ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ภูผาแพรไหม

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ค่ำคืนวันลอยกระทง...ภูผา อดีตนายตำรวจหนุ่มที่ลาออกมาเปิดบริษัทรักษาความปลอดภัยได้เจอกับแพรไหมหญิงสาวที่หนีการหมั้นกับเจ้าแสงฉายเจ้าชายจากเชียงทวายมาเที่ยวในงาน เจ้าแสงฉายส่งคนมาตามจับตัวแพรไหมกลับไป แต่เธอไม่ยอม เธอวิ่งหนีมาขอความช่วยเหลือจากภูผาทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ภูผาเพิ่งวางสายจากทวีป เพื่อนสนิทที่นัดกันมาเที่ยวงานลอยกระทง เมื่อมีหญิงสาววิ่งมาขอความช่วยเหลือ โดยที่ข้างหลังของเธอมีชายฉกรรจ์สองคนไล่กวดมา สุภาพบุรุษอย่างภูผามีหรือจะปล่อยผ่าน เขาเตะต่อยต่อสู้กับชายสองคนนั้นด้วยมือเปล่า โดยมีแพรไหมยืนดูอย่างตื่นเต้น

เมื่อสองรุมหนึ่งยังเอาชนะภูผาไม่ได้ ทั้งคู่ฝากคำอาฆาตเดี๋ยวจะกลับมาเอาคืนแล้วพากันวิ่งออกไป ส่วนแพรไหมรีบเข้ามาขอบคุณภูผาและชื่นชมเขาว่าเก่งเท่ยิ่งกว่าพระเอกหนังเสียอีก

ชายหนุ่มไม่ได้สนใจคำชม แต่อยากรู้ว่าพวกนั้นตามจับตัวเธอทำไม หญิงสาวนิ่งไปนิดคิดหาคำตอบก่อน โกหกเขาว่า พวกมันเป็นคนของพ่อเลี้ยงของตน พ่อเลี้ยงจะปล้ำตน ตนเลยหนีออกจากบ้าน พ่อเลี้ยงจึงส่งคนมาตามจับตัวกลับ

“แล้วแม่คุณไปไหนทำไมปล่อยให้พ่อเลี้ยงทำกับคุณอย่างนั้น”

“คือ...พ่อเลี้ยงฉันเป็นคนมีอิทธิพลแล้วก็โหดมาก แม่ฉันกลัวโดนพ่อเลี้ยงทำร้ายเลยไม่กล้าขัดใจ”

“คุณไปแจ้งตำรวจหรือไม่ก็พวกมูลนิธิสิครับ พวกเขาช่วยคุณได้”

พูดเสร็จภูผาเดินจากไป และไม่คิดว่าหญิงสาวจะวิ่งตามตนมาอีก

“คุณภูผา...ฉันขอพูดตรงๆแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะคะ ฉันไปเรียนต่างประเทศมาหลายปีเพิ่งกลับเมืองไทยได้สองวัน ไม่มีเพื่อนที่ไหนเลย บ้านก็กลับไม่ได้ ขอฉันไปกับคุณด้วยคนนะคะ”

“คุณนี่เป็นผู้หญิงประเภทไหน ทำไมถึงใจกล้าขอไปกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกัน”

“ประเภทไม่มีที่ไปค่ะ นะคะคุณภูผา...ให้ฉันไปกับคุณนะคะ”

“ตำรวจกับมูลนิธิก็มีทำไมต้องผม”

“เพราะพ่อเลี้ยงฉันเป็นคนมีอิทธิพลมาก ขืนไปหาตำรวจหรือไปมูลนิธิเขาพาฉันส่งบ้านแน่ ที่สำคัญคุณเก่งฉันเชื่อว่าถ้าคนของพ่อเลี้ยงฉันย้อนกลับมาคุณจะช่วยฉันได้”

“ผมไม่ได้เก่งกาจอย่างที่คุณคิดหรอก แล้วผมก็ไม่อยากมีภาระ” ภูผาผละไปทันที แพรไหมหน้ามุ่ยไม่พอใจ ก้าวตามเขาไปอีก

ooooooo

ในขณะที่ลูกสาวได้เจอคนดีมีน้ำใจ แต่คนเป็นแม่อย่างศุภลักษณ์ไม่รู้เห็น เธอกำลังทุกข์ร้อนอยู่ที่บ้านหลังจากติดต่อเข้าโทรศัพท์มือถือของลูกรักไม่ได้เลย

ศุภลักษณ์กังวลและเป็นห่วงลูกสาวที่หายไปตั้งแต่เช้า ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง แต่พันทิญาพี่สาวต่างแม่ของแพรไหมกลับเยี่ยมหน้าเข้ามาอย่างไม่ทุกข์ร้อนแถมแต่งตัวสวยเหมือนจะออกไปข้างนอก โดยมีคุณน้าวนิดาเดินตามหลังเข้ามาอีกคน

พันทิญาเข้ามากอดศุภลักษณ์ บอกว่าตนนัดเพื่อนไปลอยกระทง ศุภลักษณ์ได้ยินอย่างนั้นก็บ่นทันทีว่า น้องหายไปทั้งคนยังจะมีกะจิตกะใจไปเที่ยวอีก ไม่ห่วงน้องบ้างเลยหรือ

“ห่วงค่ะ แต่พันรู้ว่ายัยแพรเอาตัวรอดเก่งเลยไม่ทุกข์เหมือนคุณแม่”

“ยัยพันพูดถูกนะคะ ยัยแพรโตแล้วแถมไปอยู่เมืองนอกเมืองนาคนเดียวตั้งหลายปี มีอะไรยัยแพรก็ต้องเอาตัวรอดได้ พี่ศุอย่าเครียดนักเลยค่ะ”

“พวกเธอไม่เคยเป็นแม่คนไม่รู้หรอกว่าใจคนเป็นแม่ที่ลูกหายไปจากบ้านมันร้อนแค่ไหน”

วนิดากับพันทิญาหน้าเจื่อนไม่กล้าเถียง แต่พอได้ยินสาวใช้เข้ามาบอกว่าเจ้าแสงฉายมา พันทิญาสีหน้า แช่มชื่นขึ้นทันที เฝ้ามองชายหนุ่มรูปงามด้วยสายตามีความหมาย

เจ้าแสงฉายมาส่งข่าวว่าคนของตนเจอแพรไหมในงานลอยกระทงที่จังหวัดตาก แต่ไม่ได้ตัวเธอกลับมา เพราะมีนักเลงหัวไม้ทำร้ายคนของตนเสียก่อน

“นักเลงหัวไม้? เจ้ากำลังจะบอกว่ายัยแพรอยู่กับนักเลงเหรอคะ”

“ตอนที่คนของผมเจอมันเป็นอย่างนั้น”

“ไอ้นักเลงนั่นต้องเป็นแฟนยัยแพรแน่ๆเลยค่ะ ไม่งั้นมันคงไม่กล้าสู้กับคนของเจ้าเพื่อช่วยยัยแพรหรอก”

ศุภลักษณ์ไม่พอใจติงพันทิญาว่า เพื่อนที่เมืองไทยน้องยังไม่มีแล้วน้องจะมีแฟนได้ยังไง...แต่วนิดาถือหางพันทิญารีบบอกว่า มีสารพัดวิธีที่จะทำให้วัยรุ่นยุคนี้เป็นแฟนกันข้ามโลก

“แต่ไม่ใช่คุณแพร...ก่อนที่ผมจะมาสู่ขอผมให้คนเช็กประวัติคุณแพรทั้งตอนอยู่ที่นี่แล้วก็อยู่เมืองนอกหมดแล้ว คุณแพรไม่เคยมีแฟน” เจ้าแสงฉายกล่าวอย่างมั่นใจ ทำให้พันทิญาอดหมั่นไส้เขาไม่ได้

“ยัยแพรเป็นเด็กหัวนอกใจเร็วยังกับจรวดอาจจะไปเจอผู้ชายคนนั้นตอนเช้าตกเย็นก็เป็นแฟนกันก็ได้นะคะ”

“อย่าดูถูกน้องนะพัน” ศุภลักษณ์ปรามเสียงขุ่น

“ไม่ได้ดูถูกค่ะ พันแค่สันนิษฐานตามนิสัยยัยแพรแล้วก็สถานการณ์ที่เป็นอยู่”

“งั้นคุณก็คงไม่รู้จักนิสัยน้องสาว เพราะถ้ารู้คุณจะรู้ว่าคุณแพรไม่ใช่คนใจเร็ว”

คราวนี้พันทิญาถึงกับสะอึก ไม่นึกว่าเจ้าแสงฉายจะออกรับแทนแพรไหมถึงขนาดนี้

“คุณน้าทราบข่าวคุณแพรแล้วคงสบายใจขึ้นนะครับ”

“ก็ดีกว่าตอนไม่รู้อะไรเลย ถ้าไม่มีเจ้าน้าคงไม่รู้จะทำยังไง ขอบคุณเจ้ามากนะคะที่ช่วยตามหายัยแพร”

“คุณแพรเป็นคนที่ผมรักต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินผมก็ต้องพาคุณแพรกลับมาให้ได้ครับ”

หลังจากเจ้าแสงฉายกลับไปแล้ว พันทิญาแอบบ่นกับวนิดาว่า ทั้งแม่ทั้งเจ้าเข้าข้างแพรไหมกันหมด วนิดาบอกแน่นอนอยู่แล้ว แพรไหมเป็นลูกในไส้ยังไงศุภลักษณ์ก็ต้องรักมากกว่าลูกเลี้ยงอย่างพันทิญา ส่วนเจ้าแสงฉายก็กำลังหลงแพรไหมจนหน้ามืดตามัวขนาดหนีไม่ยอมหมั้นด้วยยังไม่ว่าอะไรเลยสักคำ

“พันไม่ให้นังน้องนอกไส้นั่นหมั้นกับเจ้าง่ายๆหรอกค่ะ พันไม่ยอมให้มันได้ดีกว่าพัน”

“งั้นพันก็ต้องหาวิธีแย่งเจ้ามาจากยัยแพรให้ได้”

“ตอนนี้พันยังจับทางเจ้าไม่ถูกพูดอะไรไปก็ดูเจ้าไม่ถูกใจไปซะหมด ขอเวลาพันศึกษานิสัยเจ้าอีกหน่อย จับทางได้เมื่อไหร่จะจับให้อยู่หมัดให้ดิ้นไม่หลุดเลยเชียว”

“แล้วอย่าประมาทล่ะ ยังไงก็ต้องหาคนไว้สำรองเผื่อเจ้าหลุดมือไปพันจะได้ไม่เคว้ง”

“คุณน้าก็รู้ว่าพันทำอย่างนั้นอยู่แล้ว”

“คนที่นัดไปลอยกระทงด้วยกันเนี่ยเหรอจ๊ะคนที่พันสำรองไว้”

“คนนี้คำว่าตัวสำรองยังหรูไป ต้องเรียกว่าของเล่นค่ะ จนจะตาย มีดีที่หล่อเท่านั้นละค่ะ พันควงเล่นๆ หาใหม่ได้ เมื่อไหร่พันจะสลัดทิ้งทันที”

“มันต้องอย่างนี้สิจ๊ะหลานน้า...สวย รวย ชาติตระกูลดีอย่างเราต้องเป็นฝ่ายเลือก หนูทำถูกแล้วล่ะจ้ะ”

“ในโลกนี้คงมีคุณน้าคนเดียวเท่านั้นล่ะค่ะที่เข้าใจพัน” พันทิญาโอบกอดคุณน้าด้วยความรัก วนิดากอดตอบรักหลานสาวคนนี้มากเช่นกัน

ooooooo

ในงานลอยกระทงที่ตาก แพรไหมยังคงเดินตามภูผาไม่หยุดหย่อน เขาพยายามหลีกหนีก็ไม่สำเร็จ ขณะเดินต่อปากต่อคำกันอยู่นั้น ชายฉกรรจ์สองคนย้อนกลับมาพร้อมเพื่อนอีกสอง พวกเขาจะเอาตัวแพรไหมไปด้วยให้ได้ จึงเกิดการต่อสู้กัน ภูผาเกือบถูกแทงถ้าแพรไหมไม่วิ่งเข้ามาขวาง แต่นั่นก็ทำให้เธอโดนมีดเฉี่ยวที่แขนจนได้เลือด

ภูผาพาแพรไหมวิ่งหลบหนีไปทางลานจอดรถ โชคดีไปเจอตำรวจ ชายสี่คนจึงไม่กล้าตอแยอีก แต่จู่ๆแพรไหมก็วิ่งพรวดออกไป  เมื่อภูผาจะเจรจากับตำรวจ เธอไม่ยอมให้เขาจับเธอส่งตำรวจ แม้เขาจะย้ำนักหนาว่าตำรวจช่วยเธอได้

“ถ้าตำรวจช่วยฉันพ้นจากอิทธิพลพ่อเลี้ยงฉันได้ ฉันไปหาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่มาตื๊อให้คุณทำท่ารำคาญใส่อย่างนี้หรอก”

“โอเคครับ ผมไม่ส่งคุณให้ตำรวจก็ได้ แต่คุณต้องไปโรงพยาบาล”

“พ่อเลี้ยงฉันคงรู้แล้วว่าคนของเขาทำฉันเจ็บ ป่านนี้คงส่งคนไปดักรอทุกโรงพยาบาล ฉันยอมตายดีกว่าต้องไปโรงพยาบาลแล้วโดนจับกลับบ้าน”

ชายหนุ่มอ่อนใจ แต่เห็นแผลที่แขนเธอแล้วอดสงสารไม่ได้ จึงจะพาไปคลินิกแถวนี้ แพรไหมตกลงแต่เขาต้องสัญญามาก่อนว่าจะอยู่เป็นเพื่อนกัน

“กะอีแค่อยู่เป็นเพื่อนต้องให้สัญญากันเลยเหรอ”

“ฉันกลัวคุณหนีเลยต้องการคำสัญญาจากลูกผู้ชาย...สัญญาสิว่าจะอยู่เป็นเพื่อนฉัน”

“เรื่องมาก...สัญญาก็สัญญา”

ooooooo

ขณะที่ภูผาให้สัญญากับแพรไหมอยู่นั้น...ปรางแก้วน้องสาวของทวีปกำลังรอเขาอยู่อย่างกระวน กระวาย  เธอจะลอยกระทงกับภูผาชายที่เธอรักหมดใจ เมื่อเขายังไม่ปรากฏตัวทั้งที่ทวีปบอกว่าตอนโทร.คุยกันเขาอยู่ลานจอดรถ  ปรางแก้วรู้สึกเป็นห่วงให้พี่ชายลอง โทร.หาเขาอีก แต่โทร.กี่ครั้งภูผาก็ไม่รับสาย

ภูผากำลังทำตามสัญญากับแพรไหม เขาอยู่เป็นเพื่อนเธอจนหมอทำแผลเสร็จ แต่พอเขาจะจากมา เธอกลับอ้างสัญญาอีกว่า ที่บอกให้อยู่เป็นเพื่อนไม่ได้หมายความว่าแค่ทำแผล แต่หมายถึงว่าเขาต้องอยู่เป็นเพื่อนเธออีกสองวัน ภูผาไม่พอใจที่โดนหลอก สาวเจ้าสวนทันทีว่าไม่ได้หลอก แต่เขาเข้าใจผิดไปเองต่างหาก

“งั้นผมก็ไม่จำเป็นต้องอยู่เพราะความเข้าใจผิด”

“ใช่ คุณไม่ต้องอยู่เพราะความเข้าใจผิด แต่ต้องอยู่เพราะคำสัญญาลูกผู้ชาย แต่ถ้าคุณไม่ได้เป็นลูกผู้ชายจะไม่รักษาสัญญาก็ได้นะคะ”

“คุณนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ”

“ตกลงจะรักษาสัญญาไหมคะ”

“ผมไม่เคยให้ใครตราหน้าว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย”

“ฉันว่าแล้วว่าคุณต้องเป็นลูกผู้ชายตัวจริง ฉันหิวจังเลยไปหาอะไรทานกันเถอะเพื่อน”

หญิงสาวเดินนำหน้าไปเที่ยวในงานลอยกระทง ภูผานึกได้ว่านัดเพื่อนไว้แต่ถ้าเขาพาแพรไหมไปด้วยปรางแก้วอาจคิดมาก จึงจะใช้วิธีโทร.ยกเลิกนัดแต่เจ้ากรรมโทรศัพท์มือถือไม่รู้หล่นหายไปเมื่อไหร่

แพรไหมใจดีให้เขายืมไอโฟนของตน เมื่อทวีปได้รับการติดต่อก็ไม่พอใจ  เพราะปรางแก้วอุตส่าห์แลกเวรเพื่อมาเที่ยวกับภูผา แต่มาถึงงานแล้วกลับโดนเขายกเลิก

“ฉันจำเป็นจริงๆ ขอโทษนะ ฝากขอโทษแก้วด้วย”

“ขับรถมาตั้งหลายชั่วโมง ยืนรออีกเป็นชั่วโมงแค่ขอโทษมันไม่หายหรอกโว้ย” ทวีปวางสายด้วยความโมโห แล้วเลยหงุดหงิดหมดสนุก บอกน้องสาวว่าเรากลับ บ้านกันเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า...

ooooooo

ทางด้านสาวสวยพันทิญา เธอมีนัดกับชัยซึ่งเป็นพี่ชายของภูผา ชัยมีธุรกิจเล็กๆไม่ได้ร่ำรวย เขากำลังเก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อแต่งงานกับหญิงสาวที่คบอยู่ โดยชัยไม่เคยรู้ความจริงเลยว่าชื่อของเธอคือพันทิญา

เหตุผลที่พันทิญาไม่บอกชื่อจริงแต่ใช้ชื่อแพรไหมหลอกชัยมาตลอด นั่นก็เพราะเธอหลงรักเจ้าแสงฉาย และต้องการจะแย่งเขามาจากแพรไหมให้ได้ แต่กับชัยนั้นเธอเห็นเขาเป็นแค่ของเล่นชิ้นใหม่ จึงใช้ชื่อแพรไหมมาหลอกและไม่เคยให้เขารู้จักบ้าน เพื่อจะได้ง่ายหากเธอต้องการสลัดรัก

ด้วยความรักมากมายที่มีต่อเธอ ชัยยอมทุ่มสุดตัว เขาซื้อกระเป๋าราคาแพงเป็นใบที่สามให้เธอ แล้วยังมอบแหวนเพชรราคาสามแสนที่เตรียมมาให้ด้วยอีกวง พันทิญาพึงพอใจกับของสองสิ่งนี้เป็นอันมากถึงขนาดตอบแทนด้วยการหอมแก้มเขาหนึ่งที นั่นยิ่งทำให้ชัยหัวใจพองโต คาดหวังอย่างมีความสุขว่าเร็วๆนี้เขาคงได้แต่งงานกับเธอ

ในงานเดียวกัน พันทิญาเดินไปเจอพิพัฒน์ด้วยความบังเอิญ พิพัฒน์เป็นเจ้าของร้านเพชรซึ่งตรงสเปกเธอมากๆ พิพัฒน์รวยและหน้าตาดีด้วย พันทิญา จึงเข้ามาหว่านเสน่ห์ก่อนจะเขียนชื่อและเบอร์โทร.ไว้ให้แลกกับนามบัตรของเขาที่ได้มา พิพัฒน์เองก็ดูเหมือนจะตกหลุมรักพันทิญาแต่แรกเห็น เขาจดจำชื่อนามสกุลของเธอได้ขึ้นใจ

“พันทิญา กุลนันท์วงศ์” ชายหนุ่มพึมพำขณะสายตาจับจ้องมองตามเธอไปจนลับตา...

ด้านแพรไหมกับภูผาที่งานลอยกระทงจังหวัดตาก แม้ได้รับบาดเจ็บที่แขนแต่แพรไหมก็ยังมีอารมณ์สนุกลากภูผาเที่ยวงานต่อ หญิงสาวบังคับให้เขาเล่นเกมเป็นเพื่อนหลายอย่างก่อนปิดท้ายด้วยการชวนเขาลอยกระทงสาย

แต่ก่อนจะปล่อยกระทงไปกับสายน้ำ แพรไหมอยากรู้ว่าภูผาอธิษฐานอะไร

“ผมขอขมาพระแม่คงคาเฉยๆ ผมไม่ชอบร้องขอจากใคร ถ้าผมอยากได้อะไรผมจะหามาด้วยตัวผมเอง”

“ของบ้างอย่างเราก็หาด้วยตัวเองไม่ได้หรอกค่ะ”

“มีด้วยเหรอ สิ่งที่เราหาด้วยตัวเองไม่ได้”

“ความรักไงคะ”

“แสดงว่าคุณอธิษฐานเรื่องความรัก”

“ฉันอธิษฐานขอให้เจอเนื้อคู่ที่เกิดจากความรัก”

“คุณพูดเหมือนคนถูกบังคับเรื่องความรักอย่างนั้นแหละ”

แพรไหมชะงักไปนิด กลัวเขาจะรู้ความจริงที่ตนปิดบังไว้ “ปละ...เปล่า...ฉันไม่ได้ถูกบังคับเรื่องความรักอะไรเลย ฉันแค่อยากเจอคนที่รักฉันแล้วฉันก็รักเขาเลยอธิษฐานแบบนี้น่ะ จุดไฟไว้ตั้งนานแล้วเดี๋ยวดับหมดพอดี รีบลอยดีกว่า คุณช่วยส่งให้ฉันหน่อยนะคะ ไม่เสียเวลาหยิบกระทงของฉันจะได้เป็นสายยาวๆ”

ภูผาไม่ติดใจ ส่งกระทงให้เธออย่างรวดเร็ว ไม่นานนักกระทงน้อยจำนวนมากก็ลอยตามกันไปเป็นสายยาวสว่างไสวสวยงาม แพรไหมเฝ้ามองด้วยความประทับใจและยิ้มแย้มอย่างมีความสุข

“โดนคนตามจับตัวก็ยังเที่ยวสนุก แค่มองกระทงพวกนี้ลอยน้ำก็ยิ้ม คุณเคยทุกข์ร้อนกับเขาบ้างมั้ย”

“เคยค่ะแต่ไม่บ่อย เพราะความสุขอยู่รอบตัวเรา ถ้าเรารู้จักมองในมุมที่สวยงามชีวิตเราก็จะมีความสุขเหมือนฉันตอนนี้ คุณล่ะคะมีความสุขมั้ย”

“เฉยๆ”

คำตอบของชายหนุ่มทำเอาหญิงสาวเซ็งขึ้นมาทันที “คุณนี่ไม่โรแมนติกเอาซะเลย...กลับเถอะค่ะ”

“ก็คนเฉยๆ จะให้ตอบว่ามีความสุขได้ยังไง” ภูผาบ่นพึมพำขณะเดินตามหลังแพรไหมไป

ooooooo

เมื่อหาที่พักกันได้แล้ว คืนนั้นภูผากับแพรไหมนอนห้องเดียวกัน โดยภูผาสละเตียงให้เธอ ส่วนตัวเองนอนกับพื้น แพรไหมขอบคุณเขาแล้วรีบโทร.หาแม่เมื่อเขาเข้าไปอาบน้ำ

“แพรไหม...ลูกอยู่ที่ไหน” น้ำเสียงศุภลักษณ์ตื่นเต้นดีใจ

“ต่างจังหวัดค่ะ การเดินทางราบรื่น ที่พักก็สวย แพรสบายดีคุณแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ”

“ถ้าไม่อยากให้แม่ห่วงแพรก็กลับบ้านสิ”

“คุณแม่ก็รู้ว่าแพรไม่กลับเพราะอะไร เอาเป็นว่าคุณแม่ไม่ต้องห่วงแพรนะคะ แค่นี้นะคะ”

แพรไหมด่วนวางสายหนีแม่ แต่ไม่ทันจะปิดเครื่องมีเสียงเรียกเข้ามา เธอดูเบอร์แล้วนิ่วหน้าแปลกใจก่อนจะกดรับกรอกเสียงไป

“ฮัลโหล...”

เสียงนั้นทำให้ปรางแก้วอึ้งไปนิด ก่อนพูดอย่างใจเย็นว่า “ขอสายพี่ภูผาค่ะ”

แพรไหมชะงัก  นึกขึ้นได้ว่าเมื่อตอนหัวค่ำเธอให้ภูผา ยืมโทรศัพท์  “เอ่อ...คุณภูผาอาบน้ำอยู่ค่ะ  ไม่สะดวกรับสาย”

“งั้นถ้าพี่ภูอาบน้ำเสร็จ รบกวนบอกให้เขาโทร.หาปรางแก้วด้วยนะคะ”

“คงไม่ได้หรอกค่ะ คุณภูบอกว่าคืนนี้ไม่อยากคุยกับใครนอกจากฉัน...แค่นี้นะคะ สวัสดีค่ะ” แพรไหมตัดสายด้วย สีหน้าไม่สู้ดี รำพึงกับตัวเองว่า  “ถ้าฉันบอกคุณภูผาว่าคุณโทร.มาเขาอาจจะทิ้งฉันไปหาคุณ ขอโทษนะคะที่ต้องทำแบบนี้”

ฝ่ายปรางแก้วที่อยู่ในระหว่างเดินทางกลับบ้านพร้อมพี่ชาย เธอน้ำตาไหลทันทีที่วางสาย ทวีปเห็นแล้วตกใจ ซักน้องสาวว่ามีอะไร ทำไมต้องร้องไห้

“พี่ภูค่ะ พี่ภูอยู่กับผู้หญิง”

“เฮ้ย...เป็นไปไม่ได้ พี่เป็นเพื่อนสนิทกับไอ้ภูมาตั้งแต่เด็กไม่เคยเห็นมันสนใจผู้หญิงคนไหนเลย ถ้ามันมีผู้หญิงมาพัวพันพี่ก็ต้องรู้สิ”

“แต่ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นอยู่กับพี่ภู แล้วเขาก็บอกด้วยว่าคืนนี้พี่ภูไม่อยากคุยกับใครนอกจากเขา ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นแฟนพี่ภูแน่ๆเลยค่ะ” ปรางแก้วสะอื้นใหญ่ ทวีปไม่รู้จะทำยังไง ได้แต่ลูบหัวปลอบโยนน้องสาว

ส่วนที่บ้านภูผายามนี้ ชัยเพิ่งจะกลับถึงบ้านหลังจากไปเที่ยวลอยกระทงกับพันทิญามา แม่บุญศรีเห็นลูกชายยิ้มไม่หุบก็เดาทันทีว่าเขาคงไปลอยกระทงกับแฟนมา แต่พอแม่ซักถาม ชัยกลับปฏิเสธอย่างเขินๆว่า

“เพื่อนครับ ผมไปลอยกระทงกับเพื่อนมา”

“เอาละๆ เห็นลูกกลับมาแม่ก็สบายใจแล้ว แม่นอนก่อนนะ”

บุญศรีเก็บอุปกรณ์เย็บผ้าก่อนเดินหายเข้าไปในห้อง ส่วนชัยลงนอนเหยียดยาวที่โซฟา มองรูปถ่ายภูผาแล้วพึมพำออกมาด้วยรอยยิ้ม

“ภู...พี่อายว่ะ ไม่กล้าบอกแม่ว่าพี่มีแฟน...ว่าที่พี่สะใภ้แกทั้งสวยทั้งรวย เป็นถึงลูกเจ้าของร้านผ้าไหมชื่อดังระดับประเทศเลยนะ เขาชื่อแพรไหม กุลนันท์วงศ์”

ooooooo

กลางดึกคืนเดียวกันนี้ เจ้าแสงฉายเกรี้ยวกราดใส่ลูกน้องที่ไม่สามารถเอาตัวแพรไหมกลับมาได้ เจ้าแสงมณีเห็นแล้วไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายถึงเลือกคนที่ไม่เต็มใจ ทั้งที่มีผู้หญิงเป็นแสนเป็นล้านที่เต็มใจเป็นราชินีแห่งเชียงทวาย

“สวย ชาติตระกูล และการศึกษาดี ไม่มีประวัติด่างพร้อย คุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นราชินีของพี่ทุกอย่าง... ที่สำคัญพี่รักคุณแพร”

“รักจากการเห็นรูปถ่าย...พี่ชายยังไม่เคยได้พูดคุยศึกษานิสัยคุณแพรจริงจังเลย แน่ใจได้ยังไงคะว่าสิ่งที่พี่ชายรู้สึกกับคุณแพรเรียกว่าความรัก”

“โธ่น้องหญิง พูดเหมือนพี่เป็นเด็กไม่เคยมีแฟนไปได้ พี่รู้น่าว่าความรู้สึกแบบไหนที่เรียกว่าความรัก”

“แล้วถ้าคุณแพรยืนกรานว่าจะไม่แต่งงานกับพี่ล่ะคะ”

“เขาต้องแต่ง พี่มั่นใจว่าความรักความจริงใจของพี่เอาชนะใจคุณแพรได้แน่” เจ้าแสงฉายกล่าวกับน้องสาวอย่างมั่นใจ

ooooooo

ปรางแก้วเสียใจมากเรื่องภูผา เธอร้องไห้ตั้งแต่เมื่อคืนยันเช้า ทวีปสงสารแต่ไม่มีเวลาปลอบเพราะต้องรีบออกไปทำงาน เขาจึงบอกน้องสาวว่าพี่มีงานด่วน เสร็จงานแล้วจะกลับมาโอ๋...

ด้านภูผากับแพรไหมที่พักอยู่ด้วยกันเมื่อคืน เช้าขึ้นเธอตื่นมาไม่เห็นเขา นึกว่าเขาหนีไปแล้ว แต่ปรากฏว่าเขาออกไปซื้ออาหารมาให้กิน เธอโล่งใจไปที รีบนำน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋จัดใส่จานมากินด้วยกัน

ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่เริ่มคุ้นเคยกันมากขึ้น แต่ยังไงภูผาก็ต้องกลับบ้านวันนี้ เขาจึงให้เธอเลือกระหว่างกลับไปอยู่บ้านของเขาอีกหนึ่งวันตามที่เขาสัญญาไว้ กับต่างคนต่างไปแล้วเธอห้ามหาว่าเขาไม่ใช่ลูกผู้ชาย ซึ่งหญิงสาวยังไม่มีที่ไปจึงตัดสินใจเลือกอย่างแรก

ข้างฝ่ายชัยที่กำลังหลงรักพันทิญาหัวปักหัวปํา สายวันนี้เขาโทร.นัดเธอกินข้าวกลางวันกันดิบดี แต่ครู่ต่อมา เมื่อพันทิญารับสายจากพิพัฒน์ เธอกลับโทร. ไปยกเลิกนัดชัยโดยอ้างว่าต้องไปธุระกับคุณแม่

ส่วนที่ร้านผ้าไหมซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวศุภลักษณ์ เวลานี้เจ้าของร้านไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรเพราะยังกังวลเรื่องลูกสาวคนเล็กที่หนีหายไป จนเมื่อเจ้าแสงฉายแวะมาหาและสัญญาว่าตนจะตามหาแพรไหมให้พบภายในสองวันนี้ ศุภลักษณ์ค่อยคลายความกังวลไปได้บ้าง

ขณะที่เจ้าแสงฉายไปหาศุภลักษณ์ เจ้าแสงมณีน้องสาวของเขากำลังไปเดินช็อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้า โดยมีดวงใจสาวใช้คนสนิทเดินประกบทุกฝีก้าว แล้วยังมียศกับเลิศทำหน้าที่คุ้มกันอีกชั้นหนึ่ง นี่เองทำให้เจ้าแสงมณีรู้สึกอึดอัด จึงขอแยกตัวไปเลือกซื้อของตามลำพัง

ระหว่างที่เธอจะเดินเข้าไปในร้านเครื่องเขียน มีพ่อลูกคู่หนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาล้มลงตรงหน้า ซักถามก็ได้ความว่าทั้งคู่กำลังหนีนักเลงทวงหนี้ จึงอยากให้เธอช่วยขวางพวกมันให้ด้วย
เมื่อพ่ออุ้มลูกจากไปแล้ว เจ้าแสงมณีก็ขัดขวางชายฉกรรจ์ที่วิ่งไล่กวดมาโดยไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาคือตำรวจ ส่วนพ่อลูกที่วิ่งหนีไปนั้นคือคนร้ายขายยาเสพติด

นายตำรวจนอกเครื่องแบบคนนี้คือทวีปนั่นเอง ทวีปเข้าใจว่าผู้หญิงที่ขัดขวางการจับกุมคนร้ายคือผู้ร่วมขบวนการ เขาจึงรวบตัวเธอเพื่อจะพาไปสถานีตำรวจ แต่เธอแข็งขืนไม่ยอม

“ปล่อยนะ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด คุณจับฉันข้อหาอะไร”

“ขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยพวกพ้องให้พ้นการจับกุม”

“นี่คุณหาว่าฉันเป็นพวกค้ายาเสพติดเหรอ”

“ถ้าไม่ใช่คุณจะช่วยไอ้ดำทำไม”

“เขาบอกฉันว่าคุณเป็นนักเลงที่ตามทวงหนี้ ฉันเลยเข้าใจผิด”

“เข้าใจผิด...ผู้ร้ายก็อย่างนี้ทุกราย โดนจับได้ก็อ้างว่าเข้าใจผิดบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง”

“พูดเบาๆหน่อยได้มั้ย เห็นมั้ยว่าคนมองฉันทั้งห้างแล้ว”

“อายว่างั้น...ตอนขายไม่อายหรอกนะ พอโดนจับละก็หน้ามียางขึ้นมาเชียว...ผู้หญิงคนนี้ค้ายาเสพติด มองไปเลยครับ มองให้เต็มตาแล้วจำหน้าให้ขึ้นใจ ถ่ายรูปใส่มือถือไปให้ลูกหลานดูได้ยิ่งดี ลูกหลานจะได้รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นตัวอันตรายจะได้ไม่เข้าใกล้” ทวีปประจานเธอซึ่งหน้า หญิงสาวโกรธมากต่อว่าเขากล่าวหาเธอโดยไม่มีหลักฐานระวังจะโดนฟ้อง

เหตุการณ์ทำท่าจะบานปลายกันใหญ่โต ถ้าพวกดวงใจไม่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาเสียก่อน พอรู้ความจริงจากดวงใจว่าเจ้าแสงมณีเป็นใครมาจากไหน ทวีปก็อึ้งไปนิด แต่ยังไม่วายหงุดหงิดเพราะเธอทำให้เขาเสียงาน

“ผมเชื่อแล้วว่าเจ้าไม่ได้เกี่ยวข้องกับไอ้ดำ แต่ผมก็อยากจะเตือนเจ้าไว้อย่างว่าวันหลังจะช่วยใครก็ดูตาม้าตาเรือให้ดีซะก่อน จะได้ไม่ทำให้คนเลวๆหลุดมือตำรวจไปอีก”

ทวีปเดินหัวเสียออกไป เจ้าแสงมณีมองตามและพึมพำอย่างไม่พอใจ “ใครจะไปรู้ล่ะว่าคนไหนเป็นคนดีคนเลว”

ooooooo

พันทิญายกเลิกนัดกับชัยเพื่อไปหาพิพัฒน์ที่ร้านเพชร โดยเธอหนีบเอาน้าวนิดามาด้วย ขณะสองน้าหลานมาถึงเจอพิพิธน้องชายของเขาอยู่ด้วย

หลังจากสองฝ่ายแนะนำตัวกันเรียบร้อยแล้ว พันทิญา แอบส่งซิกน้าสาวให้ตีสนิทกับพิพัฒน์เพื่อสืบประวัติครอบครัวของเขา

“คุณนี่เก่งนะคะ ยังหนุ่มยังแน่นเป็นเจ้าของร้านเพชรแล้ว ขอโทษนะคะ ลูกชายเปิดร้านเพชรแล้วคุณพ่อ คุณแม่ทำธุรกิจอะไรคะ”

“คุณพ่อคุณแม่ผมเสียไปหลายปีแล้วครับ”

“อุ๊ย น้าขอโทษนะคะ ที่พูดเรื่องที่ทำให้คุณสะเทือนใจ”

“ไม่เป็นไรครับ ผมทำใจได้นานแล้ว”

“ร้านนี้เป็นของคุณพ่อคุณแม่ครับ พอพวกท่านเสียเฮียกับผมก็มาดูแลกิจการต่อ”

“คุณมีกันสองคนพี่น้องเหรอคะ”

“ครับ”

วนิดายิ้มพอใจกับข้อมูลที่ได้จากสองหนุ่มพี่น้อง ขณะที่พันทิญาทำเป็นไม่สนใจเลือกต่างหูเพลินไป เลือกไปเลือกมาชอบคู่หนึ่งราคาสองแสน แต่สำหรับคนสวยๆ อย่างเธอ พิพัฒน์ลดให้ทันทีห้าสิบเปอร์เซ็นต์

อีกฟากหนึ่งในห้างสรรพสินค้า เจ้าแสงมณีกับดวงใจนั่งอยู่ในร้านกาแฟ โดยที่ยศกับเลิศยืนคุ้มกันอยู่ใกล้ๆ

“นึกแล้วยังแค้นไม่หาย คนอะไรไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาซะเลย ขนาดรู้แล้วว่าเจ้าเป็นใครยังกล้าต่อว่าอีก”

“คงกลัวเสียหน้าที่จับคนผิดเลยแกล้งทำเสียงแข็งกลบเกลื่อนน่ะ”

“ชื่อหมวดทวีปใช่ไหมคะ เดี๋ยวดวงใจจะฟ้องให้เจ้าชายไปจัดการเด้งตาหมวดปากร้ายนี่ไปอยู่ชายแดน”

“ทำอย่างนั้นคนได้นินทากันตายว่าหญิงรังแกเขา ดวงใจบอกว่าเป็นเจ้าหญิงต้องมีเมตตา คราวนี้หญิงจะเมตตายกโทษให้เขาสักครั้ง แต่ถ้าคราวหน้าเจอกันแล้วเขาปากเก่งใส่หญิงอีก หญิงไม่ยอมแน่”

ดวงใจพยักพเยิดเห็นด้วยอย่างยิ่ง

ooooooo

บ่ายแก่ๆ ทวีปกลับมาถึงบ้านพบว่าปรางแก้วยังร้องไห้ไม่หยุด เขาเดินเข้ามาปลอบน้องสาว แต่ยิ่งปลอบเธอกลับยิ่งสะอื้น ทั้งยังรำพันด้วยความน้อยใจว่า

“พี่ภูมีแฟนแล้วก็น่าจะบอก ไม่น่ารับนัดให้แก้วมีความหวังเลย”

“ไอ้ภูเป็นคนตรงไปตรงมา ถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นแฟนมันจริงมันต้องบอกพี่แล้ว พี่ว่าไม่ใช่หรอก”

“ทิ้งพวกเราไปอยู่ด้วยกันทั้งคืนถ้าไม่ใช่แฟนพี่ภูแล้วผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใครไปได้คะ”

“มือถือมันก็หาย โทร.กลับเบอร์ผู้หญิงคนนั้นก็โทร.ไม่ติด เลยไม่ได้รู้กันซะทีว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”

“ลองเสี่ยงโทร.เบอร์พี่ภูอีกทีดีไหมคะ บางทีพี่ภู อาจจะหาโทรศัพท์เจอแล้วก็ได้”

เวลานั้น ภูผากำลังขับรถมุ่งกลับบ้านที่เชียงใหม่ โดยมีแพรไหมนั่งมาด้วย เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือทำให้ภูผารีบจอดรถลงไปค้นหาที่เบาะหลัง เขาดีใจที่ทำโทรศัพท์ตกไว้ในรถตัวเอง แต่พอกดรับสายจากทวีปความดีใจกลับกลายเป็นความโกรธขึ้นมาทันที

“ผู้หญิงที่อยู่กับแกเมื่อคืนเป็นใคร” ทวีปถามมา

“แกรู้ได้ยังไงว่าเมื่อคืนฉันอยู่กับผู้หญิง”

“แก้วโทร.กลับเบอร์ที่แกโทร.มา ผู้หญิงคนนั้นรับสายบอกว่าแกอาบน้ำอยู่แล้วเมื่อคืนแกก็ไม่อยากคุยกับใครนอกจากเขา”

“แก้วคุยกับคุณแพร?”

“เออน่ะสิ แก้วเสียใจมากร้องไห้ตั้งแต่เมื่อคืนป่านนี้ยังไม่หยุด แกก็รู้ว่าแก้วคิดยังไงกับแก มีแฟนแล้วทำไมไม่บอกกันตรงๆวะ”

“เขาไม่ใช่แฟนฉัน เดี๋ยวฉันจะไปอธิบายให้แกกับแก้วฟัง...แค่นี้ก่อนนะ” ภูผาวางสายจากทวีปแล้วเดินอ้อมมากระชากประตูรถฝั่งแพรไหมด้วยความโมโห

“เมื่อคืนทำไมไม่บอกผมว่าปรางแก้วโทร.มา”

แพรไหมหน้าเจื่อน ตอบอึกๆอักๆ “ก็...ก็ฉันกลัวว่าถ้าคุณรู้ว่าแฟนโทร.มาคุณจะทิ้งฉันไปหาเขา”

“เห็นแก่ตัว...คุณรู้ไหมว่าความเห็นแก่ตัวของคุณทำให้แก้วเสียใจจนร้องไห้ไม่หยุด ในโลกนี้มีคนประเภทเดียวที่ผมเกลียดที่สุดคือคนโกหก แล้วผมก็ไม่คิดเลยว่าคนที่หน้าตาใสซื่ออย่างคุณจะเป็นคนประเภทนั้น...ลงจากรถผมเดี๋ยวนี้”

“แต่คุณรับปากแล้วว่าจะให้ฉันไปอยู่กับคุณอีกคืน”

“ผมโกหกเหมือนที่คุณโกหกแก้ว...ลงจากรถผมเดี๋ยวนี้”

“อย่าไล่ฉันเลยนะคะ นอกจากคุณแล้วฉันก็ไม่รู้จักใครฉันไม่มีที่ไปจริงๆ”

“คนปลิ้นปล้อนอย่างคุณยังไงก็เอาตัวรอดได้...ลงมา” เขาดึงเธอลงจากรถ และไม่สนด้วยว่าหญิงสาวจะเจ็บแผลที่แขนสักแค่ไหน

แพรไหมรู้ตัวว่าผิดจึงไม่ดึงดันต่อไป เธอหยิบตุ๊กตากามเทพออกจากกระเป๋าส่งให้เขา

“ฉันขอโทษที่ไม่บอกเรื่องคุณปรางแก้ว ขอโทษที่ทำให้คุณปรางแก้วเสียใจ คุณเอาเทวดาน้อยไปด้วยนะคะ เทวดาน้อยจะช่วยให้คุณปรางแก้วหายโกรธแล้วกลับมารักคุณเหมือนเดิม”

เมื่อเขาไม่รับ เธอจึงวางตุ๊กตากามเทพไว้บนเบาะ แล้วหันมองรอบตัวอย่างเคว้งคว้างเมื่อเขาออกรถพุ่งพรวดไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ

"ฟิล์ม-เอสเธอร์" พระนางคู่กัด ใน "พายุทราย" เจอหน้าเป็นตบ เอะอะเป็นจูบ
9 พ.ค. 2564

03:40 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 10:15 น.