ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในสวนขวัญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ระหว่างนั่งรถกลับจากบ้านย่าขวัญ ในมือเป็ดปุ๊กมีดอกไม้ดอกหนึ่ง เธอนั่งนิ่งเงียบ ไม้ถามว่าดีขึ้นไหม เธอพยักหน้าบอกว่าดีขึ้นมากเลย เขาทักว่าแต่หน้ายังดูหงอยๆอยู่ ยั่วว่ายิ้มหน่อยสิ

“บ้า...รู้สึกดี แต่ยังไม่ดีขนาดยิ้มได้หรอก” พูดแล้วก็ยิ้มออกมานิดๆ ไม้ยิ้มกว้างกว่าบอกว่า

“ผมหวังไม่เยอะหรอก แค่ยิ้มเท่าที่คุณยิ้มอยู่นี่ผมก็โอเคแล้ว” เมื่อมาถึงหน้าบ้าน เขามองไปรอบบ้านถามว่า “อยู่คนเดียวได้นะ”

“ถ้าไม่ได้แล้วนายจะอยู่ด้วยเหรอ”

“ถ้าคุณต้องการ ผมนอนกับยักษ์เบิ้มก็ได้ ผมไม่ถือหรอก”

“แต่ฉันถือ!! นายกลับไปเถอะ ฉันอยู่ได้”

ไม้มองหน้า ยื่นมือไปจับมือเธอ แล้วเอาอีกมือกุมไว้ เป็ดปุ๊กประหม่าจนรู้สึกมือสั่นแต่ก็ข่มไว้พยายามทำนิ่งเฉย

“เหมือนที่ย่าบอก แล้วมันจะผ่านไป” เธอพยักหน้า

บอกว่าตนก็คิดอย่างนั้น ไม้ปล่อยมือเอ่ยลา “ผมไปล่ะ” แล้วเดินไปที่กำแพงจะปีนกลับไป เป็ดปุ๊กมองตาม ตะโกนบอก

“ขอบคุณมากนะไม้ สำหรับทุกอย่าง”

ไม้หันมายิ้ม นิ่งไปนิดหนึ่งเหมือนจะพูดอะไร  เป็ดปุ๊กเองก็เหมือนกำลังจะพูดอะไรแล้วต่างก็พูดออกมาพร้อมกัน

“ฝันดีนะ...”

พูดแล้วก็ชะงักหัวเราะออกมาพร้อมกันแล้วต่างก็เขินกันไปทั้งคู่ ไม้ปีนรั้วขึ้นไปแล้วหันมองเธออีกครั้ง เมื่อเธอโบกมือให้เขินๆ เขาจึงกระโดดข้ามไปอีกฝั่ง แต่เป็ดปุ๊กยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองดอกไม้ในมือรู้สึกหน้าร้อนผ่าวๆ...นึกถึงอดีตเมื่อครั้งที่เธอไปที่ร้านสวนขวัญ

วันนั้น ไม้เดินตามออกมาส่ง แต่พอเธอหันมองเขาก็หายไปแล้ว อึดใจเดียวก็เห็นเขาถือดอกไม้น่ารักๆ ดอกหนึ่งมายื่นให้ เวลานั้นเธอมองดอกไม้งงๆ

“ทำอะไรของนายน่ะ”

“ผู้ชายแบบผม ปลอบคนได้แบบนี้แหละ รับไปสิ เขาว่ากันว่า ผู้หญิงเวลาได้ดอกไม้จะรู้สึกดีขึ้นไม่ใช่เหรอ”

“เขาหมายถึงช่อดอกไม้ใหญ่ๆเยอะๆ” เป็ดปุ๊ก

บอกขำๆ ไม้มองดอกไม้ดอกนั้นถามว่าแสดงว่าแบบนี้ไม่ได้ “เผอิญฉันเองก็ไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น...ขอบใจนายมากนะ”

วันนั้น...เป็ดปุ๊กมองดอกไม้ในมือ ยิ้มให้ไม้...เป็นยิ้มที่หวานและสวยที่สุดเท่าที่เคยยิ้มมา...

แต่คืนนี้ เมื่อไม้มอบดอกไม้ให้เธอแล้ว กลับถึงบ้านก็ถามตัวเองเขินๆว่า “ดอกไม้งั้นเหรอ...ทำไปได้ไงวะ”

เป็ดปุ๊กเอง เมื่อเข้าห้องนอน เธอเอาดอกไม้ดอกนั้นวางไว้ที่หัวเตียง ยิ้มมีความสุขอย่างประหลาด เดินไปวางกระเป๋าที่โต๊ะเครื่องแป้ง ยิ้มกับตัวเองในกระจก พึมพำขำตัวเอง...

“นี่เรายิ้มมากขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย...บ้าจริง...”

พอนึกขึ้นได้รีบหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.หาพ่อ แต่พอดูนาฬิกาเป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว เธอบอกตัวเองว่า

“พ่อคงหลับแล้ว”

ooooooo

เชียรไม่สบายใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น จะไปบอกไก่กุ๊กก็ลังเล จะไปที่ห้องตัวเองก็ชะงัก สุดท้ายบอกตัวเองว่าคิดว่าทำเพื่อหลานก็แล้วกัน ตัดสินใจตรงไปที่ห้องนอนไก่กุ๊ก พลันก็ชะงักเมื่อได้ยินเสียงคุยกันจากข้างใน...

“บอกจริงๆนะเก็จ ผมไม่คิดว่าไอ้แผนที่คุณทำจะสำเร็จ พ่อยกบ้านให้เป็ดปุ๊กไปแล้ว ยังไงก็ไม่มีทางยกให้เราได้อีกหรอก”

“ทำไมจะไม่ได้ ถ้าพ่อให้ได้ก็ต้องเอาคืนได้ นังน้องสาวคุณคงไม่งกเก็บบ้านไว้สองหลังคนเดียวหรอก ยังไงก็ต้องเห็นแก่หลานบ้างแหละ”

“แต่ที่เราทำแบบนี้ ผมรู้สึกเหมือนกำลังหลอกพ่อยังไงก็ไม่รู้นะคุณ”

“ก็ขอดีๆ อยากไม่ให้ ไปให้คนอื่น มันก็ต้องทำแบบนี้แหละ ถ้าคุณทำอะไรไม่ได้ก็อยู่เฉยๆไปเลย เดี๋ยวฉันให้ลูกจัดการเอง”

เชียรยืนช็อกอยู่ตรงหน้าประตู มือที่ยกจะเคาะก็ตกลงข้างตัว...ตั้งสติอยู่ครู่หนึ่งจึงกลับไปพาหลานนอนแล้วตัวเองก็ขอกลับมานอนที่ห้อง บอกแมวเมี้ยวกับ
นกจิ๊บว่าปู่มีเรื่องคิดอะไรสักหน่อย ห่มผ้าให้หลานนอนแล้วพึมพำสลดใจ...

“ไม่น่าทำแบบนี้กับลูกเลย...เด็กๆ ไม่รู้เรื่องอะไรกันเลยสักนิด...”

ooooooo

กลางดึกคืนนี้ เป็ดปุ๊กสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเหมือนคนพยายามงัดบ้าน เธอลุกขึ้นนั่ง ฉุกคิดว่าอาจเป็นพ่อกลับมาเพราะนอนไม่หลับก็ได้ เปิดประตูห้องจะลงไปดู

เธอต้องผวาเฮือก เมื่อเห็นไอ้โม่งสะท้อนในกระจก เธอตกใจมากรีบกลับเข้าห้องปิดประตูล็อกทันที ยืนใจสั่นอยู่ครู่หนึ่งจึงตั้งสติได้ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ของ รปภ.ในหมู่บ้าน โทร.ไปบอกว่ามีขโมยขึ้นบ้านตนให้รีบมาดู บอกว่าเวลานี้ตนอยู่ชั้นบนแต่ขโมยอยู่ชั้นล่าง

โทร.แจ้งแล้วก็ย่องมาที่ประตูมองจากช่องใต้ประตูเห็นเท้าคนร้ายเดินผ่านไปมา พยายามจะเปิดห้องนั้นห้องนี้ เธอทนไม่ได้โทร.แจ้ง 191 เร่งให้รีบมาเพราะตนอยู่บ้านคนเดียว

แต่พอวางโทรศัพท์ลงเท่านั้น คนร้ายก็มาจับลูกบิดประตูห้องนอนบิดไปมาหลายครั้งพยายามจะเปิดเข้ามา เมื่อเปิดไม่ได้มันกระแทกประตูและเขย่า เป็ดปุ๊กกลัวมาก คิดหาทางหนีออกจากห้อง เดินไปเปิดประตูระเบียงออกไปตะโกน

“ช่วยด้วยค่ะ ขโมยขึ้นบ้าน ช่วยด้วย...”

เสียงกระแทกประตูดังขึ้นเหมือนจะพังเข้ามาให้ได้ เธอตัดสินใจปีนข้ามลูกกรงระเบียงออกไปยืนข้างนอกพยายามจะหย่อนตัวเองลงไป แต่เหยียบพลาดเลยตกจากระเบียงลงไป เธอเจ็บจนร้องครางออกมา

จู่ๆก็มีคนมาคุกเข่าลงข้างๆ เธอตกใจผงะแต่พอได้ยินเสียง “คุณเป็นอะไร ไม่ต้องกลัว นี่ผมเองไม้” เธอโผเข้ากอดเขาแน่นละล่ำละลักบอกว่ามีขโมยเข้าบ้าน ตนหนีออกมาทางระเบียง ไม้มองที่ระเบียงถามว่าเธอกระโดดลงมาหรือ แล้วตอนนี้หัวขโมยยังอยู่ไหม

“อยู่...ตอนที่ฉันกำลังปีนออกมา ฉันเห็นมันเข้าไปในห้อง” ไม้ลุกจะไปดู เป็ดปุ๊กร้องห้ามด้วยความเป็นห่วง ทำให้ไม้ชะงัก ก็พอดีหัวหน้า รปภ.ขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้าน ไม้เร่งให้เธอรีบไปหา รปภ. เธอลุกเดินกะเผลก ไม้จึงช่วยพยุงไป

ปรากฏว่าไม่ใช่มีแค่หัวหน้า รปภ.กับลูกน้องมาเท่านั้น หากแต่โอมก็มาด้วย เขารีบมาหาเธอบอกให้เปิดประตูรั้ว เป็ดปุ๊กเปิดให้ โอมเดินเข้ามาพอเห็นไม้เท่านั้น เขาชักสีหน้าถามทันที

“แกมาทำอะไรที่นี่!”

เป็ดปุ๊กขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรเลย เพราะขโมยยังอยู่ในบ้าน หัวหน้า รปภ.ถามว่ามันมากันกี่คน เป็ดปุ๊กบอกว่าตนเห็นคนเดียว โอมสั่งให้เข้าไปดูและจับตัวมันมาให้ได้ หัวหน้า รปภ.บอกว่าตนไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย

“ไอ้ขี้ขลาดเอ๊ย...” โอมด่าหัวหน้า รปภ.แล้วหันบอก เป็ดปุ๊ก “ไม่ต้องกลัวนะครับ เดี๋ยวผมเข้าไปดูเอง”เธอบอกว่า โทร.เรียกตำรวจแล้ว โอมพูดอย่างไม่เชื่อถือว่า “มัวแต่รอ มันจะหนีไปก่อนน่ะซีครับ”

ไม้ขวางไว้บอกว่าเขาไม่ควรเข้าไปทำลายหลักฐาน ถูกโอมถามหาเรื่องว่า

“ทำไมเหรอ แกกลัวว่าฉันจะเห็นหลักฐานอะไรที่เป็นของแกงั้นเหรอ” แล้วหันบอกเป็ดปุ๊ก “ผมจะไม่แตะต้องอะไรให้หลักฐานเสียหายแน่นอนครับ” แล้วพูดใส่หน้าไม้ “ผมก็อยากจับมันกับพวกเข้าคุกเหมือนกัน”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกค่ะ ดิฉันกลัวคุณโอมจะเป็นอันตราย”

“ไม่ต้องห่วงครับ” แต่หันสั่งหัวหน้า รปภ.กับลูกน้อง “พวกคุณไปกับผม”

พอเข้าไปในบ้าน โอมยืนอยู่ที่ห้องโถง พวกรปภ.แยกย้ายกันออกค้นหา ครู่เดียวก็กลับมารายงานว่าไม่พบ ทั้งในบ้านและหลังบ้าน หัวหน้า รปภ.จะขึ้นไปดูข้างบน

“ไม่ต้อง ฉันขึ้นไปเอง” โอมทำท่าเข้มแข็งกล้าหาญ มากจนหัวหน้า รปภ.ประหลาดใจ

โอมขึ้นไปที่ห้องนอนเป็ดปุ๊กกวาดตามองไปทั่วห้อง เห็นหน้าต่างบานหนึ่งเปิดค้างไว้เหมือนเพิ่งมีคนปีนออกไป เขาลงไปบอกเป็ดปุ๊กว่าไม่มีใครในบ้าน มันคงหนีไปแล้ว ก็พอดีตำรวจมาถึง โอมรีบไปรับหน้าแนะนำตัวว่า

“ผมอลังการ ผู้จัดการหมู่บ้าน คนร้ายมันหนีไปแล้วล่ะครับ”

ผู้หมวดมองโอมอย่างแปลกใจ เมื่อพากันไปนั่งที่ม้าหินหน้าบ้าน ผู้หมวดถามเป็ดปุ๊กว่า มีคนร้ายเข้าบ้านเธอ แต่โอมกับ รปภ.เข้าไปดูแล้วไม่มีใคร โอม ตอบแทนว่า “ผมว่ามันหนีไปแล้ว”

“ทำไมไม่รอให้ตำรวจมาก่อน คุณกับคนของคุณ เข้าไปในบ้านแบบนั้น อาจจะทำลายหลักฐานสำคัญไปก็ได้” ผู้หมวดตำหนิ โอมบอกว่าตนไม่ได้แตะต้องอะไรเลย อ้างหัวหน้า รปภ.ให้เป็นพยาน

“ตอนผู้จัดการขึ้นไปข้างบน ผมไม่รู้นะครับ” หัวหน้า รปภ.บอก แต่พอถูกโอมจิกตามองก็หยุดพูดทันที ตำรวจถามเป็ดปุ๊กว่าเข้าไปดูหรือยังว่ามีอะไรหายบ้างไหม พอเธอบอกว่ายัง

“ไม่เป็นไรเดี๋ยวรอพิสูจน์หลักฐานมา แล้วค่อยเข้าไปดูก็ได้” ผู้หมวดบอก

ไม้ถามทันทีว่าจะมีมาเก็บลายนิ้วมือด้วยหรือ ถูกโอมแขวะทันทีว่า กลัวว่าตำรวจจะรู้ว่าไอ้หัวขโมยนั่นเป็นตัวเองรึไง ไม้ปรามว่าพูดให้ดีๆ โอมก็ยียวนว่า

“งั้นแกอธิบายมาซิ ทำไมแกถึงได้มาถึงที่นี่เร็วนัก” หันถามเป็ดปุ๊กว่า “คุณบอกไม่ใช่เหรอครับว่า พอคุณตกลงมาไม้ก็มาถึง” พอเป็ดปุ๊กพยักหน้า โอมหันไล่บี้ไม้ “แกเข้ามาทางไหน”

เป็ดปุ๊กอ่านเกมออก ขัดขึ้นว่า “ไม้ไม่จำเป็นต้องแอบเข้ามาขโมยของหรอก เขาจะเข้ามาบ้านนี้เมื่อไหร่ก็ได้ ที่ผ่านมาของที่บ้านก็ไม่เคยหาย”

โอมสวนทันควันว่าไม้ไม่ต้องการมาขโมยของแต่ต้องการมาทำอย่างอื่น ไข่มุกได้ทียุเป็ดปุ๊กว่า

“คุณเป็ด คุณไว้ใจมันมากเกินไป ฉันแอบเห็นหลายครั้งแล้ว แววตามันเวลามองคุณน่ะ ลามกสุดๆ”

ไม้ทนไม่ไหวโต้ว่าตนไม่ได้แอบเข้ามาในบ้านนี้ ไข่มุกไม่สนใจยุตำรวจให้จับไม้ไปเลย ไม่อย่างนั้นเขาต้องหนีแน่ๆ

“เอาล่ะๆ เดี๋ยวพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบขอเชิญคุณไปสถานีด้วย” ผู้หมวดตัดบท ไม้อึ้งหันมองเป็ดปุ๊กเธอได้แต่มองเขาอย่างเห็นใจ

ooooooo

พอไม้ไปถึงสถานีตำรวจ จ่าเวรเห็นหน้าไม้ก็พึมพำอย่างเบื่อหน่ายว่าไอ้นี่อีกแล้วเหรอ? ผู้หมวดสั่งให้พาไปห้องสอบสวนเลย โอมรีบลุกตามไปด้วย

ผู้หมวดสอบถามชื่อ นามสกุลแล้ว ไม้ถามว่าจะสอบปากคำตนในฐานะอะไร  โอมยุหมวดว่าให้แจ้งข้อหาเลยว่าขโมย  ลักทรัพย์ยามวิกาล บุกรุกหรือพยายามกระทำอนาจาร ไม้มองขวับ ถามผู้หมวดว่าให้โอมเข้ามาด้วยทำไม โอมอ้างว่าตนเป็นพยานและรู้ประวัติเลวๆของไม้ดีทุกอย่าง

“เอาเลยซี  พูดมาเลย  นายรู้ประวัติอะไรของฉัน” ไม้ลุกพรวดท้าเสียงดัง จนผู้หมวดต้องลุกขึ้นห้าม แล้วขอสอบปากคำไม้ตามลำพัง เชิญคนอื่นออกไปก่อน โอมทำท่าอิดออด เป็ดปุ๊กเลยต้องดันหลังให้ออกไป เขายังพูดอาฆาตว่า

“เดี๋ยวผมจะเปิดโปงมันให้คุณเป็ดได้รู้ทุกอย่าง คุณเป็ดถูกมันหลอกมาตลอดเลยรู้ไหมครับ”

ออกจากห้องสอบสวนแล้ว โอมเปิดฉากใส่ร้ายป้ายสีไม้ทันที  บอกเป็ดปุ๊กว่าตนรู้จักไม้ตั้งแต่แม่มาสร้างหมู่บ้านแล้วพลางจะเล่าให้ฟัง ถูกเธอขัดขึ้นว่า

“ไว้ทีหลังได้ไหมคะ พอดีมีเรื่องจะคุยกับน้องเขา ขอโทษนะคะ” เป็ดปุ๊กอ้างนภแล้วเดินไปหา พอนภถามว่ามีอะไรหรือ เธอบอกว่า “เปล่าหรอก ขี้เกียจคุยกับคุณโอม”

นภบอกเป็ดปุ๊กว่าไม้ไม่มีวันเป็นขโมย ตนรู้จักไม้มาปีกว่า ไม้เข้านอกออกในบ้านตนตลอดของในบ้านไม่เคยหายสักชิ้น แต่ไม้กลับเป็นคนเอาต้นไม้มาลงให้เต็มสนาม ทำน้ำพุให้โดยที่ตนไม่ต้องจ่ายเลยสักบาทเดียว

“เขาก็เอามาให้พี่เยอะแยะ พี่ก็เชื่อว่าไม้ไม่ใช่ขโมย แต่ไม่รู้ว่าตำรวจจะคิดเหมือนเราหรือเปล่าน่ะซิ”

เป็ดปุ๊กฉุกคิดได้หยิบมือถือขึ้นโทร.หาเชียรที่ยังหลับอยู่ เขาตกใจถามว่ามีปัญหาอะไรหรือ พอเป็ดปุ๊กเล่าให้ฟังเขาเองก็ไม่รู้จะช่วยไม้ได้อย่างไร ฉุกคิดขึ้นได้ถามว่าคุณหทัยรู้เรื่องหรือยัง แนะนำว่าหทัยเป็นนายจ้างไม้ เขาน่าจะช่วยได้ แต่พอถามเบอร์โทร.ของหทัย เชียรไม่มี แนะให้ลองถามโอมดู เธอเชื่อว่าโอมต้องไม่ยอมบอกแน่ แต่ไม่รบกวนพ่อบอกว่าเดี๋ยวจะลองหาวิธีดู

พอเล่าให้นภฟัง นภเสนอให้ลองโทร.หาพิกุลแล้วต่อสายคุยกับหทัยเองเลยน่าจะได้ แต่พอโทร.บอก พิกุล เธอไปหาหทัยที่บ้านเอง บอกหทัยว่าไม้ถูกตำรวจจับ เท่านั้นเอง หทัยแต่งตัวออกจากบ้านตรงไปที่สถานีตำรวจทันที

ooooooo

ไม้ไม่เพียงถูกโอมตามมาจิกจี้ให้ตำรวจเล่นงานเขาให้ได้เท่านั้น หากแต่ไข่มุกตัวแสบก็ตามมาดูด้วยว่าตำรวจเอาไม้เข้าคุกหรือยัง พอรู้จากโอมว่ากำลังสอบสวนอยู่ ก็หงุดหงิดผิดหวัง
ครู่เดียว ตำรวจก็นำตัวไม้ออกมา ผู้หมวดสั่งจ่าเวร ให้เปิดห้องขังด้วย  เป็ดปุ๊กตกใจถามว่าจะจับไม้เลยหรือ ยังไม่ได้สอบปากคำตนเลย ผู้หมวดบอกว่าให้ไม้รอในนั้นระหว่างสอบปากคำเธอ

“ได้ไง!” เป็ดปุ๊กไม่พอใจ ถูกไข่มุกแทรกขึ้นว่าแสดงว่าตำรวจมั่นใจว่าไม้ผิดจริง ไม้แอบเข้าไปในบ้านเธอ คิดจะทำอะไรเธอก็ไม่รู้ เป็ดปุ๊กไม่พอใจย้อนถามว่า “คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นไม้”

ไข่มุกตอบแบบเอาสีข้างเข้าถูว่าเชื่อเถอะว่าเป็นไม้นั่นแหละ โอมก็ย้ำว่าตนบอกแล้วว่าเธอถูกไม้หลอก

“ให้ตำรวจขังมันไว้น่ะดีแล้วล่ะ ปล่อยมันออกมา เดี๋ยวมันก็เที่ยวงัดแงะบ้านใครๆอีก”

ไม้ถูกนำตัวเข้าห้องขัง เขาเกาะลูกกรงมองเป็ดปุ๊ก ขณะจ่าเวรกำลังจะปิดประตู พลันก็ชะงักกึก...

“อย่านะคะ ขังไม่ได้!!” เสียงหทัยนั่นเอง เธอเดินตรงไปหาไม้ โอมมองอย่างไม่พอใจถามว่าแม่มาทำไมตนจัดการเองได้อยู่แล้ว “จัดการได้ยังไง ทำไมเขาถึงเอาไม้ไปขัง” โอมฟ้องว่ามันเป็นขโมย! “ตฤณไม่ใช่ขโมยแน่ค่ะ เอาเขาออกมาเถอะ ดิฉันขอยืนยันค่ะ ตฤณไม่มีวันเป็นขโมย” หทัยยืนยันกับผู้หมวด

โอมไม่พอใจถามว่าแม่ไปรับรองไม้ได้ยังไงไข่มุกก็แสดงตัวว่าตนรู้จักประวัติไม้ดี ถามหทัยว่าทำแบบนี้ ไม่ห่วงลูกบ้านหรือ เกิดไม้ไปงัดบ้านตนจะว่ายังไง

หทัยยืนยันหนักแน่นว่าไม้ไม่ใช่คนแบบนั้นเด็ดขาด บ่นว่าถ้าตนรู้ตั้งแต่ตอนอยู่บ้านเป็ดปุ๊กก็ไม่ต้องมาโรงพักแล้ว เมื่อไข่มุกไม่ยอมจะเอาไม้เข้าคุกให้ได้ หทัยจึงบอกผู้หมวดว่า

“ดิฉันบอกได้เพียงแต่ว่า ไม้ไม่ใช่คนร้ายเด็ดขาด เพราะไม้เป็นลูกชายสามีเก่าดิฉัน เจ้าของที่ดินที่ตั้งหมู่บ้าน เสริมขวัญ ไม้เป็นทายาทของฉัน หรือจะพูดให้ถูกต้องก็คือ เขาเป็นเจ้าของหมู่บ้านเสริมขวัญ และเป็นหลานชายคนเดียวของเจ้าของที่ดินแถบนี้ทั้งหมด ไม้ไม่มีวันทำอะไรแบบนั้นเด็ดขาด ฉันมั่นใจในตัวเขา”

เป็ดปุ๊กตะลึงอึ้งเมื่อรู้ความจริง ในขณะที่ไม้มองเธอนิ่งๆ เรียบๆ และไม่พูดอะไรสักคำ เมื่อเป็ดปุ๊กออกจากห้องสอบสวน เจอนภกับพิกุลนั่งรอฟังข่าวอยู่ ทั้งสองรีบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ตำรวจจะจับไม้หรือเปล่า

เป็ดปุ๊กมองหน้าพิกุลถามขึ้นว่า “คุณรู้มาตลอด” พิกุลชะงักนิ่ง รู้ว่าเป็ดปุ๊กรู้ความจริงแล้ว พอดีประตูห้องสอบสวนเปิด ไม้เดินมาหยุดตรงหน้าเป็ดปุ๊ก ต่างมองหน้ากันนิ่ง เธอมองหน้าไม้แล้วเดินออกจากสถานีไปเลย ไม้อยากเรียกแต่ก็ไม่ได้เรียก...

หทัยกับผู้หมวดเดินตามออกมา โอมเดินออกมาเป็นคนสุดท้ายสีหน้ายังไม่หายมึน ไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยินแม่พูดไปเมื่อครู่นี้เลย

ไม้เร่งฝีเท้าเดินตามเป็ดปุ๊กไป พอเป็ดปุ๊กใช้รีโมตเปิดประตูรถ ไม้ก็รีบขอคุยด้วยพลางยื่นมือจับแขนเธอไว้ ผลก็คือถูกเธอหันมาตบหน้าเพี๊ยะ!

“ฉันอุตส่าห์ไว้ใจนาย แต่นายโกหก หลอกฉันมาตลอด ทำแบบนี้ได้ยังไงคุณไม้!” ตบและด่าแล้วก็ขึ้นรถทันที ไม้ยืนมึน ก็พอดีนภตามมาสมทบ ทักไม้แซวๆ

“สวัสดีครับท่าน ไม่อยากเชื่อว่าพี่ไม้จะเป็นมหาเศรษฐีร้อยล้าน”

ไม้หันมองนภ แต่ไม่ขำด้วย หันกลับไปมองตามรถของเป็ดปุ๊กที่แล่นฉิวไปหน้าจ๋อยๆ

ooooooo

คนที่ต้องเผชิญปัญหาหนักคือหทัย เธอถูกโอมโกรธที่ไม่เคยบอกเรื่องไม้ให้รู้ พอกลับถึงบ้านหทัยเรียกให้ฟังตนก่อน ก็ถูกถามว่ายังมีความจริงอะไรที่ไม่ได้บอกตน ถามประชดว่า

“แค่ที่แม่พูดไปเมื่อกี๊ยังเซอร์ไพรส์ผมไม่พอรึไงครับ ไอ้ผมก็นึกๆ อยู่เหมือนกันว่า ทำไมแม่ถึงให้ความสำคัญกับไอ้คนสวนกระจอกนี่นัก ที่แท้มันก็เป็นลูกกับผัวเก่าของแม่นี่เอง!”

“หยุดพูดจาหยาบคายดูถูกไม้เขาได้แล้ว ยังไงเขาก็เป็นพี่ชายลูกนะ”

“ผมไม่นับญาติกับมัน ต่อให้มันรวยล้นฟ้า เป็นเจ้าของที่ดินหมดประเทศ ผมก็ไม่นับญาติกับมัน ผมเกลียดมัน ได้ยินไหมครับคุณแม่ ผมเกลียดมัน ยิ่งรู้ว่ามันเป็นลูกชายคุณแม่ ผมก็ยิ่งเกลียด ผมกับมันไม่มีทางอยู่โลกเดียวกันได้ จำไว้นะครับคุณแม่”

พูดใส่หน้าหทัยแล้วจะเดินเข้าบ้าน นึกอะไรขึ้นได้หันกลับมาพูดต่อ

“อ้อ...อย่านึกว่ามันเป็นเจ้าของที่ดินแล้วผมจะกลัวมันนะ ถ้ามันเข้ามายุ่งหรือมาทำใหญ่ทำโตในหมู่บ้านที่ผมกับคุณพ่อช่วยกันสร้างเมื่อไหร่ ผมไม่ทำมันแค่เข้าคุกแน่ ผมจะทำให้มันเจ็บกว่านั้นอีก!”

โอมเดินเตะกระถางข้างทางล้มกลิ้งแล้วเดินเข้าบ้านไป หทัยได้แต่ยืนเสียใจ คิดไม่ถึงว่าโอมจะไม่พอใจมากถึงขนาดนี้

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ฝ้ายไปยืนตะโกนใต้บ้านต้นไม้ ตะโกนเรียกอยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบรับเลยถามว่าอยู่หรือเปล่าหรือต้องให้ปีนขึ้นไปเรียก

“หนวกหูจริงๆ รู้ไหมเมื่อคืนกว่าจะกลับเกือบตีสาม เปิดร้านเองไม่ได้รึไง” ไม้โผล่หน้ามาถามอย่างหงุดหงิดงัวเงีย พอฝ้ายบอกว่าที่ต้องมาตามเพราะคุณย่าอยากพบ ไม้หน้าเสียสงสัยว่าต้องเป็นเรื่องเมื่อคืนนี้แน่ ตะโกนลงมาว่า “ไปบอกย่าว่าฉันไม่ค่อยสบาย เย็นๆจะแวะไปหา”

เหตุเพราะหทัยไปหาย่าขวัญแต่เช้าเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้ย่าฟัง ระหว่างย่าให้ฝ้ายไปเรียกไม้มาหา หทัยก็อยู่ช่วยย่าเด็ดผักไปพลาง ย่าทำกับข้าวไปก็บ่นไปว่าทำไมดวงไม้ถึงได้สมพงศ์กับโรงพักขนาดนี้ เรื่องเดิมยังไม่ทันจบก็มีเรื่องใหม่อีกแล้ว

“เป็นความผิดของหนู ที่ไม่ได้เลี้ยงดูเขาให้ดี ปล่อยให้เป็นภาระของแม่”

“ไม่ต้องโทษตัวเองหรอก มันโตแล้ว เป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้ต้องรู้ผิดรู้ถูกเองแล้ว ที่หทัยไปช่วยมันบนโรงพักก็ถือว่าดีมากแล้ว ไม่งั้นเมื่อคืนมันได้นอนที่นั่นแน่”

“หนูไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ ไม่รู้ว่าตัวเองทำถูกหรือเปล่า” ย่าถามว่าเรื่องอะไร “ก็ที่บอกให้ทุกคนรู้ว่า

ไม้เป็นลูกของหนูไง ไม่รู้มีกี่คนที่ไม่พอใจ”

“โอมเพิ่งรู้ใช่ไหม เขาก็คงจะตกใจมาก”

“ค่ะ เขาโกรธหนูมากเลยล่ะค่ะ เมื่อเช้าเจอหน้าก็ไม่ยอมมองหน้า ไม่พูดกันเลย ก็คงต้องให้เวลาเขาสักพัก แต่ไม้เองก็โกรธหนูเหมือนกัน”

“เรื่องไม้น่ะ เดี๋ยวเขามาแม่จะคุยกับเขาเอง เอาใจยากจริงๆ แม่ไม่อยู่ด้วยก็โกรธแม่ พอแม่บอกคนอื่นว่าตัวเป็นลูกก็ไม่ชอบอีก” ย่าบ่นอุบอิบ พอดีฝ้ายมาบอกว่าไม้ไม่มา ย่าบอกทันทีว่า “เขาไม่มา เราก็ไปหาเขาเองสิ จะกลัวอะไรล่ะ”

แต่พอไปถึงบ้านต้นไม้ หทัยขอหลบรอที่ต้นไม้อีกต้นหนึ่ง พอย่าขวัญมาเรียก ไม้โผล่มา ย่าหันไปเรียกหทัยให้ออกมา ไม้มองตามไปพอเห็นหทัยก็ถามอย่างไม่ชอบใจว่า “ย่า!! พาเขามาทำไม” ย่าบอกว่าแม่เขามีเรื่องอยากคุยด้วย ไม้จึงปีนบันไดลงมาเงียบๆ พอเห็นหทัยที่ย่าหันไปเรียกให้ออกมา ไม้ก็มองหน้านิ่ง

“เป็นไงบ้างลูก” หทัยถามใจไม่ดีนัก

“เรียกลูกได้เต็มปากเลยนะ” ไม้ประชด พอถูกย่าเรียกปราม เขาบอกหทัยว่า “กลับไปเถอะ ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ...ย่าไม่ควรพาเขามา” ย่าขวัญบอกว่าแม่เขาเป็นห่วง ควรจะขอบคุณที่เขามาเยี่ยม “ไม่ล่ะ...แต่ถ้าเขารีบกลับไปตอนนี้ ไม้จะยกมือขอบคุณท่วมหัวเลย”

ย่าหมั่นไส้เลยหักไม้ฟาดแขนไม้ไปหลายที เขาตัดพ้อย่าว่าตีตนทำไม ย่าสั่งให้ขอโทษแม่เดี๋ยวนี้

“ย่าเห็นเขาดีกว่าไม้เหรอ” เสียงไม้น้อยใจ เมื่อย่าย้ำให้ขอโทษ เขาตอบทันทีว่า “ไม้ไม่ขอโทษ” แล้วหันหลังเดินหนีไปเลย ย่าพยายามเรียกให้กลับมา แต่ไม้ทำหูทวนลมเดินหายไปในสวน

“ไม่เป็นไรค่ะแม่ อย่าไปว่าไม้เลย” หทัยน้ำตาไหล “หนูไม่ควรจะมาที่นี่ หนูต้องขอโทษแม่ด้วยค่ะ ที่ทำให้แม่ลำบากใจ” หทัยไหว้ลาน้ำตาไหล ย่าขวัญดึงเธอเข้าไปกอดปลอบใจ...

ooooooo

เช้าวันเดียวกัน เป็ดปุ๊กตื่นขึ้นมานึกถึงที่หทัยพูดเมื่อคืนนี้แล้วพึมพำอย่างโมโหอยู่คนเดียว

“คนโกหก!! ทำไมนายต้องมาโกหกฉันกับพ่อด้วย!!”

