ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    พริกกับเกลือ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    คุณหนูจี๊ดเดินฉับๆ หน้าเหวี่ยงมาตามทางเดินในออฟฟิศ ยอดชายกับใจดีตามประกบขอให้ใจเย็นๆ ก็ถูกวีนใส่

    “ไม่! วันนี้ถ้าฉันไม่ได้ความจริงจากปากนายดิ่งว่าเป็นใคร มาจากไหนกันแน่ อย่ามาเรียกฉันว่าจี๊ดอีกต่อไป!”

    ทั้งยอดชายและใจดีมองหน้ากันแบบสงสัยเหมือนกันว่า นายดิ่งเป็นแค่ช่างซ่อมรถยนต์อยู่อุตรดิตถ์แต่พูดเยอรมันได้เป็นไฟ แถมสำเนียงยังเป๊ะ แม้จะคิดเข้าข้างดิ่งว่าอาจจะตอนเรียน ม.ปลายสายศิลป์ เยอรมัน แต่ก็ไม่น่าคล่องขนาดนี้

    ที่หน้าห้องทำงานเจตนา เจ้าตัวกำลังเช็กแฮนด์กับโยฮันน์แล้วดิ่งก็พาโยฮันน์ไป สวนกับจี๊ด ยอดชายและใจดีที่เดินอ้าวมากันพอดี จี๊ดเรียก “นายดิ่ง!” แค่น้ำเสียง สีหน้าและท่าทางของคุณหนูจี๊ด ดิ่งก็เดาออกถามว่า อยากรู้ว่าตนพูดเยอรมันได้ยังไงใช่ไหม “ใช่!”  จี๊ดตวัดเสียงแต่ไม่ทันพูดอะไรกัน เจตนาก็เอ่ยขึ้น

    “มาคุยกับพ่อ ดิ่งพาโยฮันน์ไปที่ศูนย์ไป...เข้ามาสิจี๊ด”

    ฟังเจตนาเล่าเรื่องดิ่งได้ทุนไปเรียนปริญญาโทวิศวะเครื่องยนต์ที่เยอรมันแต่เรียนไม่จบเพราะอกหักแล้ว จี๊ดถามว่าคุณพ่อเชื่อเขาหรือ

    “เชื่อสิ เพราะพ่อรู้สึกตั้งแต่แรกแล้วว่านายดิ่งต้องไม่ใช่แค่ซ่างซ่อมรถธรรมดา” จี๊ดแย้งว่าเขาอาจโกหกก็ได้ “แต่เขาก็ไม่เคยโกหกว่าไม่ได้ทำหรือไม่ได้เป็น เพียงแต่ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องบอกเรื่องส่วนตัว”

    “จำเป็นสิคะ จะมาอยู่มาทำงานกับเราเข้านอกออกในอย่างนี้ เราต้องรู้ข้อมูลของเขา” จี๊ดหาเรื่องจนได้

    “จี๊ด...ทุกคนต่างมีมุมส่วนตัวที่ไม่อยากให้ใครรู้ทั้งนั้น และพ่อก็ถือว่ามันเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะไม่เปิดเผย สำหรับนายดิ่ง มุมส่วนตัวที่ปกปิดไม่เคยทำร้ายเราเลย...มีแต่ช่วยกู้สถานการณ์เราทั้งนั้น”

    “กู้สถานการณ์?????” จี๊ดแปลกใจกับคำนี้มาก

    ส่วนยอดชายกับใจดีที่พุ่งไปหารัตนาทันทีที่จี๊ดเข้าไปคุยกับเจตนาในห้อง ทำงาน ฟังรัตนาชี้แจงเรื่องที่ให้ดิ่งไปเป็นล่ามให้โยฮันน์ เพราะล่ามที่ติดต่อไว้ป่วยกะทันหัน เจตนารู้ว่าดิ่งพอพูดเยอรมันได้เลยให้เป็นล่ามแล้วก็หายสงสัย

    เมื่อจี๊ดคุยเสร็จออกมา เจตนาตามออกมาเรียกยอดชายกับรัตนาเข้าไปคุยต่อ ใจดีเลยเข้าประกบจี๊ดเม้าท์ต่อทันที จี๊ดยังอารมณ์พลุ่งพล่านไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง เพราะยังมีบางอย่างที่ตนไม่ไว้ใจดิ่ง

    “เออ! ทีคนไม่ดีล่ะเชื่อนักว่าเขาดี” ใจดีประชด จี๊ดถามว่าหมายถึงเทวัญอีกแล้วใช่ไหม “แกน่ะตายกับคนปากหวาน แค่เขาพ่นมาสองสามคำแกก็หลับหูหลับตาเชื่อและคิดว่าเขาเป็นคนดี”

    “ก็ฉันรักเขา!” จี๊ดเชิดอย่างถือดี

    “ไม่ใช่ เพราะไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าจีบแก มีแต่พี่เทวัญที่กล้าและยอมตามใจแกทุกอย่าง...แกเลยคิดว่านี่แหละคือความ รัก” ใจดีพูดตรงเสียจนจี๊ดอึ้ง

    ooooooo

    ขณะดิ่งกำลังเป็นล่ามให้โยฮันน์ในการอธิบายลักษณะการทำงานของเครื่องยนต์ อยู่นั้น แต๋วมาบอกว่า ยอดชายเรียกไปพบ ดิ่งขอเวลากับโยฮันน์ บอกว่าอีกสักครู่จะกลับมา

    เวลาเดียวกัน เทวัญไปหาจี๊ดที่ฝ่ายการตลาด พูดหน้าเครียดๆ ว่ามีเรื่องจะคุยด้วย จี๊ดบ่นว่าทำไมต้องหัวเสียด้วย หมู่นี้ทำตัวแปลกๆ เทวัญทำเสียงเข้มว่า “จี๊ดก็ทำตัวแปลกไป อย่าให้พี่ต้องแฉนะ!”

    “พี่เทวัญ! จี๊ดทำอะไรไม่ดีที่พี่ต้องใช้คำว่าแฉ!” จี๊ดเสียงดังจนเทวัญรีบจูงมือออกไปข้างนอก

    ใจดีเป็นห่วงจี๊ด รีบตามไป ส่วนพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันซุบซิบๆตามประสา

    ใจดีเดินอ้าวไป ดิ่งสวนมาถามว่าหาใครหรือ ใจดีเล่าอย่างตื่นเต้นว่า จี๊ดกับเทวัญเหมือนจะมีเรื่องกัน ไม่รู้เทวัญไปอารมณ์เสียมาจากไหน จู่ๆก็คว้ามือจี๊ดออกไป บอกดิ่งว่าตนเป็นห่วงเพื่อนแล้วรีบเดินไป ดิ่งเป็นห่วงจี๊ดเลยตามไปด้วย

    ooooooo

    เทวัญพาจี๊ดไปคุยกันอย่างตึงเครียด เขาถามอย่างติดข้องใจเรื่องความรู้สึกของจี๊ดที่มีต่อดิ่งว่า เมื่อก่อนเกลียดไม่ชอบ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้เกลียดแล้วใช่ไหมเพราะแอบไปคบกันลับหลังตน ถามเกือบเป็นตะคอกว่าทำอะไรอายคนเขาบ้างหรือเปล่า?!

    “หยุดดูถูกจี๊ดเดี๋ยวนี้นะ!” จี๊ดตบหน้าเทวัญฉาดใหญ่ เขายิ่งโกรธจับตัวเข้าไปเขย่าอย่างแรงจนจี๊ดตกใจ

    เทวัญจับผิดจี๊ดว่า เดี๋ยวนี้ถึงกับบริการขับรถรับส่งดิ่ง ทีกับตนทำรังเกียจไม่เคยให้แตะต้องตัว ทำไม หรือว่าชอบของต่ำ ยิ่งพูดก็ยิ่งมีอารมณ์เขย่าร่างจี๊ดจนแทบยืนไม่ติด

    “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ดิ่งเสียงดัง กรากเข้ากระชากเทวัญออกจากจี๊ดผลักเขาอย่างแรง ส่วนใจดีรีบเข้าไปหาจี๊ดด้วยความเป็นห่วง เทวัญชี้หน้าดิ่งพูดอาฆาตมาดร้ายว่า

    “จำใส่หัวแกไว้นะนั่นคู่หมั้นฉัน” ดิ่งสวนไปว่าเขาก็ควรดูแลคู่หมั้นดีกว่านี้ไม่ใช่ทำร้ายแบบนี้ เทวัญตวาดสวนไปว่า “แต่แกก็ไม่มีสิทธิ์มาดูแลแทนฉัน!”

    พนักงานเริ่มชะเง้อดูกันมากขึ้นทุกที จี๊ดอายมาก ตำหนิเทวัญว่าไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ เขาทำให้ตนผิดหวังมาก แล้วเดินปึงปังไปกับใจดี ส่วนเทวัญเห็นพนักงานมาชะเง้อดูกันก็ตวาดว่าไม่มีงานทำรึไง ไล่ตะเพิดให้ไปทำงานเสีย พนักงานเลยสลายตัวไป

    ในหมู่คนที่มาชะเง้อดูอย่างอยากรู้อยากเห็นนั้น มีเจ๊ยุพาชะเง้อคอยาวอยู่อีกมุมหนึ่งด้วย

    ดิ่งแปลกใจว่าทำไมเทวัญจึงแสดงความเป็นเจ้าของจี๊ดขนาดนี้ ตามไปถามจี๊ด เธอบอกว่าคงเป็นเพราะเขาหึง แล้วก็พูดอย่างถือตัวว่า

    “ซึ่งไม่น่าจะหึงเลยสักนิด เพราะยังไงคนอย่างฉันก็ไม่มีทางคิดอะไรกับนายแน่...มันคนละชั้น!”

    ใจดีติงว่าเพื่อนพูดแรง ดิ่งอย่าไปถือสาเลย ดิ่งบอกว่าตนชินแล้ว แต่ก็ยังติดใจว่าเทวัญคิดอย่างนั้นได้ยังไง ไปฟังใครมา ทบทวนแล้วนึกถึงเรื่องของหวานที่โรงพยาบาลที่เขาชมจี๊ดว่าอร่อยเลือกเก่ง หยอกว่าไม่เสียแรงที่ยอมเป็นกิ๊กด้วย เวลานั้นมารศรีอยู่ด้วย ซึ่งเขาก็ขอโทษมารศรีไปแล้วว่า

    “ขอโทษนะศรี ผมไม่น่าพูดออกไปเลย คุณจี๊ดเสื่อมเสียแย่เลย รู้ถึงไหนอายถึงนั่นที่ลูกสาวท่านประธานของโมเดิร์นคาร์ที่มีคู่หมั้นอยู่แล้ว แอบมากิ๊กกับช่างซ่อมรถยนต์กระจอกๆอย่างผม ศรีอย่าไปบอกใครนะ”

    คิดทบทวนแล้ว ดิ่งมั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องมาจากมารศรีแน่

    ooooooo

    ศุวิมลรู้เรื่องที่เศกจะจดทะเบียนสมรสกับมารศรี เธอทักท้วงพ่อว่า ไหนมารศรีบอกว่าจะจดทะเบียนหรือไม่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญไม่ใช่หรือ มารศรีเดินมาได้ยิน จึงแอบฟังอย่างไม่พอใจ

    เศกให้เหตุผลกับศุวิมลว่าต้องจดทะเบียนเพราะถ้ามีลูกด้วยกันกับมารศรีก็ไม่อยากให้ลูกเป็นลูกนอกสมรส ศุวิมลตกใจถามว่าคิดจะมีลูกด้วยกันหรือ ขอให้รอดิ่งกลับมาก่อนดีไหม

    “ทำไมพ่อต้องรอมัน บอกแล้วไงว่าอย่าพูดชื่อของมันให้พ่อได้ยิน” เศกเดินหนีไปอย่างโมโหจัด พลันมารศรีก็เดินเข้ามาพูดเย้ยศุวิมลว่า

    “เสียใจด้วยจริงๆนะคะที่คุณเศกไม่เชื่อคุณ เพราะคุณเศกรักฉันมาก อย่าได้คิดขัดขวางความรักของเราอีกเลยค่ะ...เหนื่อยเปล่า”

    ศุวิมลยืนมึน ทั้งเจ็บใจมารศรีและร้อนใจเรื่องพ่อจะจดทะเบียนสมรส คิดถึงพี่ชาย “พี่ดิ่ง...เอาไงดี??” เธอตัดสินใจไปหาดิ่งด้วยความร้อนใจ

    ศุวิมลไปรอดิ่งที่มุมหนึ่งหน้าโมเดิร์นคาร์ ขณะกำลังโทร.บอกที่ยืนรออยู่นั้น หันมาเจอยอดชายยืนอยู่เกือบติดตัว ยอดชายถามอย่างคู่ปรับว่ามาทำอะไรที่หน้าออฟฟิศตน ศุวิมลโต้ว่าหน้าออฟฟิศก็จริงแต่เป็นทางเท้าสาธารณะ จะทำอะไรก็เรื่องของตน ยอดชายดักคอว่าหรือจะมาอ่อยดิ่ง

    ศุวิมลด่าไปชุดใหญ่ก็ยังหยุดยอดชายไม่ได้ เลยต่อยเปรี้ยงเข้าที่ใบหน้า บอกว่า “นี่คือผลกรรมของพวกจิตอกุศล!”

    ดิ่งออกมาพอดีรีบเข้ามาห้ามถามว่ามีอะไรกันหรือ เกือบเผลอเรียกเป็น “ยัยศุ” ดีแต่ยั้งปากไว้ทันเปลี่ยนเป็น “คุณศุ” แทน

    ศุวิมลไม่สนใจยอดชาย เร่งดิ่งไปกันได้แล้ว

    ยอดชายยังปากยาวร้องบอกดิ่งว่า

    “อย่าคุณดิ่ง อย่าไปหลงกลยัยอาจารย์เพี้ยนนะ ดูแลตัวเองนะ ปลอดภัยกลับมานะ”

    ศุวิมลเลยย้อนกลับไปเอากระเป๋าฟาด ดิ่งรีบคว้าตัวดึงออกไป ยอดชายโดนกระเป๋าเข้าที่เบ้าตาทั้งเจ็บตัวเจ็บใจ

    ooooooo

    จี๊ดรอดิ่งอยู่อย่างหงุดหงิด บ่นว่าไม่มีมารยาท ปล่อยให้ตนต้องรอ แล้วก็ยิ่งอารมณ์เสียเมื่อยอดชายผ่านมาบอกว่าดิ่งออกไปกับผู้หญิง

    “อะไรนะ!! เห็นผู้หญิงอื่นสำคัญกว่าฉันได้ยังไง” คุณหนูจี๊ดวีนแตก ตำหนิอย่างหัวเสียว่า ไม่มาก็ไม่คิดจะแจ้งให้ทราบบ้างหรือไง ยอดชายบอกให้โทร.ไปถามเองเพราะดิ่งมีมือถือ เธอเหวี่ยงใส่อีกว่า “มีได้ไง!!”

    “ฉันให้เขาเองตอนอยู่โรงพยาบาลไว้ติดต่อกันสะดวกๆ เครื่องถูกๆน่าอย่าไปว่าเขาเลย อ่ะ...เบอร์” ยอดชายให้เบอร์โทรศัพท์ของดิ่งแล้วผละไปบอกว่าจะรีบไปหาหมอ

    “ไม่รู้จักจัดลำดับความสำคัญ...โอ๊ย...ทำฉันเครียดอีกแล้ว” จี๊ดบ่นดิ่งไม่เลิกแล้วกดมือถือ รอสาย

    เทวัญแอบดูจี๊ดอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างเจ็บใจ อึดใจเดียวเจ๊ยุพาก็โผล่มาแสดงความเห็นใจเขาเอาหน้าซ้ำเป่าหูยุยงว่ารัตนาใส่ไฟเขากับคุณหนูจี๊ด นินทาว่าเขาเจ้าชู้บ้างล่ะ ใช้กำลังบ้างล่ะ พูดแล้วทำเป็นออกตัวว่าที่เล่ามานี้ไม่เท่าของจริงหรอก ถ้าจะให้ได้ของจริงต้องคูณสอง

    เทวัญฟังแล้วผละไปอย่างเจ็บใจ เจ๊ยกมือประคองแก้มตัวเองร้องตื่นเต้น

    “โอย...โบนัสหกเดือนแน่ๆ โทร.รายงานคุณวันดีดีกว่า ฮิๆๆ”

    ooooooo

    โทร.เข้ามือถือของดิ่งครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่มีคนรับสาย จี๊ดเดินไปขึ้นรถอย่างหัวเสีย ถูกเทวัญพรวดมาดักหน้า บอกว่าต้องการคุยกันสองต่อสอง

    เป็นเวลาที่ดิ่งไปนั่งคุยกับศุวิมลที่ร้านอาหารหรู เมื่อฟังน้องสาวเล่าเรื่องพ่อจะจดทะเบียนสมรสกับมารศรี เขาบอกว่าก็ให้จดไป ศุวิมลโวยเบาๆว่า แบบนี้ก็เท่ากับมารศรีได้สมบัติครึ่งหนึ่งของพ่อไปทันที ยังไงตนก็ไม่ยอม

    “ไปคุยกับคุณอาสันติ ทนายความของคุณพ่อให้โน้มน้าวคุณพ่อ ทำสัญญาก่อนจดทะเบียนสมรสว่า มารศรีจะไม่มีสิทธิ์ในทรัพย์สินก่อนสมรสเด็ดขาด เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ” ดิ่งแนะ ศุวิมลดีใจที่พบทางออกบอกพี่ชายว่ามารศรีต้องแค้นจนอกแตกตายแน่ๆ ดูซิว่าจะใช้แผนอะไรมาหลอกล่อสูบเงินจากคุณพ่อได้อีก

    พลันศุวิมลก็บอกพี่ชายว่าอย่าหันมองนะ มารศรีกำลังเดินเข้าร้าน ดิ่งพยายามหันหลังให้ประตูเต็มที่ แต่มารศรีก็เดินตรงมาที่โต๊ะนี้และกำลังจะมองมา ศุวิมลตัดสินใจทำเป็นลุกไปทักอย่างยินดีโดยเดินบังๆดิ่งไว้

    ดิ่งอาศัยจังหวะนั้นหลบออกไป แต่ก็ตบตามารศรีไม่ได้ เธอเห็นที่โต๊ะศุวิมลมีจานอาหารสองที่สำหรับสองคน แต่ศุวิมลบอกว่าตนมาคนเดียว จึงเป็นเรื่องติดใจสงสัยของมารศรีว่า ศุวิมลมากับใครและทำไมต้องปิดบัง

    เมื่อหลบออกพ้นสายตามารศรีแล้ว ดิ่งรีบไปหาจี๊ดที่ลานจอดรถตามที่นัดไว้ จี๊ดยังถูกเทวัญหาเรื่องไม่หยุด จนจี๊ดขู่ว่าถ้าไม่เลิกตนจะร้องขอความช่วยเหลือ เทวัญท้าให้ร้องเลย เรื่องของคนรักกันไม่มีใครอยากยุ่งด้วยหรอก

    “ช่วยด้วย!!!” จี๊ดตะโกนทันที ถูกเทวัญสั่งให้เงียบ เธอสะบัดหลุดจากเทวัญ ถามอย่างเข้าใจไม่ได้ว่า “พี่เทวัญเป็นบ้าอะไร จู่ๆก็กลายเป็นคนที่จี๊ดไม่เคยรู้จัก จี๊ดคิดถูกแล้วล่ะที่ระงับงานแต่งของเรา” เทวัญตะคอกถามว่าคิดจะเลิกกับตนหรือ “ถ้าพี่เทวัญยังไม่เลิกคลั่ง...มันก็คงต้องเกิดขึ้น”

    ดิ่งมาถึงพอดี จี๊ดวิ่งมาหาอย่างหวังพึ่ง ชวนรีบกลับกันเถอะ แล้วควงแขนดิ่งออกไปเลย เทวัญมองอย่างไม่พอใจมาก

    ooooooo

    ระหว่างเดินไปที่รถด้วยกัน จี๊ดเอาแต่ร้องไห้ ดิ่งบอกให้ใจเย็นๆ ตั้งสติ สติมาปัญญาก็เกิด จี๊ดบอกว่าตนเคยลองทำแล้วแต่ไม่สำเร็จ ดิ่งบอกให้ลองอีกที ถ้าครั้งแรกทำได้ก็จะมีครั้งต่อๆไป แล้วชวนกลับบ้าน

    จี๊ดไล่ให้เขากลับเอง ดิ่งถามว่าเป็นอะไรไปเมื่อกี้ยังชวนกลับด้วยกันอยู่เลย จี๊ดโพล่งอย่างอารมณ์เสียว่า

    “ฉันไม่พอใจที่นายไปกับผู้หญิงอื่น โดยทิ้งฉันให้รอ ไม่บอกกันสักคำ แถมยังปิดมือถือ บอกมามันคืออะไร!”

    ดิ่งบ่นว่าอุตส่าห์รีบไปรีบกลับ จี๊ดเลยเร่งให้รีบขึ้นรถก่อนตนจะเปลี่ยนใจ ดิ่งขึ้นไปนั่งยิ้มกริ่มพูดลอยๆว่า

    “คุณทิ้งผมไม่ลงหรอก ผมรู้” แล้วก็ผงะหงายเมื่อจี๊ดกระชากรถออกไปอย่างแรง

    กลับถึงบ้าน วันดีเห็นดิ่งนั่งรถจี๊ดมาก็ตำหนิว่าอนุญาตให้นายคนนี้นั่งรถมาด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่ สงสัยต่อไปตนต้องดูแลทุกฝีก้าวเสียแล้วเพื่อให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง จี๊ดถามว่าตนทำผิดอะไรหรือ

    ดิ่งเห็นสถานการณ์แม่ลูกตึงเครียดจึงขอตัว วันดีไม่ยอมให้ไป สั่งหน้านิ่งเสียงเข้มว่า

    “อยู่ให้ห่างๆลูกสาวฉันไว้ ถ้าอยากมีที่ซุกหัวนอนต่อไป ไปได้แล้ว” ไล่ดิ่งไปแล้วหันบอกจี๊ด “แม่มีเรื่องต้องคุยกับจี๊ดเดี๋ยวนี้เรื่องเทวัญ”

    เมื่อไปนั่งคุยกันในห้องรับแขก วันดีตำหนิจี๊ดว่าเห็นกรวดดีกว่าเพชร จี๊ดชี้แจงว่าตนยังไม่ได้ทำอะไรเลยต้องมีคนใส่ร้ายแน่ๆ ถามว่าใครเอาเรื่องมาฟ้องคุณแม่

    “พี่เอง!” เทวัญเผยตัวออกมา จี๊ดโกรธมากที่เทวัญไม่หายบ้าสักที ลุกเดินหนีขึ้นข้างบน วันดีบอกให้มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน จี๊ดไม่คุยจนกว่าเทวัญจะมีสติกว่านี้

    “เรื่องแบบนี้ไม่มีใครทำใจให้มีสติได้หรอกนะจี๊ด” เทวัญติง

    “แล้วทีเรื่องพี่เทวัญกับเงาะล่ะคะ ทำไมจี๊ดยังมีสติได้ ทั้งๆที่มีหลักฐานคาตา!”

    เทวัญถูกยันจนอึ้ง วันดีเพิ่งได้ยินถามว่าเงาะเกี่ยวอะไรด้วย เทวัญรีบชี้แจงว่าไม่เกี่ยว แต่มีคนใส่ร้ายตน

    “จี๊ดก็โดนใส่ร้ายเหมือนกัน จี๊ดไม่ได้ทำอะไรผิด จี๊ดจึงไม่จำเป็นต้องวุ่นวายทำให้อีกฝ่ายต้องกลายเป็นคนผิดแทนเหมือนที่พี่เทวัญทำ” เทวัญตัดพ้อว่าเธอไม่เชื่อตน “จี๊ดบอกแล้วไงคะ ว่าจี๊ดต้องการเวลา ยิ่งตอนนี้จี๊ดยิ่งมั่นใจว่าเราสองคนควรจะห่างกันสักพัก” พูดแล้ววิ่งออกจากบ้านไป เทวัญจะตาม วันดีบอกให้ปล่อยไปก่อนเดี๋ยวตนจะค่อยๆพูดเอง

    ooooooo

    ดิ่งยังวนเวียนอยู่แถวนั้น นึกเป็นห่วงว่าจี๊ดจะโดนอะไรบ้างก็ไม่รู้ พอเห็นจี๊ดวิ่งออกมาที่รถ เขารีบตามไปบอกว่าไม่อาจปล่อยให้เธอขับรถออกไปคนเดียวในอารมณ์แบบนี้ได้ จี๊ดจึงกระชากรถออกไป

    จี๊ดขับรถไปที่ผับประจำ ดิ่งพยายามทัดทานว่าอย่าแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้เลย แต่เธอรั้นจะเข้าไปให้ได้ ขณะยืนถกเถียงกันนั้น การ์ดเข้ามาถามว่ามีอะไรกันหรือเปล่า ดิ่งพูดหน้าตายว่า

    “แฟนผมอายุยังไม่ถึงยี่สิบเลย เข้าไปผิดกฎหมายนะ”

    จี๊ดจะโวย ถูกการ์ดตัดบทว่าอย่าทำให้ตนต้องเดือดร้อนเลย ดิ่งรีบลากจี๊ดออกไป เทวัญเดินสวนเข้าไปอีกทางหนึ่งจึงไม่เห็นกัน

    เทวัญเข้าไปมองหาแล้วบ่น “ปกติต้องมาที่นี่...แต่คืนนี้ไม่มา...จี๊ดไปไหน” แต่ขณะจะออกไปนั้น เหลือบเห็นมารศรีนั่งเซ็งอยู่มุมบาร์ในผับ เปลี่ยนใจเดินไปหาเธอทักว่าท่าทางเธอจะไม่สนุก พูดอ่อยว่ามาคนเดียวจะไปสนุกอะไร

    มารศรีบอกว่าเบื่อๆเลยออกมาทำอะไรให้หายเบื่อ เทวัญชวนว่าตนมีอะไรสนุกๆแก้เบื่อให้ทำ สนใจไหม

    “อะไรสนุกๆ แก้เบื่อ” ที่เทวัญพูดถึงคือบ่อน เทวัญโอบไหล่มารศรีเล่นอย่างมีความสุข ปรากฏว่ามารศรีเล่นจนหมดตัว บ่นว่าถ้ากลับเสียตั้งแต่แรกก็ไม่หมดตัว เทวัญปลอบให้ใจเย็นๆ วันหลังค่อยมาแก้มือใหม่

    “นั่นสินะ ฉันควรจะกลับบ้านก่อน...ขอบคุณนะคะสำหรับความบันเทิงที่ถูกใจฉันมากในคืนนี้...แล้วเจอกัน”

    ส่งมารศรีออกไปแล้ว เสี่ยเจ้าของบ่อนเดินมาหาเทวัญพูดอย่างพอใจว่า พามาบ่อยๆ ไฮโซสาวเปลี่ยวที่ชอบถลุงเงินสามีแบบนี้เฮียชอบ เทวัญยิ้มเจ้าเล่ห์มองตามหลังมารศรีไปบอกว่า “ผมก็ชอบ”

    ผิดกับดิ่ง เขาพาจี๊ดจากหน้าผับไปทำบุญบริจาคโลงศพ ผ้าห่อศพ บอกเธอว่า ดีกว่าเอาเงินไปลงขวดจ่ายให้กับสิ่งไร้สาระ จี๊ดถามว่าทำแล้วได้อะไร

    “ได้เสียสละ ได้ให้ ได้แบ่งปัน และได้บุญ...คุณจะได้ไม่อายุสั้นเพราะนิสัยแย่ๆแบบนี้” จี๊ดบ่นว่าหลอกด่าอีกแล้ว ดิ่งไม่สนใจบอกเธอ “ตามผมมา”

    หลังจากทำบุญแล้วก็ไปเสี่ยงเซียมซี จี๊ดพูดด้วยสีหน้าแจ่มใส ขอบใจที่เขาพามา แล้วขอดูคำทำนายในใบเซียมซี ดิ่งปดว่าได้ไม่ค่อยดีเพราะเซียมซีทำนายว่า ช่วงนี้ซวยเพราะต้องคอยช่วยใครบางคนเลยไม่ได้เอากลับบ้าน

    ระหว่างนั้นเอง จี๊ดได้รับโทรศัพท์จากยอดชายแจ้งข่าวเรื่องเงาะถูกทำร้ายอาการหนัก ขณะนี้อยู่ที่ห้องพัก เธอรีบไปหาเพื่อนด้วยความเป็นห่วง ไปเจอใจดีกับยอดชายดูแลเงาะอยู่ ใจดีบอกว่าเงาะยังพูดไม่ค่อยได้เพราะปากบวมเจ่อมาก เล่าว่า

    “ฉันเพิ่งแวะมาดูเงาะเมื่อหัวค่ำเพื่อนข้างห้องบอกว่า...ให้เข้ามาดูเงาะหน่อย เงาะไม่ไหวแล้ว เข้ามาก็เห็นเพื่อนเป็นแบบที่เห็นนี่แหละ”

    ดิ่งมองเงาะอย่างสงสาร พาลคิดไปถึงเทวัญแต่ไม่ได้พูดอะไร ยอดชายบอกเงาะว่ารักษาตัวให้ดีแล้วบอกมาว่ามันเรื่องอะไรกัน ใครที่ทำเธอถึงขนาดนี้ เงาะเอาแต่ร้องไห้ จี๊ดปลอบว่าไม่เป็นไร พวกตนอยู่ตรงนี้ไม่มีใครทำอะไรเธอได้อีกแล้ว เงาะมองจี๊ดอย่างรู้สึกผิดที่เคยทำไม่ดีกับเธอไว้มาก กอดจี๊ดร้องไห้อย่างหนัก

    ooooooo

    จี๊ดบอกยอดชายกับใจดีว่าให้กลับไปพักเสีย ตนจะเฝ้าเงาะเองผลัดกันเฝ้าจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป ทั้งยังมีแก่ใจฝากยอดชายให้ไปส่งดิ่งด้วย เธอมองดิ่งพูดด้วยแววตาอ่อนโยนว่า

    “ขอบใจนะที่พาฉันออกมาจากที่อโคจร ไปทำอะไรดีๆ แล้วก็...ทำให้ฉันยังมีสติ ได้ดูแลเพื่อนที่กำลังเดือดร้อน”

    ดิ่งยิ้มอย่างสบายใจ รู้สึกดีกับความเปลี่ยนแปลงของเธอ

    เมื่อดิ่งกับยอดชายกลับมาเล่าเรื่องเงาะให้เจตนากับวันดีฟัง เจตนาถามว่าเงาะยังไม่ยอมพูดอะไรหรือ สีหน้าเขากังวลเป็นห่วงเงาะ ส่วนวันดีมองดิ่งอย่างขวางหูขวางตา บอกว่าเสร็จเรื่องก็ไปได้แล้ว และวันหลังก็ไม่ต้องทำตัวเป็นฮีโร่ตามลูกสาวตนไปอีก ย้ำว่า “เธอไม่ควรเข้าไปยุ่ง แฟนเขามีให้เขาง้อกันเอง”

    เมื่อพากันลากลับ ยอดชายถามดิ่งอย่างระแวงทั้งเรื่องเรียนเรื่องอกหัก สุดท้ายถามว่าแล้วตอนนี้เขามีรักใหม่แล้วหรือยัง พอดิ่งบอกว่ายัง ตนยังไม่พร้อมที่จะมีความรักครั้งใหม่กับใคร พูดแล้วดักคออย่างรู้ทันยอดชายว่า สบายใจนะ

    ยอดชายไม่ตอบแต่แอบถอนใจโล่งอก

    ooooooo

    จี๊ดอยู่เฝ้าเงาะคนเดียว พยายามหว่านล้อมให้เงาะบอกว่าใครทำร้ายเธอ เงาะร่ำๆจะบอกอยู่แล้ว แต่พอนึกถึงคำขู่ของเทวัญที่ว่า ห้ามปากโป้งบอกใครเรื่องนี้ ไม่งั้นตนเอาตายแน่ สุดท้ายก็เปลี่ยนใจไม่ยอมบอก ทั้งยังแสดงความเกรี้ยวกราดไล่จี๊ดออกจากห้องบอกว่าอยากอยู่คนเดียว

    เมื่อจี๊ดออกจากห้องไปแล้ว เงาะประคองตัวไปปิดประตูล็อก พึมพำ “จี๊ด...ฉัน...ขอ...โทษ...”

    ดิ่งกลับไปแล้วก็ไม่สบายใจ คิดว่าจี๊ดต้องมีปัญหาอะไรบางอย่างแน่ เขาจึงย้อนไปที่คอนโดฯเงาะอีกที เจอจี๊ดเดินซึมๆลงมาพอดี เขาบอกเธอว่า “ผมคิดว่าคุณอาจจะเจอปัญหา เลย...ลองแวะมาดู”

    “แล้วถ้าฉัน...ไม่...ไม่ได้มีปัญหาอะไร นายจะยืนรอฉันอยู่อย่างนี้ทั้งคืนหรือเปล่าเนี่ย”

    ดิ่งบอกว่าถ้ารออีกห้านาทีไม่เจอตนก็คงกลับ จี๊ดเยาะๆว่าเป็นห่วงก็ไม่ห่วงให้ตลอดรอดฝั่ง

    “ใครห่วงคุณ” ดิ่งทำเสียงเข้ม พอเธอถามว่าแล้วมาทำไม เขาแก้เกี้ยวว่า “ไม่อยากให้พ่อคุณไม่สบายใจ... ตกลงมีปัญหาใช่ไหม” เมื่อจี๊ดพยักหน้ารับ ดิ่งมองอย่างเห็นใจ

    ดิ่งพาจี๊ดไปนั่งที่มุมสวย คุยกันเรื่องใครทำร้ายเงาะ จี๊ดบอกว่าถ้าตนรู้ไม่เอาไว้แน่ ดิ่งเห็นดึกมากแล้วชวนเธอกลับบ้าน เธอขออยู่ดูพระอาทิตย์ขึ้นที่กรุงเทพฯ สักครั้ง เขาตามใจ ต่างนั่งมองไปเบื้องหน้า

    จนกระทั่งพระอาทิตย์กำลังจะขึ้น ดิ่งสะดุ้งเมื่อรู้สึกว่าจี๊ดเอาหัวพิงไหล่ มองดูจึงรู้ว่าเธอหลับไปแล้ว เขาพึมพำขำๆ

    “ดูในฝันซะล่ะมั้ง...”

    ooooooo

    มารศรีกลับถึงบ้านเจอเศกที่กำลังไม่สบายนั่งรออยู่อย่างอิดโรย พอเห็นเธอกลับมาก็ถามว่าไปไหนมา ปิดมือถือทำไมตนโทร.ติดต่อไม่ได้เลย

    มารศรีอึกอัก ศุวิมลพูดอย่างจับผิดว่าหรือไปทำอะไรไม่ดีมาถึงต้องหลบต้องซ่อนต้องปิดบัง มารศรีตวัดเสียงใส่ว่าไม่เคยไว้ใจกันเลยรึไง

    “คุณไม่ต้องมาทำเป็นเสียงดังเหมือนคุณพ่อและฉันเป็นคนผิดนะ คุณพ่อไม่สบาย แต่ยังต้องมาอดหลับอดนอนรอคุณเพราะความเป็นห่วง...เพราะไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดียังไง ใครกันแน่ที่ผิด”

    “ใช่...ฉันผิด ทำอะไรก็ผิด อยากไปสนุกกับเพื่อนตัวเองให้หายเครียด เพราะคนที่นี่ไม่เคยแคร์ฉันก็ผิด ถามหน่อยเอาฉันมาอยู่ที่นี่ เอามาทำซากอะไร!”

    ทั้งเศกและศุวิมลต่างอึ้งกับความเกรี้ยวกราดหยาบคายของเธอ เมื่อมารศรีเดินหนีไป เศกพูดไล่หลังไปว่า

    “ผมจะจดทะเบียนกับคุณ”

    มารศรีชะงัก หันมองเศกอย่างแปลกใจ

    ooooooo

    เทวัญไปที่บ้านจี๊ดแต่เช้า พอรู้ว่ายังไม่กลับก็แสดงความเป็นห่วง แต่เพียงครู่เดียวจี๊ดก็กลับพร้อมดิ่ง พูดถึงเงาะว่าถูกทำร้าย ถามว่าใครทำ เงาะก็มีท่าทีกลัวและไม่ยอมบอก จี๊ดพูดอย่างแค้นใจว่าเพื่อนถูกทำร้ายถึงขนาดนี้ ถ้ารู้ตัวเมื่อไรตนไม่ปล่อยให้ลอยนวลแน่ เทวัญทำเป็นตกใจแต่แอบไม่พอใจ

    เจตนาสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างจี๊ดกับเทวัญ เมื่อดิ่งมายืนรอจี๊ดเพื่อนั่งรถไปทำงานด้วยกัน ถูกเทวัญมาก่อกวนว่าไม่มีขารึไงถึงไปเองไม่ได้ แล้วพาลด่า “แกจงใจจะแย่งแฟนฉัน”

    เจตนามาได้ยิน เขาทำเป็นทักเทวัญว่ายังไม่ไปหรือ แล้วชวนดิ่งไปด้วยกัน มีเรื่องจะคุยด้วย ไม่ต้องห่วงตนบอกจี๊ดแล้ว ทำให้เทวัญแค้นใจมากที่ดิ่งกลายเป็นคนสำคัญ แทนที่ตนไปแล้ว คำรามในใจ “ไอ้ดิ่ง...ไอ้หมาวัด แก!!!”

    เมื่อเดินพ้นเทวัญมาแล้ว เจตนาถามดิ่งว่าทำไมจี๊ดต้องไปรับไปส่งเขา ดิ่งบอกว่าอาจเป็นเพราะเธอคิดว่าเป็นคนทำให้เกิดอุบัติเหตุกับตน เลยแสดงความรับผิดชอบ เจตนาเชื่อว่าไม่ใช่จี๊ดทำถามว่า พอรู้ไหมว่าใครทำ

    “ก็พอรู้ครับ แต่ผมยังไม่มีหลักฐาน พูดตอนนี้ไปคงไม่ดี”

    “เอาเถอะ สักวันฉันก็ต้องรู้ให้ได้ จะว่าไปฉันชอบนะตั้งแต่เธอเข้ามา ฉันว่ายัยจี๊ดที่ว่าแสบๆ เหมือนพริก...ดูจะลดความเผ็ดลงไปได้เยอะ ตั้งแต่ยอมไปทำงานกับฉัน กับ...เรื่องนายเทวัญ เพราะก่อนหมั้น ฉันก็ปรามแล้วปรามอีกว่าคิดให้ดี แต่แม่เขาออกตัวสนับสนุนเต็มที่...ตอนนั้นจี๊ดจะทำทุกอย่างที่ตรงข้ามกับความคิดของพ่อ ทั้งๆที่ตัวเองรักใครเป็นหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”

    ดิ่งออกตัวว่าคงไม่ใช่เพราะตน แต่เป็นเพราะจี๊ดเองที่หยุดคิดเรื่องทั้งหมดด้วยตัวเอง เจตนาเชื่อว่าเป็นเขา เพราะเขาไม่ยอมอ่อนข้อให้จี๊ดและจี๊ดเองก็แพ้ทางเขาชมว่า

    “นายเป็นคนดี รักษาความดีของนายเอาไว้เหมือนเกลือรักษาความเค็มนะนายดิ่ง” แล้วเจตนาก็พูดทีเล่นทีจริงขำๆ ว่า “ถ้าพริกกับเกลือมาเจอกันคงอร่อยน่าดูถ้ามันเป็นไปได้นะฮ่ะๆๆๆ”

    พอดีเดินมาถึงรถ ดิ่งทำท่าจะขึ้นรถ เจตนาบอกว่าให้ไปกับจี๊ด ตนแค่พูดเล่นเพราะอยากหาเวลาคุยด้วยเท่านั้น พูดเป็นนัยว่า “ยัยจี๊ดต้องรับผิดชอบนายให้ตลอด รอดฝั่ง”ว่าแล้วเดินยิ้มขึ้นรถไป

    ดิ่งยืนยิ้มค้าง หัวใจเต้นจังหวะแปลกๆ พอหันไปอีกทีก็ตกใจ เมื่อเห็นจี๊ดแต่งตัวสวยรอออกไปทำงานด้วยกันแล้ว

    ooooooo

    ที่มุมหนึ่งของศูนย์บริการ ด้วงถูกนักเลงคุมโต๊ะบอลตามมาทวงหนี้ถึงที่ทำงาน ด้วงวิ่งหนี พวกมันไล่ตาม ดิ่งถามลุงแปลงว่าด้วงไปติดหนี้อะไรพวกมัน ลุงแปลงเชื่อว่าด้วงไปแทงบอลแล้วเสีย ดิ่งกับเพื่อนคนงานพากันวิ่งไปช่วยด้วงจนพวกนักเลงพากันถอยไป

    ด้วงถูกเอาตัวไปสอบสวนที่ห้องทำงานยอดชาย ปรากฏว่าด้วงทำผิดกฎของบริษัทหลายครั้ง และลุงแปลงก็เคยห้ามแล้วว่าถ้าไปยุ่งกับการพนันอีกเมื่อไรถูกไล่ออกแน่

    ยอดชายตัดสินให้ด้วงออกจากงาน ทั้งปรามด้วยว่า “แล้วอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเรื่องที่นายดิ่งเกิดอุบัติเหตุเป็นฝีมือนายด้วยเหมือนกัน” ด้วงทำปากกล้าทวงค่าชดเชย “นายทำผิดกฎและมีการตักเตือนล่วงหน้าแล้ว ไม่มีการจ่ายชดเชย”

    “เออ! ตอนนี้ไม่เอาก็ได้ วันหลังกูจะมาทวง!” ด้วงถีบเก้าอี้กระเด็นใส่ยอดชายแล้วเดินออกไป ทุกคนมองอย่างระอากับความเกเรของเขา

    ดิ่งยืนรอฟังผลอยู่แถวหน้าห้อง ด้วงพาลถามว่ามองอะไร ดิ่งเลยถามว่าเงินค่าจ้างที่ได้จากการทำร้ายตน เอาไปจ่ายหนี้ไม่พอหรือยังไง ด้วงพาลพุ่งเข้าต่อยดิ่งทันที ดีที่จี๊ดมาเห็นเลยเข้าห้าม ด้วงจะหันไปตบจี๊ดอีก ถูกดิ่งจับแขนผลักออกไป

    โพมาห้ามด้วงและไล่ให้ออกไปเสีย ดิ่งกับจี๊ดต่างถามกันด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอย่างไรบ้าง ยอดชายมองอย่างใจเสียกับท่าทีที่ห่วงใยกันและกันของทั้งสอง

    จี๊ดยังติดใจตามไปถามดิ่งที่กำลังเช็กรถอยู่ว่ารู้แล้วหรือว่าอุบัติเหตุครั้งนั้นด้วงเป็นคนทำ ดิ่งบอกว่าใครๆ ก็รู้ จี๊ดบ่นว่าแล้วทำไมตนไม่รู้ ถามอีกว่าที่ด้วงถูกไล่ออกเพราะตนใช่ไหม

    “มีอะไรทำไมไม่คุยกับยอดล่ะจี๊ด” เสียงยอดชายถามเครียดๆ ทำให้ดิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติของยอดชาย

    เมื่อไปคุยกัน จี๊ดพูดอย่างโล่งใจว่า นึกว่าตนทำให้ด้วงต้องออกจากงานเสียอีก ยอดชายถามว่าเงาะเป็นอย่างไรบ้าง จี๊ดบอกว่าไม่รู้เพราะตนถูกเงาะไล่กลับตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

    ขณะกำลังคุยกันอยู่นั่นเอง ใจดีก็มาบอกอย่างตื่นตกใจว่าเงาะหายไป ทั้งสามรีบไปที่ห้องพักของเงาะ ผู้จัดการเล่าว่า เงาะมาคืนห้อง เอากระเป๋าไปใบเดียวบอกว่าจะกลับมาเอาของที่เหลือภายหลัง ทั้งสามมองหน้ากันว่าเกิดอะไรขึ้นกับเงาะ

    ooooooo

    เทวัญมีท่าทีไม่ชอบมาพากล เขาไปพบชาย

    แต่งกายดีคนหนึ่งที่ห้างสรรพสินค้า ส่งซองเอกสารให้ชายคนนั้นเปิดซองดูคร่าวๆ แล้วยิ้มอย่างพอใจ

    รัตนาจะมาซื้อของเยี่ยมเงาะ ได้รับโทรศัพท์จากใจดีว่าเงาะหายไป พอเก็บโทรศัพท์ก็เห็นเทวัญกับชายคนนั้นท่าทางลุกลี้ลุกลน จึงยืนดู ครู่หนึ่งเห็นเทวัญผละไป รัตนาตัดสินใจตามชายคนนั้น เทวัญเห็นรัตนาตามไปจึงโทร.บอกชายคนนั้นให้รีบหลบไปเสียเพราะมีคนตาม เขาจ้องจิกรัตนาอย่างไม่พอใจ “สอดรู้สอดเห็นนักนะแก!”

    เมื่อชายคนนั้นสลัดพ้นไปแล้ว รัตนาหันมาอีกทีเจอดิ่งยืนอยู่ เขายกมือถือให้รัตนาดูรูปที่แอบถ่ายชายคนนั้นไว้ บอกว่าตนสงสัยเทวัญว่ากำลังแอบทำอะไรบางอย่างลับหลังเจตนาที่ไม่ค่อยดี จึงแอบตามมาดู พูดติดตลกว่า

    “กำลังคิดอยู่ว่า มือถือมีกล้องของคุณยอดชาย ผมจะใช้ประโยชน์อะไรได้นักหนา...เพิ่งเห็นประโยชน์ก็วันนี้แหละ”

    รัตนายิ้มพอใจเมื่อเห็นหน้าชายคนนั้นชัดๆ บอกว่า เดี๋ยวตนจะสืบดูว่าเป็นใคร รัตนาถามว่าทำไมดิ่งถึงสงสัยเทวัญและคิดช่วยท่านประธาน

    “เอ่อ...ผม...แค่ไม่อยากให้ท่านประธานเข้าใจผิดครับ มือถือนี้ไว้กับพี่ก่อนนะครับ แล้วผมค่อยไปเอาคืนตอนเย็น”

    ดิ่งเดินไปแล้ว รัตนามองตามพึมพำสีหน้าสงสัย “เข้าใจผิด??...”

    ooooooo

    ในที่สุด มารศรีก็ยอมเซ็นชื่อในสัญญาที่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินทั้งหมดของเศกก่อนจด ทะเบียนสมรส เศกพอใจที่แก้ปมขัดแย้งกับลูกได้ ถามว่าอยากได้อะไรตนจะซื้อให้ มารศรีปรารภอย่างเกรงใจว่าตนรับปากกับเพื่อนที่ไปเจอกันเมื่อคืนว่าจะสมทบทุนโครงการสร้างบ้านให้คนด้อยโอกาส แต่ลืมไปว่าเงินตัวเองไม่พอ

    “เท่าไหร่จ๊ะ ผมช่วย...โครงการดีๆ แบบนี้ผมยินดีสนับสนุน” เศกตอบรับด้วยความกระตือรือร้น

    แม้ด้วงจะถูกไล่ออกไปแล้ว ลุงแปลงก็ยังเป็นห่วง บอกโพช่วยเตือนๆ เรื่องอบายมุขให้ด้วงเพลาๆ ลงบ้าง ไม่อย่างนั้นจะไม่ได้แก่ตาย ลุงแปลงชมโพว่าดีที่ไม่แตะต้องอบายมุข แต่ให้ลดความใจร้อนลงบ้างเชื่อเถอะว่าสักวันแต๋วต้องเห็นใจ

    แยกจากลุงแปลงแล้ว โพนึกเป็นห่วงด้วงว่าจะเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้พนันบอล

    หารู้ไม่ ด้วงกำลังทำงานให้เทวัญ โทรศัพท์ต่อรองกันว่างานนี้ต้องให้ตนหนักหน่อย ให้คุ้มกับที่ต้องถูกไล่ออกจากงาน ฟังปลายสายแล้วด้วงตอบรับทันที “โอเค...จัดเต็ม” จากนั้นขึ้นมอเตอร์ไซค์ขี่ออกไป

    วันนี้จี๊ดจะให้ดิ่งนั่งแท็กซี่กลับเอง อ้างว่ามีธุระส่วนตัว ดิ่งไม่ยอมลงนั่งทำไม่รู้ไม่ชี้ จนสุดท้ายจี๊ดต้องยอมให้ไปด้วย

    เธอนัดเทวัญพบกันที่ร้านอาหารหรู โดยให้ดิ่งแยกไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง เมื่อเทวัญมาถึง เขาดีใจมากที่จี๊ดเป็นฝ่ายนัดพบ ถามว่าหายโกรธตนแล้วใช่ไหม

    ที่แท้จี๊ดต้องการถามเขาว่าเอาเงาะไปไว้ที่ไหน เทวัญทำไขสือพูดแบบตัดพ้อว่าทำไมถามตนแบบนี้ หาว่าเธอเปลี่ยนไปตั้งแต่มีดิ่งเข้ามาในชีวิต จี๊ดยอมรับ แต่เป็นการยอมรับที่ทำให้เทวัญเจ็บปวด เคียดแค้นดิ่งยิ่งขึ้นว่า

    “ค่ะ เพราะนายดิ่งคอยให้สติจี๊ด” เทวัญหาว่าเธอวางแผนจะเลิกกับตน เมื่อเธอยืนยันว่าไม่ได้วางแผนแค่อยากรู้ว่าเงาะหายไปไหนเท่านั้นเอง

    “พี่ไม่รู้ แล้วก็จำเอาไว้นะ จี๊ดยิ่งขับไล่พี่ พี่จะยิ่งอยู่ใกล้จี๊ด ไม่ยอมไปไหน!” พูดแล้วลุกไปอย่างอารมณ์เสีย

    ดิ่งนั่งหันหลังให้แต่หูผึ่งคอยฟังตลอดเวลา เมื่อเทวัญไปแล้วเขาจึงเดินมาหาจี๊ดพูดเยาะว่าฉลาดมากที่เรียกเทวัญมาถามแบบนี้ แล้วชี้ให้คิดว่าบางทีเงาะอาจจะไม่ได้ไปไหนไกลก็ได้ ทิ้งท้ายว่า

    “ถ้าผมเป็นคุณเงาะ ผมจะไปที่ไหนที่เพื่อนไม่มีทางคิดว่าเขาจะไป”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:07 น.