กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

เพลิงตะวัน

SHARE
  • แนว
  • :
  • ดราม่า-แอ็กชั่น
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • น้ำผึ้งเดือน 8
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ดรีมทีม
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • อัษฎาวุธ เหลืองสุนทร
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท ดูมันดี จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 7
  • นักแสดงนำ
  • :
  • เซฟฟานี่ อาวะนิค,กันตพงศ์ บำรุงรักษ์

เพลิงตะวัน ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

อัลบั้ม: "เอส" ควง "เซฟฟานี" ลงละคร "เพลิงตะวัน" กระชากเรตติ้ง

หญิงสาวนางหนึ่งพาร่างกายบอบช้ำเต็มไปด้วยบาดแผลและอ่อนแรงเต็มที หนีกระเซอะกระเซิงมาตามถนนที่ทั้งเปลี่ยวและมืด ชายฉกรรจ์สองคนไล่ตามจนทันลงมือซ้อมเธออีก หญิงสาวพยายามปัดป้อง แต่ด้วยร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บทำให้ต้านไม่อยู่ถูกอัดลงไปกองกับพื้น

ตอนที่ 2

อัลบั้ม: "เอส" ควง "เซฟฟานี" ลงละคร "เพลิงตะวัน" กระชากเรตติ้ง

หญิงสาวปริศนาถูกนำตัวออกจากห้องไอซียูมาอยู่ที่ห้องพักฟื้นผู้ป่วย นวลกับธงไทยแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเธอซึ่งอยู่ในอาการโคม่าเมื่อวานดูดีขึ้นอย่างกับคนละคน เพียงแต่ยังมีร่องรอยบาดแผลทั่วใบหน้า อีกทั้งยังมีผ้าพันแผลรอบศีรษะและรอบตัว หมอหัวเราะอย่างเขินๆ

ตอนที่ 3

อัลบั้ม: "เอส" ควง "เซฟฟานี" ลงละคร "เพลิงตะวัน" กระชากเรตติ้ง


เปลวออกไปพูดคุยกับนันทวัฒน์ที่หน้าบ้านหาได้รอดพ้นสายตาของทรงพล!

ทรงพลนั่งบนรถเข็นมองจากสนามและรอจนกระทั่งเปลวกลับเข้ามาแล้วถามเธอว่าพูดอะไรกับมัน เปลวเฉไฉไม่ตอบแต่ถามเขาว่าลงมาได้ยังไง เธอกำลังจะขึ้นไปเตรียมอาหาร ทรงพลหน้าตึงกระแทกเสียงด้วยความไม่พอใจว่าเห็นตนตาบอดหรือยังไง เธอพูดอะไรกับนันทวัฒน์

เปลวอึกอักก็ยิ่งโดนดุ ทรงพลอารมณ์ขึ้น โวยวายเสียงดังจนเธอต้องพูดความจริงว่า บอกนันทวัฒน์ว่าปรางค์ไม่กลับมาแล้ว

“เธอพูดแบบนั้นได้ยังไง เธอรู้ได้ไงว่ายัยปรางค์จะไม่กลับมา”

“ฉันไม่รู้ค่ะ ฉันแค่ไม่อยากให้คุณวัฒน์เธอต้องมานั่งรอ”

“ไหนมันว่ารักนักรักหนาไง ก็ให้มันรอจนอกแตกตายไปเลยสิ”

เปลวไม่รู้จะพูดอะไรกับทรงพลอีก เพราะเถียงทีไรเธอก็แพ้ทุกที ตัดบทว่าจะไปเตรียมอาหาร แต่อีกฝ่ายไม่ยอม ดึงดันเข็นรถตามเธอไปจนเสียหลักล้มลง เปลวตกใจรีบหันกลับมาดูด้วยความเป็นห่วง แต่เขาสะบัดหนี ตวาดไล่เธอไม่ให้มายุ่งกับคนพิการอย่างตน

ทรงพลน้อยใจผลักเปลวออก เปลวไม่ละความพยายามจะช่วยเขาและพร่ำพูดว่าตนขอโทษ ทรงพลอัดอั้นร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร พลางทุบขาตัวเองด้วยความน้อยใจในโชคชะตา ร่ำร้องว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ เปลวฉุดมือเขาไม่ให้ทำร้ายตัวเอง ในขณะที่เธอเองก็รู้สึกกดดันจนน้ำตาไหลออกมาเช่นกัน

ooooooo

ที่ไร่นวลตะวัน แม่นวลหาวิธีช่วยแบ่งเบา

ธงไทยในการดูแลหญิงสาวนิรนามด้วยการให้คนอื่นๆ ในบ้านรวมทั้งตัวเองช่วยกันทำให้เธอไว้วางใจ

แรกๆก็มีอุปสรรคเพราะเธอไม่ยอมเข้าหาใครนอกจากธงไทย แต่ผ่านพักใหญ่ความพยายามของแม่นวลก็ไม่เสียเปล่า หญิงสาวยอมให้แม่นวลพาไปอาบน้ำแต่ก็ทิ้งคราบปัสสาวะเรี่ยราดไว้ให้พวกเจียมจัดการ พอดีจ๊ะจ๋ากลับเข้ามา เจียมเลยเกี่ยงให้หลานเป็นคนทำ

แน่นอนว่าจ๊ะจ๋าไม่ยอมและทำท่ารังเกียจ สองป้าหลานเกี่ยงกันไปมาหน้าดำหน้าแดง แต่แล้วเกิดความละอายเมื่อหนูพุทธอาสาทำเองเพราะไม่ต้องการให้บ้านแม่นวลสกปรก

ธงไทยกลับออกมาหลังจากส่งหญิงสาวเข้าไปให้แม่นวลอาบน้ำ ถามพวกเจียมว่ามีอะไรกัน เจียมอึกอักเล็กน้อยก่อนบอกว่าไม่มีอะไร ให้หนูพุทธส่งผ้ามาป้าจะทำเอง

“ไม่เป็นไรจ้ะ หนูพุทธทำได้จ้ะ ป้าเจียมไม่อยากทำ ไม่ใช่เหรอ”

เจียมหน้าตาเหลอหลา ยิ้มเจื่อนๆให้ธงไทย ชายหนุ่มเข้าใจบอกไม่เป็นไร แล้วขอผ้าจากหนูพุทธมาทำเอง แต่จ๊ะจ๋าเร็วกว่าฉวยผ้าจากมือหนูพุทธมาจัดการด้วยท่าทีขยะแขยง
ในห้องน้ำ แม่นวลแกะผ้าพันแผลที่ศีรษะหญิงสาวซึ่งถูกโกนผมเห็นร่องรอยแผลยาวแต่แห้งดี จากนั้นค่อยๆ

เปิดน้ำจากฝักบัวรดตัวเธอพร้อมกับปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อเธอสะดุ้งจะลุกหนี

“ไม่เป็นไรนะ อาบน้ำ...ล้างตัวให้สะอาด ล้างออกไปซะ อะไรที่ไม่น่าจดจำ ล้างออกไปให้สะอาดนะลูกนะ จากนี้ไปลูกจะเป็นคนใหม่ สะอาดทั้งภายในภายนอก แม่จะดูแลหนูเอง”

หญิงสาวเชื่อฟังนั่งลงอย่างว่าง่าย ดวงตาอ่อนโยน มีรอยยิ้มน้อยๆปรากฏบนใบหน้า พูดคำว่าแม่ออกมาสองครั้ง ทำให้แม่นวลมีกำลังใจ...

กว่าจะเสร็จงานทำความสะอาดพื้น จ๊ะจ๋ากับป้าเจียมก็ทุ่มเถียงกันอยู่นาน ตาท้วมรู้เห็นด้วยความเหนื่อยใจ แล้วเจียมก็เพิ่งนึกได้ว่าทำไมจ๊ะจ๋าไม่ไปเรียน พอดีไผ่โผล่เข้ามาหน้าตามีรอยแตกช้ำ ตาท้วมรู้ทันทีว่าเกิดเรื่องเร่งไผ่ให้พูดออกมา

หลังจากเล่าจบ ไผ่โดนเจียมบ่นเป็นกระบุงว่าทำอะไรไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ทีนี้ได้อยู่กันไม่เป็นสุขแน่ เพราะไปมีเรื่องกับลูกน้องเสี่ยหมู...เวลาเดียวกัน เสี่ยหมูกำลังหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชมจอมทำดีมากแถมมีเงินรางวัลให้อีกห้าพัน สะใจที่พวกไร่นวลตะวันจะอยู่ไม่เป็นสุข

ooooooo

พิชิตถูกนันทาเรียกมาตำหนิไม่ดูแลนันทวัฒน์ให้ดี เขาหายไปทั้งคืนยังติดต่อไม่ได้ พิชิตก้มหน้านิ่งไม่ตอบโต้ แต่กันเกราท้วงนันทาว่าลืมหรือเปล่าว่าเป็นคนสั่งไม่ให้พิชิตตามนันทวัฒน์ไป