เสียงมือถือดังขึ้น เป็ดปุ๊กลุกไปรับ พอเห็นเป็นสายจากพ่อ เธอดีใจมากรีบกดรับ เชียรโทร.มาถามเรื่องไม้ เธอบอกว่าเรียบร้อยแล้ว ตำรวจปล่อยไม้ออกมาแล้ว เพราะหทัยไปพูดให้ เชียรพูดอย่างโล่งใจว่านึกแล้วว่าหทัยต้องช่วยได้เพราะเป็นเจ้านายของไม้และเป็นเจ้าของหมู่บ้านด้วย ตำรวจต้องฟังอยู่แล้ว

เป็ดปุ๊กบอกแต่เพียงว่าจัดการเรื่องนั้นเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่ได้เล่าเรื่องที่หทัยบอกฐานะที่แท้จริงของไม้

เช้านี้ ไก่กุ๊กกับเก็จวางแผนให้ลูกๆอ้อนชวนปู่ไปเที่ยวสวนสนุกกัน เชียรบอกว่าอยากกลับบ้านเพราะเมื่อคืนมีขโมยขึ้นบ้านเป็ดปุ๊ก ทั้งเก็จและไก่กุ๊กลุ้นให้ไปเที่ยวกับหลานก่อนเพราะขโมยก็ไม่ได้อะไรไปและเป็ดปุ๊กก็ไม่ได้เป็นอะไร

เชียรรู้แผนการของสองผัวเมียอยู่แล้ว ยิ่งเห็นทั้งสองแสดงความเห็นแก่ตัว เขาจึงตัดสินใจพูดออกมาว่า...

“งั้นถ้าพ่อบอกว่า ไม่ว่าพ่อจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน แต่ยังไงพ่อก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจโอนบ้าน พวกเรายังอยากจะให้พ่ออยู่อีกรึเปล่า” เก็จพยายามแก้ตัว ถูกเชียรตัดบทว่า “เมื่อคืนพ่อได้ยินเรื่องที่เราสองคนคุยกันหมดแล้ว ถ้าอยากได้อะไร ทำไมไม่พูดกับพ่อตรงๆ ทำไมต้องบังคับเด็กๆ มาพูดแทนด้วย เด็กเป็นผ้าขาวซึมซับทุกสิ่งที่ผู้ใหญ่สอนอย่างไม่รู้ตัว ลูกควรจะสอนให้พวกแกคิดดี ทำดีมากกว่าทำตัวเป็นเด็กขี้ขอแบบนั้น”

พอถูกเชียรจับไต๋ได้ เก็จก็พลิกโฉมหน้าทันที ตำหนิกล่าวโทษว่าเพราะเชียรลำเอียงตนจึงต้องสอนลูกอย่างนั้น ด่าว่า

“มีอะไรก็ประเคนให้ลูกสาวหมด แต่ลูกสะใภ้กับหลานไม่มีจะกิน ยังทำเฉย เป็นพ่อเป็นปู่ภาษาอะไร!”

“ถ้าเราสองคนไม่คิดจะเอาบ้านไปขายกิน ทำไมพ่อจะไม่ให้”

“พ่อไม่ต้องพูดหรอก พ่อยิ่งพูดพวกเราก็ยิ่งผิดหวัง ยังไงผมก็ไม่ใช่ลูกรักของพ่ออยู่แล้วนี่ พ่ออยากทำอะไรก็เชิญเถอะ” ไก่กุ๊กผสมโรงกับเก็จ เชียรยังพยายามจะชี้แจง แต่ถูกเด็กๆรบเร้าให้รีบไปเที่ยวสวนสนุกกัน เลยถูกเก็จด่าลูกประชดเชียร ไล่ลูกให้ขึ้นข้างบนและไม่ต้องลงมาอีกจนกว่าจะเที่ยง เด็กทั้งสองเลยหน้าจ๋อยเดินคอตกขึ้นข้างบนตามคำสั่ง

เชียรพูดอย่างสะเทือนใจว่าโกรธผู้ใหญ่ไปลงที่เด็กมันไม่ดี เด็กไม่ได้ทำผิดอะไร ก็ถูกเก็จสวนอย่างกราดเกรี้ยวว่าจะมาสนใจอะไรกันตอนนี้ ลูกของตนตนจะทำยังไงก็ได้ ส่วนไก่กุ๊กก็เดินออกมาบอกเชียรอย่างเลือดเย็นว่า

“คุณพ่ออยากกลับก็ตามใจนะครับ แต่ไก่คงไม่ไปส่ง” พูดแล้วเดินไปเลย เชียรได้แต่มองตามอย่างสะท้อนใจ...

ooooooo

หลังเกิดเหตุการณ์ขโมยขึ้นบ้านเป็ดปุ๊กแล้ว วันต่อมาโอมก็นัดภูมิไปพบกันที่ถนนนอกเมือง เอาเงินให้สองหมื่นบาทบอกให้หนีไปไกลๆสักพัก อย่าเจอใคร เรื่องจะได้ไม่มาถึงตน มีอะไรให้ช่วยอีกแล้วจะเรียก

ภูมิพาแตนไปอยู่ที่บ้านพักหลังอู่ซ่อมรถของพ่อ พอกลับไปถึงก็บอกแตนว่าเดี๋ยวจะพาไปส่งที่บ้าน กำชับว่า

“อย่าลืมที่บอกไว้นะ ถ้าใครถามก็บอกว่าเมื่อคืนแตนอยู่ที่งานปาร์ตี้กับพี่แล้วก็เพื่อนๆ งานเลิกดึกพี่เมา แตนไม่ให้พี่ไปส่ง แล้วก็เลยค้างอยู่ที่บ้านพี่”

แตนรับปากว่าไม่ลืม ถามว่าแล้วจริงๆ เขาไปไหนมา พูดทีเล่นทีจริงว่าเผื่อเขาไปฆ่าใครตนก็จะได้รู้ไว้

“พี่เมาหลับอยู่ใกล้ๆแตนไง” พูดแล้วเดินออกไป แตนยักไหล่อย่างไม่เชื่อแล้วเดินตามภูมิไป

แตนกลับมาถึงร้านสวนขวัญ ไม้ถามว่าเมื่อคืนไปไหนมา แตนโกหกตามที่ภูมิสั่งไว้ ไม้ถามว่ามีอะไรกับมันแล้วรึยัง? แตนนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนที่จะตอบว่า “แตนไม่โง่หรอกน่า ผู้หญิงน่ะ พอเสร็จผู้ชายก็ไร้ค่า” ไม้ย้ำว่าคราวหน้าห้ามไปค้างกับมันอีก

“พี่ไม้เขาเป็นอะไร ทำไมต้องมาแว้ดใส่แตนด้วย” แตนบ่นกับฝ้าย ฝ้ายจึงเล่าเรื่องเมื่อคืนให้ฟัง แตนถามว่าแล้วเกี่ยวอะไรกับไม้ด้วย

“คุณไม้แกเข้าไปช่วยคุณเป็ดเร็วกว่าเพื่อน ตำรวจเขาก็เลยสงสัยแก แต่โชคดีได้คุณหทัยเขาไปช่วย เขาบอกตำรวจว่าคุณไม้เป็นลูกชายเขา ไม่มีทางเป็นขโมย ตำรวจก็เลยปล่อยตัวแก”

แตนตกใจตาโตเมื่อรู้ว่าไม้เป็นลูกหทัยเจ้าของหมู่บ้าน ฝ้ายทะเล้นว่ารู้งี้ตนรวบหัวรวบหางไม้ไปนานแล้ว พูดแล้วหัวเราะขำตัวเอง แต่แตนไม่สนใจเพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับข้อมูลใหม่ที่เพิ่งรู้

ooooooo

เชียรต้องนั่งแท็กซี่กลับบ้านเอง เจอเป็ดปุ๊กนั่งเศร้าอยู่ ทั้งพ่อและลูกต่างโผเข้ากอดกัน เชียรลูบหัวลูกสาวบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว พ่อกลับมาแล้วเป็ดปุ๊กร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดพ่อ

เชียรถามลูกว่าเขาทำกับลูกขนาดนี้แล้วยังจะไปทำงานที่นั่นอีกหรือ เป็ดปุ๊กยืนยันว่าตนต้องเคลียร์ตัวเองก่อนเพราะถ้าลาออกตอนนี้เขาจะเขียนใบรับรองประวัติงานว่าอย่างไร ตอนนี้ก็จะได้หางานใหม่ไปเรื่อยๆด้วย คิดว่าบางทีไม่ต้องเป็นหัวหน้าเขางานก็อาจจะเบาลง

เชียรชมว่าลูกเข้มแข็งขึ้นมาก ถามว่าแล้วเรื่องไม้ล่ะ เธอบอกว่าเรื่องจบไปแล้ว อย่าพูดถึงอีกเลย ให้พ่อเล่าเรื่องบ้านโน้นให้ฟังดีกว่า เมื่อเชียรเล่าความจริงให้ฟัง เป็ดปุ๊กตกใจมาก แต่ก็มั่นใจว่าหลานฉลาดและลึกๆแล้วไก่กุ๊กก็เป็นคนจิตใจดี

“ถ้าพี่ไก่จะรู้สึกตัว เลิกสำมะเลเทเมาแล้วเป็นเสาหลักให้ครอบครัวมากกว่านี้ พี่เก็จเองก็ไม่ต้องลำบาก หลานๆก็ไม่ต้องถูกสอนให้ทำอะไรแย่ๆแบบนั้น”

เชียรเชื่อว่าตราบใดที่พวกเขายังไม่เลิกความคิดนี้ก็ต้องมีเรื่องอีกแน่ๆ จึงตัดสินใจจะโอนบ้านให้เป็ดปุ๊กจริงๆ เธอขอบคุณพ่อ แต่ไม่อยากให้ทำ อยากให้พ่อเก็บบ้านหลังนั้นไว้ให้คนที่พ่ออยากให้จริงๆ ตนเองก็มีบ้านหลังนี้อยู่แล้ว จะมีอีกหลังไปทำไม

ooooooo

แตนส่อพิรุธเพราะเมื่อตำรวจมาสอบถามข้อเท็จจริงบางอย่างกับย่าขวัญ พอเห็นตำรวจ แตนก็หนีออกทางหลังบ้านไปเลย ย่าขวัญที่จะให้แตนไปหิ้วของให้ที่ตลาดเลยต้องไปขอแรงไม้ไปช่วยหิ้วตะกร้าให้แทน

ไม้แปลกใจว่าทำไมย่าไม่ใช้แตน ฝ้ายตอบแทนว่า “ก็ไม่รู้มัน เห็นตำรวจไปที่บ้านมันก็หายหัวไปเลย”

“ตำรวจอะไรอีกล่ะ” ไม้ทำเสียงรำคาญ

“ผู้หมวดที่ทำคดีของไม้นั่นแหละ เขาถามเรื่องไม้ เขามาถามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างไม้กับหนูเป็ดด้วย” ย่าบอกฝ้ายแทรกขึ้นว่า ตำรวจคงอยากรู้ว่าเป็นไปได้ไหมว่าไม้จะแอบเข้าไปปล้ำเป็ดปุ๊ก

“บ้าใหญ่แล้ว แล้วย่าตอบเขาไปว่ายังไง” ไม้ถามใจจดจ่อ

“ย่าบอกว่า ย่าก็อยากให้ไม้ทำสำเร็จ” ไม้ตกใจถามว่าทำไมย่าพูดแบบนั้น ย่าหัวเราะร่า “ย่าพูดเล่น จะพูดแบบนั้นได้ไง ย่าแค่บอกว่าไม้ไม่ทำหรอก ไม่จำเป็นต้องทำด้วย สองคนเขาชอบๆกันอยู่แล้ววันนึงก็ต้องได้แต่งกัน”

“อันนี้ก็พูดเล่นใช่ไหมย่า” ไม้ทำหน้าไม่ถูก ย่าบอกว่า “พูดจริง ทำไมต้องหน้าแดงขนาดนั้นด้วย ไข้ยังไม่ลดรึไง” ไม้เร่งย่าแก้เขินว่า “ไปตลาดเลยก็แล้วกัน ขี้เกียจพูดกับย่าแล้ว ไม่รู้อะไรจริงอะไรไม่จริง” ว่าแล้วรีบเดินไปกลบเกลื่อนอาการเขิน ย่ากับฝ้ายมองตามไปหัวเราะกันกิ๊กกั๊ก

ooooooo

เป็นเวลาที่เป็ดปุ๊กกับเชียรไปซื้ออาหารที่ตลาดเหมือนกัน เธอพาพ่อไปที่ร้านขายน้ำพริกเจ้าเดิมที่ไม้เคยพามาซื้อพอเห็นหน้าเป็ดปุ๊ก แม่ค้าก็ถามถึงไม้ว่าไม่ได้มาด้วยหรือ

“ทำไมต้องมาด้วยล่ะคะ” เป็ดปุ๊กระงับอาการเต็มที่ แม่ค้าบอกว่าก็เคยเห็นมาด้วยกัน “แค่บังเอิญเจอกันในตลาดสองสามครั้งเองป้า” แล้วเธอก็ถามเชียรว่าเลือกน้ำพริกได้หรือยัง เชียรตอบแซวๆว่า กำลังสนใจเรื่องคนช่วยหิ้วกระเป๋าอยู่ ทำให้เป็ดปุ๊กเขินจนทำหน้าไม่ถูก

“พูดถึงก็มาพอดี พาย่าขวัญมาด้วย” แม่ค้าร้องทักอย่างตื่นเต้น

เป็ดปุ๊กตกใจรวบรัดว่าพ่อไม่เอาแล้วก็ไปกันเถอะ เชียรยังไม่อยากไป ถามว่าไม่อยู่ทักไม้กับย่าเขาก่อนหรือ ก็พอดีย่าเห็นเป็ดปุ๊กกับเชียร บอกไม้ให้ตามไปเรียกไว้หน่อย เพราะย่าจะบอกเขาเรื่องตำรวจ เผื่อตำรวจไปถามจะได้พูดตรงกัน เร่งไม้ให้ไปตามเร็วๆไม้บอกย่าว่าอย่าเลย ถูกย่าเอ็ดว่าเป็นอะไร แล้วย่าก็ตะโกนเรียกเอง

เป็ดปุ๊กชะงักนิดหนึ่งแล้วเดินต่อไป ย่าแปลกใจว่าเป็นอะไร ไม้แก้ต่างให้ว่า เขาคงรีบไปไหนกระมัง

“มันเกิดอะไรขึ้น ไม้กับหนูเป็ดมีปัญหาอะไรกัน เล่าให้ย่าฟังเดี๋ยวนี้” ย่าเสียงเข้มจนไม้นิ่งไป

ส่วนเชียร พอกลับถึงบ้านก็ถามเป็ดปุ๊กว่าเป็นอะไรทำไมต้องหนีไม้แบบนี้ด้วย ไหนว่าไม่มีปัญหาอะไรกันแล้วไง เป็ดปุ๊กก้มหน้ายอมรับว่ายังมีเรื่องที่ตนไม่ได้เล่าให้พ่อฟัง ถูกพ่อย้ำถามว่าเรื่องอะไร เธอจึงยอมรับว่า

“คุณหทัยเขาบอกตำรวจว่า ไม้เป็น...เป็นลูกชายแท้ๆของเขา ไม้เป็นลูกชายจากสามีคนแรกของคุณหทัย เป็นเจ้าของที่ดินที่สร้างหมู่บ้านนี้ เป็นเจ้าของที่สวนข้างกำแพงเราด้านนี้ และเป็นหลานของย่าขวัญซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเกือบทั้งหมดในย่านนี้”

เป็ดปุ๊กบอกว่าไม้โกหกตน โกหกมาตลอด เขา คงขำสะใจที่เห็นเราเข้าใจผิด และเราไม่รู้ว่าเขายังโกหกอะไรเราอีก

“เป็ด พ่อว่าลูกคิดมากไป”

“ค่ะ เป็ดต้องคิดมาก เพราะสิ่งที่เป็ดเกลียดที่สุดคือการโกหก พ่อก็สอนเป็ดมาตลอดว่าคนโกหกไม่ทำชั่วไม่มี เป็ดเพิ่งจะถูกเพื่อนที่เป็ดรักหลอกลวง แล้วต้องมารู้ว่าคนที่เป็ดหลงไว้ใจก็หลอกลวงพอๆกัน เป็ดรับไม่ได้หรอกพ่อ”

เชียรฟังแล้วอึ้งไปพูดอะไรไม่ออก

ooooooo

เพราะเป็ดปุ๊กต้องการอยู่เคลียร์ทุกอย่างให้ชัดเจนเพื่อประวัติการทำงานของตัวเอง แต่เธอก็ถูกแก้วกลั่นแกล้งสารพัด วางอำนาจเป็นหัวหน้าสั่งการดุด่าว่ากล่าวอย่างไม่คำนึงถึงความรู้สึกของเพื่อน

ระหว่างนั้น เป็ดปุ๊กจับได้ว่า ถูกแก้วกลั่นแกล้งเรื่องเอกสารที่เคยให้แก้วทำแล้วแก้วบอกว่าอยู่ที่บ้าน ที่แท้อยู่ในลิ้นชักนั่นเอง แก้วก็ทำหน้าตายบอกว่าโชคดีมากเลยที่เจอ สั่งเป็ดปุ๊กช่วยสะสางให้เรียบร้อยก็แล้วกัน

ไม่เพียงเท่านั้น แก้วยังสั่งงานให้เป็ดปุ๊กทำให้เสร็จภายในวันนี้ทั้งที่ใกล้เวลาเลิกงานแล้ว ขอไว้ทำพรุ่งนี้ก็ไม่ยอม

“คงไม่ได้หรอก เพราะงานนั่นแก้วต้องเสนอพี่พิมแต่เช้าพรุ่งนี้ จัดการให้เรียบร้อยเถอะ อย่าให้แก้วต้องรายงานพี่พิมว่าเป็ดทำให้งานเสียเลย”

เป็ดปุ๊กลุกขึ้น แก้วถามอย่างจับผิดว่าจะไปไหน เธอบอกว่าไปเข้าห้องน้ำ และเมื่อเข้าไปยืนดูหน้าตัวเองจากกระจกห้องน้ำก็พึมพำอย่างสมเพชตัวเองมาก

“จะปล่อยไปอย่างนี้เหรอ จะปล่อยให้ตัวเองน่าสมเพชแบบนี้เหรอ...ฉันทำอะไรไม่ได้...ทำอะไรไม่ได้จริงๆ”

เธอยืนสะอื้นอยู่หน้ากระจกอย่างอัดอั้น...

ooooooo

ย่าขวัญกลับจากตลาดก็ให้ฝ้ายขี่จักรยานไปส่งที่หน้าบ้านเป็ดปุ๊กแล้วบอกให้กลับไปเสียบ่ายๆค่อยมารับ

เชียรได้ยินเสียงกดกริ่งออกมาเปิดประตูทักย่าขวัญอย่างตื่นเต้นว่าไปยังไงมายังไงกัน ย่าบอกว่าเอาน้ำพริกมาฝากแต่ที่แท้ย่าต้องการมาคุยกับเชียรเรื่องไม้กับเป็ดปุ๊กเพราะรู้สึกว่าเธอจงใจหนีไม้เมื่อเช้านี้ เชียรเล่าให้ฟังอย่างผู้ใหญ่ด้วยกันว่า

“เป็ดเขาโกรธที่ไม้แกล้งทำตัวเป็นคนสวนกระจอกๆ ทั้งๆที่เป็นลูกเจ้าของหมู่บ้านแล้วก็เป็นเจ้าของที่ดินทั้งหมดแถบนี้อีก เขาบอกว่าเขาเกลียดคนโกหกมากที่สุด”

“จริงๆไม้มันก็ไม่ได้จะปกปิดอะไรหรอกนะ กับหทัยน่ะไม้ยังไม่อยากเรียกว่าแม่เลย” เชียรตกใจถามว่าทำไมหรือ “พ่อไม้ตายตอนไม้เพิ่งจะสามขวบ ไม่นานหลังจากนั้น หทัยเขาก็พบผู้ชายคนใหม่ เขากลัวผู้ชายปฏิเสธถ้ารู้ว่าเคยมีลูก ก็เลยปิดเรื่องไม้ไว้แล้วก็เลยต้องปิดไม่ให้คนอื่นๆรู้ไปด้วย เขาขอให้ฉันช่วยเลี้ยงดูไม้แทนเขา วันหนึ่งเขามาหาฉัน ตอนนั้นไม้อายุสิบสามได้มั้ง เขาถามฉันเรื่องไม้ แต่ที่เรากำลังคุยกัน ไม้มาได้ยินพอดีเลยรู้ว่าเขาเป็นแม่ตัวเอง ไม้โกรธมากๆหนีออกจากบ้านหายไปเป็นเดือน เตลิดไปอยู่ที่วัดแถวอยุธยาโน่น  ชาวบ้านเขาไปทำบุญไปเจอเข้าจำได้ ฉันก็เลยจะไปรับตัวกลับ ต้องขอร้องอ้อนวอนอยู่นาน ที่สุดต้องสัญญาว่าจะไม่ให้แม่มายุ่งกับมัน มันถึงยอมกลับ”

ย่าขวัญบอกเชียรว่า ตนไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่หวังว่าเมื่อไม้โตขึ้นจะเข้าใจแม่ และตอนนี้ก็แอบหวังว่าเป็ดปุ๊กจะช่วยไม้ได้ คนใจร้อนอย่างนี้ต้องได้ผู้หญิงดีๆมารดน้ำเย็นให้ เชียรฟังแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ผมอยากช่วยไม้จังเลย”

“ช่วยหนูเป็ดด้วยล่ะ เก็บความขึ้งโกรธไว้แบบนี้ มีแต่ความทุกข์...ย่าว่าเราคงต้องช่วยกันแก้ปัญหาแล้วล่ะ”

เชียรพยักหน้าด้วยความยินดี...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.