ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เพลิงตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "เอส" ควง "เซฟฟานี" ลงละคร "เพลิงตะวัน" กระชากเรตติ้ง



จากนั้นไม่นาน นันทวัฒน์เดินมาส่งมยุริญถึงตัวบ้าน ไม่รู้จะคุยอะไรด้วยเพราะรู้สึกผิดต่อเธอมาก มยุริญจึงเป็นฝ่ายชวนเขาคุยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“งานสนุกดีนะคะพี่วัฒน์ ยุริญว่าทีมงานนี้จัดงานใช้ได้เลยนะคะ แอบขอเบอร์ไว้ด้วยค่ะ เผื่อวันหน้าวันหลังจะได้ใช้งาน” เธอเห็นเขามีท่าทีอึดอัดรีบตัดบท “เหนื่อยใช่ไหมคะ งั้นพี่วัฒน์กลับไปพักผ่อนเถอะนะคะ”

นันทวัฒน์ได้แต่พยักหน้ารับ แล้วหมุนตัวกลับออกไป เดินได้แค่สองก้าว ก็หันกลับมามองอีกครั้งมยุริญส่งยิ้มหวานมาให้ ไม่มีวี่แววเศร้าเสียใจแต่อย่างใด แต่นั่นไม่ได้ทำให้เขาสบายใจแม้แต่น้อย มยุราซึ่งแอบมองอยู่ตลอด รอจนเขาคล้อยหลังถึงได้ก้าวออกจากมุมมืด มยุริญทักทายแม่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเก็บอาการ

คนเป็นแม่ย่อมรู้จักลูกของตัวเองดี บอกเธอว่าต่อหน้าคนอื่นเธอไม่ต้องแสดงความรู้สึกใดๆก็ได้ แต่กับท่านแล้วไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น มยุริญโผกอดแม่ร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น มยุราได้แต่กอดตอบปลอบใจ...

นันทานอนไม่หลับนั่งรอลูกชายกลับมาอย่างใจจดจ่อ ทันทีที่เจอหน้า ก็ต่อว่าเขาว่าในเมื่อปรางค์ทองทำให้บ้านเราต้องร้อนเป็นไฟ ทำให้พ่อของเขาต้องตกอยู่ในสภาพเยี่ยงนี้ เขายังคิดจะรับนังมารนั่นกลับมาอีกหรือ นันทวัฒน์แก้ต่างแทนปรางค์ทองว่ามันเป็นอุบัติเหตุ พิชิตก็ยืนยันแล้ว หรือท่านไม่เชื่อใจเขา ท่านก็รู้ว่าเขาเสี่ยงตายเพื่อครอบครัวของเรามากี่ครั้งกี่หนแล้ว นันทานิ่งไปอึดใจก่อนจะขอร้องลูกชายอย่าทำให้ทุกคนผิดหวังอีก

“แล้วผมล่ะครับ ผมต้องผิดหวังอยู่คนเดียวงั้นหรือครับ” ตัดพ้อจบนันทวัฒน์เดินขึ้นห้องไม่ยินดียินร้ายกับเสียงตะโกนไล่หลังของแม่ที่บอกให้เลิกโง่สักที นันทาแค้นใจมากพาลแช่งชักหักกระดูกปรางค์ทองว่าน่าจะตายให้รู้แล้วรู้รอด จะกลับมาทำไมอีก ประกาศลั่นจะทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ครอบครัวตัวเองต้องพินาศเพราะเธออีก

ooooooo

ขณะเฮียฮุยพ่อของตรีทศนั่งกินข้าวต้มรอบดึกอย่างสบายอารมณ์ มีไลน์จากบุคคลปริศนาที่เขาตั้งชื่อไว้ว่า A ส่งรูปปรางค์ทองในคราบตะวันกำลัง เดินแบบอยู่ในงานโชว์เครื่องเพชรมาให้ดู พร้อมกับข้อความต่อว่า

“นี่มันหมายความว่ายังไง ไหนว่าจัดการไปแล้ว... เฮียรับเงินฉันไปแล้วนะ”

เฮียฮุยไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง ตะโกนโหวกเหวกเรียกนายเขียวกับนายแจ๊คมาหา แล้วเอารูปในไลน์ที่เพิ่งได้รับให้ดู ไหนว่าเก็บมันแล้ว ทำไมมันยังมาเดินแบบได้อีก ทั้งคู่ยืนยันว่าเห็นเธอตายกับตาตัวเอง แต่พอเขาถามหาศพอยู่ไหน พวกนั้นกลับอึกอัก ก่อนจะหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสามปีก่อน

ตอนนั้นมีงานสังสรรค์ของสมาคมนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งจัดอย่างหรูหรา ปรางค์ทองกับนันทวัฒน์ยังไม่มาปรากฏตัวในงาน สร้างความไม่พอใจให้นันทาเป็นอย่างมาก เพราะเพื่อนๆร่วมอาชีพของเธอหมายมั่นปั้นมือจะผลักดันให้นันทวัฒน์เป็นนายกสมาคมคนต่อไป เธอจึงสั่งการให้ทนงศักดิ์โทร.ไปเร่ง เขายังไม่ทันจะกดเบอร์ นันทวัฒน์กับปรางค์ทองเดินเข้ามาในงานเสียก่อน

นันทาเห็นสะใภ้แสนชิงชังมาด้วย ก็เหน็บแนมต่างๆนานาทำนองว่าเธอเป็นงูเห่าเลี้ยงไม่เชื่อง สองแม่ผัวลูกสะใภ้เปิดศึกน้ำลายกันกลางงาน นันทาทนไม่ไหวจะตบสั่งสอนปรางค์ทองสักฉาด แต่ทนงศักดิ์คว้าตัวไว้ทัน นันทวัฒน์ต้องขอร้องให้ท่านใจเย็นๆ คนมองกันใหญ่แล้ว ท่านไม่สนใจ ผู้คนจะได้รู้ว่าท่านต้องเจอกับอะไร

“คนเขาคงจะสนุกปากกันนะคะ ศึกงูเห่ากับหมาบ้า”

“ปรางค์ เกินไปแล้วนะ นี่แม่พี่นะ” นันทวัฒน์เห็นปรางค์ทองยังไม่หยุดก้าวร้าว ตวัดมือจะห้ามแต่มือดันไปเฉี่ยวแก้ม เธอพานคิดว่าเขาเข้าข้างแม่ถึงกับลงไม้ลงมือกับเธอก็ทั้งโกรธทั้งอับอายสะบัดหน้าเดินหนี นันทวัฒน์จะตาม แต่นันทารั้งตัวไว้ไม่ให้ตาม ระหว่างที่ปรางค์ทองเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกจากห้องจัดงาน พนักงานเสิร์ฟคนหนึ่งถือถาดใส่แก้วเหล้าตรงเข้ามาหา

“เครื่องดื่มครับคุณผู้หญิง”

ด้วยความโมโห ปรางค์ทองคว้าแก้วเครื่องดื่มกระดกเข้าปากจนเกลี้ยง แล้วเดินจากไป พนักงานเสิร์ฟมองตามยิ้มสมใจ ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.รายงานปลายสายว่าปลากินเบ็ดแล้ว

ทันทีที่ปรางค์ทองออกมาหน้าโรงแรม รถแท็กซี่ซึ่งสมุนของเฮียฮุยเป็นคนขับปราดเข้ามาจอดเทียบ เธอเห็นนันทวัฒน์วิ่งตามมารีบขึ้นรถแท็กซี่ แล้วสั่งให้ออกรถ ยาในเครื่องดื่มเริ่มออกฤทธิ์ ปรางค์ทองมึนหัวไปหมด กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นกับดักก็เป็นตอนที่แท็กซี่ขับมาจอดแถวถนนสายเปลี่ยวใกล้ตลาดค้าส่งพืชผลทางการเกษตร
สมุนอีกคนหนึ่งของเฮียฮุยออกจากที่ซ่อน เปิดประตูรถจะเข้ามานั่ง แม้จะมึนหัวแต่ปรางค์ทองรวบรวมกำลังถีบสมุนคนนั้นกระเด็นแล้ววิ่งหนี โดยมีสองสมุนไล่ตาม

ooooooo

เฮียฮุยตบบ้องหูสมุนทั้งสองคนที่ส่งไปจัดการปรางค์ทองหน้าคะมำเมื่อรู้ความจริงว่าทั้งคู่ไม่ได้เห็นกับตาว่าเธอตาย แค่สรุปเอาเองว่าโดนซ้อมขนาดนั้นไม่น่าจะรอด ตรีทศเข้ามาเห็นเตี่ยกำลังสั่งสอนสมุน ร้องถามว่าโมโหเรื่องอะไร เขาไม่อยากให้ลูกรู้เรื่องจึงรวบรัดตัดความ

“พวกลื้อไปจัดการให้เรียบร้อย อย่าให้อั๊วต้องทวงเงินกลับ”

สมุนทั้งสองคนรับคำ รีบพากันออกไป ตรีทศอดสงสัยไม่ได้ทำไมเตี่ยต้องโมโหขนาดนี้ด้วย เขากลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร แค่พวกมันทำงานพลาดนิดหน่อย แล้วตัดพ้อลูกชายเมื่อไหร่จะมาช่วยงานตนเต็มตัวสักที ตนเหนื่อยจะแย่แล้ว เขาอ้างว่ากำลังช่วยเตี่ยขายยาอยู่ แล้วควักเงินที่ได้จากค้ายาเสพติดยื่นให้

“ตี๋เอ๊ย ไอ้งานขายยาส่งยาน่ะ จะทำเองทำไมให้โดนจับ หนูช่วยเตี่ยดูแลตลาดไม่ดีกว่าเหรอ”

ตรีทศขอเที่ยวเล่นอีกสักพักหนึ่งก่อนค่อยว่ากัน เฮียฮุยตามใจ ลูกว่าอะไรไม่เคยขัดอยู่แล้ว...

ในเวลาเดียวกัน นวลกับธงไทยพยายามเกลี้ยกล่อมให้ตะวันล้มเลิกความตั้งใจที่จะสืบหาคนที่ทำร้ายเธอปางตาย แต่เธอยืนกรานจะต้องทำให้เขาคนนั้นร้อนเป็นไฟเพื่อตอบแทนให้สาสม นวลเตือน เล่นกับไฟระวังมันจะย้อนกลับมาเผาตัวเอง เธอไม่กลัว เธอเหมือนตายไปแล้ว อะไรก็ไม่น่ากลัวสำหรับเธออีกต่อไป

“แต่พี่กลัว...กลัวจะเสียตะวันไป”

“ตะวันไม่ไปไหนหรอกค่ะ ตะวันจะอยู่กับทุกคนที่นี่” ตะวันเสียงหนักแน่น...

การปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งของปรางค์ทองในคราบตะวันทำให้พิชิตถึงกับนอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นเขาเดินสำรวจรอบบ้านวัฒนาตามหน้าที่ เห็นปรางค์ทองในชุดนอนนั่งร้องไห้อยู่ที่โต๊ะสนาม ก็ร้องทัก ดึกป่านนี้ทำไมถึงยังไม่นอนอีก เธอคร่ำครวญถึงความคับข้องใจให้ฟังว่าเหงามาก วันๆ นันทวัฒน์ทำแต่งาน แล้วชวนให้เขานั่งคุยเป็นเพื่อน พิชิตลังเลเพราะกลัวใครจะมาเห็น

“ไม่กล้าเหรอ เอาเถอะช่างเถอะ ฉันอยู่คนเดียวก็ได้”

พิชิตเห็นใบหน้าเศร้าของเธอแล้ว ตัดสินใจลากเก้าอี้มานั่งแต่ทิ้งระยะไว้พอไม่ให้น่าเกลียด ทีแรกเขาคุยกับเธออย่างระมัดระวังตัว แต่ยิ่งคุยก็ยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย ความสวยมีเสน่ห์ของเธอทำให้เขาใจเต้นไม่เป็นส่ำ ทั้งคู่คุยกันอย่างออกรสไม่ทันสังเกตเห็นนันทายืนมองมาจากชั้นบนของตึกใหญ่ และนั่นเป็นสาเหตุให้ปรางค์ทองกับพิชิตถูกนันทาเล่นงานในเช้าวันถัดมา หาว่าทำตัวไม่เหมาะสม นั่งคุยกันสองต่อสองในที่ลับตาคนยามวิกาล

นันทวัฒน์รีบตัดบท “เอาแหละครับคุณแม่ ผมว่าเรื่องนี้มันไม่มีอะไรเลย ทั้งปรางค์และพิชิตก็อยู่ในบ้านนี้เหมือนกัน จะพูดจากันบ้างไม่เห็นจะแปลก อีกอย่างนี่พิชิตนะครับ ถ้าเป็นคนอื่นก็ว่าไปอย่าง”

พิชิตก้มหน้านิ่ง รู้สึกผิดต่อเจ้านายเหลือเกินเพราะเมื่อคืนเขาไม่อาจห้ามใจให้หลงเสน่ห์ของปรางค์ทองได้ เธอไม่ได้ทำอะไร เขาต่างหากที่หวั่นไหว

นันทาไม่ต่อว่าอะไรอีก เตือนว่าทีหน้าทีหลังให้ระมัดระวังหน่อยก็แล้วกัน บ้านนี้อยู่กันอย่างผู้ดี แล้วเดินเชิดหน้าจากไป นันทวัฒน์หันไปขอร้องปรางค์ทองอย่าถือสาอะไรแม่ของเขา ท่านเตือนในฐานะผู้ใหญ่เท่านั้น แล้วขอโทษพิชิตด้วยที่แม่ของเขาทำให้ต้องลำบากใจ

“คุณวัฒน์อย่าห่วงเลยครับ แค่คุณวัฒน์เข้าใจก็ดีแล้ว”

“ฉันจะคิดอะไรกับนายได้ล่ะพิชิต นายดีกับฉันขนาดนั้น” คำพูดของนันทวัฒน์ยิ่งทำให้พิชิตรู้สึกผิด เหลือบมองปรางค์ทองที่มองตอบเขาด้วยรอยยิ้มลับลึกบางอย่าง เขาถึงกับใจเต้นไม่เป็นส่ำ

พิชิตตื่นจากภวังค์ อยากจะลบทุกสิ่งออกไปจากความทรงจำของตัว แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ

ooooooo

จ๊ะจ๋าสำนึกผิดแล้วจริงๆ เห็นตะวันลงมาเตรียมอาหารตั้งแต่ไก่โห่ เข้ามาช่วยเป็นลูกมือ เจียมจะเข้ามาช่วยอีกแรง แต่สองสาวอ้างว่าทำเองได้ เธอจึงถอยออกไปยืนตรงประตูครัวมองบรรยากาศดีๆระหว่างสองสาวอย่างสบายใจ ตาท้วมที่ตามมาด้านหลังถึงกับออกปากหากเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรกก็คงจะดี

“นั่นสินะ ถ้านังจ๊ะจ๋ามันไม่งี่เง่า เรื่องมันคงไม่เป็นแบบนี้ สงสารคุณไทยเธอจริงๆ ต่อไปจะเป็นยังไงไม่รู้เพราะนังตัวยุ่งตัวเดียวแท้ๆ”

ตาท้วมไม่โทษจ๊ะจ๋าแต่ฝ่ายเดียว ต่อให้เธอไม่ทำเรื่องขึ้นมา โชคชะตาก็ต้องพัดพาให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว และเขาเชื่อว่าเรื่องไม่จบง่ายๆ มันต้องมีอะไรตามมาอีกมากมาย...

เป็นอย่างที่ตาท้วมคาดไว้ไม่มีผิด สายวันเดียวกัน สมุนของเฮียฮุยสองคนขับรถมาตระเวนแถวถนนหน้าไร่นวลตะวัน ธงไทยขี่มอเตอร์ไซค์กำลังจะไปดูคนงานในไร่ สวนกับรถคันดังกล่าวรู้สึกคุ้นหน้าพวกนั้น แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน ขี่รถต่อไปสักพักก็นึกออกว่าเคยเห็นวันที่เจอตะวันถูกทำร้ายรีบวกรถกลับ...

สมุนของเฮียฮุยขับรถตะลุยเข้ามาถึงเรือนใหญ่ที่จ๊ะจ๋ากับตะวันกำลังตัดแต่งพืชผลเพื่อจะนำไปจำหน่ายจ๊ะจ๋าคิดว่าเป็นนักท่องเที่ยวหลงทางมารีบเข้าไปชี้แจงกลับถูกหนึ่งในคนร้ายผลักจนล้ม ไผ่วิ่งเข้ามาพอดีรีบพยุงเธอลุกขึ้น ยังไม่ทันจะเข้าไปต่อว่า คนร้ายชักปืนเล็งไปทางที่ตะวันอยู่ แต่ยังไม่ทันลั่นไก ธงไทยขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาเหวี่ยงหมวกกันน็อกโดนกลางหลังเต็มๆ ทำให้เสียจังหวะ เขาตั้งหลักได้จะยิงอีกครั้ง ธงไทยวิ่งเข้าไปกอดตะวันไว้แน่นรับกระสุนแทนจนเลือดอาบ

คนร้ายจะตามเข้าไปซ้ำ แต่ตาท้วมลากปืนมายิงต่อสู้เฉี่ยวหัวเขาจนเซเสียหลักปืนหลุดมือ ก่อนจะพากันวิ่งหนีขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ตะวันมองตามด้วยสายตากร้าว ส่งธงไทยให้จ๊ะจ๋ากับไผ่ดูแลแทนแล้ววิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์ของธงไทยไล่ตามคนร้าย โดยไม่ลืมคว้าปืนซึ่งตกอยู่ที่พื้นติดมือไปด้วย

ตะวันขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ตามคนร้ายจนทัน สังหารไปได้หนึ่งคน แต่อีกคนหนีรอดไปได้

ooooooo

ธงไทยถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล มีเพียงบาดแผลถูกยิงที่แขนเท่านั้นอาการไม่น่าเป็นห่วง ทั้งนวลและตะวันต่างโล่งใจที่เขาไม่เป็นอะไรมาก ทันทีที่รู้สึกตัว ธงไทยไม่ห่วงตัวเองแม้แต่น้อย กลับถามตะวันว่าเป็นอย่างไรบ้างปลอดภัยใช่ไหม เธอพยักหน้ารับคำ ขอโทษเขาด้วยที่ทำให้ต้องเลือดตกยางออก

“พี่เต็มใจ เพราะพี่คงทนไม่ได้แน่ๆ ถ้าตะวันเป็นอะไรไป”

ตะวันเริ่มรู้แล้วว่าเธอเป็นตัวนำอันตรายมาสู่ทุกคน ในไร่นวลตะวัน ครุ่นคิดหนักกับเรื่องนี้ มีเสียงเคาะประตูห้องพักฟื้นดังขึ้น ทำให้เธอตื่นจากภวังค์ หันมองตามเสียงต้องตกใจเมื่อเห็นนันทวัฒน์เดินเข้ามากับพิชิต ตะวันยืนนิ่งทำตัวไม่ถูก ขณะที่เขาแทบจะวิ่งมากอดเธอด้วยความรักและคิดถึง แต่ต้องหักห้ามใจ ค่อยๆเดินเข้าหา ตะวันถอยหนีจนตัวติดเตียงผู้ป่วย ธงไทยคว้ามือเธอมาจับไว้แสดงความเป็นเจ้าของ ทำให้นันทวัฒน์แทบ อกแตกตาย พิชิตมองปรางค์ทองในคราบตะวันอย่างพิจารณาว่าเธอแกล้งจำไม่ได้หรือว่าอะไรกันแน่

“ปรางค์...ทำไม” นันทวัฒน์ตัดพ้อ

“เธอชื่อตะวัน ไม่ใช่ปรางค์อะไรของคุณ...คุณจำผิดคนแล้ว” ธงไทยออกโรงปกป้องเต็มที่

“ไม่จริง นี่คือปรางค์ทอง ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม”

“นี่มันอะไรกัน ใครบอกแม่ที” นวลมองคนนั้นทีคนนี้ทีงงไปหมด นันทวัฒน์เล่าเรื่องปรางค์ทองคร่าวๆ ให้ฟัง ขณะที่นวลเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอเป็นการตอบแทนว่าเธอถูกทำร้ายอาการปางตาย ตอนนี้เธอไม่หลงเหลือความทรงจำใดๆอีกแล้ว นันทวัฒน์สะเทือนใจมากที่เกิดเหตุร้ายกับเธอ ชวนให้เธอกลับบ้านไปกับเขา

“ผมว่าพวกคุณกลับไปเถอะครับ เธอจำพวกคุณไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ปล่อยเธอไปเถอะ คิดเสียว่าเธอตายไปแล้ว อย่าจองเวรกับเธออีกเลย”

นันทวัฒน์ไม่ค่อยพอใจนักที่ธงไทยพูดราวกับว่าเขาเป็นคนทำร้ายตะวัน ใช่หรือไม่ธงไทยเองก็ไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าวันนี้มีคนร้ายบุกไร่ของเราซึ่งอาจจะเป็นคนของเขาก็ได้ นันทวัฒน์ปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องอะไรด้วย พยายามจะพาตะวันกลับไปให้ได้ สองหนุ่มเถียงกันไปมาไม่มีใครยอมใคร ตะวันซึ่งเป็นคนกลางตัดสินใจจะอยู่ที่นี่กับ ธงไทย นันทวัฒน์ถึงกับอึ้ง...

เฮียฮุยแทบจะแหกอกสมุนของตัวเองที่จัดการเหยื่อไม่สำเร็จอีกครั้ง แถมยังต้องมาเสียคนของตัวเองไปอีก บ่นอุบ แล้วจะหาใครที่ไหนไปจัดการนังนั่น สมุนแนะให้ลองใช้บริการของนักฆ่าสาวห้าวที่ชื่อคีริน

“มันเลิกรับงานไปแล้วน่ะสิ ไม่งั้นฉันจะใช้พวกแกเหรอ คิดแล้วโมโหจริงๆ”

ตรีทศเดินลงมาในชุดนอน พลางต่อว่าเตี่ย เสียงดังอะไรกันนักหนาจนตนนอนไม่หลับ เฮียฮุยไม่อยากให้ลูกรู้เรื่องนี้ รีบโบกมือไล่สมุนออกไป แล้วถามลูกชายว่าทำไมนอนข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ ตรีทศคุยว่าตอนนี้ลุยงานขายยาหนักไปหน่อยเนื่องจากจะเก็บเงินไปซื้อรถหรู เฮียฮุยร้องห้ามเสียงหลงว่าซื้อไม่ได้ เดี๋ยวโดนตำรวจเพ่งเล็ง ตรีทศเจ็บใจ มีเงินตั้งมากมายกลับใช้ได้แค่รถกระบะ

“เตี่ยรู้ไหมหนูต้องโดนพวกไฮโซมันดูถูกยังไงบ้าง คอยดูเถอะ วันหนึ่งพวกมันจะต้องเสียใจที่ทำเหมือนหนูเป็นไอ้บ้านนอกแบบนี้”

ooooooo

ณ ร้านอาหารกึ่งผับแห่งหนึ่ง คืนนี้คีรินซึ่งผันตัวมาเป็นนักร้องโชคไม่ดีนัก เจอแขกขี้เมาสองคนตีรวน พยายามจะไล่เธอลงจากเวทีแล้วให้นักร้องสาวสวยขึ้นมาร้องแทนที่ เธอไม่สนใจยังคงดีดกีตาร์ร้องเพลงต่อไป หนึ่งในพวกนั้นเกเรขนาดหนักบุกขึ้นเวทีเพื่อพิสูจน์ว่าเธอเป็นผู้หญิงจริงหรือเปล่า เอื้อมมือจะจับคอเสื้อ

คีรินคว้ามือเขาบิดแล้วกดลงกับพื้น แขกคนอื่นๆต่างโห่ฮาด้วยความสะใจเพราะหมั่นไส้พวกนี้นานแล้ว แขกขี้เมาอีกคนหนึ่งเห็นเพื่อนเสียทีจะเข้าไปช่วย แต่เจอผู้จัดการร้านกับเด็กเสิร์ฟขวางไว้ คีรินปล่อยมือแขกคนนั้น แล้วกลับไปร้องเพลงต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผู้จัดการร้านรีบตัดไฟแต่ต้นลม

“ผมขอเช็กบิลเลยนะครับพี่”

แขกขี้เมาทั้งคู่อับอายมาก กระแทกเงินลงบนโต๊ะแล้วพากันออกไป...

เรื่องระหว่างตะวันและธงไทยกับนันทวัฒน์ไม่มีทีท่าจะจบง่ายๆ เพราะฝ่ายหลังไม่ยอมไปไหนจนกว่าจะได้คุยกับตะวันตามลำพังก่อน เพื่อตัดปัญหาเธอจึงยอมตามที่เขาต้องการ ธงไทยเริ่มงุ่นง่านที่ทั้งคู่หายไปนาน กลัวนันทวัฒน์จะหว่านล้อมจนตะวันคล้อยตามแล้วไปจากที่นี่ นวลต้องเตือนว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าตัว เขาไม่มีสิทธิ์ไปรั้งเธอไว้ และที่สำคัญ เขาต้องไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง ต้องตั้งสติให้ดี

“จำไว้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต อย่าสูญเสียความดีงามของตัวเอง”...

ทางด้านนันทวัฒน์ทั้งอ้อนวอนขอร้องแทบจะก้มกราบให้ตะวันกลับไปเริ่มต้นใหม่กับตัวเองอีกครั้ง สัญญาว่าจากนี้ไปจะไม่ให้ใครมาแตะต้องเธอได้อีก ตะวันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้นของเขา ทั้งๆที่รัก

ธงไทยสุดหัวใจแต่มีบางอย่างดลใจให้เธอตอบตกลงจะกลับไปกับเขา ทันใดนั้นมีเสียงร้องห้ามของธงไทยดังขึ้น

“ไม่ได้นะตะวัน พี่ไม่ยอมให้ตะวันไปไหนทั้งนั้น บอกเขาไปสิตะวันว่าตะวันจะไม่กลับไปกับเขา”

ตะวันยืนกรานจะกลับไปกับนันทวัฒน์ แต่ธงไทยต้องไปกับเธอด้วย พิชิตที่ยืนฟังอยู่ด้วยถึงกับตะลึง...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน แขกขี้เมาสองคนยังไม่ยอมรามือ มาดักรอคีรินที่มอเตอร์ไซค์ของเธอตอนเลิกงาน เธอไม่อยากมีเรื่องยกมือไหว้หวังจะให้เรื่องจบ แต่สองคนนั่นไม่ยอมจบง่ายๆ เดินเข้าหา เด็กเสิร์ฟออกมาเห็นพอดีตะโกนถามเธอว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า แขกขี้เมาไม่อยากมีเรื่องกับคนทั้งร้าน จึงล่าถอยกลับไป

ครู่ต่อมาคีรินขี่มอเตอร์ไซค์มาถึงหน้าบ้าน ยังไม่ทันจะลงจากรถ เฮียฮุย โทร.มาชักชวนให้เธอกลับมาทำงานด้วยกันอีกครั้ง เธอปฏิเสธทันที อ้างว่าเรื้อเวทีมากว่าสามปีครึ่งแล้ว เกรงจะทำไม่ไหว เขาขอร้องให้ลองคิดดูก่อน ถ้าเกิดเปลี่ยนใจก็โทร.หาเขาได้ทุกเมื่อแล้ววางสายไปอย่างผิดหวัง คีรินเดินเข้าบ้านเห็นไฟปิดมืดนึกว่านอนกันหมดแล้ว แต่ปรากฏว่าแม่ของเธอยังนั่งเสียบหมูปิ้งอยู่ในครัว เธอร้องทักทำไมไม่เปิดไฟ

“เปิดหรือปิดก็ค่าเท่ากันนั่นแหละ แม่แทบจะมองไม่เห็นอยู่แล้ว”

หญิงสาวมองแม่ผู้กำลังจะสูญเสียการมองเห็นด้วยความสงสาร จัดแจงจะเข้าไปช่วย ท่านรีบบอกว่าไม่ต้อง ทำเสร็จพอดี แล้วไล่เธอไปนอน พรุ่งนี้ต้องลุกขึ้นมาขายของแต่เช้า คีรินยังไม่ทันขยับมีเสียงมอเตอร์ไซค์ดังมาจากหน้าบ้าน อึดใจรันน้องสาวของเธอเปิดประตูเข้ามา เธอต่อว่าน้องว่าทำไมทิ้งแม่ไว้คนเดียว แทนที่จะอยู่ช่วยเสียบหมูปิ้ง แม่กลับออกโรงปกป้องว่าเป็นคนไล่รันไปเอง อยู่ไปก็เกะกะท่านเปล่าๆ

“ไปๆ แยกย้ายกันไปนอนได้แล้ว”

คีรินไม่ค่อยชอบใจนักที่แม่มักจะให้ท้ายน้อง แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร

ooooooo

พิมเห็นเปลวถูกซ้อมก็ทนไม่ไหวยุส่งให้หนีไปจากที่นี่ แล้วหยิบเงินที่ยืมไปคืนให้ พอดีแฟนเยอรมันของเธอกลับมาง้อ คราวนี้ดูเขาจริงจังกับเธอมาก ชวนกลับไปอยู่ที่โน่นด้วยกัน เปลวใจหาย เพราะมีเพียงพิมเท่านั้นที่คอยไปมาหาสู่ ถ้าไม่มีเพื่อนคนนี้เธอคงเคว้งคว้าง พิมอดเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้ชวนให้ไปอยู่เยอรมันด้วยกัน

“ฉันจะหาลู่ทางทำเอกสารให้แกเองนะเปลวนะ เอาปรางค์ไปด้วย เราก็มีกันแค่นี้นี่นา”

จังหวะนั้นทรงพลตะโกนเรียกเปลวดังมาจากในบ้านให้ชวนพิมมากินข้าวด้วยกัน วันนี้เขาทำไก่อบ พิมไม่เคยไปพบปะพูดคุยกับเขาเป็นเรื่องเป็นราวสักครั้งเนื่องจากเปลวมักจะกันให้เธออยู่ที่โต๊ะสนาม เธอจึงร้องตอบรับคำเชิญชวนของเขา แล้วฉุดเปลวดิ่งเข้าตัวบ้าน...

ตะวันกับธงไทยเพิ่งจะย่างเท้าเข้าบ้านวัฒนา ก็โดนนันทนาด่าต้อนรับว่าหน้าด้านที่สุด กล้าพาผัวใหม่มาอยู่ที่นี่ด้วยหรือ ตะวันกลัวเสียงแผดแปดหลอดของเธอ รีบเบียดตัวเข้าหาธงไทยอย่างต้องการที่พึ่ง นันทวัฒน์ต้องหันไปเอ็ด นันทนาถึงสงบปากสงบคำลงได้ นันทาไม่พอใจลูกชายมาก

“ตาวัฒน์บ้าไปแล้วหรือไง แกทนได้ยังไง คนเขาลือกันไปถึงไหนๆ ว่านังงูเห่ามันเอาผัวใหม่กลับมาด้วย”

“ช่างปะไร ไอ้พวกปากหอยปากปู รู้ดีกันจริงๆ ลือกันไปได้ อย่าให้รู้นะว่าใครเอาไปเที่ยวพูด” นันทวัฒน์ว่าแล้วปรายตามองน้องสาวซึ่งตีหน้าซื่อไม่รู้ไม่ชี้ ธงไทยชักจะทนไม่ไหว ทำท่าจะชวนตะวันกลับ นันทวัฒน์รู้ทันชิงบอกกันเกราเสียก่อนให้ช่วยพาทั้งคู่ไปที่ห้องพักด้วย ทีแรกเธอรีๆรอๆ ไม่กล้าทำตาม แต่พอเขาเสียงแข็งใส่ กันเกรารีบสั่งการให้เด็กรับใช้มาช่วยกันยกกระเป๋าของทั้งคู่ขึ้นข้างบน...

ระหว่างที่ธงไทยเริ่มเห็นเค้าลางความวุ่นวายตั้งแต่วันแรกที่มาร่วมชายคากับครอบครัวของนันทวัฒน์ ทรงพลพยายามทำดีกับเปลวเพื่อลบล้างความผิดที่ซ้อมเธออย่างหนักเมื่อวานด้วยการญาติดีกับพิมเป็นครั้งแรกตั้งแต่รู้จักกันมา แถมบอกให้เธอชวนพิมมากินข้าวด้วยกันอีก เขาจะได้หายเหงา

“วันไหนอบไก่ โทร.ตามได้เลยค่ะท่าน เออ เปลว วันหลังแกก็ตามไอ้ปรางค์มันมา ฉันเห็นข่าวว่ามันกลับมาแล้ว ที่งานเดินแบบอะไรนี่แหละ” ว่าแล้วพิมมองสบตาเปลวอย่างรู้กัน ฝ่ายหลังแอบโล่งใจที่เพื่อนไม่หลุดปากว่าวันก่อนไปหาลูกของเธอมา

“เขาคงไม่อยากมาหาฉันหรอก ถ้าอยากมาคงมานานแล้ว ฉันอิ่มแล้ว เชิญตามสบายนะ ฉันขอตัวก่อน” ทรงพลพูดจบเข็นรถเข็นที่ตัวเองนั่งออกไปด้วยสีหน้าเศร้าหมอง พิมมองตามด้วยความสงสาร...

ธงไทยถึงกับร้องเอะอะเมื่อกันเกราจะให้นอนห้องเดียวกับตะวัน เขากับเธอยังไม่ได้แต่งงานกัน ขืนทำแบบนั้นเท่ากับไม่ให้เกียรติเธอ กันเกราอดรู้สึกดีๆ กับเขาไม่ได้ หันไปสั่งให้อึ่งยกกระเป๋าของธงไทยไปไว้ที่เรือนพักคนงาน แม้จะไม่ค่อยชอบใจนัก แต่เขาทนได้ ขอแค่มีตะวันอยู่ใกล้ๆเป็นพอ...

หลังจากอิ่มหนำสำราญ เปลวเดินมาส่งพิมที่ประตูรั้ว ก่อนไปเธอไม่วายเตือนเปลวว่าว่างๆก็เตรียมเอกสารสำคัญไว้บ้าง เผื่อจะเอาไปยื่นเรื่องเดินทางไปเยอรมัน...

ดึกแล้วธงไทยนอนไม่หลับออกยืนหน้าเรือนพักมองขึ้นไปบนห้องพักของตะวัน พิชิตเข้ามายืนข้างๆ

“ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เธอจะทำให้ใครสักคนหลงหัวปักหัวปําแบบนี้ แล้วก็ไม่ยากที่เธอจะถีบหัวส่งอย่างเลือดเย็น” พูดจบพิชิตกลับเข้าห้อง ปล่อยให้ธงไทยยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ตะวันหรือปรางค์ทองสร้างความประทับใจให้อึ่งตั้งแต่เช้าวันแรกของการเข้ามาอยู่ในบ้านวัฒนาด้วยการเข้าครัวลงมือทำข้าวต้มกุ้งเสร็จตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่ แล้วชวนให้เธอมาช่วยชิมทีว่าจะถูกปากคนบ้านนี้หรือเปล่า อึ่งตักชิมแล้วถึงกับตาโตตื่นเต้น เพราะอร่อยถูกปากมาก

ทั้งกันเกราและนันทวัฒน์เองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าข้าวต้มกุ้งเป็นฝีมือของปรางค์ทอง แต่ก็ยอมรับว่าอร่อยมาก นันทาเดินหน้าเครียดเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ แล้วลงมือตักข้าวต้มเข้าปาก ถึงกับชะงัก

“ไม่ใช่ฝีมือแม่อึ่ง ไม่ใช่เธอด้วยกันเกรา...ใครทำ” นันทาจ้องหน้าเด็กรับใช้ซึ่งพากันกลัวหัวหด...

อีกมุมหนึ่งในครัว ตะวันนั่งหั่นผักเตรียมไว้สำหรับมื้อต่อไป ส่วนอึ่งกำลังจะยกถาดใส่อาหารเหลวไปให้วัฒนาตอนที่เด็กรับใช้คนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่าคุณนันให้มาตามตัวอึ่งไปพบแล้ววิ่งปรู๊ดกลับไป เธอวางถาดใส่อาหารในมือด้วยความลังเลไม่รู้จะทำอย่างไรดี ตะวันอาสาจะเอาไปท่านเอง อึ่งจึงบอกทางไปที่นั่นให้

“คุณเคาะห้อง เดี๋ยวคุณพยาบาลก็ออกมารับถาดค่ะ” อึ่งว่าแล้วรีบร้อนออกไป...

ครู่ต่อมาตะวันยกถาดใส่อาหารมาถึงหน้าห้องของวัฒนา เคาะประตูอยู่สองสามครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบ เนื่องจากพยาบาลพิเศษเอาอ่างใส่น้ำที่เช็ดตัวให้วัฒนาเสร็จแล้วออกไปทำความสะอาด ตะวันเห็นเสียงเงียบ ตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปข้างใน ค่อยๆวางถาดอาหารไว้

แล้วหันไปมองเจ้าของห้องที่นอนหลับอยู่

“นี่เหรอ ท่านเจ้าสัววัฒนา”

ตะวันเหมือนถูกดึงดูดให้เข้าไปหาเขาโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร จากนั้นดึงสายออกซิเจนที่เสียบจมูกเขาออก วัฒนาเริ่มหายใจติดขัด พยายามอ้าปากพะงาบๆหายใจ พยาบาลพิเศษเข้ามาพอดี โวยวายว่าเข้ามาทำอะไร ตะวันได้สติหันมามอง เธอยิ่งตกใจเมื่อเห็นแขกไม่ได้รับเชิญถือสายออกซิเจนอยู่ในมือ...

ขณะนันทากำลังเล่นงานอึ่งที่ปล่อยให้ตะวันเข้าไปยุ่มย่ามในครัว พลันมีเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่น ทั้งนันทวัฒน์ กันเกรากับนันทาต่างตกใจรีบวิ่งมายังห้องนอนของวัฒนา...

อีกมุมหนึ่งที่ลานจอดรถ ธงไทยกำลังเปิดรถเพื่อหยิบของ เห็นนันทนาเดินตัวสั่นๆมาที่รถของเธอไม่ทันสังเกตเห็นเขาเพราะมัวแต่ควานหากุญแจรถในกระเป๋าถือ พอหาได้ก็ดันทำหล่นเพราะมือสั่น ธงไทยคิดว่าเธอไม่สบายรีบเข้าไปช่วยเก็บกุญแจให้ แทนที่จะขอบใจ เธอกลับกระชากมันกลับ ตวาดใส่ไม่ต้องมายุ่ง แล้วพยายามกดสัญญาณรีโมตอยู่หลายทีกว่าจะเปิดรถได้ จังหวะนั้นพิชิตวิ่งพรวดเข้ามาเห็นนันทนาจะขึ้นรถ

“คุณนา รีบขึ้นไปดูท่านเจ้าสัวเร็ว”

นันทนาอยากยาเกินกว่าจะต้านไหว ไม่สนใจพ่อตัวเอง ขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ooooooo

นันทาปรี่เข้าหาตะวันด้วยความเดือดดาลหมายจะตบสักฉาดให้หายแค้น นันทวัฒน์กับกันเกราต้องช่วยกันห้ามไว้ ตะวันได้แต่ยืนตัวสั่นทำอะไรไม่ถูก ธงไทยเข้ามาเห็นหญิงคนรักถูกด่าว่าปรี่เข้ากอดปกป้อง นันทาถึงกับปรี๊ดแตกเพราะขัดหูขัดตา ตะวันละล่ำละลักขอโทษเป็นการใหญ่ ไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป

“ไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้ ฉันรู้นะว่าแกตั้งใจจะทำอะไร นี่ถ้าเจ้าสัวตื่นมาเห็นหน้าแกคงได้หัวใจวายตายไปแล้ว”

“ตะวันไม่รู้จริงๆค่ะ”

นันทาไม่เชื่อหาว่าโกหก ธงไทยยืนยันว่าเป็นความจริง ตะวันสูญเสียความทรงจำ ไม่สามารถจำเรื่องราวในอดีตได้ นันทาคิดว่าธงไทยก็เป็นเหยื่อเหมือนผู้ชายคนอื่น โดนนังงูเห่าหลอกว่าจำอะไรไม่ได้ แล้วเตือนเขาว่ายังไม่รู้จักนังนี่ดีพอ รู้ตัวอีกทีชีวิตของเขาจะต้องเจอแต่หายนะ นันทวัฒน์ต้องขอร้องให้แม่หยุดได้แล้ว

“อีกสองวันวัฒน์ต้องไปหาลูกค้าที่ญี่ปุ่น ถ้าเกิดอะไรขึ้น แม่ไม่รับผิดชอบนะ”

ธงไทยไม่อยากให้ตะวันอยู่ที่นี่จะพากลับบ้านไร่ นันทวัฒน์ไม่ยอมให้กลับ จะพาเธอไปญี่ปุ่นด้วย ธงไทยไม่เข้าใจในเมื่อเขาต้องไปติดต่อลูกค้า จะเอาเธอไปเกะกะทำไม เขายืนกรานว่าเธอจะต้องไปญี่ปุ่นกับเขา

“ทำไมคะ”

“เราเจอกันและรักกันที่นั่น”

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของนันทวัฒน์ ตอนนั้นเขากำลังเดินชมวิวไปพลางจิบกาแฟไปด้วยอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น มัวแต่ชมวิวเพลินไม่ทันดูทางชนเข้ากับปรางค์ทองจนล้ม แถมทำกาแฟหกรดเธออีกต่างหาก ทีแรกเขาคิดว่าเธอเป็นฝรั่ง แต่พอรู้ว่าเป็นคนไทยเช่นกัน เสนอจะเลี้ยงอาหารเป็นการไถ่โทษ แล้วจะเอาเสื้อโค้ตที่ตัวเองทำเปื้อนไปซักให้ เธอยอมให้เลี้ยงข้าว แต่ขอจัดการเสื้อที่เลอะเองไม่อยากรบกวนเขา

ทั้งสองคนคุยกันถูกคอ ด้วยความสวยน่ารักและอัธยาศัยดีของเธอ ทำให้นันทวัฒน์ถูกใจเธอมาก เขารู้เพียงคร่าวๆว่าปรางค์ทองมาเรียนภาษาที่นี่และทำงานหารายได้พิเศษเป็นเด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร

ปรางค์ทองขออนุญาตโปรโมตร้านที่ตัวเองทำงานอยู่ หยิบนามบัตรร้านอาหารที่ว่ายื่นให้นันทวัฒน์ “ร้านเล็กๆค่ะพี่ แต่อร่อยนะคะ”

หลังจากกินอาหารเสร็จ ทั้งคู่ก็ล่ำลากัน นันทวัฒน์ รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก อยากมีเธออยู่ใกล้ๆตลอดเวลา และนับแต่นั้นเป็นต้นมา เขามีเธอเป็นเงาตามตัวพากันเที่ยวญี่ปุ่นอย่างสนุกสนาน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาจากคนรู้จักกลายเป็นคู่รัก โดยที่นันทวัฒน์ไม่ล่วงรู้เลยว่าทั้งหมดนี่เป็นแผนการของปรางค์ทองกับทรงพลที่ขุดบ่อล่อให้เขามาติดกับ

ooooooo

เมื่อเดินทางมาถึงญี่ปุ่น สถานที่แรกที่นันทวัฒน์พาตะวันหรือปรางค์ทองคนใหม่กับธงไทยไปก็คือจุดที่เขากับปรางค์ทองพบกันครั้งแรก จงใจจะรื้อฟื้นความหลังเผื่อเธอจะจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง แต่เปล่าประโยชน์ เธอจำได้แต่เพียงว่านี่เป็นสถานที่ที่ใช้ถ่ายรูปพรีเวดดิ้งเพราะเคยเห็นรูปในร้านของวิว

“สวยนะคะ ตะวันชอบที่นี่ค่ะ”

นันทวัฒน์พอใจกับท่าทีผ่อนคลายของตะวันแม้จะจำที่นี่ไม่ได้ก็ตาม ส่วนธงไทยกังวลใจมาก หากวันหนึ่ง ความทรงจำของเธอกลับคืนมา เธอยังจะจำเขาได้หรือเปล่า ลมพัดกระโชกเข้ามา ตะวันรู้สึกหนาวกอดอกตัวเองเพื่อให้อบอุ่น ธงไทยจะถอดเสื้อโค้ตคลุมให้ แต่นันทวัฒน์ไวกว่า เอาผ้าพันคอตัวเองห่มให้เธอได้ก่อน...

ขณะที่นันทวัฒน์ตั้งใจพาตะวันมาญี่ปุ่นด้วยเพื่อหวังจะดึงปรางค์ทองในตัวเธอกลับคืนมา มยุราเอาถ้วยใส่กาแฟเอามาวางให้ลูกสาวที่นั่งหน้าเศร้าอยู่ริมสระว่ายน้ำของบ้านตัวเอง ก่อนจะถามว่ารู้ข่าวนันทวัฒน์ไปญี่ปุ่น หรือเปล่า เธอพยักหน้าแทนคำตอบ มยุราเจ็บใจแทนลูกสาวเพราะคิดว่าที่เขาพาตะวันไปด้วยก็เพื่อรำลึกความหลังเพราะทั้งคู่พบรักกันที่นั่น มยุริญแก้ตัวแทนเขาว่าคงไม่ใช่อย่างแม่คิดเพราะธงไทยไปด้วย

“ต๊าย พิลึก ไปรำลึกความหลังกับสามีเก่า โดยมีว่าที่สามีใหม่ไปด้วย โชคชะตานี่มันเล่นตลกเสียจริงๆ ถ้าเธอคนนั้นโผล่มาช้ากว่านี้สักหน่อยก็คง...”

“ถ้าเป็นแบบนั้นทุกคนอาจจะบอบช้ำไปยิ่งกว่านี้ก็ได้นะคะ” พูดจบมยุริญหน้าหม่นหมองลงไปอีก...

ฝ่ายทนงศักดิ์นั่งหน้าเครียดอยู่อีกมุมหนึ่งไม่ห่างจากกลุ่มของนันทวัฒน์ นึกถึงเรื่องที่คุยกับนันทา

“ฉันหวังว่าคุณคงรับผิดชอบในสิ่งที่คุณผิดพลาดนะคุณทนงศักดิ์”

“ความผิดพลาด?”

“ก็ไม่ใช่เพราะคุณเหรอที่ยืนยันว่านังนั่นมันดีนักดีหนา” คำพูดของนันทาทำให้ทนายความหนุ่มหวนคิดถึงอดีต ตอนนั้นนันทาติดต่อนันทวัฒน์ไม่ได้ โทร.ทางไกลมาสั่งให้เขาตามตัวลูกชายให้เพราะทางเมืองจีน กำลังจะส่งคนมาทำสัญญา ทนงศักดิ์โทร.หานันทวัฒน์อยู่หลายครั้งจนในที่สุดก็ติดต่อได้ แต่กลับได้ยินเสียงผู้หญิงอยู่กับเขา ยังไม่ทันจะคุยกันให้รู้เรื่องนันทวัฒน์ตัดสายทิ้ง แถมปิดมือถือไปเลย ทนงศักดิ์อดหวั่นใจไม่ได้ หากนันทารู้ว่าเขาติดสาวต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ ต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง

ทนงศักดิ์ตัดสินใจสะกดรอยตามนันทวัฒน์ ถึงได้รู้ว่าเขาแอบมาพบกับผู้หญิงไทยคนหนึ่งเป็นประจำ ดูท่าแล้วจะหลงเธอเอามากเสียด้วย ทนายความหนุ่มต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงที่มาเกี่ยวพันกับเจ้านายของเขาเป็นคน อย่างไร จึงแอบสอดแนมพฤติกรรมของเธอ และพบว่าเธอเป็นคนน่ารัก อัธยาศัยดี ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ทำให้เขาประทับใจมากโดยไม่ล่วงรู้เลยว่านั่นเป็นแค่การแสดงละครตบตา

ooooooo

วันนี้นันทวัฒน์ต้องไปเกียวโตกับทนงศักดิ์ เพื่อเจรจาธุรกิจ แต่ไม่อยากทิ้งตะวันไว้กับธงไทยตามลำพัง จัดแจงชวนเธอนั่งรถไฟความเร็วสูงไปด้วยกัน ทนงศักดิ์ทักท้วงจะชวนเธอไปทำไมให้เหนื่อยเปล่าๆ เราสองคนไปทำงานไม่ได้ไปเที่ยวเล่น แล้วเร่งให้เขารีบไป เดี๋ยวจะไม่ทันนัด

ธงไทยโล่งใจที่ได้อยู่กับตะวันตามลำพัง ชวนกันหาที่เที่ยว แม้จะไม่เคยมาญี่ปุ่น แต่ด้วยความช่วยเหลือจากกูเกิ้ลในมือถือ จึงเท่ากับมีไกด์ส่วนตัวพาทั้งคู่ไปเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตอย่างมีความสุข

ทางด้านนันทวัฒน์ไม่เป็นอันเจรจาธุรกิจ เพราะมัวแต่เป็นกังวลที่ทิ้งภรรยาตัวเองไว้กับชายอื่น หยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาเธอ คู่ค้าชาวญี่ปุ่นเหลือบมองเป็นเชิงตำหนิ ทนงศักดิ์ต้องสะกิดเตือน เขาถึงยอมเก็บมือถือไว้ที่เดิมด้วยสีหน้าไม่สบายใจ นึกอยากจะเขกหัวตัวเองที่ปล่อยให้สองคนนั่นได้อยู่กันตามลำพัง...

ตะวันกับธงไทยเดินชมวิวจนเหนื่อยจึงพากันนั่งพัก เธอบอกอย่างอารมณ์ดีว่าตั้งแต่เกิดเรื่อง เธอไม่เคยรู้สึกปลอดโปร่งโล่งใจแบบนี้มาก่อน

“งั้นก็กลับไร่นวลตะวันสิครับ กลับไปกับพี่ กลับไปแต่งงานกัน นะครับตะวัน เรารักกันไม่ใช่เหรอ ตะวันมีทุกอย่างที่ไร่ของเรา มีพี่มีแม่นวลมีหนูพุทธ แล้วก็ทุกๆคน ที่สำคัญตะวันมีความสุข” ธงไทยว่าแล้วดึงเธอมากอด ตะวันทอดสายตามองไปรอบบริเวณ เห็นลมพัดใบไม้หลากสีสันไหวราวกับเต้นระบำ มันทำให้เธอนึกถึงอะไรบางอย่าง แสงวูบวาบผ่านเข้ามาในสมองของเธอจนปวดหัวจี๊ดถึงกับทรุดในอ้อมกอดธงไทย

กินยาได้สักพักตะวันกลับมาเป็นปกติ ธงไทยชวนให้เธอกลับไร่นวลตะวันอีกครั้ง เธอสัญญาจะกลับไปกับเขาแต่ต้องหลังจากเธอรู้เสียก่อนว่าใครกันแน่ที่ทำกับเธอแบบนี้...

เจรจาธุรกิจเรียบร้อย นันทวัฒน์ร้อนใจต้องการกลับโอซาก้าทันทีไม่อยากรอรถไฟเที่ยวเย็นให้เสียเวลา สั่งให้ทนงศักดิ์ทิ้งตั๋วใบเดิมแล้วซื้อตั๋วใบใหม่ ทนายความหนุ่มไม่เคยเห็นเขาเป็นอย่างนี้มาก่อน ไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงคนเดียวจะทำให้เขาเป็นไปได้ถึงขนาดนี้ เตือนว่าเธอไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว เขาเองก็รู้ดี

“เธอเป็นคนใหม่แล้วและก็มีคนรักใหม่แล้ว”

“ผมเสียเธอมาครั้งนึงแล้ว จะไม่ยอมเสียเธอไปอีก” นันทวัฒน์เสียงกร้าวจนทนงศักดิ์ชักจะหวั่นใจ...

ธงไทยกับตะวันยังคงท่องราตรีไปตามย่านต่างๆของโอซาก้าอย่างมีความสุข ทั้งคู่มัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับแสงสียามค่ำไม่ทันสังเกตเห็นนันทวัฒน์ยืนดูอยู่ด้วยความปวดร้าว เขารอจนธงไทยอยู่เพียงลำพัง ตัดสินใจจะขอคุยเรื่องภรรยาของตนเอง ธงไทยรู้ทันชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าถึงกรุงเทพฯเมื่อไหร่ เขาจะพาตะวันกลับบ้านไร่

“ไม่ได้ ปรางค์ต้องอยู่กับผม”

“เธอไม่ใช่คนเดิมแล้ว เธอเป็นตะวันไม่ใช่ปรางค์ คุณไม่เข้าใจหรือไง”

“ไม่...ปรางค์ก็คือปรางค์ ผมจะทำทุกอย่าง...ทุกอย่างที่จะไม่ปล่อยเธอไปไหน”...

ด้านทนงศักดิ์ปรี่เข้ามาหาทันทีที่ตะวันออกจากห้องน้ำ อยากรู้ว่าในเมื่อเธอกำลังจะแต่งงานใหม่แล้วจะกลับมาทำไมอีก เธอแค่อยากรู้ที่มาของตัวเอง

“คุณไม่รู้มันเลยจะดีกว่า เชื่อผมเถอะ...มีไม่กี่คน บนโลกหรอกนะที่สามารถหลุดพ้นจากอดีตอันเลวร้าย ของตัวเองได้ คุณโชคดีและชีวิตใหม่ของคุณก็ดูสวยงาม คว้ามันไว้ซะก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย”

ooooooo

ตะวันมีของติดไม้ติดมือจากญี่ปุ่นมาฝากเด็กรับใช้ทุกคนในบ้านวัฒนาและไม่ลืมของฝากให้กันเกราด้วย แทนที่จะได้รับคำขอบใจ กันเกรากลับหาว่าเธอคิดจะติดสินบนคนของตน ตะวันเดินเซ็งออกมาหน้าบ้านไม่ทันดูทางชนเข้ากับตรีทศล้มก้นจ้ำเบ้า เขาเห็นหน้าตาสะสวยของเธอก็คิดจะแต๊ะอั๋งทำทีเข้าไปประคอง

นันทนามาเห็นเข้าหาว่าเธออ่อยเหยื่อ ตรงเข้าตบตีอุตลุดโดยไม่ฟังคำอธิบายใดๆ จากนั้นจับตะวันเหวี่ยงลงไปกองกับพื้น แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ เธอคว้าแขนไว้ พลิกตัวเป็นฝ่ายได้เปรียบ สายตาตื่นกลัวเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว ก่อนจะตบตีเอาคืนอย่างสาสม ธงไทยเห็นตะวันทำร้ายนันทนา ร้องห้ามเสียงหลง เธอได้สติพบว่าตัวเองนั่งคร่อมอยู่บนตัวนันทนาก็ตกใจ ลุกพรวดขึ้นยืนตัวสั่น ขณะที่นันทนาชี้หน้าเอาเรื่อง

“แก...นังงูเห่า ฉันจะฟ้องคุณแม่”

ครู่ต่อมา ตะวันถูกนันทาเรียกไปชำระความที่ห้องรับแขก เธอพยายามอธิบายว่าทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ นันทาไม่ฟังเสียงจะเอาเลือดหัวเธอออกให้ได้ นันทวัฒน์กับกันเกราต้องดึงตัวไว้ ตะวันไม่อยากให้เรื่องราวบานปลาย ตัดสินใจทรุดตัวลงกราบขอโทษนันทาและนันทนา ทั้งคู่ตกใจมากเพราะมันผิดวิสัยปรางค์ทอง...

ธงไทยตัดสินใจจะพาตะวันกลับ เพราะถึงขนาดลงไม้ลงมือกันแบบนี้ คงจะอยู่ด้วยกันลำบาก นันทวัฒน์รับปากจะดูแลไม่ให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก ตะวันอยากไปหาเปลว ขอร้องให้นันทวัฒน์ช่วยพาไป ทนงศักดิ์ร้องห้าม วันนี้เขาจะไปไหนไม่ได้เพราะต้องเข้าประชุมบอร์ดร่วมกับนันทา ธงไทยรีบเสนอตัวทันที

“ผมพาเธอไปเองครับ ไม่ต้องห่วง แค่บอกว่า ที่ไหน”...

การกระทำของตะวันครั้งนี้ ทำให้กันเกราเริ่มเอนเอียงว่าเธอจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ นันทามั่นใจว่าไม่มีทางเป็นไปได้คนอย่างมันไม่มีทางเปลี่ยนตัวเองได้ ขอร้องกันเกราอย่าหลงกลนังงูเห่านั่นเด็ดขาด...

ทางฝ่ายทรงพลเห็นลูกกลับมาบ้านก็ดีใจมาก กอดแขนเธอไว้แน่นคร่ำครวญว่าอย่าทิ้งเขาไปไหนอีก ตะวันต้องปลอบให้เขาคลายเศร้า แล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง เขาถึงกับน้ำตาร่วงที่ลูกจำเขาไม่ได้ ก่อนจะเข่นเขี้ยวด้วยความแค้นใครกันที่ทำกับเธอแบบนี้ ให้ช่วยพาเขาไปเอาเรื่องพวกมันที

“วันนี้ไม่มีใครอยู่หรอกค่ะ ออกไปข้างนอกกันหมด”

“โถ ท่านเจ้าสัวคงจะนอนป่วยเฝ้าบ้านคนเดียวสินะ ไม่ได้เจอกันนานแล้ว เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ต่างคนต่างพิการแบบนี้ โอกาสจะไปเจอกันในชาตินี้ เห็นจะไม่มี” ทรงพลตีหน้าเศร้า ตะวันเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม

“ปังปอนด์” รับงานต่างช่องครั้งแรก กดดันบทนักข่าวอาชญากรรม
12 พ.ย. 2562
09:01 น.