นันทาหงุดหงิดพาลไปหมด ตวัดเสียงว่า “นั่นแหละ หน้าที่ของเธอคือคุ้มครองความปลอดภัยให้ตาวัฒน์และคนบ้านนี้...ถ้าทำไม่ได้ก็ถือว่าเธอเป็นคนไร้ประโยชน์”

พิชิตเจ็บจี๊ดเข้าไปถึงใจ กันเกราพยายามไกล่เกลี่ยแล้วให้พิชิตกลับไป แต่กลายเป็นว่าพอพิชิตเดินพ้นไป นันทาก็พาลพาโลเอากับกันเกราที่ไม่ให้ห่วงนันทวัฒน์ เดี๋ยวเขาก็กลับมา

“เธอก็พูดได้สิ ตาวัฒน์ไม่ใช่ลูกเธอนี่”

กันเกราสะอึก แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนที่ไม่เคยถือสาใคร ร่าเริงและมองโลกในแง่ดี เธอตอบกลับ เบาๆและยิ้มแย้ม

“ไม่ใช่ลูกก็เหมือนลูกนั่นแหละค่ะพี่นัน ก็เพราะเด็กสองคนนี้ไม่ใช่เหรอคะ ฉันถึงอยู่มาจนขึ้นคานแบบนี้ มาค่ะเชื่อน้อง พักก่อนนะคะ”

นันทาได้คิด ทุกวันนี้บ้านเป็นบ้านได้ก็เพราะมีกันเกราคอยช่วย สายตาเธอเริ่มอ่อนลง ยอมลงนั่งและดึงมือกันเกราที่จะไปเอาชาร้อนมาให้

“ขอบใจนะกันเกรา เธอดีซะยิ่งกว่าน้องสาวแท้ๆ ของพี่ซะอีก”

“ญาติเราก็ไม่ได้เยอะ มีกันแค่นี้ก็ต้องรักกันเอาไว้สิคะ”

“หนักนิดเบาหน่อยก็อย่าถือสาพี่เลยนะ”

“อุ๊ย น้องไม่คิดมากหรอกค่ะ คิดมากเดี๋ยวแก่ค่ะ น้องไปสั่งงานเด็กนะคะ”

นันทาพยักหน้า มองตามกันเกราไปแล้วเอนตัวพิงเก้าอี้ เหนื่อยใจเหลือเกินเรื่องลูกๆ ด้านพิชิตที่กำลังจะกลับออกจากบ้าน เจอพยาบาลที่ดูแลเจ้าสัววัฒนา เธอขอแรงเขามาช่วยเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้วัฒนา พิชิตตามเธอไปด้วยความเต็มใจ แต่ในระหว่างช่วยเธออยู่นั้น วัฒนาซึ่งนอนหลับเพราะฤทธิ์ยาคลายเครียดก็ลืมตาโพลงขึ้นมา

พิชิตตกใจมาก วัฒนามองเขาตาแดงก่ำและพยายามขยับปากเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่ไม่มีเสียง สีหน้าที่แสดงออกมาดูอัดอั้นและเจ็บปวด พยาบาลตกใจถามท่านเป็นอะไร

วัฒนามองพิชิตตาไม่กะพริบ น้ำตาแห่งความเจ็บแค้นเริ่มซึมออกจากตาแดงก่ำ ตัวสั่นจนสัมผัสได้ จังหวะนั้นกันเกราเดินเข้ามาเห็นพิชิตยืนอยู่ ถามเขาว่ามายืนทำอะไรตรงนี้

“คุณกันเกราคะ ท่านเป็นอะไรไม่ทราบค่ะ” พยาบาลแทรกขึ้นมาหน้าตาตื่น กันเกราพลอยตกใจ สังเกตสายตาของวัฒนามองพิชิต จึงรีบตัดบทว่า

“พิชิตจ๊ะ เธอไปพักเถอะนะ”

พิชิตพยักหน้าแล้วหันกลับไปทันที วัฒนาค่อยๆ ผ่อนคลายลง

“ฉันขอโทษค่ะคุณกันเกรา” พยาบาลพูดหน้าเจื่อน

“ช่างเถอะ ท่านคงไม่ชินกับคนนอกน่ะ ต๊าย! นี่ถ้าเป็นคุณทศจะไม่ยิ่งกว่านี้เหรอเนี่ย”

พิชิตเดินตัวสั่นออกมาที่ลานจอดรถ เขาอัดอั้นตันใจมาก พาลเตะโน่นเตะนี่ บ่นอุบว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ ทันใดนั้นรถนันทวัฒน์แล่นเข้ามาจอด ชายหนุ่มเปิดประตูลงมายืนทรงตัวแทบไม่อยู่เพราะความเมา พิชิตตกใจรีบเข้าประคองแต่ถูกเขาผลักไสไม่ให้มายุ่ง แล้วจากนั้นก็ร้องไห้สลับกับเรียกชื่อปรางค์ออกมา

อีกครู่ต่อมา กันเกราให้พิชิตแบกนันทวัฒน์ มาวางบนโซฟา ชายหนุ่มยังคงโวยวายหาผู้หญิงชื่อปรางค์ไม่เลิก

“ปรางค์...กลับมาหาผม...อย่าทิ้งผมไป”

พิชิตมองนันทวัฒน์ด้วยความสงสาร ใจเขาคิดอะไรบางอย่าง ทำให้สีหน้าแสดงออกมาอย่างไม่สบายใจนัก

“วัฒน์...ตาวัฒน์ใจเย็นๆนะ ยกขาขึ้นก่อน นอนพักซักหน่อยนะคะ”

“น้ากันเกรา...ปรางค์เขาทิ้งผมไปแล้ว”

“พักก่อนนะคะ อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะคะ”

นันทาเดินพรวดพราดเข้ามาเห็นสภาพลูกชายเมาแอ๋ก็กรีดร้องถามว่าทำไมเมามาแบบนี้ แล้วยิ่งแตกตื่นยืนหน้าชาเมื่อลูกชายหัวเราะสลับกับร้องไห้ ถามว่าแม่สะใจไหม เธอทิ้งตนไปแล้ว

“เธอไปแล้ว...เพราะคุณแม่คนเดียว” นันทวัฒน์เริ่มยันตัวลุกขึ้น แต่เซไปมา พิชิตเข้ามาประคองและเตือนให้ระวัง นันทวัฒน์หัวเราะทั้งน้ำตา พูดกับเขาว่า “พิชิต...นายเป็นคนเดียวที่เข้าใจฉัน แต่ทำไมทุกคน

ไม่เข้าใจ ฉันรักเธอมาก ทำไมทุกคนต้องผลักไสเธอไป”

“พิชิต...พาคุณวัฒน์ไปล้างหน้าล้างตาซะ” นันทาเร่ง

“คุณแม่นี่แหละสำคัญเลย...คุณแม่ไม่อยากเห็นผมมีความสุขใช่มั้ย”

ไม่ทันมีใครคาดคิด นันทาตบฉาดเข้าที่หน้านันทวัฒน์อย่างแรงแล้วถามว่าได้สติหรือยัง

นันทวัฒน์ทรุดตัวลงนั่งน้ำตาร่วง แม้จะได้สติแต่เขาก็ระงับความเสียใจไม่ได้ ร้องไห้ครวญครางถึงปรางค์แล้วว่าคนบ้านนี้ไม่มีใครรักตนเลย...นันทาเหลืออดดึงคอเสื้อลูกชายให้ลุกขึ้นแล้วลากออกจากห้อง กันเกราตกใจรีบเดินตามไป

ooooooo

หลังจากทำให้หญิงสาวนิรนามไว้ใจแล้ว

แม่นวลพอใจกับผลงานตัวเอง ขณะที่ธงไทยก็ชื่นชมแม่นวลเก่งจังจัดการเธอเสียอยู่หมัด

“แม่เลี้ยงเด็กมากี่คนแล้วล่ะ แค่นี้สบาย”

ขาดคำของแม่นวล เสียงโทรศัพท์มือถือธงไทยดังขึ้น เขาหยิบมันออกมาดูแต่เลือกที่จะไม่รับ บอกแม่นวลวิวโทร.มา ไม่รับไม่เป็นไรหรอก

