ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อิทธิฤทธิ์ประคองชนมนไปที่บ้านเจ๋งที่อยู่ปากซอยบ้านตัวเอง เจ๋งเห็นสภาพของทั้งสองก็ตกใจถามว่าถูกใครรุมมา อิทธิฤทธิ์บอกว่าไม่ต้องถาม ให้รีบไปหายามา

พอเอายามาให้ เจ๋งก็จัดแจงจะทายานวดรอยฟกช้ำให้ชนมน อิทธิฤทธิ์จะกันเจ๋งให้ออกไปเพราะมีเรื่องจะคุยกับชนมนเลยสั่งให้เจ๋งไปสืบ มาให้ได้ว่าใครเป็นคนทำร้ายชนมน พอเจ๋งออกไปเขาถามเธอว่า

“ทำไมถึงยอมเจ็บตัว ฉันได้ยินนะ พวกมันบังคับให้เธอเลิกติวให้ฉัน”

“เรื่อง นั้นไม่สำคัญหรอก ตอนนี้ควรสืบหาดีกว่าว่าพวกมันเป็นใคร” ชนมนตัดบทเพราะไม่อยากตอบเรื่องนี้ ถูกอิทธิฤทธิ์ทั้งหว่านล้อม ถามดักเมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการก็ถามว่าทำไมไม่โกหกไปว่าจะเลิกติวให้ตน “ฉันไม่รู้ ฉันรู้แต่ว่าฉันต้องช่วยนายสอบผ่านให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

อิทธิฤทธิ์ นิ่งเงียบไปเมื่อรู้ว่าชนมนยอมเจ็บตัวเพื่อช่วยตน เขาเงียบจนเธอสงสัย หยีตามองก็ไม่ชัด ยื่นหน้าเข้าใกล้จนจมูกเกือบสัมผัสกัน ทำให้อิทธิฤทธิ์อึ้งเมื่อเห็นดวงตางามของเธออย่างใกล้ชิด เขาเสถามเก้อๆว่า เธอทำเพื่อตนหรือ?

“เปล่า...ฉันทำเพื่อเงินต่างหาก ฉันติวให้นายคนเดียวได้เงินมากกว่าติวให้คนอื่นทั้งเดือน โดนซ้อมแค่นี้ถือว่า คุ้ม ฉันกลับล่ะ” ชนมนพูดกลบเกลื่อนแล้วตัดบทจะกลับ คว้าแว่นไปใส่  แต่เพราะแว่นแตกและมัวเลยเดินชนนั่นชนนี่ จนอิทธิฤทธิ์จับมือเธอจูง ทำเอาชนมนไปแทบไม่เป็น แต่เขาก็ยังกุมมือเธอแน่นพาเดินไปด้วยกันอย่างใกล้ชิด อบอุ่น

จากนั้นเขาพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าหลายถุงและพาไปทำคอนแทคเลนส์ ใส่ดูยิ่งสวยใสจนอิทธิฤทธิ์มองเพลินจูงมือไม่ปล่อย ชนมนบอกว่าตนเห็นชัดและเดินเองได้แล้ว เขาก็อ้างว่าเธอยังไม่คุ้นชินกับคอนแทคเลนส์เลยจูงต่อไป

“ฉันยังไม่คุ้น แต่ตอนนี้เห็นทุกอย่างชัดเจนแจ๋วเลย ชัดกว่าเดิมด้วยซ้ำ เออ...ค่าคอนแทคเนี่ยพรุ่งนี้ค่อยใช้คืนนะ”

“ไม่ต้อง ถ้าไม่ใช่เพราะฉันเธอก็ไม่ต้องเจ็บตัว” ชนมนถามว่าแล้วเสื้อผ้านี่ล่ะ “ก็ที่ฉันทำกระโปรงเธอขาดไง ซื้อคืนให้” เธอแอบดีใจถามว่ายังจำได้หรือ? “จำได้...ฉันจำได้หมดแหละว่า ฉันเคยทำเธอเจ็บตัวกี่ครั้ง แต่ฉันจำไม่ได้ว่าฉันทำอะไรให้เธอโกรธ สองวันนี้เธอถึงได้เหวี่ยงใส่ฉันนัก” อิทธิฤทธิ์ตัดพ้อในที

“ฉันไม่ได้โกรธและไม่ได้เหวี่ยงด้วย” ชนมนปาก แข็งทั้งที่รู้แก่ใจตัวเองดีว่าหงุดหงิดตั้งแต่เห็นเขาสนิทสนมหยอกล้อใกล้ชิดกับมาย่าแล้ว อิทธิฤทธิ์เองก็ไม่เชื่อจึงพยายามซักไซ้ต่อเพื่อจับผิด พูดหยั่งว่า หรือเพราะตนไม่ค่อยสนใจเธอ ถูกสวนทันทีว่า “อย่ามาสำคัญตัวเองผิด ฉันอารมณ์ไม่ดี เพราะเธอท่องมาตรา 95 ไม่ได้ต่างหาก เธอกับมาย่าจะไปเล่นสนุกที่ไหนฉันไม่สนหรอก ไม่ใช่เรื่องของฉัน แต่วันหลังอย่ามาลากฉันไปด้วย ฉันไม่ชอบเป็นส่วนเกิน เข้าใจเปล่า?!”

อิทธิฤทธิ์คาดเดาได้ว่าเธอโกรธตนเรื่องอะไร เลยพูดชัดๆว่า ต่อไปตนจะสนใจเธอมากกว่านี้ พอเธอโต้ว่า “ฉันไม่ได้สนใจ” ก็ถูกอิทธิฤทธิ์ยั่วว่า “โกหกไม่เป็นก็อย่าฝืน เหนื่อยเปล่า หวงฉันเหรอหรือว่าหึง”

ชนมนถูกถามแทงใจดำเลยเขิน แต่ทำแข็งกร้าวสั่งเขาหยุดไม่งั้นมีต่อย กลับถูกเขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ท้าว่ากล้าก็ต่อยซิ ความใกล้ชิดทำให้ต่างมองกันอึ้ง ยิ่งเมื่ออิทธิฤทธิ์ชมว่าป้าแว่นถอดร่างแล้วก็น่ารักดี เธอก็ยิ่งเขิน จนอิทธิฤทธิ์ทนไม่ได้ขยี้หัวพูดอย่างหมั่นเขี้ยว “ยิ่งเขิน ยิ่งน่ารัก...” ทำให้ชนมนเขินจนอึ้งแล้วอิทธิฤทธิ์ก็เดินผละไป

ooooooo

ฝ่ายตี๋เล็ก กลับบ้านไปอย่างสะบักสะบอม ถูกอาป๊าด่าว่ามีวันไหนบ้างไหมที่ทำตัวเป็นผู้เป็นคนกับเขาบ้าง ไม่ซิ่งรถก็ต่อยตีกับคนอื่น ตกลงอยากเป็นนักเลงใช่ไหม

ตี๋เล็กเอาแต่กอดแอบอยู่หลังอาม้าที่ออกรับแทนว่าการต่อยตีกันเป็นเรื่องธรรมดาหรืออยากให้ลูกเป็นตุ๊ด!

ตี๋เล็กถูกป๊าด่ากระทั่งสั่งให้ปิดร้านที่กลายเป็นแหล่งมั่วสุมขายแต่ท่อไอเสียส่งเสียงดังหนวกหูชาวบ้าน วันๆ เห็นมีแต่เพื่อนมาเอาของฟรีไม่เห็นมีใครซื้อสักคน พอถูกป๊าด่า ตี๋เล็กก็อ้อนอาม้าที่คอยถือหางให้ท้าย พอป๊าจะตัดเงิน อาม้าก็ประกาศว่า “อั๊วจะให้ มีอะไรรึเปล่าลูกของอั๊ว อั๊วเลี้ยงได้!”

ตี๋เล็กฟังอาป๊ากับอาม้าทะเลาะกันแล้วก็ยิ่งพาลโมโหอิทธิฤทธิ์ โทษว่า “ไอ้อิท เพราะแกคนเดียว!”

ooooooo

ซื้อเสื้อผ้าและคอนแทคเลนส์ให้ชนมนแล้ว อิทธิฤทธิ์อาสาพาเธอไปส่งบ้าน เธอปฏิเสธก็ถูกเขาถือวิสาสะจับพาไปที่รถใส่หมวกกันน็อกให้ ทำให้ชนมนยิ่งทำตัวไม่ถูก แข็งใจซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เขาไป

พอพาชนมนมาถึงบ้าน แทนที่อิทธิฤทธิ์จะกลับ เขากลับเดินตามเธอเข้าไป พอเห็นสภาพบ้านเขาถามว่า

ทำไมบ้านโทรมอย่างนี้ โทรมยิ่งกว่าบ้านเจ๋งอีก ทำให้ชนมน

ที่ยังเคลิ้มๆ จากที่นั่งเกาะหลังเขามาหมดอารมณ์ไปทันที ยิ่งเมื่อเขาเห็นบ้านเปิดเป็นร้านขายอาหารตามสั่ง ก็บ่นว่าทำไมไม่เคยบอกกันเลย ถามว่าแล้วอยู่กันกี่คน มีใครบ้าง

“จะรู้ไปทำไม” ชนมนชักฉุน

“อย่าเล่นตัวมาก เจ๊” เสียงชินสอดมาจากใต้โต๊ะที่เจ้าตัวไปแอบนั่งแทะน่องไก่อยู่ พอโผล่ออกมาเจออิทธิฤทธิ์ก็ทักกันอย่างคุ้นเคย แล้วชินก็เปิดทางว่า “จีบกันต่อเลยไม่ต้องเกรงใจ”

อิทธิฤทธิ์เดาได้ว่าชินเป็นน้องชนมน ชินรับรองทันทีว่าใช่ บอกว่าอยากรู้อะไรอีกถามตนได้ อิทธิฤทธิ์ไม่ทันถาม ชินก็เล่าจ๋อยๆ ว่า

“บ้านนี้อยู่กันสามคนมีพ่อ มีพี่ชน แล้วก็ผม ว่าแต่พี่ชื่ออะไร เป็นใคร ไปรู้จักพี่ชนได้ยังไง พ่อมาจะได้เล่าถูก”

ชนมนผลักอิทธิฤทธิ์เร่งให้กลับไปเสีย ชินยังปากเปราะถามชนมนว่าตกลงคนไหนเป็นตัวจริง พี่ตำรวจหรือพี่วินมอเตอร์ไซค์ ทำเอาอิทธิฤทธิ์สะดุ้งโหยงบอกว่าตนไม่ใช่วินมอเตอร์ไซค์ ตนชื่ออิท บอกว่าวันหลังจะมาใหม่ อดแหย่ชนมนไม่ได้ว่า “เธอมีตำรวจมาจีบด้วยเหรอ จ่าแก่ๆ ที่ไหนมาจีบล่ะ”

“กลับไป...ไป๊!!” ชนมนผลักอิทธิฤทธิ์เต็มแรงด้วยอารมณ์โกรธที่กรุ่นขึ้นทุกที! แต่ก็ยังถูกเขาแหย่ยั่ว จนเธอปรามว่าปากอย่างนี้น่าจะปล่อยให้เจอพ่อ เขาท้าในทีว่า ฟังแล้วชักอยากจะเจอ แล้วทำท่าจะย้อนกลับไป

“ถ้านายอยากเจ็บตัว ก็กลับเข้าไปเลย พ่อฉันก็คงอยากเจอนายอยู่เหมือนกัน ฉันไปติวนายทีไรเป็นได้เจ็บตัวกลับมาทุกที ดูสภาพวันนี้สิ แต่ก็ดี! วันนี้พ่อจะได้เคลียร์กับนายซะที”

เจอไม้นี้เข้าอิทธิฤทธิ์ชักทำหน้าเป็นไม่ออก ไม่สนุกกับการยั่วแหย่เธออีกแล้ว เลยพูดอย่างรู้สึกผิดที่เธอต้องมาเจ็บตัวเพราะตน ขอโทษและขอบคุณสำหรับตัวอย่างหัวข้อรายงานด้วย รับรองว่าตนจะสอบผ่านให้ได้ด้วยตัวเอง ไม่ทำให้ติวเตอร์ชนเสียชื่อ แล้วเอาแว่นขาหักกระจกแหว่งของเธอมาใส่บอกว่าขอเอาไปเป็นเครื่องราง

ชนมนจะแย่งคืนแต่เขาชูไว้สูงแย่งไม่ได้เลยตัดใจว่า อยากได้ก็เอาไป เตือนให้ขับรถดีๆ แต่พอเธอหันกลับก็สะดุ้งเมื่อเห็นชูชัยยืนจ้องเขม็งอยู่ พอเดินเข้าใกล้ก็ถามว่าหมอนั่นเป็นใคร ชินสาระแนเล่าตามเคย พอชูชัยรู้ว่าอิทธิฤทธิ์เป็นลูกตำรวจก็ถามว่าพ่อมันชื่ออะไร ชนมนไม่ทันบอกก็ถูกชินทักเสียงดังตื่นเต้นว่า

“รู้แล้ว พี่ชนไม่ได้ใส่แว่นนี่เอง” แล้วถามว่านึกยังไงถึงได้เปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์ เพราะแฟนคนใหม่ที่พามาให้ดูตัววันนี้ใช่ไหม ชนมนบอกว่าเขาไม่ได้เป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำ ชูชัยเตือนให้ห่างๆ ผู้ชายคนนี้ไว้ พ่อเห็นแล้วไม่ถูกชะตานัก

“ก็ห่างกันอยู่แล้ว...พ่อ ถ้าต้องมาซักกันวุ่นวายอย่างนี้ วันหลังจะไม่ให้ใครมาส่งแล้ว” ชนมนบ่นอย่างเหนื่อยใจแล้วเดินไปเลย

ooooooo

ตี๋เล็กที่มีบ๊วยเป็นเสฯวางแผนที่จะให้มาย่ามาสนใจตน หลังจากพยายามให้ชนมนเลิกติวให้อิทธิฤทธิ์ไม่สำเร็จ ตัวเองบอบช้ำ ซ้ำยังถูกป๊าด่าอีก บ๊วยเลยวางแผนให้เล่นงานคนใกล้ชิดแทน

ทั้งสองพากันไปกร่างที่ร้านอาหารตามสั่งที่บ้านชนมน ถูกนักเลงเก่าอย่างชูชัยกระหนาบไม่พอ ธรรม์มาเจอเหตุการณ์เข้าช่วย พอบ๊วยรู้ว่าธรรม์เป็นตำรวจก็เปิดแน่บกลัวถูกจับเรื่องค้ายา

บ๊วยวางแผนใหม่ให้เล่นงานพ่อของอิทธิฤทธิ์แทน แต่พอรู้ว่าพ่ออิทธิฤทธิ์เป็นใครก็ฝ่อสนิท

“แล้วเราจะทำยังไงต่อไปดีล่ะ” ตี๋เล็กถามบ๊วยลูกน้องสมองกลวงที่ทำตัวเป็นเสฯ บ๊วยแนะให้เดินหน้าจีบมาย่าจริงจังไปเลย ถ้าจีบมาย่าติดเมื่อไร อิทธิฤทธิ์มีหวังอกหักยับเยิน เท่านี้ตี๋เล็กก็ได้ทั้งมาย่าและได้แก้แค้นอิทธิฤทธิ์ไปด้วย

“เออจริง...” ตี๋เล็กดี๊ด๊าดีใจ คุยโวว่า “ฉันนึกออกแล้วว่าจะจีบน้องมาย่ายังไง ลีลาจีบหญิงที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร น้องมาย่าต้องจังงัง ยอมเป็นแฟนฉันแน่! ตี๋เล็กกระหยิ่มยิ้มย่องกับแผนใหม่ของตน”

ตี๋เล็กเริ่มแผนใหม่ทันที โทร.เข้ามือถือมาย่า พอเธอรับสายก็เอาแต่หัวเราะเหมือนคนเสียสติ จนมาย่ากลัวรีบวางสาย

ooooooo

อิทธิฤทธิ์รู้ว่าวันนี้มาย่าไปถ่ายโปสเตอร์กับโอเจ ก็ไม่มีใจจะติว บอกชนมนว่ารวบไปไว้พรุ่งนี้เลยแล้วกัน

ป้าหนอมถือคุกกี้หน้าตาตื่นมาบอกชนมนว่ามาย่าบอกให้ทำตั้งแต่เมื่อวานลืมเอาไปให้มาย่าจนได้

ขณะนั้นเอง ชนมนได้รับโทรศัพท์จากมาย่าให้ไปเอาเสื้อผ้าที่ตนเตรียมไว้ให้ที่สตูดิโอ

ส่วนธรรม์เข้าไปขอร่วมทีมคดีพิเศษที่จะไปจัดการพวกเก่งกาจที่มีข่าวว่าอาจจะมีการเคลื่อนไหวเร็วๆนี้แต่อิทธิพลไม่อนุญาต ธรรม์ชี้แจงว่าแค่ตนทำผิดครั้งเดียวทำไมไม่ให้โอกาสแก้ตัว

“ฉันคิดผิดเองที่ดึงแกมาร่วมทำคดีนี้ แกมีความสามารถแต่ไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ แยกแยะเรื่องส่วนตัวจากเรื่องงานไม่ได้ ไอ้ความผิดครั้งเดียวของแกเกือบทำให้เราเสียนายตำรวจดีๆไป คดีนี้สำคัญเกินกว่าจะเสี่ยงกับตำรวจอ่อนหัดอย่างแก”

“ผมพลาด ผมได้บทเรียนไปแล้ว คุณพ่อไม่ต้องกลัวว่าผมจะพาลูกน้องไปตายเหมือนคุณพ่อหรอกครับ ผมรู้ว่าพ่อเที่ยงธรรมตายเพราะอะไร ผมไม่ทำผิดซ้ำสองตามคุณพ่อแน่!” พูดแล้วธรรม์ตกใจตัวเองที่โพล่งออกไปเช่นนั้น

อิทธิพลเดินออกไป ทั้งโกรธทั้งเจ็บที่ถูกสะกิดแผลเก่า ธรรม์มองตามเสียใจที่อิทธิพลไม่ให้โอกาสตนแต่ก็รู้สึกตัวเองผิดไม่น่าพลั้งพูดไปโดยไม่ยั้งคิดอย่างนั้นเลย

ooooooo

อิทธิฤทธิ์ลิ่วไปที่สตูดิโอถ่ายภาพ เห็นโอเจกับมาย่ากำลังโพสท่าถ่ายโปสเตอร์อยู่เป็นท่าที่โอเจกอดและจูบมาย่า แต่โอเจจูบปากมาย่าจริงๆ ทำให้มาย่าชะงักถลึงตาใส่สั่งให้ปล่อย!

อิทธิฤทธิ์แผลงฤทธิ์ทันที เข้าไปขวางการทำงานด่าโอเจว่าลวนลามมาย่า โอเจเสียหน้าด่าอิทธิฤทธิ์ว่าไม่เข้าใจเรื่องการแสดงแล้วไม่ถ่ายต่อเอาดื้อๆ เมนี่จึงไปคุยกับอิทธิฤทธิ์ให้อยู่ห่างๆ อยู่เฉยๆ หรือไม่ก็ให้ออกไปรอที่อื่น

อิทธิฤทธิ์ฮึดฮัดไม่พอใจ เฝ้าดูการโพสท่าถ่ายโปสเตอร์ จนกลายเป็นคนกำกับผู้กำกับอีกต่อหนึ่ง เมนี่เข้ามาขอร้องว่าอย่าทำตัววุ่นวายได้ไหม

“ผมอยู่เฉยไม่ได้หรอก ไม่เห็นเหรอว่า มาย่าอึดอัดใจแค่ไหน”

เมนี่กับโอเจโต้ว่ามาย่าเป็นมืออาชีพไม่เห็นมีปัญหา เมนี่ถามมาย่าว่าจริงไหม มาย่าฝืนใจบอกว่า

“ค่ะ ไม่มีปัญหา ถ่ายต่อกันเถอะค่ะ” แล้วบอกอิทธิฤทธิ์ “ไปรอข้างนอก ฉันขอร้อง ฉันดูแลตัวเองได้”

ชนมนมาถึงทางเข้าสตูดิโอพอดี ถามสตาฟฟ์ว่าจะเจอมาย่าได้ที่ไหน ตนเป็นเพื่อนมาย่าให้ตนมารับของที่นี่ สตาฟฟ์จะให้เข้าไปแต่เธอไม่รบกวนเวลาทำงาน สตาฟฟ์จึงให้รออยู่ตรงนั้นเดี๋ยวจะตามเมนี่มาให้ ชนมนโล่งใจจะได้ไม่ต้องเจออิทธิฤทธิ์ แต่พอหันมาก็จ๊ะเอ๋เข้าอย่างจัง!

อิทธิฤทธิ์ถือโอกาสใช้ให้เธอเข้าไปคอยกันท่าโอเจไม่ให้ล่วงเกินมาย่า ไปทำให้โอเจรู้เสียบ้างว่ามาย่าเป็นของใคร ชนมนต้องฟังเขาพูดอย่างอดทน พอฟังจบก็บอกว่า เข้าใจที่เขาพูดแต่ไม่ทำ ตนมาเพราะมีธุระกับมาย่าเสร็จก็จะกลับ ไม่ได้มีหน้าที่รับใช้เขา ขอให้รู้ไว้ด้วย

พอดีเมนี่ถือถุงเสื้อผ้าที่มาย่าฝากมาให้ชนมน พอมาถึงก็พูดอย่างดูถูกเหยียดหยามว่าเสียดายที่มาย่าจ่ายค่าติวแล้วยังต้องแถมเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าราคาแพงให้อีก แต่เพราะมาย่าเป็นคนใจอ่อนเมื่อ “หน้าด้านขอ ก็ต้องให้”

“หนูไม่เคยขอนะ มาย่าให้หนูมาเอง” ชนมนฉุนขาด อิทธิฤทธิ์ก็โกรธเถียงแทนว่า มาย่าจะให้ของใครแล้วเธอมาเกี่ยวอะไรด้วย หรืออยากได้ อย่าดูถูกคนอื่นนักเลย ดูตัวเองก่อนเถอะ!

เมนี่กรี๊ดด่าไอ้เด็กบ้า แต่อิทธิฤทธิ์ไม่สนใจเดินตามชนมนออกไป ทิ้งเมนี่ให้ยืนโกรธแทบเป็นบ้าอยู่ตรงนั้น

ooooooo

ธรรม์รับขนมจากป้าหนอมเอาไปให้มาย่า บอกว่าพอดีผ่านมาธุระแถวนี้เลยแวะเอามาให้ ทำให้มาย่าเสียความรู้สึกไม่น้อย ถามว่าเขาส่งดอกไม้มาให้ตนใช่ไหม

“พี่ไม่ได้ส่ง งานพี่ยุ่งมาก พี่ไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องนี้หรอก” ทำให้มาย่าทั้งน้อยใจทั้งโกรธ ตำหนิตัวเองว่าไม่น่าโง่ถามเลย ถามประชดว่า แล้วนี่เสียเวลาเอาคุกกี้มาให้ตนทำไม ธรรม์ไม่ตอบแต่กลับถามว่า “ทำไมต้องโกรธด้วย”

“แล้วทำไมจะโกรธไม่ได้ ถ้าไม่แคร์กันแล้ว ไม่ต้องมาทำดีด้วย ไม่ต้องมาเจอกัน ต่างคนมีชีวิตของตัวเองไป แล้วนี่มาทำไม มาให้ความหวังย่าอีกทำไม ย่าไม่อยากคิดถึงพี่ธรรม์อีกแล้ว กลับไปเลยค่ะ ย่าไม่อยากเห็นหน้าพี่แล้ว!”

“พี่ก็อยากลืมหน้าย่าเหมือนกัน แต่พี่ทำไม่ได้” ธรรม์โพล่งออกไป

ชนมนหิ้วถุงเสื้อผ้าเต็มสองมือเข้ามาถามหามาย่า เจอธรรม์พอดี อิทธิฤทธิ์เดินตามมาเจอธรรม์ก็ชักสีหน้าถามว่ามาทำไม ธรรม์บอกว่าป้าหนอมให้เอาคุกกี้มาให้มาย่า ก็ถูกไล่ทันทีว่าให้แล้วก็กลับไปเสีย

“พี่ธรรม์อยู่ก่อนได้ไหมคะ เดี๋ยวชนขอติดรถกลับไปด้วย” อิทธิฤทธิ์กันท่าทันทีว่าเดี๋ยวตนจะไปส่งเอง

อิทธิฤทธิ์นั้น ด้านหนึ่งหวงมาย่าแต่อีกด้านก็หึงชนมนไม่ยอมให้ใกล้ชิดธรรม์

ขณะนั้นเอง เมนี่ก็หน้าตาตื่นวิ่งมาบอกมาย่าให้ไปดูของที่ใครไม่รู้ส่งมาให้เธอ

ที่แท้คือกล่องของขวัญที่ตี๋เล็กส่งมาให้มาย่าเป็นรูปหัวใจติดสปริงพอเปิดกล่องก็เด้งขึ้นมาจนทุกคนตกอกตกใจ ทุกคนงุนงงว่าใครมาเล่นบ้าๆแบบนี้ มาย่า  จึงเล่าให้ฟังว่าวันก่อนก็ได้รับโทรศัพท์ลึกลับโทร.มาหัวเราะเหมือนคนโรคจิต

จากหลักฐานต่างๆทำให้มาย่าเชื่อว่าไอ้โรคจิตมันต้องอยู่ใกล้ๆนี้ พอดีมีวี่แววบางอย่างของคนโรคจิต อิทธิฤทธิ์พรวดออกไปค้นหา มาย่าขอตามไปด้วย อิทธิฤทธิ์อนุญาตแต่ต้องอยู่ข้างตนตลอดเวลา

ตี๋เล็กกับบ๊วยยังคะนองกับการหลอกล่อคนในสตูดิโอ จนอิทธิฤทธิ์กับมาย่าตามเจอแต่ไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะทั้งสองใส่หน้ากาก ตี๋เล็กกับบ๊วยก็วิ่งหนี อิทธิฤทธิ์ไล่ตาม มาย่าตามไปด้วยแต่รองเท้าส้นสูงสะดุดบางอย่างล้มลงอิทธิฤทธิ์จึงหันมาช่วย ทำให้ตามไม่ทัน มาย่าจึงชวนกลับ ถูกตี๋เล็กกับบ๊วยที่ซ่อนตัวอยู่แถวนั้นหัวเราะเยาะกันคิกคัก

อิทธิฤทธิ์หันมาเห็น เขาพุ่งใส่ทันที ตี๋เล็กกับบ๊วยวิ่งไปลงบันไดหนีไฟที่อยู่นอกอาคาร อิทธิฤทธิ์ไล่ตาม มาย่าร้องห้ามเพราะอันตราย แต่อิทธิฤทธิ์ก็ไล่ตามจนหายไปจากสายตา มาย่าตัดสินใจปีนบันไดตามไปแต่เพราะใส่รองเท้าส้นสูงทำให้ก้าวพลาดกลิ้งหลุนๆตกบันไดสูงลิ่ว มาหยุดที่พื้นในสภาพแน่นิ่ง!

ooooooo

ที่โต๊ะอาหารเช้าวันนี้ หลังจากอิทธิพลทานอาหารเสร็จ ป้าหนอมก็เร่งให้แตงเก็บโต๊ะแล้วออกไปเพื่อตัวเองจะได้คุยกับอิทธิพล เตือนเรื่องที่เขาสัญญาไว้กับอิทธิฤทธิ์ว่าจะพาไปพบแม่

พอแตงออกไปแล้ว ป้าหนอมเข้าไปบอกอิทธิพลว่า อิทธิฤทธิ์ตั้งใจเรียนแบบนี้ยังไงก็ต้องสอบผ่าน ย้ำเตือนว่า

“คุณท่านสัญญาอะไรไว้กับคุณอิทได้ใช่ไหมคะ คุณท่านโทร.บอกคุณผู้หญิงหรือยังเรื่องที่คุณอิทจะไปหา แล้วคุณผู้หญิงว่ายังไงบ้าง แล้วคุณท่านจะให้คุณอิทไปเมื่อไหร่ แล้วจะให้คุณอิทไปคนเดียวหรือคุณท่านจะไปด้วยคะ”

อิทธิพลบอกว่ายัง อ้างว่าเอาไว้รู้ผลสอบก่อนโทร.คุยตอนนั้นก็ยังไม่สาย

“ทำใจเย็น เดี๋ยวมีปัญหาทีหลัง จะหาว่าอิฉันไม่เตือนไม่ได้นะคะ” ป้าหนอมพูดแล้วเดินออกไปอย่างขัดใจ

อิทธิพลนั่งหน้าเครียด แอบหนักใจอยู่ไม่น้อย

ooooooo

ธรรม์กับชนมนวิ่งตามมาเจอมาย่าที่เริ่มรู้สึกตัวแล้ว เธอถามว่า อิทธิฤทธิ์เป็นอย่างไรบ้าง พอไม่เห็นก็บอกทั้งสองว่าอิทธิฤทธิ์วิ่งตามไอ้โรคจิตไปบนโน้น ชนมนจึงให้ธรรม์ดูแลมาย่าตนจะตามไปดูอิทธิฤทธิ์เอง

มาย่าพยายามลุกขึ้นแต่ยังเจ็บปวดมาก ธรรม์อุ้มเธอไปที่ห้องแต่งตัวของสตูดิโอ

ตี๋เล็กกับบ๊วยวิ่งวนอยู่บนหลังคาสตูดิโอจะกระโดดไปยังอีกตึกก็ไกลจนไม่แน่ใจ ตี๋เล็กกลัวถูกจับได้มากกว่าบอกบ๊วยว่ายังไงก็ต้องโดด แล้วดึงบ๊วยกระโดดไปอย่างน่าหวาดเสียว

อิทธิฤทธิ์วิ่งตามขึ้นมาไม่เห็นใครแล้ว คาดว่าพวกนั้นคงกระโดดไปยังอีกตึกหนึ่ง เขาตั้งท่าจะกระโดดตามไป ชนมนตามมาทันตะโกนลั่น

“อิท อย่า!!” ชนมนพุ่งเข้าไปคว้าตัวเขาไว้เลยล้มกลิ้งลงมาด้วยกัน

อิทธิฤทธิ์โมโหถามว่ามาห้ามทำไม ชนมนชี้ให้ดูว่าถ้าเขาขืนโดดไปก็มีหวังตกไปคอหักตาย ถูกเขาตวาด อย่ามายุ่ง!

“นายกำลังต้องการพิสูจน์อะไร พิสูจน์ว่านายแน่กว่าพี่ธรรม์งั้นเหรอ ไอ้ความบ้าระห่ำของนายไม่ได้พิสูจน์ว่านายเก่งกล้าเลยนะ แต่มันบอกถึงความโง่เง่าของนาย!”

อิทธิฤทธิ์โต้ว่าตนกำลังช่วยจับไอ้โรคจิต ถ้าไม่จับ ต่อไปมาย่าก็จะอยู่ไม่เป็นสุขแน่ ชนมนเลยถามว่าแล้วตอนนี้เขารู้ไหมว่ามาย่าอยู่ไหน ทำให้เขาเพิ่งนึกได้ว่าไม่เห็นมาย่าตามขึ้นมา

“ถ้านายเป็นห่วงมาย่าจริงๆ นายก็ต้องคอยปกป้องดูแลมาย่าไม่ใช่มาวิ่งจับคนร้ายเป็นบ้าเป็นหลังอย่างนี้ อยากโดดก็โดดไปเลย อย่างมากก็แค่ตาย! ไม่ต้องสนใจหรอกว่าใครจะเป็นห่วง!” ชนมนหันหลังเดินไปอย่างไม่สนใจ

อิทธิฤทธิ์เริ่มคิดได้ เดินตามชนมนไป ถามว่า “มาย่าไม่เป็นไรใช่ไหม?” ชนมนไม่สนใจเดินดุ่มๆไป

ที่ขอบตึกบนดาดฟ้า...มีมือสองมือมอมๆโผล่มาเกาะขอบตึก อึดใจเดียวก็มีอีกสองมือเขรอะไม่แพ้กันโผล่มาเกาะขอบตึกใกล้กัน ทั้งสี่มือพยายามดึงตัวขึ้นมา แต่ก็โผล่ขึ้นมาได้แค่ครึ่งหน้าที่สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

มันคือตี๋เล็กกับบ๊วย เกาะขอบตึกห้อยต่องแต่งอยู่อย่างทรมาน

ooooooo

ธรรม์อุ้มมาย่ามาปฐมพยาบาลที่ห้องแต่งตัวของสตูดิโอ เขาพันแผลให้อย่างตั้งอกตั้งใจ มาย่าเผลอมองหน้าเขาด้วยความรู้สึกดีๆ มองเพลินจนเขาพันแผลเสร็จเงยหน้าขึ้นสบตากัน เธอหลบตาเขาแทบไม่ทัน เอ่ยเบาๆ แต่ยังงอนๆ

“ขอบคุณนะคะ”

อิทธิฤทธิ์ตามชนมนมาถึงพอดี เขารี่เข้าไปถาม มาย่าว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า เขาขอโทษ มาย่าบอกว่าไม่เป็นไร

“แต่ฉันรู้ว่าเธอโกรธ”

“ใช่ ฉันโกรธ แต่ฉันไม่ได้โกรธที่เธอทิ้งฉัน ฉันโกรธที่เธอทำอะไรโดยไม่คิดถึงอันตราย คนร้ายมีตั้งสองคน เธอวิ่งตามจับมันด้วยมือเปล่า ถ้าเธอถูกมันฆ่าตาย เธอคิดว่ามันคุ้มกับการเสี่ยงไหมอิท!”

อิทธิฤทธิ์ย้อนถามว่า แล้วตนตายหรือเปล่าล่ะ ตนอุตส่าห์มาช่วย กลับเป็นฝ่ายผิด แต่ธรรม์ทำอะไรก็ถูกหมด! ธรรม์มาได้ยินเลยตำหนิว่าเขาพาลแล้ว ชนมนก็เตือนสติว่า มาย่าเป็นห่วงถึงไม่อยากให้เขาเอาชีวิตไปเสี่ยง

“ชีวิตฉัน ฉันจะตายก็เรื่องของฉัน ถ้าไม่อยากให้ช่วยก็บอก ทีหลังก็จะไม่ช่วยแล้ว!” อิทธิฤทธิ์พาลไม่เลิก เดินหนีไป ทุกคนมองอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร ชนมนตัดสินใจเดินตามไป

ส่วนธรรม์เป็นห่วงมาย่า บอกเธอว่า อย่าโกรธอิทธิฤทธิ์เลย เธอบอกว่าตนกับอิทธิฤทธิ์ไม่เคยโกรธกันนาน และขอบคุณที่ธรรม์ช่วยตนวันนี้

“พี่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก ต่อไปย่าต้องระวังตัวให้มากๆนะ อย่าไปไหนมาไหนคนเดียว แล้วถ้าไม่จำเป็นอย่าไปที่ที่ไม่คุ้นเคย”

ธรรม์แสดงความเป็นห่วงมาก แต่พอมาย่าบอกว่า ตนมีหนังที่ต้องไปเปิดกล้อง และใกล้สอบด้วยไม่มีเวลามาคิดเรื่องไร้สาระพวกนี้ ธรรม์ติงทันทีว่าช่างมันไม่ได้ แต่พอเธอถามว่า แล้วจะให้ทำยังไง ธรรม์อึกอักแม้จะเป็นห่วงมาก แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ แนะนำว่า “บอกคุณเมนี่ให้หาการ์ดมาเพิ่มแล้วก็ดูแลตัวเองให้ดีๆ”

“ค่ะ ต่อไปนี้ย่าจะดูแลตัวเอง จะไม่หวังพึ่งคนอื่นอีกแล้ว” มาย่ากล้ำกลืนความรู้สึกผิดหวังแล้วก้าวขึ้นรถไป

ธรรม์มองตามไปอย่างเจ็บปวดไม่น้อยกว่ากันที่ไม่สามารถทำอะไรได้อย่างที่ใจต้องการ!

ooooooo

อิทธิฤทธิ์ยังคิดไม่ออกว่าตนทำผิดอะไรมาย่าถึงได้โกรธ ชนมนชี้ให้เห็นว่า ถ้าเขาอยากปกป้องมาย่าจริงๆ ก็ต้องมีสติกว่านี้ เขาถามว่าแล้วจะให้ทำยังไงต่อไป

“โกรธก็ง้อสิ” แล้วชนมนก็พาเขาไปหามาย่าที่บ้าน โดยเอาเสื้อผ้าที่มาย่าให้ไปคืนเป็นข้ออ้าง บอกว่าตนเกรงใจ ถ้าจะให้รับเสื้อผ้าเหล่านี้ไว้ก็ขอแลกด้วยการไม่เก็บค่าติวจากเธอเป็นการตอบแทน พอมาย่าตกลงเพื่อความสบายใจของเธอ ชนมนจึงบอกว่า ทีนี้ก็ช่วยเคลียร์อีกเรื่องนะ

ขณะมาย่ากำลังงงๆ อิทธิฤทธิ์ก็เดินเข้ามาขอโทษมาย่า เธอบอกว่า ไม่ต้องการคำขอโทษ ขอเพียงให้เขารู้ตัวก็พอว่าทำผิดอะไร และจะไม่ทำอีก แล้วมาย่าก็ชี้ให้เห็นว่า

“ฉันไม่เข้าใจที่เธอชอบทำอะไรเสี่ยงๆ ทั้งเรื่องแข่งมอเตอร์ไซค์ ทั้งเรื่องวันนี้ เธอเห็นชีวิตตัวเอง ไม่มีค่ารึไง”

“ก็คงงั้น ชีวิตฉันมันไร้ค่าจริงๆเกิดมาก็ไม่เคยทำให้พ่อภูมิใจ ฉันเป็นลูกที่ไม่เอาไหน เป็นเพื่อนที่เลว ถ้าเธอไม่อยากคบฉัน ฉันก็เข้าใจ” แต่พอมาย่าบอกว่า ที่ตนโกรธก็เพราะเป็นห่วงเขา บ่นตัวเองว่าน่าจะรู้ว่าไม่มีวันเปลี่ยนเขาได้ อิทธิฤทธิ์ฮึดขึ้นมาพูดขึงขัง

“ถ้าเธออยากให้ฉันเปลี่ยนจริงๆ ฉันเปลี่ยนเพื่อเธอได้นะ ฉันจะเปลี่ยนจากนักซิ่งมาเป็นบอดี้การ์ดให้เธอ ฉันจะปกป้องเธอเองมาย่า แล้วต่อไปฉันจะไม่ทำให้เธอเป็นห่วงอีก ฉันสัญญา”

อิทธิฤทธิ์ก้มเข้าไปใกล้มาย่าจนเธอถอยไปก้าวหนึ่ง เขาดึงเธอเข้าไปชิดจ้องหน้ายืนยัน ชนมนเดินมาหยุดดูรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจ ทนอยู่ตรงนั้นไม่ได้ ค่อยๆเดินออกจากบ้านมาย่าไปเงียบๆอย่างเจ็บปวด...

ooooooo

เช้าวันต่อมา พออิทธิฤทธิ์รู้ว่า มาย่าต้องไปเปิดกล้องหนังที่ต่างจังหวัด เขาบึ่งมอเตอร์ไซค์ไปหาชนมนที่บ้านทันที

ระหว่างทางเจอชูชัยปั่นจักรยานไปซื้อของสายตา พร่ามัว เพราะโรคเบาหวานทำให้ขี่จักรยานกินเลนอิทธิฤทธิ์
ที่สวนมาจนเกือบชนกัน อิทธิฤทธิ์เบรกรถทันแต่จักรยานชูชัยก็ล้มลงแล้ว เขารีบเข้าประคองขึ้นมา แต่ก็บ่นว่าตามประสาหาว่าชูชัยเป็นลุงขี้เมา แล้วขึ้นรถบิดไปทันที ชูชัยจำได้ว่าเขาคือเด็กแว้นที่ชนมนไปติวให้และพามาที่บ้านวันก่อน

อิทธิฤทธิ์ไปบอกชนมนให้เก็บกระเป๋าเสื้อผ้า วันนี้จะไปติวกันนอกสถานที่เพราะมาย่าต้องไปถ่ายหนังที่เพชรบูรณ์ตนต้องไปคุ้มครองมาย่า ชนมนจะให้ชินไปแทน เขาไม่เอาระบุต้องเธอไปเอง เพราะเธอเป็นคนช่วยให้ตนคืนดีกับมาย่า เพราะฉะนั้นต้องช่วยต่อไปเพราะสเต็ปนี้ตนจะบอกรักมาย่า!

“จะบอกรักมาย่าก็ไปซิ จะมาบอกฉันทำไม!” ชนมนกลับมาบ่นในห้องอย่างข่มความรู้สึกเต็มที่ แต่จู่ๆอิทธิฤทธิ์ก็ผลักประตูเข้ามา จัดแจงช่วยจัดกระเป๋า ชนมนบอกว่าไม่ไป แต่พอเขาถามว่าไม่ห่วงมาย่าหรือ เธอจึงตัดสินใจไปกับเขา

ฝ่ายธรรม์หลังจากวันที่ตึงเครียดกับอิทธิพลแล้วก็ห่างเหินกัน จนป้าหนอมมาหว่านล้อมว่าอิทธิพลไม่เคยเห็นเขาเป็นคนอื่น ท่านรักและดูแลเขาเหมือนลูกแท้ๆ ย้ำว่าถ้าเขารักเคารพท่านก็คงรู้ว่าควรจะทำอย่างไร

ธรรม์จึงไปขอโทษอิทธิพลแสดงความเสียใจยอมรับว่าวันนั้นกำลังโกรธเลยพูดไม่ทันคิด ตนรู้ว่าท่านทำดีที่สุดแล้วและเรื่องนายเก่งกาจนั้นตนเคารพการตัดสินใจของท่าน

“พ่อให้โอกาสแกอีกครั้งก็ได้” อิทธิพลเอ่ย ทำให้ธรรม์ดีใจมาก แต่ให้ไปเป็นฝ่ายประสานงานเท่านั้น ดูก่อนว่ามีความสามารถพอที่จะกลับไปอยู่ฝ่ายปราบปรามได้หรือเปล่า
ขณะนั้นเอง ป้าหนอมก็ถือกระดาษโน้ตเข้ามาถามอิทธิพลว่าให้อิทธิฤทธิ์ไปเพชรบูรณ์หรือ แล้วเอากระดาษให้อ่าน

“ป้าหนอมครับ ไปเพชรบูรณ์ 2-3 วันนะ พ่อให้แล้ว”

อิทธิพลบอกว่าตนไม่ได้อนุญาตให้ไป ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปทำไม ธรรม์บอกว่าอิทธิฤทธิ์คงตามไปดูแลมาย่า ธรรม์ขออนุญาตตามไปที่กองถ่ายบอกว่าเรื่องนี้ตนไม่ยุ่งไม่ได้ มันเป็นเรื่องความปลอดภัยทั้งของอิทธิฤทธิ์และมาย่า ตนไม่อยากให้เกิดเรื่องแล้วมาเสียใจทีหลัง

อิทธิพลนิ่งคิดแต่ไม่ให้คำตอบ ธรรม์ได้แต่ลุ้นว่าเขาจะอนุญาตหรือไม่

อิทธิฤทธิ์เร่งเร้ารวบรัดพาชนมนไปซ้อนรถมอเตอร์ไซค์ไปจนได้ ไปถึงที่จอดรถบริษัทชนมนถามว่าเขาชอบมาย่าจริงๆหรือแค่ต้องการเอาชนะธรรม์ เขายอมรับว่าชอบมาย่าจริงๆ ชนมนย้อนถามอีกว่า

“แล้วมาย่าล่ะชอบนายหรือเปล่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นนะ นายคิดบ้างไหมว่าถ้ามันไม่ได้เป็นไปตามที่นายคิด ผลจะเป็นยังไง ความเป็นเพื่อนกันมาสิบกว่าปีจะมาพังก็เพราะความเอาแต่ใจของนายนี่แหละ”

“ไม่ว่าจะยังไง ฉันก็ต้องบอกรักมาย่าให้ได้ ชีวิตมาย่าไม่มีใครนอกจากฉัน ฉันสนิทกับเขาที่สุดรู้ใจกันทุกเรื่อง เราชอบกัน เพียงแต่ไม่ได้พูดออกมาเท่านั้น เธอไม่เคยรักใคร เธอไปจะได้รู้อะไร”

มาย่าดีใจมากที่เห็นอิทธิฤทธิ์มาโดยเฉพาะคือชนมนมาด้วย แต่เมนี่เจ้ากี้เจ้าการมาบอกว่าสำหรับอิทธิฤทธิ์นั้นให้ไปด้วยได้ แต่ชนมนจะทำอะไรได้บ้างหรือมาให้เปลืองข้าวเปลืองน้ำเท่านั้น

อิทธิฤทธิ์อาสาจะทำงานเป็นสองเท่าแทน ชนมนไม่ต้องการขอทำด้วยตัวเองแลกกับการไปเป็นเพื่อนมาย่า

ชนมนใจหายวาบเมื่อได้รับโทรศัพท์จากชูชัย เธอรีบขอโทษกลัวพ่อจะโกรธ แต่พอเธอบอกว่ามากับอิทธิฤทธิ์มาช่วยมาย่า ถ้าพ่อให้กลับก็จะกลับแล้วจะเล่าให้ฟัง ถามว่าพ่อเชื่อใจหนูหรือเปล่าล่ะ

“เออ...เชื่อ ระวังตัวด้วยล่ะ” ชนมนดีใจจนน้ำตาคลอบอกพ่อว่า หนูรักพ่อที่สุดเลย

ooooooo

โอเจเพิ่งจะมา พอมาถึงก็เรื่องมากไม่ยอมไปรถตู้กับคนอื่น หรือถ้าจะให้นั่งรถตู้ไปก็ต้องนั่งไปกับมาย่าเท่านั้น

“ไม่ได้ ยังไงเราก็ต้องไปรถคันเดียวกับมาย่า ถ้ามีปัญหานักล่ะก็รออยู่นี่แล้วกัน พี่เมนี่เรียกรถคันใหม่เถอะครับ แล้วให้ไอ้ขี้เก๊กนี่รอไป” อิทธิฤทธิ์ไม่ยอม

“งั้นตกลงตามนี้แล้วกันนะคะพี่เมนี่” มาย่าเอ่ยหันไปบอกโอเจ “ทีมงานคนอื่นล่วงหน้าไปกันหมดแล้ว คงไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อนนายนะ”

โอเจตกใจกลัวไอ้โรคจิตจะมา ชนมนขู่ซ้ำว่าเพราะอย่างนี้เราถึงต้องไปกันหลายๆคน เขาอยากไปคนเดียวก็ตามใจ

เท่านั้นเอง...โอเจก็วิ่งขึ้นรถตัดหน้ามาย่าไปเลย เมนี่บอกให้ชนมนไปยกกระเป๋าโอเจขึ้นรถ มาย่าติงว่าชนมนเป็นเพื่อนตน เมนี่พูดหน้าตาเฉยว่าเพื่อนกันยิ่งดีจะได้ไม่ต้องเกรงใจ

เมนี่จัดแจงให้อิทธิฤทธิ์ไปนั่งกับคนขับข้างหน้า มาย่ามองไปรอบๆด้วยความหวังว่าธรรม์จะมา ถูกเมนี่ลากขึ้นรถแล้วปิดประตูปังจนชนมนขึ้นรถเกือบไม่ทัน

ขณะรถตู้แล่นมาระหว่างทาง ธรรม์ขับรถไล่ตามมาอย่างเร็ว อิทธิฤทธิ์จำได้ว่าเป็นรถของธรรม์ ยุคนขับให้ซิ่งไปเลย อย่าให้ตามทัน ธรรม์จึงขับแซงแล้ว

ดริฟต์รถขวางถนนจนรถตู้ต้องเบรกอย่างแรง

ทุกคนในรถตกใจมาก แต่พอเห็นเป็นธรรม์ มาย่าดีใจ เมนี่ถามว่าหมวดทำอย่างนี้ได้ยังไง ทุกคนเกือบช็อกตาย

“ผมขอโทษจริงๆครับ ผมใจร้อนไปหน่อย แล้วนี่ตกลงผมขอตามไปด้วยคนได้ไหมครับคุณเมนี่” ธรรม์เอ่ย อิทธิฤทธิ์ขวางทันทีว่าไม่ได้ เมนี่ก็บอกว่าไม่ได้ อิทธิฤทธิ์ยิ้มสะใจ แต่ปรากฏว่าเมนี่ไม่ให้ขับรถตามไปแต่ให้ขึ้นรถตู้ไปด้วยกัน อิทธิฤทธิ์หน้าแตกยับเยินยิ่งหัวเสีย กลายเป็นพาลหาเรื่องกับธรรม์ ถามว่าตามมาทำไม

“คุณพ่ออนุญาตแล้ว ไม่เหมือนนายที่มาโดยพลการ ที่จริงคุณพ่อสั่งให้ฉันมาดูแลนายเป็นพิเศษ ถ้านายทำตัวให้น่าไว้ใจสักหน่อยนะ ฉันก็คงไม่ต้องตามมา ถ้าจะโกรธก็โกรธตัวเองเถอะ”

เมนี่จัดให้ธรรม์นั่งข้างๆมาย่า อิทธิฤทธิ์นั่งหน้าแต่เหลียวมองข้างหลังจับตาดูธรรม์อย่างจับผิดด้วยสีหน้าเกเรสุดๆ

ไม่มีใครสังเกตว่า หลังรถตู้คันนั้น มอเตอร์ไซค์ของตี๋เล็กกับบ๊วยบิดตามมาไม่ลดละ

เมื่อรถแวะจอดปั๊มเพราะเมนี่อยากเข้าห้องน้ำ เธอสั่งทุกคนห้ามลงจากรถ แต่พอเธอเดินคล้อยหลังไป ทุกคนก็ลงจากรถหมด

มาย่าลงจากรถพร้อมธรรม์ เขาติงว่า “ย่าอยู่ในรถดีกว่า อยากได้อะไรเดี๋ยวพี่ไปซื้อให้เอง” มาย่าขอลงไปเดินเล่นแป๊บเดียว “พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าย่าต้องระวังตัวให้มาก ไม่จำเป็นก็อย่าไปไหน”

“จะต้องกลัวอะไร ย่ามีฉันอยู่ทั้งคน ฉันจะดูแลย่าเอง นายไม่ต้องยุ่ง...ไปย่า ไปซื้อขนมกันดีกว่า” ว่าแล้วดึงเธอไปเลย

“เราตามไปดีกว่าค่ะพี่ธรรม์” ชนมนเสนอ ธรรม์มองไปในรถเห็นโอเจนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่คนเดียว

ชนมนบอกว่า “ปล่อยให้นอนไปเถอะค่ะ ยังไงซุปตาร์เขาคงไม่ลงเดินกับเราแน่ๆ” เธอดึงธรรม์เดินออกไป

ขณะนั้นเอง มีเงาบุคคลลึกลับปรากฏขึ้นในกระจกรถสองเงา แล้วหายแว้บไป...

ooooooo

อิทธิฤทธิ์จูงมาย่าเข้าไปในมินิมาร์ท พาเลือกซื้อขนม อิทธิฤทธิ์หยิบถุงผลไม้ดอง ผลไม้แห้งเปรี้ยวโยนใส่ตะกร้าจนเต็ม มาย่าถามว่าซื้อไปทำไมตั้งเยอะแยะ

“ก็ย่าเมารถไม่ใช่เหรอ” มาย่าบอกว่าตนหายแล้ว และของพวกนี้ตนก็กินไม่เป็นให้เอาออกไปเลย อิทธิฤทธิ์หยิบจากตะกร้าวางคืนที่เดิม ถามว่า “แล้วจะเอาอะไรดีล่ะ”

“นี่เธอรู้จักฉันมากี่ปีแล้วอิท ฉันแพ้ผงชูรส กินของพวกนี้ไม่ได้ พี่ธรรม์ยังจำได้เลย” มาย่าหลุดปากไปไม่รู้ตัว

“แล้วธรรม์ของเธอสนใจเธอไหมล่ะ ปากทำเป็นห่วง แต่ดูโน่น จะหันมามองเธอสักนิดก็ไม่มี”

มาย่าหันมองตามสายตาอิทธิฤทธิ์ เห็นธรรม์กับชนมนอยู่ที่มุมน้ำดื่ม กำลังกดน้ำร้อนชงกาแฟให้กันอยู่ แต่ธรรม์ชงกาแฟไปตาก็ชำเลืองไปทางมาย่าเป็นระยะ จนชนมนเอ่ยเรียบๆว่า

“ถ้าเป็นห่วงมาย่าขนาดนี้ ไปอยู่ใกล้ๆจะดีกว่าไหมคะ”

“พี่ไม่อยากมีเรื่อง”

ชนมนบอกว่าให้ธรรม์เลิกทำตัวเป็นพระเอกบ้างก็ดี ธรรม์หยอกว่าที่ทำตัวเป็นพระเอกเผื่อจะได้คู่กับนางเอกไงล่ะ

“นางเอกคนไหนคะ นางเอกซุปตาร์ที่ชื่อมณีมันตราหรือเปล่า ธรรม์เขินเลยเดินงุดไป” ชนมนยิ้มขำๆตามไปแซวอีกว่า “ใช่หรือเปล่าคะ ใช่รึเปล่า...”

มาย่ามองภาพนั้นรู้สึกแปร๊บๆในหัวใจ อิทธิฤทธิ์เองก็มองอย่างขัดตาขัดใจ พอดีมือถือดังขึ้น พอเขากดรับก็ดักคอก่อนว่า

“อย่าเพิ่งบ่น ป้าหนอม ฟังผมก่อน ไม่ได้ปิดมือถือหนีครับ ไม่ได้ปิดจริงๆ แค่ลืมเปิดเท่านั้น รู้งี้ไม่เปิดหรอก...พ่อว่าไงบ้าง ว่าไงก็ไม่สนหรอกนะ ฝากบอกด้วยละกัน เดี๋ยวจะกลับไปให้ด่า...ไอ้ธรรม์มาคุมผม...แล้วจะมีอะไรให้เป็นห่วงอีก ครับๆ ผมจะทำตัวดีๆ ถ้ามันไม่เริ่มก็ไม่มีเรื่อง แค่นี้นะ ป้าหนอม”

คุยกับป้าหนอมเสร็จปิดมือถือ หันมาอีกทีอิทธิฤทธิ์ก็หน้าเหวอเพราะมาย่าหายไปแล้ว

ooooooo

ธรรม์กับชนมนมานั่งดื่มกาแฟที่หน้ามินิมาร์ท ชนมนทวงคำตอบว่า อยากคู่กับนางเอกคนไหน เขาพูดขรึมๆว่าเลิกพูดเถิด ก็รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้

ชนมนบอกว่าเป็นไปได้ถ้าเขาไม่ปิดโอกาสตัวเอง แนะให้ลองทำตามที่หัวใจต้องการสักครั้งไหม แล้วผลจะออกมาเป็นยังไงให้มาย่าเป็นคนตัดสินใจเอง ย้ำว่าถ้าไม่ทำอะไรเลย เขากับมาย่าก็ไม่มีวันเหมือนเดิม เขาอยากให้เป็นอย่างนั้นหรือ? พูดแล้วชนมนเดินไปที่รถตู้เลย

ธรรม์เดินไปหามาย่า เธอทำท่าจะเดินหนี เขารีบเดินเข้าไปหา ถามว่าทำไมออกมาคนเดียว เธอถามประชดว่าห่วงด้วยหรือ เห็นคุยกับชนมนไม่หยุด ธรรม์บอกว่าไม่ห่วงก็ไม่มาหรอก

“ขอบคุณนะคะ ทุกคน  รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมากที่มีพี่ธรรม์มาด้วย ย่าดีใจ...”

“ไม่ต้องไปขอบคุณมันหรอก!” เสียงอิทธิฤทธิ์ดังขึ้นแล้วแทรกเข้าขวางกลาง “มันตามมา เพราะพ่อสั่งให้มาคุมฉัน มันไม่ได้เป็นห่วงใครหรอก นอกจากห่วงตัวเอง กลัวว่าจะหลุดตำแหน่งลูกรักของพ่อ ถ้ามันห่วงย่าจริง ทำไมมันต้องทำยึกยัก ไม่บอกว่าจะมาด้วยตั้งแต่แรก ฉันพูดถูกไหมล่ะ”

ธรรม์ยอมรับว่าถ้าพ่อไม่สั่งตนอาจไม่มาก็ได้ ทำให้มาย่ารู้ทันทีว่าธรรม์มาเพราะเป็นห่วง อิทธิฤทธิ์ พูดประชดว่า

“ขอบคุณนะคะที่บอกความจริงไม่อย่างนั้นย่าก็คงจะสำคัญตัวผิดไปอีกนาน” พูดแล้วเดินไปอย่างเสียความรู้สึก

แล้วทุกคนก็ตกใจเมื่อได้ยินเสียงโอเจโวยวายอยู่ในรถ เพราะตื่นขึ้นมาพบกล่องของขวัญแบบเดียวกับที่มาย่าได้รับวางอยู่บนตัก อิทธิฤทธิ์คว้าไปเปิดเป็นตุ๊กตาผูกเชือกที่คอดูน่าสยอง อิทธิฤทธิ์สรุปว่ามันต้องเป็นไอ้โรคจิตแน่ ชนมนบอกว่าคราวนี้มันเปลี่ยนเป้าหมายมาที่โอเจเท่านั้นเอง โอเจก็โวยวายหูตาเหลือกเรียกร้องขอบอดี้การ์ดประจำตัวเดี๋ยวนี้ ชนมนถามธรรม์ว่าจะทำอย่างไรดี

“พวกมันเข้าใกล้เรามากขึ้นทุกทีๆ เราต้องระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม” ธรรม์เตือนทุกคนที่กำลังหวาดกลัว

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ
20 ม.ค. 2563
08:10 น.