ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

โนห์รา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1


ณ เวทีการแสดงละครมโนราห์ของโรงเรียนนาฏศิลป์ โนห์ราร่ายรำได้สวยงามมากจนน่าทึ่ง คนอื่นๆต่างมองการรำของเธออย่างชื่นชม เช่นเดียวกับทิพย์ยุภา ครรชิต ไวพจน์ หญิงชายสามคนที่นั่งใกล้ๆพิมพา เสียงทิพย์ยุภาพูดอย่างทึ่งๆ

“ไวพจน์ ครรชิตคะ ดูคนที่เล่นเป็นมโนราห์สิ เก่งมาก สวยมาก ถ้าทิพย์เป็นผู้ชายต้องอยากได้คนนี้มาเป็นคู่รัก ดูนั่นสิคะ มโนราห์ได้ปีกกับหางและกำลังบินหนี”

“ผมไม่ชอบมีคู่รักเป็นผู้หญิงเต้นกินรำกิน หรือว่าพี่ไวพจน์อาจจะชอบ”

ครรชิตพูดอย่างขวางๆ ตรงกันข้ามกับไวพจน์ที่มองนางรำบนเวทีด้วยความสนใจ เขารำพึงว่าสวยมากเหลือเกิน ลูกสาวใครกัน เมื่อฉากการแสดงปิดลงเสียงปรบมือดังเกรียวกราว พิมพาถึงกับร่ำไห้ตื้นตันใจ พยายามกลั้นสะอื้นและปรบมือตามคนอื่นไปด้วย บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุข เสียงชื่นชมยินดีดังทั่วโรงละคร

ด้านหลังเวทีการแสดง โนห์ราถูกห้อมล้อมไปด้วยเพื่อนๆนักแสดงที่เข้ามาแสดงความชื่นชมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมภพ เพื่อนชายที่แอบชอบเธอมานาน ทันใดนั้น เกษกนก คู่ปรับประจำโรงเรียนพูดแย้งว่า

“เก่งจริงหรือว่าประจบสอพลอ เลียแข้งเลียขาครูจนได้ดีกันแน่”

เพื่อนคนอื่นๆต่างส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา ส่วนโนห์รารีบชิงตัดบทขอบใจเพื่อนทุกคนที่ห้อมล้อมและเอาใจช่วย ก่อนจะขอตัวไปกราบคุณครูบุนนาคทันทีเพราะไม่อยากมีเรื่องในวันสำคัญเช่นนี้ ไม่ไกลกันนัก ครูบุนนาคนั่งรอชื่นชมลูกศิษย์สาว เสียงครูดังกังวานก้องว่า

“โนห์ราเป็นเด็กดีมีความสามารถขยันหมั่นเพียรฝึกฝน หนูจะมีวันภาคภูมิใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ฝากบอกแม่ด้วยนะว่าครูขอบใจที่อบรมสั่งสอนหนูให้เป็นเด็กดีและส่งมโนราห์ที่น่าทึ่งมากมาให้ทางโรงเรียนของเรา แม่หนูตั้งชื่อนี้ให้ราวกับจงใจว่าหนูคือมโนราห์กลับชาติมาเกิด ป่านนี้แม่รออยู่แล้ว รีบไปหาแม่ให้ท่านรับขวัญเถิด”

โนห์ราก้มลงกราบน้ำตาซึมด้วยความปลื้มใจที่ได้รับความเมตตาจากครูบุนนาคเสมอมา เธอเดินยิ้มแย้มอิ่มเอมกับความสุขที่ได้รับเพื่อจะไปหาแม่ตามนัดหมาย สมภพรีบมาดักรอขอเดินไปส่งเธอแต่ได้รับการปฏิเสธอย่างนุ่มนวลจนเขาต้องล่าถอย โนห์ราขยับเดินแต่ถูกกลุ่มเกษกนกกลั่นแกล้งให้หกล้มปากแตกเลือดซิบ

เหตุการณ์เหล่านี้อยู่ในสายตาของไวพจน์ เขาวิ่งมาช่วยดึงโนห์ราขึ้นจากพื้นและส่งผ้าเช็ดหน้าใส่มือให้ซับเลือด โนห์ราส่ายหน้าน้ำตาคลอวิ่งหนีไปทันที สมภพร้องเรียกเธออย่างกังวลใจเมื่อเห็นเพื่อนบาดเจ็บ ไวพจน์ทำหน้าสงสัยเมื่อได้ยินชื่อนั้นและถามว่า

“ทำไมเรียกน้องคนนั้นว่าโนห์รา”

“เขาชื่อโนห์ราครับ และแสดงเป็นมโนราห์อีกด้วย แปลกไหมครับ ใครๆที่นี่ยังพูดอีกว่าเขาคือมโนราห์มาเกิดใหม่”

ไวพจน์ฟังคำอธิบายชื่อหญิงสาวแล้วทึ่ง พูดพึมพำว่า “โนห์รา มโนราห์”

ที่ด้านนอกโรงละคร พิมพามีความสุขนั่งรอลูกสาว ไม่นานนักก็ได้ยินเสียงโนห์ราเรียกชื่อเธอมาแต่ไกล สองแม่ลูกกอดกันน้ำตาไหลที่มีวันนี้เพราะอดทนกับความไม่แน่นอนของชีวิตมาตลอด ภาพนั้นทำให้ไวพจน์เกิดความสนใจจนต้องจอดรถแอบมอง พลันพิมพามองเห็นเลือดที่มุมปากของลูกสาวก็ตกใจพูดระรัว

“โนห์ราเป็นอะไร ใครทำลูก มานี่แม่จะเช็ดให้ อ้าว! หนูมีผ้าเช็ดหน้าแล้ว ของใครล่ะลูก”

ขณะนั้นโนห์รามองเห็นไวพจน์พอดีเลยรีบวิ่งเอาผ้าเช็ดหน้ามาคืนและขอบคุณเพราะไม่ได้ใช้ แต่เขากลับตกใจคิดว่าเธอจะมาเอาเรื่องเลยรับผ้าคืนมางงๆก่อนจะขับรถออกไป จากนั้นสองแม่ลูกมารอเรือที่ท่าน้ำ โนห์ราเล่าให้แม่ฟังว่า

“คุณครูบุนนาคกับพวกเพื่อนๆบอกว่า แม่จงใจตั้งชื่อหนูว่าโนห์ราเพื่อจะส่งหนูให้มาเป็นมโนราห์”

“เขาพูดถูกนะลูก แม่ตั้งใจตั้งชื่อนี้เมื่อเห็นหน้าหนูตอนเกิดเลยทีเดียวจ้ะ หนูคือมโนราห์ตัวจริงมาเกิดนะลูก”

โนห์ราไม่เข้าใจ พิมพาพูดแล้วก็ได้แต่น้ำตาไหล ไม่ขยายความอะไรอีก

ooooooo

แข่งแขอยู่ในบ้านกำลังพูดโทรศัพท์กับเกษกนก เพื่อนหญิงอย่างออกรส

“ตายล่ะ เธอน่ะหรือไปดูละครรำ น่าเบื่อจะตายไป อะไรนะ น้องสาวฉันแสดงเป็นมโนราห์ ขอที ทีหลังอย่าพูดว่านังนั่นมันเป็นน้องฉันอีก มันเป็นแค่ลูกนางบำเรอของพ่อฉันต่างหาก คุณพ่อยังไม่รักมันเลย”

พูดพลางเหลือบไปเห็นสองแม่ลูกคู่กรณีเดินเข้าบ้านด้วยหน้าตายิ้มแย้มเบิกบาน แข่งแขรู้สึกหมั่นไส้อิจฉาจนบอกไม่ถูก รีบวางสายกับเพื่อนแล้ววิ่งลงไปข้างล่างเพื่อหาเรื่องเล่นงาน

“หยุดเลย พวกแกไปไหนกันมาน่ะ ทำไม ไม่ทำงานบ้านตามที่คุณแม่สั่งไว้ พื้นบ้านน่ะโสโครกยังกับใครเอาน้ำโคลนไปสาดไว้”

“ก่อนไปฉันทำเสร็จแล้ว แต่หลังจากฉันไป ใครมือบอนเอาโคลนไปสาดพื้นเล่น ฉันไม่ทราบ”

“หล่อนต้องทราบ แม่พิมพา หล่อนจงใจแกล้งทำใช่ไหม หล่อนอิจฉาฉัน ที่ฉันได้อยู่โรงเรียนดีๆกว่าลูกของหล่อน”

พิมพานิ่งไปเพราะคับแค้นใจ โนห์ราฉุดแขนแม่ให้เดินเลี่ยง แต่แข่งแขขวางไว้แล้วขู่ว่า

“แม่พิมพาต้องไปถูบ้านให้ฉันใหม่ ถ้าไม่ทำ ฉันจะฟ้องคุณแม่ว่าหล่อนแกล้งเอาน้ำโคลนไปถูบ้านให้สกปรก”

โนห์ราออกรับแทนแม่ว่าจะไปถูเอง ในขณะที่พิมพามองหน้าลูกสาวอย่างเป็นห่วง

“ไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกจ้ะ หนูช่วยตัวเองได้ แม่กลับไปเรือนเราก่อนเถอะ”

แข่งแขยิ้มอย่างมีเลศนัย กระชากแขนโนห์ราอย่างแรงให้ไปด้วยแต่เธอสะบัด แล้วเดินนำหน้าไปอย่างไม่กลัว เมื่อมาถึงในบ้านก็พบว่าพื้นห้องสะอาดเป็นปกติดี หันกลับไปมองข้างหลังก็พบว่าแข่งแขยืนหัวเราะที่หลอกมาได้ ก่องแก้วสาวใช้ปากดีเชียร์เจ้านายให้เสกห้องสะอาดกลายเป็นห้องสกปรกได้ในพริบตา

และแล้วแข่งแขก็เดินลุยเข้าไปทั้งรองเท้าที่เลอะเทอะ เหยียบย่ำไปทั่ว โนห์ราโกรธและตกใจในความร้ายกาจของแข่งแขแต่ไม่ยอมแพ้ เมื่อก่องแก้วเอาผ้าถูพื้นมายื่นให้อย่างลอยหน้า โนห์ราฉวยผ้านั้นเช็ดลงบนหน้าก่องแก้วอย่างแรง

“หน้ากับใจของเธอสกปรกมากกว่าที่พื้น ฉันขอทำความสะอาดหน้าเธอก่อน”

ก่องแก้วร้องเรียกให้เจ้านายช่วย ก่อนจะกลายเป็นศึกตบตีย่อยๆในที่สุด ท่านขุนกับปรุงจันทร์ได้ยินเสียงโวยวายโครมครามก็มองหน้ากัน ครู่เดียวปรุงจันทร์ก็

จำเสียงลูกสาวได้รีบฉุดแขนท่านขุนให้ไปที่ห้องแข่งแขทันที เหตุการณ์ข้างในห้องยังคงชุลมุนจนท่านขุนต้องตวาดเสียงดังให้ทุกฝ่ายหยุด แข่งแขเห็นโอกาสเอ่ยปากฟ้องทันควัน

“คุณพ่อคุณแม่ขา นังโนห์ราก่อเหตุตบตีแขอีกแล้วค่ะ”

“โนห์รา ทำไมแกบังอาจอย่างนี้” ท่านขุนเดือดดาลใจยิ่งนัก

ทั้งนางทองและก่องแก้วต่างแย่งกันฟ้องเช่นเดียวกัน แต่คำพูดของทั้งคู่ถือเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่คนเดียวจะสามารถทำได้ ชื่นฟังอยู่นานจนทนไม่ได้ต้องพูดแทรกว่า

“ถ้าคุณโนห์ราสามารถถีบหน้าถีบหลัง ตบหน้าได้ในเวลาพร้อมกัน เธอต้องมีสี่มือสี่เท้าแล้วเจ้าค่ะ”

ท่านขุนพยักหน้าเห็นด้วย พอจะรู้ว่าบ่าวทั้งคู่ พยายามช่วยแข่งแข นางทองเห็นท่าทีของนายผู้ชายเช่นนั้น พูดเสี้ยมว่า

“ทำกับนังก่องน่ะไม่ถือว่ามากหรอกค่ะเพราะมันแค่หลานขี้ข้า แต่ตบหน้าคุณแข่งแขที่เป็นลูกนายนี่สิคะ คุณปรุงจันทร์กับท่านขุนว่ามันน้อยนักหรือคะ”

เมื่อแข่งแขพยักหน้าว่าใช่ ปรุงจันทร์เกิดโทสะจริตปราดเข้าไปตบหน้าโนห์ราฉาดใหญ่ เด็กสาวจ้องหน้าคนตบอย่างไม่เกรงกลัว และสวนกลับว่า

“ในศาลเขายังต้องฟังความสองข้าง แต่ที่นี่คงเป็นศาลเตี้ยกระมังคะถึงฟังความข้างเดียว”

ปรุงจันทร์แทบจะกรี๊ดที่เด็กเมื่อวานซืนกล้าต่อปากต่อคำ แข่งแขรีบเร่งรัดให้ท่านขุนทำโทษโนห์รา แต่ทันใดนั้นชื่นยกรองเท้าของแข่งแขชูให้ทุกคนเห็น

ว่ามีโคลนติดอยู่เต็ม และยืนยันว่าเห็นพิมพากวาดถูบ้านเรียบร้อยแล้วแต่แข่งแขเองที่ใช้รองเท้านั่นย่ำโคลนเดินเข้ามาในบ้าน ท่านขุนฟังความแล้วไม่รู้จะตัดสินเช่นไรเลยใช้วิธีไล่โนห์ราให้กลับบ้านทันที

แข่งแขกระทืบเท้าด้วยความขัดใจและปราดไปกระชากไหล่โนห์ราจนเซถลา ท่านขุนเห็นเข้าพอดี

ทำตาเขียวไม่ชอบใจในกิริยานั้น ปรุงจันทร์เห็นท่าไม่ดีกระซิบบอกลูกสาวให้หยุดแล้วปล่อยให้โนห์รา

กลับบ้านไป แข่งแขร้องไห้อ้อนปรุงจันทร์ให้หาทางตัดเงินเพื่อไม่ให้โนห์รามีโอกาสเรียนทัดเทียมกับตน คำพูดนั้นเหมือนทางสว่างสำหรับปรุงจันทร์

ooooooo

ที่นครศรีธรรมราช หลังทิวพ้นโทษออกมาแล้ว เขาบวชเป็นพระเพื่อสงบจิตใจเป็นเวลาหลายปี เมื่อสึกออกมาก็พยายามตั้งคณะโนห์ราขึ้นใหม่เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงคืนมา

แรกๆทิวเกือบจะท้อถอยหมดกำลังใจเพราะไม่ได้รำมานาน ทำให้ลีลาท่าทางร่ายรำไม่คล่องแคล่วเหมือนเมื่อก่อน ยายจวงกับสมพรต้องทั้งปลอบผสมขู่หลายครั้งเพื่อให้เขามีกำลังใจต่อสู้กับความยากลำบาก โดยสมพรพูดเตือนสติว่า

“แกต้องทำได้ ถ้าแกคิดว่าตัวแกแก่ ตัวแกขาดความชำนาญ มันจะทำให้แกหมดความมั่นใจในตัวเอง แกต้องสร้างความมั่นใจให้ตัวเองสิ แกลืมแล้วหรือว่าแกต้องการ อะไร”

ทิวอดทนและพยายามนึกถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้คือการสืบทอดการแสดงโนห์ราจากบรรพบุรุษและการเก็บเงินซื้อกระท่อมร้างให้เป็นมรดกสำหรับพิมพาและโนห์รา ลูกสาวคนเดียวที่เขาคิดถึงมากที่สุด ไม่นานนัก

การซ้อมของทิวก็เปลี่ยนไปเป็นดีขึ้นตามลำดับ

จนกระทั่งมีงานประชันโนห์ราระหว่างทิวกับ

โนห์ราหนูจันที่วัดบุญนารอบ เขาตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นเวทีอีกครั้ง แต่ทว่าจำนวนคนดูโหรงเหรงจนเขาใจเสีย ลูกวงคนหนึ่งพูดเตือนว่า

“อย่าเพิ่งเล่นเลยพี่ทิว สู้เขาไม่ไหวแล้ว”

“มาถึงตอนนี้ ไหวไม่ไหวไม่สำคัญ คำมั่นสัญญามีคุณค่ามากกว่า พี่ต้องเล่นต่อให้จบ ถึงแม้จะไม่มีคนดูสักคนเดียว”

ทิวใช้วิธีถอยกลับมาเริ่มร้องจากด้านในก่อน แนะนำตัวเองแล้วไหว้เทพยดาบนสวรรค์ ไหว้ครูผู้สอน ไหว้เจ้าที่เจ้าทางแล้วเอาเทริดมาสวมหัว ในที่สุดทิวก็ออกไปหน้าเวที ยิ่งรำยิ่งดี วิญญาณโนห์ราทิวคนเดิมเข้าสิง รำไปมองไป เห็นเป็นพิมพาอยู่เบื้องหน้าในหมู่คนดูนั่งแถวหน้ายิ่งเพิ่มกำลังใจให้เขามากขึ้น เพียงไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาดูทิวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงชื่นชมดังมาไม่ขาดสาย เมื่อจบการแสดง ผู้คนปรบมือกันเกรียวกราว

หลังเวที ทิวน้ำตานองหน้ากอดกับสมพรแล้วบอกว่าตนทำสำเร็จโดยนึกถึงพิมพาที่มาดูการแสดงเพื่อให้กำลังใจ มันทำให้ตนผ่านพ้นช่วงเวลาแย่ๆเหล่านั้นมาได้ ในขณะที่ยายจวงฟังแล้วนึกขอบคุณบรรพบุรุษทั้งหลายที่ส่งพลังมาช่วยเหลือลูกหลานจนเอาชนะการประชันได้สำเร็จ

จากนั้นทิวเดินน้ำตาไหลขึ้นไปรับถ้วยรางวัลและเงินจากประธานชูให้คนดู ท่ามกลางเสียงปรบมือที่ดังกึกก้อง

“พิมจ๋า โนห์ราลูกพ่อ พ่อทำสำเร็จ พ่อมีมรดก มีอนุสรณ์ความรักให้สุดที่รักสุดหัวใจของพ่อทั้งสองแล้ว”

วันถัดมา ทิวกำเงินไปหาคุณนายเจ้าของกระท่อม ร้างเพื่อซื้อบ้านและสวนตามที่เคยลั่นวาจาไว้ สมพรมองเพื่อนแล้วปลื้มตาม ก่อนจะถามว่า

“ตอนนี้แกหายโกรธพิมแล้วหรือ”

“ฉันไม่เคยโกรธพิม ความรักของฉันอยู่เหนือความโกรธเสมอ แต่อาจจะมีความน้อยใจ เสียใจบ้าง แกรู้ไหม ถ้าฉันรู้ว่าพิมกับลูกอยู่ที่ไหน ฉันจะไปตามหาพวกเขา ฉันจะเอาสมบัติและเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฉันหาได้ให้โนห์รา ฉันกลัวว่าไอ้ท่านขุนมันจะทิ้งขว้างพิมกับ
โนห์ราให้ตกระกำลำบากเพราะมันรู้อยู่เต็มอกว่าโนห์ราคือลูกของฉัน”

ทิวนั่งมองโฉนดที่ดินและเงินที่เหลือด้วยความหม่นหมองเพราะคิดถึงทั้งพิมพาและลูกสาว

ooooooo

หลังเกิดศึกใหญ่ปะทะกันระหว่างแข่งแขกับโนห์รา ตกดึกวันเดียวกัน ท่านขุนถูกพิมพาตั้งคำถามด้วยความน้อยใจว่า

“ดิฉันอยากจะถามท่านมานานแล้วว่าดิฉันอยู่ที่นี่ฐานะคนใช้ใช่ไหมคะ”

“ไม่จริงหรอก เธอจดทะเบียนสมรสกับฉัน เธอก็ต้องอยู่ในฐานะเมีย ที่ฉันไม่ได้เคี่ยวเข็ญให้เธออยู่บนตึกก็เพราะเธออยากอยู่ที่นี่ ทีแรกฉันตั้งใจจะปลูกบ้านให้เธอใหม่แต่ฐานะของฉันมันตกต่ำลงก็เลยยังทำไม่ได้ ขอให้ทนไปก่อนนะ”

“ดิฉันน่ะทนได้แต่โนห์รา ถึงท่านจะไม่รักแกดิฉันก็ไม่ว่า แต่ท่านเคยรับปากว่าจะส่งเสียแก ท่านก็ไม่ส่ง ตอนนี้ดิฉันขายของและใช้เงินเก็บจนหมดแล้วเพื่อส่งแกเรียน เงินเดือนสามร้อยบาท คุณปรุงจันทร์ก็ยกเลิกไม่ให้ดิฉัน”

ท่านขุนฟังแล้วเหมือนน้ำท่วมปาก ทราบดีว่าปรุงจันทร์ต้องกลั่นแกล้งพิมพาโดยใช้วิธีนี้ แต่ตนเองก็ไม่มีทางแก้ไขที่ดีกว่านี้เลยรีบตัดบทแสร้งพูดเรื่องอื่นแล้วผลุนผลันออกจากเรือนไป พฤติกรรมนี้อยู่ในสายตาของนางทองเสมอเพราะปรุงจันทร์สั่งให้แอบติดตามและรายงานให้ทราบอยู่ตลอด

เช้ามืดวันต่อมา พิมพาต้องน้ำตาหยดสะท้อนใจที่ไม่สามารถโน้มน้าวให้ท่านขุนจุนเจือเรื่องเงินได้ เธอหยิบเงินจากชายพกซึ่งมีพอแค่ค่าเรือเท่านั้น โนห์ราเห็นเช่นนั้น รีบบอกแม่ว่านิดเดียวก็พอแล้ว ถ้าไม่มีเงินพอสำหรับซื้อของอย่างอื่นตนก็ไม่เอา พิมพากอดลูกสาวอย่างตื้นตันใจ สัญญากับตัวเองในใจว่า

“พี่ทิวจ๋า ลูกเรียนจบเมื่อไหร่ พิมจะพาลูกกลับไปบ้านเรา แม้ว่าพี่จะไม่รักพิมแล้ว พิมก็จะกลับบ้าน”

สายๆวันเดียวกัน ระหว่างที่พิมพากำลังเก็บพืชผักสวนครัวและตัดดอกไม้ ปรุงจันทร์กับทองก็หาเรื่องมาระรานเธออีก พิมพาทำใจกล้าสอบถามเรื่องเงินเดือน พอรู้ว่าไม่ได้ก็ไม่สนใจจะต่อกรด้วย รีบเดินหนีเข้าบ้านไป พิมพาใจหายนึกถึงค่าขนมค่าเรียนของลูกทำให้ตัดสินใจนำผักและดอกไม้ไปตั้งวางขายหาเงินที่ตลาดใกล้บ้าน

ไม่นานนักก็มีคุณป้าคนหนึ่งแต่งตัวสวยมาซื้อ พิมพาใช้กลยุทธ์ขายเหมาเพื่อขายให้ได้ไวๆ ทำให้ป้าคนซื้อเกิดความสนใจสอบถามว่ามีขายทุกวันหรือไม่ พิมพาบอกไปตรงๆว่ามาขายเป็นวันแรกเพราะอยากได้เงินและกำลังหางานทำอยู่ โชคดีที่ป้ากำลังมองหาคนทำงานด้วย จึงนัดไปเจอกันที่บ้านแถวซอยโรงหนังในวันถัดไป พิมพายกมือไหว้ขอบคุณอย่างดีใจจนแทบกระโดดตัวลอย เสียงป้าถามอย่างแปลกใจที่พิมพาไม่สงสัยหรือสอบถามสักคำว่าจะให้ทำงานอะไร เธอจึงบอกว่า

“บุคลิกคุณป้า ธรรมะธัมโม หนูไม่ต้องถามหรอกค่ะ เพราะหนูไม่เลือกงานค่ะ ขอเพียงเป็นงานสุจริตเท่านั้นค่ะ”

“ฉลาดพูดนะหนู เอาเถิด ไปถึงบ้านป้าแล้วหนูก็จะรู้เอง รับรองว่างานสุจริตแน่”

เวลาเดียวกันนั้น โนห์ราถูกครูสุนีย์เรียกเข้าพบเพื่อแจ้งว่าเหลือเวลาอีกเจ็ดวันเท่านั้นที่จะต้องหาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียน ถ้าไม่จ่าย เธอต้องหยุดเรียนแม้ว่าจะเป็นเด็กดีและเรียนเก่งแค่ไหน มันเป็นระเบียบที่วางไว้ของโรงเรียน โนห์รารับทราบเรื่องด้วยความเสียใจ ไม่มีข้อโต้แย้ง

ที่นอกห้อง พวกเกษกนกแอบฟังอย่างสอดรู้สอดเห็น เมื่อจับความได้ก็หัวเราะสะใจที่คู่ปรับไม่มีเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียนและเยาะเย้ยซ้ำว่า

“มันต้องหยุดเรียน สมน้ำหน้า นังมโนราห์ปีกหัก บินต่อไม่ได้”

กระทั่งโนห์ราเดินออกมา เกษกนกได้ทีพูดลอยๆใส่ทันที

“เฮ้อ! คนเราไม่รู้จักตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเอง ไม่มีปัญญาแล้วยังจะมาเรียนหนังสืออีก จนแล้วไม่เจียม”

พวกเกษกนกต่างหัวเราะด้วยความลำพองใจ โดยไม่รู้ว่าครูสุนีย์มายืนข้างหลังและได้ยินทุกสิ่งแล้ว เสียงครูดังขึ้นว่า

“พวกเธอบ้าจี้หรือไง อยากหัวเราะมาก เดี๋ยวครูจะให้พวกเธอไปยืนหัวเราะครึ่งชั่วโมงหน้าตึกไม่ต้องหยุดดีไหม โบราณว่าคนล้มอย่าข้าม คนหัวเราะ ทีหลังดังกว่าจำไว้ ความดีมีที่ใจไม่ใช่ที่เงิน”

โนห์ราเดินจิตใจห่อเหี่ยวกลับไปบ้านอย่างน่าสงสาร เพราะไม่รู้ว่าแม่จะมีเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียนหรือไม่ ฟากพิมพาไปหาคุณป้าตามนัด แต่ถิ่นนั้นเต็มไปด้วยผู้หญิงหากินทั้งสองฝั่ง เธอทำเป็นไม่สนใจก้มหน้าก้มตาเดินเข้าบ้านไปทำงานอย่างเงียบๆ

ooooooo

เวลาผ่านไปเจ็ดวัน โนห์รายิ่งกระวนกระวายใจมากขึ้น เสียงของครูคอยย้ำเตือนอยู่ในสมองให้เอาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียน คิดแล้วเธอได้แต่น้ำตาตกในหุงหาอาหารคอยแม่อย่างใจลอย

“เจ็ดวันแล้ว พรุ่งนี้เราจะไม่มีโอกาสเรียนหนังสืออีกต่อไปแล้ว”

ขณะที่อีกมุมหนึ่งของบ้านขุนอรรถกรคดี แข่งแขกำลังเล่าให้ปรุงจันทร์ฟังเรื่องโนห์ราไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียน ทำให้ไปโรงเรียนไม่ได้อีกสมใจเธอยิ่งนัก ปรุงจันทร์ฟังแล้วสะใจ แต่ขณะเดียวกันก็ห่วงลูกสาวตนเองจึงเตือนว่า

“ว่าแต่หนูเถอะแข่งแข หนูสอบตกเรียนซ้ำชั้นมาปีครึ่งแล้วนะ ถ้าหนูสอบตกสิ้นปีนี้อีกก็จะไม่มีที่เรียนเหมือนกัน ไม่ใช่เพราะจนเงิน แต่จนสมองเรียนไม่ดี”

แข่งแขไม่อนาทรร้อนใจกับคำเตือนนั้นเพราะเธอมั่นใจว่าพ่อแม่มีมรดกให้ใช้ไปอีกนาน หรือไม่ก็หาผู้ชายรวยมาแต่งงานด้วย ปรุงจันทร์ฟังอย่างอ่อนใจ ระอากับความรั้นของลูกสาว

ตกค่ำวันเดียวกัน พิมพาเหนื่อยล้าจากการทำงาน เมื่อถึงบ้านก็ร้องเรียกหาลูกสาว ทั่วทั้งบ้านมีแต่ความเงียบและพบแต่สำรับอาหารจัดวางไว้บนโต๊ะ เธอยิ้มปลื้มใจที่ลูกเป็นเด็กดี ทันใดนั้นมีเสียงสะอื้นลอยมาตามลม พิมพาจำได้ว่าเป็นเสียงของโนห์รา เธอรีบเดินตามหาจนพบลูกสาวนั่งร้องไห้อยู่หลังบ้าน จึงถามว่าร้องไห้ด้วยเรื่องอะไรกัน โนห์รามองแม่ตาแดง

“คุณครูเรียกหนูไปพบเมื่อเจ็ดวันก่อน เรื่องเงินค่าบำรุง ค่าอะไรๆที่หนูติดค้างไว้ยังไม่ได้จ่าย มันหมดเวลาวันนี้แล้วจ้ะ แม่พิมจ๋า พรุ่งนี้หนูไปโรงเรียนไม่ได้แล้วจ้ะ”

“ได้สิจ๊ะลูกรัก ไม่ต้องร้องไห้หรอกลูก แม่หาเงินให้หนูได้แล้วจ้ะ”

พิมพาส่งเงินให้จำนวนหนึ่งแล้วกอดปลอบขวัญลูกสาว โนห์ราแปลกใจที่แม่มีเงินให้ขยับจะถาม แต่ถูกพิมพาปรามว่า “ไม่ต้องถามหรอกจ้ะ มันเป็นหยาดเหงื่อของแม่เอง แม่ไม่ได้ขโมยไม่ได้ยืมใครมาทั้งนั้น เงินบริสุทธิ์แน่นอนจ้ะ”

ทั้งคู่ต่างยิ้มให้กันอย่างมีความสุข ร่วมโต๊ะทานข้าวตามประสาแม่ลูก ที่นอกบ้าน นังก่องแก้วแอบมาสอดแนมแต่ไม่ระวังสะดุดกระถางต้นไม้จนล้มฟาดพื้น สองแม่ลูกหันไปมองแล้วสบตากันอย่างรู้ทันว่าเป็นใคร ก่อนโนห์ราจะเหน็บให้นังก่องแก้วได้อาย แต่คนหน้าหนาเยี่ยงนี้มีหรือจะยอมง่ายๆ มันพูดแถว่าแค่มาหาสะระแหน่เท่านั้น ไม่ได้มาสาระแนเรื่องใคร

ก่องแก้วกลับมารายงานเรื่องที่ได้ยินให้แข่งแขและปรุงจันทร์ทราบ ทำให้ทอง ต้นห้องคนสนิทของปรุงจันทร์ถูกตำหนิว่าเหตุใดจึงไม่รู้เรื่องนี้ ทองตอบกลับนิ่งๆว่า

“ก็พอรู้ค่ะ แต่ไม่รู้ขนาดว่ามันออกไปทุกวัน แล้วดันมีเงินมาให้ค่าเล่าเรียนลูก แบบนี้คงไม่แคล้วไปขายตัวมังคะ”

“ใช่แน่ๆเลย ตอนที่มันกลับมา หนูเห็นโทรม หมดแรงมาทุกวันทีเดียวค่ะ” ก่องแก้วพูดเสริมอย่างมั่นใจ

เจ้านายทั้งคู่ตาวาวที่เห็นทางจะเฉดหัวพิมพาและโนห์ราออกจากบ้าน ปรุงจันทร์หมายมั่นให้ท่านขุนเห็นพฤติกรรมของพิมพาด้วยตาตัวเองว่าเป็นผู้หญิงขายตัว ทั้งนายและบ่าวยิ้มให้แก่กันด้วยความสะใจ

ooooooo

วันถัดมา พิมพาเร่งทำงานในตึกใหญ่จนเสร็จเรียบร้อย แล้วเดินมาบอกลูกสาวว่าเธอจะไปทำงาน โนห์ราเงยหน้าจากการท่องหนังสือตอบว่าวันนี้จะอ่านหนังสือสอบแต่สัญญาจะไม่หุงข้าวแฉะและรอแม่กลับมาทานด้วยกัน พิมพายิ้มปลื้ม

ระหว่างทางไปทำงานแถวบางลำพู ความซวยก็บังเกิดแก่พิมพา เมื่อสุดากับหนุ่ย เพื่อนหญิงชายของแข่งแขเผอิญผ่านมาแถวนั้นและมองเห็นพิมพาเดินเข้าตรอกที่คนส่วนใหญ่รู้ดีว่าเป็นถิ่นของผู้หญิงหากินทั้งนั้น สองคนซุบซิบนินทาอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจไปหาแข่งแขที่บ้าน

“ขอบใจพวกเธอมากที่มาบอกฉันเรื่องนางบำเรอคุณพ่อ”

“แล้วพาเรามาที่สวนดอกไม้นี่ทำไม อยากได้จัง”

“อยากได้แล้วจะรออะไร ตะลุยเข้าไปขุดรากถอน โคนโยนทิ้งแล้วกระทืบให้แหลกลาญ เพราะว่ามันคือดอกไม้ของนางบำเรอ แม่ของนังโนห์รา ไม่มีคุณค่าพอที่พวกเธอจะเอาไปปักแจกันหรอกจ้ะ”

แข่งแขกระซิบกระซาบกับเพื่อนแล้วก็ตะลุยเข้าไป ดอกไม้ถูกพวกแข่งแขบุกมาหักทำลายเหยียบย่ำกันสนุกสนาน ขณะนั้นโนห์รากำลังท่องหนังสือและฝึกร้องรำละครอยู่ในบ้าน เสียงกรี๊ดกร๊าดของพวกแข่งแขทำให้เธอโผล่ไปมองตรงหน้าต่างเห็นดอกไม้ต่างๆในสวนถูกทำลาย โนห์รารีบออกไปทันที

“ตายแล้ว หยุดนะ พวกเธอมาทำลายดอกไม้ของฉันทำไม”

ทุกคนหยุดมองมาที่โนห์รา หัวเราะแต่ไม่หยุดหักดอกไม้ เสียงพวกแข่งแขเซ็งแซ่ สุดาเริ่มพูดยั่วว่า

“นี่น่ะหรือคือนางมโนราห์ที่เธอไม่ยอมรับเป็นน้อง เพราะอะไรนะ แข่งแขพูดให้มันถนัดๆอีกทีสิ มันสวยกว่าแหงๆ”

“ไม่ใช่ย่ะ แม่มันเป็นนางบำเรอของพ่อฉัน อย่างที่บอก แถมใช่ลูกคุณพ่อจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ ติดท้องมาหรือเปล่านะ”

พวกเพื่อนแข่งแขหัวเราะเฮฮาชอบใจ ในขณะที่โนห์ราโกรธจัด ตวาดกลับไปว่าอย่ามาดูถูกแม่ของตน แต่แข่งแขเครื่องติดเสียแล้วพูดส่อเสียดซ้ำโดยไม่สนใจคำเตือนนั่น แถมยังท้าให้โนห์ราไปตามพิมพาออกมาไล่พวกเธอ หนุ่ยและสุดาพูดเย้ยว่าทั้งคู่เจอแม่ของโนห์ราเดินเข้าตรอกแถวบางลำภูที่มีแต่บ้านอย่างว่า...แข่งแขแทรกทันทีว่า

“บ้านอย่างว่าน่ะ บ้านผู้หญิงหากิน กุ๋ยๆ นังโนห์รา แม่แกไปทำงานนอนกับผู้ชาย”

ความอดทนของโนห์รามาถึงจุดสิ้นสุดทันที ไม้ท่อนหนึ่งไม่ใหญ่นักถูกเขวี้ยงใส่หน้าคนทั้งสาม ด้วยความตกใจ ความเงียบเข้าปกคลุมอยู่ชั่วขณะ แข่งแขเอามือแตะหน้าผากก็พบเลือดติดมาที่นิ้ว เธอตกใจแทบสิ้นสติ และแล้วเสียงกรีดร้องก็ดังลั่นบ้านทันที แข่งแขตะโกนขอความช่วยเหลือเต้นเร่าๆอย่างเคียดแค้น

“เลือด! ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! อีโนห์ราจะฆ่าแขแล้ว”

พวกคนรับใช้ที่อยู่ในครัวได้ยินต่างวิ่งถลาออกมาทันที ประจวบกับเวลานั้นรถของท่านขุนมาถึงบ้านพอดี โตนดลงมาเปิดประตูให้ท่านขุนกับปรุงจันทร์ก็ได้ยินเสียงร้องของพวกแข่งแข

“นั่นมันเสียงแข่งแข ตายแล้ว คุณพี่คะไปดูกันค่ะ”

โนห์รายืนมองคนทั้งสามร้องตะโกนอย่างไม่คิดชีวิต เธอตกใจแต่ก็สู้ตาย ยิ่งได้ยินแข่งแขพูดว่าพิมพาเป็นแค่โสเภณี โนห์ราไม่สนใจอะไรแล้วกระโดดพุ่งเข้าใส่พร้อมไม้กระบองในมือ ทันใดนั้นพวกท่านขุนและคนรับใช้ก็วิ่งมาถึง แข่งแขถลาเข้าไปกอดปรุงจันทร์และร้องไห้โฮฟ้องว่าจะถูกโนห์ราทำร้ายฆ่าให้ตาย โนห์ราตอบโต้อย่างสุดทนว่า

“หนูไม่ผิด พวกนี้มาด่าแม่หนูแรงๆใครจะทนได้”

ปรุงจันทร์สั่งให้นางทองไปเอาไม้ที่อยู่ในมือโนห์ราส่งให้ท่านขุนเพื่อชำระโทษ ทองรีบทำตามคำสั่งอย่างทันควัน ท่านขุนก้าวสามขุมเข้าหาโนห์รา เวลานั้นหญิงสาวพยายามจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมด แต่ท่านขุนโกรธจนเลือดขึ้นหน้า

“ไม่ฟัง อีลูกชู้ แกคือตัวแทนของไอ้ทิว ฉันทนเห็นแกไม่ได้”

พูดขาดคำ ท่านขุนก็ฟาดไม่ยั้งและไม่มองด้วยว่าตรงไหนเป็นตรงไหนจนเนื้อแตกเลือดไหลมากกว่าแข่งแข ชื่นถลาจะเข้าไปช่วยแต่ถูกทองกระชากไว้ โนห์ราพยายามวิงวอนให้ท่านขุนฟังเธอ กลับถูกเขาตวาดว่า

“หุบปาก! แกมันอวดดีเกินไปแล้ว แกเป็นใครกำแหงมาทำร้ายลูกฉัน”

“หนูเป็นลูกคุณพ่อเหมือนกัน แต่...ทำไม...ทำไม...”

ทุกคนงงกับคำพูดที่ท่านขุนหลุดปากออกมา ได้แต่มองหน้ากันไปมา เวลานี้ท่านขุนขาดสติมีแต่อารมณ์โมโหเงื้อไม้ขึ้นจะฟาดอีก ประจวบเหมาะกับพิมพากลับมาถึงบ้านพอดี เธอได้ยินเสียงลูกสาวร้องครางเจ็บปวดก็รีบวิ่งตามเสียงไปทันที เพียงไม่กี่อึดใจ พิมพาก็เห็นภาพที่ท่านขุนกำลังจะทำร้ายโนห์รา เธอถลาเอาตัวเข้าขวางแต่สามียั้งไม่ทันแล้ว ฟาดไม้ลงบนตัวเธออย่างรุนแรง แม้ว่าจะเจ็บแต่เธอก็กลั้นไว้ไม่ปริปากร้อง เสียงสามีตวาดอย่างหัวเสีย

“มาขวางเอาไว้ทำไมพิมพา ลุกไปนะ ลูกของเธอมันเลวมาก”

“หนูปกป้องชื่อเสียงของแม่ แม่จ๋า หนูไม่ผิด...หนูไม่ผิด”

แล้วเธอก็สลบไปในอ้อมกอดของแม่ พิมพาตาวาวมองทุกคนรอบตัวเหมือนแม่เสือพร้อมสู้เพื่อปกป้องลูกสาว ท่านขุนหลบตาร้อนตัวเพราะทำรุนแรงเกินไป

“ลูกฉันสลบแล้ว ถ้ายังตีไม่สาแก่ใจก็เชิญตีให้ตายไปทั้งคู่ก็ได้ แล้วจะได้รู้กันว่าผู้ดีตีลูกเมียตายไม่ต้องติดคุกมีไหม”

“นี่ฉันไม่อยากจะลงโทษโนห์ราหรอก แต่โบราณว่ารักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ไม่ตีซะบ้าง อีกหน่อยเด็กคนนี้จะกลายเป็นฆาตกรเที่ยวเอาไม้ไล่ตีคน กระทั่งลูกแขหัวแตกเห็นๆ”

พิมพาจ้องหน้าปรุงจันทร์และท่านขุนอย่างเอาเรื่องพร้อมกับถามว่า

“ที่เอ่ยอ้างกันมาสารพัดนี่ท่านขุนเห็นกับตาหรือว่าฟังเขาบอกไม่ทราบคะ ท่านเป็นถึงทนายนะคะ ลูกดิฉันเนื้อแตกทั่วตัวถึงขั้นสลบความยุติธรรมอยู่ที่ไหนไม่ทราบ ท่านเคยให้ความยุติธรรมกับฉันแค่ไหนตั้งแต่วันแรกที่เราพบกัน”

ท่านขุนเหวี่ยงไม้ทิ้งอ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบคำถามของภรรยาอย่างไรดี ก่อนจะสั่งให้ชื่นเข้าช่วยพิมพานำตัวโนห์ราเข้าบ้านไปเสีย พิมพาและชื่นช่วยกันแบกโนห์ราเข้าบ้าน พอท่านขุนขยับจะตามก็ถูกปรุงจันทร์ถลึงตาเข้าใส่แล้วบอกให้มาดูแลแข่งแขดีกว่า การปฐมพยาบาลเต็มไปด้วยความโกลาหล ท้ายที่สุดเรื่องก็จบลงที่ปรุงจันทร์พาลูกสาวเข้าไปนอนพักในห้อง

ขุนอรรถกรคดีถอนใจหนักหน่วงที่มีแต่เรื่องปวดหัวเกิดขึ้นทุกวัน กำลังจะหันไปคุยกับโตนดคนสนิทเพื่อปรับทุกข์ก็ถูกปรุงจันทร์ตามมาลากตัวให้เข้าไปดูแข่งแขแทน ส่วนชื่นกับพิมพากำลังช่วยกันทำแผลและปฐม พยาบาลโนห์ราที่ยังคงไม่ได้สติ ชื่นแค้นแทนพิมพามากจึงเผลอพูดเตือนว่า

“คุณแขน่ะถูกคุณปรุงให้ท้ายจนกลายเป็นเด็กพูดจาโกหกหยาบคายยิ่งกว่ากุ๊ย จิกหัวเรียกคนยังกับทาส ที่สำคัญควรจะระวังนะคะคือนิสัยริษยาอาฆาตใส่ร้ายคนอื่นเหมือนกับคุณปรุงจันทร์มาก ก็ดูอย่างคุณวันดีเมียคนแรกของท่านขุนสิคะ พี่น้องกันแท้ๆยังถูกวางยาพิษ”

พิมพามัวแต่ห่วงลูกเลยฟังแค่ผ่านๆไม่ได้สนใจในคำพูดของชื่นอย่างจริงจัง เธอนั่งลูบคลำลูกที่นอนหลับตาสะอื้นไห้เป็นระยะ ชื่นขอตัวไปเอายาที่ตึกใหญ่ก่อนจะวิ่งเหนื่อยหอบกลับมาส่งยาให้ เวลาเดียวกันนั้น แข่งแขกับก่องแก้วกำลังสงสัยคำพูดของท่านขุนที่ด่าโนห์ราเหมือนไม่ใช่ลูกแท้ๆ เพียงครู่เดียว แข่งแขก็ทำตาโตเมื่อคิดได้ว่าโนห์ราอาจกลายเป็นนางบำเรอของท่านขุนได้อีกคน ปรุงจันทร์อึ้งกับความคิดนี้ เธอนิ่งเงียบครุ่นคิดหาวิธีตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม

ooooooo

คืนเดียวกันนั้น ปรุงจันทร์เริ่มแผนออดอ้อนท่านขุน แล้วพูดเสี้ยมว่า

“ใจคอคุณพี่ขุนจะปล่อยให้แม่พิมพามันแอบหลบไปจากบ้านทุกเช้า แล้วกลับมาตอนเย็นๆทุกวันแบบนี้โดยไม่สนใจไยดีว่ามันจะแอบไปสวมเขาให้คุณพี่หรือคะ ทีนี้ล่ะก็เอาปี๊บคลุมหัวเดินกันทั้งบ้านทีเดียว”

“พี่จะให้ไอ้โตนดไปลองสืบดู เอ้อ...เรื่องเงินสามร้อยนั่น คุณปรุงให้เขาแล้วใช่ไหม”

“ดิฉันให้มันสามร้อยตามที่คุณพี่สั่งแต่มันไม่เอานะคะ ดิฉันก็จนปัญญา คิดดูสิคะ เงินตั้งสามร้อยไม่ใช่น้อย มันไม่เอา ประหลาด แต่มีเงินให้ลูกเรียนและใช้ไม่เดือดร้อนแปลว่ามันมีทางหาเงินได้สบายๆ”

ท่านขุนฟังแล้วคิดตามพยักหน้าเห็นด้วย ปรุงจันทร์ต่อว่าที่ท่านขุนทำท่าเกรงใจพิมพา แม้จะบอกว่ามันไปขายตัวก็ยังเฉย ฟังมาถึงตอนนี้ ท่านขุนจำใจต้องบอกความลับที่เก็บไว้เกี่ยวกับพิมพา

“พี่น่ะหอบหิ้วเอาพวกมันมาถึงนี่เพื่อแก้แค้นและให้มันตกนรกทั้งเป็น นังเด็กโนห์รามันไม่ใช่ลูกของพี่ พิมพาท้องกับคนอื่นแล้วมาหลอกว่าเป็นลูกพี่ พี่ถึงยอมแต่งงานด้วยแล้วทำลายชีวิตทั้งคู่ให้ต้องพลัดพรากจากกัน ส่วนไอ้ชู้นั่นติดคุก”

ปรุงจันทร์ฟังเรื่องราวนั่นด้วยความประหลาดใจ สัญชาตญาณของผู้หญิงบอกว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ แต่ยังไม่ถึงเวลาเซ้าซี้หาข้อมูลเพิ่มจากท่านขุน ห่างออกไปที่บ้านพิมพา โนห์รานอนดิ้นทุรนทุรายละเมอครางตัดพ้อที่พ่อเกลียดตน ทุบตีทำร้ายเหมือนไม่ใช่ลูก พิมพาใจจะขาดเมื่อได้ยินสิ่งที่ลูกละเมอ สุดจะทนฟังจึงส่ายหน้าร้องไห้

รุ่งเช้าขณะที่ชื่นกำลังค้นหายาเพื่อเอาไปให้โนห์ราทาน ปรุงจันทร์ออกมาเห็นก็แหวเข้าใส่

“นังชื่น แกขโมยยาไปทำอะไร แกมันเห็นคนอื่นดีกว่านาย แต่ความจริงแกจะเอาไปให้มันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่นา เกิดไม่ได้ยา เดี๋ยวมันก็มาตายคาบ้านนี้หรอก”

ชื่นแปลกใจในท่าทีของปรุงจันทร์ที่หยิบยาส่งให้แต่โดยดี พอจะเดินไปแข่งแขเรียกให้ไปเอาชุดมารีด ชื่นวางซองยาแล้วเดินขึ้นไปยังห้องข้างบน แข่งแขหัวเราะคิกคักกับปรุงจันทร์และเปลี่ยนซองยาอีกซองวางไว้แทน เสียงแข่งแขถาม

“หลับไม่ตื่นแน่นะคะ”

“ฟื้นไม่มีแน่นอน” ปรุงจันทร์ตอบเสียงเหี้ยม

ชื่นแอบมองสองแม่ลูกกระทำการนั่น เธอคาดไม่ถึงว่าทั้งคู่จะใจร้ายขนาดนี้ แข่งแขยิ้มสะใจเมื่อนึกถึงว่าอีกไม่นานโนห์ราจะมีสภาพเดียวกับลูกหมาลูกแมวที่เคยถูกเธอยัดยานี้ให้กิน มันตายอย่างทรมานและเธอโยนลงน้ำทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนปรุงจันทร์กลับนึกถึงตอนที่เธอแอบเอายาพิษใส่ในอาหารให้วันดี พี่สาวกินจนตายอย่างทรมานเช่นกัน

จากนั้นชื่นนำยามาให้โนห์ราในขณะที่กำลังรับประทานอาหารเช้า เมื่อเห็นโนห์รามองพิจารณา ชื่นรีบบอกว่า

“ยาดีค่ะ เห็นไหมคะกินเมื่อสองวันก่อน วันนี้ดีขึ้นเยอะแล้ว กินวันนี้ พรุ่งนี้ไปรำละครปร๋อเลยค่ะ”

โนห์ราหยิบยาเข้าปากแล้วดื่มน้ำตามอย่างว่าง่าย ชื่นยิ้มดีใจ...

ooooooo

หลังจากดูแลป้อนข้าวป้อนน้ำลูกสาวที่ได้รับบาดเจ็บเรียบร้อยแล้ว พิมพาเดินทางไปทำงานแถวบางลำภูตามปกติโดยไม่รู้เลยว่าท่านขุนส่งโตนดออกติดตามเธอเพื่อรู้ให้ได้ว่าภรรยาไปทำงานกับใครและทำอาชีพอะไร

โตนดตั้งหน้าตั้งตาเดินตามแต่ถูกสกัดจากโสเภณีหลายคนที่ยืนคอยลูกค้า ทุกคนเห็นเขาก็ดีใจเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังพยายามชักชวนให้ขึ้นห้อง เพียงแค่เขาหันไปเจรจากับหนึ่งในโสเภณีแว่บเดียว เมื่อหันกลับมาพิมพาก็หายตัวไปแล้ว

“พี่ขอถามอะไรสักนิดเถอะ น้องเห็นผู้หญิงสวยๆตัวเล็กๆที่เดินเข้ามาก่อนหน้าพี่นิดหนึ่งไหม”

“เห็นสิ มาทุกวันแหละ มันอยู่บ้านโน้น”

แล้วโตนดก็โดนสองสาวลากตัวเข้าบ้านไปจนได้ กว่าจะออกมาอีกทีก็บ่ายคล้อย ทำให้คลาดกับพิมพาที่เพิ่งทำงานเสร็จและรีบร้อนเดินทางกลับบ้านแล้ว

โตนดตรงไปเคาะประตูบ้านที่โสเภณีสองคนชี้ให้เมื่อตอนสาย มีป้าเจ้าของบ้านกับสาวสวยหลายคนโผล่หน้ามามองและถามว่ามาหาใคร โตนดอึกอักก่อนจะบอกว่า

“หา...เอ้อ...คนที่ชื่อพิมพา เอ้อ...เขามาที่นี่ทุกวันหรือจ๊ะ”

“เขากลับไปแล้ว มาที่นี่ทุกวันนะ ไม่มาก็ไม่ได้เงินสิ”

ป้าเจ้าของบ้านมองโตนดอย่างระแวง ยิ่งเมื่อถูกถามว่าพิมพามาทำอะไรที่นี่ โตนดเจอลูกเหวี่ยงจากป้า

“ก็มาช่วยกันทำมาหากินสิยะพ่อคุณ ไป...ไป หมดเวลาทำงานแล้ว แม่พวกนี้จะพักผ่อนกันแล้ว เหนื่อยมาแต่เช้า”

โตนดสรุปเอาเองจากข้อมูลที่ได้จากการสอบถาม เขาทึกทักและปักใจเชื่อว่าพิมพามาเป็นโสเภณีที่บ้านนี้อย่างแน่นอน ฟากพิมพารีบร้อนกลับบ้านเพราะเป็นห่วงลูกสาวที่กำลังเจ็บ แต่เคาะประตูบ้านอยู่นานก็ไม่มีเสียงขานรับจากโนห์รา บนตึกใหญ่แข่งแขแอบดูพิมพาที่มีท่าทีร้อนรนแล้วหัวเราะชอบใจ ก่อนจะถอยหลังไปชนกับชื่น แข่งแขตวาดอย่างหัวเสีย

“อีชื่น อีบ้า แกแกล้งชนฉันทำไม”

“ชื่นไม่ได้ชนคุณแข่งแขนะคะ คุณแข่งแขถอยมาชนชื่นเอง งั้นชื่นขอตัวไปดูคุณโนห์ราสักหน่อย ให้กินยาไปตั้งแต่เช้านอนเงียบเชียบเลย ตอนกลางวันไปเรียกก็ไม่เปิดประตู สงสัยว่าจะหลับยาวถึงเย็น”

“จริงน่ะหรือ แล้วทำไมแกไม่รีบไปดูว่ามันเป็นตายร้ายดีหรือยัง เอ๊ย! หรือเปล่า ใช่แล้ว หรือมันจะฆ่าตัวตายซะก็ไม่รู้”

แข่งแขฟังชื่นพูดแล้วดีใจที่แผนวางยาสำเร็จ รีบวิ่งออกไปตามปรุงจันทร์กับท่านขุนให้มาดูโนห์รา ชื่นมองตามยิ้มสมหวัง เสียงพิมพาเรียกโนห์ราดังแว่วมา ชื่นรีบเดินไปดูแล้วปลอบว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่พิมพายังคงดึงดันจะหาทางปีนเข้าไปในบ้านให้ได้

ที่ห้องรับแขกบนตึกใหญ่ โตนดกลับมารายงานผลการติดตามพิมพาไปยังที่ทำงานแถวบางลำภู เขายืนยันกับท่านขุนว่าเจอผู้หญิงอย่างว่าเต็มบ้าน ปรุงจันทร์ฟังแล้วยุส่งให้ท่านขุนรีบจัดการก่อนที่จะสายเกินแก้ ในขณะที่ท่านขุนจะลุกขึ้น แข่งแขก็วิ่งเข้ามาแสร้งทำท่าตื่นเต้น

“แย่แล้ว คุณพ่อขา คุณแม่ขา แขเจอนังชื่นมันรายงานว่าโนห์รามันปิดบ้านเงียบตั้งแต่แม่มันออกไปตอนเช้า ตอนกลางวันมันไปเรียกกินข้าวก็ไม่เปิด ชื่นมันสงสัยว่าจะกินยา เอ๊ย! จะฆ่าตัวตายไปแล้วมังคะ”

ท่านขุนตกใจ แต่โตนดแอบเห็นสองแม่ลูกยิ้มให้แก่กัน เขารู้ว่าเรื่องนี้มีเลศนัยแน่ๆ ทั้งหมดรีบตามกันออกไป ภายในห้องนอนที่เรือนหลังบ้าน พิมพากับชื่นเห็นโนห์รานอนคว่ำหน้าในมือยังกำหนังสือเรียนอยู่

“โนห์รา ลูกแม่ ตื่นลูก ตื่นเร็ว”

ชื่นมองดูอาการของโนห์ราที่นิ่งไม่ไหวติงแม้ว่าพิมพาจะเขย่าตัวหลายครั้ง เธอเริ่มงง เวลานั้นพวกตึกใหญ่วิ่งมาถึงบ้านพอดี ท่านขุนมองอย่างตกใจแล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้น พิมพาเองก็งงตอบสามีว่าพยายามปลุกเท่าไรก็ไม่ตื่น ทันใดนั้น โตนดก็โพล่งขึ้นมาว่า

“ไหนคุณแข่งแขว่ากินยาตาย”

พิมพาตกใจสุดขีด ไม่คิดว่าลูกสาวจะคิดสั้น เธอร้องไห้โฮ เสียงร้องของแม่ปลุกให้โนห์ราตื่นงัวเงียหันมาถามว่าแม่ร้องไห้ทำไม พิมพาชะงักแล้วดีใจที่ลูกสาวไม่ตาย แท้จริงแล้วชื่นแอบเปลี่ยนยาให้กลับคืนมาเป็นซองเดิม ชื่นยิ้มดีใจที่ตนเองฉลาดรู้ทันความร้ายกาจของปรุงจันทร์และแข่งแข ท่านขุนโล่งอกที่ไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้นในบ้าน

ฝ่ายปรุงจันทร์รีบเปลี่ยนเรื่องโดยหันไปกรุยทางให้ท่านขุนว่า

“คุณพี่คะ แม่โนห์ราก็ไม่ได้จะเป็นจะตายอย่างที่นังชื่นมันเพ้อเจ้อแล้ว คุณพี่มีอะไรจะจัดการแม่พิมพาก็ลงมือสิคะ”

“เอาไว้ก่อนเถอะ ไม่มีอะไรแล้วก็กลับกันไปก่อน”

ปรุงจันทร์ผิดหวังแต่ยังกัดไม่ปล่อยหันไปถามพิมพาตรงๆว่าวันนี้และทุกๆวันเธอหายไปไหนมา พิมพาเชิดหน้าตอบว่าไปทำงาน ปรุงจันทร์อยากรู้ว่าทำงานอะไร บอกได้ไหม มาถึงจุดนี้ พิมพาอึ้งไม่สามารถให้คำตอบได้ พวกปรุงจันทร์หัวเราะเหมือนรู้ทันว่าจริงๆแล้วพิมพาทำงานอะไร ท่านขุนสุดจะทนเพราะอับอายบ่าวไพร่ เขาอดไม่ได้ที่ต้องใช้กำลังกับเมียรักอีกครั้ง ตบหน้าเธอฉาดใหญ่ แล้วก็สั่งให้ทุกคนกลับตึกใหญ่ทันที

โนห์รามองแม่เริ่มคลางแคลงใจ พิมพาน้ำตาตกไม่กล้าสู้สายตาลูกบอกเพียงว่าตนไม่ได้ทำอะไรที่เสื่อมเสีย

ooooooo

กลับมาจากเรือนเล็กหลังบ้าน ปรุงจันทร์อาละวาดเรื่องพิมพา ท่านขุนนิ่งคิดอย่างชั่งใจก่อนจะตัดสินใจเล่าความลับอีกเรื่องที่เก็บไว้ในใจไม่กล้าบอกใคร ปรุงจันทร์ทุบโต๊ะแล้วตบหน้าท่านขุนฉาดใหญ่ ไม่มีการตอบโต้กลับ

“ตั้งแต่เกิดมา ดิฉันไม่เคยได้ยินเรื่องระยำตำบอนซับซ้อนขนาดนี้มาก่อนเลย มิน่า มันถึงถือไพ่เหนือกว่าคุณพี่”

“ถ้าพี่ไปด่าว่าประจานมันต่อหน้าคนเยอะๆเกิดมันบ้าประจานว่าพี่มอมยาแล้วข่มขืน พี่จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนเล่า”

“ไม่รู้แหละ คุณพี่ต้องจัดการนังพิมพาให้ได้ ต้องประจานว่ามันเป็นโสเภณีขายตัวเอาเงินมาส่งลูกเรียน แล้วหย่ากับมันให้เร็วที่สุด”

ท่านขุนพยักหน้าอย่างจนตรอกและขอเวลาจัดการเรื่องนี้อีกสักพัก ปรุงจันทร์ดักคอรู้ทันว่าที่ขอเวลาก็เพื่อเอาโนห์รามาเป็นนางบำเรออีกคน เธอขู่ว่าถ้าเป็นเช่นนั้น เวลาของเขาเหลือน้อยลงทุกทีแล้ว ท่านขุนมองหน้า ปรุงจันทร์อย่างหวาดๆ เรื่องการวางยาพิษคงไม่ใช่ลือกันเล่นๆเสียแล้ว

ที่โรงเรียน โนห์ราพยายามเดินหลบเมื่อเห็นพวกเกษกนก แต่พวกนั้นยังคงเดินตามมาใกล้พูดลอยลมยั่วเย้า

“ต้อยติ่งจ๋า อะไรเอ่ย ซื้อขายกันครั้งละ 50 บาท”

“ก็พิมพาไงจ๊ะ ห้าสิบบาทตอนนี้แต่อีกหน่อยคงเหลือห้าบาทใช่ไหมจ๊ะ พิมพา”

แล้วทุกคนก็เฮ โนห์ราหยุดกึกตัวสั่นปากสั่นระงับอารมณ์ แต่ไม่ทันไร เธอคว้าของทุกอย่างใกล้มือทั้งเขวี้ยงและทุ่มใส่พวกเกษกนกจนแตกฮือเหมือนผึ้งแตกรัง จากนั้นคู่กรณีทั้งสองฝ่ายถูกเรียกตัวไปชำระโทษต่อหน้าอาจารย์ใหญ่และครูประจำชั้น การไต่สวนเริ่มขึ้น

“เอาล่ะ โนห์รา เธอบอกมาสิว่าเขาพูดถึงคุณแม่เธอว่ายังไง ถ้าเขาก้าวร้าวคุณแม่ของเธอ ครูจะทำโทษพวกเขา”

“ครูทำโทษหนูเถอะค่ะ หนูยอมรับผิดที่ทำรุนแรงใช้อารมณ์มากเกินไปค่ะ”

พวกเกษกนกลอบยิ้มให้กัน สมภพผิดหวังรวมทั้งครูก็งง ทุกคนเลยเงียบแล้วแยกย้ายเดินไปยังห้องสอบ

เมื่อสอบเสร็จตอนเย็น โนห์ราเดินใจลอยกลับบ้าน ไม่ทันสังเกตว่ามีรถเก๋งกำลังขับมาด้วยความเร็วสูง ครรชิตนั่นเองที่ขับรถด้วยอารมณ์หงุดหงิดเพราะทิพย์ยุภา สาวคนรักพยายามหลบเลี่ยงเจอเขาหลังจากถูกขอแต่งงาน เสียงแตรรถดังสนั่น ปลุกให้โนห์ราตื่นจากภวังค์ในขณะที่จะเดินข้ามถนน

“ว้าย! ขับรถเหมือนคนบ้า จะรีบไปโรงพยาบาลบ้าเรอะ”

ครรชิตตกใจหักรถหลบได้ทัน แต่รถเจ้ากรรมดันทับกระเป๋านักเรียนของโนห์ราไว้ เขาจอดรถลงมากระชากกระเป๋าไปได้ก่อน โนห์ราตั้งหลักได้แล้ว เธอโกรธแต่ไม่มีกะจิตกะใจจะทะเลาะจึงหันกลับไม่สนใจจะเอากระเป๋าคืน ครรชิตร้องถามไม่เอากระเป๋าคืนหรือไง โนห์ราตอบโดยไม่หันไปมอง

“มือคนบ้ามาโดนกระเป๋า ฉันไม่เอาแล้ว กลัวติดเชื้อบ้า เอาไปโยนทิ้งให้หมาที่บ้านแทะเล่นแทนกระดูกเถอะ”

ครรชิตหวนกลับขึ้นไปขับรถ ก่อนจะโยนกระเป๋าทิ้งออกมา แล้วเร่งเครื่องจากไป โนห์รามองตามอย่างโกรธจัด เดินไปหยิบกระเป๋ามากอดไว้แนบอก

ooooooo

  • หน้าที่ 1
  • 1

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“จูน” วัดรอยรุ่นพี่ พร้อมบวก ทีมนางร้าย “ฝ้าย-แอริน” ใน “เล่ห์รัญจวน”

“จูน” วัดรอยรุ่นพี่ พร้อมบวก ทีมนางร้าย “ฝ้าย-แอริน” ใน “เล่ห์รัญจวน”
11 พ.ย. 2562
17:38 น.