ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เพลิงตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "เอส" ควง "เซฟฟานี" ลงละคร "เพลิงตะวัน" กระชากเรตติ้ง




พิมอยากให้เปลวไปเยอรมันกับตัวเองมาก อุตส่าห์แวะมาเตือนถึงบ้านว่าวันนี้ต้องเดินทางแล้ว เตรียมข้าวของพร้อมหรือยัง เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ จะให้ทิ้งลูกไปได้อย่างไร

“ตัดสินใจเถอะเปลว โอกาสสุดท้ายแล้วนะ ตั๋วก็อยู่นี่แล้ว”

“มันคงเป็นเวรกรรมของฉัน ขอบใจนะพิม ขอบใจมากๆ” เปลวล่ำลาเพื่อนรักทั้งน้ำตา แล้วเดินไปส่งที่หน้าประตูรั้ว พิมขอให้เธอลองทบทวนอีกที ถ้าเปลี่ยนใจก็โทร.หาตนได้ ตนจะมารับ จังหวะนั้นมีรถแท็กซี่แล่นผ่านพอดี พิมโบกรถแล้วขึ้นไปนั่ง ไม่วายหันมาย้ำว่าจะรอเปลวจนวินาทีสุดท้าย เธอมองตามรถแท็กซี่แล่นจากไปจนลับสายตาแล้วเดินกลับเข้าตัวบ้านอย่างหมดอาลัยตายอยาก ทรงพลหันมาเห็นก็ร้องทัก

“พิมไปแล้วเหรอ...ตกลงกันได้หรือยังล่ะว่าจะไปเที่ยวพักผ่อนกันที่ไหน”

“ไม่ได้คุยค่ะ ฉันขี้เกียจไปแล้วค่ะ ขอตัวนะคะ” เปลวเดินเลี่ยงจะกลับห้อง สวนกับตะวันที่อยู่ในชุดไปเที่ยว อดถามไม่ได้ว่าจะไปไหน เธอเดินลิ่วออกจากบ้านไม่พูดอะไรสักคำ...

นันทาเริ่มทนไม่ไหวที่ต้องโดนลูกสะใภ้ตัวแสบเล่นสงครามประสาทไม่เว้นแต่ละวัน สั่งการให้ทนงศักดิ์ไปจัดการยื่นข้อเสนอให้นังงูเห่านั่น หากยอมหย่าขาดจากนันทวัฒน์ ตนจะจ่ายเงินให้ 500 ล้านบาท เพื่อซื้อความสงบสุขคืนมาให้บ้านหลังนี้...

ขณะที่นันทาพยายามใช้เงินฟาดหัวตะวันกับครอบครัว อาการของนันทนายังไม่ดีขึ้นเท่าใดนัก เจียมยกข้าวต้มมาให้ เธอก็ไม่ยอมแตะต้อง ธงไทยคะยั้นคะยอให้กินอะไรบ้างเธอก็เอาแต่ส่ายหน้า เขาอาสาจะป้อนให้ เอง นันทนาถึงกับอึ้ง เกิดมายังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำดีกับเธอแบบนี้มาก่อน ลืมความเจ็บป่วย ค่อยๆกินข้าวที่เขาป้อนแต่โดยดี เจียมดีใจที่เธอยอมกินอาหาร ขอตัวไปเอาน้ำอุ่นๆมาให้ดื่ม

ด้วยความใจดีและมีน้ำใจของธงไทยทำให้นันทนายอมให้เขาป้อนข้าวอีกหนึ่งช้อน เป็นจังหวะเดียวกับตะวันเข้ามาเห็นชายคนรักกำลังเอาใจหญิงอื่นถึงกับยืนอึ้ง...

ฝ่ายทนงศักดิ์ไม่รอช้านำข้อเสนอของนันทาที่จะให้เงิน 500 ล้านบาทแลกกับใบหย่ามายื่นให้ตะวันถึงบ้าน แต่เธอไม่อยู่ เขาจึงต้องเจรจาต่อรองกับทรงพลแทนที่ทีแรกทรงพลฮึดฮัดจะเอาเรื่องที่นันทาคิดจะเอาเงินฟาดหัว ทนงศักดิ์ต้องกล่อมว่าเรื่องที่แล้วก็ให้แล้วกันไป ตอนนี้วัฒนาก็ชดใช้กรรมที่เคยทำกับทรงพลแล้ว

“ผมอยากให้ท่านพิจารณาเงินก้อนนี้ไว้ใช้อย่างสบายๆ ในช่วงชีวิตที่เหลือและอนาคตของคุณปรางค์เอง”

“ฉันก็เหนื่อยเหมือนกัน อีกไม่กี่ปีก็คงจะตาย ไม่รู้จะเอาอะไรอีก เอาเถอะ แล้วฉันจะลองคุยเรื่องนี้กับยัยปรางค์เอง แต่คนอย่างยัยปรางค์น่ะ ถึงฉันคุยกับเธอได้ สักบาทเธอก็คงไม่เอา...ถึงเวลาแล้วสินะที่จะต้องจบเรื่องนี้เสียที” ทรงพลทำเป็นเสียงอ่อน ทนงศักดิ์แทบไม่เชื่อหูตัวเองว่าการเจรจาจะง่ายขนาดนี้

ไม่ได้มีแต่ทนงศักดิ์เท่านั้นที่คาดไม่ถึงว่าทรงพลจะยอมรับข้อเสนอง่ายๆ นันทาเองก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าง่ายไปหรือเปล่า แต่ถ้าฝ่ายโน้นจะเรียกร้องเงินเพิ่ม เธอยินดีจ่ายเพื่อแลกกับชีวิตสงบสุข

ooooooo

ตะวันไม่พอใจมากที่ธงไทยให้ความช่วยเหลือนันทนา เรียกมาต่อว่าเป็นการส่วนตัวว่าทำแบบนี้ทำไม ในเมื่อเขารู้อยู่เต็มอกว่านันทนากับครอบครัวทำร้ายตนอย่างไร ธงไทยไม่ได้คิดเรื่องนั้น คิดแค่ว่าเธอกำลังลำบาก ต้องการความช่วยเหลือ ตะวันสวนทันที น่าจะปล่อยให้ลำบากจะได้รู้รสชาติความเจ็บปวดเหมือนที่ตนได้รับ

“พี่...ทำแบบนั้นไม่ได้หรอกนะตะวัน”

“ทำไมคะ เพราะพี่ไทยเป็นแบบนี้ไงคะ ถึงได้เดือดร้อนอยู่ตลอดเวลา”

ธงไทยมองตะวันด้วยความผิดหวัง หากเขาไม่เป็นคนแบบนี้ เราสองคนก็คงไม่ได้เจอกัน...

ไม่ได้มีแต่ธงไทยเท่านั้นที่คอยช่วยเหลือนันทนาด้วยความเต็มใจ นวลเองก็เป็นห่วงเป็นใยเธอเช่นกัน ตะวันเห็นแล้วก็ยิ่งขัดใจที่ทุกคนในไร่นวลตะวันพากันเห่อสมาชิกคนใหม่...

นันทวัฒน์หงุดหงิดมากที่ไม่มีใครรู้ว่าตะวันหายไปไหน โทร.ถามเปลวก็ไม่ได้ความกระจ่าง เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าลูกสาวไปไหน พิชิตเข้ามาเตือนว่าวันนี้

มีงานต้องไปตรวจโครงสร้างคอนโดฯแห่งใหม่ นันทวัฒน์ไม่มีอารมณ์จะไปไหนทั้งนั้น บ่นอุบทำไมเขาต้องทำงานอยู่คนเดียว คนอื่นไม่มีใครสนใจจะทำอะไรบ้างหรือ

“คุณทนงศักดิ์จะไปรอเราที่นั่นครับ ผมว่าคุณวัฒน์น่าจะไปตรวจงานสักหน่อย”

“ขอโทษนะใครขอความเห็นนายไม่ทราบ ให้คุณทนงศักดิ์ตรวจรับไป”

พิชิตเตือนว่าการตรวจรับงานโครงการใหญ่ๆ

แบบนี้เขาน่าจะไปเองแบบที่ท่านเจ้าสัวเคยทำ นันทวัฒน์ฉุนขาด ผลักอกพิชิต ฐานบังอาจมาสั่งสอน เขาเป็นแค่ลูกจ้างที่คอยประจบสอพลอเจ้านายไปวันๆ แล้วไล่ตะเพิดไปให้พ้นหน้า พิชิตเดินคอตกจากมาด้วยความน้อยใจ...

ในเวลาต่อมา ณ ไซต์งานก่อสร้างคอนโดฯของนันทวัฒน์ ผู้รับเหมาพยายามจะติดสินบนทนงศักดิ์ให้เซ็นรับงานที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่ตกลงกันเอาไว้ แต่เขาไม่ยอมเซ็น สั่งให้ผู้รับเหมาแก้ไขงานให้ถูกต้องตามสัญญาและจะต้องให้ทันตามเวลาที่กำหนดไว้ด้วย ไม่อย่างนั้นเขาจะเรียกร้องค่าชดเชย...

ตะวันทนเห็นธงไทยเข้าไปช่วยพยุงนันทนาที่หมดเรี่ยวแรงเพราะดื่มยาสมุนไพรสำหรับให้เลิกยาเสพติด ทนความริษยาไม่ไหว เดินหนีเข้าไปในตัวบ้าน นวลรู้ว่าเธอหึงธงไทย รีบตามไปอยู่เป็นเพื่อน

“น่าสงสารคุณนันทนานะ”

“ไม่เห็นน่าสงสารตรงไหน ทำไมต้องทำขนาดนี้กันด้วยคะแม่นวล ญาติโยมก็ไม่ใช่”

นวลถึงกับอึ้งที่ได้ยินคำพูดนี้จากปากของตะวัน คาดไม่ถึงว่าเธอจะเปลี่ยนไปขนาดนี้

ooooooo

ในเมื่อคีรินไม่ยอมรับโทรศัพท์ เฮียฮุยจึงสั่งการให้สมุนตามมาหาถึงบ้าน กำชับให้เธอปิดจ๊อบให้เรียบร้อย คีรินปฏิเสธไม่ยอมทำตาม จังหวะนั้นรันเดินปึงปังเข้ามาในบ้านเห็นพี่สาวจ้องอยู่ ค้อนหนึ่งวงแล้วเดินขึ้นห้อง

“น้องสาวเธอนี่มันน่ารักจริงๆนะ” สมุนมองตามตาวาว

“อย่าแตะต้องน้องสาวฉันนะ” ไม่พูดเปล่า คีรินคว้าคอเสื้อสมุนแล้วดันติดผนัง ก่อนเรื่องราวจะบานปลาย แม่ของคีรินเดินคลำทางเข้ามาเสียก่อน คีรินจึงต้องปล่อยมือจากเขา ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

ทนงศักดิ์กลับถึงบ้านในสภาพหมดเรี่ยวแรง ถามพีรยาผู้เป็นภรรยาที่มารอต้อนรับว่ามีอะไรกินบ้างยังไม่ได้ กินอะไรตั้งแต่เช้า เธอโวยลั่น นี่มันอะไรกันนักหนาใช้งานราวกับทาสแถมข้าวปลาไม่รู้จักให้กิน ทนงศักดิ์ขี้เกียจอธิบาย มีอะไรให้กินก็ยกมาเลย เขาหิวจะแย่แล้ว

“ไม่มีหรอก ขี้เกียจทำ ออกไปหาอะไรกินกันเหอะนะพี่ศักดิ์”

“วันนี้เหนื่อยมากขอนอนเลยแล้วกันขี้เกียจ กินแล้ว” ทนงศักดิ์พูดจบขยับจะไป พีรยารั้งตัวไว้ ขอคุยเรื่องแน๊ตลูกสาวคนโตที่จะต้องเข้าไฮสคูลปีนี้ เธอจะส่งทั้งแน๊ตและน๊อตไปเรียนที่อังกฤษจะได้มีหน้ามีตาทัดเทียมคนอื่น ทนงศักดิ์เตือนว่าจะทำอะไรให้ดูฐานะตัวเองบ้าง แล้วเดินขึ้นห้อง พีรยาหัวเสียมากตะโกนไล่หลัง

“ทำงานเป็นวัวเป็นควายมายี่สิบปี เคยมีเงินเก็บไหม อนาคตลูกมันจะเป็นยังไงก็ไม่ต้องรับรู้ใช่ไหม” คำพูดของพีรยาทำเอาทนงศักดิ์ถึงกับหน้าเครียด...

ขณะจ๊ะจ๋ากับเจียมกำลังจัดสำรับขึ้นโต๊ะ ตะวันเอาแต่นั่งเฉยไม่ช่วยหยิบจับอะไรสักอย่าง ธงไทยประคองนวลเข้ามา จ๊ะจ๋ากุลีกุจอช่วยพยุงอีกข้างหนึ่ง โดยที่ตะวันไม่มีทีท่าจะช่วยแม้แต่น้อย นวลใจหายที่เธอเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน แล้วหันไปบอกธงไทยให้พานันทนาออกมากินข้าวด้วยกัน

“นอนหมดเรี่ยวแรง ไม่ได้กินอะไรเลยเดี๋ยวจะยิ่งแย่”

ตะวันชักสีหน้าไม่พอใจ นวลเห็นแล้วอดเป็นกังวลไม่ได้...

อีกมุมหนึ่งหน้าเรือนใหญ่ ไผ่จอดรถเสร็จ ลงมารอหนูพุทธที่ค่อยๆนวยนาดลงจากรถในชุดรำไทยแบบจัดเต็ม แต่งหน้าแต่งตาอย่างสวยงาม เด็กน้อยเอาแต่เผยอปากกลัวลิปสติกที่ทาไว้จะเลอะ ไผ่อดขำไม่ได้

“โอ๊ย หุบปากได้แล้วแม่คุณ รำเสร็จเป็นชาติแล้ว ไปๆ ขึ้นไปสวัสดีนายแม่นวลแล้วไปหาอะไรกินในครัวกัน เอ้อลืมไป...มีใครมาแน่ะ หนูพุทธต้องดีใจแน่ๆเลย”

“ใครคะ เอ๊ะ...หรือว่า” หนูพุทธนึกถึงพี่ตะวันคนสวยขึ้นมาทันที รีบวิ่งปรู๊ดเข้าไปข้างใน...

ธงไทยพยุงนันทนามาที่โต๊ะอาหาร ตะวันเห็นท่าทางสนิทชิดเชื้อของทั้งคู่แล้วทนไม่ได้ ปรี่เข้าไปยื้อยุดจะพยุงเธอเองทำให้คนถูกพยุงเสียหลักล้มลง

“ไม่เป็นไรหรอกตะวัน เดี๋ยวพี่ช่วยคุณนาเอง” ธงไทยรีบประคองนันทนาลุกขึ้น

ตะวันได้แต่ยืนโกรธตัวสั่นเพราะแรงหึงหวง เป็นจังหวะเดียวกับหนูพุทธถลาเข้ามากอดด้วยความคิดถึง เธอกำลังอารมณ์พลุ่งพล่าน สะบัดเด็กน้อยกระเด็น แถมมือปัดถูกลิปสติกจนเปรอะหน้าเต็มไปหมด หนูพุทธถึงกับน้ำตาร่วง จ๊ะจ๋าไม่พอใจมาก

“ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วยตะวัน”

ตะวันเสียใจกับการกระทำของตัวเอง แต่ไม่มีคำขอโทษหลุดจากปากเธอแม้แต่คำเดียว สายตา

ทุกคนมองมาที่เธออย่างตำหนิ ตะวันทนไม่ไหวลุกหนี นวลได้แต่มองตามไม่สบายใจ

ooooooo

ทนงศักดิ์มาถึงบ้านวัฒนา เห็นนันทวัฒน์นอนหลับอยู่บนโซฟาในชุดยับยู่ยี่ มองปราดเดียวก็รู้ว่าเมื่อคืน ไม่ได้อาบน้ำ เขาส่ายหน้าหนักใจก่อนจะเข้าไปปลุก นันทวัฒน์ตื่นขึ้นอย่างอารมณ์ขุ่นมัว โวยวายจะปลุกทำไมแต่เช้า เขาเตือนว่าวันนี้มีประชุมที่บริษัท นันทวัฒน์สั่งให้ไปบอกพวกกรรมการว่าตนป่วย

“ได้ครับ ผมจะแจ้งให้ แต่ผมมีเรื่องจะปรึกษาครับ คือปีนี้ลูกผมจะเข้าไฮสคูล...”

“โทษทีนะ ผมไม่มีอารมณ์มานั่งฟังชีวิตส่วนตัวของใครหรอก ถ้าไม่มีธุระสำคัญ ผมขอตัวนะ” พูดจบนันทวัฒน์ลุกหนี ทนงศักดิ์ถึงกับหน้าเสีย จังหวะนั้น นันทากับกันเกราเดินสวนเข้ามา ผู้เป็นแม่มองลูกชายด้วยความหมั่นไส้ ไม่วายแขวะว่าทำเหมือนนังงูเห่านั่นไม่เคยหายหัวไปไหน

“หายไปจนจะมีผัวก็เคย หมั่นไส้นัก อ้าว คุณทนงศักดิ์มาทำอะไร”

“คุณวัฒน์มีประชุมครับ แต่ขอยกเลิก”

กันเกราเกรงจะเป็นเรื่องสำคัญ แนะให้นันทาไปทำหน้าที่แทน เธอปฏิเสธทันทีว่าไม่ไป ขี้เกียจออกจากบ้าน ทนงศักดิ์ถือโอกาสจะขอปรึกษาเรื่องลูก แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยปากก็ถูกนันทาไล่ให้ปรึกษากับนันทวัฒน์เอาเอง เธอขี้เกียจรับรู้อะไรทั้งสิ้น...

นวลเห็นนันทนากินข้าวได้มากขึ้น ออกปากชมว่าทำดีแล้วกินเยอะๆเพื่อประโยชน์ของเธอเอง นันทนาชื่นชมในความใจดีและมีน้ำใจของนวล ถึงขนาดขอเรียกท่านว่าแม่นวล

“ได้สิลูก มาเป็นลูกบ้านนี้นะ”

นันทนารู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก หนูพุทธเข้ามาไหว้สวัสดีนวลก่อนจะไปโรงเรียน ท่านกระเซ้าว่านี่ก็เป็นลูกสาวของท่านอีกคนหนึ่ง แล้วดึงเธอมากอด ตะวันเดินหน้าตึงเข้ามาในชุดนอนซึ่งทุกคนพากันชะงักเพราะไม่เคยเห็นเธอทำแบบนี้มาก่อน นวลรีบเบนความสนใจหันไปกระเซ้าตะวันบ้าง

“นี่ก็ลูกสาวคนเก่งของแม่ มาลูกมา” นวลอ้าแขนรอเก้อ เพราะตะวันไม่แยแส จ๊ะจ๋ากับเจียมหมั่นไส้เธอมาก ชวนกันพานวลเข้าไปพักผ่อน ขณะที่หนูพุทธขอตัวไปโรงเรียน เหลือธงไทย ตะวันและนันทนานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร นันทนาเห็นสายตาไม่เป็นมิตรของตะวันแล้วรู้สึกอึดอัด ขอตัวกลับห้องพัก แต่พอลุกขึ้น ก็เซจะล้ม ธงไทยจึงอาสาไปส่ง แล้วประคองนันทนาออกไป ทิ้งให้ตะวันมองตามอย่างเคืองแค้น...

ทางด้านทนงศักดิ์ไม่รู้จะปรึกษาเรื่องการเรียนของลูกกับใคร เห็นกันเกราเป็นที่พึ่งสุดท้ายจึงเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง เธอไม่เห็นด้วยที่เขาจะส่งลูกไปเรียนเมืองนอกทั้งที่รายได้ไม่พอกับรายจ่าย เตือนว่าพ่อแม่ทุกคนอยากให้ลูกมีอนาคตที่ดี แต่ต้องไม่ลืมประมาณตนเองด้วย

“ไม่งั้นตาสีตาสาที่เขาไม่มีเงินแต่อยากให้ลูกมีอนาคต เขาจะทำอย่างไรล่ะ จริงไหม นี่เห็นว่าสนิทกันหรอกนะ เลยกล้าพูด คิดฝันให้พอดีตัวจะดีกว่า อย่างตาวัฒน์เขาเป็นลูกท่านเจ้าสัว ท่านมีกำลังส่งถึงได้ไปเรียนเมืองนอก เราคงจะเอาอย่างเขาไม่ได้หรอก ฉันว่าฉันพูดมากเกินไปแล้ว ความจริงโตๆกันแล้ว อย่างคุณทนงศักดิ์คงไม่ต้องให้ฉันมานั่งสั่งสอนหรอก คิดเสียว่าคุยกันแลกเปลี่ยนทัศนคติแล้วกันนะ ฉันไปเตรียมอาหารให้ท่านเจ้าสัวก่อนนะ” กันเกราว่าแล้วเดินเข้าครัว ทนงศักดิ์มองตามสีหน้าครุ่นคิด

ooooooo

กิจกรรมเลิกยาของนันทนาวันนี้เป็นเหมือนวันก่อนๆ แต่ค่อนข้างทุลักทุเลเนื่องจากธงไทยไม่มีคนช่วย ไผ่ไม่อยู่ไปส่งหนูพุทธที่โรงเรียนแล้วเลยไปส่งผลไม้ด้วย ตาท้วมก็ไม่รู้หายไปไหน ส่วนเจียมกับจ๊ะจ๋ากำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว ทำให้ธงไทยต้องใกล้ชิดนันทนามากขึ้น ตะวันยืนมองด้วยความหึงหวง ใกล้ถึงจุดระเบิด

นวลเห็นท่าไม่ดีเข้าไปกระซิบบางอย่างกับตะวัน แล้วลงจากเรือนใหญ่โดยไม่มีใครเห็น ตะวันมองตามขัดใจ เนื่องจากไม่อยากทิ้งธงไทยไว้กับนันทนาตามลำพัง แต่สุดท้ายจำต้องตัดใจเดินตามนวล

จากนั้นไม่นาน ธงไทย จ๊ะจ๋ากับเจียมประคองนันทนามานั่งพักในห้องรับแขก ธงไทยไม่เห็นแม่อยู่แถวนั้นก็แปลกใจว่าหายไปไหน จ๊ะจ๋าตั้งข้อสังเกตว่าน่าจะเข้าไปนอนพักในห้อง เขาขอตัวไปดูแม่ แต่ยังไม่ทันจะขยับ ตาท้วมเข้ามารายงานว่าตำรวจมาขอพบ ครู่ต่อมา ธงไทยเดินมาหาตำรวจซึ่งนั่งรออยู่ที่โต๊ะสนามข้างบ้าน ตำรวจแจ้งว่าจากการรวบรวมหลักฐานล่าสุดพบว่าการตายของเสี่ยหมูกับจอมเชื่อมโยงมาถึงตะวันด้วย

“ตะวันเกี่ยวอะไร” ธงไทยชักใจคอไม่ค่อยดี

“อย่าเพิ่งตกใจครับคุณธงไทย ผมเห็นว่าคุณตะวันกลับมา เลยอยากขอสอบปากคำหน่อย แต่อาจจะเกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับเธอก็ได้”...

คนที่ตำรวจถามหา กำลังถูกนวลต่อว่าอยู่กลางทุ่งทานตะวันว่าเธอเปลี่ยนไปมาก ตะวันไม่ได้เปลี่ยน แค่กลับไปเป็นคนเดิมเท่านั้น นวลไม่เข้าใจ ในเมื่อเธอมีโอกาสได้เกิดใหม่แล้วจะกลับไปเป็นอย่างเดิมทำไม

“เพราะหนูเป็นหนู...หนูเป็นปรางค์ทอง คนที่ เจ็บปวดกับชีวิตมาทุกรูปแบบ หนูสู้ทุกทางจนชนะ ทุกอย่างสยบอยู่ใต้เท้าหนูเพราะฝีมือหนูเอง”

“แล้วหนูมีความสุขหรือ แน่ใจหรือว่าหนูมีความสุขบนความทุกข์ ความพินาศของคนอื่น ที่มันสยบอยู่ใต้เท้าน่ะ แน่ใจหรือว่ามันมีความสุข เหยียบไฟน่ะ มันร้อนไม่ใช่หรือ” แม้จะรู้ดีว่าคำพูดของนวลถูกทุกอย่าง แต่บัดนี้เหตุการณ์เลยเถิดเกินกว่าจะกลับเป็นตะวันได้อีก เธอจึงทำเหมือนไม่แยแส

“ไฟแค่นี้ทำอะไรหนูไม่ได้หรอกค่ะ หนูจะเต้นรำบนไฟ”

อีกมุมหนึ่งห่างๆ หนูพุทธเพิ่งกลับจากโรงเรียน เห็นนวลยืนคุยกับตะวันอยู่กลางทุ่ง เดินต่อไปไม่ได้สนใจ นวลพยายามกล่อมให้ตะวันเปลี่ยนใจกลับมาเป็นตะวันคนเดิม เธอยืนกรานไม่มีอะไรมาเปลี่ยนเธอได้

“แม้แต่ธงไทยก็เปลี่ยนใจหนูไม่ได้เหรอ”

“เขาเป็นแค่เครื่องมือของหนูค่ะ” พูดจบ ตะวันขยับจะไป นวลผิดหวังในตัวเธอมาก ปรี่เข้าไปคว้าแขนไว้ ต่อว่าต่อขานต่างๆนานา เธอฟิวส์ขาดสะบัดแขนอย่างแรงจนนวลล้มหัวกระแทกพื้นเลือดซิบ ตะวันเห็นแผล

แตกเล็กน้อยไม่ได้หนักหนา เดินจากมาโดยไม่ช่วยเหลือ นวลเสียใจมาก จนโรคหัวใจกำเริบหายใจติดขัด พยายามร้องขอความช่วยเหลือ แต่เสียงแผ่วแทบไม่ได้ยิน ส่วนตะวันเดินพึมพำออกจากทุ่งทานตะวัน

“หนูขอโทษนะคะ ถึงจะรักที่นี่แค่ไหน แต่หนูมีทางของหนู...หนูมันสกปรก หนูไม่อยากให้ความสกปรกของหนูมาทำให้ที่นี่ต้องมัวหมองไปด้วย ปล่อยให้หนูไปตามทางเลวๆของหนูเถอะนะคะ”

ooooooo

หนูพุทธเข้ามาในครัว ได้ยินเจียมบอกให้จ๊ะจ๋าไปตามหานวลให้ทีว่าอยู่ที่ไหน อีกสักพักจะตั้งสำรับแล้ว เด็กน้อยรีบบอกว่าเห็นท่านอยู่ที่ทุ่งทานตะวันกับพี่ตะวัน สองป้าหลานมองหน้ากันสีหน้าเป็นกังวล

ธงไทยกำลังนั่งคุยอยู่กับตำรวจและตาท้วม เห็นตะวันเดินเข้ามา ร้องบอกว่าตำรวจอยากจะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการตายของเสี่ยหมูและจอมอีกครั้งหนึ่ง เธอยังไม่ทันจะว่าอะไร เจียม จ๊ะจ๋าและหนูพุทธวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่านวลไปที่ทุ่งทานตะวันกับตะวัน

ทุกคนใจคอไม่ดี ในเมื่อตะวันอยู่ที่นี่ แล้วนวลหายไปไหน รีบแยกย้ายกันตามหา โดยมีตำรวจสองนาย ช่วยหาด้วย ไผ่กลับจากส่งผลไม้พอดี ออกตามหานวลอีกแรงหนึ่ง ด้วยความกว้างใหญ่ของทุ่งทานตะวัน กว่าจะหานวลเจอ สัญญาณชีพของเธอก็อ่อนแรงเต็มที ธงไทยรีบอุ้มเธอมาที่รถ ขณะที่ไผ่โดดขึ้นประจำที่นั่งคนขับแล้วสตาร์ตเครื่อง เจียมขึ้นไปนั่งเบาะหน้าข้างคนขับโดยที่จ๊ะจ๋าปีนขึ้นท้ายกระบะ ตะวันจะเข้าไปดูอาการของนวล แต่ธงไทยดันตัวเธอออกห่างแล้วปิดประตูรถ เธอถึงกับเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้น

ไผ่ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว โดยมีรถตำรวจวิ่งนำเพื่อเปิดทางให้ ธงไทยกอดแม่ไว้ในอ้อมแขน คร่ำครวญว่าอย่าเพิ่งเป็นอะไรไป นวลค่อยๆฟื้นคืนสติแต่อ่อนแรงเต็มที รวบกำลังเฮือกสุดท้ายกระซิบบอกลูกชาย

“ไทย...อย่า...ทิ้งตะวัน...ช่วยตะวันด้วยนะไทย...

อย่าทิ้งน้อง...รับปากแม่...อย่าทิ้งน้อง...”

ธงไทยได้แต่กอดแม่ไว้ไม่ยอมพูดอะไร ไม่นานนัก นวลถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉิน อาการของเธอทรุดหนัก เกินเยียวยา หมอไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้

ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ธงไทยตัดพ้อต่อว่าไผ่ เจียมและจ๊ะจ๋าทำไมถึงใจร้ายกับตนนัก ไม่ยอมบอกเรื่องที่นวลป่วยหนัก ไผ่ไม่ได้คิดจะปิดบัง แต่เป็นเพราะนวลห้ามไม่ให้พวกเราบอกเรื่องนี้กับเขาเด็ดขาด

“ทำไม...ทำไมแม่นวลไม่บอกฉัน มันเรื่องใหญ่ขนาดนี้” ธงไทยตัดพ้อน้ำตาคลอ

“นายแม่นวลกลัวคุณไทยเป็นทุกข์ ท่านรักคุณไทยมากนะคะ” เจียมปลอบ จ๊ะจ๋าหันไปเห็นตะวันตามมาก็โกรธ วิ่งไปผลักจนล้ม ด่าซ้ำว่ายังหน้าด้านมาที่นี่อีก ที่นายแม่เป็นแบบนี้ก็เพราะเธอเป็นต้นเหตุ แล้วจะเข้าไปเอาเรื่อง ไผ่คว้าตัวไว้ทัน ขอร้องให้ใจเย็นๆ หากทำอะไรตะวันมือจะเปื้อนบาปเปล่าๆ

“คนเนรคุณ ไม่รู้จักบุญคุณคนชุบเลี้ยง สารเลว นังงูเห่า” เจียมด่าไม่ไว้หน้าธงไทยทนเห็นตะวันต่อไปไม่ไหว ไล่ตะเพิดไปพ้นหน้า ระหว่างนั้น หมอเจ้าของไข้ออกมาแจ้งข่าวร้าย ธงไทยรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงตรงหน้า วิ่งพรวดเข้าไปในห้องฉุกเฉิน โดยมีไผ่ เจียมและจ๊ะจ๋าวิ่งตาม ธงไทยโผกอดศพแม่ ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด

“แม่นวล ตื่นสิครับ ไม่จริงใช่ไหม แม่นวลครับอย่าทิ้งผมไป แม่นวล”

เจียม ไผ่และจ๊ะจ๋าพากันร้องไห้ตามไปด้วย ตะวันแอบมองอยู่นอกประตูห้องฉุกเฉิน อยากจะเข้าไปกอดแม่นวลเป็นครั้งสุดท้าย แต่รู้ดีว่าทุกคนกำลังโกรธ คงไม่พอใจถ้าเห็นหน้าเธอ ตัดสินใจงับประตูไว้อย่างเดิมแล้วออกมาร้องไห้หน้าห้องฉุกเฉินเพียงลำพัง

ooooooo

ธงไทยโทร.บอกให้กันเกราส่งคนมารับตัวนันทนากลับไปด้วย ตอนนี้ทางเขากำลังวุ่นๆกับการจัดงานศพแม่ของเขาเกรงจะไม่มีใครดูแล กันเกราแสดงความเสียใจกับเขาด้วย แล้วจะจัดการส่งคนไปรับทันทีที่กันเกราวางสาย นันทาซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆถามว่ามีเรื่องอะไรกัน พอรู้ว่าแม่ของธงไทยตาย สั่งการให้กันเกราส่งพวงหรีดไปเคารพศพคนตายให้ด้วย เธออึกอัก ก่อนจะตัดสินใจบอกว่านันทนาอยู่ที่ไร่นวลตะวัน

“หา! ยัยนาไปทำอะไรที่นั่น จะบ้าไปกันใหญ่แล้ว ตาวัฒน์แกรีบไปรับน้องกลับมาด่วนเลยนะ”

นันทวัฒน์มัวแต่คิดเรื่องตะวันหายตัวไป ไม่สนใจไยดีเรื่องน้องสาวตัวเอง กระทั่งกันเกราบอกว่าตะวันก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาถึงกับหูผึ่ง...

งานสวดอภิธรรมศพนวลจัดขึ้นในเย็นวันเดียวกัน ธงไทยยังเสียใจกับการจากไปไม่มีวันกลับของแม่ นั่งซึมไม่พูดไม่จากับใคร เช่นเดียวกับทุกคนในไร่นวลตะวัน มีเพียงตาท้วมกับไผ่เท่านั้นที่พอจะทำใจได้ จึงช่วยกันต้อนรับแขกที่มาในงาน ตะวันมาร่วมงานศพด้วย ค่อยๆ ทรุดตัวลงนั่งข้างๆธงไทย

“พี่ไทยคะ ตะวันเสียใจนะคะ ตะวันไม่รู้ว่า...” เธอเห็นน้ำตาของเขาหยดลงบนหลังมือที่วางอยู่บนตัก เอื้อมมือจะไปแตะไหล่เพื่อปลอบใจแต่เขาขยับหนี เธอรีบหดมือกลับ “...ตะวัน ไปจุดธูปไหว้แม่นวลนะคะ”

“ไม่จำเป็น ปล่อยให้แม่นวลไปอย่างสงบเถอะ”

ตะวันน้อยใจมาก กลั้นน้ำตาแทบไม่ไหว รีบลุกออกมาก่อนที่ใครจะเห็นน้ำตา ทุกคนในไร่นวลตะวันต่างสมน้ำหน้าเธอ แม้แต่หนูพุทธผู้อ่อนโยนยังมองเธอด้วยสายตากร้าว ตะวันรู้สึกเหมือนตัวคนเดียวในโลก เดินหลบไปอยู่ที่มุมมืดไม่ห่างกันนัก ก่อนจะ ร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น แล้วมองกลับไปที่ศาลาสวดศพ

“แม่นวลขา ตะวันขอโทษนะคะ ตะวันไม่ได้ตั้งใจ” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน แต่ต้องตกใจสุดขีดเมื่อมีเสียงพิชิตดังขึ้นจากด้านหลัง

“กลายเป็นหมาหัวเน่าละสิ สะใจจริงๆ เป็นไงล่ะ ถูกถีบกระเด็นออกมานอกศาลาขนาดนี้” ไม่พูดเปล่า พิชิตรวบตัวเธอไว้ ตะวันดิ้นรนจนเป็นอิสระแล้วตบเขาฉาดใหญ่ พิชิตไม่วายปากเสีย

“เป็นไง จี้ใจดำหรือไงตอนนี้ก็ไม่เหลือใครแล้วสินะ” ขาดคำตะวันจะตบเขาซ้ำ แต่เขาคว้ามือไว้ทัน

“ถึงไม่เหลือใคร แต่ฉันก็ยังเหลือนายสินะพิชิต”

“ขอโทษนะ ฉันไม่ชอบของเหลือเดนใคร” พูดจบพิชิตเดินจากไป ตะวันรู้ทันทีว่าเห็นพิชิตที่ไหน ก็ต้องมีนันทวัฒน์ที่นั่น จึงเดินกลับมาที่ศาลาสวดศพ เห็นสามีตัวเองนั่งคุยอยู่กับธงไทยโดยมีมยุริญกำลัง

กอดปลอบใจนันทนาอยู่ใกล้ๆ นันทวัฒน์หันมาเห็นตะวันก็ดีใจมาก ขณะที่ธงไทยเบือนหน้าหนีไม่ยอมสบตาด้วย

ถึงเวลาที่นันทนาจะต้องจากลาทุกคนกลับกรุงเทพฯ เธออ้อยอิ่งไม่อยากไป เพราะเพิ่งรู้ตัวว่าหลงรักธงไทยผู้ชายอบอุ่นคนนี้เข้าให้แล้ว มยุริญต้องเตือนให้รีบไป ไม่อย่างนั้นจะถึงกรุงเทพฯดึก ระหว่างเดินผ่านคนในไร่นวลตะวันเพื่อไปที่รถ ทุกคนมองตะวันด้วยสายตาเกลียดชัง แต่พอนันทนาเดินผ่าน คนเหล่านั้นกลับอาลัยอาวรณ์ ตะวันเศร้าใจมากที่บรรดาคนที่เธอรักเหมือนครอบครัว ทำราวกับเธอเป็นศัตรู

ooooooo

นันทวัฒน์ ตะวันกับมยุริญและนันทนาเดินมาขึ้นรถตู้ที่พิชิตเปิดประตูรออยู่ มยุริญพยุงนันทนาขึ้นไปเป็นพวกแรก นันทวัฒน์ยืนรั้งท้ายรอให้ตะวันขึ้นไปก่อน คีรินใส่หมวกกันน็อกจอดมอเตอร์ไซค์รออยู่ไม่ห่าง เห็นตะวันกำลังจะก้าวขึ้นรถ รีบเร่งเครื่องเข้าหา พร้อมกับเล็งปืนใส่พิชิตหันมาเห็นเสียก่อน รีบผลักตะวันล้มลงกับพื้นแล้วเอาตัวบังเธอไว้ กระสุนเฉียดหวุดหวิด คีรินจะยิงซ้ำ แต่ตะวันไวกว่า คว้าปืนที่เหน็บเอวพิชิตยิงใส่มือปืนไปหลายนัด กระสุนเจาะแขนคีรินทำให้มอเตอร์ไซค์เสียหลักล้มคว่ำ ตะวันมองพิชิตอย่างผู้ชนะ รู้แล้วว่าผู้ชายคนนี้รักเธอมากขนาดยอมตายแทนได้ ก็ยิ้มพอใจ พิชิตรู้ตัวว่าพลาด รีบผละออกมา ตะวันไม่รอช้าวิ่งไปทางที่รถของมือปืนที่ล้มคว่ำ

เสียงปืนทำให้ทุกคนในศาลาสวดศพต่างตกใจ วิ่งออกมาดู ธงไทยเห็นตะวันวิ่งตามคนร้าย จะเข้าไปช่วยแต่ตาท้วมคว้าตัวไว้ ส่ายหน้าเป็นเชิงไม่ให้ตาม เนื่องจากไม่ต้องการให้เขาเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงอีก ธงไทยพยักหน้ารับรู้ เดินกลับไปนั่งที่เดิม...

คีรินดึงขาที่ถูกมอเตอร์ไซค์ล้มทับออกได้ทันพอดีกับจังหวะที่ตะวันวิ่งมาถึง สองสาวต่อสู้กันด้วยมือเปล่า คีรินพลาดท่าถูกตะวันกระชากหมวกกันน็อกหลุด เธอตกใจมากที่เห็นว่ามือปืนคือคีริน ถามเสียงเครียดว่าทำแบบนี้ทำไม

“ถ้าเธอไม่ตาย ฉันก็ตาย หน้าที่ฉันคือฆ่าเธอ”

“เพราะอะไร” ตะวันยังไม่ทันได้คำตอบ คีรินเหลือบไปเห็นนันทวัฒน์กับพิชิตตามมา รีบวิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์หนีไปอย่างรวดเร็ว พิชิตจะไล่ตาม แต่ตะวันร้องห้ามไว้ แล้วมองตามมอเตอร์ไซค์ของคีรินที่แล่นหายไปในความมืดด้วยความเสียใจ ที่ชีวิตนี้ไม่เหลือใครที่เคยดีกับตัวเองอีกแล้ว...

ฝ่ายจ๊ะจ๋ายังแค้นใจตะวันไม่หาย โทษว่าเป็นเพราะมันคนเดียวนายแม่ถึงต้องตาย เจียมขอร้องให้พอได้แล้ว พวกเราต่างรู้ดีว่าท่านไม่ค่อยสบายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

“แต่ถ้าไม่ใช่เพราะนังนั่น ป่านนี้นายแม่ก็คงไม่ตาย คอยดูนะป้า ฉันจะแก้แค้นอย่างสาสมเลยทีเดียว นังตะวันมันไม่ตายดีแน่” จ๊ะจ๋าขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

ทรงพลไม่ยอมหลับยอมนอน รอตะวันกลับมาอย่างใจจดจ่อ ทันทีที่นันทวัฒน์พาเธอมาส่ง ทรงพลจัดแจงไล่เปลวไปนอน จะขอคุยกับลูกเป็นการส่วนตัว เธอไม่สบายใจที่ต้องทิ้งลูกที่อยู่ในภาวะจิตใจอ่อนแอไว้กับเขา แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ จำต้องกลับห้องตัวเอง ทันทีที่เธอคล้อยหลัง ทรงพลยุยงให้ตะวันจบเรื่องนี้ได้แล้ว

“มันอีกแค่นิดเดียวเท่านั้น แล้วชีวิตหนูจะอยู่อย่างสงบสุขไปตลอด ไม่ต้องมาคอยระแวงว่าจะมีคนมาตามเอาชีวิต ในโลกนี้ไม่มีใครรักหนูจริงหรอก นอกจากพ่อกับแม่ของหนู ดูที่พวกมันทำกับหนูสิ”

ตะวันนึกถึงภาพในอดีตที่ตัวเองถูกทำร้ายต่างๆนานา รวมทั้งภาพสายตาของทุกคนในไร่นวลตะวันที่มองเธอราวกับเป็นศัตรูในงานศพ แถมธงไทยยังไม่ยอมให้เธอเข้าไปไหว้ศพแม่นวล ทำให้เธอแค้นใจและ เสียใจมาก

“ค่ะ...หนูจะจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”

ooooooo





  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด

“เชียร์” ปลื้ม “เรือนไหมมัจจุราช” กระแสดีเกินคาด
15 พ.ย. 2562
12:10 น.