ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

โนห์รา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ที่โรงละคร ตำรวจเข้ามารวบตัวพิมพาใส่กุญแจมือเอาตัวออกไปท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน ท่านขุนรีบเดินตามออกไป ในขณะที่คนดูซุบซิบกันไม่เป็นอันดูละคร เช่นเดียวกับพันธุมวดีก็สงสัยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

โนห์รามองเห็นเหตุการณ์ต่างๆจากบนเวที เธอตกใจแทบสิ้นสติน้ำตาไหลพรากจนกระทั่งไพเราะ เพื่อนนางรำรีบเข้ามากระซิบเตือนว่า

“รำต่อไปโนห์รา เธอหยุดไม่ได้ เดอะโชว์มัสโกออน อย่าให้คนดูผิดหวัง”

เกษกนกได้ทีรำกระแซะเข้ามาแล้วพูดแขวะเพื่อหวังให้โนห์ราเสียหน้าและการแสดงต้องหยุดลง แต่สมภพ เพื่อนชายที่รำคู่กับโนห์รากลับพูดให้กำลังใจ เธอต้องอดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลพร้อมกับร่ายรำให้ถูกจังหวะจนจบการแสดง ผู้ชมลุกขึ้นปรบมือเกรียวกราวให้โนห์รา ขณะนั้นที่ด้านหลังเวที โนห์ราถูกพวกเกษกนกรุมล้อมเพื่อจะถามถึงเรื่องพิมพาโดนตำรวจจับตัวไป ไม่มีใครสนใจสมภพที่ปรามให้หยุดถาม โนห์รายืนโงนเงนก่อนจะล้มพับไปในที่สุด

เวลานั้นที่สถานีตำรวจ พิมพากำลังถูกสอบสวนอย่างหนัก แม่ค้าที่รับขนมของเธอไปขายยืนชี้หน้าด่ากราด

“เลวมาก คิดจะฆ่าคนตายทั้งตลาดหรือแม่พิมพา โรคจิตแน่ๆ ดีนะที่คนอื่นยังไม่ทันซื้อขนมนี่ไปกิน ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอใจร้ายนัก ถึงกับคิดจะฆ่าคนที่ไม่เคยรู้จักหน้าค่าตามาก่อน ขนมเป็นร้อยๆอันจะมีคนตายกี่ร้อยคน”

“ฉันไม่ได้ใส่ยาพิษลงไปในขนมค่ะ ไม่เคยคิดแม้แต่จะฆ่าใคร ฉันทำขนมส่งขายเพื่อเลี้ยงลูกมากี่ปี จนลูกจะเรียนจบแล้ว ฉันจะทุบหม้อข้าวตัวเองแถมทำลายชื่อเสียงตัวเองเพื่ออะไร และนึกอยู่เสมอว่าคนซื้อขนมทุกคนมีพระคุณต่อฉัน”

ตำรวจแย้งว่าตนก็ไม่เข้าใจทำไมถึงทำ ถ้าทำก็สารภาพมาเสียดีๆเพราะหลักฐานที่ได้มัดตัวพิมพาจนแน่นหนา ยิ่งถ้าผลพิสูจน์ออกมาว่าในขนมมียาพิษ โทษที่ได้รับก็จะยิ่งสูงมากขึ้น พิมพาบอกตำรวจว่าตนต้องถูกกลั่นแกล้งแน่ ส่วนแม่ค้าก็ก่นด่าว่าต่อไปใครจะมาซื้อขนมจากตน สุดท้ายพิมพาขอปรึกษากับสามีก่อนจะให้ปากคำในเรื่องนี้

แต่เมื่อพิมพาได้พบกับท่านขุน เธอก็ต้องผิดหวังเพราะท่าทีของสามีเหมือนอยากให้เธอรับสารภาพและชดใช้ความผิดในคุก ท่านขุนปฏิเสธและบอกว่าตนอยากช่วยแต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่หาทางช่วยลำบาก ยกเว้นว่าพิมพาจะเอาจดหมายของโตนดมาให้แล้วตนจะประกันตัวเธอออกไปสู้คดี

พิมพามองสามีด้วยความระแวง ทั้งปฏิเสธไม่ให้จดหมายและขู่กลับว่าถ้าตนติดคุก ท่านขุนก็ต้องติดด้วยเพราะตนจะแฉเรื่องทุกอย่างโดยมีจดหมายนั่นเป็นหลักประกัน ท่านขุนมองภรรยาอย่างไม่พอใจและโกรธจัด เดินปึงปังออกไป

ooooooo

ตำรวจนำกำลังไปค้นหาหลักฐานสำคัญ นั่นก็คือยาพิษที่เรือนหลังเล็กของพิมพา ทีมตำรวจพยายามค้นหาทุกซอกทุกมุมของบ้านโดยมีพวกปรุงจันทร์ติดตามดูอย่างใกล้ชิดและสะใจ ปรุงจันทร์พูดกระหยิ่มใจ

“พวกแกให้ความร่วมมือกับตำรวจดีๆนะ ใครมีหลักฐานอะไรเอามาให้ตำรวจเลย”

แข่งแขพยายามใช้โอกาสนี้ปรักปรำโนห์ราด้วย แต่ตำรวจเพียงแค่รับฟังและเก็บอุปกรณ์ทำขนมไปตรวจสอบ ปรุงจันทร์มองด้วยความขัดใจกระซิบด่าทองว่าทำไมไม่ทิ้งซองยาพิษไว้ที่นี่เรื่องจะได้จบง่ายๆ ตำรวจค้นหาอยู่นานก็ไม่เจอสิ่งต้องสงสัยหรือยาพิษ แข่งแขไม่รู้เรื่องที่ปรุงจันทร์กับทองสมคบคิดกันจึงแนะให้ตำรวจไปค้นหาบริเวณอื่นๆของบ้านด้วย

ที่หน้าเรือนของวงศ์ ตำรวจถามว่ามีคนพักอาศัยหรือไม่ ปรุงจันทร์เชิญให้พวกเขาเข้าค้นได้ตามสะดวกเพราะคิดว่าวงศ์ไม่รู้เรื่อง เธอบอกพ่อว่า

“ตำรวจมาจับคนใจร้ายวางยาพิษคน นังพิมพามันวางยาพิษคนทั้งตลาด ตำรวจเลยมาค้นหายาพิษน่ะสิ สองแม่ลูกคนโปรดของพ่อ มันแอบเอายาพิษใส่ในขนมเทียนที่ขาย”

“ไม่จริง คุณตำรวจอย่าไปเชื่อ แม่พิมพาโดนใส่ร้ายแน่ๆฉันพูดเรื่องจริง ไอ้อีตัวไหนที่ทำอะไรลงไประวังล่ะกัน”

ทีมตำรวจชะงักเกิดความสงสัยและสนใจในสิ่งที่วงศ์พูด การค้นหากระทำไปจนถึงโรงครัวที่ตึกหลังใหญ่ ทองหน้าซีดเพราะไม่คิดว่าจะมาค้นเลยเถิดถึงขนาดนี้ ทันใดนั้นเสียงแข่งแขก็พูดขึ้นว่า

“นั่นค่ะ นั่นห่ออะไรคะ เหน็บอยู่บนขื่อ นังพิมพาเอามาซ่อนแน่ๆจะใช่ยาพิษไหมคะ”

ทุกคนมองไปตามมือแข่งแข ตำรวจปีนขึ้นไปหยิบห่อลงมาเปิดพบยาลักษณะเหมือนยาพิษ ทองครางเบาๆว่ากรรมของตนแล้ว ส่วนปรุงจันทร์โกรธจัดกระซิบด่าคนสนิทว่าเป็นนังโง่และขณะเดียวกันก็ใจคอไม่ดีเพราะกลัวความแตก แข่งแขยิ้มสะใจแล้วยุว่า

“ยาพิษจริงๆด้วย อีพิมพาให้ลูกมันเอามาซ่อนไว้ มันเอามาแอบไว้ที่นี่เอง นังโจรใจบาป นี่ไงคะหลักฐาน”

ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อทั้งหมด ย้อนถามทุกคนว่าเพราะเหตุใดพิมพาที่พักเรือนหลังโน้นถึงต้องมาทำอาหารที่โรงครัวนี้ ชื่นจะปฏิเสธแต่ปรุงจันทร์รีบบอกว่าพิมพามาทำอาหารที่นี่เป็นประจำและยังซักผ้ากับถูบ้านด้วย ชื่นหันไปมองนายด้วยความสงสัย ทองถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่

ooooooo

หลังเวทีการแสดง นักเรียนคนอื่นๆยังคงจับกลุ่มซุบซิบเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พวกเกษกนกนินทาหนักกว่าใครถึงกับด่าว่าพิมพาเป็นฆาตกร นังโนห์ราคงไม่มีโอกาสได้กลับมาแสดงอีกแน่ๆ

ขณะนั้นโนห์ราฟื้นแล้ว พวกครูมองเธอด้วยความสงสาร เสียงโนห์ราร้องไห้คร่ำครวญว่า

“หนูจะไปหาแม่ แม่หนูไม่เคยทำอะไรผิด ตำรวจมาจับแม่หนูไปทำไม แม่หนูอยู่ไหนคะ ใครทราบบ้าง”

ท่านขุนแสร้งทำตัวเป็นพ่อพระเดินเข้ามาอ้าแขนโอบกอดโนห์ราต่อหน้าพวกครู เขาโกหกลูกนอกไส้ว่าไม่มีอะไรแล้ว ตอนนี้พิมพากลับบ้านแล้ว มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดแค่นั้นเอง โนห์ราดีใจมาก ส่วนพวกครูและเพื่อนๆก็โล่งใจ แต่เกษกนกผิดหวัง ท่านขุนส่งยิ้มให้กับทุกคนแล้วเดินโอบกอดพาโนห์ราออกไปทันที

ทางด้านพันธุมวดีรีบแล่นไปหาครรชิตที่ทำงานเพื่อแจ้งข่าวนี้ ตอนแรกครรชิตหงุดหงิดที่ถูกตามตัวมาพบแต่เมื่อทราบเรื่องเขาถึงกับตกใจมาก

“ใครจะบ้าทำอย่างนั้น มันต้องคนบ้าเท่านั้นถึงจะทำต่ำช้าได้ อาจมีใครแกล้งเขาก็เป็นได้”

“งั้นแม่ของเด็กโนห์ราคงจะเป็นคนบ้าต่ำช้ามั้งคะที่ใส่ยาพิษในขนมเทียน พันไม่คิดว่าจะมีใครแกล้งเขา แต่ที่มาบอกก็เพราะคิดว่า ตอนนี้เด็กโนห์ราอาจต้องการเงินของคุณแล้วก็ได้”

ครรชิตกลับไม่ดีใจได้แต่รู้สึกเวทนาและพูดว่าตนอาจจะเลวที่มองผู้หญิงในแง่ร้ายเพราะมีเหตุผลส่วนตัว แต่ตนก็ไม่เลวถึงกับฉวยโอกาสดีใจอยู่บนความเสียใจทุกข์ใจของคนอื่น เวลาเดียวกันนั้นที่บ้านท่านขุน ทุกคนยืนมองการกลับมาของโนห์รากับท่านขุน ท่าทีของขุนอรรถกรคดีเปลี่ยนไปดูไม่ใจดีเหมือนตอนอยู่ที่โรงเรียน
โนห์ราเป็นห่วงแม่มาก เมื่อลงจากรถได้ก็รีบวิ่งไปยังเรือนหลังเล็กและตะโกนเรียกชื่อพิมพาเสียงดัง ไม่มีเสียงตอบกลับและบ้านก็ยังมืดสนิทไร้แสงไฟ

โนห์ราก้าวเข้าไปในบ้าน เปิดไฟแล้วเรียกหาแม่ทั่วบ้าน เธอตกใจมากร้องไห้โฮวิ่งกลับไปที่ตึกใหญ่ สอบถามทุกคนว่ามีใครเห็นแม่บ้าง ไม่มีใครตอบเธอ กระทั่งชื่นอดรนทนไม่ได้บอกว่าพิมพาไม่ได้กลับบ้านตั้งแต่ถูกจับ และท่านขุนคงกลัวเธอตกใจจึงไม่ได้บอกความจริง โนห์ราวิ่งร้องไห้ไปหาท่านขุนแต่ถูกสกัดจากแข่งแข

“แกมาเรียกพ่อฉันทำไม ไปให้พ้น พ่อหลับไปแล้ว อย่ามารบกวน ออกไป!”

โนห์ราไม่เชื่อเพราะเพิ่งกลับมาด้วยกัน แข่งแขขยับจะด่าต่อแต่ปรุงจันทร์กระตุกไว้แล้วปิดประตูใส่หน้าทันที โนห์รายืนเคว้งพยายามเรียกท่านขุนแต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ เธอผิดหวัง เมื่อเดินผ่านหน้าเรือนของวงศ์ก็ได้ยินเสียงเรียกเบาๆจากเขา โนห์ราเดินเข้าไปหาวงศ์ในห้อง

“เข้ามาไวๆมาฟังใกล้ๆ แม่หนูยังถูกขังอยู่ที่โรงพัก ตารู้ว่าใครกลั่นแกล้งแม่หนู พรุ่งนี้เช้าหนูรีบไปหาตำรวจให้มาหาตา ตาจะเป็นพยานให้ แต่เรื่องนี้อย่าให้ใครรู้โดยเฉพาะนังทองกับแม่ปรุง รีบกลับบ้านแล้วลงกลอนประตู ที่นี่ไม่ปลอดภัย”

ทองแอบดูอยู่ข้างนอกไม่รู้ว่าสองคนกำลังคุยอะไรกัน พอพยายามจะฟังให้ถนัดก็เกิดทำของตกเสียงดัง วงศ์รู้ตัวแอบมองตรงรูไม้ก็เห็นนังทองวิ่งหนีไปหลัดๆ วงศ์บอกโนห์ราให้กลับบ้าน ส่วนตัวเองก็รีบใช้มือถัดหนีออกมานอกบ้านอีกคน เขารู้ดีว่านังทองต้องไปฟ้องปรุงจันทร์ซึ่งทำให้เขาตกอยู่ในภาวะอันตราย

ท่านขุนกำลังจะเข้านอนกับปรุงจันทร์อย่างสบายใจ ทองพรวดพราดมาเคาะห้องเรียกเสียงดัง ท่านขุนมองสงสัยแต่ปรุงจันทร์สะดุ้งหวาดกลัว แล้วรีบออกไปหาบ่าวคนสนิท ท่าทางของทองเต็มไปด้วยความสับสนจนเธอเองก็ใจคอไม่ดี

“นังบ้า มาเรียกอะไรกันตอนดึกขนาดนี้ ผีผลักมาหรือไง”

“จู่ๆนังโนห์รามันเดินผ่านหน้าห้องคุณวงศ์ และท่านเรียกมันเข้าไปคุย อิฉันสันนิษฐานว่าท่านน่าจะบอกเรื่องเร้นลับที่เราปิดบังกันไว้ค่ะ”

ปรุงจันทร์ตกตะลึง ผวากลับเข้าห้องแล้วสารภาพกับท่านขุนว่าตนสั่งให้ทองใส่ยาพิษในขนมเทียนแต่พ่อรู้เรื่องแล้ว อยากขอให้เขาช่วยเหลือด่วน ท่านขุนโกรธจนหนวดกระดิกด่ากลับว่า

“นึกแล้วเชียว พิมพาน่ะไม่กล้าทำร้ายๆขนาดนี้หรอก มีแต่เธอกับนังทองนั่นแหละ รู้ตัวไหมปรุงจันทร์ว่าเธอได้ทำสิ่งที่โง่และบ้าที่สุด มันเสี่ยงมาก และตำรวจก็ไม่โง่นะ สืบไปทีละเปลาะ เดี๋ยวก็จับคนร้ายได้ เธอลำบากแน่ที่มีคนรู้ความลับ”

“คุณพี่ต้องช่วยดิฉัน คุณพี่เป็นทนายรู้กฎหมาย คุณพี่สามารถหาช่องโหว่ของกฎหมายมาช่วยดิฉันได้”

ทันใดนั้นทองมาเคาะเรียกอีกครั้งแล้วรายงานว่าเห็นวงศ์กำลังถัดตัวมุ่งหน้าไปยังประตูหน้าบ้าน เธอสงสัยว่าจะไปหาตำรวจ ท่านขุนสั่งการให้ไปนำตัวกลับมา อย่าให้ออกนอกบ้านอีก ปรุงจันทร์กับทองรีบวิ่งออกไปทันที เวลานั้นท่านขุนมองเห็นหนทางที่จะช่วยปรุงจันทร์ได้พอดี เขายิ้มและพึมพำว่า

“แพะรับบาป แกช่างหาแพะมารับบาปดีนัก ทำเองก็รับไปเองสิ กรรมใครกรรมมัน นังทอง”

วงศ์ยังไปได้ไม่ถึงหน้าประตูบ้านก็ถูกจับตัวกลับมาที่เรือนของตนอีกครั้ง เขาโวยวายด่าทอลูกสาวขุดเอาเรื่องเก่าที่ปรุงจันทร์อิจฉาริษยาพี่สาวแล้วเชื่อนังทองวางยาพิษฆ่าจนตาย วงศ์ขู่ว่าจะบอกตำรวจให้หมดในสิ่งที่ตนรู้ ทองฟังความที่ไหลพรั่งพรูออกจากปากวงศ์อย่างเคียดแค้น คำรามเบาๆว่าอยากจะบีบคอแต่ปรุงจันทร์ห้ามเสียงหลง สั่งการให้ขังพ่อไว้ก่อน

สองคนออกมาจากห้องของวงศ์ ทองเกิดอาการกลัว พูดกับนายปากคอสั่นว่า


“ถ้าคุณวงศ์ไปพูดกับนังชื่น หรือถ้าตำรวจมาอีก ท่านก็ต้องพูด ทองจะทำยังไงดีคะ จะถูกจับเข้าคุกไหม”

“ทำยังไงก็เรื่องของแก อย่าซัดทอดถึงฉันก็แล้วกัน แกลบล้างสิ่งที่แกทำไปแล้วไม่ได้หรอก”

ทองมาเกาะแขนปรุงจันทร์ขอร้องว่าอย่าถีบหัวส่งเหมือนโตนด ปรุงจันทร์สะบัดหน้ารำคาญแล้วเดินหนี เวลานั้นไม่มีใครรู้ว่าวงศ์สั่งโนห์ราให้พาตำรวจมาหาเขาเรียบร้อยแล้ว

ooooooo

ณ สถานีตำรวจ พิมพานั่งเหม่อคิดถึงชะตากรรมที่ตนเองเผชิญอยู่ ครรชิตเดินมากับตำรวจแล้วหยุดยืนมองอยู่ห่างๆ เขาส่งถุงของใช้ให้ตำรวจเพื่อนำส่งให้กับพิมพาโดยนึกสงสารในโชคชะตาที่อาภัพของเธอ

พิมพานั่งน้ำตาไหลแล้วหยิบสร้อยที่มีจี้กระดูกแม่รำเพยขึ้นมาภาวนาขอให้ช่วยเหลือและคุ้มครองโนห์ราให้พ้นภัย เพราะเป็นห่วงลูกสาวมาก ครรชิตมองดูพฤติกรรมต่างๆของพิมพาด้วยความเศร้าใจและบอกกับตัวเองว่าจะต้องหาทางช่วยเหลือเธอให้เร็วที่สุด ตำรวจเดินเอาถุงไปส่งให้พิมพาแล้วบอกว่ามีญาติฝากมาให้ เธอมองงงๆ เพราะรู้ดีว่าไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้ว ข้างฝ่ายโนห์ราก็นอนไม่หลับ ได้แต่พนมมือไหว้สวดมนต์ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเหลือแม่ในครั้งนี้

เสียงระฆังบอกเวลาตีสี่ ทองนอนไม่หลับเดินออกมาจากห้องก็พบกับท่านขุนที่ทำเป็นเดินเตร่ไปมาแถวนั้น ทองรีบเข้าไปขอร้องนายให้ช่วยเหลือ ท่านขุนยิ้มร้ายรู้ดีว่าตนเองเป็นต่อจึงบอกว่า

“ฉันรู้เรื่องแกหมดแล้ว แกลำบากแน่ นังทอง ตำรวจสืบนิดเดียวก็รู้แล้วว่าแกเป็นคนทำขนมแล้วเอาไปเปลี่ยนกับขนมของคุณพิมพา ฉันอยากจะช่วยแกแต่คุณพ่อยังอยู่ เขาก็ต้องบอกตำรวจว่าสงสัยแกอยู่ดี ฉันก็ให้ความเท็จสิ”

ท่านขุนเดินออกไปยิ้มเหี้ยมหวังว่านังทองจะหลงกลในแผน เขามองห้องของวงศ์แล้วนึกขอโทษในใจเพราะเวลานี้เขาต้องเลือกปรุงจันทร์ไว้ก่อน ด้านทองเมื่อได้ยินสิ่งที่นายพูดก็ตกหลุมพรางอย่างง่ายดาย แววตาสว่างวาบขึ้นมา

“ถ้าคุณวงศ์ยังอยู่ ท่านขุนก็ช่วยเราไม่ได้ ถ้าตำรวจมาอีก คุณวงศ์ก็บอกตำรวจ อีทองตายแน่”

ที่เรือนเล็กของพิมพา โนห์ราแต่งตัวเรียบร้อยแล้วกำลังจะออกไปหาแม่ก็พบท่านขุนยืนยิ้มอยู่หน้าบ้าน ละครอีกเรื่องของท่านขุนก็เริ่มขึ้น เขาพูดทักทายลูกนอกไส้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“พ่อมาดูแลหนู เรื่องที่พ่อโกหกเพราะไม่อยากให้ มันอื้อฉาวที่โรงเรียน พ่อกำลังหาทางช่วยแม่ พ่อเป็นทนาย ลืมแล้วหรือลูก แต่เราต้องช่วยกัน แม่เขาเคยบอกพ่อว่ามีจดหมายฉบับหนึ่งแม่เขาเก็บเอาไว้ มันสำคัญมากสำหรับคดีนี้ หนูไปหยิบมาให้พ่อทีสิ พ่อจะเอาไปใช้เป็นหลักฐานในการช่วยแม่พ้นคดี”

โนห์ราไม่นึกสงสัยอะไร รีบเดินกลับเข้าไปในบ้านพร้อมท่านขุน สองคนช่วยกันค้นหาจดหมายทุกที่แต่ก็ยังไม่พบ ท่านขุนผิดหวังชักเริ่มอารมณ์เสีย เมื่อโนห์ราร้อนใจบอกว่าตนจะไปหาแม่แล้ว ท่านขุนเผลอตัวพูดเสียงแข็งว่ายังไม่ไปก่อนจะนึกขึ้นได้รีบบอกให้โนห์ราไปก่อนส่วนตนจะตามไปทีหลัง ท่านขุนเหวี่ยงมือฮึดฮัดนึกด่าภรรยา

“พิมพา เธออวดดีมาแกล้งฉันก่อน เธอก็อยู่ในคุกให้สาสมก็แล้วกัน”

ขณะนั้นที่สถานีตำรวจ ครรชิตเอาอาหารเช้ามาส่งให้พิมพาเป็นเวลาเดียวกับโนห์รามาถึงที่นั่นเช่นกัน เขาแกล้งเดินไปให้โนห์ราชนจนเธอเกือบตกบันได ครรชิตดึงมือไว้ได้ทัน เมื่อโนห์ราเงยหน้าจะขอบคุณที่ช่วยก็พบว่าเป็นเขา ท่าทีของเธอเปลี่ยนไปทันที เธอรีบถูมือเหมือนจะลบล้างรอยที่โดนเสนียด ครรชิตมองดูอาการนั้นอย่างขำขัน

“รังเกียจผมมากนักหรือ แต่ผมกลับคิดตรงกันข้ามกับคุณนะ ผมว่าคุณน่ารักและน่า...”

“ยิ่งกว่ารังเกียจอีก ขยะแขยงด้วย หลีกไปนะ ฉันไม่มีเวลามาฟังคุณพล่าม”

“บันไดโรงพักก็เหมือนกับถนนที่เธอเคยบอกไม่มีใครเป็นเจ้าของ ผมไม่หลีก คุณก็หลบได้นี่นา”

โนห์รานึกตามก็เดินหลีกแล้ววิ่งขึ้นบันไดไป ครรชิตมองตามเหมือนคนคลั่งรักจวนจะบ้าตาย ตรงหน้าห้องขัง พิมพายืนเกาะลูกกรงมองตรงไปยังลูกสาวที่ยืนร้องไห้ตาแดงก่ำ พิมพาพยายามทำใจให้เข้มแข็งร้องบอกว่า

“หนูต้องดูแลตัวเองให้ดี แม่จะได้ไม่ห่วง วันนี้หนูยังต้องแสดงละครต่อ มันเป็นความรับผิดชอบและหน้าที่ของหนู รีบไปเถอะ ไม่ต้องห่วงแม่ แม่ไม่ผิด ในที่สุดตำรวจต้องจับคนร้ายได้”

“จริงสิ ใช่แล้ว แม่จ๋า คุณตาวงศ์บอกหนูเมื่อคืนว่าคุณตารู้ว่าใครกลั่นแกล้งแม่และสั่งให้บอกตำรวจไปหาที่บ้าน”

โนห์ราเดินไปบอกสารวัตรตามความที่คุณตาวงศ์สั่งไว้ เขารับทราบและจะส่งตำรวจไปให้เร็วที่สุดในวันนี้

ooooooo

หลังออกจากสถานีตำรวจ ครรชิตมาหาพี่ชายถึงที่ทำงานและยิ้มประจบ ไวพจน์มองน้องชายอย่างรู้ทันถามว่า

“ยิ้มแบบนี้ แปลว่านายต้องการใช้พี่ คราวนี้ เป็นอะไร”

“ประกันตัวผู้ต้องหาเจตนาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน แต่ผมไม่เชื่อว่าเธอทำอย่างนั้นจริงๆ”

“เธอ แปลว่าฆาตกรโหดร้ายนี้เป็นผู้หญิง แต่นายกลับเห็นใจเธอ นี่เป็นครั้งแรกหลังจากอกหักที่นายเห็นใจผู้หญิง แล้วทำไมนายไม่ทำเอง”

“เพราะผมไม่ต้องการให้เธอรู้ว่าผมเป็นคน ประกันพี่ให้ทนายของเราไปจัดการนะครับ เธอชื่อพิมพา อรรถกรคดี”

ไวพจน์ติงว่านามสกุลนี้เคยเป็นทนายที่ทำงานให้เจ้าคุณพ่อมาก่อน น้องชายพยักหน้าว่าใช่แล้ว เขาเป็นสามีแต่ไม่เห็นช่วยเหลือซึ่งเป็นเรื่องน่าแปลก ไวพจน์แซวน้องชายว่าทำตัวเป็นคนปิดทองหลังพระ มีอะไรหรือเปล่า ครรชิตไม่ตอบได้แต่ยิ้มนึกถึงตาขุ่นเขียวของโนห์รา พี่ชายมองท่าทีนั้นหมั่นไส้ แต่รับปากจะจัดการให้โดยไม่เกี่ยงงอน

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากโนห์ราไปแจ้งสารวัตร ทีมตำรวจมาขอพบวงศ์ที่บ้านอรรถกรคดีอีกครั้ง ปรุงจันทร์ตกใจร้องถามว่าเรื่องยังไม่จบอีกหรือ ตำรวจแจ้งว่า

“พวกเรามาขอพบคุณวงศ์ครับ จะขอสอบปากคำเรื่องที่ท่านบอกว่าคุณพิมพาถูกกลั่นแกล้ง”

ปรุงจันทร์ไม่อยากให้ความแตกจึงรีบบอกว่า

คุณพ่อไม่ค่อยสบาย ไม่สะดวกให้เข้าพบ ทันใดนั้นก่องแก้ววิ่งหน้าตั้งตกใจมารายงานว่า

“คุณปรุงขา ช่วยด้วยค่ะ หนูเอาอาหารไปให้คุณวงศ์ แต่...เกิดเรื่องแล้ว รีบไปเถอะค่ะ”

ทุกคนรวมทั้งตำรวจไม่มีใครถามต่อ แต่วิ่งมุ่งหน้าไปยังเรือนคุณวงศ์ในทันใด ที่มุมหนึ่งของบ้าน ท่านขุนมองเหตุการณ์โกลาหลนั้นอย่างพอใจ เขายิ้มโหดคำรามว่า

“ได้เวลาจับแพะตัวใหญ่ไปบูชายัญกันแล้ว นังทอง นังกาลีบ้าน ปล่อยให้อยู่ไปนานๆบ้านฉันจะไม่จบสิ้นคนเลว”

ท่านขุนไม่ทันคิดว่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วแต่มาจากคำสั่งของปรุงจันทร์ทั้งนั้น เขามุ่งแต่จะกำจัดนังทองเท่านั้น ที่หน้าห้องวงศ์ ปรุงจันทร์กระโจนเปิดประตูเข้าไปโดยมีตำรวจตามมาติดๆ ภายในห้องเห็นสภาพวงศ์เหมือนคนนอนหลับ แต่เมื่อตำรวจตรวจชีพจรก็พบว่าเขาหมดลมหายใจแล้ว ปรุงจันทร์สำนึกได้ว่าไม่ดูแลพ่อให้ดีร้องไห้โฮ ทองเองก็ร้องไห้ แต่คนละความรู้สึกเพราะกลัวตำรวจจับได้ เสียงทองพูดว่า

“นังโนห์รามันแอบเอาขนมผสมยาพิษมาให้ท่านกินแน่ๆ”

“ไม่น่าจะใช่หรอก เรื่องยาพิษยังไม่คลี่คลายคงไม่มีใครทำซ้ำ นอกจากจะมีใครคิดฆ่าปิดปากที่ท่านเชิญตำรวจมาพบ”

ปรุงจันทร์หันมาจ้องข้าเก่าอย่างทองด้วยความแคลงใจ ส่วนท่านขุนลอบตามมาสังเกตการณ์ยิ้มพึงพอใจที่ทุกอย่างตรงตามแผน ปรุงจันทร์วิ่งร้องไห้มาเจอท่านขุนข้างนอกห้อง

“พี่ขุนขา พ่อตายแล้ว ทองมันว่านังโนห์ราทำค่ะ”

ท่านขุนส่ายหน้าไม่เชื่อแล้วอธิบายว่าโนห์ราไม่โง่แบบนั้นเรื่องของพิมพายังเอาตัวไม่รอด แต่เป็นเพราะคนชั่วรู้ว่าตาวงศ์บอกอะไรกับเธอหรือเปล่าจึงฆ่าปิดปาก ส่วนเรื่องยาพิษก็มีแต่ปรุงจันทร์กับนังทองเท่านั้นที่รู้ท่านขุนหยุดพูดครู่หนึ่งจ้องหน้าน้องสาวอดีตภรรยาแล้วถามว่าไม่ใช่เธอหรือที่ฆ่าพ่อตัวเอง ปรุงจันทร์อ้าปากค้างก่อนจะปฏิเสธเป็นพัลวัน เธอสงสัยว่างานนี้น่าจะเป็นนังทอง บ่าวคนสนิทกระทำการเพื่อปกปิดความผิด ท่านขุนไม่สนใจแต่ให้ตรึกตรองเอาเอง

ทุกคนมารวมตัวในห้องรับแขกที่ตึกใหญ่ ตำรวจไล่สอบถามไปทีละคนจนสรุปเบื้องต้นได้ว่าไม่ใช่การฆาตกรรมเพราะไม่มีบาดแผลแต่อาจหัวใจวาย ต้องรอการชันสูตรศพ พลันก่องแก้วพูดโพล่งออกมาว่าเมื่อเช้า เธอเห็นยายทองเอาโจ๊กไปให้คุณวงศ์ ทุกคนหันมามองทองเป็นตาเดียว ทองอึกอักปฏิเสธว่าไม่ได้เอาไปให้ ท่านขุนจึงสำทับว่าตนก็เห็นนังทองเดินถือโจ๊กมุ่งหน้าไปยังเรือนของคุณวงศ์ ทั้งหมดจ้องหน้านังทองเขม็ง ทองละล้าละลังยอมรับเสียงอ่อยๆว่าตนป้ำเป๋อ

“แปลว่า ยายเป็นคนสุดท้ายที่เห็นท่านตอนมีชีวิต” ตำรวจถาม

“อิฉันไม่ทราบ อิฉันจำไม่ได้ค่ะ มันมึนไปหมดตั้งแต่เรื่องเมื่อคืนที่ท่านหนีออกจากบ้าน”

ตำรวจสงสัยอีกว่าคุณตาวงศ์จะหนีออกจากบ้านไปทำไม ชื่นย้ำว่าเมื่อเช้าเห็นยายทองไขกุญแจที่ห้องวงศ์ ทองหมดหนทางแย้งจึงเล่นละครร้องไห้ตีอกชกหัวผสมกับความกลัวจริงๆ

โนห์ราตกใจน้ำตาคลอเมื่อรู้เรื่องจากปากชื่นว่าคุณตาวงศ์เสียแล้ว ชื่นสงสัยว่าคุณตาจะถูกฆ่าปิดปากโดยการวางยาพิษเพราะรู้ความลับที่พวกมันทำไว้ โนห์รา ร้องไห้เสียใจที่หมดสิ้นพยานปากเดียวที่เหลืออยู่ แต่ชื่นคิดว่า

“ท่าทางว่าคนร้ายกำลังจะไม่รอดแล้วค่ะคุณโนห์รา อดใจรอดูไปเถิดค่ะ พี่ชื่นว่าคุณพิมพาพ้นผิดแน่ๆ”

ooooooo

วันนี้ท่านขุนมาพบภรรยาที่ห้องขังในสถานี ตำรวจอย่างอารมณ์ดี เขามาแจ้งข่าวการเสียชีวิตของคุณวงศ์ให้พิมพาทราบและเยาะเย้ยว่า

“น่าเสียดายนะพิมพา บางที ถ้าท่านไม่ตาย ท่านอาจบอกตำรวจได้ว่าใครกลั่นแกล้งเธอ ฉันล่ะสงสารเธอจริงๆ”

“ท่านขุนมานี่เพื่อจะบอกข่าวคุณพ่อคุณปรุงจันทร์ตายเท่านั้นหรือคะ”

“เปล่า มาเยี่ยมเธอและจะตกลงกับเธอเรื่องจดหมายนั่น ถ้าได้มาฉันก็ประกันตัวเธอออกมาสู้คดี และจะว่าความให้”

แต่พิมพาไม่หลงเชื่อสามีอีกต่อไป เธอเคยมีประสบการณ์แล้วจากคดีของทิวที่ต้องติดคุกอยู่หลายปี ท่านขุนโกรธเดินปึงปังออกไป สวนกับโนห์ราที่มองงงๆ เพราะไม่เห็นแม่ออกจากห้องขังเสียที พิมพาตะโกนเรียกลูกสาวบอกว่าไม่ต้องสนใจท่านขุน ตนยอมรับในชะตากรรมที่ไม่ได้ก่อและจะรอจนกว่าความจริงประจักษ์ สองแม่ลูกมองหน้ากันน้ำตาไหล

ครรชิตกับทนายเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งคู่ยืนมองอยู่ห่างๆ ครรชิตถอนใจและตั้งปฏิภาณว่า

“โนห์รา ฉันจะทำทุกอย่างให้แม่เธอออกมาให้ได้ ฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าแม่เธอไม่ผิดแต่ถูกโยนบาปให้”

พิมพาถูกเชิญออกมาพบทนายตามที่ครรชิต ต้องการ เธอพูดคุยกับทนายหลายเรื่องและถามว่าใครเป็นคนส่งเขามาพบกับตน ทนายอึกอักก่อนจะตอบว่าเป็นไวพจน์ เพราะเขารู้ว่าเธอไม่ได้ทำผิดแต่ถูกใส่ร้าย พิมพายิ้มเศร้าๆไม่ได้หวังอะไรมากมาย เธอไม่แน่ใจว่าจะโดนใครหลอกอีกหรือเปล่า

โนห์รานั่งรอแม่อยู่หน้าห้องไต่สวน เธอนั่งซึมน้ำตาไหลจนครรชิตที่แอบซุ่มมองดูไม่มีแก่ใจจะแหย่เหมือนอย่างเคย จู่ๆก็มีมือยื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้ เมื่อโนห์ราเงยหน้ามองก็เห็นเป็นครรชิต เธอโมโหคิดว่าเขาตามมาหัวเราะเยาะจึงตวาดใส่ว่าอย่ามายุ่งกับตน ครรชิตยิ้มใจเย็นตอบกลับว่าตนแค่เห็นเธอร้องไห้อยากมาปลอบโยนเท่านั้น

“พฤติกรรมของคุณที่ผ่านมา ฉันเข้าใจว่าไม่ใช่คนดีที่ไหน ไปให้พ้น ฉันไม่ต้องการต่อปากต่อคำกับคนบ้า”

ครรชิตตัดพ้อว่าตนอยากหายบ้าเลยมาต่อปากต่อคำกับเธอ และเมื่อใดเธอจะให้อภัยตน เวลานั้นพิมพากับทนายเดินออกมาจากห้องพอดี ทนายสบตาครรชิตส่งสัญญาณว่าเรียบร้อยแล้ว ทั้งคู่มองสองแม่ลูกกอดให้กำลังใจด้วยความสงสาร พิมพาแนะนำทนายให้รู้จักลูกสาวพร้อมกับบอกว่ามีคนชื่อไวพจน์ส่งมาช่วยเหลือ โนห์ราเตือนแม่อย่าเพิ่งไว้ใจใคร

ตอนค่ำวันเดียวกัน มีการจัดงานศพคุณตาวงศ์ที่วัดใกล้บ้าน ทองพนมมืออยู่หน้าศพพึมพำว่า

“อโหสิให้อิฉันด้วยเถิดค่ะ คุณวงศ์ อิฉันไม่ได้ อยากให้เป็นอย่างนี้เลย แต่ความจำเป็นกับสถานการณ์ มันบีบบังคับ”

ท่านขุนมองพฤติกรรมทองด้วยความสะใจแกล้งหยอดคำถามใส่ว่าร้องไห้เสียใจขนาดนี้ กำลังสำนึกผิดกับสิ่งที่ได้กระทำไปหรือเปล่า ทองปฏิเสธทันควัน ท่านขุนได้ทีขู่กลับว่าเมื่อใดที่มีการซัดทอดคุณปรุงเรื่องยาพิษ ทองจะโดนข้อหาฆ่าคุณวงศ์โดยเจตนาเช่นกัน โทษก็คือประหารชีวิตเท่านั้น ไม่เชื่อก็ลองดู ทองฟังคำขู่นั่นด้วยความกลัวลนลาน ส่วนปรุงจันทร์เองก็แคลงใจในตัวบ่าวคนสนิท แต่ขณะเดียวกันก็ไม่เชื่อว่าทองจะกล้าทำ แถม ตำรวจยังปล่อยศพให้มาทำพิธีแล้วด้วย

วันรุ่งขึ้น โนห์ราไปหาท่านขุนที่ทำงานอีกครั้ง เธอกราบกรานขอให้เขาประกันตัวแม่เพื่อออกมาสู้คดี ท่านขุนตอบว่า

“ใครบอกว่าพ่อจะไม่ทำ ทุกวันที่ไปเยี่ยม พ่อก็ขอเจรจาเรื่องจดหมายแต่เขาก็ไม่ตกลงสักที แล้วเรื่องทนายก็หาได้เองแล้ว พ่อจะไปทำอะไรได้ เหลือแต่เรื่องประกันที่ต้องใช้เงินกับอิทธิพลเพราะนี่คือคดีอุกฉกรรจ์ แต่ถ้าได้จดหมายพ่อจะตกลง”

ท่านขุนพูดจาหนักแน่นน่าเชื่อถือ จนโนห์ราต้องกลับมาถามแม่ในเรื่องนี้ว่าทำไมใครๆก็อยากได้จดหมายนั่น

“จดหมายฉบับนั้น มีความจริงหลายอย่างที่จะช่วยแม่ให้รอดพ้นคดีนี้ แต่เราอาจต้องเสียชื่อเสียงจากการเปิดเผยข้อมูลในนั้น โนห์รา...หมอนใบที่แม่หนุนนอน แกะนุ่นออกมาในนั้นมีจดหมายซึ่งสำคัญมาก ไปเอามาให้แม่อย่าให้ใครเห็นใครรู้”

แต่โชคไม่เข้าข้างพิมพา เพราะเวลาเดียวกันนั้น ทองกับก่องแก้วได้รับคำสั่งให้มาค้นเรือนอย่างละเอียดอีกครั้งและได้จดหมายนั่นไปในที่สุด เมื่อโนห์รากลับมาเห็นสภาพห้องนอนของพิมพาก็รู้ทันทีว่าสายไปเสียแล้ว เธอนั่งร้องไห้หมดหวังกับสิ่งสุดท้ายที่อาจจะช่วยแม่ได้ ทางด้านทองรีบนำจดหมายไปส่งให้นาย ปรุงจันทร์ดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้มันมาเสียทีและสั่งการทองให้ติดต่อนายแสวง พี่ชายเพื่อจัดการส่งลูกน้องไปเก็บโตนด ตามที่อยู่บนจดหมายนั่น

โนห์รายืนเกาะห้องขังร้องไห้บอกแม่เรื่องจดหมาย พิมพาน้ำตาตกในแต่ไม่สิ้นหวัง เธอเขียนจดหมายหาโตนดและให้ลูกสาวจัดการส่งโดยด่วน โนห์รารับจดหมายวิ่งออกไปสวนกับครรชิตที่กำลังเดินขึ้นบันไดโรงพัก

“เกิดอะไรขึ้นโนห์รา เธอจะรีบวิ่งไปไหน เดี๋ยวผมไปส่งให้”

หญิงสาวไม่สนใจผลักเขาให้พ้นทาง ก่อนจะต่อว่าเขาอย่างรุนแรงแล้ววิ่งหนีไป ครรชิตส่ายหัวไม่เข้าใจใน อาการนั่น เวลานั้นเขามีนัดกับสารวัตรและทนายเพื่อจัดการเรื่องยื่นประกันตัวพิมพา จึงต้องละความสนใจไป

ฟากโตนด หลังจากสึกออกมาแล้วก็เปลี่ยนอาชีพ มาเป็นคนขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ในตลาด เขามุ่งหน้าทำมาหากินไม่สนใจเรื่องใดๆ แต่วันนี้เขาไม่รู้เลยว่ากรรมจะกลับมาตามสนอง ระหว่างขายก๋วยเตี๋ยว มีลูกน้องของแสวง

สองคนเดินตรงเข้ามาทำทีเป็นสั่งของกิน แต่แล้วก็ชักปืนออกมายิงในระยะประชิด

ด้วยความเป็นนักเลงเก่า โตนดปัดปากกระบอกปืนทันและวิ่งหนีเข้าไปอยู่ท่ามกลางฝูงชน เสียงเอะอะโวยวายร้องให้ช่วยทิดโตนดดังทั่วทิศเมื่อเขาฟุบนิ่งอยู่กลางถนน ผู้ร้ายสองคนเห็นสภาพการณ์เช่นนั้นก็คิดว่าปฏิบัติการสำเร็จแล้วจึงรีบหลบหนีออกไป ผู้คนพากันเดินเข้าไปมุงดูคนเจ็บ เสียงโตนดพึมพำอย่างแค้นใจว่า

“ไอ้ขุน อีปรุงจันทร์”

ooooooo

วันนี้ท่านขุนกลับมาหาพิมพาที่สถานีตำรวจอีกครั้งเพื่อเยาะเย้ยและยืนยันว่าจะไม่ทำเรื่องประกันตัวออกมาแน่ๆ พิมพาสบตาสามีด้วยความเจ็บช้ำเชิดหน้าต่อว่าเขา

“ฉันก็ไม่ได้หวังจะให้ท่านขุนมาประกันตัวดิฉันเหมือนกัน แต่ฉันหวังว่าบาปกรรมที่ท่านและพวกก่อขึ้นมานั่นมันจะต้องคืนสนองกลับไปมากมายมหาศาลแน่นอน”

พิมพาจ้องหน้าสามีเจ็บแค้น ท่านขุนใจหายวาบแต่หัวเราะกลบเกลื่อน พูดย้ำว่าพรุ่งนี้จะครบวันฝากขังแล้ว อย่าหวังว่าจะได้ออกไป มีแต่จะถูกส่งตัวเข้าเรือนจำแทน ทันใดนั้นมีตำรวจเดินมาไขกุญแจห้องขัง ท่านขุนมองตามแปลกใจ

“คุณพิมพาครับ คุณได้รับการประกันตัวแล้วเชิญออกมาได้” ตำรวจพูดเสียงเรียบ

ท่านขุนอ้าปากค้างไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เขาถาม ตำรวจว่าใครเป็นคนมาประกันตัวผู้หญิงคนนี้ ตำรวจมองนิ่งๆตอบว่า

“ผมไม่ทราบ แต่มีคำสั่งปล่อยตัวคุณพิมพาชั่วคราว ไม่ใช่ท่านขุนเหรอครับเพราะท่านเป็นสามีคุณพิมพา”

ท่านขุนหน้าชาด้วยความอายรีบเดินหนี ส่วนพิมพาก้าวออกมายืนงงไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ครรชิตแอบมองเหตุการณ์นั่นประหลาดใจ ทนายรายงานว่าท่านขุนไม่เคยยื่นเรื่องประกันตัวภรรยาและไม่แสดงความจำนงว่าความด้วย

เช่นเดียวกันกับครรชิตเล่าว่าตนเห็นทั้งคู่มีปากเสียงกัน ถ้าไม่รักไม่ชอบแถมยังเป็นแค่คนใช้ แต่ทำไมยอมให้ใช้นามสกุลอรรถกรคดี ตนยังงงไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่เป็นแบบไหน แต่ที่แน่ๆเธอไม่ใช่เมียเก็บเมียคนใช้แน่นอน ครรชิตยิ้มมีความสุขเมื่อเห็นพิมพาได้รับอิสรภาพและจับตามองว่าเธอจะไปไหน

เวลานั้นเอง พิมพาเดินลงจากโรงพักมองรอบๆตัวรู้สึกสบายใจขึ้น เสียงภายในใจร่ำร้องให้ไปหาลูกสาวที่โรงเรียน เมื่อมาถึงเผอิญเจอกับสมภพ เพื่อนชายของโนห์รา เขารับอาสาจะไปตามให้โดยไม่ซักถามอะไร พิมพา

ยืนยิ้มน้ำตาคลอ ในขณะที่ครรชิตแอบมองจากในรถ

ภายในห้องซ้อมรำ โนห์ราพยายามทำใจให้มั่นคงไม่ว่อกแว่กต่อเสียงกับสายตาเย้ยหยันของพวกเกษกนก สมภพเดินยิ้มดีใจมากระซิบบอกเพื่อนสาวว่า

“โนห์รา แม่เธอมารออยู่หน้าโรงเรียน รีบไปหาเร็วเข้า”

เช่นเดียวกันกับครรชิตเล่าว่าตนเห็นทั้งคู่มีปากเสียงกัน ถ้าไม่รักไม่ชอบแถมยังเป็นแค่คนใช้ แต่ทำไมยอมให้ใช้นามสกุลอรรถกรคดี ตนยังงงไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของ คนทั้งคู่เป็นแบบไหน แต่ที่แน่ๆเธอไม่ใช่เมียเก็บเมียคนใช้แน่นอน ครรชิตยิ้มมีความสุขเมื่อเห็นพิมพาได้รับอิสรภาพและจับตามองว่าเธอจะไปไหน

เวลานั้นเองพิมพาเดินลงจากโรงพักมองรอบๆตัวรู้สึกสบายใจขึ้น เสียงภายในใจร่ำร้องให้ไปหาลูกสาวที่โรงเรียน เมื่อมาถึงเผอิญเจอกับสมภพ เพื่อนชายของโนห์รา เขารับอาสาจะไปตามให้โดยไม่ซักถามอะไร พิมพายืนยิ้มน้ำตาคลอ ในขณะที่ครรชิตแอบมองจากในรถ

ภายในห้องซ้อมรำ โนห์ราพยายามทำใจให้มั่นคงไม่ว่อกแว่กต่อเสียงกับสายตาเย้ยหยันของพวกเกษกนก สมภพเดินยิ้มดีใจมากระซิบบอกเพื่อนสาวว่า

“โนห์รา แม่เธอมารออยู่หน้าโรงเรียน รีบไปหาเร็วเข้า”

โนห์ราไม่สนใจอะไรอีกรีบวิ่งออกไป พวกครูและทุกคนมองแปลกใจ เพียงครู่เดียวโนห์ราก็เห็นแม่แล้วโผเข้ากอดทั้งน้ำตา ภาพความรักนั้นสุดจะบรรยายในสายตาของครรชิต เขาถอนใจอย่างอิจฉาแล้วขับรถผ่านเลยไป สองแม่ลูกมานั่งรอเรือที่ท่าน้ำ โนห์ราเข้าใจว่าท่านขุนไปประกันตัวแม่ออกมา พิมพาปฏิเสธและอยากรู้เช่นกันว่าใครช่วยเหลือตน

“จะเป็นใครก็ช่าง เขาคนนั้นต้องหวังดีกับแม่มากกว่า คุณพ่อ ถ้าสักวันหนูรู้ว่าเขาเป็นใคร หนูจะไปขอบคุณเขา”

พิมพาปลื้มใจที่ลูกสาวมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ มันเป็นสิ่งดีงาม ด้านไวพจน์ชื่นชมน้องชายในการทำหน้าที่ผู้ปิดทองหลังพระ ครรชิตย้ำว่าสิ่งที่จะต้องทำต่อคือช่วยว่าความให้พิมพาหลุดจากคดีนี้เพราะเขามั่นใจว่าเธอถูกปรักปรำ

ที่บ้านอรรถกรคดี ปรุงจันทร์กับแข่งแขนั่งจิบน้ำชาสบายใจโดยมีก่องแก้วกับทองคอยรับใช้ สักพักหนึ่งก่องแก้วก็ทำท่าตกใจบุ้ยใบ้ให้ทุกคนมองตรงไปยังหน้าประตูบ้าน เสียงแข่งแขดังขึ้นอย่างไม่พอใจ

“นังพิมพามันออกมาแล้วคุณแม่ มันออกมาได้ยังไง...ต้องเป็นคุณพ่อแน่ๆ แขไม่ยอมนะคะ”

แข่งแขเดินลิ่วไปประจันหน้ากับสองแม่ลูก พูดด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยว

“นังพิมพา นังฆาตกร แกใช้มารยาหลอกล่อคุณพ่อให้ประกันแกออกมาจนได้ นังคนหน้าไม่อาย”

“อย่าเรียกดิฉันว่าฆาตกรเพราะดิฉันไม่ใช่ ใครทำอะไรไว้ก็รู้อยู่แก่ใจ วันไหนโดนกระชากหน้ากากออกมาจะรู้สึก”

โนห์ราสำทับว่า “แต่ฆาตกรตัวจริงมันน่าจะวนเวียนอยู่แถวนี้มากกว่า และสักวันตำรวจคงจับได้ แล้วเรื่องคุณตาวงศ์อีก ฉันได้ยินตำรวจเขาว่าน่าจะพลิกฟื้นคดีขึ้นมาใหม่”

ทองได้ยินแล้วใจหายกลัวติดคุก ปรุงจันทร์สั่งให้ทุกคนลุยจับตัวสองแม่ลูกไว้ และแล้วศึกตบตีก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ขณะนั้นเอง ครรชิตขับรถเข้ามาในบ้านพอดี ทันเห็นพิมพากับโนห์ราถูกพวกปรุงจันทร์รุมทุบตีไม่ยั้งจนล้มลงตรงหน้ารถของเขา ด้วยความตกใจเขาปราดลงมาหาทั้งคู่และถามไถ่อาการทันที

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ผมขอโทษครับ เบรกรถไม่ค่อยจะดี เจ็บตรงไหนมากไหมครับ”

ทั้งพิมพาและโนห์ราส่ายหน้าแทนคำตอบ วินาทีนั้นปรุงจันทร์ได้สติ ดึงแข่งแขไปหาสองแม่ลูกแล้วเล่นละครตบตาครรชิตอย่างรวดเร็ว

“โถ! แม่พิมพาจ๊ะ เดินกันยังไงให้รถราเกือบจะทับเอา ไหนมาดูสิเจ็บตรงไหน เดินสะดุดขากันเองได้ยังไง”

ครรชิตแอบยิ้มสังเวชใจและยิ่งรู้ซึ้งถึงใจคนที่นี่มากขึ้น เขาปรายตามองไปทางที่พิมพากับโนห์ราเดินจากไป ด้านปรุงจันทร์กับแข่งแขพยายามเบนความสนใจของเขาด้วยการเชิญให้เข้าบ้าน ก่อนจะพูดว่าวันนี้อาจต้อนรับได้ไม่ดีเพราะไม่มีเวลาเตรียมของต้อนรับ ครรชิตยิ้มแห้งๆเหมือนขอโทษที่มารบกวน ปรุงจันทร์นึกขึ้นได้อยากแกล้งสองแม่ลูกนั่นอีกจึงใช้ให้แข่งแขพาแขกเดินชมสวนดอกไม้หลังบ้าน

โนห์รากับพิมพากำลังช่วยกันดูดอกไม้ต้นไม้เพราะที่ผ่านมามัวแต่วุ่นวายกับเรื่องพิมพาถูกจับตัวเลยไม่ได้ดูแล เสียงครรชิตดังขึ้นว่า

“ดอกไม้สวยจังเลยครับแม่ เอ๊ย! คุณน้า จะกรุณาให้ผมชื่นชมและขอสักช่อเอาไปปักแจกันที่บ้านได้ไหมครับ”

แข่งแขมองหมั่นไส้ อยากแกล้งโนห์ราที่กำลังตัดดอกกุหลาบอย่างไม่เต็มใจให้ครรชิต เธอกระชากมีดจากมือโนห์ราจนคมมีดบาดกลางมือเลือดไหลซิบๆ ครรชิต ปราดจะเข้าไปช่วยแต่โนห์ราสะบัดมือออกทำตาขวางแล้ววิ่งเข้าบ้านทันที พิมพามองครรชิตอย่างเห็นใจและเดินตามลูกสาวเข้าบ้านเงียบๆ

ตกเย็นวันเดียวกัน ท่านขุนถูกปรุงจันทร์กับแข่งแขต่อว่าที่ประกันตัวพิมพาออกมา เขาปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องแต่ทั้งสองคนไม่เชื่อหาว่าเขาโกหก ท่านขุนเลยโมโหตวาดกลับว่า

“พอที บอกว่าไม่ได้ประกันตัวพิมพาจริงๆก็เชื่อกัน บ้างสิ นี่ก็ยังพยายามคิดอยู่ว่าใครที่ไหนยื่นมือลึกลับมาช่วยมัน ถ้าพูดแล้วยังหาว่าโกหกอยากจะคิดว่าใช่ก็ตามใจ”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พันธุมวดีมาหาแข่งแขที่บ้านเพื่อสืบหาข้อมูลไปรายงานครรชิต คุยกันอยู่นานจน ถึงเวลากลับ ระหว่างที่รอเรือ ทั้งคู่นินทาพิมพากับโนห์ราอย่างเมามัน พันธุมวดีบอกว่า

“ตามที่เล่ามานั่น ฉันชักสงสัยซะแล้วว่าครรชิตแอบติดใจนังโนห์รามันจริงๆ ฉันเคยเห็นมันตบหน้าเขา แต่ครรชิตกลับหัวเราะชอบใจขับรถตามมันไปเลย แล้วทิ้งฉันไว้ข้างถนนแทน”

แข่งแขตาลุก แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยา บอกเพื่อนว่าจะต้องหาทางเล่นงานให้พิมพาเข้าคุกเรื่องยาพิษนั่นให้ได้ พอดีมีเรือมาเทียบท่า พันธุมวดีเตรียมตัวจะลงเรือ พลันมองเห็นสองแม่ลูกที่ถูกกล่าวถึงก้าวขึ้นมาจากเรือ แข่งแขรีบดึงแขนเพื่อนรั้งไว้ไม่ให้ไป แล้วเปิดฉากด่าทันที

“ไงล่ะ ไปขูดรีดแล่เนื้อเถือหนังพ่อฉันให้ประกันตัวมาเท่าไหร่ ไม่น่าจะทำเช่นนั้นเพราะแกมันไม่ใช่ลูกคุณพ่อ แกมันอีลูกฆาตกร อีลูกไม่มีพ่อ แม่แกไปท้องกับใครมาแล้วมาจับพ่อฉัน แกยังหน้าด้านมาอ้างตัวเป็นลูกพ่อฉันอยู่ได้”

โนห์ราสุดที่จะทนฟัง กระโจนตบหน้าแข่งแขเสียงดังฉาดใหญ่ พูดเสียงกร้าวว่าอย่ามาดูถูกแม่ของตนอีก แข่งแขไม่ยอมแพ้พยายามจะโดดเข้าหาแต่ถูกเพื่อนสาวดึงไว้อย่างสุดฤทธิ์ แล้วโนห์ราก็ดึงแขนแม่ให้รีบเดินเข้าบ้าน พิมพาเตือนลูกสาวด้วยความกังวลใจว่าลูกไม่ควรไปตบหน้าแข่งแขเพราะความใจร้อน ตนไม่อยากมีปัญหากับท่านขุนอีก พูดยังไม่ทันไรก่องแก้วก็มาตามให้โนห์ราไปพบท่านขุนโดยเร็ว

พิมพาอยากจะร้องไห้เพราะรู้ดีว่าลูกสาวต้องเจ็บตัวกลับมาแน่ พอขยับจะตามก็ถูกก่องแก้วห้ามไม่ให้ไป แต่เธอไม่สนใจเดินโอบกอดลูกตามไปเพื่อให้กำลังใจ ภายในห้องรับแขกบนตึกใหญ่ ทุกคนรออยู่แล้ว สองแม่ลูกเข้าไปยังไม่ทันจะผ่านประตูดี แข่งแขก็โดดเข้าจิกหัวโนห์รากระชากลากเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว

“อีโนห์รา มาสิ มาตบหน้าฉันอีก แล้วแกจะรู้ว่ารสชาติเข็มขัดของคุณพ่อเส้นใหม่มันอร่อยแค่ไหน”

พวกปรุงจันทร์รีบตามเข้ามาช่วยลากโนห์รา โดยไม่ทันเห็นว่าครรชิตเดินเข้ามาในบริเวณบ้านพอดี เขารีบกระโดดหลบเข้าซอกแถวนั้นแอบมองอย่างไม่พอใจ ส่วนข้างหลังเขามีพันธุมวดีทำทีร่วมด้วยช่วยกันแอบดู

ท่านขุนยืนมองลูกนอกไส้อย่างชิงชัง ไม่ห้ามเมื่อแข่งแขตรงเข้าทำร้ายโนห์ราด้วยการตบหน้าซ้ายขวาไม่ปรานี พิมพาขยับจะเข้าช่วยแต่ถูกทองกับปรุงจันทร์ยึดตัวไว้ ไม่นานนักโนห์ราฮึดสู้แล้วเหวี่ยงแข่งแขกระเด็นไป

เช่นเดียวกันกับพิมพาก็สะบัดหลุดจากการเกาะกุม เธอเข้ามาโอบกอดลูกสาวกันเอาไว้ ถึงตอนนี้ครรชิตสั่งให้พันธุมวดีเข้าไปช่วยเหลือ เสียงแข่งแขฟ้องท่านขุนว่า

“แขไม่ได้ด่าพวกมันนะ ฟังผิดคิดเอาเองแล้วก็มาตบตีและผลักแขหงายท้อง ถ้าพันธุมวดีไม่ช่วยเอาไว้ พวกมันคงกระทืบแขซ้ำแล้ว”

ท่านขุนหันมาถามพันธุมวดี แทนที่เธอจะช่วยเหลือโนห์ราตามที่รับปากกับครรชิต เธอกลับเข้าข้างแข่งแขจนท่านขุนโมโหสุดขีดถอดเข็มขัดออกมาเงื้อทำท่าจะฟาดอย่างแรง ครรชิตเห็นท่าไม่ดีเรียกชื่อแข่งแข ทุกคนสะดุ้ง แม้แต่ท่านขุนยังต้องลดมือรีบรักษากิริยาไว้ เสียงท่านขุนคำรามใส่สองแม่ลูกเบาๆว่าให้กลับบ้านไป ทุกคนเริ่มระแวงว่าครรชิตจะเห็นอะไรบ้าง

ปรุงจันทร์ได้สติก่อนใครกล่าวทักทายครรชิต ส่วนท่านขุนรู้ว่าเขาเห็นจึงไม่อยากเผชิญหน้ารีบเดินออกจากห้องไป

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"

แคท เล่นแรง ระบายความแค้น ดักขา แป้ง สะดุดล้มหวิดแท้ง ใน "เรือนสายสวาท"
21 ม.ค. 2563
08:20 น.