สมาชิก

ไฟหวน

ตอนที่ 3

คุณหญิงมณีกับคุณหญิงแจ่มจันทร์ไปหาชไมหมอดูชื่อดังที่ เชียงใหม่โดยพาสร้อยกับโฉมบ่าวคนสนิทของพวกตนมาด้วย...ผลการดูดวงไอศูรย์กับ มัทนาทำให้สองคุณแม่ยิ้มออกเพราะเขาและเธอเป็นเนื้อคู่กันมาหลายชาติภพ แต่พอได้ยินชไมทำนายต่อไปต่างคนก็ยิ้มค้าง ความวิตกกังวลเกาะกุมใจโดยทันใด

“แต่ในชาตินี้ดิฉันยังไม่เห็นดวงชะตาว่าจะลงเอยกันได้ หนำซ้ำหนูมัทนายังดวงร้าวอีกต่างหาก เพราะจู่ๆ ก็มีดาวมฤตยูมาทับลัคนา”

“ดวงร้าว! หมายความว่าลูกมัทของดิฉันจะตายหรือคะคุณชไม”

“ยังไม่ถึงขั้นนั้นค่ะคุณหญิง แค่ดวงร้าว ยังไม่ถึงกับดวงแตกแต่ก็ไม่ค่อยดีนัก”

คุณ หญิงมณีร้อนใจถามว่าจะแก้ไขได้ยังไง ชไมหลับตาชั่วครู่แล้วบอกให้พามัทนาขึ้นมาหาตนที่นี่ ตนจะทำพิธีต่อดวงชะตาให้ ส่วนคุณหญิงแจ่มจันทร์ก็ต้อง พาลูกชายมาด้วยเพราะดวงเขาเกื้อหนุนกับดวงมัทนา ต้องให้เขาทำบุญร่วมกันจะได้ช่วยค้ำดวงให้มัทนาอีกแรง

สองคุณหญิง รับปากมั่นเหมาะก่อนบอกลาชไมแล้วลงจากเรือนพร้อมสร้อยกับโฉม...มณียังกังวล ในคำทำนายจึงกำชับทุกคนห้ามบอกใครเด็ดขาด ขอให้รู้กันเพียงแค่เราสี่คนเท่านี้พอ หากไอศูรย์กับมัทนาหรือท่านนายพลถามเรื่องฤกษ์หมั้นตนก็จะบอกว่าชไมให้พา เจ้าตัวขึ้นมาผูกฤกษ์ด้วยตนเอง

ด้านบุปผาที่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านเทพ บริบาลสมใจอยากโดยหลอกใช้สินเป็นตัวช่วย ยามนี้เธอต้องเก็บกลั้นความหงุดหงิดรำคาญที่บรรดาคนรับใช้ต่างพากันซักไซ้ อย่างแปลกใจเพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าสินมีน้องสาว แถมแสงลูกชายของสร้อยก็ตั้งข้อสังเกตด้วยว่าพี่น้องหน้าตาไม่เหมือนกันเลย สินโมโหแสงที่จ้องจับผิด สวนกลับว่าทำไมพี่น้องต้องหน้าเหมือน และตนจะพาญาติมาอยู่กี่คนก็ไม่ใช่เรื่องของใคร ถ้าเจ้าของบ้านท่านอนุญาต แสงเลยสงบปากแต่ยังไม่วายเหลือบมองบุปผาอย่างติดใจในความสวย

สินพา บุปผาไปอยู่ห้องสะอาดสะอ้านแต่ไม่มีการตกแต่งอะไรมากเกินไปกว่าข้าวของ จำเป็น บุปผามองรอบห้องแล้วแอบทำหน้าเซ็ง สินอดใจไม่ไหวเมื่ออยู่กันสองต่อสองโถมตัวเข้ากอดหอมบุปผาอย่างรักใคร่ แต่เธอสะบัดออกห่างทันใดด้วยความตกใจและรังเกียจ

“นี่...ทำอะไรเนี่ย”

“ก็ จะขอชื่นใจบุปผาหน่อยน่ะสิจ๊ะ บุปผาจะไม่ให้รางวัลฉันบ้างเลยเหรอ ฉันอุตส่าห์พาบุปผาเข้ามาอยู่ในบ้านนี้อย่างที่บุปผาต้องการแล้วไงจ๊ะ”

บุปผา ปรับท่าทีอ่อนลงเพราะยังต้องหลอกใช้สินต่ออีกนาน ยอมเอียงแก้มให้เขาหอมอีกทีแล้วรีบขยับออกห่าง อ้างว่าไม่อยากให้ความลับของเราแตกตั้งแต่วันแรกที่มาอยู่ ขืนท่านนายพลรู้ว่าเราโกหกมีหวังโดนไล่ออกทั้งคู่

“จ้ะๆ ฉันจะทำงานเก็บเงินให้ได้มากๆ แล้วเราจะได้ออกจากบ้านนี้ไปสร้างครอบครัวด้วยกันสักวันหนึ่งนะ”

บุปผา พยักหน้าแกนๆ สินดีใจรวบตัวหญิงสาวมากอดอีกครั้ง บุปผายอมให้กอดแต่แอบเบ้ปากรังเกียจแล้วเริ่มหลอกถามถึงคุณหนูมัทนาคนสวยว่า มีคู่รักหรือยัง

“มีแล้ว เป็นหมอชื่อไอศูรย์ เป็นลูกชายคนเดียวของคุณหญิงแจ่มจันทร์ นี่ก็เห็นว่าอีกไม่นานจะหมั้นกัน...”

สินพูดไปเรื่อย ดีใจได้มีเรื่องพูดคุยกับบุปผามากกว่าที่เคย ในขณะที่บุปผาสีหน้าสนใจข้อมูลเกี่ยวกับไอศูรย์เป็นอย่างยิ่ง...

วัน เดียวกันที่หอโคมแดง บรรดาสาวๆพากันตกใจเมื่อผกาบอกให้รู้ว่าบุปผาไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว และไม่ว่าทุกคนจะซักถามหรือคาดเดากันยังไง ผกาก็ไม่ปริปากบอกว่าบุปผาไปอยู่ที่ไหนเพราะตกลงกันไว้ว่าห้ามบอกใครจนกว่า บุปผาจะไปได้ดี

ooooooo

ด้วยความใจดีมีเมตตาของไอศูรย์ทำให้ อิ่มได้อาศัยอยู่ในโรงพยาบาล แต่แล้วบ่ายวันนี้อิ่มก็ก่อเรื่องระทึกใจแย่งทารกคนหนึ่งจากอ้อมอกแม่วิ่ง หนีไป

ทั้งแม่เด็กและพยาบาลช่วยกันวิ่งไล่กวดแต่ก็ตามไม่ทัน และอาจสูญเสียทารกน้อยไปถ้าไอศูรย์ไม่ช่วยจับตัวอิ่ม ไว้...อิ่มจำไม่ได้แม้แต่ชื่อตัวเอง สติเลื่อนลอยคอยเพรียกหาแต่หลานสาวที่พลัดพรากจากกันตั้งแต่แบเบาะ ไอศูรย์เห็นแล้วยิ่งเวทนา ซื้อตุ๊กตามาให้อุ้มแทน นอกจากนี้เขายังฝากฝังหมอปรีชาที่เป็นจิตแพทย์ให้ดูแลรักษาแกด้วย

ส่วน ที่บ้านเทพบริบาล บุปผาวางตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อย เก็บซ่อนข้าวของมีราคาที่พกติดตัวมาจากหอโคมแดงไว้มิดชิดเพื่อไม่ให้ใคร สงสัย แต่ผิวพรรณผุดผ่องของเธอก็ทำให้มัทนาแปลกใจ เธอไม่เหมือนคนบ้านนอกคอกนาอย่างที่บอก

เมื่อคุณหญิงมณีกับสร้อยกลับ จากเชียงใหม่มาเห็นบุปผา คุณหญิงไม่ว่าอะไรสามีและลูกที่รับน้องสาวนายสินไว้ทำงาน ในขณะที่สร้อยรู้สึกไม่ถูกชะตาบุปผาแต่ก็ไม่พูดอะไรต่อหน้าเจ้านาย หลบไปคาดคั้นจับผิดกันในครัวต่อหน้านายสินและคนรับใช้อื่นๆ

“เนี่ยเหรอมือคนทำไร่ทำนา มือไม่ด้าน เล็บก็ยาว บอกฉันมาตามตรงนะนายสิน นังนี่เป็นเมียแกใช่มั้ย”

สิน อึกอักคิดคำโกหกไม่ทัน บุปผาหัวไวกว่าชิงตอบแทน “คือว่าฉันหยุดทำนามาพักใหญ่แล้วจ้ะ เพราะพ่อกับแม่คิดจะเอาฉันไปขายซ่อง เขาว่าจะได้เงินดีกว่าทำนา พี่สินรู้เรื่องเข้าก็เลยรีบไปพาตัวฉันมาที่นี่ ก่อนจะถูกขายซ่องน่ะจ้ะ”

สร้อยนิ่งไป แต่ยังไม่ปักใจเชื่อเสียทีเดียว ทับทิมแม่ครัวประจำบ้านซึ่งรุ่นราวคราวเดียวกันท่าทางรำคาญเลยพูดโพล่ง

“นัง สร้อย แกมันขี้ระแวงเกินไปแล้วมั้ง ไอ้สินมันบอกว่าน้องก็น้องสิ แล้วรูปร่างหน้าตาอย่างนังบุปผานี่มันก็น่าจับขายซ่องจริงซะด้วย แกเลิกสงสัยได้แล้ว”

สร้อยไม่พูดอะไรอีก นอกจากจ้องหน้าบุปผาเขม็ง มีลางสังหรณ์บางอย่างทำให้ไม่ชอบหน้าผู้หญิงคนนี้เอาเสียเลย...

การ หายตัวไปของบุปผาทำให้กำพลซึ่งเป็นแขกประจำถึงกับหัวเสีย คาดคั้นผกาอยู่นานก็ไม่ได้คำตอบว่าบุปผาไปอยู่ไหน ต้องรอให้เธอติดต่อกลับมาเอง กำพลตึงตังออกจากหอโคมแดงบ่ายหน้าไปหาเพชรที่บ้านและเจอพลอยเพิ่งกลับจาก เรียนหนังสือ ความน่ารักของพลอยทำให้กำพลแอบมองไม่วางตา เพชรสังเกตเห็นแต่ยังไม่พูดอะไร จนกระทั่งน้องสาวผละไปถึงดักคอขู่เพื่อนว่า

“ฉัน รู้นะว่าแกสนใจยายพลอย แต่บอกก่อนนะ ห้ามแกทำเล่นๆกับน้องสาวฉันเป็นอันขาด ไม่งั้นฉันเอาแกตายแน่ ชีวิตนี้ฉันมีกันแค่สองคนพี่น้องเท่านั้นนะโว้ย”

“เออ...รู้น่า” กำพลยิ้มกริ่ม มองตามพลอยไปจนลับตา

เย็น วันเดียวกัน ไอศูรย์แวะมาหามัทนาที่บ้าน เล่าเรื่องหญิงกลางคนที่ตนช่วยเหลือไว้ให้เธอฟัง คาดว่าแกคงเสียใจมากที่หลานหายก็เลยเสียสติ

“แล้วพี่ต้นพอรู้ไหมคะว่าหลานแกหายไปไหน”

“เรา ไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับป้าคนนี้เลย คงต้องรอให้หมอปรีชารุ่นพี่ของพี่ที่เป็นจิตแพทย์ช่วยดูแลรักษาอาการให้แก จนกว่าจะดีขึ้น ก็อาจจะพูดจากันรู้เรื่องขึ้นได้บ้างน่ะ”

“น่าสงสารจริง งั้นพรุ่งนี้ตอนเย็นมัทเลิกเรียนแล้วมัทจะแวะไปเยี่ยมคุณป้าคนนี้ดีไหมคะ”

“ก็ดีเหมือนกันจ้ะ บางทีถ้ามีใครไปเยี่ยมไปพูดไปคุยกับแกบ้าง อาการแกอาจจะดีขึ้นบ้างก็ได้”

“งั้นพรุ่งนี้มัทจะไปค่ะ”

คุณ หญิงมณีกับสร้อยแอบมองอยู่มุมหนึ่ง เห็นหนุ่มสาวพูดคุยกันดีถ้อยทีถ้อยอาศัยก็ยิ้มปลื้ม ทุกอย่างดูราบรื่นดังใจไม่มีอะไรน่ากังวล...แต่อีกมุมบุปผาจ้องเขม็งมายัง คู่รักด้วยแรงอิจฉาริษยา แล้วทำท่าจะออกจากที่ซ่อนแต่ถูกนายแสงดึงไหล่ไว้เต็มๆมือ

บุปผาไม่พอใจแสงอย่างมาก หันขวับมาใช้เล็บยาวๆข่วนหน้าเขาหลายที

“แหม...ล้อเล่นแค่นี้เล่นกันเสียแรงเลยนะจ๊ะบุปผา”

“ฉันไม่ชอบให้เล่นอย่างนี้ ไม่ชอบให้ใครถูกเนื้อต้องตัว”

“โอ๊ะโอ้ว...หวงเนื้อหวงตัวซะด้วย รู้มั้ยยิ่งหวงตัว ผู้ชายยิ่งชอบ บุปผาคงไม่เคยต้องมือชายมาก่อนล่ะสิ”

“ใช่ เพราะฉะนั้นพี่แสงรู้อย่างนี้แล้วก็อย่ามาเล่นอะไรอย่างนี้กับฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะฟ้องพี่สิน”

พูดจบบุปผาก็เดินอารมณ์เสียออกไป แสงมองตามและพึมพำกับตัวเองอย่างมาดหมาย

“ยิ่งสะอาดบริสุทธิ์เท่าไหร่ ไอ้แสงคนนี้ก็ยิ่งชอบโว้ย”

แต่ แสงหารู้ไม่ว่าบุปผาก็หมายมั่นปั้นมือเช่นกันว่า ถ้าเขาทำรุ่มร่ามกับเธออีกเมื่อไหร่ได้เจอดีแน่...แกรู้จักคนอย่างนังบุปผา น้อยไปเสียแล้ว!

แม้ถอยห่างออกมาแล้วแต่บุปผาก็ยังชะเง้อคอยาวเฝ้า มองไอศูรย์อย่างหลงใหล สร้อยกับสวิงจะเอาของว่างขึ้นไปบนตึกผ่านมาเห็น สร้อยไม่ไว้ใจตีหน้ายักษ์ไล่บุปผาไปล้างผักในครัว แล้วพอตกกลางคืนมีโอกาสอยู่ตามลำพังกับคุณหญิงมณี สร้อยก็จาระไนให้ฟัง

“สร้อย ว่าน้องสาวนายสินนี่ท่าทางไม่น่าไว้ใจเลย สร้อยรู้สึกว่ารูปร่างหน้าตามันไม่เห็นเหมือนคนที่เพิ่งมาจากบ้านนอกเลยค่ะ แต่มันว่ามันหยุดทำนามาพักใหญ่แล้ว เพราะพ่อแม่จะเอามันไปขายซ่อง สินรู้เรื่องเข้าก็เลยรีบไปพาตัวมาที่นี่ ก่อนจะถูกขายน่ะค่ะ”

“มันก็เป็นไปได้นี่ แล้วสร้อยติดใจสงสัยอะไรเหรอ”

“นายสินทำงานกับเรามาตั้งนาน ทำไมเราไม่เคยรู้เลยล่ะคะว่ามีน้องสาว น้องสาวจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้นะคะ”

“ก็เพราะนายสินทำงานกับเรามานานน่ะสิ ฉันถึงไม่คิดว่านายสินมันจะมาโกหกเราเพื่ออะไร”

“แล้ววันนี้ตอนที่คุณต้นมาหาคุณหนู สร้อยก็เจอมันมาแอบดูอยู่ด้วยค่ะ ท่าทางอยากรู้อยากเห็นชอบกล”

“เด็ก บ้านนอกน่ะ ก็คงจะอยากรู้อยากเห็นไปตามประสา ฉันว่าไม่มีอะไรหรอก แต่ถ้าสร้อยยังไม่ไว้ใจก็คอยตามดูมันหน่อย ถ้ามีอะไรผิดปกติค่อยมาบอกฉัน”

“ค่ะ” สร้อยรับคำแต่สีหน้ายังคลางแคลงใจบุปผาไม่หาย...

ขณะ นั้นเอง บุปผากำลังย่องขึ้นมาบนเรือนเพื่อใช้โทรศัพท์โทร.หาผกาที่หอโคมแดง...ผกา ดีใจที่บุปผาติดต่อมาแต่ยังไม่ทันซักถามอะไรกันสัญญาณก็ขาดหายและเงียบไปใน ที่สุด

ที่แท้บุปผารีบตัดสายเพราะกลัวสร้อยมาเห็น และพอจวนตัวก็กระโดดหนีลงจากเรือนจนข้อเท้าแพลง สินต้องพากลับเรือนแล้วจะนวดยาให้แต่เธอปฏิเสธเพราะเกรงเขาจะทำมากกว่านั้น

สิน กลับออกจากห้องบุปผาด้วยความผิดหวัง เดินไปทางห้องตัวเองโดยไม่รู้ว่าแสงซุ่มดูอย่างแปลกใจในความสัมพันธ์ของทั้ง คู่ที่บอกใครต่อใครว่าเป็นพี่น้อง แต่พฤติกรรมชวนสงสัย...เขาต้องจับตาดูให้รู้ความจริงในสักวัน!

ooooooo

คุณ หญิงมณีเก็บคำทำนายของชไมที่ว่าดวงชะตามัทนาไม่ดีนักเพราะมีดาวมฤตยูทับ ลัคนา มานอนครุ่นคิดจนเครียดและไม่อาจหลับตาลงได้ เช้าขึ้นเลยมีอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่นเหมือนทุกวัน เมื่อสร้อยขึ้นมาถามว่าจะให้บุปผาทำหน้าที่อะไรในบ้านบ้าง คุณหญิงยังคิดอะไรไม่ออกจึงให้ช่วยงานครัวไปก่อน

สร้อยกลับลงไปแล้ว คุณหญิงเดินมาหาพ่อลูกที่เตรียมตัวออกจากบ้านไปทำภารกิจของตน มัทนาอยู่ในชุดนิสิตพนมมือไหว้แม่ด้วยรอยยิ้ม

“แม่ขา...เย็นนี้เลิกเรียนแล้วมัทจะแวะไปหาพี่ต้นที่โรงพยาบาลหน่อยนะคะ”

“จะนัดกันทำไมไม่ไปที่บ้านโน้น หรือบ้านนี้ล่ะลูก”

“คือว่ามัทจะไปเยี่ยมคนไข้พิเศษของพี่ต้นน่ะค่ะ”

“คนไข้พิเศษ ใครกันลูก” นายพลเทพนิ่วหน้าแปลกใจ...

ใน เวลาเดียวกันนั้น คนไข้พิเศษของไอศูรย์กำลังเพลิดเพลินอยู่กับตุ๊กตาที่ห่อผ้าราวกับเด็กทารก หมอปรีชากับไอศูรย์ยืนมองเธออยู่ห่างๆอย่างเวทนา

“พี่ตั้งชื่อคนไข้ พิเศษคนนี้ของต้นว่ารุ่ง เพื่อสะดวกแก่การเรียกชื่อ ตอนนี้พี่ให้ยากล่อมประสาทไว้ เธอเลยอยู่ในอาการสงบลงได้อย่างที่เห็นนี่แหละ”

“พี่ปรีชาว่าเธอเป็นอย่างนี้เพราะอะไรครับ”

“พี่ คิดว่าที่เป็นอย่างนี้คงเป็นเพราะเธอสูญเสียหลานไปด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง เด็กอาจจะตายหรืออาจจะถูกขโมยตัวไปก็ได้ เธอถึงได้หมกมุ่นอยู่กับการตามหาเด็กแบบนี้”

“แล้วพี่ปรีชาคิดว่าป้ารุ่งนี่จะมีโอกาสหายเป็นปกติไหมครับ ความจำกลับมาเหมือนเดิมได้ไหมครับ”

“ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะบอก แต่ถ้าแกกินยาที่พี่จัดให้โดยไม่ขาด แกก็คงจะไม่อาละวาดแล้วละ”

ไอศูรย์พยักหน้ารับทราบ หวังว่าป้ารุ่งคงจะหายวัน หายคืน ความจำกลับคืนมาในเร็ววัน...

เช้า วันเดียวกัน เพชรตั้งใจไปส่งพลอยที่มหาวิทยาลัย เหมือนเคย แต่ก่อนขึ้นรถพลอยทำหนังสือเล่มหนึ่งหลุดมือและรูปถ่ายของไอศูรย์ที่เก็บไว้ ข้างในหล่นออกมา เพชรรู้ทันทีว่าน้องสาวยังตัดใจจากไอศูรย์ไม่ได้ จึงเตือนด้วยความหวังดี ไม่ต้องการเห็นเธอเจ็บปวดเพราะผู้ชายคนเดียว แต่พอถูกน้องย้อนถามบ้างว่า แล้วพี่ตัดใจจากมัทนาได้หรือยัง เพชรก็นิ่งอึ้งพูดไม่ออก

ด้านกำพลเพื่อนสนิทของเพชรก็แวะเวียนมาที่ หอโคมแดงไม่เว้นวัน สอบถามความคืบหน้าเรื่องบุปผาอย่างร้อนใจ มุกเห็นช่องทางได้เงินจึงเสนอตัวเมื่ออยู่กันตามลำพัง

“มุกเชื่อว่าบุปผาต้องบอกแม่ผกาแน่ว่าย้ายไปอยู่ที่ไหน มุกจะช่วยสืบจากแม่ผกาให้เอาไหมล่ะคะว่า บุปผามันย้ายไปอยู่ที่ไหน”

“ถ้าเธอช่วยสืบเรื่องบุปผาให้ฉัน แล้วเธอได้อะไร”

“เงินไงล่ะคะ ผู้หญิงขายตัวอย่างมุกจะอยากได้อะไรล่ะคะถ้าไม่ใช่เงิน”

“ตกลง ถ้าเธอสืบจนรู้ว่าบุปผาย้ายไปอยู่ที่ไหนได้จริง ฉันจะให้เธอหมื่นนึง”

“หนึ่งหมื่น!” มุกตาโตด้วยความตื่นเต้น พยักหน้าตกลงทันที...

ขณะ ที่กำพลกระวนกระวายอยากเจอบุปผา...หารู้ไม่ว่าเธอไม่ได้ไปไหนไกลเลย ยังอยู่ในพระนครและอยู่ในบ้านผู้ดีที่มีผู้คนนับหน้าถือตาเสียด้วย สายวันนี้บุปผาเป็นลูกมือให้คุณหญิงมณีที่ลงครัวเอง ซึ่งไม่คาดคิดว่าบุปผาจะสร้างความดีความงามได้ใจคุณหญิงไปเต็มๆ ด้วยการเอาตัวเองบังคุณหญิงที่วิงเวียนเพราะอดนอนเกือบล้มกระแทกกระทะร้อนๆ บนเตา

บุปผาโดนพริกคั่วร้อนๆหกใส่ขาปวดแสบปวดร้อนแต่ไม่ปริปากร้อง สักแอะ คุณหญิงตกใจรีบให้สร้อยไปเอายาสีฟันสมุนไพรมาทาแผล และเฝ้ามองบุปผาที่อดทนมากอย่างชอบใจ

“ทนเอาหน่อยนะ เดี๋ยวเดียวก็คงค่อยยังชั่วแล้ว เป็นเพราะเมื่อคืนฉันนอนคิดอะไรดึกไปหน่อยน่ะวันนี้เลยหน้ามืด นี่ถ้าบุปผาไม่ผลักฉันออก พริกคั่วร้อนนั่นก็คงหกราดฉันแทนแน่ๆ ขอบใจนะบุปผา เธอเจ็บตัวแทนฉันจริงๆ”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณหญิง”

คุณ หญิงยิ้มบางๆ หยิบเงินในกระเป๋าจำนวนหนึ่งส่งให้บุปผา “เอ้า...ฉันให้เป็นสินน้ำใจที่หล่อนช่วยฉัน รับไว้สิ แล้วเย็นนี้หล่อนก็ติดรถไปกับนายสินที่จะออกไปรับคุณหนูที่มหาวิทยาลัยด้วย ไปแวะซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้ตามใจชอบ ก่อนไปรับยายมัทนะ”

บุปผาพนมมือไหว้ก่อนรับเงินมา ยิ้มตาใสแสร้งปั้นหน้าดีใจเหมือนเด็กๆ คุณหญิงมณีมองอย่างเอ็นดู ในขณะที่สร้อยยังมีสีหน้ากังวลและระแวง

ooooooo

เมื่อได้โอกาสออกนอกบ้าน บุปผาเอาใจสินด้วยการซื้อเสื้อให้หนึ่งตัวเพื่อความแนบเนียนเพราะยังต้องหลอกใช้เขาอีกนาน สินไม่รู้อะไรก็ยิ้มย่องดีใจ เดินประจ๋อประแจ๋กันในตลาดสักพักก่อนพากันกลับมาขึ้นรถเพื่อไปรอรับมัทนาที่มหาวิทยาลัย

ขณะทั้งคู่ก้าวขึ้นรถ แสงเดินอยู่อีกฝั่งกับเดือนโสเภณีในหอโคมแดง เดือนเห็นด้านหลังบุปผาก็จำได้ตะโกนเรียกโหวกเหวกแต่เธอไม่ได้ยิน และรถก็ออกไปเสียก่อนที่เดือนจะวิ่งมาถึง แสงแปลกใจถามเดือนว่าเรียกใคร พอได้ยินคำตอบว่าเพื่อนชื่อบุปผา แสงถึงกับหน้านิ่วคิ้วขมวด ทวนชื่อบุปผาไปมาอย่างข้องใจ

ถึงมหาวิทยาลัย บุปผาเบื่อนายสินเต็มแก่จึงขอตัวไปเดินเล่นฆ่าเวลารอมัทนา แล้วเกือบเผชิญหน้ากำพลที่มากับเพชรเพื่อรับพลอยกลับบ้าน โชคดีที่บุปผาตาไววิ่งหนีไปเสียก่อน กำพลซึ่งเห็นหญิงสาวไวๆวิ่งตามไม่ลดละ เพชรไม่รู้อะไรแต่ก็วิ่งตามเพื่อนมาด้วย

บุปผาซ่อนตัวมิดชิดแอบมองกำพลเหลียวหน้าเหลียวหลังอย่างหงุดหงิด เพชรตามมาทันถามเพื่อนหนุ่มว่า วิ่งมาทำไม?

“ฉันคิดว่าฉันเห็น...” กำพลหยุดกึกนึกได้ว่าไม่ควรให้เพชรรู้ว่าเห็นบุปผา เปลี่ยนเป็นบอกว่าเห็นคนรู้จัก

“ใคร? คงไม่ใช่ผู้หญิงหรอกนะ ถ้าใช่ฉันจะไม่ช่วยแกเรื่องยายพลอยอีก”

“ไม่ใช่ผู้หญิงหรอก ผู้ชายน่ะ แต่ช่างเถอะ ฉันคงตาฝาดไปเอง”

“ไปๆ ป่านนี้ยายพลอยเลิกเรียนแล้วมั้ง เดี๋ยวออกมาไม่เห็นเราจะบ่นเอาอีก”

เพชรลากกำพลเดินไป บุปผาค่อยๆโผล่ออกจากที่ซ่อนถอนใจโล่งอกที่กำพลไม่เห็นเธอ แต่แล้วบุปผาก็สะดุ้งโหยงเมื่อมัทนาเดินเข้ามาจับแขนเธอ ถามว่ามาทำอะไรอยู่ตรงนี้

“บุปผามาเดินดูตึกเรียนน่ะค่ะ มัวแต่ดูเพลินบุปผา เลยหลงทาง”

มัทนาไม่ว่ากระไร ยิ้มขำบุปผาอย่างเอ็นดู...ด้านกำพลที่ยังค้างคาใจเพราะมั่นใจว่าเห็นบุปผา แต่พอเจอพลอยเขาก็เก็บเรื่องนั้นไว้ก่อน แสดงท่าทีเอาอกเอาใจเธอเป็นพิเศษก่อนพาไปกินอาหารอร่อยๆ ส่วนมัทนาที่พาบุปผากลับไปหานายสินที่รถ เธอยังไม่มุ่งหน้ากลับบ้าน แต่ให้นายสินพาไปที่โรงพยาบาล บุปผาตื่นเต้น ดีใจที่จะได้พบไอศูรย์ แต่พอไปถึงได้ยินพยาบาลทักทายมัทนาฐานะว่าที่คู่หมั้นหมอไอศูรย์ หล่อนก็แอบหน้าตูมตึงหมั่นไส้ พยาบาลมองเลยไปยังบุปผาแล้วรู้สึกคุ้นหน้าแต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน

บุปผาเคยมารักษาแผลมีดบาดกับหมอไอศูรย์ก็จริง แต่เวลานั้นเธอแต่งหน้าจัด การเจอกันครั้งนี้ในสภาพที่ไม่ได้แต่งหน้าและการแต่งตัวก็เรียบร้อยมิดชิดทำให้หมอหนุ่มจำเธอไม่ได้เมื่อมัทนาพามาแนะนำ

“นี่บุปผาค่ะพี่ต้น เป็นน้องสาวนายสินคนขับรถที่บ้านน่ะค่ะ นายสินเพิ่งไปรับตัวมาจากบ้านที่ต่างจังหวัด มาอยู่ที่บ้านน้องมัทได้สองวันเองค่ะ”

“งั้นหรือครับ หน้าคล้ายๆคนไข้พี่คนหนึ่งเลย ชื่อบุปผาเหมือนกันด้วย แต่คนไข้พี่คนนั้นท่าทางจะเป็นคนในพระนครนี่มากกว่า”

“งั้นคงไม่ใช่จริงๆแหละค่ะพี่ต้น เพราะบุปผาเพิ่งมาจากต่างจังหวัดได้สองวันนี่เองค่ะ”

ไอศูรย์พยักหน้ารับรู้ จากนั้นก็พามัทนาไปหาคนไข้พิเศษของตน โดยมีบุปผาเดินรั้งท้ายมาด้วย อิ่มหรือที่หมอปรีชาตั้งชื่อให้ว่าป้ารุ่งเห็นบุปผาก็เรียกอุ่นดังลั่น ทิ้งตุ๊กตาในมือถลาเข้าหาด้วยความดีใจ

“อุ่น...แกยังไม่ตายเหรอเนี่ย ฉันดีใจจริงๆเลยที่แกยังไม่ตาย ฉันดีใจจริงๆ”

บุปผาตกใจพยายามดิ้นหนี ไอศูรย์เข้าช่วยอีกแรงกว่าจะแยกสองคนออกจากกันได้ แต่อิ่มยังร้องโวยวายตลอดเวลาจะไม่ยอมให้พยาบาลพาตัวไป

เมื่อกลับมาที่ห้องทำงานหมอไอศูรย์ มัทนาถามเขาว่าใครคืออุ่น ทำไมป้าคนนั้นถึงเรียกบุปผาว่าอุ่น

“พี่ก็ไม่ทราบเหมือนกันครับน้องมัท ตั้งแต่รับป้ารุ่งมารักษาตัวอยู่ที่นี่ แกไม่เคยเอ่ยชื่อใครเลย แม้แต่ชื่อของตัวแกเอง ก็เพิ่งจะมีวันนี้ละครับที่แกเรียกชื่ออุ่น”

“สงสัยบุปผาจะหน้าเหมือนคนที่ป้าแกเคยรู้จักนะคะ”

“เป็นไปได้ครับ...ถ้าไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป พี่อาจจะต้องขอตัวคนของน้องมัทให้มาช่วยพี่หมอปรีชาทำการรักษาป้ารุ่งบ้างได้ไหมครับ เผื่อว่าความจำของป้ารุ่งอาจจะดีขึ้น หรือกลับมาจำความได้เหมือนอย่างเดิม”

“เอาสิคะ แต่ทั้งนี้ต้องแล้วแต่เจ้าตัวเขาด้วยนะคะ ไงจ๊ะบุปผา ยินดีจะช่วยงานหมอไอศูรย์บ้างได้ไหม”

“ได้สิคะ ช่วยคนถือว่าได้บุญกุศลเยอะนี่คะคุณหนู เผื่อว่าบางทีบุญกุศลจะส่งให้บุปผาสมหวังกับใครเขาบ้างในชาตินี้”

มัทนายิ้มขำเพราะไม่รู้นัยที่แท้จริงของบุปผาที่หมายมั่นปั้นมืออยากได้ไอศูรย์เป็นสามี..

ฝ่ายเดือนซึ่งมั่นใจว่าเห็นบุปผาที่ตลาดเมื่อตอนเย็น...ตกกลางคืนเธอเล่าให้ผกากับเพื่อนพ้องร่วมอาชีพฟัง ผกาไม่พูดอะไรให้เป็นพิรุธ ขณะที่มุกพยายามปะติดปะต่อแล้วสรุปว่าบุปผาไม่ได้ไปไหนไกลแต่ยังอยู่ในพระนครอย่างแน่นอน...เวลาเดียวกัน แสงก็คอยจับผิดบุปผาที่กำลังจะกลับห้องพักในเรือนคนใช้ เขาคาดคั้นเธอว่าวันนี้ไปตลาด มาใช่ไหม บุปผาทำท่าไม่พอใจตวัดเสียงใส่อย่างกวนๆ

“ถ้าใช่...แล้วพี่แสงจะทำไม”

“เธอไม่ใช่น้องสาวพี่สินใช่ไหม...ฉันรู้นะว่าเธอไม่ใช่น้องสาวพี่สิน เธอไม่ได้เพิ่งมาจากบ้านนอก ไม่งั้นเธอจะรู้จักกับผู้หญิงที่อยู่หอโคมแดงได้ยังไง บอกมานะว่าเธอเป็นใครกันแน่บุปผา”

แสงกระชากแขนบุปผา หน้าตาดุดันเอาจริง บุปผากลัวซะที่ไหน ตบหน้าเขาเต็มแรงแล้วตะโกนลั่นว่าแสงจะปล้ำเธอ สินวิ่งนำหน้าบรรดาคนรับใช้เข้ามาตะบันหน้าแสงด้วยความโมโหสุดขีด สองหนุ่มแลกหมัดกันไปมาครู่หนึ่งก่อนที่สร้อยจะสยบพวกเขาด้วยน้ำถังใหญ่สาดใส่จนเปียกปอน แล้วแสงก็ยืนยันว่าตนไม่ได้ปล้ำบุปผา...สินยังโมโหไม่หาย สวนทันควันว่า

“ถ้าไม่ได้ปล้ำแล้วทำไมบุปผาถึงต้องโวยวายเพราะตกใจขนาดนั้นด้วย ไอ้แสง! ฉันเห็นสายตาที่แกมองบุปผาตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาอยู่ในบ้านนี้แล้ว ฉันรู้ว่าแกคิดอะไรอยู่”

พูดขาดคำ สินพุ่งเข้าใส่แสงอีก คนอื่นๆต้องช่วยกันแยกตัวออกอย่างโกลาหล สร้อยตะโกนลั่นจนสองหนุ่มหยุดกึก

“พอได้แล้ว! ไม่งั้นฉันจะฟ้องคุณหญิงให้ตัดเงินเดือนพวกแกคนละ3 เดือนเลย...ไม่มีใครอยู่ในเหตุการณ์กับพวก แกสองคน เพราะฉะนั้นก็มีแต่พวกแกเท่านั้นที่รู้ความจริงว่าแกมีเรื่องอะไรกัน เอาเป็นว่าเรื่องวันนี้ให้เลิกแล้วต่อกันไป แล้วไอ้แสง ถ้าไม่จำเป็นแกก็อยู่ห่างๆนังบุปผามันไว้ ไอ้สินมันหวงน้องสาวมัน แกก็อย่าไปยุ่ง เข้าใจมั้ย”

แสงเม้มปาก จำใจพยักหน้ารับคำสั่งแม่ แต่ยังไม่วายจ้องหน้าบุปผา ตั้งใจว่าสักวันเขาต้องเปิดโปงให้ได้ว่าบุปผาคือใครกันแน่!

เมื่อสินพาบุปผากลับมาส่งที่ห้องก็กำชับเธอว่า “ต่อไปนี้บุปผาต้องระวังไอ้แสงให้ดีนะ ฉันรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่ แต่บุปผาเป็นเมียฉัน ฉันจะไม่มีวันยอมให้มันแตะต้องบุปผาเป็นอันขาด”

“จ้ะ....พี่สินไปนอนเถอะ”

สินกลับออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่บุปผาเครียดกว่าหลายเท่ากลัวความลับแตก สงสัยว่าแสงรู้เรื่องหอโคมแดงได้ยังไง ตกดึกคืนนั้นบุปผาย่องเข้าไปแอบใช้โทรศัพท์บ้านคุณหญิงโทร.หาผกาบอกเล่าว่า

“ตอนนี้ฉันเข้ามาอยู่ในบ้านเทพบริบาลแล้ว แต่ฉันมาพูดโทรศัพท์กับแม่บ่อยๆไม่ได้นะ เพราะถ้าใครมาเห็นจะสงสัยเอาได้ แต่ฉันจะพยายามหาทางส่งข่าวถึงแม่เป็นระยะๆนะจ๊ะ”

“จ้ะๆ แม่เข้าใจ”

“เออนี่แม่ ที่ฉันโทร.มานี่ ฉันมีเรื่องอยากจะขอให้แม่ทำอะไรให้ฉันอย่างนึงด้วยจ้ะ”

ผกาตั้งใจฟังและทำตามคำขอของบุปผาในวันรุ่งขึ้นทันที โดยประกาศให้ทุกคนในบ้านรับรู้พร้อมกันว่า ต่อไปนี้ถ้ามีลูกค้าเก่ามาถามถึงบุปผา ทุกคนต้องบอกว่าบุปผาย้ายออกไปแล้ว ไม่รู้ไปไหน

“เราก็ไม่รู้จริงๆนี่จ๊ะแม่ว่านังบุปผาออกไปอยู่ที่ไหน อยู่ๆมันก็เก็บกระเป๋าหายไปเลย ไม่ล่ำลาคนในบ้านสักคน ทั้งๆที่เคยกินเคยนอนอยู่ด้วยกันทุกวัน” พิกุลพูดซื่อๆ ต่างจากมุกที่พยายามตะล่อมเอาความจริงจากผกา

“แต่คุณกำพลก็คงจะอยากรู้อยู่ละนะจ๊ะแม่ ว่านังบุปผามันไปอยู่ที่ไหน วัวเคยขาม้าเคยขี่ มันตัดกันไม่ขาดหรอก แม่จ๋า...นังบุปผามันไปเป็นเมียเก็บใครเหรอ มันถึงต้องเป็นความลับนักว่ามันไปอยู่ที่ไหนน่ะ”

“เออน่า แกไม่ต้องรู้หรอก แล้วถ้าเป็นคนอื่นมาถามหานังบุปผาละก็ ให้บอกไปเลยว่าไม่เคยมีคนชื่อบุปผาอยู่ที่นี่”

หลายคนร้องอ้าวแล้วตั้งท่าจะซักต่อ แต่ผกาไม่เปิดโอกาส ตัดบทเสียงแข็งจนทุกคนไม่กล้าตอแย “เถอะน่า...แม่สั่งให้พูดยังงี้ก็พูดไปสิ อย่าถามมากได้มั้ย”

ooooooo

ไฟหวน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด