นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปางเสน่หา

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ทันทีที่ถึงกรุงเทพฯ เจนจิราส่งกระเช้าผักปลอดสารพิษไปให้ปรกเดือนที่บ้าน แล้วโทร.มาเย้ยเหมือนที่เคยทำ แต่คราวนี้ปรกเดือนฮึดสู้เยาะเย้ยถากถางกลับถึงกับอึ้งจะเถียงก็ไม่ทันเธอวางสายไปก่อน

    “นังปรกเดือน หน๊อยแน่ บังอาจต่อปากต่อคำ สงสัยจะได้กุนซือดี...เราต้องคิดแผนใหม่” เจนจิราเข่นเขี้ยว...

    ในขณะที่เจนจิรากำลังครุ่นคิดหาทางแก้เผ็ด

    ปรกเดือน อ้อยใจตามไปยั่วยวนตรีทศถึงที่บ้านแต่เขา ไม่เล่นด้วย ปฏิเสธเสียงดังฟังชัดว่าไม่ได้รักเธอ อ้อยใจกลับออกมาด้วยความแค้นใจ ตัดสินใจโทร.บอกศักดิ์สิทธิ์ว่าจะใช้ตรีทศเป็นแพะรับบาปตามแผนการที่ศักดิ์สิทธิ์วางไว้ จากนั้น ทั้งคู่แวะไปหาหมอผีที่บ้าน หลังจากฟังแผนการ ของทั้งคู่แล้ว หมอผีส่งผ้ายันต์ให้ศักดิ์สิทธิ์ผืนหนึ่ง ชายหนุ่มมองงงๆ จะให้เอาผ้าชิ้นนี้ไปทำอะไร

    “เอาไปถูบ้านมั้ง...เขาเรียกว่าผ้ายันต์ ข้าให้เอาไปสะกดนังผีนั้นอีตอนย้ายที่อยู่ให้มัน มันจะได้ออกมา หลอกหลอนเอ็งอีกไม่ได้ไง”

    “แล้ว...เอ่อ...ใครจะเป็นคนขุดล่ะคะ” อ้อยใจน้ำเสียงหวั่นๆ

    “บิดามารดาของพวกเอ็งนั่นแหละถามได้” หมอผีพูดจบเดินไปที่ประตูบ้าน อ้อยใจร้องถามจะไปไหน หมอผีจะกลับบ้าน สองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่กรีบลุกตาม ศักดิ์สิทธิ์งงไม่หายที่นี่บ้านหมอผีไม่ใช่หรือ แล้วจะกลับไปไหน

    “ถามจริง ถ้าเป็นเอ็ง...เอ็งจะอยู่ได้มั้ย” หมอผีเห็นสองคนนั่นส่ายหน้า พูดเสริมอีกว่า “ฉันใดก็ฉันเพล ข้าก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน ยิ่งกลางคืนยิ่งวังเวงน่ากลัวกว่านี้อีก ตอนกลางวันค่อยยังชั่วหน่อย ใช้เป็นออฟฟิศได้”

    “แล้วทำไมลุงหมอถึงไม่ไปอยู่ที่อื่นที่มันน่ากลัวน้อยกว่านี่หน่อยล่ะครับ” ศักดิ์สิทธิ์ซักถามไม่เลิก
    “ก็เพราะที่ไหนมันก็ดูไม่ขลังเหมือนที่นี่น่ะซิ ไอ้เซ่อ ...ขอให้โชคดีผีไม่หลอกนะเว้ย” หมอผีว่าแล้วขึ้นมอเตอร์ไซค์ซิ่งจากไป พลันมีเสียงหมาหอนแว่วมาแต่ไกล อ้อยใจคว้าแขนศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมอเตอร์ไซค์กลับทันที...

    หลังจากทบทวนแผนการกันอย่างถี่ถ้วนดีแล้ว อ้อยใจรอจนตะวันลับขอบฟ้า จึงตรงไปหาตรีทศที่บ้าน ทำทีว่าโดนผีเกษรินหลอก ตรีทศไม่เชื่อ เกษรินยังไม่ตาย เตชิตบอกเขาว่าเธอแต่งงานไปกับเพื่อนของเตชิต อ้อยใจยืนยันว่าเกษรินตายไปแล้ว ใครๆก็รู้ทั้งนั้น มีแต่ตรีทศเท่านั้นที่มัวแต่ยุ่งกับงานไม่ได้สนใจอะไร ตรีทศยังไม่เชื่ออยู่ดี อ้อยใจเลยท้าเขาไปพิสูจน์กับเธอ ตรีทศอ้าปากจะ ปฏิเสธ แต่อ้อยใจชิงพูดขึ้นก่อน

    “เมื่อคืนวานตอนอ้อยเคลิ้มๆ จะหลับไม่หลับแหล่ เกษเขาบอกให้อ้อยช่วย น่ากลัวมากเลยค่ะ เลือดโทรม ไปหมด พอตกใจตื่นขึ้นมาอ้อยงี้หนาวยะเยือก แต่ก็ยังพยายามคิดว่าเป็นเพราะแม่มาเล่าเรื่องพี่เตชิตเจอผีให้ฟัง ทำให้ฝันเป็นตุเป็นตะ แต่...แต่เมื่อกี้นี้เอง อ้อยลืมของไว้ที่โรงงานเลยกลับไปเอา...อ้อยเห็นจะจะเลย” อ้อยใจทำเป็นตัวสั่น โผกอดตรีทศแน่น “เกษมาบอกอ้อยว่าอย่ากลัว เธอแค่มาขอความช่วยเหลือ”

    “ทำไมเกษไม่มาขอความช่วยเหลือพี่ แทนที่จะเป็นอ้อย อ้อยไม่ได้สนิทสนมอะไรกับเธอมากมาย”

    “อ้อยก็ไม่รู้เหมือนกัน เธอว่าเธอทุกข์ทรมานมากไปผุดไปเกิดก็ไม่ได้ เธอบอกให้อ้อยช่วยขุดร่างขึ้นมา”

    “เกษบอกหรือเปล่าว่าร่างเธออยู่ที่ไหน แล้วใคร... ฆ่าเธอ” ตรีทศร้อนใจ...

    ขณะที่ตรีทศตกหลุมพลางตามแผนที่อ้อยใจกับศักดิ์สิทธิ์วางไว้ ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งรอฟังข่าวดีอยู่ที่บ้าน เพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้

    “แล้วถ้าไอ้ทศมันรู้ว่าโครงกระดูกที่ฝังอยู่เป็นของเกษริน มันจะยอมให้เรื่องเงียบเรอะ...โง่ชะมัด”  ศักดิ์สิทธิ์คิดได้ดังนั้น ข่มความกลัวแล้วผลุนผลันออกจากบ้าน

    ooooooo

    ระหว่างที่เตชิตกำลังนอนหลับสบาย มีลมเย็นยะเยือกพัดมากระทบใบหน้า เขารู้สึกตัวลืมตาขึ้นมองแล้วต้องร้องลั่นทะลึ่งพรวดลุกขึ้นจากเตียงไปซุกตัวอยู่ตรงมุมห้องเมื่อเห็นใบหน้าของเสียงหวานก้มลงมาหา มีเสียงหมาหอนดังกระชั้นเข้ามาใกล้ เตชิตมองเสียงหวาน อย่างไม่ไว้ใจ ทำไมเดี๋ยวนี้ถึงมาพร้อมกับเสียงหมาหอน

    “เปล่าค่ะ...เพื่อนฉันรอคุณอยู่ข้างนอก”

    “ไม่ต้องเลย” เตชิตส่ายหน้าดิกๆ

    “มีคนกำลังจะไปรบกวนเธอ เธอเลยมาขอให้คุณไปช่วย”

    เตชิตปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ เกษรินหรือเพื่อนผีของเสียงหวานเลยต้องสำแดงฤทธิ์เป็นน้ำจิ้มให้ดู เตชิตถึงได้ยอมรับปากจะช่วย แต่เขากลัวเกินกว่าจะไปคนเดียวโทร.เรียกศรีตรังให้ขับรถมารับตนเองเดี๋ยวนี้ แล้ววางสายครู่ต่อมา ศรีตรังขับรถมาถึงหน้าบ้านพัก เห็นเตชิตยืนรออยู่ก่อนแล้ว ชะโงกหน้าจะออกไปโวย แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเพื่อนรักหันไปพูดกับความว่างเปล่าว่า
    “จะล่วงหน้าไปก่อนหรือจะไปพร้อมกัน”

    ศรีตรังหน้าตาเลิ่กลั่ก ขณะที่เตชิตพยักหน้ากับความว่างเปล่าแล้วเดินมานั่งเบาะข้างคนขับ พลันมีเสียง หมาหอนดังขึ้น ทั้งเตชิตและศรีตรังสะดุ้งโหยง ค่อยๆหันไปมองเบาะหลัง ศรีตรังไม่เห็นอะไร ส่วนเตชิตถอนใจโล่งอกที่เห็นเสียงหวานนั่งอยู่ เธอขอติดรถไปด้วยขี้เกียจเดิน ศรีตรังชักผวาถามเสียงสั่นว่าเสียงหวานมาด้วยใช่ไหม

    เตชิตยังไม่ทันจะตอบ เสียงหวานชิงบอกให้เขาบอกศรีตรังด้วยว่าไม่ต้องกลัวเธอ เตชิตตบไหล่เพื่อนเบาๆแล้วถ่ายทอดคำพูดของเสียงหวานให้ฟัง ทันใดนั้นเสียงแผ่วเย็นยะเยือกของเกษรินดังขึ้น

    “...ไม่ต้องกลัวฉันด้วยค่ะ”

    เตชิตหันขวับไปมองแล้วร้องลั่น พุ่งออกจากรถลงไปยืนหายใจหอบ นัยน์ตาเบิกกว้าง ศรีตรังไม่เห็นอะไรแต่ร้องตามด้วยความตกใจ แล้วโดดผลุงเดียวลงมายืนข้างเตชิต

    “ไหน...ไหนแก...บอกฉันว่าไม่ต้องกลัวไง” ศรีตรังโวยลั่น เตชิตยังคงพูดอะไรไม่ออกเมื่อเห็นเกษรินนั่งอยู่ที่เบาะหลังคู่กับเสียงหวานจะขอติดรถไปด้วย ศรีตรังเห็นหน้าซีดๆของเตชิตแล้วใจคอไม่ดี ขอตัวกลับก่อน แล้วขยับจะไป เตชิตดึงคอเสื้อเธอไว้ไม่ให้ไป เกษรินให้ เตชิตบอกศรีตรังด้วยว่า เราทั้งหมดต้องไปด้วยกัน

    “คุณเสียงเย็นบอกว่าแกต้องไปด้วย” เตชิตกลัวไม่น้อยไปกว่าศรีตรัง

    “สะ...สะ...เสียง...เสียงเย็นหรือ” ศรีตรังพยายามบังคับไม่ให้ปากสั่น แต่ทำไม่ได้

    “เออ...เสียงเย็นกับเสียงหวานมากันครบเลย” เตชิตข่มความกลัวกลับขึ้นรถ โดยมีศรีตรังขึ้นประจำที่นั่งคนขับอย่างหวาดๆ หลังจากขับรถฝ่าความมืดมาได้พักหนึ่ง เกษรินสั่งให้หยุดรถ แล้วบอกให้ลงเดิน

    ooooooo

    บริเวณเปลี่ยวๆท้ายไร่ข้าวโพดไม่ห่างจากจุดที่ศรีตรังจอดรถนัก ในที่สุด ตรีทศก็ขุดกระทบกับอะไรบางอย่างจึงทรุดตัวลงนั่ง ค่อยๆปัดเศษดินออกเผยให้เห็นโครงกระดูกฝังอยู่ ตรีทศแทบหมดเรี่ยวแรงจะพูด

    “เกษ...นี่ใช่คุณจริงๆหรือ”

    “ต้องใช่แน่ๆเลยค่ะ...เหมือนกับที่เกษบอกอ้อยไม่มีผิด พี่ทศรีบเอาผ้ายันต์ที่อ้อยให้แปะเลยค่ะ” อ้อยใจรีบสั่งการ ตรีทศหยิบผ้ายันต์ออกมาถือไว้ ทำท่าจะแปะแต่แล้วเปลี่ยนใจ คว้ากระดูกขึ้นมาตะโกนลั่น

    “เกษ...คุณอยู่ไหน ออกมาหาผมหน่อย ผมอยากเจอคุณ”

    อ้อยใจตาเหลือก ทันใดนั้น มีลมพัดเย็นยะเยือกเข้ามา ตรีทศเรียกหาเกษรินอีกครั้ง ถ้านี่ใช่กระดูกเธอจริงๆ ขอให้ออกมาหาเขา ลมพัดอื้ออึงอย่างน่ากลัว พร้อมกับเสียงหมาหอนดังระงม อ้อยใจเห็นท่าไม่ดี เผ่นแน่บโดยไม่ลืมดึงผ้ายันต์จากมือตรีทศมาด้วย ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งรออยู่แถวนั้น คว้าแขนเธอไว้ อ้อยใจอ้าปากจะถามว่าตามเธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ศักดิ์สิทธิ์ขัดเสียก่อน

    “โอ๊ย...จะมาซักถามอะไรตอนนี้ รีบไปเร็ว” ศักดิ์สิทธิ์ว่าแล้วดึงแขนอ้อยใจวิ่งหนี เตชิตและศรีตรังมาถึงหลุมฝังศพคลาดกับอ้อยใจและศักดิ์สิทธิ์ไปนิดเดียว ศรีตรังดึงปืนออกจากเอว ตรงไปที่ตรีทศโดยมีเตชิตตามติด ตรีทศ เงยหน้ามองศรีตรังทั้งน้ำตา บอกเสียงแผ่วว่านี่คือโครงกระดูกของเกษริน ศรีตรังแปลกใจเขารู้ได้อย่างไร

    “อ้อยบอก...อ้อยหายไปไหน” ตรีทศว่าพลางกวาด ตามองหาอ้อยใจ

    “ฉันไม่เห็นมีใคร นอกจากคุณ...ไปขึ้นรถเถอะ วางโครงกระดูกลงอย่างเดิม”

    ตรีทศทำตามอย่างว่าง่าย ขณะที่เกษรินร้องคร่ำครวญว่าตรีทศไม่ได้ฆ่าเธอ เตชิตแย้งว่าถ้าไม่ได้ฆ่าแล้วรู้ได้อย่างไรว่าเธอถูกฝังที่นี่ เกษรินยืนยันนั่นไม่ใช่โครง กระดูกของเธอ เตชิตคิดว่าเกษรินสับสน หลักฐานมัดตัวตรีทศขนาดนี้แล้วเขาจะไม่ใช่ฆาตกรได้อย่างไร

    ooooooo

    ข่าวการพบศพเกษรินแพร่สะพัดไปทั้งรีสอร์ตและในไร่ข้าวโพด ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ส่วนใหญ่ไม่อยากจะเชื่อว่าคนดีๆ แถมเอางานเอา การอย่างตรีทศจะกลายเป็นฆาตกรเลือดเย็นไปได้ ศรีตรังก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ไม่เชื่อ เตชิตต้องเข้ามาปลอบ

    “แกไม่เคยดูหนังประเภทสืบสวนสอบสวนเหรอ ไอ้คนดีๆที่ไม่มีใครคาดคิดน่ะกลายเป็นฆาตกรทั้งนั้น”

    “ไอ้เต...เราต้องเอาโครงกระดูกไปพิสูจน์ว่าใช่เกษรินแน่หรือเปล่า อาจจะเป็นโครงกระดูกคนอื่นก็ได้”

    เตชิตก็คิดเหมือนศรีตรังเช่นกัน แล้วชวนเธอเข้ากรุงเทพฯทันที การไปกรุงเทพฯเพื่อพิสูจน์อัตลักษณ์โครงกระดูกของเกษริน ทำให้อ้อยใจกังวลใจมาก...

    ระหว่างสองเพื่อนซี้บ่ายหน้าเข้ากรุงเทพฯโดยมีเตชิตเป็นสารถี อยู่ๆเสียงหวานปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง

    “จะมาก็ไม่บอก”

    เตชิตตกใจ จนทำให้รถเสียหลัก ศรีตรังร้องลั่น หลับตาปี๋ ชายหนุ่มตั้งสติได้รีบดึงพวงมาลัยรถกลับเข้า ถนน เสียงหวานรีบขอโทษขอโพยที่ทำให้ตกใจ เตชิตเอ็ดลั่นไม่ต้องทำเป็นมาขอโทษ ศรีตรังงง หันมองหน้าเตชิต

    “ฉันยังไม่ได้ขอโทษแกสักคำ แกนั่นแหละต้องขอโทษฉัน”

    เตชิตสวนทันทีว่าไม่ได้พูดกับศรีตรังสักคำ หญิงสาวตาเหลือกเอะอะลั่น ถ้าเป็นอย่างนั้น เตชิตก็พูดกับผีใช่ไหม เตชิตตกใจเสียงร้องของเพื่อนซี้ทำให้รถส่ายไปมา ทั้งผีทั้งคนร้องว้ายแข่งกัน เตชิตรำคาญรีบเบนรถจอดข้างทางไล่ทั้งคู่ลงจากรถ แต่เขากลับถูกศรีตรังไล่ให้มานั่งเบาะข้างคนขับแล้วเธอจะขับเอง เสียงหวานเชียร์สุดตัวเพราะกลัวตัวเองจะตายซ้ำตายซ้อน เตชิตแพ้เสียงโหวตจำต้องปล่อยให้ศรีตรังเป็นสารถีแทน...

    ศรีตรังแทบช็อกเมื่อมาถึงบ้านของเตชิตแล้วพบว่าเตชิตมีลูกแล้ว แต่เด็กเป็นแบบเดียวกับเสียงหวานแถมวิ่งเล่นไปมาอยู่ในบ้านอีกด้วย ศรีตรังรับสภาพไม่ไหวขอกลับปากช่อง เตชิตไม่ให้ไป ศรีตรังโวยลั่น
    “แค่ผีหนูเผือกเสียงหวานคนเดียวฉันก็จะแย่แล้ว นี่ยังพ่วงผีลูกแกขึ้นมาอีก...มีหวังหัวโกร๋นกันพอดี”

    “ฉันยังมองไม่เห็นแล้วแกจะเห็นได้ยังไง” เตชิตสีหน้าหม่นหมองลง ก่อนจะปรับให้เป็นปกติ เดินนำเพื่อนรักเข้าบ้าน พอรู้ว่าเสียงหวานขึ้นไปอยู่กับลูกของเขาในห้องนอน ขอตัวไปหาลูกก่อน ศรีตรังพยักหน้า
    “เออ...แกขึ้นไปหาครอบครัวแกเถอะ...ฝากความระลึกถึงด้วย” ศรีตรังมองตามเตชิตขึ้นบันไดอย่างหวาดๆคอยกวาดตามองรอบๆกลัวจะมีแขกไม่ได้รับเชิญมาอยู่ด้วย ทันใดนั้น มีเสียงตุ๊กแกร้องดังขึ้น ศรีตรังสะดุ้งสุดตัวหันมองตามเสียงเห็นตุ๊กแกตัวเขื่องจ้องมาท่าทางไม่เป็นมิตร เธอไม่รอช้าเผ่นออกไปรอนอกบ้าน...

    ทางด้านเตชิตขึ้นไปปรับความเข้าใจกับลูกโดยมีเสียงหวานเป็นสื่อกลางการติดต่อเพราะเขาไม่สามารถมองเห็นหรือได้ยินเสียงลูก เตชิตให้สัญญากับลูก ต่อไปนี้จะพยายามแวะมาหาแกบ่อยๆ แล้วเรียกลูกให้เข้ามาหา เด็กน้อยผละจากอ้อมกอดของเสียงหวานเข้าไปหาเตชิต เสียงหวานเห็นเด็กน้อยโอบกอดคอเขาไว้

    เตชิตรู้สึกได้ถึงลมที่พัดเบาๆเข้ามากระทบ จึงยกแขนโอบกอดแกตอบแต่กอดได้เพียงลม เขาพยายามใหม่อีกครั้ง คราวนี้โอบแขนไว้เพียงหลวมๆ เสียงหวานมองภาพนั้นอย่างตื้นตันใจ...

    ระหว่างที่ศรีตรังเดินชมนกชมไม้ในสวนบ้านเตชิตโดยไม่รู้ว่าเจียงกำลังแอบซุ่มดูอยู่นอกรั้ว มีเสียงมือถือของศรีตรังดังขึ้น ลุงสมโทร.มารายงานว่ายายภาไม่อนุญาตให้เอากระดูกของเกษรินไปชันสูตร

    “น่าเห็นใจแกเหมือนกัน...ลุงสมบอกแกด้วยว่าศรีจะรับเป็นเจ้าภาพให้ทั้งสามวันเลย ขอบคุณนะคะ” ศรีตรังวางสาย สีหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจกลับเข้าบ้าน...

    ที่บ้านของเดนิส หลังเดนิสวางสายจากเจียงก็หันมาบอกพอลว่าบังเอิญจริงๆวันนี้เจียงจะเข้าไปสังเกตการณ์เตรียมเผาบ้านเตชิตคืนนี้ เจอเตชิตเข้าพอดี สงสัยจะมาฮันนีมูน พอลยิ้มเยาะนิดๆ

    “กับแม่สาวเจ้าของรีสอร์ตนั่นน่ะซี”

    เดนิสฟังจากน้ำเสียงของพอลแล้วเหมือนหึงแม่นั่น พอลจะไปหึงเธอทำไมในเมื่อไม่รู้จักกัน

    “เฮ่ย ไม่รู้จักแต่อาจจะถูกใจก็ได้ ฉันจะใช้เงินฟาดหัวเอาตัวมันมาให้นาย”

    พอลส่ายหน้าขืนใช้วิธีนั้นไม่มีทางสำเร็จ ศรีตรังไม่เหมือนคนอื่น แล้วนึกขึ้นได้ว่าพูดเรื่องของศรีตรังมากไปรีบเปลี่ยนเรื่องพูด จะขอเป็นคนจัดการเผาบ้าน

    เตชิตให้เอง เดนิสอยากปล่อยให้หน้าที่นี้เป็นของเจียงเพราะมีความแค้นส่วนตัวกันโดยตรง

    ooooooo

    เมื่อหมดทางพิสูจน์ดีเอ็นเอจากโครงกระดูกของเกษริน เตชิตกับศรีตรังกลับมาให้ความสนใจสืบที่มาที่ไปของเสียงหวานต่อ ทั้งคู่ชวนกันไปหาธนากรณ์เพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของทั้งคู่ที่สำนักงานใหญ่ นสพ.ไทยก้าวหน้า ธนากรณ์กุลีกุจอออกมาต้อนรับศรีตรังด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม สายตาที่มองเธอบ่งบอกความ รู้สึกชัดเจน

    คำพูดคำจาก็หวานหูผิดจากที่พูดกับเตชิตลิบลับ หนำซ้ำเตชิตพูดด้วยเขาก็ทำหูทวนลม จนศรีตรังต้องขอร้องให้ธนากรณ์ช่วยฟังเตชิตพูดเพราะเป็นเรื่องด่วน ธนากรณ์พยักหน้ารับคำ เตชิตค่อยๆหยิบรูปวาดของเสียงหวานยื่นให้ธนากรณ์ดู อยากให้ช่วยสืบว่าผู้หญิงในรูปเป็น ใครและเกี่ยวข้องอะไรกับเจนจิรานางเอกละคร ธนากรณ์ ลีลาท่ามากกว่าจะรับปากช่วยเล่นเอาเตชิตลุ้นแทบแย่...

    ในขณะที่เตชิต และศรีตรังมาขอความช่วยเหลือจากธนากรณ์ เสียงหวานกับลูกของเตชิตกำลังยืนอยู่ที่หน้าต่างบ้านเตชิต จ้องไปยังเจียงที่มาด้อมๆมองๆอยู่บริเวณนอกรั้วบ้าน เสียงหวานคลับคล้ายคลับคลาเคยเห็นผู้ชายคนนี้ที่ไหนมาก่อน แล้วนึกขึ้นได้ว่าเจอที่รีสอร์ตของศรีตรัง

    “ต้องใช่ขโมยแหงๆ สงสัยอยากจะลองดีกับหนูซะแล้ว” สายตาของเด็กน้อยเป็นประกายน่ากลัว...

    ครู่ต่อมา ธนากรณ์เดินมาส่งเตชิต และศรีตรังที่ลานจอดรถ เห็นมีร่างร่างหนึ่งนั่งอยู่ที่เบาะหลังรถของเตชิต ร้องทักว่ามีใครมาด้วยหรือโดยไม่รู้ว่านั่นคือผี ศรีตรังหน้าเสียหันมองเตชิตที่หัวเราะร่วนกลบเกลื่อน
    “มีซิกเซ้นส์กับเขาเหมือนกันนี่หว่า” เตชิตว่าแล้วพยักพเยิดให้ศรีตรังไปขึ้นรถ

    ธนากรณ์โบกมือ และยิ้มให้เสียงหวานขณะที่รถของเตชิตขับผ่าน เขารู้สึกคุ้นๆหน้าผู้หญิงคนนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แล้วนึกขึ้นได้ว่าเหมือนในรูปวาดที่เตชิตเอาให้ดูเมื่อครู่นี้นั่นเอง...

    เตชิตขับรถมาได้สักพัก เสียงหวานถึงได้บอกเขาว่าเห็นเจียงมาด้อมๆมองๆอยู่หน้าบ้านของเขา เตชิตโวยลั่นทำไมเพิ่งมาบอก ถ้าเกิดเจียงจับลูกของเขาหักคอ เสียงหวานจะรับผิดชอบไหวไหม

    “ลูกแกน่าจะหักคอไอ้เจียงมากกว่ามั้ง” ศรีตรังตั้งข้อสังเกต เตชิตเหลือบมองเพื่อนรักฉุนๆแล้วเหยียบคันเร่งจมมิดรีบกลับบ้าน...

    พอลนอนไม่หลับ เกรงเตชิตกับศรีตรังจะได้รับอันตราย รีบโทร.ขอความช่วยเหลือจากเสนาให้ส่งตำรวจไปที่นั่นทันที เพราะเจียงวางแผนจะเผาบ้านเตชิต...

    เป็นจริงอย่างที่ศรีตรังพูดไม่มีผิด ลูกของเตชิตหลอกหลอนเจียงกับลูกน้องวิ่งหนีกันป่าราบ แหกปากร้องลั่นว่าผีหลอก ขณะทั้งคู่วิ่งหนีออกจากซอยบ้านเตชิตชนกับตำรวจสายตรวจที่เสนาส่งไปดูความเรียบร้อยพอดี...

    ในระหว่างที่เสนาโทร.คุยกับพอลเรื่องที่เจียงบอกกับตำรวจว่าถูกผีเด็กหลอก เดนิสเรียกสายซ้อนมาที่มือถือของพอล พอลขออนุญาตเสนารับสายเดนิสก่อน แล้วกดพักสายเสนาไว้

    “ไอ้เจียงกับไอ้เฮงมันโดนผีหลอกมา ฉันก็ไม่เชื่อเรื่องผี แต่นายมาดูพวกมันก็แล้วกัน” เดนิสพูดจบวางสาย พอลกดรับสายเสนาอีกครั้ง รายงานว่าเดนิสโทร.มาบอกเช่นกันว่าเจียงกับเฮงโดนผีหลอก เสนาไม่เชื่อว่าผีมีจริง

    “ผมจะไปดูมันก่อนแล้วจะรายงานท่าน” พอลวางสายแล้วรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า คว้ากุญแจรถออกไป...

    ไม่นานนักพอลมาถึงบ้านเดนิส ทันทีที่เดนิสผลักประตูห้องเจียงเข้าไปกับพอล เจียง และเฮงส่งเสียงร้องช่วยด้วยๆลั่น พลางเอามือปิดหน้าปิดตา เดนิสรำคาญสั่งให้เบิ่งตาดูเสียก่อนว่าใครมา สองคนนั่นหยุดกึก

    “มันน่ากลัวจริงๆครับเสี่ย พูดแล้วยังขนลุก ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้เลย” เฮงปากคอสั่น

    “แน่ใจหรือว่าเป็นผี” พอลว่าพลางมองเจียงเขม็ง เจียงยืนยันหนักแน่นว่าถูกผีหลอกจริงๆจะให้ไปสาบานที่ไหนก็ได้

    “แกจะบอกว่าบ้านไอ้เตชิตมันเป็นบ้านผีสิงเรอะ” เดนิสเสียงเข้ม เจียงและเฮงพร้อมใจกันรับคำ จากนั้นเดนิสชวนพอลเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องทำงานของเขา เดนิสอยากรู้พอลคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ พอลไม่ค่อยเชื่อเรื่องผีนัก แต่ก็ไม่ได้ลบหลู่ เดนิสไม่เคยเชื่อว่าผีมีจริง แต่ยังคิดไม่ตก สองคนนั่นจะโกหกไปเพื่ออะไร

    “นั่นน่ะซิครับ ผมก็นึกเหตุผลไม่ออกเหมือนกัน” พอลสีหน้าครุ่นคิด

    “ถึงเรื่องผีสางนางไม้จะฟังดูไร้สาระ แต่ฉันก็อยากให้นายลองสืบให้หน่อย” เดนิสว่าแล้วเดินออกไป

    ooooooo

    ศรีตรังเพิ่งกลับถึงรีสอร์ตยังไม่ทันนั่งพักให้หายเหนื่อย พอลโทร.เข้ามือถือของเธอเพื่อสอบถามเรื่องผีที่บ้านเตชิต แต่ไม่ได้ความกระจ่างอะไร นอกจากคำพูดเหน็บแนม พอลโดนศรีตรังยั่วประสาทจนต้องวางสายไปอย่างหงุดหงิด จากนั้นศรีตรังขี่มอเตอร์ไซค์ไปหาเตชิตที่บ้านพัก เล่าเรื่องที่พอลโทร.มาถามเธอว่าเตชิตเลี้ยงผีไว้ที่บ้านหรือเปล่า เตชิตมั่นใจต้องเป็นผีลูกสาวของเขาแน่ๆที่พอลพูดถึง

    “ใช่แล้วค่ะ” เสียงหวานส่งเสียงเจื้อยแจ้วโดยที่ตัวยังไม่มา

    “คุณรู้ใช่มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น” เตชิตพูดพลาง มองหาตามเสียง ศรีตรังคิดว่าเขาพูดด้วยปฏิเสธทันทีว่าจะไปรู้ได้อย่างไร เตชิตหันขวับ สวนกลับทันควันว่าไม่ได้พูดกับศรีตรัง

    “ถึงว่า ฉันยังแปลกใจทำไมแกเรียกฉันว่าคุณ”

    ทันใดนั้น เสียงหวานโผล่พรวดขึ้นตรงหน้า เตชิต สะดุ้งสุดตัว ร้องเฮ้ยลั่น ศรีตรังพลอยตกใจร้องตามไปด้วย เตชิตเอ็ดเพื่อนซี้ จะตกใจทำไมไม่ได้เห็นเสียงหวาน ด้วยสักหน่อย ศรีตรังเห็นเตชิตสะดุ้งก็เลยสะดุ้งตาม

    “จำได้มั้ยคะ ที่ฉันบอกว่าเห็นคนมาด้อมๆมองๆ หน้าบ้านคุณน่ะ แล้วก็บอกว่ายายหนูลูกคุณจะจัดการเอง” เสียงหวานเท้าความให้เตชิตฟัง เตชิตพยายามทบทวนความจำ แล้วพยักหน้ารับเป็นทำนองว่าจำได้

    “นั่นแหละค่ะ แกจัดการปกป้องบ้านของคุณได้เรียบร้อย” เสียงหวานเล่าอย่างชื่นชม

    ooooooo

    ศักดิ์สิทธิ์กลัวผีเกษรินขึ้นสมอง ไม่ยอมไปงานสวดศพแม้แต่วันเดียว ถึงวันเผาจะเบี้ยวไม่ไปงานอีก พงษ์ศักดิ์ต้องบังคับขู่เข็ญเขาถึงยอมไป พอเสียง ออดดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มพิธีเผาศพ แขกเหรื่อทยอยขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์บนเมรุ ศักดิ์สิทธิ์เห็นรูปเกษริน ที่ตั้งอยู่หน้าศพบนเมรุขยับได้ นัยน์ตาเธอกลอกไปมา แล้วแสยะยิ้มน่ากลัว เขาร้องลั่นตกใจสุดขีด แขกในงานหันขวับมองศักดิ์สิทธิ์เป็นตาเดียวกัน

    อ้อยใจรีบปราดเข้ามาประคองเขาลงจากเมรุ พอลซึ่งลอบสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ รีบตามทั้งคู่ไป อ้อยใจพาศักดิ์สิทธิ์มานั่งพักใต้ต้นไม้ร่มรื่นปลอดคน แล้วต่อว่าทันทีว่าเกิดบ้าอะไรขึ้นมา ศักดิ์สิทธิ์อ้างว่าโดนผีเกษรินหลอก อ้อยใจหาว่าเขาตาฝาด ผีที่ไหนจะมาหลอกตอนฟ้าสว่าง แล้วเตือนศักดิ์สิทธิ์ต้องเข้มแข็งกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเราสองคนจะพากันซวย เกษรินถูกเผาไปแล้ว หลังจากนี้ก็จะไปผุดไปเกิด ไม่มีอะไรน่ากลัวอีกต่อไปแล้ว

    “ก็ถ้าเผื่อมันไม่ยอมไปผุดไปเกิดล่ะ”

    “งั้นศักดิ์ก็ไปเกิดแทนมันละกัน” อ้อยใจฉุนขาด ศักดิ์สิทธิ์ปล่อยโฮอย่างอัดอั้น อ้อยใจมองเขาอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างๆ พูดกระตุ้นให้เขาเข้มแข็งเข้าไว้ เพราะผีชอบหลอกคนจิตอ่อน แล้วชวนเขากลับบ้าน ศักดิ์สิทธิ์ขอร้องอ้อยใจช่วยแวะบ้านหมอผีก่อนกลับจะได้หรือไม่ อ้อยใจขอผัดไปวันพรุ่งนี้ ป่านนี้หมอผีคงไม่อยู่ที่นั่นแล้ว พอลมองตามอ้อยใจพยุงศักดิ์สิทธิ์ออกไปด้วยสีหน้าครุ่นคิด...

    ตั้งแต่กลับจากเผาศพเกษริน เสียงหวานเอาแต่นั่งกอดเข่าหน้าตาหม่นหมอง เตชิตเป็นห่วงเดินมานั่งข้างๆ ถามว่าเป็นอะไรไป เสียงหวานกลัวว่าสักวันหนึ่ง เธอคงต้องไปเหมือนเกษริน ไปในที่ที่ไม่รู้เลยว่ามีอะไรรออยู่

    “อย่าคิดมากสิ...สักวันหนึ่งผมก็ตามคุณไป เหมือนที่คุณต้องตามเกษรินไป”

    “เกษรินก็ไม่อยากไปหรอกค่ะ ฉันเห็นเธอยืนหน้าเศร้าอยู่บนเมรุ”

    เตชิตปลอบเสียงหวานไม่ต้องคิดมาก เมื่อถึงวันที่ต้องไปอย่างไรเสียก็ต้องไป แต่เขาสัญญาจะใส่บาตรให้เธอทุกวัน และถ้าหากเธอข้ามภพไปไม่ได้แล้วต้องกลับมาที่บ้านพักหลังนี้อีก เขาก็ยินดีจะมาอยู่เป็นเพื่อนเธอ

    “สัญญานะคะ...คุณไปไหน...ฉันไปด้วยนะ”

    เตชิตให้คำมั่นสัญญาจะไม่ทิ้งเธอ เสียงหวานโผกอดชายหนุ่มซบหน้ากับอกเขาอย่างมีความสุข เตชิตยกแขนขึ้นกอดตอบ แต่สัมผัสได้เพียงอากาศ...

    ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างเตชิตกับเสียงหวานงอกเงยขึ้นตามลำดับ ศักดิ์สิทธิ์ยังคงหมกมุ่นอยู่กับผี เกษรินแม้ศพของเธอจะทำพิธีเผาไปแล้วก็ตาม ยามหลับก็ฝันเห็น ยามตื่นภาพสยองขวัญของเธอยังตามมาหลอกหลอน เขาพยายามทำจิตใจให้เข้มแข็งอย่างที่อ้อยใจแนะ

    “คิดมากไปเองนะ...ไอ้ทศเป็นแพะรับบาปไปแล้ว ร่างนังเกษก็ถูกเผาไปแล้ว จะไม่มีใครสนใจเรื่องนี้อีกต่อไป” ศักดิ์สิทธิ์กระตุ้นตัวเอง...

    ระหว่างที่ทุกคนในรีสอร์ตของศรีตรังพากันนอนหลับไหล พอลกลับเดินฝ่าความมืดพร้อมกับไฟฉายในมือมายังจุดที่เจอศพเกษริน ทรุดตัวลงเขี่ยดินบริเวณนั้นอย่างละเอียดยิบ ในที่สุดก็พบหลักฐานสำคัญชิ้นหนึ่ง แทบจะมองไม่ออกว่าเป็นแหวน พอลขูดดินที่เกาะตัวกันแน่นออกจนเห็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ เคและพีสลักไว้

    ooooooo

    พอลรอจนเช้าจึงโทร.รายงานเรื่องแหวนที่พบในที่เกิดเหตุให้เสนาทราบ เสนาตำหนิเตชิต เป็นตำรวจประสาอะไรทำไมถึงไม่พบหลักฐานสำคัญชิ้นนี้ นี่ถ้าพ่อของตรีทศไม่ใช่เพื่อนของเขา และเขาไม่ได้สั่งให้พอลตามคดีนี้ก็คงไม่พบแหวนวงนี้แน่ๆ แล้วตัวอักษรภาษาอังกฤษ เคและพีที่ว่าไม่รู้ย่อมาจากอะไร

    “ถ้าจะให้เดา ผมว่าน่าจะย่อมาจาก เกษริน พิทักษ์รักสวัสดิ์ ครับ”

    เสนาบ่นอุบถ้าเป็นแหวนของเหยื่อก็เท่ากับไร้ประโยชน์ พอลมั่นใจมันน่ามีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย...

    เตชิตกำลังจิบกาแฟอย่างสบายอารมณ์อยู่หน้าบ้านพัก ตอนที่เสียงหวานโผล่พรวดเข้ามาพร้อมกับร้องลั่นว่าแย่แล้วๆ เกษรินยังไม่ไปสู่สุคติและยังฝากเธอมาบอกเขาด้วยว่าเขาจับคนผิด ตรีทศไม่ใช่ฆาตกร เตชิต

    นิ่วหน้าถ้าอย่างนั้นเป็นใคร

    “เธอบอกว่าคุณต้องสืบหลักฐานเอาเอง...เอา

    อย่างนี้...ฉันจะให้เขามาเล่าให้คุณฟังจะได้ง่ายขึ้น”

    เตชิตร้องห้ามเสียงหลงว่าไม่ต้อง เขายอมลำบากสืบเองดีกว่า เสียงหวานค้านจะลำบากไปทำไม เกษรินเป็นคนถูกฆ่า ต้องรู้ดีว่าใครทำ เตชิตขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วย เดินไปขึ้นมอเตอร์ไซค์จะไปหาศรีตรัง เสียงหวานหายตัวไปนั่งซ้อนท้ายขอไปด้วย เตชิตไม่ให้ไป สั่งให้เธอรออยู่ที่นี่ ครู่ต่อมา เตชิตมาถึงออฟฟิศของศรีตรัง

    แต่ต้องผิดหวัง เพราะเธอไม่อยู่ออกไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าในเมือง...

    ขณะศรีตรังกำลังเดินซื้อของใช้ในบ้านอย่างสบายใจ พอลเข้ามาพูดจายั่วโมโห ศรีตรังไล่เขาไปห่างๆ มีธุระอะไรเชิญไปทำแล้วไม่ต้องมายุ่งกับเธอ

    “ถ้ายืนห่างแค่นี้แปลว่ายุ่งกัน ป่านนี้เด็กล้นโลกแล้วมั้ง” พอลยิ้มยั่ว

    ศรีตรังโกรธปากคอสั่น หันขวับมาจ้องหน้าพอลเหมือนจะเผาให้มอดไหม้ แล้วจ้ำพรวดๆไปจ่ายเงิน พอลยิ้มชอบใจที่เห็นศรีตรังโกรธ เดินตามมาห่างๆ รอจนเธอชำระเงินเสร็จ เดินถือของไปที่บันไดเลื่อน พอลเดินตามมาจะช่วยถือของให้ ศรีตรังไม่อยากได้ความช่วยเหลือจากเขาเร่งฝีเท้าหนี พอลตามจนทันคว้าถุงใส่ของจากมือเธอมาช่วยถือ จะเอาไปส่งที่รถให้ ศรีตรังขอคืน พอลเตือนให้เบาเสียงหน่อย คนเริ่มมองมาทางเราสองคน
    แล้ว

    “อยากได้ก็เอาไปเลย ฉันยกให้เอาบุญ” ศรีตรังตวาดเสียงลั่น แล้วเดินสะบัดออกไป พอลรีบตาม ศรีตรังแกล้งเดินหนีไปทั่วห้างอยากรู้พอลจะมีแรงตามได้สักแค่ไหน ยิ่งเดินหนีก็ยิ่งเหนื่อย ในที่สุดศรีตรังทนเมื่อยขาไม่ไหว เดินเข้าไปนั่งในร้านอาหารแห่งหนึ่ง พอลตามมานั่งตรงข้าม

    “นี่ไง เขาถึงได้พูดกันว่าให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”

    ศรีตรังสงสัยที่พอลตามเธอมาต้องการอะไรกันแน่ พอลอยากรู้ว่าเตชิตเล่นกลอย่างไรคนถึงได้เข้าใจว่าเลี้ยงผี ศรีตรังยักไหล่ถ้าอยากรู้นักก็ไปถามเตชิตเอาเอง...

    ในเวลาเดียวกัน เจนจิราเบี้ยวนัดกองถ่ายละคร อ้างไม่สบายแถมปิดมือถือ แต่ดันไปเสนอหน้าอยู่ที่บ้านเดนิส ทางเจ้าของค่ายละครโทร.มาต่อว่าเดนิสเพราะเป็นคนฝากเจนจิรา เจ้าพ่อใหญ่ไม่พอใจมาก ตำหนิ

    เจนจิราที่เบี้ยวงาน เขาเกลียดคนไม่ทำงานทำการ เจนจิรา

    ยอกย้อน แล้วทีปรกเดือนยังไม่เห็นทำอะไรเลย

    “เดือนเป็นเมียฉัน”

    เจนจิราโต้ไม่ยอมแพ้ เธอก็เป็นเมียของเขาเหมือนกัน เดนิสโกรธจัดตบเจนจิราฉาดใหญ่ เจนจิราน้ำตาไหลพราก ตัดพ้อทำไมเขาต้องทำร้ายเธอด้วย

    “เพราะเธอตีตนเสมอเมียของฉัน กลับไปทำงานเดี๋ยวนี้ แล้วก็อย่าเบี้ยวอีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่รับผิดชอบชีวิตเธออีกต่อไป”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 09:05 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์