สมาชิก

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ

ตอนที่ 4

กระถิน​ถูก​มาร​ตี​และ​วิไล​รัมภา​แกล้ง​จับ​ไป​ขัดตัว​เสีย​จน​หนัง​แทบ​ถลอก ร้าย​กว่า​นั้น​คือ​จับ​หมัก​ผมเป็น สีม่วง จน​กระถิน​บอก​ว่า​ไม่​กล้า​ออก​ไป​ให้​ใคร​เห็น ร้องไห้​คร่ำครวญ​กับ​เก​ษ​รา​ว่า​จะ​กลับ​บ้าน จะ​ไป​หา​พี่​ค​ล้า​ว

พอ​เก​ษ​รา​เห็น​สาร​รูป​ของ​กระถิน​ก็​ไม่​พอใจ ​ถาม​น้อง​สาวทั้งสอง​ว่า​ทำ​อะไร​กับ​ผม​ของ​กระถิน

“แหม นึก​ภาพ​ซี​คะ เวลา​คุณชาย​ปวรรุจ​มา​เยี่ยม​กระถิน แล้ว​เห็น​ว่าที่​เจ้าสาว​หม่อมหลวง​กระถิน​ผม​สีม่วง คง​ดู​ไม่​จืด​เลย​นะ​คะ” วิไล​รัมภา​พูด​ไป​หัวเราะ​ไป มารตี​หัวเราะ​ผสมโรง​อย่าง​สะใจ

“ฉัน​จะ​ฟ้อง​คุณ​พ่อ” เก​ษ​รา​โกรธ ถูก​มาร​ตี​ขู่​ว่า​ถ้า​ฟ้อง​ตน​จะ​รายงาน​เรื่อง​เงิน​เก็บ​ของ​พี่​ที่​ซ่อน​ไว้​ไม่​ให้​คุณ​พ่อ​ทราบ “นี่​เธอ​กำลัง​ขู่​พี่​นะ” เก​ษ​รา​ฉุน​กึก ​บอกป้าแย้ม​กับ​แหวว​ให้​พา​กระถิน​ออก​ไป แล้ว​หัน​มา​ถาม​น้องสาว​ว่า​ต้องการ​อะไร​กัน​แน่

มาร​ตี​กับ​วิไล​รัมภา​บอก​ว่า ​พวก​ตนไม่​ต้องการนับ ญาติ​กับ​กระถิน เพราะ​ถ้า​กระถิน​มา​เป็น​สะใภ้​ชาย​รุจ ​ตน​ทั้งสอง​ก็​ต้อง​กราบ​ไหว้​นับถือ​ใน​ฐานะ​พี่​สะใภ้ พูด​อย่าง รังเกียจว่า “เสีย​มือ​ค่ะ”

เก​ษ​รา​ปราม​ว่า​ถ้า​เหตุผล​นี้ บอก​ได้​คำเดียว​ว่า​พวก​เธอ​ไม่​มี​สิทธิ์​แกล้ง​ญาติ​ผู้​น้อง​ของ​เรา​แบบ​นี้ และ​ถ้า ยัง​จะ​แกล้ง​อีก​ก็​ขอ​ให้​รู้​ไว้ด้วย​ว่า “พี่​นี่​แห​ละ​ที่​จะ​ลุกขึ้นมา​ปกป้อง​กระถิน​เอง” ส่วน​เรื่อง​เงินที่​เก็บ​ไว้​เพื่อ​ซ่อม​ร้าน​นั้น เก​ษ​รา​ท้า​ว่า​ให้​รายงาน​คุณ​พ่อ​ไป​เลย มี​อะไร​ให้​คุณ​พ่อ​ไป​คุย​กับ​ชิน​กร​เอง​เพราะ​เป็น​เงิน​ที่​เขา​ดูแล​อยู่

เจอ​ไม้แข็ง​ของ​พี่​สาว​เช่น​นี้ มาร​ตี​กับ​วิไล​รัมภา​ก็​อึ้ง ถูก​เก​ษ​รา​สำทับ​อีก​ว่า

“อ้อ...เมื่อ​เธอ​ขู่​พี่​แบบ​นี้ พี่​จะ​ไม่​แค่​ปกป้อง​กระถิน แต่​จะ​ผลัก​ดัน​ทุก​วิถี​ทาง​ให้​กระถิน​ได้​แต่งงาน​กับ​คุณชายรุจ”

วิไล​รัมภา​กับ​มาร​ตี​ถาม​ว่า ทำ​แบบ​นี้​เท่ากับ​ประกาศ​สงคราม​กับ​ตน​สอง​คน​หรือ ​เก​ษ​รา​ยืนยัน​ว่า​ใช่​และ​งาน​แรก​คือ​การ​ตัด​ค่า​ขนม​ที่​เคย​ได้​ไป​ทุก​อาทิตย์ ต่อไป​นี้​จะ​ไม่​มี​อีก​แล้ว

“พี่​มาร​ตี...ไม่​มี​ค่า​ขนม รัมภา​จะ​เอา​เงิน​ที่ไหน​ไป​ซื้อ​เครื่องสำอาง​ล่ะ​คะ ข้าวของ​เครื่อง​ใช้​อีก”

“ไม่​ต้อง​คร่ำครวญ​น้อง​รัมภา ต่อ​นี้​ไป ภาวะ​คือ​สงคราม” มาร​ตี​ยิ้ม​ร้าย

ooooooo

ที่โลซาน เมื่อปกรณ์กับชายรุจ พาสามสาวมาถึงหน้าโรงแรมหรูแล้ว ปกรณ์แนะนำว่าตรงข้ามถนนนั่นมีร้านกาแฟน่านั่งมาก เขารับฝากกระเป๋าด้วย พวกเธอไปแฮงก์เอาต์ตรงนั้นได้สบายเลย วิวก็สวยด้วย

อ้ายขอบคุณที่แนะนำ ส่วนรสาขอบคุณชายรุจที่ ยังจดจำตนได้

ชายรุจถามงงๆ ว่าจดจำได้...หมายความว่าอย่างไร รสาเฉไฉบอกว่า จดจำได้ว่าตนเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ต้องการการดูแลในต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ คำตอบของชายรุจทำเอารสาเซ็ง เพราะเขาทำเพียงเพราะว่า มันเป็นหน้าที่ของข้าราชการนักการทูตอย่างตนอยู่แล้ว
เมื่อสองชายกลับไปแล้ว รสาขอเวลาตั้งสติก่อนขึ้นไปเซอร์ไพรส์ท่านชายทัศน์ อ้ายเสนอไปนั่งร้านกาแฟที่ปกรณ์แนะนำดีกว่า

ส่วนปกรณ์กับชายรุจ ยังมีเวลาเหลืออยู่จึงชวนกันไปชมเมืองเก่าของโลซาน เดินเล่นก่อนแล้วค่อยกลับ

ระหว่างสามสาวนั่งที่ร้านกาแฟนั่นเอง เห็นแหม่มผมบลอนด์หน้าตาสะสวยแต่งจนเหมือนตุ๊กตาไบลด์ที่ ท่านชายซื้อฝากรสา เธอนึกสนุกหยิบตุ๊กตาจากกระเป๋าออกมาเทียบ เห็นเหมือนกันดิกก็ขำกันกิ๊ก...จนแหม่มสาว หันมอง สามสาวหยุดกึก อ้ายชวนขึ้นไปเซอร์ไพรส์ท่านชายทัศน์กันเลยดีกว่า

แต่พอลุกขึ้น เอื้อยสะกิดให้ดูข้างนอก เห็นท่านชายทัศน์เดินออกจากโรงแรมตรงไปหาแหม่มสาวคนนั้นแล้วกอดจูบกันอย่างหวานชื่น สามสาวที่หลบอยู่มองกันตาค้าง ได้ยินท่านชายทักทายแหม่มสาวอย่างอ่อนหวานว่ารอนานไหม แหม่มบอกว่าไม่นานแต่ฟ้องว่ามีผู้หญิงเอเชียสามคนเสียมารยาทนั่งหัวเราะเยาะตน

ท่านชายบอกว่าอย่าไปสนใจเลย ถามว่าทานอะไรมาหรือยัง แหม่มบอกว่ายัง จะทานอะไรก็ได้แต่ขอให้ไม่ใช่ร้านนี้

“งั้นไปกันเถอะ วันนี้เราจะทานร้านไหนกันดี”

“ให้ฉันเลือกละกัน”

“ได้ซี ดาร์ลิ่ง” ท่านชายโอบแหม่มเดินไปกันอย่างรักใคร่

สามสาวตะลึงอึ้ง เอื้อยกับอ้ายพยายามพูดปลอบใจรสาว่าอาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดก็ได้ รสาถามว่าแล้วจะให้คิดอย่างไรไม่ได้ยินหรือท่านชายรับสั่งกับแหม่มนั่นว่า “ดาร์ลิ่ง” แล้วรสาก็วิ่งพรวดออกไปน้ำตานองหน้า สองสาววิ่งตามถามว่าจะทำอะไร

“ตามพี่ชายทัศน์ไปน่ะซี จะไปถามให้รู้เรื่องว่า ยายแหม่มนั่นเป็นใคร แล้วเป็นอะไรกับพี่ชายถึงได้โอบกอดกันแบบนั้น” เอื้อยติงว่าไม่มีประโยชน์หรอก รสายืนยันว่า “ยังไงหญิงก็ต้องรู้ความจริง”

รสาวิ่งตามไป แต่พอเลี้ยวหัวมุมก็เห็นท่านชายยืนจูบกับแหม่มอย่างดูดดื่มอยู่ริมถนน เธอหน้าซีดเผือด อ้ายบอกว่าทนไม่ไหวแล้ว ตามไปแสดงตัวกันเดี๋ยวนี้เลย เอื้อยถามว่าเพื่ออะไร?

“ก็จะได้รู้กันไปเลยไง ว่าท่านชายทรงหลอกลวงพระคู่หมั้นอย่างไร้เกียรติที่สุด แอบมาควงหญิงฝรั่งต่างแดน คงคิดว่าพ้นหูพ้นตาท่านหญิง นี่ถ้าท่านหญิงไม่ตามมา ก็คงไม่มีวันรู้ความจริง ไปค่ะท่านหญิงไปแสดงตัวเดี๋ยวนี้เลย”

อ้ายฮึดฮัดเต็มที่แต่พอหันมาเห็นรสายืนโงนเงนเหมือนจะเป็นลม จึงต้องพาไปนั่งพักที่เก้าอี้ริมถนน...

รสาร้องไห้อย่างหนัก ถามเอื้อยกับอ้ายว่าจะทำอย่างไรดี อ้ายบอกว่าต้องตั้งสติก่อน เราต้องถามคนไทยที่นี่ว่าท่านชายคบกับแหม่มนั่นในฐานะอะไรกันแน่

“หญิงได้คำตอบหมดแล้ว ไม่ต้องถามใครอีกแล้ว ท่านชายคบหญิงอื่นอยู่ ท่านทรงปดหญิง ปดท่านพ่อ ท่านไม่ได้รักหญิงเลยแม้แต่นิดเดียว” รสาร้องไห้อย่างหนัก บอกอ้ายกับเอื้อยว่า จะกราบทูลท่านพ่อ แล้วให้ระงับการหมั้นเสีย

เอื้อยติงว่าทำอย่างนั้นท่านหญิงจะเป็นม่ายขันหมาก แต่อ้ายเห็นต่างว่า ดีกว่าเป็นหลวงที่ต้องกินนํ้าใต้ศอกคนอื่น

ooooooo

ส่วนชายรุจกับปกรณ์กำลังเดินเที่ยวชมเมืองเก่าของโลซาน จู่ๆชายรุจก็เห็นท่านชายภาณุทัศนัยนั่งกอดแหม่มสาวสวยอยู่ ถามปกรณ์ว่ารู้จักไหม

“ก็พอรู้ เพราะยายคนนี้เป็นสาวสังคมพอตัว ชื่อลิลลี่ ไปทานที่ร้านหลายครั้งแล้ว เขาเป็นแฟนกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด จนคนไทยที่นี่เขาลือกัน”

ปกรณ์ถามชายรุจว่าทำไมต้องหน้าเครียดขนาดนั้น ชายรุจถามว่ารู้ใช่ไหมว่าท่านชายมีพระคู่หมั้นอยู่ แล้วตำหนิว่า

“มันเป็นการไม่สมควรอย่างยิ่งที่ไปคบหญิงอื่นทั้งๆที่ทรงหมั้นหมายกับ...ท่านหญิงพระองค์หนึ่งที่

เมืองไทย แล้วท่านหญิงพระองค์นั้น ฉันเคยรู้จักสมัยเด็กๆ”

ปกรณ์ยังเล่าว่า ท่านชายพระองค์นี้ขึ้นชื่อเรื่องความเจ้าชู้เพราะนอกจากลิลลี่นี่แล้ว ยังมีอีกหลายนางแต่ละนางสวยระดับนางเอกทั้งนั้น ทำให้ชายรุจทนไม่ได้เดินตรงไปทักท่านชายที่นั่งอยู่กับลิลลี่ที่ถนนอีกฟากหนึ่ง ปกรณ์รีบตามไป

ชายรุจทักท่านชาย ลิลลี่ก็ทักปกรณ์อย่างคุ้นเคยกัน คุณชายปวรรุจและท่านชายภาณุทัศนัย ปะทะคารมกันอย่างเผ็ดร้อนตึงเครียด ท่านชายถึงกับตวาดไล่ชายรุจ จะไปไหนก็ไปอย่ามารบกวนเวลาส่วนตัวของตน

“กระหม่อมขออภัย อ้อ...เมื่อวานที่สถานทูต เห็นท่านทูตพลเทพพูดถึงพิธีเสกสมรสของฝ่าบาทกับท่านหญิงแต้ว เห็นว่าจะทำการ์ด Royal Wedding อย่างงดงามแจกในพิธีด้วย กระหม่อมยินดีกับฝ่าบาทอย่างยิ่ง”

เป็นเรื่องทันที! ลิลลี่ถามว่าหมายความว่าอย่างไร ท่านชายทัศน์กลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร

“แต่ฉันว่าต้องมีอะไรแน่ๆ บอกความจริงมานะ เธอจะแต่งงานกับใคร!”

ท่านชายภาณุทัศนัยที่เคยแต่วางมาดสูงศักดิ์สง่างามโดดเด่น วันนี้กลับหน้าเจื่อนสนิท

ooooooo

ชายรุจเดินออกมาอย่างหัวเสีย ปกรณ์เห็นเอื้อยกับอ้ายเดินอยู่อีกฝั่งถนนก็ขอแยกไปคุยด้วย กันชายรุจที่กำลังอารมณ์ขุ่นมัวให้ไปเดินเล่นที่อื่นก่อน

ชายรุจเดินไปที่สะพาน พลันก็ตกใจสุดขีดเมื่อเห็นรสากำลังปีนราวสะพาน เขาพุ่งไปคว้าตัวไว้นึกว่าเธอจะกระโดดนํ้าตาย เธอชี้แจงว่าเพียงแต่จะปีนขึ้นไปเอาตุ๊กตาไบลด์ที่ท่านชายซื้อให้ทิ้งนํ้าต่างหาก

เห็นรสายังอยู่ในความเสียใจ ชายรุจจึงชวนไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่า ชายรุจถามว่าเธอมาโลซานเพื่อจะเซอร์ไพรส์คู่หมั้นใช่ไหม รสายอมรับว่าใช่แต่มาเจอคู่หมั้นตัวเองอยู่กับผู้หญิงอื่น

“แล้วจากนี้เธอจะทำอะไรต่อ”

“ไม่ทราบค่ะ ไม่กลับเมืองไทยก็คงอยู่เที่ยวสักพักไม่ให้ทางบ้านสงสัย คอยดูเถอะ กลับบ้านคราวนี้ฉัน

จะไปถอนหมั้น ท่าน...เอ่อ...คุณพ่อบังคับยังไงฉันก็ไม่ยอมเด็ดขาด ฉันเกลียดที่สุดในชีวิตคือการโกหกหลอกลวง”

ชายรุจพูดอย่างผู้เคยอกหัก ถามว่าเธอมีอาการซึมเศร้า เหงาเปลี่ยวหมดอาลัยตายอยากกับชีวิตหรือเปล่ารสาคิดแล้วไม่มีความรู้สึกแบบนั้นเลย ชายรุจพูดอย่างโล่งใจว่า

“งั้นฉันก็ดีใจกับเธอด้วย แสดงว่า เธออาจจะรักเขาน้อยกว่าที่คิดหรืออาจจะไม่ได้รักเลยก็ได้”

รสาคิดทบทวนความเป็นมาของตนกับท่านชายที่ผู้ใหญ่จับหมั้นกันตั้งแต่เด็ก โตขึ้นก็แยกย้ายกันไปเรียนต่่างประเทศจนแทบไม่ได้เจอกันเลย คิดแล้วยิ่งเชื่อว่าทั้งตนและท่านชายไม่มีความรู้สึกรักต่อกันเลย รสาขอบคุณชายรุจที่ทำให้ตนเข้าใจความรู้สึกของตัวเองดีขึ้น ชายรุจจึงชวนกลับไปหาเอื้อยกับอ้าย ซึ่งคงรอเธออยู่

ชายรุจส่งมือให้รสาจับ ช่วยเธอลุกขึ้น ทำให้รสารู้สึกถึงความอบอุ่นในไมตรีของเขา ลุกเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน

ooooooo

ชายรุจพารสากลับมาร้านกาแฟที่ฝากกระเป๋าไว้ เอื้อยกับอ้ายดีใจมากวิ่งไปรับบอกรสาว่า ตามหาเสียทั่ว ที่แท้อยู่กับคุณชายนี่เอง

เมื่อมานั่งที่โต๊ะ ปกรณ์บอกรสาว่าเอื้อยกับอ้ายเล่าให้ตนฟังหมดแล้วเรื่องคู่หมั้นของเธอ ถามว่าคู่หมั้นชื่ออะไรหรือ สามสาวมองหน้ากันตื่นๆ แล้วอ้ายก็โพล่งไปว่า “ชื่อเพ้งค่ะ” ครั้นปกรณ์ขอชื่อจริง รสาตัดบทว่าชื่อเพ้งนี่แหละเพราะเขาไม่มีชื่ออื่น ปกรณ์ยังติดใจถามว่าทำธุรกิจอะไรหรือถึงได้พักโรงแรมหรูขนาดนี้

“เอ้อ...เป็นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาสวิสน่ะค่ะ” เอื้อยเริ่มคล่องขึ้น แต่ปกรณ์ก็ยังรู้สึกไม่คุ้นอยู่ดี รสารวบรัดตัดบทว่าอย่าไปสนใจเลย ตนกำลังพยายามที่จะไม่นึกถึงเขาอยู่ ปกรณ์จึงเลิกซักไซ้

ชายรุจถามว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป รสาขออยู่นิ่งๆ สักพัก ตอนนี้อยากไปจากร้านนี้และไปจากโลซานด้วย พลันเอื้อยก็ขัดขึ้นว่าตอนนี้อย่าเพิ่งวางแผนอะไรเลย เรารีบเข้าร้านไปเอากระเป๋าเดินทางกันดีกว่า ว่าแล้วดึงรสากับอ้ายเข้าไปหลังร้าน สองหนุ่มมองอย่างแปลกใจ แต่พอมองออกไปนอกร้าน ชายรุจเห็นท่านชายทัศน์เดินมากับลิลลี่ก็เข้าใจ

สามสาวแอบอยู่หลังร้าน เห็นลิลลี่เดินนำท่านชายเข้ามาถามชายรุจ เรื่องท่านชายทัศน์จะแต่งงานว่าจริงไหม ชายรุจทำท่าลำบากใจ บอกว่าถ้าตนปฏิเสธก็เป็นเรื่องโกหก แล้วยืนยันว่า “เป็นเรื่องจริงทั้งหมด”

“You Liar คุณหลอกลวงฉันภาณุ” ลิลลี่จ้องท่านชายขวับ

“อย่าไปฟังไอ้ Bastard สองคนนี่เลย” ท่านชายจิกตาใส่สองหนุ่ม

ปกรณ์มองค้าง ชายรุจลุกขึ้นอย่างโกรธจัดกับคำหยาบที่ท่านชายใช้เรียก พริบตานั้น ลิลลี่หยิบแก้วเครื่องดื่มสาดใส่ท่านชายเต็มหน้า เสื้อผ้าชุดหรูเปรอะแล้ววิ่งออกไป ท่านชายเรียกให้กลับมา ปกรณ์เข้ามาเตือนเบาๆว่าอย่าตะโกนเลยคนยิ่งมองกันใหญ่ เสนอให้เข้าไปในร้านล้างตัวก่อนดีกว่า

ท่านชายชี้หน้าชายรุจด่าว่าเป็นตัวการก่อเรื่อง ปกรณ์ทำทีผสมโรงตำหนิชายรุจ แล้วพาท่านชายเข้าไปมอบให้เจ้าของร้านซึ่งรู้จักกันดีช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้

สามสาวแอบอยู่ในร้าน เห็นท่านชายเดินตรงเข้ามา รสาบอกให้ไปเอากระเป๋าแล้วหนีไปเร็ว

ไวราวกับปรอท สามสาวไปคว้ากระเป๋าลากออกไปทางหลังร้าน ชายรุจกับปกรณ์เข้ามาไม่เห็นมองหากันว่าหายไปไหนกันหมด ปกรณ์สงสัยจะไปทางหลังร้านบ่นเสียดายเพราะตนกับอ้ายทำท่าจะไปด้วยกันได้ดีเสียด้วย

“ไม่แน่...เราอาจจะได้เจอพวกเธออีกก็ได้นะ ฉันสังหรณ์อย่างนั้น” คุณชายปวรรุจพึมพำ

ooooooo

เวลาเดียวกัน ที่วังเทวพรหม กระถินใส่เสื้อคอ กระเช้านุ่งผ้าถุงไปนั่งทำอะไรยุกๆยิกๆอยู่ริมสระบัว มารตีกับวิไลรัมภาตามไปหาเรื่อง หาว่ากระถินขโมยขนม มาแอบกิน สั่งให้เอามือที่กำอะไรซ่อนไว้ข้างหลังมาให้ดู

วิไลรัมภาแบมือยื่นไปตรงหน้าสั่งให้เอาออกมาให้ดู กระถินเอาของที่กำซ่อนไว้ออกมาวางใส่มือวิไลรัมภา สาวเจ้ากรี๊ดบ้านแทบแตกเพราะมันเป็นไส้เดือนดิ้นยุกยิกอยู่ในมือ เธอสะบัดมือทิ้ง ตบกระถินอย่างแรงจนตัวเองเสียหลักลื่นตกลงในสระน้ำแผดเสียงกรี๊ดๆ มารตีกระเย้อกระแหย่งยื่นมือจะช่วยฉุดขึ้นมา

กระถินยืนอยู่ข้างหลัง หมั่นไส้นักเลยยกเท้ายันโครมเดียว มารตีก็หัวทิ่มลงสระไปอีกคน

เกษรากับป้าแย้มทำขนมอยู่ได้ยินเสียงกรีดร้องพากันมาดู วิไลรัมภาและมารตีฟ้องว่าถูกกระถินถีบตกน้ำ กระถินยอมรับว่าจริงแต่ทำเพราะตนถูกแกล้งก่อน ถ้าสองคนไม่แกล้งทำให้ผมตนกลายเป็นสีหัวปลีซ้ำยังตบตนด้วย ตนก็ไม่ทำ

มารตีจะให้เกษราลงโทษกระถินให้ได้ เกษราบอกว่ากระถินทำเพื่อป้องกันตัวเท่านั้น ทำให้มารตียิ่งแค้นใจหาว่าพี่สาวเข้าข้างกระถิน พูดอาฆาตก่อนสะบัดไปกับวิไลรัมภาว่า

“อ้อ...เข้าใจ นี่คือสงครามระหว่างเรา ได้! งั้น ก็รอระเบิดลูกใหญ่่ได้แล้วล่ะค่ะ งานนี้ฉันไม่เลิกราแน่ๆ”

“พี่เกษ...ไม่ทำโทษหนูเหรอ” กระถินถาม  เกษราบอกว่าไม่ ถามว่าแล้วเราทำอะไรอยู่ กระถินตอบเหนียมๆว่า “อย่าบอกใครนะ หนูกำลังตกปลา ปลาในบ่อเต็มเลย” ว่าแล้วเอาอุปกรณ์ตกปลามาโชว์ ยิ้มแฉ่งอย่างภูมิใจ...

มารตีเจ็บใจหาทางเฉดกระถินไปให้ได้ วางแผนโกหกทางวังจุฑาเทพเร่งรัดให้มาดูตัวกระถินในสภาพที่ยังดิบๆ มาจากบ้านนอกแล้วยังถูกแกล้งย้อมผมเป็นสี หัวปลีดูน่าเกลียดอีกด้วย เชื่อว่าถ้าทางจุฑาเทพมาเห็น สภาพนี้จะต้องปฏิเสธกระถินแน่นอน

โกหกมดเท็จจนทางวังจุฑาเทพนัดมาดูตัวกระถินภายในอาทิตย์นี้ พอเกษรารู้ก็ตกใจถามพ่อว่าจะนัดดูตัวทำไมไม่บอกกันก่อน เพราะยังอบรมขัดเกลาชุบตัวกระถินจากเด็กบ้านป่ามาเป็นชาวกรุงไม่ได้เลย

“ไม่รู้ล่ะ พ่อนัดกับทางหม่อมเขาแล้วจะคืนคำไม่ได้ วันดูตัวนังกระถินมันจะต้องชนะใจจุฑาเทพทุกคน!”

เทวพันธ์ยื่นคำขาด ลุกปึงปังไป มารตีกับวิไลรัมภาก็มองเกษราอย่างสมน้ำหน้าสะใจ

เกษราน้ำตาคลอ ตัดสินใจเรียกกระถินมาคุย เพื่อเร่งขัดเกลาให้ดูดีให้ได้ พอกระถินรู้ก็ตกใจ เกษราให้กำลังใจว่า

“เพราะฉะนั้น กระถินจะต้องไม่ทำให้พวกเขาผิดหวัง กระถินต้องแสดงความสามารถให้พวกเขาเห็น”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวกระถินจะปีนต้นมะพร้าว  เก็บ ลูกมะพร้าว

ให้พวกเขาดู เก็บเร็วกว่าลิงสมุยอีก”

“ไม่ใช่ความสามารถแบบนั้น ต้องเป็นความสามารถแบบกุลสตรี” แล้วเกษราก็ปลุกใจว่า “งานนี้กระถินต้องเปลี่ยนตัวเองให้ได้ เพื่อเราจะได้เอาชนะคนที่แกล้งเราไง เพราะฉะนั้น เราจะให้เขามาแกล้งเราไม่ได้ เราต้องสู้คืนนะ”

“ได้! กระถินจะสู้กับพวกมัน” กระถินฮึดขึ้นมา ดังนั้นไม่ว่าเกษราจะสอนอะไรก็รับปากว่าทำได้ทั้งหมดแม้กระทั่งการเต้นรำก็พยายามเรียนแม้จะเหยียบเท้าสะดุดกันแทบหกคะเมนก็ไม่ท้อ กลับขำหัวเราะกันคิกคักแล้วสอนต่อ

มารตีกับวิไลรัมภาแอบมาเห็น เชื่อว่าคงเป็นการ เตรียมไว้สำหรับวันมาดูตัว วิไลรัมภาบอกว่าเราต้องขัดขวางให้ได้

“ไม่ใช่แค่ขัดขวาง มันต้องทำลายเลยล่ะ” มารตีจิกตาร้ายกาจ

ooooooo

การประชุมที่เจนีวาเริ่มแล้ว ระหว่างประชุมไม่ว่าคุณชายปวรรุจจะแสดงวิสัยทัศน์อะไรในที่ประชุมก็ ถูกท่านชายภาณุทัศนัยยกมือโต้แย้งค้านหัวชนฝาทุกประเด็น กระทั่งปะทะฝีปากกันในที่ประชุม ท่านทูตพลเทพต้องคอยเจรจาไกล่เกลี่ยจนบรรยากาศที่ประชุมกร่อยๆเจื่อนๆไป

ระหว่างนั้น คุณอิ่มกับคุณอั๋นมาทานอาหารที่ร้านของปกรณ์ คุณอิ่มมาเพื่อจะย้ำกับปกรณ์ในสิ่งที่อ้างว่า ชายรุจรับปากไว้แล้ว นั่นคือ ชายรุจมาเที่ยวเมื่อไรตนขอตามไปด้วยทุกที่ ปกรณ์ถามว่าชายรุจรับปากตอนไหนหรือ ตนไม่ได้ยินเลย คุณอิ่มหาว่าเขาหูหนวกเอง แล้วรวบรัดขู่ว่า

“ถ้าคุณปกรณ์ห้ามเราก็เท่ากับว่าขัดพระประสงค์ของคุณชาย ความผิดร้ายแรงนะคะ”

ส่วนรสากับอ้าย เอื้อย ไปพักอยู่ที่วิลลาเป็นเวลา4 วันแล้ว รสาเอาแต่ขลุกอยู่ในห้อง อ้ายเสนอว่าเราควรจะออกเดินทางไปดูเขาเล่นสกีกันที่อินเตอร์ลาเก้นได้แล้ว

แต่รสายังไม่อยากไปไหน บอกสองสาวว่า “หญิง อยากอยู่ที่นี่ เพราะมีอะไรบางอย่างเหมือนจะบอกหญิงว่า ให้รออยู่ก่อน อย่าเพิ่งไปไหน มีอะไรบางอย่างอาจจะเกิด ขึ้น” แต่พอวันรุ่งขึ้นรสาก็บอกให้สองสาวเตรียมออกเดินทางกันได้แล้ว

“เร็ว หนูเอื้อย  แต่งตัว ก่อนที่ท่านหญิงจะเปลี่ยนใจ” อ้ายดีใจเร่งเอื้อยยิกๆ

ooooooo

เมื่อประชุมเสร็จ ชายรุจเดินทางมาพบกับปกรณ์ตามที่นัดแนะจะไปเที่ยวกัน ปรากฏว่ามีแขกไม่ได้ รับเชิญตามมาด้วยสองคนคือคุณอิ่มกับคุณอั๋น ชายรุจได้แต่แสดงความยินดีที่มีเพื่อนร่วมทางเพิ่มขึ้นตามมารยาทแต่ใจนั้นฝืดเต็มที

ทีมสามสาวก็เดินทางมาท่องทะเลสาบ อ้ายจำจากหนังสือมาเล่าว่า

“ที่นี่มีความเชื่อว่า ถ้าใครมายืนริมทะเลสาบเจนีวา หันหลัง แล้วก็อธิษฐานอย่างนี้” อ้ายทำท่าให้ดู โยนเหรียญข้ามหัวไปตกในทะเลสาบ แล้วจึงลืมตา บอกว่า “ทำแบบนี้ แล้วจะโชคดี สมหวังอย่างคำขอทุกประการ ท่านหญิงลองดูซี”

รสาทำบ้าง ตั้งจิตอธิษฐาน พูดเบาๆ “เมื่อพ้นจากความหลอกลวงของคนที่เคยตั้งใจจะร่วมชีวิตมาแล้ว...หญิงก็ขอให้ได้เจอใครสักคน...ที่จะเป็นความรักที่แท้จริงของหญิงเสียทีเถิด”

หลังจากทั้งสามสาวทำแล้ว ต่างยิ้มปีติให้กัน หวังกันว่าต่อไปนี้รสาจะเจอแต่เรื่องสมปรารถนา สัญญากันว่าเรามาเริ่มทุกอย่างใหม่นับแต่เวลานี้เป็นต้นไป

“ขอบคุณมากนะหนูอ้าย...หนูเอื้อย” รสาปีติจนน้ำตารื้น...

เป็นความบังเอิญที่กลุ่มของปกรณ์กับชายรุจ และกลุ่มสามสาวมาท่องเที่ยวในที่เดียวกัน รสาลงไปดูโถง ปราสาทเจอคุณอิ่มกำลังให้คุณอั๋นถ่ายรูปให้ แต่คุณอิ่มแต่งตัวเว่อร์ดูพิลึกพิลั่นไปอยู่ในกรอบให้คุณอั๋นถ่ายให้เหมือนโมนาลิซ่า

รสาเห็นแล้วอดขำไม่ได้ คุณอิ่มไม่พอใจหาว่าหัวเราะเยาะเลยด่าเปิง รสากลั้นหัวเราะขอโทษแล้วเดินเลี่ยงไป พอไปเจอเอื้อยกับอ้ายก็เล่าให้ฟังว่าถูกคนไทย ด้วยกันเอ็ดมาเมื่อครู่นี้ ซักถามกันจึงรู้ว่าคนนั้นคือ คุณอิ่มกับคุณอั๋น ทั้งสองย้อนไปตรงจุดที่

คุณอิ่มถ่ายรูป พอเห็นสารรูปของคุณอิ่มก็อดขำไม่ได้ เลยถูกคุณอิ่มด่าหาว่าอุตส่าห์ตามมารังควานกันถึงที่นี่

คู่กัดทั้งสองต่างด่าว่ากันโขมงโฉงเฉงจนคุณอั๋นเตือนว่าที่นี่ต้องการความสงบ คู่กรณีทั้งสองจึงหยุดและแยกกันไป ระหว่างนั้นอ้ายกับเอื้อยเดินไปทางหนึ่ง และรสาเดินไปอีกทางเพื่อชมห้องต่างๆในปราสาท

ooooooo

รสาเดินหลงจนไม่รู้ทางไหนไปไหน ขณะกำลังหนาวเยือกวังเวงอยู่นั่นเอง มองไปไกลๆ เห็นชายรุจยืนอยู่เป็นภาพลางๆ เหมือนความฝันมากกว่า แต่ก็มีความหวังให้เธอเดินไปหา ชายรุจทักอย่างรู้กันว่า หลงทางอีกแล้วใช่ไหม

“ค่ะ...แต่พอมาพบคุณชาย ฉันก็แน่ใจว่าฉันไม่หลงอีกแล้ว เฮ้อ...ตอนแรกที่เห็นคุณชายฉันนึกว่าตัวเองตาฝาดเสียอีก” ชายรุจบอกว่าตนก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน รสาถามว่าทำไมหรือ ชายรุจเล่าทีเล่นทีจริงขำๆว่า

“บทเธอจะหายไป เธอก็หายไปจากโลซานอย่างไร้ร่องรอย แล้วบทเธอจะมา เธอมาปรากฏตัวอยู่ในปราสาทชิยองเหมือนปาฏิหาริย์”

รสาเปรยๆว่า บังเอิญเหลือเกิน แต่ชายรุจไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องบังเอิญ เขาอยากพูดเป็นอย่างอื่นแต่ก็ไม่พูด เปลี่ยนเป็นบอกว่า “ฉันนึกอยู่เสมอว่าจะต้องได้เจอเธออีกแน่ๆ” พูดแล้วประสานสายตากันอย่างมีนัย

ooooooo

เมื่อทุกคนที่มาเที่ยวเจอกัน อิ่มผละไปเกาะแขนชายรุจชวนไปดูคุกใต้ดินกัน ปกรณ์เสนอว่าเมื่อเรามาด้วยกันก็ไปด้วยกันเสียเลยดีไหม รสาชวนอ้ายกับเอื้อยไปเที่ยวกันเองดีกว่า คุณอิ่มรีบกันท่าบอกว่าดีแล้วพวกเรามากันสี่คนก็ไปกันสี่คน

อ้ายมองคุณอิ่มนิ่งแล้วบอกปกรณ์ว่าตนอยากดูคุกใต้ดินแต่กลัว ให้เขาไปเป็นเพื่อนได้ไหม ปกรณ์ยินดีเพราะมีใจให้อยู่แล้ว อ้ายเอ่ยฝากคุณอั๋นให้ดูแลเอื้อยให้ด้วยเพราะข้างล่างทั้งมืดทั้งชื้น แล้วอ้ายยังฝากชายรุจให้ดูแลรสาให้ด้วย

คุณอิ่มยืนเหวอไปครู่หนึ่งที่ไม่เหลือใครให้อ้อนเลย จึงหันไปอ้อนปกรณ์ว่าตนก็กลัวความมืดเหมือนกัน แต่ช้าไปแล้วเพราะปกรณ์รับปากอ้ายไว้แล้ว สุดท้ายคุณอิ่มก็เลยถูกปล่อยให้ยืนกระทืบเท้าร้องกรี๊ด...กรี๊ด...จนเนื้อกระเพื่อมอยู่ตรงนั้น

ooooooo

สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด