ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

โนห์รา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ครรชิตขับรถออกไปได้สักพักก็ฉุกใจคิดได้ว่าทำกับเด็กนั่นเกินไปเพราะโกรธทิพย์ยุภา เขากำลังลังเลใจว่าจะไปขอโทษเด็กนั่นดีไหม เมื่อคิดเช่นนั้น ครรชิตจึงเบรกรถจะหันหัวกลับ พลันได้ยินเสียงห้ามล้อจากรถคันหลังดังเอี๊ยด ตามด้วยเสียงดังโครม รถเขาถูกชนท้าย

บ่ายวันเดียวกัน พิมพานึกถึงลูกสาวอยากจะเอาใจในช่วงมีการสอบ เธอแวะซื้อไก่ย่าง เสียงคนขายทักว่า

“โอ้โฮ! ทำงานแถวนี้มาเป็นปี เพิ่งจะเห็นใจปํ้าซื้อไก่วันนี้เอง แม่พิมพา”

“ซื้อไปให้ลูกสาวจ้ะ เขากำลังสอบ อยากให้เขากินของอร่อยๆบ้าง”

“รักลูกจังเลยนะจ๊ะ แล้วลูกเขารู้บ้างไหมว่าแม่ต้องมาลำบากลำบนทำงานแบบนี้ ถ้ายังไม่รู้ก็ควรบอกนะ ดีกว่าให้รู้จากปากคนอื่น เด็กบางคนเขาอาจจะดูถูกอาชีพแบบนี้ว่ามันต่ำต้อยก็ได้”

พิมพาขอบคุณแม่ค้าที่แนะนำ เธอเองก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะบอกลูกเรื่องทำงานนี้เสียที หลังจากที่ลูกคาดคั้นถามเมื่อคืนแล้วเธอยังไม่กล้าเล่าให้ฟัง ฝ่ายแข่งแขกับก่องแก้วนั่งรอโนห์รากลับบ้านด้วยความเซ็งเพราะอยากหาเรื่องแขวะ ทั้งคู่ได้แต่นั่งบ่นให้กันและกันฟัง พลันปรุงจันทร์เดินออกมาจากในบ้าน สอบถามลูกสาวถึงการสอบว่าเป็นอย่างไรบ้าง คำตอบของแข่งแขทำเอาคนเป็นแม่อ่อนใจ

“ทนสอบให้เสร็จค่ะ ก็แขพยายามแล้วนะแต่แขหัวไม่ดี คุณแม่จะให้แขทำยังไงคะ”

“ระวังเถอะ หนูจะสอบตกสองปีซ้อนโดนออกจากโรงเรียนโก้ๆเพราะเขาไม่ทนรับเด็กแบบนี้ให้เรียนกับเขา”

“คุณแม่ขา เรามาพูดเรื่องนังสองแม่ลูกกันดีกว่า นังโนห์รามันรอดตัวลอยหน้าไปสอบจนได้ ซ้ำแม่มันก็โดนคุณพ่อตบหน้าแค่ฉาดเดียว คุณแม่ไม่หงุดหงิดหรือคะ”

“หงุดหงิดมาก คุณพ่อหลงเสน่ห์นังพิมพาจนถอนตัวไม่ขึ้น ต้องทำให้คุณพ่อรู้ความจริงชัดๆจนรังเกียจมันให้ได้” สองคนแม่ลูกเริ่มสุมหัวหาทางกำจัดหนามยอกใจให้ออกจากบ้านโดยเร็วที่สุด ส่วนก่องแก้วรับคำสั่งนายให้มาแอบดูพฤติกรรมของคนบ้านเล็ก เธอเห็นพิมพาถือถุงไก่ย่างเข้าบ้านมาด้วยหน้าตาแช่มชื่นก็ทึกทักเอา
เองว่ายิ้มแย้มขนาดนี้ สงสัยได้นอนกับผู้ชายหลายคนจนรับเงินเพียบแน่ ว่าแล้วก็เดินวนหาที่เหมาะๆ แอบดูต่อไป

ooooooo

ภายในบ้านโนห์รานั่งเหม่อตาลอยไม่อ่านหนังสือ ในหัวมีแต่เสียงหัวเราะเยาะเย้ยด่าแม่ทั้งจากแข่งแขและพวกเกษกนก เธอครางเบาๆปนสะอื้นไห้ พิมพาเห็นเข้าพอดีจึงถามด้วยความห่วงใย

“แม่เป็นห่วงหนูจะแย่ ยังไม่ทันหายดีก็ต้องไปสอบ ทำได้ไหมจ๊ะ”

แต่ปฏิกิริยาจากลูกสาวที่มีท่าทางปั้นปึ่งถามคำตอบคำทำให้พิมพาใจเสีย เสียงโนห์ราเริ่มรวนอย่างคนเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เธอปฏิเสธไม่กินไก่ย่างหรืออะไรทั้งนั้น แล้ววิ่งออกไปจากห้องนอน พิมพาตกใจและน้อยใจลูกสาวจนน้ำตาคลอ ฝ่ายก่องแก้วแอบดูแม่ลูกผิดใจกันด้วยความสะใจ คิดอยู่ในใจว่ามีเรื่องเด็ดไปรายงานเจ้านายแล้ว

เช้าวันต่อมา โนห์ราหลบเลี่ยงทั้งแม่และผู้คนที่โรงเรียนเพราะใจเริ่มสั่นคลอน ไม่แน่ใจว่าแม่ทำงานอย่างที่ทุกคนพูดหรือไม่ เธอทำข้อสอบอย่างใจลอยในหัววนเวียนคิดแต่เรื่องนี้ทั้งวัน แม้แต่พักเที่ยงโนห์ราก็ไม่สามารถทานข้าวได้ ภาพและเสียงล้อเลียนมันรบกวนจิตใจตลอดเวลา เธอป้ายน้ำตาทิ้ง คร่ำครวญอยู่ในใจว่า

“แม่จ๋า หนูไม่เชื่อ แต่หนูก็กลัว หนูอยากให้แม่หยุดสักที”

ขณะนั้นเอง ไวพจน์กับครรชิต สองพี่น้องมาจอดรถนั่งรออยู่ที่หน้าโรงเรียน ครรชิตขอร้องพี่ชายให้ไปขอโทษเด็กสาวแทนเพราะตนคิดว่าทำเกินไปในขณะที่มีอารมณ์โกรธเรื่องทิพย์ยุภาหลบหน้า ทันใดนั้นไวพจน์มองเห็นโนห์ราเดินออกมาพอดี เขาจึงรีบปราดเข้าไปทักทาย ทั้งสองจำกันได้ทันที

“เอ้อ...ขอโทษครับ อยากรบกวนถามอะไรสักหน่อย คือ...วันก่อนน้องชายผมขับรถทับกระเป๋าน้องคนหนึ่ง แล้วเขาทำกิริยาไม่ดี วันนี้เขาฝากผมมาขอโทษ”

“ฝากไปบอกเขาด้วยว่าเด็กคนนั้นไม่รับคำขอโทษจากคนบ้าค่ะ”

โนห์ราหน้าตึง มองหน้าไวพจน์แล้วเบี่ยงตัวมองเลยไปเห็นนายตัวดีนั่งอยู่ในรถ ความโกรธก็บังเกิด เธอเม้มปากแน่นสะบัดหน้าหันหลังเดินจากไป ไวพจน์ยืนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถึงบางอ้อ เขาเดินกลับมาที่รถและบอกน้องชายว่าเด็กคนนั้นก็คือโนห์รา เป็นเรื่องบังเอิญจริงๆก่อนจะบอกข้อความที่เด็กสาวฝากมา ครรชิตหงุดหงิดที่โดนเด็กเมื่อวานซืนตอกจนหน้าหงาย ไวพจน์หัวเราะด้วยความขบขัน น้องชายไม่พอใจกระชากรถออกวิ่งอย่างแรง

ooooooo

หลังกลับจากโรงเรียน โนห์รานั่งเงียบไม่พูดไม่จาแม้ว่าพิมพาจะชวนคุยซักถามก็ตาม ก่องแก้วแอบดูสองแม่ลูกด้วยความสงสัย พิมพาพยายามอีกครั้งถามลูกสาวว่า

“ใครทำอะไรหนู ใครว่าหนูก็เหมือนทำกับแม่ด้วย ระบายมาให้แม่ฟัง แม่อยากจะขอรับมันมาเองทั้งหมด”

