ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พิมมาลา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ในที่สุดทีมกู้ภัยก็ต้องหยุดการค้นหากันจริงๆ เพราะมีน้ำป่าไหลบ่ามาจากภูเขา พ่อกับแม่ของแวนและน้ำนวลรู้สึกมืดมนหมดหวัง ร้องไห้กันอย่างไม่อายใคร แต่แล้วเพรียวก็ทำให้ความรู้สึกนั้นหายไป ทุกคนกลับมีรอยยิ้มขึ้นมาใหม่ เพรียวเข้าไปพาแวนออกมาได้ โดยมีรัมภาคอยช่วยเหลือ ที่สำคัญดวงชะตาของแวนยังไม่ถึงฆาต แต่ก็บาดเจ็บสาหัส ต้องรักษาตัวอีกนานกว่าร่างกายจะเป็นปกติ

ช่วยแวนออกมาได้ แต่ตัวเองก็เหนื่อยล้าจนหมดแรง พอขึ้นรถเพรียวเลยหลับเป็นตาย ตื่นขึ้นอีกทีตอนเช้าตรู่ พบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอนแขกบ้านฟ้างาม

นอนลืมตาได้ครู่หนึ่ง เพรียวสะดุ้งพรวดลุกขึ้นวิ่งไปยืนหน้ากระจก แปลกใจที่ตัวเองยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นพิมมาลา ตามกติกาของนางฟ้ารัมภา พริบตานั้นเองรัมภาปรากฏร่างในกระจกเงาด้วยชุดสบายๆ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ ถักเปียสองข้าง ตอบสิ่งที่เพรียวแปลกใจสงสัยว่า

“ก็เป็นรางวัลที่เมื่อคืนนายทำความดีไงล่ะ ฉันก็เลยให้เป็นผู้ชายนานขึ้นอีกหน่อย”

“คุณให้รางวัลผมอย่างนี้ แสดงว่านายแวนมันปลอดภัยแล้วใช่มั้ย”

“เอาไว้ถามหนูน้ำเองดีกว่า นายเองก็อยากได้ยินจากปากลูกสาวฉันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”

ขาดคำ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นทันที น้ำนวลเปิดประตูเดินเข้ามาหลังได้ยินเสียงเพรียวบอกว่า “เชิญครับ”

“น้ำรบกวนรึเปล่าคะเนี่ย”

“ผมตื่นพอดีครับ...อาการคุณแวนเป็นยังไงบ้างครับ ผมจำได้ว่าพอถึงตัวจังหวัดคุณพ่อคุณแวนก็พาคุณแวนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ล่วงหน้ามาก่อน หลังจากนั้นผมก็หลับๆตื่นๆ”

“แวนพ้นขีดอันตรายแล้วค่ะ ขาหักแล้วก็มีเลือดออกในสมอง แต่การผ่าตัดก็ผ่านไปได้ด้วยดี หมอยังบอกเลยค่ะว่าปาฏิหาริย์มากๆ ที่แวนปลอดภัย”

“แบบนี้เค้าเรียกว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองครับ”

“ไม่ใช่แค่ศักดิ์สิทธิ์ย่ะ แต่ยังสวย เซ็กซี่ ขี้เล่นอีกตะหาก” รัมภาเสริมคำพูดเพรียว โดยที่น้ำนวลไม่รู้ไม่เห็น มีแต่เพรียวที่เห็นแล้วก็อดอมยิ้มขำรัมภาไม่ได้

“พี่เพรียวคงเหนื่อยมาก พอรถออกจากจังหวัดพี่เพรียวก็หลับยาวเลย น้ำก็เกรงใจไม่กล้าปลุก เลยให้เค้าพาพี่เพรียวมาค้างที่นี่ ส่วนน้ำก็ไปเฝ้าแวนมาทั้งคืน เพิ่งจะกลับมาถึงนี่ล่ะค่ะ”

“งั้นคุณน้ำก็ยังไม่ได้นอนเลยสิครับ คุณน้ำรีบไปพักผ่อน ก่อนดีกว่า”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวค่อยนอนก็ได้ เอ่อ พี่เพรียวคะ น้ำไม่ค่อยสบายใจอยากใส่บาตรจังเลย พี่เพรียวไปใส่บาตรเป็นเพื่อนน้ำหน่อยได้ไหมคะ”

“ได้สิครับ ขอพี่อาบน้ำล้างหน้า 5 นาที”

“10 นาทีก็ได้ค่ะ น้ำรอที่ห้องรับแขกนะคะ”

ทันทีที่น้ำนวลออกไปจากห้อง เพรียวก็ดึงกางเกงถอด พรืดลงมา รัมภาตกใจยกมือปิดตาแทบไม่ทัน...เสร็จเรียบร้อยเพรียวออกไปใส่บาตรกับน้ำนวล รัมภาก็ยังตามไปจับจ้องเพื่อไม่ให้เพรียวทำคะแนนเอาชนะแวนที่ยังนอนป่วย

“แวนกำลังเจ็บหนัก อย่าฉวยโอกาสให้มันมากนัก” รัมภา พูดดักคอ ขณะเพรียวแยกจากน้ำนวลจะเอาของไปเก็บที่รถ

“ผมไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกน่ะ เอาไว้แวนหายดีเมื่อไหร่ แล้วค่อยสู้กันแบบแฟร์ๆก็ได้”

“เค้ากำลังจะแต่งงานกันอยู่แล้วนะ นายยังไม่ตัดใจ อีกเหรอ”

“ก็อยากจะตัดใจอยู่หรอก แต่ผมมองตาคุณน้ำก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร เธอยังรักผมอยู่ แล้วผมจะยอมให้มันจบอย่างงี้ได้ยังไงคุณนางฟ้า”

“นายนี่มันหลงตัวเองตัวพ่อจริงๆ”

“แล้วสภาพแวนตอนนี้ขืนหามเข้าห้องหอ ฟ้าเหลืองของแท้ คงต้องเลื่อนไปอีกหลายเดือนแหละ กว่าจะถึง

ตอนนั้น อะไรก็เกิดขึ้นได้ไม่ใช่เหรอครับ” เพรียวยิ้มอารมณ์ดี เดินไปที่รถ

“นายยังไม่รู้จักผู้หญิงอย่างลูกสาวฉันดีพอนายเพรียว” พูดแล้วรัมภาก็ถอนใจยาวออกมา อดเห็นใจเขาไม่ได้

สายอีกหน่อย น้ำนวลกับเพรียวไปเยี่ยมแวนที่โรงพยาบาล น้ำนวลยังข้องใจเรื่องเพรียวไปช่วยแวน แต่พอถามเขาก็ตอบเลี่ยงๆว่า

“เล่าไปมันก็มหัศจรรย์เหลือเชื่อครับ เอาเป็นว่าคุณแวนยังไม่ถึงที่ตายก็แล้วกันครับ ผมถึงไปช่วยเอาไว้ได้”

ว่าแล้วเพรียวตัดบทด้วยการเปิดประตูห้องให้น้ำนวลนำเข้าไปก่อน แวนยังหลับบนเตียงคนไข้ สภาพดูไม่จืด ที่ศีรษะมีผ้าพันแผลผ่าตัด ส่วนขาข้างนึงเข้าเฝือกเอาไว้

“เจอเข้าไปแบบนี้ ต่อไปคุณแวนคงเข็ดขยาดแล้วล่ะครับ”

“แวนเค้าเกิดมาตอนคุณพ่อคุณแม่รวยแล้ว ก็เลยสบายเกินไป จนรู้สึกว่าชีวิตขาดความตื่นเต้น เค้าเลยชอบอะไรเสี่ยงๆ แต่คราวนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่แวนจะทำเรื่องแบบนี้”

“แล้วคุณหมอว่าไงบ้างครับ อีกนานมั้ยครับกว่าคุณแวน จะฟื้น”

“ก็คงอีกวันสองวันล่ะค่ะ” น้ำนวลจับมือแวนบีบเบาๆ ราวกับจะให้กำลังใจส่งผ่านไปถึง สายตาที่มองเขาเต็มไปด้วย ความสงสารจับใจ “แวน...น้ำกลับมาหาแวนแล้วนะ”

เพรียวรู้สึกใจวูบวาบ ชำเลืองมองน้ำนวลด้วยสายตาเศร้าๆ

“แวนไม่ต้องกลัวนะ แวนต้องหายเป็นปกติเหมือนเดิม ถึงจะไม่หายร้อยเปอร์เซ็นต์ น้ำก็ไม่ทิ้งแวนไปไหนหรอก ยังไงน้ำก็ไม่ยอมไปเป็นเจ้าสาวให้ใครอยู่แล้วล่ะ แวนไม่ต้อง กังวลเลยนะ”

เพรียวอึ้งไปอย่างบอกไม่ถูก รู้สึกว่าตนเป็นส่วนเกิน ค่อยๆถอยห่างออกมาแล้วเดินออกจากห้องไปเงียบๆ น้ำนวลหันมองตามเขาน้ำตาคลอ เจ็บแปลบที่ต้องพูดไปแบบนั้น แต่เธอต้องตัดสินใจเลือกแวน จะลังเลอีกไม่ได้แล้ว กับเพรียวทุกอย่างต้องจบ

ooooooo

วันเดียวกันที่ออฟฟิศเซนซูยา กลุ่มของนางรุมอ่านหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวแวนรอดตาย หลังเครื่องบินตกกลางป่าสองวัน...

“ฉันนึกแล้วว่าคุณแวนต้องปลอดภัย โหงวเฮ้งเป็นคนอายุยืนชัดๆ จะตายได้ยังไง”

“แหม...ไอ้ดล หมาตัวไหนมันพูดวะว่าซี้แหงแก๋ ไม่ใช่เครื่องบินสวนสนุกจะได้แค่เข่าแตก ทีงี้ล่ะดูโหงวเฮ้งเป็นขึ้นมาเชียวนะเอ็ง” นางขัดขึ้นเสียงแหลม

“เจ๊ไม่รู้อะไร นี่เค้าเรียกว่าพูดร้ายเพื่อให้กลายเป็นดี เหมือนเด็กเล็กๆที่เราต้องบอกว่าน่าเกลียดน่าชังไงเจ๊...จริงมั้ยจ๊ะข่ายจ๋า”

“โห...แถได้โล่เลยเอ็งนี่” นางเหยียดปากหมั่นไส้ดล

“จะยังไงก็ช่างเถอะ คุณแวนปลอดภัยก็ดีแล้ว แต่ข่าย สนใจเรื่องคนที่ไปช่วยมากกว่า หนังสือพิมพ์เค้าลงว่าแบกคุณแวนออกมาจากป่าคนเดียวด้วย แต่ไม่ยอมเปิดเผยชื่อ”

“ถึงช่วยได้ ไอ้แวนก็ไม่แคล้วพิการอยู่ดี” เสียงนันท์ดังมาก่อนตัว ทุกคนหันมองอย่างไม่ชอบขี้หน้า “สมองมันยิ่งน้อยๆอยู่ ไม่รู้ป่านนี้ต๊องไปรึยัง”

ข่ายแก้ว นาง และดลชักสีหน้าไม่พอใจ ถึงพวกตนจะ ล้อเล่นกันแรงๆ แต่ก็ไม่เคยแช่งชักหักกระดูกใครแบบนันท์

“ทำไม ทนฟังไม่ได้เหรอ พวกสุนัขรับใช้ไอ้น้ำ”

“เกินไปแล้วนะคุณนันท์” ข่ายแก้วโพล่งด้วยความโมโห

“จะมากจะเกินแล้วแกจะทำไม” นันท์จ้องหน้ายียวน โดยไม่รู้ว่าอนุศรเดินเข้ามาหยุดด้านหลัง กระทั่งเห็นพวกข่ายแก้วมองเลยไป นันท์เอะใจหันมามอง

“พวกเค้าคงไม่กล้าทำอะไรนันท์หรอก แต่พี่คงต้องขอร้องให้นันท์หยุดพฤติกรรมแบบนี้ซะที”

“แล้วมันเรื่องอะไรของพี่นูด้วย จะโชว์พาวไปถึงไหน ทุกวันนี้ยังใหญ่คับฟ้าไม่พออีกรึไง”

“พี่นึกไม่ถึงเลยว่านันท์จะเป็นถึงขนาดนี้ไปได้ อำนาจก็หมดแล้วน่าจะวางตัวให้ทุกคนนับถือมากกว่า”

“มึงไม่ต้องมาสอนกู” พูดขาดคำนันท์ก็ชกเปรี้ยงเข้าหน้าอนุศร แต่ฝ่ายนั้นเป็นมวยจึงหลบหมัดนันท์ได้ทัน แถมยังผลักไหล่นันท์จนถลาไปสะดุดเก้าอี้เสียหลักล้มลงกับพื้น...

ข่าวนันท์ทำตัวเป็นนักเลงโตรู้ถึงหูศรสิทธิ์กับฟ้างามอย่างรวดเร็ว นันท์ถูกทั้งคู่เรียกมาตำหนิด้วยความไม่พอใจ โดยเฉพาะศรสิทธิ์นั้นโมโหมาก ด่านันท์บ้าหรือเปล่าที่ไปมีเรื่องชกต่อยกันเองต่อหน้าพนักงาน นันท์กลัวซะที่ไหน โต้ว่าลูกชายลุงนั่นแหละที่ทำร้ายตนก่อน ลุงน่าจะด่าลูกตัวเองมากกว่า

“โดนแค่นี้มันยังน้อยไป ถ้าเป็นฉัน แกจะโดนหนักกว่านี้อีก”

“ลุงก็ดีแต่ถือหางลูกตัวเอง...น้างาม น้าต้องให้ความเป็นธรรมกับผมนะครับ”

“น้าต้องให้ความเป็นธรรมกับนันท์แน่นอนจ้ะ”

นันท์ยิ้มผยอง ถ้าฟ้างามเข้าข้างตน ศรสิทธิ์ก็หือไม่ออกแน่ แต่พริบตาเดียวนันท์ก็ซีดเจื่อนอย่างเห็นได้ชัด

“น้าคิดว่านันท์ควรจะอยู่บ้านแล้วรับแต่เงินปันผลจะดีกว่านะ เท่าที่ผ่านมานันท์ก่อความวุ่นวายนับครั้งไม่ถ้วน”

“น้างาม...นี่น้าจะไล่หลานชายแท้ๆของน้าออกจากงานเหรอครับ”

“น้าควรจะทำซะตั้งนานแล้ว นันท์ไม่ได้ก่อเรื่องเป็นครั้งแรก ไหนจะเรื่องทุจริต เรื่องทำร้ายร่างกายหนูน้ำ แล้วก็ยังลักพาตัวพิมมาลาอีก น้าบอกตรงๆนะ ว่าน้าละอายแก่ใจถ้าจะต้องเข้าข้างนันท์อีก”

ศรสิทธิ์ยิ้มพอใจ ถึงจะรักหลานแต่ก็รักลูกมากกว่า แถมนันท์ยังลามปามจนสมควรโดนแล้ว...นันท์ขบกรามแน่นจนขึ้นสันด้วยความแค้นอนุศรสุดๆ ฝ่ายมานิดากับเมลานีพอรู้เรื่องนี้เข้าก็เซ็งไปด้วยกัน ไม่คิดว่านันท์จะงี่เง่าได้ขนาดนี้

“แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะคะคุณแม่ พี่นูมีทั้งอางามแล้วก็คุณพ่อเข้าข้าง แบ็กอัพปึ้กขนาดนั้นเราคงถึงทางตันแล้วล่ะค่ะคุณแม่”

“ถ้าเราเอาชนะนายอนุศรไม่ได้ เราก็ดึงเค้าเข้ามาเป็นพวกเราซะเลยสิ ยังไงเมก็เป็นน้องแท้ๆของอนุศร ถึงจะคนละแม่กันก็เถอะ นูก็ต้องเห็นแก่ความเป็นพี่เป็นน้องบ้างล่ะ ขอแค่เข้าให้ถูกทางเท่านั้นแหละ แม่มั่นใจว่าลูกสาวแม่ทำได้”

ฟังคำแม่แล้วคิดตาม เมลานีค่อยยิ้มสบายใจขึ้นมาได้บ้าง

ooooooo

เพียงเจอพิมมาลาครั้งแรก อนุศรก็ตกหลุมรักเธอเข้าอย่างจัง บ่ายวันนี้เขาเดินมาเมียงมองหาเธอที่ฝ่ายการตลาดฯ แต่พอข่ายแก้วเหลือบเห็นถามว่าคุณนูต้องการอะไร ต้องการพบใครหรือเปล่า เขากลับปฏิเสธ แล้วทำท่าจะเดินออกไป เป็นจังหวะที่พิมมาลาหอบแฟ้มเอกสารเดินกลับเข้ามาพอดี

อนุศรชะงัก ใจเต้นแรงหน้าแดงขึ้นมาทันทีเมื่อพิม–มาลาทักทายด้วยรอยยิ้ม

“มีอะไรให้รับใช้คะคุณนู”

“เอ่อ...ไม่มีอะไรครับ ผม...แค่ผ่านมาเฉยๆ” พูดจบก็รีบจ้ำหนีไปด้วยความเขิน พิมมาลามองตามงงๆ ก่อนเดินเอาแฟ้มเอกสารไปคุยงานกับลูกน้องอีกโต๊ะ

“อะไรของคุณนูแกวะ แปลกๆ” ดลบ่น

“ข่ายว่าไม่แปลกเท่าไหร่หรอก อาการเหมือนแอบตกหลุมรักสาวซักคนในฝ่ายเรา แต่ใจไม่กล้า”

“บ้า...พูดอะไรก็ไม่รู้ข่าย” นางโพล่งขึ้นมาด้วยท่าทีเขินอาย

“โอ้โห ถ้าเป็นเจ๊ คุณนูน่าจะเดินตกเหวมากกว่า...น่าจะเป็นคนโน้นตะหาก” ดลพยักพเยิดไปทางพิมมาลา นางหน้าหงิก รมณ์เสียขึ้นมาทันใด

“เสร็จอีตีนตุ๊กแกนี่อีกแล้วเหรอ ทำมั้ยทำไม...ผู้ชายมันถึงได้ตาถั่วกันไปหมด”

“ถั่วไม่ถั่ว ผมไม่รู้นะเจ๊ แต่ดูจากอาการคุณนูแล้ว อีกไม่นานพิมมาลาได้เลื่อนเป็นเจ้านายเราแน่” ว่าแล้วดลก็ด่วนประจบวิ่งไปลากเก้าอี้ให้พิมมาลานั่ง พิมมาลาไม่รู้อะไร ทำหน้างงๆว่าไอ้เจ้านี่มันมาอารมณ์ไหน?

ooooooo

ตอนค่ำได้กลับเป็นหนุ่มมาดแมน เพรียวออกไปเที่ยวผับ ตั้งใจจะปลดปล่อยอารมณ์ให้เต็มที่ แต่ดันเจอรัมภาในสภาพนางเงือกนอนโบกหางเล่นอยู่ในตู้ปลาขนาดใหญ่

เพรียวผงะตกใจ และกลัวคนทั้งผับจะแตกตื่น รัมภาจึงย้ำเป็นครั้งที่ร้อยว่าไม่มีใครเห็นเธอ นอกจากเขาคนเดียวเท่านั้น แล้วที่เธอมาก็เพราะมีข้อเสนอบางอย่างมาให้

“ข้อเสนออะไรอีก” เพรียวท่าทีระแวง

“จำเรื่องที่ฉันบอกได้มั้ย ที่บอกว่าถ้านายติดใจจะเป็นผู้หญิงเต็มตัว ฉันช่วยได้นะ ตอนนี้จิตใจนายยังเป็นผู้ชายก็เลยลำบากใจ แต่ฉันสามารถทำให้นายมีจิตใจเป็นผู้หญิงร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ ผู้หญิงแท้ๆเลยนะ ไม่ใช่ข้ามเพศข้ามสายพันธุ์ เพราะนายจะมีมดลูกสืบพันธุ์มีลูกได้ด้วย สนมั้ย”

“ไม่มีทาง ผมไม่มีวันรับข้อเสนอบ้าๆของคุณเด็ดขาด แค่ทุกวันนี้ต้องกลางคืนครับ กลางวันค่ะ ผมก็ประสาทจะกินอยู่แล้ว”

“ใจเย็นๆ ฉันยังพูดไม่จบ ที่ฉันเสนอเนี่ย ก็เพราะไม่อยากให้นายไปก่อกรรมทำเข็ญกับผู้หญิงอื่นๆอีก มันเป็นบาป แล้วถ้านายตกลง ฉันจะให้สิ่งที่ผู้หญิงทั้งโลกปรารถนากับนาย ชนิดที่ผู้หญิงอื่นต้องอิจฉานายจนตัวซี่ตัวสั่นเชียวล่ะ”

“คุณจะให้อะไรผม”

รัมภาไม่ตอบแต่ชี้ไปที่ประตูทางเข้า เพรียวมองตามเห็นเมลานีเดินควงอนุศรเข้ามา เมลานีแวะไปทักทายกลุ่มเพื่อนสาว พอเพื่อนๆรู้ว่าอนุศรเป็นพี่ชายรูปหล่อของเธอ ก็กระดี๊กระด๊าเป็นปลื้มกันใหญ่

“ผมไม่เข้าใจ คุณอนุศรกับคุณเมลานีมาเกี่ยวอะไรด้วย”

“อนุศรคนเดียวตะหาก นายก็รู้นี่ว่าผู้ชายคนนี้ทั้งหล่อ รวย นิสัยดี มีความสามารถ และที่สำคัญเค้าจะรักพิมมาลาเพียงคนเดียวตลอดไป ไม่มีทางนอกใจไปไหนทั้งนั้น”

เพรียวมีสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก แค่วาดภาพว่าตัวเองอยู่ในชุดเจ้าสาวฟูฟ่องของอนุศรก็รู้สึกสยองขนลุกขนพอง ลืมตัวประกาศดังลั่นต่อหน้ารัมภาว่ายังไงตนก็ไม่ยอมเป็นเมียใครเด็ดขาด ทำเอาผู้คนทั้งผับหันมองเพรียวเป็นตาเดียว เหมือนมองตัวประหลาดยังไงยังงั้น

เพรียวหน้าเสีย พอมองหารัมภานางฟ้าตัวดีก็หายไปแล้ว เขายิ้มสู้สายตาทุกคู่ บอกกราดว่าไม่มีอะไร แค่ดื่มหนักไปหน่อย...ว่าแล้วก็ทำสะอึก เดินเป๋ๆเมาดิบกลับไปที่โต๊ะ

พิมมาลา        (ต่อจากหน้า 21)

เมลานีจำเพรียวได้ เธอเดินนำหน้าอนุศรเข้าไปทักทาย และแนะนำกับอนุศรว่าเพรียวเคยทำงานที่เซนซูยาในตำแหน่งที่น้ำนวลทำอยู่ตอนนี้ แต่ไม่แน่ เพรียวอาจจะกลับมาทำอีกก็ได้ เห็นว่าอางามกำลังหว่านล้อมอยู่

“หวังว่าเราคงมีโอกาสได้ทำงานร่วมกันนะครับคุณเพรียว” อนุศรยื่นมือออกมาตามธรรมเนียมฝรั่ง เพรียวยิ้มแหยๆ กลัวอนุศรขึ้นมาซะงั้น แต่ก็กลั้นใจเช็กแฮนด์แล้วรีบชักมือกลับ

“เพรียวขา...ไปแจมกับเพื่อนๆเมกันมั้ยคะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน เมมีเรื่องอยากอัพเดทกับเพรียวเยอะแยะไปหมดเลย” เมลานีส่งสายตาแพรวพราว ถ้าเป็นเมื่อก่อนเพรียวคงกระโจนใส่ แต่ตอนนี้รู้สึกดูถูกมากกว่า

“ขอโทษนะครับ ผมมีนัดแล้ว เอาไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะครับคุณเม...ขอตัวก่อนนะครับคุณนู”

เพรียวผละไป เมลานีเซ็งเป็ด แม้ไม่ได้คิดจริงจังกับเพรียว แต่เพรียวก็เป็นของว่างที่น่าสน ฝ่ายเพรียวพอเดินพ้นไปได้สักครู่ ก็ไม่วายหันกลับมามองอนุศรอีกทีด้วยสีหน้าหวาดๆกลัวๆ

ooooooo

เมื่อได้เจออนุศรบ่อยขึ้นที่ออฟฟิศ พิมมาลาเริ่มหลบลี้หนีหน้า ในขณะที่อนุศรก็เริ่มแสดงออกว่าชอบเธอ ซึ่งน้ำนวลมองออก จึงหาโอกาสพูดคุยกับอนุศร ก่อนจะอาสาหาทางช่วยเหลือเป็นแม่สื่อให้เขา

แล้วเที่ยงนั้นแม่สื่อก็เริ่มปฏิบัติภารกิจด้วยการชวนพิมมาลากับอนุศรไปเยี่ยมแวนที่โรงพยาบาล พอแวนเอ่ยปากอยากกินของอร่อยหลายอย่างจากจังหวัดอุทัยฯ ที่เคยได้กินตอนไปเที่ยวบ้านเพรียว น้ำนวลรีบขันอาสาเพราะอยากเอาใจแฟนตัวเอง แล้วก็แอบคิดเอาไว้ด้วยว่าจะชวนอนุศรกับพิม–มาลาไปด้วยกัน เพื่อที่ทั้งคู่จะได้สร้างความคุ้นเคยกันให้มากขึ้น แต่ยังไงวันนี้มีโอกาสแล้วน้ำนวลก็ไม่ปล่อยผ่าน คะยั้นคะยอให้พิมมาลาติดรถกลับไปพร้อมอนุศรก่อน เธอขออยู่เฝ้าแวนต่ออีกสักพัก

ขณะเดินออกมาหน้าโรงพยาบาล อนุศรสุภาพบุรุษมากๆ ให้พิมมาลายืนรอในที่ร่ม เขาจะไปเอารถวนมารับ เธอจะได้ไม่ต้องเดินตากแดด พออนุศรคล้อยหลัง พิมมาลาก็ทำหน้าเซ็งๆ คิดในใจว่าเดี๋ยวฟ้าจะผ่าเพราะเรามันไม้ป่าเดียวกัน

ไม่ทันที่อนุศรจะเดินไปถึงรถ พิมมาลาสังเกตเห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งแล่นตามหลัง คนซ้อนท้ายถือท่อนไม้เหมาะมือเงื้อจะฟาดศีรษะอนุศร พิมมาลาตกใจมากร้องเตือนอนุศรพร้อมกับวิ่งไปฉุดแขนทำให้หลบไม้ได้ทัน ไม้เลยฟาดพลาดไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด แต่จังหวะที่ฉุดแขนอนุศรเกิดเสียหลักเซเข้าหาพิมมาลา และหอมแก้มเธอโดยไม่ได้ตั้งใจ ส่วนมอเตอร์ไซค์นั้นซิ่งหนีไปด้วยความเร็ว

พิมมาลาช็อกที่ถูกผู้ชายหอมแก้ม อนุศรก็อึ้งไปครู่หนึ่ง แต่ตั้งสติได้ก่อน รีบผละออกและกล่าวคำขอโทษ...ครั้น

กลับถึงออฟฟิศ พิมมาลารีบล้างหน้าด้วยโฟม ถูแก้มข้างที่ถูกจูบอย่างเอาเป็นเอาตาย

“หมดกันๆ เสียเชิงชายหมดไอ้เพรียว” บ่นขาดคำ...รัมภาในชุดนักร้องเพลงย้อนยุคสมัยสุนทราภรณ์ก็ปรากฏตัวตรงหน้าพิมมาลาที่ตอนนี้กลายเป็นเพรียวไปแล้ว

รัมภาร้องเพลงจูบล้อเลียนเพรียวอย่างขำๆ แต่เพรียวไม่ขำด้วย ตวาดรัมภาด้วยความโมโห

“หยุดล้อผมเดี๋ยวนี้เลยนะรัมภา คุณรู้มั้ย แบบนี้มันทำร้ายจิตใจคาสโนว่าอย่างผมขนาดไหน ดีนะที่ไม่โดนปาก ไม่งั้นป่านนี้ผมต้องไปนอนให้หมอล้างท้องแล้ว”

“อุ๊ย คิดมากไปได้ เห็นนักบอลมั้ย พอเตะเข้าประตูที จูบกันนัวเนีย”

“นั่นเค้าดีใจ ไม่ใช่พิศวาสจะจีบอย่างนายอนุศร”

“เอาน่า หยวนๆ ทีเมื่อก่อนนายยังเคยเกือบโดนดลกับนายทวิชาปล้ำเลยไม่ใช่เหรอ เทียบกันแล้ว อนุศรยังหน้าตาดีกว่าตั้งเยอะ”

“มันเหมือนกันที่ไหนล่ะ ไอ้สองคนนั่นมันตัวหื่น แต่คุณนู...”

“เป็นคนที่จะมาเป็นเนื้อคู่ของนายในอนาคตใช่มั้ยล่ะ... พรหมลิขิตบันดาลชักพา” รัมภาร้องเพลงยั่วโมโห...เพรียวพอนึกถึงภาพว่าตนต้องแต่งงานกับอนุศร ก็พะอืดพะอมจนต้องรีบไปโก่งคออ้วกที่อ่าง

“เป็นเอามากนะเนี่ย เอาล่ะๆ ฉันไม่ล้อนายแล้วก็ได้ เดี๋ยวจิตตกจนประสาทกลับจะเป็นบาปติดตัวฉันเปล่าๆ เอ่อนี่ แล้วนายพอจะเดาได้มั้ยว่าใครคิดจะทำร้ายอนุศร”

“ไม่ต้องมาลองภูมิผมหรอก คุณนูเพิ่งกลับมาจากอเมริกาจะไปมีศัตรูที่ไหน คนที่ทำก็มีแต่พวกโง่แล้วอวดฉลาด ซึ่งทั้งเซนซูยาก็มีอยู่คนเดียวเท่านั้นแหละ”

“คนโง่” ที่เพรียวว่าก็คือนันท์นั่นเอง นันท์โมโหมากที่ลูกน้องทำงานพลาด โทร.ไปด่าแล้วก็ไล่ให้หลบหนีไป อย่าให้ตำรวจจับได้อย่างเด็ดขาด ไม่งั้นตนนี่แหละจะตามไปปิดปากมันทั้งคู่ด้วยตัวเอง

ooooooo

เช้ารุ่งขึ้นเข้าออฟฟิศเจออนุศร พิมมาลาไม่กล้าสู้หน้า ทั้งที่อนุศรอยากขอโทษเธอเรื่องจูบอีกครั้ง

น้ำนวลเข้ามาเจอทั้งคู่กำลังอึกอักเงอะงะใส่กัน ก็เลยทำหน้าที่แม่สื่อทันที

“พี่พิมรู้ไหม พี่นูเป็นห่วงพี่พิมจะตายอยู่แล้ว นี่จะลากน้ำมาหาพี่พิมตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนะคะ”

“พี่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ สบายใจได้”

“พี่พิมว่างรึเปล่าคะ น้ำอยากจะชวนพี่พิมไปเป็นเพื่อนหน่อย”

“ว่างสิคะ คุณน้ำจะไปไหนล่ะ”

“ไปซื้ออาหารที่ตลาดบ้านพี่เพรียวไงคะ รับปากแวนไว้แล้ว น้ำไม่อยากผิดคำพูด พี่พิมไปด้วยกันนะคะ”

“ไปกันสองคนใช่ไหมคะ”

“น้ำอยากพาพี่นูไปเที่ยวด้วยน่ะค่ะ”

พิมมาลาหน้าเจื่อนทันที ในขณะที่น้ำนวลกับอนุศรเหล่มองกันยิ้มๆ ในที่สุดแผนเปิดโอกาสก็สำเร็จอีกครั้ง...พอเดินทางไปถึงตลาดประจำจังหวัดอุทัย น้ำนวลก็พยายามทำให้สองคนได้อยู่กันตามลำพัง แต่ดูเหมือนโชคจะไม่ค่อยเข้าข้างอนุศรเท่าไหร่นัก เพราะจู่ๆสายพรพี่สาวเพรียวเดินมาทักน้ำนวลอย่างจำได้ ก่อนจะชวนทุกคนแวะไปเที่ยวที่บ้าน

นี่เองทำให้พิมมาลาหรือนายเพรียวได้รู้ว่าพ่อของตนกำลังไม่สบายนอนพักผ่อนอยู่ในห้องชั้นบน ขณะน้ำนวลและอนุศรคุยกับแม่เพรียวเรื่องข่าวแวนเครื่องบินตก พิมมาลาขอตัวไปห้องน้ำแต่แอบเดินขึ้นไปข้างบนเพื่อดูอาการพ่อ ปรากฏว่าในห้องยุพินพี่สาวอีกคนกำลังดูแลพ่ออยู่

พิมมาลาแนะนำตัวกับสองพ่อลูกว่าตนเป็นเพื่อนของเพรียว เห็นประตูห้องเปิดอยู่ก็เลยถือวิสาสะเดินเข้ามาเพื่อจะเยี่ยมคุณพ่อ

“เพื่อนเพรียวหรอกเหรอ แล้วเพรียวเป็นไงบ้างล่ะหนู สบายดีรึเปล่า”

“สบายดีค่ะ เพรียวยังคุยเรื่องคุณลุงกับคุณป้าให้ฟังบ่อยๆเลย เค้าบอกว่าเสียดายที่ต้องทำงานไกล ก็เลยไม่ค่อยมีเวลาดูแลคุณลุงกับคุณป้าน่ะค่ะ”

“ลูกผู้ชายมันก็ต้องทำงานอย่างงี้แหละถูกแล้ว บอกมันนะว่าไม่ต้องเป็นห่วง ผมกับแม่เจ้าเพรียวยังดูแลตัวเองได้ นี่ก็แค่เป็นหวัดนิดๆหน่อยๆเอง พักวันสองวันก็หายแล้ว”

“แต่ถ้าไม่ยอมกินข้าว มันจะยิ่งหายช้านะพ่อ” ยุพินตักข้าวต้มจะป้อนพ่อ

“ไม่เอาๆ ข้าไม่หิว เอ็งอย่ามายุ่งกับข้าเลย จะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ หิวข้ากินของข้าเอง”

ยุพินอ่อนใจ หันมาบ่นกับพิมมาลาว่าพ่อดื้อไม่ค่อยจะกินข้าว แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะหายซักที...คำพูดนั้นทำให้พิมมาลามองพ่ออย่างรู้สึกผิด อยากดูแลพ่อบ้าง ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธตัวเอง รีบกลับลงไปทางหลังบ้าน มองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใคร ก่อนจะเรียกหานางฟ้ารัมภา

“รัมภา ได้ยินผมรึเปล่า ผมอยากเจอคุณ ออกมาพบผมหน่อยสิรัมภา”

ทันใด รัมภาปรากฏตัวในชุดแม่ครัวพร้อมจานปลาทอดกระเทียมสีเหลืองทองน่ากิน

“เรียกอยู่นั่นแหละ มีอะไรอีก กำลังอร่อยเลย”

“คุณก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าพ่อผมไม่สบาย ผมขอกลับเป็นเพรียวได้มั้ย จะได้อยู่ดูแลพ่อ คราวที่แล้วตอนพ่อป่วย ผมก็ไม่ได้ดูแลพ่อเลยนะ”

“กตัญญูเหลือเกินนะ หวังว่าคงจำที่นายเคยบอกว่าจะไม่เอาเปรียบแวนได้นะยะ ถ้าจะพิชิตใจหนูน้ำก็จะสู้กันแบบแฟร์ๆ”

“เดี๋ยวคุณน้ำเค้าก็กลับแล้ว ผมจะมีเวลาตอนไหนไปจีบเค้าล่ะ น่านะรัมภา คุณก็เป็นแม่คนเหมือนกัน น่าจะเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่อยากเจอลูกบ้างสิ”

“จี้จุดอ่อนเก่งเหลือเกินนะ ไม่น่าล่ะ สาวๆถึงได้ติดกันเกรียว”

“พูดมากน่า” พูดพร้อมกับแย่งจานปลามา “ไม่ให้ผมเป็นเพรียว ผมไม่คืนจริงๆด้วย”

ที่สุดรัมภาก็ต้องยอม แต่ไม่ใช่เพราะอยากกินปลา แต่เห็นใจลูกอยากดูแลพ่อยามเจ็บไข้...จากนั้นไม่นานพิมมาลาก็โทร.เข้ามือถือน้ำนวล บอกว่าอยากเจอเพื่อนเก่าจึงขอแยกตัว ไปก่อน แล้วค่อยไปเจอกันที่กรุงเทพฯ

อนุศรหน้าเหี่ยวทันที เปรยกับน้ำนวลว่าเขาคงรำคาญพี่ แต่ไม่อยากพูดตรงๆก็เลยอ้างไปอย่างนั้น

“อย่าคิดมากสิคะพี่นู พี่พิมไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ”

ขณะนั้นเอง เพรียวเดินยิ้มกริ่มเข้ามาในบ้าน ทักทายทั้งน้ำนวลและอนุศร พอถมออกมาจากครัวเห็นลูกชายก็ดีใจสุดๆ เพรียวยกมือไหว้แม่ แล้วเลยไปที่พี่สาวสองคนด้วย พี่ๆรับไหว้แทบไม่ทัน แต่ไหนแต่ไรมาน้องไม่เคยไหว้พวกตนแบบนี้

ครู่ต่อมา เพรียวขึ้นไปเยี่ยมพ่อ...เพียงเห็นหน้าลูกชายคนโปรด นายชั้นแทบหายป่วย กินข้าวต้มที่เพรียวป้อนจนหมดชาม จากนั้นเพรียวกลับลงมาช่วยน้ำนวลและอนุศรขนของขึ้นรถเพื่อจะกลับกรุงเทพฯ เสร็จแล้วอนุศรขึ้นไปสตาร์ตเครื่องรอ ส่วนน้ำนวลยังยืนคุยกับเพรียวที่ข้างรถ

“ถ้าพี่เพรียวว่างเมื่อไหร่อย่าลืมไปเยี่ยมแวนบ้างนะคะ แวนอยากขอบคุณที่พี่ช่วยชีวิตเอาไว้ คุณพ่อคุณแม่ของแวนก็เหมือนกัน อยากเจอพี่มากเลยนะคะ”

“คุณแวนไม่ต้องขอบคุณอะไรผมหรอก ที่ผมช่วยคุณแวนก็เพราะผมอยากจะไถ่โทษความผิดของตัวเองเหมือนกัน”

“ไถ่โทษอะไรคะ พี่เพรียวไม่เคยทำร้ายอะไรแวนซะหน่อย”

“ผมไม่ได้ทำร้ายคุณแวน แต่ผมเคยทำร้ายจิตใจผู้หญิงคนนึง แล้วผมก็ไม่อยากจะเห็นน้ำตาของผู้หญิงคนนั้นอีก ผมถึงต้องพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะช่วยชีวิตคุณแวนเอาไว้ให้ได้ ผมจะได้ไม่ต้องเห็นเธอคนนั้นเสียใจอีก”

น้ำนวลรู้ว่าเขาหมายถึงเธอ จึงหลบตาเพราะไม่อยากคาดหวังอะไรอีกแล้ว ในเมื่อเธอมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบแวนรออยู่

“เอาไว้ผมถึงกรุงเทพฯเมื่อไหร่แล้วผมจะไปหานะครับ ผมมีบางเรื่องอยากบอกคุณน้ำ ก่อนที่มันจะสายเกินไป”

ทั้งคู่สบตากัน น้ำนวลกลัวใจตัวเองรีบก้าวขึ้นรถ  เพรียวมองตาม พึมพำอย่างมุ่งมั่น “ผมจะไม่ยอมเสียคุณไปง่ายๆหรอกคุณน้ำ”

หลังจากนั้นเพรียวกลับเข้ามาคุยกับพ่อแม่และพี่ๆต่อ เพรียวเปลี่ยนไปมาก มีน้ำใจกับพี่ทั้งสองคน บอกว่าจะออกเงินให้ลูกของพี่ไปเรียนภาษาอังกฤษในช่วงซัมเมอร์ ถือเป็นของขวัญให้หลาน แต่สายพรไม่ค่อยเชื่อนัก ถามดักคอเพรียวว่ามีแผนอะไรรึเปล่า ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นจะมาดูดำดูดีอะไรลูกๆของพี่

“เอ็งจะเอายังไงวะนังพร น้องมันอยู่เฉยๆก็หาว่าน้องมันเอาเปรียบ พอน้องมันทำดีก็มาจิกกัดมันอีก เอ็งมันเป็นคนยังไงวะ” พ่อตวาดสายพร แม่ก็พลอยทิ้งค้อนปะหลับปะเหลือกไม่พอใจลูกสาวคนนี้เหมือนกัน ส่วนเพรียวนั้นเซ็งจัด ถึงกับแอบไปบ่นกับรัมภา
“พี่สาวผมนี่เป็นพวกมองโลกในแง่ร้ายจริงๆ คุณว่ามั้ย ผมเห็นว่าเราทะเลาะกันมาตั้งแต่เล็กจนโต ก็เลยอยากจะทำดีเป็นการชดเชยบ้าง ก็ดันมาระแวงซะอีก สมควรแล้วที่ โดนพ่อว้ากเข้าให้”

“แหม มันก็สมควรให้เค้าระแวงล่ะน่า ก็นายถือตัวว่าเป็นลูกชายคนเดียว พ่อแม่รัก ข่มเหงพวกเค้าสองคนมาตลอด แล้วจู่ๆไปทำดีด้วย เค้าก็ต้องสงสัยอยู่แล้วล่ะ”

“ผมเนี่ยนะข่มเหง ใส่ร้ายกันเกินไปรึเปล่าคุณนางฟ้า”

“นี่ยังกล้าเถียงอีกเหรอ อย่าให้ฉันแฉก็แล้วกัน”

“แฉเลย จะแฉแต่เช้า แฉตอนไหนก็แฉมาเลย ถ้าเรื่องผู้หญิงอื่น ผมยังยอมรับได้ว่าทำไม่ดีไว้เยอะ แต่ถ้าเรื่องพี่สาวผม ผมกล้าพูดได้เลยว่าไม่เคยทำอะไรทั้งนั้น มีแต่พวกเค้านั่นแหละที่อิจฉาผม เพราะเห็นว่าพ่อแม่รักผมมากกว่าพวกเค้า”

“แน่ใจนะไอ้เพรียว” ว่าแล้วรัมภาก็จัดการแฉความประพฤติเอารัดเอาเปรียบของเพรียวที่มีต่อพี่สองคนตั้งแต่เล็กจนโต เพรียวฉลาดมีชั้นเชิง เรียนเก่ง ชอบทำตัวน่าสงสารคอยประจบประแจงขอโน่นขอนี่จากพ่อแม่ และทำให้พี่ๆเสียโอกาส แม้แต่การเรียน ที่เพรียวก็ได้เรียนจบปริญญาเพียงคนเดียว แต่พี่สาวสองคนต้องทำงานอยู่ในกิจการครอบครัวเพียงเพราะพวกเธอเกิดเป็นผู้หญิง

เจอรัมภาแฉหลายช่วง เพรียวยิ่งรู้สึกละอายใจ รีบตัดบทก่อนจะโดนลากไส้มากไปกว่านี้

“พอๆ เรื่องเล็กๆน้อยๆทั้งนั้น คุณก็คอยแต่จ้องจับผิดผมท่าเดียว ไปดีกว่า ไม่น่ามาเสียเวลาคุยกับคุณเลย” เพรียวจะเดินหนี รัมภาค้อนก่อนพูดดักคอ    

“นายจะขึ้นรถทัวร์กลับกรุงเทพฯแล้วใช่มั้ย  อย่าลืม ที่ให้สัญญาไว้ล่ะ”

“รู้แล้วน่ะ  กลัวว่าที่ลูกเขยคุณแพ้ผมนักรึไง  ย้ำอยู่ได้”

เพรียวเดินหนีไปอย่างหงุดหงิด  รัมภามองตามหลังด้วย สายตาหวาดระแวง ไม่ค่อยเชื่อใจเพรียวสักเท่าไหร่

ooooooo

น้ำนวลกำลังจะเอาของกินแสนอร่อยจากอุทัยธานีไปให้แวนที่โรงพยาบาล ก็พอดีฟ้างามเข้ามาชวนเธอไปคุยธุระกับศรสิทธิ์ที่บ้านด้วยเรื่องที่อนุศร ถูกลอบทำร้ายเมื่อวันก่อน ตอนนี้เห็นหน้าคนร้ายจากกล้องวงจรปิดแล้ว และก็รู้ตัวคนบงการแล้วด้วย ซึ่งเขาคนนั้นก็คือนันท์พี่ชายของน้ำนวล

แต่นันท์ไม่ยอมรับ โวยวายต่อหน้าญาติพี่น้องทุกคนว่าตนถูกใส่ร้าย ทำให้ศรสิทธิ์โมโหมากด่านันท์ไอ้ผู้ร้ายปากแข็ง ไอ้หลานอกตัญญู

“อกตัญญูตรงไหน ผมเคยขอเงินลุงใช้ซักบาทเหรอ ผมอยู่มาได้ก็เพราะเงินแม่ผมทั้งนั้น”

“ไอ้นันท์ มึง...” ศรสิทธิ์จะปรี่เข้าใส่ แต่ถูกฟ้างามดึงรั้งเอาไว้

“ใจเย็นค่ะพี่สิทธิ์ มาช่วยกันหาทางออกดีกว่า อย่ามาเสียเวลาทะเลาะกันเองอีกเลยค่ะ นู...เรื่องนี้เราเป็นฝ่ายเสียหายนะ จะเอายังไง”

“ถ้าหลักฐานทั้งหมดถึงมือตำรวจ รับรองนันท์ดิ้นไม่หลุดแน่ แต่เราจะยอมแลกกับชื่อเสียงของเซนซูยารึเปล่า แต่ถ้า ถามความเห็นของผม ผมคิดว่าถึงเวลาที่นันท์ควรจะได้รับบทเรียนบ้าง จะได้หลาบจำซะที...น้ำมีความเห็นว่ายังไงบ้างล่ะ”

“ความจริงก็เป็นเรื่องที่น้ำเคยคุยกับพี่นันท์มาแล้ว คือน้ำอยากจะขอซื้อหุ้นทั้งหมดของพี่นันท์ น้ำว่าวิธีนี้ เป็นทางออกที่ดีที่สุด ยังไงพี่นันท์ก็ทำงานในเซนซูยาไม่ได้แล้ว ถ้าพี่นันท์ขายหุ้นก็จะมีเงินเป็นร้อยล้านมากพอที่พี่นันท์จะอยู่ได้อย่างสบายๆ”

นันท์ขบกรามแน่น โกรธจนตัวสั่น ชี้หน้าอนุศรและน้ำนวล

“พวกมึงสองคนรวมหัวกันบีบกู  กูไม่โง่ขายหุ้นให้พวกมึงหรอก ต่อให้กูตาย กูก็ไม่ขาย กูมีแต่ลูกตะกั่ว มึงจะซื้อมั้ยล่ะ”

“นันท์  นี่พี่น้องเราทั้งนั้นนะ  ทำไมพูดจาข่มขู่กันแบบนี้ล่ะ”

ฟ้างามขึ้นเสียงไม่พอใจอย่างมาก นันท์ฮึดฮัดเดินกระทืบเท้าออกไปจากบ้าน สร้างความอึดอัดไม่สบายใจให้กับญาติทุกคน...

เย็นนั้นเพรียวขึ้นรถทัวร์กลับเข้ากรุงเทพฯ แต่ระหว่างทางเขาได้โทร.หาน้ำนวล บอกกับเธอว่าเขากำลังจะไปเยี่ยมแวน และอยากเจอเธอด้วย น้ำนวลกระอักกระอ่วน สังหรณ์บางอย่างว่าเขาจะทำให้เธออึดอัดใจ แต่ไม่ทันตอบกลับมา เพรียวก็รีบตัดสายเพราะได้ยินเสียงนางฟ้าจอมจุ้นเหน็บแนมก่อนปรากฏตัวยืนเท้าสะเอวจ้องหน้าเขาเขม็ง

“บนสวรรค์เค้าไม่ได้สอนมารยาทคุณรึไง”  เพรียวว่าให้

“เค้าสอนให้ใช้กับคนดีมีศีลธรรม ไม่ใช่ไอ้พวกกะล่อนเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างนาย”

“คุณมาดักฟังโทรศัพท์ผมทำไม”

“ถ้าไม่ดักฟังจะรู้เหรอว่านายวางแผนเอาเปรียบแวน เผลอเป็นไม่ได้”

“ผมเอาเปรียบตรงไหนคุณนางฟ้า ผมก็แค่จะสารภาพความในใจให้คุณน้ำเค้ารู้ จากนั้นก็แล้วแต่คุณน้ำจะเลือก ไม่เห็นจะมีใครได้เปรียบเสียเปรียบกันตรงไหนเลย”

“แต่แวนเค้ากำลังเจ็บอยู่  แถมเค้าก็สำนึกบุญคุณที่นายช่วยชีวิตเอาไว้ ถ้านายสารภาพรักหนูน้ำตอนนี้ คิดบ้างมั้ยว่าแวนกับหนูน้ำเค้าจะอึดอัดใจแค่ไหน”

“ผมก็ไม่ได้จะทวงบุญคุณให้แวนมาเสียสละยกคุณน้ำให้ผมซะหน่อย ของอย่างนี้มันอยู่ที่คนกลางเค้าจะเลือกตะหาก ตอนนี้อาจจะอึดอัดใจกันบ้าง แต่มันก็ดีกว่าปล่อยให้คาราคาซังอยู่ยังงี้”

“เตือนกันดีๆไม่ฟัง อยากลองดีใช่มั้ยไอ้เพรียว เล่นกะใครไม่เล่นซะแล้ว”

เพรียวไม่สนอะไรทั้งนั้น พอกลับไปถึงกรุงเทพฯก็รีบมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล เป็นจังหวะที่น้ำนวลลงมาที่ร้านขายของชั้นล่าง  แต่เธอโดนนันท์ดักข่มขู่ด้วยปืนที่ซ่อน

ภายใต้ชายเสื้อ  บังคับให้น้องสาวเดินไปห้ามทำพิรุธ  แต่เพรียวเกิดเฉลียวใจเอง จึงเข้าแย่งปืนกับนันท์จนปืนลั่น ทำให้เพรียวได้รับบาดเจ็บเสียเลือดมาก แม้กระสุนจะแค่ถากสีข้างของเขาก็ตาม

น้ำนวลเป็นห่วงเพรียวมาก เฝ้ารออยู่หน้าห้องฉุกเฉินโดยไม่สนใจนันท์ที่โดนตำรวจจับกุมตัวไปเลยสักนิด  หมอที่ทำการรักษาเป็นเพื่อนกับเพรียว  เขาได้เห็นถึงความห่วงใยของน้ำนวลที่มีต่อเพรียว  ก็เลยนึกว่าทั้งคู่เป็นแฟนกัน  เอ่ยปากแซวเมื่อเพรียวฟื้นขึ้นมา  แต่ตอนนั้นน้ำนวลกลับบ้านไปแล้ว

ฟ้างามรีบไปโรงพัก เห็นนันท์นั่งคอตกในห้องขัง หมดสภาพความกร่างอย่างสิ้นเชิง พอเห็นน้าสาว นันท์ก็ลุกพรวดมาวิงวอนขอความช่วยเหลือ ฟ้างามหน้าเครียดผิดหวังมากจนน้ำตาคลอ ถามหลานชายเสียงเครือๆ

“นันท์คิดทำร้ายน้องได้ลงคอเลยเหรอ”

“ผมไม่ได้ทำร้ายใครนะน้างาม ผมก็แค่ขู่น้ำเฉยๆ ยังไงน้ำก็เป็นน้องแท้ๆของผม  ผมไม่ทำมันจริงๆหรอก  ส่วนนายคนนั้น ผมก็ไม่ได้ตั้งใจยิง ปืนมันลั่นเอง”

“คราวนี้เราทำผิดร้ายแรงมากรู้ตัวมั้ยนันท์  มีพยานเห็นเหตุการณ์หลายคน น้าช่วยอะไรเราไม่ได้หรอกนะ เราต้องไปคุยกับเพรียวเค้าเอง”

“มันเป็นลูกน้องเก่าน้างามไม่ใช่เหรอ น้างามก็สั่งมันสิว่าไม่ให้เอาเรื่องผม  มันเป็นอุบัติเหตุ  นะครับน้างาม สงสารผมเถอะ พ่อแม่ผมก็ไม่มีแล้ว มีแต่น้างามคนเดียวที่เป็นที่พึ่งให้ผมได้  ผมสัญญาว่าจะไม่วู่วามแบบนี้อีกแล้ว ให้ โอกาสผมอีกครั้งนะครับน้างาม”

ฟ้างามเจอทั้งขู่ ทั้งอ้อนวอนสารพัดจนชักจะใจอ่อน ยืนลังเลว่าจะเอายังไงดี  จนเมื่อกลับไปปรึกษาพี่ชาย  แล้วลงความเห็นกันว่าจะส่งมานิดาและเมลานีไปเจรจากับเพรียว เพราะถ้าศรสิทธิ์ไปเองก็กลัวจะโดนเพรียวถอนหงอกเรื่องที่แย่งเต็มตามา ส่วนฟ้างามก็มีชนักติดหลังที่บีบเพรียวจนต้องออกจากงาน แต่พอถึงคราวลูกหลานทำผิดยิ่งกว่าเขาเป็นไหนๆ จะไปขอให้เขาไม่เอาเรื่อง ก็หน้าหนาเกินไปแล้ว

“สรุปต้องเป็นเม...เฮ้อ นันท์นี่มันขยันหาเรื่องจริงๆ เดี๋ยวเรื่องโน้นเดี๋ยวเรื่องนี้ เดือดร้อนกันไปหมดแล้วเนี่ย”

“พ่อเองก็เบื่อมันเหมือนกัน น่าจะให้มันอยู่ในคุกซะให้เข็ด ไม่น่าประกันตัวออกมาเลย”

“ทำไงได้ล่ะคะ เพื่อเซนซูยา แล้วก็เพื่อพี่จริยา เราก็ต้องอดทนล่ะค่ะ”

ฟังเหตุผลของฟ้างามแล้ว ศรสิทธิ์ถึงกับพูดไม่ออก เห็นแก่น้องสาวที่ล่วงลับไปแล้ว

ooooooo

เพรียวกระหยิ่มยิ้มย่องหลังรู้จากเพื่อนที่เป็นหมอว่าน้ำนวลเป็นห่วงตนเอามากๆ บ่ายนั้นพอรู้ว่าน้ำนวลมาเยี่ยมแวน เพรียวจึงออกจากห้องพักผู้ป่วยเพื่อจะไปหาเธอ โดยไม่รู้ว่าทันทีที่เขาก้าวพ้นประตูห้องก็กลายร่างเป็นพิมมาลา  สวนกับพยาบาลที่เอายาเข้ามาให้  แต่เอะใจทำไมพยาบาลถึงไม่ทักทั้งที่เห็นเขาทนโท่

เมื่อเพรียวก้มสำรวจตัวเอง ก็ตกใจร้องเฮ้ย! พร้อมๆกับเห็นรัมภาในชุดคุณหมอใส่เสื้อกาวน์เดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้มเย้ยเยาะ

“แผลยังไม่หายดี อย่าเพิ่งซ่าสิคะ กลับเข้าไปนอนข้างในไป๊”

“คุณจะขวางผมไปถึงไหนเนี่ย เปลี่ยนผมกลับเป็นเพรียวเดี๋ยวนี้เลยนะ”

“อย่ามาสั่งฉันนะ ตอนกลางวันนายต้องเป็นพิมมาลาอย่ามามั่วนิ่ม ฉันอุตส่าห์มีน้ำใจ กลัวคนจะแตกตื่นหรอกนะ เลยให้นายอยู่ในร่างเพรียวนานหน่อย หน็อย...ทำเป็นได้ใจ”

“ลำเอียง คุณลำเอียงเข้าข้างเจ้าแวนตลอด คุณกลัวว่าถ้าผมรุกหนักๆ แล้วคุณน้ำจะเปลี่ยนใจมาหาผมใช่มั้ยล่ะ ถึงได้ขัดขวางผมตลอดเวลา” พิมมาลาพูดด้วยท่าทีฉุนเฉียว ไปหน่อยก็เลยเจ็บแผลที่สีข้างจนร้องโอ๊ย...

“สมน้ำหน้า  นี่แหละโทษฐานที่มากล่าวหาฉัน  กลับเข้าห้องไปได้แล้ว ฉันฟรีซแม่พยาบาลเอาไว้ เดี๋ยวหานายไม่เจอจะวุ่นวายกันใหญ่  แล้วก็จำเอาไว้จนกว่านายจะออก

จากโรงพยาบาล นายจะเป็นเพรียวได้แต่เฉพาะตอนอยู่ในห้องพักผู้ป่วยเท่านั้น”

พิมมาลาเจ็บใจ เดินฮึดฮัดกลับเข้าห้องไปนอนบ่นรัมภาได้สักครู่ มานิดากับเมลานีก็โผล่เข้ามาพร้อมกระเช้าเยี่ยมไข้ สองแม่ลูกทักถามอาการเพรียว พร้อมแสดงความเป็นห่วงให้แนบเนียนตามแผน

“ขอบพระคุณมากครับคุณมานิดา ผมเสียเลือดมากไปหน่อย แต่อาการอย่างอื่นไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เดี๋ยวก็กลับบ้านได้แล้วครับ”

“ไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้วล่ะจ้ะ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ต้องห่วงนะจ๊ะ ฉันคุยกับนันท์แล้ว เค้าจะเป็นคนออกให้ทั้งหมดเลย”

“มันก็ต้องเป็นอย่างงั้นอยู่แล้วนี่ครับ ผมถูกเค้ายิงจนบาดเจ็บ ถ้ายังต้องออกค่ารักษาเองอีก มันก็เกินไปหน่อยแล้วล่ะ ส่วนเรื่องคดี ผมคงต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุดนะครับ เพราะคุณนันท์เค้าพยายามฆ่าผม”

“ใจเย็นๆก่อนพ่อหนุ่ม ฉันได้ยินมาว่าฟ้างามทาบทามเธอกลับเข้ามาทำงานที่เซนซูยาไม่ใช่เหรอจ๊ะ แล้วจู่ๆเธอมาฟ้องร้องหลานเจ้าของแบบนี้ มันจะดีเหรอ”

“ยังไงเพรียวก็เคยอยู่เซนซูยามาก่อน ถือซะว่าเห็นแก่ภาพพจน์ของบริษัทเถอะนะจ๊ะ อย่าเอาเรื่องเอาราวให้เป็นคดีความกันเลยนะ”

“ผมก็รักเซนซูยานะครับ แต่ผมคงต้องเห็นแก่ชีวิตตัวเองมากกว่า ถ้าผมไม่เอาเรื่องแล้วใครจะรับประกันได้ล่ะครับ ว่าคุณนันท์จะไม่ย้อนมาทำร้ายผมอีก ยิ่งถ้าผมต้องกลับไปทำงานเซนซูยา ผมก็ยิ่งต้องป้องกันตัวเองเพราะคุณนันท์เป็นผู้ถือหุ้น จะหาทางกลั่นแกล้งผมยังไงก็ได้เว้นแต่คุณนันท์จะไม่อยู่ที่เซนซูยาแล้วเท่านั้นล่ะครับ ผมถึงจะวางใจ”

สองแม่ลูกนิ่งอึ้ง สบตากันไปมา การเจรจาส่อเค้าล้มเหลว ครั้นกลับมารายงานศรสิทธิ์กับฟ้างาม ซึ่งนันท์ที่เพิ่งได้ประกันตัวออกมาก็อยู่ด้วย ศรสิทธิ์ไม่พอใจโวยวายลูกเมียไม่ได้ความ เรื่องง่ายๆแค่นี้ก็ยังทำไม่ได้ แล้วต่อไปจะไปทำอะไรกิน

“ถ้ามันง่ายขนาดนั้น คุณไม่ทำซะเองล่ะคะ มาใช้ฉันกับลูกทำไม”

โดนเมียย้อนให้หงุดหงิด ศรสิทธิ์เลยหันไปฉะไอ้ตัวการ “เพราะแกแท้ๆเลยนันท์ ก่อแต่เรื่องเดือดร้อน คราวนี้ได้ติดคุกสมใจแกแน่”

“น้างาม ผมไม่อยากติดคุก เข้าไปอยู่แค่คืนเดียวผมก็หลอนจะตายแล้ว น้างามต้องช่วยผมนะครับ”

“น้าจะมีปัญญาอะไรไปช่วย เพรียวเค้าก็พูดของเค้าถูก ถ้าเค้าไม่แจ้งความจะมีใครรับประกันว่านันท์จะไม่ย้อนไปเล่นงานเค้าอีก”

“ผมไม่ทำหรอกครับน้างาม ไม่ทำจริงๆ สาบานได้ถ้าเค้ากลัวมากนัก ผมจะขายหุ้นแล้วกลับไปอยู่อังกฤษก็ได้ ขออย่างเดียวอย่ายัดข้อหาหนักขนาดนั้นให้ผมเลย”

ทุกคนนึกไม่ถึงว่านันท์จะคิดยอมขายหุ้น ศรสิทธิ์กับฟ้างามหันยิ้มบางๆให้กัน เข้าทางแผนซื้อหุ้นจากนันท์ของพวกตนพอดี แต่มานิดามีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด รีบดึงแขนลูกสาวออกไปคุยเป็นการส่วนตัว

“แกคิดไม่ทันรึไงเม ถ้าเจ้านันท์มันขายหุ้นให้ยัยน้ำจริงๆ  ก็เท่ากับฝ่ายฟ้างามมีหุ้นในมือตั้งสี่สิบเปอร์เซ็นต์เลยนะ”

“จริงด้วย เอาไงดีคะคุณแม่ หรือเราจะไปห้ามนันท์ไม่ให้ขายหุ้นดีคะ”

“ไม่ทันแล้วล่ะ นันท์มันกลัวติดคุกจนขี้ขึ้นสมองไปแล้ว ยังไงก็ต้องยอมขายหุ้นแน่ แต่เมต้องรีบไปห้าม อย่าให้นันท์กลับอังกฤษ”

“มันหมดประโยชน์แล้ว  อยากกลับก็ปล่อยมันไปสิคะแม่”

“แกจะโง่ทิ้งบ่อเงินบ่อทองรึไงยัยเม นันท์ขายหุ้นครั้งนี้คงได้เงินเป็นร้อยล้านเลยนะ แล้วนันท์มันก็แค้นนูกับน้ำยังกะอะไร ถ้าต้องแตกหักกันจริงๆ เราก็ยังหลอกใช้มันเป็นมือเป็นตีนได้อยู่”

“จริงด้วยค่ะ คุณแม่ของเมนี่สุดยอดจริงๆเลย”

สองแม่ลูกกระหยิ่มยิ้มย่อง นอกจากจะหาพวกได้แล้วยังหลอกใช้ได้อีกด้วย

ooooooo

ตอนหัวค่ำ น้ำนวลพาแวนมาเยี่ยมเพรียวที่รักษาตัวอยู่โรงพยาบาลเดียวกัน เธอให้แวนพูดคุยกับเขาตามลำพัง ส่วนตัวเองเลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์ เพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับเพรียวตรงๆ

เพรียวอึดอัดคับแค้นใจ อยากสารภาพรักน้ำนวลแต่ไม่มีโอกาส คืนนั้นเขานอนไม่หลับกระสับกระส่าย คิดจนเครียด ลุกพรวดขึ้นนั่งตะโกนบอกรัมภาว่า เขารักน้ำนวล

“จะแหกปากหาสวรรค์วิมานอะไรยะ พูดเบาๆฉันก็ได้ยินแล้ว” รัมภาปรากฏกายในชุดพยาบาล

“ผมมองตาคุณน้ำก็รู้แล้วว่าคุณน้ำยังตัดใจจากผมไม่ได้ เมื่อยังรักผมอยู่ แล้วทำไมต้องทรมานกันอย่างนี้ด้วย”

“หลงตัวเองเกินไปรึเปล่ายะ คิดว่าผู้หญิงทุกคนจะต้องหลงเสน่ห์นายหมดรึไง”

“ผมไม่ได้ต้องการผู้หญิงทุกคน ผมต้องการแค่คุณน้ำคนเดียว ยังไงผมก็ไม่ยอมให้คุณน้ำกากบาทผมทิ้งแล้วไปเลือกไอ้แวนเด็ดขาด”

“เรื่องที่นายจะสู้เพื่อเอาชนะใจหนูน้ำมันก็เป็นสิทธิของนาย ฉันคงห้ามอะไรไม่ได้ แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่ามันไม่มีทางสำเร็จหรอก”

“ก็ให้มันรู้ไปสิว่าคนรักกัน ใจตรงกันแทบทุกเรื่องจะไม่ได้เป็นคู่กัน คุณน้ำคบเจ้าแวนก็เพราะความเหงา เลยรู้สึกว่าเป็นความรับผิดชอบ ไม่กล้าทิ้งมันก็เท่านั้นเอง แต่คนที่คุณน้ำรักคือผม  ถึงคุณจะเป็นนางฟ้าบ้าอำนาจ  คุณก็เปลี่ยนพรหมลิขิตไม่ได้หรอก”

รัมภาไม่สบอารมณ์หายวับไปทันที เพรียวยังตะโกนด้วยความมั่นใจ

“จะหนีไปไหนล่ะ คุณเปลี่ยนพรหมลิขิตไม่ได้หรอกรัมภา คุณน้ำเป็นเนื้อคู่ของผมคนเดียว ไม่ใช่ไอ้แวน ได้ยินมั้ยรัมภา”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด

“เคลลี่” สะดุ้ง แฟนละคร “เวราอาฆาต” อินหนัก ด่าแรง หวั่นดราม่าทำคนเกลียด
23 มิ.ย 2564

11:45 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 23 มิถุนายน 2564 เวลา 13:56 น.