“ไม่เป็นไรได้ไง เขามีธุระอะไรหรือเปล่า โทร.กลับไปซิ”

“ถ้ามีอะไรสำคัญ เดี๋ยวคงไลน์มาน่ะครับ”

“โทร.กลับไปเดี๋ยวนี้เลยไทย น่าตีนัก ทีเวลาไปรบกวนเขาล่ะโทร.จิกเขาจังเลย”

“รู้แล้วครับ งั้นเดี๋ยวผมออกไปโทร.ที่ระเบียงนะครับ”

“เชิญย่ะ รีบไปเดี๋ยวนี้เลย”

ธงไทยยิ้มเขินแล้วเดินออกไป หญิงสาวมองตามและเรียกชื่อเขา...แม่นวลยิ้มบางๆ พูดอย่างใจเย็นว่า

“พี่ไทยออกไปโทรศัพท์ หนูอยู่กับแม่นะลูกนะ”

แม้หญิงสาวจะไม่รู้ว่าแม่นวลพูดอะไร แต่เธอก็พยักหน้าและพิงตัวลงบนโซฟาอย่างผ่อนคลาย

ooooooo

ประตูห้องพักของวัฒนาถูกเปิดผลัวะเข้ามาก่อนที่ร่างของนันทวัฒน์จะถลาไปกองอยู่หน้าเตียงตามแรงเหวี่ยงของนันทา พยาบาลกำลังป้อนอาหารวัฒนาตกใจและงุนงง

กันเกราตามเข้ามาบอกพยาบาลให้พอก่อนเดี๋ยวตนทำต่อเอง พอเธอคล้อยหลัง นันทวัฒน์ก็ปรือตามองรอบห้องเห็นวัฒนานอนบนเตียง “ห้องคุณพ่อนี่เอง ฮ่าๆๆ”

“ใช่...นั่นไงพ่อของแก ดูซะให้เต็มตา มองดูให้ดี ดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับบ้านเรา ที่เราต้องเป็นแบบนี้เพราะอะไร เมื่อไหร่วัฒน์จะตาสว่างซะที”

นันทวัฒน์จ้องมองพ่อ เห็นสายตาหม่นเศร้าของพ่อ เขายิ่งเจ็บปวด

“เมื่อไหร่จะหายโง่ เมื่อไหร่จะมีสติ”

นันทวัฒน์สะเทือนใจกลั้นน้ำตาไม่อยู่ กันเกรา ยืนตัวสั่นมองคนนั้นทีคนนี้ทีทำอะไรไม่ถูก

“ดูคนรอบตัววัฒน์ ดูคนที่รักวัฒน์อย่างสุดหัวใจสิ ดูสภาพพวกเขา...วัฒน์กำลังไล่ตามคนที่ไม่รักวัฒน์ คนที่ทิ้งวัฒน์ไปอย่างเลือดเย็น แต่กลับทอดทิ้งคนที่ให้ความรักและความหวังดีต่อวัฒน์ บ้านเราจะไม่เป็นบ้านอยู่แล้ว หรือวัฒน์ต้องให้แม่ตายก่อน”

“คุณแม่!”

นันทวัฒน์คลานไปกอดขานันทาแล้วปล่อยโฮออกมา วัฒนามองลูกชายด้วยสายตาปวดร้าว

“ผมขอโทษ...คุณแม่ครับ ผมขอโทษ”

นันทาก้มลงกอดลูกชายปลอบใจ “เริ่มต้นใหม่นะลูก ลืมทุกอย่างให้หมด...ไม่เป็นไรนะลูกนะ”

กันเกราน้ำตาคลอ เช่นเดียวกับวัฒนาที่เหลือบตาขึ้นมองเพดาน น้ำตาค่อยๆไหลออกมา

ooooooo

ภายในร้านจำหน่ายและเช่าชุดวิวาห์ของวิว เจ้าของร้านถือโทรศัพท์แกว่งไปแกว่งมาด้วยความเซ็ง เจ๊แน๊ตกับชีสเค้กนั่งทำงานอยู่ใกล้ๆ แอบมองแล้วซุบซิบกัน วิวเลยแหวใส่ด้วยความรำคาญ

“นี่! ไม่ต้องมาทำซุบซิบกันเลยนะ ไทยเขาอาจจะทำธุระวุ่นอยู่ก็ได้”

“พวกฉันปรึกษาแบบเสื้อกันอยู่ ใครไปเม้าท์หล่อนไม่ทราบ” เจ๊แน๊ตไม่ยอมรับ วิวหมั่นไส้โพล่งว่าปากยื่นกันขนาดนั้นนึกว่าไม่รู้เหรอ

“เขาเรียกร้อนตัวรึเปล่านะเจ๊...แบบนี้น่ะ” ขาดคำของชีสเค้ก เสียงโทรศัพท์เรียกเข้า วิวรีบดูหน้าจอเห็นเป็นสายธงไทยก็ดีใจมาก โชว์หราให้เจ๊แน๊ตกับชีสเค้กดู ก่อนจะเดินเชิดๆไปหามุมคุยโทรศัพท์กับชายหนุ่ม

“ใช่...ช่วงนี้ยุ่งกับหลายๆเรื่องน่ะ ไทยขอโทษนะวิวถ้าไม่ได้รับสาย แต่ไทยจะโทร.กลับนะวิวนะ...ผู้หญิงคนนั้นน่ะเหรอ อาการค่อยๆดีขึ้นตามลำดับน่ะ ห่วงแต่เรื่องของสมอง”

“ไทยคิดดีแล้วเหรอ แล้วถ้าเขาไม่หายหรือไม่ดีขึ้นล่ะ ไทยไม่ต้องเลี้ยงดูคนสติไม่ดีไปตลอดชีวิตเหรอ ญาติรึก็ไม่ใช่...คิดดีๆนะไทย”

“ไทยคิดดีแล้ววิว ต่อไปนี้เธอคนนี้เป็นความรับผิดชอบของไทย จะดีจะร้ายยังไง ไทยจะดูแลเขาไปจนตายจากกันไปข้างหนึ่ง”

วิวฟังแล้วสะอึก รู้สึกเจ็บแปลบที่ธงไทยกำลังให้ความสำคัญกับใครคนหนึ่งมากกว่าเธอ เพราะที่ผ่านมาเขาแทบไม่มีเพื่อนผู้หญิงคนไหนเลยนอกจากเธอ จึงเป็นเรื่องที่เธอจะทำใจให้เป็นปกติได้ยากสักหน่อย พูดเสียงอ่อยกลับไปว่า

“ก็ถ้าไทยตัดสินใจแล้ววิวก็จะเอาใจช่วยแล้วกันนะ”

“เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยๆคิดนะ ว่าแต่วิวเถอะกินอะไรบ้างรึยังวันนี้ อย่าเอาแต่ห่วงสวยจนลืมสุขภาพล่ะ... ไทยน่ะเหรอ อยู่บ้านแม่นวลไม่ต้องห่วงหรอกของกินวางบนโต๊ะให้เลือกกินทั้งวันจะอ้วนตายอยู่แล้ว”

ธงไทยคุยกับวิวอย่างอารมณ์ดี ไม่รู้ว่าหน้าบ้านเสี่ยหมูกับจอมบึ่งรถมาจอดฝุ่นตลบ ท่าทางเอาเรื่อง เจียมกับจ๊ะจ๋าละมือจากเสื้อผ้าที่เตรียมจะซักวิ่งมาดักหน้า กางกั้นไม่ให้สองคนเข้าไปหาแม่นวล แต่พวก เขาไม่ฟัง ดึงดันโวยวายเสียงดัง เจียมเลยให้จ๊ะจ๋าไปตามตาท้วมกับไผ่มาเร็วๆ

จ๊ะจ๋าวิ่งตื๋อไปทันที เจียมกางกั้นแต่ผู้มาเยือนไม่สน เดินอาดๆเข้าไปเห็นแม่นวลกับหญิงสาวอีกคน แม่นวลตกใจลุกพรวดถามว่า

ตอนที่ 4

อัลบั้ม: "เอส" ควง "เซฟฟานี" ลงละคร "เพลิงตะวัน" กระชากเรตติ้ง



จอมประหลาดใจมาก นอกจากเสี่ยหมูจะไม่ด่าตนเองกับพวกที่เสียรังวัด ถูกเจียมไล่ยิงกระเจิดกระเจิงกลับมาแทบไม่ทัน ยังชมว่าทำดีแล้ว จนต้องถามย้ำว่าไม่ได้พูดประชดใช่ไหม

