สมาชิก

พลับพลึงสีชมพู

ตอนที่ 7

นอกจากวิศรุตแล้วสโรชากลายเป็นแขกพิเศษของวังเทวาสถิตย์ไปอีกคน วันนี้เธอมาหัดทำขนมไทยกับคุณหญิงประสงค์สมอย่างเพลิดเพลิน ปราศจากคุณชายพิริยพงษ์ที่ดูจะไม่ปลื้มสโรชาเท่าไหร่นัก

ท่านย่าของคุณหญิงประสงค์สมชื่นชอบความเก่งและคล่องตัวของสโรชาถึงกับเอ่ยปากว่าต้องการให้หลานสาวเรียนรู้เรื่องดีๆจากสโรชา ไม่ต้องเก่งฉลาดเท่า แต่ขอให้ทันคนบ้างตนก็พอใจ

“แล้วนี่ชายพิริยพงษ์ไปไหน ไม่เห็นหน้าค่าตาหลายวัน”

“ไม่ทราบเลยเพคะ ครั้งหลังที่พบกัน พี่ชายบอกว่าจะไปหาทางทำธุรกิจใหม่ค่ะ”

“ก็ไม่เห็นธุรกิจไหนรุ่งเรืองสักอย่าง นี่ถ้าสอบรับราชการซะ ป่านนี้คงได้เลื่อนขั้นไปไหนๆ คิดแต่จะรวยลัด รวยไว...ขอโทษนะคุณสโรชา คนแก่อดบ่นไม่ได้ ขนมนี่ทำเสร็จแล้วคุณนำไปฝากพ่อวิศรุตด้วยนะ บอกว่าวังเทวาสถิตย์คิดถึง”

“เพคะ” สโรชาตอบรับแล้วช่วยคุณหญิงประสงค์สมจัดขนม ในใจแอบนึกหมั่นไส้ที่วิศรุตช่างเป็นคนโปรดของหญิงสูงศักดิ์ทั้งสอง

เวลานั้นวิศรุตเข้าบริษัทได้ยินพิสิฐเดินบ่นกับเลขาว่าเมื่อไหร่ลูกสาวตนจะมาทำงานทุกวันเสียที วิศรุตแปลกใจเข้ามาถามว่าปกติคุณสโรชาไม่ได้มาทุกวันหรอกหรือ พิสิฐไม่ทันคิดให้รอบคอบตอบไปว่าเธอมาสัปดาห์ละสองสามวัน ที่เหลือไปฝึกงาน พอโดนถามว่าฝึกงานที่ไหน พิสิฐนึกได้ว่าไม่ควรพูด รีบหนีเอาตัวรอดอ้างว่าตัวเองเจ็บหน้าอกให้เลขาพาเขาไปพักในห้อง

เมื่อสโรชากลับมาที่ออฟฟิศพร้อมขนมไทย เธอรายงานพ่อเรื่องที่ดินซึ่งพระองค์หญิงยังไม่ตัดสินใจขายแต่ขอเวลาคิดสักระยะ ส่วนวิศรุตนั้นให้เขามาบ่อยๆได้ ฟังแล้วพิสิฐทึกทักว่าท่านน่าจะขายให้เราใช่ไหม

“ค่ะป๊า แต่ก็ยังทรงขายเพราะคุณวิศรุตของพ่ออยู่ดี”

“งั้นก็ต้องจ้างวิศรุตต่อไป แหม...พ่อคนนี้มีเสน่ห์จริงๆ เออ แล้วหลานชายล่ะ ที่ว่าจะพาพ่อแฟนมาซื้อน่ะ”

“จากการสืบของลูก ตกกระป๋องแล้วค่ะ”

คุณชายพิริยพงษ์ไปหมกมุ่นอยู่ที่บ่อนแถวชายแดนโดยมีชัยบดีเป็นผู้ชักจูงอย่างเจ้าเล่ห์ คุณชายหลงกลได้เงินมาก้อนใหญ่เลยชะล่าใจ กลับมาคุยอวดแฟนสาวกับว่าที่แม่ยาย จริยาค่อนข้างสนใจเพราะชอบเล่นพนันอยู่เหมือนกัน ที่สำคัญอยากมีเงินใช้จ่ายซื้อข้าวของราคาแพงไว้ประดับบารมี โดยได้ลูกยุของลูกสาวก็ยิ่งไม่คิดหน้าคิดหลัง

ชัยบดีพอใจมากที่มีเหยื่อมาเพิ่มอีกราย เขาทำดีให้จริยาประทับใจ ส่วนจริยาที่ไม่ค่อยปลื้มคุณชายพิริยพงษ์สักเท่าไหร่ก็เล่นแง่ว่า

“ดิฉันคงมาบ่อยๆไม่ได้ มันไม่ดีต่อชื่อเสียงวงศ์ตระกูลของท่านนายพล คุณชายเองก็เหมือนกัน ใครรู้เข้าว่าวันๆมาขลุกอยู่ในบ่อน อายเขาตาย”

“ผมแค่จะหาทุนน่ะครับคุณแม่”

“ตราบใดที่ยังไม่ได้แต่งงานกับลูกสาวดิฉัน ขออนุญาตไม่รับตำแหน่งคุณแม่นะคะ”

“ครับ ผมจะพยายามทำงานให้มั่นคง เพื่อจะไปสู่ขอวินิตา”

“ที่ดิฉันให้คุณคบกับลูกวิก็เพราะไม่อยากขัดใจลูก บอกตามตรงนะคะคุณชาย ดิฉันไม่ได้ปลื้มกับตระกูลไกวัลของคุณชายเท่าไหร่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามาแต่นามสกุล ไม่มีทรัพย์สินเงินทองพอที่จะเลี้ยงลูกสาวดิฉันให้สุขสบายได้”

“แต่ผมเป็นทายาทผู้ชายคนเดียว ทรัพย์สินทั้งหมดของวังเทวาสถิตย์ไม่น่าจะหนีไปไหน คุณอาก็คงเห็นอยู่”

“คุณชายอย่าเพิ่งแน่ใจเลยค่ะ เรื่องทายาท เรื่องมรดก คุณชายเป็นเพียงลูกของพระญาติห่างๆ ถ้าเกิดมีหลานตัวจริงโผล่มา คุณชายจะหมดความหมาย”

ชัยบดีแอบฟังอยู่ใกล้ๆ สีหน้าแววตาเป็นประกายด้วยความสนใจเรื่องที่ได้ยินโดยตลอด ขยับตามทั้งคู่ที่เดินตามกันออกไปหน้าบ่อนไม่ให้รู้ตัว ได้ยินจริยาพูดถึงท่านหญิงกิรติโสภณที่หนีหายไปจากวังเทวาสถิตย์พร้อมลูกติดในท้อง เหมือนกับว่าวันหนึ่งหลานตัวจริงของพระองค์หญิงอาจจะกลับมา
ชัยบดีรับข้อมูลนั้นไว้อย่างเงียบๆ ขณะที่คุณชายพิริยพงษ์ดูหัวเสีย หากวันหนึ่งวันใดตนเองที่เป็นเพียงหลานห่างๆจะหมดความหมายอย่างที่จริยาพูด

ooooooo

อธิปน้องชายของธาราเป็นลูกหนี้ที่บ่อนซึ่งชัยบดีดูแล เมื่อเขาไม่มีเงินมาให้ ชัยบดีจึงข่มขู่ด้วยการส่งนิ้วปลอมไปให้ธาราเพื่อให้หวาดกลัวแล้วเอาเงินมาใช้หนี้แทนน้องธาราตกใจและเป็นห่วงน้องมากจึงขอยืมเงินวิศรุตแต่ไม่ยอมบอกความจริง กระทั่งวิศรุตคาดคั้นเพราะเงินค่อนข้างมาก ธาราเลยบอกว่าจะเอาเงินไปไถ่ตัวน้องชาย มันให้เวลาสามวัน

วิศรุตไม่มีเงินพอจึงตัดสินใจนำแหวนวงเดียวของตนไปจำนำพิสิฐได้เงินมาสามแสน สโรชารู้จากพ่อก็สงสัยและขอยืมแหวนวงนั้นสักหนึ่งวันเพื่อพิสูจน์
อะไรบางอย่าง แต่ไม่ทันนำออกมาจากบ้าน เธอเดินชนกับลัดดาแล้วแหวนหล่นลงสระน้ำ พอดีน้ำมนต์ที่รออยู่มาเร่งสโรชาว่าตนมีงานด่วน พิสิฐเลยอาสาจะเก็บแหวนนั้นให้เอง

เมื่อลัดดาเห็นรูปผู้หญิงตรงหัวแหวนก็ชมเปาะว่าสวยมาก โดยไม่รู้ว่าเธอคือมารดาของวิศรุต ขณะเดียวกันที่บ้านพลโทวินิต เจ้าตัวกำลังดูภาพเก่าๆของหม่อมเจ้ากิรติโสภณด้วยความคิดถึง จริยาเข้ามาเห็นก็เป็นเรื่อง

สองสามีภรรยามีปากเสียงกันเรื่องซื้อที่ดินก่อนจะลุกลามไปเรื่องกิรติโสภณที่วินิตยังรักและระลึกถึงเธอตลอดเวลา โดยไม่รู้ว่าแก้วกิริยาแอบได้ยิน

“เรื่องที่ดินที่คุณอยากได้น่ะฉันมีไอเดีย รู้ไหมคะว่าถ้าได้ลูกเขยเจ้าก็ไม่ต้องซื้อที่ดินนั่นหรอก คุณแค่ยกลูกสาวให้คุณชายพิริยพงษ์ก็ได้ที่ดินแล้ว”

“ตกลงว่าคุณชอบคุณชายพิริยพงษ์? ถูกใจกันตั้งแต่เมื่อไหร่”

“จริงๆก็ยังไม่ได้ชอบขนาดจะเอามาเป็นเขย แต่ถ้ารวยก็ไม่เสียหายอะไร ยายวิก็ชอบเขา ที่ดินชาววังนั่นจะเรียกเป็นของหมั้นไหมล่ะคะ หรือรอจนแต่งงานได้เป็นสะใภ้เจ้าแล้ว ตอนหย่าแบ่งสมบัติก็ยึดเอาที่ดินนั่นมาเป็นของทำขวัญยังได้”

“คุณจะเอาชีวิตลูกแลกทรัพย์สมบัติเลยรึจริยา ผมไม่มักง่ายแบบนั้นหรอก”

“นี่คุณด่าว่าฉันมักง่ายเหรอ อุตส่าห์แนะนำ ใช่ซี้ เพราะฉันมักง่ายน่ะสิถึงเลือกคุณ”

“ผมต่างหากที่ควรพูดคำนั้น”

“คุณพูดอย่างนี้กับฉันได้ยังไงคุณวินิต คุณก็เคยใช้วิธีการแบบนี้มาแล้วไม่ใช่เหรอ ฮึ! ใฝ่สูง อยากจะเป็นเขยชาววัง เอายศนายทหารหนุ่มอนาคตไกลเข้าไปตีสนิทแม่กิรติ”

“ผมบอกหลายหนแล้วนะว่าอย่าเรียกท่านหญิงอย่างนั้น”

“ฉันจะเรียก กิรติโสภณก็ใช่ย่อย อยากจะเป็นดอกฟ้าโน้มกิ่งลงมาฉกผู้ชายของฉัน”

“ผมไม่เคยเป็นผู้ชายของคุณ จนกระทั่งวันที่คุณไปโกหกลางงานหมั้นผมว่าคุณท้อง ทั้งๆที่ไม่ได้ท้อง คุณขโมยชีวิตผมไปยี่สิบกว่าปีแล้ว พอใจรึยังล่ะ”

“ถ้าฉันจะบอกว่าฉันยังไม่พอใจล่ะ”

“งั้นผมก็เสียใจ เพราะผมให้อะไรคุณมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ผมเสียผู้หญิงที่ผมรักที่สุดไป แล้วผมก็ยังเสีย...”

“เสียอะไร คุณจะบอกว่าเสียลูกงั้นเหรอ แน่ใจเหรอว่าเขาอุ้มท้องลูกของคุณไป ไม่ใช่ไปฟันกับฝรั่งแขกจีนที่ไหนหลังจากนั้น”

“จริยา!”

“ทำไมต้องขึ้นเสียง ฉันแค่ตั้งข้อสงสัย”

“คุณไม่มีสิทธิ์สงสัยใคร จงอยู่ในส่วนของคุณ ผมจะอยู่ในส่วนของผม หรือคุณอยากทะเลาะกันเสียงดังเรื่องนี้ให้ลูกได้ยิน”

“งั้นก็บอกลูกสิว่าพ่อไข่ทิ้งไว้ที่วังเทวาสถิตย์อีกใบนึง ตอนนี้ก็รอลูกคนโตกลับมากราบเท้า มอบมาลัยวันพ่อ...ฝันไปเถอะ”

“ผมจะฝัน คุณไปให้พ้นความฝันของผมแล้วกัน”

“คุณวินิต!” จริยาแผดเสียง...วินิตไม่ใส่ใจ เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่เธอแล้วเดินหนีไป ไม่เห็นลูกสาวคนเล็ก

ที่แอบเงี่ยหูฟัง ได้ยินไม่ครบแต่ปะติดปะต่อเรื่องได้

ooooooo

คุณชายพิริยพงษ์ไม่ต้องการให้ท่านย่าขายที่ดินให้พิสิฐโดยมีวิศรุตเป็นนายหน้า วันนี้เขาร้อนใจ

ถึงขนาดดอดไปขอให้วิศรุตเลิกเป็นนายหน้า แต่ได้รับการปฏิเสธ จึงเสนอค่าจ้างให้อย่างงาม

วิศรุตไม่เล่นด้วย และยืนยันว่างานนี้ตนไม่ถอยแน่ ทำให้คุณชายพิริยพงษ์โกรธมากจนกลายเป็นความแค้น

วันที่ธาราต้องนำเงินไปใช้หนี้แทนน้องชายถึงบ่อนแถวชายแดนที่พวกชัยบดีนัดมา วิศรุตอยากไปด้วยแต่บังเอิญมีเรื่องด่วนแจ้งมาจากคุณหญิงประสงค์สมว่าพระองค์หญิงหกล้ม เลยปล่อยให้ธาราไปกับริชาร์ดและจอห์นนี่

วิศรุตมารับพระองค์หญิงไปโรงพยาบาล ส่วนสโรชาที่รู้เรื่องทีหลังก็รีบตามไปเหมือนกัน หมอให้พระองค์หญิงพักสักคืนแต่ท่านไม่ยอม หลายคนต้องกล่อมท่านอยู่นานกว่าจะสำเร็จ

สโรชามาทันได้ยินวิศรุตคุยโทรศัพท์กับธาราแต่ไม่กล้าถามรายละเอียด พอวางสายวิศรุตก็บอกสโรชาว่าจะขอถอนตัวจากการเป็นนายหน้า เพราะเวลานี้เธอเข้านอกออกในวังได้เองแล้ว ควรหาโอกาสติดต่อขอซื้อที่ดินจากพระองค์หญิงด้วยตัวเอง

“ป๊าไม่ได้สั่งฉัน ป๊าให้คุณทำงานนี้”

“ผมจะไปเรียนคุณพิสิฐว่าตอนนี้คุณทำได้แล้ว จะมาเสียค่าจ้างให้ผมทำไม ผมจะเข้าไปทูลลา ส่วนคุณน่ะควรอยู่ต่อ คุยเป็นเพื่อนคุณหญิงและพระองค์หญิง”

“ไม่...คุณมีปัญหาส่วนตัวอะไรหรือเปล่าที่ทำให้ไม่อยากเข้าใกล้วังเทวาสถิตย์มากไปกว่านี้”

“ไม่มี”

สโรชาตั้งท่าจะต่อปากต่อคำ แต่เสียงโทรศัพท์ของวิศรุตดังขึ้นขัดจังหวะอีก...

ทางด้านชัยบดี พอรู้ว่าญาติของอธิปกำลังนำเงินมาใช้หนี้ก็สั่งลูกน้องให้เตรียมปล่อยตัวอธิปหลังจากได้เงินครบตามจำนวน เขาไม่ใส่ใจปลาตัวเล็กแบบนี้แล้วเพราะมีปลาตัวใหญ่มาให้รอเชือดอีกสองตัว นั่นก็คือคุณชายพิริยพงษ์กับจริยา หลังจากหมดโปรโมชั่นที่หลอกล่อให้ทั้งคู่เล่นพนันได้เงินกลับไปคนละมากๆ

แต่ทั้งคู่ยังไม่ระแคะระคายใดๆเลย นั่งจิบเครื่องดื่มคุยกันที่ห้องรับรองภายในบ่อนราวกับแขกวีไอพี

“สวัสดีครับ วันนี้คุณอามาถึงก่อนผมอีก”

“มาเร็วก็ยิ่งทำเงินได้เร็ว คุณล่ะทำไมมาช้า”

“ไปเจรจางานนิดหน่อยครับ ไอ้หมอนั่น นายหน้าที่จะมาซื้อที่ดินน่ะครับ มันหัวดื้อจริงๆ บอกให้มันเลิกยุ่ง มันไม่เชื่อผม”

“ทำไมต้องไปคุยกับมัน คุณไปทูลห้ามพระองค์หญิงไม่ให้ขายน่าจะง่ายกว่า”

“ผมน่ะทูลดักไว้แล้วล่ะครับ ว่าถ้าท่านย่าจะทรงขาย ก็ควรขายให้คนที่ผมเคารพมากกว่าขายให้เศรษฐีใหม่ที่ไหนไม่รู้ ผมคิดอย่างนั้นนะครับ”

“เป็นความคิดที่ฉลาดมากค่ะ ได้เงินเข้าวัง แล้วก็ยังหวังได้ลูกสาวคนซื้ออีก”

“คุณอามองผมในแง่ร้ายจังครับ”

“ก็เหมือนที่คนในวังเทวาสถิตย์มองฉันนั่นแหละ”

“ผมไม่สนเรื่องเก่าโบราณหรอกครับ เพราะเท่าที่ผมเห็น คุณอาดูสวย ฉลาดปราดเปรียวกว่าท่านอาหญิงในรูปตั้งเยอะ เหมาะสมกับท่านนายพลมาก”

“คุณชายนี่รู้จักประจบ รู้มั้ย สมัยหนุ่มๆ พ่อยายวิเขาหล่อนะ เป็นนายทหารหนุ่มอนาคตไกล แถมพ่อแม่ยังตายหมด ทิ้งมรดกไว้มหาศาล”

“คุณอาจึงอยากให้วินิตามีคู่เป็นชายหนุ่มที่มีมรดก จะได้สบายเหมือนคุณอา”

“งั้นสิคะ ดิฉันบอกคุณชายแล้ว ว่าสำหรับดิฉัน เงินเท่านั้นที่จะบันดาลสุข”

“ผมเห็นด้วยครับ เราคงเหมือนกันตรงนี้”

ชัยบดียืนฟังห่างๆอยู่สักพัก เดินเข้ามาเมื่อจบประโยคท้าย

“ได้ยินแว่วๆว่าเงินเท่านั้นที่จะบันดาลสุข ขออนุญาตคิดเหมือนด้วยคนสิครับ”

จริยายิ้มหวานให้ชัยบดีอย่างถูกชะตา ประทับใจที่วันก่อนเขาช่วยเหลือเธอให้พ้นจากการถูกรถของทางบ่อนเฉี่ยวชน...แท้จริงมันเป็นเพียงการสร้างภาพของชัยบดีเท่านั้น

ooooooo

สโรชาอยู่เป็นเพื่อนคุณหญิงประสงค์สมเฝ้าพระองค์หญิงอยู่ที่โรงพยาบาลแทบทั้งวัน กว่าจะได้กลับก็เย็นโข โดนน้ำมนต์บ่นเป็นกระบุง แถมกลับถึงบ้านก็โดนวิศรุตซักถามเหมือนจะจับพิรุธว่าไปทำอะไรมา หายไปทั้งวัน

“ก็...ไปส่งเงินให้ที่บ้านค่ะ คือไปธนาคารแป๊บเดียวเองนะคะ แต่กลับมาก็ไม่เห็นใครเลย พอดีเข้าประตูหลังบ้านค่ะ”

“ที่เธอพูดน่ะมันไม่น่าเชื่อ กลับมาบ้านไม่เจอใครซักคน ธารากับจ้อนกับริดไปตามน้องชายธารา นั่นฉันรู้ แต่เธอน่ะ ฉันคิดว่าอยู่ในบ้าน แต่กลับไม่อยู่”

“ขอโทษค่ะ พลับพลึงออกไป...ไปซื้อกับข้าวด้วย แล้วธาราไปรับน้องที่ไหนคะ”

“ที่บ่อนชายแดน”

“บ่อนชายแดน!!!!”

“ไม่มีอะไรแล้วล่ะ น้องธาราติดหนี้การพนัน เลยโดนเจ้าหนี้ล็อกตัวไว้ พอใช้หนี้เรียบร้อย เขาก็ปล่อยตัว”

“จริงเหรอคะ น่ากลัวจัง แล้วเอาเงินที่ไหนไปไถ่มา”

วิศรุตโบกมือไม่ตอบ บอกให้จัดห้องว่างไว้หนึ่งห้อง ธาราจะพาน้องมาพักที่นี่ก่อน

“ไหวเหรอคะ...หมายถึงคุณวิศรุตจะเลี้ยงคนอีกคนไหวเหรอคะ”

“แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง คนเดือดร้อน ต้องการที่พึ่ง ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวฉันจะกลับมาทำโฮมสเตย์ให้รุ่งเหมือนเดิม ผักก็จะลงใหม่ อะไรที่เคยเลี้ยงกันได้ ก็ทำ”

“อ้าว แล้วคุณวิศรุตไม่ไปเป็นผู้บริหารให้โรงแรมคุณพิสิฐแล้วเหรอคะ”

“คงลาออกเร็วๆนี้ล่ะ ที่นั่นไม่จำเป็นต้องมีฉันก็ได้ แต่ที่นี่จำเป็น” วิศรุตพูดจบก็เดินออกไป สโรชาจะท้วงถามเลยไม่ทัน

ตกกลางคืน สโรชาแอบโทร.เล่าให้น้ำมนต์ฟังก็ได้คำแนะนำชวนหนักใจว่า

“มันก็มีสองอย่าง คือเขาลาออกจากโรงแรมป๊าแก หรือแกลาออกจากการเป็นพลับพลึง แกเลือกเอา แต่ถ้าเป็นฉัน ฉันเลือกอย่างหลังนะไอ้ลิลลี่”

สโรชาหงุดหงิดกับทางเลือกที่ไม่อยากทำทั้งสองอย่าง บ่นกลับไปว่า “แต่ฉันยังไม่พร้อมจะกลับบ้านนี่นา ฉันรู้สึกว่า...”

“คุณสโรชา แกฝึกงานโฮมสเตย์จนไม่มีอะไรให้ฝึกแล้ว ตอนนี้แกควรกลับไปโรงแรมป๊าแก สตาร์ตใหม่ด้วยการฝึกเป็นเมด ล้างห้องน้ำ ทำเตียง จัดดอกไม้ ให้ทุกคนเห็นว่าแกทำได้ เหมือนที่ทายาทเจ้าของโรงแรมทั่วๆไปเขาทำกันได้แล้ว”

“ไม่...ยังไงก็ไม่ใช่ตอนนี้ อย่างน้อยฉันต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าเขาเป็นใคร ฉันขอเวลาอีกนิดนึงนะ”

อ้อนเพื่อนรักแล้วตัดสายทันที มองซ้ายมองขวากลัวคนเห็น จะหันกลับเข้าห้องแต่ดันเหยียบพลาดลื่นล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้น

“ว้าย!!!”

เสียงร้องทำให้วิศรุตที่ยืนจิบชาอยู่อีกด้านหันขวับไป ก้าวเร็วๆมาช่วยพยุงเธอลุกขึ้นพร้อมเสียงบ่น

“ทีหลังอย่าออกไปเดินมืดๆ ทางเดินมันมีตะไคร่น้ำ ไม่เหมาะกับคนซุ่มซ่าม”

“พลับพลึงไม่ได้ซุ่มซ่ามนะคะ”

“ไม่ซุ่มซ่ามแล้วล้มลงไปได้ยังไง”

“ก็ทางเดินมัน...”

“ไปติดนิสัยชอบเถียงมาจากไหนเนี่ย”

วิศรุตลงนั่งจิ้มนิ้วลงไปตรงขาที่บวม สโรชาเจ็บชักขาหนีพลางร้องโอดโอย แต่ไม่ยอมไปหาหมอ วิศรุตนึกออกไปเอาใบพลับพลึงมาย่างไฟจนนิ่มก่อนนำมาประคบและพันบริเวณขาที่บวม สโรชาร้อนถึงกับร้องจ๊าก สีหน้าเหยเก

“ร้อนค่ะ เบาๆ มันจะดีเหรอคะ ใบพลับพลึงเนี่ย”

“ตอนฉันมาอยู่ใหม่ๆ ก็เคยหกล้มจนขาอักเสบบวมฉึ่ง ชาวบ้านแถวนี้บอกว่าให้เอาใบพลับพลึงมาผิงไฟ แล้วพันไว้ ตัวยาในใบพลับพลึงจะช่วยบรรเทาให้หายบวม”

“หายไปทั้งขาเลยรึเปล่าคะ”

“ดูขาฉันสิ ว่ายังอยู่รึเปล่า”

สโรชากวนๆ ทำเป็นชะโงกมอง “เออ...ยังอยู่ แล้วต้องพันไว้นานไหมคะ”

“จนมันหายร้อน”

วิศรุตจับขาหญิงสาวอย่างเบามือ จนสโรชารู้สึกวาบๆวิ้งๆในใจ พอเขาเงยหน้ามอง สองคนสบตากันนิ่งครู่หนึ่ง

“เดี๋ยวฉันไปทำให้อีกใบ พันอีกที แล้วจะพาไปนอน ตอนนี้เธออยู่นิ่งๆนะ”

วิศรุตลุกออกไป สโรชามองตามหลับตาเคลิ้ม อมยิ้มอยู่คนเดียว

หลังจากเยียวยารักษากันเสร็จแล้ว วิศรุตประคองสโรชาเดินช้าๆเข้ามาในห้องพัก

“ฉันจะไปล็อกประตูรอบบ้าน คืนนี้นอนข้างล่างคนเดียวได้ใช่ไหม หรือจะให้ฉันลงมาอยู่ข้างล่างด้วย”

“ได้ก็ดี” สโรชาแอบพึมพำเบาๆ วิศรุตเงยมองก็รีบกลับคำ “ไม่ต้องค่ะ พลับพลึงอยู่ได้ค่ะ”

วิศรุตยืนมองเธอขยับตัวขึ้นเตียง อยากจะเข้าไปช่วยแต่คิดว่าไม่เหมาะสม จึงเบนสายตามองไปรอบห้อง แล้วมาหยุดที่หมอนเห็นเอกสารโผล่ออกมา สโรชาตาไวรีบยัดมันเข้าไปให้พ้นสายตา

“นอนซะ ดึกแล้ว ถ้าปวดมากหรือต้องการอะไร โทร.เรียกฉันนะ”

เขาบีบไหล่เธอก่อนเดินออกจากห้อง ทิ้งให้สโรชาปลื้มปริ่มเต็มประดากับรอยมือของเขาที่ยังอุ่นอยู่บนไหล่

ooooooo

หลังจากใช้หนี้พนันให้น้องชายแล้ว ธาราพาเขามาที่บ้านวิศรุต ตั้งใจมาขออาศัยชั่วคราวแล้วจะส่งกลับบ้านนอกให้ไปบวชล้างซวย เมื่อวิศรุตถามถึงเรื่องเรียน ธาราตอบด้วยความโมโหว่า

“มันไม่ได้ไปเรียนมาตั้งเกือบปีแล้วค่ะ ก็ปล่อยให้ มันไปโง่เป็นวัวเป็นควายไถนา จับกุ้งหอยปูปลาไปแล้วกัน”

“ไถนาจับปลาก็ไม่จำเป็นต้องโง่นี่ ฉันว่าถ้าเป็นไปได้ก็เรียนซะให้จบ ขอแค่อย่าโง่กลับไปหาการพนันอีกเท่านั้นแหละ”

“เข็ดแล้วครับ คุณวิศรุตให้ผมอยู่ที่นี่ด้วยคนเถอะนะครับ ผมไม่อยากบวช ไม่ชอบ”

“ทำไมไม่บวช” ธาราแว้ดใส่อธิป ขณะที่วิศรุตพูดอย่างใจเย็นว่า

“คนมันไม่ศรัทธาในศาสนา ให้ไปบวชก็ไม่เรียนธรรมะหรอก วัดมัวหมองเปล่าๆ อยู่นอกวัดเป็นคนดีให้ได้ก่อน แล้วค่อยว่ากัน”

“อยู่นอกวัดจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้คุณวิศรุตล่ะ ถ้ามันบวชยังพอได้เงินทำบุญติดกัณฑ์เทศน์สะสมมาผ่อนหนี้”

“หยุด ถ้าคิดแบบนี้อยู่ด้วยกันไม่ได้นะธารา มันเรื่องอะไรคิดเอาเงินศาสนามาเป็นของตัว คนที่เขาศรัทธาทำบุญ เขาไม่ได้มีหน้าที่ส่งเสียครอบครัวของพระสงฆ์นะ”

“ก็เห็นเขาทำกัน ออกจะร่ำรวย”

“รวยบนไฟนรกน่ะสิ เหมือนไปเล่นการพนันน่ะ รวยมั้ยล่ะ”

ธาราจ๋อย หันไปมองอธิปดุๆ วิศรุตเห็นริชาร์ดกับจอห์นนี่นั่งสัปหงก รู้ว่าเหนื่อยกันมากบอกให้ไปนอนพัก พอเช้าวันใหม่ สโรชาเจอธาราก็ถูกซักถามเรื่องขาเจ็บและวิศรุตนำใบพลับพลึงมารักษาอาการปวดบวม ธารารู้สึกสงสัยว่าเจ้านายกับลูกน้องคู่นี้ชักจะยังไงๆเสียแล้ว

วิศรุตไปรับพระองค์หญิงออกจากโรงพยาบาลไปส่งที่วังเทวาสถิตย์และได้สนทนากันเรื่องที่ดินอีกครั้ง ซึ่งพระองค์หญิงยังไม่ขาย รับสั่งเหมือนแกล้งวิศรุตว่าให้มาบ่อยๆ จนกว่าท่านจะอยากขาย

เสร็จธุระ วิศรุตกลับมาที่บ้านเห็นพวกธารากำลังสาละวนกับการทำปุ๋ยภายในสวน ส่วนสโรชาเก็บผักแถวบึงน้ำอย่างสนุกเพลิดเพลิน วิศรุตเดินไปทักเธอว่าขาหายดีแล้วหรือ สโรชาปลื้มที่เขาเป็นห่วง ตอบฉะฉานว่า

“หายแล้วค่ะ เห็นพวกผู้ชายกับธาราชวนกันทำสวน เลยมาช่วยเก็บผัก นี่ถึงไม่มีแขกมาพัก คนทำโฮมสเตย์ก็ไม่อดตายนะคะเนี่ย”

“ใช่ ถ้ารู้จักพอเพียง คนเราถ้าไม่มีหนี้ซะอย่างเดียว สบายล่ะ”

“แต่ตอนนี้คุณมีหนี้แล้วใช่ไหมคะ น้องของธาราทำยุ่งนี่”

“ถ้ามันจะแก้นิสัยให้คนหลงผิดกลายเป็นคนดีได้สักคนนึง มันก็คุ้มนะ ว่าแต่เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นหนี้ ฉันไม่ได้บอกใครซะหน่อยว่ายืมเงินคนอื่นมา”

สโรชานิ่งคิดนิดหนึ่ง แต่ไม่ยากเกินกว่าไหวพริบที่จะกลบเกลื่อน “ก็เดาเอาค่ะ คุณวิศรุตจะมีเงินเยอะขนาดนั้นเหรอ ช่วงนี้โฮมสเตย์ก็ไม่ค่อยมีแขกเข้า เงินสดหมุนเวียนไม่น่าถึงสามแสน คุณก็ต้องหาแหล่งเงิน”

“ฉันไปยืมเจ้านายมา”

“โอ๊ย คุณพิสิฐเขาใจดีค่ะ” พูดไปแล้วเห็นเขาจ้องหน้าเลยนึกได้ “อ๋อ เดาเอาอีกล่ะค่ะ ถ้าไม่ใช่คนดี คุณวิศรุตจะไปทำงานกับเขาได้ไง จริงไหมคะ”

“ก็ใช่ แต่ฉันไม่ได้เอาเงินเขามาฟรีๆหรอกนะ ฉันเอาของสำคัญในชีวิตฉันไปเป็นประกันฝากไว้”

“ของสำคัญ สำคัญมากแค่ไหนคะ”

“มาก...ตีราคาเป็นเงินไม่ได้ด้วย เพราะฉะนั้นฉันต้องหาทางทำเงินให้ได้พอที่จะไปไถ่คืนให้ได้ไวๆ เธอต้องช่วยฉันนะ เป็นกองกำลังแข็งขันให้เรือนพลับพลึงด้วย”

“ได้สิคะ ก็ที่นี่ชื่อเรือนพลับพลึง มันก็เหมือนเป็นของพลับพลึงเอง จริงไหมคะ”

“โอ้โห ยังไม่ทันไร พูดเหมือนจะยึดกิจการฉันซะงั้น...เอา...ยึดก็ได้ ถ้าสบายใจนะ”

สโรชายิ้มหน้าบาน หันไปรวบผักที่เก็บไว้ วิศรุตยื่นมือให้เหนี่ยวลุกเดินกลับบ้านพร้อมกัน

ooooooo

เรื่องแหวนของวิศรุตที่นำไปจำนำไว้กับพิสิฐทำให้สโรชาเกิดความสงสัยว่ารูปผู้หญิงในหัวแหวนต้องเป็นใครสักคนที่สำคัญกับวิศรุต

วันต่อมา สโรชาเรียกน้ำมนต์มารับก่อนให้พาไปที่บ้านพ่อเพื่อเอาแหวนวงนั้น แต่วิศรุตมาพบพ่อของเธอก่อน รายงานความคืบหน้าเรื่องที่ดิน เธอจึงรอให้เขากลับก่อนแล้วค่อยเข้าไปยืมแหวนจากพ่อ พิสิฐกำชับลูกสาวต้องรักษาแหวนวงนี้ดีๆ เสร็จแล้วให้เอามาคืนภายในสองวัน แลกกับการที่สโรชาต้องมาทำงานให้ลูกน้องเห็นหน้าบ่อยๆ

เช้าวันเดียวกัน แก้วกิริยาเตรียมตัวไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทในเครือโรงแรมของพิสิฐ วินิตดีใจและเป็นกำลังใจให้ลูกสาวที่คิดดี เรียนจบแล้วอยากหางานทำ

เมื่อไปถึงโรงแรม แก้วกิริยาเจอสุทิศ สองคนเคยเจอกันมาแล้วครั้งหนึ่งในร้านส้มตำ ท่าทางสุทิศปิ๊งเธอถึงกับแอบถามตัวเองว่าอย่างนี้เขาเรียกบุพเพสันนิวาสไหมเนี่ย?

แก้วกิริยาได้รับเลือกมาเป็นลูกน้องของน้ำมนต์ที่กำลังต้องการคนมาช่วยงาน ส่วนประพันธ์ก็ยังตามตื๊อเพื่อขายสินค้าให้น้ำมนต์ ทั้งที่ความจริงเขารู้สึกชอบผู้หญิงคนนี้เข้าเสียแล้ว

เพราะความสงสัยเรื่องแหวนของวิศรุต...สโรชาให้น้ำมนต์ติดต่อผู้เชี่ยวชาญเรื่องของโบราณมาดูแหวน ปรากฏว่าประพันธ์มีคนรู้จัก เขาแอบได้ยินสองสาวคุยกันจึงเข้ามาอาสาช่วยเหลือ

ที่วังเทวาสถิตย์ วิศรุตมาเยี่ยมพระองค์หญิงและพูดคุยกับคุณหญิงประสงค์สมอย่างกันเอง คุณชายพิริยพงษ์แอบฟังอยู่ไม่ไกล รู้สึกหมั่นไส้ทั้งท่านย่าและน้องสาวที่ดูสนิทสนมกับวิศรุตเสียยิ่งกว่าญาติ

ไม่ทันข้ามวัน น้ำมนต์พาฉมชบาผู้เชี่ยวชาญเรื่องของโบราณมาพบสโรชา เธอเห็นแหวนแล้วบอกว่าหายากมาก ตัวเรือนน่าจะสั่งทำมาจากยุโรป

“แล้วมันน่าจะเป็นของดีมีสกุลไหมคะ หรือว่าแค่แหวนเก่าๆธรรมดาวงนึง”

“มันอยู่ที่ว่าสุภาพสตรีในนี้เป็นใคร ดูไม่น่าจะเป็นสามัญชน ต้องไปเทียบรูปดูในสมุดภาพสมาชิกราชสกุลต่างๆ”

“เอาไปไม่ได้ค่ะ ไม่ได้”

“ดิฉันไม่เอาไปหรอกค่ะ ของแบบนี้หายขึ้นมารับผิดชอบไม่ไหว”

“แล้วจะทำยังไงล่ะคะ”

ฉมชบาไม่ตอบ แต่หยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูปแหวนไป

ooooooo

สุทิศไม่ได้กลับบ้านวิศรุตหลายวัน พอรู้ว่าธาราพาน้องชายที่เล่นการพนันจนเสียการเรียนมาอยู่ด้วยก็เลยเล่าประสบการณ์ชีวิตของตนที่ไม่เคยบอกใครเพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้อธิปว่า

“เรามาจากบ้านที่พ่อแม่ลุงป้าติดการพนันเป็นหนี้จนต้องฆ่าตัวตาย ปล่อยให้เราต้องปากกัดตีนถีบอยู่คนเดียว”

“เออเนอะ ฉันไม่ยักคิดว่าคนที่ตลกไปวันๆอย่างแกจะมีเรื่องเบื้องหลังสุดระทม”

“ก็ไม่ใช่เรื่องต้องประกาศนี่ คนเราต้องก้าวไปข้างหน้า เราแก้อดีตไม่ได้ เราต้องสร้างอนาคต เข้าใจมั้ย” พูดแล้วสุทิศทำตาลอยเคลิ้มฝัน ธาราเขม้นมองเดินมาจ้องใกล้ๆอย่างสงสัย

“ทำท่าเหมือนคนมีความรัก แกจะสร้างอนาคตกับใคร”

สุทิศยิ้มหวาน แทบไม่ได้ยินที่ธาราถาม...

โฮมสเตย์ของวิศรุตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหลังจากทุกคนช่วยกันพัฒนาอย่างตั้งอกตั้งใจ นักท่องเที่ยวมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ทุกคนชื่นชอบอาหารไทยและขนมไทยที่วิศรุตภูมิใจนำเสนอ โดยสโรชานำสูตรขนมชาววังมาทำร่วมกับธาราที่มีฝีมือทางนี้อยู่แล้ว

คุณชายพิริยพงษ์กำลังคิดจะเลิกเป็นหุ้นส่วนผับเพราะนับวันมีแต่แย่ ไม่เหมือนไปบ่อนที่เล่นพนันได้เงินมาทีละมากๆ แต่แล้ววันหนึ่งที่เขากลับไปเล่นมีแต่เสียกับเสียโดยไม่รู้ว่ามันเป็นเล่ห์กลของชัยบดี ที่ถึงเวลาเอาคืนจากเขาแล้ว

เมื่อคุณชายเล่นเสียจนหมดตัว ชัยบดีจึงพามาแนะนำให้รู้จักเฮียฮงแหล่งเงินทุนรายใหญ่ เฮียฮงให้ยืมในวงเงินเต็มที่แต่ต้องทำสัญญาเงินกู้ คุณชายได้ฟังถึงกับตวาดอย่างอารมณ์เสีย

“ทำไมต้องทำสัญญาด้วย เดี๋ยวพอมีก็คืนอยู่ดี เชื่อใจกันบ้าง ผมเป็นใคร?”

“เฮียครับ ผมว่าไม่ต้องให้เซ็นกู้ก็ได้ครับ ระดับหม่อมราชวงศ์พิริยพงษ์”

“นี่เพราะเอ็งนะ ไม่งั้นไม่ให้หรอก” ว่าแล้วเฮียฮงหันไปสั่งสมุนเอาชิปให้คุณชายหนึ่งแสน

สมุนรับทราบแล้วปฏิบัติตามทันที ชัยบดียิ้มเอาใจคุณชาย แต่ลอบส่งสายตาให้เฮียฮงอย่างรู้กัน หลังจากนั้นชัยบดีก็ประกบคุณชายไปอีกทาง ทำทีเป็นเตือนด้วยความหวังดีว่า

“คุณชายครับ ทีหลังถ้าเงินหมดก็เพลาๆบ้างนะครับ ผมช่วยคุณชายไม่ได้บ่อยๆ”

“มีเงินโว้ย แค่ต้องรอหน่อย แสนสองแสน อย่าคิดเป็นบุญคุณ เพราะเดี๋ยวฉันก็คืนให้”

คุณชายพิริยพงษ์เสียงแข็งแล้วเดินหนีไปหาที่เล่น จริยาอยู่ใกล้ได้ยินเต็มสองหู เดินเข้ามาเฉียดชัยบดี

“นี่หมดตัวขนาดต้องยืมเงินบ่อนเลยเหรอ แย่นะ”

“คุณชายพิริยพงษ์น่ะดวงขึ้นๆลงๆครับ แต่ไม่มีปัญหานะครับ ที่นี่เฮียเขาใจดี”

“ใจดีตอนให้ยืม ตอนทวงคงไม่ใจดีล่ะมั้ง เธอล่ะ อยู่ที่นี่เล่นกับเขาบ้างรึเปล่า”

“ไม่หรอกครับ ผมชอบบริการมากกว่า กลัวเล่นแล้วติดใจ เลิกไม่ได้”

“ฟังดูเป็นคนฉลาดนะเนี่ย”

ชัยบดีตีหน้าซื่อแสนดี จริยามองอย่างสนใจ คิดว่าน่าจะคบไว้

ooooooo

พลับพลึงสีชมพู

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด