ตอนที่ 2
พิสิฐโทรศัพท์ถึงน้ำมนต์ เป็นเวลาที่น้ำมนต์เดินลากกระเป๋าใบใหญ่ออกมาตามทางผู้โดยสารขาเข้า พอเสียงมือถือดังเธอก็บ่นว่าเพิ่งเปิดเครื่องก็โทร.มาพอดีเลย เชื่อว่าต้องเป็นลิลลี่แน่ๆ
“เฮ้ย!” น้ำมนต์อุทานเมื่อดูหน้าจอ เตรียมตั้งสติกดรับ “ฮัลโหล...น้ำมนต์ค่ะ”
“โทษทีนะน้ำมนต์ พ่อโทร.หาลิลลี่ไม่ติด ไม่รู้หายไปไหน อยู่ด้วยกันรึเปล่า”
“เปล่าค่ะคุณพ่อ คือเพิ่งแยกกันน่ะค่ะ ตอนนี้น้ำมนต์เพิ่งกลับเมืองไทย” พิสิฐถามว่าแล้วลิลลี่ล่ะ
เมื่อไหร่จะกลับ พ่อรออยู่นะ หรือเขาจะให้พ่อไปรับ “โอ๊ะๆๆ ไม่ค่ะคุณพ่อ คงไม่ต้อง”
“งั้นถ้าติดต่อเขาได้ ก็บอกให้เขาโทร.หาพ่อด้วย ขอบใจนะ”
น้ำมนต์วางสาย ถอนใจพึมพำ “มันไม่เข้าบ้าน จริงๆเหรอเนี่ย...นังเพื่อนตัวดี”
ooooooo
ที่แท้ “นังเพื่อนตัวดี” กำลังถูกใช้ให้ไปขัดห้องน้ำที่โฮมสเตย์อยู่
สโรชาบ่นอุบอิบว่าทำไมต้องเป็นฉันล่ะ ธาราบอกว่าอยู่ด้วยกันก็ต้องช่วยงานกันทุกอย่างสิ พอสโรชา เอาเครื่องขัดห้องน้ำไป ธาราก็ยิ้มสะใจ
“หน็อย...นึกว่าสวยกว่า สาวกว่า แล้วจะทำงานบ้านน้อยกว่าเหรอ ไม่มีทาง อย่าหวังนะว่าหล่อนจะมาเป็นคนโปรดคุณวิศรุตแทนฉันได้”
พอสโรชาขัดห้องน้ำเสร็จเดินปาดเหงื่อออกมาก็เจอธารายืนกอดอกจังก้าอยู่
“เสร็จแล้วเหรอ ขึ้นไปปิดหน้าต่างบนตึกให้หน่อยสิ ปิดทุกบานเลยนะ เพราะช่วงเวลานี้แดดมันแรง คุณวิศรุตน่ะเขาไม่อยากให้เครื่องเรือนไม้โดนแดดส่อง จึงต้องปิดในช่วงเวลานี้ ไปเลย มีไม่กี่สิบบานหรอก”
สโรชาคิดจะหือ แต่พอคิดถึงที่วิศรุตสั่งว่า “ถ้าธาราสั่งให้ทำอะไร ก็เชื่อฟังเขาด้วย” สโรชาก็หยักหน้าเดินไต่บันไดขึ้นชั้นบนไปเพลียๆ ธารายืนมองหัวเราะสมใจ
ขึ้นไปปิดหน้าต่างทีละบาน...ทีละบานใช้แรงดึง จนเอวแทบเคล็ด จนเหลือบไปเห็นรูปถ่ายของแนนซี่ตอนสาวๆตั้งอยู่บนหลังตู้ก็สนใจไปหยิบดู
“สวยจริง หรือจะเป็นแฟนเขา... คุณวิศรุตมีแฟนเป็นฝรั่งเหรอเนี่ย อกหักเลยฉัน”
“ทำอะไรอยู่ ไปยุ่งของเขาทำไม” เสียงธาราทำเอาสโรชาสะดุ้ง ถามว่านี่รูปใคร “รูปผู้หญิงที่คุณวิศรุตรักมาก เขาบอกฉันอย่างนั้นนะ ไม่เคยเห็นตัวจริงหรอก รู้แต่ว่ามีจดหมายมาเป็นครั้งคราว”
สโรชางึมงำว่าคนยุคนี้ยังใช้จดหมายอยู่อีกเหรอ ทำไมไม่คุยสไกป์กัน ไลน์ก็ได้ ธารามองขวับถามว่าเธอพูดภาษาอะไรน่ะ สโรชาอึกอัก เฉไฉว่าภาษาวัยรุ่น อินเตอร์เน็ตน่ะเขาใช้กันทั่วโลกเลยแหละ
“แต่ไม่ใช่ที่นี่...เอ๊ะ นี่ฉันมัวมาเสียเวลาอะไรกับเรื่องไร้สาระเนี่ย วางเลย วางรูปแหม่มที่เดิม แล้วไปเอาไม้กวาดมากวาดพื้นกวาดเสร็จก็ถูซะด้วย ทุกห้องนะ”
สโรชาวางรูป ฟังธาราสั่งงานแล้วจะเป็นลม มองธาราที่เดินลงบันไดไปเซ็งๆ
สโรชาดีใจเมื่อเห็นโทรศัพท์ที่ดีไซน์แบบแอนทีค แต่พอหยิบขึ้นมากดโทร.ออก ปรากฏว่าโทรศัพท์ไม่มีสาย มันเป็นแค่เครื่องประดับไว้โชว์เท่านั้น ขณะกำลังคิดว่าจะติดต่อกับโลกภายนอกได้อย่างไร เสียงธาราก็แว่วเข้ามา
“พลับพลึง...ทำอะไร ไปจ่ายตลาด ช่วยหิ้วของหน่อย”
“ตลาดเหรอ...” สโรชายิ้มดีใจที่จะได้ออกนอกบ้าน
ooooooo
ระหว่างเดินตามหิ้วของให้ธารานั้น สโรชามองหาตู้โทรศัพท์ไปรอบๆ ธาราถามว่ามองหาอะไร เธอสะดุ้งเลยปดไปเรื่อยเปื่อยว่า หาไอติม!
ธาราบ่นว่าไม่ทันไรก็จะกินแล้ว เดี๋ยวซื้อของเสร็จจะซื้อให้กินแท่งหนึ่ง สโรชาขอไปซื้อเองได้ไหมธาราจะได้ไม่เสียเวลา ธาราบอกว่า “ฉันไม่ให้หล่อนถือสตางค์หรอก” สโรชาหน้าจ๋อย มองตู้โทรศัพท์ตาละห้อย...
ooooooo
ซื้อของเสร็จ ธาราซื้อไอติมกินกันคนละแท่งพากันขึ้นสามล้อนั่งเบียดกันเนื้อแทบปลิ้นของมากมายที่ธาราซื้อมา มีทั้งข้าวสาร น้ำตาล พริกแห้ง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด หอม กระเทียมและหมู สโชราหิ้วจนตัวเอียงบ่น “หนักชะมัด”
“ได้ไอติมแท่งนึงยังจะบ่น จะบอกให้ว่าของพวกนี้สำคัญมากสำหรับโฮมสเตย์เรา” สโรชาถามว่าไหนว่าคนที่มาพักส่วนใหญ่เป็นฝรั่ง “ก็พวกเป็นฝรั่งสิ เราถึงต้องตำน้ำพริกแกงเอง จะได้เผ็ดน้อยๆ อีกอย่างนึงนะ พริก กะปิ หอม กระเทียม ข่าตะไคร้ ผิวมะกรูด สมุนไพรสดๆพวกนี้มันเป็นของแปลกสำหรับชาวต่างชาติ พวกเขาชอบมาดูตอนเราทำ”
“ทำให้เขาดูด้วยเหรอ ตื่นเต้นจัง ฉันจะได้ดูด้วย”
“ดูอะไร ฉันจะให้เธอมาช่วยทำย่ะ เป็นลูกมือหยิบจับสับหั่นเก็บล้างตำโขลกยกข้าวยกของ” สโรชาบ่นอุบอิบว่าใช้จัง แต่พอธาราหันถามว่าอะไรนะ! สโรชายิ้มประจบบอกว่า ใช้ได้จ้ะ “ถ้าใช้ได้ งั้นไปเก็บผักให้หน่อย ฉันไม่อยากออกไปโดนแดด ผิวเสียหมดแล้ว”
“ไปเก็บผัก? ที่ไหน?”
“ออกครัวไปนะ เลี้ยวซ้ายก็จะเห็นโค้งหลังคาเรือนผัก เข้าไปหาคุณวิศรุต ไปเอามะเขือเทศ แตงกวา แล้วก็ผักสลัด”
สโรชาพึมพำว่านึกว่าคุณวิศรุตไปทำงานแล้วเสียอีก “กลับมาแล้วล่ะ เห็นรถจอดอยู่ คุณวิศรุตเขาต้องเข้าไปดูผักของเขาแทบทุกวัน หล่อนรีบไปเอาผัก อย่ามัวเจ๋อคุยกับคุณวิศรุตนานล่ะ เข้าใจไหม”
ธาราทั้งอยากใช้ทั้งกันท่า สโรชารับคำ กอดตะกร้าเดินไปตามทางที่ธาราบอก
ooooooo
วิศรุตอยู่ที่เรือนผักกับป้าหวานที่เอาปลามาให้ วิศรุตจึงเอาผักให้ตอบแทน ป้าหวานโอ้เอ้บอกว่าอยากปลูกผักแบบนี้บ้าง ต้องมีสตางค์สักเท่าไหร่ถึงจะทำอย่างนี้ได้
วิศรุตบอกว่าถ้าอยากปลูกผักแบบนี้ก็ให้ริชาร์ดกับจอห์นนี่สอนให้ถ้าทำไหวก็มาคุยกันเผื่อช่วยกันได้ ป้าหวานตื่นเต้นบอกว่าตนไม่อยากไปรับจ้างดายหญ้าก้มๆเงยๆ หลังไหล่ไม่ไหวแล้ว
ไอ้จ้อนหรือจอห์นนี่กับไอ้ริดหรือริชาร์ด พากันแซวว่า เลยต้องซัดน้ำยอดข้าว เข้าไปดมทำหน้าเบ้บอกว่าหอมหึ่งเลย ป้าหวานทำหน้าง้ำบอกว่าก็กินแล้วมันมีแรงนี่หว่า
“ไม่กินจะดีกว่านะครับป้า เหล้าน่ะไม่ดีกับตับ แล้วตับเราก็มีอยู่อันเดียว เสียแล้วซ่อมไม่ได้”
“จ้ะๆ ไม่เอาล่ะโดนคนหล่อต่อว่า กลับบ้านดีกว่า ขอให้เจริญๆนะ ให้โฮมกะเตงมีแขกเยอะๆ ได้ถีบเยอะๆ”
“เขาเรียกทิปจ้ะป้า” วิศรุตยิ้มๆ ป้าหวานหันมาบอกว่าให้เขาได้ทิป แต่ไอ้สองตัวนั่นได้ถีบก็แล้วกัน
ooooooo
ป้าหวานยิ้มกริ่มหน้ากรึ่ม ถือผักที่วิศรุตให้เดินออกจากเรือนผัก สโรชาที่เดินเปรี้ยวแกว่งตะกร้ามาพอเห็นป้าหวานก็ทำสงบเสงี่ยม เดินไหล่ห่อหน้าซื่อเข้าไปในเรือนผัก ป้าหวานเหล่ พึมพำ
“สงสัยลูกจ้างใหม่ หน้าตาดีเสียด้วย”
สโรชาเดินเข้าไปในเรือนผัก โต๊ะผักไร้ดินยกสูงระดับเอว เธอเอื้อมมือจับใบผักจะยกขึ้นดู วิศรุตก็ลุกพรวดขึ้น สโรชาตกใจ วิศรุตถามว่ามาทำไม เธอบอกว่าธาราให้มาเก็บผักไปทำสลัด รำพึงทึ่งว่า
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าเมืองไทยก็...” หยุดกึกนึกได้เปลี่ยนเป็นว่า “กรุงเทพฯจะมีอะไรแปลกๆแบบนี้ ไม่ต้องมีดิน ผักก็งอกได้ ที่บ้านฉันไม่มี”
สโรชาสนใจถามว่าปลูกยากไหม ต้องมีสตางค์เท่าไหร่ถึงจะปลูกได้ แล้วขายดีไหม วิศรุตถามว่าอยากมาช่วยไหม วันหลังจะสอนให้ บอกว่าตอนนี้อยากได้ต้นไหนเลือกเอาเลย
ริชาร์ดกับจอห์นนี่ที่คนน้ำหมักจุลินทรีย์ในถังพลาสติก อยู่ มองวิศรุตกับสโรชาคุยกัน ริชาร์ดซุบซิบถามว่า
“ทำไมป้าหวานให้มาหัดกับเรา แต่พอเป็นพลับพลึงจะสอนเองวะ”
“นั่นสิ หรือเขาจะให้เราจีบป้าหวานวะ” จอห์นนี่เขม้นมอง ริชาร์ดสงสัยว่าหรือวิศรุตชอบพลับพลึง “แต่ดูๆ พลับพลึงก็ชอบคุณวิศรุตนะ”
ทั้งสองสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ๆ รากผักก้อนหนึ่งก็ปลิวมาลงที่หัวริชาร์ด อีกก้อนกระเด็นมาที่หัวจอห์นนี่ แม่นฉมังราวกับจับวาง!
ooooooo
สโรชากลับมาที่ครัวพร้อมผักในตะกร้า ธาราถามอย่างจับผิดว่าทำไมหายไปเสียนาน สโรชาบอกว่าวิศรุตชวนคุย ฟังแล้วอยากไปปลูกผักที่บ้านมั่ง
“ที่ร้อยเอ็ดน่ะเหรอ ต่างจังหวัดที่ดินเยอะแยะ ไม่เห็นต้องมายกโต๊ะต่อท่อน้ำให้วุ่นวาย...หยิบชามแก้วให้หน่อย” ธาราสั่งจะเอามาใส่น้ำสลัด
ธาราถามว่าคิดจะปลูกผักที่บ้านเกิดแล้วติดต่อใครที่บ้านบ้างไหม สโรชาส่ายหัวก้มหน้าหลบตา พูดงึมงำ
“ถ้ากลับไปตัวเปล่า ไม่ได้ประสบการณ์ชีวิตดีๆ คือหมายถึงถ้าไม่มีตังค์น่ะ มันอายเขา” ธาราถามว่าแล้วจะเอาตังค์จากไหน คิดว่าอาศัยเขาอยู่แล้วเขาจะให้เงินเดือนสักเท่าไหร่ “แล้ว...ธาราทำงานบ้านแบบนี้ไม่มีเงินเดือนเหรอ”
ธาราบอกว่ามีแต่ไม่มาก พอสโรชาถามซอกแซกก็ถามว่าหลอกถามจะปล้นกันรึไง สโรชาบอกว่าก็แค่อยากรู้
“เธอนี่จริงๆหน้าตาดูไม่บ้านนอกเลยนะ หมดจด สดสะอาด...”
“ขายได้เลยทีเดียวแหละ” เสียงสุทิศแทรกเข้ามา ธาราหันด่าไอ้ลามกมาถึงก็ปากเสีย “ไม่ใช่อย่างนั้น ผมหมายถึงว่า เธอน่ะ หน้าตาดี ไปยืนเป็นพนักงานขายได้เลย” สุทิศกะล่อนจับไม่ติด ประพันธ์ตามมาติดๆ เก๊กหล่อป้อสาวตามเคยผสมโรงว่า
“จริงครับ หน้าตาดีน่ะมีชัยไปกว่าครึ่ง ผมถึงได้เป็นสุดยอดเซลส์ ขายอะไรก็ขายได้ขายดี คารมเป็นต่อแต่รูปหล่อด้วยนะ เป็นผู้จัดการฝ่ายขายครับ” สุทิศดักคอว่าทำไมกลับบ้านเร็ววันนี้ไม่ไปขายอะไรรึไง ธาราพูดอย่างรู้ทันว่ามันจะมาขายขนมจีบแถวนี้น่ะสิ
พอดีวิศรุตเข้ามา ทั้งสามกำลังต่อปากต่อคำขัดคอกันอยู่ถึงกับแตกกระเจิง วิศรุตชูพวงปลาที่ป้าหวานให้ไปตรงหน้าสโรชา บอกว่าเมื่อกี้ลืมให้ถือมา สโรชามองพวงปลาแหยงๆ
“รับสิพลับพลึง ทำปลาเป็นไหม” สโรชายังมองแหยงๆ ประพันธ์อาสาจะทำให้ “อย่าเลย ให้ผู้หญิงเขาทำ ทำไม่เป็นก็ต้องหัด ถ้าจะอยู่ด้วยกันต้องทำได้”
สโรชาจึงค่อยๆรับพวงปลาตาปริบๆ พอวิศรุตออกไป ธาราถามเย้ยประพันธ์ว่า
“ไงล่ะ พ่อค้าขนมจีบ ถ้าอยากช่วยนะ มาตำเครื่องน้ำจิ้ม ไปหยิบครกมาซิ” แต่พอหันมองทั้งประพันธ์และสุทิศหายไปหมดแล้วเลยทำเอง ทำไปบ่นไป “หายไปหมดเลย ช่างมัน พลับพลึงมาทำปลา ล้าง ควักไส้”
สโรชามองพวงปลาที่เกี่ยวนิ้วอยู่ ทำหน้าแหยๆ รีบเอาไปวางในอ่าง
ooooooo
อาหารมื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษ วิศรุตชมว่าอร่อยมาก บอกธาราว่านี่ถ้าเราจัดโต๊ะริมน้ำเพิ่มสักโต๊ะ ประดับคบไฟตามทางเดินน่าจะดี สโรชาฟังแล้วกระซิบกับสุทิศว่า แค่คิดว่าจะมีแขกมาพักเยอะๆก็สนุกแล้ว
วิศรุตได้ยินถามว่าไม่คิดถึงบ้านเลยใช่ไหม ธาราลอยหน้าพูดเหน็บว่า
“แม่คนนี้เขาบอกว่าเขาจะทำงานเก็บตังค์เป็นเศรษฐินีก่อน”
วิศรุตถามว่าเธอคิดจะอยู่ที่นี่นานไหม จะได้ให้ธาราสอนงานบ้านงานครัวให้เต็มที่ สุทิศกับประพันธ์เสนอตัวจะสอนงานบริการและงานขายให้ ทั้งสุทิศและประพันธ์ต่างคุยเขื่องข่มกันไปมาจนสโรชาขำ ธาราดักคอประพันธ์อย่างรู้ไต๋ว่าสินค้าเก่าที่ขายไม่ออกน่ะไม่ทิ้งก็บริจาคเสียบ้าง สุทิศแฉว่า
“มันเอาไว้แจกสาว สวยมากก็ได้รุ่นหรูๆ สวยน้อยก็ได้ของมือสอง” สโรชาจับต้นชนปลายไม่ถูกถามว่าแจกรถยนต์หรือ “โทรศัพท์มือถือครับพร้อมซิมเลยนะ ไอ้นี่มันแผนสูงจะได้มีเบอร์สาวที่มันชอบ”
พอสโรชาได้ยินว่าแจกโทรศัพท์ก็ตื่นเต้นตาโต ประพันธ์ถามว่าอยากได้มั่งไหมล่ะ สโรชารีบพยักหน้า วิศรุตกระแอมจ้องดุๆ สโรชาเลยก้มหน้าจ๋อย ธาราบอกให้เก็บจานต่อ ทุกคนจะได้ไปพักผ่อน
วิศรุตเดินไปหยิบหนังสือแยกไปทางระเบียง ประพันธ์รีบกระซิบถามสโรชาว่า “อยากได้รุ่นไหนครับ...” วิศรุตที่จับตาสังเกตอยู่มองประพันธ์ทันที สุทิศแอบเห็นพอดี
แล้วคืนนี้ ประพันธ์ก็แอบเอาโทรศัพท์รุ่นเก่าราคาถูกมาให้สโรชา พูดอย่างไว้ฟอร์มว่า เธอใช้รุ่นนี้ดีแล้วเพราะใช้ของแพงๆมันอันตราย สโรชาถามว่าแถมซิม ด้วยหรือเปล่า ประพันธ์เอาซิมให้บอกว่าในนี้มีเงินอยู่ห้าสิบบาทโทร.ได้นิดหน่อย
สโรชาดีใจมากรับโทรศัพท์ยิ้มแป้นรีบกลับไปทางห้องพัก ห่างออกไปวิศรุตแอบมองอยู่ เห็นสีหน้าสโรชาเต็มตา เขาไม่รู้ว่าประพันธ์ให้อะไรสโรชาแต่รู้สึกห่วงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ooooooo
สโรชาเข้าห้องก็รีบโทร.หาน้ำมนต์ทันที พอปลายสายรับก็ทักอย่างตื่นเต้น น้ำมนต์ถามสโรชาว่าอยู่ไหน แล้วก็งงเมื่อปลายสายเงียบ
เพราะวิศรุตมาเคาะประตูเรียก สโรชาเปิดประตูให้ เขาเดินเข้ามาแต่เปิดประตูค้างไว้อย่างนั้น เขามองโทรศัพท์ในมือ สโรชารีบบอกว่าประพันธ์ให้ ถามว่าเขามีอะไรจะใช้ตนหรือเปล่า วิศรุตบอกว่าไม่ได้ใช้อะไร แต่เอานี่มาให้ พลางยื่นหนังสือคู่มือปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ให้ บอกว่าเป็นความรู้เบื้องต้น
วิศรุตถามว่าห้องอยู่ได้ไหม เธอรีบบอกว่าสบาย ...สบายกว่าที่เคยอยู่เยอะเลย
“ฉันจำได้ว่าเธอบอกว่าเคยขายของที่ตลาด” สโรชางงไม่รู้ว่าบอกตอนไหน “ถ้าที่นี่มีแขกมาพัก เธอคงจะช่วยรับแขกได้” สโรชาบอกว่าได้ตนชอบพบปะผู้คน วิศรุตเผลอมองสโรชาที่ยิ้มสดใส แล้วยิ้มเก้อๆ ไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เลยบอก “ฝันดีนะ” ทำเอาสโรชางง แต่ก็ชอบที่วิศรุตใส่ใจตน พึมพำปลื้ม “หล่อนัก...เดี๋ยวจับปล้ำซะหรอก”
น้ำมนต์รอฟังอยู่ได้ยินเต็มๆ ตะโกนถาม “แกจะปล้ำใครไอ้ลิลลี่” ทำเอาสโรชาสะดุ้งโหยงถามว่าตะโกนทำไมวะ?
“ก็แกโทร.หาฉันแล้วทำไมไม่พูดต่อ ฉันรออยู่ นั่นแกอยู่ไหน ไปอยู่กับใคร ทำอะไร ทำไมไม่กลับบ้าน บอกมานะ รู้รึเปล่าว่าป๊าแกตามหาแกให้ควั่ก เขาจะบินไปรับแกที่แอลเอเลยนะเว้ย” พอน้ำมนต์หยุดหายใจ สโรชารีบถามว่าจบคำถามหรือยัง “ยัง...โทรศัพท์แกหายไปไหน นี่เอาเบอร์ผู้ชายที่ไหนโทร. แล้วเมื่อกี๊แกจะปล้ำใคร”
“ถามจบแล้วใช่ไหม ฉันจะได้ตอบ ฟังนะ...ฉันเจอชายในฝัน...แบบที่ไม่อยากตื่นเลย” สโรชาหัวเราะคิกคัก พอนึกได้ก็รีบปิดปากตัวเองกลัวเสียงลอดออกไป
พอรู้พิกัดที่อยู่โฮมสเตย์ที่สโรชาอยู่ น้ำมนต์ก็จะไปหา สโรชาตกใจรีบเบรกว่า ให้มาใกล้ๆแถวนี้แล้วโทร.บอก ตนสะดวกจะออกไปหาเอง
“รีบๆออกมาเถอะน่า ฉันอยากรู้เรื่องชายในฝันของแกจะแย่แล้ว รีบออกมาก่อนที่เงินในโทรศัพท์แกจะหมด บอกจุดนัดหมายมา ฉันจะรอ” แต่ก็ย้ำดักคอว่า อย่าให้รอถึงค่ำล่ะ
ooooooo
น้ำมนต์มารออยู่นาน โทร.ถามเป็นระยะเพราะสโรชาถูกธาราใช้งานไม่ได้หยุด ส่วนตัวเองแต่งตัวสวยขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านเพราะปลายเดือนต้องเอาเงินส่งไปบ้าน
พอสโรชาออกไปพบน้ำมนต์ก็เข้าไปนั่งคุยกันในรถ พอเล่าเรื่องของตนให้ฟัง น้ำมนต์ถามว่าจะอยู่เป็นสาวใช้หลอกเขาไปอย่างนี้หรือ สโรชาบอกว่ามันเป็นเรื่องตกกระไดพลอยโจน น้ำมนต์เป็นห่วงที่เพื่อนจะอยู่ในแวดล้อมของผู้ชายห้าคนกับกะเทยอีกหนึ่ง แต่ที่สำคัญคือเธอมีใจให้เจ้าของบ้านเสียด้วย ถามว่าแล้วถ้าต่อไปเจ้าของบ้านรู้เข้าจะว่ายังไง
สโรชาคิดหนัก แต่ก็ขอแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปทีละวันดีกว่า บางทีการวางแผนไปเสียหมด ชีวิตอาจไม่สนุกก็ได้
น้ำมนต์หว่านล้อมจนสโรชายอมจะไปพบพิสิฐ เธอแปลงกายเป็นสโรชาที่ปากแดงแช้ด สวย เปรี้ยว ไฮโซ ในพริบตา
วันเดียวกันนี้ วิศรุตไปพบพิสิฐเสนอแผนเชื่อมต่อระหว่างโรงแรมห้าดาวกับโฮมสเตย์เล็กๆ เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในอีกรูปแบบหนึ่ง พิสิฐพอใจไอเดียของเขามาก บอกว่าต่อไปให้ติดต่อกับฝ่ายการตลาดของตนได้เลย
วิศรุตคุยเสร็จเดินออกมา สวนกับสโรชาที่เดินเชิดเข้าไป เขามองแว่บหนึ่งอย่างไม่สนใจนัก
พอสโรชาเข้าไปในโรงแรม เธอตรงไปที่หน้าห้องพิสิฐ นวลเลขาของพิสิฐเห็นเข้า ร้องทักอย่างดีใจ
“คุณหนูลิลลี่! คุณหนูลิลลี่กลับมาจากอเมริกาเมื่อไหร่คะ?”
สโรชาจุ๊ปากห้าม หลิ่วตาให้นวล แล้วเดินเชิดตรงไปที่ประตู เปิดเข้าไป
ooooooo
พิสิฐดีใจมากกอดหอมลูกสาวซ้ายขวา...ซ้ายขวา ในขณะที่สโรชาก็ดราม่าได้เนียน แต่พอพิสิฐถามว่าแล้วข้าวของอยู่ไหน มาตั้งแต่เมื่อไร บินไฟลท์ไหน มองหน้าบอกว่าพ่อได้กลิ่นตุ่ยๆ มีอะไรไหมเรื่องดีหรือไม่ดี
“สมเป็นป๊าของลิลลี่จริงๆเลย ลิลลี่มีเรื่องจะเล่าให้ฟังค่ะ” เธออ้อนพ่อแต่แววตาเจ้าเล่ห์
เวลาเดียวกัน วิศรุตไปนั่งที่ร้านกาแฟ น้ำมนต์นั่งรอสโรชาอยู่เห็นหล่อดีเลยแอบถ่ายรูปไว้
ฟังสโรชาเล่าเหตุการณ์นับแต่กลับมาให้ฟังแล้ว พิสิฐทำท่าจะหัวใจวาย ยิ่งเมื่อรู้ว่าไปหลบอยู่บ้านผู้ชายอีก ถามว่าชื่ออะไรนะ พอเธอบอกว่าชื่อวิศรุต พิสิฐ
ส่ายหน้าว่าชื่อนี้อีกแล้ว ชื่อโหลจริงๆ ถามว่าแล้วนามสกุลอะไร เธอบอกว่าไม่รู้ แต่อยู่บ้านนั้นแล้วสนุกดี ตนชอบ มีอะไรให้เรียนรู้เยอะแยะเลย
“ก็เรียนจบแล้วจะเรียนอะไรอีก กลับมาทำงานของเราได้แล้ว ป๊ายังมีโครงการจะขยายอะไรอีกเยอะแยะ ลูกต้องมารับช่วงต่อ ไม่งั้นป๊าจะเกษียณได้ยังไง”
สโรชาต่อรองว่าให้ตนได้ใช้ชีวิตอิสระอีกสักสองสามเดือน พิสิฐบอกไม่ได้ต้องกลับมาเดี๋ยวนี้ ป๊าเหนื่อย
สโรชาต่อรองจนพิสิฐยอมให้เดือนเดียว แต่ระหว่างนี้ถ้ามีงานสำคัญจะเรียกตัวด่วน
“บอกล่วงหน้า 24 ชั่วโมงแล้วให้ไอ้น้ำมนต์ไปรับลูกมาเลย” พิสิฐถามว่าน้ำมนต์รู้เห็นเป็นใจด้วยใช่ไหม “อย่าไปว่ามันนะพ่อ มันเพิ่งรู้ตะกี๊นี้แหละ”
พิสิฐมองหน้าลูกสาวสุดที่รักอย่างเหนื่อยใจหมดแรงที่จะเถียงด้วย สโรชาดูออกว่าพ่อตามใจก็โผกอดหอมแก้มฟอด
พอออกมาหาน้ำมนต์บอกว่าถ้าป๊ามีอะไรด่วนให้บอกเธอและให้เธอมารับตนในทันใด น้ำมนต์บ่นว่าไม่ได้ใกล้เลยนะ สโรชายิ้มประจบ น้ำมนต์บอกว่าอยากเห็นจริงๆ ว่านายวิศรุตที่ว่านี่หล่อสักขนาดไหน
น้ำมนต์เอารูปที่แอบถ่ายวิศรุตให้ดู ถามว่าหล่อเท่าคนนี้ไหม สโรชาบอกว่าใช่เลย คนนี้แหละคุณวิศรุต
“โอ้โห...เป็นไง โชคชะตาฟ้าลิขิต ถ้าหล่อขนาดนี้ จัดไป จะให้ช่วยอะไรให้บอก”
ooooooo
กลับมาถึงโฮมสเตย์ สโรชาวิ่งเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้แทบไม่ทันเพราะฝนจะตกแล้ว ธาราวิ่งมาช่วยเก็บถามว่ามัวหลับอยู่รึไงถึงเพิ่งออกมา
เก็บผ้าเสร็จ สโรชาไปทำห้องพักแขก ทำไปพูดไปอย่างเพลิดเพลิน
“งานง่ายๆ สบายมาก Very easy , anybody can do” หันไปเห็นวิศรุตยืนมองอยู่ก็ตกใจแต่รีบยิ้ม วิศรุตชมว่าเก่ง สโรชาตอบเหนียมๆว่าก็เคยทำบ่อย เขาบอกว่าหมายถึงภาษาอังกฤษ “อ๋อ...ก็...แหมศัพท์ง่ายๆ เรียนตั้งแต่ ป.สาม”
“พรุ่งนี้เย็นแขกจะเข้ามาพัก แต่ฉันต้องไปข้างนอกอีก ถ้ากลับช้า เธอดูแลนะ”
สโรชารับคำอย่างร่าเริง แต่พอจะเดินออกไปก็จ๊ะกันไปมาหลายรอบ จนสุดท้ายวิศรุตหยุดเธอจึงเบี่ยงตัวออกไป วิศรุตมองตามยิ้มอย่างเอ็นดู
เช้านี้สโรชาเอาอาหารเช้ามาให้ขณะวิศรุตนั่งดูหนังสือพิมพ์พลางลูบหัวแหวนที่นิ้วตัวเอง
“อรุณสวัสดิ์ค่ะเจ้านาย” วิศรุตสะดุ้งมองอาหารเช้าในถาดที่สโรชายกมาถามว่าเอามาให้ตนกินหรือ “ค่ะ อาหารเช้าสำคัญต่อสุขภาพ กินกาแฟ จะไม่มีสารอาหารไปเลี้ยงสมอง กินเถอะค่ะ นิดนึงก็ยังดี แค่ขนมปังไข่ดาว”
วิศรุตถามว่าเธอทำเองหรือ ชมว่าเก่ง ไข่สวยเชียว
“ขอบคุณค่ะเจ้านาย” สโรชายิ้มปลื้ม
“ใครสอนให้เธอเรียกอย่างนี้... อย่าเรียกอย่างนี้อีก ฉันไม่ชอบอะไรที่เจ้ายศเจ้าอย่าง เธออยู่กับฉันทำงานให้ฉันเหมือนคนอื่นๆ มาอยู่เป็นเพื่อนฉัน แค่นี้เราก็ได้แลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันแล้ว ฉันอยากใช้ชีวิตแบบคนมีเพื่อน ไม่ใช่คนแปลกถิ่น หลงอยู่ในโลกนี้คนเดียว”
“โห...ฟังดูเหงาจัง...น่าสงสาร”
“ไม่ต้องมาสงสารฉันหรอกพลับพลึง” วิศรุตกินอาหารหมดแล้วดื่มน้ำส้มแก้วเล็กจนหมด
สโรชาชมว่าดีมาก แขกมาตนจะทำไข่ดาวแบบนี้ให้ วิศรุตบอกให้ลองดู แต่ตนต้องไปสอนหนังสือ สอนภาษาอังกฤษ ถามว่าอยากเรียนบ้างไหม ไว้จะฝึกให้ เอาประโยคง่ายๆ สโรชาทำเสียงขี้เล่นว่า “โอเคซิกาแร็ตค่ะ” ทำเอาวิศรุตหัวเราะขำ หยิบหนังสือภาษาอังกฤษสั่งก่อนเดินไปว่าตั้งใจทำงานให้ดี บ่ายๆจะกลับมา จะมีแขกเข้าสองคนเตรียมห้องด้วย
“ok, I’ll do my best. honey. Don’t worry” สโรชาชะเง้อมองตามวิศรุตอย่างร่าเริง ธาราถามว่าชะเง้ออะไร มาเห็นวิศรุตกินอาหารหมดก็ร้องว่าหมดเกลี้ยงเลยหรือ เมื่อก่อนตนทำให้ ไม่เคยแล ค้อนใส่ขวางๆ สโรชายิ้มแป้นภูมิใจ๊...ภูมิใจ
ooooooo
ที่สถาบันภาษา วิศรุตเดินเร็วๆเข้ามาผ่านเคาน์เตอร์ เห็น ม.ร.ว.หญิงประสงค์สม ยืนเก้ๆกังๆก้มหน้าเหมือนไม่มั่นใจตัวเอง วิศรุตหยุดถามว่ามีอะไรให้ช่วยไหม
หญิงประสงค์สมที่กำลังไม่มั่นใจ ก็กลายเป็น ประหม่าจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นหนุ่มหล่อบาดใจมาถาม วิศรุตเห็นแผ่นพับในมือถามว่ามาสมัครเรียนหรือเปล่า พอหญิงประสงค์สมพยักหน้า วิศรุตเรียกเจ้าหน้าที่ด้านในให้มารับนักเรียนใหม่ ค้อมให้หญิงประสงค์สมอย่างสุภาพแล้วเดินจากไป
หญิงประสงค์สมแอบมองตามวิศรุตแล้วจึงหันฟังเจ้าหน้าที่อธิบายหลักสูตรและตารางเรียน
เมื่อมาเข้าชั้นเรียน วิศรุตกำลังแนะนำตัวเองและทำแบบทดสอบอยู่ หันเชิญหญิงประสงค์สมไปนั่งยังที่ว่าง หญิงสวมเฮดโฟนเข้าไปนั่ง แอบมองวิศรุตเป็นระยะอย่างถูกใจ...
ฝ่ายสโรชาอยู่ที่โฮมสเตย์ เข้าไปซ้อมกล่าวต้อนรับแขกในห้องพักแขก ธาราผ่านมาได้ยินเข้ามาถามว่าเสียงฝรั่งที่ไหน สโรชาทำไขสือบอกว่าเสียงโทรทัศน์ต่างหากตนมาเช็กดูว่าใช้ได้ไหมและกำลังจะออกไป ธาราตรวจที่นอนชมว่าปูได้ตึงดี สโรชาบอกว่าเคยอยู่โรงเรียนประจำทุกคนต้องทำเอง
พอธาราถามว่าที่บ้านนอกน่ะเหรอ สโรชาก็รีบเปลี่ยนเรื่องถามว่าจะให้ตนไปกวาดใบไม้อีกไหม ธาราบอกไม่ต้องแต่ตนต้องออกไปซื้อของเพราะกระดาษทิชชูหมดสต๊อก แต่แขกกำลังจะมาเป็นฝรั่งเสียด้วยสโรชาก็คงพูดกับเขาไม่รู้เรื่อง
“งั้นฉันออกไปซื้อของให้ไหม ฉันไปถูก” สโรชาอาสา ธาราควักเงินร้อยบาทให้ไปซื้อทิชชูแทน สโรชาดีใจมากที่จะได้ไปตลาด เอากระเป๋าสตางค์ตัวเองที่มีเงินทั้งแบงก์พันแบงก์ห้าร้อยอยู่จำนวนหนึ่ง กะจะชมตลาดให้สนุกไปเลย
สโรชาไปซื้อทิชชูแล้วยังซื้อพิมพ์วงกลมสำหรับทำแพนเค้กแบบที่เป็นรูปหัวใจ ซื้อน้ำผึ้ง ไอซิ่ง ล้วนแต่เอาเงินของตัวเองตั้งใจจะทำให้โฮมสเตย์เล็กๆ มีเสน่ห์ดึงดูดแขกมาพักแทนที่จะไปโรงแรมหรูแบบของป๊า
กลับมาไม่ทันไรฝรั่งสองคนสามีภรรยาก็มาถึง ธาราบ่นว่ายังไม่ถึงเวลาเช็กอินเลยมาแล้ว แล้วรีบออกไปกล่าวต้อนรับด้วยด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงไทยอย่างมั่นใจ เมื่อสโรชาเอาเวลคัมดริ๊งก์มาให้ ทั้งสองรับไปดื่มถามว่าอะไร สโรชาอธิบายพลางชี้รูปให้ดู ครู่หนึ่งธาราถือช่อดอกแก้วกับบูเก้เล็กๆมา มองสงสัย ถามสโรชาว่าคุยอะไรกับแขก
“ไม่รู้ค่ะ หัวเราะไปเรื่อยๆ ต้องถ่วงเวลาไหมคะยังไม่ได้เวลาเช็กอินเลย” ธาราไม่ตอบแต่เชิญแขกไปห้องและสั่งสโรชาให้หิ้วกระเป๋าตามไป สโรชาทั้งหิ้วและลากกระเป๋าออกแรง อึ๊ดๆๆ เซแท่ดๆตามไป
ooooooo
หญิงประสงค์สมเรียนเสร็จพยายามมองตามดูว่าวิศรุตจะไปทางไหน แต่ถูกผู้คนเดินผ่านไปมาจนคลาดสายตา จึงมาหาอุทัยข้าหลวงหญิงวัยสาวที่รอรับอยู่ อุทัยปฏิเสธชายสองคนที่จะมาติดต่อขอซื้อที่ดินแล้วพาหญิงประสงค์สมไปขึ้นรถ
เมื่อมาถึงวังเทวาสถิตย์ พระองค์หญิงชายาของพระองค์เจ้ามรุพงษ์ประพัฒน์ผู้วายชนม์ไปแล้ว บอกทิวากับราตรีที่นั่งพัดและนวดอยู่ว่าพวกนายหน้ามาติดต่อซื้อที่ดินไม่ต้องให้เข้า ไล่ไปให้หมด ติดป้ายประกาศไว้แล้วว่าไม่ขายยังอยากได้อีก
ทิวาบอกว่าวันนี้มาสองรายแล้ว อัศดงบอกว่าไปหมดแล้วและคุณหญิงประสงค์สมกลับมาแล้ว พระองค์หญิงถามอย่างมีเมตตาว่าไปเรียนเป็นอย่างไรบ้าง หญิงประสงค์สมเรียนท่านว่า “ได้เรียนเพคะท่านย่า”
“มันก็ต้องอย่างนั้นสิ เรากำสตางค์ไปสมัคร ไม่ได้ไปขอเขาเรียนเปล่าๆ...นี่ถ้าไม่ป่วยตอนเขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันป่านนี้ก็ใกล้จบแล้ว แต่เอาเถอะ ขยันๆ เรียนภาษาให้เก่งๆ ถ้าอยากเรียนต่อก็จะได้ง่ายขึ้น...หรืออย่างน้อยก็จะได้ไม่คร่ำครึอยู่แต่ในวัง เกิดเป็นผู้หญิงน่ะควรจะเรียนให้มาก จะได้มีปัญญาทำมาหากิน แล้วก็ไม่โง่ให้ผู้ชายหลอกได้”
หญิงประสงค์สมมองตามท่านย่าที่ลุกไป ในใจนึกสงสารเพราะรู้ว่าประโยคท้ายท่านไม่ได้ทรงหมายถึงตน
พระองค์หญิงวิสุทธิโสภีมาหยุดที่ห้องท่านหญิงกิรติโสภณ มองรูปวาดของท่านหญิงที่แม้จะเก่าแต่ก็เก็บรักษาไว้อย่างดี น้ำพระเนตรคลอ กะพริบเนตรไม่ให้ไหล ถอนพระทัยยาว...
ทิวากับราตรียืนสำรวมรอรับใช้พระองค์หญิงอยู่มุมหนึ่ง ทิวารำพึงว่าพระองค์หญิงเสด็จเข้าห้องนั้นอีกแล้ว เข้าไปทีไรออกมาพระพักตร์หมองทุกที ราตรีถามว่า จริงหรือเปล่านะที่พวกแม่แกในครัวเล่าว่า พระธิดาหายไปทั้งๆที่ท้องไม่มีพ่อ?
ทิวาปิดปากเพื่อนไม่ให้พูดเพราะเรื่องนี้ไม่ดีต่อชื่อเสียงของวัง ราตรีบอกว่าไม่พูด แต่เชื่อว่ารุ่นคุณหญิงประสงค์สมไม่มีทางทำเสื่อมเสียแบบนั้น
พิริยพงษ์ ไกวัล เป็นพี่ชายของ คุณหญิงประสงค์สม ไกวัล ทั้งสองเป็นหลานย่าลูกของพระญาติที่พระองค์หญิงขอมาเลี้ยง สองพี่น้องนิสัยต่างกัน พิริยพงษ์ทำตัวเป็นหนุ่มเก๋เพลย์บอย แต่หญิงประสงค์สมเรียบร้อยอ่อนหวานเชื่อคนง่ายและเก็บกดเพราะถูกเลี้ยงอยู่ในกรอบ
พิริยพงษ์บอกหญิงประสงค์สมว่า “เราสองคนต้องเตรียมตัวเพื่ออนาคตบ้าง ไม่ใช่จะรอพึ่งใบบุญท่านย่า หลานแท้ๆก็ไม่ใช่” หญิงประสงค์สมติงว่าถึงไม่ใช่ท่านก็ทรงเลี้ยงเราสองคนจะเรียนอะไรท่านก็สนับสนุนอีกหน่อยหญิงเรียนจบก็จะได้ทำงานทำการ พิริยพงษ์ถามว่า “เกิดมาบนกองเงินกองทอง ยังจะดิ้นไปแบกกระสอบข้าวสารให้หนักทำไม เราต้องทำให้กองเงินกองทองมันงอกเงยขึ้นมาเป็นของเราสิ พูดยังไงน้องก็คงยังไม่เข้าใจ เอาไว้พี่ชายจะทำให้ดู”
ooooooo
เมื่อวิศรุตกลับมา เขาต้อนรับฝรั่งทั้งสอง พูด คุยกันอย่างสนิทสนม สโรชาเอาอาหารมาเสิร์ฟพูดบ้างเป็นบางคำ วิศรุตฟังแล้วกระซิบบอกว่าวันหลังจะสอนพูดภาษาอังกฤษให้ชัดๆ
ขณะสโรชากำลังสนุกกับงานที่โฮมสเตย์ สุขใจที่ได้อยู่ใกล้หนุ่มหล่อใจดีนั้น ก็ถูกพิสิฐให้น้ำมนต์โทร.ตาม
น้ำมนต์ไปรอสโรชาที่จุดนัดพบ พอดีประพันธ์ขับรถบุโรทั่งไปยางแตก แม่แรงก็ไม่มี เห็นรถน้ำมนต์จอดอยู่จึงเดินไปหมายจะขอยืมแม่แรง แต่พอน้ำมนต์เห็นคนล่ำหน้าเถื่อนมีรอยสักเดินมาก็กลัวขับรถหนีไปเลย
ประพันธ์เดินเหงื่อไหลไคลย้อยกลับโฮมสเตย์ บ่นว่ารถยางแตกจะไปยืมแม่แรงรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ก็เจอคนใจดำขับรถหนีไปเลย สโรชาสะพายกระเป๋ากำลังจะออกไปหาน้ำมนต์ได้ยินประพันธ์บ่นก็ฉุกคิดว่าคงจะเป็นน้ำมนต์
พอไปเจอกันน้ำมนต์เล่าให้ฟัง สโรชาบอกว่านั่นแหละคือประพันธ์ น้ำมนต์ถามว่าแล้วปฏิบัติการปลอมตัวหารักแท้ของเธอเป็นยังไงบ้าง เมื่อไหร่จะเสร็จเป็นที่พอใจ สโรชาบอกว่าก็บอกแล้วไงว่าขอเวลาเดือนหนึ่ง น้ำมนต์เล่าว่า
“ก็ช่วงนี้ป๊าแกจะเร่งทำโรงแรมใหญ่ เป็นมัลติ–เพล็กซ์โปรเจกต์ยักษ์ แล้วเขาจะให้แกเข้าประชุมด้วยน่ะสิ” สโรชาให้ไปบอกป๊าว่าสะดวกเมื่อไหร่จะเข้าไป “ลำพังป๊าแกก็คงผัดได้แต่เขาบอกว่าเขาเรียกประชุมกรรมการระดมหุ้นให้แกเขียนแผนการตลาดให้เขาหน่อย”
น้ำมนต์เอาแฟ้มเอกสารให้ สโรชารับไปดูหน้าเครียด แต่พออ่านไป...อ่านไป ก็พยักหน้าหงึกหงักขึ้นมา
สโรชาตั้งชื่อโปรเจกต์นี้ว่า “ลิลลี่มัลติเพล็กซ์”
ประพันธ์ยังป้อสโรชาเสมอต้นเสมอปลาย วันนี้ก็เอามือถือรุ่นใหม่มาให้ สโรชาบอกว่าเครื่องเก่าก็ใช้ได้ดีอยู่แล้ว ประพันธ์ยัดเยียดให้จนได้ อวยพรกะลิ้มกะเหลี่ยให้ฝันดี แล้วกลับไป เดินไม่ทันพ้นหน้าห้องสโรชาดีก็เจอวิศรุตเข้า เขาทักว่าพักนี้อารมณ์ดีนะ ถามว่าวันนี้รถยางแตกหรือ ประพันธ์บ่นว่าช่วงนี้คงต้องใช้แท็กซี่ วิศรุต
จึงอนุญาตให้เอารถตนไปใช้เพราะพรุ่งนี้ตนไม่ได้ไปไหนต้องดูแลแขกสองคนนี้ก่อนส่งกลับ บอกว่ากุญแจรถอยู่บนโต๊ะ
“ทำไมเป็นคนใจดีอย่างนี้วะ เกิดมาไม่เคยเจอ” ประพันธ์มองตามวิศรุตไปพึมพำทั้งงงทั้งปลื้ม
ooooooo










