ต่ออายุได้ทุกปี”
ฟังพ่อแล้ว...ณนนท์มีสีหน้าครุ่นคิดหนัก
ooooooo
ยี่หวาเองก็มีใจให้ณนนท์ เธอชอบนั่งดูรูปถ่ายงานวันแม่ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นรูปที่ณนนท์และลูกสาวถ่ายด้วยกันกับเธอและลูกชาย ดูเหมือนครอบครัวแสนอบอุ่น ยิ่งดูก็ยิ่งมีความสุขจนเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ว่ายาหยีแอบมองอยู่
จนเมื่อยี่หวาหายออกไปธุระข้างนอก พอกลับมาก็พบว่ารูปถ่ายนั้นใส่กรอบสวยงามวางบนโต๊ะ ให้รู้สึกประหลาดใจว่าใครกันเป็นคนจัดการ
เธอยืนบ่นงึมงำอยู่ครู่หนึ่ง ยาหยีก็เยี่ยมหน้าเข้ามายิ้มเผล่
“หยีใส่ให้เองล่ะค่ะ เห็นดูบ่อย กลัวรูปจะเปื่อยซะก่อน”
“ก็...ข้าวตูในรูปนี้น่ารักดี พี่ชอบ”
“อ้าวเหรอ หยีนึกว่าพี่ชอบพ่อไข่ตุ๋นซะอีก”
“ทำปากดีเดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย”
ยาหยีหัวเราะน้อยๆ เดินเข้ามาประชิดพี่สาว “รูปนี้ ถ้าใครไม่รู้ก็ต้องบอกว่าเหมือนรูปครอบครัว มีพ่อแม่แล้วก็ลูกสองคน นี่ถ้าเป็นรูปครอบครัวจริงๆของพี่ยี่หวาก็ดีสิคะ พี่ณนนท์ดูเป็นแฟมิลี่แมน เป็นผู้ชายแสนจะอบอุ๊นอบอุ่น”
“คุณนนท์เพิ่งคืนดีกับเอนิตา พี่ไม่อยากทำให้ครอบครัวเขาแตกแยกหรอกนะหยี หยีก็รู้อย่างพี่...ถ้าต้องไปสู้รบปรบมือแย่งของใครเขามาพี่บายดีกว่า”
ยี่หวาพูดด้วยหน้าตาหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี แต่ในใจก็แฝงความเศร้าไว้ลึกๆ ยาหยีมองพี่สาวอย่างเห็นใจ
ooooooo
วันนี้ไข่ตุ๋นไม่ได้ไปเรียนหนังสือเพราะผู้ปกครองพากันไม่สบายยกบ้าน ไข่ตุ๋นเลยต้องอยู่ดูแลทุกคน แต่ลำพังเด็กคนเดียวจะทำอะไรได้ ยิ่งพอเห็นพ่อไอไม่หยุด ตัวร้อนจัด ก็ยิ่งใจไม่ดีกลัวพ่อจะตาย จึงโทร.ไปตามยี่หวา มาที่บ้าน...
ยี่หวามาได้รวดเร็วทันใจ ไข่ตุ๋นรีบออกมารับแล้วจูงเธอเข้าบ้าน พลางบอกเล่าอย่างกังวล
“เมื่อเช้าไข่ตุ๋นจะไปโรงเรียน แต่พ่อ อายอด ปู่ ตัวร้อนยังกับไฟเลยค่ะน้ายี่หวา ไข่ตุ๋นไม่รู้จะทำยังไง ไข่ตุ๋นกลัวพ่อตาย พ่อจะตายมั้ยคะน้ายี่หวา”
“ไม่ตายหรอกค่ะ พ่อของไข่ตุ๋นเป็นไข้ แค่กินข้าวกินยานอนพัก เดี๋ยวก็หาย ไข่ตุ๋นไม่ต้องกลัวนะจ๊ะ”
“ค่ะ น้ายี่หวา” ไข่ตุ๋นยิ้มได้ รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาบ้าง
ยี่หวารีบทำข้าวต้มให้คนป่วย ระหว่างนี้ก็โทร.ไปบอกยาหยีที่ร้านต้นไม้
“ป่วยกันหมดบ้านเลยเหรอคะ” เสียงยาหยีถามกลับมา
“ใช่จ้ะ มีไข่ตุ๋นคนเดียวที่ยังไม่ป่วย พี่ฝากหยีช่วยไปรับข้าวตูที่โรงเรียนให้ด้วยนะ พี่อาจจะกลับดึกหน่อยบอกแม่ให้พี่ด้วย อ้อ เดี๋ยวนะหยี มีคนจะพูดด้วย”
ยี่หวาส่งโทรศัพท์ให้สุดยอดที่ส่งซิกร้องขออยู่ใกล้ๆ
“โห...คุณ แฟนป่วยไม่มาดูแลเลยนะ” สุดยอดตัดพ้อยาหยีทันที
“แล้วฉันจะรู้มั้ยล่ะ ทำไมไม่โทร.บอกล่ะค้า...จะได้รีบไปดูแล”
“ไม่ต้องหรอก ไม่ต้องมา เดี๋ยวติดหวัดไปอีกคนละยุ่งเลย เอาเป็นว่าผมแค่ได้ยินเสียงหวานๆของคุณ ผมก็แทบจะหายไข้แล้วล่ะครับ”
“เว่อร์...หายไวๆนะคุณ อย่าดื้อกับพี่ฉันล่ะ”
“คร้าบ...” สุดยอดวางสายด้วยรอยยิ้ม
ครู่ต่อมา ยี่หวาก็ตักข้าวต้มมาให้เท่งกับสุดยอด และกำชับทั้งคู่ให้กินยาแล้วนอนพัก
“ขอบใจมากนะหนู เลยทำให้หนูวุ่นวายไปด้วย”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเต็มใจ”
เท่งยิ้มบางๆ มองตามยี่หวาแล้วหันมาพูดกับสุดยอดว่า บ้านที่มีผู้หญิงมันก็ดีอย่างนี้แหละ...สุดยอดยิ้มกริ่มอย่างเห็นด้วย โดยเฉพาะพี่ชายของตนต้องรู้สึกดีมากๆ ที่ยี่หวามาดูแลเอาใจใส่
ณนนท์นอนซมอยู่บนห้อง ยี่หวาเอาข้าวต้มและยาเข้ามาให้ เธอเรียกเขาเบาๆ แต่ไม่มีเสียงตอบ จึงขยับเข้ามาจับเนื้อตัว ปรากฏว่าตัวเขาร้อนมาก บ่นหนาวทั้งที่ไม่ลืมตา
ยี่หวาหยิบผ้าขนหนูไปชุบน้ำมาเช็ดคอและหน้าผากให้เขา สักครู่เขาก็ปรือตามอง ก่อนจะโอบร่างเธอเข้ามากอด ยี่หวาไม่ทันตั้งตัวเลยเซเข้าปะทะอกเขา
“ขออยู่แบบนี้แป๊บนึงนะครับ”
เธอปล่อยเลยตามเลย ให้เขากอดนิ่งๆ ณนนท์หลับตาพริ้มอย่างอบอุ่น ยี่หวาเองก็รู้สึกดีที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา
ooooooo
ภายในบ้านโล่งว่างไม่มีเฟอร์นิเจอร์แม้แต่ชิ้นเดียว วัลลภาเดินกลับไปกลับมาสีหน้าเครียดจัด ขณะที่วสันต์นอนแผ่หมดสภาพ สองมือก่ายหน้าผากอย่างคิดไม่ตก
“ตาสันต์...อย่ามัวเอาแต่นอนได้มั้ย ช่วยแม่คิดหน่อยว่าเราจะหาเงินจากไหน มันยึดของของเราไป อีกหน่อยมันก็ต้องมายึดบ้าน ทีนี้ล่ะจะไม่มีที่ซุกหัวนอนแล้วจะรู้สึก ตาสันต์ แกต้องหาเงินมาให้ได้นะ แกต้องหาเงินมาให้แม่ให้ได้”
“โอ๊ย...รำคาญ!”
วสันต์ตะโกนออกมาอย่างสุดทน วัลลภาอ้าปากค้าง มองลูกชายที่ลุกขึ้นนั่งหน้าบูดบึ้ง
“บางทีผมก็คิดนะแม่ ถ้าผมไม่ใช่ลูกแม่ ชีวิตผมจะเฮงซวยแบบนี้มั้ย”
“ทำไม ฉันเลี้ยงแกไม่ดีตรงไหน ตั้งแต่เล็กจนโตฉันเคยบังคับให้แกทำอะไรมั้ย แกไม่อยากไปโรงเรียน ฉันก็ตามใจแก แกไม่อยากทำงาน ฉันก็ไม่เคยว่าอะไร แกน่ะมีแม่ที่ประเสริฐที่สุดแล้ว รู้ตัวรึเปล่า”
“แล้วแม่จะมาบังคับให้ผมหาเงินให้แม่อะไรตอนนี้ล่ะ ผมไม่มีก็คือไม่มี”
“แกก็ไปขอจากเมียแกสิ เมียแกมีที่ดินตั้งหลายร้อยไร่ ไปทำให้มันขายที่ซะ”
“ทำยังไงล่ะแม่ ผมน่ะพูดจนปากยานไปถึงตาตุ่มแล้วยี่หวาก็ไม่ยอมขาย ไม่รู้จะเก็บไว้ทำแมวอะไร”
“แกก็ใช้ความหล่อของแกให้เป็นประโยชน์สิ เสน่ห์ที่เคยใช้มัดใจเขาน่ะ มีเท่าไหร่ขนมาใช้ให้หมด”
“ไอ้ที่แม่ว่าน่ะมันใช้การไม่ได้แล้วล่ะครับ”
“ทำไม”
“ผมสังหรณ์ใจว่ายี่หวากำลังมีใจให้ผู้ชายคนใหม่”
“ใคร?!!” วัลลภาเสียงหลง
ooooooo
ค่ำแล้ว ณนนท์ลงมาเห็นยี่หวากับไข่ตุ๋นนั่งหลับซบกันบนโซฟา ในมือยี่หวามีหนังสือนิทาน ณนนท์อมยิ้มก่อนเดินเข้ามาใกล้ ทำให้ยี่หวารู้สึกตัวลืมตาขึ้น
“ไข้ลดแล้วเหรอคะ” เธอยกมือขึ้นแตะหน้าผากเขา “อืม...ไม่มีไข้แล้ว”
“มีพยาบาลดีก็หายไวแบบนี้ล่ะครับ” เขาสบตาเธอยิ้มๆ แววตาบ่งบอกถึงความรักจนเธอรู้สึกเขินอาย
“ฉันพาไข่ตุ๋นขึ้นไปนอนก่อนนะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ ผมพาไปเอง”
สองคนจะอุ้มไข่ตุ๋น มือจับกันโดยไม่ตั้งใจ เขาและเธอสบตากันนิ่ง รู้สึกได้ถึงความอ่อนหวานและความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน เขาค่อยๆยื่นหน้าเข้าหาเธออย่างยั้งใจไม่อยู่ ปากกับปากกำลังจะสัมผัสกันอยู่แล้วถ้าไข่ตุ๋นไม่ขยับตัวเสียก่อน
“เอ่อ...ผมอุ้มขึ้นไปเองดีกว่าครับ”
“ไหวแน่นะคะ”
“ครับ” ณนนท์อุ้มไข่ตุ๋นออกไป...ยี่หวาหายใจไม่ทั่วท้อง พูดกับตัวเองอย่างเก้อเขิน
“บ้าน่ะยี่หวา เธอไม่ใช่สาวๆแล้วนะ”
ครู่ต่อมา ณนนท์เดินออกมาส่งยี่หวาที่รถ เขาขอบคุณเธอที่ทำให้บ้านหลังนี้มีผู้หญิงที่เป็นแม่จริงๆอีกครั้ง
“ด้วยความยินดีค่ะ เพราะปกติฉันก็เป็นแม่อยู่แล้ว”
“ไข่ตุ๋นเขารักน้ายี่หวาของเขามากเลยนะครับ เดี๋ยวนี้น่ะพูดถึงแต่น้ายี่หวาทุกวัน ถ้าไข่ตุ๋นมีคุณเป็นแม่ก็คงจะดี”
“ไข่ตุ๋นก็มีแม่อยู่แล้วนี่คะ ส่วนฉันก็เป็นน้ายี่หวาของไข่ตุ๋นต่อไปอย่างนี้ล่ะค่ะดีแล้ว”
“คุณน่าจะรู้ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ” เขาไม่พูดเปล่า แต่จับมือเธอมากุมไว้แนบอก
ดวงตาของทั้งคู่ต่างฉายแววแห่งความในใจที่ต่างฝ่ายต่างมีความรักให้แก่กัน แต่แล้วยี่หวานึกถึงข้าวตูก็หนักใจ ถอนหายใจยาวออกมา
“เรื่องคุณกับฉันก็เรื่องนึง แต่เรื่องลูกก็เรื่องนึง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะที่จะอธิบายให้ลูกฟัง ทั้งที่เราเองก็ยังแก้ปัญหากันไม่ตก”
“จริงของคุณ เราสองคนยังมีปัญหาที่แก้ไม่ได้ แล้วเราจะไปเริ่มอนาคตใหม่ยังไงใช่มั้ย”
ทั้งณนนท์และยี่หวาต่างก็รู้สึกหนักใจในปัญหาของทั้งสองฝ่าย...เสียงโทรศัพท์มือถือยี่หวาดัง เธอกดรับแล้วอุทานอย่างตกใจ ก่อนจะขอตัวกลับไปด้วยความเร่งรีบ
กลับไปถึงบ้านตัวเอง ยี่หวาแทบไม่อยากเชื่อว่ามีขโมยเข้าบ้าน ซึ่งน่าจะเป็นขโมยโรคจิตเสียด้วย
“ไอ้หัวขโมยนั่นมันเอายกทรงกางเกงในของแม่ไปหมดเลย เหลือตัวนี้ไว้ให้ดูต่างหน้าตัวเดียว” บุญเลื่องชูกางเกงขนาดใหญ่ให้ลูกสาวดู
