กีฬา
100 year

นิยายไทยรัฐ

โนห์รา

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1



คำพูดที่ว่า “ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์” ยังคงใช้ได้ในทุกยุคทุกสมัย ทุกข์อันเกิดจากความรักนำพาให้ชีวิตของหญิงสาวผู้หนึ่งต้องพานพบกับชะตากรรมอันโหดร้ายเพียงเพราะการตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ขาดสติในการไตร่ตรองอย่างมีเหตุผล

ภาพความรื่นเริงจากบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ในเมืองใหญ่ทางใต้ ช่างขัดกับเสียงร้องไห้ดังผสานกับเสียงดุด่าที่มาจากบ้านหลังโทรมๆที่อยู่ในละแวกเดียวกันยิ่งนัก พิมพาหรือพิมหลานสาวคนสวยของยายละเมียดนั่นเองคือเจ้าของเสียงร้องไห้ที่ดังลอดออกมา
“ยายจ๋า หนูไปเก็บผักบุ้งผักตำลึงจริงๆไม่ได้ไปเที่ยวเล่นที่ไหน”

“นังพิมพา เอ็งอย่าริอ่านโกหกตกนรกหมกไหม้กลายเป็นหมูเป็นหมา เอ็งหนียายไปหาไอ้โนห์ราทิวที่ยากจนกระจอกงอกง่อยจนแทบจะไม่มีกิน เก็บผักประสาอะไรหายไปเป็นชั่วโมง กูคาดคั้นจนไอ้แดงมันยอมบอกว่าเห็นไอ้โนห์ราทิวมาผลุบๆโผล่ๆใกล้ที่เอ็งเก็บผัก จะแก้ตัวว่ายังไง”

หลังฟังคำด่าของยายแล้ว พิมได้แต่ปรายตามองไปทางไอ้แดง น้องชายตัวแสบที่รีบหลบลี้หนีหน้าออกไปนอกบ้านอย่างสำนึกผิดทันที เสียงยายละเมียดยังคงด่าต่ออย่างเจ็บใจว่า

“แม่มึงเป็นไปคนแล้ว หน้าตาดี มีคนดีมาชอบไม่เอา ไปเอาผู้ชายสิ้นไร้ไม้ตอก พอโดนหลอกก็หอบท้องกลับมาหากู สันดานแม่มึงยังติดอยู่ที่ใจและสมองมึง ไม่มีทาง กูไม่ให้มึงเจริญรอยตามความโง่แบบแม่มึงเด็ดขาด”

ยายละเมียดพูดพลางก็กระหน่ำตีด้วยหางกระเบนจนหอบหมดแรง ทำท่าจะเป็นลม ไอ้แดงหลานชายต้องรีบผวาเข้ามารับร่างไว้พร้อมกับส่งยาดมให้ แต่ยายกลับตวาดใส่มันอย่างหงุดหงิดที่รู้ดีเกินไป

“ไอ้สาระแน มึงอย่าทำกูรวนเร ไปเอาตะไกรมาให้กู มึงนี่แหละจะโดนแทงคนแรก ผักที่มึงแสร้งไปเก็บมาบังหน้าหาผู้ชายจะขายได้กี่บาท”

ไอ้แดงได้ทีแหย่ว่าคงไม่พอให้ซื้อเหล้าหรือเล่นพนัน ก่อนจะวิ่งหนีหายไป ยายละเมียดมองพิมพาทั้งรักทั้งแค้น ในขณะที่หลานสาวมองกลับด้วยสายตาเว้าวอนและน้ำตานองหน้า เพียงครู่เดียวเสียงร้องไห้ยิ่งแผดดังมากขึ้นเกือบกลบเสียงครื้นเครงเฮฮาจากงานเลี้ยงของท่านขุนอรรถกรคดี เจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ข้างๆ

“ใครมันมาร้องเพลงพญาโศกกัน พ่อแม่มันตายหรืออย่างไร ถึงได้ประสานเสียงร้องไห้หมู่ขนาดนี้ รำคาญหูแท้ๆ”

โตนด ลูกน้องคนสนิทรายงานว่าเป็นเสียงคนยากจนข้างบ้าน แต่เดี๋ยวตนเองจะไปห้ามปรามให้พวกมันเกิดความเกรงใจเสียบ้าง เมื่อออกไปจัดการก็พบว่ายายละเมียดกำลังกล้อนผมหลานสาวเพื่อให้น่าเกลียดจะได้ไม่มีชายใดสนใจอีก โตนดขู่ให้ทุกคนลดเสียงลง มิฉะนั้นจะเกิดเรื่องแน่นอน ยายละเมียดไร้หนทางต่อสู้จึงรับปากว่าจะไม่ให้มีเสียงรบกวนอีก

จากนั้นยายละเมียดสอนหลานสาวว่า “เอ็งเกิดมาสวย สวยจนคนอยากจะรักอยากจะชื่นชม ดังนั้นเอ็งต้องรู้คุณค่าของตัวเอง อย่าผลีผลามใจเร็วด่วนได้ผัวที่เอาตัวเองยังไม่รอด ความรักจนๆช่วยให้มีความสุขไม่ได้นาน คนจนเวลาไม่มีจะกิน มันก็จิกด่าทอตบตีกันเหมือนหมา ความจนไม่ปรานีใครหรอก แม้ว่าเอ็งจนสมบัติแต่รวยความสวยความดี นี่คือสิ่งที่ต้องใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเอง”

พิมรับฟังด้วยความตื้นตัน ยายละเมียดขอร้องให้หลานสาวหยุดชีวิตลำเค็ญแค่คนรุ่นยายกับแม่เท่านั้น และให้รอจังหวะหาผัวดีๆรวยๆสักคนแล้วจะได้เลิกจนเสียที เมื่อพูดจบสองคนยายหลานต่างกอดกันร้องไห้

ooooooo

เช้าวันต่อมา พิมกระเดียดกระจาดผักไปขายในตลาดโดยใส่เสื้อผ้าเก่าและมีหมวกปิดหน้า ตามด้วยไอ้แดงหอบกระจาดอีกใบตามหลัง สองพี่น้องเดินตามกันอย่างเงียบๆ จนกระทั่งเดินมาถึงแถวหน้าบ้านท่านขุนอรรถกรคดี แดงอดไม่ได้ที่จะถาม

“พี่พิม ถามจริงอย่าปดนะ พี่เชื่อตามที่ยายแกบอกเรื่องหาผัวรวยให้สมกับความสวยของพี่หรือเปล่า”

“ผัวไม่ใช่ขนมหรือข้าวต้มมัดในตลาดนะ พี่จะได้ไปจิ้มชี้เอามาเป็นผัว คนรวยที่ไหนจะมาให้เราเลือก”

ระหว่างนั้นเองมีเสียงแตรรถดังลั่นพร้อมกับเสียงด่าจากผู้หญิงคนหนึ่งว่าอยากจะโดนรถชนตายก่อนได้ผัวหรือไร ไอ้แดงสวนกลับด้วยความโมโหไม่แพ้กันว่าคนขับรถของเธอต่างหากที่ขับรถภาษาวัวควายอะไร ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละต่อกันจนเกิดเป็นศึกย่อยๆ ก่อนแดงจะดึงแขนพี่สาววิ่งหนีมุ่งหน้าไปทางตลาด

ไม่นานนักคนขับรถก็พาโตนดมาชี้ตัวแดงกับพิมว่าเป็นคนทำร้ายคุณหนูอัปสรสวรรค์โดยการปาขนมเข้าใส่เสียเละเทะ เสียงโตนดโวยวายใส่ยายละเมียดอย่างข่มขู่ว่า “รู้หรือไม่ว่าคุณหนูอัปสรสวรรค์เธอเป็นลูกท่านผู้กำกับตำรวจใหญ่ที่นี่ ถ้าแกไม่ตีมัน สองคนนี่จะโดนจับเข้าคุกฐานทำร้ายร่างกาย คุณหนูสั่งให้มาลงโทษให้คนรถนี่เห็น แล้วเอากลับไปรายงานให้ทั้งท่านสารวัตรกับท่านขุนทราบนะ”

ทุกคนในตลาดหันไปมองยายละเมียดว่าจะจัดการเรื่องนี้เช่นไร เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นใด ยายละเมียดจำใจต้องกระชากหลานสาวมาตีประชดด้วยหางกระเบนต่อหน้าคนทั้งตลาดเพื่อให้เรื่องจบ อีกมุมหนึ่งไม่ไกลกันนักโนห์ราทิว ชายคนรักของพิมพายืนมองภาพนั้นด้วยความสะท้อนใจ ไอ้แดงมองเห็นรีบวิ่งเข้าไปไล่เพราะกลัวว่ายายเมียดจะตีพี่สาวซ้ำหากเห็นเขาที่นี่

“พี่ทิว จะมายืนหาวิมานอะไรให้พี่พิมเขาโดนยายเมียดแกตีซ้ำว่านัดพี่ไว้ในตลาด รีบไปให้ไกลๆ มีเพลงยาวอะไรก็ส่งมาให้ฉันเดี๋ยวนี้!”

ทิวพยักหน้ารับรู้ก่อนยัดจดหมายใส่มือแดงแล้วเดินออกไปอย่างอาลัยอาวรณ์ ฝ่ายชาวบ้านร้านตลาดเริ่มไม่พอใจที่พวกยายละเมียดโดนรังแกจากพวกคนรวยอย่างไม่เป็นธรรม เสียงโห่ไล่ดังขึ้นเรื่อยๆ โตนดเห็นท่าไม่ดีรีบดึงแขนคนขับรถให้ออกจากที่นั่น เพียงพริบตาเดียวมีการขว้างปาสะตอใส่คนทั้งสองจนต้องรีบวิ่งหนีไป พร้อมกันนั้นยายละเมียดก็กระชากตัวหลานทั้งคู่ให้เดินกลับบ้านทันที เมื่อมาถึงเรือน ยายระเบิดเสียงร้องไห้โฮๆทุบหน้าอกพร่ำบ่น

“เห็นหรือยังว่าคนจนขนาดเจียมตัวยังไม่วายโดนขับไสไล่ให้จนแต้ม เราไม่มีทางสู้ ถ้าไม่หาทางลืมตาอ้าปากให้ได้”

เวลาเดียวกันที่บ้านของท่านขุน พวกโตนดกลับไปรายงานเรื่องตามคำสั่ง อัปสรสวรรค์ฟังอย่างสะใจและ พึงพอใจที่พิมโดนชำระโทษอย่างหนัก ท่านขุนเปรยอยากเห็นหน้าค่าตาเพื่อนบ้านผู้ก่อเรื่องได้ไม่หยุดหย่อน อัปสรสวรรค์ฟังแล้วต้องรีบตัดไฟแต่ต้นลมเพราะรู้ดีว่าคู่กรณีเช่นพิมมีความสวยเป็นที่ต้องตากับท่านขุนแน่ๆถ้าได้เจอ

“หน้าตาน่าเกลียด ผมเผ้าเหมือนโดนหนูแทะสกปรกมีเหา อย่าไปอยากเห็นเลย ไม่เจริญตาหรอกค่ะ”

เพียงเท่านี้ ท่านขุนก็หมดความสนใจลงปล่อยให้โตนดทำหน้าบอกไม่ถูก เพราะแท้ที่จริงแล้ว เขารู้อยู่เต็มอกว่าพิมนั้นมีความสวยไม่เป็นรองใคร ตกดึกคืนนั้น ไอ้แดงที่ถูกลงโทษจากยายไม่ให้กินข้าวเย็นแอบมาเคาะหน้าต่างห้องพี่สาวเพื่อขอข้าวกินพร้อมกับส่งจดหมายรักจากทิวให้ ข้อความในจดหมายเป็นการนัดแนะให้เธอไปดูเขาเล่นโนห์ราให้ได้ในวันเพ็ญเดือนหน้า พิมมีแต่ความกังวลใจเพราะยายคงไม่ยอมให้ไปดูแน่ คงต้องคิดหาทางอื่น ช่างเป็นความรักที่มีอุปสรรคยิ่งนัก

ooooooo

หนึ่งเดือนต่อมา การประชันของโนห์ราสองคณะภายในงานวัดเสมาเมืองนครศรีธรรมราชกำลังจะเริ่มขึ้น มีผู้คนมากมายต่างเข้ามาจับจองพื้นที่เพราะรู้ว่าการ ประชันนี้มีความสนุกเพียงไรและเป็นงานใหญ่ของเมืองนี้

ทุกคนในคณะโนห์ราทิวเตรียมตัวกันเรียบร้อยแล้ว ในขณะที่ทิวเฝ้ามองตรงด้านหน้าเวทีอย่างกระวนกระวายใจ เขาไม่รู้ว่าหญิงคนรักจะมางานนี้ได้หรือไม่ จนกระทั่งเห็นแดงวิ่งเข้ามาส่งข่าวว่า

“เดี๋ยวพี่พิมมา ตอนนี้กำลังรอเวลาเหมาะๆที่จะแอบออกมา เพราะยายคุมตัวแจกลัวว่าจะลอบมาดูพี่เล่นโนห์ราคืนนี้ ใจเย็น ใจพี่พิมมาหาพี่ทิวแล้วไม่ต้องกลัว ฉันไปก่อนนะ อย่าลืมจองที่นั่งแถวหน้าเอาไว้ให้สบตากันตามสะดวกด้วย”

ในเวลานั้น พิมเองก็กำลังนั่งใจเต้นไม่เป็นส่ำเพราะอยากไปเจอชายคนรักใจจะขาด เสียงปี่เสียงกลองดังตูมตามเร้าใจดังแว่วเป็นระยะ ละเมียดแอบมองกิริยาท่าทางของหลานอย่างไม่พอใจ เสียงพิมถามยายว่าคืนนี้ไม่ไปดื่มเหล้าหรือแทงไฮโลหรือ ยายตอบอย่างรู้ทัน

“ไม่ไป มึงจะเสือกไสกูไปให้พ้นแล้วเผ่นไปดูโนห์ราทิวล่ะสิ”

“เปล่าจ้ะยาย หนูจะเข้านอนแล้ว”

พิมถอนใจอย่างหนักหน่วงแล้วมุดเข้ามุ้งไป ยายมองตามอย่างพึงพอใจที่กีดกันหลานสาวได้สำเร็จ แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ในขณะที่ยายละเมียดนอนหลับอย่างสบายใจกรนเสียงดังลั่น หลานสาวเฝ้ารอเวลานี้มาอย่างใจจดใจจ่อรีบจัดแจงปั้นหมอนให้เป็นตัวแล้วเอาผ้าห่มคลุมไว้เพื่อหลอกตา ก่อนจะค่อยๆถอดกลอนประตูเล็ดลอดออกจากบ้านทันที

ไอ้แดงชะเง้อคอรอพี่สาวอยู่หน้าเวทีโนห์ราจนเกือบจะถอดใจ พลันเห็นพิมเดินรีบร้อนมาอย่างเร็ว มันวิ่งเข้าไปทักทายด้วยความดีใจ

“ทำไมชักช้าจัง พี่ทิวเขารอจนใจจะขาดแล้ว เร็ว! ไปให้ทันสบตาพี่ทิว ไม่อย่างนั้นเขาแสดงไม่ออก”

สองพี่น้องวิ่งเข้าไปนั่งประจำที่ บนเวทีโนห์รา ทิวมองเห็นสาวคนรักมาถึง สีหน้าอาการสดชื่นอย่างฉับพลัน ทั้งคู่ส่งสายตาแห่งความรักให้กันและกันอย่างท่วมท้น กำลังใจเพิ่มพูนขึ้นมาเรื่อยๆ โนห์ราทิวร่ายรำด้วยท่ารำสวยงามไม่มีใครทาบและเสียงร้องที่ไม่มีใครเทียบเช่นกัน ผู้คนที่ชมการแสดงอยู่ต่างฮือฮา พึมพำอย่างปลื้ม เสียงชมเชยดังไม่ขาดสาย

“นี่แหละโนห์ราทิวหลานโนห์ราอั้น รำสวยที่สุด ร้องเพราะที่สุด รำมาตั้งแต่สมัยปู่สมัยพ่อโน่นแล้ว ทั่วทั้งเขตภาคใต้นี่ไม่มีโนห์ราคนไหนกล้าประชันขันแข่งกับโนห์ราทิว ทองเติม แห่งเมืองนครฯได้”

อีกมุมหนึ่งห่างออกไป ขุนอรรถกรคดีเดินกร่างสอดส่ายสายตามองงานวัด เมื่อได้ยินเสียงการแสดงโนห์ราดังแว่วมาก็เกิดความสนใจ หันไปสอบถามโตนด ลูกน้องคู่ใจว่า

“นั่นการแสดงอะไร ทำไมต้องมีสองเวทีแสดงเหมือนกันด้วย”

“โนห์ราขอรับท่านขุน เป็นการแสดงที่ขึ้นชื่อลือชาเป็นหน้าเป็นตาของใต้ ตอนนี้กำลังประชันโนห์รากัน แต่ โนห์ราทิวร้องเก่ง รำเก่งกว่า คนก็เลยแห่ไปเวทีนั่นขอรับ”

“เก่งจริงยังไง ไหนขอไปดูใกล้ๆหน่อยสิ”

ท่านขุนเดินใกล้เข้าไป เมื่อเห็นผู้ชายแต่งเป็นนางมโนห์ราก็เกิดความแปลกใจ เสียงลูกน้องอธิบายว่าที่นี่เป็นปกติสำหรับตัวนางมโนห์ราจะแสดงโดยผู้ชาย ยิ่งคนที่เล่นขณะนี้เป็นนายทิวที่มีชื่อเสียงกระฉ่อนภาคใต้ทีเดียว ท่านขุนมองเขม่นเพียงครู่หนึ่งก็พูดด้วยน้ำเสียงดูถูก

“ก็แค่มีชื่อเสียงแบบพวกเต้นกินรำกินน่ะสิ รู้ไหมที่กรุงเทพฯ ถ้าใครเต้นกินรำกินจะไม่ได้รับการยกย่องหรอก คนที่ได้รับการยกย่องต้องมียศถาบรรดาศักดิ์เช่นฉัน คนเราเขาวัดกันที่มียศถาเงินตราและอำนาจ จะชั่วจะดีอยู่ที่มีเงินเท่านั้น”

พูดจบแล้ว ท่านขุนยิ้มกร่างๆอย่างภูมิใจในตัวเอง ประจวบเหมาะกับการแสดงจบ ท่านขุนปรบมือให้อย่างแกนๆ ทำให้โตนดต้องทำตามเช่นกัน ฟากพิมหลังการแสดงจบหันไปสั่งน้องชายว่าอยากซื้อของ ให้ไปเจอกันที่หน้าวัด ไอ้แดงมองอย่างรู้ทันแต่ไม่ว่าอะไร ต่างคนรีบเดินแยกย้ายกันไปโดยไม่รู้เลยว่าขณะนี้ยายละเมียดรู้แล้วว่าหลานสาวตัวดีหายไป

“อีพิม อีหลานสารเลวใฝ่ต่ำ มึงตายแน่”

ooooooo

โชคชะตาที่นำพาเคราะห์กรรมมาสู่พิมกำลังจะเริ่มขึ้น หลังแยกจากน้องชาย พิมก้มหน้าก้มตาเดินไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เห็นว่าข้างหน้าเป็นท่านขุนอรรถกรคดี เธอเดินชนเขาอย่างแรงแทบจะล้ม พิมเงยหน้าขอโทษทันที

“ไม่เป็นไรมิได้ เจ็บตรงไหนบ้างไหม” พูดแล้วท่านขุนตะลึงมองหน้าพิมอย่างไม่วางตา

พิมมองท่านขุนด้วยความงุนงงที่เขาเอาแต่จ้องหน้าเธอพร้อมกับพูดขอบคุณที่เข้ามาชน พิมรีบพูดขอตัวแล้ววิ่งหลบออกมา ฝ่ายท่านขุนมองตามอย่างหลงใหลในความสวยของสาวเจ้า พร้อมกับพึมพำกับโตนดว่า

“นี่อย่างไรเนื้อคู่ที่อยากเจอ หนีไปซะแล้ว แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเธอชื่ออะไร บ้านช่องห้องหับอยู่ที่ไหน”

โตนดมองนายอย่างนึกขำ ก่อนตอบว่า “พิมพา ลูกนางรำเพยกับไอ้พันที่ตายแล้วทั้งคู่ ตอนนี้เป็นกำพร้าอาศัยอยู่กับยายละเมียดผีพนันที่รั้วบ้านติดกับบ้านของท่านขุนไงขอรับ”

ท่านขุนฟังข้อมูลนั้นด้วยความตื่นเต้นและเสียดายเวลาถึงสามเดือนที่ไม่ชักนำตนเองให้ไปรู้จักเพื่อนบ้านคนงามเยี่ยงนี้ โตนดเสนอหน้าว่าจริงๆจะรายงานนานแล้วแต่ถูกคุณอัปสรสวรรค์ยับยั้ง แถมหญิงคนนั้นมีฐานะยากจนเกรงว่าจะไม่เหมาะสม ท่านขุนมองลูกน้องอย่างขัดใจก่อนจะสั่งการให้หาวิธีรวบรัดเอามาเป็นเมียให้ได้แม้ว่าจะต้องแย่งจากใครก็ตาม

เพียงไม่นานนัก ทั้งท่านขุนและโตนดเดินมาเห็นโนห์ราทิวกับพิมยืนจับมือจ้องหน้าส่งสายตาหวานฉ่ำ ให้แก่กัน ภาพบาดตานี้แสดงให้เห็นชัดว่าทั้งคู่มีความ สัมพันธ์มากกว่าเพื่อนอย่างแน่นอน ท่านขุนมองตามด้วยใบหน้าบึ้งตึง

ที่หน้าวัด พิมพยายามมองหาแดงแต่ไม่พบ เธอไม่มีเวลาแล้วต้องรีบกลับบ้านก่อนที่ยายละเมียดจะตื่นและจับได้ ฟากท่านขุนได้โอกาสเหมาะเดินเข้าไปจะทำความรู้จักแต่ต้องหน้าม้าน เมื่อพิมไม่มีทีท่าให้ความสนใจเอาแต่ก้าวเดินมุ่งหน้ากลับบ้านตนเองอย่างรวดเร็ว ท่านขุนรู้สึกเสียหน้าที่พิมไม่ให้เกียรติและไม่ชื่นชมในยศถาบรรดาศักดิ์ของเขา จึงกล่าวอาฆาตมาดร้ายว่า “นังนี่อวดดีไม่เห็นความสำคัญและยิ่งใหญ่ของฉัน แล้วจะได้เห็นดีกัน” ก่อนจะก้าวขึ้นรถอย่างฉุนเฉียว

หลังจากหลีกหนีเพื่อนบ้านจอมกร่างมาได้ พิมรีบร้อนวิ่งกลับมาบ้าน พอมาถึงประตูรั้วก็เห็นยายละเมียดยืนจังก้าถือหางกระเบนรออยู่ ไอ้แดงตัวแสบยืนอยู่เบื้องหลัง พิมถอยกรูด

“แอบหลบไปไหนมา...นังเด็กไม่รักดี โกหกริอ่านคบผู้ชาย ไอ้แดงมันยืนยันว่าเอ็งแอบไปทำตาหวานใส่กับไอ้ทิว”

“เปล่าจ้ะยาย เราเป็นเพื่อนกัน”

“เพื่อนสมัยเรียนเด็กๆน่ะ พอโตขึ้นมันก็เปลี่ยนแปลงได้ สั่งแล้วใช่ไหมว่าไม่ให้คบผู้ชายจนๆเหมือนแม่แก”

แล้วยายก็ลากพิมไปหวดไม่ยั้ง เสียงพิมร้องโอดโอย พอยายหวดที พิมร้อง แดงก็พลอยสะดุ้งไปด้วย ท่านขุนจอดรถมองยายละเมียดฟาดหญิงสาวด้วยหางกระเบน เขาไม่ได้สงสารแต่ยิ้มอย่างมีแผนเมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของยาย โตนดเล่าให้นายฟังถึงที่มาว่า

“ยายละเมียดมีความหลังฝังใจเรื่องแม่รำเพยลูกสาวคนสวย ขนาดมีเจ้าขุนมูลนายมาขอไปเป็นเมียแต่ง แต่ดันใฝ่ต่ำหนีตามคนจนอย่างไอ้พัน นักพนันวัว จนต้องตัดแม่ตัดลูก แต่ก็ไปไม่รอดทิ้งนังพิมพาเอาไว้เตือนใจให้ชอกช้ำมาจนทุกวันนี้”

“แปลว่ายายละเมียดคนนี้แกชอบคนมั่งมีศรีสุข มียศถาบรรดาศักดิ์” ท่านขุนพูดอย่างมีความนัยซ่อนเร้น

“ถ้าท่านอยากได้แม่พิมพา กระผมนึกออกเพียงอย่างเดียวว่าต้องทำให้ยายละเมียดเป็นลูกหนี้จากการยืมเงินให้ได้”

ท่านขุนยิ้มอย่างพอใจและสั่งให้โตนดรีบดำเนินการตามที่บอก ส่วนตัวเขาก็เฝ้าแอบมองอยู่เงียบๆเหมือนเสือรอตะครุบเหยื่อ

ที่รั้วข้างบ้าน พิมเดินกระย่องกระแย่งรดน้ำต้นไม้พลางนึกถึงอดีตอันหวานชื่นระหว่างเธอกับทิว มันเป็นยาขนานเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจในขณะนี้ พิมยิ้มอย่างมีความสุข แต่เพียงครู่เดียวน้ำตาก็ไหลออกมาเพราะเธอยังมองไม่เห็นทางที่จะลงเอยกันได้ โตนดมองแล้วบอกนายว่า

“ชีวิตคนจนยิ้มได้ไม่นานเพราะความแร้นแค้นมักจะคอยตามรังควานเสมอ”

ooooooo

แผนการร้ายของโตนดเริ่มได้เร็วขึ้น เมื่อเห็นสมพร เพื่อนรักของทิวมายืนลับๆล่อๆหน้าบ้านยายละเมียด โตนดรีบเข้าไปทักทายและหลอกล่อสมพรคนซื่อจนล่วงรู้ว่าทิวให้เขานำจดหมายรักมามอบให้กับพิม

“พิมสั่งไว้ว่าถ้ามีจดหมายมาจากนายทิวให้รับไว้ อย่าให้ยายเห็น เขากลัวมีเรื่องน่ะ”

สมพรไม่ทันเล่ห์กลของโตนด จึงหยิบจดหมายส่งให้เขาอย่างง่ายดายแล้วรีบหลบไป ไม่ทันกับแดงที่โผล่ออกมาจากบ้านถามโตนดว่ามาหาเรื่องอะไร โตนดยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วส่งจดหมายให้บอกแต่เพียงว่ามีคนฝากจดหมายนี้มาให้ยายละเมียด สงสัยจะเป็นเจ้าหนี้ เจ้าแดงพาซื่อเอาจดหมายไปส่งต่อให้ยายตามที่บอก ผลทำให้ยายละเมียดรับรู้เรื่องราวการติดต่อของทิวกับพิมผ่านจดหมาย ยายโกรธจัดคว้าหางกระเบนเดินเข้าไปเล่นงานหลานสาวจนผิวแตกไปหมดทั้งตัว

ท่านขุนกับโตนดมองพิมโดนเฆี่ยนจากบนระเบียงบ้าน ทั้งคู่นึกสงสารแต่ขณะเดียวกันก็ดีใจที่ทุกอย่างดำเนินตรงตามแผนที่วางไว้ ยิ่งวันถัดมาเห็นยายหลานกำลังช่วยกันขนสัมภาระไปขายของที่ตลาด ท่านขุนแสร้งเดินออกจากบ้านมากล่าวทักทายว่าจะไปไหนกัน ยายละเมียดไม่คาดคิดว่าท่านขุนเพื่อนบ้านจะลงมาเสวนาด้วย ได้แต่หันมองรอบตัวก่อนจะพึมพำว่าท่านพูดกับใคร โตนดรีบทำตามแผนแนะนำเจ้านายให้รู้จักทันที เสียงยายเต็มไปด้วยปลาบปลื้ม

“ท่านขุนอรรถกรคดี ตายจริงท่านช่างไม่ถือเนื้อถือตัวเลยนะเจ้าคะ อุตส่าห์มาทักทายคนจนอย่างอิฉัน”

“โอ้ย...คนเหมือนกัน ฉันสิต้องเคารพผู้หลักผู้ใหญ่อย่างยาย ยังไงล่ะก็ ขอฝากตัวด้วยนะยายจ๋า นึกว่าเป็นหลานของยายก็ได้ เดี๋ยวให้โตนดเอารถไปส่งให้ที่ตลาดนะจ๊ะ”

ยายละเมียดรีบดันพิมขึ้นรถเมื่อเห็นหลานสาวยังคงรีรอ ระหว่างที่รถแล่นไป โตนดกระซิบบอกยายว่าเจ้านายของตนใจดีและออกเงินให้กู้ด้วย ถ้าสนใจก็ติดต่อผ่านตนได้ ยายดีใจเป็นคำรบสองเริ่มคิดสรตะฝันหวาน โตนดมองสีหน้ายายแล้วก็มั่นใจว่าปลาติดเบ็ดเสียแล้ว

ที่ตลาดในเมือง พิมขายของด้วยความอึดอัดใจเพราะท่านขุนพยายามตีสนิทกับยายโดยพูดจาหว่านล้อมในเรื่องต่างๆจนสุดท้ายก็สั่งความว่าถ้ามีปัญหาเดือดร้อนให้บอกผ่านลูกน้องของตนมาได้แม้ว่าจะเป็นเรื่องเงินทอง ยายละเมียดยิ้มหวานอย่างถูกใจมองเห็นภาพความสุขสบายที่จะมีขึ้นในภายภาคหน้า เดินอารมณ์ดีออกจากแผงขายของไป

เวลานั้นสมพรเตร่เข้ามาเพื่อจะส่งสารจากทิว เขาทำทีซื้อของแล้วส่งธนบัตรให้พิม ข้อความบนธนบัตรทำให้เธอยิ้มดีใจ แต่ไม่พ้นสายตาของโตนดที่ใช้ช่วงตอนพิมขายของแอบอ่านสาร “พบกันที่เก่าเวลาเดิม รักสุดหัวใจ”

บ่ายวันต่อมาในลำคลองละแวกบ้าน พิมแอบหนียายมาล่องเรือกับชายคนรัก ทั้งคู่กำลังดื่มด่ำกับความสุขที่มีตรงหน้าจนไม่สนใจสรรพสิ่งรอบข้าง ทิวมองหน้าสาวคนรักอย่างหลงใหล พูดอ้อนวอนให้พิมบอกรักเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งพิมต้องยืนยันว่า “ความรักของพิมที่มีต่อพี่ทิวน่ะ มันมีตลอดเวลาทุกนาทีไม่มีวันหมดหรอกจ้ะ”

ทิวฟังคำยืนยันนั้นอย่างปลาบปลื้มแต่ขณะเดียวกันก็หวั่นใจเพราะรู้ว่ายายละเมียดรังเกียจที่เขายากจน อาจหาคนรวยที่มีเกียรติแล้วบังคับพิมให้แต่งงานด้วย สาวคนรักให้คำสัญญาว่าจะไม่มีวันรักใครเท่ากับรักเขาอีกแล้วและจะไม่ยอมให้ยายมาบังคับใจในเรื่องนี้ ทั้งคู่ต่างกุมมือกันอย่างให้คำมั่น

เวลาเดียวกันนั้น ยายละเมียดกำลังตกอยู่ในสถานะลำบากเนื่องจากเสียไพ่จนหมดตัวและยังติดหนี้เจ้าของบ่อนไม่มีเงินใช้เขาจนถูกซ้อมมายับเยิน เมื่อจวนตัวจึงบากหน้ามาขอกู้เงินท่านขุนตามที่เคยบอกไว้ โชคเป็นของเขาแล้ว แผนรวบหัวรวบหางหลานยายละเมียดใกล้ความเป็นจริงเข้ามาทุกที ท่านขุนส่งเงินให้และบอกความนัยให้ยายละเมียดรับรู้ว่าเขาเป็นโสด กำลังมองหาเมียที่ดีน่ารักเหมือนพิมพา

ยายละเมียดได้ยินเต็มสองหูก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบตอบตกลงยกหลานสาวให้อย่างไม่มีข้อเกี่ยงงอน

ooooooo

ระหว่างที่ทิวกับพิมกำลังล่องเรือพลอดรักกันอย่างหวานชื่น โตนดรีบไปรับนายมาดูพฤติกรรมของคนทั้งสองจากบนสะพาน ท่านขุนมองภาพบาดตาด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง เมื่อทำกับคู่กรณีไม่ได้ โตนดถูกตบหัวเพื่อระบายความโกรธแทน

และแล้วเช้าวันรุ่งขึ้น ท่านขุนสั่งการให้โตนดตามตัวยายละเมียดมาพบโดยด่วน เพียงชั่วครู่ยายละเมียดมาพบด้วยหน้าตาไม่สู้ดีนักเพราะกลัวว่าจะถูกทวงเงิน แต่การณ์กลับเป็นว่าท่านขุนเล่าเรื่องการเห็นหลานสาวพลอดรักกับโนห์ราทิวอยู่ในเรือตรงสะพานนครน้อย เขาสำทับว่า

“ฉันจึงเรียกยายมาถามเรื่องนี้ว่ายายจะเอายังไง ถ้าตกลงปลงใจยกให้ฉันแล้ว ยายก็ต้องจัดการดึงคุณพิมพาออกห่างจากชีวิตของไอ้ทิวนั่นซะ แต่ถ้ายายทำไม่ได้ เรื่องเงินมาพูดกันใหม่ เพราะเราก็คงต้องยกเลิกข้อตกลงกัน”

“ว้าย ไม่นะ ไม่เลิกเจ้าค่ะ อิฉันยังยืนยันข้อตกลงเดิมเจ้าค่ะ”

ท่านขุนยิ้มกริ่มกับแผนการที่ขยับไปอีกขั้นแล้ว เมื่อกลับมาถึงบ้าน ยายละเมียดลากหลานสาวมาสอบเค้นถามเรื่องที่ได้ยินมา และใช้หางกระเบนฟาดลงไปบนหลังของพิมดังขวับอย่างไม่หยุด จนจาด ลูกสาวอีกคนที่มาเยี่ยมต้องเข้าห้ามเพราะกลัวหลานจะตายจากการเฆี่ยนตีที่รุนแรงนั่น เสียงร้องของพิมดังโหยหวนพร้อมกับการคาดโทษจากยายว่า

“จำไว้ ต่อไปนี้เอ็งจะต้องถูกควบคุม ไอ้แดงต้องนั่งเฝ้าพี่สาวมึงไว้ให้ดีอย่าให้คลาดสายตา ถ้าจะไปไหนแม้แต่เข้าห้องน้ำก็ให้ไอ้แดงยืนเฝ้าหน้าห้องส้วม กูจ้างมึงให้วันละสองบาท”

ในบ้านท่านขุนนั่งยิ้มสะใจฟังเสียงร้องเจ็บปวดของพิม เขาพึมพำว่า “ตีเข้าไปยายละเมียดหลานสาวของแกมันจะได้หลาบจำว่าไอ้การมีผัวจนน่ะ มันทุกข์ยากกว่าการมีผัวรวยแค่ไหน ฉันต้องไม่แพ้เธอ พิมพา!”

เช้าวันต่อมา ไอ้แดงทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ไม่ว่าพิมทำอะไร จะเห็นมันติดตามไปทุกที่ทุกเวลาจนไม่สามารถติดต่อกับโนห์ราทิวได้ สมพรจะใช้วิธีเดิมแต่ก็หาจังหวะไม่ได้เลยต้องเอาจดหมายใส่ลูกเนียงแล้วให้แม่ค้าที่

รู้จักกันเอามาให้แทน เมื่อกลับถึงบ้าน พิมอ่านจดหมายจึงทราบว่าชายคนรักกำลังจะไปเล่นโนห์ราที่อื่นและคืนนี้มีนัดหมายเช่นเดิม ใจของเธอร้อนรนพยายามคิดหาวิธีออกไปพบให้ได้ แต่ยังไม่ได้จังหวะเพราะทั้งแดงและยายดูเหมือนจะรู้ทันเธอทุกเรื่อง

สักพักฝนตกหนัก พิมจึงทำทีจะลงไปรองน้ำฝนใส่ตุ่มแต่ยายไม่ยอม สั่งให้จาด น้าสาวทำแทน พิมทอดถอนใจอย่างหนักหน่วงที่ยังหาโอกาสไม่ได้สักที ฝ่ายทิวมายืนชะเง้อรอคอยสาวคนรักอย่างกระวนกระวายใจจนเวลาล่วงเข้าเที่ยงคืนก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ เสียงระฆังดังแข่งกับสายฝนแว่วมายิ่งทำให้พิมนั่งแทบไม่ติด ในที่สุดเธอตัดสินใจปีนหน้าต่างกระโดดลงไป เวลานั้นโตนดที่มารองน้ำฝนเช่นกัน เหลือบเห็นร่างคนวิ่งฝ่าสายฝนออกไปนอกรั้ว

โตนดรีบทิ้งรางน้ำฝนมาตามท่านขุนเพื่อไปแจ้งให้ยายละเมียดทราบว่าหลานสาวตัวดีแอบหนีออกจากบ้านไปแล้ว ยายละเมียดตกใจมากและโกรธที่พิมทำเช่นนี้ ท่านขุนแกล้งทวงเงินคืน เสียงยายตอบกลับอย่างหัวเสียว่า

“ไม่นะเจ้าคะ อิฉันจะไปตามนังตัวดีกลับมาให้ได้เจ้าค่ะ”

ยายละเมียดขอแรงหนุ่มๆบ้านท่านขุนออกติดตามทันที ไม่นานนักสามารถไล่ตามจนเกือบจะทันแล้ว แต่เพราะโชคของพิมกับทิวยังพอมีอยู่บ้างทำให้แคล้วคลาด ทั้งคู่หนีไปทางหลังโบสถ์เพื่อหลบซ่อนตัวในบ้านร้าง แต่ไม่มีใครตามไปเพราะรู้ดีว่าบ้านนั้นผีดุและเฮี้ยนเพียงไร ลูกน้องทั้งหมดของท่านขุนต่างเกรงกลัวและบอกว่าที่เห็นร่างสองคนกำลังวิ่งไม่ใช่คนแต่เป็นวิญญาณที่ร่ำลือกัน เท่านั้นเองทุกคนพร้อมใจกันหันกลับ แม้ตัวท่านขุนก็ต้องจำใจกลับทั้งที่มั่นใจว่าไม่ใช่ผี

ฟากพิมกับทิววิ่งบุกป่ามาจนถึงหน้าบ้านร้าง พิมชะงักสั่นหัวอย่างกลัวๆ ทิวพูดปลอบใจเธอ

“ไม่ต้องกลัวพิม เจ้าของบ้านนี้เขาบูชาความรักเหมือนกับเรา” ว่าพลางทิวยกมือไหว้และพูดว่า “นายปลั่ง คุณวัฒนา เราสองคนรักกันแต่ถูกตามไล่ล่ามา ขอหลบอยู่ที่นี่สักพักก่อนเถิด อย่าทำอันตรายเรานะ”

เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงเหมือนเป็นสัญญาณการรับรู้และอนุญาตของเจ้าบ้านเดิม ทั้งทิวและพิมกอดกันแน่นก่อนจะเดินเข้าไปข้างในบ้านเพื่อหลบฝน พิมเล่าให้คนรักฟังว่า

“ไอ้แดงได้ยินยายคุยกับท่านขุนเรื่องยกพิมให้กับเขา พิมกลัว”

“พี่ก็กลัวพิมจะเปลี่ยนใจ ท่านขุนนั่นเหนือกว่าพี่ทุกอย่าง”

“นั่นมันเป็นเรื่องของสังคมที่วัดความเหนือความสูงต่ำของคนด้วยฐานะยศถาบรรดาศักดิ์ แต่พิมวัด ด้วยความรัก คนที่พิมรักย่อมอยู่เหนือผู้ชายทุกคนในโลก”

ทิวโผเข้ากอดคนรักอย่างแนบแน่นแล้วก้มลงจูบ เวลานี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม พิมยอมมอบกายให้กับคนที่เธอรักมากที่สุด

ooooooo

ฟ้าสาง พิมรู้สึกตัวตื่นลืมตา มองหน้าชายคนรักด้วยความตื้นตันใจน้ำตาไหลมีความสุขอย่างล้นเหลือ เสียงชายคนรักชวนให้เดินออกไปไหว้พระธาตุที่อยู่ข้างนอกกัน ทั้งสองคนนั่งพนมมืออยู่เบื้องหน้าพระธาตุพร้อมกับพูดสาบานรักว่า

“ข้าแต่พระบรมธาตุอันศักดิ์สิทธิ์ ข้าทั้งสองขอสาบานว่าจะรักกันจนวันตายและจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาพรากเราจากกัน”

ทั้งสองก้มลงกราบแล้วเงยหน้าสบตากันอย่างมุ่งมั่น พร้อมแล้วกับชะตากรรมต่างๆที่จะเกิดตามมาเพียงไม่กี่นาทีให้หลังแยกจากทิว พิมปีนหน้าต่างเข้ามาในห้อง พอเท้าแตะพื้นเท่านั้น ประตูห้องนอนก็เปิดผางออกอย่างแรง พิมตกใจผงะ ยายละเมียดก้าวสามขุมเข้ามาเงื้อหางกระเบนกำลังจะฟาด ทันใดนั้นจาดพุ่งเข้ามาดึงเอาไว้ พูดเสียงเรียบๆอย่างใจเย็น

“แม่จะตีมันให้ขุนอรรถได้ยินเสียงร้องไห้โหยหวน จะให้เขารู้ว่ามันไปนอนกับผู้ชายมาแล้วทั้งคืนอย่างนั้นหรือ ถ้าเขารู้ว่ามันไปนอนกับผู้ชายมาแล้ว แม่ไม่กลัวเสียราคาหรือไง ไหนๆก็ไปตกล่องปล่องชิ้นกับเขาแล้วนะ”

ยายละเมียดชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะเปลี่ยนเป็นตบแล้วทุบอย่างไม่ปรานี จาดพยายามดึงไว้และพูดย้ำว่าอย่าเอาความหลังที่รู้สึกเจ็บแค้นมาลงกับหลาน คราวนี้ได้ผล ยายละเมียดหยุดการกระทำ พิมเห็นโอกาสรีบก้มลงกราบเท้ายายอย่างสำนึกผิด แต่เห็นยายมองอย่างเจ็บช้ำน้ำตาคลอเบ้าและชักเท้าเดินหนีออกจากห้องไป

ขณะนั้นเองมีเสียงดังโหวกเหวกอยู่หน้าประตูบ้าน โตนดนั่นเองมาถามเรื่องพิมกลับบ้านแล้วหรือยัง ยายครุ่นคิดแล้วโกหกว่า “มันไม่ได้ไปไหนหรอกจ้ะ คนแก่หูตาฝ้าฟาง เมื่อคืนมันไปนอนกับนังจาดน่ะ”

“แต่ฉันเห็นคนออกไปจากบ้านยายนี่นา”

“สงสัยว่าพ่อโตนดจะตาฝาด คนที่อยู่ข้างล่างตอนฝนตกน่ะ แม่จาดแท้ๆ ไอ้ฉันก็ไม่ทันกลับไปดูนังพิมซะเลยตื่นตระหนกไปด้วย พิมจะไปช่วยนังจาดรองน้ำฝน แต่มันเป็นหวัด จาดเลยให้นอนที่มุ้งเขา นังนี่ทำวุ่นวายไปหมด”

โตนดฟังแล้วนิ่งเงียบไป ยายละเมียดยิ้มในหน้าเล่นบทป้องกันหลานสุดๆ เช่นเดียวกับท่านขุนที่ฟังเรื่องจากโตนดจบแล้วไม่อยากจะเชื่อแต่ก็จนด้วยเหตุผล โตนดบอกนายว่าไอ้ทิวต้องออกตระเวนแสดงที่จังหวัดอื่นๆเป็นเดือน ถ้าคิดจะทำอะไรควรรีบทำเสีย ท่านขุนนิ่งฟังอย่างใช้ความคิด

วันเวลาเคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ เป็นช่วงที่โนห์ราทิวต้องตระเวนแสดงไปทั่วภาคใต้ทำให้พิมคิดถึงชายคนรักยิ่งนัก เสียงทิววนเวียนอยู่ในหัวว่าหลังจบการแสดงครั้งนี้แล้ว คงมีเงินมากพอมาขอเธอแต่งงานได้ ขอให้อดใจรอเขาหน่อย พิมนึกถึงแล้วยิ้ม แต่เมื่อลุกขึ้นเกิดเวียนหัวเซพร้อมๆกับอาการคลื่นไส้อาเจียน จาดเข้ามาดูอย่างรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นพูดแต่เพียงว่า

“นอนพักเสีย ดูแลตัวเองให้ดีเถอะ ความลับบางอย่างให้มันติดตัวเราเองไปจนตายก็ได้ ถ้าพูดไปแล้วเสียหายกับตัวเองก็หาทางแก้ปัญหาโดยเร็ว”

ฟากท่านขุนก็หาทางเร่งรัดเอากับยายละเมียดให้รีบจัดการเรื่องที่คุยกันไว้เสียโดยด่วน แถมยังขู่ว่าเวลาตนดีก็ดีใจหายแต่เวลาร้ายก็เหลือรับ ยายละเมียดฟังและนึกตามด้วยความรู้สึกครั่นคร้ามแห่งความนัยนั่น แต่ยังไม่ทันได้พูดคุยกับหลานสาวตามที่รับปาก พลันได้ยินคนที่ตลาดคุยกันว่าโนห์ราทิวกลับมาจากตระเวนแสดงแล้ว ยายละเมียดรู้ทันทีว่าเวลาโยกโย้หมดลงแล้ว คงต้องรีบจัดการอะไรสักอย่าง

ooooooo

สมพรถูกทิวใช้ให้มาส่งข่าวกับคนรัก แต่เขายังหาทางไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นที่ตลาดหรือที่บ้าน ต้องกลับมาบอกทิวด้วยความผิดหวัง ทางด้านพิมรู้ทันทีเมื่อเห็นสมพรมาเตร็ดเตร่แถวหน้าบ้าน แต่เธอยังไม่มีจังหวะจะออกไปพบ

แต่ละวันใจของพิมร้อนรนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพราะอยากจะส่งข่าวเรื่องตนเองท้องให้ชายคนรักทราบ

ตกค่ำวันเดียวกัน ยายละเมียดตั้งวงเล่นพนันในบ้าน เสียงแทงพนันดังมาเป็นระยะๆ พิมพยายามหาโอกาสจะออกจากห้อง แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะไอ้แดงเอากระป๋องมาคล้องกับบานประตูไว้ ทุกครั้งที่เปิดจะมีเสียงดังโค้งเคร้งพร้อมๆกับเสียงหัวเราะอย่างรู้ทันของไอ้แดง พิมนั่งหงอยไม่ยอมหลับยอมนอนและอ่อนเพลียจากอาการแพ้ท้อง

เสียงเกราะตีบอกเวลาตีสอง พวกขาไพ่เลิกราแยกย้ายกันกลับ ยายละเมียดกับเจ้าแดงช่วยกันส่งแขกแล้วปิดประตูเรือนโดยที่ไม่เห็นว่ามีชายลึกลับค่อยๆย่องปีนเข้าไปในบ้านแล้ว สองยายหลานชะโงกหน้าเข้ามาดูพิมในห้อง เสียงยายถามอย่างเยาะๆว่า “ไงนังพิม ป่านนี้ยังไม่ยอมหลับยอมนอน คอยอะไร”

เจ้าแดงพูดแทรกรายงานทันที “พี่พิมเขาร้อนรุ่มหนัก เมื่อตอนสองยามก็พยายามจะลงไปข้างล่าง ดีว่ากระป๋องมันฟ้อง เสียงดังโคร้งเคร้ง”

จากนั้นไม่นานทั่วทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบ พิมทั้งเหนื่อยและเพลียจึงผล็อยหลับไป ความรู้สึกเหมือนเคลิ้มฝัน แต่แล้วสะดุ้งได้ยินเสียงกระทุ้งและกระซิบเบาๆดังขึ้นใต้เรือนตรงตนเองนอน เธอแนบหูฟังก่อนจะดีใจมากเพราะเป็นเสียงของทิวนั่นเอง พิมเดินไปแง้มบานหน้าต่างออกเพื่อให้ทิวปีนเข้ามาหา

“พี่ทนคิดถึงพิมไม่ไหวใจแทบขาด พี่เป็นห่วงมาก ทำไมยายของพิมต้องรังเกียจพี่นัก”

“พิมก็กำลังจะขาดใจเพราะคิดถึงพี่ทิว ใครจะรังเกียจพี่แค่ไหนไม่สำคัญหรอกเพราะพิมรักพี่ และยิ่งตอนนี้ใครก็ขัดขวางเราไม่ได้ ถ้ายายกีดกันพิมจะหนีตามพี่ พี่รู้ไหมจ๊ะเรากำลังจะมีลูก!”

ทิวลุกพรวดตกตะลึงอย่างดีใจสุดขีด ขณะที่กำลังโผเข้ากอดพิมกลับมีเสียงของยายละเมียดตวาดแหวให้เปิดประตู ทั้งสองผวายืนกอดกันกลางห้อง พิมสั่นหัวไม่ยอมถอดกลอนประตูจนทิวต้องพูดว่า

“เปิดเถอะพิม ถึงเวลาที่พี่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงและความผิดที่พี่ได้ก่อขึ้นแล้ว ลูกผู้ชายทำแล้วต้องยอมรับ”

ทิวปัดมือพิมที่ฉุดเอาไว้ ทันทีที่ถอดกลอน ประตูก็ถูกดันเปิดผางเข้ามา ยายเมียดถือขวานอันใหญ่ด้วยสองมือชูหราเข้าใส่ทิว พิมถลาเข้าขวางบังร่างของทิวไว้ ยายก่นด่าเสียงดัง

“อีพิม ทำงามหน้าแท้ลักลอบเอาผู้ชายมานอนบนเรือนของกู มึงทำตัวเป็นหมา เลี้ยงให้กินข้าวดีแค่ไหนก็อดไปกินขี้ไม่ได้ กูสู้อุตส่าห์เอามาขังไว้ในห้อง มึงยังลักลอบมาหากัน”

ยายละเมียดถลาเข้าตบตีพิมอีก ทิวเข้าขวางไว้

แต่โดนถีบจนล้มลง ยายละเมียดหันไปหาพิมและจะกระทืบลงบนท้องของพิม ทิวร้องเสียงหลงห้ามว่า “อย่า! พิมกำลังท้อง”

สิ้นเสียงทิว ยายละเมียดชะงักก่อนจะคำรามสั่งให้พิมไปเอาลูกออก น้าจาดวิ่งเข้ามาห้ามไม่ให้ยายละเมียดทำอะไรรุนแรงอีก ทิวกับพิมพนมมือไหว้ยายขอความเห็นใจ เสียงร้องไห้โฮของพิมดังไม่ขาดสาย ทันใดนั้น เสียงท่านขุนกับโตนดมาทุบประตูหน้าบ้านร้องเรียก ยายละเมียดต้องรีบปั้นสีหน้าให้นิ่งแล้วเดินออกมา

“มีอะไรกันหรือ ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายกันยกใหญ่” ท่านขุนถาม

“ขโมยขึ้นบ้านน่ะเจ้าค่ะ แต่ตอนนี้มันหนีไปแล้ว...ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกเจ้าค่ะ คู่รักแม่จาดลอบเข้ามาหา อิฉันต้องไล่มันออกไป งามหน้ายิ่งนัก จนแล้วยังไม่เจียม เชิญเข้ามาก่อนสิเจ้าคะ รับรองไม่มีอะไรแล้ว”

“รับรองก็ดีแล้ว ถ้ามีอะไรก็ตะโกนเรียกนะ ฉันกลับล่ะ”

หลังท่านขุนกับโตนดกลับไปแล้ว ยายละเมียดถอนใจอย่างโล่งอก ในขณะที่จาดออกมามองแม่อย่างเบื่อๆที่กลายเป็นหนังหน้าไฟให้ทุกคราที่มีเรื่อง ยายหันกลับมามองหลานสาวกับทิวอย่างใช้ความคิด ใจไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมแต่เวลานี้จะหาทางออก

เช่นไรดี เพียงครู่หนึ่งก็คิดออก ถอยไปนั่งตะบันหมากกินแล้วจู่ๆก็บอกกับคนทั้งสองว่า

“ถ้าข้าไม่ยอมให้เอ็งทั้งคู่แต่งงานกัน พวกเอ็งคงคิดหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามกันไปแน่ เอาอย่างนี้แล้วกัน ไหนๆเอ็งก็จะมีลูกด้วยกันแล้ว ข้าจะรอให้ไอ้ทิวมาสู่ขอ ต้องมาให้เร็วที่สุดก่อนที่ท้องนังพิมจะป่องออกมาประจานตัวเอง”

ทั้งสองคนฟังแล้วดีใจอย่างสุดซึ้ง หารู้ไม่นี่คือแผนร้ายของยายละเมียด

ooooooo

หลังจากได้ยินคำบอกกล่าวของยายละเมียด ทั้งพิมและโนห์ราทิวสุขใจยิ่งนัก ต่างฝ่ายเฝ้ารอคอยให้วันสำคัญนั้นมาถึงโดยเร็ว คณะของโนห์ราทิวเริ่มออกตระเวนแสดงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ใช้เวลาแค่สามวันเพราะตัวเอกคณะต้องรีบกลับมาแต่งเมีย

ทางด้านยายละเมียดรีบเข้าพบกับท่านขุนเพื่ออธิบายและนัดแนะวางแผนกัน เสียงท่านขุนหัวเราะอย่างถูกใจ

“ดีๆ วิธีนี้เข้าทีนะไม่ต้องบังคับ ไม่ต้องเฆี่ยนตี ไม่ต้องล่ามโซ่ เราสองคนแบ่งเบากันไปคนละครึ่ง ฉันตกลง”

ยายละเมียดรีบดำเนินการตามแผนทันที โดยทำทีแสดงความห่วงใยอาการแพ้ท้องและชักชวนพิมพาไปซื้อของเตรียมตัวแต่งงาน พิมพายิ้มแย้มอย่างมีความสุข พร้อมกับมองยายด้วยความตื้นตันใจก่อนจะออกจากบ้านไป

บ่ายวันเดียวกัน ยายละเมียดตั้งใจปรุงแกงไตปลาอย่างสุดฝีมือ เมื่อทำเสร็จก็ร้องสั่งให้ไอ้แดงเอาแกงไปส่งให้ที่บ้านท่านขุนและกำชับหลานชายตัวแสบไม่ให้แตะต้องแกงที่ทำโดยเด็ดขาด แล้วจากนั้นก็รอคอยเวลาสำคัญที่จะมาถึงในตอนเย็น ระหว่างนั้นเอง พิมพากำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้าน ท่านขุนเดินลอยชายมาโผล่หน้าเรียก

“คุณพิมพาจ๊ะ ผมมาเชิญคุณพิมกับยายละเมียดไปทานข้าววันเกิดผมที่บ้านตอนเย็น ไม่ทราบว่าจะสะดวกให้เกียรติได้ไหมครับ”

พิมพาฟังคำเชิญนั้นด้วยความแปลกใจกำลังจะกล่าวปฏิเสธ ยายละเมียดรีบเดินออกมาขัดจังหวะแล้วสอบถาม เมื่อได้ความก็ตอบรับอย่างยินดี ท่านขุนยิ้มพอใจแต่พิมพาถอนใจเป็นกังวล คล้อยหลังท่านขุนเดินกลับไป พิมพารีบออกตัวว่า

“หนูไม่ไป หนูไม่ชอบท่านขุน เขาไม่น่าไว้ใจสักนิด”

“เอ็งต้องไปเพราะเขาเป็นเจ้าหนี้ยาย และถ้าขัดใจเขามากๆเขาจะยึดบ้านเรานะ ฝืนใจกินๆให้มันเสร็จแล้วก็กลับบ้าน พรุ่งนี้แกจะแต่งงานกับไอ้ทิวแล้ว เอ็งก็ไม่ต้องเห็นหน้าท่านขุนเขาอีก”

พิมพาเงียบเพราะจำนนด้วยคำพูดเหล่านั้น ตกเย็นยายละเมียดกุลีกุจอดูพิมพาที่ก้าวออกมาจากห้องด้วยหน้าตาหม่นหมอง น้าจาดมองเงียบๆ ก่อนจะสั่งความขึ้นมาว่าระวังตัวด้วย ยายละเมียดมองตาเขียวแทบจะถีบลูกสาวให้ตกเรือน

เมื่อมาถึงที่ห้องทานข้าวในบ้านของท่านขุน พิมพา ระมัดระวังตัวตามคำสั่งของน้าสาว เธอไม่แตะต้องอะไรที่ยายกับท่านขุนไม่ตัก ทั้งสองลอบมองหน้ากันอย่างชั่งใจ จนกระทั่งท่านขุนตัดสินใจตักแกงไตปลาและตักให้พิมพาด้วย เธอเห็นเช่นนั้นก็ไม่ติดใจสงสัยอะไร ก้มหน้าคลุกข้าวทานโดยไม่ได้มองว่าท่านขุนไม่ทานส่วนที่เขาตักเลยสักนิด แต่กลับพูดว่า

“แกงไตปลานี่อร่อยมาก ฝีมือเยี่ยมจริงๆ”

แกงอร่อยจริงอย่างว่า ท่านขุนตักให้อีก พิมพาก็กิน จนหมดจานรวบช้อนแต่รู้สึกไม่ค่อยดี พยายามดื่มน้ำให้หมดแก้ว ความง่วงเข้าคุกคามจนตาจะปิด เธอฝืนอาการนั้นไว้ สักพักเริ่มหัวหมุนโคลงเคลง เมื่อลุกขึ้นถึงกับเซ หัวจะฟาดโต๊ะ

พิมพามองเห็นหน้าท่านขุนลอยวนไปวนมาใกล้หน้า รู้ตัวแต่พูดหรือขยับไม่ได้อีก ยายละเมียดถลาเข้าไปอย่างเป็นห่วงแต่ท่านขุนรีบส่งเงินให้แล้วไล่ให้ไปเล่นไพ่ ยายลังเลเหมือนต้องมนต์ผีพนันเข้าสิง รับเงินแล้วเดินลิ่วออกไป

“พี่ทิวจ๋า ช่วยพิมด้วย อย่าๆ...มาแตะต้องตัวฉัน”

“ไม่มีใครช่วยเธอได้หรอก พิมพาคนสวยหัวดื้อ มาเป็นของฉันเสียเถอะ”

ooooooo






นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”

"นาย-โม" ทะเลาะแตกหัก เมาเละจนโดนทิ้งข้างถนนในละคร “Tee ใครทีมันส์”
12 ธ.ค. 2562
07:45 น.