นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ปางเสน่หา

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ด้วยความช่วยเหลือของอ้อยใจ  ผิวพรรณของเจนจิราได้รับการขัดสีฉวีวรรณผุดผ่องส่องประกายออร่าได้อย่างสมใจ เธอเสียค่าจ้างแค่ลิปสติกหนึ่งแท่งกับบรัชออนอีกหนึ่งตลับเท่านั้น ผิวพรรณสดใสแล้วก็ได้เวลาสวมชุดเปรี้ยวเข็ดฟันมานั่งทำหน้าสวยรอรับพอลอยู่ หน้าบ้านศรีตรังยังไม่ทันจะเที่ยงวัน พอลขับรถเข้ามาจอด

    เจนจิราปราดเข้ามายั่วยวนเต็มที่ แต่พอลไม่สนใจ เรียกหาแต่ศรีตรังเท่านั้น เจนจิรารีบบอกว่าศรีตรังออกไปธุระข้างนอก ฝากให้เธอช่วยต้อนรับแทน และได้สั่งเตรียมอาหารกลางวันไว้คอยท่าเขา พอลปฏิเสธอย่างสุภาพว่าเมื่อเช้ากินข้าวสายไปหน่อย เลยยังไม่หิว

    “เจนเพิ่งทราบว่าคุณสนิทกับศรีตรัง ดูเหมือนแม้แต่เสี่ยก็ไม่ทราบ...คุณปิดเสียสนิทเลย”

    “ผมรู้จักเธอพร้อมกับคุณนั่นแหละ...แล้วก็เลยพยายามตามจีบเธอ ผู้หญิงคนนี้จีบยากชะมัด พอผมมาก็ไม่ยอมอยู่พบ คุณพอมีคำแนะนำบ้างไหม” พอลเผยให้เจนจิรารู้ไปเลยว่าชอบศรีตรัง ไม่สนเธอแม้แต่น้อย เจนจิราไม่ให้คำแนะนำซ้ำยังพยายามยั่วสุดฤทธิ์ พอลตัดรำคาญ ขอตัวไปตามหาศรีตรัง แล้วรีบกลับขึ้นรถขับออกไป

    “โอ๊ย...ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้...ตาต่ำ รสนิยมแย่ นางเอกสาวแสนสวยเซ็กซี่อยู่ตรงหน้าไม่ชอบ ดันไปตามตื๊อผู้หญิงบ้านๆ” เจนจิราบ่นอุบ ก่อนจะกระแทกตัวลงนั่งอย่างหงุดหงิด

    ooooooo

    ขณะเดียวกัน ที่ห้องพักฟื้นของเตชิต พรุ่งนี้แล้วที่เตชิตจะออกจาก รพ.ไม่รู้เสียงหวานจะตามเขาไปเหมือนเช่นทุกครั้งหรือเปล่า พักนี้เธอมักจะหายหน้าไปนานๆและบ่อยครั้งขึ้น เขาอดหวั่นใจไม่ได้เมื่อนึกถึงเรื่องที่คุยกันเมื่อวันก่อน เสียงหวานดูท้อแท้ทั้งๆที่ควรจะดีใจที่เจอร่างของตัวเอง หรืออาจเป็นเพราะเธอกลับเข้าร่างไม่ได้

    เตชิตคิดหาทางช่วย จึงแอบไปที่ห้องพักฟื้นของปรายดาว ค่อยๆโผล่หน้าเข้าไปดู เจอเสียงหวานยืนหน้าเศร้าอยู่ข้างๆร่างของเธอเพียงลำพัง ชายหนุ่มพลอยเศร้าไปด้วย ทำไมเทพเจ้าแห่งโชคชะตาถึงได้ซนนัก จับเธอขังในอดีตจนหาทางออกไม่เจอ พอพบทางออกก็ไม่ยอมให้เธอเดินหน้าต่อไปหาอนาคตอีก การต้องมานั่งมองร่างของตัวเองนอนไร้วิญญาณอยู่อย่างนี้ สู้ไม่รู้เลยว่าตัวเองเป็นใครมาจากไหน อาจจะมีความสุขเสียกว่า

    “เรามาหาทางพาคุณเข้าร่างดีไหม” เตชิตเอ่ยขึ้นในที่สุด

    “ฉันลองหมดแล้วค่ะ ทุกวิธี ทุกท่า แต่ก็ไม่สำเร็จ”