“แม่จะอยากรู้ไปทำไม หนูบอกก็ได้ว่าหนูอึดอัด แม่ต้องหยุดทำงานนี้ซะ หนูทนให้แม่ทำงานนี้ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว หนูไม่เรียนแล้ว ทำไมแม่ต้องอยากให้หนูเรียนนักหนา ทั้งๆที่เราไม่มีเงิน แล้วทำไมแม่ต้องหาเงินด้วยวิธีนี้ หนูเกลียดแม่”

โนห์ราร้องไห้โฮวิ่งเข้าห้องไป พิมพายืนตะลึงไม่รู้จะเริ่มอย่างไรดี ฝ่ายก่องแก้วเมื่อจับความได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับสองแม่ลูกก็รีบแจ้นไปรายงานเจ้านายทันที แข่งแขฟังบ่าวเล่าเรื่องอย่างสะใจและสมน้ำหน้า เช่นเดียวกับปรุงจันทร์เมื่อรู้เรื่องความบาดหมางของสองแม่ลูกเรือนเล็ก เธอบอกแข่งแขว่าต้องหาทางให้ท่านขุนจับให้ได้คาหนังคาเขาเรื่องพิมพาขายตัว ไม่เช่นนั้นคงเฉดหัวพวกมันออกจากบ้านไปได้ยาก

แข่งแขบอกน้าสาวว่าทุกครั้งที่เห็นผู้หญิงพวกนี้มีอันเป็นไป ตนรู้สึกสะใจเพราะคุณตาวงศ์เล่าว่าคุณแม่วันดีถูกวางยาพิษโดยคนพวกนี้ ดังนั้นใครที่มาแย่งคุณพ่อ ตนมีหน้าที่ต้องจัดการ ปรุงจันทร์สะอึกทำหน้าไม่ถูกรู้อยู่แก่ใจว่าจริงๆแล้วใครเป็นคนกระทำ ในขณะที่แข่งแขกอดน้าสาวด้วยความรักเพราะไม่รู้เรื่องจริงที่เกิดขึ้น

ตกดึกคืนนั้น ท่านขุนแอบย่องลงบันไดจะไปหาพิมพาแต่ถูกปรุงจันทร์ดักจับได้ เธอแสร้งถามว่าเขาจะไปไหน ท่านขุนอึกอักเสตอบว่าจะไปสั่งความกับโตนด คนสนิท ปรุงจันทร์ยิ้มรู้ทันแล้วดึงแขนพี่เขยลงไปหาโตนดเพื่อสั่งให้พาไปใช้บริการบ้านนางโลมที่พิมพาทำงานอยู่ หลังได้ยินท่านขุนเกิดอาการอ้ำอึ้ง

เช้าวันถัดไป โนห์ราแอบอยู่ในห้องเพราะโกรธแม่ไม่ยอมออกมา พิมพามาเรียกลูกสาวอยู่หน้าห้อง

“หนูไม่อยากฟัง ความจริงที่บอกแล้วเจ็บปวด ทำไมแม่ไม่เลิกทำงานนี้”

“โธ่! ลูกจ๋า มาฟังแม่บอกความจริงสิจ๊ะ อย่าดูถูกงานของแม่ ยังไงแม่ก็ไม่เลิก แม่ไม่มีเวลาแล้ว แม่ต้องรีบไปทำงาน”

ภายในห้องโนห์ราสะอื้นไห้ ก่อนจะคิดได้ว่าถ้าแม่ไม่หยุดทำงานนี้ ตนจะเป็นคนทำให้แม่หยุดเอง แล้วค่อยๆเปิดประตูห้อง แอบย่องตามพิมพาไป โนห์ราเดินหลบๆเลี่ยงๆตามหลังพิมพาโดยรักษาระยะห่าง และแล้วเธอก็เห็นแม่เดินไปหยุดที่หน้าประตูบ้านหลังหนึ่ง เธอหยุดมองใจแป้วลงไปถึงตาตุ่ม เห็นหญิงสาวสองสามคนเข้ามาทักทายแม่ยิ้มแย้ม ก่อนจะลับหายเข้าไปในบ้าน โนห์ราตัดสินใจกดกริ่ง เมื่อประตูเปิด เธอก็ก้าวพรวดเข้าไปทันที ทุกคนตกใจแต่แล้วโนห์ราเองก็ตะลึง

ooooooo

พิมพาหันมามองลูกสาวที่ยืนอึ้งเมื่อเห็นสภาพภายในบ้านที่เต็มไปด้วยถาดขนมหวานนานาชนิด รวมทั้งถาดทอฟฟี่วางเกลื่อนกลาดเต็มลานบ้าน คุณป้าเจ้าของบ้านหัวเราะเมื่อเห็นโนห์ราหน้าจ๋อย มองสบตาแม่อย่างสำนึกผิด

“สวัสดีค่ะ คุณป้า เอ่อ...เอ้อ”

“สวัสดีจ้ะ ลูกสาวสวยนี่พิมพา เรียนที่ไหนจ๊ะหนู”

“นาฏศิลป์ค่ะ”

วินาทีนั้นโนห์ราอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี เสียงสั่นพร่าด้วยความเสียใจที่เข้าใจแม่ผิดมาหลายวัน เธอก้มลงกราบแม่ แต่พิมพากระซิบบอกลูกว่าค่อยไปคุยกันที่บ้าน ก่อนจะชักชวนให้ลองเรียนทำขนมดูบ้าง ทั้งคู่มองหน้ากันน้ำตาคลอ

เวลาเดียวกันนั้นที่สำนักงานของขุนอรรถกรคดี โตนดนำรถมารับท่านขุน เสียงเจ้านายพูดกับลูกน้องว่า

“ไอ้โตนด ฉันไม่สนุกเลยนะ”

“ผมว่าน่าสนุกนะขอรับ ไปลองลิ้มชิมรสชาติแปลกๆใหม่ๆกับคนเก่าๆ”

“เอาวะ ให้มันเด็ดขาดกันไปสักที”

ทั้งคู่ขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังตรอกแถวบางลำภูที่พิมพาทำงานอยู่ ส่วนพิมพากับโนห์ราช่วยกันทำขนมด้วยความสนุกสนานจนถึงบ่าย และได้เวลากลับบ้านเสียที เสียงป้าถามโนห์ราว่า

“ไม่อายหรอกหรือว่ามีแม่รับจ้างทำขนมขาย”

“ไม่อายค่ะ หนูภูมิใจมากเพราะขนมของคุณยายนี่แหละค่ะที่ทำให้หนูได้เรียนมาถึงทุกวันนี้”

“บางคนไม่เข้าใจ เห็นใครเดินเข้าออกในซอยนี้ก็นึกว่าเป็นผู้หญิงหากิน แม่พวกนี้โดนเข้าใจผิดกันมาแล้วทั้งนั้น”

สาวๆในบ้านหัวเราะอย่างเข้าใจดี โนห์รามองหน้าแม่สำนึกผิด ป้าหยิบขนมใส่ถุงให้ทั้งคู่เอาไปทานเป็นการรับขวัญหลานสาว สองแม่ลูกไหว้รับของและพากันเดินออกไป ที่หน้าปากซอย ครรชิตขับรถสปอร์ตส่ายไปมาด้วยความเมา เนื่องจากผิดหวังที่ถูกทิพย์ยุภาหักอก เธอปันใจไปหาชายอื่นทำให้เขาเสียใจอย่างรุนแรง เสียงก่นด่าดังขึ้น

“โบราณว่าสตรีดั่งพันธุ์ไม้เลื้อย มันช่างจริงเสียนี่กระไร ทิพย์ยุภา แม่พันธุ์ไม้เลื้อย ถึงไม่มีเธอ ครรชิตคนนี้ก็ไม่มีขาดผู้หญิง ผู้หญิงในซอยนี้มีให้เลือกมากมาย ซอยไหนหว่า”

ครรชิตเลี้ยวเข้าซอยไปสักพักก็มองผู้หญิงหากินยืนอยู่ตามตรอกหลายคน เขายังไม่ถูกใจใครเลย กระทั่งเห็นโนห์รากับพิมพาที่เพิ่งซื้อไก่ย่างเสร็จ ทั้งคู่ตกใจสุดขีดเมื่อหันกลับมาแล้วเจอรถสปอร์ตพุ่งเข้ามาเฉี่ยวชนจนโนห์ราล้มลง เมื่อตั้งหลักได้เธอโกรธมากกระชากเสียงถามว่า

“ขับรถยังไง บ้าหรือเมากันแน่คุณ”

แต่ครรชิตกลับจ้องโนห์ราอย่างพอใจ ตื่นตะลึงในความสวยและนึกว่าเป็นโสเภณี เขาตรงเข้ามาหาเธอยื่นเงินกับแหวนให้แล้วดึงมากอด โนห์ราตกใจตบหน้าเขาและดิ้นสะบัดหลุดออกมา พิมพาเห็นท่าไม่ดีผลักครรชิตอย่างแรงจนเซ ก่อนจะดึงมือลูกสาววิ่งหนีทันที ครรชิตร้องโวยวายด่าไล่หลัง

พวกแม่ค้าผู้คนแถวนั้นมองเขาอย่างระอา หนึ่งในนั้นมีตาดที่เพิ่งตกงานยืนมองอยู่ด้วย เขาเดินไปหาแล้วบอกว่าผู้หญิงที่ครรชิตจับมือถือแขนไม่ใช่นางโลม แต่ถ้าอยากจะไปเที่ยวผู้หญิง ตนจะพาไปส่ง ครรชิตพูดขอบใจด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้ และแล้วตาดก็ประคองเขาพาเข้าไปในบ้านหลังหนึ่งที่เป็นซ่อง

ooooooo

สองแม่ลูกวิ่งออกมาได้สักพักก็หยุดปัดฝุ่นจากเนื้อตัวและสำรวจบาดแผล โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากแค่เคล็ดขัดยอก พอกำลังจะเดินออกจากซอย พลันมีรถเก๋งอีกคันปราดเข้ามาเฉี่ยวพิมพาล้มลง

ทั้งสองคนตกใจผวาเข้ากอดกัน แต่ทว่าผู้ที่ก้าวลงมาจากรถคือท่านขุนนั่นเอง หน้าตาเขาถมึงทึงโกรธจัดโดยมีโตนดยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างหลัง ท่านขุนเดินเข้ามากระชากหัวภรรยาจิกขึ้นมา แล้วตบนับครั้งไม่ถ้วน สองแม่ลูกตกใจ เสียงท่านขุนตวาดว่า

“แกสองคนร่วมมือกันกระทำการต่ำช้าสามานย์นัก นางสามานย์ นางแพศยา อย่ามาทำตีหน้าเซ่อ”

“คุณพ่อ อย่าทำร้ายคุณแม่ค่ะ”

“ฉันจะทำ แกไม่เกี่ยว อีเด็กสันดานเลว นังพิม แกกับลูกพากันมาขายตัวเห็นๆ”

ท่านขุนเงื้อมือใส่คนทั้งคู่ เสียงหวีดร้องด้วยความกลัวและตกใจดังลั่น ผู้คนมามุงกันเต็ม โตนดเห็นท่าไม่ดีเตือนท่านขุนให้เอาตัวสองคนไปจัดการต่อกันที่บ้านดีกว่า ท่านขุนจึงสั่งการลูกน้องให้นำตัวสองแม่ลูกขึ้นรถทันที เมื่อมาถึงยังหน้าบ้าน ท่านขุนลากพิมพาลงมาจากรถอย่างไม่ปรานี โนห์ราวิ่งร้องไห้ตามด้วยความเป็นห่วงแม่ เสียงพิมพาร้อง

“ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ฉันไม่ได้ทำอะไรเสื่อมเสีย มาทำร้ายฉันทำไม”

ภายในบ้าน นางก่องแก้วแอบมองดีใจแล้วรีบวิ่งแน่บเข้าไปรายงานเจ้านาย เพียงครู่เดียวทุกคนวิ่งตามกันมาเป็นพรวนยังเรือนเล็กหลังบ้าน ท่านขุนลากภรรยาไปถึงหน้าเรือนเล็กแล้วเหวี่ยงลงไปกองที่พื้น

“อยากมีผัวเป็นร้อยคนหรือยังไง นังใจง่าย เสียแรงที่ขุนพวกแก เลี้ยงหมายังเฝ้าบ้านได้ไม่เสียข้าวสุกเหมือนพวกแก”

“ดิฉันทำอะไร ท่านนั่นแหละที่ทำอะไรดิฉัน ก่อกรรมทำเข็ญให้ตลอดและใช้เล่ห์เหลี่ยมบังคับให้มาตกนรกแท้ๆ”

ท่านขุนกระชากเข็มขัดจากเอวออกมากวัดแกว่ง แล้วเริ่มฟาดไม่เลือกที่ สองแม่ลูกต่างป้องกันซึ่งกันและกันไม่ให้โดนเข็มขัด เขาฟาดลงไปอีกไม่นับ เสียงโนห์ราร้องไห้ถามว่า

“คุณพ่อใจร้ายใจดำไม่มีใครเกิน ทำไมคะ การที่แม่ของหนูทำงานต่ำต้อยเลี้ยงหนู มันผิดตรงไหนไม่ทราบ คนรับจ้างทำขนมเลี้ยงลูกมันผิดตรงไหน”

แค่ประโยคสุดท้ายนั้นเอง ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดชะงัก ท่านขุนเงื้อค้าง โนห์ราหยิบขนมที่ได้รับจากป้าเทลงมากองบนพื้น ท่านขุนมองหน้าโตนดแล้วครางเสียใจที่เข้าใจผิดมาโดยตลอด เสียงปรุงจันทร์กับแข่งแขพูดแย้งขึ้นมาอย่างเซ็งแซ่ แต่ท่านขุนไม่พูดอะไร เขารู้สึกว่าตัวเองทำไม่ถูกประกอบกับรู้นิสัยเมียดี จึงหันกลับไปตวาดลูกน้องว่า

“ไอ้โตนดตามข้ามาเดี๋ยวนี้ ไอ้โง่ แล้วก็เงียบ เงียบให้หมดทุกคน ใครขืนอ้าปากพูดอีกจะฟาดด้วยเข็มขัด”

เวลานี้สีหน้าของขุนอรรถกรคดีเคร่งเครียดหนัก เขารู้ตัวแล้วว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล ยิ่งเห็นโตนดก้มลงกราบแทบเท้าตัวเอง เขาตบปากลูกน้องคนสนิทอย่างแรง

“กระผมผิดไปแล้ว ไม่ได้เข้าไปดูในบ้านว่าเขาทำมาหากินอะไรกัน”

“แกทำให้ฉันกลายเป็นคนโง่ คนบ้า คนทารุณกรรมผู้หญิงและเด็ก”

โตนดรีบชวนท่านขุนให้ไปที่บ้านหลังนั้นเพื่อให้รู้ความจริงชัดๆว่าที่ผ่านมาทุกคนต่างเข้าใจผิดพิมพา ปรุงจันทร์ไม่พอใจขยับเข้ามาจะห้ามแต่ท่านขุนกลับบอกว่าเขาต้องไปเพราะไม่อยากให้ใครกลายเป็นแพะ สองคนพากันขึ้นรถขับออกไป ไม่กี่นาทีให้หลัง รถท่านขุนก็มาจอดหน้าบ้านเจ้านายของพิมพา โตนดลงไปเรียกให้คนมาเปิดประตู แล้วลุยเข้าไปในบ้าน ทั้งป้าเจ้าของบ้านและเด็กรีบออกมายืนขวาง

“คุณเข้ามาทำไม บอกสิว่ามาหาใคร”

“นางบ้า ไม่ต้องมาทำไก๋ เป็นไก่กันแท้ๆทั้งบ้าน โสเภณีคนที่ชื่อพิมพาไงป้า ท่านขุนอยากรู้เรื่องของแม่คนนี้”

“ไอ้สารเลว แม่พิมพามารับจ้างข้าทำขนมขาย ไม่ได้มารับจ้างขายตัวนะยะ ไสหัวไปนะ ไม่ไปแม่จะเรียกตำรวจ”

เสียงด่าของป้าเต็มสองรูหูทั้งโตนดและท่านขุน ทั้งคู่รู้สึกเสียหน้าและเสียเชิง ท่านขุนไขกระจกรถมาด่าลูกน้อง

“แกมันระยำจริงๆด้วย ทำข้าเสียหน้า แกใส่ร้ายเมียข้า สมน้ำหน้า แกควรโดนมากกว่านี้ด้วยซ้ำ ไอ้คนอัปรีย์”

ท่านขุนถีบโตนดไม่ให้ขึ้นรถ พวกป้าและผู้หญิงคนอื่นๆที่ตามมาทำท่าจะปาขนมเข้าใส่ ท่านขุนรีบบอกว่าเขาไม่เกี่ยวโดนเอาชื่อไปแอบอ้าง แล้วลงจากรถมาเตะลูกน้องซ้ำก่อนจะวิ่งหนีขึ้นรถขับออกไป ทิ้งโตนดไว้ให้เผชิญชะตากรรมอยู่คนเดียว

ooooooo

เมื่อขุนอรรถกรคดีกลับมาถึงบ้าน เขารีบเดินไปยังเรือนเล็กเพื่อไปง้อเมีย แต่ทั้งโนห์รากับพิมพาต่างเมินหน้าหนี ไม่มีใครคุยกับเขาสักคน สองคนแม่ลูกกอดกันเพื่อให้กำลังใจ โนห์ราผวาหยิบมีดมาขวางแม่ไว้เมื่อเห็นท่านขุนทำท่าจะเข้าหา

“ข้ามศพหนูไปเลยคุณพ่อ ถ้าจะมาทุบตีแม่หนูเหมือนทาสอีก หนูจะสู้ตาย”

“ไม่มีใครทำร้ายแม่หนูแล้ว ไอ้โตนดมันเลวมาก พิมบอกลูกสิว่าให้ออกไปก่อน ฉันมีเรื่องจะปรับความเข้าใจกับเธอ”

พิมพามองหน้าสามีอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกสาวออกไปก่อน เมื่ออยู่ตามลำพัง ท่านขุนออดอ้อนขอโทษที่เข้าใจผิดพร้อมกับสัญญาจะไม่หลงเชื่อใครง่ายๆแบบนี้อีก ตนทำเช่นนี้เพราะรักและหวงเมียมาก พิมพาฟังแล้วระอาใจ ฝ่ายปรุงจันทร์นั่งรอท่านขุนอย่างกระสับกระส่ายจนใกล้รุ่ง ยิ่งเมื่อแข่งแขพูดยุให้รีบกำจัดเสี้ยนหนาม เธอพยักหน้าคำรามเห็นด้วย ในใจเริ่มคิดวางแผนร้ายโดยด่วน

ทางด้านครรชิตยังคงมีอาการเมามายอย่างหนักถูกตาดประคองออกมาจากบ้านที่เป็นซ่อง ทั้งคู่เดินเตร็ดเตร่เข้าออกร้านเหล้าแทบจะทุกที่ ครรชิตเอาแต่แช่งชักหักกระดูกผู้หญิงตลอดทาง

“รู้ไหมว่าฉันเกลียดผู้หญิง ใจผู้หญิงเหมือนน้ำกลอกกลิ้งอยู่บนใบบอน รักง่ายหน่ายเร็ว รักเผื่อเลือกหลายใจ”

“ครับ ครับ เอ้อ...ผมว่าคุณควรกลับบ้านได้แล้วนะครับ”

“บ้านใคร บ้านฉันหรือบ้านนาย แล้วบ้านฉันมันอยู่ที่ไหนล่ะ เอางี้ บ้านนายอยู่ที่ไหน พาฉันไปนอนด้วยละกัน”

ตาดพยักหน้าเข้าใจ และพาเพื่อนใหม่ไปยังบ้านตน นั่นก็คือสนามหลวง ครรชิตที่เมามองไปรอบๆอย่างพอใจและพูดว่าบ้านน่าอยู่มาก ใหญ่โตกว่าบ้านตนหลายเท่านัก ตาดประคองเขาไปนอนบนม้านั่งยาว ก่อนทั้งคู่จะผล็อยหลับด้วยความอ่อนเพลีย

รุ่งเช้าวันใหม่ ครรชิตตกใจตื่นจากเสียงนกการ้องใกล้ๆตัว เขามองไปรอบๆแล้วอุทานว่า

“เฮ้ย! สนามหลวง ทำไมเรามานอนอยู่ที่นี่”

เสียงร้องของครรชิตปลุกให้ตาดตื่นขึ้นมาด้วย แต่ครรชิตกลับจำเพื่อนใหม่ไม่ได้ เขาตกใจที่เห็นหน้าตาด ร้องเตือนว่าอย่าเข้ามา จะมาปล้นกันหรือเปล่า ตาดส่ายหน้าขำๆบอกว่าถ้าจะปล้น คงทำตั้งแต่บ่ายเมื่อวานแล้ว ครรชิตค่อยใจชื้นสอบถามว่าเจอกันได้อย่างไร ตาดเล่าเรื่องให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบรวมทั้งเรื่องตัวเองตกงานด้วย ครรชิตเห็นความซื่อเลยบอกว่า

“ไม่ตกหรอก นายมีงานทำแล้ว มาเป็นเลขาส่วนตัวของฉันไง ขอบใจมากที่ช่วยดูแล ฉันชื่อครรชิต แล้วนายล่ะ”

“ผมชื่อตาดครับ เจ้านาย”

และแล้วมิตรภาพใหม่ก็เริ่มขึ้น สองคนยิ้มให้กัน เวลาเดียวกันนั้น ที่คฤหาสน์ของตระกูลเทพพิทักษ์ไวพจน์กำลังถูกพระยาเทพพิทักษ์ซักไซ้ไล่เลียงว่า

“ยังไงล่ะ ไอ้น้องชายตัวดีสุดที่รักที่เลวของแก หายหัวไปซุกชายผ้าซิ่นนังผู้หญิงคนไหน บ้านช่องไม่กลับ”

“โธ่! เจ้าคุณพ่อคอยจ้องจับผิดมันตลอดเวลา มันก็จะยิ่งไม่อยากกลับบ้านกลับช่องสิฮะ ตอนนี้เขารักผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง รักมาก ต้องการจะแต่งงานด้วย”

“เรียนจบจากนอก งานการไม่ทำให้เป็นโล้เป็นพาย เห็นผู้หญิงสวยๆก็หูกระดิกทีเดียว คราวนี้ลูกเต้าเหล่าใครกันล่ะ”

“ทิพย์ยุภาครับ เขารักกัน ถ้าเจ้าคุณพ่อไปขอหมั้นเธอและให้แต่งงานกับครรชิต เขาจะได้เป็นหลักเป็นฐานเสียทีครับ”

พระยาเทพพิทักษ์มองหน้าลูกชายคนโตเหมือนไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน ทันใดนั้นมีเสียงรถแล่นเข้ามาในบ้าน

“บ้านฉันเล็กกว่าบ้านสนามหลวงของนายตาดมาก”

“ขอโทษครับ คุณครรชิตสาบานได้ไหมว่าที่

พาผมมานี่คือบ้าน ไม่ใช่ธนาคารหรือสถานที่ราชการอะไรสักอย่าง”

“มันเป็นอะไรก็ช่าง แต่เห็นใหญ่ๆอย่างนี้ไม่อบอุ่นหรอก มันใหญ่เกินไปจนถมความรักความอบอุ่นเท่าไรก็ไม่เต็ม”

พระยาเทพพิทักษ์กับไวพจน์เดินออกมาดูพร้อมกัน เสียงพึมพำจากพระยาว่านั่นไง มันมาแล้วไอ้ตัวดี ก่อนจะถามเสียงเข้มว่าเมื่อคืนไปนอนที่ไหนมา เจ้าตัวดีตอบว่าบ้านเพื่อน พร้อมกับแนะนำเพื่อนให้เจ้าคุณพ่อและพี่ชายรู้จัก นายตาดรีบนั่งลงไหว้เจ้าคุณพ่อด้วยความเกรงในบารมี เสียงพระยาถามอย่างดูแคลนว่า

“สกปรกอย่างนี้น่ะหรือเพื่อนแก บ้านช่องแกอยู่ไหน”

ครรชิตตอบแทนตาดยิ้มๆว่า “สนามหลวง ผมไปนอนมา จริงๆสนุกดีไม่เลว”

พระยาสวนกลับอย่างหงุดหงิด “ฟังมันพูด ดู น้องชายแกมันทำ ไวพจน์ แล้วแบบนี้น่ะหรือแกจะให้พ่อไปขอทิพย์ยุภาให้มัน”

ชื่อนั้นทำให้ครรชิตเหมือนถูกเข็มแทงจี๊ดที่หัวใจ หน้าเครียดขึ้นมาทันที เสียงเข้มอย่างมีอารมณ์ว่า

“ไม่ต้องขอ หยุดพูดที ผมไม่ต้องการฟังเรื่องนี้ ผมไม่แต่งงานกับใครทั้งนั้น”

แล้วครรชิตก็เดินพรวดพราดตรงไปยังตึกเล็กทันที ไวพจน์มองน้องชายอย่างงงๆ ในขณะที่พระยาเทพพิทักษ์โกรธจัดก่นด่าลูกชายว่าใจคอรวนเรเหมือนแม่ไม่มีผิด ครรชิตได้ยินเต็มสองหูก็หยุดชะงัก ยืนนิ่งๆระงับอารมณ์ครู่หนึ่งแล้วสาวเท้าเดินต่อ แม่บ้านชราออกมาต้อนรับอย่างดีใจและรับคำสั่งให้จัดหาที่ทางสำหรับนายตาดเพื่อนใหม่ด้วย

ไวพจน์เดินตามน้องชายมายังตึกเล็กเห็นข้าวของถูกทำลายอยู่บนพื้นเละเทะ เขามองพวกรูปด้วยความงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น ขณะนั้นมีเสียงโครมครามดังมาจากในห้องนอนครรชิต เขาก้าวเข้าไปในห้องนั่งรอให้น้องชายอธิบาย

“ผมรู้อยู่เต็มอกว่าพี่ดี ยิ่งพี่ดีมากเท่าไหร่ ผมก็เลวมากเท่านั้นในสายตาของเจ้าคุณพ่อ ท่านเกลียดผม เพราะคุณพ่อเจ็บใจคุณแม่ที่หนีไปแต่งงานใหม่ คุณแม่ผมผิดนักหรือ ขอบใจพี่มากที่ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น แต่มันไม่มีประโยชน์ ถ้าเจ้าคุณพ่อยังไม่เลิกตอกย้ำด่าผมเรื่องนี้ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน”

“หยุดเรื่องนี้ก่อนเถอะ พี่อยากรู้เรื่องทิพย์ยุภากับนายว่าเกิดอะไรขึ้น”

“เขานอกใจผมไปมีคนใหม่ ผมเกลียดทิพย์ยุภา เกลียดผู้หญิงทุกคน ต่อไปนี้ผมจะซื้อผู้หญิงทุกคนด้วยเงิน”

ooooooo

หลังจากเกิดเรื่องพิพาทด้วยความเข้าใจผิด พิมพาก็หยุดไปทำงานที่บ้านหลังนั้นแต่กลับมาทำขนมหวานขายเองที่บ้านโดยมีโนห์ราเป็นลูกมือคอยช่วยเหลือ สองแม่ลูกทำขนมอย่างมีความสุข โนห์ราบอกแม่ว่า

“การที่แม่ตัดสินใจมานั่งทำขนมเองที่บ้านน่ะดีกว่าไปทำให้คุณยายเป็นไหนๆ ในซอยนั้นมีแต่คนไปเที่ยวผู้หญิงหากินทำให้เกิดความเข้าใจผิดมั่วซั่วไปหมด แถมยังมีไอ้บ้าขี้เมามาหาว่าเราสองคนเป็นอย่างว่าด้วย หนูไม่ชอบใจเลย”

พิมพาพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ลูกสาวพูดเพราะทุกวันนี้เธอรู้สึกดีที่มีรายได้จากการขายขนมและไม่ต้องถูกใครมองให้เกิดความเข้าใจผิดอีก โนห์ราเอาขนมที่แม่ทำไปขายทั้งที่โรงเรียนและร้านใกล้ๆกัน เธอขายของอย่างกระตือรือร้นเพราะรู้ว่ามันทำให้เธอมีรายได้เพียงพอทั้งค่าเรียนและการดำรงชีพ กระทั่งโชคชะตานำพาครรชิตให้กลับมาคลุกคลีในชีวิตอีกครั้ง

ครรชิตเฝ้าวนเวียนมามองหาเด็กสาวคนที่จำหน้าไม่ได้เพียงเพื่อจะขอโทษ แต่ทุกครั้งมีอันทำให้ต้องแคล้วคลาด ยกเว้นวันนี้ เขาเผอิญเจอโนห์รา พอจะสอบถามดันเกิดเรื่องเพราะโนห์ราจำวีรกรรมของเขาได้หมด ไม่ว่าขับเกือบจะชนเธอ หรือกล่าวหาว่าเป็นโสเภณีในขณะที่เมาเหล้า ยังไม่ทันที่จะพูดจบ โนห์รานึกว่าเขาตามมาตอแยอีกก็ตบหน้าฉาดใหญ่และวิ่งหนีไป ครรชิตงงที่ถูกตบกำลังจะวิ่งตามแต่ถูกสกัดจากสมภพจนต้องล่าถอยไป

หลายวันผ่านไป โนห์ราใช้ชีวิตเป็นปกติสุขไม่มีใครมารบกวน ทุกเช้าเธอจะเอาขนมมาส่งตามออเดอร์และมานั่งขายทอฟฟี่ตามซุ้มนั่งต่างๆในโรงเรียน แต่วันนี้โชคไม่เข้าข้าง พวกเกษกนกตามมารังควานจนเกือบจะมีเรื่อง ยังดีที่สมภพกับครูสุนีย์เข้ามาช่วยจึงทำให้ไม่บานปลายกลายเป็นศึกย่อยๆอย่างที่แล้วมา สมภพเตือนให้เธอเลิกสนใจพวกเกษกนกแล้วเอาเวลามาฝึกซ้อมรำเพราะอีกไม่นาน ครูบุนนาคจะคัดตัวรำโนห์ราไปแสดงตามที่สำคัญต่างๆ งานนี้จุดประกายความหวังสำหรับเธอ

ไม่กี่วันถัดมา โนห์ราก็สมหวังได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในนางรำ เธอกลับไปรายงานแม่อย่างภาคภูมิใจ พิมพาบอกกับลูกว่าตนฝันมานานแล้วที่จะได้เห็นลูกสาวรำโนห์รา ในที่สุดฝันก็เป็นจริง โนห์รายิ้มกว้างดีใจแล้วพูดว่า

“หนูดีใจจนพูดไม่ออกเลย หนูต้องซ้อมให้หนักเพื่อทำให้ดีที่สุด ครูบอกว่าใครทำดี นอกจากจะได้แสดงละครแล้ว ยังจะได้ไปรำโชว์ให้ฝรั่งดูตามโรงแรมใหญ่ รำต้อนรับทูตานุทูต และแขกคนสำคัญอื่นๆและอาจได้ไปรำที่เมืองนอกด้วย”

สองแม่ลูกนอนคุยกันอย่างมีความสุข โนห์รานอนฟังแม่เล่านิทานจนหลับ ขณะนั้นเองท่านขุนแอบหนีปรุงจันทร์มาหาพิมพา ทำให้คนบนตึกใหญ่โกรธจัด

“แกดูเอาเถอะนังทอง ฉันเผลอแค่ไปอาบน้ำที่ห้องตัวเองแป๊บเดียว กลับมาคุณพี่หายไปหานังนั่นเสียแล้ว”

“ถ้าอย่างนั้น ต้องเร่งมือค่ะ เก็บนังพิมพาให้เร็ว คงต้องเรียกคุณแสวง พี่ชายคุณมาช่วยวางแผนแล้วมังคะ”

“จะทำซ้ำรอยเดิมนั้นไม่ได้อีก แข่งแขกำลังสงสัยสืบหาตัวคนที่ทำให้แม่ของแกตายอยู่ มันอาจจะโยงไปถึงกันได้”

ooooooo

หลังผิดหวังเรื่องความรักอย่างหนัก ครรชิตเที่ยวหัวราน้ำโดยมีนายตาดเป็นทั้งเลขาคู่ใจและสารถี วันนี้ในงานราตรีสโมสร ครรชิตมาร่วมงานในฐานะหนุ่มโสดที่ไร้พันธนาการทางใจ

สายตาเขามองไปทั่วฟลอร์เต้นรำจนพบกับสาวสวยนางหนึ่งกำลังวาดลวดลายเต้นจังหวะทวิสต์บนเวทีเต้นรำอย่างเมามัน เธอคือพันธุมวดี สาวสังคมผู้เจนประสบการณ์ ระหว่างที่เต้นขยับสะโพกกับเท้าไปมา เธอก็รู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองจึงกวาดสายตาไปบรรจบเข้ากับตาของครรชิตที่มองเหมือนจะกลืนกินเธอให้ได้ เธอแสร้งทำเป็นเต้นๆสักพักก็หยุด แล้วเดินออกนอกฟลอร์ไปนั่งกับเพื่อนๆ พันธุมวดีกระซิบบอกเพื่อนสาว เมื่อเพื่อนมองตามก็กรีดร้องจนคนข้างๆสะดุ้งและบอกว่า

“จะเป็นลม นั่นน่ะ ครรชิต เทพพิทักษ์โยธิน นักเรียนนอกรูปหล่อพ่อรวย เป๋าหนักใจถึง ขับรถสปอร์ตที่มีไม่ถึงสิบคันในประเทศไทยนะยะหล่อน ถ้าเขามองสบตาเธอแบบนี้ มีหวังบุญหล่นทับเท้าบวมแล้วย่ะ”

พันธุมวดีใช้มารยาหญิงแสร้งทำเป็นไปเข้าห้องน้ำ ครรชิตเองก็รู้ทันว่าปลาติดเบ็ดแล้วเดินตามไปทางเดียวกัน ทั้งสองต่างใช้ชั้นเชิงในการล่าเหยื่อ จนกระทั่งครรชิตใช้ไม้ตายแกล้งเดินชนจนพันธุมวดีเซจะล้ม

“เอ่อ...ขอโทษนะครับ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม ผมครรชิต เทพพิทักษ์โยธิน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“พัน...เอ้อ...ดิฉัน พันธุมวดี อิสระภูวนาลภิบาล ยินดีเช่นกันค่ะ”

ครรชิตได้ทีรีบขอเธอเต้นรำ แล้วก็สมใจเพราะพันธุมวดีไม่มีท่าทางอิดออด ทั้งสองวาดลวดลายบนเวทีเป็นสิบเพลงอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ไม่ไกลจากที่นี่ โนห์รากับเพื่อนๆอีก 4 คนรับจ้างโรงแรมหรูให้มาแสดงการร่ายรำโนห์ราต่อหน้าลูกค้าชาวต่างชาติหลายสิบคน เมื่อการแสดงจบลง พวกฝรั่งปรบมือกันเกรียวกราวอย่างถูกใจ มีเสียงชื่นชมไม่ขาดสาย ก่อนพวกโนห์ราจะเดินออกไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ ขณะนั้นเอง ครรชิตกับพันธุมวดีเดินโอบกอดออกมาที่ลานจอดรถเช่นกัน

โนห์ราเห็นคู่ปรับเก่าก็ชะงัก พึมพำว่าอันธพาล ไอ้พวกหยาบคาย ไอ้คนบ้า สมพรได้ยินแว่วๆจึงถามว่าหยุดทำไม พร้อมๆกับสายตาปะทะกับครรชิต เขาจำได้แม่น แต่พันธุมวดีแปลสายตาเหล่านั้นเป็นการสนใจรถแทน จึงถามเชิดๆว่า

“มองอะไร รถสวยอยากนั่งหรือ”

“อยากนั่งรถสวยแล้วเสียหาย ใครจะอยากนั่งไม่ทราบ” โนห์ราสวนกลับทันควัน

ครรชิตชะงักกับเสียงของโนห์รา เขาจำได้แม่นเช่นกันจึงย้อนถามว่าเมื่อวันก่อนตบหน้าตนทำไม โนห์ราไม่ตอบรีบเดินไปขึ้นรถ ในขณะที่พันธุมวดีเกิดอาการหึงหวงฉุดลากเขาให้มาขึ้นรถสปอร์ตของตนแล้วขับออกไป

ที่หน้าโรงเรียนนาฏศิลป์ พิมพามายืนคอยลูกสาวเพื่อรับกลับบ้าน ระหว่างทางโนห์ราเล่าให้แม่ฟังอย่างตื่นเต้นว่าลูกค้าฝรั่งชอบใจและปรบมือให้ตนนานมาก มีบางคนขอถ่ายรูปและมีคนมาติดต่อให้ใส่ชุด

โนห์ราถ่ายรูปเพื่อนำไปทำเป็นโปสเตอร์ แถมยังได้เบี้ยเลี้ยงอีกด้วย โนห์ราส่งเงินให้แม่อย่างภูมิใจ พิมพาปลื้มน้ำตาไหล คืนนั้นก่อนนอน พิมพาร้องไห้นั่งพนมมือหันหน้าไปทางทิศใต้เพื่อขอร้องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ดลใจทิวได้รับรู้ว่าลูกสาวกำลังเจริญรอยตามเขาแล้ว

วันถัดมา ครรชิตกับพันธุมวดีนั่งทานอาหารเช้าด้วยกัน เธอออดอ้อนด้วยมารยาหญิงหลายร้อยเล่มเกวียน

“ทำกับพันถึงขนาดนี้แล้ว พันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนคะ พ่อแม่ของพันจะว่ายังไงคะ ในเมื่อจู่ๆพันหายไปไม่กลับบ้านทั้งคืนแบบนี้ ท่านเล่นงานพันตายแน่”

“เอ...ผมจะทำยังไงดีน้า พ่อแม่พันถึงจะไม่เล่นงานพันตายแน่”

พันธุมวดียิ้มหวานแล้วบอกว่าให้ไปเรียนพ่อแม่ของตนว่าพวกเราจะแต่งงานกัน เท่านี้ก็เรียบร้อย ครรชิตสะดุ้งแล้วเงยหน้ามองตาด เลขาคู่ใจ เพียงครู่เดียวสมุดเช็คพร้อมปากกาก็มาวางตรงหน้า เขาเขียนเช็คให้เธอเป็นจำนวนเงินถึงสองหมื่นบาท พันธุมวดีหยิบมาดูแล้วนิ่วหน้า ครรชิตจึงพูดเสริมว่าเดี๋ยวไปดูแหวนเพชรกันสักวง เพียงเท่านี้หญิงสาวก็พอใจ ตรงกันข้ามกับสีหน้าครรชิตที่ฉายแววดูหมิ่นดูแคลนอย่างเห็นได้ชัด

ที่สตูดิโอถ่ายภาพ โนห์ราถูกจ้างให้มาเป็นนางแบบใส่ชุดโนห์ราเพื่อพิมพ์เป็นโปสเตอร์ติดตามสถานที่ท่องเที่ยวและร้านค้าต่างๆทั่วประเทศ นอกจากนี้ ภาพที่ถ่ายยังถูกตีพิมพ์บนหน้าปกนิตยสารหลายฉบับ ครรชิตบอกไวพจน์พี่ชายอย่างเข่นเขี้ยวเมื่อเห็นภาพนั้นบนหน้าปกนิตยสาร
“นี่ไง ยัยคนนี้ที่ตบหน้าผม ผมยอมไม่ได้ ผมต้องหาคำตอบจากยัยนี่ให้ได้ว่าตบหน้าผมทำไม”

“คนสวยมักจะดุร้าย และนายต้องนึกให้ได้ก่อนว่าทำอะไรเลวร้ายไปมากกว่าโยนกระเป๋าเธอหรือเปล่า”

ครรชิตนิ่งฟังนึกทบทวนเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมาอย่างหนัก แต่นึกเท่าไรก็ยังมืดแปดด้านอยู่

ooooooo

ที่แผงหนังสือภายในเมืองนครศรีธรรมราช ทิวมายืนมองหน้าปกนิตยสารที่มีภาพโปสเตอร์รูปโนห์รา เขาหยิบมาเปิดดูข้างในแล้วตกตะลึง เพราะใต้ภาพที่ข้อความกำกับว่า

“อันสืบเนื่องมาจากโนห์รา อรรถกรคดี ดาวเด่นของวงการนาฏศิลป์ยุคนี้”

ใจของทิวเต้นแรงเมื่อเห็นภาพลูกสาว น้ำตาคลอพูดพึมพำแต่คำว่าโนห์รา...โนห์ราของพ่อ เสียงคนขายสำทับมาว่าเปิดดูแล้วต้องซื้อ ทิวเงยหน้าขึ้นร้องสั่งว่า

“เหมาหมดร้านเลย ขอซื้อโปสเตอร์นั่นด้วยเท่าไหร่ก็จะซื้อ”

คนขายงงเห็นทิวหยิบหนังสือมากอดไว้แนบอกน้ำตาคลอเบ้า ทิวเอาภาพลูกสาวติดไว้ทั่วบ้านที่ซื้อไว้เป็นพยานแห่งความรักของเขากับพิมพา ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น ทิวก็ทนคิดถึงลูกไม่ไหวไปแจ้งข่าวให้สมพรและยายจวงทราบว่าตนจะเข้ากรุงเทพฯในวันพรุ่งนี้

ทุกคนงงว่าอยู่ดีๆจะไปทำไมที่นั่น ทิวอ้างว่าแค่อยากไปเห็นกรุงเทพฯเท่านั้น ส่วนเรื่องการแสดงขอให้พักไว้ก่อน หลังกลับมาจากกรุงเทพฯแล้วค่อยมาคุยกันใหม่ หน้าตาของทิวบ่งบอกถึงความสุขอย่างมาก

เช้าวันรุ่งขึ้น ทิวก้าวขึ้นรถไฟมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯเพื่อไปแอบดูหน้าลูกสาวให้เห็นกับตา เขาพูดกับตัวเองไปตลอดทางว่า “สิ่งที่พ่อคิดว่าสิ้นหวัง กลายเป็นความหวังใหม่ในชีวิตพ่อ ทำให้พ่อมีพลังต่อไปคือโนห์รา”

ทิวมาถึงกรุงเทพฯ ตื่นตาตื่นใจแต่ไม่เท่ากับความรีบร้อนที่จะไปดูโนห์รา เขาถามทางจนทราบว่าโรงละครที่แสดงโนห์ราอยู่ในโรงเรียนนาฏศิลป์ข้างพิพิธภัณฑ์ เมื่อโรงเรียนเลิก ทิวหลบมุม แอบมองเด็กที่เดินออกมาในมือกำรูปโนห์ราที่ได้จากนิตยสารฉบับหนึ่งไว้ เขามองเด็กสลับกับมองรูปจนลายตาไปหมด แต่ไม่เห็นลูกสาวเดินออกมาเสียที

เสียงกลองดังลอยลมออกมา ทิวยืนตัวแข็งฟังเสียงก้าวขาตามเหมือนโดนมนต์สะกดมาหยุดใกล้ห้องซ้อมละคร เขาผิดหวังอีกครั้งเพราะไม่มีใครหน้าตาเหมือนคนในรูปจึงหันกลับแล้วเดินออกไป คลาดกันกับโนห์ราเพียงชั่วเสี้ยววินาที

ที่บ้านขุนอรรถกรคดี ทุกคนกำลังล้อมวงทานอาหารเย็นโดยมีทองกับก่องแก้วมาเสนอหน้ารับใช้ ทันใดนั้นโตนดก็วิ่งพรวดพราดเข้ามารายงานว่า

“น้องชายผมโทรเลขมาบอกว่าแม่ผมป่วยหนักขอรับ ผมต้องรีบกลับบ้านด่วน กระผมขอเบิกเงินเดือนด้วยขอรับ”

“แกพาคุณพ่อไปฉีกหน้าเรื่องสองแม่ลูกนั่น คุณแม่ไม่ไล่ออกก็บุญแล้ว ฉันจึงงดเงินเดือนแกทั้งหมด เข้าใจไหม”

เสียงแข่งแขตวาดดังลั่น โตนดมองหน้าท่านขุนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีเสียงอะไรจากนาย เขาแอบมองแค้นๆก่อนจะถอยออกมาจากห้อง ปรุงจันทร์ส่งเสียงเรียกให้รอ และบอกว่า

“ฉันเปลี่ยนใจไล่แกออกดีกว่า แกมันเป็นส่วนเกินของบ้าน เลี้ยงเสียข้าวสุก ไม่มีแกสักคนประหยัดไปได้อีกเยอะ”

เหมือนฟ้าฟาดมากลางกบาลไอ้โตนด เขายืนตะลึงชั่วครู่แล้วหันกลับไม่ล่ำลา เวลานั้นที่เรือนเล็ก

หลังบ้าน สองคนแม่ลูกกำลังเตรียมของทำขนม มีชื่นมาเป็นลูกมือด้วย เสียงโตนดเรียกเบาๆตรงข้างหน้าต่าง ทุกคนเหลียวขวับไปมอง

“นี่แน่ะ ไอ้คนสารเลว แกมาแอบดูแล้วจะคาบข่าวไปฟ้องท่านขุนกับคุณปรุงล่ะสิ”

โตนดยกมือห้าม หน้าเศร้าเสียงสั่นเครือบอกว่าเปล่า ตนถูกไล่ออกแล้ว ที่มานี่จะมาขอยืมเงินจากเธอพอเป็นค่ารถและค่ายารักษาแม่ ชื่นโวยวายกลับไม่ให้ยืมเงิน ตรงกันข้ามกับพิมพายื่นเงินส่งให้หนึ่งร้อยบาท โตนดตกใจที่พิมพาไม่ถือโทษโกรธเขากลับยังให้เงินช่วยเหลืออีก ชื่นกับโนห์ราจึงจำใจควักเงินคนละห้าสิบบาทให้สมทบด้วย โตนดยกมือไหว้ด้วยความซึ้งใจ น้ำตาคลอเบ้าพูดเตือนว่า

“คุณนายพิมพา สารพัดที่ผมเคยทำระยำอัปรีย์กับคุณและคุณโนห์ราด้วย ผมกราบขอโทษ สักวันจะขอไถ่โทษให้กับคุณทั้งสอง ขอบใจนะชื่น ดูแลตัวเองด้วยทุกคน ที่นี่คือซ่องสุมของอสุรกายจากนรก ระวังเรื่องยาพิษให้ดี อย่าให้มีขึ้นอีก”

ooooooo

ภายในห้องโรงแรมที่พักของทิว เขากางรูปโนห์รามาดูแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“โนห์ราของพ่อ วันนี้ไม่พบ พรุ่งนี้พ่อต้องหาหนูพบแน่ๆ ขอเพียงแค่พ่อได้เห็นหน้าลูกให้ชื่นใจ ถึงตายพ่อก็ยอม”

รุ่งเช้าวันใหม่ ทิวไม่ย่อท้อมายืนแอบมองที่เดิมฝั่งตรงกันข้ามกับโรงเรียน เห็นเด็กนักเรียนเดินมาหน้าตาคล้ายๆกัน เขาพยายามมองแยกแยะสลับก้มลงดูรูป มีรถเมล์ผ่านมาทำให้เกิดลมกระโชก รูปปลิวหวือหลุดมือไป เขาวิ่งตามจนเกือบถูกรถชนแต่รูปก็ปลิวหายไป เวลานั้นโนห์ราเดินอยู่แถวหน้าโรงเรียน มีรูปปลิวมาตกตรงหน้า เธอก้มลงเก็บด้วยความแปลกใจ มองไปรอบๆก็ไม่เห็นว่ามาจากไหน อ่านข้อความเห็นเขียนว่าโนห์รา นางฟ้าน้อยๆ

ประจวบเหมาะกับมีรถเมล์แล่นมาบังสายตาของทิวด้วย ทำให้สองคนพ่อลูกไม่เจอกัน ตกเย็น ทิวยังคงยืนคอยลูกสาวหน้าโรงเรียน มีรถโรงเรียนแล่นผ่านหน้าเขาไป ทิวมัวแต่ชะเง้อมองในโรงเรียนจึงไม่เห็นว่าลูกสาวนั่งอยู่บนรถ ทิวหน้าสลดผิดหวังอีกตามเคย

ตกค่ำวันเดียวกัน ระหว่างทางที่ครรชิตกับพันธุมวดีเดินอยู่ในโรงแรมเพื่อไปยังห้องเต้นรำ สองคนหยุดดูโปสเตอร์โนห์ราติดบนบอร์ด ก่อนจะจำได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ตบหน้าครรชิตและเกือบจะมีเรื่องด้วยเมื่อวันก่อน

พันธุมวดีหัวเราะคิกคัก ทำให้ครรชิตเกิดความหงุดหงิดสะบัดหน้าหนีรีบเดินออกไป ห่างออกไป มีสาวๆอีกกลุ่มยืนซุบซิบอยู่ เยาวมาลย์กับพวกนั่นเอง

“นั่นพันธุมวดีนี่นา ควงหนุ่มสังคมซะด้วย หล่อรวยขนาดนี้ ฉันอยากรู้จักซะแล้วสิ”

เยาวมาลย์เดินยิ้มหวานเข้าไปหาพันธุมวดี แต่ตาสบตากับครรชิตที่มองตอบมาไม่ลดละกัน แค่นี้

พันธุมวดีเกิดความหึงหวงจะดึงครรชิตหนีไป แต่เขากลับยื้อยุดเธอกลับไปชวนสาวกลุ่มนั้นให้ไปร่วมโต๊ะด้วย พันธุมวดีได้แต่ฮึดฮัดอึดอัดใจ ทั้งหมดเข้าไปในห้องสำหรับฟังเพลงและเต้นรำ เสียงเพลงเต้นรำดังกระหึ่ม ตรงกันข้ามกับเพลงช้าในห้องรำไทยที่โนห์รากำลังร่ายรำให้แขกชาวต่างชาติรับชมอยู่

กลุ่มเยาวมาลย์กำลังหาทางแยกครรชิตออกจากพันธุมวดีโดยมีเพื่อนๆเป็นลูกคู่ ไม่นานนักโอกาสก็มาถึงเมื่อเพื่อนของเธอออกกลอุบายพาพันธุมวดีไปห้องน้ำเพื่อเติมแป้งแต่งหน้าใหม่ เมื่อกลับมาที่โต๊ะอีกครั้ง เยาวมาลย์ก็คาบครรชิตออกไปสโลว์ซบกันกลางฟลอร์เรียบร้อย สายตาของพันธุมวดีแทบจะแผดเผาเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากเก็บกิริยาไว้สะสางภายหลัง

ooooooo

หลังเสร็จงาน โนห์ราเดินออกมากับพวกเพื่อนๆ ถือข้าวของเครื่องรำผ่านหน้าครรชิตที่มีทั้งเยาวมาลย์และพันธุมวดีขนาบข้างซ้ายขวา ครรชิตหันมาขอตัวกับหญิงสาวทั้งสองเพื่อจะไปคุยกับโนห์ราอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้ไปก็เกิดศึกชิงตัว

“ไหนบอกว่าจะพาเยาว์ไปกินข้าวต้มรอบดึกไงคะ”

“ผมจะไปกินข้าวต้ม แต่รถมันนั่งได้แค่สองคน เอายังงี้ วันนี้ผมไม่ซื้อคุณพันธุมวดีเพราะผมกำลังสนใจสินค้าตัวใหม่ และกำลังจะต่อรองสนทนาราคา คุณกลับบ้านไปซะ”

พันธุมวดียืนตัวสั่นด้วยความโกรธจัด ส่วนครรชิตหันกลับมาหาเยาวมาลย์แล้วเดินออกไปด้วยกันอย่าง

ผู้ชนะ ตรงทางเดินหน้าโรงแรม ครรชิตวิ่งตามมาจนทัน เขาเดินมาดักหน้าโนห์ราแล้วถามว่าเมื่อวันก่อน ตบหน้าตนทำไม เธอไม่ตอบเดินเบี่ยงจะหลบ ครรชิตดึงไหล่เธอไว้ โนห์ราสะบัดตัวแล้วตบหน้าเขาอีกครั้ง ก่อนจะดึงสมภพให้หนีไปด้วยกัน ครรชิตยืนกุมแก้มพูดไม่ออกเพราะไม่เข้าใจว่าทำไมถึงโดนตบอีกแล้ว

พิมพาไปรับโนห์ราที่ไปรำกลับมา เดินมาตามทางไปบ้านตัวเอง เธอคุยกับแม่ว่าอีกไม่กี่วันจะมีการคัดเลือกตัวนางรำเพื่อไปแสดงที่ซีแอตเติล อเมริกา ตนหวังไว้มาก พิมพาอวยพรลูกให้สมหวัง พลันมีเสียงร้องแหบๆค่อยๆดังมาจากบ้านหลังเล็กอีกหลังที่อยู่บริเวณเดียวกัน สองแม่ลูกเดินเข้าไปก็พบคุณตาวงศ์ พ่อของปรุงจันทร์นอนหมอบพยายามจะใช้มือยันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งแต่ไม่มีแรง สองคนตกใจรีบเข้าไปช่วยพยุง เสียงคุณตาวงศ์ถามด้วยความแปลกใจที่รู้จักตน

“แม่ชื่นเล่าให้ฟังบ่อยๆค่ะ เราอยู่มาเป็นสิบกว่าปีแล้ว แต่ไม่กล้ามายุ่มย่ามตรงนี้ หนูเป็นลูกของคุณพ่อขุนชื่อโนห์รา แล้วนี่แม่ของหนู แม่พิมพาค่ะ”

พิมพาถามด้วยความเป็นห่วงว่าทำไมถึงล้ม

ตาวงศ์เล่าว่าจะหยิบน้ำที่หิ้ง สงสัยจะโดนก่องแก้วกลั่นแกล้งวางไว้เสียสูงเอื้อมไม่ถึง โนห์รารินน้ำให้เขาดื่ม แล้วมองไปรอบห้องที่สกปรกด้วยความสังเวชใจ เธออาสาจะมาช่วยทำความสะอาดให้ ตาวงศ์เลยเตือนเหมือนที่โตนดพูดไว้ให้ระมัดระวังตัว ที่นี่เป็นซ่องสุมของพวกอสุรกาย

ที่บ้านเทพพิทักษ์ ครรชิตเดินโอบเอวเยาวมาลย์ก้าวเข้ามาในบ้านก็พบว่าไวพจน์นั่งรออยู่ พร้อมห่อพัสดุจากอเมริกาวางตรงหน้า น้องชายดึงมาดูแล้วอุทานชื่อทิพย์ยุภา เขาเกิดอาการหงุดหงิดทันทีสั่งตาดให้พาเยาวมาลย์ไปส่งบ้านและจ่ายเช็คให้ด้วย เยาวมาลย์หน้าตึงโกรธจัดด่าครรชิตว่าตนไม่ใช่โสเภณีถึงจะมีค่าตัว ก่อนจะวิ่งร้องไห้ออกไป

ครรชิตแกะห่อพัสดุพบว่ามีรูปทิพย์ยุภาใส่กรอบเรียบร้อยอยู่ในซอง เขาทำท่าจะปาทิ้งแต่ไวพจน์ดึงไว้ เตือนให้อ่านจดหมายเสียก่อน ครรชิตไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะอ่านหยิบส่งให้พี่ชายทำแทน

“ครรชิตที่รัก ทิพย์เสียใจ และขอโทษสำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา ตอนนี้ทิพย์กับอเนกเลิกกันแล้ว เขาเห็นแก่ตัวมากและหนีไปพร้อมกับเงินทองและข้าวของที่หามาด้วยกันทั้งหมด ทิพย์กำลังจะอดตาย ไม่รู้จะหันหน้าไปหาใครนอกจากคุณ ขอให้คิดถึงความรักความสัมพันธ์ครั้งก่อนของเรา ช่วยส่งเงินมาให้ทิพย์หกหมื่นบาทด้วย จะไม่ลืมพระคุณเด็ดขาด”

น้องชายกระชากจดหมายมาขว้างกับพื้น ไวพจน์ถามว่าจะให้เงินตามที่ขอไหม ครรชิตตอบเหี้ยมๆว่าหน้าด้านขอก็หน้าด้านให้ เสียเงินแค่นี้ซื้อความหน้าด้านของผู้หญิงคนหนึ่งสะใจดีมากและไม่แพงเลย ครรชิตแสดงสีหน้าเกลียดผู้หญิง และแล้วใบหน้าโนห์ราก็แว่บเข้ามาในห้วงคิด

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก

"บีม&แพท" เลิฟซีนเร่าร้อน ฉากแบบนี้ของทั้งคู่หาดูยาก
19 พ.ย. 2562
07:15 น.