นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปางเสน่หา

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ขณะที่เตชิตกำลังตกอยู่ในสภาพเป็นตายเท่ากัน พอลค่อยๆพยุงปรายดาวให้ลงนอน แล้วห่มผ้าห่มให้หญิงสาวยังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่หาย นี่ถ้าพี่พอลไม่เข้ามาขัดจังหวะ ชายแปลกหน้าเมื่อครู่คงทำมิดีมิร้ายกับเธอแน่ๆ ขวัญกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว ปรายดาวนึกถึงฝันร้ายเมื่อคืนขึ้นมาได้ รีบถามหาปรกเดือนทันที พอลอ้ำๆอึ้งๆยิ่งทำให้เธอหวั่นใจ เกรงฝันร้ายจะกลายเป็นจริง ถามเขาซ้ำอีกครั้ง

    “พี่พอลคะ...พี่เดือนไปไหน”

    พอลไม่กล้าบอกความจริง จำต้องแต่งเรื่องว่าปรกเดือนประสบอุบัติเหตุนิดหน่อย แต่ไม่เป็นอะไรมาก ตอนนี้กำลังรักษาตัวอยู่ ไว้ปรายดาวแข็งแรงเมื่อไหร่เขาจะพาไปเยี่ยม ปรายดาวสบายใจขึ้นที่รู้ว่าปรกเดือนไม่ได้เป็นเหมือนในฝันร้ายของตัวเอง พอลลูบผมเธอเบาๆบอกให้นอนพักผ่อน

    ปรายดาวอดถามไม่ได้ว่าตัวเองสลบไปนานแค่ไหน พอรู้จากพอลว่าเธอนอนเป็นผักมาสองปีกว่าแล้ว หญิงสาวถึงกับตะลึง รู้แล้วว่าทำไมแขนขาตัวเองถึงอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรง คงเป็นเพราะนอนนานเกินไป

    พอพอลคะยั้นคะยอให้นอนหลับพักผ่อน เธอเลยไม่กล้าหลับ เกรงจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก นอนลืมตาแป๋วมองพอลที่ถอยไปนั่งที่โซฟา คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปถึงชายแปลกหน้าคนนั้นที่ทำให้เธอกลัวในตอนแรก แต่ตอนนี้เธอกลับมีความรู้สึกประหลาดปนเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก เกิดคำถามเกี่ยวกับชายแปลกหน้าขึ้นในใจเธอมากมาย

    เขาเป็นใครกันแน่ รู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน ทำไมเขาถึงเรียกเธอว่า “เสียงหวาน” แล้วผู้หญิงชื่อน่ารักคนนั้นเป็นใคร คงจะหน้าตาเหมือนเธอมาก เขาถึงได้จำผิดขนาดนั้น

    ปรายดาวยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองอย่างยากเย็นเนื่องจากไม่ค่อยมีแรง นึกถึงรสจูบของเขาขึ้นมาทำไมช่างอบอุ่นนัก พยายามสลัดความคิดนั้นทิ้ง แต่ยิ่งไล่กลับยิ่งรู้สึกรุนแรงขึ้น เธอไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน พอลเป็นคู่หมั้นแท้ๆ ยังไม่เคยจูบเธอสักครั้ง จูบแรกของเธอกลับโดนอีตาบ้าที่ไหนไม่รู้ขโมยไป คิดไปคิดมาปวดหัวจี๊ดถึงกับร้องครวญคราง พอลตกใจรีบลุกมาถามว่าเป็นอะไรไป ปรายดาวไม่ได้เป็นอะไรแค่ปวดหัวนิดหน่อย

    “บอกให้นอนก็ไม่เชื่อ เพิ่งฟื้น อย่าเพิ่งคิดอะไรวุ่นวายเลย คิดมากแล้วก็ปวดหัว”

    “ดาวไม่มีแรงเลยค่ะ”

    “ก็ร่างกายเราไม่ได้ใช้งานตั้งสองปี กล้ามเนื้อก็คงไม่มีแรงเป็นธรรมดา ทำกายภาพบำบัดไปสักหน่อยก็น่าจะกลับเป็นเหมือนเดิม” พอลปลอบ ปรายดาวลังเล จะถามเรื่องชายแปลกหน้าคนนั้นดีไหม แต่สุดท้ายความอยากรู้ก็ชนะ

    “พี่พอลคะ พี่พอลรู้จักผู้ชายคนเมื่อกี้ไหมคะ”

    พอลไม่ตอบ กลับย้อนถามปรายดาวอยากรู้ไปทำไม หญิงสาวหลบสายตา ปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แค่อยากรู้

    “นอนเถอะ เดี๋ยวพี่มา จะไปคุยกับหมอ” พอลกระชับผ้าห่มให้ก่อนจะเดินออกไป

    ปรายดาวมองตาม พลางนึกในใจ  ถ้าเธอบอกพอลว่าชายแปลกหน้าขโมยจูบแรกของเธอไป เขาจะโกรธไหม หญิงสาวสรุปเอาเองว่าเขาคงไม่โกรธ เพราะเขาเองไม่ค่อยสนใจเธอสักเท่าไหร่ เธอต่างหากที่คอยตามตื๊อเขา ชายแปลกหน้าคงไม่กลับมาอีกแล้ว เพราะพี่พอลประกาศชัดแจ้งว่าเป็นคนรักของเธอ ปรายดาวจำแววตาปวดร้าว เสียใจ และผิดหวังนั้นได้ อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมเธอถึงเศร้าใจไปกับเขาคนนั้นด้วย

    ooooooo

    การจับกุมแก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติเมื่อคืน รวมทั้งการเสียชีวิตของเดนิสผู้อยู่เบื้องหลังธุรกิจสกปรกครั้งนี้เป็นข่าวใหญ่ครึกโครม ทำให้ธนากรณ์ต้องวุ่นวายกับการตีพิมพ์ข่าวนี้จนไม่มีเวลาไปหาศรีตรัง ทั้งๆที่ตั้งใจจะไปตั้งแต่เช้า เขาเป็นห่วงเธอมากสภาพจิตใจเธอคงย่ำแย่ ไหนจะตกใจที่รอดคมกระสุนของปรกเดือนมาได้หวุดหวิด ไหนจะต้องเสียน้ำตาเมื่อเห็นคนรักเก่าถูกจับใส่กุญแจมือพาขึ้นรถตำรวจ

    แต่กว่าธนากรณ์จะเคลียร์งานเสร็จ และไปถึงบ้านของศรีตรังก็ดึกโข ศรีตรังออกมาต้อนรับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แม้แววตาจะเศร้า แต่ธนากรณ์ก็ยังเบาใจอย่างน้อยก็มีรอยยิ้ม หญิงสาวแปลกใจมีอะไรหรือเปล่าถึงได้มาดึกๆดื่นๆ ธนากรณ์อยากจะบอกไปตรงๆว่าเป็นห่วง แต่ไม่กล้า ได้แต่เฉไฉถามว่าเมื่อคืนไปเจอปรกเดือนได้อย่างไร

    “อ้าว...ลืมไปแล้วหรือคะ ก็ไอ้เตบอกให้ศรีคอยตามคุณปรกเดือน ศรีก็ทำหน้าที่ของศรี ยังนึกสงสัยเลยว่าเธอจะไปไหน ไอ้เตบอกว่าปกติเธอจะอยู่แค่ที่บ้านกับที่ รพ.”

    “แต่เธอกลับตามไปที่บ้านสวนนั่น”

    “ใช่ค่ะ คุณเดือนขับรถเร็วมาก ศรีเกือบคลาดกับเธอด้วยซ้ำ ดีที่สังเกตเห็นรถเธอจอดอยู่ริมทางเลยเดินตามไป พอได้ยินเสียงปืนก็ตกใจ นึกว่าใครทำร้ายเธอ ที่ไหนได้ เธอเองต่างหากที่ยิงเสี่ยชั่วนั่น”

    “ความจริงก็น่าสงสารเธอนะครับ คงแค้นเสี่ยสงครามมาก”

    “ไม่หรอกค่ะ ศรีว่าเธอรักมากเกินไปมากกว่า...ความรักทั้งสร้างและทำลายคนได้อย่างไม่น่าเชื่อเลย”

    ศรีตรังยังจำภาพเมื่อคืนได้ติดตา ระหว่างที่แย่งปืนกับปรกเดือน กระสุนนัดสุดท้ายพุ่งเข้าหัวไหล่ปรกเดือนอย่างจัง เลยหมดแรงยอมปล่อยปืนให้เตชิตง่ายๆ แล้วคลานไปกอดร่างจมกองเลือดของเดนิสไว้แน่น พร่ำรำพันว่ารักเขามากมายแค่ไหน บอกให้เขารอเธอเพื่อจะได้อยู่พร้อมหน้ากันสามคนพ่อแม่ลูก เป็นภาพที่น่าสลดใจมาก

    “น่าสงสารคุณเดือน เธอรักผู้ชายผิดคน” ธนากรณ์ พูดเป็นนัยๆ ศรีตรังทำไม่รู้ไม่ชี้

    “มันเลือกไม่ได้หรอกว่าจะรักหรือไม่รักใคร ศรีว่าอีตาเสี่ยนั่นก็คงรักคุณเดือนไม่น้อยเหมือนกัน”

    “อะไรทำให้น้องศรีคิดอย่างนั้น”

    ศรีตรังไม่รู้จะอธิบายอย่างไร มันเป็นความรู้สึกที่เธอรับรู้ได้ ภาพปรกเดือนกอดเดนิสแนบอก ขณะที่เจ้าพ่อใหญ่ยกมือเปื้อนเลือดลูบใบหน้าเมียรัก แล้วปรก-เดือนก็แนบแก้มตอบฝ่ามือเปื้อนเลือด นั่นคงไม่ใช่กิริยาของคนโกรธเกลียดเคียดแค้นกันเลยสักนิด ศรีตรังใจลอยไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งได้ยินเสียงธนากรณ์ถามขึ้นว่า

    “น้องศรีจะไปเยี่ยมพอลหรือเปล่า”

    “เรื่องของศรีกับเขามันควรจะจบตั้งแต่เมื่อสิบปีที่แล้วแล้ว” ใบหน้าของศรีตรังดูหม่นหมองขณะที่พูดธนากรณ์สงสารจับใจเอื้อมมือมากุมมือเธอไว้อย่างปลอบโยน

    “สักวันน้องศรีคงลืมเขาได้ เข้มแข็งไว้นะครับ”

    ศรีตรังค่อยๆดึงมือออก รู้แก่ใจดีว่าธนากรณ์มีใจให้กับตนเอง แต่เธอคิดกับเขาเพียงแค่เพื่อน ไม่ว่าเวลาผ่านมากี่ปี หรือจะผ่านไปอีกสักกี่ปี หัวใจของเธอมีเพียงพี่เพชรคนเดียวเท่านั้น

    ooooooo

    6 เดือนผ่านไป...

    ปรายดาวกลับมาแข็งแรงและเดินได้เหมือนปกติ แต่ช่วง 3 เดือนแรกตั้งแต่ฟื้นจากนอนเป็นผัก เธอต้องทำกายภาพบำบัดอย่างเข้มงวดเพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่ลีบจนแทบจะใช้งานไม่ได้ โชคดีที่ไม่มีแผลกดทับและ

    กล้ามเนื้อของเธอไม่ได้ตายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้

    นั่นเป็นเพราะพี่สาวที่แสนดีของเธอ คอยดูแลเอาใจใส่เธอตลอด เธอนึกภาพไม่ออกเลยว่าในทางกลับกัน ถ้าพี่เดือนต้องนอนสลบไสลไป 2 ปีกว่า เธอจะดูแลพี่สาวได้ดีแบบเดียวกับที่พี่เดือนดูแลเธอหรือไม่

    วันนี้ปรายดาวมีนัดกับพอลจะไปเยี่ยมปรกเดือนที่คุก ปรกเดือนถูกตัดสินจำคุกจากคดีฆ่าคนตาย แม้คนที่เธอฆ่าจะเป็นอาชญากรตัวเอ้ที่มีคดีติดตัวมากมาย แต่ กฎหมายก็ยังต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ ใครทำผิดย่อมต้องได้รับโทษทัณฑ์ บางครั้งปรายดาวรู้สึกว่าพี่สาวของเธอยินดีจะอยู่ในคุกมากกว่าอยู่อย่างอิสระ เธอยังจำวันนั้นได้ดีวันที่มีโอกาสได้พูดคุยกัน ก่อนที่พี่เดือนจะต้องเข้าคุกตามคำพิพากษาของศาล

    “พี่ขอโทษนะดาว พี่ไม่ดีเองที่ทำให้ดาวต้องเป็นอย่างนี้” ปรกเดือนว่าแล้วโผกอดน้องสาวร้องไห้

    “พี่เดือนอย่าโทษตัวเองเลยค่ะ ดาวต่างหากที่ผิด ผิดที่ไม่เชื่อใจพี่สาวที่รักและทำเพื่อดาวได้มากขนาดนี้” ปรายดาวพยายามอย่างมากที่ต้องยกแขนขึ้นกอดตอบเพราะตอนนั้นกล้ามเนื้อของเธอยังไม่มีเรี่ยวแรง

    “พอลคะ...เดือนฝากดาวด้วยนะคะ อย่าทิ้งดาวนะคะ” ปรกเดือนหันไปทางพอลซึ่งยืนอยู่ข้างๆปรายดาว

    “ไม่ต้องห่วง...ผมสัญญาจะดูแลดาวอย่างดี” น้ำเสียงหนักแน่นจริงจังของพอลทำให้ปรกเดือนซาบซึ้งใจ...

    พอลทำตามที่รับปากไว้กับปรกเดือนได้อย่างดี หลังจากจัดการเรื่องคดีของปรกเดือนแล้ว พอลบินกลับสหรัฐอเมริกาเพื่อเคลียร์งานสายลับที่คั่งค้าง ปล่อยให้ปรายดาวอยู่เพียงลำพังสัปดาห์เดียวก็บินกลับมาเมืองไทย และอยู่เคียงข้างคอยให้กำลังใจเธอจนออกจาก รพ.มาพักฟื้นต่อที่บ้าน จัดหาพยาบาลพิเศษมาคอยดูแลและคอยทำกายภาพบำบัดให้ ถ้าหากเป็นเมื่อก่อน ปรายดาวคงเป็นปลื้มที่ได้รับการเอาใจใส่อย่างดีจากชายที่เธอรัก

    แต่ตอนนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น ปรายดาวเองก็ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น หรือเธอไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้ว  การสลบไปนานถึง 2 ปี ทำให้ความรักของเธอที่มีต่อเขาจืดจางได้อย่างนั้นหรือ ปรายดาวพยายามคิดหาเหตุผลแต่คิดไม่ออก หรืออาจเป็นเพราะเธอรู้สึกว่าพอลไม่ได้รู้สึกกับเธอแบบคู่รัก หรืออาจจะเป็นเพราะชายแปลกหน้าคนนั้น

    คนที่ขโมยจูบแรกจากเธอไป ปรายดาวคอยบอกตัวเองให้เลิกคิดถึงเขา แต่ยิ่งพยายามเท่าไหร่ เขากลับยิ่งเข้ามานั่งอยู่ในความคิดของเธอชัดเจนขึ้นทุกที บ่อยครั้งที่เธอฝันว่าได้เดินเคียงข้างเขา ได้พูดคุย ได้หัวเราะสนุกสนานภาพในความ ฝันเหมือนเธอรู้สึกราวกับเขาเป็นคนคุ้นเคย เป็นคนพิเศษ สำหรับเธอ แต่พอตื่นขึ้นมาพบกับความเป็นจริง เขายังคง เป็นเพียงชายแปลกหน้าสำหรับเธอ เพราะหลังจากนั้นเธอไม่เคยพบเขาอีกเลย

    ooooooo

    ครู่ต่อมา ปรายดาวกับพอลมาถึงทัณฑสถานหญิง หลังจากทำเรื่องขอเยี่ยมนักโทษแล้วก็พากันมานั่งรอในที่ที่จัดไว้ให้ สักพัก ปรกเดือนซึ่งตอนนี้ท้องโตมากแล้วเดินอุ้ยอ้ายเข้ามาหา ร้องทักทายทั้งคู่อย่างดีใจ

    “พี่เดือนเป็นยังไงบ้างคะ” ปรายดาวว่าแล้วกุมมือพี่สาวไว้แน่น

    “สบายดี ไม่ต้องห่วงจ้ะ...แล้วดาวล่ะ เดินได้เป็นปกติแล้วใช่ไหม พี่จำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ดาวมาเยี่ยม ยังต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเวลาเดินอยู่เลย”

    “ค่ะ ดาวดีขึ้นมากแล้ว เดี๋ยวนี้วิ่งได้แล้วค่ะ” ปรายดาว พูดติดตลกเพื่อให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น “ท้องพี่เดือนโตขึ้นมากเลยนะคะ ท่าทางหลานดาวจะกินจุ”

    ปรกเดือนลูบท้องตัวเอง สีหน้าเปื้อนยิ้ม ลูกคือสิ่งที่ทำให้เธอยังอดทนมีชีวิตอยู่มาถึงวันนี้ จริงๆแล้วเธอพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้งตั้งแต่เข้ามาอยู่ที่นี่ เพราะทนคิดถึงเดนิสไม่ไหว เขาตายด้วยน้ำมือเธอ ดังนั้นเธอควรจะตายตามไปด้วย แต่ความพยายามฆ่าตัวตายไม่เคยสัมฤทธิผล เธอรอดมาได้ทุกครั้ง

    หลังจากการรอดตายครั้งสุดท้าย หมอบอกว่าเธอเกือบจะเสียลูกไป ทำให้เธอได้คิด ถ้าเกิดลูกต้องตายไปอยู่กับพ่อของแก แล้วทิ้งเธอไว้เพียงลำพังคนเดียว เธอจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร คิดได้ดังนั้นแล้ว จึงเลิกคิดฆ่าตัวตายเด็ดขาด ตั้งใจแน่วแน่จะไม่ยอมสูญเสียลูกไป เธอจะอุ้มท้องลูกของชายคนรักอย่างดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

    “พี่เดือนคะ ถ้าพี่เดือนคลอดแล้ว ดาวจะขอทำเรื่องรับลูกพี่เดือนเป็นบุตรบุญธรรมได้ไหมคะ”

    ปรกเดือนเข้าใจดีว่าน้องสาวไม่อยากให้หลานต้องเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมแบบนี้ แต่เธออยากดูแลลูกด้วยตัวเอง ลูกเป็นตัวแทนของเดนิสที่เธอรักสุดหัวใจ ปรกเดือนยังจำเหตุการณ์ตอนนั้นได้ดีเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน วันนั้นเป็นวันที่เดนิสกอดเธอเป็นครั้งสุดท้าย มืออาบเลือดของเขาสัมผัสท้องเธออย่างแผ่วเบา

    “เดือน...ฉันขอโทษ...ดูแล...ลูก...แทนฉัน...ด้วย...” เสียงขอเดนิสขาดเป็นช่วงๆ

    “ไม่นะเดนิส เราจะอยู่ด้วยกัน คุณ ฉัน และลูกของเรา”

    “ฉันรัก...เธอ...บอกลูก...ด้วย...ว่าฉัน...รักเขา...ดูแล...เขา...ให้ดี” เดนิสยกมือเช็ดน้ำตาบนแก้มปรกเดือนก่อนที่มือจะตกลงข้างตัวพร้อมกับลมหายใจเฮือกสุดท้าย ปรกเดือนไม่เคยลืมคำสั่งเสียสุดท้ายของสามีสุดที่รักนึกถึงครั้งใด น้ำตาพานจะไหลให้ได้

    “พี่ขอคิดดูก่อนนะดาว” ปรกเดือนตอบเลี่ยงๆ

    “ค่ะ ดาวสัญญาจะเลี้ยงหลานให้ดีที่สุดให้เหมือนเป็นลูกของดาวเองเลยค่ะ พี่เดือนไม่ต้องกังวล”

    หลังจากพูดคุยกับปรกเดือนจนหายคิดถึงแล้วปรายดาวขอตัวกลับ ปรกเดือนหันไปขอบคุณพอลมากที่ช่วยดูแลปรายดาวแทนเธอเป็นอย่างดี ซาบซึ้งใจมากที่เขารักษาคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้กับเธอก่อนที่เธอจะถูกจองจำ ปรกเดือนสบายใจที่อย่างน้อยปรายดาวก็มีผู้ชายดีๆอยู่เคียงข้าง ไม่ต้องตกที่นั่งลำบากเหมือนเธอ

    ooooooo

    ระหว่างเดินมายังรถของพอลซึ่งจอดอยู่หน้าทัณฑสถานหญิง ปรายดาวหันไปถามพอลว่าจะกลับสหรัฐอเมริกาเมื่อไหร่ เพราะคราวนี้เขาอยู่นานเกือบสามอาทิตย์แล้ว

    “พี่คงอยู่อีกสักอาทิตย์แล้วค่อยบินกลับ...ตกลงดาวจะไม่ไปอยู่สหรัฐอเมริกากับพี่แน่หรือ”

    “ค่ะ ดาวคิดว่าจะหางานทำที่นี่ แล้วก็จะคอยดูแลหลาน...ดาวห่วงพี่เดือนค่ะ ไม่อยากไปอยู่ไกล”

    นอกจากเป็นห่วงพี่สาวแล้ว ปรายดาวยังมีเรื่องค้างคาใจบางอย่างที่ทำให้ไม่อยากตามคู่หมั้นหนุ่มกลับสหรัฐอเมริกาตามที่เขาชวน เธอนึกไม่ออกว่าเรื่องค้างคาที่ว่าคืออะไร รู้แต่มันกวนใจจนน่าหงุดหงิด

    “พี่พอลเคยได้ยินชื่อรีสอร์ตสุขศรีตรังไหมคะ” ปรายดาวโพล่งขึ้น

    พอลถึงกับชะงักไปเล็กน้อยแต่หญิงสาวไม่ทันสังเกต “เคย...ทำไมหรือ”

    “เราไปเที่ยวกันไหมคะ ดาวเห็นแผ่นพับโฆษณาที่เขาส่งมา ท่าทางจะบรรยากาศดีเหมือนกัน อยู่ไม่ไกลด้วย ก็เลยกะว่าจะไปเที่ยวเสียหน่อย เอาฤกษ์เอาชัยก่อนเริ่มทำงานค่ะ”

    พอลนึกถึงเจ้าของรีสอร์ตขึ้นมาทันที นี่แสดงว่าเธอคงจะซ่อมแซมรีสอร์ตจากการถูกวางเพลิงเสร็จแล้ว ถึงได้มีแผ่นพับโฆษณาที่นั่นออกจ่ายแจก พอลตกอยู่ในภวังค์จนกระทั่งได้ยินเสียงร้องเรียกของปรายดาว

    “พี่พอล...พี่พอลคะ ทำไมเงียบไปล่ะคะ”

    “เอ่อ...ไม่มีอะไร พี่คิดอะไรเพลินไปหน่อย...ดาวจำรีสอร์ตนี้ไม่ได้จริงๆหรือ...ก็ที่นี่แหละที่ทำให้เกิดเรื่อง”

    ปรายดาวนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกได้ว่าทำไมชื่อรีสอร์ตแห่งนี้ถึงได้คุ้นนัก พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความคำนึงของปรายดาวชัดเจนราวกับปรากฏอยู่ตรงหน้า

    ตอนนั้น ปรายดาวเดินทางไปเรียนต่อเมืองนอกและได้พบกับพอลที่นั่น เธอหลงรักเขาในทันที พอลเองก็ดูมีใจให้เธอไม่น้อย พอเรียนจบ ปรายดาวกลับเมืองไทย ส่วนพอลย้ายตามกลับมาด้วย ปรายดาวรักเขามากถึงขนาดวาดฝันจะได้แต่งงานกัน สองอาทิตย์ที่กลับเมืองไทย เธอคอยตามเขาไม่ห่าง และแล้วความเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้น เขาดูจะเบื่อและรำคาญเธอมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดมีปากเสียงกัน

    ปรายดาวระแวงว่าพอลอาจจะมีผู้หญิงอื่น จึงคอยจับผิดเขาตลอด แล้ววันหนึ่ง บังเอิญได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับใครคนหนึ่ง นัดพบกันที่รีสอร์ตสุขศรีตรัง เธอขับรถตามเขาไปจนถึงบ้านพักหลังในสุดของรีสอร์ตนั้น หลังจากยืนชั่งใจอยู่นาน ปรายดาวตัดสินใจเปิดประตูบ้านพักเข้าไป ต้องตะลึงกับภาพที่เห็น ปรกเดือนกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดพอล

    “พี่พอล...พี่เดือน”

    พูดได้แค่นั้น ปรายดาววิ่งหนีไปทั้งน้ำตากลับไปที่รถ ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่เธอรักที่สุดสองคนกำลังทรยศหักหลังเธอ ด้วยความเสียใจ ปรายดาวเหยียบคันเร่งรถจนสุดเพื่อจะหนีไปให้พ้นๆ พอลและปรกเดือนพยายามขับรถตาม เธอยิ่งเร่งความเร็วหนี ทันใดนั้น มีรถบรรทุกขับตัดหน้ารถของปรายดาวกระชั้นชิด

    หญิงสาวหักหลบรถเสียหลักไถลลงข้างทางพลิกคว่ำ คนไปทางรถไปอีกทางหนึ่ง สร้อยพระที่ห้อยคอเธอขาดกระเด็นจากแรงกระแทก ขณะที่เจ้าของหมดสติ

    “ยังโกรธพี่อยู่หรือ” เสียงของพอลดึงปรายดาวให้กลับมาสู่ปัจจุบัน

    “เปล่าค่ะ ดาวจะโกรธพี่ได้ยังไง ทั้งพี่ทั้งพี่เดือนพยายามช่วยดาวแท้ๆ” ปรายดาวตอบไม่เต็มปากเต็มคำ

    หญิงสาวเพิ่งรู้ความจริงจากปรกเดือนหลังฟื้นจากเป็นผักไม่กี่วันว่า เดนิสต้องการรวบหัวรวบหาง

    ปรายดาวไว้เอง เนื่องจากรู้ความลับของเขามากเกินไป เขาเลยต้องการให้เธอเป็นเมียเก็บเพื่อจะได้ควบคุมไว้เหมือนกับที่ควบคุมปรกเดือน แม้ปรกเดือนจะรักเดนิสมากเพียงใด แต่ไม่อาจทำลายชีวิตน้องสาวได้

    เธอจึงนัดพอลไปพูดคุยเพื่อให้เขาช่วยพาปรายดาวหนีไปให้พ้นจากอำนาจของเจ้าพ่อใหญ่ พอลลังเลปรกเดือนอ้อนวอนขอร้องทั้งน้ำตาให้เขายอมช่วย

    ชายหนุ่มพยายามปลอบโยนเธอ และนั่นคือภาพที่

    ปรายดาวเข้าไปเห็น ทั้งคู่ไม่ได้มีจิตพิศวาสต่อกันแม้

    แต่น้อย เป็นความเข้าใจของปรายดาวแท้ๆ ที่ทำให้เกิดเรื่อง

    พอลเห็นปรายดาวนิ่งไป ถามย้ำว่า “ดาวอยากไปที่นั่นจริงๆหรือ”

    “ค่ะ ก็ดีเหมือนกัน ย้อนกลับไปเยี่ยมจุดเริ่มต้นของเรื่องวุ่นวายทั้งหลาย”

    พอลไม่ขัด มีเพียงเหตุผลเดียวที่เขาไม่อยากไปที่นั่น คือ สาวเจ้าของรีสอร์ตนั่นเอง

    ooooooo

    ปรายดาวและพอลออกเดินทางมายังรีสอร์ตสุขศรีตรังในเช้าวันรุ่งขึ้น การเดินทางไปที่นั่นไม่ได้ลำบากอะไรเลย แต่พอลกลับรู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก เขาไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะกล้ากลับไปเผชิญหน้ากับอดีตทั้งๆที่คิดว่าตัดใจได้แล้ว เขามีหน้าที่ต้องดูแลปรายดาว ไม่ใช่เป็นเพราะพี่สาวของเธอฝากฝัง แต่เป็นเพราะสำนึกรับผิดชอบส่วนตัวต่างหาก

    เมื่อครั้งที่พอลต้องปฏิบัติภารกิจลับ แทรกซึมเข้าไปในองค์กรของเดนิส เขาสืบรู้มาว่าปรายดาวเป็นใครเขาจึงใช้เธอเป็นสะพานเชื่อมไปถึงเดนิสจนสำเร็จ แม้จะรู้ดีว่าปรายดาวรักเขาด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่สำหรับเขาแล้ว เธอเป็นแค่ส่วนหนึ่งของงานไม่ใช่ของหัวใจ ถึงตอนนี้ เธอจะไม่มีความจำเป็นอะไรกับเขาอีกแล้ว แต่มันคงไม่ยุติธรรมนักถ้าจะทิ้งเธอไปตอนที่เธอไม่มีใครเช่นนี้

    แต่กับเจ้าของรีสอร์ตสุขศรีตรังเป็นกรณีตรงข้าม หัวใจของเขาเรียกร้องหาเธอ แต่สมองกับสามัญสำนึกปฏิเสธอย่างแข็งขัน งานสายลับอย่างเขาผ่านการฆ่าคนมามากมาย สองมือนี้เปรอะไปด้วยเลือดทั้งจากคนดีและคนเลว แล้วเขาจะใช้มือสกปรกสัมผัสศรีตรังซึ่งสะอาด บริสุทธิ์  และสูงส่งเกินไปสำหรับเขาได้อย่างไร...

    แม้พอลจะวางท่าเคร่งขรึมเพียงใดตอนที่เจอศรีตรังอีกครั้งที่เรือนรับรองของรีสอร์ต หัวใจเจ้ากรรมของเขาอดหวั่นไหวไม่ได้

    “รีสอร์ตสุขศรีตรัง ยินดีต้อนรับค่ะ ฉันเตรียมบ้านพักไว้ให้แล้วนะคะ หลังจากลงทะเบียนเข้าพักแล้ว เดี๋ยวจะให้พนักงานนำทางไปที่บ้านพักค่ะ” ศรีตรังทักทายแขกผู้มาเยือนทั้งสองคนสีหน้ายิ้มแย้ม ปรายดาวมองกุญแจบ้านพักดอกเดียวในมือสาวเจ้าของรีสอร์ตแล้วอดถามไม่ได้ว่า เตรียมห้องพักไว้ให้สองหลังหรือเปล่า
    “จองไว้หลังเดียวนี่คะ” ศรีตรังทำนิ่วหน้า ปรายดาว  ยืนยันเมื่อวานโทร.มาจองไว้สองหลัง ศรีตรังทำตกอกตกใจ ขอตัวไปเช็กรายการจองห้องพักจากคอมพิวเตอร์ดูก่อน แล้วหายไปสักพัก ก่อนจะเดินยิ้มกลับมา

    “โชคดีเรามีบ้านพักว่างอีกหลังหนึ่งค่ะ ตกลงว่าได้สองหลัง ต้องขอโทษอีกทีนะคะ นึกว่าจะพักด้วยกัน”

    พอพอลลงทะเบียนเสร็จ ศรีตรังเดินเข้าไปด้านในอาคารรับรอง ครู่เดียวกลับมาพร้อมชายหนุ่มคนหนึ่ง

    “เดี๋ยวฉันจะให้คุณทศพาไปส่งที่บ้านพักนะคะ คุณทศเป็นผู้จัดการของเรา...ฝากด้วยนะคะคุณทศ”

    ตรีทศรับคำ เดินนำแขกรายใหม่ออกไป พอลอดหันมองศรีตรังที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจเอกสารไม่ได้ รู้สึกใจหายชอบกล นึกว่าจะเห็นเธอตกใจที่เขาโผล่มาแทนที่จะนอนอยู่ในคุก แต่ไม่เลย เธอกลับทำเหมือนไม่รู้จักกัน อาจเป็นเพราะเพื่อนชายคนสนิทของเธอ ไอ้เจ้าเตชิตคงบอกเรื่องของเขาไปหมดแล้ว

    หรือศรีตรังอาจจะตัดใจจากเขาได้แล้ว แต่ไม่น่าจะใช่ เกือบสิบปีที่เธอบอกว่าไม่เคยลืมเขา นี่ผ่านไปแค่หกเดือน จะตัดเขาขาดจากใจได้อย่างไร พอลยิ่งคิดยิ่งสับสน หรือจะเป็นเพราะผู้จัดการรีสอร์ตหนุ่มนั่น เห็นศรีตรังเกาะแขนเขาอย่างสนิทสนมออกมาจากด้านในเรือนรับรอง

    พอลเพิ่งสังเกตเห็นสภาพรีสอร์ตชัดๆ ระหว่างที่เดินมาบ้านพัก หลังจากซ่อมแซมแล้วทุกอย่างเหมือนเดิม ราวกับไม่ได้เกิดเพลิงไหม้ ตรีทศส่งเขาที่บ้านพักหลังเกือบสุดท้าย แล้วถึงเดินเลยเข้าไปด้านในสุดของรีสอร์ตเพื่อส่งปรายดาว พอลอดสงสัยไม่ได้ บ้านพักหลังสุดท้ายหลังนั้น ซ่อมแซมแล้วจะมีสภาพเหมือนเก่าไหม

    ooooooo

    บ้านพักหลังสุดท้ายถูกซ่อมแซมให้เหมือนเก่าไม่ผิดเพี้ยน ปรายดาวรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเหมือนได้กลับบ้านที่จากไปแสนนาน บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เธอมาเห็นพี่สาวกับหนุ่มคู่หมั้นกำลังกอดกัน วิญญาณพเนจรของเธอถึงได้มาติดอยู่ที่นี่ ปรายดาวเดินสำรวจมาถึงโต๊ะหัวเตียง สังเกตเห็นกรอบรูปวางคว่ำหน้าอยู่

    หญิงสาวหยิบขึ้นมาดูต้องตกตะลึงเป็นรูปของชายแปลกหน้าคนที่ขโมยจูบแรกของเธอไป แต่ทำไมรูปของเขาถึงมาอยู่ที่นี่ เขาอาจเคยมาพักแล้วลืมทิ้งไว้ บางทีศรีตรังอาจจะรู้ก็ได้ว่า เขาเป็นใคร หรืออาจมีที่อยู่ หรือไม่ก็เบอร์โทรศัพท์ของเขา ปรายดาวไม่เข้าใจตัวเอง ทำไมต้องรู้สึกดีใจที่จะได้รู้เรื่องราวของชายแปลกหน้าคนนี้

    ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้น “เสียงหวาน”

    ปรายดาวสะดุ้งเฮือกหันมองรอบๆ แต่ไม่เห็นใคร ชื่อนี้เป็นชื่อที่ชายแปลกหน้าใช้เรียกเธอ เสียงเคาะประตูห้องพัก ทำให้ปรายดาวสะดุ้งอีกครั้ง รีบวางกรอบรูปไว้อย่างเดิม แล้วเดินไปเปิดประตู เห็นแม่บ้านของที่นี่ยืนยิ้มแป้นอยู่ในมือ มีตะกร้าหวายใบย่อมใส่ของใช้จำเป็นมาให้ โดยนำของใช้บางส่วนไปวางที่โต๊ะเครื่องแป้ง ที่เหลือเอาไปไว้ในห้องน้ำ ปรายดาวออกมารอที่ระเบียงหน้าบ้านพัก สักพัก แม่บ้านออกมารายงานว่าเสร็จแล้ว

    หญิงสาวรู้สึกคุ้นหน้าเธอมาก เลยต้องซักถามกันสักหน่อยว่าเป็นคนที่นี่หรือ

    “ใช่ค่ะ บ้านป้าอยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอกค่ะ ป้าชื่อจุรีค่ะ...คุณเสียงหวานใช่ไหมคะ”

    “เปล่าค่ะ หนูชื่อปรายดาว...หนูหน้าเหมือนเธอมากหรือคะ คือ...มีคนทักหนูผิดมาแล้ว”

    ป้าจุรีว่าเหมือนมาก เสียงหวานเป็นคนรักของเพื่อนนายศรีตรัง เคยอยู่ที่นี่มาก่อน ปรายดาวนึกขึ้นได้ ถ้าป้าจุรีรู้จักเสียงหวาน ก็น่าจะรู้จักผู้ชายคนนั้นด้วย รีบวิ่งไปหยิบรูปในกรอบมาให้ดู แต่ต้องตกใจเมื่อรูปชายแปลกหน้าหายไป กลายเป็นรูปวาดของเธอแทน ถามป้าจุรีว่าเปลี่ยนรูปหรือเปล่า เธอยืนยันสีหน้าหวาดๆว่าเปล่า แถมยังกลัวลนลานกลับไปแทบไม่ทัน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”

    “เดียร์น่า” เล่นใหญ่ไม่ห่วงสวย ปรับลุคเป็นสาวโก๊ะ ใน “Help Me คุณผีช่วยด้วย”
    20 ต.ค. 2564

    09:40 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2564 เวลา 19:47 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์