ตอนที่ 3
อรุณฤกษ์กลับจากเที่ยวเชียงรายกับเพื่อนๆถึงสองเดือน หอบของมาฝากสาวๆบ้านบำรุงประชากิจ จึงเพิ่งรู้เรื่องรินเปลี่ยนชื่อเป็นบราลีจะแต่งงานวันนี้ ส่วนบราลีเปลี่ยนชื่อเป็นบรานีแถมถูกกำชับห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร อรุณตกใจทิ้งกำไลหยกที่เอามาฝากรินตกแตก
บรานีเล่ารายละเอียดที่รินต้องไปแต่งงานให้ฟัง อรุณหน้าเครียดจะไปดูให้เห็นกับตาว่ารินมีความสุขดี ถ้าไม่ตนจะพากลับ บรานีตกใจรีบมาบอกบุรณีเพื่อช่วยกันหาทางห้ามเกรงความจะแตก บุรณีตำหนิพี่สาวดูไม่ออกเลยหรือว่าอรุณชอบรินมานานแล้ว
เช้าวันใหม่ รินลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นศรัณย์อยู่ในชุดทำงานยืนมองอยู่ปลายเตียง ก็สะดุ้งลุกพรวดดึงผ้าห่ม กายโวยเข้ามาได้อย่างไร ศรัณย์ชูอุปกรณ์ที่ใช้งัด รินถามเข้ามานานเท่าไหร่แล้ว
“วันนี้หล่อนตื่นสายกว่าปกติ ฉันรู้คนเดียวว่าหล่อนเหนื่อยจากงาน แต่คนในบ้านคนอื่นคงคิดไปไกลว่าหล่อนเหนื่อยเพราะอะไรกันแน่”
รินหน้าแดง “ถ้ามาพูดอะไรบ้าๆแบบนี้ก็ออกไป เลยนะ”
“เฮ้อ...ภรรยาคนอื่นต้องกราบสามีก่อนนอน แต่หล่อนทำก้นกบฉันเกือบหัก ต่อไปนี้ฉันจะไม่คิดแล้วว่าหล่อนแสนดีเรียบร้อย หล่อนน่ะยัยผู้หญิงร้ายลึก”
“ดี...ระวังตัวไว้ให้มากๆเถอะ”
ศรัณย์แกล้งนั่งบนเตียง รินถดหนี เขาขำวางซองเงินให้บนหมอน บอกเมื่อวานเงินเดือนออกจึงเอามาให้ทั้งหมด รินถามแล้วเขาจะเอาที่ไหนกินใช้ เขาให้เธอจัดสรรให้กับเสนอเพราะเป็นคนซื้ออาหารกลางวันให้ตน รินข้องใจทำไมต้องทำแบบนี้
“ไม่รู้สิ คุณพ่อทำแบบนี้กับคุณแม่ ฉันก็ทำตาม ฉันเห็นหล่อนใช้เงินส่วนตัวทำนั่นนี่ให้บ้านนี้มาตลอด ฉันไม่อยากให้พ่อแม่หล่อนเอาฉันไปนินทา ฉันเองไม่มีความจำเป็นต้องใช้เงินเท่าไหร่ เอาไปเถอะ” พูดจบ ศรัณย์กลับออกไป รินรู้สึกดีกับเขาขึ้นมาบ้าง
ด้านครอบครัวดวงสวาท นริศมารายงานว่าดวงสวาทหนีไป มหินท์กับนิจตกใจเพราะลูกไม่ได้กลับมาบ้าน จึงถามทะเลาะอะไรกัน เขาเล่าว่าเรื่องขายวัง ทั้งสองยิ่งตกใจเพราะเห็นเรื่องเกียรติยศเงินทอง เป็นหลัก โวยวายนริศทำแบบนี้ไม่อายใครๆบ้างหรือ เอาสมบัติของราชสกุลมาขาย นริศเห็นว่ามันเป็นของ นอกกายไม่เกี่ยวกับเรื่องดวงสวาทหายไป พอดีคนรับใช้ เอาโทรเลขจากดวงสวาทมาให้ มหินท์รีบเปิดอ่าน “ไม่ต้องห่วง จะพักอยู่บ้านสุนันทา สบายใจแล้วจะกลับ”
นริศโล่งใจขึ้นเมื่อรู้ว่าดวงสวาทปลอดภัยไปอยู่กับลูกพี่ลูกน้องที่นครศรีธรรมราช แต่มหินท์กับนิจ ยังซักฟอกเรื่องที่เขาขายวัง...
ในขณะเดียวกันดวงสวาทยังเสียใจเรื่องศรัณย์แต่งงาน บอกชรัตน์ว่าจะไปอยู่กับน้องสาวที่นครศรีธรรมราช ชรัตน์จะแวะไปหาศรัณย์ก่อนขึ้นรถไฟกลับพระนคร ถามมีอะไรจะฝากบอก
“เขามีเจ้าของแล้ว ไม่ใช่ผู้ชายของฉันอีกต่อไป ฉันจะพูดอะไรได้อีกล่ะคะ” ดวงสวาทน้ำตาไหล ชรัตน์ ส่งยิ้มให้กำลังใจ...
