ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สุภาพบุรุษจุฑาเทพ คุณชายปวรรุจ

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    วางท่านหญิงไว้บนเตียงในห้องพักแขกของโรงพยาบาลแล้ว ชายรุจบอกบัวให้ดูแลท่านหญิงด้วย ครั้นบัวหันไปเตรียมเครื่องนอน ท่านหญิงก็บอกให้บัวออกไปก่อน บัวรีบออกไปอย่างรู้หน้าที่

    “ท่านหญิงรีบบรรทมเถิดกระหม่อม” ชายรุจติง

    “จะไม่ถามสักคำหรือ ว่าทำไมฉันต้องพูดความจริง” ท่านหญิงเอ่ยขึ้น เห็นชายรุจนิ่ง จึงชี้แจง “ในงาน ฉันเพิ่งทราบว่าคุณชายจะไปประจำที่สวิต ฉันอยากมาแสดงความยินดี แต่ไม่นึกว่าจะได้ยินคุณชายกำลังเล่าเรื่องของเรา... และบอกคุณย่าทั้งสองว่า...ฉันตายจากคุณไปแล้ว นั่นแหละที่เป็นแรงผลักดันให้ฉันต้องพูดความจริง ก่อนที่ฉันจะไม่มีโอกาสได้พูดอีกเลย”

    “ความจริงของท่านหญิงนำมาซึ่งความยุ่งยาก”

    “ฉันยอมรับความผิดที่ทำให้คุณย่าอ่อนล้มป่วย แต่ฉันไม่เสียใจเลยที่พูดความจริงออกไปอย่างนั้น”

    ชายรุจไม่ตอบโต้ แต่บอกท่านหญิงก่อนจะเดินออกจากห้องว่า “หมดเวลาสนทนาแล้วกระหม่อม”

    “อย่าเดินหนีฉันแบบนี้ซิคุณชาย คุณชายไม่เคยเดินหนีรสา คุณชายมีแต่เข้ามาช่วยให้รสารอดปลอดภัย ไม่ใช่หรือคะ” ท่านหญิงเสียงเครือ ชายรุจนิ่งไปอย่างเจ็บปวด แต่ตัดใจเดินออกจากห้องไป

    รุ่งขึ้น ท่านหญิงออกจากห้องพักแขกเห็นชายรุจนั่งหลับอยู่ ถามบัวที่เดินตามออกมาว่าคุณชายนั่งหลับอยู่หน้าห้องทั้งคืนหรือ

    “เพคะ...คุณชายเฝ้าไข้คุณย่าอ่อนน่ะเพคะ แต่อันที่จริงไปในห้องคุณย่าก็ได้ แต่คุณชายเลือกเฝ้าอยู่หน้าห้อง หม่อมฉันว่าที่คุณชายนั่งตรงนี้ เพราะห่วงท่านหญิงมากกว่าเพคะ”

    ท่านหญิงเดินเข้ามายืนมองใบหน้าคมคายที่หลับอยู่แล้วถอนใจ แต่พอชายรุจขยับตัว ท่านหญิงก็รีบเดินกลับเข้าห้องไป บัวรีบตาม ชายรุจค่อยๆ ลืมตาขึ้น... เขารู้สึกตัวตลอดเวลาที่ท่านหญิงมาอยู่ใกล้ๆ...

    ooooooo

    ระหว่างที่ย่าอ่อนยังไม่รู้สึกตัวนั้น หม่อมเอียดเองก็ทุกข์ใจจนทานอะไรไม่ลง เกรงเรื่องไปถึงพระองค์ฉัตร ถ้าท่านเอาเรื่องขึ้นมาจะเป็นผลเสียกับงานราชการของชายรุจ

    ชายใหญ่เชื่อว่าเรื่องคงไม่ร้ายแรงถึงขั้นนั้น เพราะทั้งชายรุจและท่านหญิงไม่ได้ทำอะไรเสียหาย

    หม่อมเอียดถามถึงย่าอ่อน ชายใหญ่เสนอให้หม่อมย่าพักผ่อนก่อนดีกว่า เพราะย่าอ่อนดีขึ้นแล้วและบ่ายๆชายภัทรก็จะรับกลับวัง

    สามคุณชายเดินคุยกันตามทางเดินของสวนในวังจุฑาเทพ ชายเล็กกับชายพีร์ต่อว่าชายใหญ่ที่ไม่เคยแพร่งพรายเรื่องชายรุจกับท่านหญิงให้ฟังเลย สองชาย

    คุยกันเองว่า ชายรุจยังรักและผูกพันกับท่านหญิงมาก

    “ฉันว่า อาจจะรักมากกว่าครั้งคุณวาดดาวเสียด้วยซํ้า งานนี้ชายรุจเจ็บหนักแน่ๆ เพราะความรักครั้งนี้ ตอกยํ้าเรื่องความตํ่าต้อยของชายรุจ คนรักเป็นถึงหม่อม

    เจ้าหญิงที่สูงศักดิ์กว่า แถมยังมีเจ้าข้าวเจ้าของเป็นถึงหม่อมเจ้าด้วยกัน ชายรุจไม่มีทางต่อสู้เรียกร้องอะไรได้เลย กำแพงแห่งฐานันดรมันสูงเกินกว่าที่เขาทั้งสองจะทลายหรือปีนป่ายข้ามมาหากันได้”

    ฟังชายใหญ่แล้ว ทั้งชายเล็กและชายพีร์ต่างเงียบงันไปอย่างเศร้าใจ

    ooooooo

    เมื่อย่าอ่อนอาการดีขึ้น ท่านหญิงจึงพยายามอธิบายเรื่องระหว่างตนกับชายรุจให้ฟัง ขอย่าอ่อนอย่าโกรธชายรุจเลยเพราะเรื่องทั้งหมดเป็นความผิดของตนที่ไม่ได้บอกความจริงแก่ชายรุจแต่แรก ตนขออภัยด้วย

    ออกจากห้องย่าอ่อน เจอชายรุจที่โถงทางเดิน ชายรุจเร่งให้ท่านหญิงควรกลับวังได้แล้ว ท่านหญิงตัดพ้อว่าคุณชายใจร้ายจนป่านนี้ยังไม่ยอมอภัยให้ตน

    “กระหม่อมไม่บังอาจตำหนิ หรือให้อภัยท่านหญิงได้หรอก กระหม่อมต้อยตํ่าเกินกว่าจะทำเช่นนั้น”

    “แล้วใครกันที่เคยบอกฉัน...เราจะมองที่ชาติกำเนิดที่ต่างกันหรือว่า...หัวใจที่ตรงกัน...แล้วใครกันที่เคยพูดว่า...บอกฉันหน่อยเถิด ว่าหัวใจเธอตรงกับฉันรึเปล่า...คุณชายลืมทุกอย่างที่เคยพูดกับฉันที่กระท่อมกลางหิมะนั่นแล้วหรือคะ” ท่านหญิงสะอื้นไห้ จนชายรุจต้องเมินหน้าไปทางอื่นซ่อนความสะเทือนใจของตัวเอง

    “มองหน้าฉันสิ แล้วบอกว่าคุณชายลืมเรื่องทั้งหมดแล้ว”

    “หม่อมฉันยังไม่ลืม...” ชายรุจต้องหยุดกลํ้ากลืนความรู้สึกก่อนจะแข็งใจพูดต่อ “แต่จะลืมได้หมดในไม่ช้า ถ้าหากท่านหญิงไม่ทรงมาทำให้เรื่องมันวุ่นวายขึ้นมาอีก...ตั้งแต่เกิดมา หม่อมฉันยังไม่เคยเจอหญิงคนไหนที่ทำให้ชีวิตหม่อมปั่นป่วนเท่านี้มาก่อน หม่อมว่า... ถ้าเราไม่ได้เจอกัน...ก็คงดี” เสียงชายรุจแหบแห้งลงทุกที จนหายไปในลำคอ...

    “นั่นเป็นความต้องการแท้จริงของคุณชายใช่ไหม...ได้...ถ้านั่นเป็นความต้องการของคุณชาย ฉันจะไม่มาให้คุณชายเห็นหน้าอีก...เราจะทำเหมือนไม่เคยเจอกันมาก่อน ฉันจะตายไปจากชีวิตคุณชายนับแต่วันนี้...”

    ท่านหญิงค่อยๆ เดินจากไปนํ้าตาอาบแก้ม ชายรุจปล่อยให้นํ้าตาไหลออกมา...เจ็บร้าวอย่างที่สุด...

    ooooooo

    นายหนุ่มขับรถพาท่านหญิงกลับ แต่ไปเจอขบวนประท้วงเรื่องการขโมยโบราณวัตถุที่หน้าสถานทูต ท่านหญิงเห็นเด็กหญิงคนหนึ่งร้องไห้ตกใจเพราะพลัดหลงกับผู้ปกครอง จึงให้จอดรถลงไปช่วยเด็ก และถูกกลืนหายไปในคลื่นขบวน

    หลังจากเร่งรัดให้ท่านหญิงกลับไปแล้ว ชายรุจนึกได้ว่ามีขบวนประท้วงอยู่ทางผ่านกลับวัง จึงรีบตามไป เป็นจังหวะที่เกิดการปะทะกันพอดี ชายรุจวิ่งเข้าไปในกลุ่มคน มองหาร้องเรียกท่านหญิงจนเจอกัน แต่ระหว่างที่ท่านหญิงวิ่งมาหาชายรุจนั้น เกิดระเบิดสนั่นขึ้น แม้ชายรุจจะบาดเจ็บแต่ก็ลุกมองหาท่านหญิงด้วยความเป็นห่วง

    ท่านหญิงได้รับบาดเจ็บฟุบอยู่ ชายรุจถลาเข้าประคองพรํ่าบอกอย่างตระหนก

    “ท่านหญิงของกระหม่อม ท่านหญิงต้องไม่เป็นอะไร ประทานอภัยให้กระหม่อมด้วยเถิด...”

    “คุณชาย...คุณชายมาช่วยหญิงแล้ว...หญิง...ปลอดภัยแล้ว” ท่านหญิงลืมตามอง แล้วหมดสติไป ชายรุจจึงรีบพาส่งโรงพยาบาล

    ที่วังเทวพรหม ขณะที่ทุกคนทานอาหารเช้าพร้อมกัน มารตีพูดถึงอาการบาดเจ็บของท่านหญิงว่าน่าเป็นห่วง เพราะยังไม่ฟื้นเลย เกษราถามว่าใครเป็นคนพาท่านหญิงส่งโรงพยาบาล

    “แหม...บอกแล้วทุกคนคงไม่เชื่อนะคะ ก็คุณชายปวรรุจของเราไง ท่านหญิงเด็ดออกไปตั้งนานแล้ว คุณชายถึงตามไป แต่ก็ไปช่วยได้ทัน เก่งมากค่ะ” มารตีจีบปากจีบคอเล่าอย่างเหน็บแนม

    เทวพันธ์บอกเกษราให้พากระถินไปเยี่ยม มารตียุแยงว่าชายรุจเฝ้าท่านหญิงอยู่ทั้งวันทั้งคืนระวังจะถูกไล่ตะเพิดออกมา ดีไม่ดีพาลจะไม่ยอมแต่งงานด้วย ทำให้เทวพันธ์ร้อนใจหันไปสั่งมารตี

    “มารตี สืบเรื่องนี้ด่วน ถ้ามันเป็นความจริง พ่อต้องเจรจากับทางหม่อมเอียดและคุณย่าอ่อนทันที ไม่ต้องสนฤกษ์ยามอะไรแล้ว จัดวันหมั้นวันแต่งเสียอาทิตย์หน้านี่เลย ไม่งั้นยายกระถินแกต้องเป็นม่ายขันหมาก อดได้ผัวเจ้าแน่ๆ”

    สั่งแล้วเทวพันธ์รีบออกไปปล่อยปลาไหลเป็นเคล็ดว่าจะจับอะไรให้มั่นต้องปล่อยของลื่นเพื่อจับชายรุจให้อยู่หมัด

    ooooooo

    ชายรุจโทษว่าเป็นเพราะตนผลักไสท่านหญิงให้กลับจึงเกิดเหตุร้ายกับท่านหญิงเช่นนี้ จนปกรณ์ต้องบอกให้สงบใจไว้บ้าง

    พระองค์ฉัตรมาเฝ้าท่านหญิง เมื่อเห็นเพื่อนๆทั้งบรรดาคุณชายและอ้าย เอื้อย รวมทั้งปกรณ์มาเยี่ยมท่านหญิงมากมาย ก็เอ่ยอย่างซึ้งใจแทนท่านหญิงว่า

    “ขอบใจที่ทุกคนมาเยี่ยมหญิงแต้ว ถ้าหญิงแต้วฟื้นคงดีใจที่เพื่อนๆเป็นห่วงเป็นใยกันขนาดนี้” ขอบใจชายภัทรที่ดูแลรักษาท่านหญิงอย่างดี แล้วเดินไปหาชายรุจ “ฉันยังไม่ได้ขอบใจเธอที่ตามไปช่วยหญิงแต้วได้ทัน มหาดเล็กฉันประมาทเหลือเกิน ไม่ได้เธอหญิงแต้วอาจบาดเจ็บมากกว่านี้”

    “ไม่ใช่ความผิดของใครหรอกฝ่าพระบาท ความผิดน่าจะอยู่ที่กระหม่อมเอง ที่ปล่อยท่านหญิงเสด็จกลับไปทั้งๆรู้ว่าทางผ่านอันตรายขนาดนั้น”

    “ฉันก็ไม่เห็นว่าเป็นความผิดของเธออยู่ดี อย่าโทษตัวเองเลย พักผ่อนเสีย เห็นว่าเธอไม่ได้นอนมาทั้งคืน”

    “เป็นพระกรุณาฝ่าบาท” ชายรุจคำนับ ทุกคนมองชายรุจอย่างเข้าใจและเห็นใจ

    เมื่อท่านชายทัศน์ได้ข่าวหญิงแต้วก็มาที่โรงพยาบาลในสภาพมึนเมาและทรุดโทรม มาถึงเห็นพวกคุณชายและเพื่อนที่มาเยี่ยมท่านหญิงก็วางอำนาจบาตรใหญ่ด่ากราดว่าทำไมไม่มีหมอและพยาบาลดูแลหญิงแต้วเลย ไม่เพียงเท่านั้น ัยงพยายามกล่าวโทษชายรุจ หาว่าเป็นตัวการให้ท่านหญิงไปเจอเหตุร้าย เป็นคนเปิดสงครามแย่งท่านหญิงจากตน

    เมื่อชายรุจชี้แจงอย่างไรก็ไม่ฟังจึงเงียบไป ท่านชายเข้ากระชากคอเสื้อตะคอกว่าทำไมไม่แก้ตัวเพราะแก้ตัวไม่ขึ้นใช่ไหม ด่าชายรุจว่าเป็นขวากหนามชีวิตตน ครั้นพวกอ้าย เอื้อยช่วยกันชี้แจงก็หาว่าเข้าข้างชายรุจ ด่าลั่น

    “โธ่เอ๊ย...ริจะจีบหญิงแต้ว อยากจะเด็ดดอกฟ้า เจียมตัวหน่อยซีวะ แกมันไอ้คุณชายลูกเมียน้อย ไอ้ ก้นครัว!” แล้วพรวดเข้าตบหน้า ถูกชายรุจสวนหมัดใส่หน้า ชายเล็กเข้าห้ามก็ด่าว่า “จะรุมเหรอวะ ไอ้คุณชายหมาหมู่”

    “ไม่รุมครับ ตัวต่อตัว หมัดต่อหมัดเลย” ทั้งสองรัวหมัดใส่กัน ท่านชายที่เมาแทบไม่ได้สติถึงกับทรุดหมดสภาพ ชายเล็กไม่ซ้ำแต่เข้าไปพูดใส่หน้า “สำหรับที่แกดูถูกตระกูลฉัน ไอ้ท่านชายสถุล!”

    “ปรีชา คุณแข ช่วยพาท่านชายทัศน์ไปทำแผลหน่อยเถอะ ให้ท่านทานอะไรอุ่นๆด้วย จะได้ช่วยให้ ท่านสร่างจากอาการเมา และไม่เที่ยวอาละวาดใครต่อใครอีก” ชายรุจบอกทั้งสอง แต่ท่านชายก็ยังเอะอะโวยวายซ้ำอาเจียนใส่คุณแขเลอะไปหมด

    ปรีชากับคุณแขพาท่านชายออกไปแล้ว ชายใหญ่เข้ามาถามชายรุจว่าเป็นอย่างไรบ้าง

    “รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยครับ” ชายรุจตอบนิ่งๆ แต่เรียกเสียงหัวเราะจากพี่น้องและเพื่อนได้ครื้นเครง ทำให้ชายรุจยิ้มออกมาได้เหมือนกัน

    ooooooo

    เมื่อคล้าวรู้ว่ากระถินจะถูกกจับหมั้นและแต่งกับชายรุจภายในอาทิตย์นี้ จึงวางแผนชวนกันหนี

    วิไลรัมภาแอบมาได้ยิน ไปเล่าให้มารตีฟัง มารตีพูดอย่างสะใจว่าเดี๋ยวจะช่วยให้ไปได้สะดวกขึ้น แล้วจัดทั้งเงินและสร้อยทองจะให้กระถิน วิไลรัมภาถามว่าทำไมต้องให้มากขนาดนี้

    “ให้มันไปทั้งหมดนั่นแหละ คนใช้ที่ไหนจะพกทั้งเงินทั้งสร้อยมูลค่าขนาดนี้ ถ้าไม่ได้ขโมยนายจ้างมา งานนี้มันต้องถูกตำรวจจับกันทั้งคู่ แล้วแผนกำจัดนังกระถินไม่ให้เป็นพี่สะใภ้เราก็จะสำเร็จด้วยดีอย่างง่ายอาย”

    แต่โชคร้าย เพราะเกษราแอบมาได้ยิน จึงหาทางช่วยกระถินกับคล้าวและดัดหลังน้องสาวจอมแสบทั้งสอง

    มารตีและวิไลรัมภามาดักกระถินกับคล้าวที่ถือกระเป๋าใบเล็กจะหนีออกจากวัง มารตีเอาเงินและสร้อยทองให้กระถินบอกว่า

    “ฉันให้แกสองคนเป็นทุนรอน แล้วก็หนีออกไปจากพระนคร ไปหลบอยู่จังหวัดไหนก็ได้ที่ตำรวจตามตัวแกไปไม่ถึง” มารตีทำเป็นเห็นใจในความรักของทั้งสอง จนคล้าวซาบซึ้งใจยกมือไหว้ขอบคุณและชวนกระถินรับไปกัน

    กระถินรั้งคล้าวไว้บอกว่าตนยังไม่ได้ลาเกษราเลย คล้าวติงว่าขืนไปลามีหวังเกษราไม่ให้เราไปแน่ แล้วจะพากันไป

    “นายคล้าวพูดถูก ถ้าเธอมาลาฉัน ฉันไม่ให้เธอสองคนหนีไปแน่นอน”

    คล้าวกับกระถินมองหน้ากันอย่างลำบากใจ

    มารตีกับวิไลรัมภามองอย่างตึงเครียด แต่พอคล้าวกับกระถินจะไป ก็ถูกสมหวังออกมาขวางบอกว่า “แกไปไหนไม่ได้”

    “นายคล้าว...กระถิน... ถ้าเธอสองคนออกไปจากรั้ววัง เธอสองคนจะถูกตำรวจจับ เพราะตำรวจรอเธอสองคนอยู่แล้วไม่ใช่แค่ข้อหาลักพาตัว แต่ยังขโมยทรัพย์สินในวังด้วย” เกษราก็อ้างทั้งเงินก้อนใหญ่และสร้อยทองที่กระถินรับจากมารตี

    มารตีโวยวายหาว่าเกษราใส่ความ แต่เกษราไม่สนใจสั่งแหววให้ไปบอกตำรวจหน้าวังให้กลับไปได้แล้ว

    ooooooo

    คล้าวพรวดเข้าไปหามารตีกับวิไลรัมภาถามอย่างแค้นใจว่า วางแผนให้ตนกับกระถินถูกตำรวจจับใช่ไหม กระถินกับสมหวังช่วยกันรั้งไว้

    มารตีขู่ว่าถ้าคล้าวทำอะไรตนจะเรียกตำรวจมาจับ วิไลรัมภาก็ขู่ว่าจะฟ้องคุณพ่อ

    “ก็ดี...ไปฟ้องคุณพ่อเลยรัมภา แล้วก็คิดหาข้อแก้ตัวด้วยนะ เรื่องที่เธอกับมารตีวางแผนร้ายๆ ไม่ให้กระถินแต่งงานกับชายรุจ” เกษราท้า วิไลรัมภาบอกว่าคุณพ่อไม่เชื่อหรอก เกษราพูดอย่างมั่นใจว่า “คงต้องเชื่อ เพราะเธอกับมารตีช่วยกันปิดบังคุณพ่อไม่ให้รู้ว่านายคล้าวคือคนรักของกระถินไม่ใช่หรือ”

    จนมุมด้วยข้อเท็จจริงและหลักฐานเช่นนี้ มารตี บอกวิไลรัมภาให้เอาเงินและสร้อยคืนจากกระถิน

    “ไม่ต้อง ไหนๆเธอก็ให้นายคล้าวกับกระถินแล้ว จะเอาคืนทำไม” เกษราไม่ให้เอาคืน กระถินเข้าไปกอดเกษราที่ช่วยตน เกษราบอกว่า “อยู่ที่นี่แหละ ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น พี่จะช่วยเธอทั้งสองเอง พี่จะเล่าเรื่องของกระถินกับคล้าวให้คุณชายรุจฟังทั้งหมด คุณชายรุจเป็นคนเดียวที่จะยุติเรื่องราวทั้งหมดได้ เชื่อพี่เถอะ”

    ooooooo

    พระองค์ฉัตรเจอท่านชายทัศน์ถามว่าหน้าไปโดนอะไรมา ท่านชายปดว่าหกล้ม ถามว่าเมาตั้งแต่วันงานที่กระทรวงใช่ไหมก็หัวเราะเจื่อนๆแล้วโทษว่าถูกเพื่อนๆแกล้งให้ดื่มเสียจนเมา

    “ท่านชายเลยไม่ได้พาหญิงแต้วกลับมาส่งวังในคืนนั้น...คืนนั้น หญิงแต้วมานอนค้างที่โรงพยาบาลนี่ ดูแลคุณย่าของวังจุฑาเทพที่เกิดป่วยกะทันหันในงาน ท่านชายก็คงไม่ทราบเช่นกัน”

    พระองค์ฉัตรถามจนท่านชายตอบไม่ออก ท่านจึงบอกว่าบ่ายแล้วไปทำงานก็คงไม่ไหว ให้กลับไปพักผ่อนเสีย

    เมื่อท่านชายจะกลับ หนุ่มถามว่าไม่ไปเยี่ยมท่านหญิงก่อนหรือ คำตอบคือ “หญิงแต้วยังไม่ฟื้นเยี่ยมไปก็เท่านั้น” พระองค์ฉัตรตามออกมาเจอหนุ่มถามว่าท่านชายไม่ได้ไปเยี่ยมหญิงแต้วหรือ หนุ่มบอกตามที่ท่านชายพูดว่า “หญิงแต้วยังไม่ฟื้น เยี่ยมไปก็เท่านั้น” พระองค์ฉัตรพยักหน้า มองไปที่หน้าห้องพักหญิงแต้ว ถามว่านั่นใครนั่งเฝ้าอยู่หรือ

    “คุณชายปวรรุจกระหม่อม คุณชายขอคุณชายหมอค้างที่นี่บอกว่าจะเฝ้าอยู่จนกว่าท่านหญิงจะฟื้นกระหม่อม”

    พระองค์ฉัตรนิ่งไปอย่างครุ่นคิด มองเข้าไปในห้องอีกครั้ง เห็นชายรุจนั่งอยู่ข้างเตียง กุมมือท่านหญิงเอ่ย...

    “ท่านหญิง...กระหม่อมขอโทษเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด กระหม่อมจำเป็นต้องทำเพื่อท่านหญิงเอง ทรงฟื้นเถิด...ถ้าท่านหญิงเป็นอะไรไป กระหม่อมคงอยู่ไม่ได้...”

    พระองค์ฉัตรนิ่งไปอย่างแน่ใจอะไรบางอย่างแล้ว...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"

    "ภูมิ” ยั้งมือเกือบไม่ทัน "มิ้นท์" แค้นกรี๊ดใส่หน้าน้อง "อิงฟ้า" ร้องโฮ ใน "ภูตรัตติกาล"
    27 ก.ย. 2563

    03:10 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2563 เวลา 10:17 น.