สมาชิก

ลิขิตเสน่หา

ตอนที่ 10

แล้วแผนการของยาหยีก็เริ่มขึ้นในช่วงสายๆของวันรุ่งขึ้น วสันต์กับวัลลภาสีหน้าแช่มชื่นเข้ามาในร้านอาหาร แต่พอเห็นยาหยีมาคนเดียวก็ชะงักไปเล็กน้อย

“อ้าว แล้วยี่หวาล่ะ”

“นั่นน่ะสิ ไอ้เราก็รีบมาเห็นเมสเสจนัดมาเจอ นึกว่าจะตกลงเรียบร้อยแล้ว”

“พี่ยี่หวากับแม่ให้ฉันมาเป็นตัวแทนเจรจา ไม่ต้องห่วงนะคะ ฉันมีอำนาจตัดสินใจ วันนี้ทุกอย่างเรียบร้อยแน่”

“ดีแล้วจ้ะ พูดกันง่ายๆอย่างนี้ฉันชอบ”

“ไปนั่งคุยให้เป็นเรื่องเป็นราวดีกว่าค่ะ ฉันจองโต๊ะไว้แล้ว”

ยาหยีเดินนำสองแม่ลูกไปนั่งโต๊ะที่เตรียมไว้ โดยอ้อมไปไม่ให้เห็นสุดยอดที่นั่งรอเพิร์ลลี่กับชม้อยอยู่อีกโต๊ะใกล้กัน พอสองแม่ลูกนั่นมา สุดยอดก็จัดแจงให้มานั่งเงียบๆ คอยฟังยาหยีพูดคุยกับวสันต์และวัลลภา

“ตกลงว่าคุณแม่และยี่หวายอมขายที่ช่วยเหลือพวกเราแล้วใช่มั้ย” วสันต์เปิดฉาก

“ก็ทำนองนั้น แต่พวกคุณต้องตอบคำถามฉันมาก่อน”

“อยากรู้อะไรล่ะ ถามมาได้เลย” วัลลภาเปิดไฟเขียวเต็มที่ และก็ตอบความจริงทุกอย่าง ทั้งเรื่องเป็นหนี้สิบล้าน และเมื่อเร็วๆนี้ก็ไปโกหกพกลมขอยืมเงินชม้อยมาได้ก้อนหนึ่ง

“อ้าว ก็ไหนบอกว่าทำธุรกิจอสังหาฯออกใหญ่โตไม่ใช่เหรอคะ”

“โอ๊ย ทำอะไร ไปเอาเงินมาจากไหน ฉันก็เม้าท์มอยไปอย่างนั้นแหละ คนมีบุญก็ยังงี้แหละพูดอะไรคนก็เชื่อ แม้แต่เพชรพลอยที่ใส่ก็ของปลอมล้วนๆมันก็ยังเชื่อ”

“อ้าว แล้วพี่วสันต์ไม่ทำงานอะไรเป็นหลักเป็นแหล่งพอที่จะมีรายได้เข้ามาบ้างเลยเหรอคะ”

“โอ๊ย...รายนี้ยิ่งแล้ว ถ้ามันทำมาหากินเก่ง ฉันคงไม่ต้องตีกรรเชียงหนีหนี้กันขนาดนี้หรอก ความจริงก็คือมันไม่ทำอะไรเลย”

“คุณแม่พูดอย่างนี้ผมเสียหายหมด ผมน่ะเป็นที่ปรึกษา...” วสันต์จะแย้ง แต่แม่โบกมือห้ามเสียก่อน

“หยุดเหอะ วันนี้ต้องเอาความจริงมาพูดกัน เขาจะได้สงสารเห็นใจให้เงินเรา ยังไงความจริงคือสิ่งไม่ตายอยู่แล้ว”

“แต่วันนี้คุณจะได้รู้ว่าความจริงคือสิ่งที่จะทำให้คุณตาย!”

ขาดคำของยี่หวา ชม้อยที่อดทนฟังมานานก็ลุกพรวดขึ้นแผดเสียงด้วยความเจ็บแค้นใจ

“ใช่! มันตายแน่ พวกแกกล้าดียังไงมาหลอกเงินฉัน วันนี้อย่าหวังจะได้กลับบ้านกันในสภาพปกติเลย ต้องพิการสถานเดียว”

วัลลภากับวสันต์ตะลึงตะไล รู้ว่าตัวเองถูกหลอกก็แทบเอาตัวไม่รอด รีบเผ่นแผล็วออกไปโดยมีชม้อยวิ่งไล่กวดพลางร้องด่าอย่างไม่อายผู้คน

สองแม่ลูกหนีกลับไปกบดานอยู่ในบ้าน ชม้อยก็ยังเอาโทรโข่งมายืนด่าประจานหน้าบ้านอีก การกระทำของแม่ทำให้เพิร์ลลี่อับอายผู้คนแทบแทรกแผ่นดินหนี ส่วนวสันต์กับวัลลภาในบ้านก็หูแทบแตก โมโหชม้อยสุดๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากแอบด่าอยู่ไปมา

ooooooo

เช้าวันใหม่ ยี่หวาเอาข้าวตูในชุดนักฟุตบอลมาส่งให้ณนนท์ช่วยฝึกซ้อม ส่วนณนนท์ก็ฝากฝังไข่ตุ๋นไว้กับยี่หวา ถือเป็นการแลกลูกกันชั่วคราว

ณนนท์กับสุดยอดและเท่งพาข้าวตูไปเช่าสนามฟุตบอลฝึกซ้อม ในขณะที่ยี่หวากับยาหยีก็สอนรำไทยให้ไข่ตุ๋นอยู่ที่บ้าน สองพี่น้องมุ่งมั่นตั้งใจมากจะให้ไข่ตุ๋นเข้าประกวดด้วยการรำไทย แต่ทำไปทำมาก็ต้องล้มเลิกเพราะไข่ตุ๋นกระโดกกระเดกเกินหญิง ฝึกเท่าไหร่ก็ไม่เข้าท่าสักที

ที่สุดก็ต้องเปลี่ยนเป็นเล่นมายากล แบบนี้ค่อยเข้าทางไข่ตุ๋น เด็กหญิงไหวพริบดีฝึกซ้อมไม่นานก็ผ่านฉลุย แต่เด็กชายข้าวตูนี่สิยังแย่ ไม่มีทักษะเอาเสียเลย พวกณนนท์พยายามอย่างมากที่จะสอนข้าวตูเล่นฟุตบอล ทำไปทำมาเท่งก็แทบเดี้ยง เจ็บปวดสะโพกไปหมด เดือดร้อนณนนท์กับสุดยอดต้องประคับประคองพากลับบ้าน

ไข่ตุ๋นเห็นสภาพปู่เดินกระโผลกกระเผลกก็อดขำไม่ได้ แต่พอปู่ พ่อ และอา รุมถามไข่ตุ๋นว่าตกลงจะแสดงอะไรวันประกวด ไข่ตุ๋นกลับยิ้มเจ้าเล่ห์ ขออุบไว้ก่อน แต่รับรองว่าต้องเจ๋งสุดๆ

ooooooo

ภูมิชายแวะมาหายี่หวาที่ร้านต้นไม้ก่อนจะชวนเธอไปกินอาหารกลางวันด้วยกันจนได้ ขณะทั้งคู่เดินเข้าไปในร้านอาหาร ไม่นึกว่าจะเจอณนนท์นั่งกินอยู่กับลูกน้อง

ทันทีที่เห็นกัน ณนนท์กับยี่หวาต่างก็หน้าเจื่อน ภูมิชายสังเกตสีหน้ายี่หวานิดหนึ่งก่อนปั้นยิ้มเดินไปทักทายณนนท์

“อ้าวคุณณนนท์ บังเอิญจังเลยนะครับ มาร่วมโต๊ะด้วยกันมั้ยครับ ทานด้วยกันหลายคนสนุกดี”

“ไม่หรอกครับ เชิญคุณกับคุณยี่หวาตามสบายดีกว่าครับ”

“ไม่ต้องเกรงใจนะครับ คุณเป็นเพื่อนคุณยี่หวาก็เหมือนเป็นเพื่อนผมเหมือนกัน ทานด้วยกันได้ครับ”

“ไม่เป็นไรจริงๆครับ ผมกับลูกน้องจวนจะอิ่มแล้ว กำลังจะกลับพอดี”

ณนนท์หันไปคุยกับลูกน้องต่อ ยี่หวามองณนนท์ด้วยความไม่สบายใจ บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเพราะอะไร แต่ไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้เลย

กระทั่งอีกครู่หนึ่ง เธอเดินไปเจอณนนท์ที่หน้าห้องน้ำ ท่าทางเขาดูนิ่งๆเย็นชาชอบกล ยิ่งเพิ่มความไม่สบายใจให้เธอ จนต้องเอ่ยปากบอกเขาว่า

“ฉันแค่มาทานข้าวกับคุณภูมิชายเขาเฉยๆ ไม่มีอะไรนะคุณ”

“คุณไม่ต้องบอกผมก็ได้ ผมไม่มีสิทธิไปว่าคุณอยู่แล้วนี่”

“คุณโกรธฉันเหรอ”

“ผมจะไปโกรธคุณเรื่องอะไร เข้าใจผิดแล้ว”

“แต่น้ำเสียงท่าทางของคุณมันฟ้องว่าคุณโกรธฉัน”

“งั้นคุณก็ตีความหมายผิดแล้ว คุณจะไปไหนมาไหนยังไงกับใคร มันก็เรื่องของคุณ ผมจะโกรธคุณได้ยังไง”

“โอเค ฉันคงเข้าข้างตัวเองมากไป ขอโทษนะ” เธอหันหลังเดินไปด้วยความน้อยใจ แต่เดี๋ยวเดียวก็ต้องหันกลับมาเมื่อได้ยินเขาพูดว่า

“ผมไม่ได้โกรธ แต่ผมหึงคุณ...ผมยอมรับว่าผมหึงคุณที่คุณมากับคุณภูมิชาย แต่...อายุผมก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ลูกก็มีแล้ว จะให้แสดงออกอะไรมากได้ล่ะ”

“บ้า...แล้วมาพูดตรงนี้ ไม่แสดงออกเลยนะ”

ณนนท์ยิ้มเขินๆ ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน...ภูมิชายแอบดูด้วยความอิจฉา ยิ่งยี่หวามีใจให้กับณนนท์ก็ยิ่งอยากเอาชนะ

ooooooo

สุดยอดพาไข่ตุ๋นมาที่บ้านบุญเลื่องเพื่อฝึกซ้อมมายากลโดยมียาหยีควบคุมดูแล ไข่ตุ๋นมุ่งมั่นตั้งใจและทำได้ดีจนได้รับเสียงปรบมือจากทุกคน โดยเฉพาะยาหยีที่ชมกึ่งล้อว่า

“เก่งมากจ้ะ แหม พอไม่ต้องรำล่ะก็คล่องเชียวนะ”

“ก็ไข่ตุ๋นชอบนี่คะ”

“งั้นก็เหลือแค่หาชุดสวยๆให้ไข่ตุ๋นใส่ประกวดก็พอใช่มั้ย” สุดยอดถาม

“ใช่ แต่ต้องเลือกให้มันดีๆ อย่าเอาอะไรประหลาดๆมาให้ไข่ตุ๋นใส่ล่ะ”

“ผมรู้น่ะคุณ ไม่บ้าจี้เอาชุดบ้าๆบอๆมาให้หลานตัวเองใส่หรอก”

พักยกการซ้อม บุญเลื่องทำราดหน้าให้ทุกคนกิน แต่ไม่ทันจะลงมือก็ได้ยินเสียงออดหน้าบ้านดัง ยาหยีเดินออกไปดูก็พบว่าก้องยืนถือกระเช้าของฝากอยู่หน้ารั้ว

“สวัสดีค่ะพี่ก้อง หาบ้านหยีเจอได้ไงคะเนี่ย”

“อย่าลืมสิครับ ว่าเราเป็นคู่โซลเมทกัน ถึงจะห่างกันแค่ไหนก็หากันเจออยู่แล้ว”

“เกือบเคลิ้มนะคะเนี่ย โทร.ไปถามที่บริษัทพี่ยิ่งมาล่ะสิ”

“ทีหลังแกล้งทำเป็นรู้ไม่ทันบ้างก็ดีนะครับ...นี่ครับ ของฝากจากฟาร์ม เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ผมกำลังออกตระเวนให้พวกเพื่อนๆช่วยชิมกัน ชอบไม่ชอบยังไงก็บอกได้นะครับ”

“ขอบคุณมากค่ะ เชิญเข้ามาข้างในก่อนสิคะพี่ก้อง แม่หยีเพิ่งทำราดหน้าเสร็จ จะได้ทานด้วยกัน”

“ลาภปากเลยครับ”

ก้องกำลังจะเข้ามา แต่พอเห็นสุดยอดยืนหน้าหงิกอยู่ที่หน้าประตูบ้านก็ชะงักกึก

“สงสัยผมคงจะอดกินแล้วล่ะครับ เอาไว้คราวหน้าละกันครับคุณหยี ผมไปก่อนนะครับ ต้องตระเวนเอาของไปแจกอีกหลายที่”

ก้องเดินเลี่ยงกลับไปที่รถของตนก่อนจะขับออกไป ยาหยีแปลกใจ แต่พอหันกลับมาเห็นสุดยอดยืนอยู่ก็ถึงบางอ้อทันที สุดยอดทำไม่รู้ไม่ชี้ เดินกลับเข้ามาในบ้าน

“พูดก็ไม่พูด แต่ทำหวงก้างอยู่ได้ จะเอาไงเนี่ย” ยาหยีแอบบ่น

ooooooo

ความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างมากของไข่ตุ๋นทำให้ณนนท์แอบคิดแอบหวังว่าลูกอาจจะชนะการประกวดพรีเซ็นเตอร์ขนมอบกรอบ แต่หารู้ไม่ว่าความหวังความฝันของไข่ตุ๋นกำลังจะพังทลาย เพราะฝีมือแม่แท้ๆของตัวเอง

วันงานซึ่งณนนท์เป็นผู้จัด และเอนิตาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน ก่อนเริ่มงานณนนท์แอบเห็นเอนิตายืนคุยกับแม่ของกังฟู โดยมีกังฟูยืนมองตาปริบๆอยู่ด้วย

“คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ ยังไงน้องกังฟูก็ชนะชัวร์ ดิฉันรับรองค่ะ”

“ขอบคุณค่ะ ถ้าลูกดิฉันชนะ เงินรางวัลหารสอง ส่วนค่าตัวพรีเซ็นเตอร์ คุณแม่ก็เอาไปเลยสามสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ”

“อุ๊ย คุยกันง่ายอย่างงี้ดีค่ะ นิตาชอบ”

“แม่ครับ แบบนี้เราก็ขี้โกงน่ะสิครับ ครูสอนว่าเราต้องเป็นคนดี ซื่อสัตย์ ไม่คดโกงใครนะครับ”

ผู้ใหญ่ทั้งสองยิ้มค้างไปทันที ตอบเด็กไม่ถูกเหมือนกันเพราะทำผิดซะเอง

“รีบเข้าไปข้างในเถอะลูก อยู่ตรงนี้แดดมันร้อน” แม่รีบตัดบทจูงลูกชายตัวน้อยจากไป ณนนท์ไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอะไรกัน แต่ท่าทางเอนิตาอารมณ์ดีเหลือเกิน

“นิตา...คุณคุยอะไรกับแม่เด็กน่ะ คุณเป็นกรรมการตัดสินนะ คงไม่ทำอะไรทุเรศๆใช่มั้ย”

เอนิตาหน้าเสีย รีบทำโมโหกลบเกลื่อน “นี่คุณคิดว่าฉันจะซูเอี๋ยกับแม่เด็กเหรอ ดูถูกกันมากไปแล้วนะนนท์ เขาเป็นแม่ของเพื่อนยัยไข่ตุ๋น เขาเข้ามาทัก ฉันก็คุยด้วยตามมารยาท”

“ขอโทษ ผมไม่รู้”

เอนิตาสะบัดหน้าเดินฉับๆเข้าสตูดิโอไป โดยที่ณนนท์ ก้าวตามด้วยความโล่งใจ

ในสตูดิโอที่จัดงาน สุดยอดกับยาหยีเตรียมตัวพร้อมแล้วสำหรับการเป็นพิธีกร ส่วนนัทกับว่านที่มาช่วยจัดงานพอว่างปุ๊บก็หาโอกาสจีบวุ้นกับก้อยเพื่อนสาวของยาหยีอยู่ร่ำไป ฝ่ายสุดยอดที่มีใจให้ยาหยีแต่ไม่กล้าจีบตรงๆ แต่ชอบแสดงความหึงหวงเวลาก้องมาเกาะแกะยาหยี

วันนี้ก็เช่นกัน ก้องมาให้กำลังใจยาหยีและถูกสุดยอดแขวะเข้าให้อีก เจอแบบนี้บ่อยเข้าก้องก็แน่ใจว่าสุดยอดชอบยาหยี และยาหยีเองก็ดูเหมือนจะมีใจเสียด้วย ก้องจึงวางแผนกับยาหยีเล่นละครเพื่อพิสูจน์ความจริง โดยสร้างเรื่องให้เหมือนว่าก้องทำยาหยีท้องแล้วไม่รับผิดชอบ พอสุดยอดได้ยินเข้าก็โมโหมากพรวดพราดเข้ามาจะทำร้ายก้อง

“อะไรของนายเนี่ย จู่ๆก็เข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียง จะบ้าเหรอ” ยาหยีโวยวาย สุดยอดหน้าแตกยับ อึกๆอักๆถามพวกเขาว่า ทำอะไรกันอยู่

“คุณหยีกำลังช่วยผมซ้อมละคร เพราะผมจะต้องเล่นละครการกุศลสะท้อนปัญหาสังคม ว่าแต่คุณเข้ามาทำไม”

สุดยอดเอ้ออ้าพูดไม่ออก ชี้ไปที่ยาหยี แถไปเรื่อย “ผมเข้ามาบอกเขาว่าจะได้เวลาแล้ว คุณเป็นพิธีกรคู่กับผมนะ หัดเตรียมตัวบ้างสิ ไม่ใช่เอาเวลาไปทำเรื่องส่วนตัวหมด” พูดเสร็จก็รีบชิ่งออกไปเพราะกลัวโดนด่า

“คราวนี้เชื่อผมรึยัง ว่าเขาหึงคุณหยีจริงๆ” ก้องเอ่ยปาก

“มันก็ยังไม่แน่หรอกค่ะ อีตาบ้านี่ไม่เห็นพูดอะไรเลย” ยาหยีเขินเก้ๆกังๆ ปากแข็งแต่ก็ไม่กล้าสบสายตาก้อง...

ooooooo

เอนิตาไม่รู้มาก่อนว่าไข่ตุ๋นก็เข้าประกวดแข่งขันกับเขาด้วย เธอเริ่มใจไม่ดีเมื่อเห็นไข่ตุ๋นแสดงมายากลได้ดีเป็นที่ชื่นชอบของกรรมการอีกสองคน ต่างจากกังฟูที่โชว์รำไท้เก๊กที่ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรนัก ส่วนเด็กคนอื่นๆก็แสดงความสามารถกันไปหลากหลาย แต่ละคนล้วนมีจุดอ่อนจุดด้อยด้วยกันทั้งนั้น

เพราะอยากได้ส่วนแบ่งเงินรางวัล เอนิตาในฐานะกรรม– การคนหนึ่งจึงเทคะแนนให้กังฟูเต็มที่ แต่ไม่ยอมให้คะแนนไข่ตุ๋นแม้แต่คะแนนเดียว ผลออกมากังฟูจึงเป็นผู้ชนะสมใจเธอ

เสร็จงาน แม่กังฟูรีบมาขอบอกขอบใจเอนิตา โดยไม่รู้ว่ายี่หวาแอบดูแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง

“แหม ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยให้กังฟูชนะ ตอนแรกที่เห็นลูกคุณเข้าประกวดด้วย ดิฉันนึกว่าจะไม่ชนะซะแล้ว”

“อุ๊ย ยัยไข่ตุ๋นก็ประกวดไปอย่างงั้นล่ะค่ะ แกอยากฝึกฝีมือ แม่เป็นกรรมการ พ่อเป็นคนจัดงาน ขืนให้ชนะมีหวังโดนลูกค้าด่าตาย”

“อย่างงี้นี่เอง งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ...เรื่องนั้นเดี๋ยวดิฉันโอนให้นะคะ”

“ขอบคุณค่า”

แม่กังฟูเดินเลี่ยงไป เอนิตากำลังจะเดินไปอีกทาง แต่ต้องชะงักเมื่อเจอยี่หวายืนตาเขียวปั๊ดอยู่

“ฉันนึกแล้วว่ามันแปลกๆ นี่คุณทำอย่างงี้กับลูกตัวเองได้ไง ยังมีความเป็นแม่เหลืออยู่รึเปล่า”

“ไม่ต้องมาสะเออะสอนฉันหรอกน่ะ ลูกฉัน...ฉันจะทำยังไงก็ได้ เธอเลี้ยงลูกตัวเองให้ดีก่อนเถอะ เอ๊ะ หรือว่าอยากจะเป็นแม่ของลูกฉันกันยะ แต่เสียใจนะ อย่างเธอก็เป็นได้แค่เมียน้อยเท่านั้นแหละ”

“เหมือนที่เธอเคยเป็นเมียน้อยของสามีฉันใช่มั้ยล่ะ”

เอนิตาแค้นจัดจ้องหน้าจะเอาเรื่อง แต่พอยี่หวาจ้องกลับก็ไม่กล้า ได้แต่สะบัดหน้าเดินจากไป ยี่หวาส่ายหน้ารู้สึกอ่อนใจกับเอนิตา และสงสารไข่ตุ๋นเหลือเกิน

ไข่ตุ๋นร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในห้องแต่งตัว พอยี่หวาเข้ามากอดปลอบ เด็กน้อยก็ยิ่งรำพึงรำพันด้วยความเสียใจ กลัวแม่ไม่รัก

“ไข่ตุ๋นแพ้ แม่ต้องไม่รักไข่ตุ๋นแล้วใช่ไหมคะ”

“ไม่มีพ่อแม่ที่ไหนไม่รักลูกหรอก ไข่ตุ๋นจะแพ้หรือชนะ แม่เขาก็ยังเป็นแม่ของไข่ตุ๋นเหมือนเดิมนะจ๊ะ”

“แต่แม่รักเด็กเก่งๆไม่ใช่เหรอคะ แม่ยังบอกเลยว่ากังฟูเก่งที่สุด น่ารักที่สุด แต่แม่ไม่เห็นเคยพูดอย่างงี้กับไข่ตุ๋นเลย”

“ถึงแม่เขาจะไม่พูด แต่แม่เขาก็รักไข่ตุ๋นนะ รักที่สุดในโลกเลยด้วย”

“น้ายี่หวารู้ได้ไงคะ”

“เพราะน้าก็เป็นแม่คนเหมือนกันนี่จ๊ะ สำหรับคนเป็นแม่แล้วไม่มีใครน่ารักไปกว่าลูกของตัวเองหรอกจ้ะ ไข่ตุ๋นรู้มั้ยว่าตอนที่ไข่ตุ๋นตกต้นไม้ แม่เขาห่วงไข่ตุ๋นมากเลยนะ คนเราถ้าไม่รักแล้วจะห่วงกันมากขนาดนั้นเหรอ”

“จริงเหรอคะ”

“จริงสิจ๊ะ น้ายี่หวาจะโกหกไข่ตุ๋นทำไม แล้วต่อไปไข่ตุ๋นก็ต้องห้ามคิดว่าแม่เขาไม่รักไข่ตุ๋นอีกนะ เพราะถ้าแม่เขารู้เข้า เขาจะเสียใจ”

“ค่ะ ไข่ตุ๋นสัญญา”

หลังปลอบโยนจนไข่ตุ๋นคลายเศร้าเสียใจได้บ้างแล้ว ยี่หวาก็ยังตามไปส่งถึงบ้าน และอยู่รอจนกระทั่งไข่ตุ๋นเข้านอน โดยให้แม่และน้องสาวพาข้าวตูกลับไปก่อน

กล่อมลูกหลับไปแล้ว ณนนท์ลงมานั่งคุยกับยี่หวาที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเครียดๆ

“ผมผิดเองที่ให้นิตาเป็นกรรมการ ลูกอุตส่าห์พยายามแทบตาย ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเขาทำลงไปได้ยังไง”

“เมื่อไม่กี่วันก่อนคุณยังเครียดอยู่เลย ว่าถ้าไข่ตุ๋นชนะแล้วคุณจะมีปัญหา ตอนนี้กลับสงสารลูกซะงั้น”

“จริงของคุณ ผมก็เอาแต่โทษคนอื่น ไม่รู้จักดูตัวเองซะบ้าง ยังไงผมก็ขอบคุณคุณมากนะ ที่คุณช่วยดูแลไข่ตุ๋น”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ ถือซะว่าตอบแทนที่คุณช่วยสอนบอลให้ข้าวตูก็แล้วกัน”

“แล้วถ้าผมสอนบอลเสร็จแล้ว คุณจะไม่ดูแลไข่ตุ๋นแล้วเหรอ”

“ก็...ไม่รู้สิคะ มันเรื่องของอนาคต ฉันยังบอกไม่ได้”

“งั้นก็แปลได้อีกอย่างว่าคุณก็พร้อมที่จะดูแลไข่ตุ๋นตลอดไป...ใช่มั้ยครับ”

ยี่หวาไม่ตอบแต่ยิ้มเขินๆ ณนนท์มองเธอด้วยสายตาเป็นประกายมีความหวัง

ooooooo

แก๊งทวงหนี้มาคุกคามวัลลภากับวสันต์อีกแล้ว คราวนี้พวกเขาขนข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างหมดเกลี้ยง แม้แต่ของใช้ส่วนตัวของวสันต์ก็ไม่เว้น สองแม่ลูกพยายามดักหน้าดักหลังห้ามปรามแต่ก็ไม่เป็นผล

“มันจะมากไปแล้วนะโว้ย” วสันต์โวยลั่นอย่างเหลือทน “พวกแกเอาของไปหมดบ้านฉันยังไม่พอ แม้แต่ที่นอนหมอนมุ้ง พวกแกก็ยังจะเอาอีกเหรอ”

“ช่วยไม่ได้ ก็พวกคุณไม่ยอมจ่ายดอกเอง มีอะไรเหลืออยู่พวกผมก็ต้องยึดทั้งนั้นแหละ”

“งั้นฉันจะแจ้งความ หนี้การพนันกฎหมายไม่รับรองอยู่แล้วโว้ย ถ้าพวกแกไม่ยอมหยุด ฉันจะให้ตำรวจมาลากคอพวกแกเข้าคุกให้หมดเลย”

“เอาเลย แต่ก่อนที่พวกผมจะเข้าคุก พวกคุณต้องเข้าไปอยู่ในโลงก่อน”

เขาไม่พูดเฉยๆ แต่เปิดชายเสื้อโชว์ปืนที่เอวด้วย เท่านั้นเองสองแม่ลูกก็กลัวจนหัวหด

“ไม่ต้องกลัวคุณนาย ผมก็แค่จะมาเตือนว่าบ้านหลังนี้ใกล้จะหลุดจำนองเต็มทนแล้ว ถ้าคุณนายยังไม่มีเงินมาคืนอีก ผมก็คงต้องยึด”

“นี่แม่เอาบ้านไปจำนองด้วยเหรอ แล้วอย่างงี้จะไปซุกหัวที่ไหนเนี่ย”

“แกจะโวยวายทำไม เงินที่ได้มาแกก็มีส่วนผลาญเหมือนกันล่ะน่า”

วสันต์อึ้งพูดไม่ออก วัลลภาเครียดสุดๆ ทั้งกลัวตายและเสียดายข้าวของแทบจะร้องไห้ออกมา

ooooooo

ชม้อยยังไม่หายเจ็บใจสองแม่ลูกลวงโลกอย่างวัลลภากับวสันต์ ขนาดว่าด่าประจานจนผู้คนได้ยินกันทั้งซอยก็ยังไม่หนำใจ วันนี้เข้ามาในบริษัทของยิ่ง ชม้อยจึงใส่สีตีไข่ฟ้องผ่านสื่อไปอีก โดยมีเพิร์ลลี่นั่งมองตาปริบๆอยู่ใกล้ๆ

“นั่นล่ะค่า...นังไฮโซนั่นแหละค่ะ นังของปลอม มันหลอกเงินคุณแม่ไปเป็นสิบๆล้านยังไม่พอ ยังคิดจะให้ลูกชายมันมาเต๊าะไข่เค็มคุณแม่ล้างหนี้อีก มันด่าทอ ตบตี จิกหัว ตีเข่าเขย่าศอก แต่คุณแม่ก็ไม่ยอมมันนะคะ ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงมันค้ำคออยู่...ใช่ค่า จัดเต็มไปเลยค่า”

เพิร์ลลี่รู้สึกอายจนทนไม่ไหว สะกิดแม่ให้เลิกสตรอ– เบอร์รี่เสียที แต่ชม้อยกลับทำเสียงเศร้าใส่นักข่าวไปคนละเรื่อง

“แค่นี้ก่อนนะคะ น้องเพิร์ลลี่สงสารคุณแม่จนทนไม่ไหว คุณแม่ขอตัวไปปลอบน้องเขาก่อนนะคะ” ชม้อยวางสายแล้วหันมาบ่นลูกสาว “อะไรอีกล่ะคะลูก แม่กำลังเม้าท์มอย กับนักข่าวมันส์ๆเลย”

“คุณแม่ไม่เม้าท์เว่อร์ไปหน่อยเหรอคะ ถ้าเรามีเป็นสิบๆล้านจริง เพิร์ลลี่จะมาแหวกโน่น เปิดนี่ โกยนั่น หกคะเมนตีลังกาทำกระฉอกให้คนเขาเห็นกันทั้งบ้านทั้งเมืองทำไมคะ”

“ก็มันจะได้ดังๆไงลูก ไหนๆก็ทวงหนี้ไม่ได้แล้ว ก็สร้างข่าวให้งานเข้ามันซะเลย จะได้ถอนทุนไงคะ”

“คุณแม่แน่ใจเหรอคะว่ามันจะดัง เพิร์ลลี่ว่าเราถูกหลอกแบบเนี้ย มีแต่คนเขาจะสมน้ำหน้าเอานะคะ”

“ใครเขาจะสมน้ำหน้า เราออกจะเป็นคนดีมีศีลธรรม เขาต้องสงสารเราสิคะลูก ไม่เอาละ คุณแม่โทร.ไปเม้าท์กับฉบับอื่นดีกว่า”

ชม้อยสาละวนกดโทรศัพท์มือถือ เพิร์ลลี่อ่อนใจเบือนหน้าหนีด้วยความเซ็ง ทันใดนั้นเองก็เห็นก้องหอบดอกไม้ช่อใหญ่เดินเข้ามา เธอมองตามเขาไปด้วยความสนอกสนใจ

มุมหนึ่งในบริษัท ว่านกับนัทเพื่อนหนุ่มของสุดยอดกำลังเจ๊าะแจ๊ะวุ้นกับก้อยเพื่อนสาวของยาหยี สุดยอดเห็นสองคู่สี่คนนั้นแล้วก็อดประชดด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้

“แหม หมู่นี้เห็นคุณวุ้นคุณก้อยบ่อยจังเลยนะครับ ท่าทางจะไม่ค่อยมีงานทำ”

“มีสิคะ วุ้นกำลังมาหาข่าวจากแหล่งข่าวชั้นดีอยู่นี่ไง”

“ส่วนก้อยก็โหวตให้คุณยอดไปตั้งเยอะ ตอนคุณยอดประกวดบ้านตะกายดาว”

“เอ๊ะ แล้วมันเกี่ยวอะไรกันครับ”

“เกี่ยวสิคะ เพราะก้อยเป็นหนึ่งในผู้มีบุญคุณของคุณ ถ้าสิ่งที่ก้อยทำไม่หนักหัวใครจนเกินไป ก็กรุณาหุบปากด้วยค่ะ”

สุดยอดสะดุ้งโหยงที่ก้อยเล่นแรง...พลันสายตาเหลือบไปเห็นก้องเดินเข้ามาพร้อมดอกไม้ช่อสวยในมือ เขาหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที พอได้ยินก้องถามหายาหยีว่ามาหรือยัง ก็ยิ่งขวางหูขวางตา ว่านจึงเป็นคนตอบคำถามก้องเสียเอง

“ยังครับ แล้วนี่คุณก้องรู้ได้ไงครับว่าวันนี้คุณหยีมีประชุม”

“ไม่แปลกอะไรไม่ใช่เหรอครับ ที่เราจะรู้เรื่องของคนที่เราสนใจ”

วุ้นกับก้อยกรี๊ดพร้อมกัน คำพูดก้องโดนใจสุดๆ แต่ สุดยอดทำหน้าเหมือนจะอ้วก แกล้งพูดลอยๆ

“บริษัทนี้ก็ดีจริงๆเลยนะ คนไม่เกี่ยวข้องก็เดินเข้าเดินออกกันได้ตลอด ไม่มีความล้งความลับอะไรเก็บไว้เลย”