ชรัตน์เล่าเรื่องนริศไม่ได้รวยจริงและดวงสวาทไม่รู้ว่าศรัณย์แต่งงานเลยใส่ชุดดำมา ให้ศรัณย์กับแก้วฟัง แก้วเปรยยุคสมัยนี้จะมีเจ้านายสักกี่คนที่รักษาสมบัติไว้ได้ แก้วย้ำกับศรัณย์ต้องตัดใจต่างคนต่างแต่งงานไปแล้ว ปัญหาใครใครต้องแก้ เราจะช่วยอะไรไม่ได้ ศรัณย์รับคำ แก้วสบายใจขึ้นจะไปทอดกฐินกับภรรยานายอำเภอสักสี่ห้าวัน ลูกมีภรรยาดูแลแล้วค่อยหมดห่วง
ศรัณย์เดินมาส่งชรัตน์หน้าบ้าน ชรัตน์นึกได้เล่าเรื่องก่อนหน้านี้ที่เจอบุรณี เธอบอกว่าตนจำผิดว่าพี่สาวคนที่ตนเจอชื่อบรานีไม่ใช่บราลี ตนแน่ใจว่าเจ้าคุณมีลูกสาวสองคน ศรัณย์หัวเราะ
“เขาคงเตรียมการมาบางอย่าง ดูเอาเถอะ ท่านเจ้าคุณคนนี้ไม่กล้ามางานแต่งฉันด้วยซ้ำ คนต่ำต้อยอย่างฉันจะไปว่าอะไรท่านได้ ท่านให้เราแต่งกับคนไหนก็ต้องแต่งกับคนนั้น”
“ถ้าแบบนั้น เจ้าสาวของนายเป็นใครวะ”
“เอาเป็นว่า ถ้าเจอพวกบำรุงประชากิจอีก นายก็รีบเข้าไปทำความรู้จัก ไปสืบมาให้ได้ว่าเรื่องราวมันยังไงกันแน่”
ชรัตน์รับปากทันทีเพราะถนัดเรื่องเข้าหาสาวๆอยู่แล้ว บุรณีก็สวยถูกใจ พูดแล้วคิดถึง ศรัณย์ดีดหูเรียกสติเพื่อน ชรัตน์ร้องลั่นด้วยความเจ็บ
ooooooo
ที่ว่าการปลัดอำเภอ ศรัณย์คุยกับโชติเรื่องเสือขาวเวลาปล้นมีการปิดหน้าตา ทำให้ไม่มีใครรู้จักว่าเป็นคนจากที่ไหน บ้างก็ว่าเป็นคนพัทลุง บ้างก็ว่าหาดใหญ่ นับเป็นโจรที่รอบคอบวางแผนมาดี โชติเห็นด้วยและบอกพักหลังชาวบ้านไม่ยอมให้ปากคำ ส่ายหน้าหนีกลัวมันหัวหด
ศรัณย์คิดว่าชาวบ้านไม่ได้กลัวแต่ไม่อยากยุ่งมากกว่า เพราะพักหลังเสือขาวปล้นแต่คนรวยไม่ได้ปล้นวัวควายหรือทรัพย์สินชาวบ้านอีก แล้วพวกเขาจะหาเรื่องเดือดร้อนทำไม โชติชื่นชมว่าศรัณย์พูดตรงดี ชาวบ้านผิดหวังกับคนส่วนกลางมานานจึงต้องปกป้องตัวเอง
“ที่ผมขอตัวคุณมาเนี่ย เพราะรู้ว่าคุณตั้งใจทำงาน เรามาช่วยกันนะครับคุณโชติ ทำให้ข้าราชการเป็นที่พึ่งของประชาชนอีกครั้ง”
“ผมเป็นคนที่นี่ ถ้าคุณจริงใจกับชาวบ้านอย่างเราๆ ผมช่วยเต็มที่”
ศรัณย์ยิ้มรับแล้วถามไม่มีใครรู้จักพวกเสือขาวบ้างเลยจริงหรือ โชติบอกว่ามีเสือบางที่พอจะรู้ว่าเป็นลูกเขยของกำนันคล้าย แต่ไม่ได้ญาติดีต่อกัน เคยเอาปืนไล่ยิงกัน ศรัณย์แปลกใจ
“ลูกสาวกำนันรักกับเสือบางก่อนที่เขาจะเป็นเสือ ทีนี้กำนันกีดกันเพราะเห็นว่าไอ้บางไม่ทำงานทำการ ไอ้บางโมโหมันเลยปล้นควายบ้านกำนันแล้วฉุดลูกสาวกำนันไป ประกาศตัวเป็นเสือบางตั้งแต่คืนนั้นครับ”
ศรัณย์เห็นว่าข้อมูลแน่นขนาดนี้ทำไมไม่พาตำรวจไปจับ โชติยิ้มแหยๆ ไว้ไปเจอกำนันคล้ายแล้วจะเข้าใจ...เสนอขับรถพาศรัณย์กับโชติมาบ้านกำนันคล้าย เขามีท่าทางกวนประสาทมาก ไม่ให้ความร่วมมือใดๆ ศรัณย์แปลกใจเป็นกำนันทำไมไม่ดูแลชาวบ้าน โชติเล่าว่าเสือบางเข้าปล้นหมู่บ้านหลายครั้ง กำนันกับลูกชายพาพวกไปปกป้องชาวบ้าน ทำให้ลูกชายคนเดียวถูกยิงตาย ศรัณย์เข้าใจแล้วว่ากำนันเลยกลัวเสือบางหัวหด เสียงกำนันคล้ายดังลั่น
“เฮ้ย!พูดให้ดีๆนะ เป็นปลัดก็ใช่ว่าจะมาพูดหมาๆได้ คนแถวนี้มันแรง รู้ไว้ด้วย”
โชติปรามกำนันให้ใจเย็น กำนันด่าศรัณย์ไอ้ลูกหมา ศรัณย์ชักปืนออกมายิงไปที่กระป๋องนมที่แขวนอยู่ไกลพอควร เป็นการแสดงให้เห็นว่าตนมีดีพอที่จะมาปราบโจร กำนันยังไม่เชื่อ
“สำอาง สะโอดสะองอย่างคุณ กลับไปลีลาศต่อพระนครเถอะ”
“มาช่วยก็ว่า ไม่มาก็หาว่าทอดทิ้ง จะเอาไง หา...” ศรัณย์เริ่มฉุน กำนันตวาดอยากตายด้วยความคึกคะนองก็ไปตายที่อื่นให้ไกลเมืองนี้ และว่าเสือพวกนี้มันเลิกปล้นชาวบ้านแล้ว มันจะเอาแต่เงินคนรวย ศรัณย์สวน แล้วเมื่อคนรวยถูกปล้นหมด มันจะไม่วกกลับมาปล้นชาวบ้านหรือ และที่ลูกชายตายไม่อยากแก้แค้นให้หรือ กำนันเสียงอ่อนลงว่าปล่อยไปตามบุญตามกรรม ศรัณย์รู้ว่ากำนันเห็นตนแล้วนึกถึงลูกชายตัวเองที่ตายเลยโกรธ
กำนันโดนจี้ใจดำยิ่งโมโห เสนอช่วยพูดว่าตนเป็นพี่เลี้ยงศรัณย์ตั้งแต่เด็ก ตนรับประกันว่าเขาชกต่อย ยิงปืนเก่งมากไม่แพ้โจรคนไหน กำนันมองหน้าแล้วบอกต้องทดสอบ กำนันให้เสนอถือของในมือ กางแขนเพื่อให้ศรัณย์ยิง เสนอขาสั่นพั่บๆ แต่แล้วศรัณย์ก็ยิงได้อย่างแม่นยำ ศรัณย์รู้ว่ากำนันต้องการให้พิสูจน์ฝีมือให้ชาวบ้านได้เห็น จากนั้นกำนันก็ยอมร่วมมือ...
ooooooo
บ่ายวันนั้นดวงสวาทโทรศัพท์ติดต่อญาติที่จะไปพักด้วย ปรากฏว่าทั้งครอบครัวไปเที่ยวหาดใหญ่ จึงเคว้งไม่รู้จะไปไหน
สายหอบกระเป๋าเสื้อผ้ามาลาออกกับริน เสริมหน้าเสียไม่อยากไป รินตกใจบอกแม่แก้วไม่อยู่จะมาลาออกแบบนี้ แม่กลับมาตนจะบอกว่าอย่างไร สายย้อนถามไม่คิดจะไล่ตนออกหรือ เพราะเห็นเธอแย่งทำงานทุกอย่าง รินอึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะยกมือไหว้ขอโทษสาย บอกที่ตนทำงานทุกอย่างเพื่อแก้เหงาไม่คิดจะแย่งงานเธอ สายรับไหว้แทบไม่ทันร้องลั่น เป็นคุณนายอะไรมาไหว้คนใช้ รินถอนใจบอกตนไม่ใช่ผู้ดีมาจากไหน สายเลือดคือๆกับเธอ สายงง รินเฉไฉ
“เกิดมาไม่มีชาติตระกูลค้ำคอมันก็สบายอย่างนี้แหละ จะไหว้ใครก็ได้นะ แม่สายอยู่ช่วยงานที่บ้านนี้
ไปก่อน ที่ผิดที่พลาดไปก็มาเริ่มกันใหม่นะ”
เสริมดีใจหอบกระเป๋ากลับห้องพัก สายยิ้มแหยๆ ไม่คิดว่ารินจะใจดีแบบนี้ ไม่ทันไรเสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น รินเดินมาเปิดประตู ทันใดก็พบดวงสวาทยืนหน้าเข้มพร้อมกระเป๋าเดินทาง แล้วเธอก็เป็นลมล้มลง รินตกใจเข้าประคองร้องให้คนในบ้านมาช่วย
ดวงสวาทฟื้นขึ้นมาบอกรินว่า เมื่อคืนนอนไม่หลับ ข้าวก็ไม่ได้ทาน แล้วเล่าว่าจะไปพักกับเพื่อนแต่เขาไม่อยู่ ไม่อยากนอนโรงแรมต่อไปคนเดียวเลยมาที่นี่ สายซึ่งแอบดูอยู่กับเสริมตื่นตูมตามนิสัยอุทาน “เอาแล้วเอาหล่า เมียเก่ากับเมียใหม่มาเจอกัน จะตบกันไหมล่ะฮึ”
ดวงสวาทร้องไห้จับมือรินขอโทษเรื่องเมื่อวาน รินปลอบว่าเดี๋ยวศรัณย์ก็กลับมา
“งานแต่งงานของคุณเป็นงานเล็กๆแต่กลับอบอุ่นเหลือเกิน งานแต่งงานของดิฉันมีแต่เรื่องหลอกลวง ฉันโชคไม่ดีเหมือนคุณ” ดวงสวาทร่ำไห้
สายผิดหวังที่ไม่มีการตบกันอย่างในละคร รถศรัณย์แล่นเข้ามา เสริมออกไปรายงาน ศรัณย์ตกใจรีบเข้ามาในบ้าน รินวางอาหารที่จัดให้ดวงสวาทแล้วจะเลี่ยงออกไป ดวงสวาทห้ามไว้ บีบน้ำตาเล่าเรื่องให้ศรัณย์ฟัง
“ดวงคลาดกับคุณชรัตน์ คุณจำสุนันทาได้ไหมคะ จะไปหาเขาเขาก็ไม่อยู่ คืนนี้คงต้องขอพักที่นี่ก่อน ดวงไม่เคยพักโรงแรมคนเดียว แต่ถ้าคุณจะให้ไป ดวงไปก็ได้ค่ะ”
ศรัณย์อ้ำอึ้งเกรงใจริน รินจึงเอ่ยปากให้ดวงสวาทพักที่เรือนเล็กได้ แล้วปล่อยให้ทั้งสองคุยกัน เสนอนั่งนิ่งไม่ยอมออก ศรัณย์เรียกชื่อ เสนอทำซื่อรับว่าตนชื่อเสนอ ชื่อเต็มว่าเสนอหน้า ศรัณย์ตบหน้าแข้งตัวเองเป็นการขู่อยากโดนใช่ไหม เสนอหน้าเสียคลานดุ๊กๆออกไป
เสนอออกมาติงรินไม่น่าปล่อยทั้งสองอยู่กันตามลำพัง รินเห็นใจที่ดวงสวาทมีปัญหากับสามีและที่เธอมาก็ไม่ได้มีเจตนามาขัดขวางงานแต่งงานของตน เสนอถอนใจเกรงถ่านไฟเก่าจะคุ
“ถ้าไว้ใจไม่ได้ก็ปล่อยมันคุขึ้นมาเสียตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าอยู่ๆไปไปคุเอาตอนหลัง ตอนที่เอ้อ...อะไรๆก็แก้ไขไม่ได้แล้ว”
เสนอเกาหัวแกรกๆที่รินใจดีเกินไป...ขณะเดียวกันดวงสวาทออดอ้อนให้ศรัณย์ป้อนข้าว อ้างไม่มีแรงจะสู้กับปัญหาชีวิต แล้วพยายามพูดคุยรำลึกความหลังที่จับมือกันครั้งแรก จูบกันครั้งแรก ศรัณย์จำได้แต่ทำเป็นปัดว่าลืม หญิงสาวจับใบหน้าชายหนุ่มอย่างสุดแสนเสียดาย เอ่ย
“ความอ่อนหวานของคุณ ความผูกพันแบบนั้น ดวงไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของแล้ว ดวงไม่มีสิทธิ์อีกแล้วใช่ไหม”
“เจ็บปวดใช่ไหม เพิ่งรู้สึกหรือ ผมเจ็บแบบนี้มาเดือนนึงแล้ว คุณแต่งงานก่อนผมเสียอีก จำไม่ได้หรือไง” แววตาศรัณย์โกรธกึ่งน้อยใจ
ดวงสวาทน้ำตาไหลพรากสารภาพว่าเลือกคนผิด อ้างเพราะเชื่อพ่อแม่ ขอให้เขาอภัยให้ ระหว่างนั้นอรุณเดินทางมาถึงตะโกนเรียกหารินหน้าบ้าน รินตกใจรีบออกมาเปิดประตูรับ เสริมมารายงานศรัณย์ว่ารินมีเพื่อนมาคุยอยู่ในสวน จับมือถือแขนเหมือนที่เขากำลังทำอยู่ ศรัณย์ผละออกขอตัวทันที ดวงสวาทหน้าเจื่อนรีบตามออกไป
อรุณจับมือรินบอกตนเป็นห่วง รินพยายามดึงมือออกบอกตอนนี้ตนมีหน้าที่รับผิดชอบ ที่มานี่ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณ ขอให้เขาเข้าใจและช่วยปกปิดความลับให้ด้วย อรุณบอกเข้าใจแต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ อยากรู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครนิสัยใจคอเป็นอย่างไร ศรัณย์เดินเข้ามายืนข้างๆ รินจึงแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน ศรัณย์เอ่ย เด็กไปบอก นึกว่าญาติที่ตกค้างจากงานแต่งงาน
“ผมไม่ใช่ญาติ แต่สนิทกันยิ่งกว่าญาติ บ้านเราอยู่ติดกัน หน้าที่ของผมตั้งแต่เด็กคือดูแลสามสาวบ้านบำรุงประชากิจ” ท่าทางเอาเรื่องของอรุณทำให้ศรัณย์อึ้งไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณที่มาแสดงความยินดี อรุณกลับบอกว่าจะยินดีมากน้อยขึ้นอยู่กับว่ารินมีความสุขแค่ไหน
รินหน้าเสียตัดบทบอกอรุณว่าจะให้เสริมพาไปพักโรงแรมในเมืองเพราะเรือนหลังเล็กให้ดวงสวาทพักแล้ว อรุณสงสัยว่าใคร รินอึกอักๆ บอกเป็นเพื่อนศรัณย์ แล้วหันมาขออนุญาตศรัณย์ให้อรุณพักที่เมืองนี้สักสองวัน อรุณแทรกว่าอาทิตย์หนึ่งเป็นอย่างน้อย ศรัณย์หงุดหงิดใจ
ด้วยข้องใจอรุณจึงใช้เงินง้างปากเสริมให้บอกว่าดวงสวาทเป็นใคร เสริมเล่าหมดเปลือก อรุณยิ้มย่องจะคอยดูว่าศรัณย์จะใจแข็งไปได้ขนาดไหน
ooooooo
มื้อเย็น ทั้งอรุณและดวงสวาทมาร่วมรับประทานที่เรือนใหญ่ ศรัณย์แปลกใจที่ไม่มีน้ำพริกลงเรือ สายรีบรายงานว่าคุณนายมอบหน้าที่ทำอาหารแก่ตน เขาชำเลืองมองรินเห็นหน้านิ่ง ก็รู้ว่าคงงอน สายสาธยายว่ามีมัสมั่น เสนอแทรกถ้าไม่บอกนึกว่าซุบไก่เพราะน้ำเจิ่ง เสริมขำ
รินหันมาถามดวงสวาททานไหวไหมหรืออยากทานข้าวต้ม เธอบอกทานได้ หญิงสาวเอื้อมมือไปตักอาหารพร้อมกับอรุณ ต่างชะงักที่ใจตรงกันแต่ตักคนละอย่าง อรุณตักให้ริน ดวงสวาทตักให้ศรัณย์ ทั้งสองยิ้มให้กันที่ใจตรงกันอยู่ดี ดวงสวาทคุยว่าตนเป็นเพื่อนกับศรัณย์แต่เด็กเพราะบ้านติดกัน เลยรู้ว่าเขาชอบกินแตงกวา อรุณอวดว่าตนก็รู้ว่ารินชอบกินสับปะรด
ศรัณย์มองรินหน้าเข้ม รินวางหน้าไม่ถูก ดวงสวาทตอกย้ำว่าศรัณย์เป็นเด็กที่ร่าเริงสดใส
“ก่อนที่จะกลายเป็นคนซึมเศร้าเพราะครอบครัวล้มละลาย” ศรัณย์ต่อให้ด้วยแววตาเจ็บปวด รินตกใจเพิ่งรู้เรื่องนี้
ดวงสวาทไม่สนใจกลับเล่าถึงเรื่องที่ศรัณย์เอาใจดำน้ำจับกุ้งมาให้ตนกินทั้งที่ฝนตกฟ้าร้อง อรุณแทรกว่าตระกูลศิวะเวทย์ของศรัณย์ไม่ใช่ตระกูลเล็กๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะจับกุ้งเป็น ศรัณย์บอกว่าเห็นไข่กุ้งจึงรู้ว่าต้องมีแม่กุ้ง แค่ดำลงไปตามเสาของท่าน้ำก็เจอ ดวงสวาทหัวเราะเสียงใสเล่าต่อพอเจ้าคุณนิติรู้ ใช้ไม้เรียวตีเขาจนหลังลายพร้อย แต่เขากลับบอกว่าคุ้มที่ได้กินกุ้งกับตน...อรุณชมเปาะว่าซาบซึ้งจริงๆ เสนอพึมพำกับเสริมว่าทั้งสองจะพูดความหลังขึ้นมากันทำไม
อรุณรื้อฟื้นความหลังบ้างว่ารินเป็นคนใจอ่อน ขี้สงสาร เห็นเพื่อนโดนนักเรียนชายแกล้งแย่งปิ่นโตไปก็ยกของตัวเองให้ ตอนหลังมารู้ความจริงว่าสองคนนั้นเป็นพี่น้องกัน วางแผนจะหลอกเอาอาหารกลางวันของรินทุกวัน ตนจึงเข้าไปต่อยนักเรียนชาย ดวงสวาทฟังแล้วหัวเราะร่าศรัณย์กับรินนั่งอึดอัด เสนอทนไม่ไหวถามโพล่งขึ้นว่าดวงสวาทจะกลับกรุงเทพฯเมื่อไหร่ ตนจะเตรียมรถไปส่งที่สถานีรถไฟ หญิงสาวอึ้งสบตาศรัณย์ แต่เขานิ่งเฉยจึงบอกว่าพรุ่งนี้ก็ได้
คืนนั้น รินให้เสนอมาทำกลอนห้องนอนให้ใหม่ ศรัณย์เข้ามาเห็นมองหน้าเชิงตำหนิ เสนอรู้ตัวรีบบอกเองว่า ตนไม่ได้ชื่อเสนอเฉยๆ แต่คือเสนอหน้า ศรัณย์ย้ำจะเขียนชื่อนี้บนป้ายหลุมฝังศพเขา แล้วชี้ที่เท้าเป็นการเตือน เสนอรีบวางกลอนลง ทำทีหาวหวอดขอตัวไปนอน รินร้องอ้าว ยังทำไม่เสร็จเลย ศรัณย์เปรยกลอนซับซ้อนแค่ไหน ตนใช้ปืนยิงทีเดียวก็พัง
“งั้นฉันจะทำเอง” รินโกรธหยิบกลอนขึ้นมา ศรัณย์จับมือต่างชะงักเหมือนโดนไฟช็อต รินทิ้งกลอนลงดึงมือออกบอกพรุ่งนี้จะให้อรุณมาทำให้ ศรัณย์โกรธกระชากเธอมากอด โวย
“พูดอะไรออกมา! ฉันเป็นเจ้าของบ้าน ให้ผู้ชายอื่นมาซ่อมบ้าน ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ให้เกียรติกันบ้างสิ”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ คุณให้เกียรติฉันแค่ไหน”
ศรัณย์โต้ว่าเธอเป็นคนให้ดวงสวาทพักที่นี่ รินนึกได้จ๋อยไป ศรัณย์เหน็บต้องขอบคุณแฟนเก่าเธอที่มาเล่าว่าเธอเป็นคนอย่างไร ไม่อย่างนั้นตนคงงงเพราะเมื่อวานยังโกรธแทบฆ่าตน รินสวนว่าอรุณไม่ใช่แฟนเก่า ดวงสวาทต่างหากที่เป็นแฟนเก่าเขา ถึงขนาดเสี่ยงตายลงไปงมกุ้งให้ ทีกับตนอะไรนักหนากับน้ำพริกลงเรือ ศรัณย์ยิ้มออกมา แหย่
“เขาเรียกงอนใช่ไหม หน้าตาแบบนี้ น่ารักดี ยังไงนายอรุณฤกษ์ก็ได้แต่มอง ส่วนฉันน่ะจับได้หยิกได้” ว่าแล้วศรัณย์ก็หยิกแก้มริน เธอร้องว่าเจ็บ เขายิ่งหัวเราะ เธอจึงหยิกแก้มเขาบ้าง ศรัณย์ร้อง “โอ๊ย...ยัยผู้หญิงร้ายลึก ไหนบอกไม่สู้คนไง”
“พี่อรุณเขาไม่รู้หรอกว่าฉันเปลี่ยนไปมากแค่ไหนตอนมาเจอคุณเนี่ย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอใครกวนโมโหเหมือนคุณเลย ออกไปนะ ออกไปจากห้องฉันได้แล้ว ไม่ออกใช่ไหม นี่แน่ะ นี่ๆ” รินคว้าไม้กวาดไล่ปัดเขาให้ออกไป ศรัณย์หัวเราะเสียงดังวิ่งหนีรอบห้อง
ดวงสวาทยืนอยู่สนามหน้าบ้านได้ยิน รู้สึกใจหายที่จะเสียเขาไปแน่แล้ว หวนคิดถึงอดีตที่เคยหยอกล้อกับศรัณย์ และเขาเคยบอกว่าตนเป็นผู้หญิงคนเดียวในโลกที่ทำให้เขาหัวเราะได้...เสียงศรัณย์บอกรินว่าทำร้ายเจ้าพนักงานมีความผิด รินโต้ยินดีเสียค่าปรับ
“รู้ไหมนี่มันของต่ำ ไหนบอกว่าเรียบร้อย กุลสตรีเขาไม่ทำรู้ไหม”
“ข้อยกเว้นกับคุณ ยกเว้น ยกเว้นทุกอย่าง นี่แน่ะจะออกหรือไม่ออก ออกไปได้แล้ว”
เสียงศรัณย์หัวเราะทำให้ดวงสวาทน้ำตาไหลพราก ตนไม่ใช่ผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขาหัวเราะอีกแล้ว รู้สึกเจ็บปวดใจมาก ด้านรินเมื่อศรัณย์ออกไปจากห้องก็ลากตู้มาดันประตูไว้
ooooooo
เช้าวันใหม่ ดวงสวาทลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัว ยืดอกเพราะผ่านพ้นความเจ็บปวดมาได้ สีหน้ามุ่งมั่น “คุณเคยบอกว่าคุณเจ็บเพราะฉัน เจ็บแล้วอยู่เฉยๆ นั่นคือคุณ...ศรัณย์ แต่คนอย่างดวงสวาทไม่เคยเจ็บแล้วอยู่เฉยๆ”
รินลืมตาตื่นเห็นศรัณย์ยืนยิ้มที่ปลายเตียงเหมือนวันก่อนก็รีบลุกพรวดมองไปเห็นตู้ถูกผลักเลื่อนออก จึงโวยถามจะเอาอะไรอีก ชายหนุ่มยิ้มๆ บอกว่าเย็นนี้ต้องมีน้ำพริกลงเรือ เธอสะบัดหน้าว่าไม่...เขาโพล่งออกมา
“คนบ้านหล่อนทั้งบ้านเลย หลอกลวงผิดสัญญา เอาเปรียบ!”
“นี่พูดดีๆนะ แล้วที่ว่าบ้านฉันน่ะ บ้านฉันหลอกอะไรคุณ” รินสังหรณ์ใจ
ศรัณย์ปัดไปเรื่องอื่น “หน้าที่ของสามี ฉันยกเงินเดือน ทั้งหมดให้หล่อน แล้วหล่อนล่ะทำหน้าที่ของภรรยาได้ดีแค่ไหน”
รินโต้ว่าเขาไม่ชอบทุกอย่างที่ตนทำ มีคุณแม่คนเดียวที่ชอบ เมื่อท่านไม่อยู่ตนก็ไม่ต้องทำอะไร ศรัณย์แถว่าไม่ได้ชอบแต่รักษาสิทธิ์ เธอต้องทำหน้าที่ของภรรยา เย็นนี้ต้องมีน้ำพริกลงเรือไม่อย่างนั้นมีเรื่อง พูดจบก็เดินออกไป รินแทบกรี๊ดไล่หลัง...
อรุณและดวงสวาทมาเรือนใหญ่แต่เช้า ทั้งสองนั่งร่วมโต๊ะอาหาร ดวงสวาททำหน้าเศร้าขออนุญาตอยู่ที่นี่ต่อ สายอุทาน “เอาแล้วเอาหล่า อยู่ชั่วนาตาปี ชั่วนิจนิรันดร”
ทุกคนหันมอง เธอสะดุ้งนึกว่าตัวเองคิดเฉยๆ จึงกล่าวขอโทษที่คิดดังไปหน่อย ดวงสวาทอ้างว่าอรุณกลับเมื่อไหร่จะกลับด้วย อรุณจึงบอกว่าจะอยู่ดูว่ารินสุขสบายแน่หรือไม่ แล้วหันมาถามดวงสวาทว่าเธอมีปัญหาชีวิตแต่งงานอะไร เธอเศร้าลงถือโอกาสยั่วยุ
“พวกคุณไม่ได้รู้จักกันมาก่อน คุณทั้งสองแต่งงานกันด้วยหน้าที่เหมือนฉัน ฉันกับสามีก็แต่งงานกันด้วยหน้าที่ งานพิธีพวกนั้น หน้าที่พวกนั้น จะผูกพันชีวิตคู่ของเราได้นานแค่ไหนคะ”
ศรัณย์ถามว่าถามทำไม ดวงสวาทบอกว่าตอนนี้ตนไม่อยากเห็นหน้าสามี อยากหนีไปให้ไกลจากชีวิตคู่ รินเอ่ยถามจะหนีตลอดไปหรือ หนีจากคำสั่งของพ่อแม่ หนีจากสังคมที่รับรู้แล้วว่าทั้งสองแต่งงานกัน จะหนีได้จริงหรือ ดวงสวาทตอบว่าตนถามตัวเองจนนอนไม่หลับมาหลายคืน ถ้าตนทำตามใจพ่อแม่และสังคม แล้วชีวิตที่ไม่มีความสุขของตนใครจะรับผิดชอบ
“หน้าที่และอารมณ์สินะ” รินนึกถึงคำสอนของเจ้าคุณบำรุง “ชีวิตที่นำด้วยอารมณ์ อารมณ์จะพาไปขึ้นสวรรค์พาไปลงนรก เป็นไปได้ทั้งสองทาง แต่ชีวิตที่นำด้วยหน้าที่ หน้าที่ความรับผิดชอบจะพาไปทิศทางเดียว คือพาไปสู่สิ่งที่ดีงาม”
อรุณกับดวงสวาทบอกว่าพวกตนเลือกแล้ว เลือกความสุขของตัวเอง เพราะมันอาจมีแค่ครั้งเดียว ศรัณย์กับรินนิ่งอึ้งตอบไม่ถูก สายตบเข่าฉาด “เอาแล้วเอาหล่า น่าคิดจริงๆ”
เวลาผ่านไป รินนั่งเย็บผ้า อรุณเข้ามานั่งคุย รินบอกเขาไม่ต้องห่วงตน ตนอยู่มาเป็นเดือนแล้วไม่เดือดร้อนอะไร อรุณว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมายังบอกอะไรไม่ได้ ตนจะเฝ้าดูให้แน่ใจแต่เขาก็ไม่กล้าเอ่ยปากบอกรักเธอ รินอ่อนใจ
ศรัณย์ไม่ค่อยมีสมาธิทำงานเท่าไหร่ โชติเข้ามาเตือนว่าวันมะรืนต้องไปพบนายอำเภอเพราะนัดจดทะเบียนสมรสไว้ เขาลืมเสียสนิท โชติติงเจ้าสาวสวยขนาดนั้นลืมได้อย่างไร น่าจะอยากผูกมัดไว้ ศรัณย์ถามโชติที่เคยจดทะเบียนมาก่อนรู้สึกอย่างไร พิธีกรรมและกฎหมายผูกพันใจให้รักกันได้ไหม โชติตอบว่าผูกใจใครไม่ได้แต่มันเป็นหลักประกันว่าจะอดทน จะแก้ปัญหาจะสร้างความรักให้มากขึ้นทุกๆวัน ศรัณย์อึ้งคิดตาม
บ่ายวันนั้นดวงสวาทดักรอศรัณย์กลับมาเพื่อถามเขาคิดอย่างไร เมื่อยังไม่ได้จดทะเบียนกับรินและยังแยกห้องนอนกันอยู่ ตนได้ยินและรู้ว่าเขายังไม่รักเธอ ศรัณย์ตอบไม่ถูกเดินหนีไปออกกำลังลงนวมหลังบ้าน ไม่วายอรุณเมามาท้าชกชิงตัวริน ศรัณย์ยิ่งหงุดหงิด อรุณวาดลวดลายท่ามวยต่างๆแต่เซไปเซมา ศรัณย์จึงใช้ท่ากวางเหลียวหลังซัดเขาลงไปกอง รินเห็นวิ่งเข้ามาห้าม เสนอวิ่งตามมา ตกใจหลุดคำอุทานของสาย “เอาแล้วเอาหล่า...”
รินต่อว่าศรัณย์ทำร้ายคนเมา เขาโต้ว่าอรุณมาท้าตนก่อนและบอกว่าเขารักเธอแล้วเธอรักเขาไหม รินอึกอัก ศรัณย์หงุดหงิดใจตะโกนลั่น “ผมไม่รู้เรื่องของคุณกับเขา แต่จู่ๆเขามาระรานผมแบบนี้มันไม่ถูก เขายังบอกอีกว่า เขาจะพาคุณหนี...อยากหนีหนีไปเลย พาเขาหนีไปเลย”
รินงงกับท่าทางศรัณย์แต่ก็เป็นห่วงอรุณจึงช่วยกับเสนอประคองพาไปอนามัย...ศรัณย์มานั่งหงุดหงิด ดวงสวาทเข้ามายั่วยวน พยายามเป่าหูว่าอรุณกับรินรักกันมาก่อน เธอจะไม่มีความสุขถ้าอยู่กับคนไม่มีหัวใจอย่างเขา ศรัณย์ย้อนถามใครบอกว่าตนไม่มีหัวใจ
“ก็หัวใจของคุณอยู่ที่ดวงไงคะ ส่วนหัวใจของดวงก็อยู่ที่คุณ” ดวงสวาทกุมมือศรัณย์
ศรัณย์ว่าเธอเอาแต่ใจตัวเองตั้งแต่เด็กไม่เคยหาย ดวงสวาทเกลี้ยกล่อมให้เขาเลิกเป็นปลัดแล้วไปทำไร่ที่เชียงใหม่กับตน ใช้ชีวิตคู่ด้วยกัน ศรัณย์ใจหวิวเพราะนั่นเคยเป็นความฝันของเขา
รินนั่งมองหน้าอรุณที่นอนสลบยังไม่ฟื้น คิดถึงอดีตที่เขาไปต่อว่าเพื่อนที่หลอกเอาปิ่นโตตนไปแล้วชกหน้าพี่ชายเธอ แต่แล้วก็ล้มไม่เป็นท่าเพราะได้แต่วาดลวดลายเหมือนครั้งนี้ แต่เธอก็เสียใจที่เขาต้องมาเจ็บตัวเพราะตนอีก
พออรุณฟื้นก็จับมือรินแน่นขอให้หนีกลับพระนครไปกับตน ไปฟ้องที่บ้านว่าศรัณย์พาผู้หญิงเข้าบ้าน เขาดูถูกเธอ รินไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ อรุณจึงตัดสินใจบอกว่าตนจะแต่งงานกับเธอ รินตกใจไม่ทันตอบอะไร อรุณก็น็อกไปด้วยฤทธิ์ยา...เสนอเข้ามาชวนรินกลับบ้าน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ แล้วเสนอก็พยายามอธิบายว่าที่ดวงสวาทมาคงแค่อยากมาตั้งสติเพราะมีศรัณย์เป็นเพื่อนคนเดียวแต่เด็ก รินเข้าใจว่าทั้งสองผูกพันกัน เสนอแย้ง
“อย่าพูดอย่างนั้นสิครับ คุณเป็นเมียแต่ง ทั้งสวยทั้งแสนดี คุณรัณยังหลงเสน่ห์ปลายจวักคุณ ไม่สังเกตหรือครับ ถ้าไม่ใช่กับข้าวฝีมือคุณ เธอจะทานน้อยมาก”
“นายเหนอล่ะก็ ไอ้แบบนั้นมันหน้าที่แม่ครัว เขาหาแม่ครัวเก่งๆก็สิ้นเรื่อง คุณดวงเป็นคนสวยมาก ผ่องไปทั้งตัว ฉันสู้เขาไม่ได้หรอก” รินเดินเศร้าๆนำไปเสนอรำพึงถึงคุณหญิงแก้ว ว่าความรักกับความเสน่หา ความดีกับเสน่ห์ยั่วยวนใจ คุณหนูจะเลือกอะไร เสนอถอนใจอย่างกลัดกลุ้ม
รินกลับมาถึงห้องนอน มองกลอนที่พังว่าจะซ่อมอย่างไรดี เงี่ยหูฟังห้องศรัณย์ไม่ได้ยินเสียงอะไร จึงออกไปหาอุปกรณ์ซ่อมกลอนที่เรือนเล็ก ทันใดได้เห็นดวงสวาทพยายามเย้ายวนศรัณย์ ทั้งสองกอดจูบกัน เสียงดวงสวาทบอกคืนนี้เป็นคืนของเรา เธอจะทำให้เขามีความสุข
รินชะงักรีบหลบน้ำตาไหลไม่รู้ตัว วิ่งกลับมาที่เรือนใหญ่...ศรัณย์นึกถึงคำสอนของแม่ที่ว่าผู้หญิงบางคนมีเอาไว้ตรึงกาย แต่ผู้หญิงบางคนสวยตรึงใจ มีเอาไว้ตักตวงให้อิ่มใจ จะเลือกแบบไหน เขาผงะผละออกจากดวงสวาท เธอตกใจพร่ำขอโทษที่ทิ้งเขาไป ขอกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ ศรัณย์นึกถึงคำที่พูดกับรินในวันแต่งงานว่าพรุ่งนี้ชีวิตจะเป็นอย่างไร และเธอย้อนถามว่าเขาเป็นมนุษย์แค่ไหน เพราะสัตว์มีความอยาก แล่นไปตามใจอยาก มนุษย์มีความข่มใจ ข่มใจเพื่อรักษาหน้าที่ รักษาคุณธรรม ถ้าเขามี...ชีวิตก็เป็นสุข ถ้าไม่มี...ชีวิตก็จะวุ่นวายไม่จบสิ้น
ศรัณย์รวบรวมความกล้าเหวี่ยงดวงสวาทออกจากการกอดรัด กล่าวขอโทษแล้วเดินจากไป หญิงสาวร้องไห้โฮให้เขากลับมา
รินเหนื่อยใจจนหลับไป ศรัณย์เข้ามามองหน้าเธอ คลานขึ้นเตียงด้วยความแปลกใจทำไมเธอถึงขี้เซาแบบนี้ จึงดึงผ้าห่มมาห่มตัว รินรู้สึกหนาวดึงกลับ เขาจึงกอดเธอไว้แล้วถามอุ่นไหม เธอพึมพำว่าอุ่นแล้ว เขาจึงนอนกอดเธอตลอดทั้งคืน รู้สึกมีความสุขมาก
รุ่งเช้า รินตื่นขึ้นมารู้สึกอายที่ตัวเองฝันถึงศรัณย์ แต่พอดึงผ้าห่มออกกลับพบเขานอนอยู่ข้างๆ ถามเธอฝันว่าอะไร หญิงสาวตกใจพลิกตัวหนีพลัดตกเตียง ศรัณย์คว้าไม่ทันหัวเราะร่า สมน้ำหน้ากรรมตามทันที่เคยทำเขาก้นกบแทบหัก รินลุกขึ้นโวยเข้ามานอนตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วหน้าแดงเมื่อรู้ว่าเมื่อคืนไม่ได้ฝัน ชายหนุ่มยักไหล่บอกเรียกเธอแล้วไม่ตื่นเอง ทำหน้าทะเล้นชมว่าน้ำหอมที่ตนซื้อให้หอมดี รินหน้าแดงโวย “หยุดพูดไปเลยคุณไปนอนกับคุณดวงมา”
“นึกแล้วไม่มีผิด รู้กันทั้งบ้านจริงด้วย” ว่าแล้วศรัณย์เลยเปิดเผย เดินมายืนริมหน้าต่างเห็นเสริมทำสวนอยู่จึงร้องเรียก เขาเงยหน้ามาอรุณสวัสดิ์แล้วนึกได้ว่านั่นห้องนอนคุณนาย เท่านั้นเสริมก็ตะโกนให้คน
ทั้งบ้านได้ยิน รินอายหน้าแดง คว้ากระป๋องแป้งปาใส่ศรัณย์ เขาหลบกระป๋องลอยลงมา เสริมเห็นรีบหลบ เสนอเดินมาโดนเข้าอย่างจัง รินตกใจโผล่หน้ามาขอโทษ
ooooooo










