ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เช้าวันรุ่งขึ้น หนังสือพิมพ์พาดหัว “บอดี้การ์ดหัวใจของมาย่า หนุ่มกิมจิหรือหนุ่มไทย?” มีรูปธรรม์อุ้มมาย่าเทียบกับรูปโอเจอุ้มมาย่า

อิทธิฤทธิ์โยนหนังสือกฎหมายที่ถือมาลงบนโต๊ะ ดึงหนังสือพิมพ์ที่แดงกับป้าหนอมอ่านอยู่ไปดู ป้าหนอมรีบพูดว่า

“คุณอิทก็อย่าไปเชื่อข่าวนักเลยนะคะ เขาก็ต้องพาดหัวข่าวให้มันหวือหวาไว้ก่อน จะไปเอาอะไรกับข่าวบันเทิงสมัยนี้ หาความจริงอะไรไม่ได้”

“แต่หนูว่าเรื่องคุณธรรม์กับคุณมาย่าเป็นเรื่องจริง ดูหน้าในซิคะคุณอิท มีรูปแอบถ่ายของคุณธรรม์กับคุณมาย่าด้วยนะคะ หวีทกันน่าดู บอกว่าคุณธรรม์เป็นรักแรกของคุณมาย่า เธอแอบหลงรักคุณธรรม์ตั้งแต่เด็กๆ พอคุณธรรม์ต้องไปเรียนโรงเรียนนายร้อยก็เลยห่างๆกัน กลับมาสนิทกันอีกที ก็ตอนที่คุณธรรม์มาเป็นครูฝึกให้คุณมาย่า”

“พอได้แล้ว!” ป้าหนอมเอ็ดแดงที่จ้อไม่ดูตาม้าตาเรือ แล้วบอกอิทธิฤทธิ์ว่า “คุณอิทคะอย่าเพิ่งวู่วามนะคะ”

อิทธิฤทธิ์ถือหนังสือพิมพ์เดินเร็วๆขึ้นชั้นบน พรวดเข้าไปในห้องธรรม์ที่เจ้าตัวกำลังเตรียมจะออกไปทำงาน ปาหนังสือพิมพ์ใส่หน้าถาม

“นี่หมายความว่ายังไง!” ธรรม์พูดอย่างใจเย็นว่า ก็น่าจะรู้มันจะต้องเป็นข่าว “ไอ้ข่าวนายอุ้มมาย่าหนีนักข่าวฉันเข้าใจ แต่ข่าวที่นายแอบไปเที่ยวกับมาย่า นายจะว่าไง นายคิดอะไรกับมาย่า!”

ธรรม์คาดไม่ถึงว่าจะถูกถามตรงๆ คิดคำตอบไม่ทัน ถูกอิทธิฤทธิ์ด่าทันที

“ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย แค่นี้ก็ตอบไม่ได้ งั้นฉันจะบอกให้นะ ฉันชอบมาย่า!”

“ฉันรู้ นายสบายใจได้เลย ฉันไม่ได้คิดอะไรกับมาย่า ที่ผ่านมาฉันทำตามหน้าที่เท่านั้น เกิดข่าวแบบนี้ คิดว่าฉันชอบงั้นเหรอ มันไม่ได้ดีกับอาชีพฉันเลย ตอนนี้งานตำรวจสำคัญที่สุด เรื่องอื่นไม่มีความหมาย!”

“งั้นก็ดีแล้ว เพราะมาย่าเป็นผู้หญิงของฉัน ถ้าหากมาย่าจะมีรักแรก ต้องเป็นฉันไม่ใช่นาย!”

อิทธิฤทธิ์เดินกระแทกไหล่ธรรม์ออกไป ธรรม์ยืนนิ่งอย่างยอมรับสภาพ

ooooooo

ไปถึงที่ทำงาน ธรรม์ไปพบอิทธิพลในห้องทำงาน เห็นหนังสือพิมพ์ฉบับมีปัญหาวางแบอยู่บนโต๊ะทำงาน ธรรม์บอกว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตนอธิบายได้

อิทธิพลไม่ต้องการฟังคำอธิบาย บอกว่า เชื่อเขาและพูดกับนายเขาให้แล้ว บอกธรรม์ไม่ต้องไปช่วยงานบริษัทหนังอีกต่อไปแล้วเพราะ...

“ข้าราชการตำรวจเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์อย่างนี้มีแต่เสียกับเสีย ถ้าพ่อรู้ตั้งแต่แรกพ่อไม่ให้แก ไปหรอก”

แล้วอิทธิพลก็เล่าเรื่องเก่งกาจกลับมาค้ายาอย่างที่ตนคาดจริงๆ เวลานี้เป็นเอเย่นต์ขายยารายใหญ่อยู่ในท้องที่ของเขาด้วย ธรรม์ถามว่าเก่งกาจเป็นแค่มือขวาของมือปืน ทำไมเราไม่จับคนที่ฆ่าพ่อตนเสียเลย ตามจับเก่งกาจให้เสียเวลาทำไม

“ไอ้คนที่ฆ่าพ่อแกเป็นมาเฟียใหญ่ มันทั้งรวยทั้งมีอิทธิพล จะจับตัวมันไม่ใช่เรื่องง่าย สิบห้าปีมานี่ไม่มีใครเคยเห็นมันเลย แต่พ่อเชื่อว่า ไอ้เก่งกาจรู้ว่าเจ้านายมันไปกบดานอยู่ที่ไหน”

“คุณพ่อยังไม่เคยบอกผมเลยว่า ไอ้คนที่ฆ่าพ่อผมชื่ออะไร”

“มันชื่อชาติชาย” อิทธิพลบอก ธรรม์พึมพำย้ำชื่ออย่างจดจำไว้ให้ฝังใจ!

ooooooo

หลังจากบอกชื่อคนที่ฆ่าพ่อให้ธรรม์รู้แล้ว อิทธิพลยังเล่ารายละเอียดความสัมพันธ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ฟังว่า

ชาติชาย เที่ยงธรรม และตน เป็นเพื่อนกันมาแต่เด็ก เรียนโรงเรียนเดียวกันมาตลอด จนเมื่อเรียนจบมัธยม ตนกับเที่ยงธรรมสอบเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยได้ ส่วนชาติชายไปเรียนที่ไหนก็ถูกไล่ออก ใช้ชีวิตไม่เป็นโล้เป็นพาย จนมาเจอชาติชายอีกครั้ง เห็นพฤติกรรมของเขาแล้วตนสังหรณ์ใจว่า ชาติชายกำลังจะเดินทางผิด แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะพาชีวิตตัวเองดิ่งลงเหว

ครั้งหนึ่ง ตนและเที่ยงธรรมนำกำลังบุกทลายบ่อน ชาติชายกำลังเอายาไปส่งที่นั่น ถูกเที่ยงธรรมจับได้ ชาติชายท้า

“จะจับก็จับ ถ้าไม่จับก็ปล่อยฉันไป”

เที่ยงธรรมลดปืนลง ชาติชายวิ่งหนีไป อิทธิพลมาเจอถามเที่ยงธรรมว่า ทำอะไรลงไปรู้ตัวไหม เที่ยงธรรมบอกว่า

“ยังไงก็เพื่อนเรา”

“แล้วมันยังเห็นแกเป็นเพื่อนอยู่หรือเปล่า!” อิทธิพลโกรธมองเที่ยงธรรมอย่างไม่เห็นด้วย

ต่อมา ในขณะที่เที่ยงธรรมในวัย 25 ยศ ร.ต.อ. และอิทธิพลในวัยเดียวกัน ยศ พ.ต.ต. ร่วมกันไปทลายแก๊งค้ายาที่โกดังร้าง อิทธิพลเล่าด้วยน้ำเสียงเศร้าๆว่า หลังจากนั้นไม่นานชาติชายก็ไต่เต้าขึ้นมาเป็นมาเฟียขายยารายใหญ่ มีลูกน้องเป็นร้อย และหลบหลีกกฎหมายได้เป็นสิบปี

ในการปฏิบัติการครั้งนี้เอง เที่ยงธรรมก็ถูกชาติชายยิงเสียชีวิต เพราะวิ่งไล่บุกเดี่ยวเข้าไป อิทธิพลพาเที่ยงธรรมไปสถานที่จริง ชี้ให้เขาดูว่า

“พ่อแกถูกไอ้ชาติชายยิงตายที่นี่” ธรรม์ถามว่า ทำอย่างไรตนจึงจะจับชาติชายได้ “พ่อสั่งลงไปแล้วให้ตั้งทีมพิเศษเพื่อทลายแก๊งค้ายาของไอ้เก่งกาจ เราจับมันได้เมื่อไหร่ก็จะได้ตัวไอ้ชาติชายเมื่อนั้น ต่อไปแกไม่ต้องคิดเรื่องอื่นเลยนอกจากจับไอ้เก่งให้ได้ สิบห้าปีของการรอคอยจะต้องจบลง ความแค้นครั้งนี้แกจะต้องสะสางให้พ่อแก ทำได้ไหม”

“ผมต้องทำได้ครับคุณพ่อ ผมจะจับไอ้ชาติชายมารับโทษให้ได้” ธรรม์ตอบอย่างมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวไม่มีวันถอย!

ooooooo
ชินเพ้อเจ้อว่าตนเป็นแฟนมาย่า พอรู้ว่าพี่สาวไปติวให้มาย่าก็จะขอตามไปด้วย ตอแยชนมน ชูชัยถามว่า ไหนบอกว่าไปติวให้เด็กแว้นไม่ใช่หรือ

“มาย่าเป็นเพื่อนไอ้เด็กแว้นน่ะพ่อ ก็เลยมาติวด้วย” ชูชัยสงสัยว่า เป็นดาราดังมาเป็นเพื่อนเด็กแว้นได้ไง “ที่จริงอิทก็ไม่ใช่เด็กแว้นที่ซิ่งกวนเมืองหรอก เขาเป็นนักแข่งรถ เป็นพวกเด็กรวยที่เล่นมอเตอร์ไซค์แพงๆไง พ่ออิทเป็นนายตำรวจดังด้วยน่ะพ่อ”

“ลูกตำรวจเหรอ?” ชูชัยชักสีหน้าทันที ชนมนยิ้มแหยที่ลืมไปว่าพ่อเกลียดตำรวจ พอชูชัยถามว่าทำไมไม่เคยบอกว่าไปติวให้ลูกตำรวจ เธอถามว่า “พ่อคงไม่ห้ามหนูใช่ไหม พ่อไม่ได้เกลียดตำรวจจริงๆใช่ไหม”

“พ่อเกลียดจริงๆ” ชูชัยเสียงเครียด ชนมนพูดอ้อนๆว่า ตำรวจไม่เหมือนเพื่อนพ่อทุกคนหรอก ชูชัยสะดุ้งถามว่า “แกไปรู้อะไรมา?!”

“ไอ้ชินบอกว่า พ่อต้องเคยมีเพื่อนที่เป็นตำรวจแน่ๆ แล้วเขาก็คงแอบแทงข้างหลังพ่อ เพื่อนพ่อทำอะไรพ่อล่ะ ไม่แย่งงานก็แย่งแฟน แย่งงานไม่น่าใช่ งั้นก็แย่งแฟน” ชนมนทำเป็นเดาให้ผ่อนคลาย แต่ชูชัยไม่เล่นด้วย ถามว่าพ่อเด็กแว้นนั่นเป็นใคร ชื่ออะไร “บอกไป พ่อต้องรู้จักแน่ๆ พ่อของอิทก็ผู้การอิท...”

“พี่ชนครับ พี่ชน ผมไปด้วย” ชินเข้ามาขัดจังหวะจะขอไปกับชนมน เธอเลยโบ้ยไปว่าถ้าพ่อให้ไปก็ไปได้ ปรากฏว่า ชูชัยไม่ให้ไปต้องอยู่ช่วยงาน ชินเลยฝากรูปมาย่าที่ถ่ายกับโอเจ แต่หน้าโอเจเป็นรูปหัวชินแปะแทน ให้ชนมนเอาไปให้มาย่าเซ็นให้ ชนมนดูรูปโอเจแล้วพึมพำสยอง

“ใครจะกล้าให้เซ็น”

พอมาถึงบ้านอิทธิฤทธิ์ เจอพ่อตัวดีแผลงฤทธิ์เข้าให้อีก บอกว่าวันนี้ให้ไปติวข้างนอกกัน ติวแต่ในบ้านเบื่อ ชนมนไม่อนุญาตก็ถูกกวนประสาทว่า ไม่ได้ขอแต่ไม่ไปด้วยก็ตามใจ วันนี้ตนอ่านหนังสือเองอีกวันก็ได้กลัวแต่เธอจะขาดรายได้เท่านั้น

ทีแรกชนมนก็ไม่แคร์แต่พออิทธิฤทธิ์คิดรายได้ที่จะขาดไปสองวันเป็นจำนวนถึง 6 พันก็เสียดาย เลยต่อรองว่าถ้าเขาท่องกฎหมายมาตรา 90, 91, 92 ได้ก็จะไปด้วย

ปรากฏว่าอิทธิฤทธิ์ท่องได้คล่องปรื๋อ แล้วลีลาว่าที่เหลือให้ไปท่องต่อที่กองถ่าย ชนมนเลยจำต้องกระโดดซ้อนมอเตอร์ไซค์เขาไป

ooooooo

ที่สวนสาธารณะ...การถ่ายหนังเริ่มขึ้นอย่างชุลมุนวุ่นวายมาก เหตุเพราะโอเจถือบทมาสั่งให้สตีฟตัดบทของตนหน่อยเพราะพูดยาวเกินไป ซ้ำมีเงื่อนไขว่าแต่ละฉากตนขอพูดไม่เกินสิบประโยค

สตีฟบอกว่าตัดไม่ได้แก้ก็ไม่ได้ ไม่ทันไรอาม้าแม่ตี๋เล็กที่เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ของหนังผ่านชูชัยยัดเยียดบทตัวประกอบให้ตี๋เล็กเล่น เป็นบทที่มีพูดไม่กี่คำแต่ก็เทคกัน 30 กว่าครั้งก็ยังไม่ผ่าน อาม้าก็ยังมาเสนอสตีฟให้เพิ่มบทพูดให้ตี๋เล็กจะได้มีหน้าอยู่ในจอนานๆ

“เออดี...อีกคนให้ลด อีกคนให้เพิ่ม ปวดหัว! พักกอง!!” สตีฟสั่งอย่างหัวเสีย

มาย่าพักอยู่ที่เต็นท์นักแสดง เธอคิดถึงธรรม์โทร.หาเขาก็ไม่รับสายเพราะกำลังอยู่ในห้องประชุมที่ บช.น.เธอสงสัยว่าทำไมธรรม์ไม่รับสายเลยนึกน้อยใจ ซ้ำยังถูกตี๋เล็กเข้ามาเอาใจจะเอาน้ำนั่นน้ำนี่มาให้ดื่ม พอดีอิทธิฤทธิ์มาถึงเห็นตี๋เล็กมาวุ่นกับมาย่า ต่างถามกันว่ามาได้ไง

ตี๋เล็กโอ่ว่าตนมาในฐานะนักแสดง ถามว่าแล้วอิทธิฤทธิ์มาในฐานะอะไร ถ้าเป็นแฟนคลับก็ไปรอข้างนอก เพราะที่นี่เป็นที่พักนักแสดง อิทธิฤทธิ์หมั่นไส้เลยพา

มาย่าออกไปคุยกันข้างนอก ตี๋เล็กแทบจะบ้าถามว่าจะพานางเอกของตนไปไหน เมื่อทำอะไรอิทธิฤทธิ์ไม่ได้ก็หันไปฟ้องอาม้า อาม้าก็มัวสาละวนอยู่กับกระติกน้ำในตะกร้า เลยไม่ทันได้กันท่าให้ตี๋เล็ก

อิทธิฤทธิ์พามาย่าออกไปคุยกันข้างนอก ถามว่าเรื่องข่าวในหนังสือพิมพ์เธอไม่เป็นไรใช่ไหม มาย่าบอกว่าชินแล้ว อิทธิฤทธิ์ฉวยโอกาสตำหนิธรรม์ว่า ต่อไปคงไม่กล้ามายุ่งเกี่ยวกับเธออีกเพราะกลัวเป็นข่าว นี่ไม่มาก็คงคิดว่าจะมาเสียเวลากับเธอทำไม สู้เอาเวลาไปสร้างผลงานดีกว่า ชนมนหาที่จอดรถได้เพิ่งเข้ามาจึงหยุดฟัง ได้ยินอิทธิฤทธิ์ยุแยงว่า

“ไอ้ที่มาช่วยฝึกสอนเธอน่ะ เพราะถูกเจ้านายบังคับ ถ้ามันเลือกได้มันไม่ทำหรอก”

“เธออย่าคิดแทนพี่ธรรม์”

“ฉันได้ยินจากปากของมันเอง มันบอกว่า ที่ผ่านมามันทำตามหน้าที่เท่านั้น งานตำรวจสำคัญที่สุด เรื่องอื่นไม่มีความหมาย เรื่องอื่นที่มันว่าก็หมายถึงเธอนั่นแหละ”

มาย่าเสียความรู้สึกมาก ขอตัวไปทำงานต่อ อิทธิฤทธิ์จะเดินตามไปถูกชนมนออกมาขวางพูดอย่างเสียความรู้สึกว่า

“ฉันผิดหวังในตัวนายจริงๆ นายอิทธิฤทธิ์!”

พูดแล้วชนมนเดินผละไป แต่อิทธิฤทธิ์ยังคิดว่าตนทำสิ่งที่ถูกต้อง เดินตามไปดึงชนมนไว้ถามว่าที่พูดเมื่อกี้หมายความว่าอะไร ผิดหวังอะไร?

“ฉันก็ผิดหวังที่นายไม่เป็นลูกผู้ชายน่ะซิ แอบแทงข้างหลังคนอื่น ไม่แมนเอาซะเลย” อิทธิฤทธิ์ยังยืนยันว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด ตนอยากให้มาย่าตาสว่างเลิกคิดว่าธรรม์เป็นคนดี ตนผิดตรงไหน

“นายคิดเหรอว่า นายกำจัดพี่ธรรม์ออกไปได้

แล้วมาย่าจะหันมามองนาย อย่างนายเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้นแหละ เพื่อนที่ไม่เอาไหน คอยแต่สร้างปัญหาให้มาย่า ดูๆไปเด็กแว้นอย่างนายตี๋เล็กยังดีกว่านายเลย”

“ไอ้ตี๋เล็กหน้าจืดมันดีกว่าฉันตรงไหน” อิทธิฤทธิ์ฉุนขาดที่ชนมนเอาตี๋เล็กมาเทียบกับตน

“อย่างน้อยตี๋เล็กก็ยังใช้ความพยายามเอาชนะใจมาย่า เขามีเงินแต่ก็ยอมมาเป็นตัวประกอบกระจอกๆเพื่อให้ได้ใกล้ชิดมาย่า แล้วนายเคยทำอะไรบ้างนอกจากตามมาย่าไปวันๆ”

อิทธิฤทธิ์เลยลากชนมนไปพิสูจน์ให้เห็นว่าตนดีกว่าตี๋เล็ก

ตี๋เล็กต้องเทคเกือบร้อยครั้งก็ยังไม่สามารถแสดงอารมณ์ได้อย่างในบท จนสตีฟหัวเสีย แต่ตี๋เล็กก็ยังพยายามต่อไป ชนมนชี้ข้อดีของตี๋เล็กที่มีความพยายาม เทียบว่าถ้าเป็นเขาคงถอดใจไปนานแล้ว แต่พอหันมองปรากฏว่าอิทธิฤทธิ์หายไปแล้ว

อึดใจเดียว มีเสียงมอเตอร์ไซค์ดังสนั่นเข้ามา บรื้นนนนนนนนน!! ทุกคนหันมอง เห็นอิทธิฤทธิ์ซิ่งมอเตอร์ไซค์เข้ามาอย่างเท่ ดริฟท์ตีโค้งแล้วจอดกึกตรงหน้ามาย่า ตีหน้าเหี้ยมเสียงเข้มตวาด

“หยุดนะ เธอหนีไปไม่รอดหรอก!”

มาย่าตกใจ สตีฟมองตาค้าง อุทานอย่างถูกใจสุดๆว่าคนนี้แหละใช่เลย ส่งอารมณ์จนมาย่าตกใจได้เหมือนจริงมาก แล้วให้อิทธิฤทธิ์เล่นแทนตี๋เล็กเลย ตี๋เล็กแค้นใจมาก ในขณะที่ชนมนไม่พอใจที่อิทธิฤทธิ์ไปแย่งงานของตี๋เล็ก

ตี๋เล็กไปงอแงกับอาม้า อาม้ามายื่นคำขาดกับสตีฟว่า ถ้าตี๋เล็กไม่ได้เล่นตนก็จะไม่เป็นสปอนเซอร์ให้หนังและที่ให้ใช้น้ำมันที่ปั๊มฟรีสามเดือนก็ยกเลิก ถูกบีบจนหน้าเขียวขนาดนี้ สตีฟเลยจำต้องให้ตี๋เล็กกลับมาเล่นเหมือนเดิม แม่ลูกพากันดีใจ แต่พอถ่ายจริงๆอิทธิฤทธิ์ยังคงเล่นบทเดิมของตี๋เล็ก แต่ตี๋เล็กถูกโยกไปยืนรวมอยู่ในกลุ่มตัวประกอบเห็นแค่หัวดำๆเป็นจุดเท่านั้น

หักหน้าเล่นบทแทนตี๋เล็กไม่พอ อิทธิฤทธิ์ยังให้มาย่าซ้อนรถมอเตอร์ไซค์พาซิ่งออกไปอีก ตี๋เล็กแค้นแทบกระอักที่ถูกหยามหน้ากันขนาดนี้!

ก่อนกลับอิทธิฤทธิ์แวะเอาน้ำดื่มในกองถ่าย สตาฟฟ์เอาเงินค่าตัวมาให้ 500 บาท แต่ต้องให้เขาเซ็นรับต้องมีสำเนาบัตรประชาชน อิทธิฤทธิ์บอกว่าถ้ายุ่งยากขนาดนี้ก็ให้สตาฟฟ์เก็บไว้ใช้เลยแค่ห้าร้อยเอง แต่พอนึกถึงที่ชนมนพาไปใช้ชีวิตติดดินคืนนั้น อิทธิฤทธิ์รีบก็เรียกสตาฟฟ์ “เดี๋ยวพี่ อย่าเพิ่งไป ผมเปลี่ยนใจแล้ว” แล้วรีบตามไปเอาเงิน 500 บาทมา

ooooooo

อิทธิฤทธิ์พาชนมนมานั่งพักกันที่สวนสาธารณะ เขาถามเธอว่า ยอมรับหรือยังว่าตนดีกว่าแน่กว่าตี๋เล็ก ชนมนถามว่าทำไมต้องมาถาม ตนจะคิดยังไงมันสำคัญกับเขามากนักหรือ

“ก็...ก็ไม่สำคัญอะไร แต่ฉันไม่ชอบให้ใครมาเปรียบเทียบ ฉันกับไอ้ตี๋เล็กมันคนละชั้นกัน”

ตี๋เล็กได้ยินเข้ามาเอาเรื่องต่างอวดตัวว่ามีดีกว่าอีกฝ่าย แต่พอตี๋เล็กพูดเรื่องอิทธิฤทธิ์โกงข้อสอบและพ่อเขาช่วยให้พ้นผิด ด่าว่ามีพ่ออย่างนี้ลูกถึงได้โกงไปเรื่อย เท่านั้นไม่พอ ด่าเลยเถิดไปว่า คงโกงกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เรียกว่าโกงกันทั้งโคตร ตำแหน่งพ่อเขาที่ใหญ่โตก็คงโกงเขามาเหมือนกัน

อิทธิฤทธิ์เลือดขึ้นหน้ากระโจนเข้าต่อยเลย ตะลุมบอนกันนัวเนีย ชนมนเข้าห้ามก็โดนลูกหลงไปหลายดอก จนอาม้ามาตะโกนขู่ตี๋เล็กว่าถ้าไม่ยอมหยุดจะฟ้องป๊า ตี๋เล็กจึงผละออกมา ปรากฏว่าสะบักสะบอมด้วยกันทั้งคู่

กลับถึงบ้าน อิทธิพลเห็นสภาพของลูกชายก็รู้ว่าไปมีเรื่องมาอีกแล้ว สั่งว่าต่อไปนี้ห้ามออกจากบ้านจะได้หมดปัญหา ทั้งยังดุชนมนว่าไม่ตั้งใจสอนปล่อยให้อิทธิฤทธิ์ออกนอกบ้านไปทุกวัน ขู่ว่าอย่าให้ต้องไล่ออกเป็นครั้งที่สอง อิทธิฤทธิ์เห็นใจที่ชนมนถูกดุในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำ จึงเรียกเข้าบ้านไปทำแผลให้อย่างใกล้ชิดและขอโทษที่ตนทำให้เธอโดนพ่อด่าไปด้วย ทั้งยังสัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่ทำอะไรให้เธอต้องเดือดร้อนอีก

“ขอโทษฉันแล้วก็ต้องไปขอโทษพ่อนายด้วยนะ” ชนมนเตือน

อิทธิฤทธิ์เดินออกมาส่งชนมนพร้อมกับใช้หนี้ให้เธอ 508 บาท บอกว่า 500 บาทนี้เป็นเงินค่าตัวประกอบของตนพูดอย่างภูมิใจว่า “ฉันดีใจนะ ที่ได้ใช้หนี้เธอด้วยเงินก้อนแรกที่ฉันหามาได้”

พอกลับเข้าบ้าน อิทธิฤทธิ์เข้าไปขอโทษพ่อในห้องทำงาน บอกพ่อว่า ที่ตนมีเรื่องเพราะถูกตี๋เล็กด่าถึงพ่อ แต่ก็จะพยายามไม่ให้มีเรื่องอีก พออิทธิฤทธิ์ออกไป อิทธิพลก็ยิ้มพึมพำอย่างรู้สึกดีว่า “เออ...รู้จักทำเพื่อพ่อด้วย...”

ooooooo

หลังจากประชุมเสร็จ ธรรม์เปิดโทรศัพท์จึงรู้ว่ามาย่าโทร.มาหาหลายครั้ง เขาจึงโทร.กลับขอโทษที่ไม่ได้รับสายบอกเธอว่าตอนนี้ตนมีงานสำคัญถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องโทร.มา ทำให้มาย่าน้อยใจมากที่ท่าทีเขาเปลี่ยนไปแค่ชั่วข้ามคืน

วันนี้มาย่ามาเยี่ยมอิทธิฤทธิ์เมื่อรู้ว่าเขามีเรื่องชกต่อยกับตี๋เล็ก เธอเตือนเขาว่าต่อไปให้ใจเย็นกว่านี้และถ้าเจอตี๋เล็กก็ให้อยู่ห่างๆเข้าไว้ เพราะมีเรื่องแล้วทำให้ชนมนเจ็บตัวไปด้วย อิทธิฤทธิ์บอกว่าตนขอโทษชนมนและพ่อแล้วถามประชดว่าต้องขอโทษตี๋เล็กด้วยไหม แล้วเดินไปฉุนๆ

ระหว่างนั้น ธรรม์หอบแฟ้มกลับมา พอเห็นกันต่างก็มองกันอึ้งๆเมื่อเขาเดินไปส่งเธอ มาย่าขอบคุณที่ธรรม์ที่บอกตรงๆว่างานมากและตนเป็นส่วนเกินในชีวิต เหน็บนิดๆทั้งโกรธทั้งน้อยใจว่า

“ถ้าชีวิตพี่ธรรม์มีแต่งานจนไม่มีเวลาให้ใครแล้ว ทีหลังก็อย่าไปรับปากใครว่าจะให้เวลาเขาทั้งชีวิตนะคะพี่ธรรม์มันเสียความรู้สึกค่ะ”

ธรรม์พูดไม่ออก มองตามมาย่าไปด้วยความรู้สึกเจ็บปวดยิ่งกว่า

ooooooo

ที่บ้านอิทธิฤทธิ์ เช้านี้ทั้งอิทธิพล อิทธิฤทธิ์และธรรม์นั่งทานข้าวพร้อมกัน จนป้าหนอมพูดอย่างดีใจมากว่านับแต่ธรรม์เรียนจบวันนี้เป็นวันแรกที่ทุกคนได้ทานข้าวพร้อมหน้ากัน

แต่อิทธิฤทธิ์กลับรู้สึกขวางหูขวางตา เมื่ออิทธิพลถามธรรม์ว่าเมื่อคืนมาย่ามาหาทำไม ป้าหนอมบอกว่ามาย่ามาหาคุณอิทต่างหาก “มาย่าเขาคุยกับผมแป๊บเดียว” อิทธิฤทธิ์แย้งแล้วหาช่องแขวะธรรม์ถามว่า “มาย่าคุยอะไรกับนายต่อเหรอ ตั้งนานกว่าฉันจะได้ยินเสียงรถมาย่าไปน่ะ”

“คงไม่ได้คุยเรื่องงานถ่ายหนังนะ สั่งอะไรต้องเป็นไปตามที่สั่ง งานอะไรที่ไม่เกี่ยวกับงานตำรวจไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวอีก” อิทธิพลเตือนหน้าขรึม ธรรม์รับคำเบาๆ อิทธิฤทธิ์ได้ทีขำพรืดออกมา จนอิทธิพลถามว่าเป็นอะไร

“สะใจ...เอ๊ย ดีใจที่วันนี้จะได้ไปเรียนซัมเมอร์น่ะครับ ฮ่าๆๆๆ” อิทธิฤทธิ์หัวเราะเยาะธรรม์อย่างสะใจ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อธรรม์จะไปทำงาน เขายังเดินตามมายั่วว่ามีอะไรจะฝากถึงมาย่าไหม เพราะวันนี้ตนจะไปเรียนซัมเมอร์กับเธอ แล้วยกมือถือกดโทร.ถึงมาย่า ปลายสายบอกว่าให้ฝากข้อความ แต่อิทธิฤทธิ์ก็แกล้งทำเป็นคุยกับมาย่าอย่างอ่อนหวานยั่วธรรม์

ไปถึงที่ทำงานของอาจารย์ตุลา อิทธิฤทธิ์ถูกเรียกไปย้ำว่าเขาจะต้องสอบวิชาของตนให้ได้เอ และทำรายงานพิเศษส่งด้วยถึงจะเรียนจบ อิทธิฤทธิ์อวดดีตามเคยว่าตนทำได้แน่อาจารย์ไม่ต้องห่วง ส่วนของมาย่า อาจารย์ติงว่าเทอมที่แล้วเกรดดรอปไปหน่อยไม่อย่างนั้นต้องได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง รอลุ้นลงซัมเมอร์นี่แหละถ้าได้เอ ก็น่าจะได้อันดับสอง มาย่ารับปากว่าจะพยายาม

ooooooo

บ๊วยเห็นหน้าตาตี๋เล็กยับเยินเพราะต่อยกับอิทธิฤทธิ์ก็ยุว่าต้องกลับไปเอาคืนให้หนักต่อไปจะได้ไม่กล้าหือกับลูกพี่อีก และมาย่าก็จะได้หันมาสนใจว่าตี๋เล็กเจ๋งกว่าอิทธิฤทธิ์

ตี๋เล็กสนใจจี๋ถามว่าจะให้ทำอย่างไร บ๊วยพาตี๋เล็กไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อซุ่มหาจุดอ่อนของอิทธิฤทธิ์ ตี๋เล็กทำเป็นเข้าใจ ยกคำพูดของซุนวูให้ฟังว่า “รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง”

บ๊วยถามว่าซุนวูเป็นใคร ตี๋เล็กบอกว่าสงสัยเป็นเพื่อนอาป๊า บ๊วยถามอีกว่าแปลว่าอะไร ตี๋เล็กวางมาดแปลให้ฟังว่า

“ก็...เราก็ต้องรู้จักเห็นอกเห็นใจเขา เขาก็ต้องรู้จักเห็นอกเห็นใจเรา ถ้าหากรู้จักเห็นใจกันและกัน รบกี่ครั้งก็ชนะ ทีนี้โลกเราก็จะได้สงบสุขปราศจากสงคราม”

ตี๋เล็กวางมาดผู้รู้อธิบายมั่ว บ๊วยทำตาโตอุทานอย่างอัศจรรย์ด้วยความงงงวย

ทั้งสองไปซุ่มดูอิทธิฤทธิ์ติวอยู่กับชนมน บ๊วยฟันธงว่าถึงจะติวอย่างไรก็ไม่มีวันสอบผ่าน เพราะเราจะขัดขวางอย่างถึงที่สุด ถ้าสอบไม่ผ่านมาย่าก็จะเลิกคบทั้งลูกพี่และลูกน้องที่ฉลาดพอกัน ซุ่มดูอิทธิฤทธิ์จนขาเป็นเหน็บก็ต้องอดทน

ก่อนเข้าห้องเรียน อิทธิฤทธิ์พยายามง้อมาย่า ขอโทษที่เมื่อวานพูดไม่ดีกับเธอ มาย่ายังไม่หายเคืองแต่พอถูกแหย่ถูกจุดก็หัวเราะออกมา เลยกลายเป็นหยอกล้อกันสนุกสนาน ชนมนยืนมองแล้วค่อยๆ แกะผ้าก๊อซที่มือออกก่อนเดินหนีไป

วันนี้ชนมนเคร่งขรึมผิดปกติ เมื่อเข้าห้องเรียน อิทธิฤทธิ์พยายามสบตาชนมน แต่เธอทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ จนอิทธิฤทธิ์นึกแปลกใจ

ooooooo

ที่ห้องประชุม บช.น. มีการประชุมวางแผนจับพวกส่งยาที่โกดังร้างใกล้ท่าเรือ โดยมีเก่งกาจเป็นเป้าหมาย

“เราต้องมุ่งเป้าจับตัวนายเก่งกาจให้ได้ เพราะนายคนนี้เกี่ยวโยงกับคดีสำคัญๆหลายคดี ที่ยังปิดไม่ได้ ทั้งคดีค้ายา และคดีฆาตกรรม ไอ้นี่เข้าคุกเมื่อไหร่ แผ่นดินก็จะสูงขึ้นเมื่อนั้น ฉะนั้นงานครั้งนี้สำคัญมาก อย่าให้มีอะไรพลาดได้!”

อิทธิพลสรุปแผนการขั้นสุดท้าย แล้วชำเลืองไปทางธรรม์ เขาพยักหน้ารับอย่างมุ่งมั่นมองรูปเก่งกาจพยายามจดจำ

เมื่อถึงเวลาปฏิบัติการ ธรรม์ซุ่มอยู่ในที่ของตน เห็นรถยนต์สีดำแล่นเข้ามาจอด ธรรม์แปลกใจว่าทำไมมาก่อนเวลา คาดว่าเก่งกาจคงสับขาหลอก ตัวมันอาจจะไปส่งยาที่อื่นก็ได้ ธรรม์เห็นพวกมันมากันเพียงสองคนจึงตัดสินใจจัดการเอง!

คนที่มาส่งยาคือบ๊วยนั่นเอง! ธรรม์กระโจนเข้าหาสั่ง “หยุดนะ!” ถูกบ๊วยคว้าปืนหลับหูหลับตายิงสวน ธรรม์ถูกยิงที่หัวไหล่ทรุดลง แล้วบ๊วยก็เร่งเครื่องหนีไป ทิ้งธรรม์นอนคว่ำคลุกฝุ่นอยู่ตรงนั้น!

ธรรม์กลับไปถึงห้องทำงานของอิทธิพลที่ บช.น. เจอสารวัตรนั่งอยู่ก่อนแล้ว พอธรรม์เข้ามาสารวัตรก็ขอตัวออกไป

“คุณพ่อครับ ผมอธิบายได้นะครับ” ธรรม์เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

ธรรม์ถูกตำหนิอย่างรุนแรงทั้งเสี่ยงไม่รอฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา พาตัวไปเสี่ยงตาย พาลูกน้องไปเสี่ยงกับตัวเองด้วย ธรรม์ชี้แจงว่า

“ผมจำเป็นต้องเสี่ยงครับ ถึงไอ้เก่งกาจไม่ได้มาส่งยาเอง ผมก็ต้องจับลูกน้องมันให้ได้ เราจะได้สาวไปถึงตัวไอ้เก่งกาจไงครับ”

“ไม่ต้องพูดแล้ว แกถูกถอดจากทีมคดีพิเศษแล้ว”

“คุณพ่อครับ! วันนี้ผมเกือบจะจับลูกน้องไอ้เก่งกาจได้อยู่แล้วนะครับ”

“เมื่อสิบห้าปีก่อน พ่อแกก็เกือบจับชาติชายได้เหมือนกัน แล้วสุดท้ายเป็นยังไง แกก็รู้!”

ธรรม์ไม่มีโอกาสพูดอะไร เขามองอิทธิพลด้วยความผิดหวังเสียใจอย่างที่สุด

ooooooo

อิทธิฤทธิ์เห็นชนมนหมางเมินและเศร้าหมอง วันนี้ก่อนที่เธอจะมาติวให้ เขาเข้าครัวทำอาหารหมายเอาใจเธอจนเกือบทำไฟไหม้ครัว ซ้ำอาหารที่ทำก็ไม่มีใครกินลง แม้แต่ตัวเองพยายามกินก็ยังกลืนไม่ลงคอ

พอเข้าห้องติว อิทธิฤทธิ์ก็ท่องกฎหมายอาญาปาวๆ จนชนมนบอกว่าไม่ต้องท่องแล้ว เรียกให้มาคุยเรื่องหัวข้อรายงานก่อน ถามว่าคิดออกหรือยัง อิทธิฤทธิ์ตอบอย่างไม่ลังเลว่า “ยังคิดไม่ออกก็เลยไม่ได้คิด” แล้วโยนกลองให้เธอช่วยคิดเพราะว่าเป็นติวเตอร์ไม่ใช่หรือ เมื่อชนมนไม่ช่วยก็พาลหาเรื่องว่า

“พ่อจ้างเธอมาติว เธอก็กะจะติวอย่างเดียวใช่ไหม ถ้ามีงานงอกเกินหน้าที่เธอก็จะไม่ทำ อย่างนี้ต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่บอกมา พ่อฉันจ่ายได้อยู่แล้ว ว่าไงต้องการเงินเท่าไหร่!”

ชนมนโมโหคว้าถุงผ้าเดินออกไปอย่างเร็ว ทิ้งหนังสือที่มีกระดาษจดหัวข้อรายงานเสียบไว้ พอชนมนออกไปแล้วอิทธิฤทธิ์จึงรู้ว่าตัวเองไม่ควรพูดดูถูกเธอ
ชนมนโมโหเดินชนโต๊ะทำให้หนังสือร่วง กระดาษที่เสียบอยู่ปลิวว่อน อิทธิฤทธิ์จะตามไป เขาชะงักหันมองที่พื้น

โชคดีเพราะมันเป็นกระดาษจดหัวข้อรายงาน 3-4 แผ่น ที่ชนมนจดไว้นั่นเอง แต่พออิทธิฤทธิ์อ่านก็บ่น

“ทำไมมันเยอะอย่างนี้” ยิ่งดูก็ยิ่งงง ทำอะไรไม่ถูก บ่นกับหมูหวานที่มานัวเนีย “แล้วจะให้ทำไง เขาไปแล้ว!”

ooooooo

บ๊วยหนีจากโกดังร้างเอาผ้าปิดหน้าปิดตาไปหาตี๋เล็ก ตี๋เล็กถามว่าไปปล้นธนาคารมาหรือถึงต้องปิดหน้าปิดตา เอะใจถามว่าไม่ได้ไปทำงานแบบเก่าอีกใช่ไหม

ตี๋เล็กถามว่าบ๊วยรับแทงบอลช่วยเฮียเล้งอีกใช่ไหม เป็นหนี้ใครเท่าไหร่ บ๊วยโกหกว่าตนติดค่าห้องสามเดือนแล้ว เลยต้องคอยหลบเจ๊นก ตี๋เล็กเลยให้เงินไปจ่ายค่าห้องแล้วให้เร่งแผนการทำลายอิทธิฤทธิ์กันเลย

ทั้งสองไปดักชนมนโดยใส่หมวกปิดบังใบหน้า สั่งชนมนให้เลิกติวให้อิทธิฤทธิ์ เธอถามว่าแล้วถ้าไม่เลิกล่ะ ตี๋เล็กบอกว่าเธอคงไม่อยากเจ็บตัว ชนมนพูดอย่างใจเย็นว่าผู้ชายอะไรรังแกผู้หญิง ตี๋เล็กเลยร้องสั่ง

“พี่ไม่รังแกน้องหรอกจ๊ะ แต่...ให้ลูกน้องทำแทน ไอ้บ๊วย!”

บ๊วยบ่นเซ็งๆว่า “จะเรียกทำไม...” พอดีตี๋เล็กเพิ่งนึกได้เลยเรียกมั่วไปหมดว่า “โรเบิร์ต...ไมเคิล...อดัม ลุย!”

บ๊วยพุ่งเข้าเล่นงานชนมน เธอรับมือได้ทุกกระบวนท่า ซ้ำยังถีบบ๊วยจนหงายเก๋ง ชนมนถูกลูกน้องตี๋เล็กรุมเล่นงานจนแว่นหลุด บ๊วยตะโกนว่า “ลูกพี่...ไม่มีแว่นมันก็หมดฤทธิ์” ตี๋เล็กถามว่าแล้วจะให้ทำไง “กระทืบแว่นมันทิ้งซิ” ตี๋เล็กจึงนึกได้เข้าไปเหยียบแว่นจนร้าว

“ตกลงจะเลิกติวให้ไอ้อิทไหม” ตี๋เล็กถาม พอถูกปฏิเสธ บ๊วยก็จะเข้าไปตบ ตี๋เล็กห้ามบ๊วย ทำหน้าหื่นบอกว่า “ฉันว่าจูบสั่งสอนดีกว่า มามะจุ๊บๆ”

ขณะตี๋เล็กกำลังจะก้มจูบชนมนนั่นเอง มันถูกถีบกระเด็น ตามด้วยบ๊วยอีกคน มันสองคนตกใจหันมองแล้วก็ยิ่งตกใจเมื่อเห็นอิทธิฤทธิ์ยืนหน้าถมึงทึง อิทธิฤทธิ์ถามว่าพวกมันเป็นใคร ชนมนก็ไม่รู้เพราะมันใส่หมวกและดัดเสียงคุยกัน

พวกตี๋เล็กถอยไปหันหลังชนกัน ถูกอิทธิฤทธิ์กับชนมนที่ได้รับการฝึกปรือการต่อสู้มาอย่างดีเข้าเล่นงานจนสุดท้ายตี๋เล็กเห็นท่าไม่ไหวเผ่นแน่บ ลูกน้องวิ่งหนีกันกระเจิง

“โธ่...ไม่แน่จริงนี่หว่า” อิทธิฤทธิ์ยิ้มเยาะ ส่วนชนมนคลำหาแว่นไปตามพื้น อิทธิฤทธิ์เห็นจึงไปหยิบให้  เหลือแต่เลนส์แตกๆ  ชนมนรับไปใส่  แว่นขาหักไปข้าง เลนส์แตกไปซีก แต่ก็พอมองเห็นลางๆ

อิทธิฤทธิ์มองสภาพของชนมนแล้วยิ่งเจ็บใจแทน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.