ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ที่ทางเดินในคุกใต้ดินแคบๆ เอื้อยไปกับอั๋น อ้ายไปกับปกรณ์และรสาไปกับชายรุจ พอลงไปเจอคุกมืดๆอับชื้น พวกสาวๆก็เริ่มสยอง เบียดแซะกระทั่งกอดชายหนุ่มข้างตัว

    ชายรุจพารสาลงไปดูรอยจารึกของ ลอร์ด ไบรอน ที่ได้แรงบันดาลใจจาก ฟรังซัวส์ โบนิวาร์ด แต่งบทกวีชื่อ “นักโทษแห่งชิยอง” รสาถามว่าบทกวีว่าอย่างไร ชายรุจพูดเขินๆว่าตนพอจะจำได้บ้าง เห็นรสาอยากฟังมากจึงท่องให้ฟัง

    “ปราสาทแห่งชิยงทรงตระหง่าน อยู่ท่ามกลางธารเลอมองท่องนํ้าใส ลงดำดิ่งพันฟุตสุดฤทัย นํ้าบ่าไหลเวียนทีสุดลีลา เจ็ดเสาหลักคํ้าจอมคุกแห่งยุคมืด ทั้งเย็นชืดลึกลํ้าเก่าครํ่าคร่า อาทิตย์ฉายอรุณฉานผ่านนภา มิอาจกล้าส่องผ่านย่านจำจอง”

    รสาชมว่าเพราะมาก จำได้เก่งจัง ถามว่าใครแปล ชายรุจยิ่งเขินบอกอ้อมแอ้มว่า “หม่อมราชวงศ์ ปวรรุจไงครับ” แล้วพูดออกตัวว่าแปลแบบเก็บใจความ ไม่ได้แปลตรงตัว

    “แต่ในความคิดของรสา มันเพราะมากค่ะ”

    ชายรุจสะดุดหูมองหน้าเธอยิ้มๆ ขอบใจเธอที่ชมบทกวีว่าแปลเพราะและที่สำคัญขอบใจที่เธอไม่ใช้คำว่า “ฉัน” แต่ใช้คำว่า “รสา” กับตน

    คุณอิ่มที่เดินอย่างโดดเดี่ยวตามหลัง 3 คู่มา มองรสากับชายรุจอย่างหมั่นไส้ หงุดหงิดฮึดฮัดที่ไม่มีใครสนใจตนเลย

    เมื่อกลับถึงร้านอาหารก็หาทางเล่นงานรสา ไปดักพบเธอขณะไปห้องนํ้าถามว่าเธอต้องการอะไรแน่ ต้องการจับชายรุจใช่ไหม ด่าสาดเสียเทเสียว่า

    “พวกลูกสาวพ่อค้าก็แบบนี้ จ้องจะจับเจ้ารวยๆ หวังจะได้สกุลเก่าเหง้าผู้ดีมาเสริมบารมีของตัวเอง”

    “คุณดูถูกฉันเกินไปแล้วนะคุณอิ่ม” รสาเลือดขึ้นหน้า แต่คุณอิ่มก็ยังไม่หยุด สาธยายระบายอารมณ์ออกมายาวเหยียด จนรสาถามว่า “ที่เธอพูดทั้งหมดเนี่ย เพื่ออะไร”

    “อ้าว...ก็ให้เธอเลิกหวังว่าจะจับคุณชายเสียทีไงล่ะ เลิกกับคุณชายเสียแล้วก็กลับไปหาอาเฮียคู่หมั้นของเธอ เพราะลูกพ่อค้าด้วยกันย่อมเหมาะสมกันอยู่แล้ว”

    รสารู้ทันถามว่า เพื่อหลีกทางให้เธอหรือ คุณอิ่มคุยโวว่าไม่อยากบอกเลยว่าคุณชายจีบตนตั้งแต่วันแรกที่เจอกันที่ท่าอากาศยานดอนเมืองแล้ว

    “งั้นเหรอ ถ้าอย่างนั้นคุณชายจะปฏิเสธคู่หมั้นของเธอได้ยังไงกันล่ะ” พูดแล้วเห็นคุณอิ่มตาลุกถามว่าคู่หมั้นที่ไหน รสาพูดความจริงเรื่องกระถินให้ฟัง แต่แกล้งถามว่า “คุณชายไม่ได้บอกเธอก็แสดงว่าคุณชายหลอกจีบเธอ แล้วถ้าอย่างนั้น เราก็หัวอกเดียวกันนะ ทั้งคุณชายรุจ ทั้งอาเฮียของฉันหลอกจีบเราทั้งคู่ เฮ้อ...ผู้ชายนะผู้ชาย...”

    วางระเบิดให้คุณอิ่มแล้ว รสาเดินเชิดกลับไปที่โต๊ะ แต่พอวางแผนจะไปเที่ยวยอดจุงเฟรา ยอดเขาที่สูงที่สุดในยุโรปกันต่อ คุณอิ่มก็ขัดขึ้นว่าคงไม่เหมาะ เพราะคนตั้งเจ็ดคนจะยัดทะนานลงไปในรถคันเดียวได้ยังไง

    รสารู้ว่าคุณอิ่มพูดกีดกันพวกตน ไม่อยากตอแยด้วย จึงตัดสินใจแยกกับชายรุจและปกรณ์ไปเที่ยวกันเอง อ้ายกับเอื้อยบ่นเสียดายไม่รู้จะได้เจอกับคุณอั๋นกับปกรณ์อีกไหม รสามองขวับถามว่าชอบสองหนุ่มนั่นเข้าแล้วใช่ไหม

    “แหม...แล้วทีท่านหญิงกับคุณชายล่ะ ก็สนิทกันไม่แพ้พวกเราหรอก” อ้ายย้อนอำๆ ทำเอารสาแก้มแดงเรื่อค้อนคู่แฝดแก้เกี้ยว

    ลากกระเป๋ากันมาจนเหนื่อย เอื้อยเสนอหาร้านนั่งก่อนดีกว่า รสาเห็นร้านใกล้ๆ นั้นน่ารักน่านั่งจึงชวนกันเข้าไป

    พอเข้าไปในร้าน โชคดีที่เจอเจ้าของร้านเป็นคนไทยชื่อภัทรมาจากสมุทรปราการ เขาเอ่ยอย่างตื่นเต้น

    “ดีใจมากครับที่เจอคนไทยด้วยกัน ชื่ออะไรครับ”

    “ฉันหนูเอื้อย หนูอ้าย และนี่ท่านหญิงวรรณรสา อรุณรัศมิ์”

    รสาตีแขนเอื้อยบ่นว่าไปบอกเขาทำไม ส่วนภัทรมองอึ้งรีบคำนับต้อนรับท่านหญิงเสด็จมาที่ร้านเล็กๆของตน

    สามสาวสั่งอาหารมาทานกันจนอิ่ม พอเรียกภัทรเช็กบิล รสาควานหากระเป๋าสตางค์ไม่เจอ คู่แฝดหน้าเสียเพราะทั้งสองก็ฝากกระเป๋าสตางค์ไว้ที่เธอ

    เวลาเดียวกัน คุณอิ่มที่แอบหยิบกระเป๋าสตางค์ของสามสาวไปหมายแกล้งให้อดตายกันที่ต่างแดน ถูกคุณอั๋นจับได้ คุณอั๋นเอากระเป๋าสตางค์ไปให้ปกรณ์กับชายรุจบอกว่าเห็นตกอยู่ในรถ สองหนุ่มตกใจเป็นห่วงว่าสามสาวคงต้องลำบากแน่ๆ หาทางรีบเอาไปคืน

    ส่วนสามสาวหน้าซีดเหงื่อแตกไม่รู้จะทำอย่างไร รสาจะโทร.ไปยืมเพื่อนก็คงไม่ทันกาล

    “งั้น...มีทางเดียวเท่านั้นล่ะ” อ้ายเจ้าความคิดเสนอขึ้น รสาถามว่าทำยังไง อ้ายพูดคำเดียวว่า “เผ่น!”

    สามสาวเห็นภัทรกำลังง่วนกับงาน ต่างก็คว้ากระเป๋าวิ่งอ้าวออกไป ภัทรหันมาเห็นตะโกนโหวกเหวก

    “อ้าว...คุณ...กินไม่จ่ายนี่” ภัทรวิ่งกวดสามสาวไป สามสาววิ่งไปจนเห็นจวนตัวบอกกันให้ทิ้งกระเป๋าเพื่อความคล่องตัวแล้ววิ่งกระเจิงกันไป

    รสาวิ่งเลี้ยวเข้าไปซอยหนึ่ง อ้ายกับเอื้อยไม่เห็นต่างวิ่งตรงไป เลยหลงกันอีก

    ฝ่ายชายรุจ ปกรณ์ คุณอั๋นกับคุณอิ่ม ขับรถตามหาสามสาว คุณอั๋นเห็นกระเป๋าที่สามสาวทิ้งไว้ชี้ให้ทุกคนดู

    “นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเธอทิ้งกระเป๋าไว้แบบนี้...ทิ้งกระเป๋าแบบนี้แสดงว่าต้องหนีอะไรสักอย่าง คงอยู่ไม่ไกลแถวนี้หรอก แยกกันตามหาเลย” ชายรุจเครียดหนัก

    ปรากฏว่า ภัทรไล่ตามสามสาวไม่เจอ แต่มาเจอปกรณ์ที่ภัทรเคยทำงานที่ร้าน ปกรณ์ถามว่าเห็นสาวฝาแฝดหน้าเหมือนญี่ปุ่นกับสาวสวยอีกคนไหม

    “นี่ล่ะครับที่ผมวิ่งไล่ตามอยู่” ภัทรพูดไปหอบไป แล้วเสนอ “เอางี้ ทางข้างหน้านี่มันมาบรรจบกัน พี่เลี้ยวไปดักทางนู้น ผมจะดักทางนี้เอง” ว่าแล้ววิ่งไปเลย ปกรณ์จะถามว่าแล้วภัทรวิ่งไล่เขาทำไมก็ไม่ทันได้ถาม

    ooooooo

    อ้ายกับเอื้อยวิ่งเตลิดไปสุดชีวิต ถึงทางเลี้ยวก็ชนโครมเข้าให้กับชายร่างใหญ่ ชนถูกคู่ราวกับจับวาง เพราะอ้ายชนปกรณ์ล้มทับลงไป ส่วนเอื้อยชนคุณอั๋นจนหมุนคว้างจะล้ม คุณอั๋นรับไว้ทันเลยเซล้มไปด้วยกันอีกคู่

    หนุ่มสาวสองคู่ล้มทับกันอยู่ที่พื้น ต่างมองกันตะลึงตกอยู่ในภวังค์ จนภัทรวิ่งตามมาเจอ มองงงๆว่าทำอะไรกัน อ้ายตกใจรีบลุกขึ้น ส่วนอั๋นก็ช่วยดึงเอื้อยขึ้นมา คู่แฝดต่างเขินอายอย่างไม่เคยเป็นกับใครแบบนี้มาก่อน

    ภัทรจับตัวคู่แฝดไว้ได้ ขอบคุณปกรณ์ที่ช่วยจับคนกินแล้วไม่จ่าย อ้ายเห็นทั้งสองรู้จักกันเลยขอให้ปกรณ์ช่วยเจรจาให้หน่อย เพราะพวกตนไม่มีเจตนาจะหนีแต่กระเป๋าสตางค์หายและกำลังหาโทรศัพท์จะโทร.ไปหาที่ยืมเงิน

    ในที่สุดปกรณ์ก็เป็นคนจ่ายทั้งค่าอาหารและค่าปรับ 3 เท่าแทนสามสาว จากนั้นจะออกตามหารสากัน แต่ปกรณ์เห็นว่าให้สองสาวรออยู่ที่นี่ดีกว่าเพราะขืนตามกันไปมามีหวังยิ่งหลง

    รสาหลงเข้าไปในอาคารร้างมืดทึบน่ากลัว เธอนึกถึงความฝังใจในวัยเด็กที่หลงเข้าไปในบ้านร้าง  เวลานั้นเธอร้องไห้และร้องขอให้พี่ชายรุจช่วยสัญญาว่าจะไม่ดื้อกับพี่ชายอีก สภาพวันนี้เหมือนวันนั้น เธอคิดถึง “พี่ชาย” จับใจจนร้องออกมา “พี่ชาย ช่วยด้วย ช่วยรสาด้วย...”

    ชายรุจที่เดินตามหารสาได้ยินเสียงวิ่งเข้าไปหา พอเห็นชายรุจเธอโผเข้ากอดไว้แน่น แต่พอพาออกจากอาคารร้างหายกลัว เธอตำหนิตัวเองเขินๆ “น่าอายจังที่ฉันกลัวจนขาดสติแบบนี้” ชายรุจจึงให้เธอเล่าเรื่องในอดีตที่ฝังใจให้ฟัง

    ฟังแล้วเขาบอกว่าคล้ายกับเรื่องราวของตนกับพระองค์หญิงองค์น้อยองค์หนึ่ง รสาขอให้เขาเล่าบ้าง

    ชายรุจเล่าอย่างจำได้ฝังใจว่า...ตอนนั้นเขาหลอกให้ท่านหญิงองค์น้อยเข้าไปในตึกร้างที่มีงู ซึ่งถ้าท่านหญิงถูกงูกัดหรือเป็นอะไรไป เขาจะไม่มีวันยกโทษให้ตัวเองเลย

    “คุณชายจำทุกอย่างของท่านหญิงได้เหรอคะ” รสาถามทึ่ง

    “ไม่เคยลืม ยิ่งวันสุดท้ายที่ฉันได้เจอท่านหญิง และรู้ความจริงบางอย่าง ฉันยิ่งไม่มีวันลืมท่านหญิงอีกเลย”

    “ความจริงอะไรคะ” รสาตื่นเต้นมาก แต่ชายรุจไม่ทันเล่า ปกรณ์ที่ออกตามหาก็มาเจอพอดี จึงพากันกลับ

    ooooooo

    เมื่อกลับมาเจอกันที่ร้านภัทร สามสาวนั่งเล่าเหตุการณ์ที่เผชิญแก่กันฟัง รสาเล่าอย่างไม่หายตื่นเต้นว่า ชายรุจจำเหตุการณ์ตอนเด็กที่เคยอยู่ด้วยกันได้ละเอียดมาก เล่าโดยไม่รู้ว่าผู้ฟังตรงหน้านั้นคือ “หญิงแต้ว” ที่คุณชายไม่เคยลืม

    ชายรุจ ปกรณ์ และภัทรเดินออกจากในร้านมาด้วยกัน ปกรณ์สรุปกับภัทรว่าทุกอย่างเคลียร์

    ก่อนออกจากร้านเพื่อเดินทางต่อ อ้ายขอเข้าห้องน้ำ ภัทรบอกทางแต่ไม่วายพูดเหน็บว่า แล้วอย่าไปหลอกใครเขาอีกล่ะ รสาไม่พอใจถามว่าพูดแบบนี้หมาย ความว่ายังไง

    “ก็เรื่องที่คุณอ้างว่าคุณเป็นท่านหญิงน่ะซีครับ คุณรสา” ภัทรยิ้มเยาะ คุยโวว่า “ถึงผมจะอยู่ไกลบ้านไกลเมือง ผมก็ไม่ใช่ไอ้โง่ที่พวกคุณจะมาหลอกกันได้ง่ายๆ เชิญเข้าห้องน้ำแล้วรีบออกไปจากร้านผมเลยครับ”

    ปกรณ์ติดใจสงสัยถามอ้ายว่าไปหลอกนายภัทรว่าเป็นท่านหญิงหรือ อ้ายอึกอักแก้ตัวว่าแค่พูดเล่นกัน นายภัทรมาได้ยินเลยคิดเป็นตุเป็นตะไปเอง

    “แต่ไม่ควรไปหลอกเขาแบบนั้น” ชายรุจแทรกขึ้นหน้าขรึม แล้วขอคุยส่วนตัวกับรสา ตำหนิว่าไม่คิดว่าเธอจะชอบเล่นตลกแผลงๆ แบบนี้ที่มาอ้างตัวว่าเป็นท่านหญิง รสาบอกว่าอ้ายพูดเล่นเท่านั้น ถูกชายรุจหาว่าเธอเองก็รับสมอ้างด้วย

    “เรื่องพระยศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เธอไม่ควรเอามาล้อเล่น” ชายรุจอบรม

    “เหรอคะ? ที่คุณชายเตือนฉัน เพื่อให้ฉันเคารพในตัวคุณชายมากขึ้น ให้สมกับความเป็นหม่อมราชวงศ์กระมัง”

    “รสา ทำไมพูดอย่างนั้น ฉันไม่ได้คิดถึงตัวเองแม้แต่น้อย แต่ที่เตือนเธอเพราะเธอเคยพูดเองว่าเธอไม่ชอบคนหลอกลวงไม่ใช่หรือ แต่ทำไมเธอกลับทำเสียเอง”

    “ฉันขอยืนยันว่าฉันไม่เคยโกหกหลอกลวงใคร สักวันหนึ่งคุณชายคงทราบ” รสาโกรธจนน้ำตารื้น อัดอั้น ตันใจที่ไม่อาจบอกความจริงอะไรได้

    ooooooo

    สุดท้าย รสาตัดสินใจไปอินเตอร์ลาเก้นกับพวกชายรุจ ยังความไม่พอใจแก่คุณอิ่มมาก ระหว่างพักเติมลมยางที่ปั๊ม คุณอิ่มทำทีอาสาทำให้คุณอั๋น แล้วแกล้งปล่อยลมยาง ปกรณ์ขับออกไปไม่นานรถก็เสียหลักสะบัดซ้ายขวา

