ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

ในสวนขวัญ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

คืนนี้ โอมเมากลับบ้าน หทัยถามว่าขับรถกลับมาเองหรือ ถ้าโดนตำรวจจับพ่อแม่ต้องเดือดร้อนไปด้วย

“โอ๋ยยย...ห่วงแต่ไอ้คนสวนคนโปรดของแม่ดีกว่า มันกำลังจะทำเรื่องงามหน้าให้แม่” หทัยถามว่าไม้ทำอะไร “มันไปยุ่งกับลูกค้าของเรา คนที่ชื่อเป็ดปุ๊กน่ะ”

หทัยอึ้งถามว่า ทำไมตนไม่รู้เรื่อง โอมฟ้องว่าเห็นไม้ขับรถให้เป็ดปุ๊กสองครั้งแล้ว พอหทัยติงว่าแค่ขับรถให้กันเท่านั้น ไม้ไม่ใช่คนแบบนั้น โอมหาว่าหทัยเอาแต่เข้าข้างไม้ พูดอย่างมีอารมณ์ว่า

“มันมีอะไรดีนักหนา ก็แค่ไอ้คนสวนขี้ครอก สถุล ชั้นต่ำ พ่อแม่ไม่รู้จักสั่งสอน”

“พอ!! หยุดได้แล้วโอม แม่ไม่อยากฟัง ลูกไปอาบน้ำเถอะ” พูดแล้วหทัยเดินหนีไป โอมโวยวายตามหลังว่า

“แม่ก็ดีแต่อย่างนี้แหละ ระวังไว้เหอะ มันก่อเรื่องขึ้นมาเมื่อไหร่ แม่จะเดือดร้อน บริษัทของเราก็จะต้องเสียหายไปด้วย แล้วอย่าหาว่าผมไม่เตือน!”

หทัยชะงักฟังอย่างหนักใจ

ooooooo

ถึงวันเสาร์ที่นัดจะไปทำสวนเล็กๆในห้องน้ำให้เป็ดปุ๊ก ไม้สั่งฝ้ายกับแตนให้หาไม้ประดับมาให้ แต่พอเห็นต้นไม้ที่ยกมา ไม้บ่นว่าใบไม่สวย

“เปลี่ยนต้นใหม่มาเลย เอาต้นที่ใบมันอิ่มๆเงาๆแล้วใบเยอะๆหน่อย”

ไม้เข้มงวดพิถีพิถันจนฝ้ายกับแตนสงสัยว่ารายนี้ต้องเป็นลูกค้าพิเศษแน่ ไม้บอกว่าไม่ได้พิเศษอะไร ให้รีบไปเลือกต้นไม้มาใหม่ แต่เขาพูดไม่ทันขาดคำ เป็ดปุ๊กก็โทร.มาถามว่าจะมาหรือยัง ไม้ตอบเสียงแจ่มใสว่า

“กำลังเลือกต้นไม้อยู่ครับ คัดแต่ที่สวยที่สุดให้เลยครับ รับรองคุณเห็นต้องชอบ”

แตนกับฝ้ายเลยจับเท็จได้ หัวเราะคิกคักแซวกันว่า แบบนี้ต้องคัดแต่ชั้นหนึ่ง ไม่อย่างนั้นหัวขาดแน่ เลือกต้นไม้ให้แล้ว แตนทำทีบอกว่าตนไปด้วยไม่ได้ เพราะต้องดูหนังสือ ไม้บอกว่างานนี้ตนทำคนเดียว แล้วเร่งไปเอาต้นไม้เอากระถางมา

ขนต้นไม้กับกระถางไปถึงบ้านเป็ดปุ๊ก เจอเธอมาชะเง้อคอยอยู่แล้ว เธอรีบมาเปิดประตู ไม้ถามถึงเชียรเธอบอกว่าอยู่ในบ้าน ไม้มองไปแล้วยกมือไหว้ เชียรรับไหว้ยิ้มๆแล้วหลบไป

ไม้เอาทั้งต้นหน้าวัว  พลูด่าง เฟิร์น และตีนตุ๊กแกมา เป็ดปุ๊กดูแล้วบอกว่าสวยๆทั้งนั้น ถามว่าเป็นไม้มงคลทั้งนั้นใช่ไหม ไม้บอกว่าต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นมงคลทั้งนั้น ถามว่าเธอถือไหมล่ะ คุณพ่อเธอถือไหม ไม้พูดเองเออเองว่า ก็อยู่กันแค่สองคน ยิ่งห้องน้ำอยู่ชั้นบนคนอื่นแทบไม่ได้ยุ่ง แล้วจะไปสนใจทำไม

“ถามนิดเดียวเอง” เป็ดปุ๊กบ่นอุบอิบที่ไม้ตอบเสียยืดยาว

เพราะไม้มาคนเดียว เป็ดปุ๊กจึงขมีขมันช่วย ยกต้นไม้  ยกกระถางและดินที่หนักเอาการ จนไม้บอกว่าไม่ต้องยก ตนเอาขึ้นเองได้ เธอบอกว่า “ก็อยากช่วยนี่”

ไม้ออกแบบวางแผนไว้เรียบร้อยแล้ว เมื่อเริ่มลงมือตบแต่งทำแผนที่วางไว้ โดยให้เป็ดปุ๊กเป็นผู้ช่วยคอยเอาต้นไม้ออกจากกระถาง เอาดินใส่กระถางใหม่ที่เอามา งานนี้เป็ดปุ๊กได้เรียนรู้การทำงานจากการปฏิบัติ ทำให้เธอรับรู้ว่างานปลูกต้นไม้ไม่ใช่ทำได้ง่ายๆ ต้องมีวิธี ขั้นตอน และที่สำคัญต้องใส่ใจมีความรักในงานด้วย

จากการช่วยกันทำงาน สอนงาน ทำให้มีความใกล้ชิดกันมาก ต่างรู้สึกแปลกๆเขินๆต่อกัน พอแต่งห้องน้ำเสร็จ เป็ดปุ๊กอวดเชียรว่าสวยมากเลย ชวนพ่อขึ้นไปดู

แม้จะยินดีกับความสุขของลูก แต่เชียรก็ไม่แจ่มใส เขาบอกเป็ดปุ๊กว่าเมื่อกี๊ไก่กุ๊กโทร.มาบอกว่าจะปรับปรุงบ้านเก่าของเราให้เป็นบ้านเช่า

เป็ดปุ๊กหงุดหงิดขึ้นทันที บอกว่านั่นเป็นบ้านของพ่อ ไก่กุ๊กไม่มีสิทธิ์ทำอะไรแบบนั้น เชียรบอกว่าตนเคยพูดกับไก่กุ๊กว่าบ้านนี้ก็เป็นบ้านของไก่เหมือนกัน เธอท้วงติงว่า “บ้านเพื่ออยู่อาศัย แต่ไม่ใช่เอาไปหากิน”

“เขาว่าพ่อไม่ได้อยู่ช่วยเขา ถ้าทำบ้านเช่าเขาจะได้มีเงินเลี้ยงหลาน” เธอถามว่าแล้วพ่อตอบไปอย่างไร “พ่อ...พ่อ...ไม่ได้พูดอะไร มันพูดไม่ออก...”

“งั้นเป็ดจะไปพูดกับเขาเอง” เป็ดปุ๊กคว้ากระเป๋าออกจากบ้านไปทั้งที่อยู่ในชุดลำลอง บอกเชียรว่า “เป็ดจะไม่ยอมให้เขาทำอย่างนั้นเด็ดขาด” บอกไม้ให้ช่วยเปิดประตูหน่อย ไม้รีบวิ่งไปเปิดประตูรั้วยืนดูจนรถเธอเคลื่อนออกไป เชียรตามมาถามว่าเปิดประตูให้เขาทำไม อย่างน้อยก็ควรให้เขาเย็นลงกว่านี้ก่อน ถ้าเป็นแบบนี้มันต้องแย่แน่ๆไม้เลยเครียดไปด้วย

ooooooo

เป็ดปุ๊กไปถึงบ้านเก่าเห็นป้าย “ให้เช่า” แขวนที่ประตูรั้ว เธอกระชากออกทันที ไก่กุ๊กออกมาโวยวายว่าทำอะไร!

สองพี่น้องเลยโต้เถียงกันรุนแรง ไก่กุ๊กอ้างว่าตนบอกพ่อแล้วพ่อไม่เห็นว่าอะไร เป็ดปุ๊กบอกว่าที่พ่อไม่พูดเพราะพูดไม่ออกต่างหาก ต่างโต้เถียงกันด้วยเหตุผลของตัวเอง ไก่กุ๊กโมโหจะตบหน้าเป็ดปุ๊ก ถูกไม้ที่ขับรถพาเชียรมาจับมือตรึงไว้ ไก่กุ๊กหันตวาดเสียงเขียว “อะไรวะ แกเป็นใคร!” ไม้ไม่ฟังเสียงซัดเปรี้ยงเข้าที่หน้าจนไก่กุ๊กหงายหลังเซไปชนประตู

“ไม้อย่า!” เป็ดปุ๊กจับตัวไม้ไว้ เชียรก็รีบลงจากรถมาร้องห้าม “ไม่เอาไม้ อย่าทำอะไรไก่ เขาเป็นพี่เป็ด”

เก็จได้ยินเสียงเอะอะออกจากบ้านมาถามว่าทำอะไรกัน ไก่กุ๊กฟ้องว่าหมอนั่นชกตน เก็จเห็นไม้ก็จำได้ บอกว่าจะเรียกตำรวจมาจับ เชียรรีบเข้าไปหาไก่กุ๊กชวนเข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า แล้วดึงแขนเข้าไปเลย

ooooooo

เข้าไปในบ้านแล้ว สองพี่น้องก็ยังโต้เถียงกันรุนแรง ไม้ที่ตามเข้าไปด้วยจะช่วยเป็ดปุ๊กจัดการกับไก่กุ๊ก เชียรรีบห้ามแต่เก็จกลับท้าให้ทำเลย ตนจะเอาเข้าคุกให้ไม่ได้ออกมาเลย ซ้ำหาว่าเชียรลำเอียงเข้าข้างแฟนลูกสาวให้มาทำร้ายลูกชาย เป็ดปุ๊กยังยืนยันไม่ยอมให้เอาบ้านไปแบ่งเช่า อ้างว่าบ้านนี้เป็นบ้านของพ่อ พ่อให้อยู่อาศัยจะอยู่ไปกันจนตายก็ได้ เตือนไก่กุ๊กว่าทำอะไรให้คิดถึงลูกบ้าง มีคนอื่นมาอยู่ในบ้านด้วยแล้วแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บจะอยู่กันอย่างไร เมื่อต่างยืนยันความคิดของตัวเอง ไก่กุ๊กจึงเสนอให้ขายบ้านนี้เสียแล้วเอาเงินมาแบ่งกันจะได้หมดปัญหา

“ไก่....พ่ออนุญาตให้แกแบ่งบ้านนี้ทำเป็นบ้านเช่าไม่ได้...เพราะ...เพราะบ้านนี้ไม่ใช่ของพ่อแล้ว”

ทั้งไก่กุ๊กและเก็จตกใจถามว่าพ่อพูดอะไร แล้วทั้งสองก็ตะลึงเมื่อเชียรบอกว่า

“พ่อโอนบ้านนี้ให้เป็ดไปแล้วตั้งแต่ก่อนแม่ของลูกจะเสีย เพราะพ่อกับแม่รู้ว่าเป็ดปุ๊กจะรักษาบ้านนี้ไว้ได้ แต่ไม่ใช่ลูก” ไก่กุ๊กโวยวายว่าพ่อไม่ยุติธรรม “เป็ดจะรักษาบ้านนี้ไว้ไม่ใช่เพื่อตัวเป็ด แต่เพื่อครอบครัวของเรา เพื่อไก่กับหลาน”

พอเก็จรู้ว่าตัวเองถูกกันออกจากทรัพย์สินส่วนนี้ ก็ด่าเชียรว่าลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน คนแบบนี้ไม่ตายดีแน่และถ้าตายเมื่อไหร่ก็ไม่ต้องมาบอก ตนไม่ไปเผาผีแน่ เก็จด่าเชียรจนเป็ดปุ๊กทนไม่ได้สั่งให้หยุด เก็จก็ยังด่าไม่หยุด โดยที่ไก่กุ๊กเอาแต่นั่งตาลอยทำอะไรไม่ได้เลย เชียรจึงชวนเป็ดปุ๊กกลับ

“จะหนีไปไหนล่ะทั้งพ่อทั้งลูกนั่นแหละ ไอ้คนเห็นแก่ตัว!” เก็จยังด่าไล่หลังจนทั้งสามออกจากบ้านไป

ooooooo

วันนี้ย่าขวัญกับแตนไปที่ตลาด บรรดาพ่อค้าแม่ค้าพากันยกมือไหว้ย่าด้วยความนับถือคนเก่าแก่ที่มีเมตตาอัธยาศัยใจดี ย่าทักทายพ่อค้าแม่ค้า แม่ค้าน้ำพริกบอกย่าว่าแต่งสะใภ้เมื่อไร ย่าก็ไม่ต้องเหนื่อยมาทำกับข้าวให้หลานกินแล้ว

ย่าชะงักถามว่าหลานสะใภ้ที่ไหน แม่ค้าน้ำพริกบอกว่าคนทั้งตลาดเขารู้กันแล้ว เพราะหลานชายย่าช่วยหิ้วกระเป๋าเดินโชว์ตัวหลายวันก่อน

“เจ้าไม้น่ะเหรอหิ้วกระเป๋าให้ผู้หญิง” ย่าหันถามแตนทันที เพราะกลัวไม้จะไปคว้าผู้หญิงที่ไม่รู้ว่าเป็นคนดีหรือคนร้าย  จะมาทำให้หลานตนเสียคนหรือเปล่า แตนรับรองว่าคงไม่หรอกเพราะท่าทางเธอดีออก

ย่าคาดคั้นจนแตนต้องบอกว่า ผู้หญิงคนนั้นชื่อเป็ดปุ๊กอยู่ข้างหลังสวนเรานี่เอง ย่าจึงนึกออกถามว่าที่อยู่กันสองคนพ่อลูกใช่ไหม แตนตาโตถามว่าย่ารู้ด้วย

“ไม้มันเคยเล่าให้ฟัง เออ...ถ้าเป็นคนนี้ก็ไม่เป็นไร ค่อยยังชั่วหน่อย เพราะฟังจากไม้มันพูด มันว่าสองคนนี้เป็นคนดีทั้งพ่อทั้งลูก ถ้าไม้มันลองช่วยเขาหิ้วกระเป๋าแบบนี้ แสดงว่าไม่ใช่แค่คนรู้จักธรรมดาแล้ว สงสัยเราต้องลุยแล้วล่ะ” แตนถามว่าจะลุยยังไง? “ก็ช่วยไอ้ไม้มันไง ให้ย่าได้หลานสะใภ้สมพรปากแม่ค้าน้ำพริกนั่น จะช่วยกันไหม”

แตนรีบปฏิเสธอ้างว่ายังเด็ก เรื่องพรรค์นี้ไม่ถนัด ไม่ใช่มืออาชีพอย่างย่า ทีแรกย่าก็พอใจ แต่พอฉุกคิด หันถามว่าหมายความว่าไงไอ้มืออาชีพน่ะ ปรากฏว่าแตนเดินอ้าวหนีไปแล้ว

ooooooo

ระหว่างเชียรนั่งรถกลับมากับเป็ดปุ๊กนั้น เธอถามพ่อว่าทำไมไม่บอกเรื่องโอนบ้านให้ตนเลย เชียรจึงบอกความจริงว่า ตนโกหกเพราะอยากหยุดทุกอย่างที่ไก่กุ๊กจะทำไว้เท่านั้น

แม้จะหยุดเรื่องนี้ได้ในวันนี้แต่เชียรก็เชื่อว่าพวกนั้นต้องคิดทำอะไรอีกแน่ๆ เป็ดปุ๊กกุมมือพ่อปลอบใจว่าตนไม่ยอมให้เขาทำร้ายพวกเราอีกแล้ว

จริงอย่างที่เชียรคาดการณ์ แม้ไก่กุ๊กจะหยุดทุกอย่างลง แต่กะรัต เก็จ และศักดิ์พ่อของเธอ ไม่ยอมหยุดเพราะหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะได้เงินก้อนโตจากการขายบ้านมาใช้หนี้

ทั้งสามสุมหัวขบคิดกัน แม้เก็จจะเชื่อว่าเชียรไม่กล้าโกหกเพราะเป็นคนธรรมะธัมโม แต่ศักดิ์ไม่เชื่อจนกว่าจะเห็นโฉนด กะรัตเตือนเก็จต้องใจเย็นๆ  ตนมีวิธีจะเอาบ้านหลังนี้มาเป็นของเธอ ไม่ว่าจะโอนไปแล้วหรือยัง

ไวเท่าความคิด เพียงเย็นนี้ ศักดิ์ก็ไปหาย่าขวัญที่บ้าน ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่กับตักย่าคร่ำครวญน่าเวทนา...

“แม่ต้องช่วยผมนะครับ ผมไม่รู้จะไปพึ่งใครอีกแล้ว ผมเหลือแต่แม่คนเดียวเท่านั้น” ศักดิ์เล่าไปร้องไห้ไปว่า ตนถูกหลอกให้เอาเงินไปลงทุนแล้วเจ๊งไม่เป็นท่า ตอนนี้ตนถูกเจ้าหนี้ตามทวง ตนจะไปยืมใครอีกก็ไม่ได้แล้ว พวกมันจะเอาชีวิตตนท่าเดียว

ย่าขวัญฟังศักดิ์แล้วถามว่าเท่าไหร่ ศักดิ์เงยหน้ามองแม่แทบจะยิ้มทั้งน้ำตา รีบบอกว่าสองล้าน

“แม่จะเอาเงินที่ไหนมาให้มากขนาดนั้น แม่ไม่มีหรอก”

ศักดิ์แนะตามแผนว่าให้ย่าขายที่สักไร่สองไร่ก็ได้แล้ว ถ้ายังไม่พอก็อาจเพิ่มมาอีกนิดหน่อย ยังไงก็ไม่เกินห้าไร่ ตนหาคนซื้อให้ได้ เพราะรู้จักคนที่จะช่วยซื้อ ย่าขวัญถอนใจยาว บ่นว่า

“จริงๆที่ดินแม่ก็แบ่งให้แกไปแล้ว แกก็ขายให้พี่ชายแกหมด”

ศักดิ์อ้างว่าตนจำเป็นต้องใช้เงินไปลงทุน แต่ตนไม่เก่ง ลงทุนอะไรก็พลาด ตนจะไม่ทำอีกแล้วแต่คราวนี้แม่ต้องช่วย ไม่อย่างนั้นตนตายแน่ๆ

“ตายไปซะ จะได้หมดทุกข์ไงอา” เสียงไม้โพล่งขึ้น ไม้รีบมาที่นี่เพราะแตนวิ่งไปบอกให้รีบมาช่วยย่า เพราะศักดิ์กำลังมาหลอกไถเงินย่าอยู่ที่บ้าน

ศักดิ์ไล่ตะเพิดไม้ไปให้พ้นตนจะคุยกับแม่คนอื่นไม่เกี่ยว ไม้ถามย่าว่าศักดิ์มาหลอกไถเงินอีกใช่ไหม คราวนี้เท่าไหร่? ศักดิ์โต้ว่าตนมีปัญหาเรื่องการลงทุน ถูกไม้ประชดว่าลงทุนแทงบอลเสียมากกว่า ถามย่าว่าศักดิ์จะเอากี่แสน?

“สอง...” ย่าพูดได้แค่นั้นก็ถูกศักดิ์ขัดขึ้น ตวาดไม้ว่าทำไมตนต้องบอก เงินแม่ตนไม่ใช่เงินเขาไล่ไปให้พ้นเลย

ศักดิ์ลุกขึ้นจะชกไม้ ไม้ตั้งการ์ดท้า ย่าขวัญขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย ศักดิ์ทำเป็นฮึดฮัดบ่นว่าถ้าย่าไม่ห้ามได้เห็นดีกัน ย่าบอกศักดิ์ให้กลับไปก่อนแล้วจะโอนเงินไปให้ ศักดิ์ถามว่าเท่าที่ตนขอใช่ไหม

“มีเท่าไหร่ก็ให้ได้แค่นั้น”

ศักดิ์ครวญว่าตนตายแน่ ย่าถามว่าแล้วจะเอาไหม เขาจำต้องพยักหน้าไหว้ลา ย่าหันจิกมองไม้แล้วเดินดุ่มไปเลย

พอศักดิ์ไป ย่าบ่นไม้ว่า “ไม่รู้จะมีเรื่องกับเขาทำไม อย่าลืมสิ เขาเป็นลูกย่า”

“แล้วไม้เป็นอะไร” ไม้ถามเสียงสะท้านแล้วเดินออกจากบ้านไปในสวนเลย ย่าขวัญถอนใจแล้วเดินตามไปถามว่า โกรธย่าหรือ ที่บอกว่าเขาเป็นลูกย่าก็ไม่ได้ หมายความว่าเขาสำคัญกว่าไม้

“ไม้ไม่อยากให้ย่าถูกหลอก เขาไม่ได้เอาเงินไปลงทุนหรอก เขาเอาไปเล่นการพนัน”

ย่าปรารภว่าคนเป็นแม่เห็นลูกลำบากก็อดช่วยไม่ได้ หวังแต่ว่าช่วยแล้วเขาจะกลับเนื้อกลับตัว ไม้บอกว่ากับคนคนนี้ไม่มีทางเลย