“แล้วของหยีล่ะหายมั้ย”
“ไม่หายค่ะ ของหยีกับของพี่ยี่หวาที่ตากไว้ยังอยู่ครบค่ะ”
“อ้าวเหรอ แปลก ทำไมมันขโมยแต่ของแม่ แต่ของพวกเรามันไม่เอาไปด้วยล่ะ”
“เพราะมันเป็นหัวขโมยโรคจิตน่ะสิ ขโมยชุดชั้นในสาวๆนี่ก็จิตมากแล้วนะ แต่ไอ้แบบที่เลือกสอยแต่ชุดชั้นในรุ่นป้านี่มันต้องโรคจิตมากแน่ๆ”
ฟังแม่ยืนยันขนาดนี้แล้ว ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
ooooooo
รุ่งเช้าเข้าไปที่ร้านต้นไม้เห็นรูปถ่ายวันแม่บนโต๊ะทำงาน ยี่หวาอดหยิบมันขึ้นมาดูอีกไม่ได้ ดูไปยิ้มไปอย่างมีความสุข
เสียงเคาะประตูดังสองสามครั้งก่อนณนนท์จะเปิดเข้ามาด้วยรอยยิ้มและเสียงทักทายสวัสดี
“อ้าว คุณนนท์ หายป่วยแล้วเหรอคะ”
“หายแล้วครับ คุณพ่อผมฝากขนมมาให้คุณครับ” ณนนท์ถือตะกร้าขนมไทยมาวางบนโต๊ะ แล้วสังเกตเห็นกรอบรูปในมือยี่หวา “นั่นมันรูป...”
ยี่หวาเพิ่งนึกได้รีบซ่อนรูปถ่ายไว้ด้านหลัง แต่ณนนท์พยายามจะแย่ง ยี่หวาเขินอายจึงไม่ยอมปล่อยมือ เขาเลยรวบตัวเธอมากอด ขณะสองคนสบตากันนิ่ง วสันต์เดินเข้ามาพอดี
“นี่ถ้าไม่เห็นด้วยตาก็คงบอกว่าทำงานกันอยู่ล่ะสิ”
ณนนท์กับยี่หวาผละออกจากกัน ยี่หวามองวสันต์อย่างไม่พอใจ
“ฉันไม่จำเป็นต้องอธิบาย”
“อะไร กอดกับผู้ชายคนอื่นต่อหน้าสามีแต่ไม่คิดจะอธิบายอะไรซักนิดเลยเหรอ ผมเป็นสามีคุณนะยี่หวา”
“เสียใจ คุณไม่ได้ทำหน้าที่สามีและพ่อมาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นเลิกใช้คำนี้กับฉันได้แล้ว”
“ใช่สิ พอมีตัวผู้หน้าใหม่มาก็เตรียมไล่ตัวผู้หน้าเก่าออกไป แพศยา!”
ณนนท์โกรธจัดเข้าไปต่อยวสันต์ล้มคว่ำ
“มึง! มึงต่อยกู” วสันต์พุ่งเข้าต่อยณนนท์ แต่วืดลงไปนั่งกับพื้นเพราะณนนท์หลบทัน วสันต์ยิ่งเจ็บใจ ชี้หน้าด่าลั่น “แน่จริงอย่าหลบสิวะ เล่นชู้กับเมียชาวบ้านแล้วยังต่อยผัวเขา แบบนี้เขาเรียกว่าเลวยกกำลังสอง”
“ผมไม่ได้เป็นชู้กับภรรยาคุณ แล้วคุณก็ไม่ควรดูถูกคุณยี่หวาด้วย คุณต้องขอโทษคุณยี่หวาเดี๋ยวนี้”
“ไม่ขอโทษ นี่เมียกู ถ้ามึงอยากได้มึงก็ข้ามศพกูไปก่อน”
“วสันต์! พอได้แล้ว” ยี่หวาตวาด...แล้วหันมาขอร้องณนนท์ให้กลับไปก่อน
เห็นแก่ยี่หวา ณนนท์จำใจกลับไป วสันต์ลุกขึ้นมองตาม ยิ้มเย้ยหยัน
“แค่นี้ก็รู้แล้วว่ายี่หวาเลือกใคร ยังไงเขาก็เลือกพ่อของลูกอยู่แล้ว จริงมั้ยจ๊ะที่รัก” ว่าแล้วเขาเดินมากอดยี่หวา แต่เธอสะบัดหนีอย่างแรง
“เปล่า...ฉันไม่ได้เลือกคุณ แต่ฉันจะขอหย่ากับคุณ”
“ยี่หวา...คุณพูดเล่นใช่มั้ย”
“ฉันไม่ได้พูดเล่น ฉันเอาจริง”
วสันต์ตะลึง นิ่งอึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง
ooooooo
ครั้นกลับมาบ้านก็ต้องเครียดหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะมีหมายศาลมาติดไว้ที่ประตูบ้าน วัลลภาหูตาเหลือกโวยวายอย่างรับไม่ได้
“ไม่จริง...ไม่จริง...ไม่จริงใช่มั้ยตาสันต์ บ้านเราไม่ได้โดนยึดใช่มั้ย ไอ้กระดาษนี่มันเป็นของปลอมใช่มั้ยลูก”
“ไม่ปลอมหรอกแม่ ของจริง ยึดจริงเลยล่ะ”
“งั้นฉันจะฉีกมันทิ้งแล้วก็บอกว่าไม่รู้ไม่เห็น แค่นี้ใครหน้าไหนก็ยึดบ้านฉันไม่ได้”
“ได้ที่ไหนล่ะแม่ ทำงั้นก็โดนตำรวจจับสิ”
“แล้วแกจะให้ฉันทำไง แกน่ะมันโง่ แทนที่จะเกาะนังยี่หวาไว้ให้แน่นๆ ดั๊นไปทำให้มันโกรธขอหย่า”
“ก็ผมโมโห”
“ตาสันต์เอ๊ย...คนจนน่ะห้ามโมโหรู้มั้ย โดยเฉพาะกับคนรวย...จำไว้เลย ห้ามขึ้นเสียง ห้ามเถียงแรง ห้ามแย่งออกตังค์ ห้ามสั่งเขาด้วย รักจะปอกลอกต้องปะเหลาะให้เป็นรู้มั้ย...เฮ้อ จับเพิร์ลลี่ก็ไม่ได้ เมียก็ขอหย่า แล้วจะเอาอะไรกินเข้าไปล่ะ ฉันอยากจะรู้นัก”
“เราก็ทำงานสิแม่”
“ต๊าย กล้าพูดนะยะ ตั้งแต่เกิดมาแกเคยทำงานอะไรเหรอ นอกจากเล่นม้ากับแทงบอลน่ะ” พูดแล้ววัลลภาเรอเอิ๊กลมจะใส่ วสันต์ตกใจรีบประคองแม่
“แม่ๆอย่าเพิ่งเป็นลม คนจนเขาห้ามป่วย ห้ามตายนะแม่”
ooooooo
ณนนท์หอบข้าวของเดินออกมาจากบริษัทในตอนหัวค่ำ ไม่นึกว่าจะเจอยี่หวาที่ลานจอดรถ เธอขอเวลาคุยกับเขาสักครู่
“ฉันขอโทษแทนวสันต์ด้วยนะคะ”
“คุณจะขอโทษแทนผู้ชายห่วยๆคนนั้นทำไม”
“ถ้างั้นฉันก็ขอโทษ...ที่ฉันทำให้คุณต้องมาเจอเรื่องแบบนี้”
“คุณไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมผิดเองที่เข้าไปวุ่นวายกับครอบครัวของคุณ”
“ครอบครัวของฉัน?”
“คุณ...คุณวสันต์ แล้วก็ข้าวตูไงครับ”
“ครอบครัวของฉันมีแต่แม่ หยี แล้วก็ข้าวตู ส่วนวสันต์ไม่ใช่ครอบครัวของฉัน เขาเป็นแค่พ่อของข้าวตู พ่อที่ไม่เคยทำหน้าที่พ่อที่ดีเลยซักครั้ง ตอนเด็กๆฉันเคยฝันว่าฉันอยากมีครอบครัวที่อบอุ่น เพราะพ่อของฉันไม่เอาไหน พ่อขี้เมาแล้วก็ชอบทำร้ายแม่ พอฉันเจอวสันต์ เขาอ่อนโยนพูดจาสุภาพ ไม่ดื่มเหล้า...”
“คุณก็เลยรักเขา”
“หลงมากกว่าค่ะ ฉันหลงเปลือกนอกดีๆที่เขาฉาบเอาไว้จนคิดว่านั่นคือความรัก”
“แล้วทำไมคุณถึงไม่เลิกกับเขาซะตั้งแต่แรกล่ะครับ”
“ถ้าฉันรู้ก่อนก็ดีสิคะ ฉันมารู้เอาตอนที่มีข้าวตูแล้ว แล้วฉันก็ไม่อยากทำให้ข้าวตูเสียใจ ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันทำถูกหรือผิดที่ปกปิดลูกเรื่องพ่อของเขา แต่ตอนนี้ถ้าเขายังมีความสุขดีที่รู้ว่ายังมีพ่ออยู่ ฉันก็พร้อมจะยอมรับความทุกข์นั้นไว้เอง”
“ผมเข้าใจดี ไข่ตุ๋นคือสิ่งวิเศษที่สุดในชีวิตของผม ผมก็ไม่อยากให้ไข่ตุ๋นต้องเสียใจเพราะผมเหมือนกัน”
ณนนท์จับมือยี่หวาบีบอย่างให้กำลังใจกันและกัน หลังจากนั้นเขาขับรถมาส่งเธอที่บ้าน เห็นกางเกงในตัวเป้งตากระนาว เขาอมยิ้มขำๆ ถามเธอว่า ตกแต่งบ้านแบบใหม่เหรอ?
“แม่ฉันตากไว้ล่อขโมยน่ะค่ะ”
“ขโมย...ขโมยอะไรครับ”
“พวกหัวขโมยโรคจิตน่ะค่ะ วันก่อนเข้ามาขโมยชุดชั้นในของแม่ฉันไปหมดเลย”
“แจ้งความรึยังครับ”
“แจ้งแล้วค่ะ ถึงได้รู้ว่าบ้านคุณป้ากับคุณยายหน้าปากซอยก็โดน”
“คุณยาย! ขโมยชุดชั้นในคุณยายเลยเหรอครับ โห...ท่าทางมันจะจิตมาก”
ไม่ทันยี่หวาจะเข้าบ้าน บริษัทออร์กาไนซ์โทร.มาบอกว่าฉากล้มทับต้นไม้ที่เธอจัดไว้ ดังนั้น เธอต้องรีบไปที่งานโดยด่วน แต่ก็ห่วงบ้านที่เริ่มมีขโมย ณนนท์จึงอาสาเฝ้าให้จนกว่าเธอจะกลับ
หลังจากยี่หวาออกไปแล้ว ข้าวตูลงมานั่งมองณนนท์ตาแป๋ว มองไปมองมาโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทำให้ณนนท์เริ่มอึดอัด ขอร้องข้าวตูอย่าจ้องลุงแบบนี้
“ลุงนนท์เก็บความลับได้มั้ยครับ”
“ได้สิ”
“สัญญานะครับว่าจะไม่บอกแม่”
“โอเค สัญญาลูกผู้ชายเลยด้วย ข้าวตูมีเรื่องอะไรเหรอ”
ข้าวตูลุกไปหยิบรถบังคับวิทยุมาส่งให้ณนนท์ บอกว่าแม่ไม่ให้ตนเอารถไปเล่นเวลาอาบน้ำ แต่ตนอยากลองดูว่ารถมันวิ่งในน้ำได้รึเปล่า ก็เลยเอาไปวิ่งในอ่างอาบน้ำ
ณนนท์รับรถบังคับมากดสวิตช์ แต่รถไม่ขยับ
“ข้าวตูไม่กล้าบอกแม่ครับ กลัวโดนแม่ว่า”
ณนนท์แกะฝาใต้รถบังคับออกมาดู ถามข้าวตูมีถ่านใหม่ไหม ข้าวตูรีบไปหยิบมาให้ ณนนท์จัดการเดี๋ยวเดียวรถก็วิ่งได้ฉิวเหมือนเดิม
“ถ่านมันหมดน่ะข้าวตู แต่คราวหน้าอย่าเอาไปเล่นในอ่างน้ำอีกนะ”
“ตกลงครับ”
“เอาล่ะ ดึกแล้ว ไปนอนได้แล้ว”
“ขอบคุณนะครับลุงนนท์...ลุงนนท์เก่งที่สุดเลย”
เมื่อข้าวตูขึ้นไปนอนแล้ว ณนนท์ถือไฟฉายออกไปเดินสำรวจรอบบริเวณบ้าน สักครู่บุญเลื่องกับยาหยีในชุดนอนเปิดประตูบ้านออกมา
“พี่นนท์ทำอะไรเหรอคะ” ยาหยีถาม
“ผมรอยี่หวาครับ ห่วงว่าเข้าบ้านดึกๆ เกิดเจอคนร้ายแล้วจะเป็นอันตรายน่ะครับ”
“ให้หยีรอเป็นเพื่อนมั้ยคะ”
“ไม่เป็นไรครับ คุณแม่กับน้องหยีขึ้นไปนอนก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมรอเอง”
บุญเลื่องกับยาหยีฟังแล้วก็ยิ้ม แอบชื่นชมเขาเป็นคนดีจริงๆ ไม่เพียงแค่นั้น สองแม่ลูก รวมทั้งยี่หวา ต่างพากันประทับใจณนนท์ที่ช่วยจับขโมยโรคจิตส่งตำรวจได้ในเวลาต่อมา พอกลับจากสถานีตำรวจ ยี่หวาก็บอกเล่าให้แม่ฟังว่า
“ให้ปากคำตำรวจเรียบร้อยแล้วค่ะ ตำรวจตามไปดูถึงห้องของเจ้าหัวขโมยเจอกางเกงในกับเสื้อในเป็นพันๆชิ้นเลยค่ะ”
“โอ้โห เสื่อมได้ใจจริงๆ เสียดายแม่น่าจะอัดมันไปอีกซักตุ้บสองตุ้บ”
“แค่นั้นก็อ่วมแล้วค่ะแม่”
จู่ๆยาหยีหาวหวอด พลางขยิบตาส่งซิกให้บุญเลื่อง แล้วสองแม่ลูกก็จูงมือกันขึ้นไปนอนเพื่อเปิดโอกาสให้ยี่หวากับณนนท์อยู่กันตามลำพัง
“ขอบคุณคุณมากนะคะที่ช่วยมาอยู่เป็นเพื่อนจนจับขโมยได้ พวกเรากลัวจนนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้ว คืนนี้จะได้หลับเต็มตาซักที บ้านที่ไม่มีผู้ชายก็แบบนี้ล่ะค่ะ”
ณนนท์ครุ่นคิดอะไรในใจ แล้วตัดสินใจพูดกับ
เธอว่า “คุณยี่หวาครับ จากเหตุการณ์เมื่อกี้มันทำให้ผมคิดได้ว่าผมอยากจะดูแลคุณตลอดไป ขอให้ผมดูแลคุณได้มั้ยครับ”
“คุณนนท์...”
“ผมรักคุณนะยี่หวา” เขาสารภาพนัยน์ตาหวานฉ่ำ
“แหม สารภาพกันโต้งๆแบบนี้ ฉันก็ตั้งตัวไม่ทันสิคะ”
“คุณกับผมก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว ผมคิดกับคุณยังไงผมก็อยากบอกกับคุณตรงๆ แล้วผมก็อยากรู้ด้วยว่าคุณคิดยังไงกับผม”
“อืม...ฉันคิดว่า...ถ้าข้าวตูจะมีพ่อใหม่ คนคนนั้นก็น่าจะเป็นคุณค่ะ”
ณนนท์ดีใจ ดึงยี่หวาเข้ามากอดแนบแน่น ยี่หวาเอง
ก็ดีใจที่ต่างใจตรงกัน แต่ทันใดนั้นเอง ทั้งคู่ก็มีอันต้องผละออกจากกัน เมื่อได้ยินเสียงกระแอมของใครคนหนึ่ง
แขกที่ไม่ได้รับเชิญนั่นเอง วสันต์กับวัลลภาถือกระเป๋าเสื้อผ้ายืนหน้าตาถมึงทึงมองมา
“ดึกป่านนี้ ทำไมไม่เข้าไปคุยกันในบ้านล่ะค่ะ รึว่ากลัวชาวบ้านเขาจะไม่รู้ไม่เห็น” วัลลภาประชด
ณนนท์กับยี่หวาต่างก็กระดากและอึดอัดใจ วสันต์ก้าวมายืนข้างยี่หวาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ที่สุดณนนท์ก็ขอตัวกลับก่อน
ทันทีที่ณนนท์ออกรถไป วสันต์ถามยี่หวาด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ไม่พอใจ “มันมาทำไม”
“นี่มันบ้านของฉัน ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าพวกคุณมาทำไม” ยี่หวาไม่ชอบใจ เดินกลับเข้าบ้าน สองแม่ลูกรีบตามตื๊อ
“โธ่ยี่หวา อย่าใจร้ายใจดำไล่คนแก่ไปนอนข้างถนนเลย ฉันไม่มีที่ไปจริงๆ ความหวังเดียวในตอนนี้ก็มีแต่ความเมตตาของเธอนี่ล่ะจ้ะ”
“แหม...ตอนนี้ถึงกับพูดดีได้เลยเหรอคะ”
“อะไรกัน ฉันก็พูดดีกับเธอตลอดแหละ เคยพูดไม่ดีตรงไหน ไม่เค้ยไม่เคยเลยแม้แต่จะขึ้นเสียงให้ระคายหู ตกลงให้ฉันกับตาสันต์นอนที่นี่เถอะนะจ๊ะ”
“ถึงยังไงผมก็เป็นพ่อข้าวตู แม่ผมก็เป็นย่าของข้าวตู คุณจะปล่อยให้เราไปตกระกำลำบากได้ยังไง”
“ไม่ได้ค่ะ ยังไงก็ไม่ได้ คุณพาแม่คุณไปเช่าคอนโดฯอยู่แล้วกัน”
“แต่นี่มันดึกแล้วนะ จะให้ไปตระเวนหาโรงแรมที่ไหนพัก อีกอย่างฉันก็ไม่มีเงิน ไอ้ครั้นจะไปหาห้องพักรูหนูอยู่ก็ไม่ไหว ให้เราสองแม่ลูกอยู่ที่นี่ซักพักเถอะ พอเราหาที่อยู่ใหม่ได้ก็จะรีบย้ายออกไปทันที”
“แล้วถ้าหาไม่ได้ล่ะ พวกคุณไม่อยู่ที่นี่กันไปตลอดชีวิตเลยเหรอคะ”
เห็นแววว่าไม่สำเร็จ วัลลภากระซิบวสันต์ให้ใช้ไม้ตาย วสันต์จึงตะโกนเรียกข้าวตูให้มาช่วยพูดกับแม่
“นี่คุณจะตะโกนทำไม ลูกนอนแล้วนะ” ยี่หวาตวาด
“ก็คุณไม่ยอมให้ผมอยู่ที่นี่ ผมก็ต้องให้ลูกมาช่วยอ้อนวอนคุณสิ ให้มันรู้ไปว่าคุณจะใจดำกับพ่อของลูกได้ลงคอ...ข้าวตูๆๆ”
“ก็ได้...ฉันยอมให้พวกคุณอยู่ก็ได้ แต่แค่ชั่วคราวนะ พอได้ที่อยู่ใหม่พวกคุณต้องย้ายออกไป โอเคมั้ย”
“โอเคเลยจ้า...ไปลูก นำไปเลยห้องไหน แม่ง่วงนอนเต็มทีแล้ว”
วัลลภากับวสันต์ดี๊ด๊าหิ้วกระเป๋าเดินขึ้นบ้านอย่างไม่เกรงใจ ยี่หวามองตามพลางส่ายหน้าหนักใจ
ooooooo
ออกจากบ้านยี่หวามาแล้ว ณนนท์ยังไม่ได้กลับบ้านตัวเอง แต่ขับรถไปจอดหน้าบ้านเอนิตา แล้วโทร.ตามให้เธอลงมาคุยธุระสำคัญ
ณนนท์กลัวว่าวสันต์จะมาขอคืนดีกับยี่หวา จึงตัดสินใจทำอะไรบางอย่างก่อนที่จะสายเกินไป แต่พอเขาเอ่ยปากกับเอนิตา ปรากฏว่าเธอตกใจ แผดเสียงด้วยความโมโห
“อะไรนะ จะขอหย่า!”
“นิตา...ยอมรับความจริงเถอะว่าเวลาของเรามัน
หมดแล้ว”
“เพราะยี่หวาใช่มั้ย?”
“มันเป็นเรื่องของเราสองคน ไม่เกี่ยวกับคนอื่น”
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ตลอดเวลาคุณเป็นฝ่ายขอร้องฉันมาตลอดว่าไม่ให้หย่าเพื่อลูก แล้วนี่อะไร คุณรักมันใช่มั้ย ทั้งๆที่มันยังมีผัวเก่าคาอยู่ทั้งคน”
“เขาไม่มีอะไรกันแล้ว”
“แน่ใจ? คุณไม่คิดเหรอบางทีนังนั่นอาจจะสำออยออเซาะ สวมบทนังวันทองสองใจอยู่ก็ได้”
“หยุดเลย ยี่หวาไม่เหมือนคุณ ก่อนจะว่าใครหัดดูตัวเองซะก่อน”
“คุณนั่นแหละหยุด แล้วก็ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ถ้าเรื่องหย่า ฉันไม่คุยอะไรด้วยทั้งนั้น”
เอนิตาโมโหฉุนเฉียวจนณนนท์ต้องเป็นฝ่ายตัดปัญหาเดินเลี่ยงออกไป เอนิตาคว้าหมอนอิงเขวี้ยงใส่หลังเขา...แล้วประกาศกร้าว
“หัวเด็ดตีนขาดยังไงฉันก็ไม่ยอมหย่าเด็ดขาด ไม่มีวัน!”
ooooooo
วสันต์ตื่นมาทำอาหารเช้าอย่างตั้งอกตั้งใจ บุญ- เลื่องกับยาหยีลงมาเห็นแทบไม่เชื่อสายตา พอเขาเสิร์ฟขึ้นโต๊ะให้ทุกคน สองแม่ลูกก็ป้องปากเม้าท์กันอย่างไม่ไว้ใจ กลัววสันต์จะใส่ยาพิษในอาหาร
ข้าวตูตักอาหารกินเป็นคนแรก พูดชมเสียงดังว่าพ่อทำอร่อยมาก แล้วชวนยาย น้า แม่ มากินกันเร็ว แต่บุญเลื่องกับยาหยียังดูกังวล ซึ่งวสันต์มองออก เอ่ยขึ้นว่า
“วางใจเถอะครับ ผมมาดี ไม่มียาพิษหรอก วสันต์คนเดิมตายไปแล้ว นี่เป็นรุ่นปรับปรุงใหม่ ลิมิเต็ดอิดิชั่น”
“พิษเยอะกว่าเดิมใช่มั้ย”
“โธ่ คุณแม่ครับกรุณามองผมในแง่ดีบ้างสิครับ”
“คุณยายอย่าว่าคุณพ่อสิครับ คุณพ่อมานั่งทานข้าวข้างคุณแม่เร็ว...มาเลย”
“ขอบใจนะลูกที่เข้าใจพ่อ”
พอวสันต์ลงนั่งข้างยี่หวา บุญเลื่องก็วางช้อน บอกกินไม่ลง ยาหยีก็เช่นกัน เดินตามแม่ไปด้วย วสันต์หน้าจ๋อย พูดกับยี่หวาอย่างน่าสงสารว่า “คุณจะไปอีกคนก็ได้นะ”
ยี่หวาทำท่าจะลุกไป แต่ข้าวตูรีบดึงมือไว้เสียก่อน “แม่ไม่ไปหรอกครับพ่อ ข้าวตูดีใจจังที่วันนี้เราได้กินข้าวกันพร้อมกันสามคน เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ไปส่งข้าวตูที่โรงเรียนด้วยนะครับ”
ขณะที่วสันต์สร้างความอึดอัดลำบากใจให้ยี่หวาอยู่นั้น เอนิตาก็กำลังมุ่งหน้ามาบ้านณนนท์พร้อมกระเป๋าสัมภาระใบใหญ่
ทุกคนในครอบครัวกำลังกินอาหารเช้าอย่างเอร็ดอร่อย มีอันต้องสะดุดหยุดลงเมื่อเอนิตาหิ้วกระเป๋าโผล่เข้ามาเซอร์ไพรส์ ไข่ตุ๋นดีใจวิ่งตื๋อไปหาแม่ ขณะที่คนอื่นๆทำหน้าเหม็นเบื่อไปตามกัน
“คุณแม่มาแล้ว คุณแม่มาอยู่กับไข่ตุ๋นจริงๆด้วย”
“ไข่ตุ๋นดีใจมากใช่ไหมจ๊ะที่แม่มา แม่มาคราวนี้จะมาอยู่ด้วยนานๆ ให้ไข่ตุ๋นหายคิดถึงเลยดีมั้ย”
“ดีค่ะ”
“แต่ไม่รู้ว่าคุณพ่อเขาจะอนุญาตให้แม่อยู่ด้วยรึเปล่าน่ะสิ”
“คุณพ่อต้องอนุญาตอยู่แล้วล่ะค่ะ จริงมั้ยคะคุณพ่อ”
ณนนท์หน้านิ่งไม่ตอบ ชำเลืองมองเอนิตาที่ส่งยิ้มหวานมา
“ผมขอตัวก่อนนะครับ วันนี้มีประชุม ไข่ตุ๋นไปโรงเรียนได้แล้วครับ”
เท่งถามณนนท์ทำไมอิ่มเร็วนัก สุดยอดสบโอกาสแดกดันเอนิตาว่า สงสัยพี่นนท์จะเอียน เอนิตาทำหน้าดุใส่สุดยอด แล้วแถไปคว้าแขนณนนท์ที่กำลังจะออกจากบ้าน
“จะรีบไปไหนคะนนท์ รอก่อนสิ นิตาอยากไปส่งลูกด้วย”
“ไชโย คุณแม่จะไปส่งไข่ตุ๋นที่โรงเรียน”
เอนิตาแย่งกระเป๋าไข่ตุ๋นจากมือณนนท์มาถือเอง
ณนนท์เดินนำไปไม่พูดไม่จา เอนิตารั้งท้าย แล้วเหมือนนึกอะไรได้ หันกลับมากรีดเสียงว่า
“ฝากยกกระเป๋าให้ด้วยนะจ๊ะน้องยอด เอาไว้บนห้องนนท์นั่นแหละ”
สุดยอดมองตามแล้วถอนใจเฮือก บ่นสงสารพี่ชาย ทุกอย่างเกือบจะดีอยู่แล้วเชียว ไม่รู้ยายนี่จะกลับมาทำไม?
“ทำไงได้ล่ะ สงสัยชีวิตจะยังไม่หมดกรรม ก็คงต้องกรรมใครกรรมมันแล้วล่ะยอด” เท่งพูดปลงๆ
ooooooo
ครอบครัวข้าวตูกับไข่ตุ๋นเดินมาคนละด้าน เจอกันพอดีที่หน้าประตูโรงเรียน เด็กสองคนโผเข้าหากันด้วยความดีใจ ณนนท์กับยี่หวาต่างก็สีหน้าเก้อๆ เพราะวสันต์และเอนิตาที่ติดสอยห้อยตามมาด้วยแสดงความเป็นเจ้าของออกนอกหน้า
“ไข่ตุ๋นรู้มั้ย วันนี้เรามีความสุขที่สุดเลย พ่อเราทำข้าวเช้าให้กินด้วย”
“เราก็เหมือนกัน แม่เราจะกลับมาอยู่กับเราแล้วนะ”
ณนนท์มองยี่หวาอย่างกระอักกระอ่วนใจ แต่วสันต์แอบขยิบตาให้เอนิตาด้วยความสะใจ
“แล้วดีใจมั้ยลูก ที่พ่อกับแม่จะได้มาอยู่ด้วยกันอีก”
“ดีใจสิคะ ดีใจที่สุดเลยค่ะคุณแม่”
“ถ้าอย่างนั้นกังฟูก็ล้อเราไม่ได้แล้วเนอะ ว่าเราเป็นพวกครอบครัวแตกแยก”
“ใช่ ครอบครัวเราไม่แตกแยกแล้ว”
“ข้าวตูเข้าไปหากังฟูก่อนนะครับ”
“ไข่ตุ๋นก็เหมือนกันค่ะ บ๊ายบายนะคะ”
เด็กสองคนวิ่งเริงร่าเข้าโรงเรียน ยี่หวาหมดความอดทนกับการสร้างภาพให้ลูกเห็น เดินผละออกไปทันที พอณนนท์ขยับตัว เอนิตารีบกระชับแขนเขาไว้แน่น ขณะที่วสันต์ก็เดินมาดักหน้าเขาไว้ด้วย
“พอลับหลังลูกก็จะมาตีท้ายครัวผมเลยเหรอ ไม่คิดเลยนะว่าคุณจะเป็นพวกชอบทำครอบครัวคนอื่นเขาแตกแยก”
“ผมว่าคุณควรคิดก่อนพูดนะ คนที่คุณพูดถึงคือตัวคุณไม่ใช่ผม แล้วผมก็ไม่ได้เดินตามใครด้วย แต่จะไปที่รถต่างหาก รถผมจอดอยู่ตรงโน้น”
วสันต์หน้าเจื่อน ยอมหลีกทางให้ ครั้นณนนท์คล้อยหลังไป เอนิตาก็แสยะยิ้มสะใจ ย้ำเตือนวสันต์ว่า
เขาทำดีแล้ว ท่องเอาไว้ ต่อไปนี้ความร้าวฉานจะเป็นงานของเรา...
ยี่หวากลับเข้ามาในร้านด้วยความรู้สึกอ่อนล้าทั้งกายใจ อีกครู่หนึ่งณนนท์ตามเข้ามา แล้วต่างคนก็โผเข้ากอดกัน ความรู้สึกของทั้งคู่ถูกกดดันเศร้าหมองไม่แตกต่างกัน
“ผมขอโทษ...ผมไม่รู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็ต้องขอโทษคุณด้วยเหมือนกัน”
“ทำไมเราสองคนต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วย มันเกือบจะจบอยู่แล้ว ถ้าผมใจแข็งกว่านี้”
“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ไม่ใช่คุณเท่านั้น ฉันเองก็ทำไม่ได้ ฉันนี่มันแย่จริงๆ เมื่อคืนฉันควรจะปฏิเสธวสันต์ แต่ฉันก็ทำไม่ได้เมื่อนึกถึงหน้าข้าวตู”
“ยี่หวาครับ...ต่อให้เราอยู่ด้วยกันไม่ได้แต่เราก็ยังรักกันได้ใช่มั้ย ผมจะรักคุณตลอดไป”
“ณนนท์...” ยี่หวาซาบซึ้งใจจนน้ำตาซึม
“ไม่เป็นไรนะ...ไม่เป็นไร คุณยังมีผมอยู่ใกล้ๆเสมอ ผมจะคอยดูแลอยู่ข้างๆคุณตลอดไป ไม่ว่าเราสองคนจะอยู่ในสถานภาพไหนก็ตาม”
สองคนกอดกันแน่น...เหมือนสัญญาว่าจะดูแลกันตลอดไป
ooooooo
เข้ามาร่วมชายคาได้ไม่เท่าไหร่ วัลลภาก็ออกลายเสียแล้ว เธอนัดขาไพ่มาตั้งวงอย่างไม่เกรงใจเจ้าของบ้าน เป็นเหตุให้ยาหยีทนไม่ไหวถึงกับโทร.ไปแจ้งตำรวจให้มาจับ
วัลลภาและพลพรรควิ่งหนีอลหม่าน แต่ก็ไม่รอดมือตำรวจ ถูกควบคุมตัวขึ้นรถกระบะทั้งหมด โดยมี
บุญเลื่องกับยาหยียืนมองอย่างสะใจ
“คนใจร้าย ทำกันได้ลงคอ คอยดูนะ ฉันจะกลับมาแก้แค้นแกคอยดู” วัลลภาตะโกนอาฆาต บุญเลื่องกลัวซะที่ไหน ลอยหน้าตอบโต้ท้าทาย
“จ้ะ...ฉันจะคอย แต่ตอนนี้เอาตัวเองให้รอดก่อนก็แล้วกันนะคะ”
“ฮึ๊ย! คนเขาบอกไม้ล้มอย่าข้าม ถ้าฉันออกมาได้ฉันจะมาจัดการแกจริงๆ ฉันสาบาน”
“คุณตำรวจฟังไว้นะคะ เขาข่มขู่พยาน อย่าปล่อยให้ออกมาง่ายๆเชียวนะคะ” ว่าแล้วยาหยีก็ยิ้มเย้ย...วัลลภาโกรธสุดๆ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกร้วมๆ
ตกค่ำ วสันต์กลับมาเห็นบุญเลื่องกับยาหยีดูทีวีหัวเราะกันคิกคัก เขาพยายามทำตัวกลมกลืนเดินเข้าทัก
“หัวเราะอารมณ์ดีกันเชียวนะครับ มีอะไรขำเหรอครับ”
“เรื่องขำของฉันสองคนน่ะ แต่สำหรับคนอื่นอาจจะขำไม่ออก”
“แหม...ลึกลับจัง ชักอยากรู้แล้วสิ”
“เดี๋ยวก็รู้ค่ะ”
“แล้วนี่แม่ผมไปไหน ออกไปข้างนอกรึเปล่า”
บุญเลื่องกับยาหยีมองหน้ากันขำๆ วสันต์เริ่มรู้สึกผิดสังเกต พลันโทรศัพท์มือถือตัวเองดังขึ้น วัลลภานั่นเองที่โทร.มา...วสันต์ตกใจหน้าซีดหน้าเสียเมื่อรู้ว่าแม่ถูกจับอยู่สถานีตำรวจ
บุญเลื่องกับยาหยีขี้เกียจสาธยาย แกล้งหาวแล้วชวนกันขึ้นนอน ปล่อยให้วสันต์แก้ปัญหาเอาเอง
“ปัดโธ่เอ๊ย! หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ผมจะเอาเงินที่ไหนไปประกันตัวล่ะครับ” วสันต์บ่นหน้านิ่วคิ้วขมวด พอดีเอนิตาโทร.เข้ามาเป็นสายซ้อน “แค่นี้ก่อนนะครับแม่ มีสายเข้า...ไม่ได้ไปไหน ก็จะหาเงินไปประกันแม่นั่นแหละ รอก่อนแล้วกัน”
วสันต์รีบไปพบเอนิตาที่ผับแห่งหนึ่ง เจอหน้ากันก็ทำกรุ้มกริ่มใส่เธอทันที “เรียกผมมาดึกๆดื่นๆมีอะไรหรือครับ หรือว่า...คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ”
“เงียบเลยนะ คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ด้วย”
“อารมณ์ไม่ดีหรืออารมณ์ค้างกันแน่”
“คุณเลิกลามกสักทีเถอะ เป็นงานเป็นการหน่อยได้มั้ย”
“ก็ได้ๆ ถ้างั้นมีอะไรล่ะ บอกมาสิ”
“เมื่อวานณนนท์มาขอเลิกกับฉัน เขาจะไปเริ่มต้นใหม่กับเมียคุณ”
“เมียผม...คนไหนล่ะ”
“ขอร้องล่ะ อย่ามากวนประสาทฉันตอนนี้เลย คุณมีเมียกี่คนกัน...นังยี่หวาไงล่ะ”
“นึกแล้ว ทำไมแทงบอลไม่ถูกแบบนี้นะ”
“คุณจะว่ายังไง”
“เรื่องอะไรจะยอม ผมกำลังกล่อมให้ยี่หวาขายที่ ขืนผัวคุณได้เมียผมไปก็เอาขุมทรัพย์ผมไปด้วยน่ะสิ”
“เราหัวอกเดียวกัน ณนนท์ก็เป็นขุมทรัพย์ของฉันเหมือนกัน เรื่องนี้ฉันถึงยอมไม่ได้”
“แล้วจะให้ผมทำยังไง”
“ทำแบบที่เราทำอยู่นี่แหละ อยู่เป็นก้างขวางคอ ห้ามเซ็นใบหย่าเด็ดขาด ฉันอยากรู้นักว่าเมียคุณกับผัวฉันจะไปได้สักกี่น้ำ”
“ไม่มีปัญหา ผมทำตามคุณทุกอย่าง ผมขออย่างเดียว”
“อะไร”
“ขอเบิกค่าแรงก่อนได้มั้ย”
“เฮ้อ ฉันนี่ดวงมันซวยจริงๆ เพิ่งหนีเสือตัวเป้งๆอย่างไอ้พีทมา ดั๊นมาเจอจระเข้ละโมบอย่างคุณอีก”
“ขอบคุณครับที่ชม เอาน่าหยวนๆ แล้วคุณค่อยไปถอนทุนคืนกับผัวคุณ ตอนนี้ผมมีเรื่องต้องใช้เงินด่วน”
เอนิตาหน้าตึงไม่พอใจ แต่ก็ควักกระเป๋าควานหาเงินให้
ooooooo










