ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่กองถ่ายหนังในป่า...ทุกส่วนเตรียมงานกันอย่างวุ่นวาย พอสตีฟผู้กำกับเห็นนักแสดงมาถึงก็ต่อว่าทันที

“ทำไมมาช้ากันอย่างนี้ มัวแวะทัวร์ไหว้พระ 9 วัดกันอยู่รึไง”

มา ย่าขอโทษ แต่โอเจบอกว่าเรามาถึงก็บุญแล้ว รู้ไหมว่าเราเจออะไรกันมา สตีฟโต้ทันทีว่าพวกตนก็เจอสารพัดอุปสรรคทั้งฝนตก แดดไม่ออก แมลงสัตว์กัดต่อย น้ำไม่ไหล ไฟไม่ติด และนักแสดงไม่รู้จักเวลา!

“ไม่ต้อง ห่วงค่ะ มีปัญหาอะไรเดี๋ยวเมนี่จัดการให้เอง ให้มาย่ากับโอเจไปแต่งหน้าทำผมก่อนนะคะจะได้ไม่เสียเวลา ไปค่ะ ไป แยกย้ายกันเตรียมตัวได้ เดี๋ยวพี่เมนี่ขอไปดูที่พักให้ก่อน” พูดแล้วเมนี่รีบแยกออกไป

อิทธิฤทธิ์ขยับจะตามไปคุ้มครองมาย่า ถูกสตีฟล็อกตัวไว้บอกให้ไปเปลี่ยนชุดเข้าฉาก ตนเพิ่มบทให้แล้วเผลอๆบทมากกว่าโอเจเยอะเลย บอกอิทธิฤทธิ์ว่า “เดี๋ยวเราขี่มอไซค์ขึ้นเนินไปนะ แล้วซิ่งเฟี้ยวฟ้าวๆลงมาแบบเท่ๆ”

สตีฟ ลากอิทธิฤทธิ์ไปบรีฟงาน ชนมนบอกให้ธรรม์ไปด้วย โอเจไม่ยอมจะรั้งธรรม์ไว้คุ้มครองตน ธรรม์บอกว่าตนมาที่นี่ไม่ได้มาเป็นบอดี้การ์ดของเขา แต่ก็ถูกโอเจลากไปจนได้ ชนมนบอกมาย่าว่าเดี๋ยวตนจะไปลากธรรม์กลับมาเอง

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ย่าดูแลตัวเองได้ ไม่อยากฝืนใจใครด้วย” พูดแล้วเดินน้อยใจออกไป

ชนมนดูท่าทีของธรรม์กับมาย่าที่ปฏิบัติต่อกันแล้วเห็นว่าปัญหาหัวใจของทั้งคู่ยังไม่ได้เคลียร์

ooooooo

ใน กองถ่ายวุ่นวายมาก ปัญหาเกิดจากโอเจที่เรื่องมากไม่จบสิ้น บทยาวก็ไม่ได้ เล่นกลางแดดก็ไม่ได้ เล่นไม่หล่อก็ไม่ได้ เล่นเสี่ยงยิ่งไม่ได้ วุ่นวายเรื่องมากจนสตีฟประกาศยกกอง

เมนี่ไม่ยอมให้ยกกองเพราะต้องปิด กล้องแล้ว มาย่าเสนอให้หาสแตนอินแทนโอเจได้ไหม สตีฟถามหน้ายุ่งว่าตอนนี้จะไปหาได้ที่ไหนล่ะ ขณะนั้นเองอิทธิฤทธิ์ในชุดดำเดินเข้ามาอย่างเท่บอกสตีฟว่า

“ผู้กำกับครับ ผมพร้อมเข้าฉากแล้วครับ!”

ทุกคนหันมองอิทธิฤทธิ์พร้อมกันเป็นตาเดียว

ใน การเข้าฉากกับมาย่ามีฉากระเบิดตูมใหญ่ อิทธิฤทธิ์กอดมาย่าหลบระเบิด พอระเบิดลูกที่สองอิทธิฤทธิ์เสียหลักกอดมาย่ากลิ้งลงจากเนิน เมื่อถึงพื้นราบปรากฏว่าอิทธิฤทธิ์พยายามยันตัวไว้ไม่ให้ทับมาย่า แต่ปากเกือบสัมผัสกัน มีผ้าบางๆของถุงผ้ากันไว้เท่านั้นเอง ต่างตกใจมองกันอึ้ง

เมื่อพักการถ่ายทำ อิทธิฤทธิ์เข้ามาขอโทษมา–ย่า เธอทำไก๋ถามว่าขอโทษเรื่องอะไร อิทธิฤทธิ์เองก็ไม่กล้าพูดตรงๆ เลียบๆเคียงๆว่า “เธอก็รู้ว่าฉันขอโทษเธอเรื่องอะไร”

“ไม่เป็นไรหรอก อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้” มาย่าตอบหน้านิ่ง เขาถามว่าสำหรับเธอเป็นแค่อุบัติเหตุหรือ

“สำหรับฉัน มันมี...มันมีความหมายกับฉันมากกว่าที่เธอคิด!” พูดแล้วเดินออกไปอย่างเจ็บจี๊ดๆในหัวใจ

ooooooo

เมนี่จัดห้องพักให้นักแสดง โอเจเป็นตัวปัญหาอีกตามเคย แย่งห้องที่ดีที่สุดวิวสวยที่สุดที่เมนี่จัดให้มาย่า แต่มาย่าเองไม่มีปัญหาบอกเมนี่ยกห้องนั้นให้โอเจเสีย แล้วเอากุญแจห้องอีกดอกจากเมนี่ไป

เมนี่ฝากธรรม์ให้ดูแลมาย่าด้วย แล้วนัดทุกคนพรุ่งนี้ตีห้าครึ่งล้อหมุน สั่งงานแล้วเดินออกไป มาย่ายืนมองธรรม์ว่าจะทำอย่างไร ชนมนสังเกตอยู่ เร่งธรรม์ “ไปซิคะพี่ธรรม์ พี่เมนี่ฝากให้พี่ธรรม์ดูแลมาย่านะคะ”

มาย่าดึงกระเป๋าจากธรรม์ที่เขาช่วยชนมนลำเลียงมาแล้วเดินออกไปเงียบๆ ชนมนมองทั้งสองอย่างหนักใจ

มา ย่าไปที่ห้องพัก ธรรม์ตามมาดูห้องเตือนว่าเวลานอนให้ปิดประตูหน้าต่างให้ดีและให้ระวังตัวเอง ให้ดีด้วย ถ้ามีอะไรให้ โทร.เรียก มาย่างอนไม่เลิก ตอบอย่างหมางเมินว่า ตนดูแลตัวเองได้ จนธรรม์พูดขรึมๆว่าอย่ามัวงอนเรื่องไม่เป็นเรื่องอยู่เลย ตนพูดอะไรก็ให้ฟังบ้าง

“ไม่ได้งอน! ก็พี่ธรรม์บอกย่าให้ดูแลตัวเองไม่ใช่เหรอ ย่าก็จะดูแลตัวเองไม่ให้เป็นภาระของใคร”

“คิดอย่างนั้นได้ก็ดี ก็ขอให้ดูแลตัวเองให้ได้ตลอดนะ” พูดแล้วธรรม์หยิบกระเป๋าของตัวเองออกจากห้องไป

ชน มนติงมาย่าว่าทำไมไม่พูดกันดีๆแล้วอย่างนี้เมื่อไหร่จะเข้าใจกัน เตือนว่าอย่างอนธรรม์แบบไม่ค่อยมีเหตุผลเลย เพราะธรรม์ก็ตามมาดูแลเธอแล้วจะเอาอย่างไรอีก

“ก็ไม่รู้ไง กับพี่ธรรม์ ย่าไม่อยากมีเหตุผลด้วย” มาย่ายอมรับเสียงอ่อย

“เป็นอย่างนี้กับพี่ธรรม์คนเดียวใช่ไหม แล้วย่ารู้ไหมว่าทำไม”

“ไม่รู้ค่ะ แล้วก็ไม่อยากรู้ด้วย” มาย่าปากแข็งแต่เป็นคำตอบที่ทำให้ชนมนมองเห็นปัญหาของทั้งสองชัดเจนขึ้น

ooooooo

บ๊วยมาสืบห้องพักของมาย่า หมายใจว่าคืนนี้ตี๋เล็กจะบุกเข้าไปบอกรักมาย่า พอกลับไป ตี๋เล็กถามว่าได้เรื่องหรือเปล่า

“ไอ้ บ๊วยซะอย่าง ทำไมจะไม่ได้เรื่อง คืองี้...ผมไปสืบมาได้แล้ว ตอนแรกน้องมาย่าอยู่ห้อง 110 แต่ต้องแลกห้องกับไอ้โอเจ เลยต้องย้ายไปอยู่ห้อง 101 แล้ว ไอ้โอเจขอกลับมาห้องเดิม น้องมาย่าก็เลยกลับไปอยู่ห้อง 110 แต่เห็นแม่บ้านบอกว่าเมื่อกี๊ย้ายกลับไปอยู่ห้อง 101 แล้ว แล้วก็ย้ายกลับไปห้อง 110 อีก”

ตี๋เล็กฟังแล้วงงตาเหล่ ถามว่า “ตกลงน้องมาย่า อยู่ห้องไหนกันแน่ 101 หรือ 110” บ๊วยที่ตัวเองก็งงๆอยู่บอกว่าห้อง 101 ห้องเดิมนั่นแหละ ตี๋เล็กท่องเอาจริงเอาจัง 110...110 ยิ้มหวานกับตัวเองว่า

“แล้ววันที่พี่ตี๋เล็กรอคอย...ก็มาถึงเสียที ห้อง 110...110...”

ทั้งตี๋เล็กและบ๊วยพากันท่องเบอร์ห้อง ท่องไปงงไป

ตกกลางคืน ตี๋เล็กปีนระเบียงเข้าห้องที่ท่องมาเกือบทั้งวัน แต่พอเข้าไปกลายเป็นห้องของโอเจ ตี๋เล็กกำลังกลัดมันหลับหูหลับตาโผเข้าไปกอด พอเห็นหน้าชัดๆก็ผงะผละออกมาอย่างสยอง หนีออกจากห้องแทบไม่ทัน

ฝ่ายโอเจร้องโวยวายออกจากห้องไปบอกใครๆ

ที่ตกใจออกมาดูว่า มีคนแอบเข้าไปในห้องตน ธรรม์บอกให้ทุกคนรวมกลุ่มกันอยู่ตรงนี้อย่าไปไหน แล้วตัวเองก็วิ่งไปทางห้องพักของโอเจ

โอเจเล่าให้ทุกคนฟังอย่างตระหนกว่า คนที่บุกเข้ามาเป็นผู้ชายตัวใหญ่เป็นควายเลย พอเจอตนปุ๊บก็กระโดดกอดปล้ำ มันร้องเรียกชื่อ “น้องมาย่า...น้องมาย่า”

เมนี่ ชนมน มาย่าและอิทธิฤทธิ์ฟังแล้วฟันธงว่า ต้องเป็น “ไอ้โรคจิต!”

ooooooo

ตี๋เล็กหนีไปเจอบ๊วย ธรรม์ไล่ตามไป ทั้งสองหนีไปหลบในสวนหลังรีสอร์ต แต่ดั๊น...โดดไปหลบในดงหมามุ่ยพอดีเลยคันคะเยอ แต่ก็รอดสายตาธรรม์ไปได้

ธรรม์กลับมาบอกพรรคพวกว่า น่าจะเป็นพวกโรคจิตสองคนนั้นตามมาก่อกวน ทำให้โอเจกลัว ร้องขอบอดี้การ์ดคุ้มกัน 4 คนติดตามตนตลอด 24 ชั่วโมง

อิทธิฤทธิ์ อาสาจะเฝ้าห้องมาย่าเองคนอื่นไม่ต้อง เมนี่อยากให้ธรรม์ไปเฝ้าด้วย ชนมนบอกว่าไม่มีปัญหาถามธรรม์ว่าเขามาที่นี่ก็เพื่อดูแลมาย่าอยู่แล้วไม่ใช่ หรือ ธรรม์ลำบากใจที่จะตอบ มาย่าจึงตัดบทว่า

“แต่ย่าว่าไม่จำเป็นค่ะ ย่ามีพี่ชนอยู่เป็นเพื่อนคนเดียวก็พอแล้ว...ไม่อยากรบกวนคนอื่น”

เมนี่ตัดสินให้อิทธิฤทธิ์กับธรรม์อยู่คุ้มครองมาย่าคืนนี้ ส่วนพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ แล้วให้ทุกคนแยกย้ายกันกลับห้อง ส่วนโอเจที่โวยวายว่า แล้วใครจะคุ้มครองตน เมนี่หันมาบอกว่า

“พี่เมนี่คิดออกแล้วล่ะค่ะว่าจะให้ใครมาคุ้มครองเธอดี!”

คนนั้นคือสตีฟ ที่ไม่กินเส้นกับโอเจ ทั้งสองคนต่างปฏิเสธไม่ยอม โอเจต้องการบอดี้การ์ดมืออาชีพ ส่วนสตีฟประกาศ หัวเด็ดตีนขาด ไม่ยอมเพราะตนเป็นผู้กำกับไม่ใช่ยาม!

โอเจประกาศว่าไม่อย่างนั้นตนก็จะกลับกรุงเทพฯ เมนี่เลยทิ้งไพ่ตายว่าถ้ากลับก็จะให้สุวิชฟ้องให้หมดตัวเลยฐานเบี้ยวสัญญาถ่ายหนัง ส่วนสตีฟก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ทำหนังเรื่องต่อไปของบริษัท ในที่สุดทั้งคู่ก็กัดฟันยอมอยู่ด้วยกัน

ooooooo

อิทธิฤทธิ์ยังคอยหาเรื่องกีดกันทั้งมาย่าและชนมนไม่ให้ใกล้ชิดกับธรรม์ ธรรม์บอกว่าตนไม่คิดอะไรกับมาย่าเพราะเห็นเธอเหมือนน้องสาว

มาย่าที่อยู่ห้องติดกันแอบได้ยิน เธอเสียใจผิดหวังค่อยๆถอยออกไป อิทธิฤทธิ์พูดดีกับธรรม์ว่าพรุ่งนี้ตนจะบอกรักมาย่า ธรรม์แสดงความยินดีด้วย บอกว่าเขากับมาย่าเหมาะสมกันมาก อิทธิฤทธิ์รู้สึกผิดหวังที่ไม่สามารถทำให้ธรรม์เจ็บปวดได้

คนที่เจ็บปวดจนอ่านบทหนังไม่รู้เรื่องนักคือมาย่า เธอเศร้าๆจนชนมนถามว่าเครียดเรื่องไอ้โรคจิตหรือ มีอะไรให้ตนช่วยไหม มาย่าบอกว่าตนไม่เป็นอะไรเพียงแต่รู้สึกโหวงๆข้างใน

“มีอะไรเล่าให้พี่ฟังได้นะ” ชนมนกอดมาย่าเอ่ยอย่างอบอุ่น มาย่าจึงเล่าชีวิตของตนให้ฟังเศร้าๆว่า

“ย่าใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เด็ก พ่อกับแม่ทำธุรกิจต้องเดินทางไปต่างประเทศตลอด ยิ่งย่าเข้าวงการ ย่าก็ต้องยิ่งโตยิ่งต้องรับผิดชอบมากขึ้น ต้องเผชิญปัญหาด้วยตัวเอง ย่ารู้สึกเหมือนอยู่คนเดียวในโลกนี่เลย”

“ย่ายังมีอิทนะ”

“อิทเป็นเพื่อนที่ดีค่ะพี่ชน แต่อิทเติมในสิ่งที่ย่าขาดไม่ได้ ย่าอยากมีใครสักคนที่ทำให้ย่าอุ่นใจ ใครที่ย่าอยู่ด้วยแล้วมีความสุข ใครที่จะอยู่ข้างๆย่าได้ตลอดไป...”

“แล้วย่าได้เจอใครคนนั้นหรือยัง”

“เจอหรือไม่เจอก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ มันเป็นได้แค่ความฝันค่ะ ย่าอยู่คนเดียวโดยไม่มีใครมาได้ ย่าก็ต้องอยู่ต่อไปให้ได้”

ชนมนมองมาย่าอย่างเห็นใจและเข้าใจ เดาได้ว่า

คนที่เธอพูดถึงนั้นหมายถึงธรรม์...

ooooooo

เพราะรู้ว่าอิทธิฤทธิ์หวงและกลัวตนจะใกล้ชิดแย่งชิงมาย่าไป ธรรม์จึงทำตัวสงบเสงี่ยมอยู่ห่างๆมาย่า เท่านั้นไม่พอเพื่อให้อิทธิฤทธิ์สบายใจ ธรรม์ยังทำตัวสนิทสนมใกล้ชิดชนมนอย่างออกนอกหน้า แม้จะถูกใจอิทธิฤทธิ์แต่ทำให้มาย่าเจ็บปวด

ชนมนเดาใจธรรม์ออก บอกเขาว่าตนไม่ชอบเป็นเครื่องมือของใคร

“พี่ขอโทษ ชนก็รู้ว่าพี่ไม่มีสิทธิ์ พี่ถึงต้องทำ แบบนี้”

“พี่ธรรม์ทำแบบนี้เพื่อให้อิทสบายใจว่าพี่ธรรม์ไม่ใช่คู่แข่งของเขา ทำให้มาย่าตัดใจจากพี่ธรรม์ได้ง่ายขึ้น แล้วพี่ธรรม์ไม่คิดจะทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างหรือเปล่า”

“พี่ไม่ต้องการอะไร นอกจากให้ทุกคนมีความสุขเท่านั้นก็พอแล้ว”

“พี่ธรรม์แน่ใจนะคะว่ามาย่าจะมีความสุข ชนอยากให้พี่ธรรม์เปิดโอกาสให้ตัวเอง แข่งกับอิทอย่างแฟร์ๆ ไม่ใช่หลีกทางโดยไม่ยอมสู้อย่างนี้ พี่ธรรม์คิดยังไงกับ
มาย่า ก็บอกเขาไปเถอะค่ะ ก่อนที่จะสายเกินไป”

ชนมนจับมือธรรม์อย่างเอาใจช่วย อิทธิฤทธิ์กับมาย่ามองทั้งสองด้วยความรู้สึกแสบๆ จี๊ดๆ ในหัวใจ มาย่าเอ่ยขึ้นว่า

“อิท...พี่ชนกับพี่ธรรม์ เขา...เขาชอบกันเหรอ” อิทธิฤทธิ์ทำเป็นไม่สนใจบอกว่าเรื่องของคนอื่นตนไม่เกี่ยวทั้งที่ใจร้อนรุมๆ แต่พอมาย่าบอกว่า “เขาสองคนดูสมกันดีเนอะ” อิทธิฤทธิ์ก็โพล่งไปทันทีว่า

“เราสองคนดูสมกันกว่าตั้งเยอะ” แล้วเอามือกอดคอมาย่าไว้ ทีแรกมาย่าก็จะเบี่ยงตัวหลบ แต่แล้วก็ปล่อยให้อิทธิฤทธิ์กอดคออยู่อย่างนั้น จนชนมนกับธรรม์มองมาด้วยความรู้สึกเจ็บๆ จี๊ดๆ ไม่ต่างกับมาย่ากับอิทธิฤทธิ์เมื่อครู่นี้

เมื่อกลับห้องพัก อิทธิฤทธิ์แผลงฤทธิ์กับธรรม์ทันที พาลหาเรื่องโน่นนี่ แล้วโพล่งออกไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า

“นายจีบชนไม่ได้นะ”

ธรรม์ถามว่าทำไมไม่ได้ อิทธิฤทธิ์ก็แถว่า ไม่ได้ก็ไม่ได้ ครั้นธรรม์ถามว่าเขาคิดอะไรกับชนมนหรือ อิทธิฤทธิ์เหมือนถูกจี้ใจดำ เลยแก้ตัวพัลวันว่า

“เฮ้ย...ไม่ได้คิด! ใครจะบ้าคิดอะไรกับยัยโหด เขาต้องติวให้ฉันสอบผ่านไม่ใช่เวลาที่จะมีแฟน  อยู่ห่างๆชนไว้อย่าให้ต้องเตือนอีก”

“ฉันรับปากไม่ได้หรอก ฉันชอบอยู่ใกล้ๆชน

ซะด้วยซิ นายก็น่าจะรู้ ชนเป็นผู้หญิงที่อยู่ใกล้ๆแล้ว

มีความสุข”

ธรรม์แกล้งยั่ว อิทธิฤทธิ์กัดฟันกรอดไม่พอใจอยากจะทำอะไรธรรม์สักอย่างให้สาแก่ใจ แต่ก็ทำไม่ได้เลยนอนพลิกตัวไปมาขลุกขลักๆอารมณ์เสียอยู่คนเดียว
มาย่าก็ถามชนมนว่าชอบธรรม์หรือ ชนมนตอบทันทีว่า

“พี่เจอพี่ธรรม์ครั้งแรกก็คลิกเลย แต่เราไม่ได้คลิกกันอย่างที่ย่าคิด พี่ธรรม์เหมือนพี่ชายที่เราสามารถคุยได้ทุกเรื่อง”

“แต่ย่าว่าพี่ธรรม์ไม่ได้คิดกับพี่ชนแค่น้องสาว”

“ไม่มีวันที่พี่เขาจะมองพี่เป็นอย่างอื่น พ่อพี่เคยบอกนะว่า ผู้ชายเวลามีความรักมักจะทำเรื่องโง่ๆเสมอ” มาย่าถามว่าโง่ยังไงหรือ “ก็อย่างพี่ธรรม์ทำในวันนี้ไง รักแต่บอกว่าไม่ อยากอยู่ใกล้ แต่กลับทำตัวออกห่าง ไม่เคยคิดว่าตัวเองดีพอ แต่เขาไม่รู้หรอก แค่รักก็พอแล้วสำหรับทุกอย่าง จริงไหมล่ะย่า”

ฟังชนมนแล้ว มาย่านิ่งคิด...ตรึกตรอง...

ooooooo

ระหว่างที่ชนมนไม่อยู่นั้น ชูชัยยาหมดอาการเบาหวานกำเริบหน้ามืด ชินเห็นยาพ่อหมดถามว่าทำไมไม่บอก วันนี้เราต้องไปหาหมอกัน

ชูชัยบอกให้รอชนมนกลับมาก่อน ชินถามว่าเราไม่มีเงินค่ายาหรือ จะโทร.บอกชนมนให้เบิกค่าติวล่วงหน้ามาก่อน

“ไม่ต้อง! บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรซิวะ” ชูชัยชักหงุดหงิด ชินทิ้งตัวนั่งเซ็งๆ ถามพ่อว่าทำไมเราต้องจนขนาดนี้ด้วย เห็นพี่ชนบอกว่าเมื่อก่อนเรามีสตางค์
ชูชัยหน้าสลดเมื่อเล่าอดีตให้ฟังว่า

“ใช่...ก่อนที่แกจะเกิด เราเคยสบายกว่านี้ เรามีเงินใช้ ไม่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ แต่ครอบครัวเราไม่เคยได้อยู่อย่างสุขสงบ ฉันรู้ว่าฉันทำให้ชีวิตพวกแกลำบาก แต่ฉันตัดสินใจไม่ผิดหรอก ไอ้ชิน คนเราเกิดมาต้องใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ถ้าเราเงยหน้าไม่อายฟ้าก้มหน้าไม่อายดิน นั่นแหละแสดงว่าเราทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว”

“โอ้...นานๆพูดยาวๆที พูดได้ดีจริงๆ แล้วไงพ่อ ทำไมเราถึงจนกรอบขนาดนี้” ชินเดาไปต่างๆนานา

“แล้วสักวัน...แกจะรู้เอง”

“ตอบอย่างนี้ทั้งปี ไม่บอกก็ไม่อยากรู้พูดให้อยากแล้วจากไป เซ็งจิต!” ชินเดินบ่นไปเซ็งๆ ชูชัยจึงไปขยับถังแก๊สเก่าให้เข้าที่ แต่เซเกือบล้มเพราะหน้ามืด ชินตกใจร้องเรียก “พ่อ...” แล้ววิ่งกลับมาพยุงพ่อที่กำลังทรุดลงพาไปนั่ง ชูชัยรู้สึกหัวใจเต้นผิดปกติ มือเท้าอ่อนแรง...

ooooooo

อิทธิฤทธิ์วางแผนจะบอกรักมาย่าในบรรยากาศโรแมนติก เขาจึงปรับที่สร้างสวนสวยมีชิงช้า อ้อน

แกมขู่ชนมนให้ช่วยเพื่อตนจะได้บอกรักมาย่าได้สำเร็จ

ชนมนรับปากจะช่วย แต่เขาต้องเรียกตนว่าพี่ก่อน และต้องคุกเข่าขอร้องด้วย อิทธิฤทธิ์จำต้องทำเพื่อให้เธอช่วยสร้างฉากบอกรักอย่างสวยงาม ขณะอิทธิฤทธิ์คุกเข่าขอร้องนั่นเอง เมนี่มาตามเขาไปเข้าฉากเห็นเข้า ทำเป็นตกใจว่าตัวเองมาขัดจังหวะหรือเปล่า อิทธิฤทธิ์แก้เกี้ยวว่าตนแค่ก้มลงผูกเชือกรองเท้าเท่านั้น

เมนี่จับผิดได้เพราะรองเท้าเขาไม่ใช่แบบผูกเชือก แต่ไม่อยากตอแยเร่งให้รีบไปเดี๋ยวสตีฟจะวีนแตกอีก

“ถ่ายเสร็จ เดี๋ยวกลับมาช่วย” อิทธิฤทธิ์ร้องบอกชนมนแล้วเดินตามเมนี่ไป

อิทธิฤทธิ์เข้าฉากในชุดดำยืนเผชิญหน้าแก๊งวายร้ายอย่างเท่ จนสตีฟชมว่า “ไอ้น้องคนนี้มันมีแววจริงๆ”

ฝ่ายมาย่า ถ่ายฉากต่อสู้ต้องกลิ้งต้องเตะต่อยบู๊แหลกลาญ แต่เธอก็เล่นได้ดีและเล่นได้ฉากแล้วฉากเล่า อิทธิฤทธิ์เป็นห่วงเสนอให้ใช้สแตนด์อิน ธรรม์ก็อาสาจะไปคุยกับเมนี่ให้ มาย่าร้องห้ามบอกอย่างมั่นใจว่า

“ไม่ต้องค่ะ ย่าเป็นคนบอกเองว่าย่าไม่ใช้สแตนด์อิน ย่าอยากเล่นเองทุกฉาก ถ้าย่ากลัวเจ็บ ก็คงไม่รับเล่นหนังแอ็กชั่นหรอกค่ะ”

“ผู้หญิงอะไร ใจสู้จริงๆ” โอเจพึมพำทึ่งในความอึดและความอดทนของมาย่า

“ยอดเยี่ยม! นักแสดงจริงๆต้องอย่างนี้!” สตีฟพอใจสะใจมากกับการแสดงของมาย่า ส่วนเมนี่ไม่สนใจเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเช็กคิวในไอแพด พูดตามน้ำไปว่า “ค่ะ น้องมาย่าเก่งจริงๆค่ะ”

อิทธิฤทธิ์ยังปักหลักเฝ้ามาย่ากันท่าธรรม์จนลืมชนมนสนิท! แต่พอได้ยินสตีฟสั่งว่าพรุ่งนี้ต้องถ่ายฉากรัก เขานึกถึงชนมนขึ้นมา แต่ยังพะว้าพะวังอยากอยู่เฝ้ามาย่า แต่ก็ห่วงชนมนที่ทำงานอยู่คนเดียว

ooooooo

กว่าอิทธิฤทธิ์จะกลับมา ชนมนก็ตบแต่งลงดอกไม้เสร็จแล้ว เธอนอนหมดแรงหน้าตามอมแมมอยู่กลางแปลงดอกไม้

อิทธิฤทธิ์มาเห็นฉากสวยงามมีชิงช้าน่ารักก็ถึงกับอุทานทึ่ง “สวยมาก...สุดยอด!” เขาขอโทษเธอที่มาช้าทำให้เธอต้องเหนื่อยอยู่คนเดียว ชนมนย้ำว่าอย่าให้ต้องเหนื่อยเปล่าก็แล้วกัน

“ไม่อยู่แล้ว ยังไงวันนี้ฉันก็ต้องทำให้มาย่ารับรักฉันให้ได้”

“ฉันเชื่อว่านายรักมาย่า...แต่นายรักมาย่าแบบไหน นายเคยถามตัวเองหรือเปล่า”

“รักก็คือรัก จะมีรักแบบไหนอีกล่ะ ฉันรักมาย่า รักที่สุด เขาเป็นคนแรกที่ฉันคิดถึง ฉันเชื่อว่า ฉันรักมาย่ามากกว่าไอ้ธรรม์ร้อยเท่าพันเท่า!”

“ตอนนี้ความรักของนายมันคือการเอาชนะ ไม่ใช่ เอาชนะใจมาย่า แต่นายกำลังพยายามเอาชนะพี่ธรรม์!”

“ไม่จริง! ไม่จริง!! ฉันรักมาย่าจริงๆ” อิทธิฤทธิ์ตะโกนตามหลังชนมนไป เธอเดินดุ่ยไปอย่างเจ็บแปลบใจ

อิทธิฤทธิ์หัวเสียที่ถูกจี้ถูกจุด สบถเหมือนโกหกตัวเอง “โธ่เว้ย! บอกรักก็รักสิวะ!”

ooooooo

ขณะชนมนเดินกลับที่พักเจอธรรม์ประคองมาย่าที่เดินกะเผลกมา เธอตำหนิธรรม์ว่าดูแลมาย่ายังไงถึงได้เป็นอย่างนี้

“ก็ห้ามได้ซะที่ไหน เขาอินกับการแสดงซะขนาดนั้น แล้วย่าเองก็ไม่อยากให้พี่ดูแลด้วย” มาย่าสวนไปทันทีว่าใครบอก “ถ้าย่าเต็มใจให้พี่ดูแล พี่ก็จะดูแลย่าอย่างเต็มที่ แต่ต้องอยู่ใกล้ๆพี่ไว้นะ”

อิทธิฤทธิ์ตามมาเห็นธรรม์ดูแลมาย่าอย่างใกล้ชิดก็ตาร้อนขึ้นมานึกในใจว่า “ไอ้ธรรม์! คิดจะแข่งกับฉันจริงๆใช่ไหม!?” แล้วหลบไปหลังต้นไม้ ขยุ้มผมขยำเสื้อผ้าให้ดูโทรมวิ่งซอยเท้าให้เหงื่อซก แล้ววิ่งออกไปบอกทุกคนหน้าตาตื่นเต้น

“ไอ้โรคจิต! ฉันเห็นมันอยู่แถวห้องมาย่า!”

ทุกคนตกใจ ธรรม์บอกให้อิทธิฤทธิ์เฝ้ามาย่าไว้แล้ววิ่งตรงไปที่ห้องพักของมาย่าหมายล่าไอ้โรคจิตให้ได้ อิทธิฤทธิ์หันจับแขนมาย่าชวนไปหาที่ซ่อนกัน แต่พอ ชนมนจะตามไปด้วย เขายกมือห้ามกระซิบบอก

“เธอไม่ต้องไป ไม่มีไอ้โรคจิตอะไรหรอก” แล้วลากมาย่าไปลิ่ว ชนมนเดาได้ว่าอิทธิฤทธิ์จะลากมาย่าไปไหน ไปทำอะไร มองตามไปหัวใจเจ็บจี๊ดๆ

ooooooo

อิทธิฤทธิ์ลากมาย่าไปยังฉากที่ชนมนจัดแต่งไว้ อย่างสวยงาม เธอรู้ทันทีว่าถูกอิทธิฤทธิ์หลอก แต่ บรรยากาศที่สวยงามก็ทำให้เธอผ่อนคลาย

ชนมนตามมาแต่ไม่กล้าโผล่ออกไป เธอแอบอยู่หลังต้นไม้อย่างไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องตามมา

อิทธิฤทธิ์พามาย่าไปนั่งชิงช้า โล้ให้เธอเบาๆบรรยายถึงสมัยเด็กที่เคยโล้ชิงช้าให้เธอนั่ง บอกว่าจำทุกเรื่องของเธอได้ มาย่านึกถึงความหลังที่พ่อแม่ตนมักเดินทางบ่อย จึงเอาเธอไปฝากไว้ที่บ้านอิทธิพล ทำให้เติบโตมาด้วยกัน

“ผู้หญิงที่สำคัญในชีวิตฉันมีเพียงแค่สองคนเท่านั้น คือแม่แล้วก็เธอ ย่า...เธอมีความสำคัญต่อชีวิตฉันจริงๆ ฉันรู้แล้วว่า ชีวิตฉันไม่มีเธอไม่ได้...ย่า...ฉันรักเธอ...อิทรักย่านะ...แล้วย่าล่ะ รักอิทรึเปล่า”

มาย่าอึ้งไปครู่หนึ่ง มองหน้าเขาอย่างยุ่งยากใจก่อนที่จะเอ่ยอย่างลำบากใจว่า “ฉัน...ฉันขอโทษ...ฉัน...” พูดได้แค่นั้นอิทธิฤทธิ์ก็เดาว่าเธอจะพูดอะไรต่อไป เขารีบห้าม

“ไม่ต้องพูดต่อแล้ว! ไม่อยากฟัง” เขาดึงเธอเข้าไปกอด มาย่ายังจะพูดอีก ถูกเขาห้ามเสียงปร่า “บอกแล้วไงว่าไม่ต้องพูด! ฉันรู้แล้ว เข้าใจแล้ว...”

มาย่าจะดันเขาออกไปแต่ใจอ่อนทำไม่ลง จึงปล่อยให้เขากอดอยู่อย่างนั้น

ชนมนทนดูไม่ได้หันจะเดินกลับก็เจอธรรม์ที่ยืน มองมาย่ากับอิทธิฤทธิ์อยู่ข้างหลังเธอ มองตาก็รู้กันว่าหัวใจเจ็บปวดเพียงใด แล้วต่างก็ข่มใจเดินกลับไป
มาย่าร้องไห้ ขอโทษอิทธิฤทธิ์ถามเขาว่าเรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม อิทธิฤทธิ์ฝืนยิ้มเอามือกอดคอ มาย่าทำเป็นร่าเริง

“เฮ้ย...เป็นสิ ยังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ เรายังเป็นเพื่อนกัน เธอไม่ต้องรักฉันก็ได้ แค่อยู่ข้างๆฉันก็พอ...”

“อิท...” มาย่าเอามือเขาออกจากบ่า ต่างมองหน้ากันอย่างกระอักกระอ่วนใจ

ooooooo

ชนมนเห็นอิทธิฤทธิ์ยืนอยู่ข้างชิงช้าคนเดียว เธอนึกว่าเขากำลังอยู่ในอารมณ์รักบอกเขาว่าดีใจด้วยนะ

อิทธิฤทธิ์หันขวับมาถามว่าดีใจเรื่องอะไร พอนึกได้ก็ตีหน้าไก๋ ทำเสียงอือในคอแล้วเสไปทำโน่นทำนี่กลบเกลื่อนความเสียใจที่ยังไม่อาจตัดไปได้ ส่วนชนมนฟังแล้วก็แทบน้ำตาร่วงเมื่อแน่ใจว่าอิทธิฤทธิ์กับมาย่าลงเอยกันแล้ว กัดฟันเตือนตัวเองว่าอย่าร้อง...อย่าร้อง!

เช้ามืดวันรุ่งขึ้น มาย่ามาเจอธรรม์วิ่งจ๊อกกิ้งเอา เป็นเอาตายในสวนก็เข้าไปทัก ธรรม์ดุว่าทำไมมาเดินคน เดียวอย่างนี้แล้วจะพาไปส่งห้อง มาย่าบอกว่าตนจะปรึกษาเรื่องอิทธิฤทธิ์ ธรรม์บอกปัดทันทีว่าเรื่องนี้ปรึกษาเมนี่จะดีกว่า เพราะถ้ามีแฟนตอนนี้อาจทำให้งานมีปัญหาแล้วยังพวกแฟนคลับอีก เขาพามาย่าเดินกลับไปทางโรงแรมทันที

ระหว่างนั้นมาย่าถามงงๆ ว่าแฟนอะไร พอธรรม์ บอกว่าเรื่องเธอกับอิทธิฤทธิ์แล้วเชียร์ว่าเธอสองคนเหมาะสมกันที่สุด มาย่าเสียความรู้สึกมากสวนไปทันทีว่า

“พี่ธรรม์ก็เหมาะสมกับพี่ชนที่สุด ย่าดีใจกับพี่ธรรม์ด้วยเหมือนกันค่ะ” แล้วเร่งฝีเท้าเดินอ้าวไป ธรรม์จะก้าวตาม เธอหันบอกว่า “ไม่ต้องค่ะ ย่ากลับไปที่ห้องพักเองได้ ย่ามีอิทแล้ว พี่ธรรม์ไม่ต้องมาทำหน้าที่พี่ชายที่แสนดีอีกต่อไปแล้ว” ธรรม์บอกว่ายังไงเธอก็เป็นน้องสาวตน “ย่าไม่อยาก เป็นน้องสาวใคร ย่าดูแลตัวเองได้ ไม่ต้องมายุ่งกับย่าอีก!” พูดแล้วเดินจ้ำไปเลย ธรรม์มองตามงงๆ ว่าเธอโกรธอะไร เมื่อครู่นี้ยังดีๆกันอยู่เลย

ครู่เดียว ธรรม์ก็ตกใจเมื่อได้ยินเสียงมาย่าร้อง “กรี๊ดดดด พี่ธรรม์...ช่วยด้วย!!” เขาวิ่งไปตามเสียงทันที แต่ไปถึงไม่เห็นอะไรแล้ว ธรรม์เป็นห่วงมาก เดินหา ไปสะดุดผ้าคลุมไหล่ของมาย่า เขายิ่งใจหายเชื่อว่ามาย่าตกอยู่ในอันตรายแน่ๆ

มาย่าถูกตี๋เล็กกับบ๊วยดักอุ้มไป เธอถามว่าต้องการอะไร อยากได้เงินทองก็เอาไปเลย ตี๋เล็กที่ใส่หน้ากากและดัดเสียงพูด บอกว่าตนไม่ต้องการเงิน ส่วนต้องการอะไรนั้นเดี๋ยวจะบอก ทำให้มาย่ายิ่งกลัว

ที่ห้องนอนอิทธิฤทธิ์ เจ้าตัวยังนอนซมเพราะอกหักอยู่ ชนมนมาปลุกให้ลุกมาติวได้แล้ว เขาถามว่าแล้วมาย่าล่ะ? พอชนมนบอกว่าออกไปเดินเล่น อิทธิฤทธิ์ก็ลุกพรวดบอกว่า “ฉันต้องไปพูดกับมาย่า” แล้วเดินอ้าวออกไปเลย

ไปเจอธรรม์ในสวนป่า ถามว่าเห็นมาย่าไหม ธรรม์บอกว่ามาย่าหายตัวไป ทั้งอิทธิฤทธิ์และชนมนตกใจมาก ทั้งสามพากันเดินตามหามาย่าไปในสวนป่า อิทธิฤทธิ์เห็นบ๊วยที่กำลังนั่งหัวเราะคิกคักดีใจที่วันนี้ลูกพี่ตนได้ขึ้นสวรรค์แน่ เขาพุ่งเข้าไป บ๊วยหันมาเจอลุกได้ก็วิ่งหนี  เขาวิ่งไล่ตาม ชนมนกับธรรม์ตะโกนเตือนให้ระวังด้วย มันอาจมีอาวุธ แล้ววิ่งตามไป

ตี๋เล็กพามาย่าไปถึงชายป่าริมถนนใหญ่ จึงบอกเธอว่า จะพาเธอนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์คันเท่ แต่ต้องฝันค้าง เมื่อบ๊วยวิ่งทะเล่อทะล่ามาบอกว่าแย่แล้ว พวกมันตามมาแล้ว ตี๋เล็กจับมาย่าซ้อนมอเตอร์ไซค์หนีไปทันที อิทธิฤทธิ์ ธรรม์และชนมนตามมาเห็นแต่จับไม่ทัน จึงพากันวิ่งไล่ตาม บ๊วยอาศัยจังหวะที่ทุกคนมัวแต่มองตามมอเตอร์ไซค์หลบหนีไป

แต่ตี๋เล็กกร่างอยู่ได้ไม่นาน รถเบรกแตกตกข้างทาง พวกอิทธิฤทธิ์ไล่ตามมาเจอมาย่ากำลังตะเกียกตะกายลุกจากกองทราย พอเห็นธรรม์กับอิทธิฤทธิ์ตามมาทัน เธอโผไปกอดธรรม์ร้องไห้อย่างขวัญเสีย อิทธิฤทธิ์เข้าไปกระชากตี๋เล็กขึ้นมา ชนมนตรงเข้ากระชากหน้ากากออก พอเห็นโฉมหน้าที่แท้จริง ทุกคนอุทานพร้อมกัน

“ไอ้ตี๋เล็ก!!”

อิทธิฤทธิ์ต่อยหน้ามันเปรี้ยง ธรรม์จะตามซ้ำ มาย่า กอดแขนเขาไว้ ธรรม์ชะงักดึงมาย่าเข้าไปกอด อิทธิฤทธิ์มองทั้งสองนิ่งๆ ชนมนมองอย่างแปลกใจที่วันนี้อิทธิฤทธิ์ ไม่อาละวาดใส่ธรรม์เหมือนทุกครั้ง

ooooooo

อิทธิพลให้นายตำรวจที่ใกล้ชิดไปสืบที่อยู่เบอร์โทรศัพท์ และประวัติของนฤดี เมื่อได้มาเขานั่งดูเบอร์ โทร.อย่างชั่งใจ

จนกลับถึงบ้านเขายังยืนชั่งใจอยู่ในห้องทำงาน โดยมีถนอมมองลุ้นอยู่ เขาดูนาฬิกาแล้วหยิบโทรศัพท์ โทร.ออก

พอปลายสายรับ เขารีบพูด “นฤดี...นี่ผมเอง... อิทธิพล”

เสียงปลายสายตัดฉับทันที อิทธิพลหันมองหน้า

ป้าหนอมบอกอย่างผิดหวัง “เขาไม่ยอมรับสายฉัน”

“โธ่เอ๊ย...ทำไมคุณผู้หญิงถึงใจแข็งอย่างนี้”

“ไม่ใช่ใจแข็ง ใจดำต่างหาก”

ป้าหนอมได้แต่มองอิทธิพลอย่างเห็นใจและเข้าใจเจ้านายตน...

ooooooo

เมื่อรู้ว่าไอ้โรคจิตคือตี๋เล็ก ชนมนบอกให้จับส่งตำรวจเลย ธรรม์บอกว่าเราต้องให้ตำรวจท้องที่จัดการ มาย่าทักท้วงว่า ถ้าเรื่องถึงตำรวจตนต้องเป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่ เสนอให้ปล่อยไปเสีย ตนไม่เอาเรื่อง เพราะตนก็ปลอดภัยแล้ว

อิทธิฤทธิ์ไม่ยอม เสนอว่าถ้าไม่จับส่งตำรวจก็ฆ่าหมกป่าเสียเลย ตี๋เล็กตาเหลือกโวยวายว่าตนแค่อยากให้มาย่าซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ขี่โชว์เท่านั้นเอง อิทธิฤทธิ์ให้ตี๋เล็กรับปากก่อนว่าต่อไปจะไม่ยุ่งกับมาย่าอีก ตี๋เล็กไม่ยอมเพราะตนรักมาย่า

“งั้นเราคงต้องไปคุยกับพ่อแม่นาย” ธรรม์เดินเข้ามาบอก ตี๋เล็กกลัวยิ่งกว่าถูกขู่ฆ่า ร้องลั่นว่าไม่ได้อย่าให้ป๊ารู้เรื่องนี้เด็ดขาด “ได้  งั้นนายห้ามมายุ่งกับมาย่าอีก รับปากมา!” ธรรม์เสียงเข้ม

“ครับๆต่อไปผมจะไม่ยุ่งกับน้องมาย่าอีก” ธรรม์ย้ำว่า สัญญาลูกผู้ชายห้ามคืนคำเด็ดขาด “ครับๆผมไม่คืนคำแน่”

มาย่ายิ้มอย่างภูมิใจในตัวธรรม์ อิทธิฤทธิ์เห็นแล้วยิ่งปวดใจเดินออกไปทันที ชนมนรีบเดินตามพยายามชวนคุยเขาก็เฉย เธอเลยถามตรงๆว่า ตกลงเขากับมาย่านี่มันยังไงกันแน่ เขาจึงชะงักหันมอง เห็นธรรม์กำลังประคองมาย่าตามมา เลยเดินอาดๆกลับไปพูดกับธรรม์

“ดูแลมาย่าดีๆด้วยล่ะ ถ้านายทำให้มาย่าเสียใจ นายไม่ตายดีแน่” แล้วพูดกับมาย่า “ฉันเข้าใจแล้ว...เข้าใจแล้วจริงๆ ฉันเป็นได้แค่เพื่อนของเธอ ไม่ว่ายังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกัน”

ทั้งธรรม์และชนมนงงเพราะเชื่อว่าทั้งสองตกลงเป็นแฟนกันแล้ว ถูกอิทธิฤทธิ์ดุว่าไม่ต้องทำงง แล้วลากชนมนปลิวติดมือไป ทิ้งธรรม์กับมาย่ามองหน้ากันเขินๆอยู่ตรงนั้น

ooooooo

อิทธิฤทธิ์ลากชนมนไปจนถึงสวนในรีสอร์ต เธอสะบัดมือหลุด ถามว่าลากตนมาทำไม!

“ไม่รู้เหมือนกัน!” อิทธิฤทธิ์ตอบงงๆ แล้วพูดอย่างกดดันว่า “ในที่สุดไอ้ธรรม์มันก็ชนะฉันจนได้”

“เรื่องมาย่าน่ะหรือ...นายต่างหากที่ชนะ นายยอมรับความจริงอย่างลูกผู้ชายเถอะว่า นายได้ชนะใจตัวเองแล้วนายอิทธิฤทธิ์” อิทธิฤทธิ์หันมาเอาหัวซบไหล่ชนมนอย่างอ่อนแอ ทีแรกชนมนก็ตกใจจะดันออก แต่แล้วก็ทำไม่ลงได้ยินอิทธิฤทธิ์พึมพำอย่างเจ็บปวด “ทำไมมาย่าเลือกไอ้ธรรม์ไม่เลือกฉัน”

“มาย่าคงเห็นนายเป็นเพื่อน เป็นเพื่อนกันน่ะดีแล้ว เป็นเพื่อนกันไม่มีวันจะตัดขาดจากกัน ดีกว่าเป็นแฟนกันอีก แล้วเรื่องของความรักน่ะ มันบังคับใจกัน ไม่ได้...นายคงเสียใจมากล่ะซี” ถามด้วยน้ำเสียงที่สงสารจับใจ แต่คำตอบกลายเป็นว่า...

“เสียใจนิดหน่อย แต่เสียฟอร์มมากกว่า จัดฉากเหนื่อยแทบตาย  แต่มาเจ๊งไม่เป็นท่าอย่างนี้มันเสียหน้าจริงๆ”

“เสียหน้า! แค่เสียหน้างั้นเหรอ แล้วเรื่องจัดฉากบอกรักน่ะ ฝีมือฉันทั้งนั้น ฉันเหนื่อยแทบตาย ฉันบอกนายแล้วว่าเรื่องรักเอาไว้ทีหลัง” พูดแล้วผลักหัวเขาออกไปเคืองๆ อิทธิฤทธิ์บอกว่าไม่ต้องห่วง ตนจะพยายามลืมเรื่องมาย่า ตอนนี้ตนมีเป้าหมายใหม่แล้ว ทำเอาชนมนใจเต้นแรง ถามว่า “อะไรมันจะเร็วขนาดนี้ นายเพิ่งอกหักรักคุดมาหมาดๆ ใคร...ใครเป็นเป้าหมายใหม่ของนาย”

“ผู้หญิงที่ทำให้ฉันเป็นคนดีขึ้นยังไงล่ะ ผู้หญิงที่ทำให้ฉันตั้งใจเรียนตั้งใจสอบให้ผ่าน ผู้หญิงที่ทำให้ฉันยังมีความหวังในชีวิต” อิทธิฤทธิ์พรรณนาเสียจนชนมนใจเต้นระทึกอยากรู้ว่าเป็นใคร แต่แล้วก็เหวอเมื่อเขาบอกว่า “แม่ของฉัน ฉันจะต้องสอบให้ผ่าน และไปเจอแม่ให้ได้ ที่จริงเรื่องนี้ก็เป็นเป้าหมายที่ฉันตั้งไว้แต่แรกแล้ว ฉันมามัวยุ่งกับเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ต่อไปเธอต้องติวฉันให้หนักเลยนะ ฉันต้องสอบให้ได้!”

พูดจบก็ตบไหล่ชนมนแล้วเดินออกไป ชนมนยืนเหวอๆไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดี

ooooooo

ธรรม์ประคองมาย่าพากลับที่พัก ต่างมองกันไปคนละทางเขินๆ จนธรรม์เอ่ยขึ้นก่อนว่าได้ยินแล้วใช่ไหมว่าอิทธิฤทธิ์ให้ตนคอยดูแลอย่าให้เธอต้องเสียใจ

มาย่าถามอย่างน้อยใจในทีว่า เขาต้องรอให้อิทธิฤทธิ์เป็นคนอนุญาตก่อนหรือ ธรรม์บอกว่าไม่อยากให้อิทธิฤทธิ์เสียใจเพราะตน เธอย้อนถามว่า “แต่ทำให้ย่าเสียใจได้?”

“ย่าต้องเข้าใจนะ คุณพ่อของอิทมีบุญคุณต่อพี่แค่ไหน ทุกวันนี้ที่อิทไม่มีความสุข ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะพี่ พี่ไม่สามารถทำลายความสุขของอิทได้อีก”

“อิทเขาคิดว่าเขารักย่า แต่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้รักย่าหรอกค่ะพี่ธรรม์ คนอย่างอิทถ้ารักใครจริงๆ เขาไม่ปล่อยมือไปง่ายๆ หรอกค่ะ  อิทเขาไม่เหมือนใครบางคน” ธรรม์รู้ว่าถูกเหน็บ บอกมาย่าว่าตนไม่ใช่คนโรแมนติก ตนทำอย่างอิทธิฤทธิ์ไม่เป็น มาย่าเอะใจถามว่าเห็นตนกับอิทธิฤทธิ์เมื่อวานหรือ แล้วทำไมไม่ถามตนตรงๆ

“คนอย่างพี่ถ้ารักใครจริงๆ แล้ว ไม่ว่าเขาจะไปรักใคร ไม่ว่าเขาจะไปทำอะไรถ้าเขามีความสุข พี่จะยอมปล่อยเขาไป พี่ยอมเจ็บเองดีกว่าทำให้คนที่พี่รักต้องเจ็บ”

“พี่ธรรม์...” มาย่ามองเขาอย่างซาบซึ้งใจ ธรรม์ดึงเธอเข้าไปกอด มาย่าหลับตารู้สึกผู้ชายคนนี้อบอุ่นเหลือเกิน...

ooooooo

หลังจากถ่ายหนังเสร็จ เกิดปรากฏการณ์ใหม่ๆ ที่น่ายินดี มาย่าได้รับคำชมเชยอย่างมาก ที่มีจิตใจรับผิดชอบและทุ่มเทกับงาน โอเจก็ได้รับผลสะเทือนจากแบบอย่างที่ดีของมาย่า เริ่มสนใจเทใจให้งาน ไม่เรื่องมากอย่างแต่ก่อน

ชนมนกลับถึงบ้าน ชินทั้งฟ้องและต่อว่าฉอดๆ ว่า พ่อหน้ามืดเวียนหัวคล้ายจะเป็นลม ดีที่ตนอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นถ้าล้มหัวฟาดพื้นมีหวังเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตแน่ ยาเบาหวานหมดก็ไม่ยอมบอก ชนมนตกใจถามว่าทำไม ชินตอบแทนพ่อว่ามันเปลืองเงิน ชนมนบอกพ่อให้ไปหาหมอด้วยกันเดี๋ยวนี้เลย

“พ่อไม่เป็นอะไรจริงๆ แค่หน้ามืดไปครั้งเดียวเอง อย่าไปฟังไอ้หมูอ้วนตื่นตูมมันเลย” ชูชัยไม่ยอมไป

“ไม่ได้! พ่อต้องไปหาหมอกับหนูเดี๋ยวนี้เลย หนูไปกดเงินก่อน” ว่าแล้วรีบออกไปอย่างร้อนใจ บ่นตัวเองอย่างรู้สึกผิดว่า “บ้าจริงๆ มัวไปช่วยคนอื่นจนลืมพ่อตัวเอง!”

ฝ่ายอิทธิฤทธิ์กลับมาก็ตั้งหน้าตั้งตาติวและทบทวนตำรา มุ่งมั่นที่จะสอบได้เอให้ได้ เขามุ่งมั่นจนแทบจะลืมกินลืมนอน จนชนมนหนักใจ

อิทธิฤทธิ์ฟ้องป้าหนอมว่าธรรม์เป็นคนทำให้ตนอกหัก ป้าหนอมบ่นว่าธรรม์ทำได้ยังไง อิทธิพลถามธรรม์ว่า

“ไหนว่าไปช่วยหนูย่าจากแฟนคลับโรคจิต”

“ผมไปช่วยมาย่าจริงๆ ครับคุณพ่อ ไอ้โรคจิตมันตามไปถึงที่กองถ่าย แล้วเราก็จับตัวมันได้ ผมไปเพราะเป็นห่วงทั้งมาย่าแล้วก็ห่วงอิทเขาด้วย”

“แล้วเรื่องคุณธรรม์กับคุณมาย่ามันเป็นยังไงกันแน่คะ คุณอิทบอกว่าอกหักเพราะคุณธรรม์ ช่วยอธิบายให้ป้าฟังสักนิดได้ไหมคะ” ป้าถนอมยังติดใจ อิทธิพลขัดขึ้นว่า

“ฉันไม่ว่าหรอกนะ ถ้าแกจะมีแฟน แกโตแล้วแต่คิดให้ดี เวลานี้ใช่เวลาที่เหมาะจะคิดเรื่องนี้หรือเปล่า เรากำลังทำคดีสำคัญอยู่!”

ธรรม์ยืนงง ถูกทุกคนรุมโดยไม่ทันตั้งตัว ซํ้ายังถูกอิทธิฤทธิ์คอยโผล่มาเยาะเย้ยเป็นระยะอีกด้วย

แต่หลังจากนั้น อิทธิฤทธิ์ก็มุ่งมั่นตั้งใจเรียน จนชนมนต้องบอกให้พักผ่อนเสียบ้าง

“ฉันมั่นใจว่า ฉันต้องได้เอ ไม่งั้นไอ้ที่ฉันพยายามมาทั้งหมดก็ไม่มีความหมาย”

“รู้จักคำว่าพอดีๆ บ้างไหมเนี่ย” ชนมนพึมพำอย่างหนักใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.