นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปางเสน่หา

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    แม้จะเหนื่อยมาทั้งวัน แต่เตชิตไม่สามารถ

    ข่มตาให้หลับได้ เดินลงมาข้างล่างจะมาหาเพื่อนคุย เห็นเสียงหวานทำท่าเหมือนกอดใครบางคนแนบอก น้ำตานองหน้า เตชิตทรุดตัวลงนั่งใกล้ๆ ถามว่ากำลังกอดลูกของเขาอยู่ใช่ไหมขอเขากอดแกบ้าง

    “ยื่นมือมาสิคะ...หลับตาลงแล้วสำรวมจิตคิดถึงแกให้แน่วแน่”

    เตชิตเพ่งสมาธิไปยังจุดที่คิดว่าลูกอยู่ พึมพำเรียกแกเบาๆ เสียงหวานคลายอ้อมกอดออกแล้วพยักหน้าให้เด็กน้อยที่ค่อยๆยื่นมือมาแตะมือพ่อ เตชิตรู้สึกเหมือนมีมือเล็กๆมาสัมผัส รีบอ้าแขนโอบกอด แต่คว้าได้เพียงลม พอรู้จากเสียงหวานว่าแกไปแล้ว เตชิตมีสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

    “แกคงโกรธผม...เพราะผมไม่เคยรู้ว่าแกมีตัวตน”

    “แกบอกฉันว่าคุณทำบุญกรวดน้ำไปให้แกสม่ำเสมอ”

    เตชิตอยากเห็นลูกมาก อยากเห็นว่าหน้าตาของแกจะเป็นอย่างไร แล้วนึกขึ้นมาได้ เขาจะให้จ่าธงวาดรูปลูกให้ รีบตรงไปที่รถ หยิบซองใส่รูปวาดของเสียงหวานออกมาให้เธอดู เสียงหวานชมเปาะว่าสวยกว่าตัวจริง เตชิตค้านตัวจริงสวยกว่ารูป เสียงหวานเขินจัดรัศมีรอบตัวเลยเปลี่ยนเป็นสีชมพู รีบถามกลบเกลื่อนว่าเตชิต

    จะให้คนที่วาดรูปเธอวาดรูปลูกของเขาหรือ

    “เปล่า คนที่วาดรูปคุณชื่อหมวดสัญญา แต่ผมจะให้จ่าธงวาดรูปลูก ถ้าให้สัญญาวาดอีก เขาอาจจะสงสัย อีกอย่างผมจะให้จ่าธงมาวาดที่นี่”

    ooooooo

    พอลแวะซื้อโจ๊ก 2 ถุง เพื่อไปกินมื้อเช้ากับปรกเดือน แต่พบว่าเธอนั่งกินข้าวต้มอยู่กับเดนิสแล้ว ปรกเดือนเห็นรอยฟกช้ำบนใบหน้าพอล ร้องทักไปโดนอะไรมา ชายหนุ่มโกหกว่า หกล้ม แววตาเดนิสเยาะเย้ยแวบหนึ่ง ก่อนจะสมน้ำหน้าพอลที่เดินไม่ดู

    ตาม้าตาเรือ ปรกเดือนตำหนิเดนิสที่ไปว่าพอลอย่างนั้น

    “ไม่เป็นไร บางทีเราเดินไปด้วยความบริสุทธิ์ใจแต่พอเคราะห์หามยามซวยก็อาจจะไปเหยียบตาปลานักเลงเข้าให้” พอลแดกดัน เดนิสไม่ค่อยชอบใจนักที่เห็นพอลมาหาปรกเดือนบ่อยๆ พอลเองก็รู้ตัวแต่แกล้งไม่รู้ไม่ชี้ รอจนเดนิสกลับไปแล้ว จึงบอกปรกเดือนว่าต่อไปเขาคงจะมาที่นี่บ่อยๆไม่ได้อีกแล้วเพราะเดนิสหึงเขา

    “เขากำลังเบื่อเดือนต่างหาก” ปรกเดือนยิ้มเศร้า พอลเห็นสมควรแก่เวลา เลยขอตัวกลับ แต่ต้องประหลาดใจเมื่อปรกเดือนขอให้เขาพาเธอไปปากช่องด้วย พอลมองหญิงสาวตรงหน้าราวกับจะหยั่งความรู้สึก...

    ทางฝ่ายเดนิสแปลกใจเมื่อกลับถึงบ้านตัวเองแล้วพบว่าเจนจิรามารออยู่ ดาราสาวปรับกลยุทธ์ใหม่ แสร้งทำใสซื่อบริสุทธิ์ต่อหน้าเดนิส เอาอกเอาใจเขาทุกอย่างเพื่อให้เขาตายใจ แม้กระทั่งรู้ว่าเขาไปกินมื้อเช้า

    กับปรกเดือนมา เธอกลับเป็นปลื้มไปกับปรกเดือนที่สามีคอยเอาใจ เดนิสถึงกับออกปาก ไม่อิจฉาปรกเดือนหรือ

    “โถ...จะอิจฉาไปทำไมให้จิตใจหมองมัวคะ เท่าที่เสี่ยกรุณาเจนขนาดนี้ก็นับเป็นบุญของเจนแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดเจนไม่อยากให้เสี่ยต้องมาเดือดเนื้อร้อนใจกับเรื่องพวกนี้ค่ะ เจนยึดความกตัญญูเป็นที่ตั้ง”

    “นี่พูดเอาแต่ดีหรือเปล่า” เดนิสมองลึกเข้าไปในดวงตาเจนจิรา ราวกับจะค้นหาความจริง

    “เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ค่ะ” เจนจิรานํ้าเสียงหนัก– แน่นจริงจัง จังหวะนั้น สาวใช้เข้ามารายงานเดนิสว่าเจียงมาแล้ว เจนจิราเห็นเดนิสมีงานต้องทําเลยขอตัวกลับ

    “อย่าเพิ่งกลับ ฉันคุยไม่นานหรอก...เดี๋ยวเสร็จแล้ว ไปส่งที่คอนโดฯ” เดนิสมองเจนจิราอย่างเป็นนัยๆแล้วตรงไปที่ห้องทำงาน เห็นเจียง ซึ่งยังอยู่ในสภาพมีเฝือกที่แขนข้างหนึ่ง ท่าทางอิดโรยนั่งรออยู่ เดนิส

    อ้างว่าที่ต้องให้คนไปรับเจียงมาที่นี่ทั้งๆที่ยังไม่หายดีเพราะมีงานจะให้ทําเป็นการแก้ตัว เขาจะให้เจียงคอยตามดูพอลให้

    “ได้ครับ...เพียงแต่ตอนนี้...”

    “เออ...รู้แล้วว่าแกไปไหนยังไม่สะดวก ถึงได้จะให้แกย้ายมาอยู่ที่นี่...แกมีอะไรขัดข้องหรือเปล่า”

    เจียงไม่ไว้ใจเดนิส แต่ไม่กล้าขัด ได้แต่รับคําสีหน้าเป็นกังวล...

    สายวันเดียวกัน จ่าธงมาถึงบ้านของเตชิตตามนัด ซักรายระเอียดคร่าวๆว่าเตชิตต้องการให้เขาวาดรูปใครเตชิตตอบไม่ทันคิดว่ารูปลูกของเขา จ่าธงชะงัก ร้องทักว่าเตชิตมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่

    เตชิตรู้สึกตัวรีบกระแอมกลบเกลื่อน “ขอโทษ...รูปเด็กน่ะ”

    จ่าธงซักอีกว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย เสียงหวานชิงตอบว่าผู้หญิง เตชิตหันไปเอ็ดเสียงหวานให้อยู่เงียบๆก่อน ถึงเวลาแล้วเขาจะถามเธอเอง จ่าธงอ้าปากหวอมองเตชิต ที่พูดกับความว่างเปล่าอย่างงงๆ

    “เธอเป็นเด็กผู้หญิง อายุประมาณ 4 ขวบ...ใช่ไหมครับ” ประโยคสุดท้ายเตชิตหันไปถามเสียงหวานซึ่งพยักหน้ารับ จ่าธงถึงกับมึนตึบ มองเตชิตอย่างเห็นใจ เพราะคิดว่าเขาเสียใจที่ตกงานจนเพี้ยน ขณะที่จ่าธงวาดรูป เตชิตจะหันไปถามรูปพรรณของเด็กน้อยจากเสียงหวานเป็นระยะๆ ในที่สุดจ่าธงก็วาดรูปลูกของเตชิตสําเร็จจนได้

    ooooooo

    จ่าธงเก็บเรื่องความเพี้ยนของเตชิตไว้คนเดียวไม่ไหว รีบเข้าไปรายงานให้เสนาทราบ เสนาพลอยสลดใจไปด้วย ถ้าถึงขั้นนี้คงต้องส่งเตชิตไปให้จิตแพทย์รักษา แต่จะบอกเขาตรงๆ เขาคงไม่ยอมไป เสนาจะคิดหาวิธีช่วยเตชิตเอง จ่าธงทําความเคารพผู้บังคับแล้ว กลับออกไป เสนาหยิบมือถือมาโทร.หาพอลทันที พอลกําลังขับรถพาปรกเดือนไปปากช่อง รับปากจะดูแลเรื่องนี้ให้ พอพอลวางสายปรกเดือนอดถามไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไร

    “เจ้านายสั่งให้คอยดูเพื่อนน่ะครับ เห็นว่าพอว่างงานแล้วออกจะเพี้ยนๆ...ใกล้จะถึงแล้ว คุณพร้อมนะ”

    “ไปถวายสังฆทานก่อนเถอะค่ะ...เดือนอยากจะตั้งสติก่อน”

    พอลไม่ขัด รีบบ่ายหน้าไปยังวัดธรรมชนะ...หลังจากทําสังฆทานเสร็จ พอลขับรถพาปรกเดือนไปยังสถานที่เกิดเหตุ ปรกเดือนนึกย้อนถึงเหตุการณ์วันนั้นแล้ว นํ้าตาไหลพราก

    “...ทําใจลําบากจริงๆ...มันคงเป็นตราบาปไปจนชั่วชีวิต” ปรกเดือนพูดจบ ปล่อยโฮ พอลสงสารเธอจับใจเอื้อมมือมาบีบมือเธอเบาๆปลอบใจ...

    ในเวลาต่อมา ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุนัก ขณะศรีตรังกําลังกินข้าวไปคุยไปกับป้าจุรีอย่างออกรส ต้องชะงักเมื่อเห็นพอลพาปรกเดือนเดินเข้ามา ศรีตรังไม่รอช้าปราดเข้าไปที่โต๊ะทั้งคู่ทันที

    “เอาแซนดี้ไปทิ้งซะที่ไหนล่ะ...พอล” ศรีตรังว่า แล้วทรุดตัวลงนั่งหน้าตาเฉย ปรกเดือนมองหญิงสาวตรงหน้างงๆ แล้วหันมองพอลเป็นเชิงจะถามว่าใคร พอลยังไม่ทันจะตอบ ศรีตรังชิงพูดกับปรกเดือนเสียก่อน

    “ระวังจะถูกหลอกนะคุณ คราวที่แล้วพอลเขาควงแซนดี้มา โอ๊ย จี๋จ๋าเหมือนกับที่ทำกับคุณแบบนี้เลย...

    เอหรือว่าจะแซบกว่าด้วยซ้ำ...จริงๆ นะ ฉันไม่ได้ใส่ร้ายแม้แต่นิดเดียว”

    พอลหมดความอดทน ลุกขึ้นคว้าแขนศรีตรังลากออกไป ป้าจุรีจะตามแต่ถูกบริกรในร้านเข้ามาขวาง จะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นถ้ายังไม่ได้จ่ายเงิน ป้าจุรีได้แต่มองตามศรีตรังตาปริบๆ...

    ศรีตรังกับพอลออกไปปะทะคารมกันนอกร้าน พอลพูดแทงใจดำเลยโดนศรีตรังปล่อยหมัดตรงเข้าเต็มหน้า ปากแตกเลือดซิบ แต่เขายังไม่ยอมหยุดเหน็บแนม หญิงสาวเลยแถมให้อีกหนึ่งหมัด คราวนี้คุณชายเผือกถึงกับทรุด จากนั้นศรีตรังเดินอาดๆ เข้าร้านอาหารตรงไปหาปรกเดือนที่โต๊ะ

    “เชิญไปเก็บศพพอลได้เลยค่ะ” ศรีตรังพูดจบกลับไปที่โต๊ะตัวเอง ชวนป้าจุรีกลับ วางเงินค่าอาหารไว้บนโต๊ะ แล้วผลุนผลันออกไป ป้าจุรีพยายามซักถามว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างศรีตรังกับคุณชายเผือก เธอบอกแค่ว่า เขาเป็นศัตรูของเธอแล้วไม่พูดอะไรอีก...

    และเช่นเดียวกัน ปรกเดือนก็พยายามซักถามพอลว่า ผู้หญิงคนเมื่อครู่เป็นใคร ทำไมถึงทำร้ายเขาขนาดนี้ พอลขอผลัดไปก่อน วันนี้ไม่มีอารมณ์จะเล่า...

    หลังจากส่งปรกเดือนที่บ้านเรียบร้อย พอลไปแอบซุ่มอยู่ตรงเงามืดหน้าบ้านเตชิต เห็นเตชิตเดินออกมาที่สนามหญ้าหน้าบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ออกท่าออกทางเหมือนคุยกับใครบางคนอยู่

    “ท่าทางมันจะบ้าจริงๆ” พอลสรุป

    เตชิตเงยหน้ามองพระจันทร์สวย แล้วหันมายิ้มให้เสียงหวานที่กำลังเหลียวมองไปรอบๆบริเวณ เตชิตสงสัยเธอกำลังมองหาอะไร เสียงหวานไม่เห็นลูกสาวของเขาตั้งแต่เช้าแล้ว ไม่รู้หายไปไหน เตชิตสีหน้าเป็นกังวลขึ้นมาทันที ชี้ชวนให้เสียงหวานค้นดูตรงโน้นตรงนี้เผื่อลูกจะไปซ่อนตัว พอลซึ่งแอบมองอยู่ส่ายหน้าหนักใจ ที่เห็นเตชิตพูดกับความว่างเปล่า หลังจากดูจนพอใจแล้ว พอลกลับไปที่รถซึ่งจอดห่างออกมา หยิบมือถือขึ้นมาโทร.รายงานเสนา

    “ท่าทางจะอาการหนักเหมือนกันครับท่าน... ดีครับ...พรุ่งนี้ผมจะไปพบท่านแต่เช้า...สวัสดีครับ” พอลวางสายแล้วขึ้นรถขับออกไป...

    ทางฝ่ายเตชิตกับเสียงหวานยังคงตามหาเด็กน้อย ไปทั่วบ้านแต่ไม่เจอ เสียงหวานคิดว่าแกคงไม่ได้ไปไหนไกล คงเที่ยวซุกซนตามประสาเด็ก เตชิตถอนใจหนักใจไม่รู้จะไปตามหาลูกที่ไหน ขอตัวขึ้นห้อง ตรงไปหยิบรูปวาดของเด็กน้อยที่ใส่กรอบเรียบร้อยขึ้นมาดูด้วยสีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความผูกพัน พึมพำเบาๆกับรูปวาด

    “ลูกพ่อหน้าตาเป็นอย่างนี้เอง”

    เตชิตจ้องมองรูปวาดเขม็ง เด็กน้อยราวกับมีชีวิตขึ้นมา แต่แค่พริบตาเดียว เด็กน้อยกลับเป็นแค่รูปวาดอย่างเดิม เตชิตสีหน้าสลด

    ooooooo

    ระหว่างที่เสียงหวานเอนตัวหลับตา เด็กน้อยเข้ามาสะกิดแขน เสียงหวานรีบลุกขึ้นนั่ง ถามว่าวันนี้หาย ไปไหนมาทั้งวัน เด็กน้อยไม่ได้หายไปไหน แค่ไปแอบเพื่อที่คุณน้าจะได้จู๋จี๋กับพ่อ รัศมีรอบตัวเธอเปลี่ยนเป็นสีชมพูด้วยความเขิน เตชิตเดินลงมาพอดี ถามเสียงหวานว่าลูกของเขากลับมาแล้วใช่ไหม เสียงหวานหันมาเห็นเตชิตยิ่งเขินหน้าแดง จนชายหนุ่มร้องทักทำไมต้องอายขนาดนั้น

    “หนูไปล่ะ...โชคดีนะคะ...พ่อ” เด็กน้อยยิ้มล้อเลียนเสียงหวาน ก่อนร่างจะเลือนหายไป

    “เอ๊ะ...หนูนี่...เดี๋ยวน้าตีตายเลย”

    “ลูกผมทำอะไรผิด คุณถึงจะตีแก”

    เสียงหวานไม่กล้าสบตาด้วย ปฏิเสธว่าเปล่า เตชิตคาดคั้นให้บอก ผีสาวรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ถามว่าจะกลับปากช่องเมื่อไหร่ เตชิตจะกลับต่อเมื่อเธอต้องบอกมาก่อนว่าทำไมต้องอายขนาดนั้นด้วย เสียงหวานไม่ง้อ ถ้าเขาไม่กลับเธอกลับเองก็ได้ เตชิตคิดว่าถือไพ่เหนือกว่า ถ้าเขาไม่กลับแล้วเธอจะกลับได้อย่างไร

    “สบายมาก ฉันไม่ได้ตัวติดกับคุณนี่” เสียงหวานพูดจบหายวับไป เตชิตร้องเรียกลั่น แต่ทุกอย่างเงียบกริบ

    ooooooo

    เตชิตตื่นเช้าขึ้นมาตามหาจนทั่วก็ไม่เจอเสียงหวาน รีบอาบน้ำล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงไปที่รถ พลางตะโกนบอกเสียงหวานว่าจะกลับแล้ว แต่ไม่มีเสียงตอบ เด็กน้อยปรากฏตัวขึ้นที่ระเบียงบ้านด้วยสีหน้าหม่นหมอง เหมือนท้องฟ้ายามนี้ที่ฝนใกล้จะตก ตะโกนเรียกพ่อแข่งกับเสียงฟ้าร้อง แต่เขาไม่ได้ยิน เด็กน้อยน้ำตาคลอมองตามพ่อขับรถออกไปอย่างใจหาย ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอกันอีก...

    ทันทีที่มาถึง สน. พอลรีบเข้าไปพบเสนาที่ห้องทำงาน เสนาเป็นห่วงเตชิตมาก ได้ข่าวจากจ่าธงว่าเขาจะกลับไปปากช่อง แล้วแบบนี้จะเอาตัวไปหาจิตแพทย์ได้อย่างไร เตชิตอาจจะดูเพี้ยนๆ แต่พอลไม่คิดว่าจะบ้าถึงขนาดต้องส่งหมอ เสนาพยักหน้ารับรู้ แล้วถามความคืบหน้าเรื่องเดนิสเมื่อไหร่จะส่งของอีก

    “ตอนนี้ยังนิ่งอยู่ครับ...มันกำลังเขม่นผมอยู่ แต่ไม่เป็นไรหรอกครับแค่เรื่องผู้หญิง”

    เสนาถึงกับร้อยเฮ้ย เรื่องผู้หญิงนี่แหละเรื่องใหญ่ พอลไม่อยากให้เสนาเป็นกังวล เรื่องนี้เขาจัดการได้ไม่ยาก แล้วขอตัวกลับ เสนาร้องเรียกไว้ สั่งว่าไม่ต้องไปสนใจเรื่องเตชิตอีก ปล่อยให้เป็นหน้าที่เขาดูแลเอง...

    ด้านเตชิตกลับถึงรีสอร์ตสุขศรีตรังตอนตะวันเกือบตรงหัว เดินหน้าบึ้งเข้าบ้านพักโดยมีเสียงหวานตามมาง้อ ขอโทษที่กลับมาก่อน เตชิตไม่สนใจทำเหมือนเธอเป็นอากาศธาตุ เสียงหวานขอร้องอย่าโกรธเธอเลย พอดีเพื่อนผีของเธอจะมาที่นี่ เธอเลยต้องรีบไปพบเพื่อน เพราะรู้ว่าเขากลัว เตชิตปฏิเสธทันควันว่าไม่กลัว

    “หรือคะ ดีจัง งั้นต่อไปฉันจะได้ชวนเธอมาคุยกับคุณที่นี่...เธอ...”

    เตชิตสวนทันทีว่าไม่ต้อง ให้เธออยู่ที่ของเธอดีแล้ว หรือไม่ก็ไปที่ชอบๆ เสียงหวานว่า ตราบใดที่เรื่องของเพื่อนผียังคลุมเครือ เธอคงไปที่ชอบๆไม่ได้ เตชิตย้อนถาม แล้วเสียงหวานไปที่ชอบๆ ได้ไหม เสียงหวานหน้าสลดไม่แน่ใจจะชอบที่ชอบนั่นหรือเปล่า เธอออกจะกลัวเสียด้วยซ้ำ เพราะไม่รู้เลยว่ามีอะไรรออยู่ เตชิตสงสารเธอจับใจ เดินเข้ามาโอบกอดเพื่อปลอบ แต่คว้าได้เพียงอากาศ ร่างของเสียงหวานก็เลือนหายไปด้วยความเศร้า

    ooooooo

    ที่ห้องทำงานของตรีทศภายในออฟฟิศติดไร่ข้าวโพด อ้อยใจเอาใจตรีทศด้วยการยกกาแฟกับของว่างทำเองกับมือมาเสิร์ฟ ตรีทศอึดอัดใจมากไม่รู้ จะปฏิเสธอย่างไรได้แต่นั่งนิ่ง อ้อยใจคว้าจานใส่ขนม เดินนวยนาดมายังเก้าอี้ที่ตรีทศนั่ง แล้วอาขนมจ่อปากท่าทางยั่วยวนเต็มที่

    “อ้าปากซิคะ...แล้วอ้อยจะบอกความลับสำคัญให้”

    ขณะที่ตรีทศคิดไม่ตกจะชิ่งหนีอย่างไรดี ลุงสมเปิดประตูห้องผลัวะเข้ามา อ้างว่ามีธุระด่วนต้องคุยกับตรีทศ อ้อยใจรีบผละจากตรีทศอย่างหงุดหงิด ต่อว่าลุงสมที่ไม่รู้จักเคาะประตูก่อน ตรีทศถอนใจโล่งอก รีบตัดบท

    “อ้อย...ขอบใจที่ทำขนมมาให้ แต่ตอนนี้ผมต้องคุยธุระกับลุงสม”

    อ้อยใจถลึงตาใส่ลุงสม ก่อนสะบัดหน้าออกไป ลุงสมเห็นอ้อยใจเข้ามาในนี้นานผิดปกติ เป็นห่วงตรีทศก็เลยเข้ามาดู ตรีทศขอบคุณลุงสมมากที่ช่วยเขาไว้ได้ทันเวลา...

    ศักดิ์สิทธิ์แปลกใจมากเมื่อมาถึงหน้าออฟฟิศแล้วเจออ้อยใจ เพราะเขาบอกเธอแล้วว่าวันนี้จะไม่มาทำงาน ต้องไปธุระกับพ่อแล้วเธอมาหาเขาทำไม อ้อยใจแค่จะเอาขนมมาฝาก แต่ลืมไปว่าศักดิ์สิทธิ์ไม่มาทำงานก็เลยเอาไปให้พี่ทศแทน

    “ไม่ใช่ตั้งใจจะเอามาให้พี่ทศนะ” ศักดิ์สิทธิ์ดักคอ

    “อ้อยจะไปทำอย่างนั้นทำไม...ไปล่ะ” อ้อยใจว่าแล้วขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป ศักดิ์สิทธิ์มองตามแคลงใจ...

    ทันทีที่อ้อยใจกลับถึงบ้านถูกป้าจุรีด่าเป็นชุดจะออกไปข้างนอกทำไมไม่ปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อยก่อนแล้วอยู่บ้านเฉยๆแทนที่จะช่วยเธอปัดกวาดทำความสะอาดบ้านบ้าง กลับไม่แตะอะไรสักอย่าง

    “อ้อยไม่ว่าง...กำลังเฟ้นหาลูกเขยให้แม่ไง ตอนนี้เหลือเข้ารอบอยู่สองคน” อ้อยใจยืดอกภาคภูมิใจ ป้าจุรีฟังแล้วแทบจะเป็นลม ขืนปล่อยให้ลูกเพ้อเจ้อไม่ทำอะไร เธอคงอกแตกตาย คิดได้ดังนั้น รีบไปขอให้ศรีตรังช่วยหางานให้อ้อยใจทำ ศรีตรังรับอ้อยใจเข้าทำงานทันที ถ้าเธอพร้อมเมื่อไหร่ให้ไปทำงานเป็นผู้ช่วยลุงสมได้เลย...

    แทนที่อ้อยใจจะดีใจที่ได้งานทำกลับเรื่องมากขอร้องแม่ช่วยไปบอกศรีตรังว่าเธออยากเป็นเลขาฯตรีทศมากกว่าเพราะเขาเป็นหนึ่งในสองคนที่เธอหมายตาไว้ให้เป็นลูกเขยของแม่ ป้าจุรีทำท่าจะลมจับให้ได้...

    พงษ์ศักดิ์ถึงกับส่ายหน้าเซ็งที่ลูกชายคนเดียวของเขายังกลัวผีไม่เลิก นอกจากโยงสายสิญจน์รอบห้องนอนตัวเองไม่รู้กี่ชั้น ยังคิดจะดั้นด้นเข้ากรุงเทพฯเพื่อหาซื้อใบหนาดมาไว้จัดการกับผี พงษ์ศักดิ์ไม่เข้าใจทำไมทั้งศักดิ์สิทธิ์ทั้งผีตนนี้เคียดแค้นอะไรกันขนาดนั้น หรือว่าเขาเคยรู้จักผีตนนี้ตอนยังไม่ตาย

    “ผมจะไปรู้จักมันได้ยังไง...พ่อไปนอนเถอะครับ ผมจะจัดการของผมเอง”

    “พ่อไม่อยากให้แกหมกมุ่นกับเรื่องภูติผีปีศาจนี่มากนัก”

    ศักดิ์สิทธิ์รับคำส่งๆพอพ่อคล้อยหลัง เขารีบหยิบข้าวสารเสกที่ได้จากหมอผีขึ้นมาเตรียมพร้อม...

    ทางฝ่ายพงษ์ศักดิ์เป็นห่วงลูกชายมากไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงโทร.ไปปรึกษาเจ้านายสาว ศรีตรังเห็นใจหัวอกคนเป็นพ่อ พรุ่งนี้เธอจะลองพูดกับศักดิ์สิทธิ์ให้

    “ขอบคุณคุณศรีตรังมากครับ...ผมฝากเจ้าศักดิ์มันด้วย นี่ร่ำๆจะทำท่าว่ารู้จักคุ้นเคยกับผีเอาเสียด้วย”

    ooooooo

    ระหว่างกินมื้อเช้าด้วยกัน ศรีตรังขอร้องเตชิตลองถามคุณหนูเผือกเสียงหวานทีว่าใช่เธอหรือเปล่าที่ตามไปหลอกหลอนศักดิ์สิทธิ์ เตชิตมั่นใจต้องไม่ใช่เสียงหวาน น่าจะเป็นเพื่อนผีของเธอมากกว่า ป้าจุรีซึ่งยังคงมีผ้าปิดตาข้างซ้ายไว้ ฝากเตชิตไปบอกเสียงหวานด้วยว่า อย่าเที่ยวไปหลอกหลอนใครให้เป็นบาปแก่ตัวเองเลย

    “ป้าจะบอกเองมั้ยล่ะครับ” เตชิตประชด

    ป้าจุรีขอผ่าน ขอมอบหน้าที่นี้ให้เตชิต ศรีตรังเห็นด้วยกับป้าจุรี เขาทำหน้าที่นี้ได้เหมาะสมที่สุดแล้ว...

    ในเวลาเดียวกัน ศักดิ์สิทธิ์ชวนอ้อยใจไปหาหมอผีที่บ้านเพื่อจ่ายเงินค่าตอบแทนที่เขาช่วยไปทำพิธีเมื่อวันก่อน ตั้งแต่หมอผีแนะให้เราสองคนทำบุญอุทิศส่วนกุศลคราวนั้น ผีก็ไม่มาให้เห็นอีกเลย

    “อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจผี...รอให้เวลาผ่านไป 3 วันเสียก่อนถึงจะชัวร์” สิ้นเสียงเตือน อ้อยใจกับศักดิ์สิทธิ์ถึงกับหน้าเสีย ศักดิ์สิทธิ์บ่นอุบนี่ยังต้องรอดูคืนนี้อีกคืนหรือ...

    ศักดิ์สิทธิ์เก็บเอาคำเตือนของหมอผีไปฝันเป็นตุเป็นตะว่า เกษรินมาหาที่ห้อง สะดุ้งตื่นเหงื่อท่วมตัวมองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าเป็นแค่ฝันร้าย เขาลุกขึ้นมารินนํ้าดื่มแก้กระหาย บังเอิญสายตาเหลือบมองไปที่หน้าต่าง ตกใจแก้วนํ้าในมือหล่นแตก ฝันร้ายกลายเป็นจริง ผีเกษรินปรากฏตัวอยู่ใต้ต้นไม้หน้าบ้านกวักมือเรียกเขาลงไปหา แต่แล้วความกลัวเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว ศักดิ์สิทธิ์คว้าถุงข้าวสารเสกพุ่งไปที่ประตูบ้าน กระชากออกอย่างแรง แต่ต้องร้องลั่น ผงะถอยหลังเมื่อเห็นผีเกษรินยืนรออยู่ พอตั้งสติได้เขาซัดข้าวสารเสกใส่ ผีผงะ แล้วเลือนหายไป

    “หายไปไหนล่ะ ออกมาสิ บอกให้ออกมา” ศักดิ์สิทธิ์ร้องท้าทายราวกับคนเสียสติ

    พงษ์ศักดิ์ได้ยินเสียงเอะอะเปิดประตูออกมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น ศักดิ์สิทธิ์คิดว่าผีปลอมเป็นพ่อ มองตาขวางก่อนจะซัดข้าวสารเสกใส่หน้า พงษ์ศักดิ์ด่าลั่น ศักดิ์สิทธิ์ได้สติรีบเข้าไปขอโทษ พงษ์ศักดิ์เห็นลูกชักจะบ้ากันไปใหญ่จะออกไปดูให้เห็นกับตาว่ามีอะไรหรือเปล่า ศักดิ์สิทธิ์ไม่ให้ไป ผีนังเกษรออยู่ข้างนอก

    “นังเกษอะไรของแก หรือว่า...เกษริน”

    ศักดิ์สิทธิ์กลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร เขาแค่ฝันร้ายแล้วขอตัวกลับห้อง รอจนได้ยินเสียงประตูห้องพ่อปิด เขาจึงหยิบมือถือขึ้นมาโทร.เตือนอ้อยใจว่า ผีเกษรินมาหาเขา ตอนนี้อาจกำลังไปหาเธอก็ได้ อ้อยใจโกรธด่าไอ้บ้าแล้ววางสาย ศักดิ์สิทธิ์ย่องไปแอบมองที่หน้าต่างเห็นแต่ความว่างเปล่า ยิ้มสะใจจะเดินไปที่เตียง จู่ๆเศษแก้วที่เกลื่อนพื้นชิ้นหนึ่งเคลื่อนเข้าหาเหมือนมีใครเป่า ศักดิ์สิทธิ์เหยียบเต็มเท้าเลือดโชก พลันมีเสียงหัวเราะน่ากลัวดังขึ้น

    “อยากลองดีใช่มั้ย...นังเกษ” ศักดิ์สิทธิ์ขบกรามแน่นอย่างเคียดแค้น

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น เท้าศักดิ์สิทธิ์บวมอักเสบน่ากลัวทั้งที่แผลเล็กนิดเดียว พงษ์ศักดิ์ให้ยาแก้อักเสบลูกกินแล้ว แต่ยังไม่วางใจคิดจะพาไปหาหมอ ศักดิ์สิทธิ์โวยวายที่แผลอักเสบผิดปกติเพราะโดนผีตนนั้นแกล้ง พงษ์ศักดิ์งงผีจะแกล้งเขาทำไมหรือเขาเคยไปทำอะไรให้ ศักดิ์-สิทธิ์อ้าปากจะพูดบางอย่าง แต่อ้อยใจรีบตัดบท

    “คุณลุงไปทำงานเถอะค่ะ เดี๋ยวอ้อยจะดูศักดิ์ให้เอง เมื่อกี้คุณลุงให้ยาแก้อักเสบแล้ว งั้นอีกเดี๋ยวก็คงค่อยยังชั่ว ถ้าเป็นอะไรมาก อ้อยจะโทร.บอกคุณลุงเอง”

    พงษ์ศักดิ์ขอบใจอ้อยใจมากแล้วออกจากบ้านไป ศักดิ์สิทธิ์จะพูดบางอย่าง อ้อยใจรีบยกนิ้วแตะปากเป็นทำนองไม่ให้พูดอะไร...พงษ์ศักดิ์ไม่สบายใจที่แผลแก้วบาดเล็กน้อยของลูกชายแต่อาการอักเสบกลับเว่อร์เกินเหตุ จนชักจะเริ่มคล้อยตามลูกว่าอาจจะเป็นฝีมือของผี จึงแวะมาปรึกษากับศรีตรัง เตชิตนั่งฟังอยู่ด้วย เห็นสีหน้าไม่สู้ดีของพงษ์ศักดิ์ อาสาจะไปดูอาการของศักดิ์สิทธิ์ให้...

    ฝ่ายศักดิ์สิทธิ์ทนเจ็บแผลไม่ไหว ขอร้องอ้อยใจไปตามหมอผีมาให้ อ้อยใจหาว่าเขาคิดมากไปเอง ศักดิ์สิทธิ์โวยลั่น เธอไม่ได้โดนกับตัวเองไม่มีทางเข้าใจ ผีนังเกษรินตามมาแก้แค้นเขา อ้อยใจสั่งให้ศักดิ์สิทธิ์หยุดพูดเดี๋ยวนี้ ถ้าใครได้ยินขึ้นมาจะพากันเดือดร้อน ศักดิ์สิทธิ์ฟุบหน้ากับฝ่ามือรํ่าร้องให้อ้อยใจไปตามหมอผีมาให้

    “อ้อยว่า เราไปหาแกที่บ้านดีกว่า...ศักดิ์รอ

    เดี๋ยวนะ...อ้อยจะไปยืมปิกอัพลุงสม”

    อ้อยใจเดินออกมาอย่างหงุดหงิด แต่ต้องหยุดกึก เมื่อเห็นศรีตรังขับรถมาจอดริมรั้วแล้วก้าวลงมาพร้อมเตชิตจะมาเยี่ยมศักดิ์สิทธิ์ อ้อยใจรีบเข้ามาห้าม โกหกว่าศักดิ์สิทธิ์อาการดีขึ้นแล้ว เพิ่งหลับไปเมื่อครู่นี้เอง เตชิตจะขอดูแค่แผลไม่ต้องปลุกศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ อ้อยใจอ้างว่าแผลพันผ้าไว้ ถ้าจะดูต้องแกะผ้าออกศักดิ์สิทธิ์อาจจะตื่นก็ได้ ศรีตรังไม่อยากรบกวนคนเจ็บ ชวนเตชิตกลับ อ้อยใจมองตามสองเพื่อนซี้กลับไปอย่างโล่งใจ...

    ในเวลาต่อมา อ้อยใจพาศักดิ์สิทธิ์ไปบ้านหมอผี หมอผีตรวจดูบาดแผลแล้วอดสงสัยไม่ได้ ศักดิ์สิทธิ์ไปทำอะไรให้ผีตนนี้แค้นนักหนา ถึงได้ตามอาฆาตขนาดนี้ ศักดิ์สิทธิ์ขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไร ช่วยรักษาแผลให้เขาก่อน ปวดจะตายอยู่แล้ว หมอผีค่อยๆบรรจงทาผงสีดำลงบนแผล อาการปวดแสบปวดร้อนบรรเทาลงแทบไม่เหลือ แถมทิ้งนํ้าหนักลงเท้าได้เกือบจะเป็นปกติ อ้อยใจชมเปาะลุงหมอเก่งจริงๆ

    “ทุกคนเขาก็พูดอย่างนั้นละเว้ย...เฮ้ย” หมอผีคุยอวดแล้วยื่นขวดยาเล็กๆให้ อ้อยใจจะรับ แต่หมอผีชักมือกลับ “ขวดละ 2,500 บาท เงินมายาไป เงินไม่มา ยาไม่มี”

    อ้อยใจโวยวายทำไมถึงแพงนัก ศักดิ์สิทธิ์ไม่ต่อสักคำ ควักเงินให้ทันที...

    ระหว่างที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่บ้านหมอผี เตชิตชวนเสียงหวานมาบ้านศักดิ์สิทธิ์หวังจะใช้ร่างของเธอบังตัวเขาแล้วแอบเข้าไปดูแผลศักดิ์สิทธิ์ ผีสาวไม่แน่ใจจะทำได้หรือเปล่า เตชิตเห็นผีที่ไหนก็ทำแบบนี้ได้ทั้งนั้น แล้วบอกให้เสียงหวานเดินนำ เสียงหวานเดินทะลุประตูบ้านเข้าไปขณะที่เตชิตชนโครม เสียงหวานตกใจถอยกลับมาดู

    “เมื่อไหร่จะจำเสียทีว่าคุณเป็นผี ผมเป็นคน”

    เตชิตโวย

    เสียงหวานรีบขอโทษ รอให้เตชิตเปิดประตูบ้านก่อน แล้วจึงเดินนำเขาเข้าไป แต่ต้องผิดหวังเพราะในบ้านไม่มีใครอยู่ เสียงหวานยื่นหัวทะลุผนังเข้าไปสำรวจดูทุกห้อง แต่ไม่พบใครสักคน...

    หลังจากเตชิตกับเสียงหวานกลับไปไม่นาน อ้อยใจพยุงศักดิ์สิทธิ์เข้ามาในบ้าน กำชับว่าทีหน้าทีหลังอย่าเอะอะโวยวายอีก เดี๋ยวจะเผลอหลุดอะไรออกมาให้ผู้คนจับพิรุธได้ ศักดิ์สิทธิ์ต้องการให้หมอผีมากำจัดเกษรินให้สิ้นซากจะเสียเงินเท่าไหร่ไม่อั้น อ้อยใจขอร้องศักดิ์สิทธิ์ให้ใจเย็นๆก่อน เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่เธอจัดการเองแล้วขอตัวไปทำงาน ศักดิ์สิทธิ์กลัวไม่กล้าอยู่คนเดียวร้องตาม

    “ศักดิ์จะไปได้ยังไงอ้อยจะไปทำงาน คุณศรีตรังสั่งให้อ้อยเริ่มงานวันนี้ อยู่นี่แหละแล้วอ้อยจะคอยแวะมาดู”

    ooooooo

    เจนจิราดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อเดนิสโทร.มาบอกว่าเขาใช้เส้นสายช่วยให้เธอได้เป็นนางเอกละครฟอร์มยักษ์แห่งปีเรื่อง “ปรารถนา” แถมอาทิตย์หน้า ยังชวนเธอไปดูที่ที่ปากช่อง และจะพักที่นั่นสามถึงสี่วันเป็นอย่างน้อย สั่งให้เธอเตรียมตัวไว้จะเดินทางวันไหนจะบอกให้รู้อีกที เจนจิรายิ้มร้ายกาจ ก่อนจะโทร.ไปเย้ยหยันปรกเดือนเหมือนเคยๆ ปรกเดือนแค้นใจมากกระแทกหูใส่ นั่งสงบสติอารมณ์สักพัก แล้วโทร.นัดพอลออกมาพบ...

    หลังจากปรับทุกข์ให้พอลฟัง ปรกเดือนอยากจะเลิกกับเดนิสให้รู้แล้วรู้รอด เธอทนสภาพแบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว พอลเตือนให้คิดให้ดีก่อน เธอก็รู้ว่าทำอย่างนั้นอันตรายแค่ไหน จังหวะนั้น เสียงมือถือของพอลดังขึ้น เดนิสโทร.มาสั่งให้เขาตามไปปากช่องด้วย

    “คงกลัวว่าเราจะนัดพบกันนั่นแหละ ตัวเองเลว เลยนึกว่าคนอื่นเลวเหมือนกัน” ปรกเดือนพยายามกลั้นน้ำตา ขณะที่พอลนั่งนิ่ง สีหน้าครุ่นคิด...

    นอกจากพอลแล้ว เดนิสยังสั่งให้เจียงไปปากช่องด้วย และให้คอยประกบพอลตลอดเวลาที่อยู่ที่นั่น...

    พอเตชิตรู้จากศรีตรังว่า เดนิสโทร.มาจองบ้านพักที่รีสอร์ตของเธอ รีบโทร.รายงานเสนาทันที แต่เขากลับสั่งให้เตชิตอยู่เฉยๆ นี่ไม่ใช่เรื่องอะไรของเตชิต แล้ววางสายใส่ เตชิตถึงกับพลุ่งพล่าน ไม่เข้าใจทำไมเสนาถึงเป็นอย่างนี้ไปได้...

    ฝ่ายเสนาไม่รอช้า รีบโทร.บอกเรื่องนี้ให้พอลรู้ พอลแปลกใจมาก ทำไมข่าวนี้ถึงไปเร็วขนาดนั้น เสนาก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน ถึงได้โทร.มาเตือนให้เขาระวังตัว

    “ไม่ต้องระวังหรอกครับ ก็เจ้าของรีสอร์ตกับไอ้เตเป็นเพื่อนรักเพื่อนใคร่กัน”

    “เสียงนายมันเหมือนประชดประชันแดกดันยังไงก็ไม่รู้ว่ะ” เสนาตั้งข้อสังเกต พอลไม่รู้จะประชดพวกนั้นไปทำไม ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับเขาสักหน่อย เสนาขี้เกียจฟังคำแก้ตัว ขอตัวไปทำงานต่อแล้ววางสาย...

    ผ่านไปไม่กี่วัน ขณะที่เตชิตกำลังนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ในบ้านของศรีตรังอย่างสบายอารมณ์ ศรีตรังก้าวฉับๆเข้ามาบอกว่า เดนิสกับพวกมาถึงแล้ว ไม่ออกไปต้อนรับหน่อยหรือ
    “ฉันไม่เกี่ยว แกนั่นแหละไป”

    “เรื่อง ฉันให้คุณทศไปคอยรับหน้าแทนแล้ว...นั่นจะไปไหน” ศรีตรังร้องถามเมื่อเห็นเตชิตลุกขึ้น

    “กลับบ้านพัก...ศรี แกต้องระวังอย่าให้พวกมันใช้รีสอร์ตแกเป็นที่ซื้อขายยาเสพติดแล้วกัน” เตชิตว่าแล้วหยิบหมวกกับแว่นดำขึ้นมาสวม ตรงไปที่มอเตอร์ไซค์แล้วขี่กลับที่พัก ระหว่างทางสวนกับรถของเดนิสที่พอลเป็นคนขับนั่งคู่มากับเจียง ทั้งคู่ต่างมองเตชิตแวบหนึ่ง เจียงถึงกับออกปากไอ้คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์สวนกันเมื่อครู่ หน้าตาคุ้นๆบอกไม่ถูก พอลถามเจียงว่าเคยมาที่นี่หรือเปล่า เจียงเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก

    “งั้นไอ้หมอนั่นคงหน้าโหล” พอลพยายามทำให้เจียงเขว

    “ไอ้เจียงมันจำคนแม่น...เดี๋ยวเห็นอีกทีอาจจะจำได้” เดนิสเข้าข้างเจียงกลายๆ พอลเหลือบมองเดนิสทางกระจกส่องหลัง เห็นเขามองตอบด้วยแววตาท้าทาย

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 08:57 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์