    “ทุกท่าเลยหรือ ท่าไหนบ้างล่ะ” เตชิตอมยิ้ม เสียงหวานลองทำเหมือนในหนังในละครที่เคยดู แล้วปีนขึ้นเตียงนอนหงายลงไปบนร่างของตัวเอง หลับตาทำสมาธิตั้งจิตอธิษฐาน เตชิตเข้าไปยืนข้างๆ มองภาพตรงหน้าแล้ว ช่างประหลาดเหลือใจเกินกว่าอะไรที่เคยเจอ เป็นภาพเงาที่มีชีวิตของเสียงหวานซ้อนทับอยู่บนใบหน้าหลับสนิทของปรายดาว ทุกอณูของร่างกายทาบทับกันพอดีไม่ว่าจะเป็นแขน ขา จมูก มือ และริมฝีปากสวยคู่นั้น

    แต่ร่างสองร่างนั้นไม่ประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน ต้องมีอะไรสักอย่างที่เชื่อมเธอเข้ากับร่างกาย สิ่งนั้นต้องสำคัญกับเธอมาก เท่าที่ชายหนุ่มคิดออกในตอนนี้ คือพระเครื่องที่ห้อยคอเขาอยู่ คิดได้อย่างนั้น เตชิตถอดสร้อยพระออกจะสวมให้ร่างนั้น เสียงหวานร้องห้ามลั่น เธอไม่อยากได้พระคืน อยากให้เขาเก็บไว้เป็นที่ระลึก

    “ผมแค่อยากทำการทดลองอะไรดูเท่านั้น บางทีสิ่งนี้อาจจะเชื่อมคุณเข้ากับร่างกายได้ พระองค์นี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับคุณไม่ใช่หรือ”

    เสียงหวานไม่ขัดอะไรอีก มองเขาบรรจงสวมสร้อยพระให้ อดแปลกใจไม่ได้ที่รู้สึกถึงลมหายใจยามเขาเคลื่อนไหวใกล้ใบหน้าของเธอ หรือมันได้ผลอย่างเขาว่า ชายหนุ่มขอให้เธอลองหลับตาอธิษฐานอีกครั้งหนึ่ง หญิงสาวทำตามอย่างว่าง่าย เตชิตตั้งจิตอธิษฐานไปพร้อมกับเธอด้วย สองแรงย่อมดีกว่าแรงเดียว แล้วกระซิบเรียกชื่อ “เสียงหวาน” ข้างๆหู ใบหน้าสวยอยู่ใกล้แค่คืบ จนเขาอดใจไม่ไหว จดจมูกลงบนแก้มนุ่มของเธอ

    ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ร่างทั้งสองยังเป็นแค่ภาพซ้อนกัน เตชิตลองเปลี่ยนไปเรียกชื่อ “ปรายดาว” ดูบ้างแต่ก็ไร้ผล แล้วนึกถึงเทพนิยายเรื่องเจ้าหญิงนิทราขึ้นมาได้ เขาบรรจงจูบริมฝีปากสวยคู่นั้น เผื่อจะปลุกเจ้าหญิงให้ตื่นจากคำสาปได้ แล้วกระซิบข้างหูเธออีกครั้ง

    “ตื่นได้แล้ว...เจ้าหญิง” เตชิตว่าแล้วถอยออกหนึ่งก้าว หวังจะได้เห็นทั้งสองร่างรวมกัน แต่ต้องผิดหวังเห็นแต่ตากลมโตของเสียงหวานจ้องมองมาอย่างตกตะลึงที่โดนจูบ ที่สำคัญกว่านั้น เธอรู้สึกถึงสัมผัสอ่อนโยนของเขาได้ ขอให้เขาจูบอีกครั้งแม้จะกระดากอายเพียงใด เตชิตไม่รอช้าโน้มตัวลงจูบเธอตามคำร้องขอ

    เสียงหวานรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นแผ่ไปทั่วร่าง สองปีกว่ามาแล้วที่ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยจนเกือบจะลืมไปแล้วว่ารสสัมผัส เป็นอย่างไร เธอพยายามซึมซาบมันไว้อย่างโหยหา เตชิตจำต้องผละจากปากนุ่มนิ่มอย่างเสียดาย เมื่อได้ยินเสียงเหมือนมีคนมาแถวหน้าห้อง

    “เดี๋ยวผมกลับมาใหม่” เตชิตว่าแล้วก้มลงจูบปากเสียงหวานสั่งลา แล้วค่อยๆแง้มประตูออกไปดู เห็นปลอดคน รีบเผ่นกลับห้องพักฟื้นของตัวเอง

    ooooooo

    หลังจากพอลปรึกษาหารือกับเดนิสเรื่องสินค้าลอตใหม่ที่จะส่งมอบกันในเร็ววัน นี้ เขาตั้งใจจะแวะไปหาศรีตรังที่ปากช่องอีกครั้ง แต่ปรกเดือนโทร. มาตามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเสียก่อน

    “ดาว...ฟื้นแล้ว...พอล...ดาวฟื้นแล้ว”

    ชายหนุ่มไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ปาฏิหาริย์มีจริงหรือ คนอยู่ในโคม่า 2 ปีกว่าจะกลับฟื้นขึ้นมาได้

    รีบวกรถกลับ ตรงไปยัง รพ.ทันที ไม่นานนัก พอลมายืนอยู่ข้างเตียงนอนของปรายดาว กระซิบเรียก“ปรายดาว” ข้างหู แต่ไม่มีการตอบสนอง ลองใช้มือโบกไปมาตรงหน้า ดวงตาของเธอไม่ได้มองตามมือของเขาแม้แต่น้อย ยังคงล่องลอยไปในท่ีแห่งใดไม่มีใครรู้

    “ไหนเดือนบอกว่าฟื้นแล้ว”พอลมองหน้าปรกเดือน

    “ก็ดาวลืมตาขึ้นแล้ว อีกไม่นานก็คงฟื้น”

    ปรกเดือนสีหน้าฉาบไปด้วยความหวัง ขณะที่เอามือลูบไล้ใบหน้าของน้องสาวอย่างแสนรัก แต่แล้วสีหน้าต้องเปลี่ยนเป็นหม่นหมองเมื่อพอลถามว่าหมอมาตรวจหรือยัง

    “มาแล้วค่ะ หมอบอกว่าสมองของดาวยังไม่ตอบสนอง ก็ต้องรอต่อไป”

    “แปลว่ายังไม่ฟื้น”พอลสรุปอย่างปลงๆ

    “แต่ก็ยังดีกว่านอนเป็นเจ้าหญิงนิทราเหมือนแต่ก่อน เดือนเชื่อว่าน้องต้องกลับมาเป็นปกติ”

    พอลเข้าใจความรู้สึกของปรกเดือนดี เธอรักปรายดาวมากและคิดว่าตัวเองเป็นสาเหตุให้น้องต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้ จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะชดเชยให้ รวมทั้งการรั้งเธอไว้ไม่ยอมปล่อยให้เธอไปสู่ที่ที่ควรไป

    “อาจจะเป็นเพราะสร้อยพระนี่ล่ะมั้ง ที่ช่วยให้เธอลืมตาตื่นขึ้นมา” ปรกเดือนว่าพลางลูบพระเครื่องที่คอปรายดาวเบาๆ พอลเพิ่งสังเกตเห็นเมื่อปรกเดือนพูดถึง พระองค์นี้เหมือนกับองค์ที่ปรกเดือนคล้องอยู่ที่คอตัวเอง พอลแปลกใจ ปรกเดือนไปเอาสร้อยพระนี่มาจากไหน ปรกเดือนนิ่วหน้า

    “อ้าว...เดือนนึกว่าคุณเอากลับมาคืนให้ดาว...ถ้าไม่ใช่คุณ แล้วพระองค์นี้กลับมาอยู่ที่คอดาวได้ยังไง พยาบาลบอกว่ามีผู้ชายแวะมาหาเธอสองสามครั้ง เดือนยังนึกว่าเป็นคุณ”

    พอลนึกถึงเตชิตขึ้นมาทันที อาจเป็นเพราะเคยเห็นสร้อยแบบนี้อยู่ที่คอเขา แต่คิดไปคิดมาหลายตลบนึกไม่ออก เตชิตจะรู้จักปรายดาวได้อย่างไร พอลอยากรู้ ผู้ชายคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร

    “เดือนก็ไม่ได้ถามพยาบาล ก็เพราะนึกว่าเป็นคุณมาตลอด เรื่องสร้อยพระของเธอที่หายไปก็มีคุณเท่านั้นไม่ใช่หรือที่รู้เรื่อง” ปรกเดือนเองก็อดแปลกใจไม่ได้เช่นกัน

    “แน่ใจหรือว่าเป็นพระของดาวจริงๆอาจจะแค่เหมือน”

    “ของจริงแน่นอน มีตัวอักษรชื่อพ่อเขียนด้วยดินสอที่ด้านหลัง” ปรกเดือนพลิกองค์พระเครื่องให้พอลดู

    แต่เขาไม่ได้สนใจจะใช่ของแท้หรือของเทียม เพราะสิ่งที่น่าสนใจกว่าคือใครเอากลับมาคืนปรายดาว รู้ได้อย่างไรว่าพระองค์นี้เป็นของเธอ หรือผู้ชายที่พยาบาลบอกปรกเดือนอาจจะเป็นเตชิตจริงๆ พอลคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยได้ยินเจนจิราเล่าว่าเตชิตเคยเอารูปวาดของปรายดาว มาถาม หรือหมอนั่นกำลังสืบเรื่องของปรายดาวอยู่ แต่จะสืบไปทำไม พอลจมอยู่ในความคิดของตัวเอง จนกระทั่งเสียงเรียกของปรกเดือนปลุกเขาตื่นจากภวังค์

    “พอล...เป็นอะไรคะ เหม่อเชียว”

    “ไม่มีอะไร พอดีคิดอะไรเพลินไปหน่อย...ว่าไงครับ”

    “เดือนเป็นห่วงดาวน่ะค่ะ ผู้ชายคนนั้นเอาสร้อยมาคืนให้ก็จริง แต่ไม่รู้ว่ามีเจตนาอะไรแอบแฝงหรือเปล่า เราย้าย รพ.ดีไหมคะ” ปรกเดือนสีหน้าเป็นกังวล พอลไม่เห็นด้วย เขาเองก็อยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครและต้องการอะไร เดี๋ยวเขาจะไปสั่งพยาบาลเอาไว้ ถ้าผู้ชายคนนั้นมาอีก ให้รีบติดต่อพวกเรา ปรกเดือนพยักหน้ารับรู้

    “พอล...คุณต้องมาเยี่ยมดาวบ่อยๆนะ ดาวไม่มีใคร ถ้าเดือนเป็นอะไรไปสักคน คุณต้องดูแลดาวนะคะ”

    “พูดบ้าๆน่าเดือน คุณจะเป็นอะไรไปได้ยังไง หากดาวตื่นขึ้นมาไม่เจอคุณ เธอก็เหงาแย่สิ”

    ปรกเดือนยิ้มรับ ผู้ชายตรงหน้าคือความหวังเดียวของเธอที่จะฝากน้องไว้ด้วยได้ ผิดจากเดนิสอย่างสิ้นเชิง เธอไม่เคยคาดหวังให้เขามาดูแลปรายดาว แค่เขายอมจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลให้ก็นับว่าเป็นความกรุณามากแล้ว เพราะเขามักจะบอกให้เธอปล่อยปรายดาวไปที่ชอบๆอยู่บ่อยๆ ถ้าเขารู้ว่าปรายดาวกำลังจะฟื้นจากโคม่า ปรกเดือนไม่กล้าคาดเดาเลยว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

    ooooooo

    สายของวันนี้ เตชิตต้องออกจาก รพ.แล้ว เสียง- หวาน ไม่โผล่หน้ามาให้เห็นตั้งแต่เกิดเหตุการณ์เมื่อวานหรือเธอไปเฝ้าร่างของตัวเอง คิดได้ดังนั้นเตชิตตรงไปยัง ห้องพักฟื้นของปรายดาว ดูจนแน่ใจไม่มีใครอยู่เฝ้า รีบผลุบเข้าห้อง เรียกหาเสียงหวาน แต่ต้องผิดหวัง เธอไม่รู้หายไปไหน ได้แต่ยืนมองร่างของเธอที่นอนนิ่งสงบ

    “คุณไปไหน เสียงหวาน...หนีไปเที่ยวไหนหรือ” เตชิตว่าแล้วไล้หลังมือเบาๆไปตามแก้มของปรายดาว

    “ฉันอยู่นี่...คุณเตชิต” เสียงหวานร้องตอบอย่างร้อนรนมาจากเงาที่ซ้อนอยู่บนร่างของตัวเอง

    แต่เตชิตไม่ได้ยิน และไม่เห็นเธอเหมือนที่ควรจะเป็น เธอพยายามขยับตัวให้หลุดออกจากร่าง แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นมาพันธนาการเอาไว้ เมื่อวานตอนที่เตชิตจากไป เสียงหวานใช้ความพยายามอย่างหนักจะลุกขึ้น แต่ไม่สามารถทำได้ เธอดีใจที่ความหวังจะกลับคืนร่างดูจะเป็นจริง แต่พอเตชิตกลับมาหาเธอวันนี้ เธอต้องตกใจแทบช็อกที่เขาไม่สามารถรับรู้การมีอยู่ของเธอได้อีกแล้ว

    “คุณเตชิตได้ยินฉันไหม ฉันอยู่ในร่างนี้ไง”

    ร้องเรียกไปก็เปล่าประโยชน์ ผู้กองหนุ่มไม่ตอบสักคำ เสียงหวานยิ่งใจเสีย แทนที่จะได้ร่างคืนมาอย่างที่หวัง กลับต้องติดอยู่ในนี้ ขยับเขยื้อนไม่ได้ ไม่มีใครมองเห็นและไม่มีใครได้ยิน

    “แล้วผมจะมาใหม่นะ...ปรายดาว ฝากบอกเสียงหวานด้วยว่าผมคิดถึง” เตชิตว่าแล้วก้มลงหอมแก้มเบาๆ

    “อย่าค่ะ...อย่าเพิ่งไป คุณเตชิต...ช่วยฉันด้วย”

    เตชิตจากไปโดยไม่ได้ยินเสียงคร่ำครวญของเสียงหวาน และไม่มีโอกาสได้รู้ว่ามันบีบคั้นหัวใจเธอแค่ไหน ที่ต้องนอนมองชายคนรักเดินจากไปโดยไม่สามารถทำอะไรได้ ที่สำคัญ เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะต้องอยู่ในสภาพแบบนี้อีกนานแค่ไหน หรืออาจจะไม่มีวันสิ้นสุดก็ได้

    ooooooo

    ผ่านมาสองวันแล้วตั้งแต่ออกจาก รพ. เตชิตไม่เจอเสียงหวานอีกเลย เธอไม่ตามเขากลับมาบ้าน ชายหนุ่มตัดสินใจกลับไปที่ รพ.จะต้องแอบเข้าไปในห้องพักฟื้นของปรายดาวให้ได้ เชื่อว่าเสียงหวานจะต้องอยู่เฝ้าร่างที่นั่น และหวังว่าเธอคงไปเที่ยวเล่นที่ไหน เพื่อไม่ให้ใครจำได้ เตชิตจึงต้องปลอมตัวไปนั่งเฝ้าแถวหน้าห้องคอยหาโอกาสเหมาะๆเข้าไปหาเสียงหวาน แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นพอลเดินเลี้ยวมุมตึกเข้ามา

    เตชิตรีบกาง นสพ.ขึ้นอ่าน พอลเดินเลยเข้าไปในห้องพักฟื้นของปรายดาวไม่ทันสังเกตเห็นเขา เตชิตปราดเข้าไปเลียบๆเคียงๆใกล้ประตูห้องทำทีเป็นคุยมือถือ พยายามเงี่ยหูฟังเสียงพูดคุยในห้อง แต่ก็ได้ยินไม่ถนัดนัก ยืนอยู่นานเกรงจะเป็นที่สังเกต รีบกลับมานั่งม้านั่งแถวนั้น พอลเปิดประตูห้องออกมา

    “อีกสองสามวันผมจะมาใหม่” พอลหันไปบอกปรกเดือนที่เดินตามมาส่ง

    “ขอบคุณค่ะ” ปรกเดือนสีหน้าไม่สู้ดีนัก

    “อย่ากังวลไปเลยเดือน ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแล้วนี่นา” พอลบีบไหล่เธอเบาๆอย่างปลอบโยน

    ปรกเดือนมองตอบตาละห้อย เธอเองก็หวังให้เป็นอย่างนั้น พอลบอกลาแล้วผละจากไป เตชิตค่อยๆลด นสพ.ลงเพื่อมองหน้าปรกเดือน พี่สาวของเสียงหวาน หญิงที่เขาหลงรักเต็มหัวใจ สองพี่น้องหน้าตาคล้ายกัน แต่ปรกเดือนดูเศร้ากว่ามาก เตชิตอดสงสัยไม่ได้ ถ้าเสียงหวานของเขาฟื้นขึ้นมา แววตาของเธอจะโศกเศร้าอย่างพี่สาวของตัวเองหรือเปล่า

    ooooooo

    เตชิตแอบเฝ้าอยู่หน้าห้องพักฟื้นของปรายดาวหลายวัน แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปในนั้น ปรกเดือนขลุกอยู่ในห้องไม่ออกไปไหน เขาอยากจะเข้าไปหาเสียงหวานใจแทบขาดแต่ก็ทำไม่ได้ เตชิตชักท้อ คงต้องกลับไปตั้งหลักที่บ้านก่อน ขณะเดินมาขึ้นรถ มีเสียงมือถือของเขาดังขึ้น เห็นเบอร์จ่าธงโชว์หน้าจอ รีบกดรับสาย

    “ผู้กอง...ผมมีข่าวสำคัญ” จ่าธงกระซิบกระซาบ

    “เรื่องอะไร”

    “เรื่องผู้กองพอล...ผมได้ยินเขาคุยกับผู้กำกับเรื่องการส่งของ”

    “ยาเหรอ”

    “เขาไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่ผมคิดว่าใช่...พอดีผมกำลังจะเอารายงานไปให้ผู้กำกับเสนาเซ็น ได้ยินชื่อเสี่ยสงครามเลยแอบฟัง เขาคุยกระซิบกระซาบกันสองคน บอกว่าจะส่งของกันมะรืนนี้”

    “ที่ไหนจ่า”

    “ที่ห้องผู้กำกับนั่นแหละครับ” จ่าธงพาซื่อ เตชิตนึกอยากบีบคอคนซื่อบื้อขึ้นมาทันที

    “ไม่ใช่จ่า...ผมหมายถึงเขาจะส่งของกันที่ไหน”

    “อ๋อ...ผมได้ยินไม่ถนัด แต่คิดว่าน่าจะเป็นสุโขทัย”

    เตชิตบ่นอุบ สุโขทัยมีพื้นที่กว้างขวาง เจาะจงไม่ได้หรือว่าพวกเดนิส หรือเสี่ยสงครามจะส่งของที่ไหน จ่าธงจนใจไม่ทราบจริงๆ แอบได้ยินผู้กองพอลกับผู้กำกับคุยกันแค่นั้นก็รีบออกมาโทร.หาเตชิต

    “ดีมากจ่าธง จ่าสืบต่อไปนะ แล้วรายงานความเคลื่อนไหวของสองคนนั่นให้ผมฟังเป็นระยะๆ”

    จ่าธงรับคำ แล้ววางสาย ขณะที่เตชิตขึ้นรถ สตาร์ตเครื่องขับออกไป

    ooooooo

    หลังจากเตชิตกลับไปไม่นาน พอลแวะมาเยี่ยมปรายดาว ปรกเดือนเห็นน้องสาวทำท่าจะฟื้น ขอร้องให้พอลช่วยขับรถพาเธอกลับไปเอาข้าวของเครื่องใช้จำเป็นของปรายดาว เธอโทร.บอกแจ๋วให้เตรียมไว้แล้ว ครู่ต่อมาปรกเดือนเดินนำพอลเข้ามาในบ้านตัวเอง หยุดกึกที่เห็นเดนิสรออยู่ก่อนแล้ว เดาได้ไม่ยากนี่ต้องเป็นฝีมือแจ๋ว

    ปรกเดือนยังโกรธเดนิสเรื่องคราวก่อนไม่หาย เดินหนีขึ้นห้อง เดนิสไม่พอใจที่ปรกเดือนชักจะแข็งข้อขึ้นทุกวัน ตามไปเอาเรื่อง ทั้งคู่มีปากเสียงกัน แต่สุดท้ายก็วกมาพูดเรื่องเด็กในท้อง ปรกเดือนพยายามขอร้องให้ เดนิสเก็บเด็กไว้อีกครั้ง และเลิกทำธุรกิจชั่วๆพวกนี้ ขายทุกอย่างให้หมดแล้วหนีไปอยู่ที่อื่น ปรายดาวลืมตาแล้ว และกำลังจะฟื้นในไม่ช้า เราไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมายอะไรอีกแล้ว เดนิสเหมือนจะใจอ่อนดึงเธอเข้ามากอด

    “ฟังนะเดือน ถ้ามีลูกเดือนจะยิ่งลำบาก จะเลี้ยงเขาให้เติบโตขึ้นมาได้ยังไงคนเดียว แล้วไหนจะพวกคู่แข่งที่มันต้องการล้มฉันอีก เดือนไม่กลัวมันใช้ลูกเราเป็นเครื่องมือหรือไง มีอันตรายรอต้อนรับเขาแล้วตั้งแต่เกิด แล้วเดือนจะให้ฉันใจร้ายยอมให้เขาเกิดมาได้ยังไง ไปเอาเขาออกซะเดือน...เชื่อฉัน” คำพูดของเดนิสฟังทีแรกเหมือนจะปลอบโยน แต่พอได้ยินประโยคสุดท้าย นั่นคือคำสั่งชัดๆปรกเดือนได้แต่ร้องไห้น้ำตาไหลพราก เดนิสพูดอีกว่า

    “เรื่องดาวก็เหมือนกัน ถ้าน้องเธอฟื้นขึ้นมาจริงๆ ฉัน จะให้พอลมันเลือกเอาว่าจะทำยังไงกับดาว ถ้ามันรักน้องเดือน ฉันก็ไม่ว่า แต่ฉันไม่ต้องการให้เธอติดต่อกับปรายดาวอีก เพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง หรือถ้าพอลมันไม่ได้รักน้องเธอแล้ว ฉันยังมีหุ้นส่วนที่คงสนใจปรายดาวอยู่เหมือนกัน น้องเดือนคงไม่ลำบากหรอก”

    หญิงสาวผลักเขาออก มองหน้าใบหน้าจริงจังที่ไม่มีวี่แววเสียใจสักนิดของเขาแล้ว ถึงกับสติแตกแผดเสียงไล่เขาออกไปให้พ้นๆหน้า เดนิสจากไปอย่างไม่ลังเล ปรกเดือนถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้น ร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด ทำไมเขาถึงได้ใจร้ายนัก ด้านเดนิสชะงักเมื่อลงมาเจอพอลนั่งอยู่ที่โซฟา

    “ทำไมนายยังไม่กลับ” เดนิสเสียงเขียว

    “ผมเป็นห่วงเดือน”

    “ไม่ต้องมาแส่ เมียฉัน  ฉันจัดการเอง ไปดูแลคู่หมั้นนายโน่น ได้ข่าวว่าใกล้ฟื้นแล้วสิ”

    พอลไม่โต้ตอบ รู้ดีว่าเจ้าพ่อใหญ่กำลังหงุดหงิด ไม่อยากหาเรื่องใส่ตัว ความจริงพอลก็เป็นห่วงปรกเดือนแต่ที่นั่งรอเพราะคิดว่าหลังจากทั้งคู่เคลียร์กันได้แล้ว เขาจะได้คุยเรื่องงานที่นัดกันไว้วันมะรืน แต่ดูๆแล้วเดนิสคงไม่อยู่ในอารมณ์จะคุยด้วย พอลคาดผิด หลังจากเงียบกันไปครู่หนึ่ง เดนิสเอ่ยขึ้นในที่สุด

    “พอล...นายอยู่กับฉันมากี่ปีแล้ว”

    “5 ปีกว่าแล้ว”

    “แกฆ่าคนมากี่คนแล้ว” เดนิสน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดคุยกันเรื่องดินฟ้าอากาศ

    “ไม่ได้นับ” พอลตอบน้ำเสียงราบเรียบพอกัน

    “เคยคิดจะเลิกไหม”

    พอลไม่เคยคิด เดนิสดูจะพอใจกับคำตอบ คิ้วที่ขมวดเมื่อครู่ค่อยคลายลง แล้วถามว่าวันมะรืนนี้ พอลเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง พอลประสานงานกับคนของเราไว้แล้ว รอให้เดนิสยืนยันอีกครั้งว่าจะยังใช้สถานที่เดิมเวลาเดิมตามที่คุยกันไว้หรือเปล่า เดนิสพยักหน้า

    “สองทุ่ม ที่บ้านสวนของปรกเดือนนั่นแหละ”

    “ได้ครับ...ผมจะจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ว่าแต่ว่าคุณจะไปเองหรือให้ใครไป”

    “ฉันจะไว้ใจใครได้ ลูกค้ารายใหญ่แบบนี้ ฉันก็ต้องดูแลเองอยู่แล้ว” เดนิสสีหน้าผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดถึงงานใหญ่ที่กำลังจะมาถึง

    ooooooo

    นอกจากจ่าธงแล้ว เตชิตไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากตำรวจนายไหนได้เพราะได้รับคำสั่งจากเสนาห้ามยุ่งกับคดีเดนิสหรือเสี่ยสงครามเด็ดขาด เขาจึงต้องโทร.ขอความช่วยเหลือจากธนากรณ์ อย่างน้อยเพื่อนนักข่าวคนนี้ก็รู้ประวัติของเดนิสดี และอีกอย่างหนึ่ง ถ้ามีศรีตรังเป็นตัวล่อจะให้ธนากรณ์ไปขึ้นสวรรค์หรือลงนรก ทำได้หมดเตชิตจึงนัดให้ไปเจอกันที่บ้านของศรีตรัง หลังจากประชุมเครียดกันอยู่นาน ธนากรณ์หันไปถามเตชิต

    “เชื่อจ่าธงได้มากแค่ไหนวะ”

    “ฉันเชื่อว่าจ่าธงเป็นพวกเราแน่นอน ไม่ได้หลอกเราไปเชือดหรอก” เตชิตยืนยันโดยมีศรีตรังช่วยรับรอง

    “ฉันก็เชื่อจ่าธงนะ รู้จักนิสัยกันมาเกือบสิบปี ตั้งแต่เป็นตำรวจใหม่ๆ จ่าแกเป็นคนซื่อ”

    “ไอ้เต...แกบอกว่าพวกมันจะส่งของกันที่ไหนนะ” หนุ่มนักข่าวซัก

    “สุโขทัย”

    “ทำไมมันต้องถ่อไปถึงสุโขทัยวะ แล้วจ่าธงไม่ได้บอกหรือว่า มันนัดกันตรงไหนของสุโขทัย”

    เตชิตส่ายหน้าให้ธนากรณ์แทนคำตอบ ถ้าเขาเป็นพวกนั้น ก็คงมองหาที่ที่ลับหูลับตาคนตามต่างจังหวัดเหมือนกัน ธนากรณ์หยิบแฟ้มประวัติของปรกเดือนที่เตรียม มาขึ้นมาอ่านคร่าวๆอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตั้งข้อสังเกต

    “มันจะเกี่ยวกับการที่ปรกเดือนเมียมันเป็นคนสุโขทัยหรือเปล่าวะ...นอกจากบ้านที่กรุงเทพฯปรกเดือนมีบ้านสวนที่สุโขทัยด้วย เข้าใจว่าเป็นบ้านเก่าของพ่อและแม่เธอ”

    “มันจะใช้ที่นั่นเป็นที่ส่งของหรือเปล่า” เตชิตสีหน้าครุ่นคิด

    “ไอ้เต...แล้วจ่าธงบอกไหมว่า...เออ...พอลจะตามไปด้วยหรือเปล่า” ศรีตรังอดใจไม่ไหว

    “ฉันถามแล้ว แต่จ่าแกไม่รู้”

    “งั้นฉันจะคอยตามพอลให้ จะได้รู้ความเคลื่อนไหวของเขา” ศรีตรังอาสา

    เตชิตเห็นด้วยเป็นความคิดที่ดี แต่ถ้าจะให้ดียิ่งๆขึ้นไป เขาจะเป็นคนทำหน้าที่นั้นเอง ส่วนศรีตรังคอยตามปรกเดือนดีกว่า รายนั้นคงไม่ไปไหนนอกจากบ้านกับ รพ. ธนากรณ์ขอไปกับเตชิตด้วย

    “อ้าว...ฉันนึกว่าแกอยากจะคอยตามปรกเดือนกับไอ้ศรี” เตชิตอดแซวไม่ได้ ใจจริงธนากรณ์ก็อยากทำอย่างนั้น แต่กลัวโดนปฏิเสธ หันไปเห็นสายตาของศรีตรังจับจ้องมาที่ตนเอง ธนากรณ์รีบเปลี่ยนเรื่องพูด

    “แล้วแกจะเอาไงต่อ ถ้าเจอมันกำลังส่งของกันจริงๆ”

    “นั่นสิไอ้เต...แกจะไปขอกำลังตำรวจที่ไหนได้” ศรีตรังสีหน้าเป็นกังวล

    เตชิตเองก็จนปัญญา ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงเข้าไปขอความช่วยเหลือจากเสนา แต่ตอนนี้เขาไว้ใจเจ้านายตัวเองไม่ได้เสียแล้ว เสนาอาจเป็นพวกเดียวกับเดนิสก็ได้ พรุ่งนี้ก็ถึงวันนัดส่งสินค้ากันแล้ว เตชิตยังไม่รู้จะหากำลังคนที่ไหนมาเสริม และที่สำคัญเขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าบ้านสวนของปรกเดือนอยู่ไหน ไม่เช่นนั้นก็คงจะขอกำลังตำรวจท้องที่ไปช่วย

    “เอาอย่างนี้ไอ้กรณ์ แกไปกับฉันก็ดีแล้ว เอากล้องไปด้วย เดี๋ยวชวนจ่าธงไปด้วยอีกคน คอยระวังหลังให้ อย่างน้อยถ้ายังจับมันไม่ได้ ให้ได้ภาพมันกำลังส่งของกันก็พอ ใช้เป็นหลักฐานได้เหมือนกัน” เตชิตสรุปตบท้าย

    ธนากรณ์จะลองตรวจสอบดูว่าบ้านสวนของปรกเดือน อยู่ตรงไหนของสุโขทัย ส่วนเตชิตโทร.หาจ่าธงเพื่อสอบถามความคืบหน้าของเรื่องนี้ และจะชักชวนให้เข้าร่วมปฏิบัติการด้วยกัน เรื่องสนุกแบบนี้จ่าธงคงไม่พลาด

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง

    พฤษภา-ธันวา รักแท้แค่เกิดก่อน ตอนจบ รวมพลังทำภารกิจช่วย "ตั้ม" คว้าชัยอีกครั้ง
    27 ต.ค. 2564

    06:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันพุธที่ 27 ตุลาคม 2564 เวลา 11:03 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์