ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

พิมมาลา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

“รู้จักให้...ในสิ่งที่คนอื่นอยากได้” คือคติประจำใจของ “เพรียว” ชายหนุ่มเชื้อสายจีน หน้าตาดี เชื่อมั่นในตัวเองและทำงานเก่ง เพรียวมีความสามารถเรื่องการดูจิตใจของคนอื่น รู้ในสิ่งที่คนอื่นต้องการ และเมื่อเขาให้ในสิ่งที่คนอื่นต้องการ เขาก็จะได้รับในสิ่งที่เขาอยากได้กลับคืนมาเสมอ

เพรียวเป็นคนจังหวัดอุทัยธานี ครอบครัวเป็นคนไทยเชื้อสายจีน พ่อแม่เปิดกิจการผ้าทอ ซึ่งพ่อแม่ของเพรียวก็เหมือนครอบครัวคนจีนทั่วไปที่ลูกชายสำคัญกว่าลูกสาว แม้ว่าพี่สาวทั้งสองคนคือ สายพรกับยุพิน จะเป็นคนดูแลกิจการทอผ้าของครอบครัวเป็นหลัก แต่พ่อแม่ไม่เคยเห็นความสำคัญ เอาแต่คุยฟุ้งทั่วบ้านทั่วเมืองว่าเพรียวเป็นลูกชายที่แสนกตัญญู

เมื่อเรียนจบเพรียวได้ทำงานที่ห้างเซนซูยา เขาชอบห้างนี้มากตั้งแต่สมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย จึงตั้งใจว่าจะมาทำงานที่นี่ และนับเป็นโชคดีที่เขาได้รู้จักทศกรซึ่งเป็นญาติห่างๆของเจ้าของห้างนี้ จนได้มาฝึกงานและบรรจุเข้าทำงานสมใจในเวลาต่อมา

ห้างเซนซูยาเป็นของตระกูลศรสุริยะศักดิ์ แม้เป็นห้างที่ไม่ใหญ่นัก แต่เพราะฝีมือบริหารที่ดีทำให้รอดจากการที่ต้องถูกห้างใหญ่ๆแย่งชิงตลาดไปได้ เพรียวเป็นคนทำงานเก่ง จึงเป็นที่ชื่นชอบของฟ้างาม น้องสาวของศรสิทธิ์ ซึ่งเป็นเจ้าของเซนซูยา

ที่ห้างแห่งนี้ เพรียวมีเพื่อนร่วมงานคือ ดล ชายหนุ่มหน้าตี๋ กับนาง หญิงสาวที่บอกว่าตัวเองเป็นติสต์ นางเกลียดผู้หญิงสวยทุกคนที่มาทำงานด้วย และจะแกล้งทุกคนที่เห็นเป็นผู้หญิงสวย ซึ่งเพรียวก็ไม่สนใจ เพราะเรื่องงานถือว่านางเป็นคนที่ทำงานเก่งคนหนึ่ง

ฟ้างามตั้งใจให้น้ำนวลซึ่งเป็นหลานสาวมาฝึกงานที่เซนซูยาโดยให้เพรียวดูแล น้ำนวลเป็นลูกสาวของจริยาพี่สาวฟ้างาม น้ำนวลมีพี่ชายคือนันท์ ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ น้ำนวลจึงไม่สนิทกับพี่ชายนัก ด้วยนิสัยเป็นคนเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใคร เธอจึงแทบไม่มีเพื่อนเลย ตั้งแต่เด็กเธอมักจะฝันถึงสาวสวยแสนงามคนหนึ่ง จนรู้สึกคุ้นเคยกับหญิงสาวเป็นอย่างดี เธอถามผู้หญิงคนนั้นว่าชื่ออะไร หญิงสาวตอบว่าชื่อรัมภา เธอจึงจำภาพรัมภาได้ชัดเจน และคิดว่ารัมภาเป็นนางฟ้า

ooooooo

วันแรกที่ฟ้างามพาน้ำนวลมาฝึกงาน เพรียวรับปากรับคำด้วยความเต็มใจทั้งที่ยังไม่เห็นหน้าค่าตาน้ำนวล รู้แต่ว่าเธอเป็นหลานสาวของฟ้างาม

“เพรียวไม่ต้องห่วงเลยนะ หนูน้ำเป็นเด็กน่ารัก ว่าง่าย สอนไม่ยากหรอก...เด็กดีๆอย่างนี้พ่อยังใจร้ายได้ลงคอ ไม่เคยเหลียวแลเลย” ท้ายประโยคฟ้างามพูดเหมือนรำพึง

เพรียวได้ยิน คิดปราด “ทั้งรักทั้งสงสารอย่างนี้ก็ขึ้นแท่นหลานรักน่ะสิ” คิดดังนั้นจึงปั้นยิ้มประจบทันที “แต่มีคุณน้าอย่างคุณฟ้างามก็ถือว่าเป็นโชคดีที่สุดแล้วล่ะครับ”

“ยังไงเพรียวก็อย่าดุแกมากนักนะ สงสารน้อง”

“ผมเป็นคนใจเย็น ผมจะสอนงานคุณน้ำชนิดไม่อมภูมิเลย รู้เท่าไหร่สอนให้หมดไส้หมดพุงเลยครับ”

“ขอบใจมากจ้ะเพรียว”

“คุณฟ้างามไม่ต้องเกรงใจนะครับ อยากให้ผมทำอะไรก็บอกได้เลย...ให้ในสิ่งที่คนอื่นอยากได้ คือคติประจำใจผมอยู่แล้ว”

ฟ้างามขำเบาๆให้เพรียว ชอบในความขี้เล่นมีอารมณ์ขัน

“แล้วนี่คุณน้ำจะเริ่มมาฝึกงานเมื่อไหร่ล่ะครับ”

“วันนี้เลยจ้ะ เดี๋ยวก็มา ไปห้องน้ำ”

เสียงเคาะประตูดังสองสามครั้งก่อนเปิดเข้ามา เป็นเลขาฯของฟ้างามนั่นเอง

“ให้คุณน้ำนวลเข้ามาเลยมั้ยคะ”

“เข้ามาได้เลยจ้ะ”

เพรียวลุ้นในใจ ขอให้สวยกิ๊ง...แต่พอเลขาฯเปิดประตูกว้างให้น้ำนวลเข้ามา เพรียวผิดหวังอย่างแรง เพราะน้ำนวลในชุดนักศึกษาแบบถูกระเบียบเป๊ะ เสื้อผ้าหน้าผมเรียบร้อยเฉียดเชย แทบไม่มีส่วนไหนสะดุดตาตรงสเปกเพรียวเอาเสียเลย

“น้ำจ๊ะ นี่พี่เพรียวจะเป็นเทรนเนอร์ให้เรา”

“สวัสดีครับคุณน้ำ” เพรียวจำใจยิ้มทักทาย

น้ำนวลเห็นเพรียวครั้งแรกก็ชะงัก หล่อโดนใจ เธอยิ้มกว้างโยกมือไหว้เพรียวอย่างเขินๆเล็กน้อย เพรียวฝืนยิ้มรับไหว้ ยิ่งพิจารณาก็ยิ่งเห็นน้ำนวลเป็นพวกคุณหนูจืดๆ ขาดความมั่นใจ

ooooooo

แผนกศิลป์โฆษณา เป็นส่วนงานที่น้ำนวลต้องมาฝึกงาน นางเปิดดูสมุดผลงานออกแบบสื่อโฆษณาของน้ำนวลด้วยท่าทางตื่นเต้น พูดจาประจบประแจงโจ่งแจ้ง เช่นเดียวกับดลก็สอพลอเต็มพิกัด สองคนเลยโดนเพรียวแขวะ ระวังลิ้นจะพันกัน

ดลกับนางชะงัก เหล่ลูกพี่เล็กน้อย เพรียวไม่สน เดินเข้ามาถามน้ำนวลว่าเย็นนี้ว่างหรือเปล่า?

น้ำนวลเขินปนประหม่า พูดโดยไม่กล้าสู้ตา “ทำไมเหรอคะพี่เพรียว”

“แผนกเรามีธรรมเนียมเลี้ยงต้อนรับพนักงานใหม่น่ะครับ ผมเลยอยากชวนคุณน้ำไปทานเลี้ยงด้วยกัน”

“น้ำต้องขออนุญาตน้างามก่อนค่ะ”

ไม่ทันที่น้ำนวลจะไปไหน มานิดากับเมลานีก็เดินฉับๆเข้ามาในแผนก เมลานีสวมชุดนักศึกษาแบบสาวเปรี้ยว อายุแก่กว่าน้ำนวลนิดหน่อย แต่ยังเรียนไม่จบ

“สวัสดีครับคุณมานิดา” เพรียวไหว้มานิดา แต่ส่งยิ้มหล่อๆเลยไปให้เมลานี

มานิดาไม่รับไหว้เพรียว ขยับไปปั้นยิ้มให้น้ำนวลราวกับเอ็นดูเต็มประดา

“ไงจ๊ะหนูน้ำ ได้ข่าวว่าวันนี้เริ่มฝึกงานวันแรก ป้าเป็นห่วงก็เลยแวะมาดูน่ะจ้ะ”

“ทำไมเลือกมาฝึกงานแผนกเล็กๆ กิ๊กก๊อกยังงี้ล่ะน้ำ”นางกับดลหน้าตึงทันที ไม่พอใจถ้อยคำดูถูกของเมลานี แต่ก็ไม่อยากมีปัญหากับเครือญาติเจ้าของบริษัท

“ทำไมพูดแบบนี้ล่ะเม” น้ำนวลติงลูกพี่ลูกน้อง เพรียวเกรงจะบานปลายเพราะรู้นิสัยเมลานีดีว่าขี้วีนแค่ไหน จึงแทรกขึ้นเสียก่อนที่เมลานีจะโต้อะไร

“แผนกของเรากำลังอยู่ในช่วงขยายงานน่ะครับ ตอนนี้ยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ ก็เลยมีพนักงานไม่มาก”

เมลานียักไหล่ไม่แคร์ หันไปพูดกับน้ำนวล “ตอนแรก ฉันนึกว่าอางามจะให้เธอฝึกงานแผนกที่มันเข้าท่ากว่านี้ซะอีก แต่ก็เอาเถอะ เปิ่นๆ โก๊ะๆอย่างเธอ ขืนไปอยู่แผนกใหญ่ๆ เดี๋ยวได้ไปทำงานเขาพังหมด”

“พูดอะไรอย่างงั้นจ๊ะน้องเม หนูน้ำเขาเรียนพวกขีดๆ เขียนๆมา ก็ต้องทำงานแผนกศิลป์แบบนี้ล่ะถูกต้องแล้ว จะให้มาทำงานนั่งโต๊ะเป็นผู้บริหารแบบหนูได้ยังไงล่ะจ๊ะ...ป้าไปก่อนนะจ๊ะ ตั้งใจเรียนรู้งานล่ะ”

“สวัสดีค่ะคุณป้า” น้ำนวลยกมือไหว้ หน้าจ๋อยๆ

มานิดากับเมลานีเดินเชิดกลับออกไปพร้อมแอบหันมายิ้มให้กันอย่างดูถูกน้ำนวล นางกับดลเหล่มองตาม ไม่ชอบขี้หน้าสองแม่ลูก

“อย่าคิดมากนะครับคุณน้ำ ยิ่งคนอื่นดูถูก เราก็ยิ่งต้อง พิสูจน์ตัวเอง ลบคำสบประมาทให้ได้นะครับ”

“ค่ะพี่เพรียว” น้ำนวลยิ้มปลื้มสุดๆ ที่เพรียวให้กำลังใจตน

ooooooo

หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งตอนหัวค่ำ เพรียวยืนรอน้ำนวลที่ไปห้องน้ำ รอไปรอมาเพรียวรู้สึกเหมือนมีคนจ้องตนอยู่ด้านหลัง พอหันไปดูก็ต้องตะลึงตาค้าง เมื่อเห็นรัมภาชุดเสื้อกระโปรงสั้นสีสด เผยให้เห็นเรียวขาขาวผ่อง ทั้งสวย สง่า และเซ็กซี่บาดใจ

เพรียวอึ้งมอง คิดในใจว่า “ของนอกซะด้วยโว้ย”

“ฉันพูดไทยได้นะคะ”

ชายหนุ่มชะงักเล็กน้อย สงสัยว่าเธอรู้ใจตนได้ยังไง ปั้นยิ้มหล่อถามเธอว่า “มาเที่ยวเหรอครับ”

“กำลังจะกลับค่ะ ข้างบนโน้นไม่ชอบให้ฉันเถลไถล แต่ลงมาข้างล่างก็เพลิดเพลินดีค่ะ”

ไม่เข้าใจคำตอบของเธอนัก แต่ก็ปั้นยิ้มต่อไป “คุณทำงานอยู่โรงแรมนี้เหรอครับ”

“ไว้เจอกันใหม่นะคะ” เธอตัดบทเดินหนีดื้อๆ เพรียวกลัวไม่ได้เจออีก ร้องเรียกพลางถามชื่อ แต่เธอไม่เหลียวกลับมา ขณะนั้นเองน้ำนวลเดินออกมาจากห้องน้ำ ถามเพรียวว่ารอนานหรือเปล่า

“ไม่หรอกครับ”

“คนอื่นๆล่ะคะ”

“ไปรอข้างในแล้วครับ...ไปครับ”

น้ำนวลเดินยิ้มปลื้มๆคู่ไปกับเพรียวที่ยังเหลียวมองหาสาวสวยนางนั้น แต่ก็ไร้วี่แวว แปลกใจที่เธอหายตัวไปรวดเร็วเหลือเกิน

เข้ามาในร้านอาหารกึ่งผับ ทุกคนสนุกเต็มที่ น้ำนวลนั่งยิ้มมองคนโน้นคนนี้ บางเวลาก็ฮัมเพลงตามนักร้องอย่างเพลิดเพลินจนเพรียวได้ยิน โปรยยาหอมว่า

“เสียงคุณน้ำเพราะจังเลย เคยขึ้นเวทีประกวดกับเขามั้ยครับ”

“ไม่เคยหรอกค่ะ น้ำชอบร้องเล่นๆ ไม่กล้าขึ้นเวทีหรอกค่ะ”

“งั้นศุกร์หน้าเราไปคาราโอเกะกัน คุณน้ำทำตัวให้ว่างไว้นะครับ”

“น้ำจะพยายามทำตัวให้ว่างค่ะ”

“ดีครับ” แล้วเพรียวก็หันไปสั่งอาหารต่อ โดยที่น้ำนวลยังแอบชำเลืองมองเขาอย่างเป็นปลื้ม

ถึงเวลากลับ เพรียวขับรถไปส่งน้ำนวลถึงหน้ารั้วบ้าน แถมหยอกล้อเป็นกันเองจนน้ำนวลยิ่งปลื้มชื่นชมไปกันใหญ่ ถึงกับยิ้มไม่หุบ ขนาดเข้าบ้านอาบน้ำจะนอนแล้วก็ยังอดคิดถึงเขาไม่ได้ พูดกับรูปถ่ายแม่ว่า

“พี่ๆ ที่แผนกดีกับน้ำมากเลยนะคะคุณแม่ โดยเฉพาะพี่เพรียว”

ขณะที่น้ำนวลแย้มยิ้มสดใส รูปรัมภาซึ่งน้ำนวลวาดตั้งแต่วัยเด็กติดไว้บนผนังห้องก็เหมือนจับจ้องมาที่น้ำนวลตลอดเวลา รอยยิ้มในรูปดูลึกลับเยือกเย็นอย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

มานิดาเป็นภรรยาน้อยของศรสิทธิ์ที่มีอำนาจสูงสุดในห้างเซนซูยา เมื่อฟ้างามน้องสาวของศรสิทธิ์นำพาน้ำนวลเข้ามาฝึกงาน มานิดากับลูกสาวไม่ค่อยพอใจเพราะไม่ต้องการให้น้ำนวลเข้ามามีบทบาทเกินหน้า จึงแวะเวียนมาหาเรื่องตำหนิน้ำนวลอยู่เนืองๆ

สายวันหนึ่ง สองแม่ลูกโผล่มาอีกเพราะโกรธที่น้ำนวลคัดค้านการสั่งซื้อสินค้าบางรายการที่พวกตนเสนอไป

“เธอก็แค่มาฝึกงาน อย่ามาทำเป็นอวดรู้หน่อยเลย” เมลานีเปิดฉากด้วยท่าทีฉุนเฉียวจนน้ำนวลหน้าเสีย พูดอ้อมแอ้มว่า

“น้ำเห็นว่าราคาของที่เสนอมามันแพงเกินไป”

จังหวะนี้ เพรียวเข้ามาพอดี รีบหลบฉากไปแอบฟัง

“ของดีมันก็ต้องแพงยังงี้แหละ แม่ย่านางห้องสมุดอย่างเธอจะไปรู้อะไร แต่งเนื้อแต่งตัวให้มันดีซะก่อนเถอะ รสนิยมเฉิ่มเชยอย่างนี้ รู้ด้วยเหรอว่าอะไรสวยไม่สวย”

“น้องเมอย่าพูดอย่างงั้นกับหนูน้ำสิจ๊ะลูก” มานิดาแกล้งปรามลูกสาว แล้วปั้นยิ้มให้น้ำนวล “หนูน้ำคงยังไม่รู้ว่าของที่ป้าสั่งมาเป็นสินค้าเกรดเอ ถึงราคามันจะสูงไปนิดนึง แต่ถ้าเทียบกับอายุการใช้งานแล้ว ก็คุ้มเกินคุ้มนะจ๊ะ”

“แต่น้ำว่า...”

“ต่งแต่อะไรอีกล่ะ เธอเป็นเด็กจะมาคัดค้านผู้ใหญ่ได้ยังไง แล้วอย่าให้ฉันรู้นะว่าเธอทำเรื่องแย้งขึ้นไปอีก ไม่งั้นฉันจะฟ้องคุณพ่อจริงๆด้วย พ่อแม่ก็ไม่มีคุ้มหัวแล้วยังจะซ่าอีก”

น้ำนวลชะงักกึก โดนจี้ปมด้อย น้ำตาคลอขึ้นมาด้วยความเสียใจ

“ตายแล้ว เวรี่ อีโมชั่นนัล...ไม่เอาลูกอย่าพูดกับน้องยังงั้น หนูน้ำยังอ่อนประสบการณ์ เอาไว้ค่อยๆเรียนรู้งานไปก็จะมีวิชชั่นเพิ่มขึ้นเองแหละจ้ะ...ไปลูก เดี๋ยวไม่ทันนัด”

เมลานียิ้มเหยียดใส่น้ำนวลก่อนเกาะแขนมานิดาเดินกระซิบกระซาบกันออกไป

“แม่บอกแล้วเห็นมั้ย มันฝึกงานบังหน้า จริงๆนังฟ้างามส่งมันมาเป็นสปาย”

“ใช่ค่ะคุณแม่ สาระแนไม่เข้าเรื่อง งานตัวเองก็ไม่ใช่”

เพรียวเบี่ยงตัวหลบให้สองแม่ลูกผ่านไป แล้วเดินเข้ามาวางมือบนไหล่น้ำนวลที่นั่งน้ำตาซึมๆ

“ไปกินไอติมกันมั้ย พี่เลี้ยงเอง”

น้ำนวลค่อยยิ้มได้ ออกไปกินไอศกรีมกับเพรียวที่ร้านในห้างนั่นเอง

“ผมเห็นด้วยกับคุณน้ำนะ ของที่ผลิตในไทยถึงจะไม่ทนเท่า แต่ต่อให้เปลี่ยนใหม่ 2-3 รอบ ก็ยังถูกกว่าของที่คุณมานิดาสั่ง”

“น้ำก็คิดอย่างงั้นล่ะค่ะ ถึงได้ทำเรื่องแย้งขึ้นไป ไม่คิดเลยว่าคุณป้ากับเมจะโกรธขนาดนี้”

เพรียวคิดในใจ “เด็กหนอเด็ก ไปขวางทางเขมือบเขา เขาจะไม่โกรธได้ไงล่ะ” แต่พูดออกไปว่า “เพราะคุณน้ำเป็นเด็กน่ะสิครับ ทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาผู้ใหญ่ ก็ต้องโดนดุเป็นธรรมดา”

“นี่ตกลงเราต้องยอมปล่อยให้บริษัทเสียเงินซื้อของแพงเกินจริงยังงี้เหรอคะ”

“คุณน้ำก็หาตัวช่วยสิครับ เมื่อเราเป็นเด็กทำอะไรไม่ถนัด ก็ต้องใช้ตัวช่วย”

“ตัวช่วย” น้ำนวลคิดทบทวน ไม่ค่อยเข้าใจความหมายของเพรียวนัก ทันใดเห็นเพรียวหลบวูบลงใต้โต๊ะ น้ำนวลตกใจถามพรวด “อะไรคะ พี่เพรียว”

“ผู้จัดการมา...เจอข้างบนนะครับ”

ผู้จัดการเดินเข้ามาในร้าน เพรียวรีบเดินย่อตัวหลบไปทางออกอีกด้าน น้ำนวลมองตามเพรียวยิ้มๆ รู้สึกเป็นปลื้มมากขึ้นไปอีกกับความตลกน่ารักของผู้ชายคนนี้

ooooooo

ไม่ใช่แค่เป็นปลื้ม แต่น้ำนวลหลงรักเพรียวเข้าแล้ว เลิกงานกลับมาบ้านถึงขนาดปักหลักวาดรูปเขาจนเสร็จ แล้วก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มีความสุขอย่างคนตกอยู่ในห้วงของความรัก แต่ที่รูปนางฟ้ารัมภาบนผนังกลับหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนกำลังหนักใจสุดๆ คล้ายมีเสียงพึมพำรอดออกมา แต่น้ำนวลไม่ได้ยิน

“เวรกรรมแท้ๆ ต้องมาเจอไอ้กะล่อนนี่ จะขวางบุพเพเขาก็ไม่ได้ซะด้วยสิ”

“ไอ้กะล่อน” ที่รัมภาว่าก็คือเพรียวนั่นเอง เพรียวเจ้าชู้จัดคบผู้หญิงพร้อมกันถึงสามคน คนแรกคือเต็มตา ทายาทเจ้าของโรงแรม คนที่สองคืออินทุพร สาวสวยร่ำรวยมีอนาคต ส่วนคนที่สามดารณี เป็นพนักงานอยู่ในเซนซูยานั่นเอง

เพรียวสับรางได้เป็นอย่างดี โดยที่สามสาวไม่เคยล่วงรู้ในพฤติกรรมกะล่อนของเขาแม้แต่น้อย ค่ำนี้ขณะเพรียวสวีตหวานอยู่กับดารณี แต่แล้วอารมณ์ของทั้งคู่ก็ต้องสะดุดเพราะน้ำนวลโทร.เข้ามือถือเพรียว

“พี่เพรียวนอนรึยังคะ”

“ยังครับ คุณน้ำมีอะไรรึเปล่าครับ”

“ก็เรื่องที่พี่เพรียวพูดเมื่อตอนกลางวันน่ะค่ะ น้ำคิดยังไงก็ยังคิดไม่ออก ว่าตัวช่วยของพี่เพรียวหมายถึงอะไร”

“คุณน้ำครับ ในเซนซูยาใครมีอำนาจมากที่สุดล่ะครับ”

“คุณลุงศรสิทธิ์ไงคะ”

“คุณศรสิทธิ์เป็นประธานก็จริงครับ แต่คนที่กุมอำนาจจริงๆคือคุณฟ้างาม ถ้าคุณฟ้างามไม่เห็นด้วยซะอย่าง ถึงคุณมานิดาจะเป็นภรรยา แต่คุณศรสิทธิ์ก็คงไม่กล้าหักหาญน้ำใจน้องสาวหรอกครับ”

“พี่เพรียวหมายความว่าจะให้น้ำบอกน้างาม ให้น้างามออกหน้าเหรอคะ”

“ก็ใช่น่ะสิครับ...เอ่อ คุณน้ำมีอะไรอีกรึเปล่าครับ”

“ไม่มีแล้วค่ะ ขอบคุณพี่เพรียวมากนะคะที่ช่วยแนะนำน้ำ”

“ไม่เป็นไรครับ สวัสดีครับ” เพรียวตัดสายด้วยสีหน้าอ่อนใจในความซื่อบื้อของน้ำนวล แต่ดารณีนั้นแอบหึง เปรยขึ้นอย่างระแวง

“หลานคุณฟ้างาม ดาเคยเห็นไกลๆ ก็น่ารักดีเหมือนกันนะคะ”

“จืดยิ่งกว่าน้ำเปล่าอย่างนั้นน่ะเหรอน่ารัก สู้ดาของผมไม่ได้ซักนิดเดียว”

ดารณียิ้มปลื้มสุดๆ แล้วเอนซบเพรียวลงไปที่เตียงนอน

ooooooo

เมื่อคืนน้ำนวลปรึกษาฟ้างามตามคำแนะนำของเพรียว เพียงวันรุ่งขึ้นฟ้างามก็เชิญประชุมผู้บริหารและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยมีศรสิทธิ์นั่งเป็นประธาน และน้ำนวลก็ร่วมฟังอยู่ด้วย รวมทั้งสองแม่ลูกตัวแสบ

“แพงกว่ากันขนาดนี้ ยังไงงามก็อนุมัติให้ซื้อไม่ได้หรอกค่ะ” ฟ้างามเปิดประเด็นอย่างเคร่งเครียดเอาจริง จนศรสิทธิ์หน้าเจื่อนกลัวน้อง ไม่กล้าหือมาแต่ไหนแต่ไร

“ค่อยๆคุยกัน ไม่ต้องซีเรียสก็ได้นี่งาม”

“ไม่ซีเรียสได้ยังไง ถ้างามไม่รู้เรื่อง พี่สิทธิ์คงเซ็นอนุมัติไปแล้ว”

“ของมันแพงก็เพราะคุณภาพเกรดเอทั้งนั้นนะคะ” มานิดาอ้างเหตุผล แต่ฟ้างามยิ้มเยาะอย่างรู้ทัน

“บริษัทที่นำเข้านี่ใช่ญาติของคุณเป็นหุ้นส่วนใหญ่รึเปล่าคะ”

ศรสิทธิ์กับมานิดาชะงัก แอบสบตากันเล็กน้อย พอกรรมการคนหนึ่งเห็นด้วยกับฟ้างามว่าราคาของแพงเกินไปจริงๆ ศรสิทธิ์ก็เลยด่วนตัดบท

“งั้นก็ระงับโครงการไปก่อน ไม่เห็นมีปัญหาอะไร”

มานิดากับเมลานีแค้นมาก แต่เห็นฟ้างามเอาจริงก็ไม่กล้าหือ...ออกจากที่ประชุม น้ำนวลโทร.หาเพรียวที่กำลังคุมความเรียบร้อยในห้องจัดงานของห้าง บอกข่าวดีว่าเรื่องที่เขาให้คำแนะนำสำเร็จแล้วโดยคุณน้าฟ้างาม

“ขอบคุณพี่เพรียวจริงๆค่ะ ไม่งั้นคุณป้าคงงุบงิบให้คุณลุงเซ็นอนุมัติไปแล้วแน่ๆ”

“เป็นเพราะคุณน้ำกล้าหาญมากกว่าครับ...แค่นี้ก่อนนะคุณน้ำ” เพรียวตัดสายฉับเพราะเห็นสาวสวยคนเดิมเดินผ่านหน้า เขาวิ่งตามไปทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม “สวัสดีครับ”

แต่รัมภามองเพรียวด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ยินดีที่ได้พบกันอีกนะครับ คุณ...” ชายหนุ่มจงใจเว้นคำพูดเพื่อให้หญิงสาวบอกชื่อตัวเอง แต่เธอไม่ตอบ ยิ้มเล็กน้อยอย่างรู้ทันลูกไม้ของเขา

“คุณทำงานที่นี่เหรอคะ”

“อ๋อ ครับ...คุณมาทำอะไรครับเนี่ย”

“ทำภารกิจของนางฟ้าค่ะ”

เพรียวอึ้งปนงง แล้วพยายามคาดเดา “คุณต้องเป็นพวกครีเอทีฟแน่ๆเลย ต้องตีความกันหน่อย อ๋อ รู้แล้ว มาประกวดนางงามใช่มั้ยครับ”

รัมภายิ้มน้อยๆ แล้วฉวยจังหวะที่ลูกน้องคนหนึ่งมาเรียกเพรียวหายแวบไปจากตรงนั้น เพรียวหันกลับมาอีกทีไม่เห็นเธอ ก็งงเป็นไก่ตาแตก พึมพำกับตัวเอง “หายตัวได้รึไงวะ”

ตกเย็นวันนั้น น้ำนวลกลับถึงบ้านด้วยรอยยิ้มแสนหวานของคนกำลังอินเลิฟ แต่พอน้าสาวเรียกไปคุยเรื่องเรียนต่อปริญญาโทซึ่งทางมหาวิทยาลัยที่อังกฤษตอบรับมาแล้ว รอยยิ้มนั้นก็จืดเจื่อน รู้สึกใจหายชอบกล พูดไม่เต็มเสียงว่า

“น้ำขอคิดดูก่อนนะคะน้างาม”

ooooooo

วันหยุดเพรียวขับรถกลับมาหาพ่อแม่ที่อุทัยธานี แค่ได้ยินลูกรักบ่นเรื่องรถที่ใช้อยู่ช่วงล่างไม่ค่อยดี เดือนหน้าว่าจะดาวน์คันใหม่ พ่อก็เอ่ยปากจะซื้อด้วยเงินสดให้เอง สายพรฟังแล้วหมั่นไส้ แขวะน้องชายไปหลายคำก่อนจะแยกย้ายเพราะยุพินพี่สาวคนโตห้ามปรามไว้

ตกเย็น เพรียวขับรถเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปร่วมงานเลี้ยงเล็กๆกับเพื่อนร่วมงานในแผนกที่ผับแห่งหนึ่ง ในงานนี้เอง เมลานีปรากฏตัวในชุดเซ็กซี่ขยี้ใจ ทำให้หนุ่มหล่อจอมเจ้าชู้อย่างเพรียวจ้องเธอตาเป็นมัน แล้วก็หาโอกาสเจ๊าะแจ๊ะโดยไม่แคร์น้ำนวลสักนิด เพราะไม่เคยสนใจแต่แรกอยู่แล้ว

เมลานีตอนแรกก็ไม่เล่นด้วย แต่พอเห็นน้ำนวลมองหึงๆ ก็เลยทำประจ๋อประแจ๋ถึงเนื้อถึงตัวเพรียว แถมยังแสดงออกราวกับเป็นคู่รัก ทำให้น้ำนวลถึงกับน้ำตาตก วิ่งหนีออกไปจากงานด้วยความเสียใจ

แล้ววันรุ่งขึ้น น้ำนวลก็ตัดสินใจไปเรียนต่ออังกฤษ เพรียวรู้สึกผิดนิดหน่อยเพราะรู้ว่าต้นเหตุคือตน พอวันเลี้ยงส่ง เพรียวตั้งใจจะไปร่วมงาน แต่เอาเข้าจริงก็พลาดมาไม่ทัน เพราะถูกเต็มตาดึงตัวไว้ วันนั้นน้ำนวลจึงไม่ได้เห็นหน้าเพรียว เธอร้องไห้ บอกกับตัวเองอย่างเจ็บใจว่า

“คอยดู วันนึงพี่จะต้องเสียน้ำตาเพราะน้ำมั่ง”

ooooooo

อีกสองปีต่อมา...น้ำนวลเรียนจบปริญญาโท ในขณะที่เพรียวก็ได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดและโฆษณา ส่วนเรื่องความสัมพันธ์กับแฟนสาวทั้งสามคนของเพรียวก็ยังราบรื่นดี ถ้าวันนี้อินทุ-พรไม่ควงแขนเพรียวเข้าไปในบูธเวดดิ้ง แล้วเจอดารณีเข้าอย่างจัง

เพรียวตกใจแทบทรุด หน้าแหยสุดๆ เมื่อดารณีตรงดิ่งเข้ามากอดแขนเขา

“มาได้ไงคะเนี่ย ไหนว่ามีประชุมกับลูกค้าไงคะ”

อินทุพรเห็นดารณีกอดแขนเพรียวก็หึงขึ้นหน้าทันที ดึงเพรียวเข้ามาหาตน

“พวกเรามาเลือกชุด...ใส่งานแต่งของเรากันค่ะ”

“จริงเหรอคะพี่เพรียว” ดารณีถามเสียงแหลม

“ผม...ก็เพิ่งรู้เหมือนกัน”

“เพรียวทำไมพูดอย่างงี้ล่ะ เราเป็นแฟนกันมาสองปีแล้วนะ ใครๆก็รู้” อินทุพรโวย...แต่ดารณียิ้มสะใจ ได้ทีข่มอินทุพร

“เหรอจ๊ะ ฉันก็อยู่กินกับพี่เพรียวมามากกว่า 2 ปีซะอีกนะ พี่เขาส่งเสียเลี้ยงดูฉันทุกเดือนด้วยล่ะ ไม่ยักมีใครรู้”

อินทุพรทนไม่ไหวจะเข้าไปตบดารณี เพรียวจึงต้องล็อกตัวอินทุพรลากออกไป ท่ามกลางสายตาผู้คนไม่น้อยที่หันมองตาม...เพรียวลากอินทุพรไปจนถึงลานจอดรถ เตือนเธอด้วยน้ำเสียงฉุนๆ

“ตั้งสติหน่อยได้มั้ยอิน พูดกันดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องใช้อารมณ์ด้วย”

“อินไม่ใช่ก้อนอิฐก้อนหินนะเพรียวจะได้ไม่รู้สึกรู้สาอะไร  เพรียวตัดสินใจมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ว่าจะเลือกอินหรืออีนั่น”

“ดาเขาเป็นเพื่อนร่วมงานของผม ความใกล้ชิดมันทำให้ผมเผลอตัวไปบ้าง เขาไม่ได้ผิดอะไร อินให้เวลาผมหาทางออกบ้างได้มั้ย”

“เลิกกับมันนั่นแหละ คือทางออกที่ดีที่สุด”

“ขอเวลาให้ผมคิดบ้างได้มั้ยอิน เรื่องนี้มันอาจจะตัดสินใจง่ายสำหรับคุณ แต่มันไม่ง่ายสำหรับผมเลยนะ”

“ไม่ง่ายเหรอ” พูดพร้อมกับตบหน้าเขาเต็มแรง “เราเลิกกัน...ทีนี้ง่ายขึ้นรึยังล่ะ ไปตายเลยไป”

อินทุพรผลักอกเขาอีกทีก่อนสะบัดหน้าเดินหัวเสียไปขึ้นรถด้วยความเจ็บแค้นใจ เพรียวโดนตบจนหน้าชา ถอนใจเซ็งสุดๆ โดยไม่รู้ว่าดารณีแอบดูเหตุการณ์อยู่ ถึงตอนนี้เธอก็ไม่ไว้ใจเพรียวแล้วเหมือนกัน

ooooooo

เที่ยงนั้น ดารณีแอบสะกดรอยตามเพรียวต่อไป จนไปเห็นเพรียวออดอ้อนอี๋อ๋อแฟนอีกคน ดารณีผิดหวังเสียใจที่สุด เดินปาดน้ำตาหลบออกไปเงียบๆ

เต็มตาติดงานต้อนรับลูกค้าวีไอพีที่มาพักในโรงแรม จึงไล่เพรียวกลับไปก่อน พอแยกจากเธอมาไม่กี่อึดใจ เพรียวก็เห็นรัมภาในชุดแอร์โฮสเตสเดินลากกระเป๋าผ่านมาพอดี ชายหนุ่มตะลึงมองสาวสวยอย่างจำได้

“คุณครับ”

“อ้าว สวัสดีค่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน”

“ผมดีใจจังเลยครับที่คุณจำผมได้ ผมเพรียวครับ” เขายิ้มกรุ้มกริ่ม ยื่นมือออกไป เธอสัมผัสมือเขาตามธรรมเนียมฝรั่งพร้อมกับแนะนำชื่อตัวเอง

“รัมภาค่ะ”

เพรียวคิดในใจว่าทำไมชื่อถึงโบราณนัก แล้วปั้นยิ้มชวนคุย “คุณเป็นแอร์เหรอครับ อ๋อ ผมนึกออกแล้ว คุณเคยบอกว่ามาทำภารกิจของนางฟ้า ผมนี่งี่เง่าจริงๆ ตีความแค่นี้ก็ไม่ออก”

“ใช่ค่ะ ฉันเป็นนางฟ้า”

“ถ้าคุณไม่เหนื่อยจนเกินไป เราไปทานข้าวกันมั้ยครับ จะได้ถือโอกาสเลี้ยงฉลองที่เราได้เจอกันอีกครั้งด้วย”

“วันนี้ยังไม่สะดวกหรอกค่ะ ต่อไปเราก็คงได้เจอกันบ่อยขึ้น  ไม่แน่ว่าครั้งหน้าคุณอาจจะเสียใจที่ได้เจอฉันก็ได้”

“เสียใจที่ได้เจอคนสวยๆอย่างคุณน่ะเหรอครับ เป็นไปไม่ได้หรอกครับ”

ขณะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของเพรียวดังขึ้น หญิงสาวจึงตัดบททันที

“แล้วเจอกันค่ะ” เธอลากกระเป๋าเดินไปทางลิฟต์ เพรียวละล้าละลังเรียกเธอไว้ พลางก็ก้มดูเบอร์ในโทรศัพท์ว่าใครโทร.มา รัมภาจึงฉวยโอกาสนี้หายแวบไปอีกตามเคย

“สวัสดีครับคุณฟ้างาม...ได้ครับ ไม่ติดอะไรครับ ครับๆ ผมจะรีบเข้าไปเดี๋ยวนี้ล่ะครับ”

วางสายจากฟ้างามไปแล้วเพรียวก็เหลียวหารัมภาไปทั่วบริเวณ แต่ไม่เห็นแม้เงาของเธอ ได้แต่บ่นงึมงำด้วยความเสียดาย...

หลังจากนั้นไม่นาน เพรียวก็เข้ามารอฟ้างามที่ห้องประชุม

“โทษทีให้รอนานไปหน่อย...พี่มีคนอยากจะฝากเข้าทำงานที่ฝ่ายของเพรียว ช่วยพิจารณาด้วยแล้วกัน”

ขาดคำของฟ้างาม...น้ำนวลก็เปิดประตูเข้ามา น้ำนวลเปลี่ยนไปมากทั้งเสื้อผ้าหน้าผม รวมถึงบุคลิกคุณหนูขาดความมั่นใจ กลายเป็นสาวสวยทันสมัย แต่งตัวเรียบหรูดูมีสไตล์ ไม่ใช่สาวจืดสวมเหล็กดัดฟันคนเก่าอีกแล้ว

“คุณน้ำ...” เพรียวถึงกับครางตาค้างจังงัง

“สวัสดีค่ะ คุณเพรียว” น้ำนวลทักตอบอย่างห่างเหินแล้วเดินด้วยท่วงท่าสง่ามาลากเก้าอี้นั่งไขว่ห้างข้างๆฟ้างาม เพรียวมองตามสีหน้าอึ้งๆ ตะลึงในความเปลี่ยนแปลงของน้ำนวลอย่างไม่เชื่อสายตา

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:09 น.