เรื่องย่อละคร เพลิงตะวัน

เรื่องย่อ : ธงไทย (เอส กันตพงศ์) ขับรถกะบะมุ่งหน้ากลับไร่ทานตะวัน ระหว่างทางแวะเติมน้ำมัน รู้สึกถึงสิ่งผิดปกติท้ายรถ แล้วก็เป็นจริง เขาพบร่างของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยเลือด เธอนอนหมดสติอยู่ ธงไทยตัดสินใจ รีบพาร่างของหญิงสาว นิรนามส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด...!! หมอแจ้งว่า เธอแท้งลูกอ่อนและสมองได้รับการกระทบกระเทือน สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ ต้องช่วยชีวิตเธอไว้ให้ได้ เพราะจากสภาพร่างกายถือว่าสาหัส เป็นตายเท่ากัน

ธงไทยกลับไปที่ไร่ด้วยความสับสน และ สงสัยว่าหญิงโชคร้ายคนนี้มาอยู่ท้ายรถเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วเธอถูกใครทำร้ายมา แม่นวล (ปิยะมาศ โมนยะกุล) แนะนำให้ลูกชายไปแจ้งความไว้ เพื่อติดตามหาญาติของหญิงคนนี้ต่อไป แต่ธงไทยกลับเห็นตรงกันข้าม เขาขอดูอาการของหญิงสาวก่อน บางทีการดูแลรักษาแบบเงียบๆ อาจทำให้เธอคนนี้ปลอดภัยจากการถูกตามล่าก็ได้ แม่นวล เริ่มเห็นด้วยกับความคิดของลูกชาย

หลังการผ่าตัด แม่นวล และธงไทย หมั่นไปดูอาการของหญิงสาวทุกๆวัน แต่เธอก็ยังคงเป็นเหมือนเจ้าหญิงนิทรา ไม่ไหวติง และมีชีวิตอยู่ได้ด้วยเครื่องช่วยหายใจ หมอตัดสินใจว่า หากอาการยังไม่ดีขึ้น อาจจะต้องปล่อยให้เธอจากไป....แต่ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นในวันหนึ่ง ขณะทุกคนลงความเห็นว่า จะปล่อยให้เธอจากโลกนี้ไป...ระหว่างที่ธงไทยจับมือเพื่อขออโหสิกรรม อยู่ๆ เธอก็ขยับตัว ภาพแรกที่เธอลืมตาเห็นคือ ธงไทย เธอโผเข้ากอดธงไทย ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัว...

หญิงนิรนามคนนี้ไม่สามารถบอกเล่าอะไรได้เลย เธอสูญเสียความทรงจำทั้งหมด แม้กระทั่งการเดิน การกิน หรือการเข้าห้องน้ำ เธอไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ แม่นวล รู้สึกสงสารและเวทนา จึงตัดสินใจขอพาเธอกลับไป และพร้อมที่จะอุปการะดูแลหญิงสาวคนนี้ ดีกว่าที่จะปล่อยให้เธอไปเผชิญชะตากรรมที่สถานสงเคราะห์ อีกอย่าง หญิงสาว ดูจะไม่ไว้ใจใครเลย นอกจาก ธงไทย..!!

ณ ไร่เคียงตะวัน แม่นวลใช้เวลาทั้งหมดเพื่อดูแลหญิงสาว โดยมี จ๊ะจ๋า (ณัชยกานต์ ปากหวาน) เป็นลูกมือช่วยดูแลด้วย จ๊ะจ๋ามักทำท่าขยะแขยงทุกครั้งที่ต้อง เช็ดอึ เช็ดฉี่ให้กับเธอ แต่เพราะคำสั่งปนขอร้องจากธงไทย ทำให้จ๊ะจ๋ายอมมาดูแลให้ เพราะคิดว่าธงไทยจะหันมาสนใจและตกหลุมรักเธอเข้าสักวัน เป้าหมายของจ๊ะจ๋าในทุกๆวัน คือ การทำให้ผู้หญิงคนนี้หายเป็นปกติเร็วๆ เธอก็จะได้ไปจากที่นี่ซักที

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มังกร” หลอนหนัก ฝันถึงสาวสไบชุดแดงเรียกหา!
9 ธ.ค. 2562

17:03 น.