ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักสุดฤทธิ์

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

อิทธิฤทธิ์ตามหาแม่ด้วยการขึ้นโรงพักต่างๆ  จ้างให้ตำรวจช่วยตามหาแม่จนเป็นที่อึกทึก  เพื่อนตำรวจจึงโทร.บอกธรรม์

ขณะ อิทธิฤทธิ์กำลังโวยวายพวกตำรวจบนโรงพักอยู่นั้น ธรรม์มาถึง เขาตรงมาจับบ่าอิทธิฤทธิ์อย่างแรงจนอิทธิฤทธิ์หันถามอย่างไม่พอใจ “ใครวะ!”

“นายกำลังทำอะไรอยู่รู้ตัวหรือเปล่า!”

“ไม่ต้องยุ่ง!” อิทธิฤทธิ์ตวาดแล้วเอาเรื่องกับตำรวจต่อ “ว่าไง พี่ตกลงจะช่วยหรือไม่ช่วย! จะได้ไปที่อื่น เสียเวลา!”

ธรรม์ขอโทษเพื่อนตำรวจแล้วลากตัวอิทธิฤทธิ์ออกไป เขาทั้งสะบัดทั้งโวยวาย  จนธรรม์ถามเสียงเข้มว่า

“จะไปด้วยกันดีๆ หรือว่า...” ธรรม์ชูกุญแจมือให้ดู อิทธิฤทธิ์จึงสงบลง สบถอย่างหัวเสีย จำต้องเดินปึงปังตามไป  พอถึงหน้าสถานีตำรวจ ธรรม์บอกว่า “นายจะทำอะไรให้นึกถึงหน้าคุณพ่อด้วย  ถ้าอยากตามหาแม่จริงๆฉันจะช่วย”

“ไม่ต้อง! ฉันตามหาเองได้ ขอร้องเลยไม่ต้องมาทำดีกับฉัน ไปเลียแข้งเลียขาพ่อฉันต่อไป  พ่อฉันใกล้จะยกทุกอย่างให้นายอยู่แล้ว  ขาดอยู่ก็แค่นามสกุลนี่แหละ อยากใช้นามสกุลพ่อฉันไหมล่ะ เดี๋ยวฉันบอกพ่อให้”

ธรรม์บอกว่าไม่ต้อง เพราะคุณพ่อเลี้ยงตนมาก็จริงแต่ตนรู้ว่าตนเป็นลูกใคร อิทธิฤทธิ์ท้าว่า

“ถ้ารู้จริงก็ให้เลิกบอกใครๆว่าฉันเป็นน้องชายนายซะที  อายล่ะซิ  ที่นายเป็นแค่เด็กที่พ่อฉันเก็บมาเลี้ยง แม่ตายตั้งแต่เกิด พ่อก็ดันโง่ไปให้มาเฟียยิงตาย ชีวิตน่าสงสารโคตรๆ!”

ธรรม์โกรธจัดตรงเข้ากระชากคอเสื้ออิทธิฤทธิ์เงื้อหมัดแล้วชะงัก  อิทธิฤทธิ์ผลักธรรม์ออกไป  พูดเย้ยว่า

“นึกว่าจะแน่! อ่อนว่ะ ไปไกลๆเลยไป  อย่าได้มาแส่เรื่องฉันอีก!” พูดแล้วเดินออกไปเลย  ธรรม์ยืนข่มใจนิ่ง

ooooooo

ชนมนเดินกลับบ้านอย่างหดหู่ที่อยู่ๆก็ถูกไล่ออก  แต่พอมาถึงบ้านก็เจอเรื่องสะเทือนใจยิ่งกว่า  ที่พ่อถูกเจ้าหนี้นอกระบบมาทวงหนี้คว่ำโต๊ะทุ่มเก้าอี้ข่มขู่คุกคามว่า ถ้าไม่ใช้หนี้ภายในอาทิตย์นี้เจอหนักกว่านี้แน่

พอพวกมันเห็นชนมนก็ตรงเข้าคุกคามลวนลาม ชูชัยจับมือมันหักกร๊อบจนมันตัวงอ แล้วประกาศ

“ลูกสาวกูห้ามแตะ! เรื่องหนี้กูจะใช้ให้ ขอเวลาสองเดือน” พอมันไม่ยอมก็บอก “ขอเดือนเดียว” แล้วบิดข้อมือมันแรงขึ้นจนมันต้องยอม  แต่ไม่วายทำกร่างขู่ว่า แล้วจะมาใหม่ ถ้าไม่มีเงินจ่ายเจ็บตัวแน่

พอชนมนรู้ว่าพ่อเป็นหนี้สองหมื่น  ยืมมาเป็นค่ายาเบาหวานและซ่อมบ้าน  เตาแก๊สก็ใกล้พัง  แต่ดอกทบต้นยังไงไม่รู้กลายเป็นห้าหมื่น  ชนมนบอกว่าเดี๋ยวตนจะเอาเงินค่าติวจัดการให้เอง บอกพ่อให้สบายใจว่า

“เดือนหน้าหนูก็ได้ค่าติวแล้ว เป็นแสนเลยนะพ่อ จ่ายหนี้ให้พ่อได้สบายใจ”

หลังจากอิทธิพลไล่ชนมนออกแล้ว  ติดต่ออาจารย์ตุลาแต่ยังหาคนมาติวให้อิทธิฤทธิ์ไม่ได้  อิทธิพลปรารภกับป้าหนอมอย่างหนักใจว่า ไม่มั่นใจว่าถ้าตนยอมทำตามวิธีของชนมนแล้ว อิทธิฤทธิ์จะตั้งใจเรียนจริง

“แต่หนูมั่นใจค่ะท่าน”  ชนมนมาได้ยินพอดี  “หนูเชื่อว่าวิธีของหนูต้องได้ผลค่ะ ท่านให้โอกาสหนูอีกสักครั้งได้ไหมคะ” ชนมนจำต้องกลืนน้ำลายตัวเองกลับมาของานคืน

“ก็ได้...ถ้านายอิทสอบผ่าน ฉันจะเป็นคนพามันไปหาแม่เอง” อิทธิพลรับปาก ชนมนจึงรีบไปบอกข่าวดีแก่อิทธิฤทธิ์

ooooooo

เมื่อชนมนไปบอกอิทธิฤทธิ์  เขาไม่เชื่อถือ ชนมน จึงให้เขาไปฟังจากปากอิทธิพลเอง

“แม่แกย้ายไปอยู่อเมริกา  มีฉันคนเดียวที่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน แกเลิกตามหาแม่แกให้วุ่นวายได้แล้ว ตั้งใจเรียนไปเข้าใจไหม” อิทธิพลย้ำ

“ได้  ผมจะตั้งใจเรียนให้จบ  พ่อก็รักษาคำพูดของตัวเองด้วยแล้วกัน”

สองพ่อลูกต่างให้คำมั่นสัญญากันอย่างท้าทาย อิทธิฤทธิ์ลุกขึ้นอย่างมีความหวัง  ป้าหนอมถามว่าจะไปไหน ป้าเตรียมขนมนมเนยไว้ให้แล้ว

“ติวพรุ่งนี้ วันนี้ขอไปบอกข่าวดีกับมาย่าก่อน ผมไปนะป้า” พูดแล้วเดินออกไปเลย  ทำเอาชนมนหงุดหงิด

อิทธิฤทธิ์ไปหามาย่าที่โรงยิม  เธอกำลังซ้อมคิวบู๊กับธรรม์อยู่ ต้องต่อสู้กันในระยะประชิดคลุกวงในกัน อิทธิฤทธิ์ฉุนขาดเข้าไปดึงตัวมาย่าออกมา  แล้วบอกข่าวดีของตน มาย่าดีใจด้วยแต่ไม่ลืมย้ำว่าต้องตั้งใจเรียนไม่อย่างนั้นเขาจะอดเจอแม่

“ไงฉันก็ต้องได้เจอแม่แน่ๆ  ถ้าฉันเอาจริงสอบผ่านอยู่แล้ว  ถ้าฉันสอบผ่านเราก็จะได้เรียนจบพร้อมกันรับปริญญาพร้อมกัน  แล้วฉันก็จะไปเรียนต่อที่อเมริกากับเธอด้วย” 

อิทธิฤทธิ์ฮึกเหิมมาก  มาย่าย้ำว่าเขาต้องสอบผ่านให้ได้ก่อน  เขาสัญญาแล้วดึงเธอเข้าไปกอด “ขอบใจนะที่เป็นกำลังใจให้ฉัน”

“เล่นอะไร อย่าทำอย่างนี้อีกนะ” มาย่าตกใจผลักอิทธิฤทธิ์ออกไป

“ไม่ได้เล่น...มาย่า  ต่อไปนี้ฉันจะตั้งใจเรียน  ฉันจะสอบให้ผ่าน ไม่ใช่เพื่อที่จะได้เจอแม่เท่านั้น แต่เพื่อเธอด้วยนะ”

อิทธิฤทธิ์มองหน้ามาย่านิ่งด้วยแววตาลึกซึ้ง  มาย่ามองเขาอึ้ง...แอบหนักใจ...

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น อิทธิฤทธิ์มาเข้าห้องติวอย่างมุ่งมั่น มาย่ายิ้มให้เขาอย่างให้กำลังใจ ทั้งสองตั้งใจติวกันจริงจังจนชนมนพอใจ

แต่เพียงไม่นาน  อิทธิฤทธิ์ก็ได้รับโทรศัพท์จากเจ๋งบอกว่าถูกพ่อซ้อม  เขาวางหนังสือลุกพรวดบอกว่าต้องไปช่วยเจ๋ง  ชนมนนึกว่าเป็นแผนหลอกหนีเที่ยวของเขา วิ่งตามไปขวางไม่ยอมให้ไป  แต่อิทธิฤทธิ์ก็ไปจนได้ ซ้ำยังคว้าจักรยานเธอขี่ไปด้วย ชนมนรั้งไม่อยู่เลยกระโดดซ้อนจักรยานไป

พอไปถึงบ้านเจ๋ง  เจอเจ๋งถูกจิกซ้อมเพื่อรีดเงินอยู่

จริงๆ  พอจิกเห็นอิทธิฤทธิ์ก็ยิ้มทักบอกว่า วันก่อนให้หนึ่งร้อย วันนี้ขอแค่ห้าร้อยก็พอ อิทธิฤทธิ์ติงว่าลุงควรหางานทำจะได้มีเงินใช้ จิกตวาดว่าไม่ต้องมาสั่งสอน

“หรือลุงอยากให้คนอื่นอย่างลูกน้องพ่อผมมาสอนแทน  ลุงคงไม่อยากให้ไอ้เจ๋งมันกำพร้าพ่อใช่ไหม” เห็นจิกชะงัก อิทธิฤทธิ์ปรามต่อ “ผมขอเตือนเป็นครั้งสุดท้าย อย่าทำอะไรไอ้เจ๋งอีก”

จิกหงอ รับปากว่าจะไม่ทำอีกแล้ว  อิทธิฤทธิ์เดินไปถามเจ๋งว่าเป็นไงบ้าง เจ๋งน้ำตาซึมบอกว่าไม่เป็นไร

ชนมนมองอิทธิฤทธิ์ที่ดูกล้าหาญ  เท่  ทำในสิ่งที่ถูกต้องอย่างชื่นชม  นี่เป็นแง่มุมที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เห็นเจ๋งมีแผลและฟกช้ำหลายแห่ง  ชนมนจึงให้เอายามาทำแผลให้  อิทธิฤทธิ์อยากทำบ้าง  แต่ทำไม่เป็น ใส่ยาผิดเงอะงะ  ชนมนเลยเอาไปทำเอง ถามว่านอกจากซิ่งรถแล้วเขาทำอะไรเป็นบ้าง

ได้เรื่อง!  ถูกอิทธิฤทธิ์ย้อนถามว่า  อย่างเธอนอกจากสอนหนังสือ  หายใจเข้าออกเป็นเงินแล้วคงจะไม่มีชีวิตอย่างอื่น  ถามว่าเคยใช้ชีวิตสุดเหวี่ยงบ้างหรือเปล่า  ดูแคลนว่า

“อย่างเธอนี่  แค่มีผู้ชายยิ้มให้ก็คงตื่นเต้นจนหัวใจแทบหยุดแล้วมั้ง” ชนมนถามว่า หมายความว่าไง “ก็หมายความว่า ป้าแว่นอย่างเธอนี่ ไม่มีผู้ชายมองน่ะซิ”

ชนมนบอกว่าเรียกผู้หญิงว่าป้านี่หยาบคายมากรู้ไว้ด้วย ก็ถูกสวนกวนๆว่า ไม่ให้เรียกป้าได้ยังไง ก็แต่งตัวอย่างกับผีย่าผียายเข้าสิง แล้วพูดยั่วว่า พรุ่งนี้แต่งแบบนั้นมานะ พลางชี้ไปที่วัยรุ่นแต่งตัวทันสมัยสองคนที่ผ่านไป ย้ำว่าถ้าไม่อยากให้เรียกป้าก็แต่งตัวให้อิน-เทรนด์หน่อย แล้วบ่น “ทำไมพ่อไม่หาติวเตอร์สวยเซ็กซ์มาสอนฉันนะ! เห็นหน้าป้าแล้วหมด’รมณ์เรียนจริงๆ”

“งั้นก็ไม่ต้องเรียน ฉันก็หมด’รมณ์สอนนายเหมือนกัน!” ชนมนคว้าจักรยานจากอิทธิฤทธิ์ปั่นกลับไปเลย

อิทธิฤทธิ์มองตามชนมนที่ปั่นจักรยานไปอย่างหัวเสีย ขำหึๆ ที่ยั่วให้เธอโกรธได้

ooooooo

กลับถึงบ้าน ชนมนถามชูชัยว่าตนดูเป็นป้าหรือ ชูชัยบอกว่าไม่ แต่ชินบอกว่าใช่ ทั้งย้ำว่า ป้ามากๆด้วย

ชูชัยบอกให้ไปซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆใส่บ้าง ชนมน

บ่นเสียดายสตางค์ ชินที่ชอบดูพวกดาราสาวๆ และโมเมเอาเองว่ามาย่าเป็นแฟน ทำตัวเป็นกูรู สอนพี่สาวว่า

“ฟังนะพี่ชน ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เสื้อผ้า แต่อยู่ที่พี่แต่งตัวไม่เป็น ต่อให้พี่มีเงินไปซื้อเสื้อผ้าใหม่หมดยกตู้ พี่ก็ได้ชุดแบบป้าๆ กลับมาเหมือนเดิม นี่ๆ พี่ต้องมีไอดอล ดูแฟนผมเป็นต้นแบบก็ได้” ชินเอารูปมาย่าให้ดู “นี่คือตัวอย่างการแต่งกายยอดเยี่ยมเหมาะสำหรับคนที่แต่งกายยอดแย่อย่างพี่”

ชนมนไปหามาย่าให้ช่วยไปช่วยเลือกเสื้อผ้าให้ มาย่าจึงเอาชุดมากมายที่แฟนคลับซื้อให้แบ่งให้ชนมนเอาไปช่วยใช้หลายชุด เมื่อเอากลับบ้านแค่หยิบมาทาบกับตัว ก็ทำให้ดูดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ รุ่งขึ้นเธอจึงเลือกชุดใหม่ใส่ไปติวที่บ้านอิทธิฤทธิ์ พยายามเลี่ยงที่จะให้ชินเห็น กลัวชินจะวิจารณ์เสียจนตนขาดความมั่นใจ

แต่ชินที่ออกไปโรงเรียนแล้วย้อนกลับมาเอาของ พอเห็นชนมนในชุดใหม่ ชินยืนมองชนมนแต่หัวจดเท้า มองที่รองเท้า-บอกผ่าน, มองที่ถุงผ้า-ไม่ผ่าน, ที่เล็บมือ-ไม่ผ่าน, ต่างหู-ไม่ผ่าน พอถึงทรงผมก็ทำหน้าเบ้บอกว่า “นี่ยิ่งไม่ผ่านใหญ่ แก้ไขอะไรไม่ได้ นอกจากตัดหัวทิ้ง”

ชนมนไล่ทุบ ชินวิ่งไปแอบหลังพ่อ โผล่หน้าออกมาเถียงอีกว่า

“ก็พูดความจริงอ่ะ ชุดสวยแต่หน้าป้า มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ โอ๊ย...สวยก็ได้ พี่ชนสวยที่สุดในสามโลก” ชินประชดเลยถูกชูชัยดุว่าวอนเสียจริงๆ มองลูกทั้งสองไล่ตีกันอย่างคุ้นชิน

ooooooo

เช้านี้อิทธิพลคืนกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ให้อิทธิฤทธิ์ บอกว่าเพราะเห็นทำตัวดี เริ่มตั้งใจเรียนคงคิดถึงอนาคตแล้วใช่ไหม อิทธิฤทธิ์ตอบอย่างไม่ยินดียินร้ายว่าตนทำเพราะอยากเจอแม่เท่านั้น

ไม่เพียงคืนกุญแจรถ หากยังถามว่าเงินพอใช้ไหม เดี๋ยวจะให้ป้าหนอมจ่ายเบี้ยเลี้ยงเพิ่มให้ แต่บัตรเครดิตเอาไว้สอบเสร็จก่อนค่อยคืน

“ขอบคุณครับพ่อ ขอบคุณที่คืนรถให้ผม แล้วก็ ขอบคุณที่ยอมให้ผมได้เจอแม่” อิทธิพลบอกว่าก็ไม่แน่ว่าจะได้เจอ “ผมต้องได้เจอแม่แน่! อย่าคิดว่าผมจะทำไม่ได้” พูดแล้วผลุนผลันออกไป

“แกทำได้ แต่ฉันอาจทำไม่ได้...” อิทธิพลพึมพำ เพราะไม่แน่ใจว่านฤดีจะอยากเจอลูก

พอดีธรรม์เดินลงมา อิทธิพลถามว่างานบริษัทหนังไปถึงไหนแล้ว อย่าลืมว่านอกจากงานที่โรงพักแล้วยังมีคดีพ่อเขาอีก แม้จะยังไม่ได้ข่าวคนฆ่าแต่มีคนเห็นมือขวาของมันอยู่แถวเชียงราย คิดว่ามันคงจะกลับมาค้ายาอีก

อิทธิฤทธิ์มาเห็นทั้งสองคุยกันก็หมั่นไส้ พออิทธิพลออกไป อิทธิฤทธิ์ก็ถามธรรม์ว่าคุยอะไรกัน ถูกธรรม์ปฏิเสธว่าเรื่องงานไม่เกี่ยวกับเขา อิทธิฤทธิ์ก็พาลพูดแขวะ จนป้าหนอมมาเห็นธรรม์ชมว่า วันนี้แต่งตัวหล่อมาก เดี๋ยวแมวมองมาเจออาจได้เป็นดาราด้วยก็ได้ ถูกอิทธิฤทธิ์เยาะว่า “งานตำรวจจะมีแมวมองที่ไหน”

แต่พอรู้จากป้าหนอมว่าธรรม์ไปงานแถลงข่าวหนังใหม่ของมาย่า อิทธิฤทธิ์ก็พุ่งออกไปทันที

“นั่นคุณอิทจะไปไหนคะ! วันนี้ติวนะคะ” ป้าหนอมร้องตามหลังแต่ก็หยุดอิทธิฤทธิ์ไม่ได้ เขาพรวดพราดออกไปเจอชนมน เธอถามว่าวันนี้จะไปไหนอีก อิทธิฤทธิ์บอกว่ามีธุระสำคัญไปชั่วโมงเดียวเดี๋ยวมา ถ้าไม่เชื่อให้ไปด้วยกัน แล้วเร่งให้ขึ้นรถเลย

เพราะวันนี้ชนมนนุ่งกระโปรงยาวมาเลยรุงรังกว่าจะขึ้นไปได้ก็ถูกเร่งแล้วกระชากรถออกไปจนเธอแทบหงาย

ไปถึงโรงแรมที่จัดงานแถลงข่าวหนังเรื่อง บอดี้การ์ดสุดซ่ากับซุป’ตาร์สุดแสบ ชนมนถามเซ็งๆว่านี่หรือธุระสำคัญ? เขาบอกว่า นี่เป็นหนังเรื่องแรกของมาย่าตนจะพลาดได้ยังไง

ooooooo

ที่งานแถลงข่าว บรรดาแฟนคลับของโอเจซุปเปอร์สตาร์เกาหลีพากันมาห้อมล้อมรอพบโอเจ ส่วนตัวโอเจอยู่ในห้องแต่งตัว จู่ๆเขาก็สบถออกมาเป็นภาษาเกาหลีอย่างหัวเสียว่า

“พอแล้วๆหยุดๆ ทนไม่ไหวแล้วโว้ย!” เมนี่ถามว่ามีปัญหาอะไรหรือ “คนของคุณมันไม่ได้เรื่องน่ะซิ แหกตาดูซิ”

มาย่านั่งอ่านสคริปต์ของงานอยู่หันมองสงสัย ได้ยินเชอรี่ที่เป็นล่ามแปลบอกเมนี่ว่าโอเจไม่พอใจที่ช่างทำผมทำให้เขาดูหน้าผากกว้าง เมนี่จะให้ช่างแก้ให้ โอเจก็บ่นอีกว่าแต่งหน้าให้ตนหนาเป็นฟุต เมนี่ให้ช่างแก้ให้อีก ช่างแต่งหน้าทนไม่ไหวบ่นกันว่า

“ดูหนังหน้าตัวเองเสียก่อน หน้าพรุนอย่างกับรังผึ้ง ก็ต้องรองพื้นหนาอย่างนี้ล่ะค่ะ หนูไม่เอาปูนมาโบกก็บุญแล้ว”

โอเจก็ยังโวยวายไม่เลิก เมนี่ตำหนิช่างแล้วพาโอเจไปพักผ่อนให้อารมณ์ดีก่อน เดี๋ยวค่อยกลับมาแต่งหน้าทำผมใหม่แล้วรีบพาโอเจออกไป เชอรี่บ่นกับมาย่าว่า เมื่อไหร่งานจะจบๆเสียทีก็ไม่รู้ บ่นว่าโอเจมาเมืองไทยใช้ล่ามไม่เคยซ้ำกันเลยเพราะเรื่องมาก บางทีแปลผิดนิดเดียวก็วีนใส่แล้ว

มาย่าฉุกคิดว่า ในเมื่อโอเจไม่รู้ภาษาไทยแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าแปลผิด? เลยคิดจะจับโกหกโอเจ แล้วเธอก็จับได้จริงๆ เมื่อแอบได้ยินโอเจยืนคุยกับเมนี่ด้วยภาษาไทย  เมนี่เตือนโอเจให้ระวังอย่าพลั้งเผลอ  ถึงคนไทยจะ รักเขาแต่รักได้ก็เลิกได้เพราะเรื่องโกหกนี่แหละ โอเจไม่พอใจถามว่า “แล้วทำไมให้ผมโกหกตั้งแต่แรกล่ะ!”

“มันเป็นเรื่องของการสร้างภาพ ดาราหน้าเกาหลีมีเกลื่อนประเทศ ก็ต้องหาจุดขายให้เธอ ทางต้นสังกัดของเธอกำชับให้ฉันดูแลเธอให้ดี เธอจะต้องเล่นให้เนียน ฉันเองก็ยังต้องแกล้งกรี๊ดกร๊าดบ้าเห่อเธอ เธอก็ต้องทำให้ได้เหมือนกัน ต่อไปห้ามหลุดเด็ดขาด!”

ooooooo

อิทธิฤทธิ์พาชนมนจะเข้าไปในงานแต่เข้าไม่ได้เพราะไม่มีบัตร เขารู้สึกเสียหน้ามาก และเสียหน้ามากขึ้นอีก เมื่อเจอตี๋เล็กที่เข้างานได้อย่างสง่าผ่าเผยเพราะเป็นญาติกับสุวิชเจ้าของหนัง

ชนมนเห็นความยุ่งยาก ถามว่ามีความจำเป็นอะไรที่เขาต้องมางานนี้ให้ได้ นอกจากอิทธิฤทธิ์จะอ้างว่าเป็นหนังเรื่องแรกของมาย่าแล้วธรรม์ก็มางานนี้ และตี๋เล็กก็มาด้วย ตนไม่ยอมให้พวกนั้นทำคะแนนเกินหน้าเด็ดขาด แต่พอชนมนถามว่าเขาชอบมาย่าหรือ อิทธิฤทธิ์ก็ทำเสียงเข้มข่มว่า

“ชอบไม่ชอบ เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย” แล้วหันเดินกลับ ชนมนถามว่าจะไปไหน “ก็กลับบ้านไปติวกับเธอไง!”

ชนมนพยายามคิดหาทางช่วยนึกได้บอกว่าธรรม์อาจช่วยได้ ถูกปฏิเสธทันทีว่า “ไม่ต้องการให้มันช่วย” แต่ไม่ทันไร ธรรม์ก็เอาบัตรมาให้สองใบบอกว่าเห็นตั้งแต่เข้างานนึกว่ามีบัตรแล้ว ส่งบัตรให้แล้วเร่งให้รีบเข้าไปเสีย อิทธิฤทธิ์หันหลังเดินไปบอกว่าไม่อยากเข้า ชนมนเลยเข้าไปกับธรรม์สองคน แต่จู่ๆอิทธิฤทธิ์ก็เดินพรวดมาแทรกกลางอ้างว่าเมื่อมาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกันและ “วันนี้เธอมากับฉันก็ต้องอยู่กับฉัน” พูดแล้วลากชนมนแยกไปเลย ธรรม์ได้แต่มองฤทธิ์เดชเขาขำๆ

ส่วนมาย่าก็จับโกหกโอเจได้ว่าเขาพูดไทยได้ เมื่อเธอสอนเขาพูดภาษาไทยคำน่าเกลียดที่ฟังแล้วขำ โอเจรู้แต่จำต้องทำเป็นพูดตามจนเมนี่รู้ทันถามมาย่าว่าเล่นพอหรือยัง
“ไม่พอหรอกค่ะ เดี๋ยวหนูจะไปเล่นบนเวทีแถลงข่าวด้วย” เมนี่ปรามว่าโอเจเป็นพระเอกไม่ใช่ตัวตลก มาย่าโต้ว่าถ้าโอเจอยากเป็นพระเอกต่อไป โอเจก็ต้องเลิกโกหกหลอกลวงได้แล้ว พูดแล้วหันไปจ้องหน้าโอเจลักไก่ว่า

“ฉันรู้แล้วว่าคุณพูดไทยได้ ฉันเพิ่งโทร.คุยกับแม่คุณที่เกาหลี!”

“มั่วแล้ว ตอนนี้แม่ผมอยู่เมืองไทย ไม่ได้อยู่เกาหลี” โอเจโพล่งออกไป พอพลั้งปากไปแล้วก็สะดุ้งหยุดกึก

มาย่ายิ้มสมใจที่แผนง่ายๆก็จับโกหกโอเจได้จ๋ำหนับ คิดจะสาวไส้เสียให้แสบทรวง

ooooooo

มาย่าจับโกหกโอเจได้แล้ว  เธอบอกว่าตนต้องการให้โอเจสารภาพความจริง และต้องขอโทษที่หลอกลวงแฟนๆ ถ้าไม่ทำตามที่ตนบอก  ตนจะเป็นคนบอกความจริงกับทุกคนเอง

เมื่อออกไปบนเวที เมนี่พยายามสร้างภาพโอเจ

กับมาย่าที่เล่นหนังด้วยกันเป็นครั้งแรก แล้วเรียกล่ามให้มาแปล

“ไม่ต้องครับ” โอเจพูดไทยสำเนียงเกาหลี แค่นั้นเอง แฟนคลับก็กรี๊ดกันสนั่น เมนี่ทำเป็นตื่นเต้นว่าโอเจพูดไทยได้ มาย่าแทรกขึ้นว่า โอเจพูดไทยได้และมีเรื่องที่จะสารภาพ เมนี่ยังชงเรื่องให้โอเจพูดต่อ โอเจพูดช้าๆสำเนียงแปร่งๆว่า

“ผมเป็นคนไทยครับ ผมก็ต้องหัดพูดไทยให้ได้ ผมใช้เวลาหัดมาหนึ่งเดือนแล้ว แม้จะยากแค่ไหน เพื่อแฟนๆชาวไทยแล้ว  ผมต้องทำให้ได้ครับ เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ” พูดแล้วยกมือไหว้เก้ๆกังๆแบบคนต่างชาติ ยิ่งเรียกเสียงกรี๊ดจากแฟนคลับสนั่นห้อง

เมนี่พยายามที่จะสร้างภาพให้โอเจกับมาย่ามีความรู้สึกดีต่อกันกระทั่งเป็นแฟนกัน ทำให้ตี๋เล็กที่หลงรักมาย่าอยู่ทนไม่ได้ลุกขึ้นตะโกน “ไม่เชื่อ...ไม่จริง!!” จนสุวิชต้องเตือนให้สงบสติอารมณ์หน่อย

“มันโกหก” อิทธิฤทธิ์ทนไม่ได้เช่นกัน ชนมนต้องเตือนเขาให้ใจเย็นๆเพราะพวกนั้นพูดตามสคริปต์

เมนี่สร้างกระแสแล้วก็พยายามดันโอเจเข้ายืนใกล้มาย่าให้ช่างภาพถ่ายรูป แต่มาย่ารู้ตัวถอยออกเดินลงจากเวทีไป

เมื่อมาพบกันที่ห้องแต่งตัว เมนี่ทำเป็นเข้าไปขอบคุณมาย่าว่า

“ต้องขอบคุณน้องมาย่าจริงๆนะคะ ที่ช่วยชี้ทางสว่างให้ ต่อไปนี้โอเจก็จะพูดไทยได้สะดวกแล้ว งานก็คง

จะไหลลื่นขึ้น แล้วก็ได้แฟนคลับเพิ่มขึ้นอีกด้วย น้องมาย่า คิดแผนนี้ได้ยังไง อัจฉริยะจริงๆ”

“ที่เราตกลงกันไม่ใช่แบบนี้นะคะ พี่เมนี่ หนูต้องการให้โอเจสารภาพความจริงและขอโทษทุกคน” มาย่ายืนกราน

“ฉันก็บอกความจริงไปแล้วไงว่าฉันพูดไทยได้” โอเจเสียงแข็ง

“แต่นายบอกไม่หมด แล้วยังสร้างเรื่องโกหกใหม่ขึ้นอีกว่า เพิ่งหัดพูดไทยได้เดือนเดียว แต่นายพูดไทยได้ตั้งแต่เกิด  แล้วยังมาตู่ว่าฉันเป็นแฟนกับนายอีก! รู้ไหมว่าฉันเสียหาย!” โอเจไม่พอใจถามว่าเป็นแฟนตนแล้วเสียหายตรงไหน “เสียหายตรงที่มันไม่เป็นความจริง!” มาย่าเสียงดังขึ้นทุกทีอย่างมีอารมณ์

ooooooo

เมื่อถึงรายการโชว์ของคู่พระนาง มาย่ายกเท้าจะเตะสตันต์ด้วยท่าจระเข้ฟาดหาง โอเจถลันเข้าไปต่อยสตันต์กระเด็นไปแทน ทำให้มาย่าชะงักเสียจังหวะวืด เซเสียหลัก ข้อเท้าพลิกล้มลง!

คนดูตกใจร้องเสียงดัง โอเจตกใจรีบหลบไปจากเวทีอย่างเร็ว!

ธรรม์รีบเข้ามาดูแล้วอุ้มมาย่าออกไป ตี๋เล็กกับอิทธิฤทธิ์เต้นเหยงๆไม่พอใจ ส่วนนักข่าววิ่งกรูตามกันไปเป็นพรวน ถามว่าตกลงใครเป็นแฟนตัวจริงของ

มาย่ากันแน่???

พอธรรม์อุ้มมาย่าไปแล้ว ตี๋เล็กกับอิทธิฤทธิ์ก็ทะเลาะกันเอง แย่งกันอ้างตัวเป็นแฟนมาย่า จนชนมนด่าอิทธิฤทธิ์ว่ามาทำบ้าอะไรแถวนี้

เมื่อธรรม์อุ้มมาย่าเข้าไปในห้องแต่งตัวแล้ว โอเจก็เดินกร่างเข้ามาตำหนิมาย่าว่าไม่เป็นมืออาชีพเลย ถูกธรรม์ด่าว่า

“แล้วตอนที่มาย่าพลาดบนเวทีคุณทำอะไรอยู่ ถ้าคุณเป็นมืออาชีพจริงคุณก็ควรช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ใช่วิ่งหนีเอาตัวรอด”

โอเจอ้างว่าบอดี้การ์ดเป็นคนพาตนออกจากเวที ตนเป็นซุปเปอร์สตาร์ เรื่องความปลอดภัยของตนต้องมาก่อน แล้วหันไปถามพวกบอดี้การ์ดว่าจริงไหม พวกนั้นก็พยักหน้ากันหงึกหงัก พอดีรถพยาบาลมารับมาย่าไปโรงพยาบาล

ทั้งตี๋เล็กและอิทธิฤทธิ์ต่างตามหามาย่าว่าหายไปไหน ตี๋เล็กเจอธรรม์ยังทำกร่างถามว่าพามาย่าไปไหน แต่พอรู้ว่าธรรม์เป็นตำรวจเป็นลูกของผู้การ ตี๋เล็กก็กร่อย จะถอยแต่ยังทำฟอร์มบอกว่าจะรีบไปสืบข่าวน้องมาย่า

ส่วนอิทธิฤทธิ์ถามธรรม์ว่ามาย่าอยู่ไหน  ธรรม์เตือนว่า ตอนนี้มาย่ามีปัญหามากพอแล้วให้เขาอยู่ห่างๆเธอไว้ดีกว่า ถูกอิทธิฤทธิ์คาดคั้นว่ามาย่าอยู่ไหนรู้แล้วไม่ยอมบอกหมายความว่ายังไง

“นายอิท! หยุดนะ พี่ธรรม์ทำถูกแล้วที่ให้นายอยู่ห่างๆมาย่าไว้ก่อน นายก็เห็นว่าวันนี้เกิดเรื่องอะไรกับมาย่าบ้างถ้าเป็นห่วงมาย่าจริงๆนายก็ควรจะทำตามที่พี่ธรรม์บอก อย่าทำตัวเอาแต่ใจไม่มีเหตุผลได้ไหม ฉันขอสักวัน” ชนมนขัดขึ้น

อิทธิฤทธิ์โมโห พาลทิ้งให้เธอกลับไปกับธรรม์เลย บอกว่า “วันนี้ไม่ต้องมาติว ฉันอ่านหนังสือเองได้!” แล้วเดินปึงปังไปเลย ชนมนกับธรรม์มองตามไปอย่างอ่อนใจ

ooooooo

ธรรม์ไปส่งชนมนที่บ้าน ชินเห็นธรรม์ก็จำได้ว่าเคยเจอที่โรงพัก รีบเข้าไปยกมือไหว้ให้ธรรม์เห็นหน้าแล้วถามทันที

“พี่เป็นแฟนพี่ชนเหรอครับ” ทำเอาธรรม์ปฏิเสธแทบไม่ทัน และชนมนก็รีบบอกว่าน้องชายตนสติไม่ปกติ

ส่วนชูชัยมองธรรม์อย่างไม่เป็นมิตรนัก เข้ามาบอกว่าเมื่อส่งแล้วก็กลับได้แล้ว ชนมนบอกพ่อว่าอยากเลี้ยงข้าวธรรม์สักมื้อ เพราะเขาช่วยตนไว้หลายครั้ง

“มากินข้าวไช่ไหม งั้นนั่งลง!!” ชูชัยพูดห้วนๆ หน้านิ่งๆแล้วเดินกลับไปผัดข้าว

ธรรม์ปรารภกับชนมนว่าพ่อเธอคงหวงลูกสาวชินบอกว่าไม่ใช่ พ่อไม่ชอบตำรวจ สงสัยว่าคงเคยถูกตำรวจแย่งแฟนกระมัง แล้วมั่วจะให้ธรรม์มาเป็นแฟนพี่สาวตนให้ได้

“หน้าตามันคุ้นๆ” ชูชัยชำเลืองมองธรรม์ พึมพำอย่างระแวง ส่วนธรรม์ก็กังวลเป็นห่วงมาย่าจนชนมนคุยด้วยก็ไม่ได้ยิน ชนมนได้แต่มองเขางงๆ

ooooooo

ออกจากชนมน ธรรม์ตรงไปที่โรงพยาบาล เจอพวกแฟนคลับของมาย่าไปออกันอยู่อย่างเป็นห่วง เขาต้องหลบและแอบขึ้นไปหามาย่า

เมนี่อยู่ในห้องกับมาย่า คุยโทรศัพท์กับสุวิชว่า มาย่าไม่ได้เป็นอะไรมากแต่ตนปล่อยข่าวไปว่าเอ็นข้อเท้าฉีกหรือขาดก็จำไม่ได้ แต่ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ค่อยแก้ข่าวก็ได้ เมนี่วางแผนที่จะสร้างกระแสจับคู่โอเจกับมาย่าเพื่ออัพค่าตัวขึ้นอีก

“ไม่ค่ะ หนูจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับโอเจอีก” เมื่อเมนี่ยืนยันจะสร้างกระแส มาย่าบอกว่า “ถ้าพี่ไม่หยุดเรื่องนี้ หนูจะไปบอกนักข่าวเองว่าหนูกับโอเจเป็นแค่รักโปรโมต ทุกอย่างเป็นเรื่องโกหกหมด!”

เมื่อเมนี่กลับไป มาย่าโทรศัพท์คุยกับแม่ เล่าความอึดอัดใจเรื่องการทำงานกับบริษัทที่เซ็นสัญญาไว้ 5 ปี เธอบอกแม่ว่าจะพยายามอดทน คุยได้แค่นั้นแม่ก็วางสาย มาย่าวางโทรศัพท์พึมพำหงอยๆ “หนูคิดถึงแม่...”

จู่ๆธรรม์ก็โผล่เข้ามา มาย่าโผเข้ากอดธรรม์ร้องไห้ดีใจ ธรรม์กอดตอบถามว่าเจ็บมากไหม ตนช่วยอะไรได้บ้าง

“พี่ธรรม์อยู่เป็นเพื่อนย่าก็พอค่ะ”

ธรรม์กุมมือมาย่าประคองให้นั่ง ต่างนั่งกันอยู่เงียบๆ ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นให้กำลังใจกัน

เมื่อถึงเวลากินยา มาย่ากินยาแล้วรีบดื่มน้ำตามธรรม์พูดขำๆแกมเอ็นดูว่ายังกินยายากเหมือนเดิม บอกมาย่าว่าตอนได้ข่าวว่าต้องผ่าตัดตนตกใจแทบแย่ พูดขำๆว่า

“พี่น่าจะรู้...ข่าวจากคุณเมนี่ เชื่ออะไรไม่ได้อยู่แล้ว”

“ถ้าย่าไม่เจ็บหนัก พี่ธรรม์ก็จะไม่มาเยี่ยมย่าเหรอคะ”

“ย่าก็รู้ว่าตอนนี้พี่ควรจะอยู่ห่างๆย่าไว้” มาย่าบอกว่าไม่ต้องกลัว ข่าวก็คือข่าว ธรรม์พูดหน้าเศร้าว่า “ใช่...ไม่ใช่เรื่องจริงสักหน่อย”

ธรรม์ถามว่าตอนที่ตนมา เธอร้องไห้เรื่องอะไร มาย่า บอกว่าเหนื่อย โทร.ไปหาแม่ที่นิวยอร์ก อยากคุยกับใครสักคนแต่แม่ก็ไม่มีเวลาคุยด้วย

“ย่ามีอะไรคุยกับพี่ก็ได้ ไหนๆวันนี้ก็โดดงานแล้ว วันนี้พี่มีเวลาให้สิบนาที” ธรรม์หยอกให้หายเศร้า พอมาย่าหยอกคืนว่าเยอะไปหรือเปล่า เขาก็เพิ่มให้เป็นสิบห้านาที มาย่าส่ายหน้าอีก “งั้นชั่วโมงนึง? สองชั่วโมง?สามชั่วโมง? คุยกันถึงเช้าเลยก็ได้ มีอะไรก็ระบายมาให้หมด พี่มีเวลาให้ย่าเสมอ มีเวลาให้ทั้งชีวิตเลย”

ธรรม์หยุดเมื่อรู้ตัวว่าหลุดปากเผยความรู้สึกออกไป มาย่าเองก็มองหน้าเขานิ่งเหมือนค้นหาอะไรในคำพูดนั้น ธรรม์ยิ้มเก้อๆ พูดกลบเกลื่อนว่า

“เป็นพี่ก็ต้องมีเวลาให้น้อง...ไม่ใช่เหรอ...”

ต่างยิ้มเก้อๆอย่างรู้ใจกัน...

ooooooo

ฝ่ายอิทธิฤทธิ์กลับถึงบ้านก็หงุดหงิดงุ่นง่าน คิดไม่ตกที่มาย่าไม่บอกตนเรื่องงานแถลงข่าววันนี้แต่กลับชวนธรรม์ไป โทร.ไปหาก็ไม่รับสาย

อิทธิฤทธิ์คิดไม่ตก ลุกออกไปเจอป้าหนอม ถามว่าธรรม์กลับมาหรือยัง พอรู้ว่ายังก็บ่นว่าดึกป่านนี้แล้วทำไมยังไม่กลับ ป้าหนอมติงว่าเพิ่งสองทุ่มเอง มีอะไรจะคุยกับธรรม์หรือ

“มีเรื่องจะถามมันนิดหน่อย” ตอบป้าหนอมแล้วยิ่งหงุดหงิดงุ่นง่านพึมพำกับตัวเอง “ไอ้ธรรม์กับมาย่า...ไม่ใช่น่า”

“แล้วนี่คุณอิทติดต่อคุณมาย่าได้หรือยังคะ” ป้าหนอมถาม พอรู้ว่ายังก็อาสา “งั้นเดี๋ยวป้าเช็กที่แฟนเพจของคุณมาย่าให้นะคะ ไม่มีอะไรที่แฟนคลับไม่รู้หรอกค่ะ คุณมาย่าอยู่โรงพยาบาลไหน ห้องอะไร หมอคนไหนรักษา รู้หมด รอแป๊บนึงนะคะ”

“ไม่ต้องหรอกป้าหนอม มาย่าไม่ยอมรับสายผม ผมก็ไม่อยากจะกวนเขา”

อิทธิฤทธิ์เดินโกรธๆงอนๆออกไป ป้าหนอมมองตามไปอย่างเอ็นดูแกมระอาใจ

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.