ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ปิ่นอนงค์

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ปิ่นอนงค์ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ใหญ่ หรือ ชาลิต หนุ่มวัยสามสิบผ่านประสบการณ์ชีวิตมาอย่างโชกโชนทำให้ดูเป็นคนแข็งกร้าว ประจวบกับงานที่ทำคือเหมืองหินแถวภาคใต้ร่วมกับปลอด ลูกน้องเก่าของพ่อซึ่งลาออกมาทำเหมืองเอง มีปานเทพลูกของปลอดซึ่งเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กทำงานอยู่ด้วยกัน

ปานเทพวิ่งหน้าตื่นมายื่นหนังสือพิมพ์ให้ใหญ่ดูข่าว ศาลรับฟ้องให้เขาเป็นคนสาบสูญแล้ว ใหญ่ถึงกับอึ้ง ปลอดเจ็บใจแทน

“พวกนั้นมันร้ายกว่าที่เราคิด ผมว่าเรารอไม่ได้แล้วนะคุณใหญ่”

“งั้นก็คงถึงเวลาคิดบัญชีซะที” ใหญ่โยนหนังสือ– พิมพ์ทิ้ง สีหน้าดุดันระบายอารมณ์ ยิงเป้าบินที่คนงานส่งให้อย่างแม่นยำ...

อาณาจักรฟาร์มวัวอันกว้างใหญ่ “ไพศาลรีสอร์ทแอนด์ฟาร์ม” ซึ่งเป็นของคุณไพศาล มีปิ่นอนงค์ เด็กสาวแสนสวย จบปริญญาด้านเกษตรมาโดยตรง เพราะพ่อแม่ของคุณนายครองสุขชุบเลี้ยงส่งเสีย เธอจึงต้องทำงานรับใช้ครองสุข และเพราะอุ่นเรือนแม่ของเธอเป็นคน

รับใช้ของครองสุขมาแต่ดั้งเดิม สองแม่ลูกจึงต้องติดตามมารับใช้อยู่ที่ไร่ไพศาลแห่งนี้ ด้วยเหตุที่ครองสุขแต่งงานเข้ามาเป็นภรรยาใหม่ของไพศาล...เธอขี่จักรยานผ่านทุ่งดอกไม้ด้วยความดีใจสุดๆ ฝ่าหมู่คนงานมาตะโกนบอกเปี๊ยก คนงานใบ้แต่หูไม่หนวกเพราะเกิดจากอุบัติเหตุ กำลังรดนํ้าต้นไม้อยู่

“พี่เปี๊ยก พี่หวาน...คุณนะจะกลับมาแล้ว”

ท่าทางปิ่นอนงค์ดีใจมาก เธอขี่จักรยานเที่ยวบอกฝูงแกะและต้นไม้ ไม่ทันระวัง สะดุดขอนไม้ ตัวเธอกระเด็นลอยมา จอมกำลังให้หญ้าสัตว์อยู่แถวนั้น วิ่งไปช่วยรับจึงถูกเธอล้มทับกระแทกหินอย่างจัง เธอตกใจรีบดูว่าจอมเป็นอะไรบ้าง จอมกลับยิ้มให้อย่างสุขใจ

จอมตามปิ่นอนงค์มาที่ต้นปีบริมธาร เพื่อช่วยใส่ปุ๋ยต้นปีบ มันออกดอกเต็มต้น ปิ่นอนงค์พรํ่าพูดกับต้นไม้ “ต้นปีบจ๋า เธอจะได้เจอเจ้าของตัวจริงแล้วนะ”

เธอนึกถึงอดีต ที่ทรรศนะ หลานชายสุดรักของครองสุขให้กระถางต้นปีบห่อผ้าเช็ดหน้าสีขาวแก่ตนเป็นของขวัญวันเกิด แถมกำชับว่าดูแลต้นปีบนี้ให้สูงใหญ่แข็งแรง เพราะมันคือต้นไม้ของเราสองคน ปิ่นอนงค์ยิ้มรับอย่างมีความสุข ไม่ทันไร น้อยวิ่งหน้าตื่นมาตาม...

ขณะนั้น ครองสุขโทร.เชิญแขกมางานเลี้ยงฉลองต้อนรับทรรศนะที่เรียนจบโทได้คะแนนอันดับหนึ่งกลับมา แต่แล้วกลับถูกทวงหนี้จนหน้าม้าน บ่นอุบ อุตส่าห์เชิญมางานมงคลแท้ๆ ธีระ ผู้จัดการไร่ไพศาลและเป็นชู้รักของครองสุขเข้ามาซุกไซ้

“จะไปสนใจอะไร อีกหน่อยพอไร่ไพศาลเป็นของพี่ อย่าว่าแต่ห้าหมื่น ห้าสิบล้านยังกระจอก”

“แล้วเมื่อไหร่ ศาลจะมีคำสั่งเสียที ตานะกำลังจะกลับมาแล้ว พี่ไม่อยากให้คู่หมั้นตานะมาดูถูกเราได้”

“สิบห้าวัน กะพริบตาทีเดียวก็ถึงแล้ว ถ้าไอ้ใหญ่มันไม่โผล่หัวกลับมานะ”

“ไม่มีทาง คนเลวสันดานโจรอย่างมัน ป่านนี้โดนตำรวจยิงตายไปแล้ว ต่อไปนี้ทายาทของไร่ไพศาลคือตานะคนเดียวเท่านั้น” ครองสุขยิ้มฝันหวาน

ธีระสีหน้าไม่ค่อยพอใจ ทวงส่วนแบ่งของตน ครองสุขคลอเคลีย ตนไม่ลืมหรอก เสียงเคาะประตูก๊อกๆ สองคนผละออกจากกัน ธีระรีบไปนั่งโต๊ะทำงานอ่านเอกสาร อุ่นเรือนเข้ามาเบิกเงินค่ากับข้าว ครองสุขโวยใส่หาว่าให้เงินไว้ตั้งเยอะแยะไปไหนหมด อุ่นเรือนตอบว่า เธอไม่จ่ายเงินเดือนและค่าใช้จ่ายในบ้านมาสองเดือนแล้ว กับข้าวทุกวันนี้ก็เป็นเงินส่วนตัวของตนเอง ครองสุขโกรธชี้หน้าหาว่าลำเลิกบุญคุณ ทั้งที่ตนชุบเลี้ยงมาทั้งแม่และลูก

ปิ่นวิ่งเข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรกัน ครองสุขหันมาโทษปิ่นอนงค์เอาเงินไปเลี้ยงผู้ชายในไร่แหงๆ เห็นหายเข้าไปในไร่บ่อยๆ เธอแก้ตัวว่า เข้าไปเลือกดอกไม้มาแต่งห้องทรรศนะตามคำสั่งคุณนาย ธีระช่วยยืนยันว่าได้ยินเธอสั่งจริงๆ ครองสุขโวย

“หุบปากไม่ต้องมาออกรับแทน งานที่ฉันสั่งแกต้องทำให้เสร็จ แล้วก็ไม่ต้องมาพูดเรื่องเงินกับฉันอีก ถ้าอยู่บ้านนี้มันลำเค็ญนัก แกสองคนก็ไสหัวไปอยู่ที่อื่นเลยไป”

ปิ่นอนงค์เข้าประคองแม่ที่ทำท่าจะเป็นลมออกมา หมู่นี้เห็นแม่เป็นลมบ่อย ปิ่นอนงค์อยากพาไปหาหมอแต่อุ่นเรือนไม่ยอมไป น้อยบ่นอุบว่าถ้าเป็นตน เงินเดือนก็ไม่ได้มีแต่สั่งงาน ตนลาออกไปนานแล้ว ปิ่นอนงค์ออกรับแทนว่า ครองสุขต้องดูแลคนงานมากมาย คงเครียดบ้าง

“แม่ก็คิดว่าอย่างนั้น ที่นี่มันกว้างใหญ่เหลือเกิน ตั้งแต่คุณไพศาลเสีย คุณนายดูแลอยู่คนเดียว ถ้าคุณนะกลับมาก็คงช่วยได้เยอะ”

“แต่คุณนะก็เป็นแค่หลานไม่ใช่เหรอป้า แล้วทำไมคุณนายถึงไม่มีลูกกับคุณไพศาล เออแล้วคุณใหญ่ ลูกชายแท้ๆของคุณไพศาลหายไปไหน ที่คนงานพูดกันว่าคุณใหญ่ฆ่าคนตายจริงหรือเปล่า” น้อยสงสัยซักถามยกใหญ่

ปิ่นอนงค์สบตาแม่ รีบปิดปากน้อยให้หยุดถาม  ถ้าไม่อยากเดือดร้อนอย่าพูดเรื่องนี้อีก

ooooooo

ในโรงแรมเล็กๆจังหวัดเดียวกับไร่ ไพศาล ใหญ่ เข้ามาพักกับปานเทพ เขากำลังดูรูปในไอแพด ที่จ้างคนแอบเข้าไปถ่ายมุมต่างๆในไร่ไพศาล และคนงานสำคัญๆทุกคน ใหญ่เห็นแล้วรู้ว่าคนงานเก่าๆแทบไม่เหลืออยู่ มาสะดุดที่ภาพธีระ ปานเทพรายงานว่าเป็นผู้จัดการไร่คนใหม่

“ส่วนคนนี้ไม่รู้ใคร สวยชะมัด หรือเป็นยัยทัศนีย์”

“ปิ่นอนงค์...” ใหญ่ตอบเสียเอง

“ฮ้า นี่เหรอยัยปิ่นปอดแหกของแก เฮ้ย...แล้วแกจำได้ไงวะ ไม่ได้เจอกันตั้งสิบกว่าปี”

“หน้าแหยๆแบบนี้ ทั้งไร่มีคนเดียว” ใหญ่ไม่บอกว่าเคยเห็นเธอตอนแอบไปงานศพพ่อ

ใหญ่เปลี่ยนเรื่องบอกว่าจะออกไปหาอะไรกินเสียหน่อย...ณ ศูนย์การค้าของจังหวัด ปิ่นอนงค์เดินเลือกซื้อของแต่งห้องให้ทรรศนะ เห็นโคมไฟถูกใจจึงซื้อถือเดินออกมาจากร้าน ผ่านร้านกาแฟที่ใหญ่นั่งอยู่ เขาจิบกาแฟค้างเมื่อเห็นเธอเดินมาหยุดพูดโทรศัพท์

“ว่าไงน้อย พี่ซื้อของแต่งห้องคุณนะอยู่ อ๋อ ได้ๆ เดี๋ยวพี่ซื้อเข้าไปให้นะ แล้วมีอะไรหมดอีก พี่ยังพอมีเงิน โอเคจ้ะ” ปิ่นอนงค์กดวางสายเดินไป

ใหญ่ลุกออกจากร้านตามไปทันที ปานเทพออกมาจากห้องนํ้าร้าน แปลกใจใหญ่หายไปไหน...ปิ่นอนงค์หอบของพวกกระบุง ไม้กวาดที่น้อยฝากซื้อและถุงพะรุง–พะรัง เดินดูของอื่นอีก รู้สึกเหมือนมีคนเดินตาม เริ่มหวาดกลัว วิ่งหนีมาชนกับยามข้าวของกระจาย

“ยามคะ มีคนสะกดรอยตามฉันมาค่ะ”

ยามเหลียวมองไปรอบๆ ไม่เห็นใครน่าสงสัย “ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมไปส่งที่รถ”

ยามช่วยเก็บของเดินมาส่งที่รถ ปิ่นอนงค์ตกใจเมื่อควานหากุญแจรถไม่พบ เธอร้อนรน ยามรีบบอกให้ใจเย็นๆ ตนจะไปช่วยหาให้...สุดท้ายก็หาไม่เจอ เพราะใหญ่เป็นคนเก็บไว้ได้

ooooooo

ถวิล คนขับรถเก่าแก่ของไร่ไพศาล ถือกุญแจรี่มาที่รถจะไปรับปิ่นอนงค์ เพราะเธอโทร.มาขอความช่วยเหลือ ธีระต้องการใช้รถ เห็นถวิลมาพอดีจึงใช้ให้สตาร์ตรถเปิดแอร์รอให้เย็น แล้วขับไปส่งตน แต่ถวิลกลับบอกว่า ตนขับรถให้คุณไพศาลกับคุณนายเท่านั้น ธีระโกรธชี้หน้าด่า

ครองสุขเข้ามาปราม พอรู้ว่าถวิลจะไปรับปิ่นอนงค์ก็โวยวายยกใหญ่...ปิ่นอนงค์จึงต้องหอบข้าวของมายืนเรียกรถรับจ้าง ใหญ่ปลอมเป็นคนขับรถสามล้อมาจอดตรงหน้า เธอเห็นหน้าคลับคล้ายคลับคลา รู้สึกไม่ไว้ใจจึงปฏิเสธไม่ไป ใหญ่ทำเป็นโวยที่มาโบกรถ เธอขอโทษ พลันมือถือดัง เธอรีบกดรับถามว่าลุงหวินถึงไหนแล้ว ปรากฏว่าเป็นน้อยโทร.มาบอกว่าอุ่นเรือนเป็นลม ปิ่นอนงค์ตกใจตอบไปว่าจะหารถกลับเดี๋ยวนี้ ใหญ่ได้ยินแกล้งว่า

“ที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯนะคุณ ใกล้ค่ำอย่างนี้ พวกรถรับจ้างเขากลับบ้านกลับช่องไปหาลูกเมียกันหมดแล้ว ตกลงจะไปรึเปล่า”

ปิ่นอนงค์เป็นห่วงแม่ ตัดสินใจหอบของขึ้นรถใหญ่ ตลอดเวลาที่นั่งมา เธอสบตาเขาทางกระจกมองหลังอย่างไม่ค่อยไว้ใจ ใหญ่ยิ้มมุมปาก

“มีอะไรเหรอครับ แอบมองผมทำไม”

“เปล่า แค่สงสัยว่านายเป็นคนแถวนี้รึเปล่า ทำไมไม่ค่อยคุ้นหน้า”

“อ๋อ ผมเพิ่งย้ายมา ชอบที่นี่มันเงียบดี คนเคยมีชนักติดหลังอย่างผม มาอยู่แถวนี้ใครตามหาคงเจอตัวยาก”

ปิ่นอนงค์หน้าเสีย เปลี่ยนมาถามว่าเขารู้จักทางไปไร่ไพศาลได้อย่างไร ใหญ่ทำทีร้องว่าชื่อเสียงโด่งดังขนาดนั้น ใครจะไม่รู้จัก แล้วย้อนถามว่าเธอเป็นลูกสาวเจ้าของไร่หรือ ปิ่นอนงค์รีบบอกว่าตนเป็นลูกจ้าง ใหญ่อมยิ้มแกล้งเลี้ยวรถไปอีกทาง เธอร้องลั่นว่าผิดทาง เขาอ้างว่าทางเดิมทำถนน เธอเถียงว่าเมื่อเช้ามายังไม่มีอะไร สั่งให้กลับรถไปทางเดิม ใหญ่แกล้งทำรถกระตุกๆ เครื่องดับ ปิ่นอนงค์ใจเสีย ควานหามีดพับในกระเป๋า เห็นใหญ่ลงไปดูเครื่องจึงรีบกดโทรศัพท์หาถวิล ติดต่อไม่ได้ กดใหม่หาน้อย ใหญ่โผล่หน้าเข้ามา เธอตกใจทำมือถือหล่นพื้น

“นี่คุณ...ช่วยเข็นรถหน่อยสิ”

ปิ่นอนงค์กะพริบตาถี่ๆ ค่อยๆลงจากรถมาเข็น ใหญ่ขึ้นนั่งพยายามติดเครื่อง เข็นจนเหนื่อยหอบ ไม่ติด ใหญ่บอกว่าเครื่องคงพัง

“อ้าว แล้วจะทำไงต่อไปล่ะ ฉันต้องรีบกลับบ้านซะด้วย แม่ไม่สบาย”

ใหญ่บอกว่าแถวนี้ไม่ค่อยมีรถผ่าน เขาจะไปตามช่างให้เธอเฝ้ารถไว้ ว่าแล้วก็เดินดุ่มๆไป ปิ่นอนงค์หวาดกลัว กลับขึ้นไปบนรถ ควานหามือถือที่หล่น เจอเสื้อเก่าๆดึงออกมาจากใต้เบาะ ตกใจเห็นเสื้อเปรอะไปด้วยเลือด แถมห่อมีดสปาร์ตามีคราบเลือดเกรอะกรังไว้ เธอกลัวคว้ากระเป๋าวิ่งกลับไปทางเดิม ใหญ่โผล่มาดักหน้า

“บอกให้เฝ้ารถ มาวิ่งเล่นอะไรแถวนี้”

ปิ่นอนงค์ชักมีดพับออกมาขู่ “แกไม่ต้องพูด แกเป็นคนร้าย แกจะเอาฉันมาฆ่าชิงทรัพย์ ถอยไปเดี๋ยวนี้”

“โธ่เอ๊ย มีมีดพับแบบนี้ก็ไม่บอก อุปกรณ์เยอะดี ซ่อมรถได้เลยนะนี่ มา ขอยืมหน่อย” ใหญ่หัวเราะยื่นมือไปขอ

ปิ่นอนงค์ตกใจ ตวัดมีดโดนสายกระเป๋าถือตัวเองขาดหล่นพื้น เธอยังหลับตาตวัดมีดไปมาโดนมือใหญ่ร้องโอ๊ย เธอลืมตาขึ้นมาตกใจทิ้งมีดวิ่งหนีสุดชีวิต โชคดีมีรถแล่นผ่านมา และเผอิญเป็นรถของจินตนาเพื่อนสนิท จึงพาปิ่นอนงค์กลับมาดูแม่ พอเห็นว่าไม่เป็นอะไรมากจึงออกมาหาที่ระเบียงหน้าห้อง จินตนาเพิ่งคุยกับตำรวจที่ตนแจ้งไปดูที่เกิดเหตุ ตำรวจรายงานว่าไม่พบร่องรอยอะไรเลย ปิ่นอนงค์เสียดายที่ไม่ได้จำเลขทะเบียน แต่ก็ขอบใจเพื่อนที่ผ่านมาแถวนั้นพอดี...จินตนานึกได้ถามว่าที่ไร่ไพศาลมีปัญหาอะไรหรือเปล่า

“เรื่องอะไรเหรอจิน มีอะไร” ปิ่นอนงค์งง

“บริษัทยาปศุสัตว์ที่ฉันแนะนำให้ที่นี่ เขาแจ้งมาว่า ทางไร่ยังไม่โอนเงินค่ายาไปให้เลยสามงวดแล้วนะ แล้วสัตว์ในไร่เราก็เยอะซะด้วย...ไอ้โรคเท้าเปื่อยกำลังจะมาอีกแล้ว จะเอายังไงดี ให้ฉันสั่งยาให้เลยมั้ย”

ปิ่นอนงค์รู้สถานภาพในไร่ดี จึงปัดไปว่าจะปรึกษาถวิลก่อนแล้วจะโทร.ไปบอก...ส่งเพื่อนกลับขึ้นรถไปแล้ว ปิ่นอนงค์เข้ามาในห้องทรรศนะที่ตนกำลังตกแต่งอยู่ มองรูปเขาพึมพำ

“คุณนะคะ อีกไม่กี่วันเราจะได้พบกันแล้ว ปิ่นดีใจที่สุด ปิ่นรอวันนี้มานานเหลือเกิน ความหวังที่จะได้พบคุณนะ เป็นกำลังใจที่ทำให้ปิ่นต่อสู้กับเรื่องร้ายๆ

ทุกอย่างมาได้ ปิ่นจะพยายามแต่งห้องนี้ให้สวยที่สุด เพื่อเป็นของขวัญให้คุณนะ นะคะ...”

ในขณะที่ข้าวของทุกอย่างรวมถึงกระเป๋าสะพายของปิ่นอนงค์ ถูกใหญ่เก็บรวมไว้หมด เขาเปิดดูกระเป๋าสตางค์เธอ เห็นรูปทรรศนะก็ยิ้มเยาะ...ปานเทพเปิดประตูเข้ามาเห็นที่มือใหญ่มีผ้าพันแผลจึงถามว่าไปทำอะไรมา ตนตามหาจนปวดหัว

“ไปปล้นมา” ใหญ่มองข้าวของที่กองของปิ่นอนงค์

ปานเทพตกใจ ใหญ่ไม่เล่าแต่ย้อนถามว่า ตนเช่ารถรับจ้างในตลาดมา ตอนนี้จอดทิ้งไว้ ถ้าตำรวจตามเจอคงไม่เอาผิดเจ้าของรถใช่ไหม ปานเทพงงว่าใหญ่ทำอะไร ใหญ่ว่าตนเป็นฆาตกรก็ต้องแสดงให้สมบทบาท ปานเทพส่ายหน้า เตือนเพื่อนให้ทำเรื่องที่ค้างคาให้เสร็จก่อนจะดีกว่า

“ก็กำลังจัดการอยู่นี่ไง ใจเย็นน่าเพื่อน รอมาได้ตั้งสิบกว่าปี รออีกหน่อยคงไม่เป็นไร อีกอย่างทายาทของไร่ไพศาลจะกลับบ้านทั้งทีต้องให้มันตื่นเต้นอลังการหน่อยสิวะ” ใหญ่ยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม

ooooooo

ทางเข้าไร่ไพศาล รถสปอร์ตแล่นเข้ามาบีบแตรลั่น คนงานพยายามกั้นไม่ให้เข้าไป จอมมาช่วยขวางเกิดชกต่อยกับนิคเจ้าของรถ ทัศนีย์หลับอยู่ที่เบาะรถ ผงกหัวขึ้นมาร้องให้ปล่อยแฟนตน ทุกคนตกตะลึง เธอตรงเข้าตบหน้าจอมอย่างแรง

ปิ่นอนงค์ยกถาดอาหารมาวางให้อุ่นเรือนถึงห้อง และอยากพาเธอไปให้หมอเช็กว่าทำไมเป็นลมบ่อย แต่เธอไม่ยอมไป น้อยวิ่งมาตามบอกว่าทัศนีย์กลับบ้านแล้ว

“แล้วจะตื่นเต้นไปทำไมน้อย ก็คุณทัศนีย์เธอจะไปจากบ้านอาทิตย์สองอาทิตย์แล้วก็กลับที มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วนี่” อุ่นเรือนถาม

น้อยว่าคราวนี้ไม่ปกติ เพราะมีแฟนมาด้วย ปิ่นอนงค์ สบตาอุ่นเรือนอึ้งๆ ทั้งสามวิ่งมาที่ตึกใหญ่ ทัศนีย์กำลัง หยอกล้อนิคแฟนหนุ่มให้หายโกรธคนงาน พอเห็นพวกปิ่นอนงค์มาจึงใช้ให้ยกกระเป๋าเสื้อผ้าทั้งหมดขึ้นไปไว้บนห้องตน อุ่นเรือนแปลกใจที่มีมากกว่าเดิม ทัศนีย์บอกว่าของนิคหนึ่งใบ อุ่นเรือนจับอกตกใจ

“จะดีเหรอคะคุณนี มันจะดูไม่งามนะคะ”

“เอ๊ะ ป้าอุ่น ป้าไม่ใช่แม่ฉันนะ ไม่ต้องมาทำสั่งสอน ไปทำหน้าที่ของตัวเองไป ฉันหิวแล้ว เอาโจ๊ก สองชาม กาแฟด้วย” ทัศนีย์ตระกองกอดนิคท่าทางเมาทั้งคู่ชวนกันไปอาบน้ำ

อุ่นเรือนหนักใจ จะทำอย่างไรดี ปิ่นอนงค์จึงบอกว่าตนจะลองไปเตือนๆทัศนีย์เอง แต่พอขึ้นมาบนห้อง น้อยเอามือปิดตาเดินสวนออกมา ปิ่นอนงค์เข้าไปต้องตะลึง เมื่อเห็นทั้งสองอยู่ในชุดผ้าขนหนูคลอเคลียกันอยู่ นิคเห็นมีคนเข้ามาจึงบอกว่าจะไปรอในห้องน้ำก่อน

“คุณนี ปิ่นขอร้องอย่าทำอย่างนี้เลยค่ะ ถ้าคุณนายรู้เข้าคงจะเสียใจมาก” ปิ่นอนงค์เตือน

“อ๋อเหรอ การที่ฉันมีผัว เอ๊ย มีแฟนมันเป็นเรื่องหนักหนาสาหัสมากอย่างนั้นเหรอ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ แต่เวลานี้มันยังไม่สมควร คุณนีควรตั้งใจเรียนให้จบซะก่อน แล้วค่อยแต่งงานกับผู้ชายที่คุณนีรัก”

“มากไปแล้วมั้งปิ่น ถือดียังไงมาพูดกับฉันแบบนี้ อิจฉาล่ะสิ เพราะเธอมันไม่เคยมีแฟน มีคนที่เป็นเพื่อนคุย ดูหนังกินข้าว แล้วที่สำคัญนะปิ่น ผู้ชายเนี่ย คือเครื่องคลายเหงาที่ดีที่สุด คนอย่างเธอไม่รู้หรอกว่ามันดียังไง” ...เสียงนิคเรียกให้ทัศนีย์ไปถูหลังให้ จึงตัดบท “ไม่ต้องมาเตือนฉัน เตือนตัวเองเถอะว่า จะแก่ตายไปเปล่าๆ เพราะมัวแต่รอคอยพี่นะ เคยได้ยินมั้ยปิ่น แม่สายบัวคอยเก้อ มา...ฉันจะให้เธอดูอะไร”

ทัศนีย์จะเปิดคลิปภาพให้ดู นิคเดินออกจากห้องน้ำในสภาพฟองเต็มตัวมายืนข้างทัศนีย์ ปิ่นอนงค์ตกตะลึงรีบวิ่งออกจากห้องทันที สองคนหัวเราะไล่หลัง

ooooooo

ฟ้าสาง ถวิลสะดุ้งตื่นในรถที่จอดหน้าบ้านหลังใหญ่ เขารู้สึกเหมือนเป็นบ่อนการพนันจึงลงไปเมียงๆมองๆ สมุนที่ยืนคุมเห็นผิดสังเกตเข้าไป

จับตัว...ขณะเดียวกัน ครองสุขกับธีระกำลังโดนเสี่ยตงทวงหนี้ ฉีกเช็คของครองสุขที่เด้งโปรยต่อหน้าแถมขู่ จะไปเยือนที่ไร่ไพศาล พลันสมุนคุมตัวถวิลเข้ามารายงานว่า มาด้อมๆมองๆ ครองสุขตกใจรีบบอกว่าคนของตนเอง

ระหว่างมาขึ้นรถ ถวิลถามครองสุขว่าพวกนั้นเป็นใคร เธอตอบว่าลูกค้าเก่าแก่ของไร่ ถวิลแปลกใจเพราะตนติดตามไพศาลมานานไม่เคยเห็น ธีระโวย เป็นแค่คนขับรถต้องรู้ทุกเรื่องด้วยหรือ ครองสุขปรามให้พอได้แล้ว และให้รีบกลับบ้าน ตนง่วงนอน

รถครองสุขแล่นออกไป ใหญ่และปานเทพนั่งมองอยู่ในรถที่จอดหลบอยู่ ปานเทพคุยโทรศัพท์กับสารวัตรแล้วหันมาบอกใหญ่ว่า

“บ่อนของเสี่ยตง ขาใหญ่ที่ตำรวจยังไม่เข้าจับ เพราะยังรอให้มันพลาดเรื่องยาอยู่”

“น่าสนใจดีว่ะ” ใหญ่ยิ้มอย่างสะใจ แล้วลงจากรถ ปานเทพตกใจถามจะไปไหน เขาตอบว่าจะไปลองเสี่ยงโชคดู ปานเทพกุมขมับในความห่ามของเพื่อน...

พอเห็นรถครองสุขกลับมา คนในบ้านก็หนักใจเกรงระเบิดลง ปิ่นอนงค์ออกไปรับหน้า พยายามดันให้ครองสุขไปพักผ่อนที่รีสอร์ต อ้างว่าช่างจะมาทาสี ครองสุข เห็นน้อยกำลังล้างรถสปอร์ตจึงถามว่านั่นรถใคร น้อยโพล่งออกมาว่า

“รถผัวใหม่คุณทัศนีย์ค่ะ อุ๊บ...” น้อยรีบปิดปากตัวเอง

แต่ไม่ทันแล้ว ครองสุขเข้ามาในบ้านเห็นทัศนีย์ป้อนข้าวกับนิคน่าหมั่นไส้ จึงโวยวายตะเพิดนิคกลับไป ด่าว่าหลานสาวทำตัวน่าอับอาย ยังเรียนอยู่แท้ๆ คบผู้ชายไม่เลือกหน้า ปิ่นอนงค์กับอุ่นเรือนพยายามกันไม่ให้ครองสุขตบตีทัศนีย์ ครองสุขพลั้งมือสะบัดอุ่นเรือน ไปกระแทกข้างฝา ทรุดลง แน่นหน้าอกหายใจไม่ออก หมดสติ ปิ่นอนงค์ตกใจ

“แม่...แม่...ลุงหวิน พาแม่ส่งโรงพยาบาลที”

ถวิลได้ยินรีบบอกจอมไปช่วยกัน...ปิ่นอนงค์เกาะขอบเตียงแม่ร้องไห้ไปจนถึงห้องฉุกเฉิน พยาบาลกันไม่ให้เธอเข้าไป...พักใหญ่ๆที่ปิ่นอนงค์รออย่างร้อนรน จนหมอออกมาบอกว่า ต้องผ่าตัดทำบอลลูนหัวใจด่วน ขอให้ญาติเซ็นยินยอม ปิ่นอนงค์ยืนหน้าซีดรู้ตัวว่าไม่มีเงิน จอมประคองปลอบใจ ถวิลบอกเธอให้เซ็นไปเลย แล้วรับรองกับหมอว่า

“จัดการได้เลยครับ เรื่องอื่นเอาไว้ทีหลัง คนไข้เป็นแม่บ้านไร่ไพศาลครับ”

ooooooo

ทางด้านครองสุข เธอเดินไปมาอย่างหงุดหงิด ธีระโอบปลอบให้ใจเย็นๆ ทัศนีย์ไม่เห่อใครนาน เดี๋ยวเบื่อก็เลิกไปเอง ครองสุขอึดอัดใจไล่ธีระออกไปจากห้องก่อนตนอยากอยู่คนเดียว เธอมองภาพไพศาลที่แขวนอยู่รู้สึกเหมือนกำลังเยาะเย้ยตน จึงโวยวายไม่ยอมแพ้ ถึงอย่างไร ไร่นี้ก็ต้องตกเป็นของทรรศนะกับทัศนีย์ ตนอุตส่าห์เอาชีวิตสาวมาทิ้งไว้กับตาแก่อย่างเขาแล้ว

ครองสุขคิดถึงอดีตที่ไพศาลมอบสร้อยเพชรเป็นของหมั้น ตนเอามาอวดอุ่นเรือน

“คุณหนูจะแต่งงานกับนายไพศาลนั่นจริงเหรอคะ เขาแก่กว่าคุณหนูตั้งเกือบสองรอบ”

“ดีสิ แก่ยังงี้อยู่อีกไม่เท่าไหร่ก็ตาย ทิ้งสมบัติให้ฉัน แกไม่รู้อะไร คุณไพศาลมีทั้งไร่ ทั้งรีสอร์ต กว้างสุดลูกหูลูกตา”

“แล้วคุณไพศาลรู้เรื่องคุณนะคุณนีมั้ยคะ”

ระหว่างนั้นทรรศนะกับทัศนีย์ยังเป็นเด็ก ทะเลาะแย่งมงกุฎที่ทรรศนะทำให้ปิ่นอนงค์ แต่ทัศนีย์จะเอา ครองสุขเอ็ดให้เลิกแย่งกันเสียที ต่อไปตนจะหามงกุฎของจริงมาให้ ทัศนีย์ตาวาวถามว่าจริงหรือ ครองสุขบอกลูกๆว่า พวกเราจะย้ายเข้าไปอยู่ในคฤหาสน์กลางเขา มีทั้งเงินทอง เพชรนิลจินดามากมาย แต่มีข้อแม้

“ฟังนะ ทรรศะ ทัศนีย์ ถ้าแกอยากมีชีวิตที่ดีกว่านี้ พวกแกต้องเรียกฉันว่าน้า...ไม่ต้องถาม ทำตามที่ฉันบอก แล้วแกจะสบาย นังอุ่นถ้าอยากหอบลูกไปอยู่กับฉันก็จัดการสอนลูกแกใหม่ด้วย ฉันไม่เคยมีผัว มีลูก จำไว้”

แต่พอเข้ามาเป็นครอบครัวก็เจอฤทธิ์เดชของใหญ่ ลูกชายไพศาล อาละวาดในวันแรก เตะข้าวของกระจาย ไม่ยอมรับให้มาตีเสมอแม่ของตน ไพศาลตบหน้าลูกชายต่อหน้าทุกคน ใหญ่เสียใจวิ่งกลับไปชนปิ่นอนงค์ล้มลง หลังจากนั้น ใหญ่กับครอบครัวครองสุขก็ทะเลาะกระทบกระทั่งกันเป็นประจำ จนวันหนึ่ง ทรรศนะมาขอใหญ่เล่นด้วย ความที่ใหญ่ชอบเล่นเตะต่อยจึงดูเหมือนไล่ต่อยทรรศนะ ครองสุขเห็นโวยวายไปฟ้องไพศาล เขามาลงโทษใหญ่ ปานเทพช่วยยืนยันว่าเป็นการเล่นกันธรรมดา แต่ครองสุขไม่เชื่อ ไพศาลให้ใหญ่กราบขอโทษครองสุข ใหญ่ไม่ยอมจะโดนพ่อตีด้วยไม้เท้า เขาจึงดึงไม้มาโยนทิ้ง ไพศาลโกรธมากไล่ลูกออกจากบ้าน แล้วตัวเองก็หน้ามืดเป็นลมล้มลง ใหญ่ไม่หันมาเหลียวแล

หลังจากนั้นไม่นาน ใหญ่มักเก็บตัวอยู่ในโรงนา วันหนึ่งเห็นครองสุขพลอดรักกับผา สามีเก่าที่มาตามให้กลับไป ครองสุขเอาเงินมาล่อ ใหญ่เผยตัวออกมา

“แกสองคนหลอกพ่อฉัน ฉันจะไปบอกพ่อให้จับแกเข้าคุก”

ครองสุขบอกผาให้จัดการใหญ่ เขาถอยกรูดมาเหยียบคราดล้มลง จึงคว้าคราดมาถือป้องกันตัว ผาชักมีดออกมาจะแทงใหญ่ ใหญ่ยกคราดป้อง ซี่คราดกระแทกมือผา มีดตวัดปาดคอตัวเองล้มลงเลือดกระฉูด ใหญ่ตกใจโยนคราดทิ้ง ครองสุขโวยวายว่าใหญ่ฆ่าคนตาย

“ถ้าตำรวจมาถึง คนที่ติดคุกก็คือแก คุณไพศาล

ไม่มีทางเชื่อเรื่องที่แกบอกหรอก ฉันว่าแกหนีไปซะดีกว่า ไปสิ ไป๊”

ด้วยวัยเพียงสิบห้า สิบหก ทำให้ใหญ่ยังคิดอะไรไม่เป็น เขาวิ่งหนีเตลิดออกไป ครองสุขยิ้มเยาะ “ขอบใจนะที่แกช่วยกำจัดเสี้ยนหนามให้ฉัน ขอให้แกไปแล้วไปลับ อย่ากลับมา”

ooooooo

ในขณะที่ใหญ่เข้าไปป่วนในบ่อนของเสี่ยตง จนเกิดเรื่องวิ่งหนีออกมา โดดขึ้นรถบอกปานเทพให้รีบขับหนี แต่ยังบอกปานเทพให้ขับช้าหน่อยเพื่อให้พวกมันตามทัน ปานเทพแปลกใจกลัวลูกปืนที่ยิงไล่มา ใหญ่ต้องการให้พวกนั้นตามมาเห็นว่าตนหนีเข้าไปในไร่ไพศาล

ใหญ่โดดลงจากรถวิ่งเข้าไปให้ปานเทพขับรถกลับที่พัก พวกเสี่ยตงตามไล่ล่าใหญ่เข้าไปในไร่ ถวิล จอมนำคนงานมาขวาง กำลังจะมีเรื่องกัน ธีระเข้ามาเอ็ดตะโรมีเรื่องอะไรกัน พอเห็นว่าเป็นพวกเสี่ยตงก็จ๋อยลง พูดจาดีด้วยและกุลีกุจออำนวยความสะดวก

ปิ่นอนงค์กลับมาถึง เห็นผู้คนวุ่นวายถามไถ่ถวิลจนรู้ว่าพวกนักเลงมาตามคนร้ายปล้นเงิน ถวิลให้ปิ่นอนงค์เข้าห้องอย่าออกมามันอันตราย แต่เธอต้องไปรายงานครองสุขก่อน มาถึงเห็นกำลังหงุดหงิดเพราะทรรศนะโทร.มาขอเงินหนึ่งแสน ทำให้ไม่กล้าบอกเรื่องเงินผ่าตัดแม่

ปิ่นอนงค์กลับเข้าห้องเตรียมตัวจะอาบน้ำ เห็นหน้าต่างห้องตนแง้มอยู่ก็แปลกใจ ไปปิด แต่พอหันกลับมาเจอใหญ่ โถมเข้าปิดปาก เธอจ้องหน้าเขา จำได้ว่าคือคนขับรถสามล้อ...เสียงธีระนำพวกเสี่ยตงมาค้นหาบริเวณหน้าเรือน แต่ขอไม่ต้องเข้าไปค้น เพราะจะทำให้พวกผู้หญิงแตกตื่น ปิ่นอนงค์ดิ้นรน ใหญ่ถลึงตาใส่กระซิบ ถ้าร้องจะประกาศว่าเป็นผัวเมียกำลังจู๋จี๋กัน ธีระเรียกปิ่นอนงค์ให้โผล่หน้ามาบอกว่ามีใครแปลกปลอมเข้าไปบ้าง เธอจำต้องยื่นหน้ามาบอกว่าไม่มี ธีระพาพวกสมุนกลับไป ใหญ่ยิ้มกวนๆ บอกให้เธอไปอาบน้ำ ตนจะนอนพักเสียหน่อย

ooooooo

ตอนที่ 2

เมื่อปิ่นอนงค์อาบนํ้าเสร็จเข้ามาในห้อง เห็นใหญ่นอนหลับหันหลังให้ เธอย่องไปหยิบเสื้อผ้าในตู้แล้วจะย่องออกจากห้อง แต่แล้วใหญ่โผล่มาจับมือเธอไว้ ดึงกลับเข้ามาให้นั่งลง เธอกลัวจนตัวสั่น ขอร้องให้ปล่อยและสัญญาจะไม่บอกใครว่าเขาอยู่นี่ ใหญ่ไม่สนใจหยิบของในเป้ของตนออกมา เป็นมือถือและกระเป๋าสตางค์ของเธอ “ฉันเอามาคืนเธอ...”

ปิ่นอนงค์ตาโตดีใจ ใหญ่ให้นับดูว่าเงินอยู่ครบหรือไม่ เธอดูแล้วบอกว่าครบ พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขาถอดเสื้อโยนไปพาดเก้าอี้ เหลือแต่เสื้อกล้าม เธอตกใจถามว่าเขาจะทำอะไร

“มันร้อน เสื้อก็เหม็นสาบ หนีตำรวจมาสามวันไม่ได้อาบนํ้า...มานี่ซิ มาช่วยแก้ผ้าให้ที”

ปิ่นอนงค์ยกมือไหว้ขอร้อง นํ้าตาคลอ “ฉันกลัวแล้ว สงสารฉันเถอะนะ อย่าทำฉันเลย”

ใหญ่หัวเราะ คิดว่าตนจะทำอะไร ตนแค่ให้ช่วยแก้ผ้าพันแผลที่มือ แล้วทำความสะอาดด้วย เธอหน้าเหวอจำได้ว่าแผลนี่ตนเป็นคนทำร้ายเขาเอง...เธอล้างแผลใส่ยาให้ ใหญ่แกล้งร้องโอ๊ยบ่นอุบจะเป็นบาดทะยักไหมก็ไม่รู้ แถมขู่ถ้าตนตาย เธอต้องบาปมาก ปิ่นใจแป้วตนไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นตกใจกลัวมาก เธอแนะนำให้เขาให้หาหมอ

“อย่ามาหลอกให้ยาก ขืนไปก็ถูกลากเข้าตะรางสิ”

“คุณทำผิดร้ายแรงมากเหรอ ถึงต้องหนี” ปิ่นอนงค์เก็บยาลงกล่อง

“ก็ไม่เท่าไหร่ แค่ปล้น แล้วก็ฆ่าไปสองสามศพ แต่ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำอะไรผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆอย่างเธอ”

ปิ่นอนงค์กลัวมือไม้สั่นกล่องยาร่วงจากมือ ใหญ่แอบขำ หยิบเงินที่ได้มาจากบ่อนส่งให้เธอก้อนหนึ่ง บอกว่า เป็นค่าทำแผล และค่าที่พัก ตนจะนอนที่นี่ เธอหน้าตื่นตกใจ ใหญ่กวาดของบนเตียงออก ดึงเธอลงนอน ปิ่นอนงค์พนมมือนํ้าตาไหล

“ฉันไหว้ล่ะ อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ฉันกลัว ปล่อยฉันไปเถอะ”

“อย่าโวยวายไปหน่อยเลยน่า แค่ขอนอนกอดเอาไว้เป็นตัวประกัน เผื่อจะหนี” ใหญ่ไม่สนใจนอนกอดเธอเหมือนกอดหมอนข้าง สักพักก็หลับกรนเสียงดัง

ปิ่นอนงค์นอนตัวสั่น

ด้านนอก ถวิลกับจอมยืนมองพวกสมุนเสี่ยตงกลับกันไป หวานเข้ามาถามว่าพวกนั้นเป็นใคร ถวิลจำได้เป็นพวกที่บ่อน จอมบอกพ่อว่าตนจะเดินยามคืนนี้เอง...จอมเดินมายืนมองขึ้นไปที่หน้าต่างห้อง ปิ่นอนงค์ พึมพำว่าตนจะปกป้องเธอสุดชีวิต

ooooooo

เช้าวันใหม่ ปิ่นอนงค์ลืมตาขึ้นมาเห็นหน้าใหญ่กำลังก้มลงมาจะจูบตน ก็ตกใจผลักไสเขา แต่ใหญ่คำรามว่า เธอสวยจนฉันอดใจไม่ไหว และพยายามปลุกปลํ้า ปิ่นอนงค์ดิ้นรนต่อสู้สุดชีวิต ร้องให้คนช่วย... เสียงเคาะประตูโครมๆ ไม่ทันไร ประตูถูกกระแทกเข้ามา จอมจับมือเธอที่ปัดป่ายไปมา เขย่าเรียกให้ลืมตา ปิ่นอนงค์ลืมตาขึ้นมาตบหน้าจอมเต็มแรง

“โอ๊ย...ตบเราทำไม”

ปิ่นอนงค์กะพริบตาถี่ๆ มองเต็มตาไปรอบตัวไม่เห็นใหญ่ จึงรู้ว่าตนฝันไป รีบขอโทษจอมและตอบอ้อมแอ้มว่าตนฝันว่าโจรเข้ามาในห้อง จอมถอนใจ ถึงว่าร้องเสียจนตกใจ

“แล้วจอมเห็นเรานอนอยู่คนเดียวใช่มั้ย” ปิ่นอนงค์ถามเพื่อให้แน่ใจ จอมตอบว่าใช่

ไม่ทันที่จอมจะซักถาม จินตนาโทร.เข้ามาบอกปิ่นอนงค์ว่า ค่าผ่าตัดแม่เป็นเงินสามแสน เธอแทบช็อก ตัดสินใจไปขอเบิกจากครองสุขแล้วจะผ่อนใช้คืน ครองสุขโวยวายเป็นแค่แม่บ้าน กลับไปผ่าตัดโรงพยาบาลเอกชน ทำไมไม่ใช้บัตรทองสามสิบบาท ปิ่นอนงค์กราบขอโทษเพราะแม่อาการหนักจริงๆ จึงไม่ทันคิด ธีระเดินสวนปิ่นอนงค์เข้ามาถามครองสุขขัดใจอะไร

“ก็มันน่ะสิ จะมาเบิกค่าผ่าตัดนังอุ่นสามแสน ตานะโทร.มาขอแสนนึง ฉันยังไม่มีให้เลย โอ๊ย กลุ้มๆๆ นี่มีทางไหนจะหาเงินก้อนได้บ้าง ก่อนคำสั่งศาลจะออก”

“ผมกำลังจะบอกพี่พอดี พี่เคยบอกว่ามีโฉนดที่ดินชื่อไอ้ใหญ่อยู่แปลงหนึ่งไม่ใช่เหรอ ผมมีวิธีไปเปลี่ยนเป็นเงินได้”

ครองสุขยิ้มออก หยิกแก้มธีระอย่างพอใจ เขาบอกว่ายังมีวิธีเปลี่ยนสมบัติของใหญ่ให้เป็นเงินได้อีก เธอโผกอดเขาอย่างเอาใจ

ooooooo

ใหญ่เดินผิวปากอารมณ์ดีกลับมาห้องที่โรงแรม ปานเทพบ่นอุบอยากจะด่าแต่ไม่รู้จะด่าอย่างไรดี  ไม่รู้บ้างเลยหรือว่าตนโดนพ่อด่าจนหูชา แถมขู่ว่าถ้าเขาเป็นอะไรไปจะตามมายิงตนถึงที่นี่ ใหญ่หัวเราะผายมือให้ดูว่าตนกลับมาครบสามสิบสอง ปานเทพถามว่าหายไปไหนมาทั้งคืน ใหญ่ตอบหน้าตาเฉยว่า ไร่ไพศาล เล่นเอาปานเทพตะลึง

ตอนที่ 3

เสียงร้องของทัศนีย์ทำให้ปิ่นอนงค์กับน้อยตกใจ รีบวิ่งขึ้นมาบนห้องเธอ เห็นใหญ่กำลังจับมือทั้งสองข้างดันเธอติดกับตู้เสื้อผ้า เธอดิ้นเตะถีบและด่าเขายกใหญ่

“อย่าค่ะ อย่าทำอะไรคุณนี ปิ่นขอร้องล่ะค่ะ”

ใหญ่สะบัดร่างทัศนีย์ไปล้มลงบนเตียง เธอไม่วายปากเก่ง “ไปขอร้องมันทำไมนังปิ่น มันเป็นแค่ไอ้คนงานกระจอก”

ใหญ่ชี้หน้าปิ่นอนงค์เชิงไม่ต้องพูดอะไร แล้วหันมาโค้งหัวให้ทัศนีย์ “ขอประทานโทษขอรับ นายหญิงทัศนีย์ ที่ขี้ข้าอย่างบ่าวล่วงเกินนายไป”

ทัศนีย์ลุกขึ้นชี้หน้าไล่ใหญ่ออกไป น้อยพยายามบุ้ยใบ้ห้าม ปิ่นอนงค์เลิ่กลั่กวิ่งตามใหญ่ซึ่งเดินยิ้มๆออกไป ทัศนีย์หันมาแว้ดถามน้อยชี้บ้าชี้บออะไร

“คะ คะคุณนี รู้ตัวมั้ยคะ ว่ากำลังด่าใคร...”

ปิ่นอนงค์วิ่งมาดักหน้าใหญ่ ขอร้องอย่าถือโทษทัศนีย์ เธอไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ใหญ่ยิ้มในหน้า คิดถึงอดีตที่เคยโดนทัศนีย์แกล้งเอาขี้หมาใส่กล่องขนมมาให้ แล้วตนเอาคืนด้วยการจับเธอขังห้องน้ำ โยนจิ้งเหลน หนู  และตุ๊กแกเข้าไปให้เธอร้องกรี๊ดๆ ปิ่นอนงค์เป็นคนไปช่วยพาเธอหนีออกมาได้...ใหญ่บอกปิ่นอนงค์ว่า ตนคงไม่ทำเหมือนตอนเด็กๆอีก

ทัศนีย์แทบช็อกเมื่อรู้จากน้อยว่า คนที่ตนด่าตะเพิดไปคือใหญ่...ในขณะที่ปิ่นอนงค์พยายามขอร้องใหญ่ไม่ให้ลงโทษ ทัศนีย์ ใหญ่บอกว่า คติของตนคือ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ในเมื่อขอรับโทษแทน จึงแกล้งใช้เธอขับรถกอล์ฟให้โดยไม่ต้องถามว่าจะไปไหน

ระหว่างทางที่ขับผ่านทุ่งดอกไม้สวยงาม ปิ่นอนงค์นั่งเงียบจนใหญ่ต้องถาม จะไม่แนะนำอะไรบ้างหรือ เธอย้อนว่าเขาให้ตนขับรถ เขาจึงแกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้

“หมายความว่า ฉันให้ทำอะไร เธอก็จะทำทุกอย่างเลยเหรอ”

ปิ่นอนงค์ตกใจเบี่ยงตัวหลบ รถแฉลบจะชนหิน ใหญ่ช่วยหักพวงมาลัยหลบ เธอเซมาปะทะอกเขา เท้าเหยียบเบรกอัตโนมัติ เขาจึงกอดเธอไว้ไม่ให้ตก สองคนหน้าประชิด สบตากันปิ๊งๆ พอรู้สึกตัวก็รีบผละออกจากกัน ปิ่นอนงค์อายหน้าแดง หันมาขับรถต่อ

น้อยหน้ามุ่ยมานั่งในวงที่ถวิล จอม และเปี๊ยกคุยกันอยู่ บ่นเป็นห่วงปิ่นอนงค์ ไม่รู้จะโดนโทษอะไรแทนทัศนีย์บ้าง พอจอมรู้ว่าใหญ่ฉุดปิ่นอนงค์ขึ้นรถไปก็ขี่มอเตอร์ไซค์ตามไปทันที
วิวในไร่ไพศาลเต็มไปด้วยความงาม ทำให้ใหญ่กับปิ่นอนงค์เคลิบเคลิ้มไปกับธรรมชาติ จนมาถึงริมลำธารใหญ่เห็นต้นปีบสั่งเสียงเฉียบให้จอดรถ

“ตรงนี้มันคุ้นๆนะ นี่ต้นอะไรนะ”

ปิ่นอนงค์ไม่ค่อยอยากบอก เพราะจำได้ตอนที่ตนได้ต้นนี้มาจากทรรศนะ และเพิ่งเอามันลงดินใหม่ๆ ใหญ่เป็นคนมาดึงต้นนี้ทิ้ง ตนร้องไห้ประคองมันกลับขึ้นมาปลูกใหม่ ดูแลมันจนรอดตายมาได้ จึงตอบเสียงแผ่วๆว่า... ต้นปีบ

“เธอเก่งมากเลยนะปิ่น ที่ดูแลต้นไม้นี้จนรอดโตมาได้ขนาดนี้ คงจะรักคนที่เขาให้มากเลยสินะ แต่ฉันว่าต้นปีบต้นนี้มันเกะกะ บดบังทิวทัศน์สวยๆแถวนี้ซะหมด ตัดทิ้งเลยดีกว่า”

ตอนที่ 4

หน้าห้องตรวจ ใหญ่ชะเง้อรอปิ่นอนงค์อย่างห่วงใย หมอบอกว่าเธอพักผ่อนน้อย ฉีดยาแล้วให้กลับไปนอนพัก พยาบาลคนหนึ่งเดินมาทัก

“หนูปิ่นอนงค์ใช่ไหมลูก ได้ข่าวแม่อุ่นเรือน ไม่สบาย หายดีหรือยัง” แล้วซักถามความเป็นไปของที่ไร่ ปิ่นอนงค์จะแนะนำใหญ่ เขารีบขัด

“ผมเป็นคนงานในไร่ครับ พาคุณปิ่นมาตรวจร่างกาย”

พยาบาลพยักหน้าแล้วแตะแขนปิ่นอนงค์ถาม “เออ หนูปิ่น เขาลือกันว่าคุณใหญ่ลูกคุณไพศาลกลับมาที่ไร่แล้ว จริงมั้ยจ๊ะ น่าสงสารทั้งพ่อทั้งลูก คุณไพศาลก่อนจะเสีย เพ้อถึงแต่คุณใหญ่ตลอดเลย...อุ๊ย ป้าต้องรีบไป เซ็นชื่อเข้าเวรแล้ว ไปล่ะนะ สวัสดีๆ”

ปิ่นอนงค์ลอบมองหน้าใหญ่ เห็นเขาเครียด เดินมาขึ้นรถจึงถามว่าทำไมไม่แสดงตัว ใหญ่ตอบว่า สารรูปอย่างตน บอกใคร ใครเขาจะเชื่อ เธอจึงย้ำว่า จำได้เหมือนกันว่าคุณไพศาลเพ้อหาแต่เขา ใหญ่ยิ่งเครียดกระชากรถพรืดออกไป

กลับถึงบ้าน อุ่นเรือนต่อว่าลูกสาวทันทีที่ไปกับใหญ่ ปิ่นอนงค์พยายามอธิบายว่า เขาแค่พาตนไปหาหมอเท่านั้น และจะเล่าเรื่องที่โดนกระทำมา แต่อุ่นเรือนไม่ฟัง ให้ลูกสาบานจะไม่ทรยศต่อครองสุข ปิ่นหน้าเสียน้ำตาร่วงสาบาน...

ขณะที่ใหญ่ขี่ม้าไปตามไร่ หยุดผูกม้ามานั่งคิดถึงอดีตที่ผ่านมาอย่างปวดร้าว สับสนว่าพ่อรักตนจริงหรือ เจิดกับก้านคนของธีระขี่มอเตอร์ไซค์ผ่านมาเจอ อยากเอาใจเจ้านาย จะยิงใหญ่ทิ้งเสีย จึงมาแอบข้างต้นไม้ เล็งปืนออกไปทางใหญ่ เปี๊ยกถือพร้าตัดกล้วยเดินมาเห็น ตกใจปาพร้าใส่มือที่ถือปืนยื่นออกมา ปืนลั่นไปทางอื่น เจิดตกใจวิ่งหนีไปขึ้นมอเตอร์ไซค์หนี ใหญ่วิ่งมาดูเห็นหลังไวๆ พอจะจำได้ว่าเป็นคนของธีระ เปี๊ยกโผล่หัวขึ้นจากที่หมอบ ส่งภาษามือเล่าเรื่อง

ใหญ่กลับมาเล่าให้ปานเทพฟัง เขาโวยวายยังจะใจเย็นอยู่อย่างนี้อีกหรือ น่าจะออกไปตั้งหลัก ใหญ่ว่าตนไม่ได้อยากได้สมบัติของพ่อแต่อยากหาสาเหตุการตายของพ่อ ปานเทพเขม่น

“หึ นึกว่าแกจะบอกว่า มาเพราะอยากเห็นหน้ายัยปิ่นซะอีก เออ นี่ตั้งแต่มาฉันยังไม่เจอหน้าเลย อยากรู้ว่าสวยแค่ไหน แกถึงติดใจนัก”

“อย่าพูดเหลวไหล ปิ่นเป็นแค่ตัวช่วยคนนึง ที่จะช่วยไขความลับได้เท่านั้นโว้ย” ใหญ่เอ็ดตะโรแล้วเดินหนีไป ปานเทพเยาะ ไล่หลังหาว่าทำดุกลบเกลื่อน...

แม้จะป่วย ปิ่นอนงค์ยังออกมาทำงานในไร่ จอมเห็นให้กลับไปนอนพัก เธอไม่ยอมไปยังแกล้งปาฟางใส่หัวเขา ทั้งสองหยอกล้อกันสนุกสนานเหมือนที่เล่นกันมาแต่เล็ก...ใหญ่นั่งรออาหารเช้า แปลกใจที่อุ่นเรือนเป็นคนจัดมาวางจึงถามหาปิ่นอนงค์ทำไมไม่มาดูแลตน อุ่นเรือนตอบอย่างไม่ค่อยพอใจว่าลูกสาวป่วย ตนให้นอนพัก น้อยไม่รู้พูดไปตามที่เห็นว่าปิ่นอนงค์เล่นอยู่กับจอม ใหญ่ไม่พอใจ แกล้งพาลว่าอาหารไม่เอาไหน อุ่นเรือนจะทำใหม่ให้ เขาก็ไม่เอา ให้ไปซื้อที่ตลาดมาให้ จากนั้น ก็รีบมาดู เห็นปิ่นอนงค์ใกล้ชิดอยู่กับจอมจริงๆ
ใหญ่เดินหน้าดุมาโวย “ปิ่นอนงค์ ทำไมไม่ทำกับข้าวให้ฉันกิน มาเกะกะอะไรแถวนี้”

“แม่ทำให้คุณใหญ่แล้วนี่คะ ฝีมือแม่อร่อยกว่าปิ่นทำอีก”

“ก็ฉันบอกแล้วไง คนอื่นทำฉันไม่กิน ฉันจะกินก็ต่อเมื่อเธอเป็นคนทำเท่านั้น นี่จะขัดคำสั่งฉันเหรอ”

“ไม่เกินไปหน่อยเหรอครับคุณใหญ่ ผมรู้ว่าคุณเป็นเจ้านาย แต่สั่งอะไรเอาแต่ใจตัวเองแบบนี้มันไม่ถูก ไม่มีเหตุผล รู้จักเห็นใจคนอื่นบ้างสิครับ เอะอะอะไรก็ใช้แต่ปิ่น” จอมเสียงแข็ง
ใหญ่ยิ้มเยาะ แกล้งใช้จอมไปล้มวัวตัวที่ปิ่นกำลังรีดนม ทั้งสองตกใจรีบบอกว่าวัวตัวนี้เป็นแม่พันธุ์ ใหญ่แกล้งไม่สนใจจะเอามาทำสเต๊กกิน จอมจ้องหน้าอย่างเคืองๆ ใหญ่ตอกกลับ

“เมื่อกี้ทำเป็นบ่น อะไรก็ใช้แต่ปิ่น พอใช้ตัวเองเข้า ทำบ่ายเบี่ยง ถ้ายังงั้น ใครก็ได้เอาวัวไปเชือดเดี๋ยวนี้ ฉันสั่งไม่ได้ยินเหรอ” ใหญ่หันไปเรียกคนงานคนอื่น

ปิ่นอนงค์ใจเสีย รีบบอกใหญ่ว่าตนจะไปทำอาหารให้ อย่าฆ่าวัวเลย ใหญ่ยิ้มเยาะเดินตามเธอไป จอมฮึดฮัดเตะข้าวของอย่างไม่พอใจ

ถึงในครัว ปิ่นอนงค์ถามใหญ่อยากให้ตนทำอะไรให้ทาน ใหญ่จำได้ว่าตอนที่ตนแอบมาเคารพศพพ่อ เห็นปิ่นอนงค์ตอนเป็นนักเรียน มาคอยเปลี่ยนอาหารและดอกไม้ให้ แถมบอกว่าวันนี้เป็นต้มบ๊วยหมูสับ เธอหัดทำจากแม่ อยากให้คุณท่านลองชิมเพราะคุณท่านมีบุญคุณ ตนยังขำและเรียกเธอว่า ยัยปิ่น ปอดแหก เธอได้ยินเสียงตกใจคิดว่าผีหลอก สัปเหร่อมาเห็นจับตนได้ คิดว่าเป็นพวกขโมยของกิน ปิ่นอนงค์สงสาร เอาอาหารที่เหลือให้แถมเตือน

“เก็บไว้กินนะถึงจะตกงานก็อย่าเพิ่งสิ้นหวังไปลักขโมยใครนะคะ ฉันเชื่อว่าถ้าคุณอดทนพยายาม ซักวันคุณต้องได้งาน”

ใหญ่ซึ้งใจมาตั้งแต่วันนั้น วันนี้เขาจึงบอกเธอว่า อยากกินต้มบ๊วยหมูสับ เธอทำให้เขาอย่างรู้สึกแปลกใจนิดๆ...ใหญ่หายไป กลับมาพร้อมไข่เจียวมาวางคู่กับชามแกงของเธอ

“นี่ๆต้มบ๊วยหมูสับต้องกินกับไข่เจียวถึงจะเข้ากัน มาๆปิ่น มากินด้วยกัน”

ปิ่นอนงค์อึกอัก ใหญ่ดึงเธอมานั่ง วางจานข้าวให้

ooooooo

ในไร่ ถวิลกำลังแจกแจงงานกับคนงาน เปี๊ยกมาส่งภาษาใบ้เล่าเรื่องที่ใหญ่โดนลอบยิง จอมไม่สนใจแถมบอกพ่อว่า ตนไม่ทำงานวันนี้ เบื่อหน้าเจ้านาย ปานเทพเดินเข้ามาขอรายชื่อ เวลาทำงานของคนงาน และขอรายจ่ายค่ายาของสัตว์และค่าปุ๋ยด้วย จอมไม่พอใจ หาว่าไม่เชื่อใจพ่อของตน ปานเทพอธิบายว่า ทำตามคำสั่งของใหญ่ จอมไม่พอใจใหญ่อยู่แล้ว จึงชกหน้าปานเทพระบายอารมณ์เสียเลย ถวิลรีบห้ามและขอโทษขอโพย เจิดกับก้านผ่านมาเห็นรีบโทร.รายงาน

ธีระกำลังอยู่กับครองสุขที่ธนาคาร ฟังข่าวแล้วสะใจที่คนงานไม่เคารพเชื่อฟังใหญ่และปานเทพ ครองสุขหน้าบึ้งเข้ามาว่า เสี่ยตงไม่โอนเงินมาให้ ธีระบ่นเสีย

ปิ่นอนงค์ไปแล้วยังเบี้ยวเงินอีก ทั้งสองมาเอาเรื่องเสี่ยตงถึงบ่อน แต่กลับถูกรวบตัว โวยกลับ

“ใครกันแน่ที่เบี้ยว ให้คนมาจี้ชิงเงินในบ่อนของฉันไป เอาปิ่นมาหลอกขายให้ฉัน พอจะได้เสียกันก็ส่งคนมาช่วย แผนสูงนะคุณนาย”

“เสี่ยพูดอะไร ใครมาขโมยเงิน ใครมาช่วยนังปิ่น”

“ก็ไอ้ใหญ่ ลูกเลี้ยงคุณนายไง”

ทั้งครองสุขและธีระตกใจ เสี่ยตงชักปืนมาขู่ให้เอาเงินก้อนแรกคืนมา ไม่อย่างนั้นก็เอาตัวปิ่นอนงค์มาใช้แทน สองคนสบตากันเครียด...

ปานเทพแบกหน้าบวมช้ำมาโวยใหญ่ เขากลับขำ ให้ไปแสดงบารมีเป็นผู้ช่วยเจ้าของไร่ ไหงกลับโดนกระทืบกลับมา ปานเทพอ้างว่าเกลียดการใช้กำลัง เขาเยาะ

“ถ้าแกไม่สร้างบารมีกับพวกคนงาน แกจะเข้าไปล้วงความลับจากพวกนั้นได้ยังไง”

ทัศนีย์ส่งเสียงเรียกน้อยกับอุ่นเรือนให้มารับใช้ ใหญ่แสดงความโฉดให้เพื่อนดูทันที เข้าไปกร่างใส่เธอ ทัศนีย์รีบขอโทษเดินหนีไป ใหญ่หันมาถามปานเทพว่าใครเห็นพวกตนก็กลัวกันทั้งนั้น ปานเทพจึงเปลี่ยนสีหน้าเป็นดุดันบ้าง

อุ่นเรือนถือของที่ใหญ่สั่งซื้อมาจัดลงจาน ปิ่นอนงค์ยกถาดอาหารมาจะล้าง อุ่นเรือนแปลกใจถามว่าของใคร พอรู้ว่าเป็นของใหญ่ ก็โวยวายหาว่าลูกสาวขัดคำสั่ง โกรธเดินหนีกลับห้อง ปิ่นอนงค์ตามอธิบายแต่แม่ไม่ฟัง น้อยถือโทรศัพท์มาบอกปิ่นอนงค์ว่า ครองสุขโทร.มาสั่งให้เอาไอแพดไปให้ตามสถานที่ที่บอกมา เธอหน้าเครียดสบตาน้อยอย่างหวั่นใจ

ooooooo

ปิ่นอนงค์จำต้องขับรถในไร่ เอาของไปให้ตามคำสั่งครองสุข ไม่ทันออกรถ ใหญ่เปิดประตูเข้ามานั่งข้าง อ้างมีธุระขอติดรถไปด้วย ความรีบทำให้เธอไม่อยากต่อล้อต่อเถียง

เสียงใหญ่ยังดังก้องในหูปานเทพ ให้ทำให้คนเชื่อว่าเป็น ปาน ป่าหวาย ความโฉด ชั่วร้าย คือตัวตน แสดงบทบาทบ่อยๆจะได้ชิน ฉะนั้น พอเขาเห็นทัศนีย์นั่งกดมือถือยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ก็ทำกร่างเข้าไปกวนบ้าง แต่เธอขยับหนีอย่างรังเกียจ เขาหมั่นไส้จึงแกล้งลวนลามกอดเธอและยื่นหน้าทำท่าจะจูบ พลันมีไม้ลึกลับฟาดมาด้านหลังอย่างแรง ปานเทพร่วงลงไปกุมหัวร้องโอย... หันมาเห็นเป็นจินตนา ทัศนีย์วิ่งหนีไปทันที จินตนา

ชี้หน้าจำเขาได้ ปานเทพตกใจนึกได้ว่าเคยเจอกันมาก่อน รีบวิ่งหนีไปอีกทาง จินตนาวิ่งตามชนเข้ากับจอมจึงเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง...

ในเมือง ระหว่างปิ่นอนงค์ขับรถมาถามใหญ่ว่าจะลงตรงไหน เขากลับกวนว่า เธอไปไหนก็ลงตรงนั้น เธอให้เขารู้ไม่ได้ว่าจะไปไหน จึงจอดหน้าร้านหนึ่งและบอกเขาว่าตนมาซื้อของร้านนี้ เธอวิ่งเข้าไปในร้าน พอเห็นใหญ่ลงรถเดินแยกไปอีกทาง ก็รีบกลับมาขึ้นรถขับต่อไป จนมาถึงบ้านเสี่ยตง สมุนคุมตัวครองสุขกับธีระออกมา ปิ่นอนงค์รีบส่งไอแพดให้ ครองสุขกลับผลักเธอล้มลง แล้วถามโกรธๆ ทำไมไม่บอกว่าครั้งก่อนใหญ่ไปช่วยที่รีสอร์ต

“ใคร ใครบอกคุณนายคะ”

“ใครบอกไม่สำคัญ มันจริงรึเปล่า”

“ค่ะ ลูกค้าของคุณนายจะข่มเหงปิ่น คุณใหญ่ไปช่วยปิ่นไว้”

“แกมีอะไรกับไอ้ใหญ่มันแล้วใช่มั้ย มันถึงได้ห่วงใยแกนัก”

ปิ่นอนงค์ปฏิเสธยกใหญ่ แต่ครองสุขไม่เชื่อและต่อว่าไปถึงเรื่องเงินค่าผ่าตัด หาว่าโกหกว่ากู้มา ทั้งที่ความจริงเป็นเงินของใหญ่ เธอน้ำตาร่วงสารภาพว่าไม่รู้จริงๆ เผอิญมันอยู่ในกระเป๋า

“อีไร้เดียงสา ไม่ต้องมาทำหน้าซื่อ แกเสียตัวให้มันแล้วล่ะสิ มันถึงได้ลงทุนเอาเงินที่มันปล้นจากบ่อน

เสี่ยตงมาให้แก” ครองสุขตบหน้าปิ่นอนงค์หลายฉาด

“ไม่จริงค่ะ ปิ่นกับคุณใหญ่ไม่มีอะไรกันจริงๆ ปิ่นสาบานได้ค่ะ” ปิ่นอนงค์พนมมือ

สมุนเสี่ยตงเข้ามาจับตัวปิ่นอนงค์ไว้ ธีระมองอย่างสงสาร ครองสุขดึงเขากลับออกไป ปิ่นอนงค์อ้อนวอนขอให้พาตนกลับไปด้วย ตนจะหาเงินมาคืนเส่ียตงเอง แต่ครองสุขไม่เหลียวแล ธีระถามจะบอกแม่ของเธอว่าอย่างไร ครองสุขสะบัดเสียงว่ามันเรื่องของตน สองคนขึ้นรถขับออกไป ใหญ่โผล่จากที่ซ่อนมองเข้าไปในบ้านอย่างกังวล

ปิ่นอนงค์ถูกผลักเข้าไปในห้องนอนเสี่ยตง เขาสวมเสื้อคลุมรออยู่ เธอรีบตั้งสติอ้อนวอน อย่าทำอะไร ตนจะหาเงินมาคืนให้ แต่เสี่ยไม่สนใจ พยายามปลุกปล้ำ ปิ่นอนงค์กลัวลานวิ่งหนีไปหลบในห้องน้ำ กดล็อกประตูไว้ ไม่ทันไร เกิดไฟดับพรึบ ข้างนอกวิ่งกันอลหม่าน เสี่ยตงรู้สึกร้อน เดินออกมาที่ระเบียงตะโกนถามลูกน้องว่าเกิดอะไรขึ้น ตำรวจบุกหรือเปล่า ลูกน้องรายงานว่าไม่ใช่ เสี่ยตวาดไม่ใช่ก็ไปรีบเช็กที่คัตเอาต์ดู

ในห้อง ใหญ่แอบเคาะประตูห้องน้ำเรียกปิ่นอนงค์ให้ออกมา พอเธอได้ยินเสียงจำได้รีบเปิดประตูโผหาใหญ่ เขาพาเธอหนีออกจากห้องลงมาข้างล่างแต่แล้วโดนปืนจ่อ เขารีบดึงปิ่นอนงค์มาหลบด้านหลัง เสี่ยตงตามลงมาเยาะ

“กล้ามากนะ คิดไม่ผิดจริงๆ ว่าแกต้องมาช่วยปิ่น อย่างว่าแหละ ผัวมันก็ต้องห่วงเมียธรรมดา ฉันไม่สนผู้หญิงมีราคีอย่างเธอแล้วปิ่น ฉันสนใจส่วนแบ่งหลังจากไอ้ใหญ่ตายมากกว่า”
ทันใด ปิ่นอนงค์เห็นสมุนฟาดด้ามปืนเข้าที่ท้ายทอยใหญ่ ทรุดลงสลบไป เธอร้องลั่น...พอครองสุขรับโทรศัพท์ รู้ว่าใหญ่ตามไปช่วยจริงๆ และตกลงแบ่งผลประโยชน์กัน

“ตกลงตามนั้น...เธอเห็นรึยังธีระ นังปิ่นมันไม่ได้ซื่อบริสุทธิ์อย่างที่มันแสดงให้เราเห็นหรอก ยังไงก็ช่างมัน รู้แต่ว่าตอนนี้ เรามีคนช่วยกำจัดไอ้ใหญ่โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อยแล้ว”

ธีระมองครองสุขซึ่งยิ้มเหี้ยมอย่างครุ่นคิดเสียดายตัวปิ่นอนงค์...ในขณะที่ ใหญ่กับปิ่นอนงค์ถูกขังในห้อง ใหญ่ถูกใส่กุญแจมือไพล่หลังนอนสลบตะแคงหนุนตักปิ่นอนงค์ ซึ่งโดนใส่กุญแจมือด้านหน้า เธอบีบไหล่เขาอย่างห่วงใยจนเขาฟื้น เธอรีบขอโทษที่ทำให้เขาเดือดร้อน

“ช่างเถอะ แล้วเธอล่ะ ปลอดภัยดีใช่มั้ย ไอ้เสี่ยนั่นมันทำอะไรเธอรึเปล่า”

“เปล่าค่ะ มันเอาเรามาขังที่นี่ พวกมันยึดโทรศัพท์ปิ่นไปด้วย แล้วพวกมันก็หายไปไหนไม่รู้ เราจะทำยังไงกันดีคะ”

“สถานการณ์อย่างนี้ ฉันคงไม่รอดแล้วล่ะ แต่สำหรับเธอ ฉันจะพูดกับไอ้เสี่ยมันอย่างลูกผู้ชายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตายว่า เธอกับฉันไม่ได้มีอะไรกันจริงๆ รับรองเธอยังมีทางรอด”

“ไม่เอา ปิ่นไม่เอาวิธีนี้”

“แสดงว่าเธอต้องการมีอะไรกับฉันจริงๆเหรอปิ่น”

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ ปิ่นหมายความว่าปิ่นไม่เอาตัวรอดไปคนเดียวหรอกค่ะ รอดไปเจอไอ้เสี่ยนั่น ปิ่นยอมตายพร้อมคุณใหญ่ดีกว่า”

ใหญ่ยิ้มชื่นใจไม่เสียแรงที่ลองใจ จึงบอกให้เธอช่วยล้วงเข้าไปในกางเกงหยิบโทรศัพท์ที่ตนซ่อนไว้ขอบกางเกงใน ปิ่นอนงค์หน้าแดงเก้อเขิน ใหญ่ย้ำไม่ใช่เวลาคิดมาก ตนไม่มีอารมณ์แบบนั้น เธอจึงค่อยๆล่วงมือลงไป เขาให้ขยับไปทางขวา จนหยิบออกมาได้ เธอรีบบอกจะโทร.แจ้งตำรวจ แต่เขาส่ายหน้ากลับให้กดเบอร์ตามที่บอก แล้วยกโทรศัพท์มาแนบหูเขา...ใหญ่โทร.หาปานเทพ สั่งให้บอกปลอดใช้แผนปู่โสมเฝ้าทรัพย์ที่ถ้ำจอมพลมาช่วยตน พลันเสียงประตูห้องเปิด ใหญ่รีบโผจูบซอกคอปิ่นอนงค์เพื่อกระซิบและบังให้เธอเก็บโทรศัพท์ไว้ตามเดิม

ปานเทพรับรู้แผนจากใหญ่แล้ว รีบวิ่งออกมาจะเอารถกระบะในไร่ออกไป แต่ถูกจอมมาขวางไว้ จะเอาเรื่องที่ปล้ำทัศนีย์ ทั้งสองหวิดชกต่อยกัน พอดีเจิดกับก้านเห็น เข้ามาทำทีเข้าข้างปานเทพ เล่นงานจอมปานเทพฉวยโอกาสขึ้นรถขับออกไป

สมุนเสี่ยตงเข้ามาเห็นใหญ่กับปิ่นอนงค์อยู่ในท่าเหมือนจูบกันอยู่ก็เอ็ดตะโร จะตายอยู่แล้วยังมีอารมณ์กันอีก สองคนผละออกจากกันเพราะเก็บโทรศัพท์เรียบร้อย ใหญ่หันบอกสมุน
“ไม่ได้สิ  เมียฉันสวยอย่างนี้ก็ต้องสั่งลากันหน่อยล่ะ”

พวกสมุนลากทั้งสองออกไป เสียตงสั่งให้เอาทั้งสองขึ้นรถแถมบอกให้ไปครองรักกันในนรก ปิ่นอนงค์เกาะแขนใหญ่ด้วยความกลัวมาก สมุนเสี่ยตงนั่งคุมไปในรถประมาณแปดคน ใหญ่เริ่มใช้แผนเกลี้ยกล่อม ว่าตนมีสมบัติที่ปล้นมาซ่อนไว้มากมายจะแบ่งให้ ฝังอยู่แถวชายแดน ถ้ากลัวตนหลอกก็ฆ่าตนหมกศพแถวนั้นได้เลย พวกสมุนมองหน้ากันด้วยความอยากได้

ooooooo

ถึงเวลาอาหาร อุ่นเรือนจัดโต๊ะ แล้วยืนรอถามครองสุขว่าปิ่นอนงค์ออกไปหาเธอทำไมไม่กลับมาด้วยกัน ครองสุขว่าปิ่นอนงค์เอาของมาให้แล้วแยกไปทำธุระ สงสัยหนีตามผู้ชายไปแล้ว อุ่นเรือนไม่เชื่อ เพราะรู้ว่าลูกสาวไม่มีนิสัยแบบนั้น

“นังปิ่นมันร้ายกว่าที่แกคิดเยอะนะ แกตามมันไม่ทันหรอกนังอุ่น” ครองสุขหันมาสั่งน้อยไปตามทัศนีย์ลงมาทานข้าว

น้อยตอบว่าทัศนีย์ไม่ลงมา ให้ตนเอาอาหารไปให้บนห้อง ครองสุขโกรธ เดินกระแทกเท้าขึ้นไปบนห้อง เห็นหลานสาวนั่งหน้างออยู่บนเตียง เธอไม่ยอมลงมาร่วมโต๊ะอาหารกับปานเทพหรือแม้แต่ใหญ่ ครองสุขปลอบว่าคืนนี้เป็นวันที่ใหญ่จะไปลงนรก จากนั้นก็ค่อยแจ้งความจับปานเทพฐานปลุกปล้ำก็ได้ ทัศนีย์ยิ้มออก กอดน้าซึ่งก็คือแม่อย่างดีใจ...

ปลอดยกพวกมารอตามแผนของใหญ่ ปานเทพเองก็มาจอดรถรอที่ท่าเรือ พอปลอดเห็นหน้าลูกชายก็ตบกบาลที่ปล่อยให้ใหญ่ถูกจับตัวไปได้ ปานเทพหน้าเหยบ่นว่าใหญ่ทำอะไรไม่เคยบอกตนก่อนเลย ปลอดจึงให้ไปช่วยใหญ่ออกมาก่อนแล้วค่อยชำระความทีหลัง

สมุนเสี่ยตงหลงเชื่อคุมตัวใหญ่กับปิ่นอนงค์มาที่หน้าถ้ำ แบ่งส่วนหนึ่งคุมตัวปิ่นอนงค์ไว้ อีกส่วนคุมตัวใหญ่เข้าไปในถ้ำ ปิ่นอนงค์ร้องเรียกใหญ่สีหน้าเป็นห่วง เขาเข้ามากระซิบข้างหู
“ไม่ต้องกลัว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ฉันจะไม่ทิ้งเธอ ปิ่นอนงค์”

สมุนเข้ามาดึงใหญ่ออก “ร่ำไรอยู่ได้ ไปเร็ว”

กลุ่มปลอดหลบอยู่ตามจุดต่างๆ แต่พอเห็นว่ามีผู้หญิงถูกคุมตัวอยู่ด้วยก็ชะงัก ปานเทพรีบบอกว่าคงเป็นปิ่นอนงค์ลูกสาวอุ่นเรือน ปลอดจึงให้หยุดอย่าเพิ่งโจมตี...ใหญ่หลอกพาพวกสมุนเดินวนเวียนในถ้ำ แล้วขอให้เปลี่ยนมาใส่กุญแจมือตนด้านหน้าเพราะเดินลำบาก ทางมันลื่น พวกมันหลงเชื่อ ใหญ่ฉวยโอกาสนั้นต่อสู้กับพวกมัน ปลอดกับลูกน้องเข้ามาช่วย สมุนคนหนึ่งหนีออกมาบอกพวกที่คุมตัวปิ่นอนงค์อยู่ได้

“ไอ้ใหญ่มันเล่นไม่ซื่อ จัดการอีปิ่นซะ แล้วเข้าไปอัดมันให้เละ”

คนของปลอดอีกกลุ่มเข้าช่วยเหลือปิ่นอนงค์

ใหญ่กำชับไว้ว่าไม่ให้ฆ่าใคร เอาแค่เลือดตกยางออกพอ ปลอดเห็นที่เสื้อใหญ่มีรอยเลือดก็ตกใจ “คุณใหญ่ คุณใหญ่ถูกยิงเหรอครับ”

ใหญ่ก้มดู เอามือกุมท้องงงๆ ปานเทพออกมาดูปิ่นอนงค์ว่าปลอดภัยดี ปลอดประคองใหญ่ออกมา เธอตกใจมากโผเข้าช่วยประคอง

“ฉันไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่เป็นไรได้ไงคะ เลือดออกเยอะอย่างนี้ ช่วยด้วย คุณใหญ่ถูกยิง พาไปหาหมอเร็วค่ะ”

ปานเทพเห็นเลือดจะเป็นลม ปลอดจิกตัวลูกชายไว้ พงษ์ลูกน้องปลอดทำหน้างงๆว่าใหญ่โดนยิงตอนไหน ปลอดกระซิบไม่ใช่เรื่อง ให้เอาตัวพวกคนร้ายไปรวมไว้ในถ้ำ ปานเทพถามพ่อทำไมไม่รีบพาใหญ่ส่งโรงพยาบาล เดี๋ยวเลือดออกหมดตัวพอดี

“คุณใหญ่เขาไม่ใจเสาะอย่างแกหรอก เดี๋ยวเขาก็หาย แกน่ะมาเล่าให้ฉันฟังให้หมดว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นที่ไร่”

ปิ่นอนงค์ดูแลใหญ่ที่ทำท่าแย่ลง เธอปลอบให้เขาอดทนไว้ เขาถามเธอว่าไม่อยากให้ตนตายหรือ เธอตอบอย่างจริงใจ ไม่เคยคิดอยากให้เขาตายเลย ใหญ่ถามย้ำว่าจริงหรือ

“จริงสิคะ เราต้องห้ามเลือดก่อน ขอปิ่นดูแผลได้มั้ย”

“แต่คุณนายของเธอเกลียดฉัน ถ้าเขาอยากให้ฉันตาย เธอจะกล้าขัดคำสั่งเขาเหรอ”

“ปิ่นจะทำให้คุณนายหายเกลียดคุณใหญ่เองค่ะ จริงๆนะคะ”

ใหญ่มองเธออย่างประเมินว่าจริงใจหรือเปล่า แต่พอปิ่นอนงค์เปิดเสื้อเขาดู ไม่เห็นแผลถูกยิง “เอ๊ะ...ไม่เห็นมีแผลเลย”

“อ้าวเหรอ แสดงว่ามันเป็นเลือดของพวกไอ้เสี่ยน่ะสิ ไปเถอะ” ใหญ่ลุกขึ้นยื่นมือช่วยฉุด

ปิ่นอนงค์รู้ว่าถูกหลอก ก็งอนสะบัดหน้าลุกเอง ใหญ่พาเธอไปที่รถซึ่งปลอดกับปานเทพรออยู่ก่อน เขาไหว้ขอบคุณปลอดที่มาช่วยทัน ปลอดถามเขาว่าจะให้ตำรวจมาเอาตัวพวกสมุนเสี่ยตงดีไหม ใหญ่กระแอมเตือน ไม่ได้เพราะพวกตนก็มีชนักติดหลังอยู่

“ที่ฉันบอกเธอว่าไปปล้นใครต่อใครเขา อาปลอดนี่แหละคือหัวหน้าแก๊ง เธอเห็นฝีมือแล้วนี่ เป็นไง ใช้ได้มั้ย”

ปลอดสะดุ้งมองใหญ่งงๆว่าใหญ่เล่นอะไรอยู่ ใหญ่กลบเกลื่อนบ่นหิวชวนไปหาข้าวต้มรอบดึกกิน

ปิ่นอนงค์มองปลอด แต่เขารีบหลบตา...

ooooooo

อุ่นเรือนเป็นห่วงลูกสาวที่ยังไม่กลับมา เจอจินตนากำลังรักษาวัวอยู่ก็รีบเข้าไปถามหา จินตนาแปลกใจว่าเพื่อนหายไปไหน จอมแจ้งลงบันทึกประจำวันเอาไว้แล้ว อีกสองวัน ถ้าปิ่นอนงค์ยังไม่กลับมา จะแจ้งความได้ หวานวิ่งมาตามอุ่นเรือนบอกว่าครองสุขเรียกไปพบ

รถตู้ของปลอดแล่นมาถึงบ้านตนเอง ปลุกปานเทพให้ตื่น เขาแปลกใจทำไมกลับมาที่นี่ ไม่กลับไร่ไพศาล ปลอดให้ถามใหญ่เอาเอง ใหญ่นั่งมองปิ่นอนงค์ซึ่งหลับสนิทอิงเขาอยู่

“ปิ่น ปิ่น...สงสัยฤทธิ์ยายังไม่หมด”

“ยา ยาอะไร เฮ้ย...อย่าบอกนะว่าที่ร้านข้าวต้ม แกวางยายัยปิ่น”

ใหญ่อมยิ้ม เพราะเขาแอบใส่ยาในน้ำให้เธอดื่ม ปานเทพโวยวายหาว่าใหญ่แกล้งปิ่นอนงค์มากเกินไป ปลอดตบหัวลูกชายปรามอย่าลืมว่าใหญ่เป็นเจ้านาย เพ็ญเดินออกมารับ ตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นปิ่นอนงค์ ใหญ่ถามว่าเปิดห้องรับรองไว้ให้หรือเปล่า เพ็ญพยักหน้า ใหญ่อุ้มปิ่นอนงค์เดินไป เธอกระซิบถามปลอดว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ปลอดว่าเดี๋ยวใหญ่คงอธิบายทุกอย่างให้ฟังเอง ตอนนี้สั่งให้ทำอะไรก็ทำไปก่อน...

ขณะเดียวกัน ที่ไร่ไพศาล ครองสุขสั่งน้อย เอาของทั้งหมดของใหญ่กับปานเทพลงกล่องลากไปเผาทิ้ง เพราะจะทำความสะอาดห้องไว้ให้ทรรศนะซึ่งกำลังจะมาถึงพรุ่งนี้ อุ่นเรือนแปลกใจ แสดงว่าใหญ่จะไม่กลับมาแล้ว เธอเกรงว่าเขาจะเอาตัวลูกสาวตนไปด้วย

“นี่นังอุ่น  ไหนๆเรื่องมันก็มาถึงขนาดนี้ ฉันบอกแกเลยแล้วกัน มีคนเขาเห็นว่าลูกแกขับรถไปกับไอ้ใหญ่ แล้วมันก็จอดรถทิ้งไว้ หายไปไหนด้วยกันก็ไม่รู้ ธีระเป็นคนขับรถคันนั้นกลับมาเอง จริงมั้ยธีระ”

ธีระจำใจเออออไปด้วย อุ่นเรือนร้องไห้โฮ เชื่อว่าลูกตนโดนบังคับไป ครองสุขพยายามกล่อมลูบหลังลูบไหล่ “นี่อุ่น ฟังนะ นังปิ่นมันไม่ใช่เด็กอายุห้าขวบ ไม่มีใครบังคับมันได้หรอกน่ะ มันคงจะอยากเป็นคุณนายไร่ไพศาลเต็มแก่ ก็เลยยอมเป็นเมียไอ้ใหญ่ แต่โชคไม่ดี ไอ้ใหญ่มันอาจจะเจอตำรวจก็เลยพานังปิ่นหนีไปด้วย ทำใจเถอะ ถือเป็นกรรมของแกนะนังอุ่น...”

ด้านใหญ่ กำลังถูกปลอดซักถามว่าอยากให้คนที่ไร่เข้าใจว่า เขากับปิ่นอนงค์ถูกฆ่าตายไปแล้วเพื่ออะไร ปานเทพโพล่งออกมาว่าสะใจได้แกล้งคน ใหญ่รับว่าจริง ปลอดเห็นว่ามันเสี่ยงเกินไป และที่ทำไปจะสูญเปล่า ใหญ่ยอมรับว่าครั้งนี้ตนประมาทไปหน่อย แต่คราวหน้าจะระวัง

“สรุปแล้ว แกจะปล่อยให้ไอ้เสี่ยมันลอยนวล แกคิดเหรอว่ามันจะไม่มาเอาคืน”

“มันอาจจะไม่กลัวตำรวจนะ แต่มันคงไม่อยากมีเรื่องกับพวกเสือปลอดหรอก”

เพ็ญปอกผลไม้ยกมาเจอปิ่นอนงค์เดินเพลียๆเข้ามาถามว่าที่นี่ที่ไหน ใหญ่ลุกมาตอบ

“ขอต้อนรับสู่รังเสือปลอด”

ปิ่นอนงค์ตกใจ มองไปรอบๆอย่างแปลกใจ เพราะดูเป็นบ้านที่ดูดีมีฐานะ ใหญ่แกล้งถาม

“ทำไมเหรอปิ่น เธอนึกว่าโจรต้องอยู่ในถ้ำ ในป่า หรือปลูกกระต๊อบอยู่เหรอ เชยจริงๆ พวกเราเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายปล้นเงินมาได้ ก็ต้องใช้ให้คุ้มหน่อย...แล้วนี่ น้าเพ็ญเมียเสือปลอด”

เพ็ญรับไหว้ทั้งที่มีดอยู่ในมือ ปิ่นขยับถอย เธอรีบวางมีดลงถามว่าหิวหรือยัง ใหญ่เสริมอยากทานอะไรให้บอก ที่นี่ของกินเหลือเฟือ ปลอดจำต้องหัวเราะให้ดูเหมือนโจรเออออไปด้วย
ท่าทางปิ่นอนงค์เป็นกังวล เดินตามใหญ่ขอร้องให้ส่งตนกลับบ้าน ใหญ่ถามคิดหรือว่ามีคนเป็นห่วงพวกเรา เธอตอบเศร้าๆว่าอย่างน้อยก็มีแม่ของตน ใหญ่อึ้งครุ่นคิด...ในขณะที่อุ่นเรือนเอาแต่ร้องไห้คิดถึงปิ่นอนงค์ จินตนาปลอบว่าปิ่นอนงค์ต้องกลับมา ตนก็ไม่เชื่อว่าเพื่อนจะทำตัวเหลวไหลอย่างนั้น พลันเห็นน้อยกำลังจะเผาของในกล่อง จึงเข้ามาดู เห็นข้าวของที่ปานเทพใช้เป็นพวกของดีมีแบรนด์ก็ชักสงสัย แถมมีตำรากฎหมายด้วยยิ่งแปลกใจ...

ปิ่นอนงค์ยืนเศร้าหน้าปฏิทิน มองวันที่ทรรศนะจะกลับแล้วพึมพำ พรุ่งนี้ตนไม่มีโอกาสได้เจอหน้าเขา ตนคิดถึงเขามาก ใหญ่ถือโทรศัพท์มากะจะให้เธอโทร.หาแม่ พอได้ยินอย่างนั้นก็หึงจัด เปลี่ยนใจไม่ให้ ผลุนผลันมาบอกปานเทพว่าตนจะเข้าเหมือง ปานเทพงง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 08:02 น.