ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    วันนี้ ในภาวะที่หัวใจแข็งแรงแล้ว วาดดาวเล่าให้ชายรุจฟังด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ถึงเหตุผลการจากมาของเธอ...

    เวลานั้น เธอให้ป้าส้มช่วยสืบเรื่องของชายรุจและวังทั้งสอง จึงรู้ว่าหม่อมหลวงเทวพรหมทั้งสามเป็นคู่หมายของคุณชายจุฑาเทพทั้งหมด ส่วนชายรุจมีข่าวลือว่ากำลังทาบทามหม่อมหลวงอีกคนที่อาจไม่ใช่เทวพรหมแท้มาเป็นคู่ครอง

    วันนั้น เธอร้องไห้ไม่เข้าใจว่าทำไมชายรุจจึงไม่เล่าเรื่องนี้ให้ฟังทั้งที่รักกันมาก ป้าส้มจึงเล่าถึงพฤติกรรมของย่าอ่อนที่พยายามหาเมียมาเสริมบารมีชายรุจที่จะได้เป็นใหญ่เป็นโตในอนาคต ป้าส้มถามว่า

    “เราจะยอมได้เหรอคะ ผัวมีเมียเป็นโขยงอย่างนั้นน่ะ” วาดดาวถามว่าจะทำอย่างไรในเมื่อเรารักกันมาตั้งเจ็ดปีแล้ว

    “เจ็ดปี สิบปี ยังไงก็ต้องเลิก หรือเราจะยอมทนเข้าไปอยู่ในวังนั่นแล้วถูกนังย่าโขกสับไปจนตาย ยายแก่นั่นก็เตือนแล้วนี่ ถ้าเราเข้าไปเป็นสะใภ้จุฑาเทพ มันจะหาเมียใหม่สะใภ้เจ้าให้ชายรุจ ระดับหม่อมหลวง หม่อมราชวงศ์ แล้วมันก็ต้องดันให้หนูวาด กลายเป็นเมียก้นครัวเข้า

    จนได้ เราจะยอมหรือ”

    วาดดาวร้องไห้...ส่ายหน้า... ป้าส้มแนะว่า “เชื่อป้านะ ตัดใจจากชายรุจเสีย แล้วกลับไปอังกฤษให้เร็วที่สุด เดี๋ยวป้าจะจัดข้าวของให้” ป้าส้มกุลีกุจอไปจัด

    ของให้ ส่วนวาดดาวเอาแต่ร้องไห้ ไม่มีแก่ใจจะทำอะไรได้แล้ว...

    เล่าให้ชายรุจฟังแล้ว วาดดาวบอกว่านี่คือเหตุผลที่ตนจากเขามา เพราะตนไม่มีทางเลือกแล้ว

    “คุณทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ววาดดาว...ใช่ ถ้าคุณแต่งงานกับผม เข้าไปอยู่ในวังจุฑาเทพ คุณอาจจะไม่มีความสุขอีกเลย ผมคงไม่มีปัญญาปกป้องคุณได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะกับย่าอ่อน ที่แสนจะถือยศถาบรรดาศักดิ์ ลงว่าท่านอคติกับใครแล้ว ท่านจะฝังใจและคอยหาทางเหยียบย่ำอยู่ร่ำไป”

    ชายรุจยังเล่าถึงอดีตที่ทำให้ย่าอ่อนอยู่เป็นสาวโสดมาถึงทุกวันนี้ว่า เพราะอกหักจากคุณหลวงที่เป็นคู่หมั้นไปได้คนใช้เป็นเมีย เวลานั้นย่าอ่อนร้องไห้จนเป็นลม ประกาศจะอยู่เป็นสาวโสดไปจนตาย

    ชายรุจขอโทษวาดดาว ขอให้เธอยกโทษให้ย่าอ่อน ให้ตนให้กับเรื่องราวทั้งหมดที่ทำให้เราต้องจากกัน

    “ฉันไม่เคยโทษอะไรเลย...มันเป็นพรหมลิขิตต่างหากล่ะคะ ถ้าฉันไม่ตัดใจจากคุณชายวันนั้น ฉันก็คงไม่ได้มาพบฟิลลิปในวันนี้ ผู้ชายที่ฉันรักที่สุด”

    ส่วนที่ชายรุจถามว่า วันที่เจอกันที่สนามบินทำไมเธอจึงหนีตน วาดดาวบอกว่าตอนนั้นยังกลัวใจตัวเอง แต่วันนี้หัวใจตนเข้มแข็งแล้ว ความรักของเรามันจบสิ้นแล้ว เหลือแต่ความปรารถนาดีและความเป็นเพื่อน...ย้อนถามว่าแล้วเขาล่ะ?

    ชายรุจพูดอย่างอารมณ์ดีว่าหัวใจตนเพิ่งแข็งแรงขึ้นเมื่อครู่นี้เอง ความจริงที่เธอเล่าทำให้หัวใจตนปลอดโปร่ง พูดอย่างสบายใจว่า “ถ้าผมไม่กล้ามาเผชิญหน้ากับคุณวันนี้ ผมคงติดข้องเรื่องของเราไปจนวันตาย”

    ความจริงใจที่มีต่อกัน ทำให้ชายรุจบอกวาดดาวว่าหัวใจตนกำลังเบ่งบานขึ้นอีกครั้ง วาดดาวดีใจกับเขา ต่างโผเข้ากอดกันด้วยความยินดี อ้าย เอื้อย รสามาเห็นอ้ายตำหนิว่าคู่รักเก่าไม่น่าทำกันแบบนี้ เอื้อยติงว่าเขาอาจกอดกันแบบเพื่อนก็ได้

    รสาไม่พูดอะไร แต่หน้าซีดและเดินแยกออกไปเงียบๆอ้ายและเอื้อยตามไปถามว่าเป็นอะไร รสาพูดอย่างเจ็บปวดว่า ผู้ชายเหมือนกันทั้งนั้น ไม่ว่าชายรุจหรือท่านชายภาณุทัศนัย ทำเอาอ้ายกับเอื้อยงงว่าทำไมต้องเกี่ยวกับท่านชายด้วย

    ขณะนั้นเอง ปกรณ์เดินเข้ามาถามอ้ายกับเอื้อยว่าสนใจขี่ม้าเลียบทะเลสาบไหม วิวสวยจนแทบจะลืมหายใจเชียวละ

    อ้ายบอกว่าสนใจ เอื้อยถามว่าขี่ม้าเป็นด้วยหรือ อ้ายจะให้รสาสอนให้เพราะที่บ้านของรสามีคอกม้า รสาเองก็ขี่ม้าเก่งตั้งแต่เด็กแล้ว ปกรณ์ทึ่ง พอดีชายรุจเดินมาสมทบถามว่าคุยอะไรกันอยู่

    “อ๋อ...กำลังคุยเรื่องคุณรสาน่ะ เห็นว่าเป็นนักขี่ม้าตัวยง” ปกรณ์บอก

    ชายรุจฟังแล้วทึ่งไปอีกคน

    ooooooo

    รสาเดินเลี่ยงไปจะเข้าตึก แต่เปลี่ยนใจเดินไปที่คอกม้า เธอเข้าไปกระซิบข้างหูแล้วลูบแผงคอเจ้าฟ้าแลบอย่างเอ็นดู ชายรุจจับตาดูอยู่ แกล้งกระแอม พอรสาหันมาเขาถาม...

    “อยากขี่ม้าเป็นเพื่อนฉันหน่อยไหม” รสาตอบทันทีว่าไม่ “ฉันรู้ว่าเธออยากขี่ม้า โดยเฉพาะเจ้าตัวนี้” ชายรุจดักคอมองหน้านิ่ง รสาถามว่ารู้ได้อย่างไร “หนูอ้ายบอกเมื่อกี๊ว่าเธอเป็นนักขี่ม้าตัวยง แถมยังเก่งเรื่องกีฬากลางแจ้งหลายประเภททั้งโปโล ทั้งเทนนิส”

    รสายอมรับว่าอยากขี่แต่ไม่มีชุด ชายรุจบอกอย่างรู้ดีว่า วาดดาวมีชุดเตรียมไว้ให้แล้วน่าจะใส่ได้ เธอหน้าตึงทันที ตอบห้วนๆว่า “ไม่อยากรบกวน”

    “ขี่เป็นเพื่อนฉันเถอะนะ มีโอกาสขี่ม้าเที่ยวรอบทะเลสาบอินเตอร์ลาเก้นทั้งที พลาดไปเสียดายแย่”

    ชายรุจหว่านล้อมเสียจนรสาไม่อาจปฏิเสธได้

    รสาหายไปไม่นานก็เดินมากับวาดดาวในชุดขี่ม้า ทุกคนที่คอกม้าพากันมองตะลึงความสวยสง่าในชุดขี่ม้าของรสาเอื้อยถึงกับพึมพำว่า “เหมือนเจ้าหญิงเลยล่ะ” มีแต่คุณอิ่มเท่านั้นที่พูดกระแนะกระแหนอย่างหมั่นไส้ แต่ไม่มีใครสนใจ

    รสาเดินไปที่เจ้าฟ้าแลบ เหยียบโกลน จับสายบังเหียน แล้วตวัดขาขึ้นหลังม้าอย่างสง่างาม ขณะทุกคนกำลังมองเธออย่างชื่นชมนั่นเอง คุณอิ่มก็แอบเอาแส้ฟาดที่ขาหลังของฟ้าแลบ มันร้องลั่นแล้วทะยานพุ่งไป ทุกคนตกใจ วาดดาวบอกให้ฟิลลิปตามไป

    “ไม่เป็นไรครับ ผมตามไปเอง” ชายรุจกระโดดขึ้นหลังม้าอีกตัวควบตามไปทันที

    คุณอั๋นตรงไปหาคุณอิ่มที่ถือแส้อยู่ถามว่าเมื่อกี๊ทำอะไรหรือเปล่า คุณอิ่มลอยหน้าบอกว่าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย อ้ายถามโพล่งว่า “คุณอิ่ม เธอเป็นคนเอาแส้ไปฟาดม้าใช่ไหม” คุณอิ่มก็ยังปากแข็ง อ้ายยืนยัน “แต่ฉันเห็น”

    ooooooo

    รสาพยายามประคองตัวเองบนหลังม้า เมื่อชายรุจไล่ตามมาร้องบอกให้ใจเย็นๆ เธอพยักหน้าอย่างมีกำลังใจ

    จนในที่สุดมันค่อยๆผ่อนความเร็วลง ชายรุจชักม้าทะยานไปขวางฟ้าแลบจนมันหยุด เขากระโดดลงไปประคอง รสาลงจากหลังม้า พริบตานั้นฟ้าแลบพยศขึ้นมา วิ่งเตลิดไปอีก รสาตกใจเซล้มไปกับชายรุจ ทั้งสองล้มไปบนกองหิมะที่ทับถม ต่างตะลึงในอ้อมอกของกันและกัน พอชายรุจได้สติถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

    เสื้อที่หัวไหล่ของรสามีรอยขาดเล็กน้อย แต่เธอบอกว่าไม่เป็นอะไร ชายรุจขอดูจนแน่ใจว่าแขนไม่หัก เขาชมว่า

    “เธอเก่งมากที่ควบคุมสติได้ดี...กลับเถอะ ทุกคนกำลังเป็นห่วงเธอ”

    ชายรุจให้รสานั่งหน้าตัวเองซ้อนอยู่ข้างหลัง ม้าเหยาะย่างไปในราวป่าอย่างสง่างาม บนหลังม้า...รสาในอ้อมแขนของชายรุจ ใจเต้นไม่เป็นส่ำ ส่วนชายรุจมือกุมบังเหียนกอดเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างมีความสุข...

    วันนี้ รสาไม่เพียงประทับใจความเป็นสุภาพบุรุษและความสุขุมของชายรุจในการช่วยเธอ หากตอนเย็นยังได้ชิมสเต็กน้ำจิ้มรสเด็ดฝีมือเขาด้วย แต่รสอาหารก็ไม่ได้ทำให้รสาปลอดโปร่งใจมีความสุขขึ้นเลย เพราะภาพความสนิทสนมของชายรุจกับวาดดาวขณะช่วยกันทำอาหารยังรบกวนความรู้สึกตลอดเวลา

    อารมณ์ความรู้สึกของรสายังปรวนแปร เธอไม่สบายใจเมื่อเห็นชายรุจสนิทกับวาดดาวมาก แต่เมื่อเห็นฟิลลิปกับวาดดาวแสดงความรักความห่วงใยต่อกัน ก็ลังเลว่าตนอาจอคติไปเองมากกว่า

    ooooooo

    หลังทานอาหารกันแล้วต่างแยกย้ายกันพักผ่อน ขณะชายรุจเดินผ่านห้องรสาเห็นเธอกำลังเงอะงะอยู่กับ การเย็บอะไรอยู่ เขาเดินเข้าไปทักว่าทำอะไร

    รสาบอกว่าซ่อมเสื้อที่ขาดตรงไหล่เพื่อคืนให้วาดดาว เผลอทำเข็มตำนิ้ว ชายรุจจึงอาสาเย็บให้ เขา

    ทำอย่างทะมัดทะแมงจนรสาทึ่ง ชายรุจเล่าด้วยน้ำเสียงปกติว่าตนทำมาแล้วทั้งนั้น ทั้งปะชุนกระทั่งแก้ไขเสื้อผ้าให้ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง

    “คงเป็นคุณแม่ช้องนางของคุณชายเป็นคนสอนให้ใช่ไหมคะ”

    “ถูกต้องที่สุด แม่สอนให้เรียนรู้เรื่องพวกนี้แต่เด็ก ตั้งใจว่าจะได้ช่วยดูแลพี่ๆน้องๆ แล้วก็จริงอย่างที่แม่คิด พอต้องไปอยู่กันเองที่อังกฤษ ฉันต้องรับหน้าที่เหล่านี้หมดเลย”

    “ใครเป็นภรรยาคุณชาย คงโชคดี” รสาพลั้งปาก เผลอใจ พอรู้ตัวก็รีบหลบสายตานึกโกรธตัวเองว่าไม่น่าพูด

    แต่จากประโยคนี้ของรสา ทำให้ทั้งสองได้คุยกันลึกถึงเรื่องของหัวใจ ชายรุจเล่าว่าเธอทำให้เขานึกถึงใครบางคนที่อาจจะเป็นภรรยาในอนาคต รสาตำหนิตัวเองว่าตนไม่น่าละลาบละล้วง

    “ไม่หรอกรสา เธอเป็นคนที่ฉันอยากเล่าเรื่องทุก อย่างให้ฟังอยู่แล้ว...คู่หมายของฉันน่ะ เป็นเด็กสาวเพิ่ง อายุ 17 เองกระมัง หม่อมย่ากับย่าอ่อนจัดการให้ทั้งหมด”

    แต่ชายรุจก็ยอมรับว่า ตนยังไม่เคยเห็นหน้าคู่หมายที่ผู้ใหญ่จัดให้เลย บ่นเสียดายรูปว่าที่เจ้าสาวว่าหายไปพร้อมกับสมุดบันทึกเล่มนั้นที่เคยถามเธอ ฟังแล้วรสารู้สึกผิดมากที่ไม่ได้คืนสมุดบันทึกให้เขา เธอไปค้นในกระเป๋าหยิบสมุดบันทึกมาส่งให้ เล่าเหตุการณ์ขณะนั้นให้ฟัง แก้ต่างให้ตัวเองว่า ที่ยังไม่ได้คืนเขาเพราะลืมไป

    ชายรุจรับสมุดบันทึกไปพลิกเหมือนหาอะไร เธอ ทำทีถามว่า หาอะไรหรือ

    “รูปภาพน่ะภาพคู่หมั้นคู่หมายของฉันไง หม่อม หลวงกระถิน เทวพรหม”

    “ไม่แน่หรอกนะคะ คุณชายกลับไป อาจจะหลงรักเธอก็ได้”

    “ไม่มีทางหรอกรสา เธอยังเด็กขนาดนั้น ต่อให้เจอกันจริงๆ ในอนาคต ก็คงไม่มีทางคิดเป็นอื่นได้เกินกว่าเป็นน้องสาว” พูดแล้วมองหน้ารสาอย่างมีความหมายจนเธอเขิน เขาเปลี่ยนเรื่อง “ฉันเย็บเสื้อเรียบร้อยแล้ว เธอจะเอาไปสมทบกับเพื่อนๆที่ห้องนั่งเล่นไหม”

    รสาบอกว่าอยากพักผ่อน รับเสื้อแล้วต่างเอ่ย “ราตรีสวัสดิ์ เจอกันพรุ่งนี้เช้า” แต่พอเข้าห้อง รสากอดเสื้อที่เขาเย็บให้อย่างรู้สึกอบอุ่น หยิบรูปของกระถินขึ้นมาดู เอ่ยเบาๆ “ขอโทษนะคะคุณชายที่ฉันไม่ได้คืนให้”

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น คณะทัวร์ก็พากันลาวาดดาวกับฟิลลิปเพื่อเดินทางท่องเที่ยวต่อไป จะเดินทางโดย รถไฟต่อไปจนถึงสถานีจุงเฟรายอร์ค สถานีที่สูงที่สุดในยุโรป

    รสาเดินชมบริเวณรอบๆเป็นครั้งสุดท้าย บังเอิญไปเห็นชายรุจกับวาดดาวกำลังกอดล่ำลากัน รสาใจเต้นแรงเบือนหน้าหนีร้อนผ่าวไปทั้งตัว เมื่อวาดดาวเห็นรสาก็ถามชายรุจว่า

    “คุณรสานั่นใช่ไหมที่คุณชายหมายถึง”

    “แต่ว่า...ผมยังไม่แน่ใจในตัวเขาหรอก บางวันเขาก็แสนดี แต่บางวันเขาก็เย็นชาเสียเหลือเกิน ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ”

    “ไม่ยากหรอกค่ะ ถ้าคุณชายใส่ใจเธอให้มากสักหน่อย” ชายรุจขอบคุณที่ให้คำแนะนำ แล้วรีบไปขึ้นรถกับคณะเพื่อเดินทางต่อ ทั้งสองกอดลากันอีกครั้งก่อนขึ้นรถ รสาเห็นแล้วยิ่งกังขา

    ตลอดการเดินทางไปจนถึงสถานีจุงเฟรายอร์ค รสามึนตึงกับชายรุจ จนเขาทั้งขัดเคืองใจและน้อยใจเพราะไม่รู้สาเหตุแห่งความมึนตึงของเธอ แต่ชายรุจก็ยังดูแลอย่างเอาใจใส่ ขณะทุกคนเดินเข้าอุโมงค์ ปกรณ์ที่ทำหน้าที่ไกด์แนะนำว่า

    “เดินดีๆนะครับ จุงเฟรายอร์คนี่อยู่สูงเหนือระดับน้ำทะเลเกือบสามพันห้าร้อยเมตร อากาศจะเบาบางมากจนทำให้หายใจลำบาก ขอให้เดินช้าๆไว้”

    รสาเดินไปได้ไม่นานก็เริ่มหายใจหอบ แต่พอชายรุจถามว่าเป็นยังไง เธอตอบอย่างถือดีว่า “ไม่เป็นไรค่ะ” ครั้นเขาประคองให้เดินไปด้วยกัน เธอก็เบี่ยงหลบอย่างถือตัว “ไม่ต้องค่ะคุณชาย”

    ชายรุจเอาลูกอมให้อมเพื่อจะได้รู้สึกดีขึ้น บอกว่าวาดดาวฝากมาเพราะรู้ว่าเธอขึ้นมาจะต้องมีอาการแน่ รสารับลูกอมไปแล้ว แต่พอรู้ว่าวาดดาวฝากมา เธอส่งคืนพูดอย่างมึนตึงว่า “ฉันไม่ทาน ไม่ชอบ” ทำเอาชายรุจได้แต่งงแล้วงงอีก...

    จนเมื่อได้มาโยนเหรียญใส่อุ้งมือเทพธิดาน้ำแข็ง ถ้าใครโยนเข้าแสดงว่าจะได้กลับมาเยือนจุงเฟราอีก ชายรุจชวนรสามาโยนเหรียญกันดีกว่า เธอไม่มีเหรียญครั้นชายรุจให้ยืมก็บอกว่าไม่โยน เขาคะยั้นคะยอจนเธอ  โยนไปสองเหรียญแต่พลาดหมด ส่วนชายรุจโยนเข้าอุ้งมือเทพธิดาแม่นราวกับจับวาง รสาเผลอตัวปรบมือดีใจ...

    “ลงแล้ว...คุณชายจะได้กลับมาจุงเฟราอีกรอบนะคะ”

    “งั้นเราสองคนก็จะต้องได้กลับมาด้วยกันเพราะเราเป็นหุ้นส่วนกัน” เขาโอบเธอเดินไปด้วยกัน รสาไม่กล้าขัดขืน

    จนเมื่อไปถึงยอดสฟิงซ์ ทั้งรสาและชายรุจต่างตะลึงกับมหัศจรรย์ของธรรมชาติ เธออุทานว่าเหมือนสวรรค์ ชายรุจเห็นเธอสดชื่นขึ้นจึงถามว่า จะบอกได้หรือยังว่ามีปัญหาอะไรกับตนถึงได้ทำเย็นชามาตลอดทาง ตนทำอะไรให้ไม่พอใจหรือ จนแล้วจนรอด รสาก็ยังปฏิเสธว่า “ไม่มีอะไร”

    ระหว่างนั้น เอื้อยกับอั๋นเดินเคียงคู่กันตลอด และปกรณ์กับอ้ายก็ไม่ห่างกันเลย ชายรุจมองเพื่อนๆเอ่ยอย่างยินดีว่า

    “ดูเหมือน สวรรค์แห่งจุงเฟราจะช่วยให้เกิดความรักผลิบานในใจเพื่อนๆของเราทุกคนเสียแล้ว” รสามองไปยังเพื่อนๆยิ้มรับว่าใช่ ชายรุจมองเธอเต็มตาถามว่า “แล้วเธอล่ะรสา เธอเกิดความรักในใจของเธอบ้างรึเปล่า”

    “ฉันมีความรักให้กับจุงเฟราค่ะ” เธอตอบเขินๆ ชายรุจยิ้มเต็มหน้ากับคำตอบ เอ่ยชวน

    “ถ้าอย่างนั้น เธอจะกลับมาเยี่ยมจุงเฟรากับฉันอีกไหม”

    รสามองหน้าเขาด้วยความสับสน ใจสั่นระริกกับสายตาเว้าวอนคู่นั้น แต่ความคลางแคลงใจว่าเขาหลายใจทำให้เธอหลบสายตาเขาเดินเลี่ยงไป ชายรุจมองตามไปอย่างยากแท้ที่จะหยั่งถึงความคิดของเธอ...

    ooooooo

    กลับลงมาที่รถแล้ว ทั้งหมดต้องเปลี่ยนเป็นเดินทางไปเที่ยวต่อด้วยรถไฟเพราะรถยนต์สตาร์ต ไม่ติดต้องจอดทิ้งไว้ซ่อมที่กรินเดอวอลด์ซึ่งเป็นเมือง เล็กๆคงหาอะไหล่ยาก

    คุณอิ่มที่ไร้คู่และผู้ดูแล หมั่นไส้รสา จึงแอบไปเอากุญแจคล้องห้องน้ำขังเธอไว้ จนรถไฟใกล้ออก ชายรุจตามไปเจอและเปิดห้องน้ำให้ แต่ก็มาไม่ทันขึ้นรถไฟจึงต้องหาที่พักกันที่นั่น ระหว่างนั้นชายรุจแกล้งทำเป็นหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ ทำให้รสาตกใจ เขามองอย่างเอ็นดูบอกว่า เวลาเธอตกใจแล้วดูน่ารักดี หลอกให้เธอตกใจแล้วปลอบว่า

    “จำไว้เถิดรสา ถึงฉันไม่มีเงินติดตัวมาเลย ฉันก็จะไม่ปล่อยให้เธอนอนหนาวอยู่ข้างถนนนี่แน่ๆ”

    ในยามยากลำบาก มีคนดูแลปกป้องให้กำลังใจเช่นนี้ ทำให้รสารู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

    เพราะอากาศข้างนอกหนาวมาก รสาขอเข้าไป

    ในร้าน ส่วนชายรุจจะไปเดินดูที่หัวมุมถนนระลึกความหลังก่อน

    ทั้งสองไม่ทันได้สังเกตว่าท่านชายทัศน์ในอาการ มึนเมากำลังตรงรี่มา แต่เพราะรสาหันหลังเดินเข้าไปในร้านทำให้ท่านชายจำไม่ได้ พอตามมาทัน ท่านชายก็ทักเสียงเมาๆกวนๆว่า มาเที่ยวที่นี่กับสาวน้อยเมื่อกี้หรือ พักด้วยกันเลยใช่ไหม

    ชายรุจรู้เจตนาของท่านชาย แต่ระงับอารมณ์ชี้แจงว่านั่นคือเพื่อนร่วมทัวร์ของตน กระนั้นก็ยังถูกท่านชายกระแนะกระแหนลามปามด่าถึงพี่น้องอีก 4 คนว่า ขึ้นชื่อลือลั่นทั่วพระนครในเรื่องเจ้าชู้ มั่วไม่เลือกแม้แต่หญิงหยำฉ่าที่เยาวราช

    “กระหม่อมไม่ทราบเรื่องที่เขาโจษจันกัน แต่กระหม่อมขอยืนยันในความเป็นสุภาพบุรุษของพี่น้องกระหม่อมทุกคน ไม่มีใครฉวยโอกาสหรือปฏิบัติกับผู้หญิงอย่างไม่ให้เกียรติ” ชายรุจกลั้นโทสะปกป้องพี่น้องเต็มที่

    ระหว่างนั้น จอยสาวไทยที่มากับท่านชายก็มาออดอ้อนชวนรีบเข้าโรงแรมไปแช่น้ำอุ่นเดี๋ยวจะนวดให้ ทำให้ท่านชายเสียหน้ามาก  ด่าจอยและเตะกองหิมะจนตัวเองล้มก้นจ้ำเบ้า  จอยรีบวิ่งมาประคองพาเข้าโรงแรม

    ชายรุจพารสาเข้าที่พัก แต่เป็นห้องพักให้เช่าจึงต้องดูแลตัวเองในด้านอาหาร  ชายรุจจัดการให้ทุกอย่างเพราะเคยมาเที่ยวและพักที่นี่สมัยมาเรียนหนังสือ

    แต่ห้องพักมีห้องเดียว เพื่อให้เกียรติและแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ชายรุจจะไปนอนที่ห้องโถง รสาไม่ยอม ไปตามเขามานอนในห้อง จนต้องขู่ว่าถ้าเขาไม่เข้าไปนอนในห้องตนก็จะนอนตรงนี้  เขาจึงเข้าไปนอนในห้อง

    เอ่ยราตรีสวัสดิ์กันแล้ว รสาแอบมองชายรุจที่ไปนอนอยู่มุมห้องอย่างประทับใจ...

    รุ่งเช้า รสาตื่นขึ้นมาชายรุจก็หายไปแล้ว ลงมาที่ห้องอาหารบ้านพักจึงเห็นเขาเพิ่งกลับเข้ามา บอกว่ารถยังซ่อมไม่เสร็จ  แต่ตนโทร.ไปคุยกับปกรณ์แล้ว ตกลงให้เราขึ้นรถไฟไปสมทบกับพวกเขา  และเที่ยวอินเตอร์ลาเก้นกันหนึ่งวันเต็มๆ

    “ดีค่ะ ตอนที่นั่งรถผ่านก็เห็นว่าน่าเที่ยวมาก เมืองน่ารักจริงๆ” รสาเห็นด้วย จึงลงมือทานอาหารเช้าจะได้เดินทาง

    ooooooo

    เวลาเดียวกันนั้น ที่วังเทวพรหม หม่อมเอียดกับย่าอ่อนและคุณชายทั้งสี่พากันมาดูตัวกระถินตามคำเชิญของมารตีที่หวังจะให้ได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของกระถิน

    ก่อนดูตัวกระถิน มารตีกับวิไลรัมภาก็ช่วยกันเป่าหูชายภัทรว่า ทั้งเกษราและเทวพันธ์ต้องการให้กระถินได้แต่งงานกับชายรุจ จึงพูดสร้างภาพกระถินให้ดูดี แต่เดี๋ยวได้เห็นก็จะรู้ว่ากระถินไม่ได้มีความเป็นผู้ดีอย่างที่ทั้งสองพูดเลย

    แต่เมื่อเกษราพากระถินเข้ามากราบผู้ใหญ่ทั้งสอง ก็ได้รับคำชมจากหม่อมเอียดว่า

    “น่ารักจริงๆ คมขำนะ เพิ่งมาอยู่พระนคร สุขสบายดีไหมเรา”

    “สบายดีค่ะ พี่ๆ ดูแลกระถินอย่างดี” กระถินพูดเบาๆ เรียบร้อยอย่างได้รับการขัดเกลามาอย่างดี

    มารตีกับวิไลรัมภาแอบมองหน้ากันเหวอๆ ยิ่งเมื่อหม่อมเอียดถามเรื่องการเรือนการครัว รู้ว่ากระถินทำอาหารและขนมได้ทุกอย่างก็ยิ่งพอใจ เทวพันธ์ได้จังหวะเชิญทานกลางวันกันเสียเลย

    เมื่อได้ทานอาหารกลางวันกันแล้ว ย่าอ่อนชมว่า รสกลมกล่อมไม่เผ็ดเกินไป ถามว่ากระถินทำเองหรือ

    “ค่ะ แต่มีพี่เกษช่วยสอนให้ หนูลดพริกและเครื่องแกงลงบ้าง ไม่ให้รสร้อนแรงเหมือนอยู่ที่บ้านค่ะ”

    อาหารทั้งคาวหวานมื้อนี้ได้รับคำชมทั้งจากผู้ใหญ่และคุณชายทั้งสี่แห่งจุฑาเทพ  ต่างทานกันอย่างเอร็ดอร่อย มารตีกับวิไลรัมภาต่างหน้าบึ้งที่แผนตัวเองล้มเหลว ส่วนเกษรากับกระถินยิ้มแย้มดีใจกันที่พิสูจน์ตัวเองได้

    ระหว่างที่มารตีกับวิไลรัมภาจับคู่เต้นรำกับชายภัทรและชายพีร์นั้น ชายใหญ่ถามเกษราตรงๆว่ากระถินเป็นอย่างไร

    ไม่ทันที่เกษราจะตอบ  เทวพันธ์ก็ถามชายเล็กว่าทำไมไม่เชิญกระถินไปเต้นรำบ้าง กระถินทำท่าเขิน แต่ เมื่อออกไปเต้นก็เต้นได้อย่างสวยงามยิ่งกว่ามารตีและวิไลรัมภาเสียอีก

    เมื่อทุกคนออกไปเต้นรำกันแล้ว ชายใหญ่จึงมีโอกาสถามเกษราต่อว่า ที่มารตีกับวิไลรัมภานินทาว่าเธอจับกระถินย้อมแมวขายนั้น เท็จจริงเป็นอย่างไร

    “ส่วนหนึ่งจริงอย่างที่น้องเขาพูด แต่ส่วนนึงไม่จริงค่ะ” เกษราชี้แจงธรรมชาติของกระถินว่าเป็นเด็กบ้านนอกจริง อยู่เหมืองก็กระโดดโลดเต้นอย่างเด็กผู้ชายไปวันๆ “แต่พอจับมาอบรม เกษก็พบว่ากระถินว่านอน สอนง่ายกว่าที่คิด ฝึกหัดอะไรได้รวดเร็ว ฉลาดหลักแหลม มีเสียอยู่อย่างเดียวก็เรื่องนิสัยและมารยาทบางอย่างที่ต้องขัดเกลากันบ้าง”

    ชายใหญ่ขอบใจที่ทำให้ตนรู้ความจริง แต่ความจริงที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่เกษราบอกแก่ชายใหญ่คือ กระถินไม่ได้อยากแต่งงานกับชายรุจ และดูเหมือนเธอจะมีคนรักอยู่ที่บ้านเกิดแล้วด้วย ชายใหญ่ฟังแล้วหน้าเครียดขรึมอย่างหนักใจ

    หม่อมเอียดกับย่าอ่อนต่างยินดีปรีดาพอใจกระถินมาก ถึงขั้นปรารภกันว่าอยากให้ชายรุจมาเห็นจริงๆทั้งคู่เหมาะสมกันเหลือเกิน

    ชายใหญ่กับเกษราได้ยินแล้วยิ่งเศร้าใจกับชะตากรรมของกระถิน...

    ooooooo

    เมื่อชายรุจกับรสาไปสมทบกับกลุ่มของปกรณ์ที่ลูเซิร์น ระหว่างเดินในย่านร้านค้า รสาเดินเข้าร้านเล็กๆ เห็นชายรุจกำลังคุยโทรศัพท์ด้วยสีหน้าแช่มชื่นก็ชะงักฟัง

    “ขอบคุณมากวาดดาว...ผมไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงดี” วาดดาวพูดเล่นมาว่าก็ให้รักตนมากๆ รักทุกวันด้วย ชายรุจหัวเราะชอบใจ ตอบเสียงแจ่มใสว่า “ผมรักวาดดาวทุกวันอยู่แล้ว รักมากขึ้นทุกวันเลยด้วย”

    วาดดาวนัดว่าเย็นนี้จะส่งรถมารับ ต่างแสดงความยินดีที่จะได้พบกันอีกครั้ง รสาหน้าเสียเดินออกจากร้านไปทันที

    ระหว่างทานอาหารกลางวัน ปกรณ์แจ้งข่าวดีและข่าวร้ายแก่คณะทัวร์ว่า ข่าวร้ายคือวันนี้รถอาจซ่อมไม่เสร็จแต่พรุ่งนี้คงเสร็จแน่ ส่วนข่าวดี เขาโยนกลองให้ชายรุจรายงาน

    “คืนนี้เราคงต้องค้างที่นี่ หรือไม่ก็กลับไปค้างที่กริสเดอวอลด์ แต่ผมเห็นว่า เราค้างที่นี่ก็ดีจะไม่เสีย

    ค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะวาดดาวยินดีจะให้เราพักที่ชาโตว์ของเธออีกคืนน่ะครับ”

    ปกรณ์เสริมว่าชายรุจยังใช้วาทศิลป์หว่านเสน่ห์ให้วาดดาวจนเธอจะเอารถส่วนตัวมารับส่งพวกเราอีกต่างหาก

    ทุกคนดีอกดีใจกับข่าวดีนี้ แต่รสากลับบอกว่าตนไม่ไปพักบ้านวาดดาว พูดขึงขังว่าถึงเวลาที่เราควรแยกกันเสียที พวกตนจะแยกไปพักกันเอง ปกรณ์หน้าเจื่อนถามว่า แล้วจะไปพักที่ไหนหรือ

    “ไม่ทราบค่ะ แต่ฉันกับหนูอ้าย หนูเอื้อยจะไปกันต่อ เราอาจจะลงใต้ไปแซร์มัตต์ก็ได้”

    เมื่อออกมาเดินชมร้านค้ากันต่อ เอื้อยกับอ้ายถามรสาว่าคิดดีแล้วหรือว่าจะไม่พักที่บ้านวาดดาว เพราะเราไม่ได้วางแผนลงใต้กันเลยนะ

    “หนูเอื้อยหนูอ้าย อย่าให้หญิงต้องไปอยู่ร่วมชายคาเดียวกับคู่รักเก่าที่ลักลอบเล่นชู้กันเลย” รสาพูดอย่างมีอารมณ์

    เดินมาเจอปกรณ์กับชายรุจ ปกรณ์ถามว่าตัดสินใจดี

    แล้วหรือที่จะไม่ไปพักที่บ้านวาดดาว รสายืนยันขอแยกทางกันตรงนี้ ชายรุจจึงขอคุยส่วนตัวกับเธอ

    ชายรุจพยายามหว่านล้อมทั้งเรื่องการดูแลช่วยเหลือกันและค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มขึ้น รสาสวนไปอย่างถือดีว่าตนมีเงินจ่าย

    ชายรุจติงว่า เชื่อว่าเธอมีเงินจ่ายแต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะอยู่ได้อย่างปลอดภัย รวบรัดว่าไปพักด้วยกันเถิด

    “ไม่ค่ะ”

    “งั้นก็ตามใจ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ”ชายรุจทั้งระอาและห่วงใย

    “เฮ้ย...โลกกลมจริงๆ มาเจอกันอีกจนได้” เสียงท่านชายภาณุทัศนัยทักจากข้างหลัง

    รสาได้ยินเสียงท่านชายทัศน์ ถึงกับเย็นวาบไปทั้งตัว...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 10:54 น.