ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในสวนขวัญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

เป็ดปุ๊กออกจากห้องน้ำกำลังจะกลับไปห้องเพื่อทำงานตามคำสั่งของแก้ว  มาเจอโอมออกจากลิฟต์พอดี เธอชะงักยิ้มทักทาย  โอมไม่เพียงไม่ยิ้มรับหากยังมองเธออย่างไม่พอใจด้วย

โอมเดินมาหาเป็ดปุ๊กเหมือนจะพูดอะไร  แต่ไม่ทันพูดแก้วก็ทักเสียงแจ่มใสว่า มาแล้วหรือ  โอมถามหน้านิ่งๆว่านัดให้มารับห้าโมงเย็นไม่ใช่หรือ  นี่ห้าโมงกว่าแล้ว  แก้วเอ่ยอ้อนๆว่ารอแป๊บเดียวขอเข้าห้องน้ำก่อน

แต่แล้วแก้วก็เปลี่ยนใจเมื่อเห็นท่าทีโอมจะเข้าไปคุยกับเป็ดปุ๊ก  หันกลับมาบอกให้โอมไปรอในห้องทำงานก็ได้ ให้กุ้งพาไปสั่งให้จัดน้ำเย็นให้ด้วย

“ก็บอกแล้วไง ว่าผมจะรอที่นี่  แก้วก็เข้าห้องน้ำไปซี” โอมเสียงหงุดหงิด แก้วรู้ทันเจตนาของโอมแต่จำต้องยอม แต่พอเข้าห้องน้ำกลับแอบดูทางประตู เห็นโอมเดินไปหาเป็ดปุ๊ก แก้วเปลี่ยนใจถอยออกมาบอกกุ้งว่า

“แก้วว่าไปเลยดีกว่า กุ้งช่วยหยิบกระเป๋าให้แก้วด้วยซี” แล้วแก้วก็เดินกลับไปหาโอมที่ยืนเผชิญหน้ากับเป็ดปุ๊ก  เลยกลายเป็นสามคนยืนอยู่ด้วยกันต่างคนต่างเงียบ จนแก้วสั่งอย่างอวดอำนาจเป็นหัวหน้าเป็ดปุ๊กว่า

“อย่าลืมนะเป็ด งานที่สั่งให้เสร็จคืนนี้เลย พรุ่งนี้แก้วต้องเอาไปให้พี่พิม” เป็ดปุ๊กดูออกว่าเธอต้องการแสดงตัวอวดโอม จึงพยักหน้ารับไม่ตอบโต้อะไร พอดีกุ้งเอากระเป๋ามาให้แก้วรับแล้วชวน “ไปกันเลยค่ะโอม”

“แก้วเขาโชคดีจังเลยนะ ลักกี้อินเกมแล้วยังลักกี้อินเลิฟด้วย” กุ้งเอ่ยขึ้น

“คิดงั้นเหรอ” เป็ดปุ๊กพูดนิ่งๆแล้วเดินเข้าห้องทำงาน กุ้งมองตามไม่เข้าใจว่าเป็ดปุ๊กหมายถึงอะไร

ooooooo

ระหว่างเดินไปลานจอดรถกับโอม แก้วถามว่าเมื่อกี๊คุยอะไรกับเป็ดปุ๊กหรือ เห็นกระซิบอะไรกัน โอมตอบมึนตึงว่า ก็แค่ทักกันนิดหน่อยเอง

“แสดงความเสียใจที่เขาถูกลดตำแหน่งเหรอคะ” แก้วถามอย่างจงใจอวดตัวที่ได้เลื่อนตำแหน่งด้วย แต่โอมไม่ยินดียินร้าย เออออให้จบๆไปว่านั่นแหละ แล้วถามว่าจะไปไหน

“แวะซื้อของหน่อยก็แล้วกันนะคะ  แล้วค่อยไปหาข้าวกิน กินแถวทองหล่อก็ได้”

“ไม่รู้จะซื้ออะไรนักหนา” โอมพึมพำ  แก้วหันมองหน้า เขาทำไม่รู้ไม่ชี้ถอยรถพรืดแล้วขับออกไปเลย

ไปถึงร้านอาหาร โอมสั่งของตัวเองทันที “แซลมอนสเต็ก ซุปเห็ด”

“หอยเชลล์ทอดกระเทียม สลัดปู” แก้วสั่งแล้วเงยหน้าถามบริกร “ปูสดหรือเปล่า” พอบริกรบอกว่าสด เธอก็บ่น “คราวก่อนก็บอกว่าสด ที่ไหนได้ กลิ่นแรงเลย”

“แล้วจะไปสั่งทำไม กินอย่างอื่นสิ หมูไก่อะไรก็มีตั้งเยอะแยะ” เธอบอกว่าตนอยากกินปู “งั้นก็ต้องทน เขามีอะไรให้กินก็กินไป บ่นนั่นบ่นนี่เสียเวลาเปล่าๆหิวแล้ว”

แก้วอึ้งไปนิดหนึ่ง บอกบริกร  “เอาอย่างที่สั่งนั่นแหละ” พอบริกรออกไป เธอหันฉอเลาะกับถามโอมว่า “โมโหหิวเหรอคะหรือเครียดงาน”

โอมบอกว่าก็ทั้งหมดนั่นแหละ แก้วถามเอาใจว่ามีอะไรให้ตนช่วยได้ก็บอกได้เลยตนยินดีทำให้ทุกอย่าง เขาปฏิเสธว่าเธอช่วยอะไรไม่ได้หรอกเพราะเป็นเรื่องในครอบครัว  กระนั้นเธอก็ยังตอแยอย่างมั่นใจตัวเองมากว่า

“นั่นน่ะแก้วยิ่งช่วยได้ใหญ่เลย  ทะเลาะกับคุณแม่เหรอคะ  ให้แก้วไปคุยกับท่านซี  รับรองท่านจะยิ่งรักลูกชายสุดหัวใจเลยล่ะ” โอมถามประชดว่าลูกชายคนไหน? เธอทำเสียงสูงถามว่า “ลูกคนไหน? หมายความว่าไงคะ”

“ผมไม่ใช่ลูกคนเดียวของแม่ ผมเพิ่งรู้ ก่อนแม่จะมาแต่งงานกับพ่อ   แม่ผมน่ะเขามีผัวมาก่อนแล้ว  แล้วก็มีลูกกับผัวเก่าคนนึง”  แก้วอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วพูดให้เขาสบายใจสร้างบรรยากาศให้ดีว่า  แบบนี้เป็นเรื่องธรรมดา  แม่ตนก็มีสามีสองคน โอมขัดขึ้นว่า  “ถ้ามีผัวมีลูกมันก็ไม่เป็นไรหรอก แต่มันกลายเป็นว่า ลูกคนแรกของเขาเป็นเจ้าของทุกๆ อย่างน่ะซี”

คราวนี้แก้วชะงัก ถามว่าเป็นเจ้าของทุกอย่างหมายความว่ายังไง โอมบอกว่าที่ดินที่เอามาทำหมู่บ้านเสริมขวัญนั้น  ครึ่งหนึ่งเป็นของแม่ตน  แต่อีกครึ่งหนึ่งเป็นของลูกอีกคนของแม่ แก้วยิ่งสนใจถามว่าทำไมหรือ? โอมกระชากเสียงอย่างมีอารมณ์ว่า

“ก็ที่ดินตรงนั้นเป็นของพ่อมัน มันเลยได้ไปคนละครึ่งกับแม่ ส่วนผมก็เป็นแค่ลูกจ้างของมัน ไม่มีอะไรเป็นของผมสักตารางนิ้ว แล้วเชื่อไหม? ถ้าแม่ตาย แม่ก็อาจจะยกเงินที่ขายที่ดินของแม่ให้มันอีก เพราะเป็นที่ดินของพ่อมัน!”

แก้วอึ้ง มองโอมจากสายตาที่เห็นเป็นทายาทมหาเศรษฐีกลายเป็นแค่ผู้จัดการโครงการคนหนึ่งเท่านั้น! โอมยังเล่าต่ออย่างเจ็บใจว่า

“แต่ผมจะไม่ยอมหรอก ผมจะไม่ยอมให้คนที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่ได้เครียด ไม่ได้เหนื่อยสร้างหมู่บ้านนี้ มาชุบมือเปิบเอาทุกอย่างไปง่ายๆ ผมไม่มีวันยอม!”

ooooooo

เพราะย่าขวัญบอกเชียรว่าเรื่องของไม้กับเป็ดปุ๊กนั้นเชียรต้องช่วยด้วย   วันนี้ที่บ้านย่าขวัญจึงมีการระดมทำอาหารเตรียมใส่บาตรกันหลายอย่าง  เชียรก็เตรียมของใส่บาตรเช่นกัน

“พ่อว่าบ้านเรามันมีเรื่องไม่ค่อยดีอยู่เรื่อย  พ่ออยากจะทำบุญใส่บาตรสักหน่อย”

“ก็ดีเหมือนกัน พักนี้เป็ดว่าดวงเป็ดตกยังไงก็ไม่รู้ งั้นให้เป็ดช่วยเตรียมของนะคะ”

“ไม่ต้องหรอกพ่อจัดการเอง ลุกขึ้นไปอาบน้ำอาบท่า เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วนอนหลับให้สนิท พรุ่งนี้จะได้ตื่นมาด้วยจิตใจสดชื่นแจ่มใส พร้อมจะให้อภัยคนอื่น” เป็ดปุ๊กทักว่าอันหลังนี่ฟังแปลกๆ เชียรพูดแก้เกี้ยวว่า “พ่อก็พูดไปเรื่อยแหละ ไป...ขึ้นไปนอน”

เป็ดปุ๊กขึ้นนอนอย่างว่าง่ายแต่ก็ยังติดใจท่าทีแปลกๆ ของพ่ออยู่ ส่วนเชียรก็หันไปเตรียมของใส่บาตรพรุ่งนี้ด้วยอารมณ์แจ่มใส

รุ่งเช้า เป็ดปุ๊กขับรถบ่ายหน้าไปตลาดตรงที่จะใส่บาตร เธอชะงักเมื่อเห็นย่าขวัญ ไม้และแตนยืนอยู่ก่อนแล้ว เธอถามพ่ออย่างพยายามระงับความรู้สึกว่า “แผนของพ่อใช่ไหม?”

“พ่ออยากใส่บาตร พอดีรู้ว่าย่าเขามาใส่บาตรที่ตลาดทุกเช้า ก็เลย...”

“ก็เลย อยากให้เป็ดใส่บาตรร่วมขันกับนายไม้” เธอดักคอ เชียรบอกว่าอยากให้เธอได้คุยเคลียร์ใจเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน “พ่อคะ...เฉพาะปัญหาของเป็ดเองก็เยอะแยะแล้ว เป็ดไม่อยากเคลียร์อะไรกับใครแล้วค่ะ เป็ดขอโทษนะคะพ่อ พ่อลงตรงนี้เถอะ เป็ดไม่ใส่บาตรแล้ว นะคะพ่อ เป็ดว่าพ่อหาคนไปส่งที่บ้านได้อยู่แล้ว”

เชียรจำต้องหิ้วของใส่บาตรลงไป เป็ดปุ๊กขับรถออกไปทันที เธอไม่แม้แต่จะมองไม้ที่ยืนมองเธออยู่ เชียรเดินไปหาย่าขวัญบอกว่าเป็ดปุ๊กมีธุระด่วน ไม้ติงว่า “ผมว่าเพราะเขาเห็นผมอยู่ที่นี่มากกว่า”

“ไม่หรอกไม้ เธอไม่เกี่ยว”

“ขอบคุณครับ ไม่เป็นไรครับ ผมเข้าใจ” ไม้ไม่มีอาการใดๆ หันถามย่าขวัญว่า “คนที่ขวางคนอื่นไม่ให้เขาทำบุญนี่ บาปหนักไหมย่า” เลยถูกตบไหล่เบาๆ อย่างปลอบใจ

ooooooo

ส่งพ่อไปใส่บาตรแล้ว เป็ดปุ๊กบ่ายหน้าไปทำงาน ไปถึงก็หยุดลังเลว่าจะเข้าไปดีหรือไม่

“ยังไงก็หนีไม่พ้น จะกลัวทำไม” บอกตัวเองแล้วก้าวเข้าไป มองปราดไปที่โต๊ะทำงาน รู้สึกแปลกที่วันนี้ไม่มีงานวางไว้ให้ทำเลย รู้จากกุ้งว่า วันนี้พิมพาให้แก้วไปพบลูกค้าด้วยกันแต่เช้าเลยไม่มีเวลาจัดงานให้ทำ อ้อมพูดแทรกขึ้นอย่างระบายความอึดอัดว่า วันนี้เลยเป็นวันปลอดมลพิษสำหรับออฟฟิศเรา ได้พักผ่อนกันบ้าง

แล้วทั้งกุ้งและอ้อมก็เม้าท์กันว่าถ้าวันนี้แก้วอยู่มีหวังพวกเราเละกันถ้วนหน้า ท่าทางน่าจะทะเลาะกับแฟนมา อ้อมรู้ลึกกว่านั้นว่า “เห็นว่าแฟนเขามีปัญหากับที่บ้าน เลยมาหงุดหงิดใส่เขา”

“เขาบ่นว่าปัญหาใหญ่ด้วยนะ ขนาดอาจต้องตัดสินใจว่าจะคบกันต่อไปหรือเปล่าเลยล่ะ เป็ดพอจะรู้ไหมว่าแฟนแก้วมีปัญหาอะไร เขาเป็นผู้จัดการหมู่บ้านที่เป็ดอยู่นี่” กุ้งเล่าไปแซะหาข่าวไปด้วย

“คุณโอมน่ะเหรอ...ก็ไม่ค่อยแน่ใจนะ เขาก็มีปัญหาโน่นนี่อยู่ตลอดนั่นแหละ” เป็ดปุ๊กตอบคิดๆ

ooooooo

โอมเดินวนหงุดหงิดงุ่นง่านรออลงกรณ์อยู่ที่บ้าน พอเห็นพ่อหิ้วกระเป๋ากลับมาก็ตรงรี่ไปต่อว่าทันที ว่าทำไมไปดูที่นานจัง รู้ไหมตนมีเรื่องจะบอก

พออลงกรณ์นั่งลงเท่านั้น โอมก็เปิดฉากทันทีว่าอยากรู้ว่าพ่อรู้เรื่องสามีคนแรกของแม่รึเปล่า! อลงกรณ์ตอบสบายๆ ว่า รู้ว่าเคยแต่งงานมาก่อนเจอตน โอมเสียงเข้มใส่พ่อว่า “ทำไมพ่อไม่เห็นเคยบอก”

“ทำไมต้องบอก แฟนคนแรกเขาตายไปแล้ว ไม่ควรจะพูดถึงหรอก”

ไม่ควรพูดถึงเหรอพ่อ ทั้งๆ เราจะไม่ได้อะไรเลย ลูกของมันจะได้ทุกอย่างงั้นเหรอพ่อ!” อลงกรณ์ตกใจเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเหมือนกัน ถามว่าอะไร? ลูกใคร? “ก็ลูกของแม่กับผัวคนแรกของเขาไงครับ!”

อลงกรณ์ตกใจถามว่าเขามีลูกด้วยหรือ ถามโอมว่ารู้ได้ยังไง เล่ามาให้หมดเดี๋ยวนี้เลย

ฟังโอมเล่าแล้ว อลงกรณ์ลิ่วไปหาหทัยที่สำนักงานขายทันที ไปถึงก็ระเบิดอารมณ์ใส่จนหทัยรับไม่ทัน เขาหาว่าเธอหลอกให้เขาสร้างหมู่บ้านนี้อ้างว่าเพื่อครอบครัว เพื่อลูกเรา แต่กลายเป็นว่าตนถูกหลอกให้ต้องเหนื่อยยากเพื่อลูกของมัน!

หทัยนิ่งไปเมื่อรู้ว่าอลงกรณ์หมายถึงเรื่องอะไร อลงกรณ์ยังระเบิดระบายอารมณ์ไม่ยั้งว่า

“ทำไมคุณไม่เคยบอกผมว่าคุณมีลูกกับมัน แล้วเด็กคนนั้นคือ...นายไม้!!”

ขณะนั้นเองไม้กับเชียรกลับจากใส่บาตรแวะมาที่สำนักงานขายเพราะเชียรจะมาแจ้งเรื่องวอเปเปอร์ที่บ้านหลุด พิกุลเชิญให้เข้าไปนั่งในสำนักงาน ทั้งสองชะงักมองหน้ากันเลิ่กลั่กเมื่อได้ยินเสียงหทัยกับอลงกรณ์ทะเลาะกันอยู่ในห้อง

อลงกรณ์ถามหทัยว่าเห็นตนเป็นอะไร เป็นควายที่จะหลอกใช้เมื่อไหร่ก็ได้หรือ หทัยบอกว่าตนไม่เคยคิดอย่างนั้น

“แล้วทำไมไม่เคยบอกผมว่าคุณมีลูกกับผัวเก่าคุณ!”

“พูดให้มันดีๆ หน่อยซีคุณ”

ทั้งพิกุลและเชียรหันมองหน้าไม้ เห็นเขาเริ่มโกรธแล้ว เชียรจะชวนกลับ ก็พอดีเสียงอลงกรณ์ตวาดลั่นออกมาว่าตนถูกหทัยหลอกมาเกือบสามสิบปี พูดอย่างเจ็บใจว่า จะประกาศให้ทุกคนรู้ให้หมด ให้ทั้งโลกรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงแบบไหน

ไม้เริ่มทนฟังไม่ได้กำหมัดแน่นก้าวพรวดๆ ออกจากสำนักงาน เชียรรีบตาม พิกุลยืนเหวอทำอะไรไม่ถูก เชียรตามไปถามไม้ว่าจะไปทั้งที่แม่เขาถูกว่าขนาด

นี้หรือ หว่านล้อมว่า “แม่อาจจะไม่ได้เลี้ยงดูเธอเขาต้องมีเหตุผลของเขา เธอไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินแม่” ไม้โต้ว่าตนไม่คิดตัดสินแต่ไม่อยากยุ่งด้วย “เธอไม่ยุ่งไม่ได้แม่คือผู้ให้กำเนิดเธอ เธอเป็นตัวเป็นตน มีชีวิตจิตใจอยู่อย่างนี้ได้ก็เพราะแม่คลอดเธอมา”

“ผมจำไม่ได้ว่า ผมขอมาเกิดตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เธอนี่ดื้อเหมือนอย่างที่ย่าเธอบอกจริงๆ ก็ได้...ถ้าเธอไม่คิดจะช่วยแม่ ฉันจะทำเอง” เชียรหันหลังกลับไปทันที

“เดี๋ยวครับคุณเชียร ผมจัดการเอง” ไม้ร้องบอกแล้วเดินเข้าไปในห้องทำงานหทัย

ooooooo

หทัยกับอลงกรณ์ยังโต้เถียงกันอย่างรุนแรง เธอถามว่าเรื่องผ่านไปกี่ปีแล้ว จะรื้อฟื้นขึ้นมาทำไม

อลงกรณ์โต้ว่าเพราะเธอกำลังจะยกเงินที่ดินหมู่บ้านนี้ทั้งหมดให้ไม้ หทัยยืนยันว่ามันเป็นสิทธิ์ของไม้เพราะเป็นของพ่อเขา อลงกรณ์ถามว่าแล้วที่ตนกับโอมเหนื่อยยากสร้างหมู่บ้านนี้ขึ้นมาล่ะ?!

“คุณก็ได้เงินเดือน ได้เปอร์เซ็นต์ค่าก่อสร้างไปตั้งกี่สิบล้านแล้วยังไม่พออีกเหรอ”

“ผมต้องการได้มากกว่านั้น”

“ต้องเท่าไหร่ถึงจะพอ” ไม้ถามโพล่งขึ้น หทัยตกใจ ส่วนอลงกรณ์หันตะคอกทันทีว่าใครเชิญเข้ามา! ไม้มองหน้าสวนไปอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “อย่างผม ไม่ต้องมีใครเชิญหรอก ผมอยากไปไหนมาไหนก็ได้ อย่าลืมซิ หมู่บ้านนี้สร้างบนที่ดินของผม”

อลงกรณ์ด่าไม้ว่ากร่างขึ้นมาเลยนะ หทัยรีบบอกไม้ให้ออกไปก่อน ไม้มองหน้าหทัยอึ้ง อลงกรณ์ตรงรี่มาตวาด

“ได้ยินแล้วใช่ไหม ออกไปซะ ห้องนี้สำหรับผู้บริหาร ไม่ใช่คนสวนจะเข้ามาเพ่นพ่าน”

ไม้กับอลงกรณ์ยังโต้เถียงกันอย่างรุนแรง  อลงกรณ์

ด่าไม้ว่าคางคกขึ้นวอ ไม้สวนทันควันว่า ยังดีกว่าคางคกตกวอแล้วตะเกียกตะกายขึ้นมาด่าว่าผู้หญิงอย่างไร้เกียรติ

“มากไปแล้วไอ้ไม้!” อลงกรณ์ตรงเข้าชกไม้ทันทีไม้หลบได้เฉียดฉิว แต่พออลงกรณ์หันกลับมาก็ถูกไม้ซัดหมัดใส่เต็มหน้าหงายตึง ลากเก้าอี้ติดมือล้มไปด้วย

พิกุลกับเชียรได้ยินเสียงตึงตังวิ่งเข้ามา หทัยเห็นอลงกรณ์ล้มจึงเข้าประคองถามว่า ไม่เป็นอะไรนะคุณ

“ไม่เป็นได้ยังไง ฟันหักแล้วมั้ง” อลงกรณ์หันอาฆาตไม้ว่า “ฉันจะเอาแกเข้าคุกไอ้ไม้!!”

หทัยขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย บอกให้ไม้ออกไปเสีย ไม้อึ้งหันมองเชียรแล้วเดินไป หยุดพูดกับเชียรขณะเดินผ่านเขาว่า “เห็นหรือยังว่าผมสำคัญสำหรับเขาแค่ไหน”

หทัยมองตามไม้ไป เชียรดูออกว่า เธอห่วงใยและไม้สำคัญกับเธอมาก...

เพราะแก้วไม่อยู่ เป็ดปุ๊กเคลียร์งานเสร็จจึงกลับก่อน เชียรขอเคลียร์เรื่องที่เธอเข้าใจไม้ผิด หว่านล้อมว่า

“คือคนเราเนี่ยนะลูก ต่างก็มีเหตุผลเวลาทำอะไรทั้งนั้นใช่ไหม บางคน เราอาจจะรู้สึกว่าเขาทำอะไรไม่เข้าท่า หรือไม่ดีในสายตาเรา แต่จริงๆ แล้ว เขามีเหตุผลที่จะทำอย่างนั้น” เป็ดปุ๊กถามงงๆ ว่าพ่อตั้งใจจะพูดเรื่องอะไร? “คือ...พ่ออยากให้ลูกเปิดใจให้กว้างๆ ไว้ก่อน ก่อนจะตัดสิน อะไร ให้ใช้เวลาอีกหน่อย ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เขาทำก่อน”

พอเป็ดปุ๊กรู้ว่าพ่อต้องการคุยเรื่องไม้กับตน เธอบอกว่ายังไม่คุย อ้างว่าตนเครียดมามากแล้ว วันนี้เป็นวันที่โล่งอกมากอยากพักผ่อนให้สบาย ไม่อยากเอาเรื่องหนักหัวมาใส่สมองอีก แล้วเดินขึ้นข้างบนไปเลย เชียรเลยต้องเงียบไป

ooooooo

แก้วฝันสลายเมื่อรู้ว่าที่แท้โอมไม่มีสมบัติอะไร เลย ฐานะที่แท้จริงของเขาเป็นเพียงผู้จัดการโครงการเท่านั้น เมื่อไปเล่าให้เก็จฟัง เก็จยุให้เธอทิ้งโอมเศรษฐีกำมะลอแล้วหันมาจับลูกชายเจ้าของที่ดินเศรษฐีตัวจริงคนนั้นแทน

แก้วบอกว่าตนยังไม่รู้จักคนนั้นด้วยซ้ำ จะถามโอมก็น่าเกลียด เก็จยุว่าใครๆ ก็ทำอย่างนี้ อย่างแม่เรายังทิ้งพ่อมาหาน้าศักดิ์เลย จี้แก้วให้สืบให้ได้ว่าลูกชายคนแรกของหทัยเป็นใคร แล้วสลัดโอมให้หลุดหันไปล็อกคอนายนั่นไว้แทน แล้วชีวิตเธอจะเป็นสุข

เวลาเดียวกัน เก็จก็ไปหากะรัตผู้เป็นแม่วางแผนที่จะฮุบบ้านอีกครั้ง กลับมาเห็นไก่กุ๊กเมามาก็ด่าเปิง แล้วบงการให้ทำตามแผนที่แม่วางมาใหม่

ไก่กุ๊กถามว่าเธอแน่ใจได้ยังไงว่าแผนของเธอกับแม่คราวนี้จะได้ผล?

“ได้ผลแน่นอน ต่อให้เป็นบ้านของใคร สุดท้ายมันก็จะต้องกลายเป็นของเรา” ไก่กุ๊กถามว่าจะทำยังไง?“ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน แล้ววิธีของฉันก็จะทำให้หลานๆได้ไปหาคุณปู่สมใจอยากด้วย”

พูดแล้วเก็จยิ้มร้าย ในขณะที่ไก่กุ๊กเงยหน้ามองเพดานถอนใจเซ็งๆ

ooooooo

เจตนาดีของเชียร กลายเป็นเรื่องให้เป็ดปุ๊กกับไม้ทะเลาะกันอีกจนได้...

เมื่อเป็ดปุ๊กอาบน้ำสระผม แต่น้ำไหลอ้อยอิ่งมาก เธอร้องบอกเชียร เชียรหวังดีโทร.บอกไม้ให้มาช่วยดูให้ ไม้ไม่รู้ว่าเธอกำลังอาบน้ำสระผมอยู่ เขาปิดน้ำเพื่อตรวจว่าเกิดอะไรขึ้น เป็ดปุ๊กโวยวาย เชียรไม่ได้ยิน เธอเดินลงมาดูฟองแชมพูฟูเต็มหัว พอเห็นไม้กำลังตรวจท่ออยู่เท่านั้น เธอทั้งโกรธทั้งอาย โวยลั่น...

“นาย...เอ๊ย...คุณมาทำอะไร!”

“ซ่อมเครื่องปั๊มน้ำ” ไม้เห็นสภาพเธอก็ตกใจตอบแทบไม่ทัน เชียรบอกว่าตนให้ไม้มาดูเอง เป็ดปุ๊กหาว่าไม้จงใจแกล้งตนใช่ไหม ตนกำลังสระผมอยู่แท้ๆ ก็มาปิดน้ำ

ไม้บอกว่าตนไม่รู้ เชียรก็บอกว่าคิดว่าเธอหลับไปแล้ว เป็ดปุ๊กหาว่าพ่อแก้ตัวแทนไม้

“ผมขอโทษ คุณอยากล้างหัวใช่ไหม” ไม้ถามด้วยความหวังดี เชียรถามไม้ว่าเปิดเครื่องได้ไหม “ได้ครับๆ เปิดก่อนก็ได้” ว่าแล้วไม้หยิบสายยางมาถือ เชียรร้องบอกว่าเปิดน้ำแล้วนะ ไม่ทันสิ้นเสียงน้ำก็พุ่งกระฉูดใส่เป็ดปุ๊ก เธอตกใจร้องโวยวาย ยกมือปัดป้องชุลมุน ปากก็ด่าลั่น

“จะบ้าเหรอ อะไร!”

“ขอโทษครับ ขอโทษ” ไม้ตกใจรีบปิดน้ำ แต่กว่าจะปิดได้สำเร็จเป็ดปุ๊กก็เปียกโชกไปแล้ว แถมฟองแชมพูยังไหลย้อยลงมาตามหน้า เธอฟ้องพ่อว่าถูกไม้แกล้ง เขาจงใจแก้แค้นที่ตนตบหน้าเขา ไม้พยายามชี้แจง เธอบอกว่าไม่อยากฟังคำแก้ตัว ไม่ต้องพูดแล้ว

“ผมไม่เคยแก้ตัว แค่อยากให้คุณฟังว่าความจริงเป็นยังไง ทั้งเรื่องน้ำที่มันพุ่งออกไปนี่ด้วย แต่ในเมื่อคุณไม่ต้องการฟัง ผมก็ไม่อธิบายแล้ว” พูดแล้วหันบอกเชียร “คุณเชียรครับเครื่องปั๊มน้ำไม่ได้เสียนะครับ เข้าใจว่าปลายท่อข้างบนคงมีเศษทรายไปอุดไว้ บ้านสร้างใหม่จะมีปัญหานี้ประจำ พรุ่งนี้ผมจะมาดูให้อีกทีก็แล้วกันนะครับ”

ไม้เก็บเครื่องมือเอ่ยลาเชียร เชียรบอกว่าเดี๋ยวตนไปส่ง เป็ดปุ๊กหงุดหงิดตัวเปียกม่อลอกม่อแลกร้องถาม

“แล้วไงเนี่ย ข้างบนใช้น้ำได้หรือยังล่ะ”

ooooooo

รุ่งขึ้น ไม้มาซ่อมให้ตามสัญญา เขาหมุนที่ปลายก๊อกน้ำออก มีดินโคลนอุดอยู่ เขาเอาให้เชียรดู

“นี่ไงครับ ที่มันมาอุดอยู่ ทำให้น้ำไหลไม่แรง ที่เครื่องทำน้ำอุ่นก็คงจะมีดินแบบนี้อุดอยู่ เดี๋ยวผมจะดูให้”

“ขอบใจมากนะไม้... แล้วก็ขอโทษด้วย”  ไม้ถามว่าขอโทษเรื่องอะไร “เรื่องที่เป็ดเขาตบหน้าเธอ”

“ผมเคยเจ็บมากกว่านี้มาเยอะ เพราะผมเคยโกหกคุณเป็ด”

เชียรพูดอย่างเข้าใจว่า เขามีเหตุผลที่จะต้องทำอย่างนั้น และอยากให้เขาได้มีโอกาสอธิบายให้เป็ดปุ๊กฟัง ไม้บอกว่าตนไม่มีสิทธิ์บังคับให้ใครคิดอะไร

“แน่ใจเหรอว่าต้องการอย่างนั้น...เธอแน่ใจใช่ไหม ว่าอยากให้เป็ดเขาเข้าใจเธอผิดแบบนี้ไปเรื่อยๆ ตอบฉันตรงๆ ซิไม้ ความรู้สึกของเป็ดที่มีต่อเธอ มันไม่สำคัญอะไรเลยจริงๆ เหรอ” เชียรมองหน้าไม้อย่างค้นหา ไม้นิ่งไปครู่หนึ่ง จึงตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

“ครับ...ไม่สำคัญ”

เชียรอึ้ง ถอยออกมา ไม้ก็หันไปซ่อมเครื่องต่ออย่างไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่ออีก แต่ในแว่บหนึ่ง เขาก็รู้สึกสับสนคำตอบที่ให้เชียรไป เพราะจริงๆ แล้ว...มันสำคัญกับเขามาก...

ooooooo

เช้านี้ เป็ดปุ๊กมาถึงห้องทำงานไม่เห็นแก้วก็พูดกับอ้อมและกุ้งว่าไม่น่าเชื่อว่าโชคดีซ้อนสองวันเลย

อ้อมกับกุ้งบอกว่าเสียใจด้วยเพราะวันนี้แก้วมา แล้วอาจโชคร้ายด้วยเพราะกำลังถูกพิมพาเรียกไปว่า ออกจากห้องมาอาจจะอาละวาดกับพวกเราก็ได้ เป็ดปุ๊กถามว่า “เขามีปัญหาอะไรเหรอ”

“รู้สึกจะหาเรื่องอะไรไม่เจอสักอย่างนี่แหละ” กุ้งบอก เป็ดปุ๊กกำลังคิดว่าเรื่องอะไรที่หาไม่เจอ ก็พอดีพิมพาเดินนำแก้วเข้ามาปากก็บ่นมาด้วย...

“ก็ไหนบอกว่าตอนรับมอบงานดูหมดแล้ว” แก้วบอกว่าตนไม่เห็นแฟ้มนี้จริงๆ “ลองดูใหม่ อาจจะผ่านตาเธอไปก็ได้” ทั้งสองเดินผ่านโต๊ะเป็ดปุ๊กไปที่โต๊ะแก้ว เป็ดปุ๊กไหว้พิมพา เธอรับไว้แต่ไม่ได้ทักอะไร ในขณะที่แก้วเดินผ่านหน้าตึงเพราะคิดว่าถูกเป็ดปุ๊กวางยา

มาถึงโต๊ะ แก้วเปิดคอมฯให้พิมพาดู พิมพาบอกให้ดูตรง “ลูกค้า” แต่พอเปิดดูไม่พบสิ่งที่กำลังหา พิมพาถามว่า “เธอเผลอไปลบทิ้งหรือเปล่า?” แก้วบอกว่าตนยังไม่ได้เปิดดูด้วยซ้ำ “อ้าว...ไหนว่าศึกษางานหมดแล้ว” พิมพาจับเท็จ แก้วชะงัก ชี้แจงว่าตนยังไม่ได้ดูลึกลงไปในรายละเอียด

“ถ้าอย่างนั้น เธอก็ต้องดูใหม่ทั้งหมด แล้วก็หางานที่พี่ต้องการให้เจอ”

เป็ดปุ๊กชำเลืองมองแก้วเห็นหน้าแย่มากก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นความรับผิดชอบของตนด้วยไม่ได้ ลุกยืนเอ่ยอย่างสำรวม “ขอโทษนะคะ...หาอะไรเหรอคะ”

พิมพาบอกว่าหาแฟ้มของบริษัทสตาร์ลักซ์ เป็ดปุ๊ก บอกว่าบริษัทนี้เลิกกิจการไปปีหนึ่งแล้ว พิมพาจึงเล่าว่า

“คุณดาวแยกตัวมาเปิดอีกบริษัทหนึ่ง ทีนี้เขาอยากให้เราโค้ดราคาสินค้าให้เขา พี่ก็เลยอยากดูว่าเราเคยค้าขายกันยังไง แต่หาแฟ้มเก่าไม่เจอ เป็ดลบแฟ้มเขาไปแล้วหรือเปล่า”

“ต้องลบไปแล้วแน่ๆ เลย แก้วถึงหาไม่เจอ” แก้วโยนกลองทันที

“ไม่ได้ลบค่ะ แต่แยกเก็บไว้ที่แฟ้มงานเก่า”

พิมพาถามว่าตรงไหน บอกแก้วให้ลุกขึ้นให้เป็ดปุ๊กเข้ามานั่งแทน เธอเปิดหาแฟ้มอย่างคล่องแคล่ว พิมพาเห็นถึงความชำนาญงานของเป็ดปุ๊ก ในขณะที่แก้วยืนหน้าบึ้งรู้สึกถูกหักหน้าต่อหน้าเจ้านาย ไม่นานเป็ดปุ๊กก็หาเจอ

“อืม...ยังอยู่ครบ เดี๋ยวก๊อบปี้ไปลงเครื่องให้พี่ด้วย” พิมพาพอใจ แล้วหันไปสั่งแก้ว “แล้วเรื่องบรรยายสรุปผลงานของบริษัท อย่าลืมรีบทำให้พี่ด้วยล่ะ ด่วนเลย”

แก้วรับคำ พอพิมพาออกไป แก้วตรงมาบอกให้เป็ดปุ๊กลุกตนจะทำเอง พูดอย่างไม่ไว้ใจว่าเดี๋ยวก๊อปไปลงผิดที่ตนจะเดือดร้อนอีก

“เท่าที่จำได้ เป็ดไม่เคยทำอย่างนั้นนะ คนที่เคยเดือดร้อนรู้สึกจะเป็นเป็ดมากกว่า” เป็ดปุ๊กติง ถูกแก้วมองขวับเสียงเขียวใส่ ถามว่า จะหาเรื่องกันเหรอ ต่างจ้องกันไม่มีใครยอมใคร สุดท้ายแก้วก็เป็นฝ่ายหันไปทำงานต่อ พูดอย่างไว้ท่าว่า

“แก้วไม่อยากเสียเวลามาทะเลาะ” แต่พอนั่งลงก็นึกได้หันมาสั่ง “อ้อ เป็ด แล้วเมื่อกี๊ได้ยินที่พี่พิมเขาสั่งงานแล้วใช่ไหม เรื่องบรรยายสรุปผลงานบริษัทน่ะ แก้วขอพรุ่งนี้เลยนะ” เป็ดปุ๊กถามว่าพิมพาพูดกับแก้วไม่ใช่หรือ “พูดกับแก้วเพราะแก้วเป็นหัวหน้า แก้วก็ต้องสั่งงานต่อให้ลูกน้องซี มันเข้าใจยากนักเหรอ?”

เป็ดปุ๊กบอกว่าเข้าใจแล้ว แต่พรุ่งนี้คงไม่ทัน แก้วบอกว่ามะรืนนี้ก็ได้

“อย่างเร็วก็ต้องอาทิตย์หน้า” เป็ดปุ๊กบอกแก้วเสียงเข้มขึ้นว่าไม่ได้ยินหรือว่าพิมพาเขาต้องการด่วน เป็ดปุ๊กยืนยันว่า “ด่วนที่สุดก็ต้องอาทิตย์หน้า”

“แล้วแก้วจะไปบอกพี่พิมเขายังไง”

“มันเป็นหน้าที่ของหัวหน้าที่จะต้องคิดหาคำตอบ เป็ดว่าเรื่องพูดแก้ตัวอย่างนี้แก้วเก่งอยู่แล้ว” แก้วไม่พอใจลุกยืนทันที แต่เป็ดปุ๊กไม่สนใจ พูดต่อว่า “หรือแก้วจะเอาไปทำเองทั้งหมด เป็ดก็ยินดีนะ”

แก้วได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเพราะตัวเองก็ทำไม่ได้จำต้องนั่งลงอย่างหงุดหงิด

อ้อมที่ฟังการโต้ตอบกันตลอดเวลา ทีแรกแอบยกแม่โป้งให้เป็ดปุ๊กโป้งเดียว สุดท้ายยกให้สองโป้งเลย เป็ดปุ๊กไม่ได้รู้สึกดีใจที่โต้ชนะแก้ว เธอรู้สึกว่าเป็นเรื่องไร้สาระมากกว่า นั่งทำงานที่ได้รับมอบหมายอย่างมีสมาธิ

แก้วหงุดหงิดทำงานไม่มีสมาธิ จนต้องลุกไปห้องน้ำ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันคำรามคนเดียว...

“คิดว่าชนะฉันงั้นเหรอนังเป็ด ถึงยังไงฉันก็เป็นหัวหน้าแก ศักดิ์ศรีแกกับฉันมันผิดกัน” หงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ครู่นึงก็นึกอะไรได้ หยิบมือถือขึ้นมาโทร.ออก แล้วเงี่ยหูฟังเสียงปลายสายใจจดจ่อ

“โอมเหรอ...โอมอยู่ไหนน่ะ ก็แค่บอกว่าทำงานอยู่ก็พอแล้ว...ทำไมต้องหงุดหงิดด้วย...ไม่มีอะไรหรอก แก้วอยากหาคนคุยด้วย...งานเหรอ...มีซี...ทำไมเหรอ โอเคๆ โอมงานเยอะ ไม่มีเวลาคุย งั้นก็แค่นี้ละกันนะ”

พอวางสายจากโอม แก้วก็สบถ “บ้าจริงๆ ก็คนมันเครียด อยากหาที่ระบาย ไม่เข้าใจหรือยังไง ไม่งั้นจะมีแฟนไว้ทำไม คุยกันแค่ห้านาทีสิบนาทีก็ไม่ได้ งานๆๆๆ!!! ไม่รู้จะทำไปทำไม ตัวเองก็รู้ว่าทำไปให้คนอื่น!”

ooooooo

ระบายอารมณ์แล้วเดินออกจากห้องน้ำ แก้วก็ได้รับโทรศัพท์จากเก็จ เธอดีใจบอกว่ากำลังหาคนคุยอยู่พอดีเลย เก็จถามว่ามีปัญหาอะไรอีกหรือ

แก้วบอกว่าวันนี้ตนถูกเป็ดปุ๊กตบหน้า พอเก็จตกใจก็บอกว่า ไม่ใช่ตบจริงๆ แต่ทำให้ตนหน้าแตก

“โธ่เอ๊ย...นึกว่ามันกล้าทำร้ายน้องฉัน จะได้บุกไปตบมันกลับ แล้วไง มันทำอะไรแก”

แก้วเล่าเหตุการณ์ให้เก็จฟัง เก็จย้ำว่าเตือนแล้วว่าต้องระวังจะถูกเป็ดปุ๊กเล่นงานกลับ ยุยงว่า

“ยังไงเราก็เป็นหัวหน้ามัน หาเรื่องมันได้เรื่อยๆ อยู่แล้ว นี่เพิ่งนึกได้ว่าจะถามอะไร ตกลงแกรู้หรือยังว่าใครเป็นเจ้าของที่ดิน” พอแก้วบอกว่ายัง เก็จเร่ง “เฮ้ยอย่า ชะล่าใจซี หรืออยากจะจมปลักอยู่กับนายโอมตลอดชีวิต”

ตกเย็น แก้วก็นั่งแท็กซี่ไปที่สำนักงานขายของหมู่บ้าน ปรากฏว่ารถติดมาก แก้วจึงลงตรงนั้น จ่ายค่ารถแล้วเดินไปอย่างหงุดหงิด ผ่านรถกระบะของไม้ที่จอดขนถุงปุ๋ยอยู่ริมฟุตปาท พอแก้วเดินมาถึงรถของไม้ เห็นไม้ทำงานอยู่ริมฟุตปาท เธอจึงลงไปเดินที่ริมถนน แต่ถุงปุ๋ยใบหนึ่งขาดทำให้ปุ๋ยเทลงมาถูกแก้วเต็มๆ

“โอ๊ย...อะไรเนี่ย” แก้วร้องลั่น ดำที่รับปุ๋ยอยู่บนรถรีบขอโทษ ถูกแหวใส่ “ขอโทษแล้วมันหายไหมดูสิ... เลอะเทอะไปหมดเลย”

“เดี๋ยวผมปัดให้ครับ” ไม้เข้ามาแก้ไขสถานการณ์ เอาผ้าขนหนูที่คอมาปัดปุ๋ยที่เปื้อนแก้ว ทำให้ปุ๋ยยิ่งฟุ้งกระจาย  ไม้รีบบอกว่าปุ๋ยนี้ไม่อันตรายเพราะมันเป็นปุ๋ยอินทรีย์ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี ถูกแก้วหาว่าทำผิดแล้วยังไม่ยอมรับผิดอีก

“ยอมรับซิครับ คนของผมก็ขอโทษแล้ว จะช่วยปัดออกคุณก็ไม่ยอม” ไม้เริ่มเสียงแข็ง

“แกยิ่งทำให้ฉันเลอะ แกมันผิดตั้งแต่แรกที่มาจอดรถขนปุ๋ยอยู่ตรงนี้ ทำให้รถติด ทำให้ฉันต้องลงเดิน แล้วพอเห็นฉันก็ไม่ยอมหยุด ฉันไม่ยอมปล่อยแกไว้หรอก ฉันจะให้คุณโอมไล่แกออก”

“อย่าขนาดนั้นเลยครับ” ไม้อ้อนวอน

“คนทำผิดก็สมควรได้รับโทษ ไม่ต้องมาอ้อนวอนให้เสียเวลา” แก้วสะบัดตรงไปที่สำนักงานขายอย่างเอาเรื่อง

“สงสัยเขายังไม่รู้ว่าคุณไม้...” ดำเอ่ยขึ้น ถูกไม้จุ๊ปากไม่ให้พูด

ooooooo

แก้วขึ้นไปที่สำนักงานขาย พิกุลลุกมาต้อนรับ พอเห็นสภาพก็ถามว่าไปทำอะไรมาดูเปื้อนๆ

“ยิ่งพูดยิ่งหงุดหงิด คุณโอมอยู่ใช่ไหม” พิกุลบอกว่าไม่อยู่ ไม่ได้เข้าออฟฟิศตั้งแต่เช้า แก้วหน้าตึงถามว่า “แล้วทำไมเขาบอกแก้วว่าเขาทำงานที่นี่ทั้งวัน หรือแอบหนีไปเที่ยวกับใคร”

พิกุลบอกว่าคงอยู่ที่บ้านเพราะช่วงนี้จิตใจไม่ค่อยปกติมีเรื่องให้คิดมาก แก้วถามว่าเรื่องลูกชายอีกคนของหทัยใช่ไหม พิกุลตกใจถามว่าเธอก็รู้หรือ

“โอมเขาเล่าให้ฟังค่ะ พูดไปคุณแม่โอมก็ใจร้ายนะ ไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้โอมเขารู้” พิกุลบอกว่าเรื่องมันซับซ้อน หทัยเองก็ไม่อยากปิดบังแต่มันจำเป็น แก้วได้โอกาสสืบรู้ทันที

“จำเป็นยังไง ลูกชายคนนั้นพิกลพิการหรือเป็นบ้างั้นหรือ”

“ไม่ใช่หรอกค่ะ” พิกุลหัวเราะขำ “พี่ชายคุณโอมน่ะเป็นสุภาพบุรุษหนุ่มรูปหล่อเลยนะคะ” แก้วสนใจจี๋ถามว่าพิกุลรู้จักด้วยหรือ “สนิทกันด้วยล่ะค่ะ ยังคิดจะจีบเป็นแฟนอยู่เลย แต่เรามันบุญไม่ถึง” พูดแล้วพิกุลก็หัวเราะขำตัวเอง

“แหม...ฟังที่บรรยาย ชักอยากรู้จักแล้วซิ เขาเป็นใครเหรอ” แก้วถามอย่างไม่สงวนท่าที ยิ่งเมื่อพิกุลบอกว่าเธอเคยเจอแล้ว แก้วก็ยิ่งอยากรู้ว่าเป็นใคร คนไหน

“ก็คุณไม้ไงคะ...ที่ทำสวนในหมู่บ้านน่ะ”

“ไม้...” แก้วอุทานตาโตอย่างคาดไม่ถึง นึกอะไรได้รีบย้อนกลับไปที่รถขนปุ๋ย แต่ไปถึงปรากฏว่ารถขนปุ๋ยไม่อยู่แล้ว พิกุลเดินออกมาถามว่ามีอะไรหรือ “อ๋อ...พอดีฉันจะกลับแล้ว เห็นมีรถเมื่อกี๊ ว่าจะขอติดรถไปลงที่หน้าปากทาง” พูดพลางพยายามมองหารถของไม้แต่ไม่เจอ

“งั้นติดรถพิกุลไปก็ได้นะคะ พิกุลกำลังจะกลับพอดี”

แก้วจำต้องพยักหน้า มองเศษปุ๋ยที่ยังเปื้อนอยู่ที่ริมฟุตปาทอย่างเจ็บใจที่ออกมาช้าไป

ooooooo

ระหว่างนั่งรถพิกุลออกไปนั้น แก้วซักไซ้เพื่อหาทางรู้เรื่องของไม้ ทำทีถามโน่นถามนี่ แล้ววกเข้าประเด็นอยากรู้ที่สุดถามว่า ไม้มีแฟนหรือยัง

พิกุลบอกว่าแฟนยังไม่มี มีแต่คนที่ชอบ แก้วถามทันทีว่าใครหรือ

“ก็คุณเป็ดปุ๊ก” พูดแล้วนิ่งไป ก่อนเล่าต่อด้วยสีหน้าเซ็งๆว่า “แต่พวกลูกน้องคุณไม้เขามาเล่าให้ฟังว่าตอนนี้คุณไม้กับคุณเป็ดปุ๊กกำลังทะเลาะกันอยู่”

แก้วดีใจวาบขึ้นมาถามว่า “เรื่องอะไรเหรอ”

“ก็เรื่องที่คุณไม้โกหกเรื่องที่ว่าเขาเป็นลูกของคุณหทัยน่ะค่ะ คุณเป็ดปุ๊กแกโกรธมาก ไม่ยอมเจอกับคุณไม้เลยค่ะ”

“เหรอออออ...” แก้วลากเสียงยาวดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ต้องหันหน้าไปทางหน้าต่างแอบยิ้ม วางแผนที่จะใกล้ชิดไม้ ถามว่า “คุณไม้เนี่ยจัดสวนเก่งนะ ถ้าแก้วจะขอคำปรึกษาจากเขาบ้าง เขาจะว่าอะไรไหม”

พิกุลพาซื่อบอกว่าไม่ว่าหรอก แต่อาจหาตัวยากหน่อยเพราะงานเยอะ  ถ้าไม่อยู่หมู่บ้านก็อยู่ร้านชื่อร้านสวนขวัญ พลางชี้ไปข้างหน้าให้ดูร้าน แก้วดีใจมากได้ลู่ทางที่จะกระแซะไม้ บอกพิกุลว่าขอลงตรงนี้ได้ไหมเพราะเห็นต้นไม้สวยดีจะซื้อไปไว้ที่ห้องพักหน่อย พิกุลเลยต้องจอดรถให้ลง พอขับรถออกไปก็บ่นงึมงำคนเดียว...

“นี่มันอะไรกันเนี่ยคุยเรื่องไม้อยู่ดีๆ ก็ลงจากรถ เดินไปเข้าร้านสวนขวัญซะงั้น เอ๊ะ...หรือว่า...” พิกุลฉุกคิด ได้ตบปากตัวเองเบาๆ “โอ๊ย...ไม่น่าเลยเรา เล่าเรื่องคุณไม้ไปซะเยอะเลย ทำไงดี...ทำไงดี...” พิกุลเพิ่งรู้ว่าพลาดเอาตอนนี้เอง

ooooooo

แก้วเข้าไปในร้านสวนขวัญ ทำทีดูต้นไม้โน่นนี่ ฝ้ายออกมาเชิญชวนถามว่าต้องการไม้แบบไหน ตนจะช่วยหาให้

แก้วบอกว่าอยากได้ไม้ประดับ แต่พอฝ้ายถามว่าสนามที่บ้านประมาณกี่ตารางวา ก็บอกว่าไม่มี  ฝ้ายงงถามว่าแล้วจะปลูกต้นไม้ยังไง

“ปลูกที่ระเบียงไง ในห้องน้ำก็ได้ มันเป็นห้องพักในคอนโดน่ะ” ฝ้ายหัวเราะบอกว่าแบบนั้นต้องไม้กระถางต้นเล็กๆ แล้วพาเดินไปดูในส่วนนั้น ระหว่างนั้นแก้วทำเป็นดูต้นไม้แต่กวาดตามองไปรอบๆ มองหาไม้ แล้วก็สมใจนึกเมื่อเห็นไม้เดินออกมา เธอดีใจมากรีบเข้าไปทักเสียงแจ่มใส

“สวัสดีอีกครั้งค่ะ”

“รู้ว่าผมอยู่นี่ด้วย” ไม้เอ่ยงงๆ ถามประชดว่า “ตกลงโอมอนุมัติให้ไล่ผมออกรึเปล่า”

“คุณก็รู้ว่าโอมเขาทำแบบนั้นกับคุณไม่ได้ จริงๆ แล้วแก้วมาที่นี่ตั้งใจจะมาขอโทษคุณ”

ไม้มองหน้าแก้วแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ฝ้ายเองก็มองเหวอถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน

“อ๋อ...พอดีเมื่อตอนเย็นมีอุบัติเหตุนิดหน่อย” ไม้บอกแล้วแนะนำแก่ฝ้ายว่า “นี่คุณแก้วแฟนคุณโอม”

แก้วชะงักที่ไม้แนะนำแบบนั้น แต่ก็ยังปั้นหน้ายิ้มหวาน ฉอเลาะต่อว่า “แก้วต้องขอโทษอีกครั้งนะคะ ที่ทำกิริยาไม่ดีใส่คุณ พอดีแก้วหงุดหงิดเรื่องที่ทำงานก็เลยโวยใส่คุณไม้มากไปหน่อย พอคิดได้ว่าเป็นแค่อุบัติเหตุก็เลยรู้สึกผิด พิกุลเขาบอกว่าคุณไม้มีร้านต้นไม้อยู่ที่นี่ เลยขอติดรถเขามา ตั้งใจจะมาขอโทษคุณไม้โดยเฉพาะเลยนะคะ”

ไม้ดักคอว่าไหนว่าจะมาดูต้นไม้ แก้วแหลไปได้เนียนๆว่าก็ด้วยนั่นแหละ พอดีอยากทำสวนเล็กๆที่คอนโด ถามว่า “คุณไม้พอจะช่วยได้ไหมคะ” พอไม้บอกว่าร้านตนเป็นร้านต้นไม้ เรื่องแบบนี้เป็นหน้าที่อยู่แล้ว แก้วทำเป็นตื่นเต้นเกินเหตุเข้าไปเกาะแขนไม้ ถามอ้อน “ดีใจจังเลย คุณไม้ช่วยไปจัดสวนที่คอนโดแก้วได้ไหมคะ”

“ก็ได้ครับ” ไม้จำต้องตอบแบบนั้น แก้วดีใจกระโดดกอดแขนเขาอีก ดีใจเหมือนเด็กได้ของถูกใจ ฝ้ายเหล่อย่างไม่ชอบใจ หาทางกันไม้ออกไป เตือนว่าหกโมงกว่าแล้ว เดี๋ยวต้องไปกินข้าวแล้ว ย่ารออยู่

แก้วหูผึ่ง ถามว่าไปกินข้าวที่ไหนกันหรือ พอไม้บอกว่าบ้านย่า กินด้วยกันหมดเป็นครัวใหญ่ ก็ดี๊ด๊าอยากไปกินด้วย พอเห็นไม้กับฝ้ายมองแปลกๆ ก็ทำเป็นหัวเราะพูดกลบเกลื่อนว่า

“ล้อเล่นน่ะค่ะ แก้วไม่รบกวนหรอกค่ะ แต่พูดเรื่องอาหารแล้วก็เกิดหิวขึ้นมาเลย คุณไม้พอจะแนะนำร้านอาหารอร่อยๆแถวๆนี้ให้หน่อยได้ไหมคะ”

แก้วทั้งอ่อยทั้งอ้อนจนไม้ต้องแนะนำร้านอาหารและพาไปส่ง เพราะเธออ้างว่าไปไม่ถูกและไม่มีรถ แต่พอไปถึงก็เว้าวอนขอให้นั่งกินเป็นเพื่อนจะได้ช่วยแนะนำอาหารให้ตนด้วย พอไม้นั่ง เธอก็ให้เขาเป็นคนสั่งอาหารให้

“เอางี้นะครับ ผมจะสั่งให้คุณแก้ว แล้วก็นั่งอยู่เป็นเพื่อน แต่ยังไงผมก็ต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านย่า”

แก้วถามว่าแล้วถ้าจะชวนไปต่อที่อื่นอย่างไปฟัง เพลง? ไม้ปฏิเสธทันทีว่าตนคงไปไม่ได้ เธอเลยทำเป็นหัวเราะขำ บอกว่าพูดเล่น ตนไม่รบกวนขนาดนั้นหรอก แค่เขามานั่งเป็นเพื่อนก็ขอบคุณมากแล้ว

“ครับ...” ไม้โล่งใจ หยิบเมนูมาดูถามว่า “ชอบปลาไหมครับ เมนูปลาที่นี่อร่อยมาก”

“ค่ะ...ได้ค่ะ” แล้วแก้วก็นั่งมองหน้าจนไม้อึดอัดหันมองไปทางอื่น แต่พอหันมาอีกทีเธอก็ยังนั่งมองเขาอยู่ แก้วหวังใช้สายตาสื่อให้ไม้รู้ถึงความปรารถนาของตัวเอง

ooooooo

ที่บ้านย่าขวัญ ฝ้าย แตน ดำ และแมน นั่งล้อมวงกินข้าวและคุยกันอย่างมีอารมณ์ โดยมีฝ้ายเป็นหัวโจกฝ้ายเล่าว่าตนเห็นสายตาเวลาที่แก้วมองไม้แล้วรู้เลยว่างานนี้มีงาบไม้แน่ แตนติงว่าแก้วมีโอมอยู่แล้วจะมายุ่งกับไม้อีกทำไม ฝ้ายจีบปากจีบคอพูดอย่างหมั่นไส้ว่า

“ก็เขารู้ว่าคุณโอมไม่ใช่เจ้าของที่ดินในหมู่บ้านแต่คุณไม้ต่างหากที่เป็นน่ะซิ” ดำแทรกขึ้นว่าพิกุลเป็นคนบอก แน่เลย ย่าขวัญถามทันทีว่ามันยังไงกัน? ดำเล่าอย่างออกรสว่า

“ตอนเย็นผมทำปุ๋ยหกใส่เขา เขายังด่าแหลกอยู่เลย พี่ไม้ไปขอโทษเขาก็ไม่ยอม บอกว่าจะให้คุณโอมไล่พี่ไม้ออกเลย แล้วเขาก็ขึ้นไปบนสำนักงาน ไปคุยกับพิกุล”

ฝ้ายฟันธงว่าต้องใช่แน่ๆ พิกุลต้องบอกว่าไม้เป็นมหาเศรษฐี แล้วหันถามย่าอย่างกังวลว่าแล้วจะทำยังไงกันดี ย่าย้อนถามว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับตน ฝ้ายถามว่า “ย่าจะปล่อยให้พ่ีไม้เสร็จนังนั่นเหรอ”

“ฉันจะทำอะไรได้ ไม้มันจะเสร็จใครมันก็เสร็จของมันเอง”

ฝ้ายถามว่าย่าไม่สงสารเป็ดปุ๊กหรือ แตนก็ว่าต้องเกิดศึกสายเลือดแน่ๆ เพราะโอมต้องโกรธเกลียดไม้มากๆเลย

“พวกแกก็พูดไปเรื่อย มันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ ไม้มันไม่ใช่เด็กๆแล้ว มันคิดเองเป็นหรอก แต่ยังไงพวกแกก็ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ถ้ามีอะไรไม่เข้าท่าก็รีบมาบอกให้ย่ารู้ เข้าใจไหม”

ทุกคนรับปากจะช่วยย่าดูแล ย่าขวัญเองทีแรกก็ไม่กระไร แต่ฟังฝ้ายกับแตนแล้วก็อดเป็นห่วงขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน

ooooooo

แก้วใช้เวลาให้เป็นประโยชน์เต็มที่ ทั้งออดอ้อนหว่านเสน่ห์เอาอกเอาใจไม้ ในขณะที่ไม้เองก็แค่นั่งเป็นเพื่อนและฟังเธอคุย จนนึกอะไรขึ้นมาได้ถามแก้วว่า เป็ดปุ๊กเคยพูดว่าแก้วเป็นเพื่อนที่เขารักมาก

“เดี๋ยวนี้คงไม่พูดแบบนั้นแล้วมั้ง” แก้วหน้าเจื่อนไปนิดหนึ่ง

“ผมพอรู้อยู่ว่าตอนนี้คุณสองคนมีปัญหากันถึงได้ถามว่าคุณเป็นเพื่อนกันมานานหรือยัง แล้วไม่เสียดายมิตรภาพที่เคยมีกันมาเหรอครับ”

แก้วตักอาหารอย่างใจคอไม่ปกติ ทำให้อาหารหล่นลงจานทำให้มีเศษอาหารกระเด็นเปื้อนที่แก้ม แต่เธอไม่รู้ตัว

แก้วยอมรับว่าเป็นเพื่อนกันมาหลายปี แต่เป็ดปุ๊กคิดเอาเปรียบตนตลอดมา เล่าด้วยน้ำเสียงไม่พอใจว่า

“เราเริ่มทำงานพร้อมๆกัน แต่เขาโชคดีได้เป็นหัวหน้าก็เพราะแก้วคอยช่วยงานเขา แต่พอมีตำแหน่ง หลายๆครั้งเขาก็ใช้งานแก้วหนักๆเหมือนแก้วเป็นลูกน้องไม่ใช่เพื่อน ที่เกิดเรื่องคราวนี้ก็เพราะความไม่รับผิดชอบในหน้าที่ของเขาเองทำให้งานเสียหาย พอเจ้านายรู้เข้าก็ไม่พอใจ แก้วอยากจะช่วยก็ช่วยไม่ได้ แก้วผิดเหรอคะ เขาหาว่าแก้วแกล้งเขาใช่ไหมคะ”

“ก็...ไม่หรอกครับ” ไม้ตอบอึ้งๆเห็นเศษอาหารติดที่แก้มเธอ แต่บอกแล้วเธอก็เช็ดไม่ถูกที่สักที สุดท้ายเขาจึงช่วยเช็ดให้ เป็นจังหวะที่เป็ดปุ๊กขับรถมาติดตรงนั้นเห็นเข้าพอดีเธอโกรธมาก

พอกลับถึงบ้าน เชียรบอกว่าวันนี้ไม้มาแก้ไขเรื่องน้ำจนไหลดีแล้ว เสนอว่าเสาร์นี้จะทานข้าวด้วยกันขอบคุณเขา เธอบอกว่าแล้วแต่พ่อเพราะตนไม่อยู่ เชียรเสนอเปลี่ยนเป็นวันอาทิตย์ก็ได้ คราวนี้เธอบอกตรงๆว่า

“วันอาทิตย์ก็ไม่อยู่ ไม่ได้ทำงานหรอกค่ะ แต่จะไม่อยู่ทุกวันที่นายนั่นมาที่บ้าน”

เชียรอึ้งไป  หว่านล้อมว่าให้โอกาสเขาบ้าง  รับฟังเขาหน่อย เขามีเหตุผลที่ไม่บอกความจริง เป็ดปุ๊กระบายอารมณ์ค้างที่ติดมาทันทีว่า คนอย่างเขาต้องมีเหตุผลอยู่แล้ว พูดประชดว่า

“แม้แต่ที่ไปนั่งคุยหัวเราะต่อกระซิกกับแก้วที่ร้านอาหาร! เป็ดไม่อยากจะพูด มันขยะแขยง พ่อได้เจอเขาก็ลองถามดูเองแล้วกัน ไม่ต้องมาอธิบายกับเป็ดนะ ว่าเขามีเหตุผลอะไรที่ทำอย่างนั้น เป็ดไม่อยากเก็บเอามาเป็นอารมณ์” พูดอย่างมีอารมณ์แล้วเดินขึ้นข้างบนไปเลย เชียรมองตามอย่างหนักใจ

ooooooo

ไม้กลับมาถึงบ้านย่าขวัญ ถูกย่าบ่นว่าทำแบบนี้ได้ยังไง จะคบกับใครทำไมไม่รู้จักเลือก ทำเอาไม้งง ย่าเลยบอกว่า

“ก็ฝ้ายเขามาบอกว่าไม้จะไปคบกับแฟนของ คุณโอมเขา” ไม้ด่าฝ้ายว่าบ้าไปแล้ว เพิ่งจะได้คุยกับแก้วครั้งเดียวเอง ถูกแตนดักคอว่าสมัยนี้แค่คุยครั้งแรกก็ไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ไม้ด่าแตนว่าตัวเองน่ะซี ย่าเบรกว่า “ไม่ต้องไปว่าแตนมัน ทุกคนเขาก็เป็นห่วงไม้ทั้งนั้น ถามจริง ผู้หญิงนั่นเขารู้ไหมว่าจริงๆไม้เป็นใคร”

“ก็คงรู้มั้ง เพราะพูดกับไม้ดีเชียว พรุ่งนี้จะถามพิกุลอีกที ว่าไปบอกอะไรเขา”

“ย่าน่ะกลัวแทนไม้รู้ไหม พอคนมันรู้ฐานะของไม้ มันก็จะพากันมาตีสนิท แล้วก็จะตักตวงผลประโยชน์จากเรา จากนี้ไปจะเลือกคบใครก็ต้องดูให้ดี ใครท่าทางไม่ดีก็ไม่ต้องไปยุ่ง แต่ถ้าเจอคนดีๆก็ต้องรักษาเอาไว้ อย่าปล่อยให้คลาดกันง่ายๆ”

“แต่บางคนเขาก็เป็นคนเลือกเองว่าอยากจะคบไม้ไหม” ไม้พูดความรู้สึกลึกๆของตัวเองออกมา ย่าขวัญรู้ทันทีว่าเขาหมายถึงใคร ก็พอดีเสียงเจ้าเอ๋งเห่าขึ้น ย่าเลยหันไปสนใจว่าใครมา

ไม้ลุกขึ้นเดินออกไปดู แต่ไม่ทันออกจากประตูก็ชะงัก เมื่อเห็นอลงกรณ์กับโอมเดินเข้ามา โอมหิ้วถุงผลไม้มาสองถุงใหญ่ พอทั้งสองเห็นไม้ก็ชะงักไปเหมือนกัน

“เรามาหาคุณย่าขวัญ” อลงกรณ์เอ่ยขึ้นเหมือนจะกันไม้ออกไปเสีย

และไม้ก็ถูกกันออกไปจริงๆ โดยย่าบอกให้ไม้ออกไปก่อน แตนสงสัยว่าย่ากลัวไม้จะมีเรื่องกับโอม ไม้เองก็ระแวงว่าสองพ่อลูกต้องมีจุดประสงค์อะไรแน่ๆแตนยุให้กลับเข้าไปดู ไม้บอกว่าขืนเข้าไปโดนย่าด่าตายแน่

“ก็ถ้าไม่ให้อยู่ด้วย พี่ไม้ก็ไปแอบฟังสิ”

“เออ...ใช่...จริงด้วย ขอบใจนะแตน”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ

วีนแรง "แคท" องค์แม่ลง สวมบทเมียหลวง จับ "แป้ง" กดน้ำสภาพพังยับ
20 ม.ค. 2563
08:10 น.