“ย่าก็ช่วยเท่าที่ช่วยได้ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าต้องเสียที่ดินไปอีก” ไม้ถามว่าเขามาขอที่ดินย่าอีกหรือ ก็ย่าแบ่งให้เขากับพ่อของตนเท่าๆ กันไปแล้ว ย่าบอกว่าที่ดินที่แบ่งให้ศักดิ์ขายให้พ่อของไม้หมดแล้ว ไม้บอกว่าแบบนี้เขาก็หมดสิทธิ์แล้ว

“ย่ารู้ ยังไงย่าก็ไม่ยอมหรอก ถึงต้องช่วยด้วยเงินไง อย่าโกรธย่านะ อย่าน้อยใจย่าด้วย ทุกวันนี้ย่าก็เหลือไม้คนเดียวนี่แหละที่ช่วยดูแลย่า หวังดีกับย่า ไม้ต้องอยู่กับย่าไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีย่านะ”

“ไม้บอกแล้วไง ไม้ไม่มีวันโกรธย่า ไม้ไม่มีวันทิ้งย่าไปไหนหรอกจ๊ะ” ไม้กอดย่าไว้น้ำตาไหล

ooooooo

เมื่อกลับมาที่บ้าน ย่าขวัญบอกไม้ว่าเย็นนี้ให้กินข้าวด้วยกัน แล้วถามถึงผู้หญิงที่ไม้ถือกระเป๋าให้ที่ตลาด ไม้อึ้งถามว่าย่ารู้หรือ ย่าบอกว่าคนที่ตลาดลือกัน

ไม้ไม่อยากให้เล่าลือกันเรื่องนี้เพราะจะทำให้ฝ่ายหญิงเสียหาย บอกย่าว่าเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน เขาเป็นเจ้าของบ้าน ตนเป็นแค่คนสวน ย่าแซวว่า เหมือนดอกฟ้ากับหมาวัดหรือ แต่ก็ให้กำลังใจว่าเรื่องของบุพเพสันนิวาสไม่เลือกชาติตระกูลหรอก ไม้ขอร้องอย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย ย่าหัวเราะ พูดอย่างเอ็นดูว่า

“ได้...ได้...ยังไงมีอะไรอยากให้ย่าช่วยก็บอกแล้วกัน”

“จริงๆก็มีอยู่เรื่องนึง” ไม้พูดแค่นั้น ย่าขวัญมองหน้าสงสัยว่าเรื่องอะไร

ไม้เล่าเรื่องต้นกรรณิการ์ที่บ้านเก่าของเชียรถูกเก็จเอาไปขาย ทำให้เชียรกับเป็ดปุ๊กเศร้าเสียใจ เพราะเป็นต้นไม้ที่ผูกพันกับแม่ของเป็ดปุ๊กมาก ดังนั้น วันต่อมา ย่าขวัญจึงให้คนบรรทุกต้นกรรณิการ์อายุเท่าๆ กับต้นที่ถูกขายไป เอาไปปลูกให้ที่บ้านเป็ดปุ๊ก

เห็นทั้งเชียรและเป็ดปุ๊กแปลกใจ ย่าจึงแนะนำตัวเองว่าเป็นย่าของไม้ ได้ยินไม้พูดถึงสองคนพ่อลูกให้ฟังบ่อยๆ และรู้เรื่องต้นกรรณิการ์จากไม้ด้วย จึงเอามาปลูกให้ ไม้ได้ข่าวรีบตามมา ตัดพ้อย่าว่าจะมาก็ไม่บอกกันด้วย

“ก็ถ้ามัวแต่บอก ย่าก็คงไม่ได้มารู้จักคุณเชียรกับหนูเป็ดปุ๊กเองน่ะสิ”

เมื่อไม้มา เขาจึงลงมือปลูกต้นกรรณิการ์และตอกคอกล้อมพยุงต้นไว้อย่างแข็งแรง ทั้งเชียรและเป็ดปุ๊กดูการทำงานที่ทะมัดทะแมงของไม้อย่างชื่นชม ส่วนย่าขวัญก็มองเป็ดปุ๊กอย่างเอ็นดู ชมกับเชียรว่าลูกสาวน่ารักและสุภาพมาก

เพื่อตอบแทนน้ำใจย่าขวัญและไม้ เชียรขอเลี้ยงมื้อเย็น ถามว่าอยากกินอะไรเดี๋ยวจะให้เป็ดปุ๊กออกไปซื้อมา

“อุ๊ย...ไม่ต้องหรอกคุณ ไม่ต้องออกไปซื้อ เพราะย่าเตรียมกับข้าวมาด้วยแล้ว” แตนบอกว่าคุณย่าจะมาปาร์ตี้ที่บ้านพี่เป็ดปุ๊ก ย่าบอกว่า “เสื่อสาดก็เอามาเรียบร้อยกินกันตรงสนามหญ้านี่แหละ”

เชียรดีใจมาก ย่าขวัญเร่งให้ลำเลียงอาหารมาเลย จัดแจงปูเสื่อนั่งกินกันที่หน้าบ้านสบายๆอย่างคนในครอบครัว

ooooooo

ไข่มุกเห็นย่าขวัญเอาต้นกรรณิการ์มาให้และไม้ก็ช่วยปลูกให้อย่างรวดเร็วงดงาม อิจฉาตาร้อนจนทนไม่ได้ ไปเรียกร้องโอมที่เป็นผู้จัดการหมู่บ้านให้เอาต้นไม้ไปปลูกที่บ้านตนด้วย ไม่อย่างนั้นจะถือว่าสองมาตรฐาน!

โอมต้องการหาเรื่องไม้อยู่แล้วรับปากกับไข่มุกแต่ขอไปดูต้นไม้ที่บ้านเป็ดปุ๊กก่อน ไปถึงเจอที่หน้าบ้านเป็ดปุ๊กกำลังตั้งวงกินข้าวกันอย่างสนิทสนม มีทั้งย่าขวัญ ไม้ แตน เชียร และเป็ดปุ๊ก ก็ยิ่งแค้นใจหึงเป็ดปุ๊กและอาฆาตมาดร้ายไม้อารมณ์เสียจนออกไปกินข้าวกับแก้วก็หงุดหงิดใส่เธอ

แก้วผิดสังเกตถามว่าเป็นอะไร โอมบอกว่าเพื่อนเธอนั่นแหละที่ทำให้ตนอารมณ์เสีย แก้วถามว่าใครหรือ?

“ก็คุณเป็ดไง ทำตัวใกล้ชิดสนิทสนมกับไอ้คนสวนนั่นจนน่าเกลียด”

แก้วแค้นเป็ดปุ๊กที่ทำให้โอมไขว้เขวไปจากตน ด่าเป็ดปุ๊กและเรียกอย่างหยาบคายจนโอมตวาดให้พอ ทำให้แก้วยิ่งแค้นลุกไปจากโต๊ะ คิดว่าโอมจะตามง้อไปยืนคอยอยู่หน้าร้านก็ไม่เห็นโอมมาง้อ แอบดูที่หน้าต่างเห็นโอมเรียกบริกรมาสั่งอาหารเพิ่มอีก เธอก็แทบกรี๊ดคำรามอย่างอาฆาตแค้น

“คนเลวใจร้าย ใจดำ ทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง! เพราะแกคนเดียวนังเป็ด อยากจะแย่งผู้ชายของฉันนักเหรอ ฉันไม่มีวันยอมแกหรอก คอยดูสิฉันจะทำทุกอย่างให้แกจมดินลงไปเลย! จมดินลงไปเล้ย!!”

แต่เป็นเวลาที่เป็ดปุ๊กมีความสุขมาก เมื่อเห็นพ่อนั่งอยู่ใต้ต้นกรรณิการ์มีเจ้ายักษ์เบิ้มหมอบอยู่ใกล้ๆ เธอไปเรียกพ่อให้เข้าบ้านเพราะน้ำค้างเริ่มลงแล้ว

“อีกสักแป๊บนะลูก รู้ไหมวันนี้เป็นวันที่พ่อมีความสุขมากเลย”

“ใช่ค่ะ...เหมือนครอบครัวเราได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”

“อืมม...เพียงแต่ไม่มีลูกชายอยู่ด้วย” พูดแล้วเชียรนิ่งไปนิดหนึ่ง เป็ดปุ๊กรู้ว่าพ่อคิดถึงไก่กุ๊ก เธอกอดแขนพ่อเอาหน้าซบที่ต้นแขน มองเจ้ายักษ์เบิ้มที่เห่าใส่สองพ่อลูกอยู่ บอกพ่อยิ้มๆว่า

“นี่ไงพ่อ ลูกชายพ่อ เขาประท้วงแล้วว่าเขาอยู่ที่นี่”

เชียรหัวเราะออกมา ใช้มือขยุ้มหัวยักษ์เบิ้มแล้วแหงนมองต้นกรรณิการ์อย่างมีความสุข...

ooooooo

เวลาเดียวกันที่บ้านเก่าของเชียร ไก่กุ๊กกำลังถูกเก็จรุกหนักทั้งหว่านล้อมทั้งขู่ให้เขาทำตามแผนของกะรัต

ไก่กุ๊กถามว่าทำไมเราไม่อยู่เฉยๆแล้วเลิกยุ่งกับทางโน้นเสียที เก็จถามว่าจะยอมได้อย่างไรในเมื่อพ่อเขาลำเอียงรักลูกไม่เท่ากัน สาธยายว่าตั้งแต่พ่อกับน้องเขาไป รายจ่ายทุกอย่างก็ตกอยู่กับเราหมด ไก่กุ๊กบอกว่าตนก็เอาเงินเดือนให้เธอจนเกือบหมดทุกเดือน เก็จก็ยังบอกว่าไม่พอใช้อยู่ดี

“แต่ยังไงเป็ดเขาก็ไม่ยอมหรอก” ไก่กุ๊กเชื่ออย่างนั้น

“เราก็ไม่ได้ยุ่งกับเขานี่ มันน่าสมน้ำหน้าเขาด้วยซ้ำถ้าแผนนี้สำเร็จมันจะไม่เหลืออะไรสักอย่าง ยังไงเก็จก็ไม่ยอมให้ไก่ปฏิเสธ ไก่จะต้องทำตามแผนของแม่!”

ไก่กุ๊กนิ่งไปอย่างลำบากใจเพราะไม่อยากทำอย่างนั้นเลย

ooooooo

ภูมิที่แตนเคยไปเปิดเพลงดิ้นกันสะบัดที่ลาน จอดรถห้างสรรพสินค้าจนไม้ไล่ตามหนีกันกระเจิงนั้น เป็นน้องชายของแม่บ้านบ้านหทัย ถูกไม้แจ้งตำรวจว่าพยายามล่อลวงแตนเลยหลบหน้าไปหลายวัน

คืนนี้ภูมิย่องมาหาของกินที่ตู้เย็น โอมมาเจอ พอภูมิเล่าเรื่องไม้ให้ฟัง โอมด่าไม้ว่าบ้า ถามภูมิว่าเกลียดมันไหม ภูมิบอกว่า “ก็จัดว่าใช้ได้เลย” โอมมองหน้าถามวัดใจว่า

“อยากแก้แค้นมันไหม เผอิญตอนนี้ฉันมีอะไรสนุกๆ เกี่ยวกับไอ้ไม้อยากให้นายช่วยทำ”

โอมยิ้มร้าย แต่ยังไม่บอกภูมิว่าจะให้ทำอะไร

ooooooo

หลังจากแก้วแกล้งให้เอกสารผิดจนมีปัญหาในการติดต่องานกับกอบกุลแต่เป็ดปุ๊กก็แก้ปัญหาได้จนสามารถดึงลูกค้ากลับมาและสั่งสินค้าไปลอตใหญ่ แล้ว แก้วก็ยังเจ็บใจไม่หาย

เมื่อมาถูกโอมหมางเมินและทำท่าจะหันไปหาเป็ดปุ๊กแก้วยิ่งแค้นใจ วางแผนทำลายเป็ดปุ๊กอีกครั้งคราวนี้ปั้นเรื่องเท็จ แอบก๊อบปี้เอกสารที่เสนองานแก่กอบกุลจากคอมฯที่ใช้ด้วยกัน แล้วเอาไปฟ้องพิมพา บิดเบือนข้อเท็จจริง หาว่าเป็ดปุ๊กทำงานผิดพลาดแต่ตนได้แก้ไขจนได้ลูกค้าคืนมา พลางเอาเอกสารให้ดูทุกรายการเซ็นชื่อ แก้วกรพินธ์ เลิศนภางค์ เป็นผู้เสนอทั้งหมด!

พิมพาเห็นเอกสารก็หูเบา เรียกเป็ดปุ๊กไปตำหนิอย่างรุนแรง แม้เป็ดปุ๊กจะพยายามชี้แจ้งแต่เธอไม่ฟัง สั่งปลดจากตำแหน่ง แต่งตั้งแก้วขึ้นมาแทนและให้เป็ดปุ๊กลงไปเป็นผู้ช่วยแก้ว

เป็ดปุ๊กเสียใจมากที่เจ้านายไม่ฟังคำชี้แจงของตนเลย ขณะเดียวกันก็เจ็บปวดที่ถูกแก้วแทงข้างหลัง เมื่อเจอกันจึงถามว่าทำแบบนี้ทำไม แก้วสวนกลับอย่างไม่เหลือความเป็นเพื่อนว่า

“ก็เพราะเธอไม่รู้จักหยุดหว่านเสน่ห์ใส่ผู้ชายของฉันไงเป็ด ทั้งหมดเป็นเพราะตัวเธอเอง รู้ไว้ด้วยนะไม่มีใครชนะไปหมดทุกอย่างหรอก” เป็ดปุ๊กงงกับข้อกล่าวหาของแก้ว ก่อนแยกไปแก้วยังสั่งในฐานะหัวหน้าว่า “อ้อ พี่พิมเขาบอกว่าวันนี้เขาอนุญาตให้เธอกลับบ้านได้ จะได้กลับไปทำใจ”และเมื่อเข้าห้องทำงาน แก้วก็วางอำนาจสั่งการทันที

“ทุกคน...ขอแนะนำตัวหัวหน้าฝ่ายคนใหม่ของพวกเธอ...”

เป็ดปุ๊กพยายามที่จะเคลียร์ตัวเองในเรื่องนี้ เมื่อไปนั่งในรถจึงพยายามโทร.หากอบกุล แต่ต้องผิดหวังอย่างมากเมื่อเลขาของกอบกุลบอกว่าเจ้านายเดินทางไปต่างประเทศอีกสองอาทิตย์จึงจะกลับ

ดูหน้าจอมือถือเห็นเบอร์ที่ไม่ได้รับสายจากพ่อ จึงโทร.กลับ แต่หน้าจอดับทันทีเพราะแบตหมด!

ooooooo

เชียรอยู่บ้านคนเดียว แต่ไม่รู้สึกเหงาเพราะมีต้นกรรณิการ์เป็นเพื่อน เช้านี้หลังจากเป็ดปุ๊กออกไปทำงานแล้ว เชียรก็รดน้ำให้ต้นกรรณิการ์ไปฮัมเพลงไปอย่างมีความสุข

แต่แล้วก็แปลกใจเมื่อจู่ๆไก่กุ๊กก็มากดออดเรียกที่ประตูรั้ว เชียรไปเปิดประตูให้อย่างตื่นเต้นแปลกใจ ถามว่า

“ไปยังไงมายังไงถึงมาถึงนี่ได้ ใครบอกว่าพ่อกับเป็ดปุ๊กอยู่ที่นี่ หรือว่าเกิดอะไรขึ้นกับแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บ?”

ไก่กุ๊กไหว้เชียรบอกว่าไม่มีอะไรหรอก แค่มาเยี่ยมพ่อเท่านั้น แล้วชมว่าบ้านสวยอากาศดีและไม่ไกลจากเมืองมาก เมื่อเชียรพาเข้าบ้าน ไก่กุ๊กตั้งสติเหมือนเตรียมภารกิจสำคัญบางอย่าง แต่เชียรไม่ทันสังเกต

พามานั่งในห้องรับแขกแล้ว เชียรถามประสาพ่อที่รักและเป็นห่วงลูกว่ากินอะไรมาหรือยังจะเอาโจ๊กที่เป็ดปุ๊กทำให้เมื่อเช้ามาให้กิน ไก่กุ๊กบอกว่าตนกินมาเรียบร้อยแล้ว แล้วลงจากเก้าอี้เข้าไปกอดขาพ่อ จนเชียรทั้งตกใจและแปลกใจ

“ไก่มาที่นี่ ไก่อยากจะขอโทษทุกเรื่องที่ไก่ทำไป ไก่รู้ว่าไก่ทำให้พ่อไม่สบายใจ ทำให้พ่อเสียใจ ไก่ขอโทษนะพ่อ พ่อยกโทษให้ไก่ด้วยนะ” พูดแล้วก้มกราบแทบเท้าเชียร ครู่หนึ่งจึงเงยหน้าน้ำตาคลอทำให้เชียรพลอยน้ำตาคลอไปด้วย ลูบหัวลูกบอกให้ลุกขึ้น พ่อไม่เคยถือโทษโกรธเคืองลูกเลย

“ไม่ครับ ถ้าพ่อให้อภัยไก่จริง พ่อต้องกลับไปอยู่บ้านเราด้วยกัน ไก่อยากให้พ่อกลับไปอยู่บ้านของพ่อ บ้านที่พ่อกับแม่สร้างขึ้นมา ให้ลูกหลานอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวนะพ่อนะ กลับไปอยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของลูกหลานที่บ้านเราเถอะนะครับ”

เชียรบอกว่าอยู่อย่างนี้ก็ดีแล้ว เก็จก็จะได้ไม่รำคาญตนเรื่องกินอยู่ ไก่กุ๊กก็แก้ต่างให้เก็จว่าเธอเป็นคนปากไวปากร้ายแต่พอคิดได้ก็มาเสียใจ เพราะ “จริงๆเก็จเขาเป็นคนน่าสงสารนะพ่อ เขามีแต่พ่อเลี้ยง ที่ไม่ได้รักผูกพันอะไรกันเลย เก็จเขารักเคารพพ่อมาก พอพ่อไม่อยู่เขาก็เคว้งคว้างไปหมด เมื่อพวกเราคุยกัน ทั้งไก่กับเก็จอยากให้บ้านเป็นบ้านเหมือนเดิม เป็นบ้านที่มีพ่ออยู่ด้วย”

เชียรที่เจ็บปวดกับการต้องทิ้งไก่กุ๊กและหลานๆมา บอกไก่กุ๊กว่าตนเองก็อยากกลับไปแต่ขอถามเป็ดปุ๊กก่อน

“พ่อจะไม่ให้โอกาสไก่กับเก็จแก้ตัวเลยเหรอ ไก่เป็นลูกพ่อเหมือนกันนะ ไก่กับเก็จก็ดูแลพ่อได้เหมือนกับเป็ด บางทีจะดีกว่าด้วยซ้ำ เพราะอย่างน้อยไก่จะไม่ยอมปล่อยให้พ่อต้องอยู่คนเดียวแบบนี้แน่”

เห็นพ่อใจอ่อนแต่ยังลังเล ไก่กุ๊กเสนอว่าถ้าไม่อยากกลับไปอยู่เลยก็ไปค้างกับหลานๆ นอนคุยกับหลานสักสองสามคืนก็ยังดี พอให้หลานหายคิดถึงปู่แล้วตนจะพาพ่อมาส่งเอง เป็นข้อเสนอที่เชียรเห็นด้วย แต่ขอโทร.บอกเป็ดปุ๊กก่อน เขาจะได้ไม่เป็นห่วง

แต่โทร.ไม่ติด จึงเขียนโน้ตทิ้งไว้ ไก่กุ๊กอาสาขึ้นไปจัดกระเป๋าให้ พอไก่กุ๊กขึ้นไปพ้นสายตาพ่อก็ถอนใจอย่างโล่งอกที่ทำหน้าที่ตามคำสั่งเก็จได้สำเร็จ

ooooooo

ระหว่างที่ไก่กุ๊กไปหลอกล่อให้เชียรมาที่บ้านนั้น เก็จก็ซักซ้อมกับแมวเมี้ยวและนกจิ๊บให้ทำตามคำเสี้ยมสอนของตนว่าให้ทำตัวเป็นเด็กดี ทำตัวให้น่ารัก คุณปู่จะได้รักเยอะๆเพราะเมื่อคุณปู่รักแล้วหลานจะขออะไรคุณปู่ก็ให้หมด ย้ำจำให้ขึ้นใจว่า “ลูกต้องขอบ้านหลังนี้” แมวเมี้ยวอยากได้หุ่นยนต์มากกว่า นกจิ๊บก็อยากได้ตุ๊กตามากกว่า เก็จบอกลูกว่า ถ้าขายบ้านหลังนี้ได้แล้วจะซื้อให้คนละ 10 ตัวเลย

ไก่กุ๊กพาเชียรกลับมาที่บ้านเก่า เชียรเห็นหลุมที่เคยปลูกต้นกรรณิการ์ก็เศร้าใจ ไก่กุ๊กแก้ตัวว่าวันนั้นตนกินเลี้ยงกับหัวหน้ากลับมาตอนเช้าปรากฏว่าเก็จขายต้นกรรณิการ์ไปแล้วเพราะตอนนั้นร้อนเงินมาก

แมวเมี้ยวกับนกจิ๊บมาถึงก็โผเข้าหาปู่ด้วยความรักและคิดถึง แต่ก็แอบหวังจะได้ตุ๊กตากับหุ่นยนต์ที่แม่สัญญาจะซื้อให้ ปู่กับหลานคุยกันอย่างน่ารัก ไม่นานเก็จก็เอาน้ำกระเจี๊ยบเย็นๆมาให้ บอกว่าพอรู้ว่าพ่อจะมาก็รีบหาซื้อกระเจี๊ยบมาทำให้เพราะรู้ว่าพ่อชอบดื่ม

จากนั้นเก็จก็ทำเป็นสำนึกผิดสารภาพว่าตนทำผิดกับพ่อมาก พูดไม่ดีกับพ่อ ทำตัวไม่ดีกับพ่อ เป็นเพราะเครียดเลยทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัว พูดเหมือนสัญญาว่า “ตอนนี้เก็จรู้แล้วว่าเก็จทำผิดมากๆเก็จจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นอีก พ่อยกโทษให้เก็จด้วยนะคะ” พูดแล้วบีบน้ำตาร้องไห้ฮือๆ เชียรเลยถือแก้วน้ำกระเจี๊ยบค้าง ทำอะไรไม่ถูกกับความสำนึกเกินคาดของเก็จ

แต่พอไก่กุ๊กกับเก็จเจอกันตามลำพัง ต่างก็พอใจกับแผนการที่ดำเนินไปได้ด้วยดี เก็จบ่นลูกๆว่ายังเล่นละครไม่เก่งพอ แต่คืนนี้จะให้ไปนอนกับปู่จะได้อ้อนกันเยอะๆ ไก่กุ๊กเริ่มรู้สึกไม่ดีและกังวลกับแผนการที่เก็จบงการขึ้นมา...

ooooooo

เป็ดปุ๊กกลับถึงบ้านเจอแต่โน้ตของเชียรที่เขียนบอกไว้ว่า...

“เป็ดปุ๊ก...พ่อพยายามโทร.หาเป็ดปุ๊กแล้ว แต่ลูกไม่รับสายเลย คงยุ่งอยู่ใช่ไหม พ่อจะบอกว่าคืนนี้พ่อไปนอนบ้านเก่านะ ไก่กุ๊กเขามารับพ่อ ไม่ได้มีปัญหาอะไร หรอก หลานๆคิดถึงปู่น่ะ...พ่อ”

เป็ดปุ๊กน้ำตาไหลพรากออกมาอย่างรู้สึกโดดเดี่ยว เศร้าเหงาที่สุดในชีวิต เธอไปนั่งที่บันไดระเบียงร้องไห้ออกมาให้สาแก่ใจที่อยากร้อง...

ไม้ไปเล่นฟุตบอลกับเด็กๆ ขณะมาส่งนภที่บ้าน มองไปที่บ้านเป็ดปุ๊กเห็นจอดรถไว้หน้าบ้านก็แปลกใจ เดินไปดูพบว่าประตูรั้วก็ยังเปิดแง้มไว้ พอมองเข้าไปในบ้านก็ชะงัก เมื่อเห็นเธอเอาหน้าซบกับฝ่ามือร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม้ตัดสินใจเดินเข้าไปยืนตรงหน้า เป็ดปุ๊กรู้สึกมีคนเข้ามา พอเงยหน้าเห็นไม้ เธอรีบเช็ดน้ำตา

“ผมปลอบใครไม่เป็นหรอกนะ” ไม้เอ่ยขึ้นเรียบๆ ด้วยสีหน้านิ่งๆ

“ฉัน...ฉันก็ไม่ต้องการ...ให้ใครมาปลอบ” พูดไปอย่างนั้นทั้งที่ใจอ่อนแอเหลือเกิน “แค่อยากบอกนายว่า อย่าเพิ่งกลับ อยู่เป็นเพื่อนกันก่อน...ได้ไหม...” พูดแล้วสะอื้นฮักๆ...

ไม้ถามว่าร้องไห้ทำไม เดาไปต่างๆนานาและลงท้ายถามว่าหรือว่าอกหัก...ถามแล้วใจไม่ดีกลัวเธอจะตอบว่าใช่ แต่พอเธอบอกว่าเรื่องงาน ไม้ก็แอบโล่งใจ ทำเป็นเดาถูกว่า

“ก็ว่าแล้ว...อยากเล่าไหมว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องงานอะไรมันถึงหนักหนาขนาดทำให้ผู้หญิงเก่งอย่างคุณ นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นแบบนี้” เธอถามว่าอยากฟังจริงหรือ? “จริง...วันนี้ผมว่างอยากจะเล่าทั้งคืน ขยี้แค่ไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละผมพร้อม” ว่าแล้วก็นั่งลงข้างๆ อย่างปักหลักฟังจริงๆ

“ฉันถูกเจ้านายเรียกไปต่อว่าเรื่องงาน แล้วสุดท้ายเขาก็ปลดฉันจากตำแหน่งหัวหน้า ทั้งๆที่ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดเลย ฉันถูกใส่ร้าย คนที่ใส่ร้ายฉันได้มานั่งในตำแหน่งของฉัน ที่แย่คือคนคนนั้น ฉันคิดว่าเขาเป็นเพื่อนรักของฉัน...ฉันไม่อยากเชื่อว่า เขาทำอย่างนั้นกับฉันได้ยังไง” เล่าแล้วน้ำตาก็ไหลพรากออกมาอีก

“แล้วทำไมไม่บอกความจริงให้เจ้านายรู้” เสียงไม้เครียดขึ้นทันที

“เขาไม่ให้โอกาสฉันพูด ฉันพยายามจะหาพยานมายืนยันว่าฉันไม่ผิด เขาก็ไม่อยู่เมืองไทย ฉันไม่รู้จะทำยังไงไม่รู้จะขอให้ใครช่วย ฉันไม่มีใครเลย...”

ไม้อึ้งไปนาน เขาเอื้อมมือไปกุมมือเธอไว้แน่น พูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น อ่อนโยน...

“ตอนนี้...คุณมีผมอยู่ที่นี่ไง”

เป็ดปุ๊กมองมือไม้ที่กุมมือตน มองหน้าไม้แล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอีกครั้งด้วยความรู้สึกซึ้งใจในยามที่ว้าเหว่สับสน

ooooooo

คืนเดียวกันนี้ แก้วดีใจจนทนอยู่ไม่ได้รีบไปเล่าให้เก็จฟังที่บ้านว่า ตนทำให้เป็ดปุ๊กถูกเด้งและตนได้ตำแหน่งแทน สะใจกว่านั้นคือพิมพาให้เป็ดปุ๊กลดลงมาเป็นผู้ช่วยตน

เก็จสะใจกับแก้ว บอกว่าสมน้ำหน้าเป็ดปุ๊กที่วันก่อนทำกร่างที่ตัวเองได้เป็นเจ้าของบ้านนี้และเที่ยวดูถูกคนอื่น พอเก็จเล่าว่าเชียรโอนบ้านนี้ให้เป็ดปุ๊กแล้ว แก้วก็แสดงความไม่พอใจ ถามว่าทำอย่างนี้ได้อย่างไรทั้งที่เก็จกับไก่กุ๊กและหลานๆยังอยู่บ้านนี้

“ก็มันลำเอียง รักลูกไม่เท่ากัน แต่ไม่เป็นไรหรอก ยัยเป็ดโดนลดตำแหน่งแบบนี้แผนของแม่น่าจะสำเร็จ”

“แม่มีแผนอะไรอีก” แก้วสนใจมาก แต่ถูกเสียงแมวเมี้ยวที่กำลังเล่นเกมอยู่กับปู่แว่วออกมา แก้วถามอย่างจำได้ว่านั่นมันเสียง...เก็จบอกว่าพ่อของไก่กุ๊ก ย้ำว่า นี่แหละ แผนของแม่ล่ะ แล้วลดเสียงเล่าให้แก้วฟัง...

“แม่เขาให้ไก่ไปอ้อนวอนพ่อเขาให้มาพักที่บ้าน เราจะได้ใช้โอกาสนี้หว่านล้อมพ่อให้โอนที่กลับมาให้ไก่แทน” แก้วถามว่าเขาจะยอมหรือเพราะเชียรรักเป็ดปุ๊กมาก ขนาดพากันย้ายไปอยู่บ้านใหม่ “แต่ก็สู้หลานไม่ได้หรอก แม่ให้เอาหลานมารัดใจเขา แล้วนี่ยัยเป็ดมาซวยถูกลดตำแหน่งอีก พอเงินไม่พอใช้ เขาก็ต้องยอมให้เราขายบ้านหลังนี้ แก้วเอ๊ย...แม่หาลูกค้าไว้แล้ว ได้กำไรเป็นล้านๆ เลยล่ะ” เก็จเล่าอย่างกระหยิ่ม

แก้วฟังแล้วดีใจไปด้วย แล้วขอตัวบอกว่าจะรีบกลับไปเตรียมแผนงานปรับปรุงฝ่ายให้นายปลื้มหน่อย

เชียรยังเล่นเกมอยู่กับแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บ ปรากฏว่าแพ้หลาน บอกว่าอยากได้รางวัลอะไรปู่จะได้ไปหามาให้ แมวเมี้ยวบอกทันทีว่าอยากได้บ้านหลังนี้ เชียรอึ้งมองหน้าหลานอย่างไม่อยากเชื่อว่าเด็กไม่กี่ขวบจะคิดอยากได้บ้าน ถามว่า

“ใครสอนให้พูดอะไรแบบนี้หรือเปล่า” แมวเมี้ยวตอบไม่กล้าสบตาว่า เปล่า ตนพูดเองตนอยากได้เอง “เป็นเด็กเป็นเล็กจะอยากได้บ้านนี้ไปทำไม ไหนบอกปู่มาซิ”

“แมวเมี้ยวอยากเอาไปให้พ่อกับแม่ พ่อกับแม่บอกว่าปู่ให้บ้านอาเป็ดปุ๊กไปแล้ว แล้วอาเป็ดก็จะไล่พวกเราออกจากบ้าน พวกเราต้องไปนอนข้างถนน ไม่มีข้าวกิน”

“เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว มันไม่มีทางเป็นอย่างนั้นหรอก บ้านยังเป็นของปู่  ปู่ไม่ได้ให้ใครทั้งนั้น” เชียรบอกความจริงเพื่อให้หลานสบายใจ  ทำให้ทั้งแมวเมี้ยวกับนกจิ๊บดีใจ หยุดร้องไห้ อาสาจะเป็นคนดูแลบ้านหลังนี้เอง

เห็นความดีใจของหลาน เชียรเองกลับเครียด เมื่อหลานๆ หลับกันหมดแล้ว เชียรลงไปดูหลุมที่เคยปลูกต้นกรรณิการ์ พูดเหมือนต้นกรรณิการ์ยังอยู่ตรงนั้น...

“เพราะตอนผมตัดสินใจแก้ปัญหาวู่วามเกินไป เลยไม่ได้คิดถึงใจใครทั้งนั้น ขนาดเด็กไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย ยังต้องมาคิดแบบนี้...ถ้าผมบอกพวกเขาว่าผมยังไม่ได้ยกบ้านนี้ให้ใคร ทุกอย่างมันจะดีขึ้นไหม”

ooooooo

ไม้นั่งเศร้าอยู่กับเป็ดปุ๊ก เมื่อตัวเองปลอบใครไม่เป็น ไม้จึงชวนเป็ดปุ๊กไปกินข้าวที่บ้านย่าขวัญ

ย่าขวัญดีใจมากที่ไม้ชวนเป็ดปุ๊กมากินข้าวด้วย ถามว่านั่งกินกับพื้นได้ไหม ไม้ซื้อโต๊ะกินข้าวมาแต่ไม่มีใครนั่ง เลยกลายเป็นที่วางของเต็มไปหมด เมื่อเอาอาหารมาวางก็ถามว่ากับข้าวแบบนี้กินได้ไหม

เป็ดปุ๊กบอกว่าตนนั่งกับพื้นได้และทานอาหารได้ ไม้นั่งข้างๆเป็ดปุ๊ก ตักอาหารให้เธอและย่า ถามย่าว่าแตนหายไปไหน ฝ้ายบอกว่าแฟนมารับไปแล้ว ไม้ถามว่าไอ้ภูมินั่นหรือ ย่าติงว่า “เอาน่า เขาไม่ได้เจอกันนานแล้ว”

“แล้วจะไม่ได้เจอกันอีกนาน ย่าน่ะห้ามหน่อย แตนมันจะเสียคนเพราะไอ้คนนี้แหละ”

ระหว่างกินข้าว ฝ้ายชวนคุยผ่อนคลายอารมณ์จนเป็ดปุ๊กหัวเราะออกมา ไม้รู้สึกดีที่เธอผ่อนคลายขึ้น ย่าขวัญก็ดูแลเธออย่างดี บอกว่าอย่ากินข้าวมากนักเหลือท้องไว้กินกล้วยบวชชีของย่าด้วย เป็ดปุ๊กรับคำยิ้มแย้ม...ไม้มองอย่างสบายใจ

กินข้าวและของหวานแล้ว ย่าให้เป็ดปุ๊กนั่งคุยกัน ถามว่า ร้องไห้เป็นอะไร บอกย่าได้ไหม เป็ดปุ๊ก

บอกว่ามีปัญหาเรื่องงาน ย่าถามอีกว่าแล้วแก้ได้ไหม? เธอบอกว่ายังไม่ได้ลองแก้ เพราะปัญหาเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกลางวันเลยยังตั้งตัวไม่ถูก

“ตอบแบบนี้แสดงว่ายังมีสติ ใช้ได้ เอาเถอะ ผ่านช่วงเวลาแย่ๆนี้ไปแล้วค่อยคิดค่อยแก้ไป ย่าว่าหนูเป็ดปุ๊กก็จะมองเห็นทางออกเองนั่นแหละ” เมื่อเป็ดปุ๊กพยักหน้า ย่าบอกอีกว่า “ปัญหาน่ะ มันทำร้ายเราไม่ได้หรอก มีแต่ตัวเราเอง ที่ยอมให้มันมาบั่นทอนจิตใจเรา...ถ้าวันไหนรู้สึกแย่ๆอีก ก็แวะมาได้นะ ชวนคุณพ่อมาด้วยก็ได้”

“ขอบพระคุณคุณย่ามากค่ะ” เป็ดปุ๊กไหว้ด้วยความรู้สึกเคารพนับถือจริงๆ รู้สึกเหมือนย่าช่วยยกภูเขาแห่งความทุกข์ออกไปจากตัวเธอจนหมด ไม้มองจากในครัว เขาดีใจที่ย่าช่วยทำให้เป็ดปุ๊กรู้สึกดีขึ้น...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้

“มิกค์-มิน” นำทีมบวงสรวง “สะใภ้อิมพอร์ต” ลงจอ 28 ม.ค.นี้
17 ม.ค. 2563
17:47 น.