ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ภูผาแพรไหม

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

หลังจากวางแผนกันเมื่อคืน...เช้าขึ้นพันทิญากับแพรไหมเตรียมออกจากบ้านพร้อม กัน ศุภลักษณ์แปลกใจเพราะปกติพันทิญาไม่เคยตื่นเช้า แต่พอเธอซักถาม...ทั้งพันทิญาและวนิดาก็ช่วยกันปกปิดว่า

แพรไหมเบื่อกาแฟที่บ้านเลยจะออกไปเปลี่ยนบรรยา-กาศในร้านที่มองเห็นวิวภูเขาสวยๆ

แท้จริงแล้วพันทิญาตัวก่อเรื่องต้องการให้แพรไหมรีบไปขอโทษภูผาเรื่องชัยแทน ตัวเอง แต่ขณะที่จะขึ้นรถออกจากบ้านสองสาวล่วงรู้ว่าลูกน้องเจ้าแสงฉายแอบซุ่มอยู่ ทั้งคู่จึงเปลี่ยนรถกันใช้เพื่อไม่ให้พวกเขาตามแพรไหมไปเพราะกลัวจะเสียแผน

คนของเจ้าแสงฉายหลงกลขับรถตามพันทิญาไป พันทิญาเหลือบมองพอใจแล้วโทร.กำชับแพรไหมให้อดทนถ้าโดนภูผาดุด่า ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดว่าคนที่ทิ้งนายชัยคือตน...แพรไหมรับปากด้วยความหนักใจ ครั้นไปถึงหน้าออฟฟิศภูผา เธอละล้าละลังไม่กล้า ส่วนพัน–ทิญาสบายใจเฉิบมุ่งหน้าไปร้านกาแฟที่นัดพิพัฒน์ไว้

แพรไหมตั้งหลักอยู่นานกว่าจะกล้าเผชิญหน้าภูผาในออฟฟิศ ภูผามองเธออย่างนึกไม่ถึง และแสดงความไม่พอใจเมื่อได้ยินเธอบอกว่าจะมาขอโทษเรื่องคุณชัย เพราะเมื่อวานเธอยังปฏิเสธเสียงแข็งอยู่เลย

“ยอมรับแล้วเหรอว่ารู้จักพี่ชาย”

“ค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อย

“กลัวผมไปฟ้องเจ้าแสงฉายแล้วคุณจะอดเป็นราชินีของเชียงทวายใช่ไหมถึงมายอมรับ”

“คุณภูผาคะ ฉันยอมรับนะคะว่าเคยลองคบคุณชัย แต่พอรู้ว่าเข้ากันไม่ได้เลยขอเป็นเพื่อน ฉันไม่ได้ทิ้งคุณชัยเพื่อไปหาเจ้าแสงฉายอย่างที่คุณเข้าใจ”

“ลองคบเหรอ...ถ้าแค่ลองคบกันคุณคงไม่กล้ารับแหวนของพี่ชัยหรอก”

แพรไหมสีหน้าตกใจเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

“อย่าบอกนะจำไม่ได้ว่ารับแหวนเพชรวงละ 3 แสนที่พี่ชัยเอาเงินที่จะหุ้นกับผมซื้อตึกมาซื้อให้คุณ”

“ฉันจะเอาแหวนมาคืนให้ ฝากบอกคุณชัยด้วยนะคะว่าขอโทษสำหรับทุกอย่าง”

“ผมไม่รับฝาก คุณต้องไปกราบเท้าขอโทษพี่ชัยด้วยตัวคุณเอง”

“ฉันมีประชุมไปไม่ได้...ขอตัวนะคะ” เธอตัดบทแล้วผลุนผลันออกไปทันที แต่ไม่ทันพ้นประตูถูกภูผาตามจับตัว บังคับให้เธอไปหาพี่ชายพร้อมกัน แต่เธอยังดึงดันไม่ยอม “บอกแล้วไงคะว่ามีประชุม”

“เป็นลูกเจ้าของร้านไม่ไปประชุมแม่คุณคงไม่ไล่ออกหรอก ไปกับผมเดี๋ยวนี้”

“วันนี้ฉันยังไม่พร้อม ขอฉันไปหาคุณชัยวันหลังนะคะ”

“พี่ชัยเพ้อถึงคุณทุกวัน เขาคิดถึงคุณมาก...ต้องไปวันนี้”

“วันนี้ฉันไม่พร้อมเจอคุณชัยจริงๆ อย่าบังคับฉันเลยค่ะ”

“เมื่อกี้เรียกพูดดีๆ ถ้าบังคับต้องแบบนี้” ภูผาโมโหฉุนเฉียวดึงผ้าคล้องไหล่โยนทิ้งแล้วอุ้มแพรไหมออกมายัดใส่รถตัวเอง พาไปโรงพยาบาลด้วยจนได้

ooooooo

ด้านเจ้าแสงฉายที่ใช้คนแอบตามแพรไหมแต่ดันตามผิดตัว เขาโมโหอย่างมากเรียกธนามาตำหนิว่าหาคนให้ตนยังไงถึงได้ทำงานเล็กน้อยแค่นี้ ก็ผิดพลาด

“ผมขอโทษนะครับที่เอาคนไร้ฝีมือมาทำงานให้เจ้า ผมจะหาคนใหม่ที่เก่งกว่านี้มาให้นะครับ”

“ไม่ต้อง...คุณแพรสลับรถกับคุณพันแสดงว่าเขารู้ว่าฉันส่งคนตาม ขืนส่งไปแล้วเขารู้อีกคงเกลียดขี้หน้าฉันมากกว่าเดิม”

“มีใครกล้าเกลียดขี้หน้าเจ้าแสงฉายด้วยเหรอคะ” แสงมณีในชุดสวยเข้ามาพร้อมดวงใจ

“เยอะแยะ ต่อหน้าไม่แสดงออกก็ไปนินทาลับหลัง... น้องจะไปไหน”

“อีกสักพักจะออกไปงานแสดงภาพค่ะ เสร็จจากงานแล้วจะเลยไปเยี่ยมคุณภูผา”

“เยี่ยมอะไรกันทุกวัน ระวังนะ ให้ความสำคัญมากไปเขาจะฉวยโอกาสหาประโยชน์จากน้อง”

“น้องไม่คิดว่าคุณภูผาจะเป็นคนแบบนั้น แต่น้องจะระวังตัวแล้วกัน...น้องไปนะคะ”

แสงฉายไม่ไว้ใจ สั่งดวงใจดูแลแสงมณีให้ดี ดวงใจรับปากแข็งขันว่ายุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมอย่างแน่นอน...

ในขณะเดียวกันนั้น พิพิธแต่งตัวหล่อเฝ้ารอเวลาเพื่อจะไปร่วมงานแสดงภาพวาดซึ่งเขานัดเข้างาน พร้อมแสงมณี ระหว่างนี้พิพัฒน์พาพันทิญาเข้ามาในร้าน เพื่อให้เธอเลือกกำไลได้ตามใจชอบ พันทิญาต้องการซื้อกำไลเป็นของขวัญวันเกิดให้วนิดา ซึ่งตอนคุยกันที่ร้านกาแฟพิพัฒน์บอกว่าจะลดราคาเป็นพิเศษ แต่เอาเข้าจริงเขากลับมอบให้เธอฟรีๆเลย

พันทิญาดีใจมากแต่ทำเป็นบ่ายเบี่ยงเกรงใจ พิพัฒน์จึงพูดให้เธอสบายใจว่า ฝากบอกคุณน้าเป็นของขวัญวันเกิดจากตนก็แล้วกัน...

หลังจากพันทิญากลับไปแล้วพร้อมกำไลราคา สี่แสนบาท พิพิธอดติงพี่ชายไม่ได้ว่าเขาทุ่มมากเกินไปหรือเปล่า

“ไม่มีคำว่ามากไปสำหรับความรัก”

“แต่เฮียเพิ่งคบคุณพันได้ไม่นาน ยังไม่รู้จักดีพอ ไม่กลัวเหรอว่าเขาจะหลอกเฮีย”

“เฮ้ย...เขาน่ะลูกเจ้าของโรงงานผ้าไหมระดับประเทศนะ รวยกว่าเราไม่รู้กี่เท่า เขาไม่หลอกเฮียหรอก”

“ของอย่างนี้ก็ไม่แน่ คนยิ่งรวยยิ่งงก”

“แต่เฮียมั่นใจว่าคุณพันเป็นคนดี เขาไม่หลอกเฮียแน่นอน”

“ผมก็ไม่ยอมให้เขาหลอกเฮีย ผมจะช่วยดูเขาเอง...ผมไปก่อนนะเฮีย”

“อีกตั้งนานกว่างานจะเริ่มจะรีบไปทำไม”

“รอเจ้าแสงมณี เดี๋ยวไปช้าจะไม่ได้เข้างานพร้อมกัน” พิพิธลั้นลาออกไปอย่างอารมณ์ดี

ooooooo

แต่เวลาเดียวกันนี้ ภูผากำลังอารมณ์เสียสุดๆ เพราะขณะจอดรถติดไฟแดง แพรไหมเอาแต่จะหนีลงจากรถ อ้างว่ายังไม่พร้อมจะพบชัย ขอมาวันหลังจะได้ไหม

ภูผาไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เขาพาเธอไปถึงโรงพยาบาลจนได้ แต่เธอยังยึกยักแล้วจะวิ่งหนี เขาเลยต้องรวบตัวอุ้มเธอเข้าไปโดยมีสายตาใครต่อใครมองมาด้วยความสงสัย พอเธอร้องโวยวายขอความช่วยเหลือ เขาก็ประกาศทันทีว่านี่เมียผม เธอไม่สบายมากแต่กลัวหมอเลยต้องบังคับมา

แพรไหมตกใจไม่คาดคิดว่าเขาจะโกหกออกไปอย่างนั้น พอถึงหน้าห้องชัย เขาปล่อยเธอเป็นอิสระ เธอทำท่าจะวิ่งหนีไปอีก แต่ก็ไม่รอดเงื้อมือเขาไปได้

“คงทำความผิดกับพี่ชัยไว้เยอะสินะ ถึงไม่กล้าสู้หน้าจนต้องพยายามหนีตลอดเวลา แต่ขอโทษนะ...แค่หนีเก่งไม่พอต้องหนีให้เร็วกว่านี้ด้วย”

ภูผาลากแพรไหมเข้ามาข้างเตียง ปรากฏว่าชัยกำลังหลับ แพรไหมได้ทีอ้างว่าไม่อยากรบกวนเขา ไว้ตนจะมาใหม่อีกทีวันหลัง

“กว่าจะพามาถึงตรงนี้ได้ทั้งลากทั้งอุ้ม รอคุณมาเองคงต้องรอชาติหน้า...พี่ชัยครับ พี่ชัย” ภูผาก้มลงเรียกพี่ชาย ชัยค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นอย่างสะลึมสะลือ แพรไหมตกใจกลัววิ่งพรวดหนีเข้าไปซ่อนตัวในห้องน้ำโดยปิดล็อกอย่างแน่นหนา

ภูผาโกรธมากทุบประตูระรัวและร้องเรียกอยู่นานแต่เธอก็ไม่เปิด ที่สุดเขาต้องไปตามพยาบาลเอากุญแจมาไข โดยหลอกว่าเพื่อนตนเข้าไปนานมากแล้ว เรียกเท่าไหร่ไม่ตอบสงสัยเป็นลมอยู่ข้างใน

เมื่อหมดทางหนี แพรไหมถูกภูผาลากออกมายืนข้างเตียง ชัยสะลึมสะลือหลับตาลงไปอีก ภูผาเรียกก็ไม่ตอบรับ พยาบาลจึงบอกให้ทราบว่า

“คนไข้เพิ่งทานยาลดไข้ก่อนคุณมาแป๊บเดียว ตอนนี้ยากำลังออกฤทธิ์เลยหลับลึก ให้คนไข้พักเถอะ อย่าเพิ่งรบกวนเลยค่ะ”

“จริงค่ะจริง...ไว้ฉันมาใหม่นะ”

“ไม่ต้องหัวหมอ นั่งรอจนกว่าพี่ชัยจะตื่น”

แพรไหมหน้าซีดมองภูผาอย่างหวาดกลัว...ก่อนเบนสายตาไปที่ชัยอย่างร้อนใจ

ooooooo

มารยาจนได้กำไลเพชรน้ำงามจากพิพัฒน์มาฟรีๆ พอกลับมาที่ร้านตัวเองเห็นแสงฉายนั่งคุยกับศุภลักษณ์ พันทิญาถึงกับยิ้มหน้าบานตรงมาทักด้วยความดีใจ

“สวัสดีค่ะเจ้า...มาแต่เช้าเลยนะคะ”

“ผมคิดถึง...อยากมาหาคุณแพร”

คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวหน้าชะงักหน้าเจื่อน เมื่อศุภลักษณ์ถามถึงแพรไหม พันทิญาทำตกใจว่าน้องยังไม่กลับมาอีกหรือ?

“ยัง...ยัยแพรไปไหน”

“พันไม่ทราบค่ะ ดื่มกาแฟเสร็จยัยแพรก็บอกว่าจะไปธุระแล้วก็แยกไปก่อน แต่ไม่ได้บอกว่าไปไหน”

“หรือจะแอบไปเยี่ยมคุณภูผาที่โรงพยาบาลอีก” ศุภลักษณ์หลุดปากออกมา พันทิญาได้ทียุแยงเพื่อให้ เจ้าแสงฉายโกรธแพรไหม

“คงอย่างนั้นล่ะค่ะ ยัยแพรสนิทกับคุณภูผามากคงห่วงมากเลยต้องไปเยี่ยมทุกวัน”

“ยัยแพรคงไม่ได้สนิทสนมอะไรกับคุณภูผานักหรอก คงไปเยี่ยมเพราะเป็นหนี้บุญคุณกันเท่านั้นเอง” ศุภลักษณ์รีบออกตัวเพราะเกรงใจเจ้าแสงฉาย

“ผมเข้าใจคุณแพรครับ เพราะแสงมณีก็รู้สึกเป็นหนี้บุญคุณแล้วก็จะไปเยี่ยมคุณภูผาทุกวันเหมือนกัน”

พันทิญาแอบหงุดหงิดที่ยุไม่ขึ้น แล้วตัดบทขอตัวไปทำงาน แต่ความจริงเข้าไปกระวนกระวายในห้อง หวั่นใจว่าแพรไหมที่หายไปนานจะทำงานไม่สำเร็จ กลัวความผิดเสียจนสารภาพความจริงกับภูผาไปหมดแล้ว

ความร้อนใจทำให้พันทิญาโทร.หาแพรไหม แต่เวลานั้นแพรไหมถูกภูผาควบคุมตัวในห้องคนไข้ เธอจึงกดตัดสายทิ้งแล้วปิดเครื่องทันทีเลย

“เจ้าสินะ...ไม่กล้ารับเพราะกลัวว่าถ้าพี่ชัยตื่นมาตอนคุณคุยกับเจ้า เจ้าจะรู้เรื่องพี่ชัยใช่ไหม” ภูผาดักคอ

“ดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผล แต่จริงๆแล้วไม่มีเอาซะเลย”

“ไม่มีเหตุผลเรื่องอะไร”

“ก็คิดเองเออเองว่าเจ้าโทร.มา ว่าฉันไม่กล้ารับสายเพราะกลัวเจ้ารู้เรื่องคุณชัย ทั้งที่ความจริงไม่ใช่...พี่พันโทร.มาแต่ที่ไม่รับสายเพราะฉันไม่สะดวกคุย”

ภูผาหน้าแตกแต่แกล้งเข้มใส่ “คุณจะโกหกยังไงก็ได้ เพราะยังไงผมก็ไม่รู้หรอกว่าใครโทร.มา”

“คุณภูผาคะ...พี่พันคงโทร.มาตามฉันกลับไปทำงาน ตอนนี้คุณชัยก็หลับ จะตื่นเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ให้ฉันกลับไปก่อนแล้วฉันค่อยมาใหม่ดีกว่านะคะ”

“คุณจะไปจากที่นี่ได้ก็ต่อเมื่อคุณคุยแล้วก็กราบเท้าขอโทษพี่ชัยแล้ว”

แพรไหมหน้าเจื่อนมองภูผาอย่างหนักใจ แต่ทันใดเหมือนโชคเข้าข้างเธอ ปรางแก้วเปิดประตูประคองบุญศรีเข้ามาหลังพาไปเจาะเลือดตรวจร่างกาย แพรไหมยกมือไหว้บุญศรีและส่งยิ้มให้ปรางแก้ว

“มาเยี่ยมชัยเหรอหนูแพร”

“คุณภูผาบังคับแพรมาค่ะ”

“อ้าว ทำไมทำกับหนูแพรอย่างนี้ล่ะลูก”

“ถ้าเขายอมมาดีๆ ผมก็ไม่ต้องบังคับ”

“แพรรู้ค่ะว่าทำให้คุณชัยเสียใจ แพรเต็มใจขอโทษ แต่วันนี้แพรยังไม่พร้อมเจอคุณชัยจริงๆ พร้อมเมื่อไหร่แพรค่อยมาหาคุณชัยได้ไหมคะ”

“ได้จ้ะ” บุญศรีตอบรับทันที แพรไหมยิ้มแป้นรีบยกมือขอบคุณ...แล้วหันมองภูผาก่อนเดินเชิดหน้าออกไป

ภูผาเกรงใจแม่จึงไม่กล้าตอแยเธออีก แต่ก็อดบ่นไม่ได้ว่า “แม่บอกว่าจะช่วยพูดให้คุณแพรคืนดีกับพี่ชัย เจอหน้าทำไมแม่ไม่พูดกับเขา แล้วทำไมยอมให้เขากลับบ้านโดยไม่ต้องกราบขอโทษพี่ชัย”

“ตอนนั้นแม่พูดเพราะสงสารชัย แต่คิดอีกทีแม่ก็คิดได้ว่าไม่ควรให้ชัยอยู่กับหวังลมๆแล้งๆ ควรให้ชัยยอมรับความจริงว่าหนูแพรไม่ได้รักชัยแล้วมากกว่า”

“แก้วเห็นด้วยกับคุณป้านะคะ การยอมรับความจริงเป็นสิ่งที่จะเยียวยาพี่ชัยได้มากที่สุด”

“แต่ยังไงคุณแพรก็ต้องกราบเท้าขอโทษพี่ชัย”

“คำขอโทษมันต้องมาจากใจ บังคับให้พูดคำขอโทษก็ไม่มีความหมายหรอก”

ภูผาถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วเปลี่ยนไปถามผลตรวจเลือดแม่เป็นยังไงบ้าง

“น้ำตาลกับความดันยังสูง หมอให้ยามากินแล้วนัดตรวจอีกทีเดือนหน้า”

“ขอบใจนะที่ช่วยพาแม่พี่ไปหาหมอ”

“แก้วทำงานที่นี่อยู่แล้ว ไม่ได้ลำบากอะไรเลยค่ะ”

ภูผายิ้มให้ปรางแก้วแล้วบอกแม่ว่า วันนี้ตนต้องไปคุ้มกันแขกที่งานแสดงภาพ เสร็จงานแล้วจะรีบกลับมาเฝ้าพี่ชัย แม่จะได้กลับไปพักที่บ้าน...

ooooooo

ในงานแสดงภาพวาด เจ้าแสงมณีได้รับเชิญมาวาดภาพเพื่อประมูลหารายได้เข้าการกุศล พิพิธรอเธออยู่หน้างาน พอเธอเดินเข้ามาพร้อมดวงใจและตามหลังตามชายฉกรรจ์อีกสามคน พิพิธยิ้มหวานเดินมาทัก ปรากฏว่าชายสามคนนั้นทำเข้มขวางกั้น จนเจ้าแสงมณีต้องบอกพวกเขาว่า “เพื่อนฉันเอง”

พวกเขารีบขอโทษพิพิธแล้วหลีกทางให้ พิพิธมือไม้อ่อนกับดวงใจแถมยังปากหวานใส่ ทำให้ดวงใจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และถ้าไม่ติดว่าแสงมณีมีชายในดวงใจแล้ว ดวงใจคงเชียร์เขาอย่างเต็มที่

ทวีปจัดลูกน้องมาดูแลภายในงาน เมื่อแสงมณีรู้เห็นก็คิดอ่านหาทางเอาคืนให้เขาได้อายเสียบ้าง ขณะพิธีกรเชิญเธอขึ้นเวทีเพื่อวาดภาพสีน้ำ เธอฉวยโอกาสนี้ขอผู้ช่วยหนึ่งคน พิพิธยกมือเสนอตัวทันที แต่เธอกลับส่งซิกบอกพิธีกรว่าเธอเลือกทวีป ดวงใจถึงกับหน้างอไม่พอใจ สงสัยว่าทำไมเจ้าของตนถึงเลือกนายตำรวจปากร้ายคนนั้น...

ทางด้านพันทิญายิ่งร้อนใจหลังจากพยายามโทร.หาแพรไหมแล้วไม่ติด ผ่านไปสักครู่เห็นแพรไหมเดินเข้าร้านมา พันทิญาแทบจะวิ่งแซงหน้าพนักงานไปหาเธอ

“เจ้าแสงฉายมาหาคุณ...คุณศุบอกว่าถ้าคุณมาให้ไปพบที่ห้องรับแขกค่ะ”

“ยังไม่ต้องไป...คุยกับพี่ก่อนว่าทำไมไปนานนัก” พูดจบพันทิญาเดินนำหน้าแพรไหมไปที่ห้องทำงานของตนทันที

เมื่ออยู่กันตามลำพังในห้อง แพรไหมพูดความจริงทุกอย่าง แต่ความจริงทำให้พันทิญาอุทานออกมาด้วยความตกใจ

“ไอ้...เอ่อ...คุณภูผาบังคับให้แพรไปหาคุณชัย?”

“ค่ะ เขาจะให้แพรคุยกับคุณชัยแล้วก็กราบเท้าขอโทษคุณชัยให้ได้ โชคดีที่คุณชัยหลับ ไม่งั้นคุณภูผาคงรู้ความจริงไปแล้วว่าคนที่คบกับคุณชัยไม่ใช่แพรแต่เป็นพี่พัน”

“คุณภูผาอยากให้แพรขอโทษคุณชัยด้วยตัวเอง... เขาต้องหาทางลากแพรไปหาคุณชัยอีกแน่ ต่อไปนี้แพรต้องหนี ห้ามให้คุณภูผาเจอแพรอีกเด็ดขาด”

“เขารู้ว่าบ้านเราอยู่ไหน ร้านเราอยู่ไหน แพรหนีเขาไม่พ้นหรอกค่ะ”

“แล้วจะทำยังไงดี”

“พี่พันควรไปขอโทษคุณชัยด้วยตัวเอง แล้วเอาแหวนไปคืนเขาด้วย”

“คุณภูผารู้เรื่องแหวนที่คุณชัยซื้อให้พี่ด้วยเหรอ”

“ค่ะ...คุณภูผาโกรธมากต่อว่าใหญ่เลยว่าถ้าแค่ลองคบแล้วรับแหวนคุณชัยทำไม”

พันทิญาชะงักมองแพรไหมอย่างกลัวถูกคาดคั้นความจริง จึงรีบแก้ตัวว่า

“พี่ไม่ได้อยากได้หรอก แต่คุณชัยบอกว่าถ้าไม่รับเขาจะฆ่าตัวตาย พี่เลยต้องจำใจรับไว้”

“พี่พันคะ ยังไงคุณภูผาก็ต้องพาแพรไปหาคุณชัยจนได้ ถึงเวลานั้นทุกคนก็ต้องรู้อยู่ดีว่าคนที่คบกับคุณชัยไม่ใช่แพร...เราไม่มีทางออกอื่นแล้ว พี่พันเอาแหวนไปคืน คุณชัยแล้วก็ขอโทษเขาเถอะนะคะ เรื่องจะได้จบซะที”

พันทิญาไม่พูดอะไร เอาแต่นิ่งเงียบไปอย่างคิดหนัก

ooooooo

ในงานแสดงภาพวาด...อุปกรณ์วาดรูปบนเวทีพร้อมแล้ว คนวาดและผู้ชายก็ขึ้นมาพร้อมแล้วเช่นกัน เสียงปรบมือดังกราวเมื่อแสงมณีเริ่มลงมือ แต่ดูเหมือนผู้ช่วยจะยังมีปัญหา เอียงหน้ามาถามเธอเบาๆว่า

“คนที่เต็มใจช่วยคุณก็มี ทำไมต้องเป็นผม”

“เดี๋ยวก็รู้...ถือไว้”

เธอส่งเฟรมใส่มือเขา แล้วหันไปหยิบพู่กันจุ่มสี มาสะบัดใส่เฟรม แต่ส่วนใหญ่จงใจให้กระเด็นโดนหน้าผู้ช่วย

“เฮ้ย!!” ทวีปผงะ แสงมณียิ้มขำแต่ยังไม่หนำใจ สะบัดพู่กันอีกที คราวนี้สีกระเด็นใส่หน้าเขาเต็มๆ แขกในงานไม่รู้อะไรต่างพากันหัวเราะราวกับดูตัวตลกก็ไม่ปาน

“ถือดีๆสิคะคุณผู้ช่วย เดี๋ยวรูปฉันไม่สวยก็ไม่มีใครประมูลหรอก”

ทวีปเจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ต้องยืนถือเฟรมให้เธอละเลงสีตามใจชอบ ส่วนดวงใจที่มองอยู่ตลอดค่อยยิ้มออก...หันมาพูดกับพิพิธอย่างสะใจ

“งงตั้งหลายนาทีว่าเจ้าเรียกนายหมวดนั่นขึ้นไปทำไม เรียกขึ้นไปแก้แค้นนี่เอง ฉลาดจริงๆ”

เวลาผ่านไปไม่นานนัก แสงมณีบอกทุกคนว่าวาดเสร็จแล้ว พิธีกรรีบเข้ามามองเฟรมรูปแล้วเอ่ยตื่นด้วยท่าทีตื่นเต้นแสนเว่อร์ ทั้งที่รูปนั้นดูไม่ออกว่าคืออะไร มีสีติดแค่นิดหน่อยเท่านั้น

“สวย...บ่งบอกถึงพลังของสี ช่างเป็นงานศิลปะชั้นสูงจริงๆ”

“ต้องขอบคุณผู้ช่วยที่ถือเฟรมตรงจุดโฟกัส ฉันถึงทำรูปนี้ออกมาได้ดี...ขอบคุณนะที่ขึ้นมาช่วย”

แสงมณีนำปรบมือให้ทวีป คนในงานปรบตาม ทวีปมองเธออย่างเจ็บใจ ยิ่งเห็นรอยยิ้มเยาะหยันของเธอก็ยิ่งขัดใจ หันหลังเดินลงจากเวทีไปอย่างหัวเสีย

“เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะเริ่มประมูลภาพของเจ้าแสงมณีกันเลยนะคะ”

เสียงพิธีกรประกาศ หลายคนให้ความสนใจ แต่สำหรับทวีปมีแต่ความแค้นใจ เขาเดินหน้าตูมไปทางภูผา แต่ดันเจอรอยยิ้มขำๆของเพื่อนซ้ำอีก

“ขำอะไร” ทวีปตาขวางใส่

“ขำคนปากหมาโดนเอาคืน”

“ซ้ำเติมฉัน เดี๋ยวจะโดนกัดอีกคน”

“ไม่กลัวหรอกโว้ย...ชิน”

“แล้วนี่มาทำไม...ฉันบอกแล้วไงว่างานเล็กๆแค่นี้ฉันเอาอยู่”

“รู้...แต่นี่มันงานของบริษัทฉัน ฉันจะปล่อยให้แกทำโดยไม่สนใจได้ยังไง”

“แต่แผลแกยังไม่หายดี ฉันอยากให้แกนั่งทำงานสบายๆอยู่ที่บริษัทมากกว่ามาเดินออกแรงแบบนี้”

“ไข้ก็ไม่มี แผลก็ไม่อักเสบ ฉันไม่เป็นไรหรอก มามะฉันจะพาไปล้างหน้าล้างตาเพื่อตอบแทนที่แกช่วยงานฉัน”

ภูผาอมยิ้ม...โอบไหล่เพื่อนรักที่หน้าตาบูดบึ้งออกไปทางหนึ่ง

ooooooo

ภายในร้านผ้าไหม...ศุภลักษณ์ร้อนใจที่ป่านนี้ยังติดต่อแพรไหมไม่ได้ ขณะเธอเดินบ่นออกมาจากห้องรับแขก พนักงานได้ยินรีบเข้าไปประจบประแจงว่าคุณแพรไหมกลับมาแล้วแต่ไปคุยกับคุณพันอยู่

ศุภลักษณ์ไม่พูดอะไร ออกเดินไปทางห้องพันทิญาอย่างไม่พอใจ...ขณะนั้นพันทิญายังนั่งเครียดคิดไม่ตกอยู่ตรงหน้าแพรไหม

“คิดไปก็ไม่มีทางอื่นหรอกค่ะ ไปขอโทษคุณชัยด้วยกันเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว”

“ไม่จริง มันต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้ มันต้องมีทางออกที่ดีกว่าให้ทุกคนรู้ว่าคนที่เคยคบนายชัยคือพี่”

“แต่แพรกับพี่พันช่วยกันคิดตั้งครึ่งค่อนชั่วโมงแล้วนะคะ ไม่เห็นจะมีทางที่ดีกว่านี้เลย”

“ก็นั่งเงียบๆสิ พี่จะได้คิดออก”

แพรไหมหน้าเจื่อนมองพี่สาวอย่างหนักใจ พลันประตูถูกเปิดพรวดเข้ามา พันทิญากำลังหงุดหงิดหันไปตวาดว่าทำไมไม่เคาะประตู แต่พอเห็นชัดว่าใครก็รีบขอโทษขอโพย

“ขอโทษค่ะ พันไม่ทราบว่าเป็นคุณแม่”

“ทำไมปล่อยให้ยัยแพรมานั่งอยู่ที่นี่ ไม่ได้บอกยัยแพรเหรอว่าเจ้ามารอ”

“บอกแล้วค่ะ แต่ยัยแพรไม่อยากคุยกับเจ้าเลยขอมานั่งห้องพัน”

แพรไหมมองพี่สาวงงงัน ฝ่ายพันทิญาแอบส่งซิกให้เธอเออออ

“ใช่ค่ะคุณแม่ แพรขอพี่พันมาอยู่ห้องนี้เอง คุณแม่ อย่าดุพี่พันเลยนะคะ”

“แล้วลูกไปไหนมา ทำไมต้องปิดโทรศัพท์ด้วย”

“ทำธุระน่ะค่ะ ส่วนโทรศัพท์คงแบตหมด”

“ทำธุระอะไร อย่าบอกนะว่าไปเยี่ยมคุณภูผามาอีก”

“คุณภูผาออกจากโรงพยาบาลแล้วค่ะ”

“เจ้ายังไม่รู้เลยว่าคุณภูผาออกจากโรงพยาบาล นี่แพรคุยกับคุณภูผาทุกวันเลยใช่มั้ยถึงรู้ว่าเขาออกจากโรงพยาบาลแล้ว”

“ก็แค่ถามอาการเขาน่ะค่ะ”

“เจ้ามารอตั้งนานแล้ว...ไปคุยกับเจ้าเดี๋ยวนี้” ศุภลักษณ์ดึงแพรไหมออกไป พันทิญาหน้าบึ้งทั้งหมั่นไส้ทั้งอิจฉาน้อง...อารมณ์ยิ่งขุ่นมัวไปกันใหญ่

ooooooo

บริเวณหน้าห้องจัดงานแสดงภาพ...พิพิธเดินยิ้มหน้าบานถือรูปที่แสงมณีวาดออกมา โดยมีแสงมณีกับดวงใจเดินข้างๆ พูดคุยกันอย่างอารมณ์ดี

“ขอบคุณมากนะคะที่ช่วยประมูลรูปของฉัน”

“ผมอยากได้รูปของเจ้าไปไว้ที่บ้านเพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลน่ะครับ”

แสงมณียิ้มขำคำพูดพิพิธ ขณะที่ดวงใจนึกถึงหน้าตามอมแมมของหมวดปากร้ายคนนั้นแล้วอดหัวเราะไม่ได้

“ดวงใจสะใจจริงจริ๊งที่เจ้าเอาตาหมวดนั่นขึ้นไปทำให้ขายหน้าบนเวทีได้ เจอฤทธิ์ดวงใจกับเจ้าเข้าไปคราวนี้คงไม่กล้ายุ่งกับพวกเราอีกแล้วล่ะค่ะ”

แสงมณียิ้มอย่างเห็นด้วย แต่ทันใดเธอต้องตกใจเมื่อนักฆ่าจากเชียงทวายกระโดดมาขวางหน้า พร้อมๆกับ ยศและเลิศพุ่งพรวดมาสั่งคนของตนให้คุ้มกันเจ้าแสงมณี

แต่แล้วลูกน้องของยศกับเลิศพลาดท่าถูกแทงด้วยมีดอาบยาพิษ ทุกคนตกใจมาก ยศเห็นท่าไม่ดีมองหาทางหนีแล้วร้องบอกดวงใจให้พาเจ้าหนีไป แต่พิพิธไวกว่าคว้ามือแสงมณีวิ่งไปทางที่ยศบอก โดยที่ดวงใจรีบร้อนตามไปติดๆ

เลิศกับยศแทบต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อคุ้มกันแสงมณี ทั้งคู่พลาดท่าเสียทีได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยคมมีดอาบยาพิษของนักฆ่าจากเชียงทวาย ส่วนพิพิธฟกช้ำ ดำเขียวเพราะโดนไปหลายหมัด แต่ก่อนที่นักฆ่าจะจัดการเจ้าแสงมณี โชคดีทวีปกับภูผามาช่วยทันเวลา แต่ก็ไม่สามารถจับนักฆ่ากลุ่มนี้ได้ พวกมันหนีรอดได้ไปด้วยการใช้ระเบิดควัน

เมื่อระเบิดควันจางหายจึงพบว่าแสงมณีอยู่ในอ้อมแขนทวีป อารามตกใจเธอตบหน้าเขาฉาดใหญ่ แล้วตามด้วยดวงใจอีกฉาดพร้อมข้อกล่าวหาว่าเขาฉวยโอกาส

“โอ๊ย! ผมไม่ได้ฉวยโอกาส แต่เจ้าเป็นเป้าของคนร้าย ผมกลัวมันจับตัวเจ้าไปเลยจะจับไว้ แต่ตอนวิ่งมาผมสะดุดเศษแจกันแตกเลยถลาไปกอด...ไม่ได้ตั้งใจ”

“ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณไม่ได้ตั้งใจ เจ้าแสงมณีสวยจะตายผู้ชายที่ไหนก็อยากกอดทั้งนั้น”

“แต่ไม่ใช่ผม แล้วเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอย่างนี้ใครมีอารมณ์คิดเรื่องแบบนี้ก็บ้าแล้ว” ทวีปตอบโต้พิพิธอย่างหัวเสีย แล้วใช้วิทยุสื่อสารแจ้งลูกน้องว่ามีคนบุกทำร้ายเจ้าแสงมณี พวกมันเพิ่งหนีออกไปให้กระจายกำลังกันตามหาให้ทั่ว และให้ภูผาที่ยืนอยู่ตรงหน้ารีบโทร.เรียกรถพยาบาลมารับคนเจ็บแล้วพาเจ้ากับสาวกไปอยู่ในห้องคุ้มกัน ส่วนตนจะตามไปจับคนร้ายเดี๋ยวนี้

ทวีปวิ่งออกไปแล้ว แสงมณีกับดวงใจมองตามอย่างหวั่นใจ กลัวเขาจะจับคนร้ายได้แล้วคาดคั้นจนรู้ความจริงที่เธอกับพี่ชายพยายามปิดบังตำรวจอยู่

ต่อมาเมื่อแสงฉายได้รับการติดต่อจากแสงมณี เขาตกใจมากรีบบอกลาแพรไหมโดยบอกคร่าวๆว่าน้องของตนถูกคนร้ายตามฆ่า ตนต้องรีบไปรับเธอ พอศุภลักษณ์ ทราบเรื่องจากแพรไหมก็เป็นห่วง ให้แพรไหมบอกพันทิญา ว่าเราจะไปเยี่ยมเจ้าแสงมณีด้วยกัน โดยจะให้วนิดาเตรียมดอกไม้เดี๋ยวนี้

ooooooo

ภายในห้องคนไข้ที่ชัยรักษาตัว ปรางแก้วใช้เวลาว่างปักผ้าที่บุญศรีเพิ่งสอนแค่ครั้งเดียวได้อย่างสวยงาม นี่เองทำให้บุญศรียิ่งเอ็นดูปรางแก้ว เอ่ยชมเธอมีฝีมือเรื่องงานบ้านงานเรือนจริงๆ

“ยังไม่ได้ครึ่งของคุณป้าเลยค่ะ ยังต้องฝึกอีกนาน” ปรางแก้วถ่อมตัว

เสียงชัยขยับตัวทำให้ทั้งคู่รีบลุกไปที่เตียง ชัยลืมตา สีหน้าเหมือนคิดอะไรบางอย่างก่อนจะเอ่ยกับแม่ว่า

“แม่...ก่อนหลับผมได้ยินเสียงภูบอกว่าคุณแพรมาเยี่ยม ภูกับคุณแพรมาจริงหรือเปล่าครับ หรือว่าผมฝันไป”

“มาจริงๆจ้ะ แต่ลูกหลับแม่เลยบอกให้คุณแพร กลับไปก่อน ส่วนภูพอแม่กับแก้วมาเลยไปทำงานต่อ”

“คุณแพรมาเยี่ยมผม แสดงว่าคุณแพรห่วงผม...ยังห่วงแสดงว่ายังรัก ถ้าผมง้อ คุณแพรต้องคืนดีกับผมแน่ๆ เลยครับแม่”

ชัยแสดงอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด บุญศรีสงสารลูก จึงพยักหน้าเออออแล้วหันมองปรางแก้วด้วยความหนักใจ...

ในเวลาเดียวกันนั้นที่โรงแรม ภูผากับลูกน้องยืนคุ้มกันหน้าห้องหนึ่งอย่างระแวดระวัง เมื่อดวงใจเปิดประตูออกมา ภูผาเดินมาถามทันทีว่า “ออกมาทำไมครับ”

“มาดูว่าเจ้าแสงฉายมาหรือยัง”

“ถ้าเจ้ามาผมจะเคาะประตูแล้วป้าค่อยมาเปิดนะครับ ตอนนี้เพื่อความปลอดภัยป้าไปอยู่ในห้องก่อนนะครับ”

ดวงใจกำลังจะกลับเข้าไปแต่ทวีปเดินมาพอดี ภูผาถามทวีปว่าได้ตัวคนร้ายหรือเปล่า ดวงใจหยุดกึกตั้งใจฟังหูผึ่ง

“ไม่ได้...ไม่มีร่องรอย อาวุธมันก็เก็บไปด้วย เลยไม่มีหลักฐานอะไรที่จะตามตัวมันได้นอกจากปากคำของคนที่อยู่ในเหตุการณ์”

พูดจบทวีปเดินเข้าไปในห้อง ดวงใจรีบก้าวตาม โดยมีภูผาตามหลังไปอีกคน...แสงมณีกำลังจะเอาผ้าห่อน้ำแข็งประคบใบหน้าให้พิพิธ แต่เขาปฏิเสธด้วยความเกรงใจ

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมทำเองได้”

“คุณเจ็บตัวเพราะฉัน ให้ฉันได้ตอบแทนคุณบ้างเถอะนะคะ”

พิพิธแทบลืมความเจ็บ มองตาแสงมณีหวานฉ่ำ เป็นจังหวะที่ทวีปเข้ามาเห็น เขาแขวะฝ่ายหญิงอย่างหมั่นไส้

“เอาชีวิตแทบไม่รอดยังมีอารมณ์เอาใจผู้ชาย”

แสงมณีไม่พอใจแต่ยังไม่ทันพูดอะไร ดวงใจชิงบอกข่าวดีเสียก่อนว่าผู้หมวดจับผู้ร้ายไม่ได้ แสงมณีฟังแล้วค่อยโล่งใจ แต่ครู่เดียวก็หงุดหงิดขึ้นมาอีกเมื่อทวีปยังกัดไม่ปล่อย

“องครักษ์ตายไปสาม บาดเจ็บสอง เจ้าคงรู้แล้วว่า คนร้ายไม่ได้ทำร้ายคนผิดแต่อยากฆ่าเจ้าจริงๆ บอกผมมาว่าพวกมันเป็นใคร”

“ฉันไม่รู้”

“เรื่องใหญ่โตจนมีคนตายยังไม่บอกอีกเหรอ” ทวีปเริ่มเสียงขุ่นโมโห ภูผาจึงช่วยเบรกอารมณ์เพื่อนด้วยการสอบถามเอง

“นักการเมือง นักธุรกิจที่ทำธุรกิจกับพี่ชายเจ้า ไม่มีใครที่น่าสงสัยเลยเหรอครับ”

“ไม่มีค่ะ”

“เจ้าไม่ให้ความร่วมมืออย่างนี้ เห็นทีผมต้องเชิญเจ้าไปให้ปากคำที่โรงพัก” ทวีปหงุดหงิดขึงขัง ดวงใจไม่พอใจสวนทันควันว่า

“การขึ้นโรงขึ้นศาลถือว่าเป็นเรื่องที่ทำให้เสื่อมเสีย ฉันให้คุณพาเจ้าไปไม่ได้”

“ถ้าไม่ยอม ผมคงต้องใช้กฎหมายบังคับ”

“ไม่ต้องบังคับหรอก” แสงฉายส่งเสียงเข้ามาโดยมีธนาเดินตามหลัง แสงมณีดีใจขยับไปหาพี่ชายทันที “พี่มาแล้วไม่ต้องกลัวนะ” เขากอดปลอบน้องสาวพลางเอ่ยกับทวีปด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด “ไม่ต้องใช้กฎหมายหรือใช้ใครบังคับพวกผมทั้งนั้น ถ้าคิดออกว่าคนที่อยากทำร้ายพวกผมเป็นใคร ผมจะติดต่อให้ปากคำกับผู้กำกับเอง”

ทวีปชะงักไปด้วยความไม่พอใจ แสงฉายไม่สน หันไปขอบคุณพิพิธที่ช่วยพาแสงมณีหนี...แล้วขอตัวพาน้องกลับบ้านทันทีเลย

ขณะชักแถวกันออกจากโรงแรม ดวงใจบ่นอย่างแค้นใจพวกกบฏสารเลวที่ลอบกัดเจ้าของตนจนต้องหนีจากเชียงทวาย แล้วมันยังส่งคนตามมาฆ่าถึงนี่อีก

“พวกมันระเริงอำนาจกันได้อีกไม่นานหรอก ทหารที่ภักดีกับผมกำลังรวบรวมกำลัง อีกไม่นานก็ตั้งกองทัพได้ ถึงเวลานั้น ผมจะฆ่าพวกมันให้หมด แล้วพวกเราก็จะกลับไปอยู่เชียงทวายอย่างมีความสุขเหมือนเดิม”

แสงฉายมั่นใจอย่างนั้น แต่พอธนาได้รับแจ้งข่าวจากลูกน้องที่ไปดูอาการยศกับเลิศที่โรงพยาบาล สีหน้าแสงฉายก็ฉายแววกังวลขึ้นมาอีก

“คนของเราบอกว่ายศกับเลิศปลอดภัย แต่พิษซึมเข้ากระแสเลือดต้องรักษาอีกเป็นเดือน”

ด้วยความเป็นห่วงน้องสาว แสงฉายสั่งธนาให้รีบหาคนฝีมือดีที่สุดของเชียงทวายมาอารักขาเธอโดยเร็ว แต่แสงมณีไม่ต้องการใครนอกจากภูผา เพราะวันนี้เป็นครั้งที่สองที่เขาช่วยชีวิตตน ตนเห็นฝีมือที่เขาต่อสู้กับพวกนักฆ่าแล้วเชื่อว่าเขาจะดูแลตนให้ปลอดภัยได้

“จริงค่ะ ดวงใจเห็นกับตาเลยนะคะ ว่าฝีมือการต่อสู้คุณภูผาเหนือกว่าพวกนักฆ่าจริงๆ”

“นะคะพี่ชาย ให้คุณภูผาเป็นองครักษ์ของน้องนะคะ”

แสงฉายไม่ตอบแต่มองแสงมณีอย่างครุ่นคิด ทางด้านภูผาและทวีป เมื่อพากันกลับไปถึงออฟฟิศ ท่าทางทวีปยังหงุดหงิดแสงมณีไม่หาย

“เฮ้อ...กว่าจะเคลียร์พื้นที่เสร็จ เพราะยัยเจ้าวัยทองนั่นคนเดียวที่ทำให้พวกเราต้องยุ่งยาก”

“เจ้าแสงมณีก็คงไม่ได้อยากให้คนของเขาตาย ไม่อยากโดนตามฆ่าอย่างนี้หรอก”

“ไม่อยากโดนตามฆ่าแต่ก็ไม่ยอมบอกเบาะแสคนร้าย แล้วพวกเราจะช่วยเขาได้ยังไงวะ”

“เขาอาจจะไม่รู้จริงๆอย่างที่บอกก็ได้”

“ฉันมั่นใจว่าเขารู้ เพราะตอนงานคุณดิเรกฉันเห็นเจ้าแสงมณีเก็บมีดของคนร้ายไป”

“เก็บมีดคนร้าย?”

“เออสิวะ เรื่องนี้เป็นความลับของทางราชการ ถ้าแกไม่ใช่ตำรวจเก่า ไม่ใช่เพื่อนสนิทฉัน ฉันไม่กล้าบอกแกหรอก”

ภูผานิ่งไปอย่างครุ่นคิด เป็นจังหวะที่ธนาเดินเข้ามาพอดี ธนาแนะนำตัวว่าเป็นองครักษ์ของเจ้าแสงฉาย ทวีปดีใจนึกว่าเจ้ายอมแจ้งความแล้ว แต่เปล่าเลย ธนาได้รับคำสั่งจากเจ้าแสงฉายให้มาเชิญภูผาไปทานข้าว เพราะเขามีธุระจะคุยด้วย

ooooooo

ค่ำนั้น ศุภลักษณ์พาครอบครัวมาที่บ้านแสงฉาย และพูดคุยกับสองพี่น้องด้วยความเป็นห่วง โดยเฉพาะแสงมณีที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาหยกๆ

หลังจากนั้น แสงฉายเชิญแขกอยู่ทานอาหารด้วยกัน ทุกคนยินดี ยกเว้นแพรไหมคนเดียวที่อิดออด แต่สุดท้ายเธอก็ขัดใจเจ้าของบ้านไม่ได้อยู่ดี ขณะร่วมโต๊ะอาหารกันนั้น แสงฉายพยายามเอาใจแพรไหมเสียจนน่ารำคาญ เธอเลยแกล้งตักอาหารหกใส่มือเขา แต่พอถูกศุภลักษณ์ดุ เธอก็อ้างว่าไม่ได้ตั้งใจ

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมขอไปล้างมือก่อน เชิญทุกคนตามสบายนะครับ” แสงฉายลุกขึ้น พอดีเห็นธนาเดินเข้ามาจึงถามเรื่องงานที่สั่งไว้ “คุณภูผาว่าไงบ้าง”

คำถามนั้นทำให้แพรไหมชะงักกึก จับตามองแสงฉายอย่างสนใจใคร่รู้

“ขอนัดพรุ่งนี้เที่ยงครับ”

แสงมณีสังเกตเห็นทุกคนให้ความสนใจ จึงบอกกล่าวว่าพี่ชายจะจ้างภูผามาเป็นองครักษ์ของตน เลยนัดเขามาทานข้าว แสงฉายสบโอกาสชวนแพรไหมไปด้วยกัน แต่เธอปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเธอจะให้ไปด้วยทำไม

“คุณสนิทกับคุณภูผา เผื่อว่าคุณภูผาปฏิเสธ คุณจะได้ช่วยผมพูดให้เขาใจอ่อนไงครับ”

“คุณภูผาไม่ฟังฉันหรอกค่ะ อย่าให้ฉันไปเลย”

“ไปเถอะแพร ไปช่วยพูดกับคุณภูผาหน่อย” วนิดาช่วยกล่อม พันทิญาก็ตามน้ำ ทั้งๆที่หมั่นไส้และอิจฉาแพรไหมจนตาร้อนผ่าว

“นั่นน่ะสิ นี่ถ้าพี่สนิทกับคุณภูผาเหมือนแพรพี่คงไปด้วยแล้ว ไม่ให้ทุกคนมานั่งง้ออย่างนี้หรอก”

“ไปเถอะนะคะ ไปช่วยกันพูดหลายๆคน คุณภูผาจะได้ยอมมาเป็นองครักษ์ของมณี”

เจอแสงมณีขอร้องด้วยตัวเองแบบนี้ แพรไหมถึงกับปฏิเสธไม่ออกด้วยความเกรงใจ

ooooooo

ในเวลาเดียวกัน พิพิธเพิ่งกลับถึงบ้าน...พิพัฒน์รีบเข้ามาดูหน้าตาฟกช้ำของน้องชายด้วยความเป็นห่วง และพอพี่ชายจะพาไปหาหมอ พิพิธกลับไม่ยอม บอกว่าเจ็บแค่นี้เล็กน้อยมาก

“เจ้าแสงมณีโดนคนตามฆ่าอย่างนี้ ช่วงนี้แกควรอยู่ห่างเจ้าแสงมณีไว้ จะได้ปลอดภัย”

“ผมไม่ห่าง...ผมจะติดตามเจ้าแสงมณีไปทุกที่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นผมจะเอาชีวิตผมปกป้องเจ้าแสงมณี”

“ต่อยกับเด็กนักเรียนยังแพ้ แกจะปกป้องเจ้าแสง–มณีได้ยังไง”

“ผมมีวิธีของผมน่า” พิพิธยิ้มกริ่ม แต่พี่ชายหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความสงสัย...

ฟากฝั่งทวีปที่แยกจากภูผาแล้วกลับเข้าบ้านตัวเอง ปรากฏว่าปรางแก้วมีข่าวดีบอกพี่ชายว่าตนสอบผ่านได้เรียนต่อปริญญาโท ทวีปดีใจยกใหญ่ ชื่นชมน้องพี่เก่งมาก แล้วพี่จะพาไปฉลอง...

ส่วนครอบครัวศุภลักษณ์ที่ไปทานข้าวที่บ้านแสงฉาย ทันทีที่กลับถึงบ้าน แพรไหมก็หาโอกาสพูดคุยกับพันทิญาและวนิดาลับหลังแม่ศุภลักษณ์ของตน

“พี่พันกับคุณน้าก็รู้ว่าแพรไม่อยากไปไหนมาไหน

กับเจ้า ทำไมต้องยุให้แพรไปกับเจ้าพรุ่งนี้ด้วยล่ะคะ”

“นี่เราโง่หรือเราไม่ฉลาดกันแน่ อย่าลืมสิว่านายภูผาจ้องเล่นงานเราอยู่ เกิดเจอเจ้าแล้วนายภูผาพูดเรื่องเรากับนายชัย...แล้วเจ้าส่งคนสืบขึ้นมาจนสาวถึงตัวยัยพันจะทำยังไง”

“เรายังคุยเรื่องนายชัยกันไม่จบเลยนะ ไปคุยกันต่อที่ห้องพี่ และพันก็อยากขอคำปรึกษาจากคุณน้าด้วย คุณน้าแวะห้องพันหน่อยนะคะ”

เมื่อเข้ามาในห้องมิดชิดแล้ว วนิดาต้องการให้พันทิญาไปขอโทษนายชัย แต่พันทิญาไม่เห็นด้วยและแสดงความหงุดหงิดออกมาทันที

“นี่คุณน้าเห็นด้วยกับยัยแพรเหรอคะ”

“น้าไม่ได้เห็นด้วยนักหรอก แต่มันไม่มีทางอื่นก็ต้องทำวิธีนี้”

“แต่แม่เขา น้องเขาเฝ้ากันเต็มห้อง พันไปทุกคนก็ต้องรู้สิคะ ว่าคนที่เคยคบกับคุณชัยเป็นพัน”

“ก็ไปตอนไม่มีคนอยู่สิจ๊ะ”

“คุณป้าบุญศรีเฝ้ากลางวัน คุณภูผาเฝ้ากลางคืน มีคนอยู่กับคุณชัย 24 ชั่วโมง ไม่มีช่วงที่ไม่มีคนอยู่เลยนะคะ”

แพรไหมเอ่ยขึ้นมา วนิดาจึงวิเคราะห์ว่าบุญศรีน่า

จะหลอกง่ายกว่าภูผา ต้องมีคนไปหลอกให้บุญศรีออกจากห้อง พันทิญารีบออกตัวว่าตนเข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว จะให้แพรเข้าไปเกิดนายชัยตื่นอยู่เขาก็ต้องรู้ความจริงอยู่ดี

“น้าจะไปหลอกแม่นายชัยออกจากห้องเอง...

ส่วนแพร พรุ่งนี้กินข้าวเสร็จแล้วโทร.บอกด้วย เดี๋ยวยัยพันไปหานายชัยแล้วเรายังอยู่กับนายภูผา นายภูผาจะจับได้ว่าคนที่เคยคบกับนายชัยคือยัยพัน”

“ค่ะ” แพรไหมตอบรับด้วยรอยยิ้ม

“เอางูออกจากคอได้ก็ยิ้มออกเลยนะ” วนิดาแขวะอย่างหมั่นไส้ ทั้งที่ความจริงแพรไหมไม่ได้เป็นคนก่อเรื่องนี้สักหน่อย

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”

"เบลล่า-กองทัพ พีค" สร้างเคมีใหม่ ชวนฟินขยี้ใจใน ละคร “ให้รักพิพากษา”
15 มิ.ย 2564

11:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 15 มิถุนายน 2564 เวลา 15:37 น.