ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    ทองเนื้อเก้า

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ลำยองถอดใจเรื่องบังคับเมืองเทพให้รับผิดชอบ เช่นเดียวกับแลซึ่งจำใจรับชะตากรรม ต่างจากวันเฉลิมที่ดีใจมากและอยากให้แม่คลอดน้องผู้หญิงเพราะอยากมีน้องสาวน่ารักเหมือนสมฤดี แต่ถึงกระนั้นเด็กชายก็ไม่วายสงสัยเรื่องเมืองเทพและตัดสินใจถามละม่อมระหว่างช่วยกันทำงานบ้านในครัว

    “พี่ม่อม...แม่เขาจะมีน้อง ทำไมลุงเทพไม่มาอยู่บ้านเราล่ะ เขาเป็นพ่อของน้องในท้องแม่ไม่ใช่เหรอ”

    “ใช่...แต่เขาคงไม่มาอยู่หรอก บ้านเขามี เขาไม่ได้แต่งงานกับแม่วันนี่ เขาได้กันเฉยๆ”

    วันเฉลิมเลิกคิ้วด้วยความงง “ไม่ได้แต่งงานแล้วทำไมมีลูกได้ล่ะ”

    “คนสมัยนี้ก็แบบนี้แหละ เขาไม่ถือประเพณีกันแล้ว ชอบกันก็ได้เสียกันง่ายๆ” วันเฉลิมเดาจากสีหน้าละม่อมว่าคงเป็นเรื่องไม่ดี “มันจะดีได้ยังไงล่ะ ใจเร็วด่วนได้ ยังไม่ทันได้รู้จักนิสัยใจคอกันเลย เป็นผู้หญิง...ยังไงก็เสียเปรียบ”

    วันเฉลิมยังไม่เข้าใจเพราะเห็นมีแต่คนช่วยเหลือจุนเจือแม่ตลอด ไม่น่าจะเสียเปรียบใครได้

    “ก็ต้องอุ้มท้องไปเก้าเดือน ต้องเลี้ยงลูกไปอีกนาน เหนื่อยจะตายเลี้ยงเด็กน่ะ”

    วันเฉลิมกลับคิดต่างเพราะอยากมีน้องผู้หญิง “เด็กผู้หญิงน่ารักดี...เหมือนหนูสมหลานยายวิมลข้างบ้านเรานี่ไงพี่ม่อม” ละม่อมเลยแกล้งถามว่าถ้าน้องเป็นผู้ชายล่ะ “ก็ได้ทั้งนั้นแหละ ยังไงก็เป็นน้องวันนี่นา”

    ฟากลำยองนั่งสำรวจทรัพย์สินในห้อง สภาวะการเงินที่ติดขัดอยู่แล้วทำให้เครียดหนัก ยิ่งตั้งท้องลูกคนที่สามยิ่งแทบบ้าเพราะมองไม่เห็นทางเลยว่าจะไปเอาเงินมาจากไหน สาวขี้เมาหยิบสร้อยข้อมือเส้นเล็กซึ่งสันต์เคยให้ตอนผูกข้อมือแต่งงาน อึ้งเล็กน้อยเพราะความจริงยังฝังใจกับผัวคนแรก แลเห็นอาการลูกสาวเลยพูดปลอบ

    “เก็บเอาไว้ให้ดีละกันเอ็ง ถึงเวลาเดือดร้อนจริงๆคงมีประโยชน์บ้าง”

    ลำยองคิดนิดเดียวแล้วเก็บสร้อยทองลงหีบล็อกกุญแจ “ฉันจะเก็บไว้ให้ไอ้วันมัน” แลไม่ว่าอะไรแล้วถามถึงเมืองเทพว่าจะเอายังไง “ฉันมีลูกกับเขาแล้ว ยังไงเขาก็ต้องรับผิดชอบ”

    ข่าวเรื่องลำยองจะมีลูกคนที่สามทำให้สมาชิกครอบครัวหนักใจแทน ลำยงสงสารและเวทนาพี่สาวเลยช่วยคิดหาวิธีทำมาหากินแบบง่ายๆ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวให้แป้งยกกองหนังสือพิมพ์ไปให้ลำยองที่บ้านและสอนพับถุงกระดาษขาย ลำยองนั่งมองตาปริบๆ ส่วนวันเฉลิมตื่นเต้นมากและตั้งใจฟังน้าสาวด้วยใจจดจ่อ

    “ไม่ยากเย็นอะไรเลย ทาแป้งเปียกที่เดียวเอาไว้เยอะๆแล้วไล่พับข้าง พับตูดถุงลงไป” วันเฉลิมขอลอง ลำยงเลยส่งกระดาษให้หลานพลางสอนให้พับ “ตูดถุงอย่าให้มันตื้นไป เดี๋ยวใส่ไข่ไม่ได้ ร่วงมาแตกกันพอดี”

    วันเฉลิมตั้งใจมาก ส่วนลำยองจำใจลองทำเมื่อได้ยินว่าได้เงินแค่ร้อยถุงสามบาทก็หน้าหงิก

    แลพยายามพูดให้เห็นข้อดี “ข้าเห็นอีข้างบ้านมันเอาไปส่งตลาดที ได้หลายบาทอยู่นา”

    แป้งแบกกองกระดาษหนังสือพิมพ์มาวางตรงหน้าแล้วเบ้หน้าเซ็งแทนพี่สาวที่ต้องหลังขดหลังแข็งพับถุงแทนการไปทำโรงงานเหมือนเมื่อก่อน แลแหวลูกชายว่าทำเสียเรื่อง ส่วนลำยงไม่สนใจและยื่นคำขาด

    “ฉันจะรับซื้อหนังสือพิมพ์เก่าไว้โลละสลึง พับถุงได้ร้อยละสามบาท ลงทุนน้อย ลงแต่แรง งานก็ไม่หนักหนาอะไร ฉันช่วยพี่ได้มากที่สุดเท่านี้แหละ ที่เหลือพี่ต้องช่วยตัวเองแล้ว”

    ooooooo

    ลำยองคิดหนักและตัดสินใจพับถุงขายเพราะไม่มีทางเลือกดีกว่านี้ โดยมีวันเฉลิมเป็นลูกมือช่วยอย่างแข็งขัน เมื่อวิมลทราบเรื่องเลยเรียกมายกกองหนังสือพิมพ์เก่าที่บ้าน อยากช่วยเหลือเด็กชายกตัญญูช่วยเหลือครอบครัว

    “วันไม่มีเงินซื้อหรอกครับคุณยาย”

    “ยายให้พ่อวันเฉยๆลูก เอาไปพับถุงขาย จะได้มีเงินไปซื้อขนมนะ”

    ฝ่ายปั้นกับสินไม่อยากจะเชื่อเมื่อได้ยินว่าลำยองกลับเนื้อกลับตัวมาทำมาหากินด้วยวิธีสุจริต โดยเฉพาะปั้นที่ปรามาสว่าคนอย่างอดีตลูกสะใภ้ขี้เกียจโดยสันดานไม่น่าจะกลับใจง่ายๆ

    “มันอาจคิดกลับตัวก็ได้แม่ปั้น เห็นว่ามันท้องลูกอีกคนแล้วด้วยนา”

    “ฉันว่าแล้วไหมล่ะ ริกๆอย่างมัน ผัวใหม่มันเป็นใครล่ะ”

    “เจอกันในบ่อนนั่นแหละ ร่ำรวยเพราะมรดกเยอะ แต่งานการไม่ทำ เล่นอย่างเดียว”

    “คงถูกใจมันเลยสิ มันคงใช้วิธีเดิมๆ ท้องจะได้จับเขาอยู่ แต่แกว่าไหมตาสิน ผู้ชายที่ไหนจะโง่ยอมให้มันจับ”

    “ฉันสงสารเด็กที่จะเกิดมามากกว่า ไม่รู้อิโหน่อิ–เหน่อะไรด้วยเลย”

    “ไอ้วันมันดีใจไหมล่ะ จะได้น้องใหม่เพิ่มอีกคน”

    “ก็ตามประสานั่นแหละ แต่ฉันว่านะ ห่วงวันข้างหน้าดีกว่า อีกหน่อยรู้ความกว่านี้ มันจะเกลียดแม่หรือเปล่า”

    ขณะที่ทุกคนจับตาดูการเปลี่ยนแปลง ลำยองนั่งพับถุงกระดาษด้วยความหงุดหงิด ไม่เข้าใจว่าทำไมนางฟ้านางสวรรค์อย่างเธอจะต้องลำบากพับถุงขายให้มือหงิกแบบนี้ สาวขี้เมามองดูนิ้วมือซึ่งเคยทาเล็บสวยกลายเป็นสีดำเพราะหมึกพิมพ์และแป้งเปียกแล้วถอนใจเซ็งๆ สุดท้ายทนไม่ไหวเลยเหยียดขายาวและตะโกนเรียกละม่อมมาทำแทน

    ละม่อมไม่อยากเพราะไม่ใช่หน้าที่แถมมีงานอื่นอีกเยอะ โดยเฉพาะกับข้าวกับปลาซึ่งเจ้านายสาวเรียกหาตลอด ลำยองชักฉุนแล้วตอกเคืองๆว่ากับข้าวที่สาวใช้ทำไม่เห็นมีอะไรนอกจากไข่เจียวกับผัดผัก

    “คุณอยากกินดีกว่านี้ก็ให้ค่ากับข้าวมากกว่านี้สิคะ”

    “มึงนี่เถียงคำไม่ตกฟากขึ้นทุกวัน ทำไป...ถุงเนี่ยได้มาเท่าไหร่ก็เป็นเงินเดือนมึงหมด ไม่รู้กูจะพับหาสวรรค์อะไร”

    ลำยองอารมณ์เสียเลยไปหาพี่น้องที่บ้าน พบลำดวนเลยขอไปสมัครงานด้วยเพราะดูท่าจะเงินดีเพราะน้องสาวแต่งตัวสวยและไม่มาขอเงินเหมือนเมื่อก่อนแต่ถูกปฏิเสธเพราะเขาไม่รับคนท้อง สาวขี้เมาเซ็งจัดเพราะเบื่อพับถุงและอยากเข้าบ่อน สุดท้ายเลยเลือกทางลัดขโมยเงินในกระป๋องของลำยงไปเล่นไพ่หน้าตาเฉย

    ลำยองกำเงินในมือแน่นแล้วเดินเข้าบ่อนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม มองหาเมืองเทพแต่ไม่เห็น พบแต่ขาไพ่คุ้นหน้าซึ่งทักทายเธออย่างตื่นเต้นเพราะไม่เห็นหน้าค่าตามาหลายวัน

    “ฉันยุ่งน่ะ ต้องไปเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ตั้งหลายราย เสียเวลาจะตาย ไอ้คนพวกนี้มันเหนียวหนี้ ถ้าไม่ไปนั่งเฝ้ามันก็หายไปดื้อๆ นี่พี่เทพไม่อยู่หรอกหรือ” เพื่อนร่วมวงบอกว่าไม่เห็นมาหลายวันแล้ว ลำยองเก็บอาการเซ็งและเริ่มจั่วไพ่ แต่ไม่วายทำหน้าเบื่อหน่าย ตรงข้ามกับในใจที่อยากไพ่มาหลายวัน “เบื่อไพ่ไทยแต่ก็เอาเถอะ ดีกว่าไม่มีอะไรเล่น”

    เมื่อลำยงรู้ว่าถูกขโมยเงินก็เดือดจัดและเกือบลงกับวันเฉลิมซึ่งหิ้วหม้อมาขอก๋วยเตี๋ยว แต่ทำไม่ลงเพราะเชื่อว่าหลานไม่รู้เรื่องด้วย วันเฉลิมหน้าเสียเมื่อรู้วีรกรรมแม่และตัดสินใจไปทวงคืนให้น้าสาวถึงในบ่อน ลำยองสะดุ้งเมื่อเห็นหน้าลูกเพราะมีชนักปักหลัง ยิ่งได้ยินลูกทวงเงินเลยของขึ้นหนัก

    “วันไม่อยากให้ใครเรียกแม่ว่าเป็นขโมยครับ ขโมยของคนอื่นมันบาปนะครับแม่”

    ลำยองเลือดขึ้นหน้าด้วยความโมโห ฉุดกระชากลากถูลูกชายกลับบ้านไปเอาเรื่องลำยงที่กล้าส่งวันเฉลิมไปหักหน้าเธอถึงในบ่อน สาวขี้เมาปาเงินตรงหน้าน้องสาวแล้วแหวว่าอย่ามาขอเงินเธอทีหลังแล้วกัน

    “ใครเขาอยากได้เงินของพี่กัน พี่ซะอีกเวลามีไม่เห็นเคยเจือจานพ่อแม่พี่น้อง คนอื่นเขาทำงานสายตัวแทบขาด พี่มาลักขโมยเอาแบบนี้จะให้เรียกว่าอะไร ถ้าไม่ใช่เห็นแก่ตัว ผีพนันมันเข้าสิงจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว” ปอหัวเราะสะใจ ส่วนวันเฉลิมร้องไห้จ้า ชดสงสารเลยเข้าไปห้ามเมีย “มันน่าอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ไอ้คนที่สมควรจะอายที่สุดคือไอ้พวกไม่ทำมาหากินแต่คอยเบียดเบียนชาวบ้านคนอื่นต่างหาก”

    ลำยองโกรธและประกาศกร้าวจะไม่มาเหยียบที่นี่อีก แลเห็นท่าไม่ดีรีบขวางและบอกว่าเป็นพี่น้องกัน

    “มันไม่ใช่น้องฉัน แม่คิดดู...มันให้ไอ้วันไปประจานฉันในบ่อน ฉันต้องเสียหน้าขนาดไหน”

    ลำยงย้อนว่ายังมีหน้าให้เสียอีกหรือ ลำยองจะเอาเรื่องแต่วันเฉลิมกลับบอกว่าอาสาไปตามเอง

    “มึงยังจะเข้าข้างมันอีก มึงเป็นลูกกูหรือเปล่าเนี่ยไอ้วัน”

    ooooooo

    ลำยองเจ็บใจมากเพราะไม่มีคนเข้าข้างแถมรุมซ้ำเติมอีกต่างหาก เลยพาลลงกับลูกชายคนโตและฟาดไม่ยั้งเพราะทำให้ขายหน้าและถูกด่า ปั้นกับสินทำธุระเสร็จผ่านมาเห็นจึงรีบห้ามแต่ลำยองไม่สนใจและประกาศว่าวันเฉลิมเป็นลูกชายและเธอจะทำยังไงก็ได้ ปั้นหัวเสียมากโต้กลับเสียงห้วนว่ายังกล้าเรียกตัวเองว่าแม่อีกหรือ

    สินรีบเรียกหลานมาหาเพื่อปลอบขวัญ ลำยองโกรธมากและผลักลูกชายล้มกับพื้น

    “ไปเลยสิ...แล้วมึงอย่ากลับมาเรียกกูว่าแม่อีกนะไอ้วัน โคตรเหง้าพ่อมึงน่ะ เทวดากันทั้งนั้น”

    วันเฉลิมร้องไห้จ้า สินเข้ามาประคองหลาน ส่วนปั้นทนไม่ไหวต้องสั่งสอนอดีตลูกสะใภ้

    “สอนลูกแต่ละอย่าง ผัวสามแล้วยังไม่รู้จักคิด ผู้ชายที่ไหนก็ไม่เอามึงหรอก จะลงนรกก็ไปคนเดียว มันเรื่องอะไรต้องฉุดไอ้วันลงไปด้วย” ลำยองปรี๊ดแตกแต่ปั้นไม่สน “ย้ายมาอยู่กับย่าเถอะวัน จะทนอยู่กับแม่พรรค์นี้ไปทำไม”

    “พวกมึงเสี้ยมลูกกูอย่างนี้เอง มันถึงปากกล้ากับกู ถุย...เอานรกสวรรค์มาหลอกเด็ก พวกมึงนั่นแหละตัวดี” ขาดคำก็กระชากวันเฉลิมคืนและท้าทาย “อยากได้หลานคืนมากใช่ไหม...กูจะทรมานพวกมึงให้อกแตกตายเลยคอยดู!”

    ลำยองลงมือฟาดลูกชายไม่ยั้งและกระชากลากถูไปตามทางจนปั้นกับสินต้องเมินหน้าหนีด้วยความสะเทือนใจ เมื่อถึงหน้าบ้านก็ทรุดตัวนั่งกับพื้นเพราะเหนื่อยที่ออกแรงมาตลอดทาง วันเฉลิมร้องไห้กระซิกๆ ลำยองเลยผลักลูกชายกระเด็นแล้วเดินเข้าบ้าน แต่ไม่วายด่าลอยๆให้ไปให้พ้นหน้า...กูเบื่อจะเลี้ยงมึงแล้ว

    วันเฉลิมมองตามแม่ตาปรอยแล้วตัดสินใจไปหาหลวงลุงปิ่นที่วัดและเล่าเรื่องเมื่อบ่ายให้ฟัง หลวงลุงส่ายหน้าอ่อนใจ สงสารเด็กชายเป็นกำลังที่ต้องอยู่ในสภาพแบบนี้แต่ยังเวทนาเทศนาให้เข้าใจคนเป็นแม่

    “พระสงฆ์องค์เจ้าบางทียังทำผิดพลาดให้ฆราวาสกล่าวตักเตือนได้เลย นับประสาอะไรกับลูกจะสั่งสอนพ่อแม่ไม่ได้วะ ในเมื่อเห็นๆกันอยู่ว่ามันไม่ถูกไม่ควร เอ็งอย่าเสียใจไปเลยไอ้วัน” วันเฉลิมไม่อยากเห็นแม่ทำบาป “แม่เอ็งมันเป็นคนดื้อ ยึดมั่นถือมั่นในทางที่ผิด ไม่ยอมรับความจริง ถ้าเอ็งเข้าใจเขา เอ็งจะไม่โกรธเขาหรอก”

    “แต่แม่ไล่วันหลายครั้งแล้วครับ แม่คงเกลียดวัน”

    “มันแค่ระงับความโกรธไม่เป็น เอ็งจะถือสาทำไม หรือเอ็งนึกอยากไปอยู่กับปู่และย่าขึ้นมา”

    “วันไปแม่คงยิ่งโกรธ วันไม่ชอบเห็นใครทะเลาะกันเลยครับ”

    “เอ็งจำนิทานเรื่องพญาช้างเผือกเลี้ยงแม่ได้ไหม จะให้หลวงลุงอ่านให้ฟังอีกไหมล่ะ”

    วันเฉลิมได้ฟังนิทานเรื่องโปรดก็เกิดปัญญาเห็นธรรมและหายน้อยใจ แต่เมื่อกลับถึงบ้านกลับต้องเศร้าใจเมื่อเห็นสภาพเมามายและอาละวาดไปทั่วของแม่ ลำยองไร้สติและโวยวายหากวงแต่ละม่อมไม่รู้เรื่อง

    “อีโง่...คุณกวงผัวกูไง คนที่ซื้อบ้านหลังนี้ให้กู เขาโคตรรวยเลยนะมึง เขาเป็นเจ้าของโรงงานหลายที่ เขาซื้อทองให้กูตั้งหลายเส้น ตู้เย็นนั่นก็ด้วย โทรภาพนั่นก็ใช่ หรือมึงจะโกหกกูจริงๆ เขามาหากูตอนกูไม่อยู่ใช่ไหม”

    ละม่อมมองมาด้วยความสมเพช วันเฉลิมต้องปลอบแม่ว่ากวงไม่มานานแล้ว ลำยองร้องไห้โฮและโวยลั่นว่าทุกคนทิ้งเธอไปหมด สุดท้ายสาวใช้กับเด็กชายต้องช่วยกันพยุงสาวขี้เมาไปนอนด้วยความทุลักทุเล ส่วนลำยองพอหัวถึงหมอนแล้วดูสงบขึ้น แต่ไม่วายสั่งสอนลูกชายให้ทำตัวดีๆหากกวงมาหาจริงๆ วันเฉลิมไม่อยากขัดใจเลยรับปากดิบดี

    “ครับแม่...โรงเรียนจะปิดเทอมแล้ว วันจะอยู่บ้านพับถุงเยอะๆ จะได้เอาเงินมาให้แม่นะครับ”

    ลำยองหมดสภาพหลับกรนไปแล้ว วันเฉลิมได้แต่มองแม่นิ่ง ในใจตั้งมั่นจะทำตามที่พูดจริงๆ

    ooooooo

    ลำยองกลับไปเข้าบ่อนเหมือนเดิม งานการไม่ทำและปล่อยให้ละม่อมกับวันเฉลิมหากินตามมีตามเกิด เมื่อเงินหมดเลยต้องตัดใจขายตู้เย็น วันเฉลิมมองตามด้วยความเสียดาย ละม่อมเลยลูบหัวปลอบใจ

    “ผิดจากที่พี่เคยพูดไหมล่ะวัน อีกหน่อยก็โทรภาพนั่นแหละ เชื่อพี่เถอะ” วันเฉลิมนึกถึงคำแม่ที่บอกว่าขายตู้เย็นเพราะเปลืองไฟ ละม่อมเบ้หน้า “ทำไมจะไม่เปลืองล่ะวัน ก็ในนั้นไม่มีอะไรให้แช่นอกจากน้ำกิน”

    ตู้เย็นขนาดใหญ่ถูกยกไปแล้ว ลำยองยืนนับเงินแล้วออกไปบ่อนเหมือนเคย วันเฉลิมไม่กล้าหือและตัดสินใจไปหาหลวงลุงที่วัด และเหมือนโชคดีเพราะเจอพ่อที่นั่นด้วย สันต์ถามไถ่ด้วยความคิดถึง โดยเฉพาะเรื่องเพื่อนฝูงที่โรงเรียน หลวงลุงอดไม่ได้เลยตอบแทนว่าวันเฉลิมคงไม่มีเวลาหาเพื่อนเพราะต้องรีบกลับบ้านไปพับถุงขาย สันต์ยิ้มให้ลูกบางๆ

    “สมัยพ่อเด็กๆ พอโรงเรียนเลิกพ่อต้องรีบกลับมาช่วยปู่กับย่าขายของเหมือนกัน อย่าน้อยใจไปเลยนะลูก จะลำบากยังไงก็อย่าท้อเรื่องเรียน เงินวันพ่อยังเก็บใส่บัญชีให้เดือนละสามร้อย ตอนนี้ก็มากอยู่ ขัดสนยังไงให้มาบอกพ่อนะลูก อย่าเก็บเงียบคนเดียว” วันเฉลิมรับคำง่ายๆ สันต์ลูบหัวลูกด้วยความสงสาร “พักนี้พ่ออาจไม่ค่อยได้มาหานะลูก อาเทวีกำลังจะมีน้อง...น้องของวันนั่นแหละ อีกหน่อยจะได้เป็นเพื่อนเล่นกัน”

    วันเฉลิมก้มหน้านิ่ง รู้สึกเหงาเหมือนอยู่คนเดียวในโลกเพราะทุกคนรอบตัวต่างก็มีทางเป็นของตัวเองหมด

    วันเวลาผ่านไปหลายเดือน...ลำยองท้องโตขึ้นทุกวันแต่ไม่เลิกไปบ่อน เมืองเทพกลับมาคืนดีด้วยแต่เหมือนเป็นขาไพ่มากกว่าผัวเพราะไม่เคยสนใจดูแลลำยองเลย แต่ถึงกระนั้นสาวขี้เมาก็ตอแยไม่เลิก หวังลึกๆว่าเขาจะรับผิดชอบเธอกับลูก แลกับลำยงอดสมเพชไม่ได้และตัดสินใจช่วยตระเตรียมข้าวของเพื่อรอหลานคนใหม่

    สองแม่ลูกรื้อเสื้อผ้าเก่าๆของอภิชาตที่กวงทิ้งไว้มาเตรียมไว้ แต่ผ้าอ้อมมีไม่มากพอ ลำยงเลยเสนอให้ฉีกผ้าถุงเก่ามาใช้แก้ขัด แลมองด้วยด้วยความปลงนึกถึงสมัยวันเฉลิมเกิดว่าลำยองไม่เคยยอมใช้ผ้าถุงเก่าๆ แต่ตอนนี้คงต้องยอมเพราะไม่มีจะกินอยู่แล้ว วันเฉลิมช่วยโน่นนี่แข็งขัน ลำยงสงสารแล้วพาลโกรธพี่สาวที่ตะลอนเกาะติดผัวตามบ่อนแต่ไม่เคยสนใจจะเตรียมตัวคลอดลูกเลย

    “เป็นแม่แท้ๆแต่ไม่เห็นทำอะไรบ้างเลย เราทำให้มากไปหรือเปล่าแม่” แลปลอบว่ายังไงลำยองก็เป็นพี่สาวแท้ๆ “ฉันกลัวว่าคลอดแล้วมันจะโยนลูกมาให้เลี้ยงด้วยน่ะสิ ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะแม่”

    ลำยงคิดแล้วขนลุกเพราะเห็นจากประสบการณ์ก่อนหน้านี้ แต่คนเคราะห์ร้ายที่ลำยองหมายมั่นปั้นมือจะให้เลี้ยงลูกกลับเป็นละม่อม สาวใช้ปฏิเสธเพราะเข็ดเลี้ยงน้องที่บ้านและจะลาออกสิ้นเดือนนี้ ลำยองตกใจมากและพยายามต่อรองแต่ละม่อมไม่ยอมเพราะเบื่อถูกใช้งานเยี่ยงทาสแต่เงินเดือนนิดเดียวเต็มที

    “หนูจะไปหาอย่างอื่นทำ หนูมีพ่อแม่ มีน้องต้องส่งเสียอีกหลายคน ไม่ได้อิสระเสรีอย่างคุณนี่”

    “กูรู้แล้ว...มึงจะไปหาผัวน่ะสิ อย่างมึงคงจะริกๆอยากมีอย่างชาวบ้านเขาใจจะขาด”

    “อยากมีกันทุกคนนั่นแหละ หรือว่าคุณไม่อยากมี”

    ลำยองตอกว่าหน้าตาอย่างละม่อมคงไม่มีใครเอา ละม่อมเหลืออด

    “ไม่เหมือนคุณใช่ไหมล่ะ เดินไปเดินมาก็มีตั้งสามผัว แต่ไอ้ที่อยู่ในท้องนั่นน่ะ ไม่รู้จะหาพ่อได้หรือเปล่า”

    ลำยองกรี๊ดลั่นและผวาไปตบเต็มแรง ละม่อมเห็นดาวระยิบระยับแล้วตบคืนด้วยความแค้น วันเฉลิมได้ยินเสียงคนตีกันเลยรีบมาห้ามแต่สู้แรงไม่ไหว สองสาวต่างวัยโถมตัวหากันด้วยความโมโห สุดท้ายสาวท้องแก่เป็นฝ่ายแพ้ล้มกับพื้นแล้วลุกไม่ขึ้น ละม่อมไม่สนใจและวิ่งไปเก็บของในห้อง วันเฉลิมตามไปห้ามแต่ละม่อมทนไม่ไหวจริงๆ

    “พี่อยู่ไม่ได้แล้วล่ะวัน มันสุดจะทนแล้ว ขืนอยู่ต่ออีกนาทีเดียว พี่ต้องหมดสิ้นความเป็นคนแน่”

    วันเฉลิมตามไปยื้อยุดกับละม่อมหน้าบ้าน ลำยองโผล่มาด่าสาวใช้เสียงเขียวและพาลไปลงกับวันเฉลิม โทษฐานอาลัยอาวรณ์คนใช้คู่ปรับคนใหม่ล่าสุด ละม่อมไม่สนใจเจ้านายสาวและสั่งเสียกับวันเฉลิมทั้งน้ำตา

    “พี่ไปละ...อยู่ดีๆล่ะวัน อยู่ไม่ได้ก็หนีไปอยู่กับปู่ย่าซะ อย่าทนอยู่กับแม่อย่างนี้เลย เสียคนเปล่าๆ”

    “อีม่อม...มึงมาสอนลูกกูแบบนี้ จะจนหรือรวย แม่ลูกเขาก็อยู่ด้วยกันมาโว้ย มึงมาสอนให้ลูกหนีแม่ มึงจะตกนรก ไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด อีคนอกตัญญู กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา คนอย่างมึงไม่มีวันเจริญหรอก จะไปตายที่ไหนก็ไป”

    ละม่อมกัดฟันเดินจากไม่เหลียวหลัง วันเฉลิมมองตามน้ำตาคลอ ส่วนลำยองสะใจที่ไล่สาวใช้ปากเสียไปได้

    ooooooo

    หลังละม่อมออกจากบ้าน หน้าที่ดูแลแม่ ทำความสะอาดบ้านและทำกับข้าวจึงตกเป็นของวัน-เฉลิมคนเดียว แต่เด็กชายไม่เหนื่อยหรือท้อเพราะคิดว่าทำเพื่อแม่ ส่วนลำยอง...แม้จะท้องแก่แต่อยู่ไม่ติดบ้าน สุดท้ายเมื่อถึงเวลาสาวขี้เมาก็น้ำคร่ำแตกกลางวงไพ่ ร้อนถึงสมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องวิ่งหน้าตื่นไปรับและพาส่งโรงพยาบาล
    ลำยองคลอดลูกสาวสมใจวันเฉลิม แต่ต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลอีกสองสามวัน แลจึงส่งแป้งมาอยู่เป็นเพื่อนหลานที่บ้าน วันเฉลิมดีใจและตื่นเต้นที่จะได้น้องสาว ต่างจากเมืองเทพที่ทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวเมื่อแลไปแจ้งข่าวถึงในบ่อนว่าลำยองเพิ่งคลอดลูกของเขา แลหน้าชาด้วยความโกรธจนต้องด่าประจานกลางบ่อน

    “ไอ้เมืองเทพ...ไอ้เทวดา อย่างมึงน่ะ มันก็เทวดาหน้าหมานั่นแหละวะ...ถุย!”

    เมืองเทพอับอายแต่แลไม่สนและพุ่งออกไปไม่เหลียวหลัง...โธ่เอ๊ย ไอ้เศรษฐีที่ดินไร้ความรับผิดชอบ!

    ลำยองกลับบ้านในอีกสองวันถัดมา วันเฉลิมรีบไปดูน้องด้วยความตื่นเต้น แต่ก็ต้องผงะเมื่อเห็นสภาพเหี่ยวย่นของน้อง แลกับลำยงมองมาด้วยความสงสารและปลอบให้ใจเย็นเพราะน้องสาวคงจะแข็งแรงขึ้นในไม่ช้า แลอยากตั้งชื่อให้หลานสาวคนใหม่แต่ไม่รู้จะตั้งว่าอะไร ลำยงเลยเสนอให้เรียกว่าอ้อยไปพลางๆก่อนเพราะเรียกง่ายดี

    วันเฉลิมสะเทือนใจมากเมื่อนึกถึงสภาพน้องสาว เด็กชายไปปรับทุกข์กับวิมลเพราะไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร คุณยายข้างบ้านนึกรู้ตามประสาคนผ่านโลกมามากแต่ไม่อยากให้เด็กชายกังวลเลยต้องปลอบให้ทำใจ

    “น้องเพิ่งเกิดก็ตัวเล็กและเหี่ยวแบบนี้ล่ะพ่อวัน”

    “แต่น้องอ้อยตัวเล็กเกินไปนะครับคุณยาย หนังก็ย่นๆจนวันไม่กล้าจับ ไม่เห็นน่ารักเหมือนหนูสมเลย” วิมลส่ายหน้าน้อยๆแล้วบอกว่าสมฤดีโตแล้ว “น้องคนที่แล้วยังไม่น่าเกลียดเท่าคนนี้เลยครับ”

    “อีกสักพักคงดีขึ้นล่ะลูก ถ้าเลี้ยงดีๆและได้กินอาหารดีๆบ้าง”

    “แต่แม่ไม่ยอมให้น้องกินนมแม่ครับ แม่ชงนมข้นหวานให้น้องกิน”

    วิมลอ่อนใจแทนเด็กชายเหลือเกิน “ไม่มีอะไรดีกว่าน้ำนมของแม่หรอกนะพ่อวัน”

    วันเฉลิมคิดตามและหาโอกาสบอกแม่ แล้วก็สบช่องในเย็นวันเดียวกันเมื่อลำยองโวยวายที่อ้อยร้องไห้ไม่หยุด วันเฉลิมรีบวิ่งมาดูและโอ๋น้องด้วยความรัก ลำยองเบ้หน้าหงุดหงิดและชี้ไปที่ขวดนมบนโต๊ะไม่ไกลหัวเตียงนัก

    “เอานมในขวดยัดปากมันไป เอ็งทำยังไงก็ได้ให้มันหยุดร้องสักที”

    “แม่ให้น้องกินนมแม่ไม่ดีกว่าหรือครับ”

    “กูไม่ให้มันกิน เอามันออกไป...กูจะนอน!”

    ขาดคำก็ล้มตัวลงนอนดื้อๆ ทิ้งวันเฉลิมให้กล่อมน้องสาวด้วยท่าทางเอาจริงเอาจัง แต่จนแล้วจนรอดอ้อยกลับไม่หยุดร้อง วันเฉลิมจนปัญญาเลยต้องอุ้มน้องไปหายายที่บ้าน ลำยงเห็นเข้าเลยดุเสียงดัง

    “เอาน้องมาทำไม แดดเปรี้ยงแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

    “น้องอ้อยตัวร้อนแล้วก็ร้องไห้ไม่หยุดครับน้าลำยง พาน้องอ้อยไปหาหมอได้ไหมครับ”

    ลำยงรับร่างเล็กจ้อยของหลานสาวมาอุ้มแล้วต้องตกใจเมื่อสัมผัสถึงไอร้อน แลรีบบอกให้พาไปหาหมอ แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเลยต้องวางมือจากงานแล้วรีบพาหลานไปโรงพยาบาล หลังจากนั้นจึงอุ้มไปส่งที่บ้าน แต่พอเห็นสภาพลำยองซึ่งวันเฉลิมบอกว่าป่วยก็อดโมโหไม่ได้เพราะรู้แน่ว่าพี่สาวไม่ได้ป่วยจริงแต่ป่วยเพราะเมา

    “ปวดจนไม่มีปัญญาจะอุ้มนังอ้อยไปหาหมอหรือไง ฉันไม่รู้จะช่วยพี่ยังไงแล้วนะ ลูกในไส้ทั้งคนพี่ไม่เคยสนใจ พี่เป็นแม่ประสาอะไรเนี่ย” ลำยองหัวเสียมากแต่ลำยงไม่ยี่หระ “ไม่มีปัญญาจะเลี้ยงแล้วปล่อยให้มันเกิดมาทำไม ไม่ได้ทรมานคนเดียว คนอื่นต้องพลอยรับกรรมไปด้วย โดยเฉพาะไอ้วันต้องอุ้มน้องไปทั่ว”

    ลำยองปรี๊ดแตกเพราะคิดว่าลูกชายแจ้นไปฟ้องและทำท่าจะตี วันเฉลิมไปหลบหลังแล ส่วนลำยงยื่นคำขาด

    “ฉันจะช่วยพี่เป็นครั้งสุดท้าย ที่ฉันช่วยนี่ก็ไม่ใช่เพราะเห็นแก่พี่แต่เวทนาไอ้วัน นังอ้อยก็ไม่รู้อิโหน่อิเหน่”

    ลำยงสะบัดหน้าออกไปแล้ว ทิ้งแลให้คุยกับลำยองอย่างจริงจังว่าจะเอายังไงเรื่องลูก ลำยองได้คิดและตัดสินใจไปหาเมืองเทพเพื่อทวงถามความรับผิดชอบ แต่เมืองเทพกลับทำไม่รู้ไม่ชี้และตอกกลับอย่างไม่ไว้หน้า

    “ผัวคนที่เท่าไหร่วะ นอนกันไม่กี่ครั้งแล้วมาเหมาว่าฉันเป็นพ่อเด็ก มันไม่ลักไก่ไปหน่อยหรือ”

    “พูดอย่างนี้แปลว่าจะไม่รับผิดชอบใช่ไหม”

    “รับผิดชอบให้โง่สิวะ เสนอตัวให้กูเอง กูไม่ได้รักไม่ได้ชอบเสียหน่อย” ลำยองชักฉุนที่ถูกหยามแต่เมืองเทพก็ไม่หยุด “ไปท้องกับใครมาก็ไม่รู้แล้วจะให้กูรับผิดชอบ ใช้วิธีนี้กับกูไม่ได้ผลหรอกโว้ยอีขี้เมา”

    ลำยองกรีดร้องด้วยความโมโหสุดขีดแล้วพุ่งไปตบตีผัวบ้าการพนันจนวงไพ่แตกกระเจิง แต่เมืองเทพไม่สะเทือนแถมผลักเธอไปกองกับพื้นอย่างแรง “ถ้ามึงยังไม่เลิกมาวอแวกับกู มึงได้กินของอร่อยกว่านี้แน่”

    ลำยองแบกร่างสะบักสะบอมกลับไปหาแม่ที่บ้าน แลตบเข่าฉาดแล้วนินทาหนุ่มใหญ่เศรษฐีที่ดินอย่างมันปาก ลำยองปาดน้ำตาด้วยความแค้นใจ ส่วนลำยงเวทนาและปลอบให้ทำใจ

    “พี่เลิกเพ้อฝันได้แล้ว กลับมาอยู่กับความเป็นจริงสักทีเถอะ ไม่มีใครดูแลเราได้นอกจากตัวเอง”

    “ก็พ่อปู่บอกว่ากูเป็นนางฟ้ามาเกิด กูก็ต้องเจอเทพบุตรสิ”

    “แล้วพ่อปู่ของพี่น่ะมันเอาตัวรอดไหมล่ะ ถ้าแน่จริงมันจะหนีตำรวจหัวซุกหัวซุนทำไม”

    ปอทนฟังอยู่นานแล้วอดไม่ได้ โพล่งออกไปให้ลูกสาวคนโตเลิกเหล้าเผื่อเก็บเงินได้บ้าง ลำยองไม่เชื่อและโต้กลับว่าพ่อยังเลิกไม่ได้เลย แลหันขวับและเปลี่ยนไปทะเลาะกับผัวแทน ลำยงส่ายหน้าอ่อนใจและบอกให้ลำยองคิดให้ดีเพราะลูกสามแล้ว อะไรๆคงไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน

    ooooooo

    วิมลสงสารวันเฉลิมที่ต้องแบกภาระเลี้ยงน้องกับแม่ หญิงชราข้างบ้านเลยเรียกเด็กชายมาเอาเสื้อผ้าเก่าๆของสมฤดีไปเพราะยังใหม่มากอยู่หลายตัว วันเฉลิมตื้นตันใจมากและรับไว้ด้วยความยินดี แต่เมื่อลำยองเห็นก็ฟาดหัวฟาดหางด้วยความโกรธที่ลูกชายไปเอาของคนอื่นมา เหมือนเป็นการหักหน้าคุณนายลำยองผู้ยิ่งใหญ่

    “มึงเอาไปคืนเลยนะ เห็นกูเป็นขอทานหรือไง มึงนี่ไม่รู้จักรักษาหน้ากูเลยไอ้วัน ใครโยนอะไรมามึงก็รับมาหมด”

    “คุณยายไม่ได้คิดว่าเราเป็นขอทานหรอกครับแม่”

    “ไม่ได้คิด แต่ไอ้ที่มันทำนี่มันใช่ มึงเอาไปคืนเดี๋ยวนี้เลย”

    วันเฉลิมหน้าเจื่อนด้วยความเสียใจ แลสงสารเลยช่วยพูดให้ลูกสาวใจเย็นๆและผ่อนปรนเสียบ้าง

    “นังลำยอง...ปลงซะบ้างเถอะวะ นังอ้อยจะกินเข้าไปยังไม่มี มึงแหกตาดูมั่งไหม ยังริจะทำหยิ่งเป็นคุณนายบ้านไม้สัก เอ็งไม่ได้เป็นเมียเถ้าแก่กวงแล้วนะโว้ย”

    “ยังไงฉันก็มีบ้านอยู่ มีโทรภาพดูแล้วกัน”

    “ถุย...มีบ้าน มีโทรภาพแต่ลูกเต้าไม่มีค่าเล่าเรียน แถมอีกคนต้องกินนมข้นหวาน มึงยังจะหยิ่งอีก” ลำยองกัดฟันแน่นเพราะแม่พูดแทงใจดำ “ใครๆก็อยากช่วยเพราะเห็นแก่ลูกมึงทั้งนั้น มึงน่ะลดทิฐิบ้างสิ มันกินไม่ได้หรอก”

    ลำยองสะบัดหน้าหนี วันเฉลิมเลยหยิบชุดสวยของสมฤดีให้ยายดู ดีใจที่น้องจะได้แต่งตัวสวยบ้างแล้ว

    อาการของอ้อยไม่ดีขึ้นแต่โชคดีไม่ตัวร้อนเหมือนเมื่อหลายวันก่อน ลำยองรำคาญมากเพราะลูกสาวมักร้องโยเยไม่หยุด โดยเฉพาะเวลาที่เธอจะนอน วันนี้ก็เหมือนทุกวัน ลำยองแก้ปัญหาง่ายๆด้วยการชงนมข้นให้อ้อยกิน วันเฉลิมเดินไปอ่านฉลากข้างกระป๋องแล้วท้วงแม่ว่าเป็นนมที่ไม่ควรให้ทารกรับประทาน

    “อย่าทำเป็นรู้ดีไอ้วัน ไม่ให้มันกินไอ้นี่แล้วจะให้มันกินอะไร มันไม่แหกปากร้องก็บุญแล้ว จะไปไหนก็ไปเลย”

    วันเฉลิมเดินหน้าจ๋อยไปหาลำยงซึ่งมาช่วยทำความสะอาดบ้านเพราะสงสารหลานที่ต้องทำทุกอย่างเอง

    “กรรมของนังอ้อย มันไม่ได้กินนมแม่เพราะแม่มันกลัวหน้าอกห้อย หน้าอกย้อย”

    “แล้วเราหาอย่างอื่นที่ไม่ใช่นมข้นหวานให้น้องอ้อยกินไม่ได้หรือครับน้าลำยง”

    “นมผงเลี้ยงเด็กอ่อนมันแพงอย่างกับอะไรดีไอ้วันน้าไม่มีปัญญาหรอก”

    “วันว่าน้องท้องเสียบ่อยๆก็เพราะกินนมแบบนี้แหละ”

    “เอ็งก็ขยันล้างขวดนม ต้มน้ำสุกไว้ให้มันแล้วกัน นังอ้อยมันโตอีกหน่อยค่อยป้อนข้าวให้มันแทน”

    วันเฉลิมสงสารน้องแต่จนปัญญาจะหาอะไรที่มีประโยชน์มากกว่านี้ แถมต้องมาเจอเรื่องหนักกว่าเมื่อตัดสินใจเอาจดหมายจากทางโรงเรียนที่ทวงค่าเทอมมาให้แม่แล้วถูกด่าจนหน้าเสีย

    “เอาอีกแล้ว ขยันทวงกูจริง ยังกับกูเป็นหนี้มันแน่ะ นี่มึงครบเกณฑ์เข้าปอหนึ่งแล้วใช่ไหมไอ้วัน”

    วันเฉลิมพยักหน้ารับ ลำยองดึงจดหมายไปโยนทิ้งอย่างไม่ไยดีแถมประกาศกร้าว

    “เลิกเรียนได้แล้วไอ้โรงเรียนนี้...แพงหน้าเลือด ย้ายมาเรียนโรงเรียนวัดนี่ ใกล้บ้านจะได้ไม่เสียค่ารถ” วันเฉลิมสะเทือนใจที่ต้องลาออก แต่ลำยองกลับไม่สงสาร “ไม่ต้องมาทำตาปริบๆ กูไม่มีปัญญาจ่ายให้มึงแล้วได้ยินหรือเปล่า”

    วันเฉลิมใจเสียมากแต่ไม่รู้จะค้านยังไงเพราะรู้สถานะของครอบครัวดี ได้แต่ไปหาหลวงลุงปิ่นให้ช่วยปลอบ

    “เอ็งอย่าเสียใจไปเลยไอ้วัน แม่เอ็งเขาพูดความจริงออกมาก็ดีแล้ว เอ็งจะได้ระลึกเอาไว้ว่าเอ็งไม่ได้มั่งมีเหลือเฟือ เงินทองมันเป็นของหายาก จะใช้สอยอะไรต้องคิดให้รอบคอบ เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน จะโรงเรียนราษฎร์หรือโรงเรียนวัด...มันอยู่ที่ตัวเอ็งจะขวนขวายหาความรู้ใส่ตัวได้มากแค่ไหน ยิ่งทุนน้อยเอ็งยิ่งต้องขยันมากกว่าเดิม”

    วันเฉลิมรับปากอย่างว่าง่าย หลวงลุงปิ่นปลื้มและภูมิใจในลูกศิษย์ตัวน้อยมาก

    “คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตและทำประโยชน์ให้สังคมบ้านเมืองหลายคนก็มีชีวิตลำบากมาก่อนทั้งนั้น บางคนก็เรียนโรงเรียนวัด เอ็งต้องคิดในแง่ดีนะไอ้วันอย่างน้อยโรงเรียนก็ใกล้บ้าน ไม่ต้องเสียค่ารถ ข้าวเช้าข้าวกลางวันเอ็งก็มากินกับข้า ไม่มีอดตายหรอกโว้ย”

    ฝ่ายลำยองอุ้มอ้อยไปหาแม่ที่บ้านและบ่นกระปอด กระแปดที่ต้องทนเลี้ยงลูกคนเดียว แลได้ทียุให้ลูกสาวหางานทำจะได้มีเงินมาจุนเจือลูกๆ แต่ลำยองกลัวเหนื่อยและเสนอวิธีง่ายกว่านั้น

    “นังลำยงไง รับนังอ้อยเป็นลูกไปเลย เอ็งจะได้ไม่ต้องทำเองให้เสียเวลา”

    “จะบ้าเหรอ ฉันไม่เอาหรอก พี่คิดได้ยังไงเนี่ย ลูกตัวเองแท้ๆ”

    “ก็มันเลี้ยงยาก สามวันดีสี่วันไข้”

    ลำยงส่ายหน้าเอือมระอา ปอทนฟังอยู่นานแล้วแกล้งพูดแบบขำๆแกมประชดไม่ได้

    “เอามันใส่กะละมังลอยน้ำสิ ใครเก็บได้เดี๋ยวมันก็เอาไปเลี้ยงเองแหละ ลิเกมันยังเล่นแบบนี้เลย”

    “นั่นมันลิเกพ่อ เรื่องจริงน่ะมันบาป จะทำอย่างนั้นได้ยังไง” ลำยงแย้ง

    “เสียเวลาเลี้ยงมันทั้งวัน กูหางานทำของกูไม่ได้ แล้วจะให้ทำยังไง” ลำยองโวยวาย

    แลเสนอให้ไปทำโรงงานเหมือนเคยเพราะน่าจะ เหมาะกับลูกสาวที่สุดแต่ลำยองอิดออด ลำยงเลยแขวะให้

    “หนังสือก็อ่านไม่ออก คิดเลขก็ไม่เป็น พี่จะไปสมัครเป็นผู้จัดการหรือไง” ลำยองหน้าคว่ำแต่ลำยงไม่สน “เงินเล็กน้อยก็เงินทั้งนั้น ทำไปก่อนเถอะพี่ เช้าๆก็เอานังอ้อยมาทิ้งไว้ที่นี่จะช่วยเลี้ยงให้ เลิกงานแล้วค่อยมารับกลับแล้วกัน ฉันช่วยพี่เต็มที่ได้เท่านี้ล่ะ”

    ooooooo

    ลำยองตัดสินใจไปสมัครทำโรงงานเพราะไม่มีทางเลือกดีกว่านี้ แต่สาวขี้เมากลับไม่ยอมตื่นง่ายๆเมื่อวันเฉลิมไปปลุกเช้าวันถัดมา แต่สุดท้ายก็จำใจลุกขึ้นแบบเสียไม่ได้เพราะกลัวอดตายจริงๆ
    ฝั่งปั้นกับสินไม่อยากจะเชื่อว่าลำยองจะไปสมัคร งาน เพราะประวัติเก่าๆที่เคยมีบอกว่าไม่น่าจะทนทำได้ นาน โดยเฉพาะปั้นปรามาสล่วงหน้าเลยว่าไม่ได้แน่เพราะรู้จักสันดานขี้เกียจและมักง่ายของอดีตลูกสะใภ้ดี

    “ตาสิน...นิสัยกับสันดานน่ะมันไม่เหมือนกันหรอกนะ นิสัยน่ะพอปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงกันได้ แต่สันดานน่ะมันติดตัวแต่เกิด แก้ยังไงก็ไม่มีวันหายหรอก อย่างนังลำยองน่ะเขาเรียกว่าสันดาน”

    “จะไปจงเกลียดจงชังมันทำไมนักหนา”

    “คนอย่างฉันใครดีมาฉันก็ดีตอบนะตาสิน แกอยากอโหสิกรรมให้มันก็เชิญคนเดียวเถอะ”

    “ที่ฉันอยากจะเห็นมันเป็นผู้เป็นคนเพราะไอ้วันมากกว่าอะไรทั้งนั้น ถ้ามันดีขึ้นไอ้วันจะพลอยสบายขึ้นด้วย”

    ปั้นค้อนไม่จริงจังนักเพราะความจริงเห็นด้วยกับผัวไม่น้อย...ขอให้จริงทีเถอะ ไอ้วันจะได้สบายสักที

    ด้านลำยอง...กลับมาบ้านแม่ด้วยความอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเพราะไม่ได้ทำงานใช้แรงมานาน สมาชิกทุกคนมองตามอึ้งๆแล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่างานใหม่เป็นอย่างไรบ้าง ลำยองเบ้หน้าแล้วโพล่งเสียงเครียด

    “งานกุลีชัดๆ มือฉันเปื่อยไปหมดแล้ว เหม็นก็เหม็น ทั้งวันทำอยู่อย่างเดียวคือยัดผักกาดดองลงกระป๋อง”

    ลำยงปลอบให้ทำใจเพราะรู้ดีว่างานหาเช้ากินค่ำเป็นแบบนี้ แต่ลำยองไม่ชอบและพาลบ่นถึงเรื่องเงินค่าจ้างที่จะออกเป็นรายเดือนไม่ใช่รายวันเหมือนเคย แลกับปอขอให้อดทน ส่วนเรื่องเงินให้ถือว่าเป็นการออมทรัพย์ไปในตัว แต่ลำยองไม่เอาด้วยและประกาศกร้าวจะหางานใหม่ในวันรุ่งขึ้น

    “โรงงานอื่นมีตั้งเยอะ พรุ่งนี้ข้าจะไปทำโรงงานเย็บสมุด ยังไงก็เบากว่าไอ้โรงงานบ้านี่ล่ะวะ”

    ทุกคนในบ้านส่ายหน้าอ่อนใจในความหยิบโหย่งของลำยอง แต่สาวขี้เมาไม่สำนึกและเอาเงินทั้งหมดที่มีไปซื้อเหล้าแต่แอบไว้ แถมโกหกวันเฉลิมว่าทำงานเหนื่อยมากและไม่มีเงินค่าขนมให้ แต่วันเฉลิมกลับไม่โกรธเลย

    “ไม่เป็นไรหรอกครับแม่ วันจะกินข้าวที่โรงเรียน เยอะๆ จะได้อิ่มๆ แม่เก็บเงินไว้ซื้อนมให้น้องอ้อยดีกว่าครับ”

    ลำยองลำพองใจเพราะคิดว่าหลอกลูกสำเร็จ เมื่อลับตาลูกชายเลยหยิบขวดเหล้ามากระดกเข้าปากยิ้มๆ

    ooooooo

    ลำยองเปลี่ยนโรงงานไปเรื่อยๆแต่ไม่มีที่ไหนทำได้เกินสองวันเลยสักที่ ทุกคนในบ้านพลอยเหนื่อยใจเพราะไม่รู้จะช่วยเหลือยังไงแล้ว วันนี้ก็เช่นกัน... ขณะที่ทุกคนวิ่งวุ่นขายก๋วยเตี๋ยว ลำยองกลับหอบร่างสะบักสะบอมมาขอข้าวกินและโวยวายโอดครวญถึงงานโรงงานที่หนักหน่วงเหมือนจะให้ไปตาย

    “งานมันหนัก ฉันยกของจนไหล่แทบพัง ปวดแขนไปหมดแล้วเนี่ย เงินก็น้อย มันให้เป็นเงินเดือน ทุเรศว่ะ”

    ทุกคนรับฟังแล้วส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา โดยเฉพาะลำยงที่ไม่อยากพูดเรื่องนี้ด้วยแล้ว

    “กี่งานๆก็ไม่เอาสักอย่าง แล้วเอ็งจะไปทำอะไรกินนังลำยอง” แลเซ็งแทน

    ลำยองทำหน้าเมื่อยแล้วค่อยๆยิ้มกว้างเมื่อคิดได้บางอย่าง “ฉันรู้แล้วว่าจะทำอะไร”

    แลถึงกับอ้าปากค้างเมื่อได้ยินความคิดสุดบรรเจิดของลูกสาวคนโต แม้จะพยายามห้ามแต่ก็ไม่ได้ผล

    “ฉันตัดสินใจแล้ว บ้านนี้เป็นบ้านฉัน ไม่ใช่บ้านแม่สักหน่อย แม่จะทัดทานทำไม” แลยกเหตุผลมากมายมาค้านแต่ไม่ได้ผล “บ้านนี้มันเกือบก้นซอยไกลหูไกลตาตำรวจ ห้องคนใช้ข้างล่างก็ว่าง ข้างบนมีตั้งหลายห้อง มันต้องใช้ให้คุ้ม ห้องรับแขกไม่ต้องมีแล้ว ไม่มีแขกหน้าไหนมันมาหรอก เอาเงินมาใช้เก็บค่าต๋งดีกว่า”

    ลำยองพูดพลางตะโกนเรียกวันเฉลิมมาขนของไปเก็บในห้อง เด็กชายรับปากแกนๆแล้วหันไปหายายที่ยังอึ้งความคิดลูกสาวไม่หายและถามว่าแม่คิดจะทำอะไร แลสะบัดหัวเรียกสติแล้วบอกหลานเซ็งๆ

    “แม่เอ็งมันจะแบ่งห้องให้เช่า แล้วที่แย่ก็คือ... มันจะเปิดบ้านทำเป็นบ่อนด้วยโว้ย!”

    วันเฉลิมพลอยนิ่งไปด้วยเพราะพูดไม่ออก แลคร้านจะพูดเลยเก็บไประบายกับคนอื่นๆที่บ้าน ลำยงสุดจะเอือมกับพฤติกรรมและความคิดของพี่สาว โดยเฉพาะเรื่องจะเปิดบ่อนในบ้านทั้งๆที่มีลูกหัวโด่ตั้งสองคน

    “ข้าหมดปัญญาจะทัดทานมันแล้ว มันเห็นแต่ทางได้อย่างเดียว ทางเสียมันไม่นึกถึงเลย” แลเอ่ยปลงๆ

    “แต่ฉันว่างานนี้อาจจะเหมาะกับพี่ลำยองก็ได้นะแม่ ไหนๆก็ชอบเล่นจนขึ้นสมองไปแล้ว” ลำดวนแซวขำๆ

    ปอนึกสนุกแล้วแหย่ว่าจะไปเผาบ่อนลำยองให้วอดสักวัน แลหันขวับ...กูไม่ขำด้วยเลยนะไอ้ปอ!

    ฟากวันเฉลิมพูดกับใครไม่ได้เลยต้องไปปรับทุกข์ที่วัด หลวงลุงถึงกับส่ายหน้าอ่อนใจในเวรกรรมของเด็กชาย

    “แม่บอกว่างานสบาย อยู่เฉยๆก็มีคนเอาเงินมาให้ครับ” หลวงลุงถอนใจเอือมระอาและถามว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่ “การพนันเป็นเรื่องไม่ดีครับ วันเห็นแม่ขายของในบ้าน วันเสียดาย แม่คงถอนตัวไม่ขึ้นแล้วครับหลวงลุง”

    “เอ็งคิดได้อย่างนี้ก็ดีแล้ว ข้าเองไม่รู้จะช่วยยังไง เอ็งมาอยู่กับข้าไหมล่ะ ให้แม่เอ็งเฝ้าบ้านเฝ้าบ่อนไป”

    “ไม่ได้หรอกครับหลวงลุง วันต้องช่วยแม่เลี้ยงน้องอ้อยครับ”

    เมื่อปั้นกับสินทราบเรื่องก็ตกใจแต่ไม่ประหลาดใจนักเพราะเชื่อว่าคนสันดานอย่างลำยองคงคิดเรื่องแบบนี้ได้

    “คนบางประเภท ต่อให้ด่าหยาบๆคายๆแค่ไหนก็เปล่าประโยชน์แม่ปั้น”

    “แล้วจะทำไง นี่ถ้าเจ้าสันต์มันรู้มีหวังอีลำยองถึงตายแน่แกเชื่อฉันเถอะ”

    “แม่ปั้น...ทองน่ะ ต่อให้ตกกองไฟยังไงมันก็เป็นทองอยู่วันยันค่ำไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”

    “แต่ไอ้วันมันยังเล็กเกินไป มันต้องเห็นแต่เรื่อง แย่ๆทุกวัน แกไม่คิดว่ามันจะซึมซับเรื่องไม่ดีเข้าตัว มันหรือ”

    “เราต้องช่วยกันประคับประคองล่ะแม่ปั้น อะไรดีอะไรเลวต้องชี้ให้เห็น ให้มันชั่งวัดตวงเป็น ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ มันถึงจะแข็งแกร่งมีภูมิคุ้มกันสำหรับตัวเองได้”

    บ่อนบ้านลำยองเปิดในอีกไม่กี่วันถัดมา วันเฉลิมกลายเป็นเด็กวิ่งข้าวผัดและโอเลี้ยงไปโดยปริยาย ส่วนลำยองกลับนั่งสบายและเอาใจลูกค้าโดยไม่สนใจจะดูแลอ้อยเลย วันเฉลิมต้องไปซื้อของตามคำสั่งแม่จนเกือบถูกรถชนแต่โชคดีไม่เป็นอะไรมาก ปั้นกับสินมาช่วยและบอกให้ไปหาหมอ แต่เด็กชายกลับลากขากะเผลกพร้อมถุงอาหารไปหาแม่ที่บ้าน

    “มึงมัวไปเถลไถลที่ไหนมาไอ้วัน มึงรู้ไหมว่าแขกรอกินข้าวกินน้ำอยู่ มึงไม่รู้จักมีสำนึก” วันเฉลิมบอกว่าวิ่งมาสุดความสามารถแล้ว “เนี่ยเหรอรีบของมึง มึงต้องแอบไปแวะร้านขายของเล่นแน่ๆ ตัวแค่นี้มึงหัดโกหกกูแล้วเหรอ”

    ขาดคำก็ฟาดลูกชายด้วยความโมโหหิว วันเฉลิมน้ำตาคลอแล้วกลับห้องจ๋อยๆ แผลที่หัวเข่ายังสดและ สร้างความเจ็บปวดไม่น้อย แต่ไม่เท่าความเจ็บช้ำจากส่วนลึกในหัวใจที่ถูกกระทำโดยแม่บังเกิดเกล้าอย่างไม่ไยดี

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:18 น.