ก้องทำหูทวนลมนั่งลงมันซะเลย ไม่มีท่าทีสะทกสะท้านกับคำประชดของสุดยอด ยิ่งทำให้สุดยอดตาขวางหมั่นไส้สุดขีด พวกนัทเห็นท่าไม่ดีเลยพากันชักแถวออกไปแอบดูอยู่เงียบๆ ภายในห้องจึงเหลือสุดยอดและก้องแค่สองคน

“เป็นคนรวยนี่ดีจังเลยนะครับ งานการไม่ต้องทำ จีบสาวได้ทั้งวัน” สุดยอดแขวะก้องอีก

“ไม่ใช่สาวทุกคนหรอกครับ สำหรับผมมีแค่คุณหยีคนเดียวเท่านั้น”

“คาสโนว่าตัวพ่ออย่างคุณเนี่ยนะครับ จะมีแค่คนเดียว”

“ผมอาจจะชอบผู้หญิงได้หลายคน แต่รักแท้มีไว้สำหรับผู้หญิงแค่คนเดียวเท่านั้น ก็คือคุณยาหยี”

“แล้วคุณจะไม่ถามเขาหน่อยเหรอ ว่าเขารักคุณรึเปล่า”

“ถึงตอนนี้จะไม่ แต่ต่อไปรักแน่ เพราะอย่างน้อยก็ไม่มีใครรักคุณหยีได้เท่าผมอยู่แล้ว”

“รู้ได้ไงว่าไม่มี”

“คุณคงหมายถึงตัวคุณล่ะซิ คนที่ไม่มีความกล้าแม้แต่จะ สารภาพรักผู้หญิง จะทำให้คุณหยีเชื่อได้ยังไง ว่าคุณรักเขาจริง”

“ถึงผมจะไม่ได้พูดจากปาก แต่ผมจะพิสูจน์ด้วยการกระทำ แล้วยาหยีจะรู้เองว่าผมรักเขามากขนาดไหน”

“ฉันรู้แล้ว” เสียงยาหยีดังขึ้น...สุดยอดตกใจหันขวับไป แล้วเกิดอาการอึกๆอักๆทำอะไรไม่ถูก จู่ๆก้องเดินมายื่นช่อดอกไม้ให้เขาก่อนจะหันไปพูดกับยาหยี

“ผมชนะพนันทำให้เขาพูดได้แล้วนะคุณหยี อย่าลืมเลี้ยงข้าวผมล่ะ...คุณสุดยอด ผมไม่ได้แพ้คุณหรอกนะ ผมก็แค่อยากเห็นคุณหยีมีความสุขเท่านั้นเอง”

พูดเสร็จก้องเดินเลี่ยงออกไป กลุ่มของนัทมองตามและพากันชื่นชมไม่ขาดปาก ส่วนยาหยีกับสุดยอดยังยืนมองกันไปมาด้วยท่าทีเขินๆ ครั้นสุดยอดยื่นดอกไม้มาให้ ยาหยีรับไว้พร้อมกระเซ้าเขาเบาๆว่า

“ไม่ลงทุนเลยนะ”

ทั้งคู่ยิ้มให้กัน แม้จะเขินแต่ก็มีความสุขที่ได้เผยความในใจซึ่งกันและกัน แต่สำหรับเพิร์ลลี่ที่แอบมองมา สองมือเธอกำมือแน่นด้วยความริษยาสุดๆ

ooooooo

ถึงวันแข่งขันฟุตบอลระหว่างทีมกังฟูกับทีมข้าวตู มีทั้งเพื่อนนักเรียนและผู้ปกครองมาเชียร์นับสิบๆ คน แรกๆทีมข้าวตูที่มีลูกทีมเป็นผู้หญิงทั้งหมดทำท่าเหมือนจะแพ้ แต่พอเห็นวสันต์มาเชียร์ข้าวตูก็เกิดพลังฮึดเตะลูกโทษเข้าไปทำให้ทีมของตนเป็นฝ่ายชนะ

ผู้แพ้อย่างกังฟูเจ็บใจหน้างอหงิก มองค้อนข้าวตูกับไข่ตุ๋นที่กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ ก่อนเอ่ยปากอย่างทำใจได้ว่า “เรายกสนามเด็กเล่นให้ก็ได้”

“ไม่ต้องยกให้เราหรอกกังฟู”

“ทำไมล่ะ ก็นายชนะก็ต้องได้สนามไปสิ ก็ตกลงกันแล้วนี่”

“แม่เราสอนว่าถ้ารู้จักแบ่งปัน ทุกคนก็จะมีความสุข สนามเด็กเล่นไม่ใช่ของเรา แล้วก็ไม่ใช่ของนาย แต่เป็นของทุกคน โอเค้”

กังฟูยิ้มออก ตอบโอเคพร้อมกับยื่นมือมาจับมือข้าวตู ทุกคนที่เห็นต่างพากันประทับใจ โดยเฉพาะคนเป็นแม่อย่างยี่หวาถึงกับยิ้มหน้าบานภูมิใจในตัวลูกชาย

ออกมานอกสนามกันแล้ว ข้าวตูโผเข้าหาวสันต์ ถามพ่อรู้ได้ยังไงว่าตนแข่งบอลกับกังฟู ทั้งที่ตนไม่ได้โทร.ไปบอกสักหน่อย

“แม่โทร.ไปบอกพ่อครับ ให้พ่อมาเป็นกำลังใจให้ข้าวตู”

ข้าวตูยิ้มกว้าง หันไปกอดยี่หวา “ขอบคุณครับแม่ แม่รู้ใจข้าวตูที่สุดเล้ย...”

ยี่หวากับวสันต์ยิ้มในความช่างประจบของข้าวตู หลัง จากนั้น ยาหยีกับสุดยอดจัดแจงถ่ายรูปทีมนักเตะตัวน้อยไว้เป็นที่ระลึก รวมทั้งถ่ายเป็นภาพครอบครัว ณนนท์มองยี่หวาด้วยความรู้สึกน้อยใจ สุดยอดเห็นก็กระซิบเบาๆว่า

“ซ้อมบอลให้ข้าวตูตั้งนาน คุณพ่อมาไม่ถึงห้านาทีขโมยซีนไปหมดแบบนี้พี่ชายผมก็กินแห้วสิครับ”

“ห้งแห้วอะไร ฉันทำไปก็ไม่ได้หวังอะไรอยู่แล้ว”

“แน่ใจเหรอครับ ว่าพี่ไม่ได้หวังครองหัวใจคุณยี่หวา... ระวังนะพี่ พักนี้มีทั้งถ่านไฟใหม่ไฟเก่ามารอเติมเชื้อไฟให้คึ่กไปหมด”

ณนนท์หน้าเครียด มองยี่หวากับวสันต์ที่ยังยืนคุยกัน แต่ไม่ได้ยินว่าพวกเขาคุยกันอะไร

“คราวนี้จะเอาเท่าไหร่อีกล่ะ ห้าพันหรือหมื่นนึง ถ้าจะเอาเยอะๆ ฉันไม่มีให้คุณหรอกนะ บอกไว้ก่อน”

“ผมก็ไม่ได้คิดว่าจะมาเอาเงินคุณ งานนี้ผมมาฟรี”

“มาฟรี? คนอย่างคุณเนี่ยทำอะไรโดยไม่หวังเงินตอบแทนเป็นด้วยเหรอ”

“จุ๊ๆๆ พูดอะไรอย่างนั้นล่ะยี่หวา ผมก็เป็นคนรักลูกรักเมียคนนึง เนี่ย...เขาเรียกว่าวสันต์เวอร์ชั่นคนดี”

ยี่หวามองวสันต์อย่างไม่อยากเชื่อ แต่แล้ววสันต์ก็สร้างภาพได้เนียนมาก ขณะแวะทานอาหารกันก่อนกลับบ้าน วสันต์บริการลูกเมียอย่างเอาอกเอาใจ ณนนท์แทบกินไม่ลง รู้สึกอึดอัดเหมือนตนเองและไข่ตุ๋นเป็นส่วนเกิน ไข่ตุ๋นเห็นพ่อไม่กินอะไรเลยก็อยากจะตักกับข้าวเอาใจพ่อ แต่มือไปชนกับมือวสันต์ที่ยื่นมาทำให้ข้อศอกชนแก้วน้ำหกใส่ตัว

ไข่ตุ๋นหน้าเสีย รีบขอโทษ ยี่หวาปลอบว่าไม่เป็นไร แล้วพาไข่ตุ๋นไปห้องน้ำ ข้าวตูวิ่งตามไปด้วย วสันต์จึงสบโอกาสแขวะณนนท์ได้ตามสบาย

“เฮ้อ บรรยากาศเสียหมด ครอบครัวเขากำลังกินข้าวมีความสุขกันดีๆ ไม่น่ามีอะไรมาขัดจังหวะเลย” วสันต์

“ผมขอโทษแทนไข่ตุ๋นด้วยนะครับ ไข่ตุ๋นไม่ได้ตั้งใจ”

“ผมไม่ได้หมายถึงไข่ตุ๋น”

“งั้นคุณก็หมายถึงผม”

“โตๆกันแล้วก็น่าจะรู้ได้ด้วยตัวเองว่าอะไรควรไม่ควร คงไม่ต้องให้ผมบอกใช่มั้ยครับคุณนนท์”

ณนนท์กล้ำกลืน อึดอัดเป็นอย่างมาก พอยี่หวาพาไข่ตุ๋นกับข้าวตูกลับมาจากห้องน้ำ เขาจึงไม่รีรอที่จะบอกว่า “ผมขอตัวพาไข่ตุ๋นกลับบ้านก่อนนะครับ ลาคุณน้าซะสิไข่ตุ๋น”

ไข่ตุ๋นไหว้ยี่หวากับวสันต์ แล้วโบกมือบ๊ายบายไข่ตุ๋น ยี่หวามองตามณนนท์อย่างไม่เข้าใจ แต่วสันต์ลอบยิ้มสะใจ

เมื่อเดินไปถึงรถเปิดประตูให้ลูกขึ้นนั่งแล้ว ณนนท์ยังยืนขรึมอยู่ข้างรถ ได้ยินเสียงไข่ตุ๋นขออนุญาตโทร.หาแม่ เขาก็พยักหน้าอย่างคนใจลอย จังหวะนี้เอง ยี่หวาเดินตามมาถามเขาว่า ทำไมถึงรีบกลับ?

“อันที่จริง...ผมไม่น่ามาด้วยตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ”

ยี่หวาไม่ทันจะพูดอะไรต่อ ไข่ตุ๋นก็โผล่หน้าออกมาจากรถร้องบอกพ่อว่า

“พ่อคะ แม่รออยู่ที่บ้าน แม่บอกให้เรากลับเร็วๆ แม่ซื้อขนมมาฝากพ่อด้วยค่ะ”

“อ๋อ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ คุณรีบกลับเถอะ เดี๋ยวคุณนิตาจะคอย” ยี่หวาเดินลิ่วกลับไปด้วยความน้อยใจ โดยไม่ฟังเสียงเรียกของณนนท์

ลิขิตเสน่หา

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด