ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เพลิงตะวัน

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อัลบั้ม: "เอส" ควง "เซฟฟานี" ลงละคร "เพลิงตะวัน" กระชากเรตติ้ง

หญิงสาวนางหนึ่งพาร่างกายบอบช้ำเต็มไปด้วยบาดแผลและอ่อนแรงเต็มที หนีกระเซอะกระเซิงมาตามถนนที่ทั้งเปลี่ยวและมืด ชายฉกรรจ์สองคนไล่ตามจนทันลงมือซ้อมเธออีก หญิงสาวพยายามปัดป้อง แต่ด้วยร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บทำให้ต้านไม่อยู่ถูกอัดลงไปกองกับพื้น

“ฤทธิ์มากนักนังนี่ ขนาดวางยามันแล้วนะลูกพี่ จะว่าไปนังนี่มันก็สวยนะ เสียดายเละไปหน่อย”

“เละๆอย่างนี้สิดี ข้าชอบ” ไม่พูดเปล่าลูกพี่จอมโฉดเชยคางหญิงสาวที่หมดเรี่ยวแรงขึ้นมา เธอเห็นเขาเผลอกำทรายซัดใส่หน้าจนเซไปชนลูกน้องล้มลงด้วยกัน แล้วกัดฟันวิ่งหนี ชายฉกรรจ์ตั้งหลักได้ไล่ตาม...

ในเวลาเดียวกัน ธงไทยส่งผลผลิตทางการเกษตรที่ตลาดค้าส่งเสร็จ ขับรถที่ด้านท้ายกระบะบรรทุกเข่งเปล่าเต็มคันรถ มุ่งหน้ากลับไร่นวลตะวัน ระหว่างมาถึงถนนสายเปลี่ยว วิววรรณเจ้าของร้านชุดวิวาห์ เพื่อนสนิทของเขาโทร.มาต่อว่าว่าใกล้เที่ยงคืนแล้ว ตกลงจะมาหาเธอหรือเปล่า

“ตายจริง โทษทีนะวิว ไทยลืมสนิทเลย นี่วิวยังอยู่ที่ร้านเหรอ แล้วอยู่กับใคร อยู่คนเดียวหรือเปล่า”

“เปล่า อยู่กับเจ๊แน๊ต” วิววรรณว่าแล้วหันมองเจ๊แน๊ตที่จ้องตาแป๋วอยู่ “จะเที่ยงคืนแล้ว ขับกลับไหวหรือเปล่าไทย ค้างสักคืนนึงสิ แม่บ่นคิดถึงอยู่นะ” วิววรรณเห็นเจ๊แน๊ตอ้าปากจะแซว รีบถลึงตาใส่ นางถึงหุบปากได้

“น่าจะถึงไร่สักเช้ามืด ไม่ต้องเป็นห่วงนะวิว ไทยไม่ได้ง่วงอะไร...เดี๋ยวนะวิว มีสายเรียกเข้าซ้อน” ว่าแล้วธงไทยก้มดูหน้าจอมือถือเห็นเป็นเบอร์ของนวลแม่ตัวเอง ยังไม่ทันกดรับต้องร้องเฮ้ยลั่นพร้อมกับเหยียบเบรกตัวโก่งเมื่อเห็นร่างใครบางคนวิ่งตัดหน้ารถ วิววรรณที่ถือสายรออยู่พลอยตกใจไปด้วย

“ไทย...ไทยเป็นอะไร ไทย” วิววรรณเห็นเขาเงียบเสียงไปพยายามโทร.กลับแต่ไม่มีคนรับสาย

ธงไทยลงไปดูหน้ารถว่าชนคนหรือเปล่า แต่ไม่เจออะไร ชายโฉดสองคนวิ่งเข้ามาเห็นเขายืนอยู่ก็ชะงัก จะเดินเลี่ยงไปทางอื่นแต่ธงไทยหันมาเห็นเสียก่อน ลูกพี่ก็เลยแกล้งถามกลบเกลื่อนว่ารถเป็นอะไร

“เปล่าครับ มีคนวิ่งตัดหน้ารถผม โชคดีที่เบรกทัน”

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ผมว่าคุณรีบๆไปเถอะ แถวนี้มีคนเจอแบบนี้บ่อยๆ เมื่อปีที่แล้วมีผู้หญิงท้องถูกรถชนตาย พูดแล้วขนลุก” คำบอกเล่าของชายแปลกหน้าทำให้ธงไทยขนลุกไปด้วย พอเห็นทั้งคู่เดินหายไปในความมืด เขาไม่รอช้ารีบกลับขึ้นรถ ได้ยินเสียงสายเรียกเข้า รีบควานหามือถือที่หล่นพื้นขึ้นมารับสาย เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้วิววรรณฟัง เธอบอกให้เขาขับรถดีๆ ถึงบ้านเมื่อไหร่ให้โทร.บอกด้วย ดึกดื่นแค่ไหนก็จะรอ แล้ววางสายสีหน้าเป็นกังวล เจ๊แน๊ตกระเซ้า เป็นห่วงขนาดนี้ทำไมไม่เป็นแฟนกับธงไทยให้รู้แล้วรู้รอด

“พูดบ้าๆนะเจ๊ เพื่อนกัน”

“ระวังใครจะมาคว้าเพื่อนไปนะ ทั้งหล่อทั้งแสนดี”...

ด้านธงไทยจะโทร.กลับไปหาแม่ แต่แบตฯดันหมดเสียก่อน วางมือถือไว้ข้างตัวแล้วขับรถต่อไป

ooooooo

นันทวัฒน์นอนไม่หลับ เดินไปเดินมาอยู่ในห้องรับแขก พยายามกดโทรศัพท์หาใครบางคน แต่ติดต่อไม่ได้ เขาเริ่มเป็นกังวล เนื่องจากดึกมากแล้ว ใครคนนั้นยังไม่กลับบ้านสักที นันทนาน้องสาวของเขาเมากรึ่มถือขวดไวน์เข้ามาเห็นพี่ชายไม่วายแซวจะเสียเวลารอทำไม จังหวะนั้น นันทาผู้เป็นแม่โวยเสียงลั่นก่อนตัวจะมาถึง

“ไปไหนมายัยนาถึงกลับดึกดื่นป่านนี้ กลิ่นเหล้าหึ่ง ทำตัวให้มันดีๆหน่อยไม่ได้หรือไง งานการไม่รู้จักทำ”

“ทำทำไมคะคุณแม่ ท่านเจ้าสัววัฒนาออกจะร่ำรวยล้นฟ้าขนาดนี้”

“ท่านเจ้าสัววัฒนาที่นอนพะงาบๆอยู่ข้างบน นั่นเหรอ...ฟังนะ ถ้าแกสองคนยังไม่จริงจังกับการสานต่อธุรกิจของตระกูลเราล่ะก็ สักวันรุ่นลูกรุ่นหลานพวกแกจะลำบาก ไม่ได้เรื่องทั้งคู่” นันทาค้อนลูกๆหนึ่งวงก่อนจะเดินขึ้นบ้านอย่างหงุดหงิด นันทนายังสนุกปากไม่เลิกหันไปกวนประสาทพี่ชายอีกครั้ง

“รอไปเถอะ คงกลับมาหรอก” นันทนาพูดจบเดินขึ้นห้อง ขณะที่นันทวัฒน์ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรง...

ที่ไร่นวลตะวัน นวลนั่งไม่ติดเมื่อเห็นนาฬิกาบอกเวลาตีสามแล้ว แต่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนยังไม่กลับ ตัดสินใจจะโทร.ตามอีกครั้งแต่ทำมือถือหล่นพื้นเสียงดัง จ๊ะจ๋าซึ่งนอนหลับอยู่กับหนูพุทธถึงกับสะดุ้งลุกพรวดหลับหูหลับตาโวยวายว่าล้างเรียบร้อยแล้ว นวลต้องตะโกนเรียกให้รู้สึกตัว เธอถึงได้ลืมตาขึ้นมอง แล้วสั่งให้เธอไปนอนได้แล้ว อุ้มหนูพุทธไปนอนด้วย เธออยากอยู่รอธงไทยแต่ไม่กล้าขัดคำสั่ง ขณะกำลังอุ้มหนูพุทธ มีเสียงรถของธงไทยแล่นเข้ามา จ๊ะจ๋าปล่อยเด็กน้อยร่วงพื้น จะวิ่งไปหา แต่ต้องชะงักเมื่อถูกนวลเอ็ด

“จ๊ะจ๋า ดูสิน้องหัวแตกรึเปล่าเนี่ย”

“ขอโทษจ้ะนายแม่นวล”...

ทันทีที่รถของเจ้านายแล่นมาจอดหน้าบ้าน ตาท้วมกับไผ่กุลีกุจอเข้ามาต้อนรับ ธงไทยร้องทักป่านนี้ทำไมยังไม่นอนกันอีก แล้วเงยหน้ามองขึ้นไปบนบ้านเห็นเปิดไฟสว่าง เดาได้ไม่ยากว่าข้างบนก็ยังไม่หลับเช่นกัน

“โอ๊ย ถ้าคุณไทยยังไม่กลับ นายแม่นวลคงจะนอนหลับหรอกนะครับ”

“ฝากตาท้วมกับไผ่เอาเข่งลงทีนะ ฉันขึ้นบ้านล่ะ” สั่งเสร็จธงไทยจ้ำพรวดๆเข้าบ้าน จ๊ะจ๋ารีบเสนอหน้ามาต้อนรับ แต่เขากลับเดินเลยเธอไปกอดแม่ ออดอ้อนทำไมยังไม่นอนอีก นวลตีแขนลูกชายเบาๆ

“ก็รอเราน่ะสิถามได้ ทำไมไม่เปิดโทรศัพท์ฮึ แม่ก็กังวลใจ”

“แบตฯหมดน่ะสิครับ แล้วก็มีมือดีหยิบสายชาร์จไป” ธงไทยว่าแล้วปรายตาไปที่มือถือของจ๊ะจ๋าที่กำลังชาร์จไฟอยู่ เจ้าของรู้ตัวรีบขอโทษเป็นการใหญ่ เขายังไม่ทันจะว่าอะไรมีเสียงตาท้วมร้องเอะอะขึ้น อึดใจไผ่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาบอกให้ธงไทยลงไปที่รถ จ๊ะจ๋าจะตาม แต่นวลเรียกไว้

“ไม่ต้องไปไหนเลยจ๊ะจ๋า อยู่ดูหนูพุทธบนนี้แหละ” ว่าแล้วนวลเดินตามลูกชายออกไป...

สิ่งที่อยู่ท้ายกระบะรถ ทำให้ธงไทยและนวลต้องตะลึงเมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งในสภาพบาดเจ็บหนัก นอนหมดสติ เขาจำได้ว่าเธอคือคนที่วิ่งตัดหน้ารถ นวลตั้งสติได้รีบสั่งการให้พาเธอไปส่งโรงพยาบาล

ooooooo

เหมือนมีสื่อถึงกัน เปลวซึ่งกำลังนั่งสวดมนต์อยู่ในห้องพระที่บ้านของทรงพล ต้องสะดุ้งโหยงเมื่ออยู่ๆเทียนไขที่จุดบูชาพระล้มทั้งที่ไม่มีลมพัด เธอใจคอไม่ดีนึกเป็นห่วงลูกสาวขึ้นมา ก้มกราบพระแล้วจะกลับห้องนอนต้องสะดุ้งโหยงอีกครั้งที่เห็นทรงพลจ้องเขม็งอยู่

“เป็นอะไรเปลว ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น”

“ท่านมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ เปลวไม่ได้ยินเสียงเลยค่ะ”

“ก็เธอมันใจลอยน่ะสิ ดึกแล้วทำไมยังไม่เข้านอน”

เปลวไม่พูดอะไรได้แต่ก้มหน้างุดๆออกไป...

ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ธงไทยร้อนใจมากที่หญิงสาวปริศนาหายเข้าไปข้างในนานมาก นวลต้องปลอบให้ทำใจร่มๆ ไผ่ดูรถให้แล้วยืนยันว่าเขาไม่ได้ขับรถชนใคร

“ครับคุณไทย ผมดูละเอียดแล้ว รถไม่มีรอยเลยครับ” ไผ่ช่วยยืนยันอีกแรงหนึ่ง

“ผมคิดไม่ออกเลยครับคุณแม่ ว่าเธอคนนี้มาอยู่บนรถได้อย่างไร”

หมอเจ้าของไข้ออกมาจากห้องฉุกเฉินพอดี ทั้งสามกรูกันเข้าไปถามอาการคนป่วย พอเห็นสีหน้าหนักใจของหมอแล้วต่างใจคอไม่ดี...

ทางด้านวิววรรณเห็นใกล้เช้าแล้ว ทำไมธงไทยไม่โทร.หาทั้งที่รับปากไว้แล้ว จึงเป็นฝ่ายโทร.ไปเองแต่ไม่มีใครรับสายเนื่องจากเขาลืมมือถือทิ้งไว้ในรถ เธอกังวลใจมากแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร...

หมอเชิญนวลกับธงไทยมาที่ห้องตรวจเพื่อแจ้งผลการผ่าตัด แม้จะสำเร็จด้วยดีแต่อาการของคนป่วยยังน่าเป็นห่วงเนื่องจากถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส สมองได้รับความกระทบกระเทือน

“หมอได้ผ่าตัดสมองให้เธอแล้ว แต่ขึ้นอยู่กับ...” หมอหยุดไปอึดใจ นวลอดรนทนไม่ไหว

“ขึ้นอยู่กับอะไรคะหมอ”

“ปาฏิหาริย์ครับ เคสนี้คงต้องขึ้นอยู่กับปาฏิหาริย์เท่านั้น” หมอถอนใจหนักใจ

ooooooo

เจ๊แน๊ตมาเปิดร้านจำหน่ายชุดวิวาห์แต่เช้า โดยมีชีสเค้กถือชุดเจ้าสาวพะรุงพะรังตามมา พลันมีเสียงมือถือดังขึ้น นางจำได้ว่าเป็นเสียงมือถือของวิวถึงกับบ่นอุบว่าแม่นี่ขี้ลืมตลอด แล้วเดินตามเสียงมือถือมาถึงโซฟาในห้องรับรองแขก ต้องตกใจที่เห็นเจ้าของมือถือนอนหลับสนิทในชุดที่สวมเมื่อวาน

“ตายแล้วแม่วิว ตื่นเดี๋ยวนี้เลย เดี๋ยวลูกค้ามาเห็นเข้า หล่อนเป็นเจ้าของร้านนะยะ”

วิวรรณหรือวิวงัวเงียลืมตาขึ้นมา ได้ยินเสียงมือถือตัวเองดัง พุ่งไปรับแทบไม่ทัน “ไทย หายไปไหน ทั้งคืน ทำไมเพิ่งโทร.มา”

ธงไทยซึ่งอยู่หน้าห้องไอซียูขอโทษวิวด้วย พอดีมีเรื่องยุ่งๆก็เลยลืมมือถือไว้ในรถ เพิ่งเดินมาหยิบ เขายังไม่ทันจะเล่าเรื่องหญิงสาวปริศนาที่เกือบขับรถชน พยาบาลเดินหน้าเครียดเข้ามาส่งสัญญาณว่าต้องการคุยด้วยเสียก่อน เขาจึงบอกกับวิวว่าต้องวางสายแล้ว เสร็จธุระเมื่อไหร่จะโทร.หา แล้วตัดสายไปเลย

“เดี๋ยวก่อนไทย เกิดอะไรขึ้น...ไทย” เสียงเอะอะของวิวทำให้เจ๊แน๊ตกับชีสเค้กชะโงกหน้ามาถามว่าเป็นอะไร ได้ความว่าธงไทยวางสายไปก่อนที่จะทันพูดกันรู้เรื่อง เจ๊แน๊ตยุส่ง หากอยากรู้เรื่องของเขาทุกเรื่องก็ให้เธอแต่งงานกับเขาให้รู้แล้วรู้รอดจะได้อยู่ด้วยกันตลอด 24 ชั่วโมง

“บ้า...เพื่อนกันน่ะเจ๊ ไทยเองก็ไม่มีท่าทีจะ...”

“การที่เขาไม่มีใครและก็ให้ความสำคัญกับเธอมากที่สุดในบรรดาเพื่อนๆเนี่ย มันยังไม่ชัดอีกหรือแค่เธอทำตัวเป็นแฟนของเขาไม่ใช่เพื่อนที่แสนดีแบบนี้ ...เชื่อเจ๊สิ เราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามันสายไปจะมา เสียใจทีหลังไม่ได้นะ”

“รู้แล้วน่าเจ๊ ฉันกลับบ้านไปอาบน้ำก่อนนะ เดี๋ยวจะรีบมา” วิวรีบจ้ำออกจากร้านทันที...

ภายในห้องไอซียู ธงไทยมองหญิงสาวปริศนาที่ตอนนี้มีผ้าพันแผลเต็มตัว นอนไม่ได้สติมีสายอุปกรณ์ช่วยชีวิตระโยงระยางเต็มไปหมดด้วยความเวทนาสงสาร หมอแจ้งว่าอาการของเธอทรุดลงเรื่อยๆ ที่เธอยังมีชีวิตอยู่ได้ก็ด้วยเครื่องช่วยหายใจ และเขาคงต้องผ่าตัดเธออีกครั้งหนึ่ง แล้วก้มมองชาร์ตคนไข้

“คุณเป็นญาติของ...คุณวิวรรณ รุ่งเรืองนิรันดร์ใช่ไหมครับ”

“ใช่...ใช่ครับ” ธงไทยอึกอักเพราะยืมชื่อเพื่อนสนิทมาใส่แทนชื่อหญิงสาวปริศนาคนนั้น

“คุณกำลังทำให้หมอลำบากใจนะครับ คุณบอกว่ากระเป๋าสตางค์เธอโดนขโมยไปใช่ไหมครับ หมอต้องการบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตนของเธอ หมอขอด่วนที่สุดนะครับ” หมอสีหน้าเคร่งเครียด ธงไทยเองก็เครียดไม่แพ้กัน รีบออกมาโทร.หาวิวตัวจริงเสียงจริงเพื่อขอความช่วยเหลือ

ooooooo

นวลกับไผ่กลับถึงไร่นวลตะวันอย่างอ่อนเพลียเนื่องจากเฝ้าคนป่วยทั้งคืนไม่ได้หลับได้นอน ทั้งคู่ยังไม่ทันจะเข้าบ้าน จอมขับรถพาเสี่ยหมูเจ้านายของตัวเองมาเจรจาขอซื้อไร่นวลตะวัน นวลยืนกรานไม่มีวันขายไร่แห่งนี้เด็ดขาดไม่ว่าเขาจะให้ราคาเท่าไหร่ เสี่ยหมูชักหงุดหงิด

“ถ้าไร่คุณนวลไม่มาโผล่เป็นไข่แดงกลางที่ของผมผมคงไม่ตากหน้ามาพูดกับคุณนวลบ่อยๆแบบนี้หรอก”

“เสี่ยพูดแบบนั้นไม่ถูก เราอยู่ของเราสงบๆเสี่ยนั่นแหละที่มากว้านซื้อที่รอบๆไร่เราเอง เสี่ยกลับไปเถอะครับ นายแม่นวลไม่มีวันขายไร่นี้ให้เสี่ยหรอก”

“ไอ้ไผ่แกอย่าแส่” จอมฮึดฮัดจะเอาเรื่อง แต่ต้องหยุดกึกเมื่อตาท้วมถือปืนลูกซองออกมา จ๊ะจ๋าตามมาสมทบ จอมเห็นเธอนุ่งกางเกงขาสั้นกุดถึงกับจ้องตาไม่กะพริบ ไผ่ซึ่งมีใจให้เธอไม่พอใจมากกับสายตาหื่นของเขา ตาท้วมก็ไม่พอใจเช่นกัน หันไปตวาดจ๊ะจ๋าจะลงมาทำไมกลับเข้าบ้านไป

“ถามได้ ก็ลงมารับนายแม่นวลนะสิลุง จะบ่น ทำไมนะ”

“เอาเถอะๆ เสี่ยหมูคะ วันนี้ฉันขอตัวก่อนแล้วกันนะคะ สวัสดีค่ะ” นวลรีบตัดบท เสี่ยหมูรู้ตัวว่าถูกไล่ทางอ้อม เรียกจอมกลับ แล้วเดินขึ้นรถปิดประตูกระแทกดังปัง จอมยังมองจ๊ะจ๋าตาวาวไม่ขยับไปไหน ตาท้วมต้องกระชับ ปืนในมือเป็นการเตือน เขาถึงยอมขึ้นรถขับจากไปท่ามกลางความโล่งใจของทุกคน นวลเจ็บหน้าอกแปลบขึ้นมาทำท่าซวนเซจะล้ม จ๊ะจ๋ารีบพยุงขึ้นบ้าน ขณะที่ตาท้วมหันไปสั่งการไผ่

“วิ่งไปบอกยายเจียมให้หยิบยาของนายแม่นวลมาเร็ว”...

นวลได้ยาอมใต้ลิ้นทำให้อาการแน่นหน้าอกทุเลาและหลับลงได้ในที่สุด เจียม จ๊ะจ๋า หนูพุทธกับตาท้วมและไผ่คอยดูแลอยู่ใกล้ๆด้วยความเป็นห่วง หนูพุทธถามทั้งน้ำตาตามประสาเด็กน้อยว่าท่านจะตายไหม

“หนูพุทธอย่ากลัวไปเลย นายแม่นวลเป็นคนดีพระคุ้มครองคนดีเสมอ” ไผ่ปลอบ

“ถ้านายแม่นวลเป็นอะไรไปแล้วหนูพุทธจะอยู่กับใคร ฮือๆๆๆ”

“แม่ถึงยังตายไม่ได้ไง” นวลค่อยๆยันตัวลุกขึ้น หนูพุทธดีใจโผกอดเธอไว้แน่น เธอกอดตอบด้วยความรัก เจียมอดถามไม่ได้ว่าเมื่อไหร่นวลถึงจะบอกเรื่องนี้ให้ธงไทยทราบ พวกเราจะอกแตกตายกันอยู่แล้ว นวลกำชับไม่ให้ใครบอกเรื่องนี้กับเขาเด็ดขาด แล้วจ้องจ๊ะจ๋าเขม็ง คนถูกจ้องร้อนตัวขึ้นมาทันที

“รู้แล้วค่ะ นายแม่นวล”

มีเสียงมือถือของนวลดังขึ้น จ๊ะจ๋าคว้ามาดูเบอร์โชว์หน้าจอ เห็นชื่อธงไทย รีบส่งให้ท่านรับสาย

ooooooo

ในขณะเดียวกัน กันเกราวางแผนกับนันทาติดสินบนคนขับรถของมยุริญให้กลับบ้านไปก่อนเพื่อจะให้นันทวัฒน์ขับรถไปส่งเธอแทนที่ แม้เขาจะรู้ว่าแม่พยายามยัดเยียดมยุริญให้ แต่จำต้องทำตามที่ท่านต้องการ นันทากลัวจะไม่เป็นไปตามแผน สั่งให้กันเกราเดินไปส่งมยุริญที่รถ แล้วคว้าชามอาหารเหลวมานั่งข้างวัฒนา

“ต้องหนูยุริญนี่แหละที่เหมาะสมกับตาวัฒน์ที่สุด คุณว่าไหมคะ...ว่าไงคะ” นันทาเห็นสายตาตำหนิของวัฒนาก็แหวใส่ทันที “นี่ อย่ามาทำสายตาแบบนี้นะคุณวัฒนา ที่ฉันทำไปก็เพื่อตาวัฒน์ กินข้าวเถอะคุณ” ว่าแล้วเธอยัดอาหารใส่ปากเขา พยาบาลพิเศษที่คอยดูแลวัฒนาต้องเตือนให้ค่อยๆป้อน เธอก็ยังป้อนคำโตเกินไปจนเขาสำลัก อาหารพุ่งใส่นันทาเปรอะไปหมด เธอถึงกับปรี๊ดแตก

“ทำบ้าอะไรของคุณคุณวัฒนา ดูสิเลอะเทอะไปหมดแล้ว นอกจากจะนอนเป็นผักไร้ประโยชน์แล้ว ยังทำให้เดือดร้อนอีก...เอาไปช่วยจัดการต่อที” นันทาส่งชามอาหารให้พยาบาลพิเศษแล้วเดินกระแทกส้นเท้าออกไป วัฒนาถึงกับน้ำตาคลอ น้อยใจที่เมียรักพูดจาไม่ดีด้วย...

ทางฝ่ายพิชิตเห็นนันทวัฒน์จะไปส่งมยุริญ อาสาจะขับรถให้ กันเกรารีบกันท่า ไล่พิชิตมีอะไรทำค้างอยู่ก็ให้ไปทำ แล้วขยิบหูขยิบตาส่งสัญญาณให้ไปไกลๆ แต่เขาพาซื่อ

“ไม่มีครับ งั้นผมขับรถไปให้คุณวัฒน์นะครับ”

“เอ๊ะ บอกว่ามีอะไรค้างอยู่ก็ให้ไปทำไง” กันเกราพยายามไล่เขาไปพ้นๆ นันทวัฒน์ดูเหมือนจะรู้เท่าทันความต้องการของเธอกับแม่ จึงบอกบอดี้การ์ดส่วนตัวว่าไม่ต้องเป็นห่วงตนไปครู่เดียวเดี๋ยวก็กลับ แล้วเปิดประตูรถให้มยุริญขึ้น ก่อนจะไปนั่งประจำที่คนขับ ค่อยๆเคลื่อนรถออกไป พิชิตมองตามสีหน้าเป็นกังวล

“นี่เธอเป็นบอดี้การ์ดหรือเป็นผู้คุมคุณวัฒน์ฮึพิชิต คอยตามแจขนาดนี้ วันหลังถ้าเห็นคุณยุริญมาด้วยกันกับคุณวัฒน์น่ะนะ ปล่อยเธอสองคนให้ไปกันตามลำพังเข้าใจไหม”

“แต่ว่า...”

“อย่ากังวลอะไรไม่เข้าเรื่องหน่อยเลย ตัวปัญหาก็ระเห็จออกจากบ้านไปแล้ว หลังจากนี้บ้านนี้ก็จะมีแต่ความสุขความหอมหวาน” กันเกราผละจากไปอย่างอารมณ์ดีทิ้งให้พิชิตยืนเครียดตามลำพัง

ขณะที่กันเกราเดินลั้นลามาถึงห้องโถง ต้องตกใจถึงกับเอามือทาบอกเมื่อเห็นนันทนาเดินคลอเคลียลงบันไดมากับตรีทศ มองปราดเดียวก็รู้ว่าทั้งคู่ค้างคืนด้วยกัน เธอซึ่งเป็นสาวแก่ทึนทึกรับเรื่องนี้ไม่ได้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ทันจะว่าอะไร มีเสียงนันทาดังขึ้นเสียก่อน

“ไอ้กุ๊ย เข้ามาในบ้านฉันทำไม” ไม่ใช่ด่าแต่ปาก สายตาของนันทายังมองเหยียดหยามตรีทศหัวจรดเท้า เห็นเขาแต่งตัวไม่เรียบร้อยเหมือนเพิ่งลงมาจากข้างบน ก็แว้ดๆลั่น “แก ไอ้กุ๊ย แกมาบ้านฉันตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ทศก็เพิ่งมาถึงนี่แหละค่ะคุณแม่ ใช่ไหมคะน้ากันเกรา” นันทนาขยิบตาให้กันเกราที่ไม่ตั้งตัว จึงได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ พอถูกนันทาคาดคั้น เธอก็เลยตัดสินใจโกหกเพื่อช่วยนันทนาว่าตรีทศเพิ่งมาถึงเมื่อครู่นี้เอง นันทาเจ็บใจที่จับไม่ได้ไล่ไม่ทันลูกสาว อ้างมีเรื่องส่วนตัวจะคุยกับเธอ สั่งให้กันเกราพาตรีทศไปส่งหน้าบ้านด้วย แล้วลากแขนนันทนาไปอีกมุมหนึ่งของบ้าน ต่อว่าที่เธอคบหากับกุ๊ย

“คุณแม่คะ ทศเขาลูกเศรษฐีที่ดินนะคะ ไม่ใช่กุ๊ยอะไร”

สำหรับนันทาแล้ว เศรษฐีบ้านนอกก็ไม่ต่างอะไรจากกุ๊ย นันทนายอกย้อน หรือท่านอยากให้เธอหาแฟนแบบเดียวกับลูกสะใภ้ตัวแสบของท่าน นันทาปรี๊ดแตก สั่งห้ามพูดถึงนังนั่นให้ได้ยินอีก

“พี่แกเขากำลังจะได้พบคนที่คู่ควร ลูกผู้ดีทุกกระเบียดนิ้ว”

“ลูกผู้ดีหรือลูกเศรษฐีหมื่นล้านคะคุณแม่” นันทนาแดกดันจบ เดินหนีกลับห้อง ทิ้งให้แม่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงที่มีลูกไม่ได้ดั่งใจอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ที่ร้านจำหน่ายชุดวิวาห์ เจ๊แน๊ตเห็นวิวเดินไปเดินมาพลางชะเง้อคอยาวไปนอกร้านแล้วอดเวียนหัวแทนไม่ได้ สั่งให้หยุดเดินแล้วมานั่ง ชีสเค้กจัดแจงส่งดอกบัวที่กำลังจัดใส่แจกันให้หนึ่งดอก เจ๊แน๊ตรับมุกทันที

“สายบัวแต่งตัวรอเก้ออ่ะเหรอชีสเค้ก”

“ใช่ค่ะ” ชีสเค้กตีมือกับเจ๊แน๊ตสนุกสนาน วิวค้อนหนึ่งวงฐานที่เอาเธอไปล้อเล่น

“มันกี่ครั้งแล้วยะที่หล่อนต้องมานั่งรอ ร้อ รอแล้วเขาก็เบี้ยว”

พลันมีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง “แต่คราวนี้ไม่เบี้ยวแน่นอนครับ”

ทุกคนหันมองตามเสียงเห็นธงไทยยืนยิ้มแฉ่ง พร้อมกับหอบดอกทานตะวันเต็มอ้อมแขนเป็นของฝากติดมือมาให้วิวซึ่งแทบจะโดดตัวลอยด้วยความดีใจ...

ขณะวิวปลื้มปริ่มที่ไม่ต้องเป็นแม่สายบัวแต่งตัวรอเก้อ รถของนันทวัฒน์แล่นพ้นปากซอยหมู่บ้านตัวเองมาได้เล็กน้อย มยุริญขอให้เขาจอดรถข้างทางชายหนุ่มอดถามไม่ได้ว่าให้จอดทำไม

“พี่วัฒน์คะ ยุริญทราบถึงความเมตตาและหวังดีของคุณป้านันทานะคะ แล้วยุริญก็เข้าใจความรู้สึกของพี่วัฒน์ด้วย พี่วัฒน์อย่าห่วงไปเลยค่ะ ยุริญก็แค่ทำตามมารยาทเพื่อรักษาน้ำใจของผู้ใหญ่เท่านั้น”

“น้องยุริญ!”

“ระหว่างเรา ยุริญขอแค่เป็นน้องสาวพี่วัฒน์แบบนี้ดีกว่าค่ะ เอาเป็นว่าเราสองคนเข้าใจตรงกันนะคะ จะได้ไม่มีใครต้องอึดอัดใจ”

นันทวัฒน์โล่งใจที่เธอเข้าใจ ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยขัดใจคุณแม่เลย ยกเว้นเรื่องปรางค์ทอง ซึ่งเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว แต่นั่นก็ทำให้คุณแม่ของเขา อกแทบแตก

“เราไม่ต้องขัดใจคุณป้าก็ได้นี่คะ ทำอย่างที่ท่านสบายใจ แต่เราก็รู้กันไงคะว่ายุริญเป็นน้องสาวพี่วัฒน์ โอเคไหม...งั้นวันนี้พี่วัฒน์ส่งยุริญแค่นี้ก็พอ ยุริญไปนะคะ” มยุริญว่าแล้วลงจากรถ นันทวัฒน์ไม่อยากปล่อยให้เธอกลับบ้านเองตามลำพังอาสาจะไปส่ง แต่เธอยืนกรานจะกลับเอง

“ไปเถอะค่ะ ไม่ต้องห่วงยุริญหรอกค่ะ น้องสาวคนนี้เก่งนะคะ”

“งั้นก็ดูแลตัวเองนะครับ พี่ไปนะ” นันทวัฒน์มองเธออย่างชื่นชมก่อนจะเคลื่อนรถออกไป ทันทีที่รถของเขาลับสายตา มยุริญมองไปรอบๆอย่างหนักใจ เพราะเกิดมายังไม่เคยนั่งแท็กซี่มาก่อน ได้แต่ยืนเก้ๆกังๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี หลังจากครุ่นคิดอยู่ริมถนนพักหนึ่ง หญิงสาวตัดสินใจโบกมือเรียกแท็กซี่ โชคไม่ดีเจอโจรในคราบคนขับแท็กซี่ เธอเห็นท่าทางไม่น่าไว้ใจก็เลยไม่ยอมขึ้นรถ เขาไม่พอใจลงมาโวยวายที่ทำให้เสียเวลา

“ฉันขอโทษค่ะ ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ ไม่ไปแล้วค่ะ เอางี้นะคะ ฉันจ่ายค่าเสียเวลาให้คุณก็แล้วกัน ขอโทษจริงๆ” มยุริญหยิบเงินสองร้อยบาทให้คนขับรถ เขาเห็นเธอมาคนเดียว อีกทั้งบริเวณนั้นไร้ผู้คน พยายามจะฉุดเธอขึ้นรถให้ได้ ก่อนเธอจะเสียทีให้คนชั่ว นันทวัฒน์เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน คนขับแท็กซี่อ้างว่าเธอเรียกรถแล้วไม่ยอมขึ้นทำให้เขาเสียเวลา เขาควักแบงก์หนึ่งพันบาทชดใช้ค่าเสียหายให้ แต่โจรชั่วได้คืบจะเอาศอก คิดจะตบทรัพย์คราวเดียวกันสองคน ชักมีดขึ้นมาขู่ให้ส่งของมีค่าให้

“เอ้านี่ เอาไปเลยทั้งกระเป๋า อย่าทำอะไรพี่วัฒน์นะ” มยุริญยื่นกระเป๋าให้ โจรกระชากไปเป็นของตัว แต่นันทวัฒน์กระชากกลับไม่ยอมให้

ระหว่างที่ทั้งคู่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน พิชิตขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาช่วยไว้ทัน จัดการโจรสะบักสะบอม โจรไหว้ปลกๆขอร้องอย่าทำร้ายตนอีก แต่เขาไม่ยอมจะเอาเรื่องให้ได้ นันทวัฒน์ต้องสั่งให้เขาพอได้แล้ว โจรชั่วสบช่องวิ่งหนีขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว แทนที่บอดี้การ์ดผู้ซื่อสัตย์จะได้รับคำขอบใจ กลับถูกเจ้านายต่อว่า

“ฉันบอกแล้วไงว่าวันนี้ไม่ต้องตามฉัน เห็นฉันไม่มีมือมีเท้าหรือไง เรื่องแค่นี้ฉันจัดการเองได้ นายกลับไปได้แล้ว” พูดจบนันทวัฒน์หันไปปลอบมยุริญที่ร้องไห้น้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัว แล้วประคองขึ้นรถขับออกไป พิชิตได้แต่มองตามอย่างเป็นห่วง

ooooooo

หลังได้ฟังเรื่องราวจากปากธงไทย วิวหยิบบัตรประจำตัวประชาชนให้ด้วยความเต็มใจ โดยมี ชีสเค้กกับเจ๊แน๊ตมองอย่างไม่ค่อยจะชอบใจนัก เขารับบัตรของวิวมาดู ก่อนจะยิ้มดีใจ

“วิวกับผู้หญิงคนนั้นเลือดกรุ๊ป โอ เหมือนกัน ไทยเลยต้องมารบกวนวิว...เอ่อ ความจริงไทยก็ไม่รู้จะไปรบกวนใคร เพราะไทยก็มีแต่วิวนี่แหละ”

“คิดมากน่า เรื่องเล็กแค่นี้เอง วิวช่วยได้สบายมาก แล้วนี่มายังไง อย่าบอกนะว่าขับรถมาเองน่ะ”

“เปล่าจ้ะ ไผ่ขับรถมาให้น่ะ ขอบใจมากนะวิว ไทยจะไม่ลืมบุญคุณเลย ไทยไปก่อนนะ” ธงไทยผลุนผลัน จากไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกให้กลับมาก่อนของวิว เจ๊แน๊ตสั่งให้ชีสเค้กไปหยิบดอกบัวมาให้เจ้านายอีกดอกหนึ่ง เพราะเธอก็ยังคงเป็นแม่สายบัวแต่งตัวเก้ออยู่ดี

“อะไรอีกล่ะเจ๊ ไทยเขาเดือดร้อนมา เป็นเพื่อนกันก็ต้องช่วยกันสิ”

“ค่ะ เพื่อน...คอยดูเถอะ วันหนึ่งจะมานั่งเสียใจ” เจ๊แน๊ตเตือนด้วยความเป็นห่วงไม่อยากเห็นวิวต้องมาเสียใจกับความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจนระหว่างเธอกับธงไทย...

ขณะนวลกำลังเยี่ยมไข้หญิงสาวปริศนาอยู่ข้างเตียง เห็นลูกตาของเธอกลอกไปมาทั้งที่ยังหลับอยู่ ร้องเรียกพยาบาลที่กำลังปรับสายน้ำเกลือให้มาช่วยดู เธอตั้งข้อสังเกตว่าคนไข้น่าจะกำลังฝันดีอยู่เพราะสีหน้าเปื้อนยิ้ม แต่ครู่เดียวเท่านั้นลูกตาของหญิงสาวปริศนากลอกไปมาเร็วขึ้น ร่างกระตุกอย่างแรงก่อนจะลืมตาโพลงด้วยความหวาดกลัว พยาบาลเห็นท่าไม่ดีรีบกดปุ่มเรียกหมอ ธงไทยเข้ามาเห็นเธอชักกระตุก ปรี่เข้าไปจับมือไว้อย่างให้กำลังใจ สักพัก หมอกับพยาบาลอีกสองคนวิ่งพรวดเข้ามา

“ไทย หมอมาแล้วลูก คุณหมอคะช่วยเธอด้วยค่ะ”

ธงไทยปล่อยมือเธอแล้วถอยออกมา นวลรู้สึกเจ็บแน่นหน้าอกรีบเอามือกุมไว้ พยาบาลหันมาเห็นก็ทักว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เธอไม่อยากให้ลูกรู้ถึงอาการป่วย ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นอะไร คงจะตกใจเรื่องนี้ ธงไทยมัวแต่เป็นกังวลเรื่องของหญิงสาวปริศนาไม่ทันสังเกตเห็น นวลถึงกับถอนใจโล่งอก

ooooooo

นันทวัฒน์พามยุริญไปกินข้าวเพื่อปลอบขวัญแล้วเลยไปซื้อของกินฝากมยุราคุณหญิงแม่ของเธอด้วย กว่าเขาจะพาเธอไปส่งบ้านพระอาทิตย์ลับขอบฟ้านานแล้ว มยุราตำหนิเขาทีเล่นทีจริงว่าไปเที่ยวไหนกันมาถึงกลับเอาป่านนี้ นันทวัฒน์ขอโทษท่านด้วยที่ทำให้เป็นห่วง

“เอ่อ คือยุริญเป็นคนชวนพี่วัฒน์ไปซื้อขนมเจ้าอร่อยที่คุณแม่ชอบน่ะค่ะ เห็นคุณแม่ไม่ได้กินนานแล้ว”

ต่างฝ่ายต่างโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง ทำเอามยุราอดขำไม่ได้ บอกให้ทั้งคู่เลิกรับผิดแทนกันได้แล้ว วันนี้ท่านยกโทษให้หนึ่งวัน จากนั้นไม่นาน มยุริญเดินมาส่งนันทวัฒน์ที่รถ เขารีบออกตัวที่พาเธอเถลไถลจนมืดค่ำ เนื่องจากไม่อยากให้มยุราตกใจที่เห็นเธอร้องไห้

“ก็คงจะตกใจจริงๆนั่นแหละค่ะพี่วัฒน์ คุณแม่เลี้ยงยุริญมาแบบไม่เคยปล่อยให้ไปไหนเองเลย ดูสิคะโตจนป่านนี้แล้ว ยังเงอะๆงะๆจนวันนี้เกือบจะโดนดีซะแล้ว”

“ถ้าวันนี้น้องยุริญเป็นอะไรไป พี่คงเสียใจไปตลอดชีวิตที่ปล่อยให้น้องยุริญลงรถไปแบบนั้น”

“ยุริญเองต่างหากล่ะคะที่ทำเป็นเก่ง เอาเป็นว่าเราเลิกรู้สึกผิดกันเถอะนะคะ ยังไงมันก็ผ่านไปแล้ว ถือซะว่ายุริญจะได้มีประสบการณ์ไปอีกแบบ สนุกดีออก” หญิงสาวว่าแล้วหัวเราะชอบใจ นันทวัฒน์พลอยขำไปด้วย รู้สึกดีที่เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดี มยุราแอบมองมาจากในบ้าน พอใจกับท่าทีของทั้งคู่

ส่งนันทวัฒน์เสร็จ มยุริญกลับเข้าบ้าน เห็นแม่ยืนรอท่าอยู่ ร้องทักยังไม่นอนอีกหรือ ท่านออกตัวว่าแม้ท่านจะเป็นเพื่อนกับนันทามานานก็ไม่ได้หมายความว่าจะเห็นด้วยกับการจับคู่ระหว่างลูกกับนันทวัฒน์

“ถ้าลูกไม่ได้ชอบพอในตัวตาวัฒน์ก็ไม่จำเป็นต้องฝืน แต่ถ้าลูกชอบเขา แม่ก็ดีใจ”

“คุณแม่คะ ลูกยังไม่ได้คิดอะไรถึงขั้นนั้นหรอกค่ะ... ไปนอนดีกว่า” มยุริญตัดบท แล้วเดินเลี่ยงขึ้นห้องด้วยความเขินอาย มยุรามองตามยิ้มสมใจที่เห็นลูกมีใจให้นันทวัฒน์...

ในขณะที่มยุรากับนันทาร่วมมือกันจับคู่ให้มยุริญกับนันทวัฒน์ หมอเจ้าของไข้เข้ามาแจ้งธงไทยกับนวลว่าอาการของหญิงสาวปริศนาทรุดลงอีก ธงไทยเสนอให้ส่งตัวเข้ากรุงเทพฯ แต่หมอไม่เห็นด้วยเนื่องจากสภาพของเธอไม่เหมาะจะเดินทาง นวลใจคอไม่ดี นี่เท่ากับจะปล่อยให้เธอตายอย่างนั้นหรือ

“หมอก็ทำทุกวิถีทางอย่างดีที่สุดแล้ว เธอมีโอกาสรอดไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ครับ เครื่องมือพวกนี้ช่วยให้เธอมีลมหายใจเท่านั้น ตอนนี้สมองของเธอตายแล้ว” คำพูดของหมอทำให้ธงไทยกับนวลใจเสีย

ครู่ต่อมา ธงไทยสั่งให้ไผ่พาแม่กลับไปพักผ่อนที่ไร่นวลตะวันก่อน ส่วนตนเองยังนั่งเฝ้าอยู่หน้าห้องไอซียู จนกระทั่งหลับพับอยู่ตรงนั้น พยาบาลเข้ามาสะกิดเรียก เขาใจหายคิดว่าหญิงสาวปริศนาจากไปแล้ว จะกระโจนไปดู เธอต้องปลอบให้ใจเย็นๆ คนไข้ยังอยู่ เธอแค่จะมาปลุกให้เขากลับไปพักผ่อน ธงไทยไม่อยากกลับ กลัวคนไข้จะตายตอนที่ตนเองไม่อยู่ พยาบาลมองอย่างเห็นใจ

“เอาอย่างนี้นะคะ ทางโน้นมีห้องพักที่คุณพอจะนอนพักได้ คุณไปพักสักหน่อยเถอะค่ะ ถ้ามีอะไรฉันจะรีบไปแจ้ง” ว่าแล้วพยาบาลเดินนำธงไทยออกไป

ooooooo

ที่บ้านเจ้าสัววัฒนา พิชิตร้อนใจนั่งไม่ติด ป่านนี้แล้วนันทวัฒน์ทำไมยังไม่กลับ ตัดสินใจจะโทร.หา แต่รถของเขาแล่นเข้ามาเสียก่อน บอดี้การ์ดหนุ่มรีบวิ่งไปต้อนรับ พร้อมกับขอโทษสำหรับเรื่องวันนี้ เขาต่อว่าว่าสั่งไม่ให้ตาม ทำไมถึงขัดคำสั่ง พิชิตแค่กลัวจะเกิดเรื่องร้ายกับเขา และมันก็เกิดเรื่องขึ้นจริงๆ

“ฉันจัดการของฉันเองได้ ทำไมทุกคนทำอย่างกับฉันเป็นเด็ก”

“หน้าที่ของผมคือทำอย่างไรก็ได้ให้คุณวัฒน์ปลอดภัย” พิชิตก้มหน้านิ่งจนนันทวัฒน์สงสารเข้ามาตบไหล่

“ฉันจ้างนายเดือนละล้านหรือไง...เอ่อ เธอกลับมาเอาของบ้างหรือเปล่า”

สีหน้าของพิชิตที่ผ่อนคลายลงเมื่อครู่กลับเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะส่ายหน้าแทนคำตอบ นันทวัฒน์ถอนใจ หนักใจ แล้วเดินเข้าตัวบ้าน ตรงไปยังห้องพักของพ่อ เห็นกันเกรานั่งอ่านหนังสือนิยายให้ท่านฟังอย่างออกรส แต่ดูท่าแล้วคนอ่านจะสนุกกว่าคนฟัง จากนั้นเขายื่นของฝากจากมยุริญให้กันเกราซึ่งชมไม่หยุดปากว่าเธอทั้งน่ารักทั้งมีน้ำใจ จังหวะนั้นนันทาเดินอารมณ์ดีเข้ามาถามลูกชายว่าพามยุริญไปเที่ยวที่ไหนมาถึงพาไปส่งบ้านค่ำมืด ท่านเพิ่งคุยกับมยุราเมื่อครู่

“ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ แค่กินข้าวแล้วก็หาร้านกาแฟนั่งคุยกัน”

กันเกราคิดเองเออเองว่านันทวัฒน์มีใจให้มยุริญ แนะให้นันทาหาฤกษ์ไว้ได้เลย เธอเห็นดีด้วยหาแต่เนิ่นๆเผื่อปีนี้ไม่มีฤกษ์ดี นันทวัฒน์ขอร้องให้ทั้งคู่หยุดทำแบบนี้ เขากับมยุริญไม่ได้มีอะไรกัน ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะแม่สั่งมา และที่สำคัญเขามีภรรยาแล้ว

“เมียที่หายหัวออกไปจากบ้านของแกน่ะเหรอ ป่านนี้คงมีสามีใหม่ไปแล้วมั้ง”

“คุณแม่ครับ เธออาจจะแค่งอนผม เดี๋ยวก็คงกลับมาเหมือนเดิมนั่นแหละครับ”

นันทาสวนทันที ไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมา

จะดีกว่า จะได้ทำบุญล้างซวย นันทวัฒน์ไม่อยากเถียงแม่ให้เป็นบาปติดตัว ขอตัวไปพักผ่อนก่อนแล้วเดินออกไปเลย กันเกราดูท่าแล้วน่าจะหมดหวังเรื่องจับคู่ให้เขา

“ฉันไม่ยอม ยังไงตาวัฒน์จะต้องลงเอยกับหนูยุริญให้ได้ ครั้งนี้ฉันจะไม่ยอมพลาดอีกแน่” นันทาพูดจบหันมาเจอสายตาตำหนิของวัฒนาก็แว้ดใส่ “มองอะไรคะคุณวัฒนา อย่ามาส่งสายตาตำหนิฉันนะ ตอนนี้ฉันเป็นหัวหน้าครอบครัว และทุกๆอย่างที่ฉันทำไปก็เพื่อบ้าน ของเรา”

“คุณนันคะ อย่าพูดแบบนั้นสิคะ” กันเกราขอร้อง แต่เธอหาฟังไม่

“ก็มันจริงนี่นา ถ้าเขาไม่มาเป็นแบบนี้ ฉันก็คงไม่ต้องมาเหนื่อยเคี่ยวเข็ญลูกให้หาผู้หญิงดีๆมาตบแต่งเพื่อให้ครอบครัวมั่นคงหรอก” นันทาเห็นสีหน้าเจ็บปวดของสามี รู้สึกเสียใจที่หลุดปากไปแบบนั้น ทนสู้หน้าเขาต่อไปไม่ได้หันหลังเดินหนี กันเกราเห็นวัฒนาน้ำตาคลอเบ้าก็ยิ่งสงสาร

“มาค่ะท่านเจ้าสัว เรามาอ่านเพชรพระอุมากันต่อดีกว่านะคะ” กันเกราอ่านแบบจัดเต็มกว่าเดิม หวังจะให้วัฒนาลืมเรื่องทุกข์ใจ เขากลับไม่ได้ยินเสียงของเธอ เพราะมัวแต่คิดถึงคำพูดของนันทาเมื่อครู่...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ระหว่างที่นวลเข้ามาหอมแก้มราตรีสวัสด์หนูพุทธที่หลับสนิทไปแล้ว จ๊ะจ๋าอดถามไม่ได้ว่าทำไมธงไทยต้องลงทุนขนาดไปเฝ้าคนที่ไม่รู้จักมักจี่ เจียมเออออไปด้วย

“นั่นสิคะ นายแม่นวล ถึงขั้นเอาบัตรประชาชนแฟนตัวเองไปหลอกหมอ”

จ๊ะจ๋าปรี๊ดแตกทันที เถียงคอเป็นเอ็นว่าวิวไม่ใช่แฟนธงไทยสักหน่อย นวลต้องปรามให้เธอเบาเสียง เดี๋ยวหนูพุทธตื่น เธอขอโทษที่เสียงดังไปหน่อย แต่ยังยืนยันว่าธงไทยทุ่มเทกับผู้หญิงคนนั้นเกินไปโดยไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือเปล่า เจียมเห็นด้วย เผลอๆอาจเป็นนางโจรก็ได้ นวลสั่งให้ทั้งคู่หยุดพูดได้แล้ว หญิงสาวปริศนาคนนั้นจะเป็นใครก็ช่าง ในเมื่อวันนี้เธอต้องการความช่วยเหลือ เราช่วยได้ก็ต้องช่วยจะปล่อยให้ตายได้อย่างไร

“กลัวแต่จะย้อนกลับมาทำร้ายเราน่ะสิคะ” จ๊ะจ๋ายกมือไหว้ท่วมหัว “เจ้าประคุณ ถ้าเป็นคนไม่ดีล่ะก็ ให้ไปไกลพี่ไทยเลยนะเจ้าคะ”

ooooooo

ดึกสงัด นันทาก้าวเข้ามาในห้องของวัฒนาที่ไฟปิดมืด วัฒนานอนหลับอยู่บนเตียง โดยมีกันเกรานอนเฝ้าอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง เธอยืนมองผู้เป็นสามีด้วยดวงตาเรียบเฉยและไร้อารมณ์

พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของเธอ ตอนนั้นวัฒนายังไม่ล้มป่วย ซื้ออาหารชั้นเลิศจากเหลากลับมาบ้านโดยมีทนงศักดิ์เดินตาม นันทาเดาออกว่าต้องมีเรื่องสำคัญแน่ๆเขาถึงพาทนายความมาด้วย เป็นอย่างเธอคาดไม่มีผิด วัฒนาต้องการจะยกที่ดินย่านตลิ่งชันให้เป็น ชื่อของนันทวัฒน์

“แล้วก็ที่ดินแถวลาดพร้าวทั้งหมดจะโอนเป็นชื่อคุณนัน” ทนงศักดิ์ชี้แจง

นันทาใจคอไม่ดี ทำไมจะต้องโอนทรัพย์สินเป็นชื่อคนโน้นคนนี้ด้วย มีอะไรหรือเปล่า วัฒนาปฏิเสธว่าไม่มีอะไรแค่แก่แล้ว อยากทยอยโอนให้เสร็จๆไปเท่านั้น เธออดสงสัยไม่ได้ ทำไมถึงทำเหมือนกับจะทำพินัยกรรม

“ก็ทำๆไว้ซะเผื่อเผลอใจไปมีเมียน้อยสมบัติจะได้ไม่หาย” วัฒนาพูดติดตลกพลอยทำให้นันทาขำไปด้วย...

ภาพในอดีตยังคงผ่านเข้ามาในความทรงจำของนันทาอย่างต่อเนื่อง หลังจากวัฒนาแบ่งสรรสมบัติให้ลูกเมียได้ไม่นาน ก็ล้มป่วยด้วยอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงอย่างผิดปกติ หมอวินิจฉัยว่าเส้นประสาทถูกทำลายโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาจะต้องนอนอยู่บนเตียงขยับไปไหนไม่ได้ แม้แต่พูดก็ยังทำไม่ได้

“เราส่งท่านไปรักษากับแพทย์เฉพาะทางไม่ได้เหรอครับ” นันทวัฒน์เสนอแนะ

“หมอจะพยายามค้นหาดูนะครับว่ามีที่ไหนสามารถรักษาโรคนี้ได้บ้าง แต่ในเบื้องต้นยังไม่มีครับ”

นันทามองสามีที่นอนนิ่งด้วยน้ำตานองหน้าวัฒนา เองก็ปวดร้าวกับชะตากรรมของตัวเองเช่นกัน...

การป่วยของวัฒนาทำให้นันทาซึ่งเป็นแม่บ้านมาตลอดต้องมารับผิดชอบธุรกิจของสามี ยิ่งเห็นตัวเลขแดงเถือกในบัญชีของบริษัทก็ยิ่งเครียดหนัก ทนงศักดิ์แนะนำ ถ้าอยากจะให้สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทดีขึ้น เธอต้องขายที่ดินติดรถไฟฟ้าซึ่งเป็นชื่อของเธอเอาเงินมาช่วย นันทาไม่มีทางเลือกจำต้องเซ็นยินยอม

“ผมจะรีบจัดการทุกอย่างให้เสร็จ ส่วนเรื่องธุรกิจ ขอให้ไว้ใจคุณวัฒน์นะครับ เขาเป็นคนดีมีฝีมือ ต้องผ่านไปได้ดีแน่ๆ” ทนงศักดิ์เก็บเอกสารใส่ซองแล้วลุกออกไป สวนกับกันเกราและพยาบาลพิเศษที่ถือถาดใส่อาหารเหลวของวัฒนาเข้ามา นันทามองไปที่สามีอย่างเจ็บปวดใจ เขาหลบสายตาไม่กล้าสู้หน้า

“อาหารมาแล้วค่ะท่านเจ้าสัว วันนี้มีรสชาติขึ้นมานิดนึงแล้วนะคะ คุณหมออนุญาตค่ะ”

นันทาอาสาจะป้อนอาหารให้วัฒนาเอง แต่เขาเศร้าใจเกินกว่าจะกินอะไรลง เธออารมณ์ค้างจากเมื่อครู่ ขว้างชามใส่อาหารทิ้ง ก่อนจะระเบิดอารมณ์ที่อัดอั้นมานาน

“ไม่กินก็ไม่ต้องกิน ฉันทรมานมากพอแล้วนะ จะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว”

“ว้าย...คุณนันใจเย็นค่ะ...มาค่ะคุณพยาบาลมาช่วยกันเก็บหน่อยค่ะ”

วัฒนาตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะไม่เคยเห็นภรรยาสุดที่รักเป็นแบบนี้มาก่อน ถึงกับน้ำตาร่วง เธอเองก็เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป รีบออกจากห้องก่อนที่น้ำตาจะไหล...

นันทาตื่นจากภวังค์ นึกถึงความหลังแล้วน้ำตาจากไหนไม่รู้ไหลอาบแก้ม กำมือแน่นอยู่ในความมืด ไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ อึดใจเธอออกจากห้องปิดประตูตามหลัง กันเกรารอจนเสียงฝีเท้าห่างออกไป ลุกขึ้นมาด้วยใจตุ๊มๆต่อมๆ

“ตกใจหมด นึกว่าจะเอาหมอนอุดจมูกท่านเจ้าสัวซะแล้ว” พูดจบเธอถอนใจโล่งอก แล้วล้มตัวนอนต่อไป วัฒนาค่อยๆลืมตาขึ้น ไม่แน่ใจว่าน้ำตาของเมียรักเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไร

ooooooo

ที่ห้องตรวจโรคซึ่งพยาบาลใจดีจัดหาไว้ให้ ธงไทยรู้สึกตัวตื่นขึ้นกลางดึก พบว่าหญิงสาวปริศนายืนจ้องอยู่ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เธออยู่ในชุดคนป่วย ใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้รอยแผล และที่สำคัญเธอสวยจนเขาต้องรีบลุกขึ้นนั่ง ถามว่าหายดีแล้วหรือ หญิงสาวไม่ตอบทรุดตัวลงนั่งข้างๆ แล้วเอนหัวซบไหล่

ธงไทยใจเต้นไม่เป็นส่ำ เธอซบอยู่สักพักก็ลุกขึ้น ยิ้มให้เขาพร้อมกับขยับปาก แม้จะไม่มีเสียงแต่เขาพอ จะเดาได้ว่าเธอพูดว่าขอบคุณ

“คุณไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ”

เธอยิ้มให้เขาอีกครั้ง ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ฟัง เสียงเรียกให้กลับมาก่อนของเขา ธงไทยพุ่งไปคว้าแขนเธอไว้ พลันมีแสงสว่างวาบพร้อมกับเสียงพยาบาลร้องว้าย ทำให้ชายหนุ่มตกใจตื่น พอตั้งสติได้พบว่ากำลังจับแขนพยาบาลอยู่ ถึงได้รู้ว่าตัวเองฝันไป รีบปล่อยแขนเธอแทบไม่ทัน

“ขอโทษครับ ขอโทษจริงๆ ผมไม่ได้ตั้งใจ มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“คือว่า...เธอกำลังจะไปแล้วค่ะ ฉันถึงเข้ามาเรียกคุณ” สิ้นเสียงพยาบาล ธงไทยพุ่งออกจากห้องทันที...

เหมือนมีลางบอกเหตุไปถึงเปลวซึ่งกำลังถือแจกันจะเอาไปวางที่ห้องอาหาร อยู่ๆมันเกิดลื่นหลุดมือตกแตก เธอใจคอไม่ดี รีบเรียกสาวใช้มาเก็บกวาด ทรงพลตำหนิเปลวทำไมพักนี้ถึงใจลอยนัก เป็นอะไรหรือเปล่า

“ฉันเป็นห่วง...”

“เขาทำอะไรตามใจตัวเองแบบนี้มาตลอด เธอน่าจะชิน อย่าห่วงเลย เธอก็รู้ว่าเขาเก่งแค่ไหน มากินข้าวเถอะ ตรงนั้นปล่อยไว้ เดี๋ยวให้เด็กมันมาเก็บ”...

ด้านธงไทยเห็นสัญญาณชีพของหญิงสาวปริศนาที่อ่อนลงไปทุกขณะก็ใจเสีย ถามหมอด้วยเสียงแหบพร่า ว่าช่วยอะไรเธอไม่ได้เลยหรือ หมอยื้อเธอไว้นานพอแล้วคงต้องปล่อยเธอไป เขาพยักหน้ารับรู้

“บัตรประชาชนนี่ ขอเก็บไว้นะคะเดี๋ยวทางโรงพยาบาลจะอำนวยความสะดวกเรื่องทำใบมรณบัตรให้”

ธงไทยเห็นบัตรประชาชนของวิวในมือพยาบาลก็ใจเสีย กลัวความจะแตกว่าหญิงสาวปริศนาหาใช่คนคนเดียวกับในบัตรใบนั้นไม่ และเขาอาจมีปัญหากับตำรวจ หมอกับพยาบาลถอยห่างออกมาเพื่อให้เขาได้อยู่กับเธอเป็นครั้งสุดท้าย เขาจับมือเธอมากุมไว้ รู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหู

“จะขอมากไปไหมครับ ถ้าผมอยากให้คุณกลับมา ถ้าคุณไป ผมติดคุกแน่ๆ...ช่างเถอะครับ ผมแค่...ไม่อยากให้คุณไป...ก็เท่านั้นเอง” ขาดคำสัญญาณชีพของเธอที่เครื่องวัดก็ส่งเสียงปี๊บลากยาวซึ่งแสดงถึงการสิ้นสุดของชีวิต หมอกับพยาบาลเข้ามาปลอบให้เขาทำใจ

“ผมอยากให้คุณกลับมา ได้ไหม กลับมานะครับ”

ราวกับมีปาฏิหาริย์ ร่างของหญิงสาวปริศนากระตุกขึ้นอย่างแรง อ้าปากหายใจเข้าเฮือกใหญ่ มือของเธอกำมือธงไทยไว้แน่น เสียงสัญญาณชีพดังขึ้นอีกครั้ง พยาบาลกันเขาออกไป ขณะที่หมอกับพยาบาลอีกคนหนึ่งช่วยกันกู้ชีพเธอ ในขณะที่ร่างของเธอกระตุกจากเครื่องปั๊มหัวใจ ดวงตาของเธอจ้องมองมาที่ธงไทยพร้อมกับยื่นมือมาหา เขาได้แต่ภาวนาขอให้เธอรอดปลอดภัย

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฝ้าย" อับอายหัวโล้นขี้เรื้อน "เบนซ์" แค้นกระชากวิกกลางงาน ใน "เล่ห์รัญจวน"

"ฝ้าย" อับอายหัวโล้นขี้เรื้อน "เบนซ์" แค้นกระชากวิกกลางงาน ใน "เล่ห์รัญจวน"
20 พ.ย. 2562
07:30 น.