สมาชิก

ปดิวรัดา

ตอนที่ 4

เสนอไม่รู้อีโหน่อีเหน่เดินมาโดนกระป๋องแป้งที่รินปาใส่ศรัณย์แต่หลุดออกนอกหน้าต่างหล่นมาโดนหัวอย่างจัง เงยหน้ามองเห็นรินยืนคู่กับศรัณย์ก็ยิ้มกริ่มบอก “ไม่เป็นไรครับ โอว ดูหน้าตาทั้งสองคนแล้วฝันดีแน่เลย”

รินอายหน้าแดงหลบเข้ามานั่งหน้างอ ศรัณย์ตามมาถามเมื่อคืนเธอรู้เห็นอะไร ใครพูด รินสวนไม่มีใครพูด ตนเห็นด้วยตาตัวเอง ชายหนุ่มชะงักก่อนจะบอกด้วยน้ำเสียงจริงจังว่าไม่มีอะไรเกินกว่าที่เห็น รินทำหน้าสงสัย ศรัณย์จะเดินออกไปจู่ๆก็หันกลับมาทำหน้ากรุ้มกริ่ม

“อืม ห้องนี้เตียงนิ่มดี ผ้าห่มเล็กไป...ยิ่งดี คืนนี้จะมานอนอีก”

รินร้องว้าย! คนบ้า! แล้วไล่ ศรัณย์หัวเราะเปิดประตูออกไป รินนึกถึงที่ตื่นมาเจอเขานอนกอดอยู่แล้วโมโหตัวเองทำไมถึงนอนขี้เซาอย่างนี้

ตอนสายรินมารับอรุณออกจากสถานอนามัย เขาบอกเธอว่าพอจะจำได้เลาๆแล้วว่าเขาบอกรักเธอ รินชะงักหันมาพูดจริงจังว่า ถึงเจ้าคุณบำรุงจะเมตตาตนเหมือนลูก แต่ตนก็รู้ตัวดีว่าเป็นเพียงคนรับใช้ ไม่คู่ควรกับลูกเจ้าสัวอย่างเขา แต่เล็กจนโตตนเห็นเขาเป็นเพื่อนเจ้านายมาตลอด อรุณอึ้งนี่เป็นการปฏิเสธของหญิงสาว รู้สึกเจ็บกว่าตอนโดนศรัณย์น็อกเอาเสียอีก

รินส่งอรุณกลับโรงแรมก่อนจะกลับมาบ้าน เจอดวงสวาทนั่งทานกลางวันอยู่ก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจจะเลี่ยงหนี แต่เธอโพล่งขึ้นว่า “เรื่องเมื่อคืน คุณอาจจะคิดว่าฉันเห็นแก่ตัว แต่ฉันกำลังทำเพื่อเราทุกคน” รินทำหน้างง ดวงสวาทขยายความ “คุณไม่อึดอัดกับการคลุมถุงชนหรือ ฉันไม่น่าเชื่อคุณพ่อคุณแม่ยอมแต่งงานเลย ถ้าฉันไม่แต่งงานซักคน ศรัณย์ก็ไม่เสียใจ คุณหญิงแก้วก็ไม่ตามคุณมา...ฉันจะแก้ไขทุกอย่างให้ถูกต้อง ฉันจะคืนอิสรภาพให้คุณ”

รินแปลกใจกับคำว่าคืนอิสรภาพ สายซึ่งยืนอยู่ด้วยทำหน้ารังเกียจบ่นพึมพำว่าเหตุผลเข้าข้างตัวเอง ไม่ถามสักคำว่าเขาอยากได้คืนไหม...ดวงสวาทเข้าจับมือริน ขอให้เอาไปคิดดู อรุณก็เป็นคนดี อยู่กับคนที่เรารักย่อมดีกว่าอยู่กับคนที่เพิ่งรู้จักจริงไหม หรือเธอรักศรัณย์ รินสะดุ้งปฏิเสธทันควัน ดวงสวาทพยายามชี้แนะ

“เอางี้ คิดถึงภาพตัวเองต้องอยู่ตามลำพังกับผู้ชายสักคน ระหว่างคุณศรัณย์กับคุณอรุณฤกษ์ เห็นภาพตัวเองไหมคะ ลองคิดวาดภาพดูแล้วคุณจะรู้เองว่าคุณมีความสุขที่สุดตอนอยู่กับใคร...คิดถึงภาพตัวเองออกแล้วใช่ไหมคะ” ดวงสวาทเห็นรินทำท่าคิด

รินส่ายหน้าคิดไม่ออก ดวงสวาทถามแล้วคิดอะไรอยู่ รินตอบว่าคิดถึงหน้าพ่อแม่ ท่านคงเสียใจที่เห็นเราไม่เชื่อฟัง ตั้งแต่เล็กท่านดุด่าว่ากล่าวก็เพื่อให้เราได้ดี ถ้าตนทำอย่างที่เธอว่า คนอื่นก็จะว่ากล่าวท่านได้ ว่าไม่รู้จักสั่งไม่รู้จักสอน ตนทำไม่ได้จริงๆ...ดวงสวาทเหมือนโดนด่ากลับ สายตบมือสะใจแสบเข้าไปถึงทรวง รินเดินเลี่ยงไป ดวงสวาทยังงงๆหันมาถามสายว่าเจ้านายเธอด่าตนหรือเปล่า สายรีบบอกว่าไม่ได้ด่าเธอ แต่...ถ้าพ่อแม่เธอก็ไม่แน่ หญิงสาวตาโพลง

รินกลับห้องทำกลอนเองจนนิ้วเจ็บ แล้วชูกุญแจยิ้มย่อง ไม่ทันไรเสริมเข้ามารายงานว่าคืนนี้ศรัณย์จะนอนค้างในหมู่บ้าน รินร้องโธ่...เสริมเข้าใจว่าเสียดาย ที่สามีไม่กลับมานอนด้วย จึงบอกให้อดใจไว้ รินหน้าเสียแก้ตัวไม่ใช่อย่างนั้น แต่เสริมหัวเราะคิกเดินออกไปเสียแล้ว

ooooooo

ศรัณย์ โชติและเสนอหมั่นเข้ามาคุยกับชาวบ้าน เพื่อสร้างความสนิทสนม กำนันคล้ายแนะว่าต้องสร้างความน่าเชื่อถือก่อน ด้วยการปราบโจรปล้นควาย มันเป็นพวกวัยรุ่นนักเลงปลายแถว และเขาต้องจับคนเดียว โชติกับเสนอจะค้าน แต่ศรัณย์รับปากคล้ายสาธยายว่าโจรก๊กนี้ปล้นควายมาเรื่อยไล่ขึ้นมาจากสตูล คืนนี้เดือนมืด พรรคพวกส่งข่าวมาบอกให้ระวังตัว บ้านนายเปลี่ยนหลังนี้มีควายเยอะที่สุด ตนว่าจะพาเปลี่ยนและลูกเมียออกไปพักที่อื่น ให้ศรัณย์นอนบ้านนี้คนเดียวเพื่อแสดงฝีมือจับโจรให้ชาวบ้านเห็น

ศรัณย์วางกับดักเอาเชือกกล้วยและเสื้อผ้าเก่ามาทำหุ่นฝางสามสี่ตัว แล้วนั่งรอพร้อมปืนคู่กายที่หน้าบ้าน... เสนอกับโชติร้อนรนอยู่ที่บ้านกำนันคล้าย เห็นเขาเล่นกับนกเขาอย่างสบายใจ ก็แอบพยักพเยิดจะพากันไปช่วยศรัณย์ คล้ายหันมาดักคอถ้าคิดจะไปช่วยปลัดหน้าหล่อ ชาวบ้านก็จะคิดว่าได้ดีเพราะลูกน้อง เสนอห่วงว่าโจรตั้งหลายคนปลัดคนเดียวอาจพลาดท่าถึงตาย คล้ายเรียกชาวบ้านให้เข้ามา บอกว่าทุกคนมารอฟังผล เสนอโวยแทนที่จะไปช่วยจับโจร

ด้านดวงสวาทพอรู้ว่าศรัณย์ไปดักจับโจร เห็นรินเอาแต่นั่งร้อยมาลัยก็เคืองไม่รู้จักเป็นห่วง ไม่ท้วงให้เขาใช้ลูกน้องไปแทน...รินร้อยมาลัยจนเสร็จนำมาไหว้พระ อธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองศรัณย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ปลอดภัย

ในขณะที่ศรัณย์นั่งกอดปืน ผวาตื่นเพราะเสียงนกรอบๆบินพึ่บพั่บ ทำให้รู้ว่าพวกโจรมาจริง ศรัณย์เห็นโจรคนหนึ่งเปิดคอกควาย เสียงประทัดดังเปรี้ยงปร้าง โจรตกใจร้องลั่นว่าโดนยิง ควายวิ่งออกจากคอกด้วยตกใจ เหยียบโจรบาดเจ็บ โจรคนที่สองร้องบอกว่าพวกมันรู้ตัวสั่งถอย ศรัณย์กระตุกเชือกทำให้หุ่นฟางตั้งขึ้น โจรทั้งสามตกใจกราดยิงใส่ ศรัณย์เห็นประกายไฟก็รู้ว่าเป็นปืนไทยประดิษฐ์สองกระบอก ลูกซองหนึ่งกระบอก จึงดึงหุ่นฟางขึ้นอีกทีละตัวเพื่อหลอกให้โจรยิงจนหมดแม็ก แล้วถึงคราวที่เขาเผยตัวยิงใส่สามโจรร่วงทีละคนอย่างเท่

ฟ้าสาง เปลี่ยนกับเนื่องนั่งไหว้ศรัณย์ปลกๆที่ช่วยให้พวกตนไม่โดนปล้นหมดตัว ชาวบ้านเฮกันมาหอบผลไม้ให้เป็นของกำนัล คล้ายบอกเปลี่ยนให้ประกาศ ออกไปว่าปลัดคนใหม่ปราบโจรด้วยตัวคนเดียว ศรัณย์แย้งต้องการให้ปล่อยข่าวอีกอย่างคือ
“ปลัดศรัณย์จับพวกของเสือขาวที่มาปล้นควายได้”

โชติแปลกใจเพราะพวกนี้ไม่ใช่พวกเสือขาว คล้ายเข้าใจความคิดของศรัณย์ “ฉลาดมาก บอกออกไปตามที่คุณปลัดสั่ง บอกว่าเสือขาวมันไม่ได้ปล้นแต่คนรวย มันเปลี่ยนแผนแล้ว คนรวยคนจนมันไม่เว้น มันกลับมาปล้นควายชาวบ้านอีกแล้ว”
เสนอให้ย้ำด้วยว่า ปลัดจับโจรสี่รุมหนึ่งด้วย

ตัวคนเดียว เปลี่ยนรับคำแค่ไปคุยที่ร้านกาแฟ ไม่กี่วันก็รู้ไปถึงไหนๆ โชติเข้าใจแล้วว่าชาวบ้านจะได้หันมาเป็นหูเป็นตา คอยส่งข่าวมาให้ ไม่ใช่เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เหมือนก่อน ศรัณย์พยักหน้ายิ้มๆ

ooooooo

บ่ายวันนั้น ดวงสวาทเห็นรินนั่งซักผ้าท่าทางทะมัดทะแมงก็แปลกใจถาม ลูกสาวท่านเจ้าคุณ บ้านไหนให้ลูกซักผ้าเอง รินสะดุ้งทำทีเรียกเสริมให้มาทำต่อ บอกตนทำให้ดูแค่นี้พอ ดวงสวาทแกล้งชี้ว่าเสื้อตัวนั้นตนซื้อให้ศรัณย์ และชี้อีกหลายตัว ทำให้รินใจเสียพยักหน้ารับรู้

จากนั้นรินเข้าครัวเด็ดผัก พอเห็นดวงสวาทเดินมาก็รีบเรียกสายให้ทำต่อเกรงจะโดนจับผิดอีก ดวงสวาทเปรยเห็นศรัณย์ติดใจน้ำพริกลงเรืออยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหน รินบอกรสชาติพื้นๆ

ดวงสวาทเกทับ “เมื่อก่อนรัณกินแต่ไข่ดาว ไข่เจียว พอเริ่มสนิทกัน ฉันก็สอนให้เขาทานผักทานน้ำพริก ฉันขู่ว่าจะไม่นั่งกินไข่ไปตลอดชีวิตนะ เขาเลยยอม” เห็นรินหน้าเจื่อนจึงตะล่อม “คุณอรุณท่าทางเป็นคนสนุกสนานนะคะ ฉันชอบอัธยาศัยเธอ ดูจริงใจอยู่ด้วยแล้วคงมีความสุข คุณอรุณเป็นอย่างนั้นใช่ไหมคะ”

“แล้วสามีที่คุณแต่งงานด้วยล่ะคะเป็นคนยังไง” ดวงสวาทสะอึกสวนว่าถามทำไม รินตอบ “เราคุยกันเรื่องนิสัยใจคอของคนอยู่ไม่ใช่หรือคะ”

“ดิฉันเริ่มแน่ใจแล้วว่าคุณไม่ได้เรียบง่ายใสซื่อ เหมือนชุดจืดๆที่คุณใส่”

“ดิฉันก็คิดมาทั้งคืนเหมือนกัน ว่าคุณเป็นคนยังไงกันแน่”

“ฉันกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว เพราะรักศรัณย์!”

“จริงค่ะ คุณดูเศร้า ดูมีเหตุผลที่กลับมาหาศรัณย์ จนบางครั้งฉันสงสารคุณจับใจ แต่ที่น่าเสียใจคือคุณไม่มีดิฉัน ไม่มีพ่อแม่ดิฉัน พ่อแม่คุณศรัณย์อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย”

“นี่สินะตัวจริงของคุณ คุณไม่ได้อ่อนแอหลบอยู่ หลังราวตากผ้า คุณเป็นคนฉลาดมีสติปัญญาพอตัวทีเดียว”

รินกล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นว่าเธอเตือนสติให้ตนคิดถึงชีวิตตัวเอง ตนเลยเตือนสติเธอบ้างเท่านั้นเอง... ดวงสวาทอึ้งที่ต่อไปคงต้องเหนื่อยเพราะหล่อนน่ากลัวกว่าที่คิด

ขณะเดียวกันที่บ้านกำนันคล้ายจัดเลี้ยงฉลองที่ศรัณย์จับโจรได้ ชาวบ้านช่วยกันล้มหมูมาร่วมวงทั้งหมู่บ้าน เสนอแอบกระซิบกับโชติว่าทีอย่างนี้หัวเราะร่วน คราวหน้าจะแกล้งอะไรอีก คล้ายได้ยินแทรกเสียงเข้มว่า ศรัณย์เป็นคุณหนูของเขาแต่เป็นปลัดของอำเภอ ถ้าใจเสาะก็กลับบ้านไป แต่ตอนนี้ชื่อของปลัดศรัณย์ดังไปทั้งปักษ์ใต้ ชาวบ้านเฮเห็นด้วย

โชตินึกได้ว่าวันนี้ศรัณย์มีนัดกับนายอำเภอเพื่อจดทะเบียนสมรส ศรัณย์ปัดเอาไว้วันหลัง วันนี้ตนจะค้างที่นี่อีกคืน โชติแซวนึกว่าอยากกลับ เห็นกำลังข้าวใหม่ปลามัน เสนอกระซิบ

“แกคงกลัวโดนผู้หญิงเข้าหาน่ะครับ” โชติตื่นเต้นใครกัน เสนอร้อง “เอ๊...พวกคุณนี่ บ่าวดีๆเขาไม่นินทานายหรอกครับ...แฟนเก่าแกนั่นล่ะมาอยู่ที่บ้าน”

คล้ายเงี่ยหูฟังเสนอนินทานาย ในขณะที่ศรัณย์เดินแยกออกมายืนมองวิวมองฟ้า นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนกับดวงสวาท เสนอรู้ใจเจ้านายดีบ่นกับโชติ

“เฮ้อ คุณดวงนะคุณดวง น่าจะมีความละอาย ยอมกลับกรุงเทพฯไปเสียที”

“เกิดมาหล่อเลยต้องกลัวผู้หญิงเข้าหา น่าสงสารจริงๆปลัดผม” โชติรำพึง

“มีที่ไหนวะผู้ชายกลัวผู้หญิง ไม่มีหรอกโว้ย ที่ไอ้กลัวๆน่ะ กลัวใจตัวเองทั้งนั้น” คล้ายพูดอย่างผู้ใหญ่ที่อาบน้ำร้อนมาก่อน

พอศรัณย์สงบจิตใจได้ คล้ายถามถึงแผนต่อจากการกระจายข่าวให้ชาวบ้านกลับมาเป็นศัตรูกับเสือขาว ศรัณย์ขอข้อมูลของเสือบางว่ามีญาติพี่น้องที่ไหนบ้าง รายละเอียดเหล่านั้นจะช่วยได้มาก คล้ายจึงเล่าให้ศรัณย์ โชติและเสนอฟัง

ooooooo

ในวันเดียวกัน แก้วกลับจากงานบุญ สายกับเสริมรายงานเรื่องดวงสวาทเป็นมือที่สาม คอยนั่งเฝ้าประตูรอศรัณย์กลับ ไม่ทันไรอรุณเดินเข้ามา สายบอกนั่นก็มือที่สี่หายไปสองวันมาอีกแล้ว แก้วกลัดกลุ้มถามหาตัวศรัณย์

ในสวน รินนั่งปักผ้า อรุณเข้ามาขอเป็นฝ่ายรักรินคนเดียว ขออยู่ในเมืองนี้ต่อไป สัญญาจะไม่เมา ไม่หาเรื่องอีก รินทำหน้าไม่ถูก แก้วเป็นห่วงจึงเรียกรินมาช่วยทำกับข้าว แก้วเน้นว่าให้ทำอาหารอร่อยๆหลายๆอย่างเพื่อเลี้ยงสั่งลาแขกที่มาเยือน ทั้งอรุณและดวงสวาทหน้าเสีย

แก้วให้เหตุผลว่า “พ่อศรัณย์กับบราลีไม่ได้รักกันมาตั้งแต่ต้น ฉันเป็นคนขอให้เขามาแต่งงานกันเทียบกับความสัมพันธ์ยาวนานที่พวกเธอมี เวลาเดือนกว่าๆที่นี่ คงสร้างความผูกพันไม่ได้มากนักหรอก ฉันอยากขอโอกาสให้เขาทั้งสองคน...โอกาสที่พวกเธอทิ้งไป”

ดวงสวาทเหน็บว่าแก้วตรงประเด็นเสมอ อรุณงงตนทิ้งโอกาสตอนไหน แก้วแจงว่าเขาสนิทสนมกับรินมาก่อน ทำไมไม่ให้พ่อแม่มาสู่ขอ สายร้องโป๊ะ! แสกหน้าเลย ทุกคนสะดุ้ง สายแก้ตัวว่าเฉาะมะพร้าวน้ำหอม...แก้วหันมาสอนดวงสวาท เสียใจด้วยที่การแต่งงานไม่เป็นดั่งที่หวัง มีปัญหาแล้วหนี ความทุกข์จะหายไปได้อย่างไร ต้องกลับไปพระนคร ไปแก้ที่ตัวปัญหา...

สายเฉาะมะพร้าวอีกลูกร้องโป๊ะ! อีกแล้ว ดวงสวาทแย้งเสียงเข้ม “คุณน้าอ้างสิทธิ์ความเป็นสามีภรรยาที่งานแต่งงาน แล้วสามีภรรยาในแง่อื่นล่ะคะ มีสิทธิ์แค่ไหน”

คราวนี้แก้วเป็นฝ่ายอึ้ง ศรัณย์เดินขึ้นเรือนมากับเสนอ หยุดชะงักฟัง แก้วถามดวงสวาทหมายถึงอะไร เธอประกาศกร้าวว่าเธอกับศรัณย์เป็นสามีภรรยาโดยพฤตินัย...ศรัณย์หลับตาถอนใจที่แม่รู้จนได้ รินเสียใจอย่างเห็นได้ชัด เสนออุทาน “โอ๊ะ! เหนอหน้าตกใจ”

ดวงสวาทสาธยายให้แก้วฟังว่า เหตุเกิดเมื่อตอนไปเที่ยวหัวหิน แม้ไปกันหลายคนแต่ความรักของตนกับศรัณย์ก็หยุดไม่อยู่ ความผูกพันทางกายของเรา ศรัณย์ไม่มีวันลืมได้ สายตาโพลงถือพร้าค้าง โป๊ะไม่ออก ดวงสวาทหันมาพูดกับริน

“คุณบราลีคงคิด ไม่มีผู้หญิงคนไหนมานั่งพูดเรื่องนี้...ค่ะ ดิฉันคนหน้าไม่อาย มันถึงคราวจำเป็นแล้วที่ดิฉันจะต้องพูดความจริง ความจริงที่เจ็บปวดที่มันคาอยู่ในใจเราทั้งสองคน”

แก้วช็อกเดินหนีออกมา เจอศรัณย์ทำหน้าขอโทษ แก้วให้ตามไปคุยในห้อง...ด้วยความผิดหวัง แก้วต่อว่ายกใหญ่ที่ชิงสุกก่อนห่ามแจงข้อเสีย “ผู้ชายเสียยังไงรู้ไหม เสียโอกาส เสียอนาคต แทนที่จะมีเวลาค่อยๆเลือก ค่อยๆหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง นี่ต้องมานั่งชดใช้กรรมที่ทำไปกับผู้หญิงคนหนึ่งด้วยอารมณ์” ศรัณย์รับว่ากำลังรับกรรมนั้นอยู่ “ใช่...จะรับไปตลอดชีวิตนับจากนี้ คอยดูไปเถอะ...แล้วเมื่อคืนนี้กับแม่ดวงสวาทน่ะมันยังไง ใจอ่อนกับเขาอีกแล้วใช่ไหม”

ศรัณย์ยืนยันว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนอยู่ในห้องกับดวงสวาท ตนเห็นผ้าม่าน เห็นดอกไม้ ได้กลิ่นบุหงารำไปที่อยู่รอบตัว เหมือนผู้หญิงคนนั้นมายืนมองเธออยู่เต็มบ้านไปหมด...แก้วยิ้มคลายความโกรธลงทันที สิ่งที่ตนคิดเป็นจริง เรื่องเล็กน้อยมีสิ่งยิ่งใหญ่อยู่ในนี้...ความรัก ใครก็ตามที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ ก็เหมือนได้รับความรัก ...แก้วตบเข่าฉาด ความรักชนะเสน่หา

“รักเลยหรือครับ ผมว่ายังห่างไกลนะ เอาแค่ความเกรงใจดีกว่าไหม ผมคุ้นเคยกับดวงสวาทมากกว่า แค่หล่อนมองผมก็รู้แล้วว่าหล่อนต้องการอะไร ความรักที่มีต่อดวงสวาท บ่มเพาะมาสิบๆปี แต่กับบราลีแค่เดือนกว่าๆ ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นใคร” แก้วให้ใช้เวลาพิสูจน์ ดูกันยาวๆว่าใครกันแน่คือภรรยาที่ดีที่สุด ศรัณย์ข้องใจ “ธรรมชาติของคน รักและผูกพันกับผู้หญิงได้หลายคน แต่ลูกผู้ชายที่แท้จริงจะมีเมียแค่คนเดียว เราควรเลือกใคร จะรู้ได้ยังไงครับแม่”

“เลือกเมียด้วยอารมณ์รัก ถ้ารักนั้นมั่นคงก็อยู่ได้ตลอดชีวิต แต่เมียที่เป็นเมียแก้วเมียขวัญ คือสมบัติอันล้ำค่า อยู่ด้วยแล้วมีแต่ความเจริญ นอกจากรักแล้ว จะต้องมีความเหมาะสมกันด้วย”

แก้วยกตัวอย่างช้อนกับส้อม ปากกากับกระดาษ ศรัณย์ยิ้มพอจะเข้าใจ...ศรัณย์เดินกลับเรือนใหญ่ มีน้ำบางอย่างราดลงมาจากหน้าต่าง เขาชะงักเพราะมันคือน้ำหอม เขาโกรธมากรีบเดินเข้าเรือนไปต่อว่าริน รู้ไหมว่าน้ำหอมนั่นแพงแค่ไหน ทิ้งแบบนั้นได้อย่างไร เธอจึงสวนว่าไม่ทิ้งก็ได้เอาไว้แพ่นหัวคนจะได้สมราคา รินทำท่าเอาขวดจะแพ่นหัว ศรัณย์จับมือเธอยื้อกันไว้

“หล่อนแก้ไขอดีตได้ไหม หรือเกิดมาหล่อนไม่เคยทำผิด”

“ดิฉันเพิ่งเข้าใจ ทำไมถึงผูกพันกันนักหนา ทั้งเป็นเพื่อนเล่น เป็นเพื่อนเรียน มาเป็นคู่รักแล้วยังจะ เอ้อ...” รินกระดากปากที่จะพูด

ศรัณย์แย้งว่าตอนนั้นตนกับดวงสวาทไม่ใช่เด็ก เรียนจบแล้ว นึกว่าอย่างไรก็ต้องแต่งงานกัน เราคุยกันถึงเรื่องแต่งงานไปจนถึงเรื่องลูก รินสะเทือนใจบอกเรายังไม่ได้จดทะเบียนกัน งานแต่งก็เล็กๆอยู่ปักษ์ใต้ สังคมของเราอยู่พระนคร เราหยุดทุกอย่างยังทัน ศรัณย์อึ้ง รินบอกอีกว่าเขาเคยบอกว่าลืมผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ ตนคิดว่าตนควรกลับบ้าน เขาใจหายวูบพาลโกรธหาว่าเธอทำเป็นโมโหเพราะอยากกลับไปกับอรุณ ไปเป็นเศรษฐินีดีกว่าเป็นเมียปลัด

“บ้าสิ ฉันไม่เคยคิดอย่างนั้นสักหน่อย”

ศรัณย์ไล่ให้รินกลับไปเลย เสนอโผล่เข้ามาพอดี ศรัณย์จึงบอกให้เขารอรับรินกลับไปพร้อมอรุณ สั่งเสร็จเดินปึงปังเข้าห้อง เสนอหัวเราะคิกนี่แหละลมเพชรหึง รินอายเดินหนี

คืนนั้น อรุณคุยเครียดกับดวงสวาท ต่างไม่อยากกลับ เสนอเสนอหน้าเข้ามาบอกว่าพรุ่งนี้รถไฟจะออกบ่ายโมง ให้ทั้งสองเตรียมตัว...ส่วนแก้วเปรยกับสายว่าพรุ่งนี้จะมีคนกลับสักกี่คน สายเกรงว่าจะไม่มีใครกลับเลย อยู่เป็นสี่คนผัวเมีย แก้วหน้าเสียหวั่นใจ

ooooooo

ค่ายโจรในป่า เสือขาวเป็นคนมีอาคมมนต์ดำ ทำให้ใครๆเกรงกลัว มีลูกน้องคนสนิทคือเสือบาง เสือกิจ มีนางบำเรอสี่ห้าคนในค่าย ยกเว้นเสือบางที่มีเมียเดียวคือนิ่มลูกสาวกำนันคล้าย ข่าวเสือขาวปล้นควายชาวบ้านมาถึงหูทำให้เขาปักใจว่าคล้ายเป็นคนปล่อยข่าว จึงคิดจะสั่งสอน

เช้าวันใหม่ รินกำลังแต่งตัวอยู่ในห้อง ศรัณย์เคาะประตูให้เปิด เธอถามมีอะไร ขาดคำเขาก็ถีบประตูโครมเข้ามา รินโวยว่าตนทำกลอนทั้งวัน ศรัณย์ให้เธอเก็บของใส่กระเป๋า เธอหน้าเจื่อนต้องการให้กลับพระนครจริงหรือ เขาปรี่เข้าเก็บของให้เธอเอง รินเข้าแย่งตนเก็บเองได้

“คนบ้า หาว่าฉันอยากไปพระนคร คุณต่างหากที่อยากจะไล่ฉัน คุณต่างหากที่อยากอยู่กับคู่รักเก่า ก็ดี ฉันจะได้กลับบ้านเสียที” รินตาแดงกลั้นน้ำตา

ศรัณย์ถามออกจากบ้านแค่นี้ต้องทำตาแดงๆด้วยหรือ รินเสียงแข็งไม่ได้ร้องไห้ จะได้กลับบ้านจะร้องทำไม ศรัณย์แอบขำ...เสนอรับกระเป๋าไปใส่รถ รินเห็นมีกระเป๋าอยู่ในรถอีกใบก็แปลกใจ ศรัณย์เร่งให้รีบขึ้นรถก่อนจะสายมาจนถึงทางเข้าหมู่บ้าน รินจึงรู้ว่าไม่ได้ส่งตนสถานีรถไฟ ศรัณย์ว่าเธอคิดเองเออเอง คิดหรือว่าตนจะให้กลับไปเสวยสุขกับอรุณ รินโวยตนไม่ใช่คนมักง่ายอย่างเขา เสนอขับรถไปหัวเราะเจ้านายไปบอก “เอาเถอะครับ ออกมาแบบนี้จะได้มีเวลาส่วนตัวบ้าง”

“ไอ้นี่วอนถูกเตะ เวลาส่วนตัวอะไร ฉันแค่ไม่อยาก เสียหน้า แต่งงานไม่ถึงอาทิตย์ เมียหนี คนเขาจะหาว่าไร้น้ำยาโว้ย...”

รินมานั่งในบ้านกำนันคล้ายอย่างงงๆ ศรัณย์ให้คล้ายหาบ้านพักให้ บอกมีแผนจะทลายก๊กเสือขาว คล้ายงงมาปราบโจรแต่เอาเมียมาด้วย ศรัณย์อ้ำอึ้งอ้าง

“เอามา...เอ้อ...ก็ผมเพิ่งแต่งงาน ยังไม่รู้ต้องค้างที่นี่นานเท่าไหร่ ก็เอามาด้วยไม่ได้หรือ”

“อ้อ ผู้หญิงคนที่จะเข้าหา เราไม่อยากให้เข้า แต่คนนี้เราอยากเข้า เราเลยพกติดตัวมาด้วยว่างั้น ฮ่าๆๆ” คล้ายพูดเสียงดังจนรินอายหน้าแดง ต่อว่าพูดถึงผู้หญิงควรมีมารยาทกว่านี้ คล้ายเบรกเสียงหัวเราะเอี๊ยดจ้องรินหน้าดุ เธอรีบขอโทษอึกอักๆว่าตนกับศรัณย์ยังไม่ได้...คล้ายโพล่งออกมา อ๋อ...ยังไม่ได้เป็นผัวเมียกันจริงๆ รินอายหนักกว่าเดิมเอ็ดว่าเขาจะเสียงดังแบบนี้ทุกเรื่องไม่ได้ คล้ายว่าจะอายทำไม “นี่แม่หนูรู้ไหม คนมุสลิมน่ะมีบทบัญญัตินะ คุณโชติบอกไปสิ เสียงดังๆนะเบาๆแม่หนูคนนี้ไม่ชอบ”

รินค้อนเล็กๆที่คล้ายแปลความหมายเป็นอื่น โชติอธิบายว่า พระผู้เป็นเจ้าได้สร้างชายและหญิงให้มีลักษณะแตกต่างกัน เมื่อหลอมรวมกันแล้วจึงกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สมบูรณ์ แต่หากแยกจากกันก็จะมีความบกพร่องที่ต้องได้รับการเติมเต็ม ด้วยเหตุนี้ หน้าที่ของภรรยาจึงต้องยินยอมเรื่องเพศสัมพันธ์ ภรรยาจะต้องยินยอมให้สามีมีเพศสัมพันธ์ตามปกติวิสัย”

คล้ายตบเข่าฉาด บอกแล้วว่ามีเรื่องเพศสัมพันธ์ รินอายมากที่ทุกคนหันมองรีบลุกเดินหนี คล้ายแกล้งเสียงดังไล่หลังจะอายทำไมกับเรื่องธรรมชาติ กลับมาคุยให้รู้เรื่องก่อน ทุกคนหัวเราะ

ooooooo

ทางบ้านศรัณย์ อรุณกับดวงสวาทถือกระเป๋ามองเข้าไปในบ้าน แก้วเอ่ยอย่าหาว่าเสียมารยาท บ้านนี้เล็กจะอยู่หลายคนคงลำบาก และไม่ต้องมองหาศรัณย์กับริน เพราะทั้งสองเข้าไปค้างในหมู่บ้านตั้งแต่เช้า ศรัณย์ต้องไปจับโจรหลายวันจึงพาเมียไปด้วย

ดวงสวาทกำหมัดแน่นเจ็บใจ อรุณเป็นห่วงรินเมื่อรู้ว่าที่นี่มีโจร แก้วให้ทั้งสองคนตัดใจแล้วกลับพระนครไปตั้งต้นชีวิตใหม่...เสนอขับรถไปส่งทั้งสองที่สถานีรถไฟ แล้วกล่าว ไปแล้วไปลับ ไม่กลับมาอีก แล้วยกมือไหว้ลา ดวงสวาทเคืองบ่นกับอรุณว่า แก้วพูดเหมือนง่ายให้เราตัดใจจากคนที่เรารัก อรุณเห็นด้วยคิดว่ากลับไปคราวนี้จะต้องหาอะไรทำสักอย่าง

แต่ดวงสวาทกลับคิดอีกแบบ ไม่ยอมกลับไปอย่างผู้แพ้แน่ๆ คิดแล้วก็หอบกระเป๋าลงจากรถไฟขณะที่อรุณเดินไปเข้าห้องน้ำ...พออรุณกลับมาก็แปลกใจเธอหายไปไหน รถไฟเคลื่อนขบวน อรุณมองไปนอกหน้าต่างเห็นดวงสวาทถือกระเป๋าเดินอยู่ที่ชานชาลา...

บริเวณบ้านกำนันคล้ายมีเรือนหลังเล็ก น้อยพาศรัณย์กับรินมาพัก ซึ่งเดิมเป็นเรือนที่ปลูกให้ลูกชายที่เสียไป น้อยยอมรับว่าตนกับสามียังเสียใจมาก รินปลอบใจ ว่าเขาเป็นคนดีคงไปเกิดเป็นเทวดาแล้ว รินเห็นมีห้องนอน ห้องเดียวจึงขอมุ้งเพิ่มอีกหลัง น้อยแปลกใจศรัณย์เปลี่ยนเรื่อง บอกว่ารินขอใช้ครัวอยากทำน้ำพริกลงเรือ รินงงตนพูดเมื่อไหร่ น้อยให้ไปทำที่เรือนใหญ่ รินไม่พอใจจึงดึงศรัณย์ให้มาเป็นลูกมือ

ศรัณย์ทำอะไรไม่เป็น รินสอนให้หั่นผัก ทำให้เขารู้ว่าการทำอาหารยุ่งยากไม่เบา รินคิดถึงที่ดวงสวาทบอกเป็นคนสอนให้ศรัณย์กินผักน้ำพริกเป็น จึงเอ่ยถาม “ทุกครั้ง ที่คุณทานน้ำพริก คุณจะคิดถึงหล่อนไหม” ศรัณย์งงหมายถึงใคร รินกลบเกลื่อน “ท่านเจ้า เอ้อ คุณพ่อดิฉันเคยบอกว่า คุณรักงานมาก คุณตั้งใจจะปราบเสือขาวจริงๆหรือคะ”

ศรัณย์แปลกใจที่เจ้าคุณบำรุงรู้เรื่องของตน รินเน้นว่าท่านคิดว่าเขาเป็นหลานเสมอมา เขาบอกจะพยายามเชื่อ เพราะหลังจากที่พ่อตาย ไม่เคยเห็นใครสักคนโผล่มา รินบอกว่าตอนนั้นท่านอยู่ต่างประเทศ แล้วรินเอ่ยถามถึงเรื่องพ่อเขาล้มละลาย เขายอมรับว่าเพราะถูกโกงโดยคนที่เป็นข้าราชการด้วยกัน ศรัณย์นึกถึงอดีตอันเจ็บปวด

มีเพื่อนมาชวนให้พ่อเอาเงินที่มีทั้งหมด รวมทั้งโฉนดบ้านมาซื้อที่ดินที่บอกว่ามีสายแร่ มีสัมปทาน สุดท้ายก็ถูกหลอกทำให้พ่อเสียใจดื่มเหล้าจนเมาแล้วยิงตัวตาย...ด้วยเหตุนี้ทำให้ศรัณย์ต้องการเป็นข้าราชการมือสะอาด ช่วยเหลือชาวบ้านไม่ให้เสียประโยชน์ แผ่นดินจะได้สงบสุข รินฟังแล้วทึ่งในตัวเขามาก ศรัณย์เห็นรินมองก็ส่งสายตาเจ้าชู้ขยับเข้าใกล้ “มองหน้าฉันแบบนี้ สายตาแบบนี้หลงรักฉันแล้วล่ะสิ” รินว่าบ้าผลักอกเขา ศรัณย์ขำบอกที่จริงงานพวกนี้ก็สนุกดี

“ซ้อมยิงปืน อาจจะทำให้เครียด ทำงานพวกนี้ จิตใจอาจจะสบายกว่านะคะ”

ศรัณย์ยอมรับว่าเพลินจริงๆ ทั้งสองดูสนิทสนมกันมากขึ้น ศรัณย์เริ่มสนุกเมื่ออยู่กับริน...เมื่อคล้ายได้ลิ้มรสฝีมือของรินก็ชมเปาะ เหตุนี้เองถึงพามาด้วย รินหน้าแดงอายๆ

ค่ำนั้น รินไม่กล้าเข้านอน นั่งรอศรัณย์ซึ่งคุยอยู่ที่เรือนของคล้าย พอเขากลับมาเห็นเธอนั่งหาวก็ติงจะรอทำไม รินทำทีให้เขาเข้านอนก่อน ศรัณย์มองไปเห็นมีมุ้งกางคู่กันสองหลังก็เย้า

“อ้อ มุ้งห่างกันแค่นี้ ถ้าเข้านอนก่อนกลัวโดนลักหลับ เลยให้ฉันหลับไปก่อนว่างั้น”

รินนึกคำเถียงไม่ออก ศรัณย์ได้ทีแกล้งถาม ตนทำหน้าที่สามีที่ดีตามที่โชติบอกแล้ว เธอทำหน้าที่เมียที่ดีหรือยัง รินโวยลั่น “นี่เลิกพูดเรื่องนี้เสียทีได้ไหม รู้ทั้งรู้ว่าคุณลืมดวงสวาทไม่ได้ และคุณไม่มีวันคิดกับฉันแบบนั้น คุณไม่มีวันเป็นดอกทานตะวัน ไม่มีชีวิตเพื่อพระอาทิตย์ดวงไหนอีก จำไม่ได้หรือ”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง หล่อนจะหนีไปเป็นเศรษฐินีกับนายอรุณฤกษ์วันใดวันนึงใช่ไหม”

“ฉันก็กลับบ้านฉันสิ พระอาทิตย์ของฉันอยู่ตรงนั้น ที่ฉันอยู่เพราะคุณพ่อกับคุณแม่ต้องการให้ฉันทำเพื่อท่าน ในหัวใจของฉันไม่มีทางมีคุณหรือผู้ชายคนไหน คุณไม่มีทางเป็นดอกทานตะวันของฉัน และฉันไม่มีวันเป็นดอกทานตะวันของคุณ!”

“งั้นเราก็ต้องอยู่กันแบบเพื่อน”

รินเสียงอ่อนลงว่าได้ใช่ไหม ตนจะมีความสุขมาก ศรัณย์ถามเป็นเพื่อนทำอะไรได้บ้าง รินสาธยายว่า นั่งคุยแบบนี้ ทำกับข้าวด้วยกันได้ แต่ต้องไม่ทำอะไรแบบโผล่มาตอนเช้าถึงเตียง เขาหยิกแก้มเธอสองข้างถามแบบนี้หรือ รินร้องให้ปล่อย ศรัณย์อ้างว่าเพื่อนเล่นเพื่อน เธอจะเล่นกับตนบ้างก็ได้ แล้วจับมือเธอมาแนบแก้ม ดึงตัวมาใกล้ รินจึงหยิกหน้าเขาอย่างแรงจนร้องลั่น

“สมน้ำหน้า เห็นฉันเป็นของเล่นทุกทีเลย” รินสะใจ ศรัณย์หัวเราะมีความสุข บอกให้รินไปนอนให้สบายใจ ตนไม่มีวันขืนใจผู้หญิงคนไหน เพราะไม่ใช่วิสัย เพราะไม่ใช่วิสัยของลูกผู้ชาย ตนจะรอจนกว่าหัวใจเธอพร้อม รอวันที่เต็มใจ เต็มใจเปิดประตูด้วยมือเธอเอง รินยิ้มขอบคุณเขาอย่างจริงใจ ศรัณย์มุดมุ้งเข้านอน รินจึงเข้าอีกมุ้งนอนบ้าง ในใจคิดว่าจะมีวันนั้นได้อย่างไร ในเมื่อเขามีดวงสวาทอยู่เต็มหัวใจ

รุ่งเช้า ศรัณย์กับโชติไปเฝ้าดูบ้านของใบซึ่งเป็นพ่อของเสือบาง จึงรู้ว่าเขาแก่จนตาฝ้าฟาง ไม่มีใครคบหาเพราะโกรธที่ลูกเป็นโจร ศรัณย์รู้มาว่า เสือบางส่งข้าวส่งน้ำให้พ่อเป็นประจำ ด้านรินคิดหาทางช่วยศรัณย์อีกแรง จึงเลียบเคียงน้อยถึงเรื่องนิ่มลูกสาวที่ถูกฉุดไปเป็นเมียโจร น้อยเล่าว่าเพราะบางเป็นคนไม่ทำงานทำการ คล้ายจึงไม่ชอบ สิบปีแล้วที่ลูกถูกฉุดไป ตนเฝ้ารอให้ลูกกลับมา ชาตินี้คงตายตาไม่หลับถ้าไม่ได้พบหน้าลูก รินคิดว่านิ่มคงไม่กล้ากลับมามากกว่า...

โชติเห็นว่ารอมาทั้งวันแล้ว เสือบางคงไม่โผล่มา แต่ศรัณย์บอกว่าตนได้ยินเสียงกะลาตักข้าวสารขอดถัง แสดงว่าข้าวจะหมด เสือบางต้องมาส่งข้าวพ่อแน่ โชติทึ่งที่ศรัณย์สังเกตขนาดนี้

ผ่านไปหนึ่งคืน รินสวดมนต์ให้พระคุ้มครองศรัณย์และโชติ...เช้าวันใหม่ น้อยพาคนในหมูบ้านมาพบรินเพราะพวกเขาอยากเห็นภรรยาคนสวยของปลัด รินจึงใช้วิธีผูกมิตรกับทุกคนด้วยการแนะนำให้รู้จักถึงการดูแลหน้าตาผิวพรรณให้สวยสะอาดเพื่อสามีจะได้สบายตาสบายใจ

คล้ายเล่นกับนกเขาเพลิน หันมาเห็นน้อยและสาวๆ หน้านวลผ่องก็ตกใจ หาว่าเป็นฝูงลิง รินไม่พอใจตำหนิว่า ภรรยาแต่งตัวสวยก็เพื่อให้สามีดู น่าจะมีน้ำใจชมกันบ้าง คล้ายย้อนว่า ผู้หญิงสวยสรรพเมื่อไฟดับ...รินโวยว่าดูถูกผู้หญิง ไม่เห็นจะจริง แต่สาวๆกับเห็นด้วยกับคล้าย

“คุณเพิ่งแต่งงาน เรื่องพวกนี้อย่าให้ขาดเชียวนะ ทำงานเหนื่อยๆมา นี่ล่ะกำลังใจที่ดีที่สุด ก้นถึงฟาก ปากถึงข้าว...บนฟูกก็ต้องให้ถึงใจ” ว่าแล้วสาวๆก็หัวเราะกันครืน

รินหน้าแดง น้อย เนื่องและสาวๆพารินมาหัดทำพวกจักสาน ต่างเล่าเรื่องรันทดที่ถูกพวกเสือขาวปล้นบ้านฉุดคร่าลูกสาวไป บ้างก็สามีถูกฆ่าตายจนตัวเป็นบ้า รินตกใจจึงรับปากจะบอกปลัดให้จับโจรให้ได้และช่วยลูกหลานกลับมา

เย็นวันนั้นศรัณย์กลับมา รินพาสาวชาวบ้านมาขอร้องให้เขาจับเสือขาวให้ได้แล้วพาลูกหลานพวกเธอกลับมา ศรัณย์รับปาก ทุกคนกลับไป เขาหันมาติงรินว่าทำแบบนี้มันเป็นการกดดัน รินแย้งนี่คือการให้กำลังใจต่างหาก เขาจะได้มีเป้าหมาย ศรัณย์ถอนใจ เตือนอย่าใจอ่อนแบบนี้อีกเพราะอาจถูกหลอกเข้าสักวัน รินชี้แจงว่าที่ทำเพื่อให้เขารู้ว่าทุกคนเชื่อมั่นในตัวเขา

ooooooo

ปดิวรัดา

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด