สมาชิก

ไฟหวน

ตอนที่ 2

เพชรมากับน้องสาวซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของมัทนา ชายหนุ่มตั้งใจมากราบคุณหญิงมณีกับนายพลเทพหลังจากไปเรียนเมืองนอกหลายปี...

คุณ หญิงมณีจับสังเกตสีหน้าท่าทีเพชรที่มองมัทนาอย่างไม่ชอบใจ แววตาเขาบ่งบอกว่าหลงใหลพึงพอใจ หญิงสาว แต่ด้วยมารยาทคุณหญิงจึงไม่พูดหรือแสดงออก ทั้งที่อยากจะบอกเต็มแก่ว่าลูกสาวตนมีผู้ชายที่เหมาะสมรออยู่แล้ว

ขณะ เดียวกันนั้นที่โรงพยาบาล ไอศูรย์กำชับบุปผาหลังจากเย็บแผลที่ฝ่ามือให้เธอแล้วว่าต้องกินยาแก้อักเสบ วันละสามเวลา และต้องทำความสะอาดแผลทุกวัน แรกๆควรมาทำที่โรงพยาบาล แต่พอแผลแห้งจะทำเองที่บ้านก็ได้ บุปผาจ้องหมอตาเป็นมัน รับปากรับคำและพนมมือไหว้กระชดกระช้อยอย่างมีจริต แต่หมอไม่ได้สนใจเธอสักนิด นอกจากเห็นว่าเป็นคนไข้

เมื่อกลับถึงหอ โคมแดง บุปผาอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ซื้อขนมนมเนยมาฝากแม่ผกาและเพื่อนร่วมอาชีพ แต่มุกที่ไม่ลงรอยกันอยู่ไม่กินแถมยังแขวะหาเรื่อง เลยเกิดตบตีกันอุตลุดทำให้ผกาเหนื่อยหน่ายใจ จับบุปผาแยกไปที่ห้องแล้วซักถามที่มาที่ไปทำไมถึงถูกมีดบาดมือจนต้องเย็บแผล แต่คงไม่ใช่อุบัติเหตุแน่

“แม่รู้ทันฉันเสมอเลย ก็ฉันเคยบอกแม่แล้วนี่นะ ว่าผัวฉันในอนาคตน่ะเขาเป็นหมอ”

“เขาเป็นถึงหมอ แล้วเขาจะ...”

“มา เอาผู้หญิงหากินอย่างฉันเป็นเมียรึเปล่า...แม่จะพูดอย่างนี้ใช่ไหม” ผกาพยักหน้ายอมรับ บุปผาเชิดหน้าพูดอย่างมุ่งมั่นว่า “ฉันก็จะไม่ให้เขารู้สิว่าฉันเป็นผู้หญิงหากิน”

“แล้วบุปผาดูดีๆรึยังว่าเขามีลูกมีเมียแล้วหรือยัง”

“ฉันไม่รู้หรอกว่าเขามีลูกมีเมียแล้วหรือยัง แต่ถึงจะมีแล้วฉันก็ไม่สน มีได้ก็เลิกได้”

“บุปผา...ผู้ หญิงอาชีพอย่างเรานี่เกิดมาก็มีกรรมมากแล้วนะลูก ไม่งั้นเราคงไม่ต้องมามีอาชีพที่ผู้คนในสังคมเขารังเกียจเรากันอย่างนี้หรอก แม่ไม่อยากให้บุปผาทำบาปทำกรรมอะไรให้มากไปกว่านี้อีก แย่งผัวแย่งเมียคนอื่น มันบาปนะลูกนะ”

“ฉันไม่กลัวบาปหรอกจ้ะแม่ มัวแต่กลัวบาป ก็คงต้องขายตัวไปจนตาย ฉันบอกแม่แล้วไงจ๊ะ ว่าจะไม่ยอมขายตัวไปจนหมดสภาพอย่างพี่มุกพี่พิกุลหรอก คนอย่างอีบุปผามันจะต้องได้ดีกว่านี้”

บุปผามั่นใจในตัวเองอย่างยิ่ง ในขณะที่ผกามีสีหน้ากังวลว่าสิ่งที่บุปผาพูดจะเป็นได้แค่เรื่องเพ้อฝัน

ooooooo

ที่แท้ หมอไอศูรย์คือผู้ชายที่คุณหญิงมณีอยากได้เป็นลูกเขย และคุณหญิงแจ่มจันทร์แม่ของเขาก็ต้องการมัทนาเป็นสะใภ้ ผู้ใหญ่จึงตกลงกันเอาไว้แล้ว เพียงแต่รอหนุ่มสาวพบเจอและทำความรู้จักกันเท่านั้น

หารู้ไม่ว่าทั้ง คู่เคยเจอกันแล้วครั้งหนึ่ง และต่างฝ่ายก็ประทับใจกันแต่แรกเห็น แต่วันนี้ไอศูรย์ผิดนัดกับแม่ที่จะพาไปบ้านเพื่อนเพราะมีคนไข้ด่วน คุณหญิงแจ่มจันทร์จึงเลื่อนไปคราวหน้าโดยไม่ยอมเกริ่นอะไรให้ลูกรู้ ด้วยมั่นใจว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เธอบอกให้ลูกทำ ลูกไม่เคยขัดคำสั่งเธอสักครั้ง

วันรุ่งขึ้น เพชรขับรถไปส่งพลอยที่มหาวิทยาลัยและเจอมัทนาตามที่ตั้งใจ เขาแสดงออกว่าชื่นชอบเธอด้วยการมอบหนังสือเล่มหนึ่งให้ ฝ่ายพลอยก็ช่วยเชียร์หลังจากพี่ชายกลับไปแล้ว สาธยายว่าเขาเห็นหน้ามัทนาครั้งเดียวก็หลงใหลได้ปลื้มหัวปักหัวปํา เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน อยากให้เธอเปิดใจรับเขาหน่อย

มัทนาพูด ไม่ออก เสมองข้ามไปข้างหลังพลอย แล้วสีหน้าตื่นตะลึงขึ้นมาอย่างกะทันหันเมื่อเห็นหมอไอศูรย์เดินโปรยยิ้ม เข้ามา พลอยหันไปเห็นก็ตะลึงไปอีกคน

“พี่ต้น!” พลอยอุทานแล้วมองหน้าเพื่อนรักสลับกับชายหนุ่มที่ตัวเองปลื้มปริ่มอยู่ไปมา....

เมื่อทั้งสามคนได้นั่งคุยกันสักครู่ พลอยเปรยว่าไม่น่าเชื่อว่าโลกจะกลมขนาดนี้ และถามคุณหมอว่ามาทำอะไรที่นี่

“พี่ก็แค่ผ่านๆมา แล้วบังเอิญเห็นน้องพลอยกับคุณมัทนาพอดี ก็เลยเข้ามาทักน่ะ”

“แหม...โลก กลมๆของเราสามคนนี่ยังเต็มไปด้วยความบังเอิญอีกนะคะ บังเอิญยายมัทรู้จักกับพี่ต้น บังเอิญพี่ต้นรู้จักกับพลอย แถมพลอยบังเอิญเป็นเพื่อนสนิทกับยายมัทอีก ต้องเอาเรื่องนี้กลับไปเล่าให้พี่เพชรฟังสักหน่อยแล้ว”

พลอยพูดจบก็เห็นมัทนากับไอศูรย์มองตากัน...เธอลอบถอนใจด้วยความกังวล รู้สึกทะแม่งๆกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่

ooooooo

บุปผา มาทำแผลและตั้งใจมาเจอหมอไอศูรย์ที่โรงพยาบาลแต่คลาดกันนิดเดียว จึงฝากกระเช้าผลไม้ไว้กับพยาบาลแล้วเดินหน้าตูมออกมาเจอนายสินอย่างไม่คาด คิด

สินดีใจมากรีบลงจากรถมาทักบุปผา พอเห็นเธอมีผ้าพันแผลที่มือก็สอบถามด้วยความเป็นห่วง บุปผากลับตอบอย่างไม่แยแสความรู้สึกเขาเลยสักนิด

“ถ้าไม่เป็นอะไรแล้วจะต้องพันผ้าพันแผลไว้ อย่างนี้เรอะ ถามอะไรโง่ๆ”

สินหน้าเจื่อนไปนิดแล้วรีบเอาใจสาวสวยต่อ “แล้วนี่บุปผาจะไปไหนจ๊ะ ให้ฉันไปส่งนะ ฉันมีรถมาด้วย”

บุปผาเหลือบมองรถด้วยท่าทีพอใจ เพราะหรูหราไม่ใช่เล่น

“ฉันเพิ่งไปส่งคุณหนูที่มหาวิทยาลัยมาน่ะ เย็นๆ ถึงค่อยไปรับ บุปผาจะไปไหน ให้ฉันไปส่งนะ”

สิน ยิ้มประจบเอาใจบุปผาเต็มที่ ปรากฏว่าบุปผายิ้มหวานตอบเพราะเห็นแก่ประโยชน์ ยอมให้เขาไปส่งถึงหอโคมแดง แต่พอลงจากรถปุ๊บก็เดินหนีอย่างเย็นชา อย่าว่าแต่รับปากยอมขึ้นห้องตามที่นายสินขอ แม้แต่เอ่ยคำขอบคุณที่เขามาส่งก็ไม่มีหลุดออกจากปากหล่อน!

ทางด้าน พลอยที่เริ่มสงสัยความสัมพันธ์ของมัทนากับไอศูรย์ แต่พอจะซักถามมัทนาก็ชิงบอกเสียก่อนว่าแม่ของตนกำลังจะให้หมั้นกับลูกชาย เพื่อน ฝ่ายเพชรที่หลงรักมัทนาเต็มเปาก็ตั้งใจไปปรึกษาไอศูรย์ว่าจะทำอย่างไรดี แต่รายนั้นถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินชื่อมัทนา เทพบริบาล เพราะเธอคือสาวน้อยที่เขาพึงพอใจอยู่เช่นกัน

ตกเย็นไอศูรย์กลับเข้า บ้านทราบจากมารดาว่าจะให้เขาหมั้นกับลูกสาวเพื่อนที่ชื่อมัทนา เทพบริบาล ชายหนุ่ม ดีใจอย่างบอกไม่ถูก แต่ก็แอบหนักใจไม่น้อยเหมือนกัน เพราะเพชรเพิ่งมาบอกเมื่อเช้าว่ารักชอบมัทนาอยู่ ส่วนเพชรก็เพิ่งรู้จากพลอยว่ามัทนากำลังจะหมั้นกับผู้ชายที่แม่หาให้ เขาร้อนใจหนักกว่าเดิมตั้งใจมาหารือไอศูรย์ แต่กลายเป็นว่าต้องโมโหโกรธาเมื่อรู้ว่าผู้ชายคนนั้นคือไอศูรย์นั่นเอง

เพชรลุกพรวดจ้องหน้าไอศูรย์อย่างแค้นเคืองสุดขีด ไอศูรย์พยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบ

“เพชร...ฟังพี่ก่อน พี่ก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าแม่พี่จะให้พี่หมั้นกับคุณมัทนา”

“แต่พี่ต้นก็รู้ว่าผมชอบน้องมัทนาอยู่ ถ้าพี่ต้นไม่ได้ชอบอยู่กับน้องมัทนา พี่ต้นก็ควรจะปฏิเสธการหมั้นสิครับ”

ไอศูรย์นิ่งอึ้ง เพชรรู้แล้วว่าอาการนิ่งของเขาคือการยอมรับว่าชอบมัทนาเหมือนกัน

“เพชร...ถึงจะเกิดเรื่องนี้ขึ้น แต่เราสองคนก็ยังจะเป็นพี่น้องกันได้อยู่ใช่ไหม”

เพชร ไม่ตอบ เดินหน้าบึ้งออกไปเลย ไอศูรย์ถอนใจด้วยความกลัดกลุ้ม...ต่อมาเมื่อพลอยพอรู้เรื่องนี้จากพี่ชายก็ รู้สึกเคืองมัทนาไม่น้อย ไปต่อว่าเธอถึงบ้าน แต่พอฟังคำอธิบายของเพื่อนที่ไม่รู้มาก่อนว่าผู้ชายที่แม่หาให้คือหมอ ไอศูรย์ พลอยก็สงบลงได้บ้าง...

ooooooo

บุปผากำลังหลับสบายใน ห้องส่วนตัว เสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงเรียกของผกาทำให้หล่อนหงุดหงิดรำคาญ พอรู้ว่าศักดิ์ชัยมาและต้องการขึ้นห้องกับเธอก็ยิ่งอารมณ์เสีย ฝากผกาไปบอกเขาทีว่าวันนี้เธอไม่รับแขก

ผกาทำท่าหนักใจ บุปผาจะกลับเข้าห้อง แต่ยังไม่ทันก้าวขาศักดิ์ชัยก็พรวดพราดขึ้นมากระชากแขนเธอไว้

“บุปผา...คุณปฏิเสธผมหลายครั้งแล้วนะ ทำไม ผมมีอะไรน่ารังเกียจนักเหรอ”

“ปล่อยฉันนะคุณศักดิ์ชัย”

“ไม่ปล่อย! วันนี้คุณต้องขึ้นห้องกับผม”

บุปผา ไม่เล่นด้วยสะบัดตัวออก ศักดิ์ชัยยิ่งเคือง ยื้อยุดเธอไปมา ที่สุดก็โดนเธอผลักเซเสียหลักหงายหลังกลิ้งตกบันไดท่ามกลางเสียงร้องวี้ด ว้ายของสาวน้อยสาวใหญ่ในหอโคมแดง

ศักดิ์ชัยนอนแน่นิ่งไม่ได้สติอยู่เชิงบันได มุกวิ่งมาเห็นพูดโพล่งด้วยความตกใจสุดขีด

“นังบุปผา แกผลักคุณศักดิ์ชัยตกบันไดเหรอ พ่อเขามาเอาเรื่องแกตายแน่!”

บุปผาหน้าซีดหน้าเสีย แล้วกุลีกุจอช่วยพวกผกาพาศักดิ์ชัยไปส่งโรงพยาบาล แต่พอนึกอะไรได้ก็กระซิบถามผกาว่าทำไมต้องเอาเขามาที่นี่ด้วย

“ก็ ที่นี่เป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุด หมอเก่งที่สุดน่ะสิ บุปผาเอ๊ย...คุณศักดิ์ชัยเขาเป็นถึงลูกพ่อค้าใหญ่ พลัดตกบันไดลงไปขนาดนั้นไม่คอหักตายคาบ้านเราก็บุญถมไปแล้ว ยังไงๆเราก็ต้องพาเขามาหาหมอที่เก่งที่สุด”

บุปผาหน้าไม่ดีหันมองรอบทิศ เห็นหมอไอศูรย์กำลังถูกตามตัวเข้าไปในห้องฉุกเฉิน ก็รีบหลบหลังผกาทันที

“เป็นอะไรไปบุปผา”

“ฉันกลับไปรอฟังผลที่บ้านได้ไหมแม่”

“ไม่ ได้ เราน่ะเป็นตัวต้นเหตุก็ควรจะอยู่รอดูอาการคุณศักดิ์ชัยเขาที่นี่ เดี๋ยวพ่อคุณศักดิ์ชัยเขาก็คงจะมา บุปผาจะหลบหน้าพ่อเขาไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปกว่าเดิม”

“ฉันไม่ได้จะหลบหน้าพ่อคุณศักดิ์ชัยสักหน่อย”

“แล้ว จะหลบหน้าใคร” พูดไปแล้วชักเอะใจ เปลี่ยนเป็นโน้มหน้ามากระซิบถามบุปผา “อย่าบอกนะว่าหมอที่บุปผาเคยพูดถึงให้แม่ฟัง เขาทำงานอยู่ที่นี่น่ะ”

“ไม่ใช่ แค่ทำงานที่นี่ เขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลนี้เลยละแม่ แล้วถ้าเขารู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงหากิน เขาก็จะไม่เอาฉันน่ะสิ แม่ให้ฉันกลับบ้านนะ แล้วเรื่องคุณศักดิ์ชัยจะเอายังไงค่อยว่ากัน”

ผกา นิ่งคิดไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับอย่างจำใจ เห็นแก่อนาคตของบุปผา...เมื่อกลับมาถึงหอโคมแดงคนเดียว บุปผาก็ถูกมุกเพ่งเล็งจับผิดอีกว่า

“ทำไมกลับมาก่อนคนเดียว นี่อย่าบอกนะว่าคุณศักดิ์ชัยตายแล้วน่ะ”

“บ้า! เขายังไม่ตายย่ะ หมอกำลังรักษาอยู่”

“แล้วนี่หล่อนกลับมาบ้านทำไม แล้วคนอื่นๆล่ะ”

บุปผาไม่สนใจจะตอบคำถาม เดินตรงไปใช้โทรศัพท์ หมุนฉับๆโทร.หาใครบางคน

ooooooo

ผ่านไปพักใหญ่...ผกา เดือน และสิรีพากันกลับมา บุปผาถลาเข้าไปถามผกาอย่างร้อนใจว่าศักดิ์ชัยเป็นยังไงบ้าง

“พ้นขีดอันตรายแล้ว”

บุปผา โล่งอก แต่ไม่ทันไรก็หน้าซีดเป็นไก่ต้ม รวมทั้งคนอื่นๆก็พลอยตกอกตกใจไปด้วยเพราะพงษ์ศักดิ์พ่อของศักดิ์ชัยพรวดพราด เข้ามาพร้อมลูกน้อง โวยวายถามหาคนที่ผลักลูกชายตกบันได จะเอาตัวไปส่งตำรวจ

แต่ ก่อนที่บุปผาจะถูกรวบตัว กำพลก้าวเข้ามาแทรกกลาง “ใจเย็นๆสิครับเจ้าสัว เรื่องที่เกิดขึ้นน่ะมันเป็นอุบัติเหตุ บุปผาไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย”

“ลื้อเป็นใครวะ มาสาระแนเรื่องของคนอื่น รู้ไหมอั๊วเป็นใคร”

“ผม รู้ว่าเจ้าสัวเป็นใคร และผมก็เชื่อว่าเจ้าสัวก็รู้จักพ่อผมดีเหมือนกัน” กำพลแนะนำชื่อเสียงเรียงนามบิดาซึ่งเป็นนายทหาร และย้ำว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเราคงตกลงกันได้อย่างเงียบๆ

พงษ์ศักดิ์ ท่าทีเกรงบารมีบิดากำพล เม้มปากแน่นอย่างเจ็บใจ ในขณะที่บุปผายิ้มอย่างผู้มีชัย...หลังจากเคลียร์กันเรียบร้อย พงษ์ศักดิ์พาลูกน้องกลับไปแล้ว บุปผาสำนึกบุญคุณกราบแทบอกกำพลด้วยท่าทีกระชด กระช้อย

“บุปผาต้องกราบขอบคุณคุณกำพลมากนะคะที่ มาช่วยบุปผา นี่ถ้าไม่ได้คุณกำพล บุปผาคงต้องแย่แน่ๆ”

มุกยืนซุบซิบกับผองเพื่อนอยู่อีกมุม จ้องบุปผาอย่างชิงชัง แน่ใจแล้วว่าที่แท้บุปผาโทร.หากำพลนี่เอง

“ฉัน ว่าบุปผามันเก่งนะที่คิดได้ว่าต้องโทร.หาคุณกำพลน่ะ เพราะพ่อค้าคนไหนๆก็ต้องกลัวต้องเกรงใจพวกทหารทั้งนั้นแหละ คุณกำพลเขาเป็นลูกนายทหารใหญ่” พิกุลพูดซื่อๆ แต่มันทำให้มุกอารมณ์เสียแหวใส่เสียงเขียว

“เออ! ไม่ต้องพูดแล้ว”

บุปผายิ้มหวานเอาใจกำพลและพร้อมรับใช้อย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนที่เขาช่วยเจรจากับพ่อของศักดิ์ชัย แต่วันนี้กำพลอยากให้เธอดูแลเพื่อนคนหนึ่งของเขาที่กำลังเครียดๆเรื่องผู้หญิง บุปผารับปากอย่างง่ายดาย พอเห็นหนุ่มคนนั้นสาวเจ้าก็ตาวาวพึงพอใจ รูปร่างหน้าตาเขาหล่อเหลาและการแต่งกายดูดีมีรสนิยม แม้จะมาในสภาพเมามายไปหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ

เพื่อนของกำพลก็คือเพชรนั่นเอง เพชรกำลังเสียใจอกหักจากมัทนา เขาดื่มเหล้าก่อนตามกำพลมาที่หอโคมแดงแล้วได้ขึ้นห้องกับบุปผาที่ยินดีบริการด้วยความเต็มใจ เพชรเผลอพูดชื่อมัทนาออกมาหลายครั้งทำให้บุปผาคาดเดาได้ไม่ยากว่าเขาคงอกหักจากเธอคนนั้น

เย็นวันเดียวกัน มัทนากับไอศูรย์ได้เจอกันอย่างเป็นทางการที่บ้านของฝ่ายหญิงซึ่งนายพลเทพกับคุณหญิงมณีต้อนรับคุณหญิงแจ่มจันทร์กับลูกชายด้วยความยินดี ยิ่งเห็นท่าทางหนุ่มสาวเข้ากันได้ดี ผู้ใหญ่ทุกคนก็สบายใจ โดยเฉพาะแจ่มจันทร์อยากให้หมั้นกันเร็วๆ มณีเห็นดีเห็นงามชวนแจ่มจันทร์ไปหาหมอดูที่เชียงใหม่เพื่อดูฤกษ์มงคลให้ลูกของเรา โดยยืนยันว่าเธอคนนี้มีญาณทิพย์ดูแม่นราวกับจับวาง...

วันต่อมา บุปผาไปล้างแผลที่โรงพยาบาลและได้พบไอศูรย์ตามใจปรารถนา แต่พูดคุยกันไม่กี่คำหมอก็ขอตัวเพราะล้างแผลเป็นหน้าที่ของพยาบาล ระหว่างนี้เองบุปผาได้ยินพวกพยาบาลคุยกันว่าหมอไอศูรย์กำลังจะหมั้นกับลูกสาวคุณหญิงมณี เธอถึงกับอารมณ์เสียกลับออกมาหลังจากทำแผลเสร็จ แล้วเดินชนหญิงคนหนึ่งที่คล้ายคนบ้าร่ำร้องหาแต่หลานสาวที่พลัดพรากจากกันไป

บุปผาผลักไสไล่ตะเพิดให้เธอไปถามหาในโรง พยาบาลโดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วหญิงคนนั้นคืออิ่มป้าแท้ๆ ของเธอนั่นเอง!

เมื่อกลับมาถึงหอโคมแดง บุปผาเล่าเรื่องหมอไอศูรย์กำลังจะหมั้นกับลูกสาวผู้รากมากดีให้ผกาฟัง ผกาเลยสอนสั่งและอยากให้บุปผาถอดใจอย่าไปแข่งบุญแข่งวาสนากับคนที่สูงส่งกว่า แต่บุปผาดึงดันไม่ยอม ยืนกรานว่ายังไงตนก็ต้องแต่งงานกับไอศูรย์ให้ได้

เพียงวันถัดมาบุปผาก็วางแผนให้กำพลสอนขับรถ ซึ่งเธอหัวไวใช้เวลาไม่นานก็ขับเป็นและพาเขาไปวนเวียนแถวโรงพยาบาลอ้างว่าแถวนี้รถไม่เยอะ ขับคล่องกว่าที่อื่น ความจริงแล้วเธอรอไอศูรย์ออกเวร จากนั้นก็ขับรถตามเขาไปจนถึงบ้านเทพบริบาล และได้รู้เห็นด้วยว่านายสินคือคนขับรถของบ้านนี้ บุปผาเกิดความคิดบางอย่างขึ้นในหัวทันที

ไอศูรย์แวะมาหามัทนาและอยู่พูดคุยกับพ่อแม่ของเธอที่ต้อนรับอย่างเป็นกันเอง การสนทนาครั้งนี้ทำให้ไอศูรย์แน่ใจว่านายพลเทพอยากมีลูกหลายคนแต่ติดขัดที่คุณหญิงมณีท้องแรกเลือดเป็นพิษส่งผลให้ท้องอีกไม่ได้ มณีนั่งฟังอยู่ด้วยเริ่มไม่วางใจ แอบสั่งสร้อยให้ไปซื้อยาจากตาเถามาอีก ตั้งใจให้สามีกินต่อเนื่องเพื่อความมั่นใจว่ามัทนาต้องเป็นลูกคนเดียวของท่านนายพล

ส่วนนายพลเทพ หลังจากไอศูรย์กลับไปแล้วก็หวนนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่อุ่นท้องแก่ใกล้คลอด เขานับวันรอด้วยความดีใจเพราะชอบเด็ก แต่แล้วความหวังต้องล่มสลายเมื่อทราบข่าวว่าบ้านอุ่นถูกไฟไหม้ซึ่งชาวบ้านบอกว่าอุ่นถูกไฟครอกตายพร้อมลูกในท้อง...

ooooooo

หลังจากไปเห็นนายสินที่บ้านเทพบริบาลมาเมื่อวาน...วันนี้บุปผาจึงผุดแผนใหม่ขึ้นมาโดยไม่บอกใครแม้แต่ผกา!

บุปผายอมขึ้นห้องกับนายสินเป็นครั้งแรกด้วยความเต็มใจทำให้ใครต่อใครถึงกับงุนงงสงสัย เพราะแต่ไหนแต่ไรบุปผาไม่เคยแยแสคนระดับล่างโดยเฉพาะคนที่เป็นขี้ข้าไม่มียศมีเกียรติ

หลังปรนเปรอนายสินจนเสร็จสมอารมณ์หมายแล้วบุปผายังหยอดคำหวานว่าเธอชอบเขา ทำเอานายสินหัวใจพองโตอยากได้ยินชัดๆอีกสักครั้ง

“ฉันชอบนายสิน...แต่แม่ผกาบอกฉันว่าให้ฉันเลือกขึ้นห้องแต่กับพวกเศรษฐีไปก่อนเพราะอีกหน่อยพอฉันแก่ หมดความสาวความสวยแล้วฉันก็คงจะเลือกมากอย่างนี้ไม่ได้อีก นายสินรู้ไหมว่าพวกเศรษฐีน่ะเขาจ่ายหนักก็จริง แต่เขาก็เล่นฉันหนักหนาเหมือนกัน บางครั้งนะ...ฉันถึงกับจับไข้เลยทีเดียว”

สินฟังแล้วอึ้งไปด้วยความสงสาร...บุปผายังพร่ำพรรณนาน้อยใจในชะตากรรมของตัวเอง

“ใจจริงฉันก็อยากจะเลิกอาชีพนี้แล้ว อยากจะออกไปจากที่นี่ ไปใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา แต่แม่ผกาไม่ยอม อ้างบุญคุณที่เลี้ยงดูฉันมาแต่แบเบาะ มันก็เลยทำให้ฉันไม่กล้าไปไหน หรือทำอะไรที่ขัดใจแม่”

“โถ...แม่คุณ”

“นายสินรักฉันบ้างรึเปล่า”

“รักสิ รักมาตั้งนานแล้ว และฉันก็ไม่เคยรังเกียจเลยว่าเธอเป็นใคร ทำอาชีพอะไร”

“ถ้านายสินรักฉันจริง นายสินพาฉันหนีไปจากที่นี่นะ”

“หา! อะไรนะ” สินตะลึง แทบไม่เชื่อหู...ในขณะที่บุปผาสีหน้าจริงจัง ไม่พูดเล่น...

เวลาเดียวกันที่บ้านเทพบริบาล สร้อยเตรียมตัวไปซื้อยาที่บ้านตาเถาหมอยาฝีมือดีตามคำสั่งคุณหญิงมณี แสงแอบเห็นเงินในมือแม่ก็ซักไซ้เป็นการใหญ่ สร้อยไม่พูดความจริง บอกแต่ว่าคุณหญิงใช้ให้ไปซื้อของ แสงเดาว่าของสิ่งนี้คงไม่ใช่ของดีแม่ถึงไม่อยากให้ใครรู้แม้แต่ลูกตัวเอง

“เอ๊ะ ไอ้แสงนี่ แกจะมาถามเซ้าซี้แม่ทำไมเนี่ย”

สร้อยพูดขาดคำ แสงแบมือขอเงินหน้าตาเฉย แถมขู่เสียด้วยว่า “ถ้าแม่ไม่ให้ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ท่านนายพลฟัง แล้วท่านนายพลก็คงจะไปถามคุณหญิงเอาเองแหละว่าคุณหญิงใช้ให้แม่ไปซื้ออะไร”

“อย่านะ!” สร้อยห้ามเสียงหลง และยอมเจียดเงินให้ลูกชายตัวแสบไปทั้งที่ไม่เต็มใจ

ooooooo

ขณะที่นายสินไปขลุกอยู่หอโคมแดงกับบุปผา... ไอศูรย์ทำหน้าที่ขับรถไปส่งมัทนาที่มหาวิทยาลัย ขากลับเจอเพชรที่มาส่งพลอย เขาอยากคุยกับเพื่อนรุ่นน้องด้วยเรื่องมัทนาแต่เพชรทำมึนตึงใส่ก่อนออกรถไปด้วยความเร็ว

ส่วนมัทนากับพลอยก็เข้าหน้ากันไม่ติด มัทนาต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่ออธิบายให้เพื่อนรักเข้าใจและกลับมาคบกันเหมือนเดิม

“พลอย...เธอต้องเชื่อฉันนะ ฉันไม่รู้จริงๆว่าแม่จะให้ฉันหมั้นกับพี่ต้น ฉันรู้แต่ว่าแม่จะให้ฉันหมั้นกับลูกชายเพื่อนของแม่”

“แล้วเธอก็ไม่เคยถามเลยงั้นสิ”

“จริง...ฉันไม่เคยถาม เพราะฉันไม่เคยขัดใจแม่ แม่จะให้ฉันทำอะไร ฉันก็ทำตามที่พ่อกับแม่บอกให้ทำมาตลอด ในเมื่อแม่จะให้ฉันหมั้น ฉันก็จะหมั้นตามใจท่าน”

“แล้วเธอชอบพี่ต้นพอที่จะยอมรับหมั้นเขารึเปล่าล่ะ”

มัทนาพยักหน้าช้าๆ พลอยอึ้งไปชั่วขณะ แล้วในที่สุดก็ถอนหายใจก่อนเอ่ยเสียงอ่อนลง

“สรุปว่า...พี่ชายฉันหมดหวังล่ะสิ”

“ฉันขอโทษนะพลอย แต่เรื่องแบบนี้มันบังคับใจกันไม่ได้น่ะ ฉันชอบพี่เพชรเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง”

“เอาละๆ สรุปว่าพี่เพชรของฉันก็ต้องอกหักไปตาม ระเบียบ ก็ไม่ต่างอะไรไปจากฉัน”

“เธอชอบพี่ต้น?” พลอยพยักหน้ารับ มัทนาถึงกับหน้าเจื่อน เอ่ยขอโทษเพื่อนเหมือนตัวเองเป็นคนผิด

“ทำไมเธอต้องขอโทษ เธอไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ก็อย่างที่เธอบอกนั่นแหละ เรื่องแบบนี้มันบังคับใจกันไม่ได้ ในเมื่อพี่ต้นเขาไม่ได้ชอบฉัน แต่เขาชอบเธอ ฉันก็ควรจะดีใจไปกับเธอมากกว่าที่กำลังจะมีความรักที่สมหวังและลงตัว”

“ขอบคุณนะพลอย ขอบคุณที่เข้าใจฉัน ฉันคงจะหาเพื่อนที่ดีอย่างเธอไม่ได้อีกแล้ว”

สองสาวจับมือและสบตากันด้วยความเข้าใจ มิตรภาพระหว่างเพื่อนกลับคืนมาอย่างน่ายินดี...ทางด้านหมอไอศูรย์ที่กลับไปทำงานที่โรงพยาบาลก็เจออิ่มในสภาพ เนื้อตัวมอมแมมมาถามหาหลานสาว ด้วยความสงสารจึงให้พยาบาลจัดหาอาหารให้แกกิน และหาเสื้อผ้าสะอาดๆให้ใส่ แล้วให้นอนเตียงคนไข้ว่างๆไปก่อน เขาไม่อยากปล่อยแกเดินเร่ร่อนอีก เกรงจะเป็นอันตราย...

ฝ่ายบุปผาที่วางแผนไว้ดิบดี เพื่อความรุ่งโรจน์ในชีวิตเธอยอมแม้ต้องออกจากหอโคมแดงไปเป็นเมียนายสิน ผกาได้ฟังก็งงเป็นไก่ตาแตก ตำหนิดาวเด่นของซ่องไหนว่าอยากได้ผัวเป็นหมอแล้วทำไมถึงคว้าคนขับรถเอาง่ายๆ

บุปผาเห็นท่าทีผกาก็หัวเราะร่วนก่อนเฉลยว่าเป็นแผน นายสินเป็นแค่บันไดที่เธอจะใช้ก้าวเดินไปหาผัวหมอต่างหาก เขาเป็นคนขับรถอยู่ที่บ้านว่าที่คู่หมั้นของหมอไอศูรย์ เพราะฉะนั้นหมอก็ต้องไปมาหาสู่ที่บ้านนั้นไม่ขาด การที่เธอเข้าไปอยู่ที่นั่นกับนายสิน ย่อมมีโอกาสเข้าถึงตัวหมอไอศูรย์ง่ายกว่าที่อื่น

“อืม...แม่ชักเริ่มเข้าใจละ แต่เอ๊ะ ถ้าบุปผาไป ที่นี่ก็จะขาดรายได้น่ะสิ บุปผาก็รู้อยู่ว่าแกน่ะเป็นดาราของที่นี่”

“แม่อย่าห่วงเลย ถึงฉันจะไม่อยู่แต่ฉันก็จะหาทางหาเงินส่งกลับมาให้แม่ ให้แม่มีรายได้เหมือนตอนที่ฉันอยู่เลย”

“แล้วบุปผาจะไปอยู่กับนายสินในฐานะอะไร”

บุปผายิ้มพรายก่อนขยายอย่างภูมิใจในแผนของตัวเอง...แล้วอีกวันถัดมา สินก็พาบุปผาเข้ามาที่บ้านเทพบริบาล เป็นเวลาที่คุณหญิงมณีไม่อยู่บ้าน ไปเชียงใหม่กับคุณหญิงแจ่มจันทร์เพื่อให้ชไมดูฤกษ์หมั้นของมัทนากับไอศูรย์...สินทำตามที่บุปผากำชับ บอกนายพลเทพว่าเธอเป็นน้องสาวจะขอมาอาศัยอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องมีเงินเดือนอะไรก็ได้ ขอแค่ให้มีที่ซุกหัวนอนและมีข้าวกินก็พอใจแล้ว

นายพลเทพลังเลไม่กล้าตัดสินใจเพราะเกรงภรรยาจะไม่พอใจ แต่มัทนาที่นั่งอยู่ด้วยสงสารน้องสาวนายสินจึงคะยั้นคะยอให้บิดารับเอาไว้ แล้วเธอจะช่วยพูดกับมารดาเอง

“เอ้า...เอาอย่างนั้นก็ได้”

สิ้นคำนายพลเทพ บุปผายิ้มร่าดีใจ ก้มลงกราบแทบเท้า สองพ่อลูกราวกับสำนึกในเมตตา

ooooooo

ไฟหวน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด