นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปางเสน่หา

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ปรายดาวยังคงงุนงง เกิดอะไรขึ้นกับรูปภาพของชายหนุ่มแปลกหน้า ถ้าป้าจุรีไม่ได้เปลี่ยนแล้วใครทำ หรือว่าผีหลอกตอนกลางวัน แค่คิดถึงผี ปรายดาวกลัวหัวหด เอาภาพของตัวเองมาวางที่เดิม ตัดสินใจไปกินข้าวเย็นเลยดีกว่า ไม่อยากกลับคนเดียวตอนฟ้ามืด คิดได้อย่างนั้น รีบคว้าจักรยานที่ป้าจุรีเอามาทิ้งไว้ให้ไปหาพอล

    “ดาวจะไปกินข้าว พี่พอลไปด้วยกันไหม” ปรายดาวสังเกตเห็นชายหนุ่มหน้านิ่วคิ้วขมวด อดถามไม่ได้ว่าเป็นอะไรหรือเปล่า บ้านพักมีปัญหาหรือ

    “เปล่าหรอก พี่กำลังคิดอะไรนิดหน่อยเรื่องงานน่ะ ดาวไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวพี่ตามไป” พอลยืนรอจนปรายดาวปั่นจักรยานลับสายตา จึงกลับมานั่งหงุดหงิดอยู่หน้าบ้านพัก เตือนตัวเองให้หยุดคิดถึงศรีตรังได้แล้ว เขาเองไม่ใช่หรือที่เป็นฝ่ายบอกเลิก แล้วลุกขึ้นสูดหายใจตั้งสติ พยายามท่องให้ขึ้นใจว่าเขากับศรีตรังจบกันแล้ว

    แต่พอมาถึงเรือนรับรอง อุตส่าห์ทำสมาธิจนจิตใจสงบกลับต้องร้อนรุ่มขึ้นมาอีก เมื่อเห็นศรีตรังกำลังหัวร่อต่อกระชิกกับตรีทศ เดินเข้าไปใกล้ๆเห็นสองคนนั่นกำลังช่วยกันดูแลแค็ตตาล็อกบางอย่างอยู่

    ศรีตรังหันมาเห็นพอลพอดี “อ้าว...คุณพอล สวัสดีค่ะ คุณปรายดาวรออยู่ที่ห้องอาหารแล้วค่ะ”

    “ทำอะไรกันอยู่ครับ” พอลถามเสียงแข็ง ยิ่งได้รู้ว่าทั้งคู่กำลังเลือกของชำร่วยงานแต่งงาน อารมณ์ขุ่นขึ้นมาทันที ทนฟังทนเห็นท่าทางสนิทสนมเกินเจ้านายกับลูกน้องของทั้งคู่ไม่ไหว รีบขอตัวไปหาปรายดาว

    ooooooo

    ระหว่างกินมื้อเย็นด้วย ทั้งปรายดาวและพอลต่างจมอยู่ในความคิดของตัวเอง พอลคิดถึงเรื่องที่ศรีตรังจะแต่งงาน ขณะที่ปรายดาวคิดถึงชายแปลกหน้ากับรูปภาพที่อยู่ๆก็เปลี่ยนได้ ทั้งคู่ตื่นจากภวังค์

    เมื่อศรีตรังเดินเข้ามาทักทายตามมารยาทของเจ้าบ้านที่ดี ถามไถ่เรื่องรสชาติอาหารถูกปากหรือเปล่า แล้วทำท่าจะไป

    “เดี๋ยวสิคะ...นั่งด้วยกันสักครู่ได้ไหมคะ ฉันมีเรื่องอยากถาม...คือว่า...พอดีมีคนทักว่าฉันหน้าตาเหมือนผู้หญิงที่ชื่อเสียงหวาน คุณศรีตรังรู้จักเธอไหมคะ” ปรายดาวพูดพลางเหลือบมองพอลอย่างเกรงใจ

    “ใครคะที่ทักคุณแบบนั้น” ศรีตรังหน้าเครียด พอรู้จากปรายดาวว่าเป็นป้าจุรี ทำท่าจะไปเล่นงาน

    “เออ...อย่าไปเอ็ดแกเลยค่ะ ความจริงก็มีผู้ชายอีกคนหนึ่งที่เคยทักฉันแบบนั้น แล้วมันก็บังเอิญมากๆที่ฉันไปพบรูปถ่ายของเขาในบ้านที่ฉันเข้าพัก สงสัยว่าเขาจะเป็นแขกของรีสอร์ต” ปรายดาวว่าแล้วบรรยายลักษณะของชายหนุ่มคนนั้นให้ศรีตรังฟัง สาวเจ้าของรีสอร์ต พึมพำเบาๆว่า “เตชิต”

    “เขาชื่อเตชิตหรือคะ” ปรายดาวแปลกใจตัวเองทำไมถึงได้เรียกชื่อเขาได้คล่องปากขนาดนี้

    “ค่ะ...เขาเป็นเพื่อนฉันเอง สนิทกันตั้งแต่เด็ก โตมาด้วยกันน่ะค่ะ” ศรีตรังว่าแล้วมองสบตาพอลที่หันมองเธอตั้งแต่พูดชื่อเตชิต แล้วเล่าเพิ่มเติมว่า “เขาพบกับเสียงหวานที่นี่ค่ะ ตอนนั้นเธอหลงทางกลับบ้านไม่ถูก เธอสูญเสียความทรงจำ ชื่อเสียงหวานก็เป็นชื่อที่เขาตั้งให้เธอเอง เขาบอกว่าเป็นเพราะเสียงหวานไพเราะของเธอที่ทำให้เขาเรียกเธออย่างนั้น เขาพยายามช่วยเธอฟื้นความทรงจำและพาเธอกลับบ้านค่ะ”

    “แล้วสำเร็จไหมคะ แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนหรือคะ” ปรายดาวรุกเร้า อยากพบเตชิตเหลือเกิน แต่ความหวังกลับพังทลายเมื่อศรีตรังบอกว่า เตชิตเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชน เธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระตุกอย่างแรง

    “แล้วคนรักของเขาล่ะคะ” ปรายดาวพยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น

    “เธอมีคนอื่นค่ะ วันที่ความทรงจำเธอฟื้นคืน เธอกลับจำเขาไม่ได้และเขาก็เสียใจมาก ขับรถออกจาก รพ.จนโดนรถอีกคันชนเข้า” ศรีตรังไม่สามารถกลั้นน้ำตาต่อไปได้ ปล่อยให้ไหลอาบแก้ม พอลเห็นน้ำตาเธอแล้วอยากจะดึงมากอดปลอบใจเหลือเกิน พอเขาหันไปมองปรายดาวต้องแปลกใจที่เธอกำลังร้องไห้เช่นกัน

    ปรายดาวฉุกคิดถึงเหตุการณ์วันนั้นที่ รพ.วันที่เธอฟื้นขึ้นมาจากการสลบไสล เธอเป็นคนขอร้องให้พอลไล่ชายแปลกหน้าออกไปให้พ้นๆ ชายที่เรียกเธอว่า “เสียงหวาน” หรือเธอคือผู้หญิงที่สูญเสียความทรงจำคนนั้น คนที่ฟื้นขึ้นมาแล้วจำเตชิตไม่ได้และเป็นคนทำให้เขาต้องจากไป ปรายดาวถึงกับปล่อยโฮ พอลตกใจปรี่เข้ามาจับไหล่เธอไว้ ถามอย่างห่วงใยว่าเป็นอะไร ปรายดาวโกหกว่าไม่เป็นอะไร แค่อยากอยู่คนเดียว แล้วผละจากไปทันที

    ศรีตรังตั้งสติได้เช็ดน้ำตาแล้วขอตัว พอลคว้ามือเธอไว้ ถามว่าโอเคไหม ศรีตรังไม่เป็นอะไร ขอบคุณที่เป็นห่วง พยายามสะบัดมือเขาออก พอลไม่ยอมปล่อย ยกมือขึ้นไล้แก้มเปื้อนน้ำตาให้ หญิงสาวปัดมือเขาออก

    “กรุณารักษามารยาทด้วยค่ะ” ศรีตรังเสียงขุ่น เหลียวซ้ายแลขวา ดีที่ยังไม่มีแขกคนอื่นหรือใครแถวนั้น

    “กลัวใครจะมาเห็นหรือ” พอลชักสีหน้าไม่พอใจ คิดว่าเธอกลัวตรีทศจะมาเห็น

    “คุณพอล กรุณาปล่อยมือฉันได้แล้ว” ศรีตรังพยายามดึงมือออก แต่พอลยังคงจับไว้แน่น

    “เดี๋ยวนี้ไม่เรียกพี่เพชรแล้วหรือ ลืมกันง่ายจังนะ” พอลแดกดันแล้วดึงหญิงสาวเข้ามากอด ศรีตรังพยายามดิ้นหนี แต่ไม่กล้าตะโกนเรียกให้ใครช่วย ตัดสินใจขึ้นเข่าเข้าจุดสำคัญอย่างแม่นยำ พอลถึงกับทรุด

    “ฉันไม่เคยรู้จักคนชื่อเพชร และคุณก็เหมือนกัน ถึงเป็นแขกก็ไม่มีสิทธิ์ทำรุ่มร่ามกับฉันแบบนี้ ถ้าพูดไม่เชื่อฉันจะจับคุณส่งตำรวจแน่” ศรีตรังจากไปอย่างฉุนเฉียว ปล่อยให้พอลนอนจุกอยู่กับพื้น

    ooooooo

    ปรายดาวเดินร้องไห้ตั้งแต่เรือนรับรองจนกลับถึงบ้านพัก ข่าวการตายของเตชิตทำให้เธอปวดร้าวหัวใจเหลือเกินราวกับสูญเสียของรักที่สุดในชีวิต หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเตียง ร้องไห้คร่ำครวญ ทันใดนั้น มีเสียงทุ้มนุ่มมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ดังขึ้น

    “เสียงหวาน...อย่าร้องไห้”

    ปรายดาวมองไปรอบๆห้องพักไม่พบเจอใครสักคน ภายนอกบ้านพักก็มืดมิด เธอกลั้นใจร้องถามว่าใคร ทั้งๆที่กลัวผีแทบตาย เงียบ ไม่มีเสียงตอบ นึกขึ้นได้เสียงเมื่อครู่เรียกเธอว่าเสียงหวาน หรือจะเป็นเขาคนนั้น

    “คุณ...คุณเตชิต คุณอยู่ที่นี่หรือเปล่าคะ”

    ถามออกไปแล้วนึกหวั่นๆขึ้นมา ทุกอย่างเงียบเหมือนเดิม บางทีเตชิตอาจจะอยากพบเธอในฝันเหมือนที่เคยพบกันหลายครั้งมาแล้ว คิดได้ดังนั้น หญิงสาวรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเข้านอน โดยไม่ลืมสวดมนต์ ภาวนาขอให้ได้พบเขาจริงๆ แม้ในความฝันก็ยังดี พลันปรายดาวเหลือบไปเห็นบนโต๊ะหัวเตียง มีขนมพร้อมค็อกเทลแก้วเล็กจัดเตรียมไว้อย่างน่ารักเป็นการต้อนรับการเข้าพัก มีป้ายอวยพรให้นอนหลับฝันดีปักไว้

    ปรายดาวยกแก้วค็อกเทลขึ้นดื่มรวดเดียวหมดแก้ว หวังว่าแอลกอฮอล์อ่อนๆจะทำให้เธอหลับได้เร็วขึ้น ไม่นานนัก หญิงสาวก็สมหวัง รู้สึกเคลิ้มครึ่งหลับครึ่งตื่นเปลือกตาหนักอึ้ง เสียงทุ้มเสียงนั้นกลับมาอีกครั้ง

    “เสียงหวาน...ที่รักของผม”

    หญิงสาวปรือตาเห็นใบหน้าของเตชิตเลือนรางอยู่ตรงหน้า ไขว่คว้าเพื่อจะสัมผัส เหมือนเขาเองก็รู้ถึงความต้องการนั้น จับมือเธอมากุมไว้ ก่อนจะจุมพิตเบาๆ ใบหน้าของเขาโน้มลงมาใกล้ แล้วบรรจงจูบบนริมฝีปากเธอ

    “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ที่รักของผม”

    สัมผัสนั้นช่างแสนอบอุ่นจนเธอปรารถนาจะได้รับมันอีกครั้ง ขอร้องให้เตชิตอยู่กับเธออย่าไปไหน ขาดคำ ร่างของเธอหายเข้าไปในอ้อมกอดของเขา พร้อมกับเสียงกระซิบข้างหู

    “ผมจะอยู่กับคุณตลอดไป เสียงหวานของผม”

    ปรายดาวเบียดกายเข้าหาแล้วกอดเตชิตตอบ

    ทั้งสองร่างสวมกอดกันแนบแน่น ต่างกระซิบบอกรักซึ่งกันและกัน นี่เป็นฝันดีที่สุดเท่าที่ปรายดาวเคยฝันถึงเตชิตจนไม่อยากจะตื่น เกรงเขาจะหายไป

    ooooooo

    ในเวลาเดียวกัน พอลนอนไม่หลับ หงุดหงิดที่ศรีตรังทำเหมือนไม่รู้จักเขามาก่อน แถมประกาศชัดเจนว่าไม่เคยรู้จักคนชื่อเพชร และการได้กอดศรีตรังไว้แนบอกเพียงชั่วครู่ ทำให้ความหลังเมื่อสิบปีก่อนย้อนกลับมารบกวนจิตใจพอลอีกครั้ง จนต้องแอบย่องเข้าหาศรีตรังกลางดึก นั่งมองเธอซึ่งกำลังหลับสนิทอยู่บนเตียง ก่อนจะโน้มตัวเข้าไปใกล้ แต่แล้วจู่ๆดวงตาที่หลับเมื่อครู่กลับลืมโพลง หญิงสาวลุกพรวด ถอยหนีไปอีกด้านหนึ่งของเตียง

    “คุณเข้ามาได้ยังไง จะทำอะไรน่ะ” ศรีตรังร้องเสียงหลง

    “ศรีตรัง ผมแค่อยากคุยกับคุณเท่านั้น”

    “แต่นี่มันห้องนอนฉัน แล้วคุณก็ไม่มีสิทธิ์เข้ามา ออกไปเดี๋ยวนี้นะ”

    “ผมขอโทษ...แต่เราคุยกันดีๆเดี๋ยวเดียวได้ไหม” พอลพูดไปแล้วก็ไม่รู้ว่าจะคุยอะไร ที่มาก็แค่อยากเห็นหน้าเธอเท่านั้น ศรีตรังออกปากไล่เขาอีก พอลชักฉุนคำก็ไล่สองคำก็ไล่ เดินเข้าหา ศรีตรังโดดผลุงเดียวหนีมาอีกฟากหนึ่ง ชายหนุ่มไวทายาดโดดรวบตัวเธอกดไว้กับที่นอน ศรีตรังดิ้นรนทั้งกัดทั้งข่วน สั่งให้เขาปล่อยเธอเดี๋ยวนี้

    “หยุดนะ...ไม่งั้นผมจะจูบ” พอลขู่ ศรีตรังหยุดกึก “ดีมาก อยู่นิ่งๆห้ามโวยวายเข้าใจไหม” พอลค่อยๆเอามือที่ปิดปากเธอออก ทันทีที่ปากเป็นอิสระ ศรีตรังตะโกนขอความช่วยเหลือลั่น พอลทำตามขู่ จูบปากเธอทันที หญิงสาวพยายามดิ้นหนี แต่เขากดเธอไว้กับที่นอนหนีไปไหนไม่ได้ แต่แล้วต้องหยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงสะอื้น หัวใจพอลหล่นวูบที่เห็นน้ำตาของเธอ

    “ศรีตรัง...ผมขอโทษ” พอลเสียใจกับการกระทำของตัวเอง แต่ยังไม่ยอมปล่อยเธอเป็นอิสระ ศรีตรังฤทธิ์มาก เผื่อเธอวิ่งไปคว้าปืนมาเป่าสมองเขาจะทำอย่างไร

    “ข่มขืนฉันแล้วก็ฆ่าฉันด้วยนะ ไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าแก” ศรีตรังเสียงกร้าว ท่าทางเอาจริง พอลถึงกับตะลึง

    “ศรีตรัง ผมไม่มีวันทำอย่างนั้นหรอก”

    “แล้วที่แกกำลังทำอยู่นี่อะไร” ศรีตรังตะคอกใส่ พอลรีบผละจากร่างเธอทันที หญิงสาวได้อิสระปรี่ไปหยิบปืนยาวบนผนัง เล็งปากกระบอกปืนใส่ สั่งให้เขาหยุดเรียกชื่อเธอ และถ้าไม่อยากไส้แตกตาย ออกไปจากห้องของเธอเดี๋ยวนี้ พอลตัดพ้อไม่เข้าใจทำไมศรีตรังทำเหมือนเขาเป็นคนอื่น เขาคือพี่เพชรของเธอจำไม่ได้หรือ ศรีตรังยืนยันเสียงแข็งไม่รู้จักใครที่ชื่อเพชร แล้วก็ไม่เคยมีพี่น้องที่ไหน ถ้าขืนเขายังทำรุ่มร่ามอีกเธอจะจับส่งตำรวจ

    “ศรีตรัง...เรารักกันมาตั้งสิบปี อย่าแกล้งทำเป็นจำผมไม่ได้เลย”

    “เก็บนิยายหลอกเด็กของแกไปหลอกคนอื่นเถอะ ฉันไม่มีทางหลงกล...ออกไป” ศรีตรังขึ้นนก ทำท่าจะเหนี่ยวไกปืน พอลยกมือยอมแพ้ สัญญาต่อไปจะไม่มาให้เห็นหน้าอีก ขอร้องอย่างเดียวอย่าทำเหมือนจำกันไม่ได้

    “แกนี่ท่าจะปัญญาอ่อน ไม่เข้าใจที่ฉันพูดหรือไง ฉันไม่รู้จักแกมาก่อน แล้วก็หวังว่าพรุ่งนี้ฉันจะไม่เห็นหน้าแกในรีสอร์ตของฉันอีก ถ้ารักตัวกลัวตายก็ไปซะ” ศรีตรังจ้องหน้าพอลเอาเรื่อง

    พอลไม่รู้จะทำอย่างไรได้อีก เธอหยาบคายใส่เขาเหมือนเป็นเศษสวะชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่คนที่เธอเคยรัก จึงจำต้องตัดใจผละจากไปอย่างเงียบๆ

    ooooooo

    เช้าแล้ว แต่ปรายดาวยังไม่อยากตื่น ไม่อยากลืมตาขึ้นมาพบความจริงที่ไม่มีเตชิตอยู่เคียงข้าง อยากนอนรออยู่อย่างนี้ เผื่อจะได้พบเขาในความฝันอีก นอนต่อได้ครู่เดียวท้องเริ่มส่งเสียงประท้วงดังจ๊อกๆ ปรายดาวจำต้องลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัว แล้วตรงไปกินมื้อเช้าที่เรือนรับรอง...

    หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ปรายดาวรีบกลับมายังบ้านพัก ขลุกอยู่บนเตียงทั้งวัน โดยไม่สนใจด้วยซ้ำ  ทำไมวันนี้ไม่เห็นพอล  ความสนใจของหญิงสาวพุ่งไปที่เตชิตชายในฝันของเธอคนเดียวเท่านั้น

    เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ เสียงเคาะประตูห้องพักปลุกให้ปรายดาวตื่นขึ้น เธอเดินอย่างเนือยๆ

    ไปเปิดประตูรับ พอลไม่รอช้า กึ่งลากกึ่งจูงปรายดาวให้เดินตาม หญิงสาวพยายามถามว่าจะพาไปไหน เขาได้แต่บอกให้ตามมาเดี๋ยวรู้เอง แล้วพาเธอเดินลัดเลาะไปถึงโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวโพดที่อยู่ติดกัน ก่อนจะหันมาสั่งให้เธอเดินเบาๆ ปรายดาวรู้สึกเลือดสูบฉีดทั่วร่างด้วยความตื่นเต้น

    พอลพาเดินอ้อมอาคารโรงงานมาถึงด้านหลัง มีกระท่อมเล็กๆ สร้างจากใบจากอย่างง่ายๆ ตั้งอยู่ เขาค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ๆ โดยมีปรายดาวตามติด ได้ยินเสียงหัวเราะของชายหญิงดังออกมาจากกระท่อมหลังนั้น พอลเปิดประตูผลัวะเข้าไป เตชิตกับศรีตรังที่นั่งอยู่ข้างในถึงกับสะดุ้งโหยง

    ปรายดาวตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า ในกระท่อมเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากมาย ดูเหมือนศูนย์บัญชาการอะไรสักอย่าง ที่หน้าจอทีวีขนาดเล็กเป็นภาพภายในห้องพักของเธอเอง ชายหนุ่มในฝันของเธอกำลังเล่นตลกอะไร ปรายดาวไม่รอฟังคำอธิบายใดๆ วิ่งเตลิดกลับมายังบ้านพัก ปิดประตูขังตัวเองอยู่ในนั้น ทั้งตกใจทั้งงุนงงไม่อยากพบเจอใครตอนนี้ มีเสียงเคาะประตูห้องอย่างร้อนรนดังขึ้น

    “เสียงหวาน...เปิดประตูหน่อย” เสียงทุ้มคุ้นหูจากความฝันของปรายดาวเมื่อคืนตะโกนเรียก

    “ไปให้พ้น” ปรายดาวตวาดกลับ น้ำตาคลอเบ้า

    “เสียงหวาน...ฟังผมอธิบายก่อน...ขอเข้าไปหน่อยเถอะ”

    ปรายดาวไม่ตอบ เธอไม่ต้องการพบหน้าเขาอีก ชายที่เมื่อคืนพร่ำบอกว่ารักเธอนักหนา ทำไมถึงใจร้ายกับเธอแบบนี้ เตชิตถึงกับบ่นอุบแผนการที่อุตส่าห์วางไว้เป็นอันพังพินาศ เพราะไอ้เจ้าพอลสายลับจอมแส่แท้ๆ ไม่รู้ว่าหาห้องลับเฉพาะกิจของเขาเจอได้อย่างไร น่าเจ็บใจชะมัด...

    อีกมุมหนึ่งของรีสอร์ต กว่าพอลจะลากศรีตรังไปโยนไว้บนเตียงภายในบ้านพักของเขาเล่นเอาหอบ สั่งให้เธอสารภาพมาดีๆ นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมแกล้งจำเขาไม่ได้ ศรีตรังทำไก๋ไม่รู้เรื่อง ลุกขึ้นจะหนี แต่พอลขวางไว้

    “เอาเถอะ ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นไร งั้นตอบมา แอบสอดแนมห้องดาวทำไม” พอลนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน หลังออกจากบ้านศรีตรัง เขามานั่งทอดอารมณ์อยู่แถวพุ่มไม้ริมทางเดินในรีสอร์ตเพียงลำพังจนเกือบเช้า พลันมีเงาของใครบางคนวิ่งผ่าน สัญชาตญาณสายลับบอกให้เขาตามไปและพบกระท่อมลับเฉพาะกิจนั่นในที่สุด

    ศรีตรังไม่พอใจน้ำเสียงห่วงใยของพอลที่มีต่อปรายดาว ตะคอกใส่ “ฉันไม่ได้สอดแนม”

    “ถ้าคุณไม่ทำ เพื่อนคุณก็ทำ จับได้คาหนังคาเขาหลักฐานมีอยู่ทนโท่ยังจะกล้าปากแข็งอีกหรือ” พอลรวบตัวศรีตรังมากอด หญิงสาวทั้งดิ้นทั้งทุบตีเขาอุตลุด

    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย...ปล่อยฉันนะ”

    “ทำไมจะไม่เกี่ยว ดาวมากับผม ผมมีหน้าที่ปกป้องเธอ”

    คำพูดของพอลเหมือนคมมีดกรีดลึกเข้าไปถึงหัวใจ ศรีตรังถึงกับน้ำตาคลอ “...รักกันมากใช่ไหม รักกันนักก็ไปเลย...ไปอยู่กับเธอโน่น อย่ามายุ่งกับฉัน”

    “พูดเหมือนหึงนะเนี่ย” พอลพอใจที่ศรีตรังค่อยเผยตัวเองออกมาทีละนิด

    “จะหึงทำไม บ้าหรือ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย ปล่อยฉันสักที” ศรีตรังยิ่งดิ้นพอลยิ่งกอดไว้แน่น

    “ปล่อยไม่ได้ พี่ไม่อยากปล่อยเธอไปอีกแล้ว...น้องศรีตรัง”

    “คนใจร้ายทำกับฉันอย่างนี้ได้ยังไง สิบปียังไม่สาแก่ใจหรือ ในเมื่อคุณมีคนอื่นแล้วมายุ่งกับฉันทำไม”

    “พี่รักเธอนะศรีตรัง” พอลใช้สรรพนามแทนตัวเองว่าพี่ เหมือนเมื่อสิบปีที่แล้ว ศรีตรังทนความคับแค้นใจต่อไปไม่ไหว ร้องไห้โฮ พอลสงสารเธอจับใจซับน้ำตาให้อย่างทะนุถนอม

    “พี่ขอโทษ พี่ปฏิเสธน้องรักของพี่คนนี้มาตลอดเพราะคิดว่าตัวเองไม่คู่ควรกับเธอ พี่ทำตัวแย่มากที่หลอกลวงศรีว่าพี่ลืมทุกอย่างระหว่างเราไปจนหมดสิ้น ความจริงพี่ไม่ได้หลอกแค่ศรี แต่พี่หลอกตัวเองด้วย และพี่ทำให้เธอเจ็บปวดแค่ไหน พี่เข้าใจแล้ว”

    ศรีตรังยิ้มทั้งน้ำตา ในที่สุดแผนของเธอก็ได้ผล พอลก็ยอมรับแล้วว่าเขาคือพี่เพชรของเธอ

    “เวลาที่พี่ถูกศรีปฏิเสธ บอกใส่หน้าพี่ว่าไม่เคยรู้จักคนชื่อ เพชร ทุกครั้งที่ศรีมองพี่เหมือนไม่เคยรู้จักไม่เคยรักกันมาก่อน พี่เจ็บปวดและมันทำให้พี่สำนึกแล้วว่าพี่ทำร้ายศรีของพี่ขนาดไหน...พี่ขอโทษ” พอลว่าแล้วกระชับอ้อมกอดศรีตรังแน่นขึ้นให้สมกับที่ต้องห่างเหินกันมานาน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 10:34 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์