ตอนที่ 19
เจ้าฟ้าเมืองมีดนำทหารดั้งขอเข้ามาในเมืองทิพย์ โดยได้ตองแปงวางอำนาจบาตรใหญ่ในฐานะลูกชายเจ้าหลวงข่มขู่ทหารให้เปิดประตูเมืองต้อนรับ ทั้งที่ในหอคำกำลังมีพิธีสำคัญกันอยู่
เจ้าฟ้าลำพองใจ บังคับทหารจัดเสลี่ยงให้ตนกับนายฮาสทูตจากดั้งขอ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดจารีต ทหารเลี่ยงไม่ได้จำต้องทำตามเพราะกลัวตองแปงที่เอาแต่ข่มขู่
ระหว่างทางที่จะไปหอคำ ขบวนของเจ้าฟ้าพบเจอเฟืองจึงรู้ว่าตองนวลถูกคุมขังอยู่ในตรุ เจ้าฟ้ากับตองแปงโกรธมากสั่งเฟืองไปรอที่ตรุ พวกตนจะไปเล่นงานคนที่สั่งจำตรุตองนวล หากใครขัดขืนต่อสู้ นายฮาสและทหารดั้งขอก็พร้อมที่จะเผาเมืองทิพย์ให้สิ้นซาก
เมื่อทหารคนหนึ่งมารายงานคะนองภายในหอคำว่าพวกดั้งขอบุกเข้ามา ทุกคนตกใจมาก เมืองคุ้มอยากรู้ว่าผู้ใดที่ชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้าน สำเภางามหันขวับมาจ้องอนัญทิพย์ทันที
“พระพันปีมองข้าเยี่ยงนี้ คิดว่าข้าจักเป็นเยี่ยงที่เจ้าหลวงรับสั่งรึเจ้าคะ”
“หากไม่ใช่เจ้า ก็ไม่ควรร้อนตัว”
“เมืองทิพย์พินาศ...ไอ้อีอุบาทว์ผู้นั้นมันก็เผยตัวเองแหละเจ้าค่ะ”
“อีทิพย์! อย่าย้อนกูเยี่ยงนี้ ข้าวเมืองนี้มียางพอที่จะทำให้คนเมืองทิพย์รู้สำนึกดอก”
“พระพันปีคงลืมไปกระมัง ข้าก็กินข้าวหม้อเดียวกับพระพันปี”
“พอเถิด หน้าสิ่วหน้าขวานเยี่ยงนี้ ข้าไม่อยากฟัง”
เสกขรปรามทั้งสองคน ขณะที่เมืองคุ้มครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนบอกว่า
“เอาทหารมาปิดล้อมหอคำเยี่ยงนี้ มีทางเดียวเท่านั้นจักต้องผ่อนเบาเอาน้ำเย็นเข้าลูบ...คะนอง ไปเชิญมันมา”
คะนองออกมาพร้อมปะแดง ครองภพ ขุนห่มฟ้า และขุนแสงเมือง ฝ่ากลุ่มทหารของเมืองทิพย์ออกไปยืนเผชิญหน้ากับแขกเมืองที่ไม่ได้เชื้อเชิญ ครองภพเห็นตองแปงก็อุทานอย่างคาดไม่ถึง
“ไอ้ตองแปง”
“เออ...กูเอง กูยังไม่ได้เป็นผีอย่างที่พวกมึงคิดกันดอก”
เสลี่ยงทั้งสามลดตัวลง คะนองชี้หน้านายฮาส ถามอย่างไม่ชอบใจ
“ไอ้ดั้งขอผู้นี้มันมียศมีศักดิ์ได้นั่งเสลี่ยงหลวงแต่เมื่อใด กูใคร่รู้นักว่าผู้ใดอนุญาต”
เจ้าฟ้ายิ้มเย้ย เยาะหยันว่า “เสียงดังเหลือเกินนะท่านอุปราชหอหน้า ถึงข้าจะมาจากต่างเมืองแต่ก็เป็นเจ้าหลวงใหญ่โตกว่าเจ้านัก จักพูดจักจาอันใดก็เกรงบารมีกันบ้าง”
“ตั้งแต่เกิดมาข้ายังไม่เคยก้มหัวให้คนชั่ว...ทหาร...” คะนองสั่งเพียงเท่านั้น ทหารเมืองทิพย์ยังไม่ทันได้ทำอะไร ทหารดั้งขอก็ประทับปืนที่ไหล่เล็งมาที่กลุ่มของคะนอง เจ้าฟ้าหัวเราะร่าด้วยความสะใจ
“เมื่อมาแล้วก็เสด็จเข้าไปในหอคำเถิดเจ้าข้า...เจ้าหลวงทรงมีรับสั่งให้มาเชิญ”
“วันนี้รู้ที่ต่ำที่สูงดีนักนะไอ้ครองภพ” ตองแปงหัวเราะเยาะแล้วบอกเจ้าฟ้าเมืองมีดกับนายฮาสให้ตามตนเข้าไปข้างใน
ทั้งสามคนผ่านหน้ากลุ่มคะนองและทหารเมืองทิพย์ไปอย่างองอาจ ปะแดง ห่มฟ้า และแสงเมืองฮึดฮัด แต่ครองภพยกมือห้าม ปะแดงคำรามลอดจากปากอย่างเคียดแค้น
“กูอยากฆ่ามันนัก”
“อย่า...ไม่ได้ยินรับสั่งเจ้าหลวงรึ เอาน้ำเย็นเข้าลูบก่อน วันหน้าคงถึงทีเราบ้าง”
ครองภพทักท้วงทั้งที่ตัวเองก็แทบทนไม่ไหว คะนองเห็นด้วย เร่งทุกคนให้เข้าไปข้างใน ตนร้อนใจจนอกจะระเบิด
ooooooo
เจ้าฟ้าเมืองมีดยื่นคำขาดให้ปล่อยตองนวลออกจากตรุ เสกขรทำตามความต้องการแล้วจัดเลี้ยงต้อนรับเจ้าฟ้ากับพวกทหารดั้งขอ กลุ่มของครองภพไม่พอใจเมื่อเห็นนายฮาสและพวกล่วงเกินนางรำในเมืองทิพย์ แต่จำต้องเก็บอารมณ์ไว้เพราะรู้ว่าฝ่ายของตนเป็นรอง
แรกเห็นตองนวล นายฮาสพึงพอใจนางอย่างเปิดเผย ทำให้ตองแปงไม่ชอบใจแต่โดนเจ้าฟ้าเมืองมีดสะกิดปรามให้เก็บความรู้สึก ส่วนตองนวลก็ฉลาดพอที่จะแสดงความเป็นมิตรกับนายฮาสเพราะรู้ดีว่าเขาคือกำลังสำคัญสามารถทำให้ตนยิ่งใหญ่เหนือใครในเมืองทิพย์
เก็ตถวากับแก้วอากาศเห็นท่าทีของตองนวลที่มีต่อนายฮาสก็รีบมาบอกอนัญทิพย์ ทำให้อนัญทิพย์ร้อนใจเพราะเชื่อว่าตองนวลคิดมักใหญ่ใฝ่สูงในเมืองทิพย์ จึงออกไปพบท้าววงษากับขุนเวียงกลางดึก
“อีตองนวลมันกล้าทำเยี่ยงนี้เพราะมันคิดว่าตั่งทอง ต้องเป็นของลูกมันแน่ เราควรจะหาทางให้เจ้าม่านฟ้าขึ้นนั่งบัลลังก์ตั่งทองให้เร็วที่สุด”
“แต่นั่นก็ต้องหมายถึงทหารของนายฮาสและทหารเมืองมีดออกพ้นไปจากเมืองทิพย์ก่อน ข้าเกรงว่าเราจะสู้ปืนไฟพวกมันไม่ได้”
“ข้ามีกลศึกพระเจ้าข้า”
“ขุนเวียงเล่าความคิดของท่านมาให้ข้ารับรู้เถิด”
“ปล่อยข่าวว่าเมืองมีดผลัดแผ่นดิน เจ้าฟ้าเมืองมีดและพวกดั้งขอต้องรีบกลับในคืนนี้ เช้าวันรุ่งขึ้นเจ้านางก็ทรงกระทำการอย่างใดก็ได้ให้เจ้าหลวงทรงแต่งตั้งเจ้าม่านฟ้า”
“ถ้าเช่นนั้นขุนเวียงไปทำตามกลศึกของท่าน ส่วนท้าววงษานำทหารไปล้อมคุ้มของเจ้าน้อยอินทาไว้ อย่าให้เจ้าม่านฟ้าออกไปนอกคุ้มได้ หากมีผู้ขัดขวางท่านจงทำอย่างใดก็ได้ให้เสียเลือดเนื้อน้อยที่สุด”
สองขุนนางรับคำสั่งจากอนัญทิพย์แล้วดำเนินการในทันที ไม่นานนักแผนลวงเจ้าฟ้าเมืองมีดว่าเกิดขบถศึกก็สำเร็จลุล่วง ทำให้เจ้าฟ้ากับนายฮาสและทหารต้องรีบกลับไป
คืนนั้นอนัญทิพย์ใช้อำนาจปิดล้อมคุ้มของยอดพุ่มไว้ ม่านฟ้าถูกคุมตัวกลายๆ พร้อมยื่นคำขาดให้เมืองคุ้มสละราชบัลลังก์แล้วแต่งตั้งม่านฟ้าเป็นเจ้าหลวง รวมทั้งถอดยศทองพญาออกจากพระนางหน่อเจ้าหลวง โดยอ้างว่าตนทำเพื่อปกป้องเมืองทิพย์
เสกขรไม่เห็นด้วย ท้วงว่าเจ้าหลวงยังมีชีวิตอยู่และร่างกายแข็งแรง หากสละบัลลังก์แล้วจะให้เขาอยู่ในเมืองทิพย์ฐานะใด แต่เมืองคุ้มยอมทำตามเพื่อรักษาชีวิตคนส่วนใหญ่ไว้
พวกครองภพไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะมัวแต่ลาดตระเวนรอบเมือง กระทั่งเห็นขบวนของอนัญทิพย์ออกมาจากคุ้มหลวงก็เอ๊ะใจ รีบไปพบทองพญาด้วยความเป็นห่วง แล้วสองคนถูกเสกขรเรียกเข้ามาหาเมืองคุ้ม พูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
เมืองคุ้มถามครองภพว่ารักทองพญามากหรือไม่ ครองภพบอกว่ารักยิ่งกว่าชีวิตของตน
“หากทองพญามิได้เป็นพระนางหน่อเจ้าหลวง เจ้าจะรักลูกข้าหรือไม่”
“รักของข้าหาได้เกี่ยวกับที่เจ้านางเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวง แต่ข้ารักเจ้านางด้วยหัวใจ”
เสกขรพอใจ ถือคำพูดนั้นของครองภพคือคำสัญญา ส่วนเมืองคุ้มรับปากจะจัดการอภิเษกให้ทั้งสองคนในเร็ววัน
ooooooo
ปิ่นมณีดีใจเนื้อเต้นเมื่อรู้ว่าอนัญทิพย์ทำให้ตนได้เป็นมหาเทวีเจ้าของเจ้าหลวงองค์ใหม่ เรณุมาศ เศร้าใจ อยากทัดทานการกระทำของแม่และพี่สาวแต่รู้ดีว่าไร้ประโยชน์
วันรุ่งขึ้นผู้คนมารวมตัวกันที่หอคำ ฟังเมืองคุ้มประกาศสละบัลลังก์ให้ม่านฟ้าปกครองเมืองทิพย์สืบต่อไป “ต่อแต่นี้ไป ม่านฟ้าคือเจ้าหลวงแห่งเมืองทิพย์ มีสิทธิธรรมอำนาจสูงสุดในแผ่นดินนี้ ส่วนข้ากับพระมหาเทวีเจ้าจะขอใช้ชีวิตอย่างเงียบๆในเมืองทิพย์ หาได้ปรารถนาสิ่งใดอีกแล้ว ขอพวกท่านทุกคนจงรักภักดีต่อเจ้าหลวงพระองค์ใหม่ดุจเดียวกับที่จงรักภักดีต่อข้า”
“ขอเจ้าหลวงม่านฟ้าจงทรงพระเจริญ...ขอเจ้าหลวงม่านฟ้าจงทรงพระเจริญ”
สิ้นเสียงสรรเสริญของเหล่าขุนนางและทหาร ม่านฟ้าในชุดเจ้าหลวงก็ขึ้นนั่งตั่งทอง
“เมื่อทุกคนในหอคำเห็นชอบให้ข้าดำรงตำแหน่งเจ้าหลวงของเมืองทิพย์ ข้าก็หาขัดได้ไม่ ข้าขอสัญญาจักปกครองไพร่ฟ้าอาณาประชาราษฎร์ด้วยความเป็นธรรม ยังแผ่นดินให้ผาสุกวัฒนาถาวรสืบไป...ข้ายังนับถือทุกคนเยี่ยงเดิม และจักไม่ถอดถอนผู้ใดออกจากตำแหน่งจนกว่าจะถึงเพลาอันควร”
อนัญทิพย์ตกใจถามทันที “แล้วตำแหน่งพระนางหน่อเจ้าที่เจ้านางทองพญาดำรงอยู่เล่าเจ้าคะ เมื่อผลัดแผ่นดินก็ควรแต่งตั้งใหม่ให้เหมาะสม”
สำเภางามหัวเราะสะใจ อนัญทิพย์หันขวับไปจ้อง ถามว่าดีใจที่ยังเป็นพระพันปีอย่างเดิมหรือไร
“ยศศักดิ์เป็นของหวาน ข้าก็ต้องหวงแหนเป็นธรรมดา ว่าแต่เจ้าเถิด ระวังเสี้ยนในดินที่เจ้าใช้ปั้นหุ่นเชิดจะตำเอา แผลกลัดหนองจนตรอมใจตาย”
“เสี้ยนในดิน...นี่พระพันปีคิดว่าข้าอยู่เบื้องหลังการผลัดแผ่นดินรึ”
“หรือเจ้าจะปฏิเสธเล่า ข้าถือว่าเจ้าหลวงตรัสแล้วหาคืนคำได้ไม่ ข้าจะไม่ให้ตำแหน่งพระพันปีแก่เจ้า”
“แต่ตำแหน่งพระนางหน่อเจ้าหลวงสำคัญอย่างใดทุกคนก็รู้ ต่อไปต้องเป็นพระมหาเทวีเจ้าของเมืองทิพย์”
“ก็เลยจะเก็บไว้ให้ปิ่นมณีลูกเจ้า”
สำเภางามพูดแล้วยิ้มหยันอย่างรู้ทัน ในขณะที่เสกขรรีบบอกว่าทองพญาลูกตนไม่ได้ปรารถนาตำแหน่งนั้น สำเภางามติงเสกขรว่าอย่าทำให้เจ้าหลวงพระองค์ใหม่คืนคำจะเสียพระเกียรติตั้งแต่วันสถาปนา
ม่านฟ้าเกรงเรื่องจะบานปลาย ใช้อำนาจประกาศยืนยันว่าทองพญายังเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวงของเมืองทิพย์ ปิ่นมณีผิดหวังแทบร้องไห้ ทันใดนั้นตองนวลก้าวเข้ามาเห็นม่านฟ้านั่งตั่งทองก็โวยวายเอ็ดอึง
“นี่มันอันใดกัน...เจ้าพี่...เสกขร...อีทิพย์...เกิดอันใดขึ้น เจ้าม่านฟ้านั่งตั่งทองแล้วตองแปงลูกข้าเล่า...ลงมานะไอ้ม่านฟ้า ลงมา”
ตองนวลจะพุ่งไปดึงม่านฟ้า แต่ถูกท้าววงษากับขุนเวียงดึงตัวไว้
ooooooo
น้อยอินทากับมณีหยาดร่วมรับรู้เหตุการณ์ในครั้งนี้ต่างพากันกังวลใจ เช่นเดียวกับยอดพุ่มที่ห่วงลูกชายเหลือเกิน หวั่นเกรงว่าหัวโขนที่ลูกใส่อาจทำให้ต้องเดือดเนื้อร้อนใจ
แม้แต่เมืองคุ้มกับเสกขรที่บัดนี้ต้องใช้ชีวิตเรียบง่ายก็ยอมรับชะตากรรม หากอยู่เมืองทิพย์ไม่ได้ก็จะขอไปอาศัยเมืองท่าคอยของน้อยอินทากับมณีหยาด ฝ่ายอนัญทิพย์ก็ยังระรานเสกขรไม่เลิก เพราะต้องการตำแหน่งพระนางหน่อเจ้าให้ปิ่นมณีลูกรัก
“ในเมื่อทองพญาไม่ได้รักใคร่ไยดีเจ้าหลวง แล้วจะขวางทางผู้อื่นเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวงด้วยเหตุใด เสกขรเจ้าก็เป็นแม่ ควรจะเตือนสติลูกบ้างว่าอันใดควรอันใดไม่ควร”
“การนี้เป็นพระวินิจฉัยของเจ้าหลวงพระองค์ใหม่”
เมืองคุ้มทนไม่ไหวกับความร้ายกาจของอนัญทิพย์ ถึงกับขึ้นเสียงใส่ “ข้าให้เจ้ามากพอแล้ว...หมายว่าหากเราสองเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาแต่ชาติปางก่อน ก็สิ้นสุดกันได้แล้ว อย่ามาระรานครอบครัวของข้า”
“ครอบครัวของข้าหรือเจ้าพี่...ข้าหามีความสำคัญกับเจ้าพี่เลยรึ”
“ความรักความชังมันใกล้กันนัก เจ้าทิพย์เหย... ทุกข์สุขทำให้ข้าปลงได้ แล้วไยเจ้าไม่รู้จักปลงบ้าง”
อนัญทิพย์โมโหลุกพรวดพูดกับม่านฟ้าราวกับมีอำนาจเหนือกว่า “เจ้าหลวงต้องแต่งตั้งปิ่นมณีลูกข้าเป็นพระนางหน่อเจ้าหลวงแล้วจัดการอภิเษกโดยเร็วที่สุด”
“เจ้าทิพย์...หาควรใช้อำนาจกับเจ้าหลวงไม่”
“ของสิ่งใดที่ข้าปั้นมากับมือ...ข้าก็ทำลายได้”
ม่านฟ้าตะลึงกับคำพูดโอหังของอนัญทิพย์ ส่วนปิ่นมณีกลัวเรื่องจะไปกันใหญ่รีบชวนแม่กลับคุ้ม
“พ่อเจ้าก็หาได้อภิเษกกับพระนางหน่อเจ้าหลวงไม่ เสด็จประพาสตลาดหน้าเวียงก็ไปคว้าอีแม่ค้านั่งตลาดมาเป็นเมีย ยกให้เป็นพระมหาเทวีเจ้า...ลืมกำพืดตัวเองแล้วรึ อีลูกแม่ค้านั่งตลาด”
สำเภางามตอกย้ำทำให้อนัญทิพย์โกรธจัด ปราดเข้ามาเงื้อมือจะตบ แต่ต้องหยุดชะงักกับเสียงตวาดของเมืองคุ้ม...แล้วสะบัดหน้าเดินลิ่วออกไป ปิ่นมณีตามติดแม่บ่นขรมว่าตนเกลียดเจ้าย่า ไม่อยากเห็นหน้า ไม่อยากได้ยินเสียง อนัญทิพย์เหลียวซ้ายแลขวาก่อนบอกลูกรักว่า
“เพลานี้แม่กับเจ้ามีอำนาจคับพระนคร อยากทำอันใดก็หามีผู้ใดห้ามเจ้าไม่”
ooooooo
ตองนวลโกรธควันออกหู หลังรู้ว่าเป็นกลลวงของอนัญทิพย์ที่ทำให้เจ้าฟ้าพ่อของตนกลับเมืองมีดไป กล่าวอาฆาตมาดร้ายขอจองล้างจองผลาญอนัญทิพย์ทุกชาติไป
ส่วนปิ่นมณีที่ไม่ได้ตำแหน่งพระนางหน่อเจ้า สมดังใจก็กลับมาพาลเอากับเรณุมาศจนเกือบลงไม้ลงมือ ถ้าอนัญทิพย์ไม่เข้ามาห้ามเสียก่อน
“พอเถิดปิ่นมณี...แทนที่จะทะเลาะหาเรื่องน้อง ควรหาทางได้เป็นพระมหาเทวีเจ้าดีกว่า อย่าลืมนะว่าถึงเจ้าจะได้ร่วมหอกับเจ้าหลวงม่านฟ้า ก็มิได้หมายความว่าจะได้เป็นพระมหาเทวีเจ้า”
“อย่าหมายว่าพระมหาเทวีเจ้าจักเป็นของผู้อื่น ข้าไม่ไว้ชีวิตมันผู้นั้นแน่”
เก็ตถวากับแก้วอากาศหน้าตาตื่นเข้ามาแจ้งข่าวว่าเจ้าหลวงองค์ใหม่จัดการอภิเษกให้ครองภพกับทองพญาและถามอนัญทิพย์ว่าไม่ได้ไปร่วมงานหรือ
“ข้าหารู้ไม่...ฮึ! วาสนาอีทองพญามีเพียงเท่านี้รึ อภิเษกเงียบๆ ทำเยี่ยงพิธีเสียผี ขอสมาพ่อแม่ น่าอับอายนัก”
“ต่อไปนี้ก็คงหามีผู้ใดขวางความรักของข้ากับเจ้าพี่ม่านฟ้าอีกแล้ว” ปิ่นมณีฝันหวาน
“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างใดว่าเจ้าหลวงม่านฟ้าเสน่หาในตัวเจ้า”
แก้วอากาศปากไวไปนิด เลยโดนปิ่นมณีถลึงตาใส่ ส่วนอนัญทิพย์ตวาดแว้ด
“ลูกข้าหาใช่เจ้านางเล็กๆไม่ จักพูดจักจาอันใดก็ระวังปากระวังคำไว้บ้าง...อีบัวไหลจัดเสลี่ยงให้ข้าที ข้าชักนึกสนุกขึ้นมาแล้ว”
อนัญทิพย์ไปคุ้มหลวงที่กำลังมีพิธีอภิเษกอย่างเรียบง่ายระหว่างทองพญากับครองภพ พูดจาดูถูกถากถางไม่เห็นหัวใครทั้งสิ้น
“อภิเษกสมรสพระนางหน่อเจ้าหลวงทำราวกับลักลอบเสียผีกัน เรื่องสำคัญเยี่ยงนี้ยังปิดๆบังๆ แม้นเรื่องสำคัญกว่านี้ข้าคงไม่ได้รับรู้”
“นี่มันการของข้ากับลูกข้า...หาจำเป็นต้องบอกผู้ใดไม่”
“อย่างน้อยข้าก็เป็นพระสนมเอก เห็นลูกเจ้ามาตั้งแต่เด็ก ทองพญาก็วิ่งเล่นในคุ้มหลวงมากับปิ่นมณีลูกข้า”
“พอเถิดเจ้าทิพย์...แผ่นดินร้อนเป็นไฟพอแล้ว อย่าเอาไฟมาเผาไหม้หอคำอีกเลย...ลูกข้า ข้าจะยกให้ผู้ใดก็ได้ จักมีการอภิเษกหรือไม่ ข้าก็หาใส่ใจไม่ ขอให้ผู้ชายคนนั้นรักลูกข้าเสมอชีวิตก็พอ”
“อย่าสำคัญตนผิดนักเจ้าทิพย์ หรือคิดว่าเพลานี้อำนาจใหญ่โตคับพระนครแล้ว จักทำอย่างใดก็ได้”
“คนที่ควรจะพูดกับข้าเยี่ยงนี้ได้มีเพียงเจ้าหลวงที่ทรงประทับอยู่เหนือตั่งทองโน่น เจ้าสำเภางามต่างหากที่สำคัญตนผิด...รู้ไว้แก่ใจด้วย”
คะนองฟังถ้อยคำโอหังของอนัญทิพย์แล้วแทบสะกดกลั้นอารมณ์โกรธไว้ไม่ไหว
ooooooo
ยอดพุ่มหนักใจแทนม่านฟ้า แอบบ่นกับลูกว่า... ช่างเป็นทุกขลาภนัก ได้ดีมีศักดิ์เป็นถึงเจ้าหลวงแต่ต้องยุ่งยากลำบากใจ
“เจ้าแม่...ข้าทำทุกอย่างก็เพื่อเมืองทิพย์ แผ่นดินของเจ้าพ่อ หากข้าไม่ยอมนั่งตั่งทอง บ้านเมืองก็คงหาความสงบได้ไม่”
“แล้วลูกจะเสียสละไปจนตายหรือม่านฟ้า”
“เจ้าแม่จะให้ข้าทำอย่างใด เพลานี้หาต่างจากคนที่นั่งอยู่บนหลังเสือไม่ ตกลงมาก็ถูกเสือขบตาย สู้นั่งอยู่บนหลังมันไม่ดีกว่าหรือ”
ยอดพุ่มอึดอัดพูดไม่ออก พอดีอนัญทิพย์กับปิ่นมณีดึงดันฝ่าทหารเข้ามาหา ยอดพุ่มตกใจทรุดลงนั่งพนมมือไหว้อนัญทิพย์
“ได้ดีมีสุขเป็นพระราชมารดาของเจ้าหลวง...ข้าดีใจด้วยนะ”
“ข้าหาได้อยากเป็นไม่”
อนัญทิพย์ไม่พอใจ มองยอดพุ่มตาขุ่น ม่านฟ้าไม่ชอบใจ ถามพระสนมเอกว่ามีการสำคัญอันใด
“เพียงสงสัยเท่านั้นว่าเมื่อทองพญาอภิเษกไปแล้ว จักเป็นพระนางหน่อเจ้าอยู่หรือไม่ มันผิดกฎมณเฑียรบาล ทรงทราบหรือไม่”
“ทราบ...แต่เมื่อทั้งสองคนรักกัน...ข้ามิควรขัดขวาง”
“เยี่ยงนี้แล้ว เจ้าหลวงก็ต้องอภิเษกกับพระนางหน่อเจ้าพระองค์ใหม่ ใช่หรือไม่เจ้าคะ” ปิ่นมณีถามกรุยทางแล้วส่งสายตาส่งสัญญาณให้แม่บีบบังคับต่อ
“เจ้าหลวงก็คงทราบดีว่าหามีผู้ใดเหมาะสมเท่าปิ่นมณีไม่”
“เมื่อข้าต้องอภิเษกกับพระนางหน่อเจ้าหลวงตามกฎมณเฑียรบาล ข้าควรเลือกหญิงผู้นั้นเองมิใช่รึ”
“รับสั่งเยี่ยงนี้ ทรงลืมแล้วหรือว่ามงกุฎบนพระเศียรของเจ้าหลวง ข้าเป็นคนวางด้วยมือของข้าเอง”
อนัญทิพย์ทวงบุญคุณพลางจ้องหน้าดุดันจนม่านฟ้านิ่งอึ้งอย่างกลัดกลุ้มใจ หลังจากนั้นอนัญทิพย์ไปพบเสกขรเป็นการส่วนตัว ขอพูดกันในฐานะมิตร เสกขรยิ้มหยัน ย้อนถามว่ารู้จักคำนี้ด้วยหรือ
อนัญทิพย์โกรธมาก ขึ้นเสียงหมายข่มขู่ แต่เสกขรไม่สะทกสะท้านหวาดกลัว ถามไปตรงๆว่าต้องการอะไร
“ข้าต้องการเห็นความผาสุกในแผ่นดินนี้”
“ผาสุกในแผ่นดิน...ยามที่ข้าพูดคำนี้ข้านึกถึงราษฎรทั้งแผ่นดิน หาได้นึกถึงแต่ความผาสุกของข้ากับลูกเยี่ยงเจ้า พูดให้ตรงไปเลยไม่ดีกว่ารึ”
“ก็ได้...ข้าต้องการให้ปิ่นมณีได้เป็นพระมหาเทวีเจ้า ของเจ้าหลวงม่านฟ้า เยี่ยงที่เจ้าเป็น”
“แค่นั้นรึ...บอกความปรารถนาของเจ้ามาให้หมดเถิด ข้าจะได้สนองเจ้าได้ถูกได้ต้อง”
“เมื่อราชบุตรเขยของข้าได้เป็นเจ้าหลวง ลูกข้าได้เป็นพระมหาเทวีเจ้าแล้ว ข้าก็คงได้ทุกอย่าง...เจ้าหาจำเป็นต้องรู้ไม่”
“แล้วเจ้าเคยถามม่านฟ้าหรือไม่ ว่าพอใจที่เป็นหุ่นให้เจ้าเชิดชักยอมทำทุกอย่างเพื่อเจ้าและพวก...รู้ไว้ด้วย ตั่งทองที่เจ้าปล้นไปอย่างละม่อม แม้นมิได้เสียเลือด
เสียเนื้อแม้เพียงหยดเดียว แต่อาจทำให้เจ้าพี่กระอักพระโลหิตสิ้นพระชนม์ได้ เจ้าเคยนึกหรือไม่ นี่เจ้ายังจะบังคับกะเกณฑ์ให้เจ้าม่านฟ้าทำตามความต้องการของเจ้าอีกรึ เหตุใดจึงไม่นั่งเมืองว่าราชการเสียเองเล่า”
“ข้าไม่เคยปรารถนาจะเป็นแม่เมืองอย่างที่เจ้าพูดดอก ก่อนหน้านี้ข้าคิดเพียงว่าข้าต้องการความรักจากเจ้าพี่ ต้องการการยอมรับจากราษฎรและทุกคน แต่เจ้าก็แย่งชิงมันไปจากข้าหมด จำใส่ใจไว้เสกขร ทุกลมหายใจของเจ้าต่อไปนี้ต้องเป็นของข้า ข้าจะกำหนดทุกสิ่งทุกอย่างในแผ่นดินนี้เอง”
“เจ้ามีความสุขดีหรือไม่ อนัญทิพย์”
“ความสุขของข้าคือการได้เห็นคนที่ข้าเกลียดชังพินาศย่อยยับ...พอใจหรือยัง...ไปอยู่คุ้มใหม่ ข้าจะให้เจ้าหลวงกับลูกข้ามาอยู่ที่นี่ เจ้ากับเจ้าพี่จะมาประชุมขุนนางในหอคำได้เฉพาะในวันที่มีหมายเชิญให้มา หวังว่าเจ้าคงรู้อยู่ รู้กิน รู้ว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือต่อไปอย่างใด”
“ข้าขออวยพรให้เจ้ามีความสุขบนเพลิงอำนาจของเจ้า...อนัญทิพย์”
อนัญทิพย์ไม่ใส่ใจ สะบัดหน้าเดินออกไป...ส่วนที่คุ้มคะนอง ทุกคนรู้ว่าสำเภางามไม่มีความสุข ทุกข์ใจเรื่อง การผลัดแผ่นดินชั่วข้ามคืน ไม่รู้ว่าวันใดไฟจะไหม้คุ้ม แต่คะนองเชื่อว่าอนัญทิพย์ทำการใดไม่สะดวก หากม่านฟ้าไม่โอนอ่อนตาม
“นั่นแหละคือสิ่งที่แม่กลัว...ความทุกข์ของแผ่นดินมักเริ่มต้นมาจากสองสิ่ง หนึ่งคือความละโมบโลภมากของผู้ปกครอง สิ่งที่สองคือความอ่อนแอของผู้ปกครอง... ม่านฟ้าถูกเลี้ยงมาในท่ามกลางแผ่นดินที่สงบสุข ผู้คนฝักใฝ่ ศาสนา หาได้เคยทนทุกข์ในสงครามหรือความชั่วร้ายที่คนเมืองทิพย์เผชิญอยู่ ม่านฟ้ามิต่างสำลีที่อยู่ใกล้ไฟชั่วร้าย พร้อมจะถูกไฟชั่วเยี่ยงอีทิพย์เผาไหม้ได้ตลอดเพลา”
“เราต้องหาทางดับไฟนั้นให้ได้”
“จะมีคนตายอีกกี่คนเล่าคะนอง ไม่เว้นแม้แต่แม่ แม้แต่เจ้า และทุกคนในคุ้มนี้ กว่าจะหาทางดับไฟได้ มันก็เร่งเชื้อให้โหมไหม้ไปทั้งแผ่นดินแล้ว”
สำเภางามพูดจบก็ถอนใจ...คนรอบข้างสีหน้าไม่สู้ดี ต่างอยู่ในภาวะวิตกกังวล
ooooooo