    ปกรณ์ที่ทำหน้าที่ขับตกใจ ชายรุจร้องบอก “อย่าเพิ่งเหยียบเบรกปกรณ์ ถอนคันเร่ง แล้วปล่อยรถวิ่งไป” ปกรณ์ทำตามหน้าซีด จนรถค่อยๆชะลอความเร็วและจอดสนิทบนถนนเปลี่ยว เมื่อทุกคนปลอดภัย รสาทั้งทึ่งและประทับใจความมีสติและเด็ดขาดของชายรุจ

    ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อต้องเปลี่ยนยาง ปกรณ์ทำไม่เป็นอีก ชายรุจจึงต้องเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงอีกตามเคย ระหว่างนั้นคุณอิ่มก็พูดกระแทกแดกดันใส่พวกรสาว่า

    “อิ่มบอกแล้วอย่าบรรทุกเกินอัตรา ดูซี...เสียเวลาอีกแล้ว แล้วนี่ก็หนาวเจ็บกระดูก ทำไงดีคะคุณชาย”

    ปกรณ์ตอบแทนว่าเห็นมีโรงนาอยู่ตรงโน้น ให้อั๋นช่วยพาสาวๆ ไปพักที่นั่นที รสาถามว่าแล้วคุณชายล่ะ

    “ฉันจะเปลี่ยนยางรถ” รสาติงว่าอากาศหนาวมาก “ไม่มีทางเลือก เธอไปพักที่โรงนาตรงโน้นเถอะ”

    คุณอั๋นรู้ว่าคุณอิ่มเป็นคนแกล้งปล่อยลมยางจนทำให้ลำบากกันไปหมด คุณอิ่มทำไขสือ อ้ายกับเอื้อยได้ยินที่คุณอั๋นพูดก็ออกไปต่อว่าคุณอิ่ม ขมิ้นกับปูนเจอกันทีไรก็เป็นเรื่องทุกที อ้ายกับคุณอิ่มปะทะคารมกระทั่งเกือบประลองกำลังกัน

    “หยุดเถอะค่ะ” รสาร้องห้ามเสียงดัง “คุณอิ่ม คุณเห็นแล้วใช่ไหมว่าสิ่งที่คุณทำลงไปมันส่งผลเสียให้เราต้องลำบากกันหมด ที่ลำบากที่สุดก็คือชายรุจกับคุณปกรณ์ที่ต้องลำบากเปลี่ยนยางอยู่ริมถนนนั่น”

    ระหว่างมีปัญหา เอื้อยเห็นคุณอั๋นเป็นฝ่ายต้องยอมคุณอิ่มทุกอย่าง ถามว่าทำไมต้องยอมไปเสียทุกเรื่อง คุณอั๋นเล่าว่าตนมีความฝังใจมาแต่เด็กว่าจะถูกคุณพ่อดุทุกครั้งที่ตนเตือนเธอเรื่องทำผิด

    เอื้อยบอกว่านั่นเป็นเรื่องตอนเด็ก แต่ตอนนี้คุณอั๋นกับคุณอิ่มโตแล้ว ไม่น่าต้องกลัวคุณพ่ออีกแล้ว บอกว่า

    “คุณอั๋นต้องออกกฎบังคับคุณอิ่มบ้างแล้ว จะช่วยให้คุณอิ่มไม่ถูกตามใจจนเคยตัวแบบนี้”

    “ขอบคุณครับที่แนะนำ” คุณอั๋นพูดอย่างจริงใจ แล้วช่วยหยิบเศษฟางที่ติดผมออกให้ ทำให้เอื้อยรู้สึกดีๆขึ้นมากมาย

    ooooooo

    ชายรุจกับปกรณ์ช่วยกันเปลี่ยนยางรถจนเลอะเทอะทั้งหน้าทั้งมือ เมื่อเปลี่ยนเสร็จพากันไปล้าง

    อ้ายช่วยปกรณ์ล้างมือล้างเสร็จก็แกล้งตักน้ำราด ถูกปกรณ์เอาคืน เลยกลายเป็นไล่สาดน้ำเล่นกันสนุกสนาน

    ส่วนชายรุจก็ได้รับการดูแลจากรสาอย่างดี ระหว่างนั้นรสายังขอโทษเขาที่พูดไม่ดีด้วย ชายรุจบอกว่าเธอมีสิทธิ์โกรธเพราะตนดุเธอ รสาช่วยล้างมือให้เสร็จเช็ดแก้มที่เปื้อนจนสะอาด ชายรุจเอ่ยอย่างซึ้งใจว่า

    “ไม่บ่อยครั้งนักหรอกที่จะมีใครทำอะไรเพื่อฉันอย่างนี้ ขอบคุณนะ เราหายโกรธกันนะ”

    “ค่ะ...” รสารับคำเบาๆต่างยิ้มให้กัน แต่รสาเขินจนไม่กล้าสบตา

    ตกเย็น ชายรุจเขียนโปสการ์ดส่งกลับเมืองไทย ปกรณ์จึงบอกว่า พรุ่งนี้เราจะเข้าอินเตอร์ลาเก้นแล้ว ถามว่า

    “นายไม่คิดอะไรบ้างเหรอ เพราะคุณวาดดาวอยู่ที่นั่น” แล้วบอกข่าวว่า “คืองี้ คุณวาดดาวบอกฉันตั้งแต่ก่อนออกเดินทางว่า ถ้าพานายมาเที่ยวอินเตอร์–ลาเก้น ขอให้พานายไปที่ชาโตส์ของเธอกับสามี”

    “เขาแต่งงานกันแล้วหรือ” ปกรณ์บอกว่าใช่ ถามว่าจะแวะไปไหม “ฉันไม่เข้าใจ วาดดาวจะเชิญฉันไปทำไม ในเมื่อเรื่องของเราจบไปแล้ว หรือว่าเขาต้องการจะเยาะเย้ยฉัน”

    ปกรณ์ยืนยันว่าน้ำเสียงเธออยากให้เขาไปพบจริงๆ คืนนี้ชายรุจจึงโทร.กลับไปปรึกษากับพี่น้องที่วังจุฑาเทพ ชายใหญ่เป็นคนรับสายแต่โอนสายให้ชายภัทรพูด เพราะเชื่อว่าชายภัทรจะให้คำแนะนำได้ดีกว่า

    “นายสมควรไปพบคุณวาดดาว นายจะได้รู้จักผู้หญิงคนนี้อย่างถ่องแท้เสียที” ชายรุจถามว่าไม่คิดว่าตนจะบาดเจ็บไปจนตายหรือ “นั่นคือสิ่งที่นายเป็นอยู่ตอนนี้ ฉันย้ำคำเดิม นายกำลังโทษตัวเอง โทษปมด้อยของตัวเอง ถ้านายไม่กล้าไปเผชิญหน้าความจริง เอาแต่กลัวอยู่ นายจะไม่มีวันเรียกความนับถือตัวเองของนาย กลับคืนมาได้เลย”

    เห็นปลายสายเงียบไป ชายภัทรย้ำว่า

    “อีกอย่าง เรื่องที่ว่าวาดดาวหลอกนาย มันเป็นแค่สมมติฐานที่เราตั้งขึ้นมาเอง ความจริงมันอาจจะไม่ใช่ก็ได้ เพราะฉะนั้น นายจะต้องไปพบวาดดาวและถามความจริงทั้งหมดจากเธอ”

    เหตุผลของชายภัทร ทำให้ชายรุจรับปากว่าพรุ่งนี้จะไปพบวาดดาว ชายภัทรบอกว่าพวกตนทุกคนเป็นห่วงเขา แล้วโอนสายให้ชายใหญ่พูดต่อ

    “ชายรุจ พี่จะลาพักร้อนที่มหาวิทยาลัย พี่จะไปเยี่ยมน้องมะปรางช่วงกลางเดือนนี้ อาจจะแวะไปสวิตไปเยี่ยมนายที่นั่นด้วย”

    ชายรุจชวนมาพักกับตนที่เบิร์นก็ได้ ฝากความคิดถึงมายังหม่อมย่าและย่าอ่อนด้วย เขารู้สึกปลอดโปร่งใจขึ้น จึงออกไปเดินเล่นหน้าโรงแรม หูแว่วเสียงไวโอลินเพลง “ลาวดวงเดือน” สะดุดใจมากจึงเดินไปตามเสียงเพลง

    เป็นเสียงไวโอลินจากการสีของรสา ที่เธอมีความสุขกับความสวยงามของบ้านเมืองที่นี่ในยามค่ำคืน จึงออกไปเดินเล่นและสีไวโอลินเพลงโปรด เมื่อชายรุจมาทัก

    และชม เธอบอกว่าเล่นเพลงนี้เป็นที่ระลึกกับสถานที่แห่งนี้

    “นี่คือเพลงโปรดของเธอ ‘ลาวดวงเดือน’ พลอยทำให้ฉันหลงรัก...เสียงเพลงของเธอเข้าให้แล้ว”

    ความรู้สึกดีๆที่มีต่อกัน ทำให้รสาอยากฟัง “ความจริง” ของเขากับท่านหญิงแต้วที่เขายังไม่ได้เล่า

    ชายรุจนิ่งอย่างทบทวนและทำใจก่อนเล่าถึงเหตุการณ์ที่ท่านหญิงหลงเข้าไปในบ้านร้างตกใจงูจนจับไข้ วันนั้นเขาถูกย่าอ่อนใช้ไม้เรียวฟาดไปสั่งสอนให้หลาบจำจะได้ไม่แกล้งท่านหญิงอีก

    วันนั้น ชายรุจยอมรับผิดและขอโทษ ขณะนั้นเอง แจ่มมาอุ้มท่านหญิงซึ่งยังขวัญเสียจนจับไข้จะพาขึ้นข้างบน หญิงแต้วร่ำร้องให้ปล่อยจะไปหาพี่ชายรุจ เมื่อแจ่มวางลง หญิงแต้ววิ่งไปหาย่าอ่อน อ้อนวอนอย่าเฆี่ยนชายรุจเลยสงสารพี่ชายเถอะ

    หญิงแต้วยอมรับว่าที่พี่ชายแกล้งเพราะตนดื้อต่างหาก ทำให้ย่าอ่อนเพลามือลง หญิงแต้วโผเข้ากอดชายรุจไว้ร้องไห้สะอึกสะอื้น ถามว่าเจ็บไหม บอกว่าตนไม่โกรธพี่ชายเพราะมีแต่พี่ชายคนเดียวที่ยอมเล่นกับตน

    ทั้งชายรุจและหญิงแต้วในวัยเด็กกอดกันร้องไห้ด้วยความเข้าใจและสงสารท่ามกลางความสะเทือนใจของผู้ใหญ่

    เล่าจบ ชายรุจบอกว่าหลังจากนั้นทั้งท่านพ่อและหม่อมแม่ทั้ง 3 ก็จากไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ พวกตนทั้ง 4 จึงถูกส่งไปเรียนต่างประเทศและไม่ได้กลับไปที่วังอรุณรัศมิ์อีกเลย แต่ความทรงจำเกี่ยวกับท่านหญิง ยังชัดเจนอยู่เสมอ ไม่เคยจางไปแม้แต่วันเดียว พูดแล้วมองหน้ารสา เอ่ยอย่างมีความสุข “ขอบใจที่รับฟังเรื่องราวของฉัน”

    “ขอบใจที่เล่าเรื่องให้รสาฟังต่างหาก ขอบใจสำหรับความทรงจำของคุณชายที่ไม่เคยลืม...ท่านหญิง”

    ชายรุจยังเผยความในใจว่า บางครั้งเธอก็ทำให้ตนนึกถึงท่านหญิงขึ้นมา เพราะไม่ว่า ชื่อรสาและเค้าหน้า ช่างละม้ายท่านหญิงเหลือเกิน พูดอย่างอิ่มเอมใจว่า

    “รู้ไหม ฉันมีความสุขทุกครั้งที่ได้มองหน้าเธอ...”

    “คุณชาย...” รสาอุทานออกมาไม่รู้ตัว...เมื่ออากาศเย็นลง ชายรุจปลดผ้าพันคอของตัวเองคลี่คลุมให้เธออย่างอ่อนโยน ดึงเธอไปกอดไว้ รสาโอนอ่อนอย่างสนิทใจ

    แม้จะไม่มีคำบอกรัก...แต่สัมผัสที่ได้รับ ต่างรับรู้ถึงความรู้สึกที่มีต่อกันอย่างลึกซึ้ง...

    ooooooo

    รุ่งขึ้น หลังจากไปชมวิวที่ทะเลสาบแล้ว ปกรณ์บอกคณะทัวร์ว่าคืนนี้เราจะพักที่บ้านเพื่อนก่อนค่อยเดินทางต่อ

    ที่พักนั้นคือชาโตส์ของวาดดาวนั่นเอง ชายรุจได้พบกับฟิลลิปสามีของวาดดาว เป็นผู้ใหญ่ที่สง่างามและใจดี เคยเป็นกงสุลกิตติมศักดิ์ของประเทศไทยประจำนครซูริค จึงพูดไทยได้ชัด หลังเกษียณมาซื้อบ้านอยู่ที่นี่

    ไม่นานก็ได้พบวาดดาว เธอยังคงต้อนรับชายรุจ

    อย่างอบอุ่น สนิทสนมเช่นเคย จนเมื่อชายรุจเป็นฝ่ายขอคุยเป็นการส่วนตัว ถามว่าตนผิดอะไร หรือไม่คู่ควรกัน เธอจึงจากไป จึงได้รับรู้เรื่องราวที่ทำให้เธอตัดสินใจแต่งงานกับฟิลลิป...

    วาดดาวเล่าว่า หลังจากที่เขาพาเธอไปกราบ

    ย่าเอียดและได้รับความเมตตาจากย่าเอียดว่า  หลังเรียนจบแล้วจะจัดผู้ใหญ่ไปสู่ขอ แต่เมื่อออกมา เจอย่าอ่อนมายืนดักอยู่ ฟังย่าอ่อนแล้วความอิ่มเอมใจที่ได้รับจากย่าเอียดก็ปลาสนาการไปสิ้น...

    “เธอคงไม่รู้ธรรมเนียมของวังจุฑาเทพ คุณชายจุฑาเทพทุกคนจะต้องแต่งงานกับหญิงที่มียศศักดิ์เท่าเทียมกับคุณชายเท่านั้น ไม่ใช่ลูกพ่อค้าวาณิชหญิงสามัญอย่างเธอ” ย่าอ่อนพูดอย่างชิงชังรังเกียจ

    ทั้งยังอ้างถึงพระประสงค์ของท่านพ่อที่ต้องการให้จุฑาเทพกับเทวพรหมเป็นทองแผ่นเดียวกัน

    วาดดาวบอกว่าเรื่องสัญญาของท่านพ่อกับคุณชายทางวังเทวพรหมตนไม่เคยรู้มาก่อน วาดดาวพูดอย่างเจียมตัวที่ฐานะต่ำต้อย  ชายรุจบอกว่าตนก็เป็นลูกชายที่เกิดจากคนใช้ จึงไม่มีพันธะอะไรเกี่ยวกับสัญญาของผู้ใหญ่สองวังทั้งสิ้น

    วาดดาวตัดสินใจเล่าถึงคำพูดของย่าอ่อนที่ทำให้เธอตัดสินใจขั้นสุดท้ายที่ว่า

    “จำไว้นะ ห้าสิงห์จุฑาเทพเป็นหม่อมราชวงศ์ ย่อมดำรงเกียรติด้วยการแต่งงานกับหม่อมราชวงศ์หรือหม่อมหลวงด้วยกันเท่านั้น จะไม่มีคนใดผ่าเหล่าผ่ากอ ไปแต่งกับลูกพ่อค้าวาณิชหรือสามัญชนอย่างเธอ เพราะฉะนั้นไปจากชีวิตชายรุจเสีย!”
    เมื่อเธอพยายามชี้แจงถึงความรักที่มีต่อกัน ย่าอ่อนตัดบทว่า

    “ถึงจะแต่งกันไป แต่ก็ล้มเลิกได้ง่ายๆ ถ้ามีคนที่เหมาะสมกว่าเธอ...นึกซีว่าต่อไปชายรุจอาจได้เป็นถึงท่านทูตหรือเอกอัครราชทูตประจำประเทศนอก ผู้หญิงที่เป็นภริยาก็ต้องสมฐานะกัน ไม่ใช่มาจากไพร่อย่างเธอ ถ้าเธอยังทู่ซี้อยากจะเป็นเมียนายรุจ ก็ขอบอกไว้ก่อนเลยนะว่าเธอจะเป็นได้แค่เมียใต้ถุนครัว หรือเมียเก็บที่ต้องซุกซ่อนไว้ ไม่มีวันได้เผยอหน้ามาออกหน้าออกตาเด็ดขาด ถ้าอยากอยู่ในฐานะนั้นก็ตามใจ...ฉันพูดได้เท่านี้แหละ มีปัญญาก็ไตร่ตรองเอาเองก็แล้วกัน”

    ออกจากย่าอ่อน วาดดาวไปยืนร้องไห้จนชายรุจตามมาเจอ เธอถามว่าเรากลับกันได้หรือยัง ชายรุจถามว่าทำไมตาแดงๆร้องไห้หรือเปล่า

    “วาดดีใจน่ะค่ะ ที่ได้รับการต้อนรับอย่างแสนอบอุ่นจากวังจุฑาเทพ” เธอยิ้มให้ชายรุจ ทั้งที่หัวใจกำลังร้องไห้...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 11:50 น.